Accom Thailand

November 24, 2008

กุ๊ยโพกผ้าแดง ดักตี พันธมิตรฯ-ปชช. ปากซอยวิภาวดี 3


กุ๊ยโพกผ้าแดง ดักตีพันธมิตรฯ-ปชช.ปากซอยวิภาวดี 3


(ภาพถ่ายจากาคารสูง แห่งหนึ่ง ย่านถนนวิภาวดี)

(ภาพถ่ายจากอาคารสูง แห่งหนึ่ง ย่านถนนวิภาวดี)


(ภาพถ่ายจากาคารสูง แห่งหนึ่ง ย่านถนนวิภาวดี)

(ภาพถ่ายจากอาคารสูง แห่งหนึ่ง ย่านถนนวิภาวดี)


กลุ่มคนโพกผ้าแดง มีไม้และก้อนหินเป้นอาวุธ คอยดักทำร้ายพันธมิตรฯ และคนใส่เสื้อเหลือง ที่เดินทางผ่าน บริเวณ ถนนวิภาวดี ซอย 3


กลุ่มแท็กซี่โพกหัวด้วยผ้าแดง พร้อมไม้และก้อนหิน เป็นอาวุธ ดักทำร้ายพันธมิตรฯ ที่เดินทางไปปิดล้อม ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ที่ สนามบิน ดอนเมือง รวมทั้งใครก็ตาม ที่ใส่เสื้อเหลือง และเดินทางผ่าน ขณะตำรวจปล่อยให้ แก๊งอันธพาลไล่ทุบตีประชาชน ได้ตามใจชอบ


รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ซอยวิภาวดีฯ ซอย 3 เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่ ประมาณ 100 คน โพกผ้าสีแดง มารวมตัวกัน บริเวณ ปากซอย โดยส่วนใหญ่ มีไม้และก้อนหิน และเมื่อมีรถของ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย วิ่งผ่านเพื่อไปปิดล้อม ทำเนียบรัฐบาล ชั่วคราว ดอนเมือง กลุ่มแท็กซี่ดังกล่าว จะเอาก้อนหินขว้างใส่ ทำให้รถบางคัน ได้รับความเสียหาย และ มีรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน โดยมีกำลัง ตำรวจ จำนวนหนึ่ง มาคอยดูแลความเรียบร้อย และพยายามขอร้อง ให้ยุติการใช้ความรุนแรง


หลังจากนั้นได้มีเจ้าหน้า ที่จัดกำลังมา ดูแลความเรียบร้อย เพิ่มเติม หลังมีการปล่อยข่าวว่า พันธมิตรฯ บางส่วนจะ เคลื่อนกำลังมา ปิดสถานีวิทยุ ชุมนุมคนรักแท็กซี่ ที่อยู่ในบริเวณ ซอยวิภาวดีฯ ซอย 3 รวมถึง สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที


นอกจากนี้ ได้มีประชาชนโทรศัพท์ เข้ามาแจ้งว่า กลุ่มคนโพกผ้าแดงดังกล่าว จงใจ ที่จะดักทำร้ายทุกคน ที่ใส่เสื้อเหลือง แม้จะเป็น เสื้อเหลือง ธรรมดา ไม่ใช่เสื้อของ พันธมิตรฯ ก็ตาม และเป็นที่น่าสังเกตว่า ในกลุ่มคนดังกล่าว มีตำรวจ รวมอยู่ด้วย แต่ก็ยังปล่อย ให้มีการไล่ทำร้ายคน ที่ผ่านไปมา


ชมภาพจากเว็ปอื่น

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 24 พฤศจิกายน 2551 19:21 น.
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000139240


พิมพ์ ข่าวนี้ กุ๊ยโพกผ้าแดง ดักตีพันธมิตรฯ-ปชช.ปากซอยวิภาวดี 3

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

“ทักษิณ” ตอแหล ถล่ม อังกฤษ จาบจ้วงไม่เลิก – Ex-Thai PM hits out at UK


“แม้ว” อัดยับ ผู้ดีไม่เคารพ ปชต.ต้นแบบตัวเอง
ฝันกลับไทยสู้การเมือง!


