Accom Thailand

May 4, 2009

ศาลปกครอง เรียก “พัชรวาท”- บก.มติชน แจง หลังอ้าง ดำเนินคดี ASTV ไม่ได้ เพราะมี คำสั่งคุ้มครอง


ศาลปกครองเรียก “พัชรวาท”- บก.มติชน แจง หลังอ้าง
ดำเนินคดี ASTV ไม่ได้ เพราะมี คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

ศาลปกครองสูงสุด เรียก ผบ.ตร. และ บก.มติชนรายวัน เข้าให้ถ้อยคำ หลังอ้าง ดำเนินคดี ASTV ไม่ได้ เพราะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ของ ศาลปกครองสูงสุด ระบุ ทำให้ประชาชน เข้าใจผิด คิดว่า ศาลปกครอง คุ้มครอง ASTV ทั้งที่ มีความเหมือน ดีสเตชั่น เผย


กรมประชาฯ ถอนอุทธรณ์คดีที่ แพ้ ASTV โดย ศาลปกครองสูงสุด สั่งจำหน่ายคดี ออกจากสารบบแล้ว
ศาลปกครองสูงสุดเรียก ผบ.ตร.และ บก.มติชนรายวัน เข้าให้ถ้อยคำ หลังอ้าง ดำเนินคดี ASTV ไม่ได้ เพราะมี คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ของ ศาลปกครองสูงสุด

ศาลปกครองสูงสุดเรียก ผบ.ตร.และ บก.มติชนรายวัน เข้าให้ถ้อยคำ หลังอ้าง ดำเนินคดี ASTV ไม่ได้ เพราะมี คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ของ ศาลปกครองสูงสุด


วันที่ 4 พ.ค.รายงานข่าวจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานศาลปกครอง แจ้งว่า สืบเนื่องจาก กรณีตามหนังสือพิมพ์ มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 21 เมษายน 2552 หน้า 2 ลง บทความ “คำแถลง สนง.ตร. แจงเหตุ คดีเหลือง-แดง ต่างกัน” และ มีประเด็นข้อความ ในลักษณะ แนวคำตอบ ของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และคณะ ฯลฯ” ซึ่งข้อความในบางตอนระบุว่า “ดีสเตชั่น ถูกจับดำเนินคดี ในข้อหาผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วน เอเอสทีวี มีข้อจำกัด ไม่สามารถจับกุมดำเนินคดีได้ เนื่องจาก ได้รับความคุ้มครอง ตามคำสั่ง ศาลปกครองสูงสุด ที่ 147-148/2549 ลง วันที่ 24 เมษายน 2549 ปัจจุบัน ยังได้รับ ความคุ้มครอง ตามคำสั่ง ดังกล่าวอยู่”
ศาลปกครองสูงสุดเรียก ผบ.ตร.และ บก.มติชนรายวัน เข้าให้ถ้อยคำ หลังอ้างดำเนินคดี ASTV ไม่ได้ เพราะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองสูงสุด

ศาลปกครองสูงสุดเรียก ผบ.ตร.และ บก.มติชนรายวัน เข้าให้ถ้อยคำ หลังอ้างดำเนินคดี ASTV ไม่ได้ เพราะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองสูงสุด



โดยประเด็น ข้อความดังกล่าว บ่งบอกถึง เจตนาของผู้ให้ข้อความ ต้องการให้ ประชาชน หรือ ผู้อ่านเข้าใจผิด ว่า

ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งคุ้มครอง เอเอสทีวี ผู้กระทำความผิดเฉกเช่นเดียวกับ ดีสเตชั่น จนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่สามารถจับกุมดำเนินคดี ในมาตรฐานเดียวกันกับ ดีสเตชั่น ซึ่งเป็นข้อความที่ สื่อความหมาย ผิดไปจาก ข้อเท็จจริงแห่งคดี

โดยประเด็น ข้อความดังกล่าว ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ เพื่อเผยแพร่ หรือ โฆษณา ต่อ สาธารณชน ถือไม่ได้ว่า เป็นการ วิจารณ์การพิจารณา หรือ การพิพากษาคดี ของ ศาลปกครองสูงสุด ด้วยวิธีการทางวิชาการ

อันเป็นการกระทำ ที่น่าจะเข้าข่าย ผู้กระทำความผิด ฐานละเมิด อำนาจศาล ตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติ จัดตั้ง ศาลปกครองฯ พ.ศ.2552 ประกอบมาตรา 32(2) แห่ง ประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณา ความแพ่ง

