Accom Thailand

November 30, 2008

Anti-Government must die ?

Filed under: ข่าวเมืองไทย — accomthailand @ 00:59

Security guards for anti-government protesters examine the site of a bomb blast during a protest at government house Sunday, Nov. 30, 2008 in Bangkok, Thailand. An emergency official says an explosion inside the Thai prime minister’s besieged office compound has wounded 33 people. The protesters, who have occupied government house, the prime minister’s compound, since August, upped the stakes this week by overrunning Bangkok’s international and domestic aiports and bringing them to a halt in their campaign to oust the government. Photo from AP Photo by APICHART WEERAWONG
30nov-001

An injured anti-government protester is carried on a stretcher to a waiting ambulance after the bomb blast during a protest at government house Sunday, Nov. 30, 2008 in Bangkok, Thailand. An emergency official says an explosion inside the Thai prime minister’s besieged office compound has wounded 33 people. The protesters, who have occupied government house, the prime minister’s compound, since August, upped the stakes this week by overrunning Bangkok’s international and domestic airports and bringing them to a halt in their campaign to oust the government. Photo from AP Photo by APICHART WEERAWONG
30nov-002

Injured anti-government protesters are transported on a pick up truck to hospital after an explosion during a protest at government house Sunday, Nov. 30, 2008 in Bangkok, Thailand. An emergency official says an explosion inside the Thai prime minister’s besieged office compound has wounded 33 people. The protesters, who have occupied government house, the prime minister’s compound, since August, upped the stakes this week by overrunning Bangkok’s international and domestic airports and bringing them to a halt in their campaign to oust the government. Photo from AP Photo by APICHART WEERAWONG
30nov-003

An injured anti-government protester is taken from the scene in a wheel chair after an explosion during a protest at government house Sunday, Nov. 30, 2008 in Bangkok, Thailand. An emergency official says an explosion inside the Thai prime minister’s besieged office compound has wounded 33 people. The protesters, who have occupied government house, the prime minister’s compound, since August, upped the stakes this week by overrunning Bangkok’s international and domestic airports and bringing them to a halt in their campaign to oust the government. Photo from AP Photo by WASON WANICHAKORN
30nov-004

Anti-government protesters with minor injuries wait for treatment outside a medical tent after an explosion during a protest at government house Sunday, Nov. 30, 2008 in Bangkok, Thailand. An emergency official says an explosion inside the Thai prime minister’s besieged office compound has wounded 33 people. The protesters, who have occupied government house, the prime minister’s compound, since August, upped the stakes this week by overrunning Bangkok’s international and domestic airports and bringing them to a halt in their campaign to oust the government. Photo from AP Photo by APICHART WEERAWONG
30nov-005a

A female anti-government protester, right, walks with her injured relative to a waiting ambulance after an explosion during a protest at government house Sunday, Nov. 30, 2008 in Bangkok, Thailand. An emergency official says an explosion inside the Thai prime minister’s besieged office compound has wounded 33 people. The protesters, who have occupied government house, the prime minister’s compound, since August, upped the stakes this week by overrunning Bangkok’s international and domestic airports and bringing them to a halt in their campaign to oust the government. Photo from AP Photo by APICHART WEERAWONG
30nov-006

An injured anti-government protester, left, waits for a first aid treatment in a medic tent after an explosion during a protest at government house Sunday, Nov. 30, 2008 in Bangkok, Thailand. An emergency official says an explosion inside the Thai prime minister’s besieged office compound has wounded 33 people. The protesters, who have occupied government house, the prime minister’s compound, since August, upped the stakes this week by overrunning Bangkok’s international and domestic airports and bringing them to a halt in their campaign to oust the government. Photo from AP Photo by APICHART WEERAWONG
30nov-007

An injured anti-government protester is carried on a stretcher after an explosion during a protest at government house Sunday, Nov. 30, 2008 in Bangkok, Thailand. An emergency official says an explosion inside the Thai prime minister’s besieged office compound has wounded 33 people. The protesters, who have occupied government house, the prime minister’s compound, since August, upped the stakes this week by overrunning Bangkok’s international and domestic airports and bringing them to a halt in their campaign to oust the government. Photo from AP Photo by WASON WANICHAKORN
30nov-008

An injured anti-government protester is attended to by colleagues after an explosion during a protest at government house Sunday, Nov. 30, 2008 in Bangkok, Thailand. An emergency official says an explosion inside the Thai prime minister’s besieged office compound has wounded 33 people. The protesters, who have occupied government house, the prime minister’s compound, since August, upped the stakes this week by overrunning Bangkok’s international and domestic airports and bringing them to a halt in their campaign to oust the government. Photo from AP Photo by WASON WANICHAKORN
30nov-009


พิมพ์ ข่าวนี้ สัตว์นรกกัดไม่ปล่อยปาระเบิดใส่เวทีทำเนียบฯ พธม.เจ็บ!

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

ด่วน !!!! สัตว์นรก ปาระเบิด M79 ใส่เวทีทำเนียบฯ พธม. บาดเจ็บ 51 โดยสาหัสไม่ต่ำกว่า 4 คน!

551000015205906
551000015205905
551000015205904
551000015205903


ประมวลภาพ จาก ทำเนียบ ทื่เกิดเหตุระเบิด ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 30 พฤศจิกายน 2551 01:28 น.

สัตว์นรกกัดไม่ปล่อยปาระเบิดใส่เวทีทำเนียบฯ พธม.เจ็บ!

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 30 พฤศจิกายน 2551 00:12 น. updated 01:17 น.

สัตว์นรกกัดไม่เลิก! ปาระเบิดใส่พันธมิตรฯ ใกล้เวทีภายในทำเนียบรัฐบาล บาดเจ็บรายหลาย เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต การ์ดพันธมิตรฯ รีบนำตัวผู้บาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาล ไม่หนำใจ ลอบยิงระเบิดใส่ “เอเอสทีวี” อีก

วันนี้(29 พ.ย.)เมื่อเวลา 23.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุ คนร้ายลอบยิงระเบิด ใส่กลุ่มผู้ชุมนุม พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ใกล้เวที ทำเนียบรัฐบาล จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ จำนวนหลายราย โดยขณะนี้ การ์ดพันธมิตรฯ กำลังนำตัวผู้บาดเจ็บส่ง โรงพยาบาล และในจำนวนผู้บาดเจ็บ มีช่างกล้องของ เอเอสทีวีด้วย

จากการตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุบริเวณหลังคาเต้นท์ มีรอยถูกยิงเป็น ช่องโหว่ขนาดใหญ่ ห่างจากเวที ประมาณ 20 เมตร ส่วนบริเวณพื้น ในที่เกิดเหตุ พบสะเก็ดระเบิดเป็น เศษอลูมิเนียม พลาสติก และรอยเลือด โดยผู้ชุมนุมบาดเจ็บเล็กน้อย 47 คน


อาการสาหัส อยู่ห้องไอซียู จำนวน 4 คน คือ
1.นางสาวกาญจนา หมื่นหนู อายุ 27 ปี มีอาการปอดฉีก แพทย์ต้องปั้มหัวใจ
2.นางจิตรา จินตนธรรม อายุ 57 ปี
3.นางสาวสุพรรณา ไม่ทราบนามสกุล และ
นางเพียงใจ ไม่ทราบนามสกุล

ซึ่งหลังเกิดเหตุแพทย์อาสาและ การ์ดพันธมิตรฯได้ทยอยนำผู้บาดเจ็บทั้งหมด ส่งรพ.รามาธิบดี รพ.พระมงกฎเกล้าฯ และรพ.วชิระ

นางสาวหทัยรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล)อายุ 36 ปี ผู้บาดเจ็บ ที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุ ตนนั่งอยู่ ห่างจุดที่ระเบิดลง ประมาณ 5 เมตร โดยนั่งอยู่กับ เพื่อน 3-4 คน ตั้งแต่เวลา 1 ทุ่ม จนถึงช่วงที่เกิดเหตุ ตนเห็นแสงไฟแลบ และระเบิดดังสนั่น

ผู้ชุมนุมต่างก้มหมอบลงกับพื้น โดยตนถูกสะเก็ดระเบิด ที่แขนขวา บาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนเพื่อนที่มาด้วยกัน ได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณหลังมีเลือดไหล หลังจากนั้น แพทย์ก็ได้มาช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล

จากการสอบถาม การ์ดพันธมิตรฯ คาดว่า คนร้ายยิงเอ็ม 79 เข้ามา เหมือนระเบิดครั้งก่อน และเป็นจุดใกล้เคียง ที่ทำให้ นายเจนกิจ กลัดสาคร พันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จ.ชลบุรี เสียชีวิตจาก เหตุการณ์ระเบิดใน ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเช้ามืดวันที่ 20 พ.ย. 2551

เบื้องต้นสันนิษฐานว่า คนร้าย น่าจะยิงมาจากทางบริเวณ ด้านข้าง ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์เพื่อการเกษตร (ธกส.) ใกล้อาคารก่อสร้าง ของ เทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพณิชยการพระนคร หรือบริเวณตรอกใกล้ วัดเบญจมบพิตร โดยปืนชนิดเอ็ม 79 นั้น เป็นอาวุธสงครามที่ ตำรวจตระเวนชายแดน มีความถนัดและชำนาญ ในการใช้มากที่สุด


หลังจากนั้นเมื่อเวลา 00.15 น.ที่ผ่านมา คนร้ายได้ยิงระเบิดเข้าใส่สำนักงานเอเสทีวีที่บ้านเจ้าพระยาถนนพระอาทิตย์ จำนวน 2 ลูก พร้อมกับยิง อาวุธสงคราม เข้าใส่จาก ทางแม่น้ำเจ้าหลายนัด หลังจากนั้น มีเสียงยืนปืนตอบโต้กันไปมา เป็นเวลาประมาณ 10 นาที ก่อนที่จะเงียบเสียงไป

หลังจากนั้นเมื่อเวลา 00.15 น.ที่ผ่านมา คนร้ายได้ยิงระเบิดเข้าใส่ สำนักงานเอเสทีวีที่บ้านเจ้าพระยา ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กทม. จำนวน 2 ลูก พร้อมกับยิง อาวุธสงคราม คาดว่าเป็นปืนอาก้า เข้าใส่จาก ทางแม่น้ำเจ้าหลายนัด

จากการสอบถาม นายสมเจตน์ ศาลาวงศ์ อปพร. ประจำจุดท่าพระอาทิตย์ ซึ่งทำหน้าที่ อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ กล่าวว่าคนร้าย ที่ลอบก่อเหตุ นั่งเรือมา กัน 2 ลำ โดยอาศัยอำพราง กับความมืด ล่องเรือทาง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณด้านหลัง สำนักงานเอเอสทีวี ก่อนที่จะยิงระเบิดใส่ สำนักงานเอเสทีวี 2 ลูก และยิงอาวุธปืน ใส่อีกหลายนัด จนเสียงดังสนั่น ก่อนที่จะนั่งเรือ หลบหนีไป

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของสำนักงานเอเอสทีวี ได้เพิ่มมาตราการ รักษาความปลอดภัย โดยการนำ แผงเหล็กมากั้น ปิดถนนพระอาทิตย์ บริเวณด้านหน้า สำนักงานเอเอสทีวี อีกด้วย

ต่อมาเมื่อเวลา 00.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ชนะสงคราม นำโดย พ.ต.อ.ขิง แขวงวิเศษชัยชาญ ผกก.สน.ชนะสงคราม ได้เดินทาง มาดูที่เกิดเหตุ กล่าวเพียงสั้นๆว่า มีแต่เสียงดัง ไม่มีผู้บาดเจ็บ จึงสั่งให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงบันทึกประจำวัน เอาไว้ โดยเช้าวันนี้ จะมาดูจุดเกิดเหตุ อีกครั้ง เพื่อหา ร่องรอย เหตุระเบิดครั้งนี้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว 30 พฤศจิกายน 2551 00:12 น.
http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000141379


พิมพ์ ข่าวนี้ สัตว์นรกกัดไม่ปล่อยปาระเบิดใส่เวทีทำเนียบฯ พธม.เจ็บ!

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

November 29, 2008

ตำรวจใช้ข่าวลวง หลอกว่าจะไม่ใช้ความรุนแรง 9.20 น. แต่เริ่มปะทะประชาชนอีกแล้ว


10.19 สนธิแถลง สดผ่าน ASTV เตรียมสู้ตาย
พร้อมรับมือการที่ ตำรวจเตรียมบุกยึด ระงับการถ่ายทอด
ระบุ ทักษิณ นั่งบัญชาการจาก Hongkong


Click Here ดูที่นี่
ทักษิณ นั่งบัญชาการจาก Hongkong


เมื่อเวลา 9.20 น. ตำรวจ 200 เริ่มปะทะ


ประชาชน 2000 ที่ทางขึ้นชั้น 4 สนามบินสุวรรณภูมิ


ลุงจำลอง บัญชาการ เรียกชุมนุมพล พันธมิตรให้


ทั้งหมดมาที่ทำเนียบ ใช้เป็นศูนย์กลาง สงครามครั้งสุดท้าย


ASTV อาจถูกตัดสัญญาณ


ระวัง โกวิท ปล่อยข่าวลวง

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ตร. เริ่มยุทธการโหด ล้อม “สุวรรณภูมิ” ปิดทาง ส่งเสบียง จับตัวพันธมิตรฯ ที่ส่งเสบียง

551000015189704


ตร.ล้อม “สุวรรณภูมิ” ปิดทางพันธมิตรฯ ส่งเสบียง –
“ลุงจำลอง” ระดมพล แซนด์วิช

551000015189707
ตำรวจปิดล้อม”สุวรรณภูมิ” ตัดทาง พันธมิตรฯ ส่งเสบียง-กำลังคนเข้าสมทบ “ลุงจำลอง” นำกำลังจากทำเนียบ เข้าสมทบ พร้อมระดมจากพื้นที่ สมุทรปราการ และภาคตะวันออก เข้าโอบล้อมตำรวจ อีกชั้น เพื่อเปิดทางเข้าไปข้างใน ด้านที่มั่นทำเนียบฯ เตรียมพร้อม หลังตำรวจเสริมกำลัง แยกมิสกวัน มากผิดปรกติ ส่วนดอนเมือง ต้องการคนสมทบเช่นกัน
551000015189703

ตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น. วันนี้ (29พ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตั้งด่านสกัดบนถนนมอเตอร์เวย์ ทางเข้า สนามบินสุวรรณภูมิ เรียกตรวจรถทุกคัน ที่วิ่งผ่านอย่างละเอียด พร้อมกับ ห้ามเข้าไปใน สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ยังปักหลักชุมนุมอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ ตำรวจได้อ้างว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม พ.ร.ก. บริหารราชการแผ่นดิน ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีการประกาศใช้ ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ และ สนามบินดอนเมือง
551000015189705

เวลา 06.30 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ขึ้นประกาศบนเวที ในทำเนียบรัฐบาล ถึงการนำ พี่น้อง ประชาชนหลายพันคน ที่เดินทางมาจาก ต่างจังหวัดมายัง ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเดินทางต่อไปยัง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยให้แต่ละคน เตรียม อาหารแห้ง หรือขนมปัง ติดตัวไปด้วย ทั้งนี้ได้จัดรถ เตรียมไปสนามบินสุวรรณภูมิ ไว้ที่เต็นท์ใบประกาศ
551000015189706
พล.ต. จำลอง กล่าวว่า ตำรวจและอาสาสมัครทหารพราน ได้ปิดทางเข้า สนามบินสุวรรณภูมิไว้แล้ว โดยไม่ให้มี การนำอาหาร หรือคนเข้าไป ให้ออกมาได้อย่างเดียว ตามแผนการ ที่จะสลายการชุมนุมพวกเรา แต่ตำรวจคงไม่ใช้ความรุนแรง เพราะใช้มาแล้ว ในวันที่ 7 ตุลาฯ ทำให้ ภาพลักษณ์ เสียหาย อย่างไรก็ตาม ทางพันธมิตรฯ จะนำคนเข้าไป ปิดล้อมตำรวจ อีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้ตำรวจ เปิดทางให้ ประชาชนเข้าไปสมทบ ในพื้นที่สุวรรณภูมิให้ได้


