Accom Thailand

January 12, 2009

บช.ก. เตรียมส่งสำนวน “จักรภพ” หมิ่นเบื้องสูง ให้อัยการ นัดเจ้าตัวเข้าพบที่ สำนักงานอัยการสูงสุด

นายจักรภพ เพ็ญแข ผู้ต้ภ??หาคดีหมิ่นเบื้ภ??สูง

นายจักรภพ เพ็ญแข ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง


สำนวน”เจ๊เพ็ญ”หมิ่นเบื้องสูงถึงมืออัยการพรุ่งนี้


พนักงานสอบสวน บช.ก. เตรียมส่งสำนวน “จักรภพ” หมิ่นเบื้องสูง ให้อัยการ นัดเจ้าตัวเข้าพบที่ สำนักงานอัยการสูงสุด พรุ่งนี้เวลา 10.00 น. เพื่อส่งมอบตัวให ้พิจารณาดำเนินการต่อไป


วันนี้ ( 12 ม.ค.) ที่ กองปราบปราม ผู้สื่อข่าว รายงานความคืบหน้า กรณีที่ คณะพนักงานสอบสวน ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีมติ สั่งฟ้อง นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในความผิด ตามมาตรา 112 คือ ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น อาฆาต มาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 3-15 ปี

จากนั้น นายจักรภพ ได้ร้องขอ พนักงานสอบสวน ให้มีการสอบปากคำพยาน เพิ่มเติม โดย มี ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล อดีตผู้สมัคร ผู้ว่าราชการ กทม. เป็น หนึ่งในพยาน ด้วย ล่าสุดพนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำพยานเพิ่มเติม ตามที่ นายจักรภพ ร้องขอ เสร็จสิ้นแล้ว

โดย คณะกรรมการระดับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งสำนวน การสอบสวน กลับมาให้ คณะกรรมการ ระดับ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อนำสำนวนคดีดังกล่าว ไปส่งอัยการ ในวันที่ 13 มกราคม นี้ เวลา 10.00 น.

พร้อมประสานนัดหมาย นายจักรภพ เข้าพบที่ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อส่งมอบตัวให้ ทางอัยการ พิจารณาดำเนินการต่อไป

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
12 มกราคม 2552 22:37 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003424


พิมพ์ ข่าวนี้ สำนวน”เจ๊เพ็ญ”หมิ่นเบื้องสูงถึงมืออัยการพรุ่งนี้

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

นายกฯ เข้าเฝ้าในหลวง ทูลรายงานการบริหารราชการแผ่นดิน


นายกฯ เข้าเฝ้าในหลวง ทูลรายงาน
การบริหารราชการแผ่นดิน


นายภ??ิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เฝ้าทูลละภ?งธุลีพระบาท

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

เมื่อเวลา 17.30 น. วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พุทธศักราช 2552 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระราชทาน พระบรมราชวโรกาส ให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลรายงาน การบริหารราชการแผ่นดิน (ภาพ-สำนักพระราชวัง)

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
12 มกราคม 2552 22:20 น.
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003399


พิมพ์ ข่าวนี้ นายกฯ เข้าเฝ้าในหลวง ทูลรายงานการบริหารราชการแผ่นดิน

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“ดีเอสไอ” ทลายแก๊ง หลอกตุ๋นไฮโซร่วมลงทุนแชร์น้ำมัน


“ดีเอสไอ” ทลายแก๊ง หลอกตุ๋นไฮโซ ร่วมลงทุนแชร์น้ำมัน

“ดีเอสไอ” ทลายบริษัทแชร์น้ำมัน หลอกตุ๋นไฮโซร่วมลงทุนเก็งกำไรน้ำมันตลาดโลกคาออฟฟิศหรูกลางเมือง พร้อมกระจายกำลังจับบริษัทสาขาที่ภูเก็ต พบร่วมทุนไม่ถึงปีสูญเงินกว่า 50 ล้านบาท


วันนี้ (12 ม.ค.) ที่อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้นำหมายค้นจากศาลอาญาเข้าตรวจค้น บริษัท แฟคซิลิตี้ เอวิเอชั่น ซัพพอร์ท (แห่งประเทศไทย) จำกัด บริษัท ซี เอ็น อี รีสอร์ท เลขที่ 170-171 อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ ชั้น 11 ซึ่งหลักฐานจากการสืบสวน พบว่า เป็นบริษัทที่เปิดขึ้นเพื่อหลอกลวงให้ประชาชนนำเงินมาเก็งกำไรซื้อขายน้ำมันในตลาดดาวโจนส์ ไนเม็กซ์ ฮั่งเส็ง แต่จากการตรวจสอบฐานข้อมูลและธุรกรรมการเงิน ไม่พบว่า บริษัทดังกล่าวเคยโอนเงินเพื่อซื้อขายหรือเก็งกำไรหุ้นใดๆตลาดหุ้นในต่างประเทศแม้แต่ครั้งเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ ก่อนการตรวจค้นได้มีการโต้เถียงกันถึงหมายค้น เนื่องจากบริษัทดังกล่าวได้ทำประตูลับเชื่อมถึงกันระหว่างห้อง 170 และ ห้อง 171 โดยภายหลังการเจรจาทำความเข้าใจกัน เจ้าหน้าที่ของทางบริษัทจึงยินยอมนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น และเป็นที่น่าสังเกตว่า มีจอคอมพิวเตอร์จำนวนมาก แต่มีฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์อยู่เพียงไม่กี่เครื่อง รวมทั้งเอกาสารที่เป็นข้อมูลสมาชิกที่พบเหลือเพียงแฟ้มเปล่าเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงอายัดไว้ตรวจสอบต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการตรวจค้นห้องของ นายปฐม ศิริสิน กรรมการบริษัท พบเอกสารการโอนเงินของธนาคารกสิกรไทย สาขาธนบุรี จำนวน 200,000 บาท และจากการตรวจค้นลิ้นชักโต๊ะทำงานยังพบหมายเรียกคดีฉ้อโกงประชาชนของ สน.ทองหล่อ โทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ด 1 เครื่อง เอกสารข่าวการจับกุมบริษัท และตารางเวลาการติดต่อลูกค้า ไพ่ 2 สำรับ ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไปยังห้องเก็บของ ซึ่งอยู่ติดกับห้องของนายปฐม พบว่าเป็นห้องควบคุมระบบคอมพิวเตอร์ พบว่า สายโทรศัพท์ถูกตัดทิ้งกว่า 20 เส้น ส่วนตู้เซฟยังไม่สามารถเปิดได้ เนื่องจากไม่มีรหัสและกุญแจ ดีเอสไอจึงอายัดมาตรวจสอบ นอกจากนี้ ดีเอสไอได้ส่งผู้เชี่ยวชาญระบบไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์เข้าตรวจสอบสายไฟและสายโทรศัพท์ภายในบริษัทดังกล่าว ว่า เชื่อมโยงไปยังจุดใดในอาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์อีกบ้าง

พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ก.ล.ต.ได้เข้าตรวจสอบบริษัทดังกล่าวมาแล้ว 2-3 ครั้ง เนี่องจากพบว่ามีการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้จดทะเบียนกับ ก.ล.ต.และยังเชิญชวนประชาชนมาร่วมลงทุนเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนและการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนแต่ ก.ล.ต.ไม่สามารถดำเนินดคีกับผู้ต้องหาได้จึงส่งข้อมูลมาให้ดีเอสไอ เมื่อกลางปี 2550 จากการสืบสวนพบว่าบริษัทดังกล่าวเปิดดำเนินการเพียง 1 ปี แต่ได้หลอกลวงให้ประชาชนนำเงินมาลงทุนเป็นจำนวนมากโดยผู้เสียหายที่เข้าร้องเรียนกับดีเอสไอ 10 รายต้องสูญเงินลงทุนไปกว่า 50 ล้านบาท บางรายลงทุนไปแล้ว 27 ล้านบาท แต่ผู้ลงทุนทุกรายจะได้เงินปันผลเพียง 30% ของเงินลงทุน หน่วยละ 300,000 บาท โดยจะได้รับปันผลเพียงครั้งเดียวจากนั้นจะขาดทุนตลอด

พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาจะเลือกลูกค้ากลุ่มผู้มีฐานะทางการเงินสูง โดยจะคัดเลือกข้อมูลจากบัตรเครดิตจากนั้นจะชักชวนให้เข้ามาร่วมลงทุน โดยในการจับกุมครั้งนี้ ดีเอสไอได้กระจายกำลังเข้าจับกุม 2 จุด คือ ที่อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ ซึ่งเป็นสำนักงานในกรุงเทพฯ และบริษัท ซีเอ็นอี รีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต และสามารถจับกุม นายณรงค์ฤทธิ์ เขียวหวาน อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ นอกจากนี้ ยังออกหมายจับผู้ต้องหารวม 7 ราย จำนวนนี้ มี นางกันยา ยุชมพู อายุ 37 ปี กรรมการผู้จดทะเบียนบริษัทและเป็นผู้มีอำนาจลงนาม และ นายปฐม ศิริสิน อายุ 38 ปี กรรมการบริหาร และจากการตรวจสอบพบว่าบริษัททั้ง 2 แห่ง ใช้เจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันดำเนินงาน แต่ไม่พบว่ามีชาวต่างชาติร่วมกระทำผิด ส่วน นายณรงค์ฤทธิ์ เจ้าหน้าที่จะนำตัวฝากขังที่ศาลอาญาทันที ทั้งนี้ สำนวนคดีนี้มีการสอบสวนทั้งพยานบุคคลและเอกสารไว้เกือบเสร็จสมบูรณ์แล้วเชื่อว่าจะสามารถส่งสำนวนให้อัยการส่งฟ้องได้ในเร็วๆ นี้

สำหรับเอกสารเชิญชวนให้ร่วมลงทุน ระบุว่า ผู้ลงทุนต้องเปิดบัญชีขั้นต่ำ 300,000 บาท หากน้ำมันในตลาดโลกปรับราคาสูงขึ้น 1 เหรียญสหรัฐฯต่อ 1 บาร์เรล จะได้กำไร 120,000 บาท หักค่าคอมมิชชันให้บริษัทแล้วคงเหลือกำไร 110,400 บาท แต่ถ้าการเก็งกำไรขาดทุน 1 เหรียญสหรัฐฯต่อ 1 บาร์เรล จะขาดทุนสุทธิ 129,600 บาท ทั้งนี้ การซื้อขายน้ำมันล่วงหน้ามีข้อดี หรือผู้ลงทุนสามารถขายก่อนซื้อหรือซื้อก่อนขายก็ได้ ทำให้มีโอกาสทำกำไรทั้งขณะที่น้ำมันราคาขึ้นหรือราคาลง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
12 มกราคม 2552 17:58 น.
http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003307


พิมพ์ ข่าวนี้ “ดีเอสไอ” ทลายแก๊งหลอกตุ๋นไฮโซร่วมลงทุนแชร์น้ำมัน

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

พันธมิตรฯ นั่งกุนซือ ไม่ใช่เรื่องแปลก เหมือนที่ นปก. ได้ตำแหน่ง การเมือง ในรัฐบาลนอมินี ทักษิณ


“สุริยะใส” ชี้แนวร่วมพันธมิตรฯ นั่งกุนซือ ไม่ใช่เรื่องแปลก

 นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน พันธมิตรประชาชน เพื่�ประชาธิปไตย กล่าวถึงการแต่งตั้ง ผู้ที่มาขึ้นเวทีปราศรัย ข�ง พันธมิตรฯ ไปดำรงตำแหน่ง ทางการเมื�ง

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงการแต่งตั้ง ผู้ที่มาขึ้นเวทีปราศรัย ของ พันธมิตรฯ ไปดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง


ผู้ประสานงาน พันธมิตรฯ ชี้ แกนนำพันธมิตรฯ ไม่เคยวิ่งเต้น ขอตำแหน่ง ระบุ คนได้รับแต่งตั้ง ล้วนเป็น แนวร่วม และ เป็น อดีตสมาชิกพรรค ปชป. ทั้งสิ้น ลั่นเดินหน้า สร้างการเมืองใหม่ ย้อนถามแกนนำ นปช. นั่งหน้าสลอน ในรัฐบาล หอกหัก-ชายอำมหิต ไม่น่าเกลียดหรือ


วันนี้ (13 ม.ค.) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงการแต่งตั้ง ผู้ที่มาขึ้นเวทีปราศรัย ของ พันธมิตรฯ ไปดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง บางตำแหน่งนั้น

ถ้าพิจารณาบุคคล ที่ได้รับการแต่งตั้ง ไม่ว่าจะเป็น นายประพันธ์ คูณมี นายพิเชฐ พัฒนโชติ หรือ นายสำราญ รอดเพชร หรือ แม้แต่ นายกษิต ภิรมย์ ที่ไปเป็น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนหน้านี้ ถ้ามองผิวเผิน อาจเหมือนเป็น การต่างตอบแทน แต่ทั้ง 4 ท่าน ที่ได้รับแต่งตั้ง เป็น อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์

เฉพาะ นายกษิต นั้นก็เป็น สมาชิกพรรค และ เป็นคณะทำงานของ พรรคประชาธิปัตย์ มาก่อนอยู่แล้ว ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องผิดปกติ หรือ เป็นเรื่องที่ ไม่เหมาะสม แต่อย่างใด

นายสุริยะใส กล่าวว่า การขึ้นเวทีปราศรัย ของ พันธมิตรฯ ก็มาส่วนตัว ไม่ได้มาพูด หรือ มาเคลื่อนไหวในนาม พรรคประชาธิปัตย์ และ ไม่ได้เป็น แกนนำ พันธมิตรฯ เป็น แนวร่วม ต่อสู้เท่านั้น เพราะอำนาจตัดสินใจ การเคลื่อนไหว อยู่ที่ 5 แกนนำ

ถ้า 1 ใน 5 แกนนำ ได้รับแต่งตั้งไป ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง นั่น อาจเป็นเรื่องที่ ผิดปกติ หรือ สมควรถูก วิพากษ์วิจารณ์ ว่า เป็นการตอบแทนคุณ พันธมิตรฯ หรือแม้แต่ ที่มีข่าวว่า ผมถูกทาบทามไปเป็น บอร์ดองค์การโทรศัพท์ นั้น ก็ไม่เป็นความจริง และ แม้ถูกทาบทาม มา ไม่ว่าตำแหน่งใด ก็จะปฏิเสธ เช่นกัน

“ถ้าพูดถึง ความน่ารังเกียจ คงเทียบกันไม่ได้ กับ การที่ แกนนำ นปก. ได้รับตำแหน่ง ทางการเมือง ใน รัฐบาล นายสมัคร อย่างพร้อมหน้า พร้อมตา แม้หลายคนจะโดนคดี และ ข้อหาร้ายแรง ด้วยซ้ำ ก็ยังได้ ตำแหน่งใหญ่โต”

นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า วันนี้ จุดยืน ของ 5 แกนนำไม่มีวิ่งเต้น ขอตำแหน่ง แต่จะไปห้าม คนที่มา ขึ้นเวทีปราศรัย หรือ มาต่อสู้ กับ พันธมิตรฯ คงไม่ได้ เพราะมีคนจำนวนมาก ที่มาร่วมเคลื่อนไหว

ทั้งนี้ 5 แกนนำฯ ยังมีความตั้งใจ จะสร้าง สมรรถนะ และ ประสิทธิภาพ ให้กับ การเคลื่อนไหว ของ พันธมิตรฯ ต่อไป เพื่อทำให้ การเมือง ภาคประชาชน เข้มแข็ง และ มีอำนาจต่อรอง ถ่วงดุล กับ การเมืองในสภา อย่างเป็นรูปธรรม

โดยเฉพาะ การรณรงค์ เพื่อสร้างการเมืองใหม่นั้น เป็น แผนงาน ตลอดทั้งปี 52 ของพันธมิตรฯ ซึ่งเริ่มต้นสัมมนา และ เปิดเวที ในหลายๆ จังหวัด แล้ว และ จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการใน วันเสาร์ที่ 17 มกราคม ที่ จ.ชลบุรี

ส่วนการเคลื่อนไหว ของ นปช. ที่กดดันให้รัฐบาลปลด นายกษิต ภิรมย์ และ ดำเนินคดี ต่อ พันธมิตรฯ นั้น เป็นข้อเรียกร้อง ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ เสนอยุบสภาแต่สังคมไม่ขานรับ ก็เลยหยิบเอาเรื่อง พันธมิตรฯ มาเป็น เงื่อนไข ทำลายเสถียรภาพของ รัฐบาล ซึ่งคงไม่มีผลอะไร เพราะเรื่อง คดีพันธมิตรฯ ก็ยังต้อง ขึ้นโรงขึ้นศาล ไปตามกระบวนการ และ

ที่กระทรวงการต่างประเทศ ตกเป็นเป้าที่สุด ก็เพราะ การทำงาน ของ รมว. ต่างประเทศ อาจกระทบ ต่อความมั่นคงของ นายใหญ่ ทักษิณ ที่ลี้ภัย อยู่ต่างแดน

ฉะนั้น ทั้งหมด ของ นปช. วันนี้ ย่อมชี้ชัดว่า เคลื่อนไหวเพื่อ นายทักษิณ คนเดียว เท่านั้น และ เชื่อว่าสุดท้าย จะเหี่ยวแห้งไปเอง เพราะ สังคม ต้องการไปให้พ้น จากความขัดแย้ง และ ไม่ควรติดหล่ม กับ ระบอบทักษิณ อีกต่อไป เพราะ ทำให้บ้านเมือง เสียเวลามาหลายปีแล้ว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
13 มกราคม 2552 15:26 น.
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003704


พิมพ์ ข่าวนี้ “สุริยะใส” ชี้แนวร่วมพันธมิตรฯ นั่งกุนซือ ไม่ใช่เรื่องแปลก

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

WIPO ทูลเกล้าฯ “ในหลวง” ถวายรางวัล ผู้นำโลก ด้านทรัพย์สินทางปัญญา


WIPO ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล “ในหลวง”
ผู้นำโลก ด้านทรัพย์สินทางปัญญา


ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลผู้นำโลก ด้านทรัพย์สินทางปัญญา แด่ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ในวันที่ 14 ม.ค. ณ วังไกลกังวล โดยทรงเป็น บุคคลแรก ที่ได้รับ การทูลเกล้า ทูลฯ ถวายรางวัล ทรงให้ความสำคัญ กับ การคุ้มครอง ทรัพย์สินทางปัญญา และ การพัฒนาคิดค้น เพื่อการพัฒนาชุมชน ในชนบท ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น


กระทรวงการต่างประเทศ ออกเอกสาร ทางรายงานว่า ในวันพุธที่ 14 มกราคม 2552 นายฟรานซิส เกอร์รี่ (Francis Gerry) ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) จะได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เหรียญรางวัลผู้นำโลก ด้านทรัพย์สินทางปัญญา แด่ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

โดยการมอบรางวัลผู้นำโลก ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ในครั้งนี้ นับว่าเป็นการริเริ่มของ โครงการทรัพย์สินทางปัญญาโลก ซึ่งพิจารณามอบให้แก่ ผู้มีบทบาทโดดเด่น ในการส่งเสริม และ อุปถัมภ์ทรัพย์สินทางปัญญา

โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นบุคคลแรก ที่ได้รับ การทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายรางวัล ดังกล่าว โดยทรงให้ความสำคัญ กับ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และ การพัฒนาคิดค้น เพื่อการพัฒนาชุมชน ในชนบท ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และ ที่ผ่านมา มีการจดทะเบียบ ถวายสิทธิบัตรถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มากกว่า 20 รายการ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
12 มกราคม 2552 11:16 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000002997


พิมพ์ ข่าวนี้ WIPO ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล”ในหลวง”ผู้นำโลก ด้านทรัพย์สินทางปัญญา

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

เกิดเหตุเพลิงไหม้ แผงขายพระ ข้างวัดราชนัดดารามวรวิหาร


ไฟไหม้แผงพระข้างวัดราชนัดดาฯ วอด 10 หลัง


เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังฉีดน้ำสกัดเพลิงที่ลุกลามจากแผงพระข้างวัดราชนัดดาฯ

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังฉีดน้ำสกัดเพลิงที่ลุกลามจากแผงพระข้างวัดราชนัดดาฯ


เกิดเหตุเพลิงไหม้ แผงขายพระ ข้างวัดราชนัดดารามวรวิหาร กลางดึก วอด 10 แผง ไม่มีคนเจ็บ ตำรวจคาด ไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจาก กลางคืน ไม่มีคนอยู่


วันนี้ (12 ม.ค.) เมื่อเวลา 04.00 น. ร.ต.อ.สมัย จินดาพวง ร้อยเวร สน.สำราญราษฎร์ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ แผงขายของ บริเวณข้าง วัดราชนัดดารามวรวิหาร แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย หน่วยแพทย์ และ รถดับเพลิง จาก หน่วยบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 40 คัน

ที่เกิดเหตุ เป็นแผงขายของ แบ่งเป็นบล็อก มีทั้งสิ้นประมาณ 120 หลัง ส่วนใหญ่ เป็นแผงเช่าพระ อยู่บริเวณรั้วด้านข้าง วัดราชนัดดารามวรวิหาร โดยต้นเพลิง มาจาก ร้านกบ ซึ่งเป็นแผงเช่าพระ และ ได้ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก แต่ละร้าน ได้เก็บอุปกรณ์ สำหรับหล่อพระ ที่เป็น ซิลิโคน ไว้จำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ได้รีบฉีดน้ำ เพื่อสกัดเพลิงไว้ เนื่องจาก เกรงว่า อาจลุกลามไปยัง ชุมชนวัดราชนัดดา ที่อยู่ใกล้เคียงกัน โดยใช้เวลา ประมาณ 15 นาที เพลิงจึงสงบ

ตรวจสอบเบื้องต้น พบแผงเช่าพระ ถูกเพลิงไหม้เสียหายไป จำนวน 10 แผง และ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้ ตำรวจสันนิษฐานว่า อาจเกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน ไม่มีคนอยู่ ในแผงร้านค้า

เพลิงสงบพบไฟไหม้ว�ด 10 แผง

เพลิงสงบพบไฟไหม้วอด 10 แผง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
12 มกราคม 2552 05:23 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000002944


พิมพ์ ข่าวนี้ ไฟไหม้แผงพระข้างวัดราชนัดดาฯ วอด 10 หลัง

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ในการประชุมอาเซียน จะไม่นำปัญหาปราสาทพระวิหาร มาคุยเพราะเป็นเรื่อง ทวิภาคี


“มาร์ค” เตรียมประท้วง กัมพูชา สร้างถนน ขึ้นเขาพระวิหาร


นายกฯ หวัง กัมพูชา มีสปิริต ไม่นำปัญหาปราสาทพระวิหาร มาพูดคุย ในการประชุมอาเซียน เพราะเป็นเรื่อง ทวิภาคี เตรียมทำบันทึก ทักท้วง กรณี กัมพูชา สร้างถนนขึ้นเขาพระวิหาร ขัดเอ็มโอยูปี 43 ที่ห้ามทั้งสองฝ่าย ปรับพื้นที่