Ex-Thai PM hits out at UK


“ทักษิณ” พลิกลิ้น เคยยกย่องอังกฤษ เป็นพื้นฐาน ปชต. แท้จริง แต่วันนี้ หลังจากถูกถอนวีซ่า เลยหน้ามืด สับเละ ผู้ดีไม่เคารพ และลืม ปชต. พื้นฐาน ประเทศตัวเอง หมดสิ้น ยันกลับไทย คืนสนามการเมืองแน่นอน อ้างรากหญ้า ยังอยู่อย่างลำบาก


วันนี้ (24 พ.ย.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษ Arabian Businesss ฉบับที่จะ ตีพิมพ์ใน วันอาทิตย์หน้า โดยกล่าวหา การที่รัฐบาลอังกฤษยกเลิกวีซ่า ว่า เป็นการกระทำที่ไม่เคารพต่อ ค่านิยมเรื่องประชาธิปไตย (democratic values) ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐาน ของประเทศอังกฤษ เอง


พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุในช่วงหนึ่งของ การสัมภาษณ์ ที่เมืองดูไบว่า “อังกฤษมัวแต่สนใจแต่ปัญหาของตัวเอง จนลืมแม้กระทั่งค่านิยม แห่งความเป็น ประชาธิปไตย” พร้อมกับยืนยันว่า จะกลับมาประเทศไทยอย่างแน่นอน และมั่นใจว่า ตัวเขา สามารถนำความเชื่อมั่น กลับมา สู่ประเทศได้ และยังระบุว่า คนยากจนในชนบท กำลังมีชีวิตอยู่ อย่างยากลำบาก ซึ่งถือเป็นเหตุผล ที่ว่า ทำไมเขาจึงต้องกลับเข้าสู่เวทีการเมือง


ทั้งนี้ บทสัมภาษณ์แบบเต็มนั้นจะมีการตีพิมพ์ ใน Arabian Business ฉบับวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 24 พฤศจิกายน 2551 07:13 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000139004


พิมพ์ ข่าวนี้ “แม้ว” อัดยับ ผู้ดีไม่เคารพ ปชต.ต้นแบบตัวเอง-ฝันกลับไทยสู้การเมือง!



Ex-Thai PM hits out at UK


LASHING OUT: Shinawatra (pictured) said the British government was not respecting its own democratic values. (Getty Images) Former Thai prime minister Thaksin Shinawatra has lashed out at the UK for revoking his visa – and vowed to return to Thailand as prime minister.


In an exclusive interview with Arabian Business, to be published next Sunday, Shinawatra said the UK would “feel sorrow” for revoking his visa and accused the British government of not respecting its own democratic values.

Shinawatra’s UK visa was cancelled earlier this month following his conviction for corruption in Thailand. He had fled to the UK in 2006 following a military coup that removed him from power.

“England must understand better, but unfortunately they are now busy with their own problems – so they forgot about democratic values,” Shinawatra said during an interview in Dubai.

Shinawatra vowed to return to Thailand at some stage, stating that he could bring confidence back to the country.

“The country is going down deeply. The confidence is not there. The trust amongst foreign community is not there. The poor people in rural areas are in difficulty,” he said.

“With me at the helm I can bring confidence quickly back to Thailand. We have to find a mechanism under which I can go back, that is why I must tell you that I will go back into politics.”

However, Shinawatra said he would only return if the people and the king of Thailand wanted him to go back.

“I think a lot depends on the power of the people. If they feel they are in hardship and they need me to help them, I will go back,” he said.

“If the king feels I can be beneficial I will go back and he may grant me a royal pardon. If they don’t need me and the king feels I can make no difference then I will stay here and do business.”

The full, exclusive interview with Shinawatra will be published in Arabian Business on Sunday Nov. 30, and
from 10am on Thursday Nov. 27 online at ArabianBusiness.com.


Email by Dylan Bowman on Sunday, 23 November 2008


logo_arabianbusiness Read this Article


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ตร.หวั่น มือที่สาม ป่วนพันธมิตรฯ จุดชนวนความรุนแรง!

ตร.หวั่นมือที่ 3 ป่วนพันธมิตรฯ จุดชนวนความรุนแรง!


ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แสดงความเป็นห่วง พันธมิตรฯ ในการเดินทาง ไปปิดล้อมรัฐสภา เพราะหวั่นมือที่ 3 จะฉวยโอกาส เข้าไปป่วน สร้างสถานการณ์ ให้รุนแรงขึ้น ใจดีจะช่วยเหลือทุกอย่างที่ร้องขอ หากไม่เกินความสามารถ ขณะที่ พันธมิตรฯ ขอให้ตำรวจอย่าใช้ ความรุนแรง ต่อประชาชน


วันนี้ (24 พ.ย.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อเวลา 07.30 น. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. กล่าวถึงสถานการณ์ การดูแล กลุ่มผู้ชุมนุม พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนขบวน ไปยังอาคารรัฐสภาว่า ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบ ไม่มีอะไรน่าห่วง จะห่วง ก็แต่มือที่ 3 ซึ่งตำรวจ ทำได้แค่เพียง การป้องกันมือที่ 3 เข้าแทรกแซงและ ป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้าม เข้ามาปะทะเท่านั้น ส่วนการสกัดกั้น ผู้ชุมนุมไม่ให้เคลื่อนขบวนนั้น เราทำไม่ได้ หากเป็นการชุมนุมโดยสงบ ส่วนยุทธศาสตร์ ดาวกระจาย ก็เช่นกัน หากเดินไปที่ไหน ตำรวจลำบากใจ ในการป้องกันมือที่ 3


พล.ต.ท.สุชาติ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวที่ผู้ชุมนุมจะมาปิดล้อม บช.น.ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถทำได้แต่คงไม่สามารถให้เข้ามายังกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ คงต้องเจรจาด้านนอกเท่านั้น แต่ตำรวจพร้อมที่จะช่วยเหลือทุกอย่างที่ร้องขอ แต่ต้องไม่เกินความสามารถ

นอกจากนี้จะมีการเสริมกำลังตำรวจบางจุด โดยวางกำลังด้านในของสวนสัตว์ดุสิต หรือเขาดิน จำนวน 200 นาย ซึ่งส่วนนี้จะใช้หลักการเจรจาเป็นหลัก แต่หากกลุ่มพันธมิตรฯ ใช้ความรุนแรงเจ้าหน้าที่จะเริ่มจากการเจรจา หากไม่สำเร็จคงจะใช้รถดับเพลิงของ กทม.ฉีดน้ำสกัด แต่ยืนยันจะใช่ความนุ่มนวลละมุนละม่อมที่สุด

ส่วนเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดจำนวน 2 จุด บริเวณสวนหย่อมถนนสิบสามห้าง และป้อมตำรวจบริเวณสี่แยกบางลำพู รวมถึงเหตุที่คนร้ายยิงระเบิดใส่บ้านเจ้าพระยา สำนักงานเอเอสทีวีนั้น พล.ต.ท.สุชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่บ้านเจ้าพระยา คนร้ายน่าจะใช้เครื่องยิง M-203 ยิงกระสุน M-79 จากระยะไม่ไกลและกระสุนตกในน้ำ ส่วนที่สวนหย่อมถนนสิบสามห้างคาดเป็นระเบิดแรงดันต่ำแบบเดียวกับป้อมประชาเกษม ไม่ประสงค์ชีวิตแต่สร้างสถานการณ์ ส่วนที่ป้อมจราจร คาดว่าเป็นระเบิดแรงดันสูงหวังชีวิต ซึ่งได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งสืบหาตัวคนร้าย

ขณะที่ พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผบก.น.1 กล่าวว่า ภายหลังจากที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินทางมาถึงหน้ารัฐสภา ทางแกนนำผู้ชุมนุมได้เข้ามาเจรจาโดยขอใช้พื้นที่รอบรัฐสภาในการชุมนุม ซึ่งตำรวจได้อนุญาตให้ผู้ชุมนุมอยู่บริเวณดังกล่าวได้แต่ต้องไม่ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ และชุมนุมอย่างสงบ ปราศจากอาวุธ ซึ่งทางกลุ่มผู้ชุมนุม ได้ร้องขอไม่ให้ตำรวจใช้กำลัง และความรุนแรงต่อประชาชน แต่หากมีเหตุการณ์รุนแรง หรือทางกลุ่มผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมาย ทางตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนที่ได้วางไว้

