Accom Thailand

May 19, 2009

ลองชิม สุนัขย่าง ดูหรือยัง? ฮานอย ปิดร้าน หมาย่าง 2 สัปดาห์ หลังอหิวาต์ระบาด


ฮานอย ปิดร้านหมาย่าง 2 สัปดาห์ หลังอหิวาต์ระบาด
พ่อค้าเนื้อสุนัข กำลังชั่ง ให้ลูกค้า ภาพถ่ายวันที่ 18 พ.ค.2552 แม้ทางการ จะสั่งปิด โรงชำแหละ ในเมืองหลวงไปแล้ว นับสิบแห่ง ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูใน กรุงฮานอย หยุดให้บริการ เป็นเวลา 15 วัน แต่ก็ยังมี เนื้อจำหน่าย ตามปกติ คนจำนวนมาก ไม่เชื่อว่า เนื้อสุนัข เป็นแหล่งแพร่ เชื้อบักเตเรีย ที่ทำให้ เกิดอหิวาตกโรค

พ่อค้าเนื้อสุนัข กำลังชั่ง ให้ลูกค้า ภาพถ่ายวันที่ 18 พ.ค.2552 แม้ทางการ จะสั่งปิด โรงชำแหละ ในเมืองหลวงไปแล้ว นับสิบแห่ง ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูใน กรุงฮานอย หยุดให้บริการ เป็นเวลา 15 วัน แต่ก็ยังมี เนื้อจำหน่าย ตามปกติ คนจำนวนมาก ไม่เชื่อว่า เนื้อสุนัข เป็นแหล่งแพร่ เชื้อบักเตเรีย ที่ทำให้ เกิดอหิวาตกโรค


ASTVผู้จัดการออนไลน์ – ลองชิม สุนัขย่าง ดูหรือยัง? แต่อย่าเพิ่งไป ในช่วงนี้ เพราะร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูจาก สุนัขทุกแห่งในเมืองหลวง ถูกปิดตาย อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลังจากเกิด อหิวาตกโรคระบาด และ พบผู้ป่วย ที่มีอาการท้องร่วง อย่างรุนแรง นับสิบราย


ในนครโฮจิมินห์ ร้านอาหารที่ เสิร์ฟเมนูสุนัข ยังคงเปิดให้บริการ และ ลูกค้ายังคับคั่ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงแม้ทางการ จะประกาศว่า พบเชื้อบักเตเรีย ชนิดที่เป็นสาเหตุ ทำให้เกิด อหิวาตกโรค ใน เนื้อสุนัข และใน ผัก เช่นเดียวกัน

ส่วนในเมืองหลวง กรุงฮานอย ทางการ ได้สั่งเจ้าหน้าที่อนามัย ลงตรวจสอบ ร้านชำแหละ สุนัขทุกแห่ง ในเขต อ.ห่าดง (Ha Dong) หลังจาก ตรวจพบ เชื้ออหิวาต์ ในเนื้อ ที่จำหน่ายทั่วไป รวมทั้ง ให้ปิด ร้านอาหารทุกแห่ง ทั่วอาณาบริเวณนิคม เพื่อฉีดพ่น สารคลอรามินบี (Cloramin B) กำจัดทำลายเชื้อ ทั้งนี้ เป็นการเปิดเผยของ นายด่าววันบี่ง (Dao Van Binh) รองประธาน คณะกรรมการ ประชาชน ฮานอย

ตามรายงาน ที่ตีพิมพ์บน เว็บไซต์ของ พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เมื่อวันจันทร์ (18 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ สถาบันอนามัย และ การแพร่ระบาดแห่งชาติ (National Institute of Hygiene and Epidemiology) กับ ศูนย์ป้องกัน เวชศาสตร์ กรุงฮานอย ได้ลงตรวจตัวอย่าง เนื้อของสุนัข ในตลาดย่านเดืองโนย (Duong Noi) ระหว่าง วันที่ 7-8 พ.ค. และได้พบ การติดเชื้ออหิวา ดังกล่าว

โรงชำแหละสุนัข ในย่านเดืองโนย ส่งเนื้อไปจำหน่าย ในย่านต่างๆ ทั่ว กรุงฮานอย รวมทั้ง ร้านอาหารต่างๆ ในย่าน ถนนฮั่งเทิน (Hang Than) หว่างมาย (Hoang Mai) เญิตเติ่น (Nhat Tan) ซวนดี่ง (Xuan Dinh) และ เกอเญ้ (Co Nhue)

พ่อค้า ยืนอยู่หลังโต๊ะ ที่แขวนสุนัขย่าง 2 ตัว รอลูกค้า ภาพถ่าย วันที่ 18 พ.ค.2552 ซึ่งทางการ กรุงฮานอย ประกาศปิด โรงชำแหละนับสิบแห่ง แต่สื่อของทางการ กล่าวว่า ตามร้าน และ ตามแผง ในหลายย่าน ยังมีเนื้อสุนัข จำหน่ายตามปกติ

พ่อค้า ยืนอยู่หลังโต๊ะ ที่แขวนสุนัขย่าง 2 ตัว รอลูกค้า ภาพถ่าย วันที่ 18 พ.ค.2552 ซึ่งทางการ กรุงฮานอย ประกาศปิด โรงชำแหละนับสิบแห่ง แต่สื่อของทางการ กล่าวว่า ตามร้าน และ ตามแผง ในหลายย่าน ยังมีเนื้อสุนัข จำหน่ายตามปกติ

แม้ว่าโรงชำแหละ จะปิดลงชั่วคราวแล้ว ก็ยังมีผู้ค้าเนื้อสุนัข ค้าขายอยู่ต่อไป แต่สำนักข่าวเวียดนามเน็ต รายงานขณะเดียวกัน ร้านอาหาร ที่มีชื่อเสียง หลายแห่ง ที่เสิร์ฟเมนูเนื้อสุนัข ในย่านถนนเญิตเติ่น ได้ปิดลง โดยปริยาย เนื่องจากไม่มีลูกค้า

ภัตตาคารยอดนิยมในย่านอื่น เช่น เติ่นหมึก (Tran Muc) และ ห่าแบ๋ว (Ha Beo) แม้จะยังเสิร์ฟ เมนูอื่นๆ ต่อไป แต่ก็ดูเงียบงัน

จนถึงวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา โรงพยาบาล ต่างๆ ใน 11 จังหวัด กับ นครในภาคเหนือ รับผู้ป่วยท้องร่วงอย่างรุนแรง เข้ารับการรักษาแล้ว จำนวน 540 คน ในนั้่น มี 53 ราย ตรวจพบ เชื้ออหิวาตกโรค รวมทั้งใน นครหายฟ่อง (Hai Phong) นามดี่ง (Nam Dinh) บั๊กนีง (Bac Ninh) กว๋างนีง (Quang Ninh) และ จ.แทงฮว้า (Thanh Hoa) ในภาคกลาง ตอนบน แต่หลายคน ก็ยังไม่เชื่อว่า เนื้อสุนัข เป็นบ่อเกิดแห่ง การแพร่ระบาดของ อหิวาตกโรค

“ชาวฮานอย นับพันๆ คน รับประทาน เนื้อสุนัข ถ้าเนื้อ มีเชื้อบักเตเรีย ทำไมจึงมี ผู้ป่วยเพียงไม่กี่คน?” นายเกือง เจ้าของ โรงชำแหละเนื้อสุนัข เตี๋ยนเกือง (Tien Cuong) ตั้งคำถาม ที่นี่ ซื้อสุนัข ไปจาก จ.หายซเวือง (Hai Duong) และ จังหวัดอื่นๆ รอบๆ กรุงฮานอย


เวียดนามเน็ต กล่าวว่า สถานการณ์ใน นครโฮจิมินห์ ต่างไปจากใน ฮานอย ร้านอาหารเมนูสุนัข นครใหญ่ทางภาคใต้ ยังคลาคล่ำ ด้วยลูกค้าตามปกติ แม้จะมีการตรวจพบ บักเตเรีย ทั้งใน เนื้อ และ ใน ผัก ที่รับประทานร่วมกับ เนื้อสุนัข ก็ตาม

แต่ละวัน ตั้งแต่เช้าตรู่ จนถึง 4 ทุ่ม ร้านจำหน่ายเนื้อสุนัข ที่ถนนฝั่มวันหาย (Pham Van Hai) ในท้องที่ อ.เติ่นบี่ง (Tan Binh) จำหน่ายได้วันละ นับร้อยกิโลกรัม ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูสุนัข ที่ถนนแก๊กมางถั่งเติม (Cach Mang Thang Tam) และ ที่ถนนกงกวีง (Cong Quynh) ยังมีลูกค้าหนาแน่น ตามปกติ ลูกค้าประจำ ที่นั่นยังคงเป็น กลุ่มนักศึกษา และเยาวชน ทั่วไป

นายเหวียนวันมีง (Nguyen Van Minh) สมาชิกสภาประชาชนโฮจิมินห์ กล่าวว่า ที่นั่น ไม่เคยอนุญาต ให้เปิดโรงชำแหละสุนัข แต่ก็มีเนื้อจำหน่าย เป็นปกติ และยังไม่สามารถ ควบคุมได้ ผู้บริโภค ต้องระวัง ในการซื้อหา ไปประกอบอาหาร

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 15:48 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ ฮานอย ปิดร้านหมาย่าง 2 สัปดาห์ หลังอหิวาต์ระบาด



อ่านข่าว และ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ จากที่นี่

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

May 11, 2009

ผลเสี่ยงทายใน พิธีแรกนาขวัญ 2552 น้ำมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์

พระยาแรกนา เสี่ยงทายผ้านุ่ง ได้ผ้านุ่ง ความยาว 5 คืบ
ไปประกอบพิธีจรด พระนังคัลแรกนาขวัญ
ปี 2552 นี้ พยากรณ์ว่า

ปชช. แห่เก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน หลังเสร็จสิ้นพิธีพืชมงคล     เกษตรกรไทย แห่เดินทางมาที่ท้องสนามหลวงตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเฝ้ารอชมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และเก็บเมล็ดข้าวพระราชทาน เพื่อนำไปบูชาเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว

ปชช. แห่เก็บ เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน หลังเสร็จสิ้นพิธี พืชมงคล เกษตรกรไทย แห่เดินทางมาที่ ท้องสนามหลวง ตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเฝ้ารอชม พระราชพิธี พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และ เก็บเมล็ดข้าวพระราชทาน เพื่อนำไปบูชาเป็นสิริมงคล ให้แก่ตนเองและครอบครัว - ภาพ จาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์


น้ำจะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ส่วนการเสี่ยงทาย พระโคกินเลี้ยงปีนี้ พระโคกินงา และกินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร พร้อมด้วยธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี

เมื่อเวลา 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน แทนพระองค์ พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติภา และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ได้เสด็จพระราชดำเนิน โดยรถยนต์ถึง ยัง พลับพลา ที่ประทับ บริเวณมณฑลพิธี ท้องสนามหลวง เพื่อเป็น องค์ประธานในงานพระราชพิธี จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ฤกษ์พิธีไถหว่าน ระหว่างเวลา 08.09 – 08.49 น.


นายจรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่ พระยาแรกนา ได้ยาตราพร้อมเทพี ออกจาก โรงพิธีพราหมณ์ มีราชบัณฑิต และ พราหมณ์ นำผ่าน พลับพลา หน้าพระที่นั่ง

พระยาแรกนา เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายบังคม แล้วไปยังลานแรกนา เจ้าพนักงาน จูงพระโคเทียมเอก พระยาแรกนา เจิมพระโค และไถ แล้วไถดะ โดยรี 3 รอบ เพื่อพลิกดิน ให้เป็นก้อน โดยขวาง 3 รอบ เพื่อย่อยดิน ให้ละเอียด พร้อมหว่านเมล็ดธัญญพืช

พนักงานประโคม ฆ้องชัย เครื่องดุริยางค์ แล้วไถกลบอีก 3 รอบ เพื่อกลบเมล็ดธัญพืช ลงในดิน เสร็จแล้ว พนักงานปลดพระโค ออกจากแอก พระยาแรกนา และ เทพี กลับไปยังโรงพิธีพราหมณ์ พราหมณ์เสี่ยงทาย ของกิน 7 สิ่ง ตั้งเลี้ยงพระโค


นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กราบบังคมทูล ผลการเสี่ยงทายของ นายจรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็น พระยาแรกนาขวัญ เนื่องใน พระราชพิธิพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พ.ศ. 2552


ในการที่ พระยาแรกนา เสี่ยงทายผ้านุ่ง ไปประกอบพิธี จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โหรหลวง ได้ให้คำพยากรณ์ ว่าปีนี้ น้ำจะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และ ผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ส่วนการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยงปีนี้


พระโค ปีนี้กินงา พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จจะอุดมสมบูรณ์ดี และ พระโค กินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร พร้อมธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี


หลังจากนั้น ได้เบิก เกษตรกร ดีเด่นแห่งชาติ ตัวแทน สถาบันเกษตรกร ดีเด่นแห่งชาติ และ ตัวแทนสหกรณ์ ดีเด่นแห่งชาติ สาขาต่างๆ เข้ารับพระราชทาน โล่ห์เกียรติคุณ

ส่วนเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก ที่ใช้ใน พระราชพิธี พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประกอบด้วย ข้าวนาสวน จำนวน 7 พันธุ์ และ ข้าวนาไร่ 2 พันธุ์ โดยรวมน้ำหนัก เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก 1,920 ก.ก.

ส่วนหนึ่ง ใช้หว่านในพิธี และจัดเป็น พันธุ์ข้าว ทรงปลูก พระราชทาน บรรจุใส่ซอง ขนาดเล็ก จัดส่งไปยัง จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ แจกจ่าย ให้กับ เกษตรกร จำนวน 340,000 ซอง เพื่อความเป็น สิริมงคล

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

February 9, 2009

เที่ยวชม เทศกาลโคมไฟ (หยวนเซียว)

imageyuansieo00

ชาวจีนในย่านหมาเว่ย เมืภ??ฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยนภ?กมาเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นที่ด้านหน้าภ??คารไชน่า หลัวซิง ทาวเวภ??์ เมื่ภ??ันที่ 6 ก.พ.

ชาวจีนในย่านหมาเว่ย เมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยนออกมาเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นที่ด้านหน้าอาคารไชน่า หลัวซิง ทาวเวอร์ เมื่อวันที่ 6 ก.พ.


กินบัวลอย ชมโคมไฟ กับ เทศกาลหยวนเซียว

ชาวจีนในย่าน หมาเว่ย เมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน ออกมาเที่ยวชม เทศกาลโคมไฟ ครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นที่ ด้านหน้าอาคารไชน่า หลัวซิง ทาวเวอร์ เมื่อ วันที่ 6 ก.พ. 2552 โดยภายในงานมี โคมไฟรูปแบบต่างๆ กว่า 20,000 ผลงาน

ขณะเดียวกัน คืนวันเสาร์ที่ 7 ก.พ. 2552 ที่ เมืองซีหนิง มณฑลชิงไห่ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ของจีน ก็จัดงานได้ยิ่งใหญ่ ไม่แพ้กัน ถนนตลอดสาย มีการตกแต่งโคมไฟ รูปทรงต่างๆ มีประชาชนออกมา ชมโคมไฟ อย่างคึกคัก บ้างก็ถ่ายรูป อย่างสนุกสนาน

ทั้งนี้ เทศกาลหยวนเซียว เป็นเทศกาลเก่าแก่ อีกเทศกาลหนึ่ง ต่อจาก เทศกาลตรุษจีน ซึ่งตรงกับ วันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้าย ตามปฏิทินจันทรคติ ของจีน ซึ่งปีนี้ตรงกับ วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2552 และ

ในวันนี้ ชาวจีน จะนิยมกิน ขนมบัวลอยกัน ในครอบครัว และออกจากบ้าน มาชม การประดับโคมไฟ เพื่อความเป็น สิริมงคล ดังนั้น จึงมีการเรียก เทศกาลนี้ อีกอย่างว่า เทศกาลโคมไฟ

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 9 กุมภาพันธ์ 2552 13:48 น.
http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014140


พิมพ์ ข่าวนี้ กินบัวลอย ชมโคมไฟกับ เทศกาลหยวนเซียว


ที่เรียกว่า ขโมยผัก นั้นจริงๆ แล้วก็ใช่ว่าจะขโมยกันแบบเ�าเป็นเ�าตายจนเจ้าข�งสิ้นเนื้�ประดาตัว แต่จะขโมยกันแค่พ�เป็นพิธี พ�ห�มปากห�มค�เท่านั้น เพราะจุดประสงค์ข�งการขโมยที่แท้จริงแล้ว คื�การขโมยความโชคดี ความมีสิริมงคล มากกว่า

ที่เรียกว่า ขโมยผัก นั้นจริงๆ แล้วก็ใช่ว่าจะขโมยกันแบบเอาเป็นเอาตายจนเจ้าของสิ้นเนื้อประดาตัว แต่จะขโมยกันแค่พอเป็นพิธี พอหอมปากหอมคอเท่านั้น เพราะจุดประสงค์ของการขโมยที่แท้จริงแล้ว คือการขโมยความโชคดี ความมีสิริมงคล มากกว่า


อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้องต่อได้จาก

  • ASTV ผู้จัดการออนไลน์ หยวนเซียว : เทศกาลขโมยผัก
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 20 กุมภาพันธ์ 2551 20:10 น.
  • ASTV ผู้จัดการออนไลน์ – 2,000 ปี แห่ง ตำนาน เทศกาล หยวนเซียว
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 3 มีนาคม 2550 17:59 น.

  • ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    February 8, 2009

    ภูเขาทอง วัดสระเกศ – The Golden Mount at Wat Saket


    ภูเขาทอง วัดสระเกศ – The Golden Mount at Wat Saket


    ปรับปรุงจาก http://www.bangkoktourist.com – กองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    วัดราชนัดดาราม – Wat Ratchanatdaram


    วัดราชนัดดาราม – Wat Ratchanatdaram


    ปรับปรุงจาก http://www.bangkoktourist.com – กองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    เสาชิงช้า – Giant Swing


    เสาชิงช้า – Giant Swing


    ปรับปรุงจาก http://www.bangkoktourist.com – กองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    วัดระฆัง – Wat Rakhang (วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร)


    วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร – Wat Rakhang

    ประวัติ วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร


    วัดระฆังโฆสิตาราม เดิมเรียกว่า วัดบางหว้าใหญ่ เป็นวัดโบราณครั้ง กรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานี คู่กับ วัดบางหว้าน้อย คือ วัดอมรินทราราม ปี พุทธศักราช ๒๓๑๐ กรุงศรีอยุธยา เสียกรุงแก่ พม่า

    สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงกู้อิสรภาพของไทยกลับคืนมาได้ และ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ พร้อมกับตั้ง พระนครหลวงขึ้นใหม่ เรียกว่า กรุงธนบุรี เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๓๑๑

    พุทธศักราช ๒๓๑๒ หลังจากที่ทรงขึ้น ครองราชย์แล้ว ก็ทรงใฝ่พระทัยเป็นธุระใน พระพุทธศาสนา พระราชทาน พระบรมราชูปถัมภ์ ยกวัด บางหว้าใหญ่ ซึ่งเดิมเป็น วัดราษฎร์ ขึ้นเป็น พระอารามหลวง และ

    ทรงมีพระราชปรารภว่า พระไตรปิฎก คงกระจัดกระจายเสียหาย เมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยา ให้แก่พม่า เพราะ พม่า ได้เผาบ้านเมือง และ วัดวาอาราม พินาศลง

    จึงมีพระราชประสงค์ จะรวบรวมชำระสอบทาน พระไตรปิฎก นั้น ให้ถูกต้องครบถ้วน ตามเดิม และ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไปอัญเชิญ พระไตรปิฎก จากเมือง นครศรีธรรมราช ซึ่งยังมีบริบูรณ์อยู่ เพราะพม่า ยังไปทำลายไม่ถึง ประจวบกับ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ต้องเสด็จพระราชดำเนิน ไปทำสงคราม ที่เมือง นครศรีธรรมราช

    เมื่อเสร็จราชการสงครามแล้วได้ทรงพบ พระอาจารย์รูปหนึ่ง มีชื่อว่า พระอาจารย์สี แต่เดิม พระอาจารย์สี รูปนี้ อยู่ประจำที่ วัดพนัญเชิง แขวงเมือง กรุงเก่า เป็นผู้มีความสามารถแตกฉานใน พระไตรปิฎก ทั้งเป็นผู้ทรงคุณ ทางวิปัสสนาธุระ ซึ่งพระองค์ทรงรู้จักดี

    เมื่อกรุงศรีอยุธยา เสียแก่พม่าแล้ว ท่านได้หลีกไปอยู่ที่ เมืองนครศรีธรรมราช สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงให้รวบรวม พระไตรปิฎก จาก นครศรีธรรมราช ได้แล้ว เสด็จกลับกรุงธนบุรี

    พร้อมกันนั้นก็ได้ อาราธนา พระอาจารย์สี ร่วมมาในขบวนนั้น ด้วย และ โปรดเกล้าฯ ให้ครอง
    วัด บางหว้าใหญ่ พร้อมทั้ง ทรงตั้งให้เป็น สมเด็จพระสังฆราช ด้วย

    กาลต่อมา ได้มีพระราชดำรัสสั่งให้ พระเถรานุเถระมา ประชุมกันที่ วัดบางหว้าใหญ่ อีก แล้วทรงอาราธนาให้ พระเถรานุเถระ ทั้งหลาย มี สมเด็จพระสังฆราช (สี) เป็นประธาน

    ทรงขอให้รับธุระสอบทานพระไตรปิฎก จึงได้มีการ สังคายนาพระไตรปิฎก จนสำเร็จ เรียบร้อยบริบูรณ์ เป็นต้นฉบับที่ถูกต้อง ตามพระราชประสงค์ ณ วัดบางหว้าใหญ่

    สมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี ขณะนั้น พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีพระชนม์ได้ ๓๓ พรรษา รับราชการอยู่ใน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มีบรรดาศักดิ์ เป็น พระราชวรินทร์ ตำแหน่ง เจ้ากรมพระตำรวจนอกขวา ทรงย้ายจาก บ้านอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม มาตั้งนิวาสสถาน อยู่ใกล้ๆ กับพระราชวัง ของ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี (ปัจจุบันคือกรมอู่ทหารเรือ)

    ต่อมาได้รับพระกระแสรับสั่งของ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ให้เป็นแม่ทัพ ไปตี เมืองโคราช ท่านจึงสั่งให้รื้อ หอพระตำหนัก กับ หอประทับนั่ง มาปลูกถวายไว้ที่ วัดบางหว้าใหญ่ ทางด้านทิศตะวันตก ของพระอุโบสถ หลังคามุงจาก ฝาสำหรวด กั้นห้องด้วยกระแชง

    ทั้งนี้ตาม ความตั้งพระทัยไว้แต่เดิมว่า จะยกถวายวัด (ปัจจุบัน พระอุโบสถหลังเก่า ยกขึ้นเป็น พระวิหาร เป็นสถานที่ ให้เช่าพระ)

    เมื่อล่วงรัชสมัยของ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีแล้ว พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ ราชสมบัติ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ แล้วได้ทรง ย้ายเมืองหลวง จาก กรุงธนบุรี มาตั้งใหม่ ทางฝั่งตะวันออก ของ แม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชื่อว่า
    กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ฯ

    และ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้อาราธนา สมเด็จพระสังฆราช (สี) ที่ถูกถอดยศ ในสมัยของ พระเจ้ากรุงธนบุรี มาครอง วัดบางหว้าใหญ่ ตามเดิม และ รับสั่งให้ พระสงฆ์ วัดบางหว้าใหญ่ และ วัดโพธาราม (ปัจจุบัน คือ วัดพระเชตุพน อยู่ตรงท่าเตียน) เข้ารับบิณฑบาต ใน พระราชวัง ผลัดเวรกัน วัดละ ๗ วัน สมเด็จพระสังฆราช (สี) นี้ จึงนับว่าเป็น ปฐมสังฆราช แห่งกรุงรัตนโกสินทร์


    ปรับปรุง จาก ข้อมูล และ ภาพ ของ วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร – http://www.watrakang.com/index.php

    คลิปจาก http://www.bangkoktourist.com – กองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร



    อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้อง กับ วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร ได้จาก

  • ชมหอไตร ไหว้หลวงพ่อโต กราบพระยิ้ม ที่ “วัดระฆัง”
    จาก ข้อมูล และ ภาพ ของ ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 สิงหาคม 2548 15:23 น. – http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9480000106979
  • วัดระฆัง-เว็ป
  • ประวัติ วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร
  • ประวัติ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรสี)
  • พระคาถาชินบัญชร
    จาก ข้อมูล และ ภาพ ของ วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร
  • วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร วัดประวัติศาสตร์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดย ด.ญ.เกศทิพย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
    จาก ข้อมูล และ ภาพ ของ นิตยสารสกุลไทย ฉบับที่ 2515 ปีที่ 49 ประจำวัน อังคาร ที่ 31 ธันวาคม 2545
  • Murals at Wat Rakhang Khositaram (in Englisch)
  • วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร จาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.
  • Wat Rakhang Kositaram Woramahaviharn deutsch Wikipedia – Enzyklopädie
  • Wat Rakhang Kositaram Woramahaviharn Tiếng Việt Bách khoa toàn thư mở Wikipedia

  • ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    February 5, 2009

    MAKHA BUCHA DAY 2009 – วันมาฆบูชา 2552


    “ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์” เสด็จเปิดงาน วันมาฆบูชา

    วันนี้ (5 ก.พ.) เวลา 17.00 น. ณ มลฑลพิธี ท้องสนามหลวง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จโดย รถยนต์พระที่นั่ง จาก พระตำหนักจักรีบงกช อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ไปทรงเปิดงาน วันมาฆบูชา ประจำปี 2552

    สมเด็จพระเจ้าลูกเธภเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ภ??ครราชกุมารี ทรงเปิดงาน วันมาฆบูชา ประจำปี 2552

    สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี



    ซึ่งเป็นงานจัด นิทรรศการ ให้ความรู้ ด้านพุทธศาสนา และ การปฏิบัติธรรมให้ พุทธศาสนิกชน ตระหนักถึง ความสำคัญของ วันมาฆบูชา โดยงานดังกล่าว มีตั้งแต่ วันนี้ จนถึง วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2552

    astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 5 กุมภาพันธ์ 2552 20:53 น. http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000013749


    พิมพ์ ข่าวนี้ “ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์” เสด็จเปิดงานวันมาฆบูชา



    อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้อง

  • MAKHA BUCHA DAY – วันมาฆบูชา
    ได้จาก February 17, 2008 accomthailand @ 5:54 am
  • MAKHA BUCHA DAY - วันมาฆบูชา

    MAKHA BUCHA DAY - วันมาฆบูชา


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    August 13, 2008

    สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีความห่วงใย เรื่องการศึกษา ประวัติศาสตร์


    ศธ.น้อมนำพระราชเสาวนีย์ ปรับปรุงวิชาประวัติศาสตร์เข้มข้น


    นาย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึง พระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงให้ กระทรวงศึกษาธิการ รื้อฟื้น วิชาประวัติศาสตร์ ขึ้นมาใหม่ ว่า พร้อมน้อมรับ พระราชเสาวนีย์ มาดำเนินการ


    โดยได้เชิญ สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ดูแลการศึกษา ขั้นพื้นฐานโดยตรง มาหารือ เพื่อเร่งดำเนินการ ตาม พระราชเสาวนีย์ แล้ว ซึ่ง สพฐ. จะรวบรวม ข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ทั้งหมด เพื่อมากำหนดทิศทาง ในการปรับปรุงให้ เป็นรูปธรรม


    หาก ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะได้นำเรื่องนี้เรียนต่อ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ให้ได้รับทราบด้วย ทั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ น่ายินดีมากที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีความห่วงใย เรื่องการศึกษา ประวัติศาสตร์


    ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ จะเร่งดำเนินการ ให้มีความสมบูรณ์และเรียบร้อยโดยเร็วที่สุด ส่วนจะแยกเป็น วิชาประวัติศาสตร์ เลยหรือไม่นั้น คงต้องให้ สพฐ. ได้พิจารณาปรับปรุงให้ เสร็จเรียบร้อยก่อน


    ด้าน คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สพฐ. จะลงไปสำรวจ โรงเรียนต่างๆ ว่ามีการจัดการเรียน การสอน วิชาประวัติศาสตร์ มากน้อยเพียงใด เพื่อจะดำเนินการ ในเรื่องนี้ ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น


    โดยจะได้นำเข้าหารือ ในการประชุมนัดแรกของ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชุดใหม่ ทั้งนี้ ปัจจุบัน การเรียน ประวัติศาสตร์ จะถูกบรรจุอยู่ใน วิชาสังคมศึกษา ซึ่งแบ่งเนื้อหา การเรียนการสอนเป็น 3 ส่วน ได้แก่


    ประวัติศาสตร์ชาติไทย
    ประวัติศาสตร์สากล และ
    วิธีการประวัติศาสตร์


    นอกจากนี้ จะมีการส่งเสริมกิจกรรม ด้านประวัติศาสตร์ แก่นักเรียน เช่น การจัดทัศนศึกษาสถานที่ ตามประวัติศาสตร์ เพื่อให้ นักเรียนรู้สึก ซึมซับ ใน ประวัติศาสตร์ มากยิ่งขึ้น

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 13 สิงหาคม 2551 16:09 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000095567


    พิมพ์ ข่าวนี้ ศธ.น้อมนำพระราชเสาวนีย์ ปรับปรุงวิชาประวัติศาสตร์เข้มข้น


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    July 18, 2008

    พระบรมราชินีนาถ ทรงอ่านหนังสือธรรมะ “พระอานนท์ พุทธอนุชา”

    พระสุรเสียงพระราชินี ยก
    “พระมหาโมคคัลลานะ” กำจัดคนชั่ว


    “สนธิ ลิ้มทองกุล” อัญเชิญพระสุรเสียงสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงอ่านหนังสือธรรมะ “พระอานนท์ พุทธอนุชา” ตอน “ความอัศจรรย์แห่งธรรมวินัย” ที่มีนัยถึงการกำจัดคนชั่ว เปรียบพันธมิตรฯ เสมือนพระมหาโมคคัลลานะ อัครสาวกเบื้องซ้าย คอยกำจัดคนชั่วแทนพระพุทธเจ้า
    พระบรมราชินีนาถ ทรง�่านหนังสื�ธรรมะ พระ�านนท์ พุทธ�นุชา ต�น ความ�ัศจรรย์แห่งธรรมวินัย

    พระบรมราชินีนาถ ทรงอ่านหนังสือธรรมะ พระอานนท์ พุทธอนุชา ตอน ความอัศจรรย์แห่งธรรมวินัย



    ภายหลังจากได้มีการอัญเชิญพระสุรเสียงของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งทรงบำเพ็ญพระราชกุศล อ่านหนังสือธรรมะ “พระอานนท์ พุทธอนุชา” เนื่องในวโรกาสทรงครองอิสริยยศ สมเด็จพระราชินี ปีที่ 54 วันที่ 12 สิงหาคม 2547 ตอน “มหามิตร” มาเปิดเผยไปเมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 17 ก.ค.51 ล่าสุดเมื่อเวลา 00.10 น.ที่ผ่านมา นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ เพื่ออัญเชิญพระสุรเสียงของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงอ่านหนังสือธรรมะ “พระอานนท์ พุทธอนุชา” ตอน “ความอัศจรรย์แห่งธรรมวินัย” กล่าวถึงการลงอุโบสถขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีความยาวประมาณ 3 นาที


    สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงที่พระมหาสมณเจ้า ไม่แสดงพระโอวาทปาฏิโมกข์ให้แก่พระสงฆ์ที่มาประชุมพร้อมกัน ณ อุโบสถาคาร จนพระอานนท์พุทธอนุชากราบทูลถามถึงสองครั้ง พระมหามุนีจึงตรัสว่า “ดูก่อนอานนท์ ในชุมนุมนี้ภิกษุผู้ไม่บริสุทธิ์มีอยู่ อานนท์มิใช่ฐานะที่ตถาคตจะแสดงปาฏิโมกข์ในท่ามกลางบริษัทอันไม่บริสุทธิ์” ตรัสอย่างนี้แล้วก็ประทับเฉยต่อไป

    สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเล่าถึงเหตุการณ์ ตน ความัศจรรย์แห่งธรรมวินัย

    สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเล่าถึงเหตุการณ์ ตอน ความอัศจรรย์แห่งธรรมวินัย


    จนพระมหาโมคคัลลานะ อัครสาวกเบื้องซ้าย นั่งเข้าฌานตรวจดูว่า ภิกษุรูปใดเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์อันเป็นที่รังเกียจของสมเด็จพระบรมศาสดา เมื่อได้เห็นแล้วจึงกล่าวขึ้นท่ามกลางสงฆ์ว่า “ดูก่อนภิกษุ ท่านออกไปเสียเถิด สมเด็จพระบรมศาสดาเห็นท่านแล้ว” แม้พระมหาเถระจะกล่าวอย่างนี้ถึง 3 ครั้ง ภิกษุรูปนั้นก็ไม่ยอมออกไปจากชุมนุมสงฆ์ พระมหาโมคคัลลานะจึงลุกขึ้นแล้วดึงแขนภิกษุรูปนั้นออกไป


    จากนั้น นายสนธิ กล่าวว่า ธรรมะข้อนี้มีนัยสำคัญมากที่สุด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสมัยก่อนพุทธกาลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน พ.ศ.2551 เหมือนกัน การที่พระพุทธเจ้าไม่แสดงพระโอวาทปาฏิโมกข์ ก็เพราะในบรรดาพระสงฆ์ที่นั่งมีภิกษุองค์ที่ไม่บริสุทธิ์ เปรียบเสมือนสังคมซึ่งมีคนไม่ดีอยู่ เพราะฉะนั้นการที่สังคมมีคนไม่ดีอยู่ มีคนชั่วอยู่เพียงคนเดียว ย่อมก่อให้เกิดปัญหา ต้องรอจนกว่าเราต้องกำจัด เอาคนไม่ดีหรือคนชั่วออกไป สังคมถึงจะเดินหน้าต่อไปได้


    “สังคมไทยมีคนชั่ว คนไม่ดีอยู่มาก เราต้องกำจัดเอาออกไป การที่พระพุทธเจ้าไม่แสดงพระโอวาทปาฏิโมกข์ ก็เพราะมีภิกษุสงฆ์ที่ไม่บริสุทธิ์เพียงรูปเดียว จนพระมหาโมคคัลลานะ อัครสาวกเบื้องซ้ายต้องเข้ามาคลี่คลายปัญหา ด้วยการดึงแขนภิกษุสงฆ์รูปนั้นออกไป”


    นายสนธิ กล่าวว่า พระพุทธเจ้าทรงทราบดีอยู่แล้วว่า ภิกษุรูปนั้นเป็นใคร แต่พระองค์ทรงนิ่งเงียบถึง 3 ครั้ง เพราะให้โอกาสภักษุรูปนั้นกลับตัวกลับใจ แต่ภิกษุรูปนั้นไม่เข้าใจ และคิดว่าการนิ่งเฉยของพระองค์ คือความเมตตาแล้วมองไม่เห็นความชั่วของตัวเอง นอกจานี้พระพุทธเจ้าก็ไม่อยู่ในสถานะที่จะดำเนินการด้วยพระองค์เอง หน้าที่ในการกำจัดภิกษุที่ไม่บริสุทธิ์จึงตกอยู่กับพระมหาโมคคัลลานะ อัครสาวกเบื้องซ้าย มีฤทธิ์เดชมาก


    ดังนั้น เมื่อมองมาในสังคมไทยที่ไม่สามารถเดินหน้าไปได้ก็เพราะมีคนชั่วอยู่มาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเปรียบเสมือนพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงนิ่งเฉย พระองค์ไม่ได้อยู่ในสถานะที่มาบอกว่า คนนี้ดี คนนี้ชั่ว หน้าที่นี้จะต้องตกอยู่กับพระมหาโมคคัลลานะ อัครสาวกเบื้องซ้าย ผู้มีฤทธิ์


    ซึ่งวันนี้ผู้มีฤทธิ์ก็นั่งกันอยู่ที่นี่แล้ว และนอกจากนี้ที่นี่แล้ว ทหารก็เป็นผู้มีฤทธิ์เช่นกัน เพราะฉะนั้นแล้ว ทำไมถึงมีผู้มีฤทธิ์เพียงกลุ่มเดียว ที่กระทำตนเป็นพระมหาโมคคัลลานะ ต้องมีพระมหาโมคคัลลานะ อีกองค์เข้ามากำจัดคนชั่วออกไปเช่นกัน เราต้องกำจัดคนชั่ว แม้นมีเพียงคนเดียวก็ต้องเอาออกไป

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ ผู้จัดการออนไลน์ 18 กรกฎาคม 2551 02:05 น.
    http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000084456
    พิมพ์ ข่าวนี้
    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    อ่านช่าวและเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    Next Page »

    Create a free website or blog at WordPress.com.