ศาลปกครองสูงสุด จึงมีคำสั่ง ลงวันที่ 29 เมษายน 2552 ถึง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ นายสุวพงษ์ จั่นฝังเพ็ชร บรรณาธิการ ผู้พิมพ์โฆษณา หนังสือพิมพ์ มติชนรายวัน เรียกให้ เข้าไปให้ถ้อยคำต่อ ศาลในเรื่องนี้ โดยศาล นัดไต่สวน ใน วันที่ 13 พฤษภาคม 2552 เวลา 13.30 น.ที่ศาลปกครองสูงสุด ชั้น 3 ห้องพิจารณาคดี ที่ 12

ทั้งนี้ การที่ ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งเรียก ผู้เกี่ยวข้อง มาให้ถ้อยคำต่อศาล ในเรื่องดังกล่าวนั้น เนื่องจาก เห็นว่า ข้อความตอนหนึ่งที่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ คณะ ได้แถลงต่อ สาธารณชน ตามที่ปรากฏใน ข่าวของ หนังสือพิมพ์มติชน ดังกล่าวนั้น

ศาลปกครองสูงสุด เห็นว่าเป็นการให้ข้อมูล ที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และผิดไปจากข้อเท็จจริง แห่งคดี ซึ่งอาจทำให้ ประชาชน เกิดความเข้าใจผิด ได้ว่า ศาลปกครอง ปฏิบัติ สองมาตรฐาน

จึงเห็นควรเรียกให้ บุคคลทั้งสองราย เข้ามาให้ถ้อยคำต่อศาล เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ในประเด็นที่เกิดขึ้น รวมทั้งเพื่อ จะได้ทำให้เกิดความเข้าใจ ที่ถูกต้อง เกี่ยวกับข้อเท็จจริง แห่งคดีต่อไป

นอกจากนี้ สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานศาลปกครอง ได้เผยแพร่ บทความ เรื่อง คดีเอเอสทีวี (ASTV) ที่เคยตีพิมพ์ใน

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง ฉบับวันที่ 27 กันยายน 2551 คอลัมน์นิติปกครอง โดย นายมหาชน เพื่อชี้แจง ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการพิจารณาคดีเอเอสทีวี ของ ศาลปกครอง

ซึ่งเป็นคดีที่ ฝ่ายเอเอสทีวี ได้ฟ้อง กรมประชาสัมพันธ์ ที่สั่งให้ กสท ระงับ การให้บริการดาวเทียมโกล็บแซต แก่ เอเอสทีวี เมื่อต้นปี 2549 ซึ่งศาลปกครองกลาง มี คำพิพากษา ให้ เอเอสทีวี ชนะคดี เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2551 โดยให้ กรมประชาสัมพันธ์ ชดใช้ค่าเสียหาย 120,000 บาท หลังจากนั้น ฝ่ายกรมประชาสัมพันธ์ ได้ยื่นอุทธรณ์ ต่อศาลปกครองสูงสุด

สำนักงาน ประชาสัมพันธ์ สำนักงาน ศาลปกครอง ชี้แจงข้อเท็จจริง อีกว่า คดีนี้ ผู้ถูกฟ้องคดี ที่ 1-3 ได้มีการอุทธรณ์ คำพิพากษาขอ งศาลปกครอง ชั้นต้น (ศาลปกครองกลาง) ต่อ ศาลปกครองสูงสุด และ ในเวลาต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดี ทั้งสามรายดังกล่าว ได้ร้องขอถอนอุทธรณ์ คำพิพากษาฯ

ศาลปกครองสูงสุด จึงได้มีคำสั่งคดี หมายเลขแดง ที่ อ.515/2551 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2551 อนุญาตให้ ถอนอุทธรณ์คำพิพากษา และ ให้จำหน่ายคดี ออกจากสารบบความ


สำหรับคดีนี้ บริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด และ นายสนธิ ลิ้มทองกุล และ พวกรวม 9 คน เป็นผู้ฟ้องคดีต่อ
กรมประชาสัมพันธ์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1
นายดุษฎี สินเจิมศิริ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2
นางภัทรียา สุมะโน รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3
บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ผู้ถูกฟ้องคดี ที่ 4
นายพิศาล จอโภชาอุดม รองกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 5 และ
นายจิรชัย สีจร รองกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 6

ในกรณีที่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่มีคำสั่ง ระงับการให้บริการ เครือข่ายดาวเทียมโกลบแซต ในการเผยแพร่ สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี และ ระงับการให้ บริการ ระบบ อินเทอร์เน็ต ทั้งที่ บริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอม ไม่ได้กระทำการ ผิดสัญญาใดๆ จึงเป็นคำสั่ง ทางปกครอง ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และ ขัดต่อ รัฐธรรมนูญ มาตรา 37 ที่ว่าด้วย สิทธิเสรีภาพ ในการสื่อสาร ถึงกัน และ พ.ร.บ. ว่าด้วย ธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2545 นอกจากนี้ ยังขัดต่อ รัฐธรรมนูญมาตรา 39 วรรค 3 ในเรื่องของ การจำกัด สิทธิเสรีภาพ การแสดงความคิดเห็น ของ สื่อมวลชน