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี มีรายงานข่าวว่า ทางกัมพูชาไม่สบายใจ กับ จุดยืน รัฐบาลไทย ที่ต้องการให้ จดทะเบียน เขาพระวิหาร เป็นมรดกโลกร่วมกัน และ อาจจะนำเหตุนี้ มาป่วน ในการประชุมอาเซียน
ปราสาทพระวิหาร

ปราสาทพระวิหาร


ที่ ไทย จะเป็นเจ้าภาพ ว่า คิดว่าคงไม่เป็นอย่างนั้น เพราะ สมาชิกอาเซียน จะคำนึงถึงสปิริต ของ อาเซียน นั่นคือ เราต้องการเป็น ประชาคม เดียวกัน การเป็นเพื่อนบ้านกัน แล้วมีปัญหา มันเป็นเรื่องปกติมาก ทุกประเทศ ที่มีพรมแดนติดกัน ก็ต้องกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่เราจะไม่เอาปัญหา ทวิภาคี มาทำให้งาน ของกลุ่มเสียไป

ส่วนการที่ กัมพูชา ดำเนินการก่อสร้างถนน เข้าไปสู่ทางเข้า ปราสาทพระวิหาร นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้รับทราบแล้ว และ คงเป็นส่วนหนึ่ง ที่จะต้อง พิจารณา เพราะบันทึกความเข้าใจ เรื่องการปักปันเขตแดน ระหว่างไทยกับกัมพูชา เมื่อปี 2543 ได้เขียนชัดว่า ทั้ง 2 ฝ่าย ต้องไม่มี การปรับสภาพพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลต่อเรื่อง สิทธิและเสรีภาพ

เมื่อถามว่าไทยจะต้องมี การประท้วง หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไทย เคยประท้วง กัมพูชา ไปหลายครั้ง แต่ถ้ามีเหตุการณ์ใหม่ ก็ต้องทำบันทึกไป อีกครั้ง

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ ทางกัมพูชา ได้จ้าง ประเทศจีน มาสร้างถนน เข้าปราสาทเขาพระวิหาร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาได้รับความช่วยเหลืออยู่บ้าง ซึ่งตนเข้าใจว่า ในช่วงหนึ่ง ได้ระงับไป ซึ่งเราต้องมาตรวจสถานะกันอีกครั้ง

ต่อข้อถามที่ว่า ถ้ากัมพูชาแยกเรื่องไม่ออก และ นำเรื่องทวิภาคีนี้ มาปะปน กับ เวทีการประชุมอาเซียน จะทำอย่างไร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่เชื่อว่า จะเป็นอย่างนั้น เพราะ นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีประสบการณ์สูง และ มีบทบาท ในอาเซียน มาโดยตลอด ท่านจึง ไม่น่าจะทำเช่นนั้น

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึง การหารือ กับ สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรี ประเทศกัมพูชา ผ่านโทรศัพท์ว่า เป็นการคุย เรื่องประชุมอาเซียน เท่านั้น โดยทาง กัมพูชา เสนอว่า จะรวมประชุมไปรอบเดียวหรือไม่

เราชี้ให้เห็นว่า ปัญหาอยู่ที่ว่า อีก 6 ประเทศ นั้น ไม่สะดวก ในช่วงเดือน มี.ค. เลย จึงจะทำให้ทุกอย่างล่าช้า พอเดือน เม.ย. ก็จะมีประเด็นภายใน อีกหลายประเทศ ทำให้ รัฐบาล จะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

หลังจากนั้น เรา และ ประเทศเพื่อนบ้าน ก็ติดงานสงกรานต์ ดังนั้น ถ้าเราไปรอถึง ปลาย เม.ย. ข้อตกลง ที่จะทำให้เราเดินหน้า ในการสร้างประชาคม อาเซียน จะล่าช้าออกไป ส่วนปลายเดือน เม.ย. ก็จะเป็นเรื่อง การลงนาม ข้อตกลง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
12 มกราคม 2552 05:03 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000002942


พิมพ์ ข่าวนี้ “มาร์ค” เตรียมประท้วงกัมพูชาสร้างถนนขึ้นเขาพระวิหาร

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Create a free website or blog at WordPress.com.