ต่อมาเวลา 07.00 น. พล.ต.จำลอง ขึ้นมาประกาศบนเวทีว่า มีการเพิ่มกำลังตำรวจ มากผิดปกติ ทางด้านแยกสวนมิสกวัน แต่ไม่ต้องตกใจ ให้การ์ดตรงจุดนั้น ทำหน้าที่ให้เต็มที่ ส่วนการ์ดจุดอื่น ไม่ต้องเฮโลไป อย่าเป็นไทยมุง เดี๋ยวจะโดนตีตลบ และการ์ดแต่ละจุด ได้เตรียมไว้ พอดีแล้ว


ขณะที่นางสาวอัญชลี ไพรีรัก ประกาศบนเวทีว่า สนามบินสุวรรณภูมิ กำลังต้องการกำลังคน อย่างเร่งด่วน เพื่อบีบให้ ตำรวจเปิดทาง ส่งเสบียง เข้าไปข้างใน โดยเรียกร้องให้ ชาวสมุทรปราการ ใช้โอกาสนี้ ในการปลดแอกจาก พรรคพลังประชาชน ด้วยการเข้าร่วมพันธมิตรฯ เริ่มจากการไป ร่วมชุมนุมที่ สนามบินสุวรรณภูมิ วันนี้ ส่วนพี่น้องพันธมิตรฯ ที่มาจาก จังหวัดชลบุรี หรือจังหวัดอื่น ทางภาคตะวนออก ให้เข้าสมทบที่ สนามบิน สุวรรณภูมิทันที

ส่วนที่ สนามบินดอนเมือง ก็ต้องการ กำลังคนสมทบเช่นกัน เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ตรึงกำลังอยู่ ฉวยโอกาส เข้าสลายการชุมนุม และไม่ต้อง แบ่งคน ไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ

ต่อมาเวลา 08.15 น. นายอมร อมรรัตนานนท์ โฆษกบนเวทีปราศรัย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ได้แจ้งให้ผู้ชุมนุม เตรียมตัวเพื่อ 15 นาที ข้างหน้า จะมี กิจกรรม โดยการให้คนที่มีรถปิ๊กอัพ มาด้วย เอารถไปขนขยะ ไปกองไว้ ที่แนวตำรวจ และตั้งขบวนชุมนุม อยู่ด้านใน รอให้ประชาชน ที่จะเดินทาง มาสมทบ ชุมนุมประกบ อยู่ด้านนอก ในลักษณะ แซนด์วิช


‘วาทะร้อน’ คลุมเครือเพื่อดึงดูด


ทั้งนี้ มีรายงานว่านอกจาก ตำรวจจะสกัดไม่ให้ รถเสบียงเข้าไปแล้ว รถพยาบาลฉุกเฉิน ของสภากาชาด ที่จะเข้าไปประจำการ เพื่อดูแลผู้ป่วย ตามปกติ ก็ไม่สามารถ เข้าไปได้


ขณะเดียวกัน มีความพยายาม ที่จะตัดสัญญาณ การถ่ายทอดสดของ เอเอสทีวี จากที่ชุมนุม ในสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว 29 พฤศจิกายน 2551 07:42 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000141224


พิมพ์ ข่าวนี้ ตร.ล้อม “สุวรรณภูมิ”ปิดทางพันธมิตรฯ ส่งเสบียง -“ลุงจำลอง”ระดมพลแซนด์วิช

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

November 28, 2008

ปลดฟ้าผ่า “พัชรวาท” เซ่น ม็อบพันธมิตรฯ

ปลดฟ้าผ่า “พัชรวาท” เซ่นม็อบพันธมิตรฯ


“สมชาย”ไม่สนสังคม สั่งปลด”พัชรวาท” ผบ.ตร. ช่วยราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้ง”ปทีป” รักษาการแทน มีผลวันนี้เป็นต้นไป อ้างไม่ปราบ พันธมิตร ขั้นเด็ดขาด


วันนี้ (28 พ.ย.) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งสำนักนายรัฐมนตรี ที่ 305/2551 ให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มาปฎิบัติงาน สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนของ สังกัดเดิมไปก่อนและ ให้


พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ เจรตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รักษาราชการแทน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2551


อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า สำหรับเหตุผล การสั่งโยกย้าย ผบ.ตร.ในครั้งนี้ เหตุผลหลัก นายกรัฐมนตรี อ้างว่า เนื่องจาก ไม่สนองนโยบายรัฐบาล ในการ แก้ไขปัญหาการชุมนุมของ กลุ่มพันธมิตร ขั้นเด็ดขาด


สำหรับประวัติของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นน้องชายสายเลือดเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการทหารบก ที่เป็น เพื่อนร่วมรุ่นกับ คณะมนตรีความมั่งคงแห่งชาติ เกือบทั้งคณะ เกิดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2492 เป็นคนบางกะปิ กรุงเทพฯ


เรียนเตรียมทหาร รุ่น 9 นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 25 บรรจุที่ กองกำกับการ สนับสุนนทางอากาศ กองบัญชาการ ตำรวจตระเวนชายแดน (กก.สอ.ตชด.) โยกเป็นรองสารวัตรที่ กองทะเบียน แล้วย้ายมาดูงานกำลังพลที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ก่อนขึ้นเป็นผู้กำกับการ และรองผู้บังคับการ ที่กองบังคับการตำรวจทางหลวง เป็นผู้บังคับการกองพลาธิการ เป็นผู้ช่วยผบช.ก. เป็นรอง ผบช.ภ.3 แล้วเลื่อนยศเป็น พล.ต.ท.ในตำแหน่ง ผบช.ประจำ ตร.


ก่อนเป็น ผบช.สันติบาล เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.ทำหน้าที่ที่ปรึกษา บก.สส.และขึ้นเป็นรอง ผบ.ตร.ในปี พ.ศ.2548 ดูแลงานด้านบริหาร ก่อนสลับมา คุมงานด้านป้องกันปราบปราม เมื่อตุลาคม 2549 เพราะมีอาวุโสอันดับต้นๆ จึงมีชื่อเป็น แคนดิเดต ผบ.ตร.โดยจะเกษียณอายุราชการในปี 2552

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤศจิกายน 2551 17:58 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000141106


พิมพ์ ข่าวนี้ ปลดฟ้าผ่า “พัชรวาท” เซ่น ม็อบพันธมิตรฯ


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

แกนนำทหารเสือฯ เผยนาที สัตว์นรกฆ่าพ่อ -แฉ “เชียงใหม่51” ซ่องสุม ทำลายสถาบัน

เจ้าขภ?? วิหคเรดิโภเชียงใหม่ เปิดใจ บนเวทีพันธมิตร เผยนาที สัตว์นรกเสื้ภ??ดง รุมฆ่าพ่ภ??ายต่ภ??น้า

เจ้าของ วิหคเรดิโอ เชียงใหม่ เปิดใจ บนเวทีพันธมิตร เผยนาที สัตว์นรกเสื้อแดง รุมฆ่าพ่อตายต่อหน้า

แกนนำ ทหารเสือฯ เผยนาที สัตว์นรกฆ่าพ่อ-
แฉ “เชียงใหม่51” ซ่องสุมทำลายสถาบัน


ผู้จัดการออนไลน์ – วานนี้ เจ้าของ “วิหคเรดิโอ” เชียงใหม่ เปิดใจ บนเวทีพันธมิตร เผยนาที “สัตว์นรกเสื้อแดง” รุมฆ่าพ่อตายต่อหน้า แฉ “กลุ่มรักเชียงใหม่ 51” ซ่องสุมบ่อนทำลายสถาบัน มีแผนเผาพระราชฐาน มาแล้วถึง 2 ครั้ง พร้อมชี้ แหล่งน้ำเลี้ยง กระจายสู่ ส.ส. ผ่านแบงก์ ต่างประเทศ ยืนยัน ขอถวายชีวิต สู้ต่อ เพื่อปกป้อง ราชวงศ์จักรี