บทความเรื่อง “คดีเอเอสทีวี (ASTV)” ที่เคยตีพิมพ์ใน หนังสือพิมพ์บ้านเมือง ฉบับวันที่ 27 กันยายน 2551 คอลัมน์ นิติปกครอง โดย นายมหาชน

คดีเอเอสทีวี (ASTV)

ความพยายามของรัฐบาล ที่ต้องการยุติ การออกอากาศ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี (ASTV) ยังคงมีอยู่ ตลอดมา โดยอ้างว่า สถานีโทรทัศน์ ดังกล่าว ไม่ได้รับอนุญาต ให้จัดตั้งสถานี เพื่อแพร่ภาพออกอากาศ อันผิดกฎหมาย วิทยุกระจายเสียง และ วิทยุโทรทัศน์ และเป็น สื่อที่ปลุกระดมมวลชน

ท่านที่ติดตามข่าวคงจำได้ว่า คดีนี้ศาลปกครองกลาง ได้เคยมีคำสั่ง คุ้มครองชั่วคราว ให้ สถานีโทรทัศน์ ดังกล่าว สามารถออกอากาศได้ ตามที่ ผู้ฟ้องคดีคือ บริษัทไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด และ พวกได้ร้องขอ และ ต่อมา ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยืน ตามคำสั่งศาลปกครองกลาง ในการคุ้มครอง การออกอากาศ ของ สถานีโทรทัศน์ ดังกล่าว ต่อไป จนกว่า คดีจะถึงที่สุด หรือ จนกว่าศาล จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

กระทั่งใน วันที่ 31 มกราคม 2551 ศาลปกครองกลาง จึงได้มีคำพิพากษา ตัดสินในคดี โดยตัดสินให้ กรมประชาสัมพันธ์ (ผู้ถูกฟ้องคดี) เป็นฝ่ายแพ้คดี และ ต้อง ชดใช้ค่าเสียหาย เป็นเงิน จำนวน 120,000 บาท

ขณะนี้ คดีดังกล่าว ยังอยู่ในชั้นอุทธรณ์ เพราะผู้ถูกฟ้องคดี ไม่เห็นด้วย จึงยื่นอุทธรณ์ต่อ ศาลปกครองสูงสุด

วันนี้ ผมจึงขอนำ เหตุผลของ ศาลปกครองทั้ง กรณี คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และ คำพิพากษา มานำเสนอ เพื่อให้เกิด ความกระจ่าง ว่า เหตุใด สถานีโทรทัศน์ ดังกล่าว จึงยังสามารถออกอากาศได้ และ เหตุใด การกระทำของ กรมประชาสัมพันธ์ จึงผิดกฎหมาย และ ละเมิด ต่อ ผู้ฟ้องคดี

คดีนี้ ผมเห็นว่า สำคัญ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ สิทธิและเสรีภาพ ของประชาชนตาม กฎหมายรัฐธรรมนูญ

เป็นที่ทราบกันว่า สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี นั้น ต่างจาก สถานีโทรทัศน์ ฟรีทีวี ทั่วไป เพราะ สถานีโทรทัศน์ ดังกล่าว ใช้บริการ โกลบแซ็ต ในการยิงสัญญาณ จากรถถ่ายทอดสด ขึ้นดาวเทียมไทยคม เพื่อส่งสัญญาณ มาที่ ห้องส่ง ถนนพระอาทิตย์ ซึ่ง สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ได้ทำสัญญาเช่า ใช้บริการโกลบแซ็ต กับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)

แต่ กรมประชาสัมพันธ์ เห็นว่า สถานีโทรทัศน์ ดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ จัดตั้งสถานี เพื่อแพร่ภาพออกอากาศ อันผิดกฎหมาย วิทยุกระจายเสียง และ วิทยุโทรทัศน์ จึงมีคำสั่งให้ บริษัท กสท.ฯ ระงับการส่งสัญญาณ แก่ สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ซึ่งเป็นต้นเหตุ ของการนำคดีขึ้นสู่ ศาลปกครอง และ ต่อมา ศาลปกครองกลาง และ ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งคุ้มครอง ให้สถานีโทรทัศน์ดังกล่าว สามารถออกอากาศได้ ตามปกติ ในระหว่างที่ คดียังไม่ถึงที่สุด

โดยศาลให้เหตุผล ในการคุ้มครองชั่วคราว สรุปใจความ ได้ว่า หากกรมประชาสัมพันธ์ เห็นว่า การออกอากาศ ของ ผู้ฟ้องคดี ผิดกฎหมาย วิทยุกระจายเสียง และ วิทยุโทรทัศน์ กรมประชาสัมพันธ์ ต้องร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ ดำเนินคดีอาญา

กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ กรมประชาสัมพันธ์ ในการที่จะสั่ง บริษัท กสท.ฯ ระงับ การส่งสัญญาณของ ผู้ฟ้องคดีได้

การกระทำของ กรมประชาสัมพันธ์ เป็นการกระทบเสรีภาพ ในการสื่อสาร และ การสื่อความคิดเห็น ซึ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ ได้รับรองไว้ การจะ จำกัด เสรีภาพดังกล่าวได้ ก็แต่โดยอาศัยอำนาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะ เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัว หรือ ความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคล อื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศีลธรรมอันดี ของประชาชน หรือ เพื่อป้องกัน หรือ ระงับความเสื่อมทราม ทางจิตใจ หรือ สุขภาพ ของประชาชน

โดยกรณีจะเป็นเช่นที่ว่า และมีผลให้ต้อง จำกัดสิทธิเสรีภาพดังกล่าวได้ ก็ต่อเมื่อ ได้มีคำพิพากษา ของศาลถึงที่สุด ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เพื่อการ ดังกล่าว โดยเฉพาะ เท่านั้น

ดังนั้น เมื่อยังมิได้มี คำวินิจฉัยชี้ขาด ของศาลเป็นที่สุด สิทธิเสรีภาพ ขั้นพื้นฐาน ของราษฎร ที่ รัฐธรรมนูญ ให้การคุ้มครอง จึงควรมี หลักประกันว่า จะไม่ถูกละเมิด ได้โดยง่าย ศาล จึงมีคำสั่งคุ้มครอง การออกอากาศสถานีโทรทัศน์ ดังกล่าว

สำหรับ คำพิพากษา ของศาลปกครองกลาง ซึ่งได้มีคำตัดสินไปแล้ว เมื่อต้นปี สรุปความได้ว่า กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ กรมประชาสัมพันธ์ ในการสั่ง บริษัท กสท.ฯ ระงับสัญญาณ ของผู้ฟ้องคดีได้

การกระทำดังกล่าว จึงเป็นการกระทำ โดยปราศจาก อำนาจ และเป็นการล่วงละเมิดสิทธิ ตามสัญญา ระหว่าง ผู้ฟ้องคดี กับ บริษัท กสท.ฯ อันก่อให้เกิด ความเสียหาย แก่ผู้ฟ้องคดี ในการไม่สามารถ ผลิต และ ส่งรายการ ตามกำหนด ตามที่ตกลงกับ บริษัทคู่สัญญาได้ ซึ่งจะต้องเสียค่าปรับ ในการผิดสัญญา ดังกล่าวด้วย

ประการสำคัญคือ การสั่งระงับสัญญาณนั้น ทำให้ผู้ฟ้องคดี ต้องเสียเสรีภาพ ในการสื่อสารถึงกัน โดยทางที่ ชอบด้วยกฎหมาย เสรีภาพ ในการแสดง ความคิดเห็น การรับรู้ ข้อมูลข่าวสาร ของประชาชน ฯลฯ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติรับรองไว้ จึงควรมีหลักประกันว่า จะไม่ถูกละเมิด ได้โดยง่าย

ศาลปกครองกลาง จึงพิพากษา ให้เพิกถอนหนังสือของ กรมประชาสัมพันธ์ ที่ให้บริษัท กสท.ฯ ระงับการส่งสัญญาณ แก่ ผู้ฟ้องคดี และ ชดใช้ค่าเสียหาย แก่ผู้ฟ้องคดี เป็นเงิน 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ตามกฎหมาย

ผลจาก คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ของ ศาลปกครองสูงสุด และ คำพิพากษาของ ศาลปกครองกลาง จึงทำให้ สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี สามารถออกอากาศ ได้ดังทุกวันนี้

คดีนี้บทสรุปจะเป็นอย่างไร คงต้องรอคำชี้ขาดสุดท้ายจาก ศาลปกครองสูงสุด (คดีหมายเลขแดงที่ 131/2551)

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 4 พฤษภาคม 2552 17:58 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000049960


พิมพ์ ข่าวนี้ “ศาลปกครอง เรียก “พัชรวาท” – บก.มติชน แจง อ้างคำสั่งคุ้มครอง ขวางเอาผิด ASTV


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: