Accom Thailand

May 22, 2009

มานโมหัน ซิงห์ สาบานตน เข้ารับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี อินเดีย สมัยที่ 2 – India’s prime minister sworn in 2nd term


มานโมหัน ซิงห์ สาบานตน เข้ารับตำแหน่ง นายกฯ อินเดีย สมัยที่ 2

มานโมหัน ซิงห์ สาบานตน เข้ารับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีอินเดีย สมัยที่ 2  ณ ทำเนียบประธานาธิบดี

มานโมหัน ซิงห์ สาบานตน เข้ารับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี อินเดีย สมัยที่ 2 ณ ทำเนียบประธานาธิบดี


เอเอฟพี – มานโมหัน ซิงห์ สาบานตน เข้ารับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี อินเดีย สมัยที่ 2 ณ พิธี ที่จัดขึ้น บริเวณ ทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงนิวเดลี เมื่อวันศุกร์(22) ที่ ผ่านมา

ซิงห์ วัย 76 ปี อ่านคำสัตย์สาบาน เข้ารับตำแหน่ง ต่อหน้า ประธานาธิบดีหญิง ประติภา ปาติล จากนั้น ก็เป็นขั้นตอน การสาบานตน ขอ คณะรัฐมนตรี 19 คน ของเขา

การเข้ารับตำแหน่งครั้งนี้ ทำให้ ซิงห์ กลายเป็น นายกรัฐมนตรีคนแรก ของประเทศ นับตั้งแต่ อดีตนายกรัฐมนตรี จาวาฮาร์ลัล เนรูห์ ก่อน อินเดีย ได้รับเอกราช ที่ได้รับเลือกตั้ง ให้กลับนั่งเก้าอี้ผู้นำ ต่อ อีกสมัย หลังจาก พ้นวาระ การดำรงตำแหน่ง 5 ปีเต็ม

พรรคคองเกรส และ พรรคพันธมิตร มี 262 เสียง จาก สมาชิกรัฐสภา ทั้งหมด 543 เสียง และ ต้องการเพียง 10 เสียง ก็ครองเสียงข้างมาก ในสภา ซึ่งไม่นาน ก็สามารถ รวบรวม เสียงสนับสนุน จาก พันธมิตร ได้ 322 ที่นั่ง มากพอ สำหรับจัดตั้ง รัฐบาลเสียงข้างมาก

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 23 พฤษภาคม 2552 00:40 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ มานโมหัน ซิงห์ สาบานตน เข้ารับตำแหน่งนายกฯอินเดีย สมัยที่ 2



Related links : เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง


India’s Election Congress hails India poll victory

bangkokpost
India’s PM sworn in for 2nd term

header_blocks

India’s new government sworn in


India’s prime minister sworn in :


Indian Prime Minister Manmohan Singh and 19 Cabinet ministers were sworn in Friday, officials said. Singh is serving a second consecutive term.
While he and the ministers officially took office, an ally of India’s Congress said it was leaving the governing coalition.

Singh’s office said the Council of Ministers would be expanded over the next few days to include more ministers from different states, the Press Trust of India reported.

Officials of the DMK party, based in Tamil Nadu, said they were breaking off with the governing coalition because of disagreements over ministerial appointments,
the BBC reported.

The DMK said its 18 members of Parliament would not serve in the government but still would support the coalition legislatively.

Analysts say the DMK decision likely wouldn’t deprive the Congress-led alliance of a majority in Parliament, the British broadcaster said.
Published: May 22, 2009 at 8:51 AM by © 2009 United Press International, Inc.
upi_logo (120 x 41)


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

May 21, 2009

สาวใหญ่ใจกล้า ถาม นายกฯ ทำอะไร เพื่อประชาชนบ้าง เอาแต่ปรับ ครม. – แก้รัฐธรรมนูญ


สาวใหญ่ใจเด็ดบุกทำเนียบ โวย “มาร์ค” ไม่สนใจ ปชช.เอาแต่สนใจการเมือง

สาวใหญ่ใจกล้า บุกทำเนียบ โวยกลางวง แถลงข่าว นายกฯ ถาม ทำอะไร เพื่อประชาชนบ้าง เอาแต่ปรับ ครม. – แก้รัฐธรรมนูญ เอาใจ นักการเมือง จนเกือบวุ่น “ปณิธาน” ต้องดึงออก นอกวง บอกพร้อม รับฟังปัญหา เจ้าตัว โพล่ง เดือดร้อน นโยบายเรียนฟรีรัฐบาล แถมโดนบีบทุกทาง ไม่มีรายได้แน่นอน ซัดสารพัดม็อบ ทำเศรษฐกิจแย่
นางอุษณกร คอกเชอวาล คำร้องของประชาชน ที่ร้องไป ก็กลายเป็น ถุงกล้วยแขก ตั้งแต่รัฐบาล ทักษิณ สมัคร สมชาย ไม่ว่า กี่รัฐบาล ก็เป็นอย่างนี้ เราเป็นคนจน ไม่มีญาติที่ไหน

นางอุษณกร คอกเชอวาล คำร้องของประชาชน ที่ร้องไป ก็กลายเป็น ถุงกล้วยแขก ตั้งแต่รัฐบาล ทักษิณ สมัคร สมชาย ไม่ว่า กี่รัฐบาล ก็เป็นอย่างนี้ เราเป็นคนจน ไม่มีญาติที่ไหน



วันนี้ (21 พ.ค.) ที่ ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าว รายงานว่า เมื่อเวลา 11.20 น. บริเวณ ด้านหน้า ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กำลัง แถลงข่าว ถึงประเด็น การเมือง กับ สื่อมวลชนอยู่ ได้มี ผู้หญิงสวมชุด สีเลือดหมู อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งแลกบัตรจาก ประตู 4 เข้ามา ได้ยกมือ ขึ้นถาม นายอภิสิทธิ์ ว่า ขอถาม อะไรหน่อย

ครม. และ นายกฯ ได้ทำอะไร ให้ประชาชนบ้าง นอกจาก การแก้รัฐธรรมนูญ และ การปรับ ครม. ซึ่งนายกฯ ตอบว่า “ทำครับๆ”

แต่ หญิงคนดังกล่าว ยังคงพยายาม ตะโกนถาม คำถาม นายอภิสิทธิ์ ว่า ได้ทำอะไร เพื่อประชาชน บ้าง นายกฯ ยังคงตอบว่า ยืนยันว่า “ทำครับ เราพยายาม รับเรื่องราว เดือดร้อน ของ ประชาชน ไว้ก่อน แต่ ท่านยังไม่ได้บอก เลยว่า เดือดร้อน เรื่องอะไร”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนั้น ตำรวจสันติบาล ประจำทำเนียบ และ ตำรวจ นอกเครื่องแบบ ได้เข้าประกบตัว หญิงคนดังกล่าว แต่ผู้หญิงคนเดิม เถียงว่า ไม่จริง และ เริ่มพูดจา ขึ้นเสียง จนมีท่าทีว่า จะเกิดความวุ่นวาย จนกระทั่ง นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ โฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้เข้ามาบอกว่า ถ้าจะมา ร้องเรียนอะไร ให้มาพูดกับตน หลังจากนั้น นายปณิธาน จึงพาตัว หญิงวัยกลางคน เข้าไปสอบถาม พูดคุย และ สงบสติอารมณ์ ที่ตึกนารีสโมสร

จากนั้น เมื่อเข้าไปที่ ตึกนารีสโมสร ผู้สื่อข่าว ได้สอบถาม ผู้หญิงคนนั้น จนทราบชื่อ คือ นางอุษณกร คอกเชอวาล อายุ 43 ปี บ้านอย ย่านเทเวศร์ ซึ่ง เมื่อก่อน เคยมีอาชีพ ขายปากกา หนังสือ อุปกรณ์การเรียน อยู่แถวเทเวศร์ แต่ปัจจุบัน ไม่ได้ขายแล้ว มารับจ้าง พิมพ์งาน อยู่ ทั้งนี้ ระบุว่า ที่ขายไม่ได้ เพราะ ปัญหาเศรษฐกิจ จากบรรดาม็อบ เสื้อแดง เสื้อเหลือง ซึ่ง นางอุษณกร กล่าวว่า ตนไม่ชอบทั้ง เสื้อแดง และ เสื้อเหลือง ที่ทำให้ เศรษฐกิจของ ประเทศไทย ย่ำแย่ แบบนี้

นางอุษณกร กล่าวอีกว่า ตนไม่ได้มา ยื่นหนังสือ หรือ จะมา เรียกร้องอะไร ตนเป็น ผู้หญิง ตัวคนเดียว มาคนเดียว ไม่มีอาวุธ หรือ อะไรมา แค่อยากจะ มา ถาม ว่า ทาง ครม. และ รัฐมนตรี เคยทำอะไร เพื่อประชาชนบ้าง และ

เรื่องเรียนฟรี 15 ปี นั้น อยากให้กลับ มาดูว่า ยังไม่มีอะไร เกิดขึ้นเลย ตามที่เคยพูดนักพูดหนาว่า จะทำให้ประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆ แต่ก็ยังคง เดือดร้อนไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนรัฐบาล ก็เอาแต่ แถลงข่าว ปรับ ครม. แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อผลประโยชน์ เพื่อจุดยืน ของตัวเอง ทั้งนั้น

ส่วนเรื่องที่เดือดร้อน จริงๆ นั้น นางอุษณกร ได้กล่าวพร้อมทั้ง น้ำตา ว่า เป็นเรื่องลูกสาว ซึ่งกำลังเรียนอยู่ กำลังจะขึ้น ชั้นอนุบาล 3 เดิมเรียนอยู่ที่ โรงเรียน ภายใต้สังกัด ของ กทม. แต่ การเรียนที่นั่น ไม่มีคุณภาพ เปิดทีวีให้ลูกสาวดู แล้วบ่ายสอง ก็รับกลับบ้าน ตนจึงย้ายโรงเรียนไปสังกัด สาธิต แต่ค่าเทอม ก็แพงมาก ต้องกู้เงิน เพื่อหาเงิน มาส่งลูกเรียน แต่จะกู้ธนาคาร ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะต้องมีหลักฐาน และ ต้องเป็น ข้าราชการซี 5 รับประกัน จึงจะกู้ได้

ตนหวังอย่างเดียวว่า อยากให้ลูกสาวของตน มีคุณภาพ อยากให้มีการศึกษา แต่โรงเรียนรัฐบาล ไม่มีคุณภาพ ที่ดีพอ โรงเรียนเอกชน ค่าเทอมก็แพง ทำให้ตน เหมือนโดนบีบ

“จริงๆ แล้ว ได้ไปร้องเรียนที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ มาแล้ว แต่ทางนั้น บอกว่าต้องรอดำเนินการ ถึง 60 วัน กว่าจะเห็นผล ตอนนี้ คำร้อง ของ ประชาชน ที่ร้องไป ก็ กลายเป็น ถุงกล้วยแขก ตั้งแต่รัฐบาล ทักษิณ สมัคร สมชาย ไม่ว่า กี่รัฐบาล ก็เป็นอย่างนี้ เราเป็นคนจน ไม่มีญาติที่ไหน สามีก็เสีย ถ้าไม่มีเงิน ก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่มีใคร เห็นเรา แต่ถ้ามีเงิน ญาติก็จะเยอะ” นางอุษณกร กล่าว


ด้าน นายปณิธาน ได้พูดคุย รับฟัง และ พยายามอธิบายให้ นางอุษณกร ได้เข้าใจถึง โครงการเรียนฟรี 15 ปี ที่จำเป็น ต้องใช้เวลา ในการดำเนินการ และ เรื่องของ นักการเมือง ที่ นางอุษณกร ที่ได้กล่าวไว้ และ ให้ นางอุษณกร ได้เขียน ชื่อ ที่อยู่ ไว้เพื่อเป็นหลักฐานแล้ว

ก่อนที่ นายปณิธาน จะกลับออกไปจาก ตึกนารีฯ ซึ่ง นางอุษณกร ได้ให้ สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าว อีกระยะหนึ่ง ก่อนจะกลับออกไป โดยมี ตำรวจเดินตาม ไปด้วย

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 21 พฤษภาคม 2552 16:00 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ สาวใหญ่ใจเด็ด บุกทำเนียบ โวย “มาร์ค” ไม่สนใจ ปชช. เอาแต่สนใจ การเมือง


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

กกต. มีมติไม่ให้ นายทะเบียน พรรคการเมือง รับจดแจ้ง การ จัดตั้ง พรรค พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย (พ.ป.ป.) หรือ P.A.D.


กกต. ไม่รับจด ตั้งพรรค “พ.ป.ป.” ชี้ข้อบังคับ ผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง เพียบ

เลขาฯ กกต. เผย นายทะเบียน พรรคการเมือง มีมติ ไม่รับจดแจ้งจัดตั้ง พรรคพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย หรือ ชื่อย่อ พ.ป.ป. ชี้ข้อบังคับหลายข้อ ผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง ทั้งชื่อ พรรคภาษาอังกฤษ ที่ซ้ำกับ พรรคประชาภิวัฒน์ ขณะ คนขอจดบางคนเป็น สมาชิก พรรคมหาชน


วันนี้ (21 พ.ค.) ที่ สำนักงาน คณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. แถลงว่า กกต. มีมติไม่ให้ นายทะเบียน พรรคการเมือง รับจดแจ้ง การจัดตั้ง พรรค พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย (พ.ป.ป.) หรือ P.A.D. ที่มี นางภานุมาศ พรมสูตร หัวหน้าพรรค ได้ยื่นขอ ต่อ กกต. ทั้งนี้

เนื่องจาก จากการตรวจสอบของ ฝ่ายวิจัย และ พัฒนา ระบบบริหาร ฐานข้อมูล พรรคการเมือง พบว่า นางรุ่งรัตน์ เป็นกระโทก สมาชิกพรรค ของผู้ร่วมขอจัดตั้ง พรรคฯ มีชื่อปรากฏเป็น สมาชิก พรรคมหาชน และ เมื่อพิจารณาชื่อพรรค ที่เป็นภาษาอังกฤษ และ ชื่อย่อภาษาอังกฤษ ก็คล้าย หรือ ซ้ำกับ พรรคประชาภิวัฒน์ ที่ถือว่า ขัดกับ

มาตรา 9 วรรคสอง พ.ร.บ.พรรคการเมือง 50 ที่ห้ามไม่ให้ชื่อ พรรคการเมือง ซ้ำ พ้อง หรือ มีลักษณะคล้ายคลึง กับ ชื่อ ชื่อย่อ หรือ ภาพเครื่องหมายของ ผู้จดแจ้ง การจัดตั้ง พรรคการเมือง อื่น หรือ ของ พรรคการเมือง ที่ได้จดแจ้งไว้ก่อน ตามมาตรา 12 หรือ ของ พรรคการเมือง ที่ถูกยุบ ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ นี้

นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบว่า ข้อบังคับ พรรคพันธมิตรฯ หลายข้อ ขัดต่อ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ประกอบด้วย

ข้อบังคับพรรค ที่ 28, 29 ที่กำหนดให้ การเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั่วไป ในแต่ละครั้ง คณะกรรมการ บริหารพรรค แต่งตั้ง คณะกรรมการ อำนวยการทั่วไป เพื่อทำหน้าที่ คัดเลือก สมาชิกพรรค ที่เหมาะสม และ มีคุณสมบัติ ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อส่งเข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน และ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

ขัดมาตรา 28 วรรคสอง (4) พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่บัญญัติ ว่า การดำเนินการเลือกตั้ง คณะกรรมการ คัดเลือก ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ของพรรคการเมือง คณะกรรมการ นโยบายของ พรรคการเมือง และ คณะกรรมการ ส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย ในพรรคการเมือง ให้กระทำ โดยที่ประชุมใหญ่ของ พรรคการเมือง

ข้อบังคับพรรค ข้อ 52 ที่กำหนดว่า ในการประชุม สาขาพรรคนั้น มีผู้เข้าร่วมประชุม ไม่น้อยกว่า30 คนขึ้นไป ยัง

ขัดต่อ มาตรา 37 วรรคสอง พ.ร.บ. พรรคการเมือง ที่ระบุว่า องค์ประชุมของ ที่ประชุมใหญ่ สาขาพรรคการเมือง ต้องประกอบด้วย กรรมการสาขาพรรคการเมือง อย่างน้อย กึ่งหนึ่ง และ สมาชิก สาขาพรรคการเมือง ซึ่งต้องมีจำนวน ไม่น้อยกว่า 50 คน และ

ข้อบังคับพรรค ข้อ 68 ที่กำหนดว่า เมื่อมีการพิจารณา สิ้นสุดลง หัวหน้าพรรค มีอำนาจ สั่งการ อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

1.ให้ระงับเรื่องกล่าวหา
2.ยกข้อกล่าวหา
3.ตำหนิสมาชิกผู้ถูกกล่าวหา
4.ภาคทัณฑ์สมาชิกพรรคผู้กล่าวหา

ส่วนในกรณีที่ หัวหน้าพรรค เห็นว่าควรได้รับการลงโทษ โดยการลบชื่อสมาชิก ผู้ถูกกล่าวหา ออกจาก ทะเบียน ให้ หัวหน้าพรรค เสนอต่อ คณะกรรมการบริหารพรรค ถือเป็นอันสิ้นสุดลง

ขัดกับ มาตรา 20 (4) พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่กำหนดว่า สมาชิกภาพของ สมาชิกสิ้นสุดลง เมื่อพรรคการเมือง มีมติให้ออก ตามข้อบังคับพรรคการเมือง เพราะกระทำผิดวินัย หรือ จรรยาบรรณ อย่างร้ายแรง หรือ มีเหตุร้ายแรงอื่น กล่าวคือ การลงโทษสมาชิก ผู้ถูกกล่าวหานั้น พรรคการเมือง จึงมีมติให้ออก ตามข้อบังคับ พรรคการเมือง เพราะกระทำผิดวินัย หรือ จรรยาบรรณ อย่างร้ายแรง ซึ่งทำให้ การเป็นสมาชิกภาพ ของสมาชิก สิ้นสุดลง ดังนั้น พรรคพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จึงไม่สามารถ ลบชื่อ สมาชิกผู้ถูกกล่าวหา ออกจาก ทะเบียน สมาชิกพรรคการเมือง ได้

“ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้ ที่ประชุม กกต. เห็นว่า การยื่นขอจดจัดตั้งดังกล่าว มีรายการไม่เป็นไป ตาม มาตรา 13 วรรค หนึ่ง (2) จึงเห็นชอบให้ นายทะเบียน พรรคการเมือง สั่งไม่รับจดแจ้ง การจัดตั้ง พรรคพันธมิตรฯ และ แจ้งเป็นหนังสือ พร้อมทั้งเหตุผลต่อ นางภานุมาศ ผู้ยื่น ได้ทราบภายใน 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนด วันที่ 23 พ.ค.นี้ แต่ เนื่องจาก เป็นวันหยุดราชการ จึงจะแจ้ง ให้ทราบ ในวันที่ 25 พ.ค. ที่เป็นวัน เปิดทำการ แต่หาก นางภานุมาศ ไม่เห็นด้วยกับ คำสั่งดังกล่าว ก็สามารถ ยื่นคำร้องคัดค้านต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน 30 วัน นับแต่ วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง” นายสุทธิพล กล่าว


อนึ่ง พรรค พ.ป.ป. ดังกล่าว ไม่ใช่ พรรคการเมือง ของ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ที่มีบทบาท ในการขับไล ระบอบทักษิณ และ ต่อต้านคอร์รัปชัน ในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมาแต่อย่างใด โดยพันธมิตรฯ จะมีการประชุม เพื่อตัดสินใจ ตั้ง พรรคการเมือง หรือ ไม่ ในวันที่ 24-25 พ.ค.นี้

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 21 พฤษภาคม 2552 17:41 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ กกต.ไม่รับจด ตั้งพรรค “พ.ป.ป.” ชี้ข้อบังคับ ผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง เพียบ


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 20, 2009

อิหร่านทดสอบ ขีปนาวุธเซจิล-2 จาก พื้นผิวสู่พื้นผิว แบบ 2 ขั้นตอน สำเร็จ – Iran tests new Sajil-2 missile


Iran says the missiles have a range of nearly 1,243 miles, which would put Moscow, Athens and southern Italy within striking distance from Iran,   said Jane's Information Group, which provides information on defense issues. (UPI Photo/Vahid Reza Alaie/Mehr News Agency)

Iran says the missiles have a range of nearly 1,243 miles, which would put Moscow, Athens and southern Italy within striking distance from Iran, said Jane's Information Group, which provides information on defense issues. (UPI Photo/Vahid Reza Alaie/Mehr News Agency)


อิหร่านประกาศศักดา ทดสอบขีปนาวุธรุ่นใหม่สำเร็จแล้ว

เอเอฟพี – ประธานาธิบดี มะห์มุด อาห์มาดิเนจัด Mahmoud Ahmadinejad ผู้นำอิหร่าน ประกาศวันนี้ ว่า(20) อิหร่าน ได้ทดสอบ ขีปนาวุธพิสัยกลาง รุ่นใหม่ พร้อมกับย้ำว่า จะไม่ยุติ ความทะเยอทะยาน ด้านนิวเคลียร์ ของตน

อาห์มาดิเนจัด เผย ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ ในเมืองเซมนาน ทางเหนือของ ประเทศว่า อิหร่านได้ทดสอบ ขีปนาวุธเซจิล-2 อันเป็น ขีปนาวุธจาก พื้นผิวสู่พื้นผิว แบบ 2 ขั้นตอน และ ประสบความสำเร็จ ตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้เปิดเผย พิสัยของอาวุธ ดังกล่าว

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มอสตาฟา นาจาร์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ของ อิหร่าน ได้ทดสอบ ขีปนาวุธแบบ พื้นผิวสู่พื้นผิว รุ่นใหม่ โดยให้ รายละเอียด ว่าเป็น ขีปนาวุธแบบ 2 ขั้นตอน ที่มี เครื่องยนต์ 2 เครื่อง และ ระบุชื่อว่า เซจิล จากนั้น สถานีโทรทัศน์ ก็ได้เผยภาพ การยิงขีปนาวุธ ลูกดังกล่าว ซึ่งมีขนาดพอๆ กับ ขีปนาวุธชาฮับ-3 ของ อิหร่าน

ภาพจาก สถานีโทรทัศน์ อัลอลาม เผยภาพ การยิงทดสอบขีปนาวุธ พิสัยกลางรุ่นใหม่ของ อิหร่าน จาก สถานที่ ที่ไม่เปิดเผย

ภาพจาก สถานีโทรทัศน์ อัลอลาม เผยภาพ การยิงทดสอบขีปนาวุธ พิสัยกลางรุ่นใหม่ของ อิหร่าน จาก สถานที่ ที่ไม่เปิดเผย

ในอดีต อิหร่าน มักจะโอ้อวดว่า ได้พัฒนาอาวุธใหม่ๆ ซึ่งสอดคล้อง กับความสงสัย ของนักวิเคราะห์ ด้านกลาโหม จากฟากตะวันตก

นาจาร์ บอกกับ สถานีโทรทัศน์ในเดือน พฤศจิกายนว่า ขีปนาวุธรุ่นใหม่ มีพิสัยเกือบ 2,000 กิโลเมตร คล้ายๆ กับขีปนาวุธ ชาฮับ-3 และ สามารถยิงไปถึง ดินแดน ของ อิสราเอล ได้

Iran-Missile-Test4 (790 x 526)

ด้านอิสราเอล ออกมาระบุว่า การทดสอบขีปนาวุธ ครั้งใหม่ ของ อิหร่าน น่าจะเป็นความกังวล สำหรับชาติยุโรป ที่อาจจะตกอยู่ ภายใต้พิสัยของอาวุธ โดย แดนนี่ อยาลอน รัฐมนตรีช่วย กระทรวงการต่างประเทศ ของ รัฐยิว ชี้ว่า นอกจากนี้ อิหร่าน ยังพยายามพัฒนาขีปนาวุธ ที่มีพิสัย ถึง 10,000 กิโลเมตรด้วย ซึ่งอาจจะยิงไปถึง ชายฝั่งของ สหรัฐฯได้

