Accom Thailand

May 19, 2009

ลองชิม สุนัขย่าง ดูหรือยัง? ฮานอย ปิดร้าน หมาย่าง 2 สัปดาห์ หลังอหิวาต์ระบาด


ฮานอย ปิดร้านหมาย่าง 2 สัปดาห์ หลังอหิวาต์ระบาด
พ่อค้าเนื้อสุนัข กำลังชั่ง ให้ลูกค้า ภาพถ่ายวันที่ 18 พ.ค.2552 แม้ทางการ จะสั่งปิด โรงชำแหละ ในเมืองหลวงไปแล้ว นับสิบแห่ง ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูใน กรุงฮานอย หยุดให้บริการ เป็นเวลา 15 วัน แต่ก็ยังมี เนื้อจำหน่าย ตามปกติ คนจำนวนมาก ไม่เชื่อว่า เนื้อสุนัข เป็นแหล่งแพร่ เชื้อบักเตเรีย ที่ทำให้ เกิดอหิวาตกโรค

พ่อค้าเนื้อสุนัข กำลังชั่ง ให้ลูกค้า ภาพถ่ายวันที่ 18 พ.ค.2552 แม้ทางการ จะสั่งปิด โรงชำแหละ ในเมืองหลวงไปแล้ว นับสิบแห่ง ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูใน กรุงฮานอย หยุดให้บริการ เป็นเวลา 15 วัน แต่ก็ยังมี เนื้อจำหน่าย ตามปกติ คนจำนวนมาก ไม่เชื่อว่า เนื้อสุนัข เป็นแหล่งแพร่ เชื้อบักเตเรีย ที่ทำให้ เกิดอหิวาตกโรค


ASTVผู้จัดการออนไลน์ – ลองชิม สุนัขย่าง ดูหรือยัง? แต่อย่าเพิ่งไป ในช่วงนี้ เพราะร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูจาก สุนัขทุกแห่งในเมืองหลวง ถูกปิดตาย อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลังจากเกิด อหิวาตกโรคระบาด และ พบผู้ป่วย ที่มีอาการท้องร่วง อย่างรุนแรง นับสิบราย


ในนครโฮจิมินห์ ร้านอาหารที่ เสิร์ฟเมนูสุนัข ยังคงเปิดให้บริการ และ ลูกค้ายังคับคั่ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงแม้ทางการ จะประกาศว่า พบเชื้อบักเตเรีย ชนิดที่เป็นสาเหตุ ทำให้เกิด อหิวาตกโรค ใน เนื้อสุนัข และใน ผัก เช่นเดียวกัน

ส่วนในเมืองหลวง กรุงฮานอย ทางการ ได้สั่งเจ้าหน้าที่อนามัย ลงตรวจสอบ ร้านชำแหละ สุนัขทุกแห่ง ในเขต อ.ห่าดง (Ha Dong) หลังจาก ตรวจพบ เชื้ออหิวาต์ ในเนื้อ ที่จำหน่ายทั่วไป รวมทั้ง ให้ปิด ร้านอาหารทุกแห่ง ทั่วอาณาบริเวณนิคม เพื่อฉีดพ่น สารคลอรามินบี (Cloramin B) กำจัดทำลายเชื้อ ทั้งนี้ เป็นการเปิดเผยของ นายด่าววันบี่ง (Dao Van Binh) รองประธาน คณะกรรมการ ประชาชน ฮานอย

ตามรายงาน ที่ตีพิมพ์บน เว็บไซต์ของ พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เมื่อวันจันทร์ (18 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ สถาบันอนามัย และ การแพร่ระบาดแห่งชาติ (National Institute of Hygiene and Epidemiology) กับ ศูนย์ป้องกัน เวชศาสตร์ กรุงฮานอย ได้ลงตรวจตัวอย่าง เนื้อของสุนัข ในตลาดย่านเดืองโนย (Duong Noi) ระหว่าง วันที่ 7-8 พ.ค. และได้พบ การติดเชื้ออหิวา ดังกล่าว

โรงชำแหละสุนัข ในย่านเดืองโนย ส่งเนื้อไปจำหน่าย ในย่านต่างๆ ทั่ว กรุงฮานอย รวมทั้ง ร้านอาหารต่างๆ ในย่าน ถนนฮั่งเทิน (Hang Than) หว่างมาย (Hoang Mai) เญิตเติ่น (Nhat Tan) ซวนดี่ง (Xuan Dinh) และ เกอเญ้ (Co Nhue)

พ่อค้า ยืนอยู่หลังโต๊ะ ที่แขวนสุนัขย่าง 2 ตัว รอลูกค้า ภาพถ่าย วันที่ 18 พ.ค.2552 ซึ่งทางการ กรุงฮานอย ประกาศปิด โรงชำแหละนับสิบแห่ง แต่สื่อของทางการ กล่าวว่า ตามร้าน และ ตามแผง ในหลายย่าน ยังมีเนื้อสุนัข จำหน่ายตามปกติ

พ่อค้า ยืนอยู่หลังโต๊ะ ที่แขวนสุนัขย่าง 2 ตัว รอลูกค้า ภาพถ่าย วันที่ 18 พ.ค.2552 ซึ่งทางการ กรุงฮานอย ประกาศปิด โรงชำแหละนับสิบแห่ง แต่สื่อของทางการ กล่าวว่า ตามร้าน และ ตามแผง ในหลายย่าน ยังมีเนื้อสุนัข จำหน่ายตามปกติ

แม้ว่าโรงชำแหละ จะปิดลงชั่วคราวแล้ว ก็ยังมีผู้ค้าเนื้อสุนัข ค้าขายอยู่ต่อไป แต่สำนักข่าวเวียดนามเน็ต รายงานขณะเดียวกัน ร้านอาหาร ที่มีชื่อเสียง หลายแห่ง ที่เสิร์ฟเมนูเนื้อสุนัข ในย่านถนนเญิตเติ่น ได้ปิดลง โดยปริยาย เนื่องจากไม่มีลูกค้า

ภัตตาคารยอดนิยมในย่านอื่น เช่น เติ่นหมึก (Tran Muc) และ ห่าแบ๋ว (Ha Beo) แม้จะยังเสิร์ฟ เมนูอื่นๆ ต่อไป แต่ก็ดูเงียบงัน

จนถึงวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา โรงพยาบาล ต่างๆ ใน 11 จังหวัด กับ นครในภาคเหนือ รับผู้ป่วยท้องร่วงอย่างรุนแรง เข้ารับการรักษาแล้ว จำนวน 540 คน ในนั้่น มี 53 ราย ตรวจพบ เชื้ออหิวาตกโรค รวมทั้งใน นครหายฟ่อง (Hai Phong) นามดี่ง (Nam Dinh) บั๊กนีง (Bac Ninh) กว๋างนีง (Quang Ninh) และ จ.แทงฮว้า (Thanh Hoa) ในภาคกลาง ตอนบน แต่หลายคน ก็ยังไม่เชื่อว่า เนื้อสุนัข เป็นบ่อเกิดแห่ง การแพร่ระบาดของ อหิวาตกโรค

“ชาวฮานอย นับพันๆ คน รับประทาน เนื้อสุนัข ถ้าเนื้อ มีเชื้อบักเตเรีย ทำไมจึงมี ผู้ป่วยเพียงไม่กี่คน?” นายเกือง เจ้าของ โรงชำแหละเนื้อสุนัข เตี๋ยนเกือง (Tien Cuong) ตั้งคำถาม ที่นี่ ซื้อสุนัข ไปจาก จ.หายซเวือง (Hai Duong) และ จังหวัดอื่นๆ รอบๆ กรุงฮานอย


เวียดนามเน็ต กล่าวว่า สถานการณ์ใน นครโฮจิมินห์ ต่างไปจากใน ฮานอย ร้านอาหารเมนูสุนัข นครใหญ่ทางภาคใต้ ยังคลาคล่ำ ด้วยลูกค้าตามปกติ แม้จะมีการตรวจพบ บักเตเรีย ทั้งใน เนื้อ และ ใน ผัก ที่รับประทานร่วมกับ เนื้อสุนัข ก็ตาม