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายเทิดศักดิ์ แกนนำวิหคเรดิโอ เปิดใจ
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายเทิดศักดิ์ แกนนำวิหคเรดิโอ เปิดใจ (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายเทิดศักดิ์ แกนนำวิหคเรดิโอ เปิดใจ (256 K)

จาก manager multimedia


คลิกที่นี่ เพื่อดาวน์โหลด นายเทิดศักดิ์ แกนนำวิหคเรดิโอ เปิดใจ


นายเทิดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา แกนนำกลุ่มทหารเสืภ??ระราชา

นายเทิดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา แกนนำ กลุ่มทหารเสือพระราชา


วานนี้ (27 พ.ย.) นายเทิดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา แกนนำกลุ่มทหารเสือพระราชา, สถานีวิทยุวิหคเรดิโอ 89.0 เมกะเฮิตซ์ แนวร่วมพันธมิตรฯ จ.เชียงใหม่ ได้ขึ้นเวทีปราศรัย ของ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ที่ทำเนียบบรัฐบาล โดยได้กล่าวถึง การต่อสู้ของ พันธมิตรฯ ในจังหวัดเชียงใหม่ว่า เป้นไป ด้วย ความยากลำบาก เพราะเกือบทั้งจังหวัด รวมทั้ง ข้าราชการส่วนใหญ่ ล้วนเป้นคนเสื้อแดง เหตุผลเดียว ที่เราปักหลักสู้มา 6 เดือน ก็เพื่อ ต่อต้าน พวกเสื้อแดง ที่มีเป้าหมาย ล้มล้างสถาบัน พระมหากษัตริย์ โดยอยู่ที่ ชมรมคนรักทักษิณ หรือกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 นั่นเอง


นายเทิดศักดิ์กล่าวว่า ภาพไม่เหมาะสม ที่ทำให้ สถาบันเสียหาย ที่มีการเผยแพร่ไป ทั่วประเทศนั้น ล้วนถูกตัดต่อ ที่เชียงใหม่ และผลิตที่ โรงแรม แกรนด์วโรรส นี่คือจุดที่ทำให้ เราสู้ไม่ถอย แม้จะถูกรังแก มากมาย 15 ครั้ง กรุงเทพฯ โดนระเบิด เราก็โดน ในวันเวลา เดียวกัน อะไรเกิด ที่กรุงเทพ เชียงใหม่ ก็เหมือนกัน


สำหรับเหตุการณ์ ที่กลุ่มคนเสื้อแดง เข้าไปยิงปืนใส่ สถานีวิทยุวิหคเรดิโอ วานก่อนนี้ (26 พ.ย.) เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เพราะ ตำรวจเป็นคนชี้ และให้ นปก. เข้ามาระดมยิงทั้ง ปืน ระเบิด เป็นร้อยๆ ลูก เหมือนสงครามกลางเมือง เกิดขึ้นที่ เชียงใหม่ ซึ่ง นักข่าว CNN ได้นำส่งภาพนี้ เพื่อ ประณาม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรแล้ว โดยอาวุธปืน ที่ใช้เป็น .38 และ .357 ของตำรวจ ทั้งสิ้น รวมถึงข้าราชการ โดยพวกนี้ ได้รับ เงินเดือนพิเศษ จากลอนดอน อีกคนละ 50,000 บาท อีกด้วย


ทั้งนี้ เราได้เปิดโปง ขบวนการ ล้มเจ้า ล้มล้าง พระมหากษัตริย์ มาโดยตลอด คนพวกนี้ได้เปิด ยุทธการโจมตี พระราชินีและ ราชวงศ์ รวมถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี นายสุชาติ นาคบางไทร ที่กล่าวจาบจ้วง ก็อยู่ใน กระบวนการนี้


มันล้ภ??พวกเราทั้งหน้าหลัง ยิงพวกเราได้รับบาดเจ็บเป็นผู้หญิง 2 คน เมื่ภ??ิงเสร็จไม่ยภ??ให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาล

มันล้อมพวกเราทั้งหน้าหลัง ยิงพวกเราได้รับบาดเจ็บ เป็นผู้หญิง 2 คน เมื่อยิงเสร็จ ไม่ยอมให้ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาล


“วานนี้มันล้อมพวกเรา ทั้งหน้าหลัง ยิงพวกเรา ได้รับบาดเจ็บเป็น ผู้หญิง 2 คน เมื่อยิงเสร็จ ไม่ยอมให้ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ไปส่ง โรงพยาบาล ซึ่งต่อมาได้ยิงอย่างหนัก จนคุณพ่อได้เอารถไป ขวางและ เกิดเกตุการณ์ ดังกล่าวขึ้น ซึ่งมันได้ฟัน แขนข้างขวา เกือบขาด”


นายเทิดศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตนและพ่อ ถูกคุกคามจากกลุ่ม คนเสื้อแดง มาโดยตลอด และพ่อได้พูด ครั้งสุดท้ายกับตน เพียงคำเดียวว่า “สู้” พ่อเป็นคน ที่อยู่ข้างตนตลอดเวลา หลังจากพ่อเสียชีวิต ตั้งปฏิธานว่า จะไม่นำศพของคุณพ่อ ไปประกอบพิธีทางศาสนา จนกว่า พันธมิตร จะได้รับชัยชนะ


นายเทิดศักดิ์ ย้ำว่า เชียงใหม่ กลายเป็น ที่รวมของ พวกที่ต้องการ ทำลายสถาบัน เป็นที่ตั้ง มหาวิทยาลัยเที่นยงคืน รัฐธรรมนูญฉบับ หมอเหวง ก็เขียนที่ เชียงใหม่ รวมทั้งการเผา พระราชตำหนัก ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ คาร์บอมบ์ อยู่ๆ มีไฟไหม้ป่า จนลามเป็น เขตพระราชฐาน อีกเหตุการณ์ที่ พระตำหนักดอยตุง เชียงราย ก็เช่นกัน


ขณะเดียวกัน พวกนี้มีแผน ที่จะยกเชียงใหม่ให้เป็น เมืองหลวงแทนกรุงเทพมหานคร โดยมีการรื้อถอน บ้านเรือนจำนวนมาก เพื่อขยายถนน มีเงิน จำนวนกว่า 5 บัญชี อยู่ต่างประเทศ ไว้โอนให้ ส.ส. ไทยรักไทย ผ่านธนาคาร สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด


อย่างไรก็ตาม นายเทิดศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตนได้รับสมัครอาสา ทหารเสือพระราชา ตอนนี้มี ผู้มาร่วมกับเรา 4.7 พันคน ซึ่งเราอยากขยายไปยัง ลำพูน ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ให้ทั่วถึง


โดยการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาเราแพ้ ดังนั้นหมายความว่า การที่จะชนะ ทักษิณให้ได้ เราต้องยึดภาคเหนือตอนบน ไว้ให้ได้ทั้งหมด พวกเราจึงพร้อม ที่จะอยู่ใน พื้นที่สีแดง เพื่อดำเนินการเรื่องนี้ต่อ เพื่อพระองค์ท่าน เราไม่กลัว แม้ตอนนี้ มันประกาศให้ ทุกคนตามไล่ล่าตน โดยประกาศ ป้ายทะเบียน ของตน ให้พวกมันรู้


สุดท้าย นายเทิดศักดิ์ ได้เชิญชวน พี่น้องพันธมิตร ทุกคน ปฏิญาณตน จะรักษาและ ปกป้องราชวงศ์จักรี ทุกพระองค์ ยิ่งชีพ

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤศจิกายน 2551 06:49 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000140724


พิมพ์ ข่าวนี้ แกนนำทหารเสือฯ เผยนาทีสัตว์นรก ฆ่าพ่อ – แฉ “เชียงใหม่51” ซ่องสุมทำลายสถาบัน


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

November 27, 2008

สมาคมผู้ประกอบการกิจการฮัจย์ ยื่นหนังสือต่อ ก.วัฒฯ ช่วยเหลือ ชาวไทยมุสลิม และ ประเทศเพื่อนบ้าน


สมาคมผู้ประกอบการกิจการฮัจย์
ยื่นหนังสือต่อ ก.วัฒฯ
ช่วยเหลือชาวไทยมุสลิม
และ ประเทศเพื่อนบ้าน


สมาคมผู้ประกอบการกิจการฮัจย์ ยื่นหนังสือต่อ กระทรวงวัฒนธรรม ช่วยเหลือชาวไทย มุสลิม และประเทศเพื่อนบ้าน ที่จะเดินทางไปแสวงบุญ ที่ ประเทศ ซาอุดิอาระเบีย ที่ยังตกค้างอยู่กว่า 3 พันคน พร้อมยื่นข้อเสนอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการต่อไป


นายอนุรักษ์ วันแอเลาะ เลขาธิการ สมาคมผู้ประกอบการกิจการฮัจย์ พร้อมผู้ประกอบการ ฮัจย์ประมาณ 10 คน เดินทางมายื่นหนังสือต่อ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะ ประธานคณะกรรมการ ส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย ขอให้ช่วยเหลือ การเดินทางไป แสวงบุญ ของชาวไทยมุสลิม ซึ่งจะเริ่มขึ้น ในวันที่ 7 ธันวาคมนี้


ซึ่งประเทศซาอุดิอาระเบีย กำหนดการเดินทางของ ผู้แสวงบุญจากทั่วโลก ซึ่งต้องเดินทางถึง ประเทศซาอุดิอาระเบีย ในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ ในเวลา 24.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น แต่สถานการณ์ในประเทศไทย ที่เกิดขึ้น ขณะนี้ ส่งผลให้ พี่น้องชาวไทยมุสลิม จำนวนกว่า 2,000 คน ไม่สามารถเดินทาง ไป ประกอบพิธีฮัจย์ ในปีนี้ได้

ทั้งนี้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางออกโดยยื่นขอเสนอ 3 ข้อ คือ

1. ขอให้เปิดสนามบินใดสนามบินหนึ่งเพื่อให้เครื่องบินส่งผู้แสวงบุญไปประกอบพิธีฮัจย์ ซึ่งผู้ประกอบการพร้อมจะ อำนวยความสะดวก ผู้แสวงบุญ เดินทางไปขึ้นที่ สนามบินนั้นๆ

2. ขอให้สายการบินไทยที่บินที่อยู่ ต่างประเทศมารับผู้แสวงบุญไป ซาอุดิอาระเบีย โดยสามารถนำตั๋วเครื่องบินเดิม หรือปรับเปลี่ยน ออกเป็น ตั๋วเครื่องบินใหม่ ให้ และ

3. ขอให้ ทางการ ซาอุดิอาระเบีย เลื่อนเวลา ปิดรับผู้แสวงบุญ ออกไปอีก 1-2 วัน เพื่อช่วยเหลือผู้แสวงบุญ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

นายอนุรักษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับปีนี้ไทยได้รับการตอบรับจาก ทางการซาอุดิอาระเบีย ให้ผู้เดินทางไป ประกอบพิธีฮัจย์ทั้งสิ้น 15,000 คน ซึ่งได้ทยอยเดินทาง ไปแล้วกว่า 13,000 คน ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม และยังตกค้างอยู่ เนื่องจาก สถานการณ์การเมือง และการปิดสนามบิน นานาชาติสุวรรณภูมิ

นอกจากนี้ยังมีผู้แสวงบุญประเทศเพื่อนบ้านที่มาขอวีซ่า และขึ้นเครื่องที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อีกว่า 1,000 คน ประกอบด้วย กัมพูชา เวียดนาม และพม่า โดยผู้แสวงบุญทุกคนได้จ่ายเงินค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พักไว้แล้วประมาณคนละ 40,000 บาท

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ : 27 พฤศจิกายน 2551 ผู้สื่อข่าว : ผู้สื่อข่าว : มาลี ไชโย Rewriter : พรภัสสร ปิ่นสกุล
http://thainews.prd.go.th/view.php?m_newsid=255111270296&tb=N255111&showpic=1&position=6075&pn=Hotnews-255111270296.jpg


พิมพ์ ข่าวนี้ สมาคมผู้ประกอบการกิจการฮัจย์ ยื่นหนังสือต่อ ก.วัฒฯ ช่วยเหลือชาวไทยมุสลิม และ ประเทศเพื่อนบ้าน

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

กองทัพบก ระบุ รัฐบาล ต้องรับผิดชอบ เหตุการณ์ หลังปฏิเสธข้อเสนอยุบสภา


โฆษกกองทัพบก ระบุ
รัฐบาล ต้องรับผิดชอบเหตุการณ์
หลังปฏิเสธข้อเสนอยุบสภา


พันเอก สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ระบุ ข้อเสนอ ของ คณะกรรมการ ติดตามสถานการณ์ร่วม หรือ คตร. ทั้ง 4 แนวทาง เป็นแนวทาง ที่เหมาะสมที่สุด โดยความเห็นทั้งหมด เป็นมติของที่ประชุม ไม่ใช่ความเห็นจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เพียงผู้เดียว

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ในประชุม คตร. ได้มีคนเสนอให้ ทางทหารทำการ ปฏิวัติรัฐประหาร จริง แต่ผู้บัญชาการทหารบก ได้ยืนยันกลับไปว่า การยึดอำนาจ นั้น จะไม่ทำให้อะไรดีขึ้น มิหนำซ้ำ ยังจะทำให้สถานการณ์ ในบ้านเมืองรุนแรงมากขึ้น


ทั้งนี้ หากรัฐบาลไม่เห็นชอบด้วยกับข้อเสนอ จะต้องจัดประชุม คตร. ใหม่ เพื่อชี้แจงให้ ทุกคนได้ทราบว่า รัฐบาลไม่เห็นชอบด้วยกับข้อเสนอ ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต่อจากนี้ไป รัฐบาลต้องรับผิดชอบ เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น


นอกจากนี้ ผบ.ทบ. ในฐานะ รองผู้อำนวยการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน. ได้ประสานไปยังหน่วยงาน ด้านความมั่นคง ระดับภาค และระดับจังหวัดทุกจังหวัด ให้มีการติดตาม และป้องกันไม่ให้กลุ่มคน ที่มีความคิดเห็นต่างกัน มาเผชิญหน้าไปสู่ ความรุนแรง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ : 27 พฤศจิกายน 2551 ผู้สื่อข่าว : เณริศา ชัยศุภมงคลลาภ Rewriter : เณริศา ชัยศุภมงคลลาภ
http://thainews.prd.go.th/view.php?m_newsid=255111270316&tb=N255111&showpic=1&position=6076&pn=Hotnews-255111270316.jpg


พิมพ์ ข่าวนี้ โฆษกกองทัพบก ระบุ รัฐบาลต้องรับผิดชอบ เหตุการณ์หลังปฏิเสธ ข้อเสนอยุบสภา

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ทักษิณ ซ่องสุ่มกำลัง 2 ฝ่าย ‘ทหาร-เสื้อแดง’ รอวันแตกหัก – ชี้ ‘อนุพงษ์’ ไม่ปฏิวัติ กลัวเสียรู้ ‘แม้ว’


ทักษิณ ซ่องสุ่มกำลัง 2 ฝ่าย ‘ทหาร-เสื้อแดง’ รอวันแตกหัก –
ชี้ ‘อนุพงษ์’ ไม่ปฏิวัติ กลัวเสียรู้ ‘แม้ว’


ถอดรหัสแถลงการณ์ ‘ทักษิณ’ ส่งสัญญาณกลับมาใหญ่ ตั้งเป้า ‘นายกฯ’ เท่านั้น หวังคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ พุ่งเป้า ‘แก้กฎหมาย – เขียน รธน.ใหม่ – ล้มสารพัดคดีปัญหา’
551000015088101

ฟันธงวาทะร้อน – หมิ่นสถาบันฯ มุ่งปลุกกระแส ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ด้วยกำลังพล 2 ฝ่าย ชี้ฝ่ายทหารแกนหลังปฏิวัติยึดอำนาจ ขณะเดียวกัน ส่งสัญญาณให้ ขบวนการเสื้อแดง ยืนหยัดพิทักษ์ ‘ทักษิณ’ ไม่สนใจ ฝ่ายต่อต้าน แม้จะก่อสงครามประชาชน ก็ตาม ขณะเดียวกัน แย้มชื่อศัตรู เพียงอดีตทูต ตัวการถูกถอนวีซ่า หวังป่วน ก่อนเปิดศัตรูตัวจริง เมื่อขุมกำลังพร้อมรบ

เผยเหตุ ‘อนุพงษ์’ ตัดสินใจช้า ต่อการปฏิวัติ เพราะกลัวเสียรู้แม้ว!

เครื่องมือหนึ่ง ที่ถือว่าเป็นอาวุธสำคัญและ เชี่ยวชาญที่สุดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ด้านการตลาด ระดับพระกาฬ ก็คือ “วาทศิลป์” โดยเฉพาะ ในระยะหลัง ที่เครื่องมือดังกล่าว ถูกนำมาใช้บ่อยครั้ง และเมื่อเกิดปฏิกิริยาใดๆ ขึ้นต่อ ครอบครัวชินวัตร พ.ต.ท.ทักษิณ และพลพรรค ก็จะมาปรากฏตัว เพื่อโต้ตอบ อย่างทันควัน


โดยเฉพาะเมื่อ ครอบครัวชินวัตร ถูกถอนวีซ่า จึงปรากฏการณ์โต้กลับ ในทันที ตามรายงานข่าวเมื่อวันที่ 24 พ.ย.จาก เว็บไซต์ www.arabianbusiness.com หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ อาระเบียน บิวสิเนส ซึ่งตีพิมพ์ที่ เมืองดูไบ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้รายงาน บทสัมภาษณ์ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ดังนี้


“ประเทศอังกฤษ ที่ถอนวีซ่าเข้าประเทศของตนเอง และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร อดีตภริยาว่า ประเทศอังกฤษ จะต้องรู้สึกเสียใจที่ถอนวีซ่า เพราะไม่เคารพค่านิยมประชาธิปไตยของตัวเอง อังกฤษต้องเข้าใจ คำว่าค่านิยมประชาธิปไตย ให้ดีกว่านี้ แต่โชคร้ายที่ทางอังกฤษ มัวแต่ยุ่ง เรื่องตัวเอง เลยลืมค่านิยมประชาธิปไตย

นอกจากนี้ ขอปฏิญาณว่า จะกลับมาแก้ปัญหาประเทศไทย อีกครั้ง เพราะขณะนี้ประเทศไทย ตกต่ำลงมาก ไม่เหลือความมั่นใจอีกแล้ว ความไว้ใจ ระหว่างประชาคมนานาชาติ ก็ไม่มีเหลืออยู่เลย คนยากจนในชนบท กำลังลำบาก แต่มั่นใจว่า จะสามารถนำความมั่นใจ กลับสู่ประเทศไทยได้ หากได้เข้ามาบริหารประเทศไทย อีกครั้งหนึ่ง”

ดังนั้น เมื่อพิจารณาวาทะร้อนของอดีตนายกฯท่านนี้แล้วจะพบว่าล้วนอยู่ในเชิงหมิ่นเหม่และสร้างความงุนงงสงสัยต่อสังคมอย่างยิ่ง อาทิ การอ้างถึง “ผู้บารมีนอกรัฐธรรมนูญ” หรือเมื่อครั้งการโฟนอินใน “รายการความจริงวันนี้สัญจร” ณ สนามราชมังคลากีฬาสถานกับ ประโยค “ไม่มีใครที่จะเอาผม กลับประเทศไทยได้หรอก นอกจาก พระบารมี ที่จะทรงมีพระเมตตา หรือไม่ก็พลังของ พี่น้องประชาชน ทุกท่าน จริงไหมครับ” ซึ่ง ผู้คนในสังคม ล้วนต้องการ คำชี้แจงและ ไขเรื่องราวดังกล่าว ว่ามีการแฝงนัย และหวังบรรลุเป้าหมายใด แม้ว่าภาพที่ออกมานั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จะแสดงออกต่อ สาธารณะชน ว่า มีความจงรักภักดี และอ่อนน้อม ต่อสถาบันอย่างสูง มาโดยตลอดก็ตาม


‘วาทะร้อน’ คลุมเครือเพื่อดึงดูด


แหล่งข่าว อดีตนักเคลื่อนไหว งานด้านมวลชน ได้ประเมินว่า ทุกคำปราศรัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น เมื่อพิจารณาอย่างแท้จริง จากตัวตนของ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว จะพบว่ามีความเป็น ทุนนิยมอย่างเต็มตัว ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก ที่ผู้ยึดมั่นในทางดังกล่าว จะแปรเปลี่ยน หรือล้มเลิกความตั้งใจ ในเป้าหมาย ที่วางไว้


“คนอย่าง อดีตนายกฯ ที่ผ่านมา ก็มีการพูดถึง สถาบันมาโดยตลอด แม้ว่าจะพูดด้วย ท่าทีที่อ่อนน้อมและ ดูเหมือน มีความจงรักภักดี ก็ตาม แต่เนื้อความ ในระยะหลัง ทั้งการโฟนอิน หรือให้สัมภาษณ์ สำนักข่าวต่างประเทศที่ ดูไบ สร้างความสงสัยต่อสังคม อย่างมาก และด้วยความที่เป็น ทุนนิยม จึงทำให้มองได้ว่าเป็น ผู้ที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ต้องการเพียงบรรลุเป้าหมาย ที่ตั้งไว้โดยไม่สนใจว่า ใครจะได้หรือเสีย”

ดังนั้น แม้ภายนอก พ.ต.ท.ทักษิณ จะดูอ่อนน้อมก็ตาม แต่ก็เป็นการพยายาม ตี 2 หน้า มาโดยตลอด เพราะทุกความเคลื่อนไหว ไม่สามารถที่จะ เชื่อได้ เพราะกลไกลในมือ อย่างรัฐบาล และฝ่ายสนับสนุน กลุ่มต่างๆ ก็มีความเคลื่อนไหวอยู่โดยตลอด แม้ว่าจะเคยมีการประกาศ “วางมือ ทางการเมือง” ในช่วงหลัง การรัฐประหาร ก็ตาม

นอกจากนี้ แหล่งข่าวฯ ยังประเมินสถานการณ์ ที่เชื่อมโยงผ่านคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในหลายครั้งว่า มีความเป็นไปได้ เพื่อต้องการสร้าง ความสนใจ ต่อมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มวลชนในฝ่ายตน และสื่อต่างประเทศ ทั้งคำพูดที่ว่า

“ผมต้องพูดกับ คนที่ยังรักและ ศรัทธาผม ผมต้องพูดให้เขาฟัง และคราวหน้า คงจะต้องพูดให้ยาวขึ้น และคงต้องเปิดเผยชื่อ ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะเขา ไล่ผม แบบนี้แล้ว มันมากไปแล้ว”

รวมถึง การที่ จักรภพ เปิดเผยถึงเบื้องหลัง การถอนวีซ่า จากประเทศอังกฤษ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และภรรยา ในรายการ “ความจริงวันนี้ สัญจร ครั้งที่ 3” ที่วัดสวนแก้วว่า

“การถอนวีซ่าเป็นการแหวกประเพณี นับ 100 ปี ของอังกฤษ เบื้องลึกเกิดจากการเจรจา ระหว่าง ไทยกับอังกฤษ โดยมี อดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงต่างประเทศ ของไทย คนหนึ่งรับปากจะดูผลประโยชน์ ที่ดินในจังหวัดภูเก็ต แลกเปลี่ยนกับ การสร้างความอัปยศ ให้ พ.ต.ท. ทักษิณ กรณี วีซ่าเราจะร่วมแก้ปัญหาได้ และขอให้มั่นใจว่า จะไม่ลามไปสู่ การเพิกถอนวีซ่า ในประเทศอื่น”

โดยจะพบว่าคำอธิบาย จาก จักรภพ นั้นเป็นเพียงคำอธิบาย ที่คลุมเครือและ ปราศจากหลักฐานข้อเท็จจริง รวมถึงการไม่ยอมเปิดเผย ถึงชื่อของ อดีตทูตผู้นั้น รวมถึงยังไม่ชี้ชัดถึง ผู้ที่ได้ผลประโยชน์ว่า เป็นผู้ใดที่ได้ประโยชน์ จากการถือครองที่ดิน บนเกาะภูเก็ต การอ้างอิงดังกล่าว จึงปราศจาก น้ำหนักอย่างมาก การพูดจึงเป็นเพียง สร้างความสนใจต่อประชาชนเท่านั้น เพื่อรอเปิดไพ่ตาย ในท้ายที่สุดเท่านั้น

รัฐบาล ส่ง นปช.ชน พธม.


ขณะที่ ศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้เครื่องมือ ที่มีอยู่ภายในประเทศ ในการเคลื่อนไหว ทางการเมือง ทั้ง รัฐบาลและ แนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

จริงอยู่ที่ รัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์ มีบทเรียนครั้งใหญ่ จากเหตุการณ์ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา การเดินเกมจึงค่อนข้างละมุนละม่อม ในเปลือกนอก ทว่า เครื่องมืออื่นๆ ก็ยังถูกใช้เพื่อตอบโต้กับ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ด้วยเครื่องมือชิ้นสำคัญ อย่าง นปช. ทั้งนี้ เพื่อประวิงเวลา ให้ดำรงสถานะ รัฐบาลให้ยาวนานที่สุด นั่นเอง

“รัฐบาลพยายามประวิงเวลา ในการบริหารงานให้นานที่สุด ด้วยการพยายามหลีกเลี่ยง การเผชิญหน้าทุกรูปแบบ ขณะที่ พันธมิตรเอง ก็พยายาม ปิดเกมเร็ว รัฐบาล เช่นกัน ดังนั้น นปช. จึงถูกใช้เป็นเครื่องมือ ในการตอบโต้ พันธมิตรฯ นั่นเอง” ศิริโชค ระบุ

เมื่อ รัฐบาลอันเป็นเป้าหมายหลัก ของ พันธมิตรฯ ยังไม่แสดงท่าทีใดๆ อย่างชัดเจน ทุกอย่างจึงอยู่ใน ภาวะสุญญากาศ และไร้ทางออก ดังที่เป็นอยู่

จุดเชื้อ ‘สงครามประชาชน’


ศิริโชค ประเมินต่อว่า แม้ว่าหลายฝ่าย จะมองว่า จุดจบในแนวทางสันติวิธี ด้วยการเปิดโต๊ะเจรจา ประกาศยุบสภา – ลาออก นั้น ยังไม่มีทีท่า ว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งแนวทางหนึ่งอย่าง เช่น การรัฐประหาร จึงถูกจับตามองมากขึ้น เนื่องจากมีความพยายาม ในการเพิ่มอุณหภูมิร้อน ทางการเมือง จากการ โฟนอิน ครั้งล่าสุดนั่นเอง


จากการโฟนอิน ดังกล่าวทำให้เชื่อว่า มีความพยายาม ที่จะก่อให้เกิด ความวุ่นวาย โดยเจตนาใช้ 2 ปัจจัยสำคัญ ก็คือ


1. การชักจูงให้ประชาชนเลือกข้าง จนนำไปสู่ การปะทะกัน ระหว่างมวลชน สีเหลือง-สีแดง และเมื่อ เกิดความวุ่นวายขึ้น ก็จะนำไปสู่การยุติ สถานการณ์ ดังกล่าว จากฝ่ายความมั่นคง อย่างกองทัพ จึงจำเป็นต้องออกมา ห้ามทัพ ซึ่งก็ต้องจับตาดูว่า หากมีการรัฐประหารขึ้นจริง ทหารที่ ก่อการ จะเป็นทหาร ของฝ่ายใด เพราะเชื่อว่า มีการเตรียมปัจจัย ที่

2. ไว้แล้ว ก็คือการเตรียมระดม กำลังทหาร ในฝ่ายสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อทำการรัฐประหาร นั่นเอง

“การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั่นมีเจตนาชัดเจนว่า ต้องการให้ ประชาชนเลือกข้าง โดยเฉพาะ ข้างสีแดง เพื่อบีบบังคับให้เกิด สงครามประชาชน และ เมื่อเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ก็จะนำเข้าสู่ การรัฐประหาร และอาจมีการใช้กำลัง ของฝ่ายตนเข้าทำการ” ศิริโชค ระบุ

ทักษิณ ตั้งเป้า นายกฯ แก้ รธน.สางปัญหา


ขณะที่ แหล่งข่าวภายใน วิปรัฐบาล ก็ประเมินถึง เป้าหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ จากคำประกาศ ในรายงานข่าว ครั้งล่าสุด ที่ว่า

“ถ้าผมได้เข้ามาบริหารประเทศ จะนำความมั่นใจ กลับสู่ประเทศไทยได้ นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมผมต้องกลับไป เล่นการเมือง เราจะต้องหา กลไก ที่จะทำให้ ผมกลับได้ อย่างไรก็ตาม การจะกลับประเทศได้ ก็ต่อเมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่า มีความจำเป็น และ ประชาชนต้องการ ผมคิดว่า ปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับ ประชาชน ถ้าพวกเขารู้สึกว่าลำบากมาก และเรียกร้องให้ผมกลับ ผมจะกลับ

ถ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรู้สึกว่า ผมมีประโยชน์ ผมก็จะกลับไป และพระองค์อาจจะ ทรงอภัยโทษ ให้ผม แต่ถ้า พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่า ผมช่วยอะไรไม่ได้ และประชาชน ไม่ต้องการผม ผมจะอยู่ที่นี่ และทำธุรกิจต่อไป” อดีตนายกฯ กล่าว

จากวาทะข้างต้นจึงแสดงให้เห็น อย่างชัดเจนว่า เป้าหมายสุดท้ายของ อดีตนายกฯ ก็คือ การกลับคืนสู่ประเทศไทย และมิใช่ เพียงการกลับในฐานะ พลเมืองธรรมดา หากแต่เป็นตำแหน่ง ที่มีความสำคัญ ในงานบริหารราชการ ซึ่งก็คือ “ตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี” นั่นเอง

และเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถกลับมา ดำรงตำแหน่งเดิมได้ การจัดการกับ ปัญหาทุกอย่าง รวมถึงคดีความทุกเรื่อง ก็สามารถทำได้ ในหลายรูปแบบ ทั้ง การยกเลิกคำสั่งประกาศ ของคปค. เพื่อล้มคดี ที่ทำโดย คณะกรรมการ ตรวจสอบ การกระทำที่ก่อให้เกิด ความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) การยกเลิก รัฐธรรมนูญฉบับ ปี 50 ด้วยการร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาใช้แทน หรือ การออกพระราชบัญญัติ เพื่อนิรโทษกรรม เป็นต้น

‘อนุพงษ์’ หวั่นเข้าล็อค ‘ทักษิณ’


อย่างไรก็ตาม เมื่อประเมินความเป็นไปได้ของ การเกิดรัฐประหาร ในยุคของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก รองผู้อำนวยการ กองรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ไม่น่าจะเป็นไปได้ เนื่องจาก แหล่งข่าว วิปรัฐบาล ประเมินว่า การที่ พล.อ. อนุพงษ์ ในอดีต ครั้งยัง ดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 1 และเข้าร่วม การรัฐประหาร กับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เมื่อ 19 ก.ย. 49 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ กองทัพ เอง ก็ยังมีความกังวลว่า การรัฐประหาร ไม่อาจเป็นทางออก ที่แท้จริงของประเทศ และอาจล้มเหลว เหมือนเช่นในอดีต

