Accom Thailand

May 28, 2009

Angkor World Heritage Site Cambodia by PG ชม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก


Tour Code INDO 01 (PG – World Heritage Site Cambodia)

ท่องแดน ศิลานคร เสียมราฐ ชม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
ปราสาทนครวัต ชมเมืองพระนครธม ปราสาทบายน , ปราสาทบันทายสรี
ชมกลุ่มปราสาทหริหราลัย มหัศจรรย์ศิวลึงค์ใต้น้ำ 1,000 องค์ น้ำตกกบาลสะเปียน
ด้วย สายการบิน บางกอก แอร์เวยส์ (PG)
3 วัน 2 คืน กรุงเทพฯ – เสียมราฐ – กรุงเทพฯ

สุดเที่ยวสุดคุ้ม ช้อปปิ้งสบาย สบาย!!!
พักโรงแรม 4 ดาว อาหาร 7 มื้อ
กำหนดการเดินทาง
กำหนดการเดินทาง : 6-8 ก.ค. 52

อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ พักห้องคู่
ราคา รวมตั๋วเครื่องบิน บางกอก แอร์เวย์ 21,900.- บาท

เงื่อนไขพิเศษ
ในการเดินทางในแต่ละครั้ง จะต้องมี จำนวนผู้เดินทาง 15 ท่าน ขึ้นไป
สำหรับคณะจอยทัวร์ บริษัทขอสงวนสิทธิ์กรณีที่กรุ๊ปไม่ถึง 15 ท่าน จะไม่มีหัวหน้าทัวร์จาก กรุงเทพฯ

อัตราค่าบริการรวม :
– ค่าตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ –เสียมราฐ– กรุงเทพฯ สายการบิน Bangkok Airway (PG)
– ค่าทำวีซ่า สำหรับเข้าประเทศกัมพูชา ท่านละ 20 USD.- (วีซ่าท่องเที่ยว) สามารถทำวีซ่า ARRIVAL ได้
– ค่าภาษีสนามบินกัมพูชา 25 USD.
– ค่ายานพาหนะนำเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ตามรายการที่ระบุไว้
– ค่าห้องพักโรงแรม จำนวน 2 คืน (รวมอาหารเช้า) ตามระดับที่กำหนด หรือเทียบเท่า
– ค่าอาหารทุกมื้อตามรายการที่ระบุไว้
– ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น (บรรยายภาษาไทย)
– ค่าเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ตามรายการ
– ค่าประกันภัย อุบัติเหตุ วงเงินประกัน 1,000,000.- บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ติดต่อขอโปรแกรม Viva Voyage (วีว่า โวยาจ ) 518/3 ชั้น 3 ถนนเพลินจิต กทม. 10330 โทร 02-2548381 , 026520702 หรือ E-Mail : viva.voyage@gmail.com
หรือ คลิกที่นี่ เพื่อ Download ข้อมูล หรือ ดูโปรแกรมของ วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3
รายละเอียด เอกสารใช้ยื่นประกอบ การทำวีซ่า ราชอาณาจักร กัมพูชา


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

January 14, 2009

นายเขียว กัญฤทธิ์ โม้ได้อีก: “ฮุนเซน จะยอมอ่อนข้อ มาประชุมอาเซียน กู้หน้า ไทย”


เขมร โม้ได้อีก “ถ้าฮุนเซน ไม่มาไทย ผู้นำอาเซียน อีกหลายชาติ ก็ไม่มา”

ASTV ผู้จัดการออนไลน์ – โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ยังไม่เลิกให้สัมภาษณ์ แบบ เกทับ บลัฟแหลก รัฐบาลไทย ล่าสุด นายเขียว กัญฤทธิ์ รัฐมนตรีกระทรวงแถลงข่าว ในฐานะ โฆษกรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ ว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจ จะเดินทางมา ร่วมการประชุม ผู้นำอาเซียน ในประเทศไทย เพราะถ้าหากไม่ไป ผู้นำอาเซียน อีกหลายประเทศ ก็จะไม่ไปร่วมด้วย เช่นกัน


552000000442401
ภาพจากเอเอฟพ วันที่ 24 ก.ค. ขณะความตึงเครียดชายแดน กำลังเขม็งเกลียว นายเขียว กัญฤทธิ์ รมว. กระทรวง แถลงข่าวกัมพูชา ออกแถลง รายวัน โจมตีไทย มาตลอด คราวนี้ออกโรง อีกครั้ง บนเว็บไซต์ สถานีวิทยุเสียงอเมริกา


คำให้สัมภาษณ์ล่าสุด ของ นายเขียว ปรากฏอยู่ บนเว็บไซต์ สถานีวิทยุเสียงอเมริกา ภาคภาษาเขมร วันอังคาร (13 ม.ค.) ที่ผ่านมา

นายเขียว กล่าวก่อนหน้านี้ ว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน ได้เรียกร้องให้ เจ้าหน้าที่ของไทย พิจารณาจัด กำหนดการประชุมใหม่ โดยให้เลื่อนการประชุม ผู้นำอาเซียน กับ ประเทศคู่เจรจา ทั้งกรอบ “อาเซียน+3” และ “อาเซียน+6” ออกไปเป็น ช่วงปลายปี แทนที่จะเป็น เดือนหน้า และ ข้ามไปเป็นเดือน เม.ย. อีกรอบหนึ่ง

นายเขียว กล่าวว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน อาจจะไม่สามารถ เดินทางไปประเทศไทย ปีละ 2-3 หนได้ และ ผู้นำชาติอาเซียนอื่นๆ ก็คงจะเหมือนกัน

“หลังจากนั้น ประเทศเพื่อนมิตร ของกัมพูชาได้ขอร้องให้ สมเด็จฯ ฮุนเซน ไปร่วมการประชุมด้วย โดยบอกว่า หากไม่ไป ประเทศอาเซียนอื่นๆ ก็อาจจะ ไม่ไปเช่นเดียวกัน” นายเขียว กล่าวกับ วีโอเอภาคภาษาเขมร

คำให้สัมภาษณ์ขอ งนายเขียวสอดคล้อง กับคำกล่าว ของ นายฟายสีฟาน (Phai Siphan) ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษก คณะรัฐมนตรี ที่บอกว่า การตัดสินใจ “ยอมอ่อนข้อ” ของ สมเด็จฯ ฮุนเซน นั้น เป็นการ “ช่วยกู้หน้า ประเทศไทย”

อย่างไรก็ตาม นายฮอร์นัมฮอง (hor nam hong) รองนายกฯ และ รัฐมนตรีต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ หลังการพบ หารือกับ รัฐมนตรี ต่างประเทศ ญี่ปุ่น นายนากาโซเน ฮิโรฟุมิ เมื่อวัน อาทิตย์ (11 ม.ค.) ยืนยันว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน จะไปร่วม การประชุมผู้นำอาเซียน ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่จะเริ่มใน วันที่ 27 ก.พ. อย่างแน่นอน

สัปดาห์ที่แล้ว นายเขียว ได้ให้สัมภาษณ์ว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน อาจจะไม่สามารถไปประชุมผู้นำ ที่รัฐบาลไทยได้เลื่อน กำหนดเวลา ออกไปเป็น ครั้งที่ 3 และ ยังเปลี่ยนสถานที่ ประชุมจาก กรุงเทพฯ ไปเป็น หัวหิน อีกด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 14 มกราคม 2552 15:02 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9520000004192


พิมพ์ ข่าวนี้ เขมรโม้ได้อีก: “ฮุนเซน ไม่มาไทย อีกหลายชาติ ก็ไม่มา”

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

สมเด็จฯ ฮุนเซน เยือน คูเวต และ ตะวันออกกลาง สานแผน “เงินกู้แลกนาข้าว”


“ฮุนเซน” ไปคูเวต สานแผน “เงินกู้แลกนาข้าว”
Middle East map

Middle East map


ASTV ผู้จัดการรายวัน – นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมเด็จฯ ฮุนเซน ออกเดินทาง มุ่งสู่ตะวันออกกลาง เมื่อวันอังคาร (13 ม.ค.) นี้ ซึ่งเป็นการเยือน ภูมิภาคนี้ เป็นครั้งแรก เพื่อสานต่อสัมพันธ์ธุรกิจ และ การค้า กับประเทศแถบนี้ หลังจากผู้นำระดับสูงจาก คูเวต การ์ตา กับ บาห์เรน เยือนกัมพูชาปีที่แล้ว


552000000417301
ภาพจาก รอยเตอร์ เดือน ส.ค. ปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรีคูเวต ชี้คนัสเซอร์ โมฮัมเหม็ด อัล-อาห์เหม็ด อัล-ซาบาห์ (Sheikh Nasser Mohammed al-Ahmed al-Sabah) เดินทางเยือนกัมพูชา ซึ่งมีการลงนามความตกลง ด้านการค้า กับ ฝ่ายกัมพูชา และ ฝ่ายหลัง ตกลงที่จะให้เช่าที่ดินปลูกข้าว


ตามรายงานของ สำนักข่าวเอเอฟพี คณะของ สมเด็จฯ ฮุนเซน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ รัฐบาล และ ตัวแทนภาคเอกชน จำนวนมาก สำหรับ การเยือนคูเวต เป็นเวลา 3 วัน ด้วยเครื่องบิน ที่เอื้อเฟื้ออำนวยความสะดวกให้โดย รัฐบาลคูเวต

“การเยือนครั้งนี้ จะนำไปสู่ การพัฒนาในอนาคต ระหว่าง กัมพูชากับคูเวต และระหว่าง กัมพูชา กับ ประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง” นายฮอร์นัมฮอง (Hor Nam Hong) รองนายกฯ ซึ่งเป็น รัฐมนตรีต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทาง

ระหว่างการเยือนในสัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่ของสองฝ่าย จะร่วมกันลงนาม ในความตกลง ความช่วยเหลือ จาก คูเวต ในการก่อสร้าง เขื่อนกั้นน้ำ ผลิตไฟฟ้า แห่งหนึ่ง กับ การก่อสร้าง ระบบชลประทาน และ ถนน รัฐมนตรีกัมพูชากล่าว

เจ้าหน้าที่ของ สองประเทศกล่าว ก่อนหน้านี้ว่า จะมีการทำความตกลง เปิดเที่ยวบินตรง ระหว่างสองประเทศอีกด้วย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว นายฮอง เปิดเผยด้วยว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน กำลังจะหารือกับ ฝ่ายคูเวต เรื่องเกี่ยวกับข้าว การค้า และ การลงทุน ด้วย

เดือน ส.ค.ปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรีคูเวต ชี้คนาสเซอร์ โมฮัมเหม็ด อัล-อาห์เหม็ด อัล-ซาบาห์ (Sheikh Nasser Mohammed al-Ahmed al-Sabah) เดินทางเยือนสันถวะไมตรีกัมพูชา กับ ประเทศอื่นๆ ในแถบนี้ ซึ่งมีการลงนามความตกลง ด้านการค้ากับฝ่ายกัมพูชา และ ฝ่ายหลังตกลงที่จะให้เช่า ที่ดินปลูกข้าว

ในเดือนเดียวกัน ชาติ เศรษฐกิจน้ำมัน จากตะวันออกกลาง ได้ประกาศ ให้เงินกู้แก่กัมพูชา จำนวน 546 ล้านดอลลาร์ สำหรับก่อสร้าง ระบบชลประทาน สร้างถนน เข้าสู่หมู่บ้านต่างๆ ในเขตนาข้าว รวมทั้ง สร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้า กั้นลำน้ำสะตึงแสน (Stung Sen) ใน จ.กัมปงธม (Kampong Thom) และ สร้างถนนใน จ.พระตะบอง ซึ่งเป็นอู่ข้าวใหญ่ อีกแห่งหนึ่ง ของประเทศ

กัมพูชา มีความหวังว่า คูเวต ซึ่งเป็น ประเทศสมาชิก กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ โอเปก จะช่วยเหลือ อุตสาหกรรมน้ำมัน ของ กัมพูชา ที่กำลังได้รับความสนใจ จากประเทศต่างๆ อย่างกว้างขวาง นับตั้งแต่ กลุ่มเชฟรอน (Chevron Corp) พบน้ำมันดิบ ที่แปลงสัมปทานใน อ่าวไทย

ยังไม่มีการเปิดเผย รายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับความตกลง “เงินจากน้ำมันแลกข้าว” แต่ที่ผ่านมา สื่อต่างๆ ในกัมพูชา ได้รายงานว่า รัฐบาลกำลังจะให้ ทางการ คูเวต เช่าที่นานับล้านไร่ เพื่อปลูกข้าว รวมทั้งให้ ชาวนาผลิตข้าว และ ฝ่ายคูเวต รับซื้อผลผลิต

ยังไม่มีคำอธิบายจาก ฝ่ายใด เพราะเหตุใดคูเวต ซึ่งเป็นประเทศร่ำรวย และ มีประชากร เพียงหยิบมือเดียว จึงให้ความสนใจ ในด้านการเกษตร ในประเทศเล็กๆ ที่ยากจนแห่งนี้ แต่ความเคลื่อนไหวต่างๆ เหล่านี้ เกิดขึ้นในปีที่ ข้าวยากหมากแพง

ก่อน นายกรัฐมนตรีคูเวต ไปเยือน เจ้าหน้าที่ระดับสูงจาก การ์ตา ซึ่งเป็นเศรษฐีน้ำมัน อีกประเทศหนึ่งจาก ตะวันออกกลาง ได้ไปเยือนกัมพูชา และ แสดงความปรารถนา ที่จะเข้าไปผลิตข้าวใน จังหวัดภาคตะวันออก ของประเทศ

ฝ่ายการ์ตา ได้รับปากจะให้ความช่วยเหลือ กัมพูชา ก่อสร้าง ระบบชลประทาน ตัดถนนหนทางสายใหม่ๆ เข้าสู่เขตชนบท แต่ก็ยังไม่มี การเปิดเผย รายละเอียดอื่นๆ อีก

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 14 มกราคม 2552 00:02 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003948


พิมพ์ ข่าวนี้ “ฮุนเซน” ไปคูเวตสานแผน “เงินกู้แลกนาข้าว”

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

January 12, 2009

ในการประชุมอาเซียน จะไม่นำปัญหาปราสาทพระวิหาร มาคุยเพราะเป็นเรื่อง ทวิภาคี


“มาร์ค” เตรียมประท้วง กัมพูชา สร้างถนน ขึ้นเขาพระวิหาร


นายกฯ หวัง กัมพูชา มีสปิริต ไม่นำปัญหาปราสาทพระวิหาร มาพูดคุย ในการประชุมอาเซียน เพราะเป็นเรื่อง ทวิภาคี เตรียมทำบันทึก ทักท้วง กรณี กัมพูชา สร้างถนนขึ้นเขาพระวิหาร ขัดเอ็มโอยูปี 43 ที่ห้ามทั้งสองฝ่าย ปรับพื้นที่


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี มีรายงานข่าวว่า ทางกัมพูชาไม่สบายใจ กับ จุดยืน รัฐบาลไทย ที่ต้องการให้ จดทะเบียน เขาพระวิหาร เป็นมรดกโลกร่วมกัน และ อาจจะนำเหตุนี้ มาป่วน ในการประชุมอาเซียน
ปราสาทพระวิหาร

ปราสาทพระวิหาร


ที่ ไทย จะเป็นเจ้าภาพ ว่า คิดว่าคงไม่เป็นอย่างนั้น เพราะ สมาชิกอาเซียน จะคำนึงถึงสปิริต ของ อาเซียน นั่นคือ เราต้องการเป็น ประชาคม เดียวกัน การเป็นเพื่อนบ้านกัน แล้วมีปัญหา มันเป็นเรื่องปกติมาก ทุกประเทศ ที่มีพรมแดนติดกัน ก็ต้องกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่เราจะไม่เอาปัญหา ทวิภาคี มาทำให้งาน ของกลุ่มเสียไป

ส่วนการที่ กัมพูชา ดำเนินการก่อสร้างถนน เข้าไปสู่ทางเข้า ปราสาทพระวิหาร นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้รับทราบแล้ว และ คงเป็นส่วนหนึ่ง ที่จะต้อง พิจารณา เพราะบันทึกความเข้าใจ เรื่องการปักปันเขตแดน ระหว่างไทยกับกัมพูชา เมื่อปี 2543 ได้เขียนชัดว่า ทั้ง 2 ฝ่าย ต้องไม่มี การปรับสภาพพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลต่อเรื่อง สิทธิและเสรีภาพ

เมื่อถามว่าไทยจะต้องมี การประท้วง หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไทย เคยประท้วง กัมพูชา ไปหลายครั้ง แต่ถ้ามีเหตุการณ์ใหม่ ก็ต้องทำบันทึกไป อีกครั้ง

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ ทางกัมพูชา ได้จ้าง ประเทศจีน มาสร้างถนน เข้าปราสาทเขาพระวิหาร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาได้รับความช่วยเหลืออยู่บ้าง ซึ่งตนเข้าใจว่า ในช่วงหนึ่ง ได้ระงับไป ซึ่งเราต้องมาตรวจสถานะกันอีกครั้ง

ต่อข้อถามที่ว่า ถ้ากัมพูชาแยกเรื่องไม่ออก และ นำเรื่องทวิภาคีนี้ มาปะปน กับ เวทีการประชุมอาเซียน จะทำอย่างไร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่เชื่อว่า จะเป็นอย่างนั้น เพราะ นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีประสบการณ์สูง และ มีบทบาท ในอาเซียน มาโดยตลอด ท่านจึง ไม่น่าจะทำเช่นนั้น

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึง การหารือ กับ สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรี ประเทศกัมพูชา ผ่านโทรศัพท์ว่า เป็นการคุย เรื่องประชุมอาเซียน เท่านั้น โดยทาง กัมพูชา เสนอว่า จะรวมประชุมไปรอบเดียวหรือไม่

เราชี้ให้เห็นว่า ปัญหาอยู่ที่ว่า อีก 6 ประเทศ นั้น ไม่สะดวก ในช่วงเดือน มี.ค. เลย จึงจะทำให้ทุกอย่างล่าช้า พอเดือน เม.ย. ก็จะมีประเด็นภายใน อีกหลายประเทศ ทำให้ รัฐบาล จะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

หลังจากนั้น เรา และ ประเทศเพื่อนบ้าน ก็ติดงานสงกรานต์ ดังนั้น ถ้าเราไปรอถึง ปลาย เม.ย. ข้อตกลง ที่จะทำให้เราเดินหน้า ในการสร้างประชาคม อาเซียน จะล่าช้าออกไป ส่วนปลายเดือน เม.ย. ก็จะเป็นเรื่อง การลงนาม ข้อตกลง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
12 มกราคม 2552 05:03 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000002942


พิมพ์ ข่าวนี้ “มาร์ค” เตรียมประท้วงกัมพูชาสร้างถนนขึ้นเขาพระวิหาร

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

January 11, 2009

ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ตึงเครียด อีกครั้งหนึ่ง แต่ ฮุนเซน จะเดินทางมาร่วมประชุม ผู้นำอาเซียน ที่ หัวหิน

เรืภ??ูปิเตภ??์ครุยส์ที่เมืภ??ท่าสีหนุวิลล์สัปดาห์ที่แล้ว

เรือจูปิเตอร์ครุยส์ที่เมืองท่าสีหนุวิลล์สัปดาห์ที่แล้ว


เรือจูปิเตอร์ครุยส์ ที่เมืองท่าสีหนุวิลล์ สัปดาห์ที่แล้ว จดทะเบียนที่ ปานามา แต่ดำเนินการโดย บริษัทในสิงคโปร์ สูง 7 ชั้น ยาว 178 เมตร กว้าง 22 เมตร มีห้องพักราว 400 ห้อง ภัตตาคาร สปา ฟิตเน็สเซ็นเตอร์ ห้องบันเทิง ฯลฯ เพียบ บรรทุกผู้โดยเต็มๆ ลำ ได้ถึง 800 กับลูกเรือ อีก 400 คน ให้บริการท่องเที่ยว เชื่อมประเทศต่างๆ ในทะเลจีนใต้ อ่าวไทย และ มหาสมุทรอินเดีย แวะจอดเทียบท่า ปลายทางต่างๆ แห่งละ 6 ชั่วโมง


“ฮุนเซน” กลับลำโฆษกยันมาประชุมอาเซียนแน่

ภาพจากแฟ้มรภ??เตภ??์วันที่ 6 ส.ค.2551 สมเด็จฯ ฮุนเซน ระหว่างไปเยี่ยมเยืภ??ชาวนาที่ ฮสำโรงตึก จ.กัมปงสะปืภได้ให้สัมภาษณ์ว่าพวกหัวรุนแรงในประเทศไทย ได้โหมสะพืภ??วามขัดแย้งพรมแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา สัปดาห์ที่แล้วสมเด็จฯ ฮุนเซนกล่าวว่าภ??จจะไม่เดินทางมาร่วมประชุมผู้นำภ??เซียนที่ไทยเป็นเจ้าภาพ แต่เมื่ภ??ันภ??ทิตย์นี้ โฆษกได้แถลงกลับคำภ??กครั้งหนึ่ง

ภาพจากแฟ้มรอยเตอร์วันที่ 6 ส.ค.2551 สมเด็จฯ ฮุนเซน ระหว่างไปเยี่ยมเยือนชาวนาที่ อ.สำโรงตึก จ.กัมปงสะปือ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าพวกหัวรุนแรงในประเทศไทย ได้โหมสะพือความขัดแย้งพรมแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา สัปดาห์ที่แล้วสมเด็จฯ ฮุนเซนกล่าวว่าอาจจะไม่เดินทางมาร่วมประชุมผู้นำอาเซียนที่ไทยเป็นเจ้าภาพ แต่เมื่อวันอาทิตย์นี้ โฆษกได้แถลงกลับคำอีกครั้งหนึ่ง

ASTV ผู้จัดการรายวัน – นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมเด็จฯ ฮุนเซน จะเดินทางมาร่วมประชุม ผู้นำอาเซียน ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่ หัวหิน ในเดือนหน้า อย่างแน่นอน หลังจากโฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวก่อนหน้านี้ ว่า ผู้นำกัมพูชา อาจจะไม่มา เพราะมีความลำบาก และ ค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งได้สร้าง ความสับสน แก่ทุกฝ่าย

การแถลงดังกล่าว ยังมีขึ้นในช่วงที่ ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ตึงเครียด อีกครั้งหนึ่ง รัฐบาลกัมพูชา ได้ยื่นประท้วง หลังจาก เจ้าหน้าที่ ตรวจคนเข้าเมือง ของไทย ที่ อ.ศรีราชา ไม่อนุญาตให้ ผู้โดยสารชาวกัมพูชา บนเรือสำราญนำเที่ยวลำหนึ่งขึ้นจากเรือ ที่เข้าเทียบ ท่าแหลมฉบัง ปลายเดือนที่แล้ว

“ท่าน (ฮุนเซน) ไม่ได้พูดว่า จะไม่ไปร่วม แต่ท่านมีความยุ่งยากบางประการ หลังจากหารือกันแล้ว ท่านมั่นใจว่าจะไปได้” นายเขียว กัญฤทธิ์ รัฐมนตรี กระทรวงแถลงข่าว โฆษกคนเดียวกัน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์

แต่เดิมการประชุมสุดยอดของ กลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ และ การประชุมอาเซียน กับ ประเทศคู่เจรจา ที่เรียกว่า อาเซียน+3 กับ อาเซียน+6 จะจัดขึ้น ใน กรุงเทพฯ ในเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว แต่รัฐบาลของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ประกาศเลื่อนวันประชุม และ เปลี่ยนสถานที่ประชุม เป็น เมืองเชียงใหม่ เนื่องจาก สถานการณ์ประท้วงรัฐบาล ใน กรุงเทพฯ

นายกรัฐมนตรีขภ??ไทย ภ??ิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ก่ภ??หน้านี้ยืนยันว่า ผู้นำกัมพูชาจะมาร่วมประชุมด้วย และจะไม่มีการหยิบยกเรื่ภ??ชายแดนขึ้นเจรจาในกรภ??ขภ??ภ??เซียน

นายกรัฐมนตรีของไทย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ยืนยันว่า ผู้นำกัมพูชาจะมาร่วมประชุมด้วย และจะไม่มีการหยิบยกเรื่องชายแดนขึ้นเจรจาในกรอบของอาเซียน

ต่อมา รัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้เปลี่ยนสถานที่ประชุม เป็น อ.หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นไปตาม คำแนะนำ ของ ฝ่ายความมั่นคง

ไทยยังเลื่อน การประชุมอาเซียน+3 กับ อาเซียน+6 ออกไปเป็น เดือน เม.ย. อีกด้วย

นายเขียว กล่าวว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน อาจจะไม่สะดวก และ มีความลำบาก ในการไปร่วมประชุม ที่ อ.หัวหิน นอกจากนั้น ยังเห็นว่า การประชุมผู้นำ อาเซียน กับ ผู้นำจีน เกาหลี และญี่ปุ่น นั้น มีความสำคัญยิ่งกว่า สามประเทศนี้ กำลังจะให้เงินช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาขาดสภาพคล่องใน ภูมิภาค

ปัจจุบัน ไทย เป็นประเทศประธาน คณะกรรมการประจำกลุ่มอาเซียน ซึ่งสมาชิกประเทศ ผลัดเปลี่ยนกัน ทำหน้าที่ ปีละครั้ง

วันที่ 8 ม.ค. ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศคนหนึ่ง ของ กัมพูชา ได้เรียกเอกอัครราชทูตไทย เข้าพบ และ ยื่นประท้วง ระบุว่าเมื่อ วันที่ 25 ธ.ค. ไทย ไม่อนุญาตให้ ลูกเรือหลายร้อยคน บนเรื่อท่องเที่ยวเดินสมุทร “จูปิเตอร์” (Jupiter Cruise) จากเมืองท่า สีหนุวิลล์ ขึ้นบก ทั้งๆ ท เกือบทั้งหมด มีวีซ่า ที่ออกโดย สถานทูตไทย อย่างถูกต้อง

หนังสือพิมพ์แคมโบเดีย เดลี ได้อ้างคำพูด ของ นายโซ้ท สุพิน (Soth Sophin) ประธาน บริษัทลัมแอนด์บราเธอร์ส (Lam and Bothers) เป็นผู้จัด เดินทางท่องเที่ยว ไปกับ เรือจูปิเตอร์ ซึ่งระบุว่า เรือสำราญลำนี้ พร้อมผู้โดยสารกว่า 400 คนได้ไปแวะจอดเทียบท่า เพื่อเยือนเมืองพัทยา ก่อนจะ ไปแวะ ท่าเรือกรุงเทพฯ และ ภูเก็ต เป็นปลายทางสุดท้าย

นายสุพิน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไทยไม่อนุญาตให้ ผู้โดยสาร ที่เป็นชาวกัมพูชา ขึ้นฝั่ง แต่อนุญาตให้ นักท่องเที่ยว ชาวจีน กับ ชาวเวียดนาม เข้าประเทศ ได้ ทั้งๆ ที่ ชาวกัมพูชา ถือวีซ่า ที่ออกโดย สถานทูตไทย ในกรุงพนมเปญ

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ที่ไม่ประสงค์ให้ ระบุชื่อ กล่าวกับ “ASTV ผู้จัดการรายวัน” เมื่อวันศุกร์ (9 ม.ค.) ระบุว่า เรือจูปิเตอร์ ขอเข้าเทียบท่า อย่างกระชั้นชิด ผิดระเบียบ และ แจ้งจำนวนผู้โดยสาร เพียงประมาณ 200 คน แต่เอาเข้าจริงๆ จำนวนมี ถึง 700 คน นอกจากนั้น ยังแจ้งว่า จะขอ เพียงแวะเติมน้ำ แล้วจะออกเดินทางต่อไป

เจ้าหน้าที่ผู้นี้ไม่ได้กล่าวถึง การอนุญาตให้ ผู้โดยสารชาวจีน ขึ้นฝั่งได้ แต่อธิบายเกี่ยวกับ ผู้โดยสารชาวเวียดนาม (ที่ไม่ทราบจำนวน) ว่า ทุกคน มี เอกสารการเดินทาง ครบ มีความประสงค์ จะขอเดินทาง กลับประเทศ ทางเครื่องบิน จึงได้รับอนุญาต

นายเบนสัน สะไหม (Benson Samay) สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นทนายความ ให้กับ เรือจูปิเตอร์ กล่าวว่า ผู้โดยสาร พากันโกรธแค้น การเลือกปฏิบัติ ของ ทางการไทย ซึ่งเขากล่าวว่า ทำให้การเดินทางของ จูปิเตอร์ เป็น “ความหายนะ” ในทันที

นายสะไหม กล่าวด้วยว่า ผู้โดยสารชาวกัมพูชา หลายคน เป็น สมาชิกวุฒิสภา เป็นนายทหารระดับนายพล ผู้พิพากษา เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง ของ รัฐบาล หลายคน ถือหนังสือเดินทาง นักการทูต และเชื่อว่า การไม่ให้เข้าประเทศ เกี่ยวพัน กับ การพิพาทพรมแดน

แคมโบเดียเดลี่ ได้อ้างคำกล่าวของ นายธฤต จรุงวัฒน์ โฆษก กระทรวงการต่างประเทศ ของไทย ที่ตอบคำถาม ทางอีเมล์ ระบุว่า กระทรวง ไม่เคยทราบ เกี่ยวกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2551 กับการเลือกปฏิบัติ ของ ทางการไทย ต่อ พลเมืองกัมพูชา และ เชื่อว่า ไม่ได้เกิด เหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

โฆษก ของไทย กล่าวว่า ตามหลักการนั้น ทางการตรวจคนเข้าเมือง ของ ไทย จะต้องอำนวยความสะดวกให้แก่ การเดินทางเข้าประเทศ โดย ปราศจาก การเลือกปฏิบัติ ทางเชื้อชาติ ถ้าหาก (นักท่องเที่ยว) มีวีซ่าเข้าเมือง อย่างถูกต้อง

ประเทศไทย ถือว่า กัมพูชา เป็นเพื่อนบ้านประเทศหนึ่ง ในบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน อื่นๆ ดังนั้น ในสภาวะปกติ จึงไม่มีเหตุผล สำหรับเรา ที่จะห้าม นักท่องเที่ยวเดินทาง เข้าประเทศ แต่ไทยจะสอบสวนเรื่องนี้ ถ้าหากมีการประท้วง ทางการทูต จริงๆ

ในการแถลงข่าว วันที่ 8 ม.ค. นายลอง วิสาโล (Long Visalo) ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ คนหนึ่ง กล่าวว่า ทางการ ไม่ทราบเรื่องนี้ มาก่อน จนกระทั่ง วันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา

นายอึงเซียน (Ung Sean) ผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่เรียกทูตไทย เข้าพบ และ ยื่นประท้วง กล่าวว่า กัมพูชา ไม่มีความสุข เสียใจ และ ไม่สามารถยอมรับได้ ต่อกรณี นี้ และ เรียกร้องให้ ฝ่ายไทย ต้องสอบสวน อย่างถึงที่สุด หลังจาก เอกอัครราชทูตไทย ไม่สามารถตอบคำถามใดๆ ได้

“ASTV ผู้จัดการรายวัน” ไม่สามารถติดต่อ ขอสัมภาษณ์ เพื่อขอรายละเอียดจาก เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญได้ใน วันอาทิตย์ (11 ม.ค.) นี้

แต่ นายวิสาโล กล่าวว่า ไทย ได้ห้ามผู้โดยสาร ชาวกัมพูชา จำนวน 257 คน เข้าประเทศ ด้วยเหตุผล ที่ว่า คนเหล่านั้น จะเป็นอันตราย ต่อ ความมั่นคง ของไทย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 11 มกราคม 2552 21:08 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000002893


พิมพ์ ข่าวนี้ “ฮุนเซน” กลับลำโฆษกยันมาประชุมอาเซียนแน่

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 19, 2008

“พิภพ” จี้ “เขยแม้ว” รับผิดชอบเหตุ “7 ตุลาเลือด” ผู้บาดเจ็บ แผลเรื้อรัง จากอาวุธร้ายแรง

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีที่ดินรัชดาฯ,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คุณภาพชีวิต,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,ศาลสถิตยุติธรรม,อาชญากรรม — accomthailand @ 03:51
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“พิภพ” จี้ “เขยแม้ว” หยุดหาแพะ-
รีบลาออก ชดเชยหนี้เลือด

นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่�ประชาธิปไตย

นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


“เขยแม้ว” ต้องรับผิดชอบเหตุ “7 ตุลาเลือด” ด้วยการลาออก สถานเดียว หยุดปัดความรับผิดชอบให้ รองนายกฯ ระบุผ่านกลิ่น แก๊ส-ควันปืน เข้าสภา เป็นไปไม่ได้ ที่จะไม่ได้รับรายงาน ยันฟ้องแน่ ทั้งแพ่ง-อาญา ไม่ว่าผลการสอบสวนของ คณะกรรมการ ที่นายกฯ ตั้งเอง จะออกมาอย่างไร เผยยังต้องดูแล ผู้บาดเจ็บ อีกหลายเดือน เหตุแผลเรื้อรัง จากอาวุธร้ายแรง


เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 18 ต.ค. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัยที่ ทำเนียบรัฐบาล โดยได้กล่าว ถึง การช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์ ตำรวจใช้ความรุนแรงสลาย การชุมนุมของ พันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่า จากที่คุยกับ หมอที่รักษา ผู้บาดเจ็บ ทราบว่า คงต้องดูแลผู้บาดเจ็บ ต่ออีกหลายเดือน


เนื่องจาก ลักษณะบาดแผล ที่เรื้อรัง ซึ่งตอนนี้ยังไม่อยากสรุปว่า บาดแผลทั้งหมด เกิดจากแก๊สน้ำน้ำตา หรือไม่ เพราะคนที่โดนแก๊สน้ำตา จริงๆ แผลจะเป็นจุดๆ ส่วนคนที่ ขาขาด มือขาด นั้น น่าจะเป็นอาวุธอย่างอื่น หรือไม่ นี่แสดงให้เห็นถึง การใช้อาวุธที่ร้ายแรง ในการสลายการชุมนุม


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย (256 K)


นายพิภพ เปิดเผยอีกว่า มีผู้บาดเจ็บจาก การถูก นปก.ทำร้าย ตั้งแต่ พันธมิตรฯ เริ่มชุมนุม ในวันที่ 25 พ.ค. 51 มาจนถึงการเข้าสลาย การชุมนุม โดยตำรวจ หลายครั้ง มาขอให้ช่วยดูแลด้วย ซึ่งแกนนำได้หารือกันแล้ว มีมติว่า จะดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.51 เป็นต้นมา โดยใช้ กองทุนผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. ดังนั้น ผู้บาดเจ็บแม้จะ รักษาหายไปแล้ว ให้มาลงบัญชีว่า เสียค่าใช้จ่ายในการรักษา ไปเท่าไหร่ เราจะ ดูแลให้


นายพิภพกล่าวต่อว่า เหตุการณ์ใช้ความรุนแรง สลายการชุมนุม ในวันที่ 7 ต.ค. นั้น ถึง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี จะบอกว่า ตัวเอง ไม่ได้สั่งการ แต่เป็นการสั่งไป ตามหน่วยงานนั้น ขอบอกว่า เมื่อมีการยิง ตั้งแต่เวลา 6.15 น. และ นายกฯ เข้าสภาเวลา 9.00 น. เป็นไปไม่ได้ ที่ นายกฯ จะไม่ได้รับรายงาน เพราะเมื่อผ่าน จะต้องเห็นเหตุการณ์ หรือได้กลิ่นแก๊สน้ำตา กลิ่นควันปืน จุดเกิดเหตุ ก็อยู่ใกล้ๆ เป็นไปไม่ได้ที่ เจ้าหน้าที่ จะ รายงานช้า ปัญหาก็คือ เมื่อนายกฯ ได้รับรายงานแล้ว ได้สั่งการ ให้หยุดหรือไม่ เมื่อไม่มีการสั่งการให้หยุด นายสมชาย จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะ รับผิดชอบ


“อย่าปฏิเสธ อย่าหาแพะ ว่าเป็นรองนายกฯ คนนั้น รองนายกฯ คนนี้ เป็นคนสั่ง ท่านต้องรับผิดชอบ ทางการเมือง คือต้องลาออก สถานเดียว นายกฯ จะหลีกเลี่ยง ความรับผิดชอบ ต่อการตายของประชาชน ไม่ได้ ส่วนทาง กฎหมายนั้น เราจะฟ้องท่าน ไม่ว่า ผลสอบสวนของ กรรมการ ที่ท่านตั้งขึ้นมา จะบอกว่าท่านผิดหรือถูก แต่เราจะฟ้อง ท่านแน่ ทั้ง ทางแพ่ง และ อาญา ตั้งแต่ นายกฯ ลงมา”


“กรุณาอ่านเหมือนกรณี ยุบพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 เพราะการอ่านคำพิพากษา ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจทุกช่อง ถือเป็นการให้การศึกษา แก่ประชาชนอย่างดียิ่ง” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวพร้อมขอเสียง สนับสนุนจากผู้ชุมนุม ซึ่งก็ได้รับ เสียงตอบรับอย่าง หนาแน่น


นายพิภพ กล่าวถึงการช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต เพิ่มเติมว่า ล่าสุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ได้แจ้งมาว่า พร้อมที่จะให้ ทุนการศึกษา โดยไม่จำกัดจำนวน


ส่วนการรับบริจาค เพื่อช่วย ผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตนั้น ขอหยุดไว้ก่อน เนื่องจาก มียอดรับบริจาค ถึง 26 ล้านกว่าบาท แล้ว และจ่ายให้ ผู้บาดเจ็บ แล้ว 2 ล้าน 7 หมื่นกว่าบาท และ มีเงินเข้าบัญชี วันนี้ อีก 1 ล้าน 8 หมื่นบาท


อย่างไรก็ตาม สำหรับ การรับบริจาค เพื่อสนับสนุน เอเอสทีวี และเป้นค่าใช้จ่าย ในการชุมนุมของ พันธมิตรฯ ยังเปิดรับไม่หยุด เพราะต้องมี ค่าใช้จ่าย ทุกวัน


นายพิภพ กล่าวต่อว่า ผลจากการสลาย การชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ทำให้พันธมิตรฯ ยังมีเรื่อง ที่ต้องทำต่อ ทั้งการดูแลผู้บาดเจ็บ และเรื่องคดี ที่ฝ่ายเราฟ้องรัฐบาล และ รัฐบาลที่ฟ้องแกนนำ ซึ่งจากประสบการณ์ของ นายบรรจง นะแส ที่เคยฟ้องคดี ตำรวจสลายการชุมนุม ที่สงขลา ต้องใช้เวลา ถึง 4 ปี จึงมีคำพิพากษา ออกมาว่า รัฐบาลผิด ต้องจ่ายเงินชดเชย ให้ผู้ชุมนุม คนละ 1 หมื่นบาท ดังนั้นถ้าจำเป็น ต้องมีการระดมทุน สู้คดี ก็อาจจะขอบริจาคอีก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กองทุนสู้คดี มีอยู่แล้วประมาณ 2 ล้าน จึงยังไม่ขอบริจาคเพิ่ม ในขณะนี้


นายพิภพ ได้กล่าวถึง การประชุม เรื่องการเมืองใหม่ ในช่วงบ่ายวันที่ 18 ต.ค.ว่า ในส่วน ของการศึกษา นั้น ตนได้เสนอให้มี การจัด การศึกษา ทางโทรทัศน์ ด้วย ซึ่งในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง การสอนให้ทำ โจทย์คณิตศาสตร์ ทางโทรทัศน์ แต่เป็นการ ทำให้โทรทัศน์ เป็น ทีวีสาธารณะ ของ ประชาชน ที่ไม่เสนอ ข้อมูลด้านเดียว และสร้าง องค์ความรู้ ที่รอบทุกด้าน ไม่ใช่มีแต่ ข่าวอย่างเดียว เนื่องจากคนไทย อยู่กับทีวี มากกว่าอย่างอื่น แม้แต่ ละครก็ปรับปรุง ให้สะท้อนชีวิตจริง ให้เป็นบทเรียน ในการดำรงชีวิต ที่ดี ไม่ใช่มีแต่ ละครน้ำเน่า


ส่วนการศึกษาในระบบ ต้องส่งเสริมศักยภาพ ของเด็กอย่างเต็มที่ ตามความถนัด และพรสวรรค์ ของแต่ละคน นอกจากนั้น การเลี้ยงดู ก็ต้อง สอดคล้อง กับการจัดการศึกษาด้วย เพราะถ้าเลี้ยงดูผิด ก็มีผล ต่อการจัดการศึกษา ที่ผิดด้วย ดังนั้น การจัดการศึกษา ต้องเชื่อมโยง กับการเลี้ยงดู ด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 19 ตุลาคม 2551 03:51 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000123985


พิมพ์ ข่าวนี้ “พิภพ” จี้ “เขยแม้ว” หยุดหาแพะ – รีบลาออก ชดเชยหนี้เลือด


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สมศักดิ์” ดีเดย์ จันทร์นี้ 10 โมง ดาวกระจาย แจกซีดี หน้าเซ็นทรัลเวิลด์

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวลือ,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีที่ดินรัชดาฯ,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คุณภาพชีวิต,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,วิกฤติ,ศาลสถิตยุติธรรม,อาชญากรรม — accomthailand @ 00:50
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“สมศักดิ์” นัด 10 โมง วันจันทร์ หน้าเซ็นทรัลเวิลด์
แพร่ซีดี ประจาน ตร.โหด

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่�ประชาธิปไตย

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


“สมศักดิ์” ดีเดย์ จันทร์นี้ 10 โมง ดาวกระจาย แจกซีดี หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ หวังปลุกกระแสประชาชน เผด็จศึกรัฐบาล ด้วยการตีแผ่ความจริง พร้อมแฉ “สมชาย” ทาส “แม้ว” เดินเกม ปลุกกระแสช่วย พี่เขย และ รักษาอำนาจ ของตนเอง


ระบุการเมืองใหม่ จะเกิดขึ้นได้ ต้องกำจัดการเมืองเก่า ให้สิ้นซากก่อน โดยเมื่อมี การเมืองใหม่ เกิดขึ้นแล้ว เกษตรกร จะต้องมีรายได้อย่างเท่าเทียม และ การศึกษา จะต้องฟรี ในทุกระดับชั้น


เผย ดาวกระจาย การบินไทย สัปดาห์หน้า ปกป้อง “กัปตันจักรี” ที่อาจถูกถอด ใบอนุญาตบิน แย้มรายละเอียด การศึกษา-รัฐวิสาหกิจ ในการเมืองใหม่ ร้องศาล อนุญาติ ถ่ายทอดโทรทัศน์ การพิพากษา คดีที่ดินรัชดา


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย (256 K)


วานนี้ (18 ต.ค.51) เวลา 22.30 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นปราศรัย บนเวที ในทำเนียบรัฐบาล ว่า การแจกซีดี และ หนังสือที่เกี่ยวข้อง กับเหตุการณ์ วันที่ 7 ตุลาคม นั้นได้รับการตอบรับ จากประชาชน เป็นอย่างมาก โดยได้มีการประชุมกันว่า จะ ให้มี กิจกรรมนี้อีกใน วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม นี้


“มีการตอบรับ ดีมาก และ เราจะนัดรวมตัวกัน ที่หน้า เซ็นทรัลเวิลด์ อีกในวันจันทร์นี้ เวลา 10 โมง เพื่อไปแจกซีดี ที่ถนนวิทยุ เพื่อให้ประชาชน รู้ความจริง ที่เกิดขึ้น เพื่อเขาจะได้มา ร่วมต่อสู้เผด็จศึก รัฐบาล ให้เร็วที่สุด” นายสมศักดิ์ กล่าว


ทั้งนี้ ต้องอย่าลืมว่า เราต้องอยู่ป้องกัน การโจมตีของรัฐบาล ที่ทำเนียบ และ สะพานมัฆวานด้วย โดยเวลาของรัฐบาล มีไม่มากแล้ว แต่เขาต้อง สร้างเรื่อง ให้เขาอยู่ต่อ ซึ่งเรามีหน้าที่ ชี้แจงให้ประชาชนทราบ และ ลุกขึ้นมาต่อสู้กับเรา ให้มากขึ้น


นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนนี้ ต้องบอกกับ พี่น้องชาวใต้ ให้อย่าสับสน และให้ขึ้นรถไฟ มากรุงเทพ ในวันที่ 20 โดยไม่ต้องไปฟังใคร และ ให้มา โดยด่วน ที่สุด เพราะว่าตอนนี้ งานเข้าเยอะมาก


โดยการต่อต้านทุนสามานย์ ได้มี การกระจายไปทั่วโลกแล้ว ซึ่งวันนี้ที่ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ไปขึ้นสนามบินหาดใหญ่ ก็ถูกไล่ นอกจากนี้ นายประดิษฐ์ เองยังต้องหนีเข้าไป ในบ้านของ ส.ส. ประชาธิปัตย์ เลย ซึ่งที่ว่า นั้นกระจายไป ทั่วโลก เพราะขนาด ทักษิณ ที่ลอนดอน ยังโดน


ซึ่งรถราคาแพง ของทักษิณ ยังถูกเกลียด และโดนทำลาย ซึ่งขณะนี้ คนอังกฤษ ก็เกลียดทักษิณ อยู่ไม่น้อย เหมือนกัน เพราะคนโกง เห็นแก่ตัว ประเทศไหน ก็ไม่ให้การตอนรับ


นายสมศํกดิ์ กล่าวอีกว่า ที่วันนี้ไม่ค่อยได้พูดถึง การเมืองใหม่ เพราะย้ำตลอดว่า การเมืองใหม่ จะเกิดขึ้นได้ ต้องขับไล่ รัฐบาลเน่า ในการเมืองเก่า ออกไปก่อน ไม่เช่นนั้น จะเกิดไม่ได้ ตอนนี้โอกาสของรัฐบาล แม้จะดื้อด้านอย่างไร โดยการปฏิบัติหน้าที่ ของ สมชาย ในการยืนหยัดต่อสู้ เพื่อ ทักษิณ อย่างเหนียวแน่น และไม่สนใจอะไร ทั้งสิ้น ขนาด 4 เหล่าทัพ มาพูดว่า ก็ยังไม่สนใจ


ทั้งนี้ เมื่อช่วงกลางวัน ที่ผ่านมา มีการประชุม เกี่ยวกับการเมืองใหม่ จึงอยากเอามาบอกกับพี่น้อง เพราะการเมืองเก่า เหลือเวลา อีกไม่กี่ชั่วโมง แล้ว และ การยืดเวลา ของนายสมชาย ในการตั้ง คณะกรรมการสอบนั้น ใครก็รู้ดีว่า คนผิดเป็นใคร แล้วจะมาสอบกันอีก ทำไม


แต่ในกรณีที่ เล่นงาน กัปตันจักรี ทำไมไม่ให้มี การตั้ง กรรมการตรวจสอบ ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่อความผิด นายสมชาย นั้น ทำไมไม่ตัดสินบ้าง


“ตอนนี้ นายสมชาย พยายามสร้าง สถานการณ์ปั่นป่วน เพื่อกลบข่าว การตัดสินคดีความของ ทักษิณ แต่เขาก็ยังทำไม่สำเร็จ ตอนนี้มันคิดชั่ว ปลุกระดมคน เพื่อมาให้ตีกัน เขาบอกว่า ประเทศไทยจะเป็นเหมือน เกาหลีเหนือ กับใต้ นั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับ นโยบายสมานฉันท์ ที่จะทำ นี่เป็นการแสดง ให้เห็นว่าเขาต้องทำทุกอย่าง เพื่อให้อยู่ในอำนาจ ต่อไป” นายสมศักดิ์กล่าว


นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า อีกด้านเหนึ่ง ขณะนี้รัฐบาล ต้องการจะรุกคืบ เพื่อเอาทำเนียบคืน ในวันที่ 21 นี้ ซึ่ง พี่น้อง จะต้องสับเปลี่ยน กันมา ทำหน้าที่ อย่างเข้มแข็ง เพื่อไม่ให้เขาทำได้ เราได้เรียนรู้ประสบการณ์ จาการเมืองเก่าว่า ชั่วร้ายอย่างไร มันทำลายทุกอย่าง ทั้งสถาบัน และ ประชาชน โดยเราจะให้ เป็นอีกต่อไปไม่ได้


นอกจากนี้ การเมืองเก่า ยังทำลายเศรษฐกิจ เพราะรัฐบาลทรราช เป็นผู้สร้างมาทั้งนั้น จากการประกาศภาวะฉุกเฉิน และ การทำร้ายประชาชน ในวันที่ 7 ก็เช่นกัน ซึ่งต่างชาติ เขาให้ค่า ความเผด็จการของ รัฐบาลชุดนี้ เท่ากับ พม่า ไปแล้ว


นายสมศักดิ์ กล่าวถึงการเมืองใหม่ อีกว่า ปัญหาใน การกระจายรายได้ อย่างไม่เป็นธรรม นั้น และ ความแตกต่าง ระหว่างเมือง กับชนบทนั้น เป็นสิ่งสำคัญ โดยประชาธิปไตย จะต้องมีปัจจัยสี่ ในเบื้องต้นด้วย โดยการประชุมกันนั้น หนี้สินของเกษตรกร ที่เกิดจากคำแนะนำของรัฐ นั้น จะต้องมีการยกเลิก แบบไม่มีเงื่อนไข หลังจากการเมืองใหม่เกิดขึ้น


นอกจากนั้นการเมืองใหม่ จะต้องส่งเสริมให้มีการร่วมตัวกัน เป็นสหกรณ์ หรือสหภาพ เพื่อให้มี การตรวจสอบ การเมือง ได้ และจะได้รวมตัวกัน ได้ง่ายขึ้น เมื่อพบว่า มีคนทุจริต และต้องเปลี่ยน ความคิดใหม่ว่า ประชาชนคือเจ้าของประเทศ ไม่ไช่ นักการเมือง และข้าราชการ โดยจะต้อง ไม่คิดเหมือน ทักษิณ ว่า ผู้บริหาร เป็นซีอีโอ เป็นเจ้านาย แล้วประชาชน เป็นลูกจ้าง


นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การเมืองใหม่ จะต้องมีการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้ว เน้นผลิต สายวิชาชีพ มากที่สุด เพื่อให้จบมาแล้ว มีงานทำ ซึ่งไม่ใช่เหมือน ในปัจจุบัน อันนี้ไม่ถูกต้อง อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการศึกษา ที่แพงเกินไป ถึงแม้จะทำงาน เป็น 20 ปี ก็ไม่หลุดพ้น ต้นทุน การศึกษา ที่มี โดยการศึกษาต่อไป ทุกคนต้องเรียนฟรี ตลอด


“การศึกษา ต้องเน้น การปฏิบัติ และ เรียนภาคทฤษฎี แค่ 30% ก็น่าจะเพียงพอ และ การศึกษาแนวใหม่ ต้องให้ชุมชน มีส่วนร่วม และต้องควบคู่ กับคุณธรรม”


ส่วนเกษตรกร จะต้องมีการร่วมกลุ่ม และแปรรูป นอกจากนี้ เกษตรกรจะต้อง ไม่เข้ามาทำงาน ในกรุงเทพฯ ซึ่งเราต้องแก้ปัญหา เหล่านี้ให้ได้ ส่วน รัฐวิสาหกิจ นั้น ต้องกำจัด การแปรรูป เพื่อไม่ให้เงิน ของรัฐ และ ประโยชน์ของ ประชาชน หายไป ซึ่งการเมืองใหม่ จะต้องยึด ปตท. กลับมาเป็น ของประชาชน


เพื่อไม่ให้มี การเอาเปรียบกัน เกิดขึ้น ซึ่งจะต้องมี กระทรวงรัฐวิสาหกิจ เกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชน และประเทศชาติ ได้ประโยชน์ เพื่อเริ่มต้น เศรษฐกิจพอเพียง โดยแน่นอนว่า การเมืองใหม่ ถ้ามีการโกง คดีความที่เกิดขึ้น กับนักการเมือง จะไม่มีอายุความ และ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับ การเมือง ทั้งชีวิต ถ้ามีความผิด ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องแรก ที่จะต้องมีการเมืองใหม่ ซึ่งเราจะต้องทำ ให้เกิดขึ้น ในอนาคต


“ในสังคมใด หนึ่งจะต้องมีสิ่งยึดเหนี่ยว อย่าบ้าบอไปกับชาติอื่น เราต้องสำนึกถึงบุญคุณ ของบรรพชน ในแบบของเรา และการเมืองใหม่ ต้องเดินหน้าทันที และเราต้องกล้าสู้ เพื่อให้ศัตรูหน้าไหน มาทำร้ายเราไม่ได้ และเราต้องอย่าท้อ” นายสมศักดิ์ กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 19 ตุลาคม 2551 00:50 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000123975


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมศักดิ์” นัด 10 โมง วันจันทร์ หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ แพร่ซีดี ประจาน ตร.โหด


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 18, 2008

“สมเกียรติ” ฟันธง เหลือ ศาล และ พันธมิตรฯ เท่านั้น ที่ต้าน “ระบอบทักษิณ” อยู่

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวลือ,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีที่ดินรัชดาฯ,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,พลังงาน,วิกฤติ,ศาลสถิตยุติธรรม,สหประชาชาติ,อารยะขัดขืน — accomthailand @ 19:39
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“สมเกียรติ” ฟันธง เมื่อทหารไม่ขยับ
ชาติเหลือแค่ “ตุลาการภิวัฒน์-ประชาภิวัฒน์” ค้ำจุน

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ


ผู้จัดการออนไลน์ – “สมเกียรติ” วิเคราะห์ “ระบอบทักษิณ” ป่วน และ ยึดครองแนวรบ ด้านชนบท- สภา – อำนาจรัฐ แล้วเบ็ดเสร็จ ชี้กองทัพก็ที่มัว มะงุมมะงาหรา ก็กำลังจะถูกครอบ ชาติ จึงเหลือ แนวรบด้าน ศาล และ พันธมิตรฯ เท่านั้น ที่ต้านอยู่


เผย ดาวกระจาย การบินไทย สัปดาห์หน้า ปกป้อง “กัปตันจักรี” ที่อาจถูกถอด ใบอนุญาตบิน แย้มรายละเอียด การศึกษา-รัฐวิสาหกิจ ในการเมืองใหม่ ร้องศาล อนุญาติ ถ่ายทอดโทรทัศน์ การพิพากษา คดีที่ดินรัชดา


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย (256 K)


วันนี้ (18 ต.ค.) เมื่อเวลา ประมาณ 18.30 น. ที่เวทีพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ทำเนียบรัฐบาล นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำ พันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นปราศรัย โดยเป็นการปราศรัย ก่อนเวลาปกติ เนื่องจาก นายสมเกียรติ มีธุระต้องเดินทาง ไปต่างจังหวัด


ในช่วงต้น นายสมเกียรติ เปิดเผยว่า เสนาธิการทหารของ ฝ่ายระบอบทักษิณ เตรียมแผนการ ที่จะป่วนเมืองใน วันจันทร์ที่ 20 ต.ค.นี้ เพื่อไม่ให้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีโอกาส อ่านคำพิพากษาคดีที่ดินรัชดา ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ในวันรุ่งขึ้น ดังนั้น ประชาชนจึงต้องลุกฮือ ขึ้นมามากขึ้น เพื่อไม่ให้ฝ่ายของ ทักษิณสามารถกระทำการ ดังกล่าวได้


ต่อมา นายสมเกียรติ จึงขอร้องให้ ในการตัดสินคดี การจัดซื้อที่ดินรัชดาฯ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ที่กำลังจะอ่าน คำพิพากษา ในวันอังคารที่ 21 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ ให้ ศาลฎีกาได้อนุญาตให้มีการ ถ่ายทอดการอ่านคำพิพากษา ผ่านทางโทรทัศน์ ทุกช่อง


“กรุณาอ่านเหมือนกรณี ยุบพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 เพราะการอ่านคำพิพากษา ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจทุกช่อง ถือเป็นการให้การศึกษา แก่ประชาชนอย่างดียิ่ง” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวพร้อมขอเสียง สนับสนุนจากผู้ชุมนุม ซึ่งก็ได้รับ เสียงตอบรับอย่าง หนาแน่น


สองประเด็น เรื่องการเมืองใหม่


นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า วันนี้ กลุ่มพันธมิตรฯ ได้จัดประชุม ระดมความคิด เรื่องการเมืองใหม่ ขึ้นเป็น ครั้งที่ห้า แล้ว โดยการประชุม ในวันนี้ ได้ข้อสรุป หลายเรื่อง แต่ตนขอเปิดเผย เนื้อหาคร่าวๆ ใน 2 ประเด็น ดังนี้ คือ เรื่องการศึกษา และ เรื่องรัฐวิสาหกิจ


การศึกษา


1. การศึกษาต้องไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ของประชาชน โดยเป็น รัฐสวัสดิการ
2. บุคคลที่เกิดมาได้รับ สัญชาติไทย ให้เรียนตามความสามารถตนเอง สามารถเรียนสูงได้แค่ไหน รัฐก็จะอุดหนุน ให้เต็มที่
3. ลดการบรรจุ ครูลง แต่บรรจุ ชาวบ้านที่มีความรู้ ร่วมเป็นครูสอนในโรงเรียน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้าง ความรู้เกี่ยวกับ ภูมิปัญญาท้องถิ่น


รัฐวิสาหกิจ


ในประเด็นนี้ นายสมเกียรติ ระบุว่า จะมีผู้เชี่ยวชาญ และ แกนนำของสหภาพรัฐวิสาหกิจ ขึ้นมากล่าว อย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ในขั้นแรก ที่เปิดเผยได้ ต่างเห็นพ้องว่า ถ้าประชาชนได้รับชัยชนะ จะต้องเอา บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กลับคืนมา เป็นของชาติให้ได้


“เรื่อง ปตท. อยู่ในหัวใจเราเสมอ ยังจำวันที่เราไปล้อม ปตท. ได้ไหมครับ มีรายงานข่าว จาก ปตท. ระบุว่า ขณะนี้ รัฐไทยมี สัมปทานเรื่อง บ่อก๊าซธรรมชาติ และ บ่อน้ำมัน 35 สัมปทาน โดยขณะนี้ ขุดพบบ่อก๊าซและ บ่อน้ำมันแล้ว กว่า 800 บ่อ ซึ่งถ้ากลับมาอยู่ ในมือของรัฐ เพียงพอที่ จะสร้างความมั่งคั่ง ให้ชาติไทย”

เรื��ากาศโท�ภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้�ำนวยการใหญ่บริษัท การบินไทย สัปดาห์หน้าเตรียมรับกระแสกดดันหนักเพราะพันธมิตรฯ เตรียมประกาศดาวกระจายเพื่�ไปกดดันกรณีลงโทษกัปตันจักรี เกินกว่าเหตุ

เรืออากาศโท อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย สัปดาห์หน้า เตรียมรับกระแสกดดันหนักเพราะ พันธมิตรฯ เตรียมประกาศดาวกระจาย เพื่อไปกดดัน กรณีลงโทษ กัปตันจักรี เกินกว่าเหตุ


ดาวกระจาย “การบินไทย” ปกป้อง “กัปตันจักรี”


พร้อมกันนั้น ได้เปิดเผยด้วยว่า ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้นั้น ทาง บริษัทการบินไทย กำลังจะพิจารณา เรื่องถอนใบอนุญาตนักบิน ของ น.ต.จักรี จงศิริ กัปตันการบินไทย ผู้อารยะขัดขืน ไม่ยอมให้ ส.ส. พรรคพลังประชาชน 3 คน ขึ้นเครื่องบิน ในวันที่ 8 ต.ค.2551 หลังจากเกิด เหตุการณ์ รัฐบาลสั่งให้ ตำรวจฆ่าประชาชน ดังนั้น พันธมิตรฯ จึงต้องตัดสินใจ เคลื่อนไหวปกป้อง ผู้ที่ออกมาต่อสู้เพื่อ ชาติและราชบัลลังก์ ภายในสัปดาห์ ที่จะถึงนี้


“ถ้าพันธมิตรฯ ไม่ปกป้องคนดีเช่น กัปตันจักรี แล้วจะมีใครเล่า มาปกป้องคนดี ที่ต่อสู้ เพื่อชาติ และราชบัลลังก์ ดังนั้น พี่สมศักดิ์ (โกศัยสุข) จึงนำเรื่องเข้า ที่ประชุมแกนนำ ซึ่งจะส่งคนไปช่วย กัปตันจักรี 1 หมื่นคน ขอความร่วมมือ สหภาพฯ การบินไทย ให้ช่วยกัน พร้อมทั้งกล่าวเตือน ไปยัง บอร์ดการบินไทย ที่รับใช้นักการเมืองทรราช ว่า สัปดาห์หน้าเจอกัน” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว


วิเคราะห์แนวรบพันธมิตรฯ


จากนั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า ตนจะปราศรัยเรื่อง “ภัยต่อชาติ” ต่อเนื่อง เป็นจำนวน 3 ตอน เริ่มต้นตั้งแต่ วันนี้เป็นต้นไป โดยกล่าววิเคราะห์ว่า ระบอบทักษิณ กำลังสร้างกระแสความปั่นป่วน ให้ประเทศชาติ ในหลายด้านด้วยกัน


ประการแรก คือ การป่วนในชนบท โดยปัจจุบัน ส.ส.พปช. กับ นปก. คุมสถานการณ์ เอาไว้หมด ขณะที่ พันธมิตรฯ ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ทำให้ ราคาสินค้าเกษตร เช่น ราคามัน ราคาข้าวโพด และ ราคายางตกต่ำลง


“เรียนพี่น้องตรงๆ ว่าการทำงานใน ภาคชนบท ยากมาก แนวรบชนบท เราสูญเสียความนิยมไปมาก แต่แนวรบที่ อำเภอ และตำบล ที่เจริญแล้ว ประมาณ 900 อำเภอ และ ประมาณ 1,000 ตำบล จากจำนวนตำบล ทั้งหมด 7,000 ตำบล ชาวบ้านเป็น พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย เกือบหมด” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว


อย่างไรก็ตาม ในแนวรบที่ 2 คือ แนวรบในเมืองนั้น พันธมิตรฯ ได้เปรียบมากที่สุด ส่วน แนวรบ ที่ 3 และ 4 คือแนวรบใน รัฐสภา และ ทางการบริหาร รัฐบาลระบอบทักษิณ ได้ยึดครองไว้หมดแล้ว
ใน แนวรบทางศาลนั้น นายสมเกียรติระบุว่า เป็นแนวรบที่ทรงไว้ซึ่ง ความยุติธรรมเสมอ
ส่วนแนวรบทางเศรษฐกิจ นายสมเกียรติเชื่อว่า พันธมิตรฯ ได้เปรียบเต็มร้อย เพราะ พันธมิตรฯ มีฐานผู้ชุมนุม เป็นชนชั้นกลาง ผิดกับกลุ่ม นปช. เสื้อแดง ที่ต้องการ น้ำเลี้ยงและค่าจ้าง


อย่างไรก็ตาม นายสมเกียรติ ได้ตั้งข้อสงสัยว่า มี นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ ด้านพลังงาน ได้ให้ข้อมูลตนมาว่า มีผู้บงการ ปตท. ให้สำรองน้ำมัน ที่ใช้ในประเทศ ให้น้อยกว่าปกติ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน ทางเศรษฐกิจ กับประเทศ ซึ่งตนยังไม่ปักใจเชื่อ กับข้อมูลดังกล่าว ดังนั้น จึงอยากให้ ปตท. เปิดตัวเลขสำรองน้ำมัน ของประเทศ ให้สาธารณชนได้รับรู้


แนวรบต่อมา คือ แนวรบด้าน ชายแดนนั้น ตนเชื่อมั่นว่า มีผู้อยู่เบื้องหลัง ที่พยายามปั่นป่วน ให้เกิดปัญหา ตามแนวชายแดนระหว่าง ไทย-กัมพูชา


“เรารู้แล้วใช่ไหมว่า ใครไปปั่นเรื่องราวที่ชายแดน แล้วรู้ไหมว่า ทำไมเราไม่ยัน ทหารกัมพูชา 900 คน ออกไปจากดินแดน ก็เพราะว่า เขมรจะได้นำ เรื่องนี้ไป สหประชาชาติ รอบ 2 ยังไงครับ ระบอบชั่วร้ายจาก การวางแผน ของทุนนิยมสามานย์ กำลังวางแผน ให้เอาเรื่องราว ของประเทศไทย ไปสู่เวทีสากล และถ้าก่อเหตุนี้ได้ แนวรบชายแดน เราจะสูญเสียกำลังไป เพราะเราเคยแพ้ กรณีเขาพระวิหาร มาแล้วในปี 2505”


ชี้ “ทักษิณ” กำลังยึดกุมกองทัพ


ส่วนแนวรบสุดท้ายนั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า คือ “แนวรบกองทัพ” ซึ่งตนเชื่อว่า ผบ.เหล่าทัพ โดยเฉพาะ ผบ.ทบ. นั้นกำลังถ่วงเวลา ทำเป็น ทองไม่รู้ร้อน ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เปรียบ โดยเฉพาะ จากท่าทีของกองทัพ ที่ออกโทรทัศน์ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 16 ต.ค. นั้น ตนวิเคราะห์ ว่า เป็นท่าที ที่เอื้อต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ


“ท่าน พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านผู้บัญชาการทหารบก และ ผู้อำนวยการ กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ท่านคง ทราบ ความคิดเห็น ของพันธมิตรฯ แล้ว เมื่อขาด ความเชื่อมั่น ในกองทัพ และ ปัจจุบัน แนวรบ ด้านชนบท รัฐสภา รัฐบาล ก็สูญเสียไปแล้ว”


ดังนั้น ชาติจึงเหลืออยู่แค่ “พันธมิตรฯ กับ ศาลเท่านั้น” นายสมเกียรติกล่าว พร้อมระบุว่า การวิเคราะห์เช่นนี้ ผ่านการคิดมา อย่างละเอียด ด้วยเหตุนี้ ณ ปัจจุบัน สิ่งที่ค้ำจุน ประเทศอยู่ จึงเหลือแค่ “ตุลาการภิวัฒน์ และ ประชาภิวัฒน์ เท่านั้น”

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 18 ตุลาคม 2551 19:39 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000122897


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมเกียรติ” ฟันธง เมื่อทหารไม่ขยับ ชาติเหลือแค่ “ตุลาการภิวัฒน์-ประชาภิวัฒน์” ค้ำจุน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 17, 2008

แปลก ทหารเขมร!? สวมหมวกกะโล่ เวียตนาม

Filed under: กัมพูชา,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวรอบโลก,ข่าวลือ,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,ตรวจสอบ,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ — accomthailand @ 16:37
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


แปลกเขมร!? แต่งเลียน ทหารไทย – ใส่หมวกเวียดนาม

ภาพข�ง Reuters ทหารเขมรคนนี้มีทั้งวิทยุสื่�สารและโทรศัพท์มื�ถื� สะพาย�าวุธปืนเช่นทหารคน�ื่นๆ ปรากฏตัว ระหว่างการปะทะที่ ภูมะเขื�วันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา

ภาพของ Reuters ทหารเขมรคนนี้มีทั้งวิทยุสื่อสารและโทรศัพท์มือถือ สะพายอาวุธปืนเช่นทหารคนอื่นๆ ปรากฏตัว ระหว่างการปะทะที่ ภูมะเขือวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา


ผู้จัดการออนไลน์ – ในบรรดารูปภาพ เกี่ยวกับ สถานการณ์ ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านภูมะเขือ ที่สำนักข่าวตะวันตก นำออกเผยแพร่ ช่วง 2-3 วัน มานี้ มีอยู่ภาพหนึ่ง ที่แปลกออกไป และไม่มีคำอธิบาย


มีทหารคนหนึ่ง ปะปนอยู่กับ ทหารในเครื่องแบบ ของกองทัพ ราชอาณาจักรกัมพูชา คนอื่นๆ แต่สวมเสื้อ-กางเกงสีดำ แบบ “ทหารชุดดำ” ของไทย สวมรองเท้ากีฬา และบนศีรษะ สวมหมวกกะโล่ สีเขียว แบบทหารเวียดนาม แม้จะไม่ติด เครื่องหมายอะไร ก็ตาม


คำบรรยาย ใต้ภาพของ สำนักข่าวรอยเตอร์ ยืนยันว่า ชายในเครื่องแบบประหลาด ที่ไม่แสดง ชั้นยศ คนนั้นเป็นทหารกัมพูชา ขณะที่ทหารคนอื่นๆ ที่อยู่บนพื้นที่เดียวกับ สวมชุดลายพรางสีเขียว หรือ ชุดเขียวแบบทหาร ท้องถิ่น ซึ่งเป็นนักรบเก่า ของฝ่ายเขมรแดง ในอดีต


เพียงไม่นาน หลังการปะทะกัน เป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ในวันพุธ (15 ต.ค.) ทางการกัมพูชา แถลงว่า มีทหารของฝ่ายตน เสียชีวิตจำนวน 2 คน กับอีก 2 คน ได้รับบาดเจ็บ


ขณะที่ฝ่ายไทย กล่าวว่า ทหารกัมพูชา ที่ได้รับบาดเจ็บ มีจำนวนมากกว่านั้น ส่วนฝ่ายไทย บาดเจ็บ 5 นาย ในนั้น 1 นาย ถูกสะเก็ดระเบิด อาการสาหัส


ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่า สามารถจับทหารไทย ไว้เป็นเชลยได้ ราว 13 คน และได้ส่งมอบคืน ให้แก่ฝ่ายไทยแล้ว ในวัน พฤหัสบดี ที่ 16 ตุลา ที่ผ่านมา

ทหารเขมร ที่แต่งหล่� ผิดแผกไป จากคน�ื่นๆ รายนี้ปรากฎตัวในรูปข�ง AFP ที่บริเวณ ลาน�ินทรี วันที่ 15 ต.ค.2551 เช่นเดียวกัน

ทหารเขมร ที่แต่งหล่อ ผิดแผกไป จากคนอื่นๆ รายนี้ปรากฎตัวในรูปของ AFP ที่บริเวณ ลานอินทรี วันที่ 15 ต.ค.2551 เช่นเดียวกัน


อย่างไรก็ตาม ร.อ.อภิชาต ภูพวก หัวหน้าชุดประสานงาน บนปราสาทพระวิหาร ที่ “ถูกจับเป็นเชลย” ด้วย กล่าวว่า ไม่มีการจับกุมใดๆ ตามที่ฝ่าย กัมพูชากล่าวอ้าง และเมื่อวันพุธ มีทหารไทย เหลืออยู่บนเขา เพียง 11 นายเท่านั้น


ในเดือน ม.ค. 2522 เวียดนาม ส่งทหารนับแสนๆ คน เข้าโค่นล้ม รัฐบาลกัมพูชาประชาธิปไตย (เขมรแดง) ในกรุงพนมเปญ และคงกำลัง ในประเทศ นี้ มาจนถึงปี 2532 จึงได้ถอนออกไป ทั้งหมด


นับแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ไม่เคยปรากฏว่า มีทหารเวียดนาม เข้าไปทำกิจกรรมใดๆ ในกัมพูชาอีก มีเพียงนักลงทุนเวียดนาม ที่เข้าไปแสวงหาโอกาส ทางธุรกิจ ในประเทศนี้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 17 ตุลาคม 2551 16:37 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000123703


พิมพ์ ข่าวนี้ แปลกเขมร!? แต่งเลียนทหารไทย-ใส่หมวกเวียดนาม


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ไม่ไช่ “เชลยศึก” แต่เป็น ทหารไทย ที่ประจำการ อยู่เขตวัดแห่งหนึ่ง บนทางขึ้น ปราสาทพระวิหาร


“ทหารเชลย” โผล่ ฉีกหน้าเขมรปั้นน้ำ!


AFP)

ร.อ.อภิชาต ภูพวก (สองจากขวา) หัวหน้าชุดประสานงาน บนเขาพระวิหาร กับทหารทหารชุดดำ ของไทยอีกคนหนึ่ง อยู่ดีๆ นายฮอร์นัมฮอง รมว.ต่างประเทศกัมพูชา ก็ประกาศ ให้เป็น เชลยศึก ที่ยอมจำนน ในวันพุธ (15 ต.ค.) ที่ผ่านมา (ภาพ: AFP)


ผู้จัดการออนไลน์ – กัมพูชาอ้างว่า สามารถจับกุม ทหารไทยเป็นเชลยไว้ จำนวน 10 คน ในวันพุธ (15 ต.ค.) วันที่เกิด การสู้รบที่ขายแดน ด้าน ภูมะเขือ แต่ปรากฏว่า ทั้งหมดเป็นทหารไทย ที่ประจำการอยู่เขตวัดแห่งหนึ่ง บนทางขึ้น ปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นบริเวณ ที่ไม่มีการปะทะกัน ด้วยอาวุธ


ทหารไทยเหล่านั้น ประจำการอยู่ที่ อาณาบริเวณวัด ศิขาคีรีสวรักษ์ มาตั้งแต่ เดือน ก.ค. –ส.ค. และ ใช้ชีวิตประจำวัน ร่วมกับ ฝ่ายกัมพูชา อยู่ที่นั่น มาตลอด 3 เดือน ที่ผ่านมา รวมทั้ง ร.อ.อภิชาต ภูพวก หัวหน้าฝ่ายประสานงาน ของฝ่ายไทยด้วย


ต้นเดือน ส.ค. ไทยและกัมพูชาได้ตกลงถอนทหาร ส่วนใหญ่ ออกไป จากบริเวณ ปราสาทพระวิหาร เพื่อลดการเผชิญหน้า ทั้งสองฝ่ายได้ตกลง คง ทหารเอาไว้ ที่นั่น ฝ่ายละประมาณ 50 นาย เท่าๆ กัน รวมทั้ง หน่วยประสานงานด้วย


ร.อ.อภิชาต ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์ เมื่อวันพฤหัสบดี ว่าปัจจุบัน ยังมีทหารไทย เหลืออยู่ที่วัด เพียง 11 นายเท่านั้น หลังจาก 2 คน ได้ล้มป่วย และถูกนำตัว ลงจากเขาเมื่อวันก่อน


นายฮอร์นัมฮอง (Hor Nam Hong) รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา แถลงใน กรุงพนมเปญ ใน วันพุธว่า ฝ่ายกัมพูชาเสียชีวิต 2 คนในเหตุการณ์ปะทะ อีก 2 คน ได้รับบาดเจ็บ และยังจับทหารไทย เป็นเชลย ได้อีก 10 คนด้วย ซึ่งทั้งหมดได้ “ยอมจำนน”


Reuters)

ภาพถ่ายวันที่ 17 ก.ค.2551 พ.อ.สม บุปผารัฐ (Som Bopharath) นายทหารกัมพูชา กำลังสนทนา กับ เวิน หรือ ร.อ.อภิชาต ภูพวก (ชุดดำ-ซ้าย) นายทหาร หัวหน้าฝ่ายประสานงาน ของไทย ในเขตวัดศิขาคีรีฯ ขณะที่ทหารกัมพูชา กว่า 1,000 คน เผชิญหน้า กับทหารไทยราว 500 คน ในอาณาบริเวณ ดังกล่าว ยืนตรงกลาง คือนายฟายสิฟาน (Phay Si Phan) โฆษกคณะรัฐมนตรีกัมพูชา (ภาพ: Reuters)


Reuters)

ภาพถ่ายวันที่ 17 ก.ค.2551 หรือ 3 เดือนก่อนหน้านี้ อีกมุมหนึ่ง ในเหตุการณ์เดียวกัน ขณะที่ ร.อ.อภิชาต กำลังสนทนา กับนายทหารเขมร ที่วัดสิขาคีรีฯ (ภาพ: Reuters)


AFP)

ภาพของ สำนักข่าว เอเอฟพีวันที่ 15 ต.ค. กลับเป็นว่า ร.อ.อภิชาต และทหารไทย เป็น เชลย ที่ยอมจำนวนต่อฝ่ายกัมพูชา (ภาพ: AFP)


Reuters)

ภาพถ่ายวันที่ 25 ก.ค.2551 หรือกว่า 3 เดือนก่อน ทหารไทยกับทหารเขมรดื่มกาแฟ-พูดคุยกันออกรสที่บริเวณวัดสิขาคีรีฯ ที่นั่นไม่เคยมีการสู้รบ บรรยากาศเช่นนี้ยังดำเนินต่อมาจนกระทั่งถึงวันพุธ (15 ต.ค.) เมื่อฝ่ายกัมพูชาประกาศให้ทหารไทยที่เหลืออยู่ 11 นายตกเป็นเชลย (ภาพ: Reuters)


Reuters)

ภาพถ่ายวันที่ 15 ต.ค.2551 อาวุธปืน ของทหารไทย ที่เก็บรวบรวมเอาไว้ ในบริเวณ วัดสิขาคีรีฯ ตามคำร้องขอของ ฝ่ายกัมพูชา ไม่มีการยึดแต่อย่างใด แต่รัฐมนตรีเขมร แถลงใน กรุงพนมเปญว่า ได้จับยึดอาวุธ ของ เชลย เอาไว้ (ภาพ: Reuters)



กองทัพภาค 2 ของไทย ได้ปฏิเสธ การกล่าวอ้างของ ฝ่ายกัมพูชา ในวันเดียวกัน เกี่ยวกับสิ่งที่ เรียกว่าการ “จับเชลย”


ร.อ.อภิชาต กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจ หลังจากได้ทราบข่าวจาก กรุงพนมเปญ ทั้งๆ ที่ตนเองกับ ทหารไทย ไม่ได้ถูกจับ ไม่ได้ถูกควบคุมตัว เพียงแต่ใน วันเกิดเหตุ มีการยิงปืนขึ้นมา ยังเขตวัด และฝ่ายกัมพูชาได้ขอร้อง มิให้พกอาวุธในเขตวัด ทหารไทย ให้ความร่วมมือโดยดี


นอกจากนั้น ในวันที่เกิดการปะทะ ก็ยังติดต่อกับ ผู้บังคับบัญชาฝ่ายไทย ทางวิทยุสื่อสาร ตลอดเวลา


ร.อ.อภิชาต สังกัดกรมทหารพราน อยู่ในเหตุการณ์ต่างๆ ในอาณาบริเวณ วัดสิขาคีรี มาตั้งแต่ต้น เป็นคุ้นหน้าคุ้นตา เป็นอย่างดี กับ นายทหารระดับ ผู้บังคับบัญชา ของฝ่ายกัมพูชา หลายนาย รวมทั้ง พล.ต.เสรย์แด๊ก ผู้บัญชาการทหาร ในพื้นที่


พล.ต.เสรย์แด๊ก (Srey Dek) กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ฝ่ายกัมพูชา ได้ปล่อยตัวทหารไทย ทั้ง 13 คน และส่งมอบ ให้แก่ฝ่ายไทยแล้ว


พล.ท. วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล ผู้บัญชาการ กองทัพภาคที่ 2 ปฏิเสธมาตลอดว่า ทหารไทยเหล่านั้น ไม่ได้ถูกจับกุม หรือถูกคุมขัง แบบเชลย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 17 ตุลาคม 2551 03:09 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000123383


พิมพ์ ข่าวนี้ “ทหารเชลย” โผล่ ฉีกหน้าเขมรปั้นน้ำ!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Next Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.