Accom Thailand

May 28, 2009

World Heritage Site Luang Prabang Laos by PG ร่วม ทำบุญ-ตักบาตร ณ เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง


Tour Code INDO 02 (PG – World Heritage Site Luang Prabang Laos)

3 วัน 2 คืน
กรุงเทพฯ – หลวงพระบาง – กรุงเทพฯ
ร่วม ทำบุญ-ตักบาตร ณ เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง
เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ของอินโดจีน
ด้วย สายการบิน บางกอก แอร์เวยส์ (PG)

กรุงเทพฯ – หลวงพระบาง – พระราชวังเก่า – พระธาตุภูษี – ถ้ำติ่ง – บ้านซ่างไห –
น้ำตกตาดกวงชี – บ้านผานม – ตลาดมืด – วัดเชียงทอง – วัดวิชุนราช – หลวงพระบาง – กรุงเทพฯ
สุดเที่ยวสุดคุ้ม ช้อปปิ้งสบาย สบาย!!!
พักโรงแรม 4 ดาว อาหาร 7 มื้อ
กำหนดการเดินทาง : 19-21 มิ.ย. // 5-7 ก.ค. // 6-8 ก.ค. 52

อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ พักห้องคู่
ราคา รวมตั๋วเครื่องบิน บางกอก แอร์เวย์ 20,900.- บาท

เงื่อนไขพิเศษ
ในการเดินทางในแต่ละครั้ง จะต้องมี จำนวนผู้เดินทาง 15 ท่าน ขึ้นไป
สำหรับคณะจอยทัวร์ บริษัทขอสงวนสิทธิ์กรณีที่กรุ๊ปไม่ถึง 15 ท่าน จะไม่มีหัวหน้าทัวร์จาก กรุงเทพฯ

อัตราค่าบริการรวม :

ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ-หลวงพระบาง-กรุงเทพฯ
โดยสายการบิน บางกอก แอร์เวยส์ (PG)
ค่าภาษีน้ำมันของสายการบิน และ ค่าภาษีสนามบินไทย 700 บาท
และ ค่าภาษีสนามบิน ลาว 10 USD
ค่าที่พัก ตามโรงแรมที่ระบุไว้ในรายการ หรือระดับเดียวกัน
ค่ายาพาหนะนำเที่ยวในประเทศลาว
ค่าเรือล่องถ้ำติ่ง
ค่าอาหารตามที่ระบุไว้ในรายการ
ค่าใช้จ่ายของมัคคุเทศก์ท้องถิ่น
ค่าอากรท่องเที่ยวลาว
ค่าเที่ยวชมสถานที่ต่างๆตามที่ระบุในรายการ

อัตรานี้ไม่รวม : ค่าวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติ (อัตราตามสถาณฑูตกำหนด)


ติดต่อขอโปรแกรม Viva Voyage (วีว่า โวยาจ ) 518/3 ชั้น 3 ถนนเพลินจิต กทม. 10330 โทร 02-2548381 , 026520702 หรือ E-Mail : viva.voyage@gmail.com
หรือ คลิกที่นี่ เพื่อ Download ข้อมูล หรือ ดูโปรแกรมของ วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3
รายละเอียด เอกสารใช้ยื่นประกอบ การทำวีซ่า สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 19, 2009

ลองชิม สุนัขย่าง ดูหรือยัง? ฮานอย ปิดร้าน หมาย่าง 2 สัปดาห์ หลังอหิวาต์ระบาด


ฮานอย ปิดร้านหมาย่าง 2 สัปดาห์ หลังอหิวาต์ระบาด
พ่อค้าเนื้อสุนัข กำลังชั่ง ให้ลูกค้า ภาพถ่ายวันที่ 18 พ.ค.2552 แม้ทางการ จะสั่งปิด โรงชำแหละ ในเมืองหลวงไปแล้ว นับสิบแห่ง ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูใน กรุงฮานอย หยุดให้บริการ เป็นเวลา 15 วัน แต่ก็ยังมี เนื้อจำหน่าย ตามปกติ คนจำนวนมาก ไม่เชื่อว่า เนื้อสุนัข เป็นแหล่งแพร่ เชื้อบักเตเรีย ที่ทำให้ เกิดอหิวาตกโรค

พ่อค้าเนื้อสุนัข กำลังชั่ง ให้ลูกค้า ภาพถ่ายวันที่ 18 พ.ค.2552 แม้ทางการ จะสั่งปิด โรงชำแหละ ในเมืองหลวงไปแล้ว นับสิบแห่ง ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูใน กรุงฮานอย หยุดให้บริการ เป็นเวลา 15 วัน แต่ก็ยังมี เนื้อจำหน่าย ตามปกติ คนจำนวนมาก ไม่เชื่อว่า เนื้อสุนัข เป็นแหล่งแพร่ เชื้อบักเตเรีย ที่ทำให้ เกิดอหิวาตกโรค


ASTVผู้จัดการออนไลน์ – ลองชิม สุนัขย่าง ดูหรือยัง? แต่อย่าเพิ่งไป ในช่วงนี้ เพราะร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูจาก สุนัขทุกแห่งในเมืองหลวง ถูกปิดตาย อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลังจากเกิด อหิวาตกโรคระบาด และ พบผู้ป่วย ที่มีอาการท้องร่วง อย่างรุนแรง นับสิบราย


ในนครโฮจิมินห์ ร้านอาหารที่ เสิร์ฟเมนูสุนัข ยังคงเปิดให้บริการ และ ลูกค้ายังคับคั่ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงแม้ทางการ จะประกาศว่า พบเชื้อบักเตเรีย ชนิดที่เป็นสาเหตุ ทำให้เกิด อหิวาตกโรค ใน เนื้อสุนัข และใน ผัก เช่นเดียวกัน

ส่วนในเมืองหลวง กรุงฮานอย ทางการ ได้สั่งเจ้าหน้าที่อนามัย ลงตรวจสอบ ร้านชำแหละ สุนัขทุกแห่ง ในเขต อ.ห่าดง (Ha Dong) หลังจาก ตรวจพบ เชื้ออหิวาต์ ในเนื้อ ที่จำหน่ายทั่วไป รวมทั้ง ให้ปิด ร้านอาหารทุกแห่ง ทั่วอาณาบริเวณนิคม เพื่อฉีดพ่น สารคลอรามินบี (Cloramin B) กำจัดทำลายเชื้อ ทั้งนี้ เป็นการเปิดเผยของ นายด่าววันบี่ง (Dao Van Binh) รองประธาน คณะกรรมการ ประชาชน ฮานอย

ตามรายงาน ที่ตีพิมพ์บน เว็บไซต์ของ พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เมื่อวันจันทร์ (18 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ สถาบันอนามัย และ การแพร่ระบาดแห่งชาติ (National Institute of Hygiene and Epidemiology) กับ ศูนย์ป้องกัน เวชศาสตร์ กรุงฮานอย ได้ลงตรวจตัวอย่าง เนื้อของสุนัข ในตลาดย่านเดืองโนย (Duong Noi) ระหว่าง วันที่ 7-8 พ.ค. และได้พบ การติดเชื้ออหิวา ดังกล่าว

โรงชำแหละสุนัข ในย่านเดืองโนย ส่งเนื้อไปจำหน่าย ในย่านต่างๆ ทั่ว กรุงฮานอย รวมทั้ง ร้านอาหารต่างๆ ในย่าน ถนนฮั่งเทิน (Hang Than) หว่างมาย (Hoang Mai) เญิตเติ่น (Nhat Tan) ซวนดี่ง (Xuan Dinh) และ เกอเญ้ (Co Nhue)

พ่อค้า ยืนอยู่หลังโต๊ะ ที่แขวนสุนัขย่าง 2 ตัว รอลูกค้า ภาพถ่าย วันที่ 18 พ.ค.2552 ซึ่งทางการ กรุงฮานอย ประกาศปิด โรงชำแหละนับสิบแห่ง แต่สื่อของทางการ กล่าวว่า ตามร้าน และ ตามแผง ในหลายย่าน ยังมีเนื้อสุนัข จำหน่ายตามปกติ

พ่อค้า ยืนอยู่หลังโต๊ะ ที่แขวนสุนัขย่าง 2 ตัว รอลูกค้า ภาพถ่าย วันที่ 18 พ.ค.2552 ซึ่งทางการ กรุงฮานอย ประกาศปิด โรงชำแหละนับสิบแห่ง แต่สื่อของทางการ กล่าวว่า ตามร้าน และ ตามแผง ในหลายย่าน ยังมีเนื้อสุนัข จำหน่ายตามปกติ

แม้ว่าโรงชำแหละ จะปิดลงชั่วคราวแล้ว ก็ยังมีผู้ค้าเนื้อสุนัข ค้าขายอยู่ต่อไป แต่สำนักข่าวเวียดนามเน็ต รายงานขณะเดียวกัน ร้านอาหาร ที่มีชื่อเสียง หลายแห่ง ที่เสิร์ฟเมนูเนื้อสุนัข ในย่านถนนเญิตเติ่น ได้ปิดลง โดยปริยาย เนื่องจากไม่มีลูกค้า

ภัตตาคารยอดนิยมในย่านอื่น เช่น เติ่นหมึก (Tran Muc) และ ห่าแบ๋ว (Ha Beo) แม้จะยังเสิร์ฟ เมนูอื่นๆ ต่อไป แต่ก็ดูเงียบงัน

จนถึงวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา โรงพยาบาล ต่างๆ ใน 11 จังหวัด กับ นครในภาคเหนือ รับผู้ป่วยท้องร่วงอย่างรุนแรง เข้ารับการรักษาแล้ว จำนวน 540 คน ในนั้่น มี 53 ราย ตรวจพบ เชื้ออหิวาตกโรค รวมทั้งใน นครหายฟ่อง (Hai Phong) นามดี่ง (Nam Dinh) บั๊กนีง (Bac Ninh) กว๋างนีง (Quang Ninh) และ จ.แทงฮว้า (Thanh Hoa) ในภาคกลาง ตอนบน แต่หลายคน ก็ยังไม่เชื่อว่า เนื้อสุนัข เป็นบ่อเกิดแห่ง การแพร่ระบาดของ อหิวาตกโรค

“ชาวฮานอย นับพันๆ คน รับประทาน เนื้อสุนัข ถ้าเนื้อ มีเชื้อบักเตเรีย ทำไมจึงมี ผู้ป่วยเพียงไม่กี่คน?” นายเกือง เจ้าของ โรงชำแหละเนื้อสุนัข เตี๋ยนเกือง (Tien Cuong) ตั้งคำถาม ที่นี่ ซื้อสุนัข ไปจาก จ.หายซเวือง (Hai Duong) และ จังหวัดอื่นๆ รอบๆ กรุงฮานอย


เวียดนามเน็ต กล่าวว่า สถานการณ์ใน นครโฮจิมินห์ ต่างไปจากใน ฮานอย ร้านอาหารเมนูสุนัข นครใหญ่ทางภาคใต้ ยังคลาคล่ำ ด้วยลูกค้าตามปกติ แม้จะมีการตรวจพบ บักเตเรีย ทั้งใน เนื้อ และ ใน ผัก ที่รับประทานร่วมกับ เนื้อสุนัข ก็ตาม

แต่ละวัน ตั้งแต่เช้าตรู่ จนถึง 4 ทุ่ม ร้านจำหน่ายเนื้อสุนัข ที่ถนนฝั่มวันหาย (Pham Van Hai) ในท้องที่ อ.เติ่นบี่ง (Tan Binh) จำหน่ายได้วันละ นับร้อยกิโลกรัม ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูสุนัข ที่ถนนแก๊กมางถั่งเติม (Cach Mang Thang Tam) และ ที่ถนนกงกวีง (Cong Quynh) ยังมีลูกค้าหนาแน่น ตามปกติ ลูกค้าประจำ ที่นั่นยังคงเป็น กลุ่มนักศึกษา และเยาวชน ทั่วไป

นายเหวียนวันมีง (Nguyen Van Minh) สมาชิกสภาประชาชนโฮจิมินห์ กล่าวว่า ที่นั่น ไม่เคยอนุญาต ให้เปิดโรงชำแหละสุนัข แต่ก็มีเนื้อจำหน่าย เป็นปกติ และยังไม่สามารถ ควบคุมได้ ผู้บริโภค ต้องระวัง ในการซื้อหา ไปประกอบอาหาร

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 15:48 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ ฮานอย ปิดร้านหมาย่าง 2 สัปดาห์ หลังอหิวาต์ระบาด



อ่านข่าว และ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ จากที่นี่

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

January 14, 2009

นายเขียว กัญฤทธิ์ โม้ได้อีก: “ฮุนเซน จะยอมอ่อนข้อ มาประชุมอาเซียน กู้หน้า ไทย”


เขมร โม้ได้อีก “ถ้าฮุนเซน ไม่มาไทย ผู้นำอาเซียน อีกหลายชาติ ก็ไม่มา”

ASTV ผู้จัดการออนไลน์ – โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ยังไม่เลิกให้สัมภาษณ์ แบบ เกทับ บลัฟแหลก รัฐบาลไทย ล่าสุด นายเขียว กัญฤทธิ์ รัฐมนตรีกระทรวงแถลงข่าว ในฐานะ โฆษกรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ ว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจ จะเดินทางมา ร่วมการประชุม ผู้นำอาเซียน ในประเทศไทย เพราะถ้าหากไม่ไป ผู้นำอาเซียน อีกหลายประเทศ ก็จะไม่ไปร่วมด้วย เช่นกัน


552000000442401
ภาพจากเอเอฟพ วันที่ 24 ก.ค. ขณะความตึงเครียดชายแดน กำลังเขม็งเกลียว นายเขียว กัญฤทธิ์ รมว. กระทรวง แถลงข่าวกัมพูชา ออกแถลง รายวัน โจมตีไทย มาตลอด คราวนี้ออกโรง อีกครั้ง บนเว็บไซต์ สถานีวิทยุเสียงอเมริกา


คำให้สัมภาษณ์ล่าสุด ของ นายเขียว ปรากฏอยู่ บนเว็บไซต์ สถานีวิทยุเสียงอเมริกา ภาคภาษาเขมร วันอังคาร (13 ม.ค.) ที่ผ่านมา

นายเขียว กล่าวก่อนหน้านี้ ว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน ได้เรียกร้องให้ เจ้าหน้าที่ของไทย พิจารณาจัด กำหนดการประชุมใหม่ โดยให้เลื่อนการประชุม ผู้นำอาเซียน กับ ประเทศคู่เจรจา ทั้งกรอบ “อาเซียน+3” และ “อาเซียน+6” ออกไปเป็น ช่วงปลายปี แทนที่จะเป็น เดือนหน้า และ ข้ามไปเป็นเดือน เม.ย. อีกรอบหนึ่ง

นายเขียว กล่าวว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน อาจจะไม่สามารถ เดินทางไปประเทศไทย ปีละ 2-3 หนได้ และ ผู้นำชาติอาเซียนอื่นๆ ก็คงจะเหมือนกัน

“หลังจากนั้น ประเทศเพื่อนมิตร ของกัมพูชาได้ขอร้องให้ สมเด็จฯ ฮุนเซน ไปร่วมการประชุมด้วย โดยบอกว่า หากไม่ไป ประเทศอาเซียนอื่นๆ ก็อาจจะ ไม่ไปเช่นเดียวกัน” นายเขียว กล่าวกับ วีโอเอภาคภาษาเขมร

คำให้สัมภาษณ์ขอ งนายเขียวสอดคล้อง กับคำกล่าว ของ นายฟายสีฟาน (Phai Siphan) ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษก คณะรัฐมนตรี ที่บอกว่า การตัดสินใจ “ยอมอ่อนข้อ” ของ สมเด็จฯ ฮุนเซน นั้น เป็นการ “ช่วยกู้หน้า ประเทศไทย”

อย่างไรก็ตาม นายฮอร์นัมฮอง (hor nam hong) รองนายกฯ และ รัฐมนตรีต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ หลังการพบ หารือกับ รัฐมนตรี ต่างประเทศ ญี่ปุ่น นายนากาโซเน ฮิโรฟุมิ เมื่อวัน อาทิตย์ (11 ม.ค.) ยืนยันว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน จะไปร่วม การประชุมผู้นำอาเซียน ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่จะเริ่มใน วันที่ 27 ก.พ. อย่างแน่นอน

สัปดาห์ที่แล้ว นายเขียว ได้ให้สัมภาษณ์ว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน อาจจะไม่สามารถไปประชุมผู้นำ ที่รัฐบาลไทยได้เลื่อน กำหนดเวลา ออกไปเป็น ครั้งที่ 3 และ ยังเปลี่ยนสถานที่ ประชุมจาก กรุงเทพฯ ไปเป็น หัวหิน อีกด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 14 มกราคม 2552 15:02 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9520000004192


พิมพ์ ข่าวนี้ เขมรโม้ได้อีก: “ฮุนเซน ไม่มาไทย อีกหลายชาติ ก็ไม่มา”

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

สมเด็จฯ ฮุนเซน เยือน คูเวต และ ตะวันออกกลาง สานแผน “เงินกู้แลกนาข้าว”


“ฮุนเซน” ไปคูเวต สานแผน “เงินกู้แลกนาข้าว”
Middle East map

Middle East map


ASTV ผู้จัดการรายวัน – นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมเด็จฯ ฮุนเซน ออกเดินทาง มุ่งสู่ตะวันออกกลาง เมื่อวันอังคาร (13 ม.ค.) นี้ ซึ่งเป็นการเยือน ภูมิภาคนี้ เป็นครั้งแรก เพื่อสานต่อสัมพันธ์ธุรกิจ และ การค้า กับประเทศแถบนี้ หลังจากผู้นำระดับสูงจาก คูเวต การ์ตา กับ บาห์เรน เยือนกัมพูชาปีที่แล้ว


552000000417301
ภาพจาก รอยเตอร์ เดือน ส.ค. ปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรีคูเวต ชี้คนัสเซอร์ โมฮัมเหม็ด อัล-อาห์เหม็ด อัล-ซาบาห์ (Sheikh Nasser Mohammed al-Ahmed al-Sabah) เดินทางเยือนกัมพูชา ซึ่งมีการลงนามความตกลง ด้านการค้า กับ ฝ่ายกัมพูชา และ ฝ่ายหลัง ตกลงที่จะให้เช่าที่ดินปลูกข้าว


ตามรายงานของ สำนักข่าวเอเอฟพี คณะของ สมเด็จฯ ฮุนเซน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ รัฐบาล และ ตัวแทนภาคเอกชน จำนวนมาก สำหรับ การเยือนคูเวต เป็นเวลา 3 วัน ด้วยเครื่องบิน ที่เอื้อเฟื้ออำนวยความสะดวกให้โดย รัฐบาลคูเวต

“การเยือนครั้งนี้ จะนำไปสู่ การพัฒนาในอนาคต ระหว่าง กัมพูชากับคูเวต และระหว่าง กัมพูชา กับ ประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง” นายฮอร์นัมฮอง (Hor Nam Hong) รองนายกฯ ซึ่งเป็น รัฐมนตรีต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทาง

ระหว่างการเยือนในสัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่ของสองฝ่าย จะร่วมกันลงนาม ในความตกลง ความช่วยเหลือ จาก คูเวต ในการก่อสร้าง เขื่อนกั้นน้ำ ผลิตไฟฟ้า แห่งหนึ่ง กับ การก่อสร้าง ระบบชลประทาน และ ถนน รัฐมนตรีกัมพูชากล่าว

เจ้าหน้าที่ของ สองประเทศกล่าว ก่อนหน้านี้ว่า จะมีการทำความตกลง เปิดเที่ยวบินตรง ระหว่างสองประเทศอีกด้วย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว นายฮอง เปิดเผยด้วยว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน กำลังจะหารือกับ ฝ่ายคูเวต เรื่องเกี่ยวกับข้าว การค้า และ การลงทุน ด้วย

เดือน ส.ค.ปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรีคูเวต ชี้คนาสเซอร์ โมฮัมเหม็ด อัล-อาห์เหม็ด อัล-ซาบาห์ (Sheikh Nasser Mohammed al-Ahmed al-Sabah) เดินทางเยือนสันถวะไมตรีกัมพูชา กับ ประเทศอื่นๆ ในแถบนี้ ซึ่งมีการลงนามความตกลง ด้านการค้ากับฝ่ายกัมพูชา และ ฝ่ายหลังตกลงที่จะให้เช่า ที่ดินปลูกข้าว

ในเดือนเดียวกัน ชาติ เศรษฐกิจน้ำมัน จากตะวันออกกลาง ได้ประกาศ ให้เงินกู้แก่กัมพูชา จำนวน 546 ล้านดอลลาร์ สำหรับก่อสร้าง ระบบชลประทาน สร้างถนน เข้าสู่หมู่บ้านต่างๆ ในเขตนาข้าว รวมทั้ง สร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้า กั้นลำน้ำสะตึงแสน (Stung Sen) ใน จ.กัมปงธม (Kampong Thom) และ สร้างถนนใน จ.พระตะบอง ซึ่งเป็นอู่ข้าวใหญ่ อีกแห่งหนึ่ง ของประเทศ

กัมพูชา มีความหวังว่า คูเวต ซึ่งเป็น ประเทศสมาชิก กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ โอเปก จะช่วยเหลือ อุตสาหกรรมน้ำมัน ของ กัมพูชา ที่กำลังได้รับความสนใจ จากประเทศต่างๆ อย่างกว้างขวาง นับตั้งแต่ กลุ่มเชฟรอน (Chevron Corp) พบน้ำมันดิบ ที่แปลงสัมปทานใน อ่าวไทย

ยังไม่มีการเปิดเผย รายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับความตกลง “เงินจากน้ำมันแลกข้าว” แต่ที่ผ่านมา สื่อต่างๆ ในกัมพูชา ได้รายงานว่า รัฐบาลกำลังจะให้ ทางการ คูเวต เช่าที่นานับล้านไร่ เพื่อปลูกข้าว รวมทั้งให้ ชาวนาผลิตข้าว และ ฝ่ายคูเวต รับซื้อผลผลิต

ยังไม่มีคำอธิบายจาก ฝ่ายใด เพราะเหตุใดคูเวต ซึ่งเป็นประเทศร่ำรวย และ มีประชากร เพียงหยิบมือเดียว จึงให้ความสนใจ ในด้านการเกษตร ในประเทศเล็กๆ ที่ยากจนแห่งนี้ แต่ความเคลื่อนไหวต่างๆ เหล่านี้ เกิดขึ้นในปีที่ ข้าวยากหมากแพง

ก่อน นายกรัฐมนตรีคูเวต ไปเยือน เจ้าหน้าที่ระดับสูงจาก การ์ตา ซึ่งเป็นเศรษฐีน้ำมัน อีกประเทศหนึ่งจาก ตะวันออกกลาง ได้ไปเยือนกัมพูชา และ แสดงความปรารถนา ที่จะเข้าไปผลิตข้าวใน จังหวัดภาคตะวันออก ของประเทศ

ฝ่ายการ์ตา ได้รับปากจะให้ความช่วยเหลือ กัมพูชา ก่อสร้าง ระบบชลประทาน ตัดถนนหนทางสายใหม่ๆ เข้าสู่เขตชนบท แต่ก็ยังไม่มี การเปิดเผย รายละเอียดอื่นๆ อีก

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 14 มกราคม 2552 00:02 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003948


พิมพ์ ข่าวนี้ “ฮุนเซน” ไปคูเวตสานแผน “เงินกู้แลกนาข้าว”

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

January 12, 2009

ในการประชุมอาเซียน จะไม่นำปัญหาปราสาทพระวิหาร มาคุยเพราะเป็นเรื่อง ทวิภาคี


“มาร์ค” เตรียมประท้วง กัมพูชา สร้างถนน ขึ้นเขาพระวิหาร


นายกฯ หวัง กัมพูชา มีสปิริต ไม่นำปัญหาปราสาทพระวิหาร มาพูดคุย ในการประชุมอาเซียน เพราะเป็นเรื่อง ทวิภาคี เตรียมทำบันทึก ทักท้วง กรณี กัมพูชา สร้างถนนขึ้นเขาพระวิหาร ขัดเอ็มโอยูปี 43 ที่ห้ามทั้งสองฝ่าย ปรับพื้นที่


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี มีรายงานข่าวว่า ทางกัมพูชาไม่สบายใจ กับ จุดยืน รัฐบาลไทย ที่ต้องการให้ จดทะเบียน เขาพระวิหาร เป็นมรดกโลกร่วมกัน และ อาจจะนำเหตุนี้ มาป่วน ในการประชุมอาเซียน
ปราสาทพระวิหาร

ปราสาทพระวิหาร


ที่ ไทย จะเป็นเจ้าภาพ ว่า คิดว่าคงไม่เป็นอย่างนั้น เพราะ สมาชิกอาเซียน จะคำนึงถึงสปิริต ของ อาเซียน นั่นคือ เราต้องการเป็น ประชาคม เดียวกัน การเป็นเพื่อนบ้านกัน แล้วมีปัญหา มันเป็นเรื่องปกติมาก ทุกประเทศ ที่มีพรมแดนติดกัน ก็ต้องกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่เราจะไม่เอาปัญหา ทวิภาคี มาทำให้งาน ของกลุ่มเสียไป

ส่วนการที่ กัมพูชา ดำเนินการก่อสร้างถนน เข้าไปสู่ทางเข้า ปราสาทพระวิหาร นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้รับทราบแล้ว และ คงเป็นส่วนหนึ่ง ที่จะต้อง พิจารณา เพราะบันทึกความเข้าใจ เรื่องการปักปันเขตแดน ระหว่างไทยกับกัมพูชา เมื่อปี 2543 ได้เขียนชัดว่า ทั้ง 2 ฝ่าย ต้องไม่มี การปรับสภาพพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลต่อเรื่อง สิทธิและเสรีภาพ

เมื่อถามว่าไทยจะต้องมี การประท้วง หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไทย เคยประท้วง กัมพูชา ไปหลายครั้ง แต่ถ้ามีเหตุการณ์ใหม่ ก็ต้องทำบันทึกไป อีกครั้ง

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ ทางกัมพูชา ได้จ้าง ประเทศจีน มาสร้างถนน เข้าปราสาทเขาพระวิหาร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาได้รับความช่วยเหลืออยู่บ้าง ซึ่งตนเข้าใจว่า ในช่วงหนึ่ง ได้ระงับไป ซึ่งเราต้องมาตรวจสถานะกันอีกครั้ง

ต่อข้อถามที่ว่า ถ้ากัมพูชาแยกเรื่องไม่ออก และ นำเรื่องทวิภาคีนี้ มาปะปน กับ เวทีการประชุมอาเซียน จะทำอย่างไร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่เชื่อว่า จะเป็นอย่างนั้น เพราะ นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีประสบการณ์สูง และ มีบทบาท ในอาเซียน มาโดยตลอด ท่านจึง ไม่น่าจะทำเช่นนั้น

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึง การหารือ กับ สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรี ประเทศกัมพูชา ผ่านโทรศัพท์ว่า เป็นการคุย เรื่องประชุมอาเซียน เท่านั้น โดยทาง กัมพูชา เสนอว่า จะรวมประชุมไปรอบเดียวหรือไม่

เราชี้ให้เห็นว่า ปัญหาอยู่ที่ว่า อีก 6 ประเทศ นั้น ไม่สะดวก ในช่วงเดือน มี.ค. เลย จึงจะทำให้ทุกอย่างล่าช้า พอเดือน เม.ย. ก็จะมีประเด็นภายใน อีกหลายประเทศ ทำให้ รัฐบาล จะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

หลังจากนั้น เรา และ ประเทศเพื่อนบ้าน ก็ติดงานสงกรานต์ ดังนั้น ถ้าเราไปรอถึง ปลาย เม.ย. ข้อตกลง ที่จะทำให้เราเดินหน้า ในการสร้างประชาคม อาเซียน จะล่าช้าออกไป ส่วนปลายเดือน เม.ย. ก็จะเป็นเรื่อง การลงนาม ข้อตกลง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
12 มกราคม 2552 05:03 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000002942


พิมพ์ ข่าวนี้ “มาร์ค” เตรียมประท้วงกัมพูชาสร้างถนนขึ้นเขาพระวิหาร

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

January 11, 2009

ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ตึงเครียด อีกครั้งหนึ่ง แต่ ฮุนเซน จะเดินทางมาร่วมประชุม ผู้นำอาเซียน ที่ หัวหิน

เรืภ??ูปิเตภ??์ครุยส์ที่เมืภ??ท่าสีหนุวิลล์สัปดาห์ที่แล้ว

เรือจูปิเตอร์ครุยส์ที่เมืองท่าสีหนุวิลล์สัปดาห์ที่แล้ว


เรือจูปิเตอร์ครุยส์ ที่เมืองท่าสีหนุวิลล์ สัปดาห์ที่แล้ว จดทะเบียนที่ ปานามา แต่ดำเนินการโดย บริษัทในสิงคโปร์ สูง 7 ชั้น ยาว 178 เมตร กว้าง 22 เมตร มีห้องพักราว 400 ห้อง ภัตตาคาร สปา ฟิตเน็สเซ็นเตอร์ ห้องบันเทิง ฯลฯ เพียบ บรรทุกผู้โดยเต็มๆ ลำ ได้ถึง 800 กับลูกเรือ อีก 400 คน ให้บริการท่องเที่ยว เชื่อมประเทศต่างๆ ในทะเลจีนใต้ อ่าวไทย และ มหาสมุทรอินเดีย แวะจอดเทียบท่า ปลายทางต่างๆ แห่งละ 6 ชั่วโมง


“ฮุนเซน” กลับลำโฆษกยันมาประชุมอาเซียนแน่

ภาพจากแฟ้มรภ??เตภ??์วันที่ 6 ส.ค.2551 สมเด็จฯ ฮุนเซน ระหว่างไปเยี่ยมเยืภ??ชาวนาที่ ฮสำโรงตึก จ.กัมปงสะปืภได้ให้สัมภาษณ์ว่าพวกหัวรุนแรงในประเทศไทย ได้โหมสะพืภ??วามขัดแย้งพรมแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา สัปดาห์ที่แล้วสมเด็จฯ ฮุนเซนกล่าวว่าภ??จจะไม่เดินทางมาร่วมประชุมผู้นำภ??เซียนที่ไทยเป็นเจ้าภาพ แต่เมื่ภ??ันภ??ทิตย์นี้ โฆษกได้แถลงกลับคำภ??กครั้งหนึ่ง

ภาพจากแฟ้มรอยเตอร์วันที่ 6 ส.ค.2551 สมเด็จฯ ฮุนเซน ระหว่างไปเยี่ยมเยือนชาวนาที่ อ.สำโรงตึก จ.กัมปงสะปือ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าพวกหัวรุนแรงในประเทศไทย ได้โหมสะพือความขัดแย้งพรมแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา สัปดาห์ที่แล้วสมเด็จฯ ฮุนเซนกล่าวว่าอาจจะไม่เดินทางมาร่วมประชุมผู้นำอาเซียนที่ไทยเป็นเจ้าภาพ แต่เมื่อวันอาทิตย์นี้ โฆษกได้แถลงกลับคำอีกครั้งหนึ่ง

ASTV ผู้จัดการรายวัน – นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมเด็จฯ ฮุนเซน จะเดินทางมาร่วมประชุม ผู้นำอาเซียน ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่ หัวหิน ในเดือนหน้า อย่างแน่นอน หลังจากโฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวก่อนหน้านี้ ว่า ผู้นำกัมพูชา อาจจะไม่มา เพราะมีความลำบาก และ ค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งได้สร้าง ความสับสน แก่ทุกฝ่าย

การแถลงดังกล่าว ยังมีขึ้นในช่วงที่ ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ตึงเครียด อีกครั้งหนึ่ง รัฐบาลกัมพูชา ได้ยื่นประท้วง หลังจาก เจ้าหน้าที่ ตรวจคนเข้าเมือง ของไทย ที่ อ.ศรีราชา ไม่อนุญาตให้ ผู้โดยสารชาวกัมพูชา บนเรือสำราญนำเที่ยวลำหนึ่งขึ้นจากเรือ ที่เข้าเทียบ ท่าแหลมฉบัง ปลายเดือนที่แล้ว

“ท่าน (ฮุนเซน) ไม่ได้พูดว่า จะไม่ไปร่วม แต่ท่านมีความยุ่งยากบางประการ หลังจากหารือกันแล้ว ท่านมั่นใจว่าจะไปได้” นายเขียว กัญฤทธิ์ รัฐมนตรี กระทรวงแถลงข่าว โฆษกคนเดียวกัน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์

แต่เดิมการประชุมสุดยอดของ กลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ และ การประชุมอาเซียน กับ ประเทศคู่เจรจา ที่เรียกว่า อาเซียน+3 กับ อาเซียน+6 จะจัดขึ้น ใน กรุงเทพฯ ในเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว แต่รัฐบาลของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ประกาศเลื่อนวันประชุม และ เปลี่ยนสถานที่ประชุม เป็น เมืองเชียงใหม่ เนื่องจาก สถานการณ์ประท้วงรัฐบาล ใน กรุงเทพฯ

นายกรัฐมนตรีขภ??ไทย ภ??ิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ก่ภ??หน้านี้ยืนยันว่า ผู้นำกัมพูชาจะมาร่วมประชุมด้วย และจะไม่มีการหยิบยกเรื่ภ??ชายแดนขึ้นเจรจาในกรภ??ขภ??ภ??เซียน

นายกรัฐมนตรีของไทย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ยืนยันว่า ผู้นำกัมพูชาจะมาร่วมประชุมด้วย และจะไม่มีการหยิบยกเรื่องชายแดนขึ้นเจรจาในกรอบของอาเซียน

ต่อมา รัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้เปลี่ยนสถานที่ประชุม เป็น อ.หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นไปตาม คำแนะนำ ของ ฝ่ายความมั่นคง

ไทยยังเลื่อน การประชุมอาเซียน+3 กับ อาเซียน+6 ออกไปเป็น เดือน เม.ย. อีกด้วย

นายเขียว กล่าวว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน อาจจะไม่สะดวก และ มีความลำบาก ในการไปร่วมประชุม ที่ อ.หัวหิน นอกจากนั้น ยังเห็นว่า การประชุมผู้นำ อาเซียน กับ ผู้นำจีน เกาหลี และญี่ปุ่น นั้น มีความสำคัญยิ่งกว่า สามประเทศนี้ กำลังจะให้เงินช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาขาดสภาพคล่องใน ภูมิภาค

ปัจจุบัน ไทย เป็นประเทศประธาน คณะกรรมการประจำกลุ่มอาเซียน ซึ่งสมาชิกประเทศ ผลัดเปลี่ยนกัน ทำหน้าที่ ปีละครั้ง

วันที่ 8 ม.ค. ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศคนหนึ่ง ของ กัมพูชา ได้เรียกเอกอัครราชทูตไทย เข้าพบ และ ยื่นประท้วง ระบุว่าเมื่อ วันที่ 25 ธ.ค. ไทย ไม่อนุญาตให้ ลูกเรือหลายร้อยคน บนเรื่อท่องเที่ยวเดินสมุทร “จูปิเตอร์” (Jupiter Cruise) จากเมืองท่า สีหนุวิลล์ ขึ้นบก ทั้งๆ ท เกือบทั้งหมด มีวีซ่า ที่ออกโดย สถานทูตไทย อย่างถูกต้อง

หนังสือพิมพ์แคมโบเดีย เดลี ได้อ้างคำพูด ของ นายโซ้ท สุพิน (Soth Sophin) ประธาน บริษัทลัมแอนด์บราเธอร์ส (Lam and Bothers) เป็นผู้จัด เดินทางท่องเที่ยว ไปกับ เรือจูปิเตอร์ ซึ่งระบุว่า เรือสำราญลำนี้ พร้อมผู้โดยสารกว่า 400 คนได้ไปแวะจอดเทียบท่า เพื่อเยือนเมืองพัทยา ก่อนจะ ไปแวะ ท่าเรือกรุงเทพฯ และ ภูเก็ต เป็นปลายทางสุดท้าย

นายสุพิน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไทยไม่อนุญาตให้ ผู้โดยสาร ที่เป็นชาวกัมพูชา ขึ้นฝั่ง แต่อนุญาตให้ นักท่องเที่ยว ชาวจีน กับ ชาวเวียดนาม เข้าประเทศ ได้ ทั้งๆ ที่ ชาวกัมพูชา ถือวีซ่า ที่ออกโดย สถานทูตไทย ในกรุงพนมเปญ

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ที่ไม่ประสงค์ให้ ระบุชื่อ กล่าวกับ “ASTV ผู้จัดการรายวัน” เมื่อวันศุกร์ (9 ม.ค.) ระบุว่า เรือจูปิเตอร์ ขอเข้าเทียบท่า อย่างกระชั้นชิด ผิดระเบียบ และ แจ้งจำนวนผู้โดยสาร เพียงประมาณ 200 คน แต่เอาเข้าจริงๆ จำนวนมี ถึง 700 คน นอกจากนั้น ยังแจ้งว่า จะขอ เพียงแวะเติมน้ำ แล้วจะออกเดินทางต่อไป

เจ้าหน้าที่ผู้นี้ไม่ได้กล่าวถึง การอนุญาตให้ ผู้โดยสารชาวจีน ขึ้นฝั่งได้ แต่อธิบายเกี่ยวกับ ผู้โดยสารชาวเวียดนาม (ที่ไม่ทราบจำนวน) ว่า ทุกคน มี เอกสารการเดินทาง ครบ มีความประสงค์ จะขอเดินทาง กลับประเทศ ทางเครื่องบิน จึงได้รับอนุญาต

นายเบนสัน สะไหม (Benson Samay) สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นทนายความ ให้กับ เรือจูปิเตอร์ กล่าวว่า ผู้โดยสาร พากันโกรธแค้น การเลือกปฏิบัติ ของ ทางการไทย ซึ่งเขากล่าวว่า ทำให้การเดินทางของ จูปิเตอร์ เป็น “ความหายนะ” ในทันที

นายสะไหม กล่าวด้วยว่า ผู้โดยสารชาวกัมพูชา หลายคน เป็น สมาชิกวุฒิสภา เป็นนายทหารระดับนายพล ผู้พิพากษา เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง ของ รัฐบาล หลายคน ถือหนังสือเดินทาง นักการทูต และเชื่อว่า การไม่ให้เข้าประเทศ เกี่ยวพัน กับ การพิพาทพรมแดน

แคมโบเดียเดลี่ ได้อ้างคำกล่าวของ นายธฤต จรุงวัฒน์ โฆษก กระทรวงการต่างประเทศ ของไทย ที่ตอบคำถาม ทางอีเมล์ ระบุว่า กระทรวง ไม่เคยทราบ เกี่ยวกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2551 กับการเลือกปฏิบัติ ของ ทางการไทย ต่อ พลเมืองกัมพูชา และ เชื่อว่า ไม่ได้เกิด เหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

โฆษก ของไทย กล่าวว่า ตามหลักการนั้น ทางการตรวจคนเข้าเมือง ของ ไทย จะต้องอำนวยความสะดวกให้แก่ การเดินทางเข้าประเทศ โดย ปราศจาก การเลือกปฏิบัติ ทางเชื้อชาติ ถ้าหาก (นักท่องเที่ยว) มีวีซ่าเข้าเมือง อย่างถูกต้อง

ประเทศไทย ถือว่า กัมพูชา เป็นเพื่อนบ้านประเทศหนึ่ง ในบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน อื่นๆ ดังนั้น ในสภาวะปกติ จึงไม่มีเหตุผล สำหรับเรา ที่จะห้าม นักท่องเที่ยวเดินทาง เข้าประเทศ แต่ไทยจะสอบสวนเรื่องนี้ ถ้าหากมีการประท้วง ทางการทูต จริงๆ

ในการแถลงข่าว วันที่ 8 ม.ค. นายลอง วิสาโล (Long Visalo) ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ คนหนึ่ง กล่าวว่า ทางการ ไม่ทราบเรื่องนี้ มาก่อน จนกระทั่ง วันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา

นายอึงเซียน (Ung Sean) ผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่เรียกทูตไทย เข้าพบ และ ยื่นประท้วง กล่าวว่า กัมพูชา ไม่มีความสุข เสียใจ และ ไม่สามารถยอมรับได้ ต่อกรณี นี้ และ เรียกร้องให้ ฝ่ายไทย ต้องสอบสวน อย่างถึงที่สุด หลังจาก เอกอัครราชทูตไทย ไม่สามารถตอบคำถามใดๆ ได้

“ASTV ผู้จัดการรายวัน” ไม่สามารถติดต่อ ขอสัมภาษณ์ เพื่อขอรายละเอียดจาก เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญได้ใน วันอาทิตย์ (11 ม.ค.) นี้

แต่ นายวิสาโล กล่าวว่า ไทย ได้ห้ามผู้โดยสาร ชาวกัมพูชา จำนวน 257 คน เข้าประเทศ ด้วยเหตุผล ที่ว่า คนเหล่านั้น จะเป็นอันตราย ต่อ ความมั่นคง ของไทย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 11 มกราคม 2552 21:08 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000002893


พิมพ์ ข่าวนี้ “ฮุนเซน” กลับลำโฆษกยันมาประชุมอาเซียนแน่

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

January 10, 2009

เวียดนาม ได้ประดับ เหรียญชัยแรงงานชั้น 3 ให้แก่ สมาชิกฟุตบอลทีมชาติ ทุกคน


เวียดนาม ให้เหรียญฯ – อัดฉีด
ทีมบอลหลังชนะไทย


ASTVผู้จัดการออนไลน์– สมาชิกทีมชาติเวียดนาม ทุกคนจะได้รับเงินขวัญถุง คนละหลายแสนบาท เป็นกำลังใจ ที่สามารถเอาชนะ ทีมชาติไทยได้ และ ครองแชมป์ฟุตบอล AFF Suzuki Cup 2008 เจ้าหน้าที่ทุกระดับ จะได้รับรางวัลแบ่ง เป็นสัดส่วน ตามผลงาน


ในโอกาสนี้ ทางการเวียดนาม ได้ประดับ เหรียญชัยแรงงานชั้น 3 ให้แก่ นักฟุตบอลทีมชาติ รวมทั้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ชาวโปรตุเกสคือ เฮ็นริเก้ คาลิสโต (Henrique Calisto) ด้วย
เวียดนามได้ประดับเหรียญชัยแรงงานชั้น 3 ให้แก่ หน้าผู้ฝึกสภ??ชาวโปรตุเกส เฮนริเก คาลิสโต (Henrique Calisto)

เวียดนามได้ประดับเหรียญชัยแรงงานชั้น 3 ให้แก่ หน้าผู้ฝึกสอนชาวโปรตุเกส เฮนริเก คาลิสโต (Henrique Calisto)

สื่อต่างๆ ตีพิมพ์เผยแพร่ภาพ และข่าวในพิธีต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เป็นกำลังใจให้แก่ ทีมชาติ หนังสือพิมพ์ และ สำนักข่าวหลายแห่ง พาดหัวข่าวหรา ด้วยข้อความ “เราภูมิใจในพวกคุณ”

ขณะนี้ ปัจจุบัน สมาคมฟุตบอลเวียดนาม มีงบประมาณ อยู่ 9,300 ล้านด่ง หรือ 530,670 ดอลลาร์ (ประมาณ 18 ล้านบาทเศษ ด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 35.2 บาท ต่อดอลลาร์) เป็นเงินรางวัลจาก VFF และ สปอนเซอร์ต่างๆ ของทีม และ กำลังระดมทุนสมทบ อีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้เป็นรายงานของ สื่อออนไลน์ ในเวียดนาม

นอกจากเงินรางวัลแล้ว ยังมีสิ่งของรางวัลอีกหลายรายการ สำหรับทุกๆ คน รวมทั้ง รถยนต์ซูซูกิ 1 คัน กับ โทรทัศน์แอลซีดี

สมาคมฟุตบอลเวียดนาม กล่าวว่า รางวัลจะมอบให้แก่ทุกคน รวมทั้งโค้ช นักเตะเจ้าหน้าที่ต่างๆ จนถึง แพทย์ประจำทีม โดยแบ่งเป็น กลุ่มรางวัลสูงสุด 300 ล้านด่ง (630,000 บาท) 200 ล้านด่ง (421,000) 150 ล้านด่ง (316,000 บาท) และ กลุ่มน้อยที่สุด 100 ล้านด่ง หรือ 210,000 บาทเศษ

นอกจาก เงินรางวัลกองกลาง จำนวนนี้แล้ว สมาคมฟุตบอลฯ ยังจัดสรรเงิน อีกจำนวนหนึ่งเป็น “ส่วนตัว” สำหรับอีกหลายคน รวมทั้งโค้ช ชาวโปรตุเกส ที่จะได้รับอีกต่างหาก 430 ล้านด่ง (903,000 บาท) กับ

เวียดนามได้ประดับเหรียญชัยแรงงานชั้น 3 ให้แก่นักฟุตบภ??ทีมชาติ

เวียดนามได้ประดับเหรียญชัยแรงงานชั้น 3 ให้แก่นักฟุตบอลทีมชาติ


เวียดนามได้ประดับเหรียญชัยแรงงานชั้น 3 ให้แก่นักฟุตบภ??ทีมชาติ

เวียดนามได้ประดับเหรียญชัยแรงงานชั้น 3 ให้แก่นักฟุตบอลทีมชาติ

อีกคนละ 230 ล้านด่ง (484,000 บาทเศษ) สำหรับ นักเตะยอดเยี่ยม 3 คน ของทีม ซึ่งได้แก่
ซเวืองห่งม์เซิน (Duong Hong Son)
เลกงวีง (Le Cong Vinh) กับ
เหวียนหวูฟง (Nguyen Vu Phong)

ห่งม์เซิน ยังได้รับรางวัล “ผู้เล่น ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด” อีก 5,000 ดอลลาร์ (176,000 บาท) จาก VFF Cup

ทีมเวียดนาม สามารถเอาชนะ ทีมชาติไทย ได้ด้วยคะแนนรวม 3 ประตูต่อ 2 และ เอาชนะทีมสิงคโปร์ ในรอบรองสุดท้ายด้วย คะแนน 1 ประตูต่อ 0 ชนะทีมไทย 1 ประตูต่อ 0 ในรอบชิงชนะเลิศ

ชาวเวียดนาม ฉลองชัยชนะครั้งนี้ อย่างเอิกเหริก เนื่องจากทีมฟุตบอลเวียดนาม สามารถยกระดับขึ้น เทียบชั้น ทีมแข็งแกร่งที่สุด ในอนุภูมิภาคได้ เป็นครั้งแรก หลังจากเพียรพยายาม มานานกว่า 10 ปี

เมื่อปี 2549 เวียดนามได้กวาดล้างนักเตะฝีเท้าดีที่สุดของ ทีมเกือบทั้งหมด หลังพบว่า มีการ “ฮั้ว” อย่างเป็นขบวนการ เพื่อเปลี่ยนแปลง ผลการแข่งขัน ในฟุตบอลซีเกมส์ที่ ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพจัด โดยได้รับเงินตอบแทน จากโต๊ะพนันบอลใหญ่ ในประเทศ

ศาลได้พิพากษาจำคุก และ รอลงอาญา นักฟุตบอลจำนวน 7 คนในปี 2550 ซึ่งทำให้สมาคมฯ ต้องสร้างทีมใหม่ ขึ้นมา และ เมื่อปีที่แล้วได้ว่าจ้าง คาลิสโต เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน แทนคนเดิม ชาวออสเตรีย ที่สุขภาพไม่ดี

สัปดาห์ที่แล้วเช่นกัน ทางการโดยแนวร่วมปิตุภูมิเวียดนาม ซึ่งเป็นองค์กรมหาชน ศูนย์รวมของกลุ่ม กับ องค์กรทาง สังคมและวัฒนธรรมทั่วประเทศ ได้มอบเหรียญชัยแรงงานชั้น 3 ให้แก่สมาชิกทีมฟุตบอล ทุกคน

พิธีมอบจัดขึ้น อย่างสมเกียรติ ที่บริเวณจตุรัสบาดิ่ง (Ba Dinh) กรุงฮานอย

ด้านหน้าภ??ุสรณ์สถานใจกลางกรุงฮานภ??

ด้านหน้าอนุสรณ์สถานใจกลางกรุงฮานอย


สมาชิกทีมทุกคนรวมทั้งเจ้าหน้าที่ได้เข้าคารวะ ศพภ??ีตประธานโฮจิมินห์

สมาชิกทีมทุกคนรวมทั้งเจ้าหน้าที่ได้เข้าคารวะ ศพอดีตประธานโฮจิมินห์

สมาชิกทีมทุกคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ได้เข้าคารวะ อดีตประธานโฮจิมินห์ ณ อนุสรณ์สถานใจ กลางกรุงฮานอยอีกด้วย ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุด

คลิกอ่านข่าวนี้ We’re so proud of you, boys – 10:35′ 08/01/2009 (GMT+7) จาก VietNamNet Bridge


ภาพประกอบทั้งหมดจาก : VietnamNet

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 มกราคม 2552 22:45 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000002603


พิมพ์ ข่าวนี้ เวียดนามให้เหรียญฯ-อัดฉีดทีมบอลหลังชนะไทย

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 23, 2008

ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ต (Hagupit) ถล่มเวียดนาม ลาวไทยอ่วมแน่


หายนะมาอีก “ฮาจูปิ๊ต” ถล่มเวียดนามลาวไทยอ่วมแน่


ดักหัวลงสู่ แขวงพงสาลี – หลวงน้ำทา ในภาคเหนือลาว ในอีกสองวันข้างหน้า คาดว่าจะทำให้ เกิดฝนตกหนัก และเกิดอุทกภัย อีกรอบหนึ่ง คล้าย พายุกัมมูริ เมื่อเดือนที่แล้ว (ภาพ: TSR)


ผู้จัดการออนไลน์ — ไต้ฝุ่น ฮาจูปิ๊ต (Hagupit) ได้อ่อนกำลังลงใน เช้าวันอังคาร (23 ก.ย.) หลังอาละวาดใน มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ มา 3 วัน กับ 15 ชั่วโมง และ กลายเป็น พายุโซนร้อน ที่ยังมีพลานุภาพ ที่จะทำเกิด ฝนตกหนัก ในภาคเหนือเวียดนาม มณฑลหยุนหนัน ของจีน ภาคเหนือของไทย และ ในลาวภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 24-28 ก.ย.นี้


ตามการพยากรณ์ของ ศูนย์อุตุนิยมวิทยา หลายแห่ง ในเขตแปซิฟิก เส้นทางเคลื่อนที่ของ พายุฮาจูปิ๊ต จะพาดผ่าน ภาคตะวันออก ของ จีน มุ่งตะวันตก ก่อนจะหักหัวลง เข้าสู่ ภาคเหนือเวียดนาม และ ลาว ไม่ต่างกับ เส้นทางของ พายุโซนร้อน กัมมูริ (kammuri) ที่ทำให้ เกิดฝนตกหนัก ในประเทศแถบนี้ เดือนที่แล้ว


พายุ กัมมูริ ทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลับ น้ำป่าไหลหลาก ในเวียดนาม มีผู้เสียชีวิตราว 130 คน อีกราว 30 คน ยังสูญหาย พายุ ลูกนี้ยัง ทำให้ เกิดฝนตกหนักใน ภาคเหนือลาว และ ไทย ลำน้ำสายต่างๆ ไหลเอ่อ ขึ้นท่วมสองฝั่ง ระดับน้ำใน ลำน้ำโขง ที่ นครเวียงจันทน์ สูงที่สุด ในรอบกว่า 40 ปี สร้างความเสียหายให้ นาข้าว เกือบล้านไร่ มีผู้เสียชีวิต อย่างน้อย 4 คน


ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ตมาไกล ..อ่อนแรงลง แต่ยังทรงพลานุภาพ และแผ่อิทธิพล ทั่วอาณาบริเวณตอนเหนือของ อนุภูมิภาค (ภาพ: TSR)


ไต้ฝุ่น ฮาจูปิ๊ต ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน ใน ฟิลิปปินส์ ก่อนจะเข้าอาละวาดที่ เกาะไต้หวัน และ เข้าไปอ่อนแรง ในภาคใต้ของจีน ในคืน วันจันทร์


ศูนย์อุตุนิยมวิทยา และ อุทกศาสตร์แห่งชาติ เวียดนาม ได้ออกเตือน ในเช้าตรู่ วันอังคาร ระบุว่า พายุฮาจูปิ๊ต ขนาด 14 บนมาตราโบฟอร์ต (Beaufort Scale) ได้เคลื่อนตัว ด้วยความเร็ว ลม 150-166 กม./ชม. จะเข้าถึง ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ของจีน ในวันพุธ และ จะเคลื่อนไปใน แนว ตะวันตก ในช่วง วันสองวัน ข้างหน้า


เวลาประมาณ 16.00 น. วันพฤหัสบดี ศูนย์กลางของ ฮาจูปิ๊ต ซึ่งคาดว่าจะมี ความเร็วลม 62-88 กม./ชม. จะพัดผ่านจังหวัด ทางภาคเหนือเวียดนาม ซึ่งจะทำให้ เกิดฝนตกหนัก และฝนตกปานกลาง ในพื้นที่ ใต้ลงไป


อย่างไรก็ตาม คาดว่า อิทธิพลของ พายุฮาจูปิ๊ต จะทำให้เกิดฝนตกใน ภาคเหนือเวียดนาม ตั้งแต่ เย็นวันอังคาร นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ เป็นรายงานของ หนังสือพิมพ์ แท็งเนียน


ศูนย์อุตุนิยมวิทยา และ อุทกศาสตร์ ได้เตือนให้ ทางการจังหวัดต่างๆ ทางตอนเหนือ ระวังการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และ เกิดน้ำท่วม จะกินที่ อาณาบริเวณกว้าง ซ้ำรอย พายุกัมมูริ


ภาพถ่าย อินฟราเรดจาก ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา แสดงศูนย์กลางของ ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ต หลังพัดถล่มเ กาะลูซอนของ ฟิลิปปินส์ ตอนเช้าตรู่ วันจันทร์ (ภาพ: TSR)


คณะกรรมการแห่งชาติ กำกับดูแล การกู้ภัยจาก พายุและ อุทกภัย ได้แจ้งให้ เจ้าของเรือหาปลา ทุกลำ แจ้งเตือนไปยัง เรือหาปลา ทุกลำ ใน ทะเลจีนใต้ ให้กลับเข้าสู่ฝั่ง หรือ หาที่กำบัง คลื่นลมแรง อันเกิดจาก อิทธิพล พายุฮาจูปิ๊ต


คณะกรรมการ ยังแจ้งเตือน ไปยัง ชาวนา และ เกษตรกร ในเขตเสี่ยงภัยต่างๆ ให้เร่ง เก็บเกี่ยวพืชผล เตือนไปยัง ทางการท้องถิ่น ที่เสี่ยงภัย ให้ อพยพราษฎร ออกจากเขต แม่น้ำลำคลอง เพื่อป้องกัน เหตุร้าย เหตุด่วน อันอาจจะเกิดจาก พายุลูกนี้


หมายเหตุ: Hagupit (ฮาจูปิ๊ต) เป็นภาษา ตากาล๊อก (Tagalog) ภาษาพื้นเมืองฟิลิปินส์ มีความหมายว่า ขันที, ผู้ชาย ที่ถูกตอน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
23 กันยายน 2551 15:19 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000112815


พิมพ์ ข่าวนี้ หายนะมาอีก “ฮาจูปิ๊ต” ถล่มเวียดนามลาวไทยอ่วมแน่


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 12, 2008

โรงแรม Vesna 3 ดาวที่ฮานอย


วันนี้จะมารีวิวโรงแรมอีกแห่งที่ฮานอย เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว ที่อยู่ห่างจากตัวฮานอยไปประมาณ 20 นาที

ถ้าใครไปอ่าวฮาลอง พอข้ามแม่น้ำไป อยู่ทางซ้ายมือ

โดยความเห็นส่วนตัว เป็นโรงแรม 3 ดาวที่ค่อนข้างโอเค มีไม่พร้อมบางจุด ซึ่งจะกล่าวในรายละเอียดต่อไป
มาดูล้อบบี้โรงแรมก่อนเลย ถ้าเดินเลยเคาน์เตอร์ไปจะมีพื้นที่ให้นั่งอีกหน่อย

ล้�บบี้โรงแรม

ล้อบบี้โรงแรม


หันหน้าเข้าโรงแรม เคาน์เตอร์อยู่ซ้าย ลิฟท์อยู่ขวามือ
 เคาน์เต�ร์�ยู่ซ้าย ลิฟท์�ยู่ขวามื�

เคาน์เตอร์อยู่ซ้าย ลิฟท์อยู่ขวามือ


ลิฟท์ที่นี่มีสองตัวเหมือนที่ Heritage Hotel แต่ช้ากว่ามาก
มีส�งตัว

มีสองตัว


แล้วก็ที่แปลก เข้าทางหนึ่งออกทางหนึ่ง
(จะเห็นจากลิฟท์ตัวซ้ายมือนะ ว่า มีเปิดให้ออกอีกด้านด้วย)
วิธีการเปิดเข้าห้อง คล้ายๆ ที่ Heritage Hotel คือเอาการ์ดลงแปะตามลูกศร
ไฟเขียวขึ้นก็เปิดเข้าไปได้
วิธีการเปิดเข้าห้�ง

วิธีการเปิดเข้าห้อง

เข้าไปปุ๊บก็เอาการ์ดเสียบที่บ็อกซ์เพื่อให้ระบบไฟทำงาน
มาดูตัวห้องพัก
รูปแรกยังมืดน่ากลัวอยู่

ห้�งพัก  รูปแรกยังมืด

ห้องพัก รูปแรกยังมืด

เปิดไฟ สว่างแล้ว ห้องค่อนข้างแคบ เป็น ห้อง standard

ห้�งค่�นข้างแคบ เป็น standard

ห้องค่อนข้างแคบ เป็น standard

ไฟเพดานห้อง ผู้นำความสว่างมาให้เรา
(แอบเก๋นิดหน่อย จะเก๋กว่านี้ถ้าไม่ใช่ไฟขาว แต่ก็ดี ใช้อ่านหนังสือได้ด้วย)

ไฟเพดานห้�ง

ไฟเพดานห้อง

อุปกรณ์พื้นฐานในห้อง ทีวีและมินิบาร์

�ุปกรณ์พื้นฐานในห้�ง ทีวีและมินิบาร

อุปกรณ์พื้นฐานในห้อง ทีวีและมินิบาร

ไปที่ข้างๆ เตียงฝั่งประตู บนโต๊ะมีน้ำดื่มฟรี 2 ขวด โรงแรมนี้สามดาวนะ
แต่..มีผลไม้ให้ฟรี ชากาแฟดื่มฟรี (ดีกว่าสี่ดาวที่ฮาลอง)

มีน้ำดื่มฟรี 2 ขวด

มีน้ำดื่มฟรี 2 ขวด

ในตู้ มีตู้เซฟและเสื้อคลุม (สามดาวยังไงเนี่ย ) แล้วก็มีรองเท้าแตะ (อย่างบาง) ให้ด้วย

ตู้เซฟและเสื้�คลุม

ตู้เซฟและเสื้อคลุม

อันดับต่อไปก็สำรวจห้องน้ำ ห้อง standard พื้นที่จะค่อนข้างน้อย
ห้องน้ำก็เลยเล็กไปด้วย เปิดไปก็เจอกับกระจกก่อนเลย มีข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ แถมมีไดร์เป่าผมอีก

ห้�งน้ำ

ห้องน้ำ

สำหรับส่วนอาบน้ำก็แบ่งส่วน shower อยู่ในตู้ แยก แห้ง-เปียกชัดเจน

shower �ยู่ในตู้แยก

shower อยู่ในตู้แยก

ข้อเสียของที่นี่คือวิวเพราะมีตึกล้อมรอบเลย แต่ถ้าชั้นสูงๆ ก็พอได้อยู่

โดยรวม ถ้าใครไม่ซีเรียสว่าไกลจากฮานอยพอสมควร ก็เป็นรร.สามดาวที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง

และอาหารค่อนข้าง..ทานยากพอสมควร(เอ่อ..เพิ่งได้ลองกินซอสพริกของที่นี่ แบบว่า..อย่างหลอน รสชาติเหมือนยาแก้ไออะ ) พื้นที่รับก็ได้แค่ประมาณ 80 ที่นั่งเต็มที่นะ

แต่ถ้าไปเอง แล้วเดินทางไป-กลับโรงแรมได้โดยไม่เดือดร้อน ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ


ปรับปรุงจาก ข้อมูล และ ภาพ ของ
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=pakwan&month=08-09-2008&group=13&gblog=6

August 11, 2008

พายุโซนร้อน คัมมุริ พัดถล่ม ทางเหนือ ของเวียดนาม มีผู้เสียชีวิตและ สูญหายกว่า 150 คน


น้ำท่วม และโคลนถล่ม ทางเหนือ ของเวียดนาม ทำให้มีผู้เสียชีวิตและ สูญหายกว่า 150 คน


วันนี้ หน่วยกู้ภัยของเวียดนาม เร่งหาทางช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ทางเหนือ ที่ถูก น้ำท่วมหนัก ไม่สามารถ ติดต่อกับภายนอกได้ หลังจากที่ถูก พายุโซนร้อน คัมมุริ พัดถล่ม เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ เสียชีวิตอย่างน้อย 100 คน และ สูญหายอีก 50 คน


โดยทหาร และ เจ้าหน้าที่กู้ภัยนับพันคน ต้องใช้ รถบรรทุก และ เรือในการจัดส่ง อาหาร น้ำ แล ะยาให้แก่ชาวบ้าน ที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งบางคน ต้องปีนขึ้นไป อยู่บนหลังคา ฝนที่ตกหนัก ยังทำให้น้ำท่วม และโคลนถล่ม ส่งผลทางหลวงสายหลัก และทางรถไฟเชื่อม ต่อพื้นที่ ทางแถบเทือกเขา ติดพรมแดนทางใต้ ของจีน ถูกตัดขาด


นอกจากนี้ ต้นไม้ และ เสาไฟฟ้า ยังโค่นล้ม อีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่ การติดต่อทางโทรศัพท์ ใช้การไม่ได้ และ เพื่อความปลอดภัย ของประชาชน คณะกรรมการกลาง จัดการเกี่ยวกับ น้ำท่วม และพายุ ของเวียดนาม ได้มีคำสั่งให้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตรวจสอบ สภาพของ เขื่อนและ กำแพงกั้นน้ำ ของแม่น้ำหลายสาย ที่มีน้ำเอ่อล้น ตลิ่งแล้วด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์์ วันที่ข่าว 11 สิงหาคม 2551 เลขที่ข่าว 255108110312
http://thainews.prd.go.th/view.php?m_newsid=255108110312&tb=N255108&return=ok
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Next Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.