แต่ละวัน ตั้งแต่เช้าตรู่ จนถึง 4 ทุ่ม ร้านจำหน่ายเนื้อสุนัข ที่ถนนฝั่มวันหาย (Pham Van Hai) ในท้องที่ อ.เติ่นบี่ง (Tan Binh) จำหน่ายได้วันละ นับร้อยกิโลกรัม ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูสุนัข ที่ถนนแก๊กมางถั่งเติม (Cach Mang Thang Tam) และ ที่ถนนกงกวีง (Cong Quynh) ยังมีลูกค้าหนาแน่น ตามปกติ ลูกค้าประจำ ที่นั่นยังคงเป็น กลุ่มนักศึกษา และเยาวชน ทั่วไป

นายเหวียนวันมีง (Nguyen Van Minh) สมาชิกสภาประชาชนโฮจิมินห์ กล่าวว่า ที่นั่น ไม่เคยอนุญาต ให้เปิดโรงชำแหละสุนัข แต่ก็มีเนื้อจำหน่าย เป็นปกติ และยังไม่สามารถ ควบคุมได้ ผู้บริโภค ต้องระวัง ในการซื้อหา ไปประกอบอาหาร

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 15:48 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ ฮานอย ปิดร้านหมาย่าง 2 สัปดาห์ หลังอหิวาต์ระบาด



อ่านข่าว และ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ จากที่นี่

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 18, 2008

หากกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า สามารถขอความช่วยเหลือได้

กรมการค้าต่างประเทศ ระบุ หากกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า สามารถขอความช่วยเหลือได้จากโครงการของรัฐ พร้อมเผยที่ผ่านมารัฐให้วงเงินช่วยเหลือใน 2 โครงการแล้วเกือบ 10 ล้านบาท
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการบริหารเงินช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและ ภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า หรือ FTA ได้อนุมัติให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการ 9 โครงการ เป็นวงเงินกว่า 45 ล้านบาทนั้น เป็นการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ วงเงิน 4.45 ล้านบาท และโครงการรณรงค์การบริโภคเนื้อโคและการขยายตลาดผลิตภัณฑ์เนื้อโคไทย วงเงินประมาณ 4.81 ล้านบาท ทั้งนี้โครงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มผู้เลี้ยงโคได้เริ่ม ดำเนินการไปแล้ว เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้เลี้ยงโคเนื้อจากจังหวัดต่าง ๆ เช่น นครปฐม สุพรรณบุรี สุโขทัย เชียงใหม่ นครสวรรค์ เข้าร่วมโครงการกว่า 70 คน
อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวอีกว่า รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมโคเนื้อของไทยที่จำเป็นต้องหา แนวทางปรับตัวเพื่อรองรับการเปิดเสรีทางการค้ากับประเทศออสเตรเลียและ นิวซีแลนด์ นอกเหนือจากมาตรการปกป้องพิเศษ โดยผู้สนใจขอรับความช่วยเหลือจากโครงการสามารถติดต่อได้ที่สายด่วน 1385 หรือทางเว็บไซต์ http://www.dft.go.th

April 29, 2008

เกษตรกรปลูกหญ้าขาย สร้างรายได้ลดผลกระทบจากภัยแล้ง

ผลกระทบจากภัยแล้ง ทำให้เกษตรกรหันไปปลูกหญ้าขาย สร้างรายได้ รองรับ ฟาร์มโคพันธุ์และโคบ้านที่ไม่มีหญ้ากิน
เกษตรกร ผู้เลี้ยงโคพันธุ์ อาทิ พันธุ์อินดูบราซิลและพันธุ์บราห์มัน รวมทั้งวัวพันธุ์พื้นบ้าน ต่างได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง เนื่องจากหญ้าที่เคยปลูกไว้ต้องแห้งตายและไม่มีน้ำรด อีกทั้งหญ้าที่ขึ้นตามธรรมชาติตามทุ่งนาก็แห้งตายเช่นกัน ส่งผลให้เกษตรกรต้องออกตระเวนหาเกี่ยวหญ้าสดตามข้างทางรวมทั้งตามพื้นที่ ต่างๆเพื่อนำหญ้ามากักตุนให้วัวกิน ในขณะที่เจ้าของฟาร์มโคพันธุ์ต่าง ๆ ต่างก็ออกหาซื้อหญ้ากับเกษตรกรผู้ปลูกหญ้าขายเป็นธุรกิจมากักตุนไว้เช่นกัน ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกหญ้าขายเป็นธุรกิจ ถือโอกาสขึ้นราคาสูงเป็นเท่าตัว จากเดิมราคากิโลกรัมละ 1-2 บาท ขึ้นราคาอยู่ที่ 3 บาท สร้างรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำ มีรายได้ต่อเดือนเฉลี่ยหลายหมื่นบาท
นาย บรรจง งามแฉล้ม อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 279 ม. 5 บ.คาบเหนือ ต.เทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า ตนเองมีอาชีพปลูกหญ้า ซึ่งมีชื่อว่า “หญ้าขน”โดยปลูกง่ายกว่า”หญ้ารูซี่” และประกอบอาชีพมานานกว่า 5 ปีแล้ว บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ โดยสามารถสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้งราคาจะสูงกว่าปกติเท่าตัว อยู่ที่ราคา กก.ละ 3 บาท ทั้งนี้ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นฟาร์มเลี้ยงโคพันธุ์ต่างๆ ส่วนโคพื้นบ้านก็มีมาซื้อเช่นกันซึ่งแต่ละครั้งลูกค้าจะมาสั่งตั้งแต่ 100 กิโลกรัมจนถึง 1 ตันเลยทีเดียว และภายใน 1 เดือนช่วงหน้าแล้งสามารถขายหญ้าได้ถึง 1 หมื่นกิโลกรัมเลยทีเดียว หรืออยู่ที่ราคา 3 หมื่นบาท

March 2, 2008

ชาวจีนเกือบ 6 ล้านคน เผชิญกับ การขาดแคลนน้ำดื่ม เนื่องจาก สภาพแห้งแล้งในฤดูหนาว


สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงาน โดยอ้างตัวเลขจาก สำนักงานบรรเทาน้ำท่วม และ ความแห้งแล้ง ว่า มีจำนวนประชาชนที่ ประสบกับ ภาวะขาดแคลนน้ำดื่มใน จีน เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า


อยู่ที่จำนวน 5 ล้าน 9 แสนคน เนื่องจากสภาพแห้งแล้งจัด ในช่วงฤดูหนาว โดยตัวเลขดังกล่าว เพิ่มขึ้นจาก จำนวน 2 ล้าน 4 แสน 3 หมื่นคน เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งสถานการณ์นี้ จะยืดเยื้อต่อไป


ขณะที่จำนวนปศุสัตว์ ที่ขาดแคลนน้ำดื่ม ก็เพิ่มขึ้นจาก 1 ล้าน 8 แสน 9 หมื่นตัว เป็น 5 ล้าน 6 แสน 7 หมื่นตัว


นอกจากนี้ยังมี พื้นที่ทางการเกษตร ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งถึง 15 ล้าน 8 แสนเฮกเตอร์ เมื่อเทียบกับ 2 ล้าน 9 แสน เฮกเตอร์ ในช่วงเวลาเดียวกัน เมื่อปีที่แล้ว


ทั้งนี้พื้นที่ ร้อยละ 60 ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของจีน กำลังเผชิญกับ สภาพอากาศแห้งแล้ง อย่างหนัก ซึ่งเป็นผลมาจากมี ฝนตกน้อยลง ในช่วงฤดูหนาวปีนี้


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

External Links Below Use Browser “Back Button” Back to Here..

Blog at WordPress.com.