เวลา 09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลว่า ได้มีกลุ่มพันธมิตรที่ปักหลักปราศรัยอยู่บริเวณลานพระรูป ได้เคลื่อนขบวนฝ่าแนวกั้นของตำรวจ มายังด้านหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยแกนนำยืนยันว่า มาเพื่อต้องการมาทวงถามความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ 7 ตุลาคม และจะไม่บุกรุกเข้าไปภายในกองบัญชาตำรวจนครบาล โดยตำรวจได้เตรียมกองร้อยปราบจราจลจำนวน 2 กองร้อย พร้อมโล่และกระบอง นอกจากนั้นมีปืนยิงแก๊สน้ำตาเตรียมพร้อมอยู่ด้านใน โดยมีกำลังตำรวจ 4 แถววางกำลัง และมีรถดับเพลิงขนาดใหญ่มาขวางกั้นไว้


ล่าสุด กลุ่มผู้ชุมนุม ได้ทำการตัดน้ำ-ตัดไฟ เรียบร้อยแล้ว ทำให้ไฟฟ้า ภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาล ดับสนิท

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 24 พฤศจิกายน 2551 10:46 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000138854


พิมพ์ ข่าวนี้ ตร.หวั่นมือที่ 3 ป่วนพันธมิตรฯ จุดชนวนความรุนแรง!

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

รัฐฯ ปล่อยอันธพาล บึ้ม! ป่วนเมือง 3 แห่ง

551000014941602

“สัตว์นรก” สุดต่ำช้า! ลอบยิง บึ้ม “เอเอสทีวี” แต่พลาดเป้า 2 ลูกซ้อน!!


“สัตว์นรก” สุดต่ำช้า! ลอบวางบึ้ม “แยกบางลำพู-สวนหย่อมสิบสามห้าง” ดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนลอบยิงระเบิดใส่ “เอเอสทีวี” สองลูกซ้อน คาด “เศษมนุษย์” กะระยะพลาด ระเบิดจึงไม่เข้าเป้า เผยจุดตกของระเบิด ลงน้ำเจ้าพระยาห่างจาก “เรือผู้จัดการ” เพียง 2-3 เมตร ทำให้ไม่มี ผู้ได้รับบาดเจ็บ – เสียชีวิต หรือทรัพย์สินเสียหาย แต่อย่างใด


เมื่อเวลา 03.40 น. วันนี้ (24 พ.ย.) ร.ต.ท.จำรัส ดอกไม้เทศ พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.ชนะสงคราม รับแจ้งเหตุระเบิด ที่ป้อมตำรวจจราจร สี่แยกบางลำพู ถนนจักรพงษ์ ตัดถนนพระสุเมรุ และบริเวณสวนหย่อม ถนนสิบสามห้าง แขวงตลาดยอด เขตพระนคร จึงรายงานให้ ผู้บังคับบัญชา ทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบ ยังที่เกิดเหตุ พร้อม พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผบก.น.1 พ.ต.อ.วิชาญ บริรักษ์กุล พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.ขิง แขวงวิเศษชัยชาญ ผกก.สน.ชนะสงคราม เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ชนะสงคราม เจ้าหน้าที่ กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่กลุ่มงาน เก็บกู้และตรวจพิสูจน์ วัตถุระเบิด บช.น.


ที่เกิดเหตุจุดแรกอยู่หน้าห้างนิวเวิลด์เก่า เจ้าหน้าที่พบป้อมจราจรถูกแรงระเบิดจนกระจกแตกกระจายเกลื่อนถนน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ทั้งนี้ จากการตรวจสอบโดยรอบบริเวณจุดเกิดเหตุพบสะเก็ดระเบิดตกอยู่จำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนจุดที่ 2 ที่บริเวณสวนหย่อม ถนนสิบสามห้างนั้น เจ้าหน้าที่พบว่าแรงระเบิดทำให้ขอบปูนที่ก่อขึ้นรอบต้นไม้ในสวนหย่อมแตกกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ และมีชิ้นส่วนสะเก็ดระเบิดตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไปตรวจสอบ

จากการสอบถามนายเอ็ดเวิร์ด ลิ้ม อายุ 57 ปี ชาวแคนาดา ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังนั่งคุยอยู่กับ รปภ.ที่เกสต์เฮาส์ข้าวสารเซ็นเตอร์ จากนั้นเวลาประมาณ 03.30 น.ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น 2 ครั้งซ้อน โดยลูกแรกเสียงดังกว่าลูกที่สองมาก พวกตนเลยรีบวิ่งออกมาดูที่บริเวณสวนหย่อมก็พบว่าบริเวณขอบปูนถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหายดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ขิง แขวงวิเศษชัยชาญ ผกก.สน.ชนะสงคราม กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นสันนิษฐานว่า ระะบิดที่คนร้ายใช้นั้นน่าจะเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่ทำให้เสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานให้แน่ชัดอีกครั้งว่าเป็นระเบิดชนิดใด551000014941601

ขณะที่ พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผบก.น.1 กล่าวว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าระเบิดที่ใช้น่าจะเป็นระเบิดแสงวเครื่อง แต่จะเป็นระเบิดชนิดไหนนั้นต้องรอผลพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน สำหรับสาเหตุนั้นก็อาจจะเป็นไปได้ว่า คนร้ายต้องการแค่สร้างความวุ่นวาย แต่ถ้ามีคนเดินอยู่ใกล้กับบริเวณจุดเกิดเหตุก็อาจจะทำให้ถูกสะเก็ดระเบิดหรือเศศกระจกจนเสียชีวิตได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุระเบิดทั้ง 2 จุดดังกล่าวแล้ว ยังระเบิดอีก 2 ลูก ในเวลาไล่เลี่ยกันในแม่น้ำเจ้าพระยาด้านหลังอาคารสำนักงานเอเอสทีวี ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนครอีกด้วย

โดยจากการสอบถามการ์ดพันธมิตรฯ ที่มาช่วยดูแลความปลอดภัยที่เอเอสทีวี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุระเบิดใกล้กับสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ตนได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ซึ่งคาดว่าจะยิงมาจากฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ ทำให้การ์ดพันธมิตรฯ ที่รักษาความปลอดภัยอยู่ตรงจุดดังกล่าวต่างก้มหลบเพื่อให้พ้นจากวิถีกระสุน แต่การ์ดพันธมิตรฯ ไม่ได้ละสายตาจากฝั่งตรงข้าม จึงเห็นแสงไฟสว่างคล้ายพลุ จากนั้นได้ยินเสียงวี้ดตามมา และเพียงไม่ถึง 2 วินาที จึงเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวที่บริเวณกลางน้ำ

“ถัดมาอีกไม่กี่วินาที ระเบิดลูกที่ 2 ถูกยิงมาจากจุดเดิม โดยระเบิดลูกดังกล่าวตกลงในแม่น้ำเฉียดหัวเรือผู้จัดการ ซึ่งลอยลำเอาไว้ใช้ทำข่าวฉุกเฉินไปเพียง 2-3 เมตรเท่านั้น คาดว่าคนร้ายน่าจะตั้งใจที่จะยิงระเบิดใส่สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี แต่คงกะระยะไม่ถึง ทำให้ระเบิดทั้ง สองลูกตกลงในแม่น้ำดังกล่าว ส่วนจุดที่ยิงนั้นน่าจะยิงมาจากเรือที่ลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา” การ์ดพันธมิตรฯ ระบุ

ด้าน นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวบนเวที ในทำเนียบฯ เมื่อเวลา 06.20 น.ว่า คนร้ายจงใจ ที่จะยิงระเบิดเข้าใส่ โดยยิงที่ สี่แยกบางลำพู ก่อน หลังจากนั้น ก็มีการยิงเข้าใส่ เอเอสทีวี แต่ลูกระเบิดถูกตาข่าย ที่กั้นไว้ จึงตกลงน้ำเสียก่อน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 24 พฤศจิกายน 2551 07:13 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000138832


พิมพ์ ข่าวนี้ “สัตว์นรก” สุดต่ำช้า! ลอบยิงบึ้ม “เอเอสทีวี” แต่พลาดเป้า 2 ลูกซ้อน!!

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Blog at WordPress.com.