Accom Thailand

January 8, 2009

ข้อมูล Republic of Croatia – สาธารณรัฐโครเอเชีย จาก กระทรวงต่างประเทศ

สาธารณรัฐโครเอเชีย

ธงชาติ

ธงชาติ

แผนที่

แผนที่


ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง อยู่ระหว่างยุโรปกลางและเมดิเตอร์เรเนียน บริเวณริมฝั่งตะวันออกของทะเลเอเดรียติก
พื้นที่ ๕๖,๕๔๒ ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง กรุงซาเกร็บ (Zagreb)
ประชากร ๔.๔ ล้านคน ประกอบด้วยชาวโครอัท (๘๙.๖%) ชาวเซิร์บ (๔.๕๔%) และอื่นๆ ได้แก่ ชาวบอสเนีย ฮังกาเรียน สโลวีน เช็ก (๕.๙%)
ภูมิอากาศ แบบเมดิเตอร์เรเนียนแถบชายฝั่งทะเลเอเดรียติกและ
ภูมิอากาศแบบเทือกเขาบริเวณตอนกลางของประเทศอุณหภูมิโดยเฉลี่ย ๑๔-๒๗ องศาเซลเซียส
ภาษา โครเอเชียนเป็นภาษาราชการ ภาษาอื่นๆ ที่ใช้พูดกันโดยชนกลุ่มน้อยได้แก่ เซอร์เบียน ฮังกาเรียน อิตาเลียน เยอรมัน อังกฤษ
ศาสนา โรมันคาทอลิก ๘๕.๘% ออโธด็อกซ์ ๓.๒% มุสลิม ๑๑%
หน่วยเงินตรา คูน่า (Kuna) อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ ๔.๖๖ คูน่า เท่ากับประมาณ ๑ ดอลลาร์สหรัฐ
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ๕๐.๑ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (๒๕๕๐)
รายได้ประชาชาติต่อหัว ๑๑,๒๗๑ ดอลลาร์สหรัฐ (๒๕๕๐)
การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ ๕.๖ (๒๕๕๐)

ระบอบการปกครอง ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีสภาเดียว เรียกว่า Sabor มีสมาชิก ๑๕๒ คน ประธานาธิบดี เป็นประมุข โดยมาจาก การเลือกตั้งโดยตรง และเป็นผู้แต่งตั้ง คณะรัฐบาล มีวาระ ๕ ปี ปัจจุบัน คือ

นาย Stjepan Mesic ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ (ได้รับการเลือกตั้งเป็น ประธานาธิบดีสมัยที่ ๒ เมื่อเดือน มกราคม ๒๕๔๘)

รัฐบาลปัจจุบัน เป็นรัฐบาลผสมเสียงข้างมาก ระหว่างพรรค Croatia Democratic Union และพรรค Democratic Centre มี ๙๑ เสียง จากทั้งหมด ๑๕๒ เสียง

การเมืองการปกครอง

๑. โครเอเชียเดิมเป็น หนึ่งในหก สาธารณรัฐ ซึ่งประกอบขึ้นเป็น สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยม ยูโกสลาเวีย (Socialist Federal Republic of Yugoslavia หรือ SFRY) อยู่ภายใต้การนำของ จอมพลติโต ชาวโครอัท ซึ่งสามารถควบคุมสถานการณ์ ความแตกแยก ระหว่างเชื้อชาติ ไว้ได้ในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการอสัญกรรมของ จอมพลติโต ในปี ๒๕๒๓ ขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อแยกตัวเป็นเอกราช ของ สาธารณรัฐต่างๆ ใน ยูโกสลาเวีย เริ่มมีความรุนแรงขึ้น

โครเอเชีย จัดให้มีการเลือกตั้งขึ้น เป็นครั้งแรกในปี ๒๕๓๓ โดยประธานาธิบดี Franjo Tudjman ได้รับเลือกตั้ง และ ต่อมาได้ประกาศเอกราช จาก SFYR ซึ่งทำให้เกิดการสู้รบระหว่างโครเอเชีย กับชาวเซิร์บ ในโครเอเชีย ซึ่งมียูโกสลาเวียหนุนหลัง และ ยุติลงเมื่อผู้นำโครเอเชีย เซอร์เบีย และ บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา ได้ลงนาม ข้อตกลงสันติภาพเดย์ตัน (Dayton Peace Accord) เมื่อปี ๒๕๓๘

๒. ภายหลังการอสัญกรรมของ ประธานาธิบดี Tudjman ในปี ๒๕๔๒ นาย Stjepan Mesic ได้รับเลือกตั้งเป็น ประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งเป็นผู้นำ เสรีนิยม ประชาธิปไตยรุ่นใหม่ ทำให้โครเอเชียพัฒนา ไปอย่างมาก โดยได้ปรับเปลี่ยนเป้าหมาย และ นโยบาย จากเดิม ที่ให้ความสำคัญกับ การต่อสู้ เพื่อผนวกดินแดน บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา ซึ่งมี ชาวโครอัทอาศัยอยู่จำนวนมาก เป็นการให้ความสำคัญ กับการยุติความขัดแย้ง กับ บอสเนียฯ การปรับความสัมพันธ์ กับประเทศยุโรปตะวันตก และการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

ทั้งนี้ เมื่อเดือน มกราคม ๒๕๔๘ ประธานาธิบดี Stjepan Mesic ได้รับเลือกตั้ง เป็นประธานาธิบดี สมัยที่ ๒ และจะดำรงตำแหน่งจนถึง ปี ๒๕๕๓

๓. เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๐ โครเอเชียได้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาทั่วประเทศ ผลปรากฏว่า พรรค Croatian Democratic Union (HDZ) ของ นายกรัฐมนตรี Ivo Sanader ซึ่งได้ที่นั่งสูงสุด ได้จัดตั้งรัฐบาลผสม ร่วมกับพรรคต่างๆ และ ต่อมา

ในวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๑ รัฐสภาโครเอเชีย ได้ลงมติให้ความ เห็นชอบต่อรัฐบาลชุดใหม่ ที่มีนาย Ivo Sanader เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นสมัย ที่สอง ซึ่งคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี ๔ คน และ รัฐมนตรี ๑๕ คน โดย
รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ คือ นาย Gordon Jandrokovic ซึ่งเป็น นักการเมืองรุ่นใหม่ และเป็นดาวรุ่งของพรรค HDZ

๔. นโยบายของ รัฐบาลสมัยที่สองของ นาย Sanader ยังคงดำเนินนโยบายสายกลาง ค่อนไปทาง อนุรักษ์นิยม ด้านการต่างประเทศ ส่งเสริม การมีสัมพันธ์ใกล้ชิด กับ สหรัฐอเมริกา และมุ่งให้โครเอเชีย เป็น สมาชิกสหภาพยุโรป (EU) และ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) โดยหวังว่า จะสามารถบรรลุผลสำเร็จเข้าเป็นสมาชิก EU ได้ในปี ๒๕๕๓

สำหรับภาระสำคัญเกี่ยวกับ กิจกรรมภายในประเทศ คือการพัฒนาที่รวดเร็ว ให้ความสนใจอย่างจริงจังต่อ ปัญหาสังคม ปฏิรูประบบศาลยุติธรรม และ ระบบบริหาร ให้มีความสมบูรณ์ และ ขจัดการฉ้อราษฎร์บังหลวง

นโยบายต่างประเทศ
จุดมุ่งหมายของนโยบายต่างประเทศ ของ โครเอเชีย ให้ความสำคัญกับเรื่องต่างๆ ดังนี้

๑. การเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) และ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO)

รัฐบาลโครเอเชีย เห็นว่า การเข้าเป็น สมาชิกของ สหภาพยุโรป เป็นหัวใจสำคัญ ของสันติภาพที่มั่นคง เสรีภาพ ที่เป็นประชาธิปไตย และ การพัฒนาทางเศรษฐกิจ ในยุคโลกาภิวัตน์ ทางที่ดีที่สุด ที่ประเทศเล็กๆ อย่างโครเอเชีย จะพัฒนา และ ดำรงความเจริญรุ่งเรืองไว้ได้ โดยการรักษาผลประโยชน์ของชาติ คือการเข้าเป็น สมาชิก EU

นอกจากนี้ เรื่องความมั่นคง เป็นประเด็นสำคัญ ในความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศสมัยใหม่ การเข้าเป็น สมาชิก NATO เป็นวิถีทางที่ดีที่สุด ที่จะ ปกป้อง ความปลอดภัย ของประเทศ

ทั้งนี้ ในการประชุมสุดยอด NATO ที่กรุงบูคาเรสต์ เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๑ บรรดาผู้นำของ ประเทศพันธมิตร NATO ได้มีมติให้เชิญ โครเอเชีย ให้เข้าร่วมเป็น ประเทศพันธมิตร NATO ลำดับที่ ๒๘ ทันทีที่ขั้นตอน การสมัครเข้าเป็น พันธมิตร และ กระบวนการให้สัตยาบันลุล่วง โดยเจ้าหน้าที่ ของ NATO คาดว่า จะสามารถดำเนินการได้ ภายใน ๑ ปี

๒ การส่งเสริมความสัมพันธ์ ระหว่าง โครเอเชีย และ ประเทศเพื่อนบ้าน

รัฐบาลโครเอเชีย จะพัฒนาความสัมพันธ์ กับประเทศเพื่อนบ้าน อยู่บนพื้นฐานของ ความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ให้ความเคารพต่ออธิปไตย เสรีภาพ ดินแดน และ ความเท่าเทียมซึ่งกันและกัน โดยแก้ไขปัญหา ผ่านการเจรจาทางการเมือง ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ โครเอเชีย มีอาณาเขตติดต่อกับ ฮังการี บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา สาธารณรัฐเซอร์เบีย และ สโลวีเนีย และ มีปัญหาความขัดแย้ง บริเวณชายแดน กับ บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา และ สาธารณรัฐเซอร์เบีย รวมทั้งความขัดแย้ง เหนือน่านน้ำกับ สโลวีเนีย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ความตึงเครียด ดังกล่าวได้ลดลงอย่างมาก เนื่องจากรัฐบาล โครเอเชีย ได้ดำเนินนโยบายเข้มงวด ในการควบคุม การใช้น่านน้ำ ของ โครเอเชีย เหนือทะเลเอเดรียติก

๓ การพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งด้านทวิภาคีและพหุภาคี

รัฐบาลโครเอเชีย ต้องการพัฒนาความสัมพันธ์ ด้านเศรษฐกิจ และการเมือง กับทุกประเทศ ที่เป็นประชาธิปไตย ในโลก บนพื้นฐานของ หลักการ ความเป็นอธิปไตย และ ความเท่าเทียมกัน

สำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี โครเอเชียให้ความสำคัญ กับการพัฒนาความสัมพันธ์ กับสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และจีน

นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมของ องค์การระหว่างประเทศ เป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์ของ นโยบายต่างประเทศของ โครเอเชีย และ จะส่งเสริมบทบาทของ ประเทศ ในเวทีระหว่างประเทศต่างๆ อาทิ EU องค์การ NATO สหประชาชาติ

๔ การส่งเสริมเศรษฐกิจของโครเอเชีย

รัฐบาลโครเอเชีย มีแผน ที่จะเพิ่มมูลค่าการส่งออก ดึงดูดการลงทุนจาก ต่างประเทศ และส่งเสริมความร่วมมือ ด้านเศรษฐกิจ กับ ต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่ง ของกลยุทธ ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ ของประเทศ

๕. ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๑ เป็นต้นมา โครเอเชีย ได้ดำรงตำแหน่ง สมาชิกไม่ถาวร ของ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมีวาระ ๒ ปี โครเอเชียจะยึดถือ และ ดำเนินการตามหลักการ ที่ระบุในนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อ สหภาพยุโรป ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด ระหว่างกัน มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เศรษฐกิจการค้า และสังคม

๑. ในบรรดาสาธารณรัฐ ที่อยู่ภายใต้ สหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย โครเอเชีย มีสถานะทางเศรษฐกิจ อยู่ในเกณฑ์ดี เป็นรองเพียง สโลวีเนีย เนื่องจาก เป็นเขตอุตสาหกรรมของ สหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย รายได้ส่วนใหญ่ของ โครเอเชีย มาจาก การท่องเที่ยว เนื่องจาก ภูมิประเทศ เป็น ชายฝั่งทะเลเอเดรียติก และมีหมู่เกาะที่สวยงาม ทำให้ในปัจจุบัน โครเอเชีย จึงยังคงสภาวะเศรษฐกิจ ที่ดีกว่า ประเทศ อดีตสหพันธ์สาธารณรัฐ ยูโกสลาเวีย ส่วนใหญ่ นอกจากสโลวีเนีย ไว้ได้

๒. สำหรับนโยบายเศรษฐกิจ ที่สำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้แก่ การปฏิรูปเศรษฐกิจ ให้เป็น ระบบเศรษฐกิจ แบบเสรี ส่งเสริมให้เอกชน เข้ามามีบทบาท ในทางเศรษฐกิจ มากขึ้น ออกกฎหมายเพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน จากต่างประเทศ โดยได้ประกาศนโยบาย ที่มุ่งสร้าง เสถียรภาพ ของ เศรษฐกิจมหภาค รักษาเสถียรภาพของ ค่าเงินสกุลคูน่า (Kuna) คงระดับอัตราเงินเฟ้อ เพิ่มอัตราการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจ ใช้มาตรการ ดึงดูดคู่ค้า และ นักลงทุนมากขึ้น รวมถึงการเร่งแปรรูป รัฐวิสาหกิจ

๓. รัฐบาลโครเอเชีย ยังมีโครงการสนับสนุน การลงทุนด้านท่าเรือ ซึ่งเป็นโครงการระยะยาว เนื่องจากเห็นว่า การลงทุนด้านนี้ จะส่งผลดีต่อ เศรษฐกิจ โครเอเชีย ช่วยให้เกิดการขนส่ง การก่อสร้างถนน ทางรถไฟ และธุรกิจบริการ เกี่ยวกับ บริษัทขนส่งสินค้าต่างๆ

โดยรัฐบาลได้สนับสนุนเงินกู้จำนวนหนึ่ง เพื่อสร้างถนนเชื่อมโยง กับเส้นทางของ ฮังการี ปรับปรุงทางรถไฟ และสาธารณูปโภคอื่นๆ ทั้งนี้ โครเอเชีย มีชายฝั่งทะเล ที่ยาวกว่า ๕,๐๐๐ กิโลเมตร และเต็มไปด้วย เกาะแก่งต่างๆ ถึง ๑,๑๘๕ เกาะ จึงมีความจำเป็น ต้องจัด การคมนาคมขนส่งทางน้ำ เพื่อเชื่อมโยงระหว่างกัน รวมทั้ง ดูแลชายฝั่งทะเล ซึ่งมีความสำคัญ ต่อระบบเศรษฐกิจ และ การก่อสร้างถนนหนทาง ภาคพื้นดิน ภายในประเทศ เพื่อรองรับ การคมนาคมทางน้ำ

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐโครเอเชีย

๑. ความสัมพันธ์ทั่วไป

ไทย และ โครเอเชีย สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๓๕ ซึ่งในโอกาส การครบรอบ ๑๐ ปี ของการสถาปนา ความสัมพันธ์ เมื่อปี ๒๕๔๕ ได้มีการแลกเปลี่ยน สารแสดงความยินดี ระหว่างกัน

ไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูดาเปสต์ มีเขตอาณาครอบคลุมโครเอเชีย ในขณะที่ฝ่าย โครเอเชีย ได้มอบหมายให้ สถานเอกอัครราชทูต โครเอเชีย ณ กรุงจาการ์ตา มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย

นอกจากนี้ ไทย และ โครเอเชีย ได้จัดตั้งสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ระหว่างกัน โดยกงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ประจำโครเอเชีย ได้แก่ นาย Alojzije Pavlovic และ กงสุลกิตติมศักดิ์โครเอเชีย ประจำประเทศไทย ได้แก่ นายวิฑูรย์ อร่ามวารีกุล

๒. ความสัมพันธ์ด้านการเมือง

ความสัมพันธ์ระหว่าง ไทยและโครเอเชีย ราบรื่น ไม่มีข้อขัดแย้งใดๆ โดยฝ่ายโครเอเชีย แสดงความชื่นชมอยู่เสมอว่า ประเทศไทย เป็นประเทศแรกๆ ที่รับรองเอกราช ของโครเอเชีย แต่ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทวิภาคี ระหว่างกัน ยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ เนื่องจาก โครเอเชีย ยังคงพัวพัน ในสงคราม กับ ชาวเซิร์บ จนถึงปี ๒๕๓๗ และ ภายหลังการสู้รบ โครเอเชีย ต้องมุ่งกับการบูรณาการภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันฝ่าย โครเอเชีย แสดงท่าทีกระตือรือร้น ที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์กับไทย ให้เพิ่ม มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้พยายามส่งเสริมให้ ทั้งสองฝ่าย มีการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

๓. ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ

โครเอเชีย เป็นคู่ค้าอันดับที่ ๑๑ ของไทย ในกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก มูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่าง ไทยกับโครเอเชีย ในปี ๒๕๕๐ มีมูลค่า ๓๙ ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๔๙ ๑๑.๓ ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเป็นฝ่าย ได้เปรียบดุลการค้า ๓๗.๒๒ ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการค้าในไตรมาสแรกของปี ๒๕๕๑ มีมูลค่า ๒๐.๕๗ ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋อง และ แปรรูป เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ข้าว ผลิตภัณฑ์ยาง ผลไม้กระป๋องและแปรรูป เสื้อผ้าสำเร็จรูป เลนส์

ส่วนสินค้าสำคัญ ที่นำเข้าจาก โครเอเชีย ได้แก่ เครื่องจักรกล และส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องใช้ และ เครื่องตกแต่ง ภายในบ้านเรือน ลวด และ สายเคเบิล ผลิตภัณฑ์ทำจากยาง โดยไทยเห็นว่า ควรเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างกัน และ พยายามศึกษา ลู่ทาง ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ กับโครเอเชีย ภายหลังการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป โดยใช้กลไก ความตกลงว่าด้วย ความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจ ที่จะจัดทำขึ้น

นอกจากนี้ โครเอเชีย กำลังเร่งปูพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เพื่อรองรับการเข้าเป็น สมาชิกสหภาพยุโรป โดยพัฒนาท่าเรือน้ำลึก ที่เมือง Rijeka ที่มี ความลึกที่สุด ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ กำลังปรับปรุงเส้นทางขนส่งสินค้า ไปยังประเทศในยุโรปตอนกลาง และตอนใต้ ซึ่งเมื่อปี ๒๕๔๘ กระทรวงพาณิชย์ ของไทย ได้เคยส่งคณะไปสำรวจ ลู่ทางความเป็นไปได้ ในการจัดทำคลังกระจายสินค้า