ด้านนายกรัฐมนตรี สายเหยี่ยวคนใหม่ ของ อิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮุ Binyamin Netanyahu กล่าวว่า เทคโนโลยี ขีปนาวุธ และ โครงการนิวเคลียร์ ที่สร้างความขัดแย้ง ของ อิหร่าน เป็นภัยคุกคาม ที่มีอยู่ต่อ อิสราเอล ที่ใหญ่ที่สุดกว่าที่ อิสราเอลเคยเชิญมา นับตั้งแต่ ก่อตั้งรัฐยิวขึ้นในปี 1948

ด้านอิหร่าน ยืนกรานว่า โครงการนิวเคลียร์ ของตัว มีจุดประสงค์ เพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อตอนสนองกับ ประชากรที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ เชื้อเพลิงฟอสซิล กำลังจะหมดไป เท่านั้น

คณะมนตรี ความมั่นคง แห่ง สหประชาชาติ ออกมาตรการ คว่ำบาตรอิหร่าน 3 ชุด หลังจากที่ อิหร่านไม่ยอมหยุด การแปรรูป ยูเรเนียม ซึ่งเป็น กระบวนการ ผลิตเชื้อเพลิง จ่ายไปยัง สถานีไฟฟ้า แต่กระบวนการนี้ ถ้าแปรรูปให้ ยูเรเนียม มีความเข้มสูงพอ ก็สามารถนำไปผลิต ระเบิดอาวุธนิวเคลียร์ ได้เช่นกัน กระนั้น ผู้นำอิหร่าน ก็ยืนกราน อีกครั้งวันนี้ว่า อิหร่าน จะไม่มีวัน ล้มเลิก โครงการนิวเคลียร์ ของตน

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 20 พฤษภาคม 2552 19:36 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ อิหร่าน ประกาศศักดา ทดสอบขีปนาวุธรุ่นใหม่ สำเร็จแล้ว



Related links : เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง


Iran’s missile Sejil 2 is launched by Iranian armed forces in Semnan province, Iran on May 20, 2009.

Iran-Missile-Test2 (790 x 526)
Iran says the missiles have a range of nearly 1,243 miles, which would put Moscow, Athens and southern Italy within striking distance from Iran,
said Jane’s Information Group, which provides information on defense issues. (UPI Photo/Vahid Reza Alaie/Mehr News Agency)


Iran-Missile-Test5 (790 x 526)

Iran’s missile Sejil 2 is seen before its launch by Iranian armed forces in front of a picture of Iran’s supreme leader Ayatollah Ali Khamenei in Semnan province, Iran on May 20, 2009.

Iran says the missiles have a range of nearly 1,243 miles, which would put Moscow, Athens and southern Italy within striking distance from Iran,
said Jane’s Information Group, which provides information on defense issues. (UPI Photo/Vahid Reza Alaie/Mehr News Agency) Full Story from © 2009 United Press International, Inc.upi_logo (120 x 41)


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 19, 2009

คดีลอบสังหาร สนธิ คำตอบสุดท้าย จะมาเมื่อไหร่?


1 เดือน คดีลอบสังหารสนธิ คำตอบสุดท้าย จะมาเมื่อไหร่? (ตอนจบ)

กรณีเหตุอุกอาจสะเทือนขวัญ คนร้ายใช้อาวุธสงคราม ยิงถล่ม นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้ง หนังสือพิมพ์ ASTV-ผู้จัดการ และ แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย พร้อมคนขับรถ และ ผู้ติดตาม มาถึงวันนี้กว่า 1 เดือน ผ่านมาแล้ว การคลี่คลายคดี มีลำดับความเป็นไป ทีละก้าว และ ตอนนี้จะเป็น ตอนต่อเนื่องจาก เมื่อวันก่อนหน้านี้


วันที่สิบ (26 เม.ย.)

พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.ให้สัมภาษณ์ว่า การสืบสวน มีความคืบหน้า ไปมากพอสมควร แต่ยังไม่สามารถ เปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจาก เกรงจะกระทบต่อรูปคดี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ ขอเวลาอีก 1 สัปดาห์ ในการสรุป วิถีกระสุน และ ทิศทางการยิง ของคนร้าย

ขณะที่ พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ ผบก.พฐ. ระบุว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ด้านวิถีกระสุน เข้าตรวจหาวิถีกระสุน ภายใน รถโดยสารประจำทาง ขสมก.สาย 53 ซึ่งขณะเกิดเหตุ วิ่งสวนกับ รถของ นายสนธิ เบื้องต้น พบรอยกระสุนปืนอาก้า บริเวณกระจกด้านหน้า และ กระจกข้างคนขับ รวม 2 จุด คาดว่า กระสุนมาจาก ด้านขวา เข้าทางกระจกข้าง ไปทะลุกระจกด้านหน้า ซึ่งจะนำ ข้อมูลที่ได้ ไปประมวลกับ ผลการตรวจสอบรถยนต์ ของ นายสนธิ และ รถโดยสารประจำทาง สาย 30 ที่ได้รับความเสียหายเช่นกัน คาดว่าประมาณ 1 สัปดาห์ จะสามารถ สรุปทิศทาง การยิงได้

ข้อสังเกต : หลัง พล.ต.อ.ธานี พุ่งประเด็นสาเหตุการยิงนายสนธิไปที่ปมประเด็นการเมือง ตำรวจต่างปิดปากเงียบ ไม่มีใครกล้าให้ข่าว โดยเฉพาะชุดสืบสวนชุดใหญ่ต่างลงพื้นที่ควานหาเบาะแสคนร้ายกันหมด ซึ่งเชื่อว่าตำรวจน่าจะได้เค้าลางอะไรบางอย่างบ้างแล้ว

วันที่สิบเอ็ด (27 เม.ย.)

มีรายงานในวันนี้ว่า มีพยานผู้หนึ่ง โทรศัพท์ไปแจ้ง ให้ชุดสืบสวน ว่า ก่อนจะเกิดเหตุ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาตามถนนสามเสน ก่อนถึงที่เกิดเหตุ ไม่มากนัก จากนั้น ถูกรถกระบะ 2 คัน ขับปาดหน้า ไปอย่างรวดเร็ว และ จำได้ว่า รถ 1 ใน 2 คัน เป็นรถกระบะโตโยต้า จำทะเบียน ได้เพียงว่า เป็นหมวด จังหวัดสระบุรี ในขณะที่ อีกคัน ไม่สามารถจดจำได้ ซึ่งขณะนี้ ชุดสืบสวน ได้ส่งข้อมูล ดังกล่าว ให้กับ ศูนย์สืบสวน ดำเนินการตรวจสอบ อย่างละเอียดแล้ว

ขณะที่ พล.ต.อ.ธานี กล่าวเพียงว่า ยังไม่ได้พบ กับ นายสนธิ ก่อนหน้านี้ ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่า อยู่ระหว่างดำเนินการ ดังนั้นจะไม่พูดแล้ว ถ้าพูดแล้ว ต้องได้เรื่อง ถ้าไม่ได้เรื่องไม่พูด แต่คาดว่า ภายในสัปดาห์นี้ จะได้ความชัดเจนเรื่องการสอบสวน
ข้อสังเกต : มีความชัดเจน ในเรื่อง รถของคนร้าย มากขึ้น แต่ตำรวจ ยังปิดเงียบ ถึงความคืบหน้าของคดี


วันที่สิบสอง (28 เม.ย.)