“เท่าที่ประเมิน ก็เชื่อว่า พล.อ.อนุพงษ์ ค่อนข้างมีความกังวลใจ ต่อการรัฐประหาร ซึ่งหากก่อการจริง สุดท้าย ก็อาจจะล้มเหลว เหมือนสมัย 19 ก.ย. 49 ที่ผ่านมา กองทัพจึงอยู่ใน กรมกอง และพยายาม ประคองสถานการณ์ เท่านั้น”

ดังนั้น เมื่อ คมช. ประสบความล้มเหลว จึงคาดว่า การหาทางแก้วิกฤตประเทศ ด้วยแนวทางดังกล่าว จึงเป็นเรื่องยากและ จบที่ “การเมือง แก้ด้วย การเมือง” ตามคำของ พล.อ. อนุพงษ์ นั่นเอง

นอกจากนี้ฝ่ายทหาร ก็ต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ รักษากติกาของ ระบอบประชาธิปไตย เมื่อมีความผิด ก็ต้องรับผิด ไม่ใช่พยายาม ที่จะใช้ จำนวน ของ ฝ่ายสนับสนุน หรือพวก เสื้อแดง เป็นเครื่องมือ ในการแก้ไขปัญหา โดยให้คนกลุ่มนี้ออกมา ชนกับ ฝ่ายพันธมิตร เพื่อให้เกิดความรุนแรง จนถึง ขั้น ทหารต้องนำกำลังออกมา ปฎิวัติ เพราะหากเป็นเช่นนี้ เครือข่ายทักษิณ รวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องใช้เหตุการณ์ ความรุนแรง ครั้งนี้ ประกาศให้ ชาวโลก ได้รับรู้ถึงความไม่ปลอดภัย ของตัวเอง

“ผบ.ทบ. เข้าใจอย่างละเอียด จึงพยายามที่จะใช้ วิธีการตามระบอบประชาธิปไตย จัดการกับ ปัญหาความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้น และไม่ให้ พันธมิตร ทำอะไรเลยเถิด ไปกว่านี้ โดยเลือกที่จะให้ มีการยุบสภาเกิดขึ้น เพื่อให้ทุกฝ่ายกลับไป เริ่มต้นใหม่”

โดยฝ่ายพันธมิตร ก็ต้องทำงานหนัก ที่จะสร้างความเข้าใจ กับประชาชน ในทุกระดับ ให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ในการเลือก เครือข่ายทักษิณ และ ต้องหา วิธีการเปลี่ยนแปลงให้ประชาชน หันมาเลือกพรรค ที่พันธมิตรเชื่อว่าดีที่สุด ในขณะนี้ เพื่อให้ฝ่ายเครือข่ายทักษิณ แพ้ ตามกติกา ประชาธิปไตย

“นี่เป็นโจทย์ข้อใหญ่ ที่ พันธมิตรต้องแก้ และพรรคพลังประชาชนเอง ก็ต้องไปตามกติกา ที่ต้องรอคำตัดสิน ของศาลรัฐธรรมนูญ “

ภายหลัง พล.อ. อนุพงษ์ ในฐานะ ประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ เรียกประชุม หัวหน้าส่วนราชการ ระดับกระทรวง ทบวง กรม หรือ เทียบเท่า นายกสมาคม ทุกสาขาอาชีพ รวมถึง อธิการบดีทุกมหาวิทยาลัย เสนอทางออก เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ตึงเครียด

ด้วยการยื่นข้อเสนอ 4 ประการ คือ

1. การใช้แนวทาง ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ตามหลักการ ในระบอบประชาธิปไตย
2. กองทัพจะไม่แก้ปัญหา โดยใช้ความรุนแรง
3. เรียกร้องให้ รัฐบาลตัดสินใจยุบสภา เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ และ
4. พันธมิตรฯ ต้องสลายการชุมนุม ในทันที

สถานการณ์ทางการเมือง ได้ทวี ดีกรีร้อนขึ้น หลังจาก การประกาศ ดับเครื่องชน ของ พันธมิตรฯ เพื่อยุติการทำงาน ของ รัฐบาล ประกอบกับ การปลุกระดมจาก ฝ่ายสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ จึงเท่ากับว่า เป็นสถานการณ์ สร้างความเป็นห่วงต่อสังคม อย่างมาก และได้แต่ ภาวนาให้ รัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เลือกแนวทางที่ ผู้บัญชาการทหารบก เสนอแนะ ซึ่งจะช่วยยุติ ความขัดแย้งของ สังคม ในขณะนี้ได้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 27 พฤศจิกายน 2551 08:31 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000140256


พิมพ์ ข่าวนี้ ทักษิณซ่องสุ่มกำลัง 2 ฝ่าย ‘ทหาร-เสื้อแดง’รอวันแตกหัก-ชี้’อนุพงษ์’ไม่ปฏิวัติกลัวเสียรู้ ‘แม้ว’

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สัตว์นรก” ยังไม่เลิกราวี ยิงถล่มพันมิตรฯ ที่แยกมิสกวัน


“สัตว์นรก” ยังไม่เลิกราวี ยิงถล่ม พันมิตรฯ ที่ แยกมิสกวัน


สัตว์นรก ยังไม่เลิกลอบกัด กลุ่มพันธมิตรฯ ที่ปักหลักกันอยู่ โดยรอบทำเนียบรัญบาล ล่าสุด ซุ่มใช้ปืนยิงถล่มใส่ กลุ่มผู้ชุมนุมที่ แยกมิสกวัน อีกหลายสิบนัด จนรถขนผู้ต้องหา ของตำรวจ ที่จอดอยู่หลัง บช.น. ถูกกระสุนเสียหาย แต่โชคดี ที่ไม่มีใครถูกยิงเจ็บ

เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้ให้ดูรภ??กระสุนบนรถควบคุมผู้ต้ภ??หา

เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้ให้ดูรอยกระสุนบนรถควบคุมผู้ต้องหา

จากการตรวจสอบบริเวณดังกล่าวพบว่า รถควบคุมผู้ต้องหาของสถานีตำรวจใน จ.ชัยภูมิ ที่จอดอยู่ด้านหลังรั้ว บช.น. ถูกกระสุนปืนยิงจนกระจกแตก และมีรอยกระสุนปืนตามตัวถังรถหลายสิบนัด นอกจากนี้ ที่พื้นยังพบปลอกกระสุนปืนไม่ทราบชนิดตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวม ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปตรวจสอบต่อไป

ต่อมา ร.อ. สุประดิษฐ์ เปล่งฉวี สารวัตรทหาร ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ บริเวณใกล้เคียง เข้าพบ พล.ต.ต. เอกรัตน์ พร้อมแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ทางด้าน กลุ่มพันธมิตรฯ ได้โทรศัพท์เข้ามาแจ้งว่า มีคนร้ายกลุ่มหนึ่งอยู่ ภายในอาคารของ กระทรวงศึกษาธิการ ใช้อาวุธปืน และระเบิด ยิงถล่มเข้าไปใน กลุ่มพันธมิตรฯ ที่บริเวณ ถนนพิษณุโลก

โดยเบื้องต้น ทางกลุ่มพันธมิตรฯ เข้าใจว่า เป็นการกระทำของ ตำรวจ ขอให้ทางทหารเข้าไปตรวจสอบ ภายในอาคารของ กระทรวงศึกษาฯ แต่ทาง ทหารไม่สามารถ เข้าตรวจสอบได้ เนื่องจากเป็น สถานที่ราชการและ อยู่ในที่มืด

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 27 พฤศจิกายน 2551 05:47 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000140244


พิมพ์ ข่าวนี้ “สัตว์นรก” ยังไม่เลิกราวี ยิงถล่มพันมิตรฯ ที่แยกมิสกวัน

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Next Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.