ด้านการท่องเที่ยวเป็นสาขาที่ โครเอเชีย มีศักยภาพสูง ซึ่งไทยสามารถหาลู่ทาง การร่วมลงทุน กับ โครเอเชีย ในการเปิด ร้านอาหารไทย และ การนวดแผนไทย ได้

ทั้งนี้ ในปี ๒๕๕๐ มีนักท่องเที่ยวจากโครเอเชีย เดินทางมาไทย จำนวน ๒,๐๙๑ คน เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๔.๕๑ เมื่อเทียบกับปี ๒๕๔๙ ซึ่งมีจำนวน ๑,๘๒๖ คน

๔. แนวโน้มความสัมพันธ์ ไทย-โครเอเชีย

เมื่อพิจารณาจากพัฒนาการของ ความสัมพันธ์ และความร่วมมือระหว่าง ไทยกับโครเอเชีย แล้ว การดำเนินความสัมพันธ์ ระหว่าง สองประเทศ ในสาขา และ ระดับต่างๆ น่าจะพัฒนาต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง และ ราบรื่น โครเอเชีย มีความสนใจที่จะ เสริมสร้างความสัมพันธ กับ ไทย ให้เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก นโยบายต่างประเทศของ โครเอเชีย ขณะนี้มุ่งเน้น การเข้าเป็น สมาชิกสหภาพยุโรป และ องค์การ สนธิสัญญา แอตแลนติกเหนือ และ ส่งเสริมความสัมพันธ์กับ ประเทศเพื่อนบ้าน เป็นลำดับแรก การมีปฏิสัมพันธ์ กับ ไทย อาจจะพัฒนาอย่าง ค่อยเป็นค่อยไป

๕. ความตกลงที่สำคัญๆ กับไทย

๑. ความตกลง ว่าด้วย การจราจรทางอากาศ ระหว่างไทยและโครเอเชีย (ลงนามเมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๒)
๒. ความตกลง ว่าด้วย การส่งเสริม และคุ้มครอง การลงทุน (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓)
๓. ความตกลง ยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดิน ทางทูต และ ราชการ ระหว่างไทยและโครเอเชีย (ลงนามเมื่อ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕)

๖. การเยือนที่สำคัญ
๖.๑ ฝ่ายไทย
พระราชวงศ์
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
– วันที่ ๑๐-๑๔ เมษายน ๒๕๔๓ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เยือนโครเอเชีย ตามคำกราบบังคมทูลเชิญ ของ นาย Ivica Racan นายกรัฐมนตรีโครเอเชีย และได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นาย Stjepan Mesic ประธานาธิบดีโครเอเชีย นาย Zlatko Tomcic ประธานรัฐสภาโครเอเชีย และ นาย Ivica Racan นายกรัฐมนตรี เข้าเฝ้าฯ ในโอกาสดังกล่าว

รัฐบาล
– วันที่ ๑๘-๒๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนโครเอเชีย อย่างเป็นทางการ
– วันที่ ๑-๒ มิถุนายน ๒๕๔๓ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางเยือนโครเอเชีย
– วันที่ ๒๘-๓๐ มีนาคม ๒๕๔๙ ดร. วีระชัย วีระเมธีกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะผู้แทนพิเศษ ของ นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือน โครเอเชีย

๖.๒ ฝ่ายโครเอเชีย
– วันที่ ๒๕-๒๗ ตุลาคม ๒๕๓๖ ดร. Ivo Sanader รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการต่างประเทศโครเอเชีย เดินทางเยือนไทย
– วันที่ ๓๐ มีนาคม – ๓ เมษายน ๒๕๓๙ ดร. Mate Granic รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศโครเอเชีย เดินทาง เยือน ประเทศไทย ในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ
– วันที่ ๖-๗ กรกฎาคม ๒๕๔๒ นาย Nenad Porges รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเศรษฐกิจโครเอเชีย เดินทางเยือนไทย เพื่อร่วมลงนาม ความตกลง ว่าด้วย การจราจรทางอากาศ ระหว่าง ไทยและโครเอเชีย
– วันที่ ๒๕-๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๓ นาย Goranko Fizulic รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเศรษฐกิจโครเอเชีย เดินทางเยือนไทย
– วันที่ ๑๐-๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ นาย Stjepan Mesic ประธานาธิบดีโครเอเชีย พร้อมภริยา เดินทางเยือนประเทศไทย ในฐานะแขกของ รัฐบาล ในระดับ Official Working Visit และ ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ปรับปรุงจาก ข้อมูล และ ภาพ ของ จาก กระทรวงต่างประเทศ พฤษภาคม 2551 http://www.mfa.go.th/web/479.php?id=57
โดย การเรียบเรียง กองยุโรป 3 กรมยุโรป โทร. 0 2643 5142-3 Fax. 0 2643 5141 E-mail : european04@mfa.go.th

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

กองวินัย สตช. เสนอถอดยศ “นช.ทักษิณ”

552000000181701


สตช.เสนอถอดยศ “นช.ทักษิณ”
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร


กองวินัยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอกองกำลังพล ทำการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คาด 1-2 วัน เสนอต่อ “พัชรวาท” พิจารณาชี้ขาดได้ ยันไม่ประวิงเวลา


วันนี้ (8 ม.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผู้บังคับการกองวินัย (ผบก.วน.) กล่าวถึง ความคืบหน้า การดำเนินการ ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลัง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง พิพากษาจำคุก 2 ปี ว่า ทางกองวินัย ในฐานะหน่วยงานต้นเรื่อง ได้ทำการตรวจสอบตามข้อมูล ที่ปรากฏ และ พบว่า


กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าเงื่อนไข องค์ประกอบ ตามระเบียบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2547 เนื่องจาก ถูกศาลพิพากษาจำคุก และ คดีถึงที่สุดแล้ว จึงได้ส่งเรื่องเสนอไปยัง กองกำลังพล เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2552


ซึ่งกระบวนการ ขั้นต่อไป ทางกองกำลังพล จะต้องประมวลเรื่อง เพื่อเสนอไปยัง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. เพื่อพิจารณาดำเนินการ ถอดยศ ต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ชนาภัทร เชยสมบัติ ผู้บังคับการกองกำลังพล กล่าวว่า ได้รับเรื่องจาก กองวินัย เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องนำมาพิจารณา ตามระเบียบฯ ซึ่งทางกองวินัย ได้ชี้มาแล้ว ในส่วนกองกำลังพล ก็จะต้องนำมาพิจารณาว่า กรณีดังกล่าว เข้าระเบียบ เกี่ยว กับ กำลังพล หรือไม่ ซึ่งจะต้องพิจารณา ตามข้อเท็จจริง ที่ปรากฏด้วย

“เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งกองกำลังพล ก็จะทำไปตามขั้นตอน ของกฎหมาย ยืนยันว่า จะไม่มีการยื้อ หรือประวิงเวลา ขอเวลา ประมวลเรื่อง 1-2 วัน จากนั้น จะเสนอให้ พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. พิจารณา ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป” พล.ต.ต.ชนาภัทร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามระเบียบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วย การถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2547 ซึ่งออกโดย อาศัยอำนาจมาตรา 11 (4), 28 และ 29 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ดังกล่าว จะเห็นว่า

พฤติกรรม ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าเหตุในการ “ถอดยศ” ถึง 2 ข้อ คือ
(2) ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด ให้ลงโทษจำคุก หรือ โทษที่หนักกว่าจำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือ ความผิดที่ได้กระทำ โดยประมาท
(6) ต้องหาในคดีอาญาแล้ว หลบหนีไป สำหรับ ผู้ที่มิได้อยู่ในราชการ หรือ หน่วยงานของรัฐ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 มกราคม 2552 15:02 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000001717


พิมพ์ ข่าวนี้ สตช.เสนอถอดยศ “นช.ทักษิณ”

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

รมต. สำนักฯ ออกโรงป้อง โฆษก เชื่อข่าว “แม้ว” จ้างล็อบบี้ยิสต์ต่างชาติ ถล่มไทยมีมูล


“สาทิตย์” สำทับ “แม้ว” จ้างล็อบบี้ยิสต์มีมูล ยันอดีตข่าวกระฉ่อน

นายสาทิตย์ กล่าวว่า โฆษกพรรค เป็น ผู้ใหญ่ และ เป็น ส.ส. ฉะนั้นพูด�ะไร ก็คงมีวิจารณญาณ ข�งเขาเ�ง และ เขาต้�งรับผิดช�บ สิ่งที่เขา ��กมาแถลง

นายสาทิตย์ กล่าวว่า โฆษกพรรค เป็น ผู้ใหญ่ และ เป็น ส.ส. ฉะนั้นพูดอะไร ก็คงมีวิจารณญาณ ของเขาเอง และ เขาต้องรับผิดชอบ สิ่งที่เขา ออกมาแถลง


รมต. สำนักฯ ออกโรงป้อง โฆษก เชื่อแถลงข่าว “แม้ว” จ้างล็อบบี้ยิสต์ต่างชาติ ถล่มไทยมีมูล แม้จะไม่มีหลักฐาน แต่เคยตกเป็นข่าวฉาวโฉ่ ก่อนหน้านี้ มั่นใจในสปิริต พร้อมรับผิด หากมีการฟ้องร้อง ปฏิเสธ แกนนำพรรค อยู่เบื้องหลัง การให้ข่าว ฟุ้งมีงานทำอีกเยอะ