ช่วงเช้า มีข่าวตำรวจลพบุรี จับกุม พ่อค้ายาบ้าได้ พร้อมอาวุธปืนอาก้า และได้ส่งอาวุธปืน ที่ตรวจยึดได้ มายังกองพิสูจน์หลักฐาน ในทันที กระทั่ง เย็นวันเดียวกัน พล.ต.ต.สุรพล พินิชอบ ผบก.พฐ. จึงกล่าวยอมรับว่า เรื่องการส่งอาวุธปืน ที่ต้องสงสัย ในการนำมาใช้ก่อคดีนั้น พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. ได้ทำหนังสือเวียน ส่งไปยัง หน่วยงานของ ตำรวจ เพื่อขอความร่วมมือ ในการขอให้ หน่วยงานตำรวจ ที่ตรวจพบอาวุธ ต้องสงสัย ที่ใช้ก่อคดียิง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ส่งมาตรวจพิสูจน์ ยังกองพิสูจน์หลักฐาน แล้ว ตั้งแต่ 2-3 วัน ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ ทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ ได้ทยอยส่งมาตรวจแล้ว จำนวน 3 ราย

ส่วนการติดตาม พยานหลักฐาน เพื่อคลี่คลายคดี มีรายงานความคืบหน้า ว่า ชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี ได้ภาพจาก กล้องวงจรปิด หน้าร้านสะดวกซื้อ ย่านเทเวศร์ ที่บันทึกภาพ รถกระบะ มาสด้า ไฟเตอร์ สีน้ำเงิน พร้อมแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งมีคนร้าย นั่งอยู่กระบะหลัง ไว้ได้

ขณะนี้ชุดทำงาน อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แผ่นป้ายทะเบียนว่า ตรงกับคำให้การ ของพยาน ที่เห็นเหตุการณ์ หรือไม่

ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวน อีกชุดลงพื้นที่ ตรวจหา รถกระบะมาสด้า ไฟเตอร์ สีน้ำเงิน ในพื้นที่ รอบกรุงเทพมหานคร พบว่า มีทั้งหมด 19 คัน และ มีรถต้องสงสัย 1 คัน ซึ่งอยู่ใน ความครอบครอง ของ สิบเอก รายหนึ่ง ใน จ.ราชบุรี ซึ่งยังไม่สามารถ ชี้แจงรายละเอียดในการใช้รถ ในวันเกิดเหตุได้ ขณะนี้ อยู่ระหว่าง การประสานงาน กับ ทางทหาร เพื่อเข้าตรวจค้น บ้านพัก และ สอบปากคำ
ข้อสังเกต: เหตุการณ์ผ่านมาได้ 12 วัน ทั้งเรื่องอาวุธปืน และ พาหนะ ของคนร้าย เริ่มมีความชัดเจนขึ้น ในขณะที่ ตำรวจยังคงปิดปากเงียบ ไม่มีการแพร่งพราย ให้สื่อรู้ระแคะระคายว่า ลงพื้นที่ไหน ซึ่งต่างจาก คดีอื่น ที่มัก มีความคืบหน้าของ คดีชัดเจนมากขึ้น


วันที่สิบสาม (29 เม.ย.)
พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ ผบก.พฐ.กล่าวว่า ตำรวจทุกพื้นที่ ที่พบอาวุธปืน ต้องสงสัย ที่ใช้ในการก่อเหตุยิง นายสนธิ ได้ทยอย ส่งมาตรวจพิสูจน์ เปรียบเทียบ กับรอยกระสุน บนรถของ นายสนธิ ที่ถูกยิงแล้ว ตามคำสั่ง ของ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.

ส่วนความคืบหน้า ในการคลี่คลายคดี ปรากฏรายงานว่า ตั้งแต่ เมื่อวันที่ 28-29 เม.ย.ไม่มีการประชุมใหญ่ ชุดคลี่คลายคดี อันเนื่องมาจาก ชุดทำงาน และ สายสืบส่วนใหญ่ ถูกส่งลงไปยัง พื้นที่ จ.กาญจนบุรี เกือบครบชุด มีเพียงชุดสืบสวน ชุดเดียว ที่อยู่ในเขตนครบาล เพื่อเร่งคลี่คลาย ภาพจาก กล้องวงจรปิด ซึ่งจับภาพ รถกระบะมาสด้า ไว้ได้

ซึ่งล่าสุด มีรายงานว่า ชุดสืบสวนชุดนี้ ได้ข้อสรุปแล้วว่า รถกระบะมาสด้า คันดังกล่าว ใครเป็นเจ้าของผู้ครอบครอง และอยู่ระหว่าง การสืบสวน ในเชิงลึก ต่อไปว่า เจ้าของ ผู้ครอบครองรถ กระบะมาสด้า คันดังกล่าว รู้จัก และ มีความสนิทชิดเชื้อ กับ ทหารคนใด หรือไม่

รายงานข่าว แจ้งอีกว่า ชุดคลี่คลายคดีชุดใหญ่ ที่ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี นั้น สามารถ รู้ตัวคนร้าย ทั้งคนรับงาน ทีมยิง ซึ่งส่วนใหญ่เป็น คนมีสีแล้ว โดยรายงานข่าว ระบุว่า แม้จะรู้ตัว ทีมยิง แล้วก็ตาม แต่เชื่อว่า ไม่น่าจะสามารถสาวถึง ผู้บงการตัวใหญ่ได้ เนื่องจาก การใช้ทีมงาน ให้ลงมือสังหาร นายสนธิ ในครั้งนี้ เป็นเพียงมือสมัครเล่น เพื่อจุดประสงค์ ไม่ให้ต้องการ สาวถึง ผู้บงการตัวจริง
ข้อสังเกต : จิ๊กซอว์แต่ละตัว เริ่มถูกนำมาเชื่อมต่อกัน โดยมีเค้าลาง ที่น่าเชื่อว่าเป็นไปได้ กระทั่ง มีข่าวการควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัย 3 คน และ ผู้อยู่เบื้องหลัง


วันที่สิบสี่ (30 เม.ย.)


เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. เดินทางเข้าสอบปากคำ นายสนธิ ที่บ้านพระอาทิตย์ โดย นายสนธิ กล่าวภายหลัง ให้ปากคำเสร็จว่า ในวันนี้ พล.ต.อ.ธานี ได้นำพนักงาน สอบสวน มาสอบปากคำ ซึ่งได้ให้การ ไปหมดแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามคำให้การ ที่ปรากฏ และ จะไม่ขอให้ปากคำใดๆ เพิ่มเติม เพราะมีความเชื่อมั่น และ ไว้ใจ คณะพนักงานสอบสวน ชุดนี้ ที่มี พล.ต.อ.ธานี เป็นหัวหน้าทีม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะดำเนินการ ทางคดีอย่างไร และ จะหาตัวผู้ต้องหา ได้เมื่อไหร่ ตนไว้ใจ 100 เปอร์เซ็นต์


ขณะที่ พล.ต.อ.ธานี กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้มีการควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัยคนใดไว้ ชุดสืบสวน ไม่ว่าทีมใด ก็ตาม ยังไม่มี การจับกุมตัวผู้ต้องหา ทั้งสิ้น โดยตอนนี้ มีแต่พยานหลักฐาน ที่เกี่ยวข้อง กับ คดีเท่านั้น

ส่วนเรื่อง ผู้บงการ หรือ ผู้ต้องสงสัย ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ยังไม่พบว่า มีคนมีสี เข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะนี้ได้ให้ คณะทำงานเร่งตรวจสอบ หลักฐานต่างๆ ตามจุดเกิดเหตุ และ กล้องวงจรปิดต่างๆ ส่วนเรื่องกระสุนปืน ที่พบในที่เกิดเหตุ ขณะนี้ได้ให้ ผบช.น.ทำหนังสือ ประสาน ไปยัง กองทัพบก แล้ว ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือ เป็นอย่างดี แต่จะต้องใช้เวลา สักระยะหนึ่ง จึงจะทราบผล

พล.ต.อ.ธานี กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกคนในคณะทำงาน ได้พยายาม เร่งคลี่คลายคดี กันอย่างเต็มที่ มีการส่งกำลัง กระจายไป ตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อหาข่าว แต่ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ กลุ่มใดเป็นพิเศษ

ข้อสังเกต : นายสนธิ แสดงความมั่นใจ ในตัว พล.ต.อ.ธานี หัวหน้าพนักงานสอบสวน คดีนี้ ในขณะที่ พล.ต.อ.ธานี เอง กล่าวยอมรับ ตามแนวทาง การสืบสวนสอบสวน ที่ปรากฏเป็น กระแสข่าว ต่างๆ มาโดยลำดับ ไม่ว่า เรื่องการตรวจสอบอาวุธปืนสงคราม หรือ การส่งทีมงาน ลงพื้นที่จังหวัดต่างๆ ที่เกี่ยวพัน ยกเว้น แต่ได้ปฏิเสธ เรื่องการควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัย เท่านั้น

วันที่สิบเจ็ด (3 พ.ค.)


