Accom Thailand

October 22, 2008

กรรมการสิทธิมนุษยชน ชี้แจงว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์ 7 ตุลาคม มีการละเมิด สิทธิมนุษยชน หลายกรณี


ฝ่ายค้านโชว์ ซีดี ตร.ฆ่า ปชช. กลางสภา – พปช.โวยลั่น คกก.สิทธิฯ เข้าข้าง ปชช.

ตั้งท่าปากันเต็มที่ โดย�้างเป็นกระสุนแก๊สน้ำตาแบบลูกขว้าง

ตร.ยิงแก๊สน้ำตา ใส่ผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ตั้งท่าปากันเต็มที่ โดยอ้างเป็น กระสุนแก๊สน้ำตา แบบลูกขว้าง

สภาพิจารณา ผลงาน คกก.สิทธิมนุษยชนฯ ไร้เงา “สมชาย” และ รมต. ส่วน “อภิวันท์” อ้างประสานผิดพลาด ส.ส.ปชป. รุมยำ รัฐบาล – ตร. ในเหตุการณ์ 7 ต.ค.พร้อมแจก ซีดี “ตร.ฆ่าประชาชน” ตอกย้ำพฤติกรรมโฉด วอนอย่าใช้ ตร.ชุดฆ่า ปชช. เหมือนที่ผ่านมา ต้องใช้ ตร. มีความรู้ ความคิด ขณะที่ ส.ส.พปช. โวย กก.สิทธิฯ วางตัวไม่เป็นกลาง เข้าข้าง ปชช. ด้าน กก.สิทธิฯ เตรียมทำรายงาน สรุปเหตุการณ์ 7 ตุลาฯ รับสลดใจ น้องโบว์ – ตี๋ ถูกกล่าวหา พกระเบิด จวกตร. ใช้แก๊สน้ำตา มากเกินไป

วันนี้ (22 ต.ค) การประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม ได้แจ้งให้ ที่ประชุม ทราบว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ในฐานะ ประธานคณะกรรมการ ติดตามสถานการณ์ร่วม ทำหนังสือตอบกลับ ข้อหารือ ของ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการรักษาความไม่สงบเรียบร้อย ในวันประชุมสภา ว่า


ตามที่ ประธานสภาได้ขอหารือ หากสภาผู้แทนราษฎร จะมีการนัดประชุมสภา ตามปกติ จะมีเหตุให้เกิดความวุ่นวาย หรือ ความไม่สงบเรียบร้อย หรือไม่ และกองทัพบก จะมีแผนการรักษาความปลอดภัย อย่างไร นั้น


ขอชี้แจงว่า คณะกรรมการติดตาม สถานการณ์ร่วม จะมีอำนาจหน้าที่ ในการติดตาม ตรวจสอบ และ ประเมินแนวโน้มของ สถานการณ์ที่อาจ ส่งผลกระทบ ต่อความสงบเรียบร้อย ต่อประชาชน และเป็นภัยต่อ ความมั่นคงของรัฐ พร้อมกับเสนอ มาตรการ และแนวทางปฏิบัติ เพิ่มต่อ นายกรัฐมนตรี


ทั้งนี้ สถานการณ์ ความไม่สงบเรียบร้อย ในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังอยู่ใน ความรับผิดชอบหลัก ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในการแก้ปัญหา และกองทัพบก จะสนับสนุน ภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย ในฐานะ ผู้ช่วยเหลือ เจ้าพนักงาน ตามแผนและขั้นตอน ที่ สตช. กำหนดไว้ ดังนั้น หากเกิดเหตุการณ์ ความไม่สงบเรียบร้อย ต่อรัฐสภา ต้องถือว่า เป็นภาระหน้าที่ ที่สตช. จะให้การรักษาความปลอดภัย


นายสามารถ กล่าวว่า ผบ.ทบ. ยังระบุว่า กองทัพบก ในฐานะ ผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน จะสนับสนุนกำลังเพิ่มเติม เมื่อได้รับการร้องขอ อย่างเต็มขีด ความสามารถ เนื่องจากการใช้กำลังทหาร เข้าปฏิบัติภารกิจ การรักษาความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังไม่มีกฎหมายรองรับ การปฏิบัติของ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร


อย่างไรก็ดี รัฐสภา สามารถพิจารณา ความเหมาะสม ในประเด็น ห้วงเวลา และสถานที่ ในการประชุม ให้มีความสอดคล้อง กับสถานการณ์ หากกรณี มีสิ่งบอกเหตุ ที่จะมีการเผชิญหน้ากัน ระหว่างมวลชน ฝ่ายต่างๆ เพื่อลดความตึงเครียด จนกว่าสถานการณ์ จะคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น เพื่อใช้ ประกอบ การพิจารณา กำหนดการประชุมสภา ได้เช่นเดียวกัน


นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ประธานวิปฝ่ายค้าน อภิปรายว่า หากมีการชุมนุม หน้ารัฐสภา ขึ้นอีก รัฐสภา มีแผน รองรับเหตุการณ์ หรือไม่ เพราะวันที่ 7 ตุลาคม รัฐบาลอ้างความจำเป็นว่า ต้องแถลง นโยบายของรัฐบาล ให้ได้ทันตามกรอบเวลา ที่รัฐธรรมนูญ กำหนดไว้ ภายใน 15 วัน หลังได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะครบกำหนด ในวันที่ 9 ตุลาคม และในวันนั้น ประธานรัฐสภา เตรียมแผน การเลื่อนประชุม หรือเปลี่ยน สถานที่ประชุม ได้หรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้ อย่างชัดเจนว่า จำเป็นต้องแถลงนโยบาย ที่รัฐสภา หรือไม่ แต่ประธานรัฐสภา ยืนยันว่า ต้องแถลง ที่รัฐสภา จะไปที่อื่นได้อย่างไร ในที่สุด ก็มี เหตุการณ์สลายการชุมนุม เกิดขึ้น


นาย บุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายโดยนำ วีซีดี “ตำรวจฆ่าประชาชน” ที่บันทึกเหตุการณ์ สลายชุมชุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม มาแสดง ในที่ประชุม พร้อมระบุว่า หากมีการชุมนุมเกิดขึ้น ที่รัฐสภาอีก อย่าใช้ตำรวจ ชุดฆ่าประชาชน เหมือนที่ผ่านมา ต้องใช้ตำรวจ ที่มีความรู้ มีความคิด สามารถควบคุมประชาชน ได้อย่างแท้จริง


ขณะที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน อภิปรายว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมี วีซีดีอยู่ 2 ชุด สำหรับตนมีชุด “พันธมิตรฯ ฆ่าประชาชน” ซึ่งตนไม่อยาก ให้ด่วนสรุปเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ควรรอผลการสอบสวน โดยคณะกรรมการ ที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้น ซึ่งไม่ว่า กรณีคาร์บอมบ์ หน้าพรรคชาติไทย หรือ น้องโบว์ (น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ ) ที่เสียชีวิต ในเหตุการณ์นั้น ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐสภา


ทั้งนี้ ตนสนับสนุน การตัดสินใจ เปิดประชุมของ ประธานรัฐสภา ส่วนการบอยคอต ของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จะเกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์ คาร์บอมบ์ ที่มีคนของ กลุ่มพันธมิตรฯ เสียชีวิต ในที่เกิดเหตุ และ จะมีการเตรียมการ ทำอะไรในสภา หรือไม่ คงต้องติดตาม การตรวจสอบ ต่อไป แต่มีข้อสังเกตว่า วันนั้นกล้องวงจรปิด รัฐสภา มีผ้าสีดำ ปิดไว้หมด และมีความพยายาม พังประตูรัฐสภา เข้าไป


“คนเป็นสมาชิกรัฐสภา ต้องร่วมกันแก้ปัญหา ไม่ใช่ไปพาพวก มาปิดล้อม ผมเชื่อว่า ถ้าผลสอบสวนออกมา ระบุว่า รัฐบาลผิด ไม่มีใครหน้าด้าน อยู่ต่อไป อย่างไรก็ดี ขอถาม พรรคประชาธิปัตย์ ว่า วันนั้น นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน ได้เข้าประชุม ด้วยหรือไม่ คนเป็นสมาชิก แต่ไม่เข้าทำหน้าที่ แล้วไปร่วมชุมนุม หรือรู้เห็นเป็นใจ ให้เกิดเหตุการณ์ มีแผนการอะไรหรือไม่” นายจตุพร กล่าว


นพ. อสิ มะหะมัดยังกี ส.ส.สตูล พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนเป็นผู้หนึ่ง ที่ถูกสะเก็ดระเบิด เนื่องจากได้เข้าไป สังเกตการณ์ชุมนุมด้วย แต่ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการปิดล้อมรัฐสภา เพื่อล้มรัฐสภา หรือทำให้เกิดความรุนแรง มีวิกฤตในบ้านเมือง และตนไม่ได้หนีไปรักษาตัว ที่บ้าน แต่การรักษาตน อาศัยหลักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่หลักไสยศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ทราบว่า มีการปลุกระดม ประชาชนทางเอ็นบีที โดยคนเรียกว่า “สามเกลอหัวขาด” แต่ตนขอเรียกว่า “สามเกลอหัวเสีย” เพราะหัวมันเสียไปแล้ว ทำให้ นายจตุพร ลุกขึ้นประท้วง ให้ถอนคำพูด ดังกล่าว ในที่สุด นพ.อสิ ยอมถอนคำพูด แต่ยังยืนยันว่า ไม่เป็นไร ตนถอนคำพูดได้ แต่ใจยังคิดอยู่