วันนี้ (8 ม.ค.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ทีมกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้เวลา พรรคประชาธิปัตย์ 7 วัน ในการนำหลักฐาน เรื่องที่อ้างว่า พ.ต.ท. ทักษิณ จ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ เพื่อทำลายความเชื่อมั่น ของประเทศไทย ไม่เช่นนั้น จะฟ้อง ข้อหาหมิ่นประมาท กับ พรรคประชาธิปัตย์ และ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค

นายสาทิตย์ กล่าวว่า เข้าใจว่าที่ โฆษกพรรค ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ ก็คงจะมีข้อมูลอยู่ ถ้ามีการฟ้องร้อง โฆษกพรรค ก็พร้อมที่ จะชี้แจงใน กระบวนการ ที่เกี่ยวข้อง แต่เจตนา ที่ออกมาพูด เพื่อที่จะให้เห็นว่ามี กระบวนการ อย่างไรเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า นายสาทิตย์ เคยเห็นหลักฐาน ชิ้นนี้หรือไม่ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้เห็น แต่ทราบเรื่อง ก่อนหน้านี้ ที่เคยมี การเปิดเผยกัน แต่ว่า หลังจากนั้น ก็ไม่ได้ตามเรื่องนี้

เมื่อ โฆษกพรรค ออกมาพูด เข้าใจว่า คงเจตนาออกมาพูดให้เห็นถึง กระบวนการ บางอย่าง ที่อาจจะทำให้ ข่าวสาร ที่ออกมา มีผลกระทบ เท่านั้นเอง และ คิดว่า เมื่อเปิดเผย คงมีข้อมูล ที่พร้อมชี้แจง ส่วนรัฐบาล ก็ทำงานไป ไม่ได้จะไปสืบเรื่อง เหล่านั้น

เพราะว่า ภารกิจเรื่องอื่น ก็มีเยอะ เฉพาะ แผน กระตุ้นเศรษฐกิจ ก็เยอะแล้ว และ ยังมีเรื่อง การสร้างความเชื่อมั่น อีก ซึ่งส่วนตัว ดูแล งาน ประชาสัมพันธ์ ก็มีแผน ที่จะต้องทำ อีกหลายเรื่อง ทั้งเรื่องที่ นายกฯ จะไป เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เรื่อง การจัดประชุม สุดยอดผู้นำอาเซียน และ เรื่อง การกระตุ้นเศรษฐกิจ

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านมองว่า มีแกนนำใน พรรคประชาธิปัตย์อยู่เบื้องหลัง การออกมาให้ข่าว ของโฆษกพรรค และ หากพิสูจน์ ได้ว่าจริง ก็เรียกร้องให้ ลาออก นายสาทิตย์ กล่าวว่า โฆษกพรรค เป็น ผู้ใหญ่ และ เป็น ส.ส. ฉะนั้นพูดอะไร ก็คงมีวิจารณญาณ ของเขาเอง และ เขาต้องรับผิดชอบ สิ่งที่เขา ออกมาแถลง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
8 มกราคม 2552 11:41 น.
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000001571


พิมพ์ ข่าวนี้ “สาทิตย์” สำทับ “แม้ว” จ้างล็อบบี้ยิสต์มีมูล ยันอดีตข่าวกระฉ่อน

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

สภาทนาย แนะใช้ กม.ผู้บริโภค ฟ้อง “ซานติก้าผับ”

สันติสุข มะโรงศรี

สันติสุข มะโรงศรี


“สันติสุข” แจง ไม่ใช่ พนง. ASTV –
สภาทนาย แนะใช้ กม.ผู้บริโภค ฟ้อง”ซานติก้า”


“สันติสุข” แจง ในฐานะ ผู้ดำเนินรายการ “รู้ทันประเทศไทย” รับเงินเดือนจาก “ว็อชด็อก” เพราะฉะนั้น พฤติกรรมไปเที่ยว “ซานติก้าผับ” จึงไม่แปดเปื้อน เงินบริจาค ของประชาชน แต่อย่างใด

ด้านนายกสมาคมวิศวกรรมฯ เผยตรวจพบ ความผิดปกติ “นรกซานติก้า” ถึง 23 จุด ไม่มีแม้กระทั่ง ผู้ออกแบบอาคาร ขณะ กรรมการสิทธิฯ สภาทนาย แนะลูกค้าใช้สิทธิฟ้อง ตาม กม.คุ้มครองผู้บริโภค โอกาสชนะคดีมีสูง


คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “รู้ทันประเทศไทย” (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ”รู้ทันประเทศไทย” (256 K)
จาก manager multimedia

สันติสุข แจง ในฐานะ ผู้ดำเนินรายการ รู้ทันประเทศไทย

สันติสุข แจง ในฐานะ ผู้ดำเนินรายการ รู้ทันประเทศไทย



รายการ “รู้ทันประเทศไทย” ทางเอเอสทีวี ช่วงเวลา 18.30-20.00 น. วันที่ 7 มกราคม 2552 ในช่วงต้นรายการ นายสันติสุข มะโรงศรี ซึ่งรอดชีวิต จากเหตุการณ์ไฟไหม้ ซานติก้าผับ มาได้อย่างหวุดหวิด ได้ชี้แจง กรณีที่มีความเห็นเข้ามา ทางเว็บไซต์ว่า การเป็นพนักงาน ASTV ซึ่งได้รับเงินเดือน จากการบริจาค ของประชาชนนั้น ไม่ควรจะไปเที่ยวสถานที่ อย่างซานติก้าผับ

โดย นายสันติสุข ได้ชี้แจงว่า รายการ “รู้ทันประเทศไทย” นั้นเป็นของ บริษัทว็อชด็อก ที่มาร่วมผลิต กับ ASTV ซึ่งตนในฐานะ ลูกจ้าง บริษัทว็อชด็อก ก็รับเงินเดือนจาก บริษัทว็อชด็อก ไม่ได้รับจาก เงินบริจาค เพราะฉะนั้น พฤติกรรมที่ตนไปเที่ยว จึงไม่ได้ไปแปดเปื้อน เงินบริจาคแต่อย่างใด

ส่วนเงินบริจาค จากประชาชนนั้น ก็ได้รับการบริหารจัดการ โดย ASTV ตามวัตถุประสงค์ อย่างครบถ้วนแล้ว และ ขอแสดงความคิดเห็น ในฐานะ มุมมองส่วนตัว ว่า เท่าที่ได้รู้จัก กับ ทีมงาน ASTV ทุกคนได้ทุ่มเททำงานเต็มที่ อย่างหามรุ่งหามค่ำ มาตลอด

ดังนั้น ตนจะไม่ไปวิพากษ์วิจารณ์ หากว่าในช่วงเทศกาล พวกเขาเหล่านั้น จะไปพักผ่อนสังสรรค์ กับครอบครัว หรือ เพื่อนฝูง ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็แล้วแต่
552000000155403

สำหรับในช่วงสนทนา ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และ นายสันติสุข ได้สนทนา กับ นายประสงค์ ธาราไชย นายกสมาคม วิศวกรรมสถาน แห่งประเทศไทย (ในพระบรมราชูปถัมภ์) หลังจากเข้าไปตรวจสอบ ในซานติกาผับ ซึ่งพบความผิดปกติ ประมาณ 23 ประเด็น เช่น

ไม่พบผู้ออกแบบ ทั้งแบบก่อสร้าง และ แบบดัดแปลง ไม่มีท่อร้อยสายไฟ ในอาคาร ใช้โฟมชนิดที่ติดไฟง่าย ซึ่งมีการห้ามใช้ โครงสร้างอาคารพังเร็ว เพราะ ไม่พ่นวัสดุกันไฟ ซึ่งตามกฎหมายไ ด้ระบุไว้ ต้องมี วัสดุกันไฟให้ได้อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ไม่พบ ระบบเตือนไฟไหม้ ไม่มี สปริงเกอร์ฉีดน้ำ ไม่มีไฟฉุกเฉิน(ยกเว้นใน ห้องครัวจุดเดียว) ทางหนีไฟ ไม่ถูกตามมาตรฐาน เพราะมีขนาดเล็ก ไม่สามารถออกได้ บันไดลงชั้นใต้ดิน มีบันไดเดียว เป็นต้น
552000000155405

นอกจากนี้ ยังได้สนทนา กับ นายชัยรัตน์ แสงอรุณ กรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ ในประเด็นทางกฎหมาย กรณีเหตุเพลิงไหม้ ซานติก้าผับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะต้องดำเนินคดี กับผู้ที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ และ เจ้าของผับ ส่วนลูกค้า ก็สามารถฟ้องเรียกค่าชดเชย จากเจ้าของผับ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นการใช้สิทธิ ในฐานะผู้ใช้บริการ

ซึ่งเชื่อว่ากรณีนี้ ผู้บริโภค มีโอกาสชนะ มากกว่าแน่นอน โดยสภาทนาย พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ ในการฟ้อง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 มกราคม 2552 05:53 น.
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000001470


พิมพ์ ข่าวนี้ “สันติสุข”แจงไม่ใช่ พนง. ASTV – สภาทนายแนะใช้ กม.ผู้บริโภคฟ้อง”ซานติก้า”

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Blog at WordPress.com.