นายสนธิ ลิ้มทองกุล ออกมาให้สัมภาษณ์ถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขา เป็นครั้งแรก โดยระบุว่า ประเด็นในการลอบสังหา รครั้งนี้ แยกได้เป็น 2 มิติ คือ
1. การลอบสังหาร ในฐานะที่เป็นสื่อมวลชน ถือเป็นการคุกคามสื่อ ที่ไม่เคยมีมาก่อน และ
2. คือ ในฐานะ แกนนำมวลชน ที่ต่อสู้เรียกร้อง เพราะการกระทำ ที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นการกระทำ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และ


ประเด็นการลอบสังหาร ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว และเปรียบเสมือน เป็นการส่งสัญญาณ บางอย่างว่า ใครที่มีอำนาจ มีอาวุธในมือ สามารถ ที่จะทำอะไรก็ได้


“คนร้ายที่ยิง ผมยืนยันชัด ด้วยสายตาว่า ถูกยิงจาก คนที่ถูกฝึก เพราะเป็น ท่านั่งประทับยิง เป็น ท่าที่ฝึก ทางการทหาร ใช้รถ จำนวน 4 คัน มีผู้ที่กระทำการ ประมาณ 10-16 คน เชื่อว่า การกระทำ ครั้งนี้ เป็นการร่วมมือกัน ของ ผู้ที่มีอำนาจ และ คนที่ลงมือ รู้เส้นทางเดินรถ มีรถจอดรอ เป็นจุด แต่การยิง ไม่ใช่มืออาชีพ แต่เป็น ขบวนการล่าสังหาร เชื่อว่า เป็นฝีมือ ของ ทหารบางคน ไม่ใช่ฝีมือ ของ กองทัพ เชื่อว่า กองทัพ ไม่ทำเรื่อง น่าอัปยศ เช่นนี้”


วันที่ ยี่สิบ ( 6พ.ค.)
หลังจากที่ นายสนธิ ออกมาให้สัมภาษณ์ เป็นครั้งแรก จากนั้นมา อีก 3 วัน พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. จึงออกมา กล่าวถึงรูปคดี ภายหลัง การประชุมพนักงานสอบสวน ในคดีดังกล่าว โดยได้ แสดงความมั่นใจว่า คดีนี้ จะต้องเสร็จ ก่อนที่ตัวเองจะเกษียณ ภายใน 4 เดือน ข้างหน้า พร้อมทั้งย้ำว่า คดีมีความคืบหน้า แต่ปฏิเสธ เรื่อง สตรีผู้สูงศักดิ์ และ ไม่รู้เรื่องที่ นายสนธิ แฉว่ามี จ.ส.อ. เป็นมือยิง เอ็ม 79 ถล่มใส่ ขณะที่ ยังไม่ได้รับคำยืนยันจาก กองทัพ ว่ากระสุนปืน rta มาจาก พล.ร.9 หรือไม่


วันที่ ยี่สิบเอ็ด (7 พ.ค.)
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ออกมาให ้สัมภาษณ์ ถึงคดีเพียงว่า ได้กำชับให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พยายามปิดคดี ให้ได้โดยเร็ว ซึ่งที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ระดมกำลัง ทั้ง ฝ่ายสืบสวน และ สอบสวน เข้าคลี่คลายคดี อย่างเต็มที่ ในทุกประเด็น แต่จะมีข่าวดี ในเร็วๆนี้ หรือ ไม่ ต้องไปสอบถาม พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. ที่ตนเอง มอบหมาย ให้เข้าไป ควบคุมการสืบสวนสอบสวน


วันที่ ยี่สิบหก (12 พ.ค.)
พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. หัวหน้าคณะ พนักงานสืบสวนสอบสวน เรียกประชุม คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ทุกนาย ซึ่งประกอบด้วย กก.สส.น.1-9 และ ศูนย์สืบสวน บช.น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบ ความคืบหน้า ในการสืบสวน 2 ประเด็นหลัก ที่ได้มอบให้ไป

พล.ต.อ.ธานี กล่าว ภายหลังการประชุม ว่า ได้เรียกประชุม เพื่อติดตามงาน ที่สั่งการไป ซึ่งต้องรายงาน ภายใน 5 วัน และ ได้ครบกำหนดวันนี้ โดยงานที่มอบไป ก็ทำได้เยอะมาก ในกรอบเวลา ที่กำหนด ทั้งที่เป็น วันหยุด โดยสั่งให้ ไปดูพยานหลักฐาน ในที่เกิดเหตุ

ซึ่งขณะนี้เท่าที่มี ยังไม่สามารถ โยงถึงใครได้ กำลังรวบรวมอยู่ ต้องรอให้ พยานหลักฐาน ที่สั่งการไป ครบถ้วนสมบูรณ์ เสียก่อน ตอนนี้ยังขาด อีกหลายอย่าง ยังไม่ครบ ตามที่สั่งการไป ต้องใช้เวลา

“ขณะนี้ ยังไม่มีการ พาผู้ต้องสงสัย มาสอบ เพราะ คณะพนักงานสอบสวน ชุดนี้ ทำตามขั้นตอน กระบวนการกฎหมาย ทุกอย่าง ไม่มีการทำ นอกลู่นอกทาง ถ้าได้พยานหลักฐาน ชี้ชัดได้ ก็จะมีข่าวดี ตอนนี้ พยานหลักฐาน ที่เกี่ยวกับคดี ยังไม่ครบถ้วน หลายอย่าง ยังไม่ได้ รวมถึง ภาพแท็กซี่ต้องสงสัย ที่ปรากฏ ในกล้องวงจรปิด ก็ยังไม่ได้เลย ส่วนจะ เกี่ยวข้อง อย่างไร ต้องเอามาดู เพราะว่า ใกล้เคียง ในตอนเกิดเหตุ” พล.ต.อ.ธานี กล่าว และ ว่า

แม้พยานหลักฐาน ยังได้ไม่ครบ แต่การสืบสวนสอบสวน ก็น่าพอใจ เพราะเดินมาได้เยอะแล้ว ขณะนี้ถือว่า คืบหน้า ไม่ตัน ส่วนชุดสืบสวน ของ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. นั้น ก็คุยกันตลอด คืบหน้า ไปพอสมควร โดยชุดสืบสวน ทุกชุด แบ่งงานกันไปทำ เพื่อให้ได้ข้อมูลรวดเร็ว ยืนยันว่า ไม่มีการควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัย

ข้อสังเกต : วันที่ 17 พ.ค.นี้ ถือเป็น วันครบรอบ 1 เดือน พอดิบพอดี สำหรับ คดีลอบสังหาร นายสนธิ ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุ ถือเป็นคดี ที่โด่งดังที่สุด ทั้ง ในประเทศ และ ต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ในด้าน การสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี ในช่วงสัปดาห์แรก สื่อทุกสื่อ ยังคงเกาะติดสถานการณ์ การคลี่คลายคดี ของตำรวจ

แต่ทว่า เมื่อกาลเวลา ผ่านไป กลับกลายเป็นว่า คดีลอบสังหาร นายสนธิ ถือเป็นคดี ที่เงียบที่สุด เงียบ ชนิดที่ไม่มีความคืบหน้า ไม่ปรากฏ แม้เพียงเป็น ข่าวสั้น ของสื่อต่างๆ ซึ่งผิดกับ คดีอาชญากรรม ในลักษณะเดียวกัน ที่คนถูกลอบสังหาร ไม่ได้ชื่อ “สนธิ ลิ้มทองกุล”

จะอย่างไรก็ตาม เรายังคงเชื่อมั่น ในตัว หัวหน้าพนักงานสอบสวน ที่ชื่อ “พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์” แม้เหลือเวลา อีกเพียงไม่กี่เดือน พล.ต.อ.ธานี ก็จะเปิดหมวก อำลาชีวิตราชการ แล้ว แต่เชื่อว่า สุดท้าย ตำรวจ จะสามารถ ลากคอ อาชญากร และ ผู้ร่วมขบวนการลอบสังหาร ทั้งหมดได้ ไม่ว่าจะต้องใช้ เวลานานเท่าไหร่ก็ตาม

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 05:01 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ 1 เดือน คดีลอบสังหารสนธิ คำตอบสุดท้าย จะมาเมื่อไหร่?(ตอนจบ)
อ่านข่าว และ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ จากที่นี่ ตอนที่1


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 18, 2009

คณะอนุกรรมการ ข้าราชการพลเรือนมีมติให้ ไล่ นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ออกจาก ตำแหน่ง ปลัดกระทรวง การคลัง


“ศุภรัตน์” ชะตาขาด! อ.ก.พ.มีมติไล่ออกพ้นปลัดคลัง
คณะอนุกรรมการ ข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ว่าได้มีมติให้ไล่ นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ออกจาก ตำแหน่ง ปลัดกระทรวงการคลัง

คณะอนุกรรมการ ข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ว่าได้มีมติให้ไล่ นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ออกจาก ตำแหน่ง ปลัดกระทรวงการคลัง


ที่ประชุมอนุกรรมการ ข้าราชการพลเรือน มีมติ ให้ไล่ออก ปลัดกระทรวงการคลัง ตามที่ ป.ป.ช.ชี้มูล ความผิดวินัยร้ายแรง กรณีแต่งตั้ง รองอธิบดี กรมสรรพากร เตรียมเสนอ ที่ประชุม ครม.ภายใน 15 วัน


วันนี้ (18 พ.ค.) ผู้สื่อข่าว รายงานจาก ที่ประชุมคณะอนุกรรมการ ข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ว่าได้มีมติให้ไล่ นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ออกจาก ตำแหน่ง ปลัดกระทรวงการคลัง หลังจากที่ คณะกรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยืนยันความผิดของ นายศุภรัตน์ ว่า มีความผิด ทางวินัย อย่างร้ายแรง จากการแต่งตั้ง ตำแหน่ง รองอธิบดี กรมสรรพากร ทั้ง 4 คน

ทั้งนี้ เตรียมเสนอ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ภายใน 15 วัน และได้แต่งตั้ง นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รองปลัด กระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจ ด้านรายจ่าย และ หนี้สิน ให้ รักษาการ ปลัดกระทรวงการคลัง ไปก่อน

อย่างไรก็ตาม นายศุภรัตน์ สามารถยื่นเรื่อง ขอให้มีการลดโทษจาก ไล่ออก เป็น ให้ออก และ ขอรับเงินบำนาญ ต่อไปได้
โดยก่อนหน้านี้ คณะกรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) สั่งการให้ อนุกรรมการ ข้าราชการพลเรือน กระทรวงการคลัง และ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง พิจารณาลงโทษ นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง

กรณี ความผิดวินัยร้ายแรง เกี่ยวกับ การตั้ง รองอธิบดี กรมสรรพากร 4 คน ในช่วงปี 2549 โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าว มีขั้นตอน ดำเนินการ ทั้งพิจารณา ปลดออก ให้ออก ไล่ออก


คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “รอบวันทันเหตุการณ์” (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “รอบวันทันเหตุการณ์” (256 K)
จาก manager multimedia

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 18 พฤษภาคม 2552 12:22 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ “ศุภรัตน์” ชะตาขาด! อ.ก.พ. มีมติ ไล่ออก พ้นปลัดคลัง


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 11, 2009

“ม.ล.ปนัดดา” ยัน ตนอยู่ในเหตุการณ์ ดังกล่าว ว่า ทั้ง นายกฯ และ รองนายกฯ อยู่ในรถคันที่ถูกทุบ จริง


“ม.ล.ปนัดดา” ยัน อยู่ในเหตุการณ์ “อภิสิทธิ์-สุเทพ” ถูกทุบรถจริง ปัดไม่มีจัดฉาก
ม.ล.ปนัดดา ดิสกุล

ม.ล.ปนัดดา ดิสกุล


โฆษก กระทรวงมหาดไทย การันตี อยู่ในเหตุการณ์ ม็อบถ่อยแดง บุกทำร้าย รถประจำตำแหน่ง นายกฯ ยัน “อภิสิทธิ์-สุเทพ” อยู่ในรถจริง

ชี้แค่ต้องการชี้แจง ข้อเท็จจริง ไม่ได้หวัง ชนฝ่ายใด ซัด กระทรวง ไม่ใช่สถานที่ จัดฉากสร้างละคร เล็งเพิ่มกำลัง รักษาความปลอดภัย

วันนี้ (11 พ.ค.) ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ที่ปรึกษา ด้านความมั่นคง และ โฆษกฝ่าย ข้าราชการ กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง กรณีที่ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ (นปช.) ออกมา ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้อยู่ ในรถ คันที่ถูกทุบ ในวันเกิดเหตุวุ่นวาย ที่ กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ว่า


มีสื่อหลายฉบับ ถามว่า ทำไมเรื่องนี้ ทาง กระทรวงมหาดไทย ถึงเงียบ


จึงขอเรียนว่า เมื่อวันที่เกิดเหตุ ความไม่สงบ ตนอยู่ในเหตุการณ์ ดังกล่าว และ ยืนยันว่า ทั้ง นายกฯ และ รองนายกฯ ต้องเดินทางออกจาก กระทรวงมหาดไทย ด้วยรถ ที่ถูกทุบจริง ทั้งนี้ ในส่วนของ ค่าเสียหาย ที่เกิดกับ กระทรวง ก็กำลังประเมินกันอยู่ และ

ต่อไป การรักษาความปลอดภัย ต้องเข้มงวดมากขึ้น เพราะ กระทรวงมหาดไทย เป็นสถานที่ราชการ ที่ไม่เคยปรากฏเหตุการณ์ เช่นนี้มาก่อน ซึ่งการที่ออกมา ยืนยันนั้น ไม่ได้ต้องการ ชนกับฝ่ายไหน เพียงแค่ต้องการ ชี้แจงข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่า มองอย่างไร ที่แกนนำกลุ่มเสื้อแดง หยิบยกเรื่องนี้มาใช้ เป็นประเด็น ในการชุมนุมใหญ่ ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้ เคยเคลื่อนไหว โดยใช้ประเด็น ทหารทำร้ายประชาชน

ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ไม่มีความเห็น เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่กระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่สถานที่จัดฉาก หรือ ละคร อะไร

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 11 พฤษภาคม 2552 17:11 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000052459


พิมพ์ ข่าวนี้ “ม.ล.ปนัดดา” ยัน อยู่ในเหตุการณ์ “อภิสิทธิ์-สุเทพ” ถูกทุบรถจริง ปัดไม่มีจัดฉาก


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 10, 2009

ภาพจริง ให้ปรากฏว่า กลุ่มคนเสื้อแดง ถูกใส่ร้ายจริงหรือ


Red Anti-government protesters in central Bangkok and demonstrators with firebombs and rocks, propelling Thailand deeper into political crisis.

Thai troops take position as they try to clear a main road blocked by supporters of ousted Thai prime minister Thaksin Shinawatra in Bangkok. Photograph by: Sukree Sukplang , Reuters

Supporters of former Prime Minister Thaksin Shinawatra stand on a bus in the early morning outside the Government House in Bangkok. Photograph by: Athit Perawongmetha, Getty Images

A supporter of exiled ex-premier Thaksin Shinawatra holds a national flag as she runs past a burning bus during clashes with soldiers near the Government House in Bangkok on April 13, 2009. Photograph by: Pornchai Kittiwongsakul, AFP/Getty Images

A protester walks past a burning tire during a protest near Victory Monument in Bangkok. Photograph by: Athit Perawongmetha, Getty Images

Soldiers take position outside a bus torched by supporters of ousted Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra during a protest in Bangkok. Photograph by: Sukree Sukplang, Reuters

Armed troops look up as they clear a road blocked by supporters of ousted Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra in Bangkok. Photograph by: Sukree Sukplang, Reuters

Supporters of former Prime Minister Thaksin Shinawatra prepare fire bombs during a protest near Victory Monument in Bangkok. Photograph by: Athit Perawongmetha, Getty Images

A protester uses a sling shot during a protest near Victory Monument in Bangkok. Photograph by: Athit Perawongmetha, Getty Images

A supporter of ousted Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra brandishes a weapon during a protest in Bangkok. Photograph by: Vivek Prakash , Reuters

Thai army soldiers take position in front of Ananta Samakon palace to face supporters of exiled ex-premier Thaksin Shinawatra in Bangkok on April 13, 2009.
Photograph by: Nicolas Asfouri, AFP/Getty Images


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“ชวน” เตือนสติ อย่าไป เข้าใจผิดว่า ถ้าไม่แก้ รัฐธรรมนูญแล้ว บ้านเมือง จะแตกแยก มันไม่ใช่ประเด็น


“ชวน” เตือนสติ อย่าโยนบาป รธน. ทำบ้านเมือง แตกแยก ชี้ ไม่ใช่ประเด็น
ประธานสภาที่ปรึกษา ปชป. ยัน ไม่เห็นข้อเสีย จากรัฐธรรมนูญ 2550

ประธานสภาที่ปรึกษา ปชป. ยัน ไม่เห็นข้อเสีย จากรัฐธรรมนูญ 2550


ประธานสภาที่ปรึกษา ปชป. ยัน ไม่เห็นข้อเสีย จากรัฐธรรมนูญ 2550 เตือน อย่ามองว่า รัฐธรรมนูญ เป็นต้นเหตุ ทำบ้านเมืองแตกแยก ชี้ ไม่ใช่ประเด็น ระบุ หากเสียงข้างมาก เห็นควรแก้ไข เพื่อให้ดีขึ้น ก็ต้องทำ ย้ำ เมื่อถึงเวลา จะแสดงความเห็นเอง


วันนี้ (10 พ.ค.) ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติ สิริกิติ์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึง การเรียกร้อง ให้มี การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ส่วนตัว ตนเป็นเพียง ผู้ใช้รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ผู้แก้ไข แต่ขอเอาไว้ให้ ถึงเวลาก่อน

ตอนนี้ ขอให้เป็นเรื่อง ของ พรรคประชาธิปัตย์ ที่จะพิจารณา ซึ่งเมื่อ พรรคมีการประชุม เพื่อขอความเห็น ตนก็จะได้ให้ความเห็น ในที่ประชุมพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ ถูกตั้งข้อสังเกต ว่า ไม่จริงใจ หรือ แทงกั๊ก ในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ นายชวน กล่าวแบบติดตลก ว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เล่นการพนัน อะไรเลย ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้พูดประกาศจุดยืน มาตั้งแต่ต้น

ซึ่งในที่ประชุมพรรค ก็มีความเห็นตาม หัวหน้าพรรค อย่างไรก็ตาม อย่าไปเข้าใจผิดว่า วิกฤตตอนนี้ ที่มีปัญหาความขัดแย้ง แตกความสามัคคีนั้น มาจากตัว รัฐธรรมนูญ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน และ ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ส่วนใหญ่ มองว่า จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงจะ แก้วิกฤตการเมือง ได้ ประธานสภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนในฐานะ ที่เป็น ผู้ใช้รัฐธรรมนูญ บอกได้ว่า ปัญหาความแตกแยก ขณะนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับ มาตราใด มาตราหนึ่ง ของ รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ

แต่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ทำได้ ถ้าเห็นว่า เป็นการแก้ไข ให้ดีขึ้น ส่วนจะ แก้ไข มาตรา ใด นั้น ขอให้ คณะกรรมการ ที่ถูกตั้งขึ้นมา เป็นผู้พิจารณา ทั้งนี้ ไม่ต้องห่วง พรรคประชาธิปัตย์ เพราะ เราเคารพเสียงข้างมาก

เมื่อถามว่า เป็นห่วงประเด็นการนิรโทษกรรม หรือ ไม่ นายชวน กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดกันถึง เรื่องนี้


“การเสนอแก้ไข ก็มี บางมาตรา ที่ในหมู่ ส.ส. มีความเห็นร่วมกัน เช่น บทบาท ของ ส.ส. ในบางเรื่อง อาทิ ไม่สามารถเป็น เลขานุการ รัฐมนตรี เป็นต้น ซึ่งตรงนี้ ก็มีเหตุผล ส่วนมาตรา 190 ก็เป็นที่รู้กันว่า จะหาทาง ทำให้มัน เหมาะสมกว่านี้ ได้อย่างไร แต่อย่าไป เข้าใจผิดว่า ถ้าไม่แก้ รัฐธรรมนูญ แล้ว บ้านเมือง จะแตกแยก เพราะวันนี้ มันไม่ใช่ประเด็น นั้น” นายชวน กล่าว

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 พฤษภาคม 2552 16:07 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000051973


พิมพ์ ข่าวนี้ “ชวน” เตือนสติ อย่าโยนบาป รธน. ทำบ้านเมืองแตกแยก ชี้ ไม่ใช่ประเด็น


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 6, 2009

แบร์ลุสโคนี ปฏิเสธ มีความสัมพันธ์กับ เด็กผู้หญิงวัย 18 ปี


นายกรัฐมนตรีอิตาลี ปฏิเสธกิ๊กสาว คราวลูก
นายกรัฐมนตรีอิตาลี ให้สัมภาษณ์รายการทีวี เกี่ยวกับ ชีวิตสมรส ของเขา

นายกรัฐมนตรีอิตาลี ให้สัมภาษณ์รายการทีวี เกี่ยวกับ ชีวิตสมรส ของเขา


เอเจนซี – ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี นายกรัฐมนตรี อิตาลี เมื่อวันอังคาร (5) ปฏิเสธ มีความสัมพันธ์กับ เด็กผู้หญิงวัย 18 ปี ตอบโต้ คำกล่าวอ้างของภรรยา ที่ร้องขอหย่าร้าง


“มันเป็นเรื่องโกหก” แบร์ลุสโคนี สัมภาษณ์กับ รายการทอล์กโชว์ ของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ของอิตาลี อ้างถึง ข้อกล่าวหา ต่อกรณีความสัมพันธ์ กับ โนเอมิ เลติเซีย ที่เขาไปร่วมฉลอง งานวันเกิด ครบ 18 ปี ของเธอ เมื่อเดือนที่แล้ว

เวโรนิกา ลาริโอ แสดงความโกรธกริ้ว ต่อการไปปรากฏตัวใน งานวันเกิด เด็กสาวของ แบร์ลุสโคนี ที่ถูกแฉโดย สื่อมวลชนหลายฉบับ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา และเธอได้เรียกร้อง ขอหย่าขาด จาก เขา

ลาริโอ บอกว่า เธอรู้สึกขุ่นเคือง อย่างมาก เพราะ แบร์ลุสโคนี ไม่เคยมางานปาร์ตีวันเกิด ฉลองอายุ บรรลุนิติภาวะ ของ ลูกตัวเองเลยซักคน แม้ถูกร้องขอเชื้อเชิญ ก็ตาม ทำให้ เธอปักใจเชื่อว่า แบร์ลุสโคนี มีความสัมพันธ์ ฉันท์ชู้สาว กับ เลติเซีย

“ชีวิตแต่งงานของฉัน สิ้นสุดลงแล้ว ฉันไม่สามารถทนอยู่ กับ คนที่อี๋อ๋อ กับ ผู้เยาว์ ได้” ลาริโอ กล่าว

“จะมีนายกรัฐมนตรีคนไหน ที่บ้าพอ ทำตัวเอง ตกอยู่ในสถานการณ์ เช่นนี้” แบร์ลุสโคนี กล่าวอ้าง

แบร์ลุสโคนี บอกว่า เขาสมัครใจ ถ่ายรูป ณ งานปาร์ตี ที่ร่วมด้วย ครอบครัวและเพื่อนๆ ของ เลติเซีย เพราะฉะนั้น จึงเป็นที่ชัดเจนว่า ไม่มีอะไรต้องปิดบัง

นายกรัฐมนตรีอิตาลี รายนี้ และ ลาริโอ สมรสกัน ในปี 1980 โดยทั้งคู่ มีลูกด้วยกัน 3 คน ซึ่งปัจจุบัน อยู่ในวัย 20 ปีเศษ

ลาริโอ วัย 52 ปี เป็น อดีตนักแสดงละครเวที เธอมีอายุน้อยกว่า สามีถึง 20 ปี และเป็น ภรรยาคนที่สอง ของ ผู้นำอิตาลี

ทั้งคู่ซึ่งไม่ค่อยควงคู่กัน ปรากฏตัวต่อสาธารณชน ครองรักร่วมกัน อย่างระหองระแหง มาตลอด

เมื่อเดือนมกราคม ปีก่อน แบร์ลุสโคนี เคยออกมา ขอโทษภรรยา ต่อสาธารณชน หลังเธอทราบ จากสื่อต่างๆ ว่า สามีตัวดีของเธอ พูดจา เกี้ยวพาราสี สมาชิกสภาสาว หน้าตาจิ้มลิ้มรายหนึ่ง

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 6 พฤษภาคม 2552 05:01 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000050450


พิมพ์ ข่าวนี้ นายกรัฐมนตรี อิตาลี ปฏิเสธกิ๊กสาว คราวลูก


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Next Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.