ด้าน นายสามารถ ชี้แจงว่า ขณะนี้ประธานรัฐสภา มีภารกิจอยู่ที่ต่างประเทศ ตนจะนำข้อคิดเห็น ของสมาชิก นำเสนอ และคงต้อง ประชุม ผู้เกี่ยวข้อง ต่อไป ส่วนวีซีดีในเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม ในฐานะประธาน ตนวางตัวเป็นกลาง และมี วีซีดีทั้งสองชุดแล้ว และตัดบท นำเข้าสู่ วาระการประชุม ต่อไป


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น ที่ประชุมได้พิจารณา วาระรับทราบ รายงานผลการปฏิบัติงาน ประจำปี 2549 ของ คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชน แห่งชาติ อย่างไรก็ดี ส.ส. ทั้งสองฝ่าย ยังหยิบยก เหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม มาอภิปราย และตอบโต้กัน อย่างเคร่งเครียด โดย ส.ส.พรรค พลังประชาชน ได้ตำหนิการทำหน้าที่ ของคณะกรรมการสิทธิฯ ว่า วางตัวไม่เป็นกลาง


โดย นายบุญจง วงค์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชาชน กล่าวว่า สงสัย ความเที่ยงธรรม ในการทำหน้าที่ของ คณะกรรมการสิทธิฯ เหตุการณ์ 7 ตุลาคม ชัดเจนว่า ผู้ชุมนุมวางแผน ไม่ต้องการให้ รัฐบาลแถลงนโยบาย ทั้งที่เป็นหน้าที่ของ รัฐบาล และ สภา การชุมนุม วันนั้น พร้อมก่อ จลาจล แกนนำยั่วยุ ให้ผู้ชุมนุมใช้อาวุธ ส.ส.ข้าราชการ สื่อ ถูกกักขัง หน่วงเหนี่ยวอิสรภาพ หลายชั่วโมง


หากวันนั้น ผู้ชุมนุมบุกเข้ามาได้ คงไม่เหลือ ที่สำคัญ นายเสน่ห์ จามริก ประธาน คณะกรรมการสิทธิฯ ออกมา แถลงสรุปว่า เหตุการณ์สูญเสีย วันดังกล่าว เกิดจากการที่ รัฐบาลต้องการ แถลงนโยบายให้ได้ ไม่ได้ทำตาม กระบวนการยุติธรรม และเป็นฝ่ายผิด ตนขอถามว่า ทำไมจึงสรุป ด้านเดียว และดูแต่ปลายเหตุ แต่ต้องดูต้นเหตุ คือ การปิดล้อม ไม่ให้สมาชิก มาทำหน้าที่ และขอถามว่า การที่ผู้ชุมนุม ปิดถนนราชดำเนิน ยึดทำเนียบ ยึดสถานีเอ็นบีที คณะกรรมการสิทธิฯ ทำไมไม่นำเรื่อง มาพิจารณาว่า เป็นไปตามมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่


ด้าน นายสาทิตย์ ขอให้กำลังใจ คณะกรรมการสิทธิฯ ในการกระตุกสำนึก ของคนที่ใช้อำนาจรัฐ ทั้งนี้ รายงานเมื่อ ปี 2549 พบว่า เกิดการละเมิด สิทธิในกระบวนการยุติธรรม มากสุด และ ผู้ถูกกล่าวหามากสุด คือตำรวจ ก็สะท้อน ถึงเหตุการณ์ 7 ตุลา ด้วย ส่วนที่มี ส.ส. หนุนการเปิดทาง ให้ สมาชิกเข้าสภา ในวันดังกล่าว ขอถามว่า มีสมาชิกบาดเจ็บ ขาขาดกี่คน ส.ส.ออกมาพูด ได้อย่างไรว่า คนที่มาชุมนุม จะเข้ามาฆ่า แล้วเลยต้องฆ่า ก่อนหรือ เช้าวันดังกล่าว มีคนขาขาด ที่ประตูทางเข้า เมื่อถึงขั้นนี้ จะให้ผู้แทนข้ามเข้ามา ประชุมหรือ สภาสามารถ เลื่อนประชุมได้อีก 2 วัน แต่มี การอ้างความจำเป็น ถึงกับต้อง สังเวยชีวิต และรัฐบาล ก็ไม่ออกมารับผิดชอบ วันนี้นายกฯ ก็ไม่มาฟัง คนฝ่ายรัฐบาล ก็ประกาศว่า จะทำสงคราม ประชาชน เจตนายั่วยุ ให้เกิดการปะทะ ตนจึงสงสัย ในท่าทีรัฐบาล เพราะที่มี การระดมคน เป็นกลุ่มของรัฐบาล วันนี้ ตนห่วงมากว่า จะเกิด การนองเลือด ครั้งใหญ่


พ.อ. อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา คนที่ 2 ทำหน้าที่ ประธานการประชุม ชี้แจงว่า ที่นายกฯ และรัฐมนตรี ไม่มา เพราะตอนแรก คณะกรรมการ สิทธิฯ ประสานมาว่า ไม่พร้อม มาชี้แจง ตนเลยจำต้องนำ กฎหมายมา พิจารณาก่อน แต่ตอนบ่าย คณะกรรมการสิทธิฯ แจ้งว่า พร้อม จึงถือเป็น ความบกพร่อง ของตน ในการประสาน กับ ครม.


ผู้สื่อข่าว รายงานว่า จากนั้น ส.ส.ฝ่ายค้าน และ รัฐบาล สลับกัน ขึ้นอภิปราย โดย ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะ พรรคพลังประชาชน อภิปรายโจมตี การทำหน้าที่ ของคณะกรรมการสิทธิฯ โดยเฉพาะ นายเสน่ห์ ที่เคยออกมา หนุนรัฐประหาร 49 และ รีบออกมา แถลงว่า เหตุการณ์ 7 ตุลาคม รัฐบาลผิด จึงห่วงใน วุฒิภาวะ ในการทำหน้าที่ ส่วน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกต ถึงการละเมิดสิทธิ์ ในกระบวนการยุติธรรม


จากนั้น นางสุนี ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชน ชี้แจงว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์ 7 ตุลาคม มีการละเมิด สิทธิมนุษยชน หลายกรณี สำหรับ เหตุการณ์ 7 ตุลาคม คณะกรรมการสิทธิฯ อยู่ระหว่าง การทำรายงาน ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งหมด โดยได้มีโอกาส ไปเยี่ยม ประชาชนผู้บาดเจ็บ ในเหตุการณ์ สลายการชุมนุม ส่วนตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ ได้ไปเยี่ยมเช่นกัน แต่ไม่สามารถ เข้าไปพบได้ เนื่องจากยังอยู่ระหว่าง การพักรักษาตัว ในห้องไอซียู แต่เสียใจ ที่มี การใช้แก๊สน้ำตา เข้าสลายการชุมนุม ซึ่งทำให้เกิดบรรยากาศ ที่น่ากลัว ทำให้ประชาชน แขนขาด ขาขาด


ซึ่งคณะกรรมการสิทธิฯ มีมติให้ ตรวจสอบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีข้อเท็จจริงอย่างไร นอกจากนี้ ยังได้รับ การร้องเรียน จาก นายตี๋ (ชิงชัย เจริญอุดมกิจ ศิลปินนักวาดรูป) ที่ถูกกล่าวหาว่า กำระเบิดในมือ และ น้องโบว์ (น.ส. อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ ) มีระเบิดติดตัวอยู่ ซึ่งเป็นที่น่าสลดใจ ในความสูญเสีย ที่เกิดขึ้นและ เสื่อมเสียเกียรติ ของครอบครัว ทั้งสองคน ที่ถูกกล่าวหา ซึ่งต้องตรวจสอบ ข้อเท็จจริงต่อไป คณะกรรมการสิทธิฯ ไม่ได้ต้องการ ประณามฝ่ายใด ทั้งสิ้น แต่มีหน้าที่ พิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้น โดยยึดหลัก ความเป็นธรรม


นางสุนี กล่าวว่า จาก การตรวจสอบ ที่เกิดขึ้น ฝ่ายตำรวจได้ออกมา ยอมรับว่า มีการใช้ แก๊สน้ำตา สลายการชุมนุมม มากเกินไป ดังนั้น คณะกรรมการสิทธิฯ ต้องการออกมา ป้องปราม ไม่ให้เกิดความรุนแรง ขึ้นอีก แต่รายงานนี้ ยังไม่สมบูรณ์ หากตรวจสอบ ข้อเท็จจริง เรียบร้อย เมื่อไหร่ จะส่งให้ สภารับทราบต่อไป วันนี้ ต้องเร่งหา ข้อเท็จจริง จากทุกฝ่าย ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิฯ เน้นการตรวจสอบ การใช้อำนาจ ของ รัฐ เป็นประเด็นหลัก และต้องการให้ ผลการตรวจสอบครั้งนี้ เป็นบรรทัดฐาน ในการควบคุมการชุมนุม ด้วยความสงบ และ ไม่ใช้ความรุนแรงต่อไป

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 22 ตุลาคม 2551 20:20 น.
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000125751


พิมพ์ ข่าวนี้ ฝ่ายค้านโชว์ ซีดี ตร.ฆ่า ปชช. กลางสภา – พปช.โวยลั่น คกก.สิทธิฯ เข้าข้าง ปชช.


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: