Accom Thailand

May 7, 2009

ศาลฎีกาพิพากษา ยืนให้จำคุก “ภาวนาพุทโธ” 50 ปี


ศาลฎีกาพิพากษา ยืน จำคุก 50 ปี “ภาวนาพุทโธ” ข่มขืนเด็ก!
นายจำลอง คนซื่อ หรือ อดีต "พระภาวนาพุทโธ" อายุ 60 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพราน จ.นครปฐม ซึ่งถูกศาลพิพากษาตัดสินจำคุก 50 ปี ในข้อหากระทำผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี

นายจำลอง คนซื่อ หรือ อดีต พระภาวนาพุทโธ อายุ 60 ปี อดีตเจ้าอาวาส วัดสามพราน จ.นครปฐม ซึ่งถูกศาลพิพากษา ตัดสิน จำคุก 50 ปี ในข้อหา กระทำผิด ฐานข่มขืนกระทำชำเรา หญิงอายุไม่เกิน 13 ปี


ศาลฎีกาพิพากษา ยืน คดี ภาวนาพุทโธ ร่วมมือ แม่ชี หลอกข่มขืน เด็กชาวเขา ให้จำคุก “ภาวนาพุทโธ” 50 ปี ส่วนผู้สมรู้ร่วมคิด เป็นธุระจัดหาเด็ก ติดคุกหัวโต กันถ้วนหน้า


วันนี้ (7 พ.ค.) ที่ ศาลอาญา ศาลอ่าน คำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายจำลอง คนซื่อ อายุ 56 ปี หรือ “พระภาวนาพุทโธ” อดีตเจ้าอาวาส วัดสามพราน จ.นครปฐม กับพวก รวม 8 คน ประกอบด้วย

น.ส.สมจิตร รักสีขาว อายุ 32 ปี ,
น.ส.ช่อผา สกุลวนาการ อายุ 31 ปี,
น.ส.อนงค์ วงศ์ใจประเสริฐ อายุ 37 ปี,
น.ส.จินตนา ดารานโรดม อายุ 28 ปี ,
น.ส.สุภาพ นาวรัตน์ อายุ34 ปี,
นางศรีเพ็ญ มีกลอนเพราะ อายุ 36 ปี และ
น.ส.ขนิษฐา มีกลอนเพราะ อายุ 31 ปี
จำเลยที่ 1-8 ในความผิด ฐานข่มขืนกระทำชำเรา หญิงอายุไม่เกิน 13 ปี และ ไม่เกิน15ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาตน และ
ฐานได้กระทำต่อศิษย์ ที่อยู่ในความดูแล และ

พวกแม่ชี ถูกฟ้อง ฐานเป็นผู้สนับสนุน เป็นธุระจัดหา และ ชักพาหญิงไป เพื่อสำเร็จความใคร่ เพื่อการอนาจาร

คดีในชั้นฎีกา มีเฉพาะ จำเลยที่ 1 กับ 3 ยังติดใจ ฎีกา ส่วนจำเลยอื่น ไม่ติดใจฎีกา เพราะถูกจำคุกไป จนพ้นโทษแล้ว เป็นส่วนใหญ่


คำพิพากษา ศาลฎีกา ใจความว่า โจทก์ฟ้อง และ นำสืบว่า เมื่อ วันที่ 28 พ.ย. 38 และเมื่อ ระหว่าง เดือน ส.ค.31 – ม.ค.38

จำเลยที่ 1 ขณะบวชเป็น พระภิกษุ และได้เป็น เจ้าอาวาสวัดสามพราน จ.นครปฐม มีนามฉายาว่า พระมหาจำลอง กิตติปัญโญ หรือ พระภาวนาพุทโธ เป็น ประธานมูลนิธิ หลวงพ่อพุทโธภาวนา
รับอุปการะเลี้ยงดู เด็กหญิงชาวเขายากจน และอยู่ในถิ่นทุรกันดาร จาก จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.เชียงใหม่ รวม 20 คน ไว้ใกล้กุฎิ

ส่วน จำเลย ที่ 2-8 เป็นแม่ชี อยู่ในวัดสามพราน และเป็น ลูกศิษย์ของ จำเลยที่ 1 ได้ร่วมกันเป็นธุระ จัดหา เด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี 15 ปี และ หญิงอายุไม่เกิน 18 ปี รวม 9 คน ซึ่งเป็น เด็กชาวเขา ในอุปการะของ จำเลยที่ 1 มาให้ จำเลยที่ 1 กระทำอนาจาร และ ข่มขืน ตั้งแต่ปี 2531-2538 แต่จำเลยทั้งหมด ให้การปฏิเสธ

คดีนี้ศาลอาญา พิเคราะห์คำเบิกความ และ พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า จำเลยทั้งหมด กระทำผิดจริง ข้อต่อสู้ของ จำเลยฟังไม่ขึ้น จึงมี

คำพิพากษาไป เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 47 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 รวมความผิดหลายข้อหา รวม 160 ปี แต่ตามกฎหมาย กำหนดให้ จำคุกจำเลยไว้ได้ ไม่เกิน 50 ปี จึงให้จำคุก
จำเลยที่ 1 ไว้ 50 ปี ,
จำเลยที่ 2 จำคุก 31 ปี ,
จำเลยที่ 3 จำคุก 28 ปี ,
จำเลยที่ 4 จำคุก 10 ปี ,
จำเลยที่ 5 จำคุก 3 ปี ,
จำเลยที่ 6 จำคุก 4 ปี ,
จำเลยที่ 7 จำคุก 10 ปี
ส่วนจำเลยที่ 8 ยกฟ้อง

ต่อมา จำเลยที่ 1-4 และ 6-7 ยื่นอุทธรณ์คดี ขอให้ศาลยกฟ้อง ส่วน จำเลยที่ 5 กับ 8 ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยที่1 และ 3 ถูกขังไว้ ระหว่าง ฎีกา

คดีจึงมีประเด็นพิจารณาใน ชั้นฎีกา ว่า จำเลย เป็นผู้กระทำผิดหรือไม่ และ ได้กระทำต่อ ผู้เป็นศิษย์ อยู่ในความดูแล ที่ต้องรับโทษหนักขึ้น หรือ ไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า พยานโจทก์ ที่เป็นผู้เสียหาย เบิกความสอดคล้องกัน ทั้ง 9 ปาก ถึงพฤติการณ์จำเลยว่า ได้มีจำเลย ที่เป็นแม่ชี พาผู้เสียหาย รายละ1คน เข้ามาที่กุฏิ ทางห้องน้ำ อ้างว่า
ต้องไปทำความสะอาด ห้องบันทึกเทป

จากนั้น ได้ให้ผู้เสียหาย ไหว้พระพุทธรูป จำเลยที่ 1 จึงเดินมาจาก ชั้น2 ทางบันได้เหล็ก แล้วให้ผู้เสียหาย มากราบที่ตัก แล้วใช้มือลูบผม แล้วให้ผู้เสียหายไป ปูที่นอน หรือให้ช่วย บีบนวดที่ขา
จากนั้น จำเลยที่ 1 จะเดินมาทางด้านหลัง แล้วโอบกอด โดยให้ แม่ชีช่วยจับ แขนขา

จำเลยที่1 จึงจูบที่นม แล้วใช้อวัยวะเพศ สอดใส่กระทำชำเรา เมื่อสำเร็จความใคร่แล้ว ก็ให้ผู้เสียหาย กินยาคุมกำเนิด แล้วพาไปล้างอวัยวะเพศ ที่ก๊อกน้ำ ในห้องน้ำ ก่อนให้ แม่ชี พากลับห้องพัก

สำหรับรายที่ครั้งแรกไม่ยินยอม ก็จะถูกลงโทษ ด้วยการเดินจงกลมกลางแดด บนพื้นดิน ที่มี กรวดหินแหลมคม

ต่อมาได้มี พระสุรัตน์ พระลูกวัดโพธิ์เรียง ซึ่งเป็นญาติของ ผู้เสียหายรายหนึ่ง ได้ทราบ จากผู้เสียหาย ถึงเรื่องราวดังกล่าว จึงให้เขียนบันทึก ทำแผนที่ แล้วไปร้อง กรมการศาสนา และ กองปราบปราบ

ต่อมา สื่อมวลชน เสนอข่าว ตำรวจได้พบผู้เสียหาย ที่ทยอยเปิดเผยตัว มากขึ้น จึงเริ่มสอบสวนจริงจัง โดยพาไปดู ที่เกิดเหตุ ที่ชี้จุด เก็บหลักฐานพยาน จนได้ รอยลายนิ้วมือจำเลย ร่องรอย ห้องน้ำ ที่ถูกดัดแปลง รอยบันไดเหล็ก

จำเลยที่ 1 ต่อสู้ว่า ตนเป็นพระ มีชื่อเสียง ด้านบำเพ็ญภาวนา และนำเด็กชาวเขา ที่นับถือศาสนาอื่น มาเป็นชาวพุทธ สร้างความไม่พอใจแก่ ศาสนาอื่น จึงร่วมกัน กลั่นแกล้ง ปั้นเรื่อง นอกจากนี้ ห้องที่เกิดเหตุ ก็ไม่ตรงกับ บันทึกแผนที่ ของเด็ก และ อวัยวะเพศของตน ก็ผิดปกติ ไม่อาจร่วมเพศได้ ส่วนอวัยวะเพศผู้เสียหาย ก็ไม่มีร่องรอย ถูกชำเรา

ศาลฎีกาเห็นว่า ที่เกิดเหตุ แม้ได้ถูกดัดแปลง ก่อสร้างเพิ่มเติม หลังเกิดเหตุ แต่ยังมีร่องรอย ตรงกับที่ ผู้เสียหายเบิกความ ซึ่งเห็นว่า จำเลยที่ 1 สามารถ เดินขึ้นลง จากกุฏิ ชั้น 2 ลงมา ชั้นล่าง โดยที่ คนภายนอก มองไม่เห็น

นอกจากนี้ จำเลยกลับนำเด็กหญิง มาอยู่ใกล้ๆกุฎิ ทั้งที่ควรจะเป็น เด็กชาย จึงผิดวิสัยของ ผู้ปฏิบัติธรรม บริเวณกุฎิ มีทางเดินซับซ้อน เกินความจำเป็น แม้จะติดป้ายว่าเป็น เขตสงฆ์ แต่เมื่อดูจาก ร่องรอย ก๊อกน้ำเก่า รอยปิดฝ้าเพดานไม้อัด ทับ ช่องทางลับ ที่เคยเป็น บันไดเหล็ก ก็ล้วนแสดงว่า เด็กหญิง สามารถเข้าไปในกุฎิได้ และ จำเลย ก็สามารถเข้ามาใน ห้องบันทึกเทป ชั้นล่าง ได้โดยง่าย

ศาลยังเห็นว่า การที่จำเลย อ้างว่า แม้ตนเป็น เจ้าอาวาส และเป็น ประธานมูลนิธิ แต่ไม่ได้ มีอำนาจกำกับดูแล เด็กหญิงชาวเขา จึงไม่ได้มี การกระทำผิด ต่อศิษย์ ในความดูแลนั้น เห็นว่า
เด็กถูกส่งตัว มาศึกษาธรรม และ ขอรับ การศึกษาระดับสามัญ จึงอยู่ในขอบวัตถุประสงค์ ของจำเลย

การกระทำของจำเลย จึงเป็นความผิด ฎีกาของจำเลย ไม่มีข้อสาระสำคัญ ที่จะเปลี่ยนแปลง คำพิพากษาเป็นอย่างอื่นได้ ที่ศาลล่างทั้งสอง ลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกา เห็นพ้องด้วย พิพากษายืน

หลังฟัง คำพิพากษา นายจำลอง คนซื่อ ซึ่งอยู่ใน ชุดนักโทษ โกนศีรษะโล้น สวมโซ่ตรวน ได้ถูกคุมตัวไปพร้อมกับ แม่ชีจำเลยที่ 3 โดยมีสาวก ต่างนั่งพนมมือร้องไห้ อย่างน่าเวทนา


อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง –
ปรากฏการณ์แห่งศรัทธา “พระพยอม – ภาวนาพุทโธ”
พึลึก! ราชทัณฑ์ไม่ขัดข้องให้นักโทษ “ภาวนาพุทโธ” เทศน์สอนคนนอกคุก!

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 7 พฤษภาคม 2552 17:34 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000050952


พิมพ์ ข่าวนี้ ฎีกา พิพากษายืน คุก 50 ปี “ภาวนาพุทโธ” ข่มขืนเด็ก!


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: