Accom Thailand

February 8, 2009

วัดระฆัง – Wat Rakhang (วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร)


วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร – Wat Rakhang

ประวัติ วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร


วัดระฆังโฆสิตาราม เดิมเรียกว่า วัดบางหว้าใหญ่ เป็นวัดโบราณครั้ง กรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานี คู่กับ วัดบางหว้าน้อย คือ วัดอมรินทราราม ปี พุทธศักราช ๒๓๑๐ กรุงศรีอยุธยา เสียกรุงแก่ พม่า

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงกู้อิสรภาพของไทยกลับคืนมาได้ และ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ พร้อมกับตั้ง พระนครหลวงขึ้นใหม่ เรียกว่า กรุงธนบุรี เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๓๑๑

พุทธศักราช ๒๓๑๒ หลังจากที่ทรงขึ้น ครองราชย์แล้ว ก็ทรงใฝ่พระทัยเป็นธุระใน พระพุทธศาสนา พระราชทาน พระบรมราชูปถัมภ์ ยกวัด บางหว้าใหญ่ ซึ่งเดิมเป็น วัดราษฎร์ ขึ้นเป็น พระอารามหลวง และ

ทรงมีพระราชปรารภว่า พระไตรปิฎก คงกระจัดกระจายเสียหาย เมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยา ให้แก่พม่า เพราะ พม่า ได้เผาบ้านเมือง และ วัดวาอาราม พินาศลง

จึงมีพระราชประสงค์ จะรวบรวมชำระสอบทาน พระไตรปิฎก นั้น ให้ถูกต้องครบถ้วน ตามเดิม และ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไปอัญเชิญ พระไตรปิฎก จากเมือง นครศรีธรรมราช ซึ่งยังมีบริบูรณ์อยู่ เพราะพม่า ยังไปทำลายไม่ถึง ประจวบกับ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ต้องเสด็จพระราชดำเนิน ไปทำสงคราม ที่เมือง นครศรีธรรมราช

เมื่อเสร็จราชการสงครามแล้วได้ทรงพบ พระอาจารย์รูปหนึ่ง มีชื่อว่า พระอาจารย์สี แต่เดิม พระอาจารย์สี รูปนี้ อยู่ประจำที่ วัดพนัญเชิง แขวงเมือง กรุงเก่า เป็นผู้มีความสามารถแตกฉานใน พระไตรปิฎก ทั้งเป็นผู้ทรงคุณ ทางวิปัสสนาธุระ ซึ่งพระองค์ทรงรู้จักดี

เมื่อกรุงศรีอยุธยา เสียแก่พม่าแล้ว ท่านได้หลีกไปอยู่ที่ เมืองนครศรีธรรมราช สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงให้รวบรวม พระไตรปิฎก จาก นครศรีธรรมราช ได้แล้ว เสด็จกลับกรุงธนบุรี

พร้อมกันนั้นก็ได้ อาราธนา พระอาจารย์สี ร่วมมาในขบวนนั้น ด้วย และ โปรดเกล้าฯ ให้ครอง
วัด บางหว้าใหญ่ พร้อมทั้ง ทรงตั้งให้เป็น สมเด็จพระสังฆราช ด้วย

กาลต่อมา ได้มีพระราชดำรัสสั่งให้ พระเถรานุเถระมา ประชุมกันที่ วัดบางหว้าใหญ่ อีก แล้วทรงอาราธนาให้ พระเถรานุเถระ ทั้งหลาย มี สมเด็จพระสังฆราช (สี) เป็นประธาน

ทรงขอให้รับธุระสอบทานพระไตรปิฎก จึงได้มีการ สังคายนาพระไตรปิฎก จนสำเร็จ เรียบร้อยบริบูรณ์ เป็นต้นฉบับที่ถูกต้อง ตามพระราชประสงค์ ณ วัดบางหว้าใหญ่

สมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี ขณะนั้น พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีพระชนม์ได้ ๓๓ พรรษา รับราชการอยู่ใน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มีบรรดาศักดิ์ เป็น พระราชวรินทร์ ตำแหน่ง เจ้ากรมพระตำรวจนอกขวา ทรงย้ายจาก บ้านอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม มาตั้งนิวาสสถาน อยู่ใกล้ๆ กับพระราชวัง ของ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี (ปัจจุบันคือกรมอู่ทหารเรือ)

ต่อมาได้รับพระกระแสรับสั่งของ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ให้เป็นแม่ทัพ ไปตี เมืองโคราช ท่านจึงสั่งให้รื้อ หอพระตำหนัก กับ หอประทับนั่ง มาปลูกถวายไว้ที่ วัดบางหว้าใหญ่ ทางด้านทิศตะวันตก ของพระอุโบสถ หลังคามุงจาก ฝาสำหรวด กั้นห้องด้วยกระแชง

ทั้งนี้ตาม ความตั้งพระทัยไว้แต่เดิมว่า จะยกถวายวัด (ปัจจุบัน พระอุโบสถหลังเก่า ยกขึ้นเป็น พระวิหาร เป็นสถานที่ ให้เช่าพระ)

เมื่อล่วงรัชสมัยของ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีแล้ว พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ ราชสมบัติ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ แล้วได้ทรง ย้ายเมืองหลวง จาก กรุงธนบุรี มาตั้งใหม่ ทางฝั่งตะวันออก ของ แม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชื่อว่า
กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ฯ

และ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้อาราธนา สมเด็จพระสังฆราช (สี) ที่ถูกถอดยศ ในสมัยของ พระเจ้ากรุงธนบุรี มาครอง วัดบางหว้าใหญ่ ตามเดิม และ รับสั่งให้ พระสงฆ์ วัดบางหว้าใหญ่ และ วัดโพธาราม (ปัจจุบัน คือ วัดพระเชตุพน อยู่ตรงท่าเตียน) เข้ารับบิณฑบาต ใน พระราชวัง ผลัดเวรกัน วัดละ ๗ วัน สมเด็จพระสังฆราช (สี) นี้ จึงนับว่าเป็น ปฐมสังฆราช แห่งกรุงรัตนโกสินทร์


ปรับปรุง จาก ข้อมูล และ ภาพ ของ วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร – http://www.watrakang.com/index.php

คลิปจาก http://www.bangkoktourist.com – กองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร



อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้อง กับ วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร ได้จาก

  • ชมหอไตร ไหว้หลวงพ่อโต กราบพระยิ้ม ที่ “วัดระฆัง”
    จาก ข้อมูล และ ภาพ ของ ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 สิงหาคม 2548 15:23 น. – http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9480000106979
  • วัดระฆัง-เว็ป
  • ประวัติ วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร
  • ประวัติ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรสี)
  • พระคาถาชินบัญชร
    จาก ข้อมูล และ ภาพ ของ วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร
  • วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร วัดประวัติศาสตร์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดย ด.ญ.เกศทิพย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
    จาก ข้อมูล และ ภาพ ของ นิตยสารสกุลไทย ฉบับที่ 2515 ปีที่ 49 ประจำวัน อังคาร ที่ 31 ธันวาคม 2545
  • Murals at Wat Rakhang Khositaram (in Englisch)
  • วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร จาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.
  • Wat Rakhang Kositaram Woramahaviharn deutsch Wikipedia – Enzyklopädie
  • Wat Rakhang Kositaram Woramahaviharn Tiếng Việt Bách khoa toàn thư mở Wikipedia

  • ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
    Advertisements

    Leave a Comment »

    No comments yet.

    RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

    Leave a Reply

    Fill in your details below or click an icon to log in:

    WordPress.com Logo

    You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

    Twitter picture

    You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

    Facebook photo

    You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

    Google+ photo

    You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

    Connecting to %s

    Blog at WordPress.com.

    %d bloggers like this: