Accom Thailand

January 9, 2009

“ในหลวง” รับสั่ง ศาล เป็นประกันความสงบสุข ของสังคม – ให้ตรงไปตรงมา


“ในหลวง” รับสั่ง ศาล เป็นประกันความสงบสุข ของสังคม –
ให้ตรงไปตรงมา ไม่เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา

พระราชดำรัส กับ คณะผู้พิพากษา รับสั่ง ศาลเป็นภ??ค์กรประกันความสงบสุข ขภ?? ประเทศชาติ ถ้าไม่มีความยุติธรรม ในประเทศ คนภ??ู่ไม่ได้ และ ทรงเน้นย้ำให้ ผู้พิพากษา ตั้งมั่น ในความยุติธรรม หยุดในธรรม ภ??ู่ในสิ่งที่ดี

พระราชดำรัส กับ คณะผู้พิพากษา รับสั่ง ศาลเป็นองค์กรประกันความสงบสุข ของ ประเทศชาติ ถ้าไม่มีความยุติธรรม ในประเทศ คนอยู่ไม่ได้ และ ทรงเน้นย้ำให้ ผู้พิพากษา ตั้งมั่น ในความยุติธรรม หยุดในธรรม อยู่ในสิ่งที่ดี

“ในหลวง” ทรงมีพระราชดำรัส กับ คณะผู้พิพากษา รับสั่ง ศาลเป็นองค์กรประกันความสงบสุข ของ ประเทศชาติ ถ้าไม่มีความยุติธรรม ในประเทศ คนอยู่ไม่ได้ และ ทรงเน้นย้ำให้ ผู้พิพากษา ตั้งมั่น ในความยุติธรรม หยุดในธรรม อยู่ในสิ่งที่ดี

โดยเฉพาะศาลฎีกา ทรงเผย ทุกครั้งที่เห็น ศาล มาปฏิญาณตนว่า จะทำดี ทำตรงไปตรงมา ทำให้รู้สึก มีความหวัง ในอนาคตของ ประเทศ ถ้า ผู้พิพากษา ทำดี ประเทศชาติ ก็อยู่ได้


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมี พระราชดำรัส กับ คณะผู้พิพากษา
จาก manager multimedia


วันที่ 9 ม.ค. เวลา 17.20 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ลง ณ ท้องพระโรง ศาลาเริง วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระราชทาน พระบรมราชวโรกาส ให้ นายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกา นำ ผู้พิพากษาประจำศาล สำนักงานศาลยุติธรรม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวาย สัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่

ในโอกาสนี้ นายพินิจ สุเสารัจ เลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม นายวิชัย อริยนันทกะ เลขาธิการประธานศาลฎีกา และ นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมเฝ้า ทูลละอองธุลีพระบาท ด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสกับ คณะผู้พิพากษา โดยให้ปฏิบัติหน้าที่ ตามคำปฏิญาณ ด้วยความเข้มแข็ง ซื่อสัตย์ สุจริต อย่างเคร่งครัด เพราะศาลเป็น องค์กร ที่ประกันความอยู่เย็นเป็นสุข ของ ประเทศชาติ

“ศาล นั้นเป็นองค์กร ที่เป็นประกันของ ความอยู่เย็นเป็นสุข ของ ประเทศชาติ ถ้าไม่มีความยุติธรรม ในประเทศ คนอยู่ไม่ได้ ถ้าคนอยู่ไม่ได้ ก็มี ประเทศชาติ ไม่มีประโยชน์ ฉะนั้น ท่านเป็นประกันของ ความสงบสุขของ ชาติบ้านเมือง

ความสงบสุขนี้ เป็นสิ่งที่สำคัญ สำหรับทุกคน จะเป็นอาชีพใดๆ ก็ตาม ต้องมีความสงบสุข ถ้าไม่มีความสงบ ก็ทำงานไม่ได้ มีความอยู่เย็นไม่ได้ ฉะนั้น ก็เห็นได้ว่า ท่านเป็นประกันของความสบาย ความสงบของประเทศ ก็ได้เห็นว่า ถ้าท่านตั้งใจ อย่างที่ท่านได้ปฏิญาณ อย่างเข้มแข็งนั้น ก็รู้ได้ว่า ประเทศ จะไปได้รอด ได้ดี

โดยเฉพาะศาลฎีกานั้น ก็เป็นองค์กร ที่คนก็มองว่าเป็น ผู้ที่เป็นประกันของ ความอยู่เย็นเป็นสุข ของประเทศ ถ้าท่านทำได้ดี คือ หมายความว่า ท่านทำ ด้วยความเข้มแข็ง ก็จะทำให้เป็นความสำเร็จ ของแต่ละท่าน การทำสำเร็จนั้น ท่านได้เรียนรู้มา และได้ปฏิบัติมา ในฐานะ นักกฎหมาย ในฐานะ นักกฎหมาย ที่จะทำหน้าที่ ผู้พิพากษา

ผู้พิพากษา นั้นเป็นคนที่จะเป็นประกันของ ความยุติธรรม ความยุติธรรม นั้นถ้าดูว่าเป็นอะไร ยุติ ก็หยุด หยุดในธรรม อยู่ในสิ่งที่ดี ไม่เฉไฉ ไปทางซ้าย ทางขวา ไปตรงไปตรงมา

สำหรับธรรมนี้ ก็ต้องมีความรู้ ถ้าท่านได้เรียนมา ฉะนั้น สำคัญที่สุด ท่านตั้งใจที่จะ ใช้กฎเกณฑ์ของ กฎหมาย ของ ความยุติธรรม ถ้าทำได้แล้ว ท่านก็ทำสำเร็จ ในงานที่ท่านตั้งใจจะทำ

ที่ท่านได้ปฏิญาณ ด้วยความดีอย่างนี้ ก็เชื่อว่า ท่านจะมีส่วน ในการสร้างให้ บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข แต่ละคน จะอยู่เย็นเป็นสุข มีความสุข มีความเรียบร้อย ของบ้านเมือง ท่านก็ได้ทำตามหน้าที่ ที่ท่านเลือกไว้ที่จะทำ

ฉะนั้น การที่ท่านได้มาปฏิญาณตน เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะว่าท่านถ้าทำตามที่ ท่านตั้งใจไว้ ตั้งแต่ต้น คือ หมายความว่า ท่านเรียนรู้เกี่ยวข้อง กับ กฎหมาย เกี่ยวข้อง กับ ความดี ความตรงไปตรงมา และ ท่านจะได้ปฏิบัติในสิ่งที่ท่าน ได้เรียนมา และ ตั้งใจจะทำ

ฉะนั้น ทุกครั้ง ที่เห็นผู้พิพากษา โดยเฉพาะศาลฎีกา มาปฏิญาณตนว่า จะทำดี ทำตรงไปตรงมา ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกมีความหวังในอนาคตของประเทศ ถ้าผู้พิพากษาทำดี ก็ประเทศชาติก็อยู่ได้”

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
9 มกราคม 2552 20:19 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000002422


พิมพ์ ข่าวนี้ “ในหลวง” รับสั่ง ศาล เป็นประกันความสงบสุข ของสังคม – ให้ตรงไปตรงมา ไม่เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

August 23, 2008

อดีตบิ๊ก 4 เหล่า ปลุกพี่น้องกองทัพ ร่วมทำภารกิจ กู้ชาติ ในวันอังคารที่ 26 ส.ค. นี้


อดีตบิ๊ก 4 เหล่า ปลุกพี่น้องกองทัพ ร่วมทำภารกิจกู้ชาต ิอังคารนี้


พล.ร.ท.ประทีบ ชื่น�ารมณ์ �ดีตผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการ ลำน้ำโขง (นปข.) และ ผู้บัญชาการก�งเรื� ด้านชายแดนไทย-กัมพูชา

พล.ร.ท.ประทีบ ชื่นอารมณ์ อดีตผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการ ลำน้ำโขง (นปข.) และ ผู้บัญชาการกองเรือ ด้านชายแดนไทย-กัมพูชา


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง อดีตบิ๊กทหาร-ตำรวจ 4 เหล่าทัพ ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) อดีตบิ๊กทหาร-ตำรวจ 4 เหล่าทัพ ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) อดีตบิ๊กทหาร-ตำรวจ 4 เหล่าทัพ ปราศรัย


อดีตบิ๊กทหาร-ตำรวจ 4 เหล่าทัพ เรียกร้องพี่น้อง ในกองทัพถ้าเป็นทหาร ของ พระเจ้าอยู่หัว ต้องออกมาเคียงข้าง กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ทำภารกิจศักดิ์สิทธิ์ กู้ชาติ ในวันอังคารที่ 26 ส.ค. ขณะเดียวกัน เรียกร้อง ให้ครอบครัว ร่วมกันสนับสนุน อย่างแข็งขันด้วย


วันนี้ (23 ส.ค.) ในช่วง รู้ทันทหารไทย บนเวที พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สะพานมัฆวานรังสรรค์ ดำเนินรายการโดย พล.ร.ท.ประทีบ ชื่นอารมณ์ อดีตผู้บัญชาการ หน่วยปฏิบัติการลำน้ำโขง (นปข.) และ ผู้บัญชาการกองเรือ ด้านชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่ง พล.ร.ท.ประทีป ย้ำว่า จะเป็นการจัดรายการครั้งสุดท้ายแล้ว โดยมี


พล.�.ปรีชา เ�ี่ยมสุพรรณ

พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ


พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ อดีตนายทหาร ที่เคยออกรบใน หลายสมรภูมิอย่างโชกโชน


พล.ร.ท.อรุณ เสริมสำราญ อดีตสายลับ กองทัพ ที่เคยเข้าสืบความลับทางทหาร ใน กัมพูชาในอดีต


พล.อ.อ.เทอดศักดิ์ สัจจารักษ์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารอากาศ และ


พล.ต.ท.สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล


พล.อ.ปรีชา ย้ำว่าบรรยากาศในวันนี้ไม่เหมือนกับวันที่แล้วๆมา ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร เพราะพูดมาหมดแล้ว และ นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯหอกหักก็ยังไม่ออกไปสักที ส่วนน้องๆในกองทัพก็เคยพูดให้ฟังไปหมดแล้ว แต่ก็ไม่มีความรู้สึกใดๆ


พล.อ.ปรีชา กล่าวว่า เวลานี้รู้สึกเป็นห่วง พระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงกังวล เพราะที่ผ่านมา ไม่เคยเห็น พระองค์เคยตรัส แบบนี้มาก่อน ที่ทรงตรัสว่า บ้านเมืองใกล้ล่มจม


ดังนั้น ขอให้พี่น้อง ที่ดู เอเอสทีวี ทั่วประเทศให้ตระหนักในพระราชดำรัส และ ให้ออกมาจัดการ กับรัฐบาล นายสมัคร ที่ชั่วช้าเลวทราม ให้ออกไป ส่วนพี่น้องทหารนั้น ถ้าเป็นทหารของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามที่ได้ปฏิญาณตน ก็ต้องออกมาร่วมกับ พี่น้องประชาชน มิฉะนั้นถือว่าเสียสัตย์


พล.ร.ท.อรุณ ย้ำว่า เป็นหน้าที่ของ พวกเรา ที่ต้องรักษาแผ่นดิน นี้สืบไป พร้อมเตือนให้ ทหารอยู่เคียงข้างประชาชน และว่า ศัตรูร่วม คือ รัฐบาลขายชาติ ซึ่งรัฐบาล ในอดีต มุ่งเสริมกำลัง เพื่อรักษาอธิปไตย แต่รัฐบาลนี้ กลับมุ่งแต่คิดจะสร้างสภาใหม่

พล.�.�.เท�ดศักดิ์ สัจจารักษ์ �ดีตร�งผู้บัญชาการทหาร�ากาศ

พล.อ.อ.เทอดศักดิ์ สัจจารักษ์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารอากาศ


ด้าน พล.อ.อ.เทอดศักดิ์ กล่าวว่า เรารอ วันเป่านกหวีด มานานแล้ว และ ในฐานะทหารอากาศ ได้ออกมาขับไล่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และในยุค รัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช เพราะยึดใน พระราชดำรัส ที่ว่า อย่ายอมให้คนไม่ดีปกครองบ้านเมือง และที่ผ่านมา ก้ได้เห็น นักการเมือง ที่ทุจริต อย่างมูมมาม แล้วทนไม่ได้


อดีตรองผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้นี้ ย้ำว่า รัฐบาลชุดนี้ทั้งไม่เอาไหน และ ทั้งหน้าด้าน พร้อมเรียกร้องให้ พี่น้อง ทหารอากาศ ที่เป็นของ พระเจ้าอยู่หัว และ ของประชาชน และ ที่ผ่านมาพระเจ้าอยู่หัวตรัสว่า บ้านเมืองจะล่มจม


เราจะรอให้ล่มจมแล้ว ค่อยออกมากู้หรือ ขณะเดียวกันยังได้เรียกร้องให้ ครอบครัวทหารอากาศ ได้ออกมาร่วมกู้ชาติในครั้งนี้ด้วย


พล.ต.ท.สมเกียรติ ได้กล่าวตำหนิ นายสมัคร ในฐานะนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ดำเนินการ อย่างจริงจัง กับ ผู้ที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รวมทั้ง ตั้งข้อสังเกต มีนิตยสารบางฉบับ ลงบทความ จาบจ้วง สถาบันพระมหากษัตริย์ ในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ หลบหนี ออกนอกประเทศ


อดีตผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ผู้นี้ยังได้เรียกร้องให้ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้อง ที่อยู่ในภาคเหนือ ตอนบน ให้ออกมาตามนัด ในวันอังคารที่ 26 สิงหาคมนี้ และ เรียกร้องให ้ตำรวจทั้ง รุ่นพี่รุ่นน้อง ออกมาร่วมโค่นระบอบทักษิณ ให้สูญสิ้นไป

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 23 สิงหาคม 2551 20:25 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000099763


พิมพ์ ข่าวนี้ อดีตบิ๊ก 4 เหล่าปลุกพี่น้องกองทัพร่วมทำภารกิจกู้ชาติอังคารนี้


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“พิภพ” อัดยับ “เลี้ยบ” ใช้อำนาจเปิดช่องคืนเงิน “แม้ว” ฮึ่ม ปชช.นับล้าน ฮือต้าน“รบ.โจร” 26 ส.ค. นี้


“เลี้ยบ” สุดด้าน คืนเงิน“แม้ว”! ฮึ่ม ปชช. นับล้าน ฮือต้าน“รบ.โจร” 26 ส.ค. นี้


“พิภพ” อัดยับ “เลี้ยบ” ใช้อำนาจเปิดช่องคืนเงิน “แม้ว” 7.6 หมื่นล้าน ชี้ชัด ถือเป็นบุคคลขายชาติ สลด “รัฐบาล” เดินหน้าถลุงเงินแผ่นดิน นับแสนล้าน โดยไม่ยอมฟัง “พระราชดำรัส” มั่นใจ เป่านกหวีดครั้งใหญ่ 26 ส.ค.นี้ ชนะแน่นอน พร้อม ปลุกจิตสำนึก ปชช. เรือนล้าน ร่วมแสดง พลังแห่งธรรม เพื่อกอบกู้วิกฤต ประเทศ

พิภพ- �ัดยับ เลี้ยบ ใช้�ำนาจเปิดช่�งคืนเงิน แม้ว - 7.6 หมื่นล้าน ชี้ชัด ถื�เป็นบุคคลขายชาติ

พิภพ- อัดยับ เลี้ยบ ใช้อำนาจเปิดช่องคืนเงิน แม้ว - 7.6 หมื่นล้าน ชี้ชัด ถือเป็นบุคคลขายชาติ


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย


วานนี้ (22 ส.ค.) เวลาประมาณ 22.09 น. นายพิภพ ธงไชย แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัย ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ว่า ในวันอังคาร ที่จะชุมนุมใหญ่ พวกเรา จะใส่เสื้อเหลือง กัน ทั้งนี้


เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงขอร้อง ให้ตุลาการออกมา แก้ปัญหาวิกฤติ ที่สุดในโลก ทำให้เกิด ตุลาการภิวัฒน์ ซึ่งการชุมนุม ของพันธมิตรฯ ที่ยืดเยื้อมา ก็เพื่อให้ ตุลาการภิวัฒน์ ได้ทำงาน เราชุมนุมมา ครั้งนี้ 90 วัน ก็เพื่อให้ตุลาการภิวัฒน์ ทำงานเช่นกัน และ เมื่อ พระบาทสมเด้จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชดำรัส ว่า


บ้านเมืองใกล้จะล่มจม ถ้าพันธมิตรฯ ไม่เป่านกหวีดกู้ชาติ วันนี้แล้ว จะเป่าวันไหน เพราะเรา ทำเพื่อชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์


นายพิภพ กล่าวต่อว่า เมื่อมี พระราชดำรัส ที่ทรงเป็นห่วง การบริหารการเงินว่า จะทำให้ ประเทศชาติ ไม่มีเงินใช้ ประเทศชาติ ใกล้ล่มจม เพราะใช้เงิน ไม่ระวัง


ใครที่เป็นนักบริหารการคลัง ย่อมเข้าใจ แต่รัฐบาลนี้ฟังหรือเปล่า ไม่ฟังเลย ยังจะทำโครงการต่างๆ ที่ พันธมิตรฯ ชี้ให้เห็นแล้วว่า รัฐบาลนี้ ต้องการ ถลุงเงินของชาติ จะทำ ประชานิยม 4.6 หมื่นล้าน สร้างสภาใหม่ 3 หมื่นล้าน เช่ารถเมล์เอ็นจีวี 1.1 แสนล้าน ทำยังกะพิมพ์แบงก์เองได้ และยังมีโครงการ แฝง ในงบประมาณ ปีหน้าอีก 2 แสนล้าน ทั้งยังจะให้เงิน ส.ส. อีกคนละ 60 ล้าน เอาไปใช้ เตรียมการเลือกตั้ง อ้างว่าจะเอาไป พัฒนาชุมชนของตัวเอง


“ถามว่า ส.ส. มีสิทธิ์อะไร ที่จะเอาเงิน ภาษีของประชาชน ไปใช้เลือกตั้ง หรือ เอาไป พัฒนาพื้นที่ ของตัวเอง นักการเมืองแบบนี้ ปล่อยไว้วันเดียว การเงินการคลัง ของประเทศ ก็จะเสียหาย และ ขณะที่ รัฐบาลกำลังใช้เงิน จำนวนมหาศาล อยู่นั้น เมื่อมีข่าวว่า อัยการ จะฟ้องยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ 7.6 หมื่นล้าน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รมว.คลัง กลับเตรียมที่จะเอาเงิน 7.6 หมื่นล้านบาท คืนให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ


“แต่กรณีดังกล่าว จะต้องชิงดำ เพราะ อัยการกำลัง จะยื่นเรื่องอายัดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นสู่ศาล แต่ นพ.สุรพงษ์ กลับรีบทำ จดหมาย ไปถึง ธนาคารต่างๆ เพื่อเอาเงิน ออกมาจากแบงก์ ทันที อย่างนี้ ต้องการช่วย ทักษิณ มากกว่า ช่วย ประเทศชาติ ไม่อยากกล่าวหาว่า คนแบบนี้ขายชาติ เลย เพราะ 90 วัน เราทำมา พอแล้ว ฉะนั้น เราจึงปล่อยไปไม่ได้ เพราะการเมืองเน่าเฟะ แบบนี้ มีทางเดียว คือ ต้องให้รัฐบาลชุดดังกล่าว ออกไป” นายพิภพ กล่าว


แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวอีกว่า งบประมาณใน โครงการต่างๆ ของ รัฐบาลนั้น แฝงไปด้วยเล่ห์กล แต่เรามี ตัวอย่างคือ นพ.วิชัย โชควิวัฒน์ ซึ่งเป็นคนตงฉิน เข้าไปดูแลโครงการเภสัช ทำให้ สามารถประหยัดงบประมาณ ของรัฐบาล ไปได้ถึง ครึ่งต่อครึ่ง


ที่สำคัญคือวันนี้ เราผ่านพ้นวิกฤต ในเรื่อง ตุลาการ เพราะเราช่วยเรื่อง การนำคดีต่างๆ ขึ้นสู่ศาล โดย รัฐบาล สมควร ที่จะสนับสนุน ตุลาการ ให้ ทำงานอย่างต่อเนื่อง แต่กลับปล่อย ให้ลูกน้องพยายาม ที่จะเข้าไป ทำลาย กระบวนการยุติธรรม ทำลาย ป.ป.ช. และ คตส. แล้ว อย่างนี้ จะเรียกว่าสนับสนุน แนวทางพระราชดำรัส หรือไม่


“พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่จนลง เพราะถูก อายัดทรัพย์แน่นอน เพราะเขามี ทุนซ่อน อยู่มากมาย อีกทั้งขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังรับเงินปีละ หมื่นกว่าล้านบาท ในโครงการโทรศัพท์มือถือ จากรัฐบาลจีน


ส่วนเงิน 7.6 หมื่นล้านบาท นั้น มาจาก การขายดาวเทียม ซึ่งถือเป็นทรัพย์สมบัติ ของชาติ แต่เผลอแป๊บเดียว กลับไปขาย ให้สิงค์โปร์ จน พ.ต.ท.ทักษิณ ได้สิทธิ์ในดาวเทียมดวงใหญ่ไปครอบครอง เพื่อทำโทรศัพท์มือถือ ที่เป็นคลื่น เฉพาะ ในประเทศไทย ซึ่งสามารถดักฟังได้ ซึ่งถือเป็น การขายความมั่นคงของชาติ ถามว่า นพ.สุรพงษ์ จะไปกังวลใจอะไร กับเงินของ นายพานทองแท้ และ นส.พิณทองทา ชินวัตร เพราะหน้าที่ของ รมว.คลัง หากรักชาติ ต้องดึงเงินเหล่านั้น กลับประเทศ” แกนนำพันธมิตรฯ ระบ


นายพิภพ กล่าวต่อว่า กว่า 90 วัน ที่พันธมิตรฯ ต่อสู้กันมา อย่างเหนื่อยยาก แต่วันนี้ ถ้าเราไม่เป่านกหวีดใหญ่ เราจะไม่สามารถ หยุดยั้งรัฐบาลชั่ว ที่ทำเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่ง ขายชาติ ขายแผ่นดิน


ทั้งๆ ที่ ขณะนี้ เศรษฐกิจกำลังแย่ แต่รัฐบาลกลับเฉือนแผ่นดิน ของประชาชน ไปขาย ฉะนั้นถ้า รัฐบาลบริหารประเทศ ไม่ได้ ก็ขอให้ ออกไป และ ถ้ามีกฎหมายออกมาว่า คนต่างชาติ สามารถซื้อแผ่นดินได้ เกาะภูเก็ต ก็จะถูก ประเทศสิงค์โปร์ ซื้อเป็นอันดับแรก เพราะ รัฐบาลไทย เอื้อเฟื้อ กับ ประเทศสิงค์โปร์ เหลือเกิน


“เป็นที่น่าสังเกตว่า สิงค์โปร์ ซื้อเครื่องบิน เอฟ 16 แต่ไม่สามารถ ขึ้นบินได้ โดยจะเห็นได้ จากการที่ สิงค์โปร์ มาเช่าสนามบิน ในประเทศไทย อีกทั้งยังเอา ทหารมาฝึก ที่ จ.กาญจนบุรี และ ถ้า ประเทศไทยเปิดโอกาสให้ ต่างชาติ ซื้อแผ่นดินไทยได้ สิงค์โปร์ ก็ซื้อที่ดิน เพื่อเอาไว้ฝึกทหาร และ เอาไว้ใช้เป็นฐานบิน เอฟ 16 ของเขา รวมทั้งยังสามารถ ทำธุรกิจได้ทันที ผมจึงไม่รู้ว่า รมช.มหาดไทย มาดูถูกพ่อแม่พี่น้อง หาว่า ใจแคบที่ไป คัดค้านความคิดดีๆ ถามว่าความคิดดังกล่าวนั้น ดี หรือ จัญไร กันแน่” นายพิภพ กล่าว


แกนนำพันธมิตรฯ ยังกล่าวถึง กรณีที่ม ีการนัดชุมนุมใหญ ่ในวันอังคารที่ 26 ส.ค.นี้ว่า ไม่ต้องกลัวว่า เราจะไม่ประสบความสำเร็จ ในการเป่านกหวีด ครั้งนี้ เพราะเราเอาธรรมนำหน้า


ฉะนั้นขอให้ พี่น้องประชาชน มากันเป็นเรือนแสน เรือนล้าน เนื่องจาก เรา ต้องช่วยกัน กู้วิกฤตของชาติ ที่เกิดขึ้นในเวลานี้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 23 สิงหาคม 2551 06:48 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000099621


พิมพ์ ข่าวนี้ “เลี้ยบ”สุดด้านคืนเงิน“แม้ว”!ฮึ่ม ปชช.นับล้านฮือต้าน“รบ.โจร”26 ส.ค.นี้


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

August 20, 2008

ในหลวง ทรง ขอบใจ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่้ทำงานเข้มแข็งไม่ให้บ้านเมืองล่มจม แม้ตอนนี้ใกล้ ล่มจมแล้ว


ในหลวงทรงเตือน บ้านเมือง ใกล้ล่มจม เพราะใช้เงินไม่ระวัง
คลิกที่นี่ เพื่อฟัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ผู้ว่าฯ ธปท.และคณะที่เข้าเฝ้าฯ

 พระราชทาน พระบรมราชวโรกาส ให้ นางธาริษา วัฒนเกส พร้�มด้วย คณะผู้บริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย

พระราชทาน พระบรมราชวโรกาส ให้ นางธาริษา วัฒนเกส พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย


“ในหลวง” พระราชทาน พระบรมราโชวาท แก่ผู้ว่าฯ ธปท.และคณะ ที่เข้าเฝ้าฯ ทรงขอให้ บริหารเงินไม่ให้หมดประเทศ ทรงขอบใจ ที่เหน็ดเหนื่อย เรื่องการเงิน ซึ่งเป็นงานหนัก และสามารถปฏิบัติงานด้านการเงิน เป็นที่ เรียบร้อย ไม่ให้ บ้านเมืองล่มจม แม้ตอนนี้ ใกล้ล่มจมแล้ว ซึ่งอาจเพราะใช้เงิน ไม่ระวัง


เมื่อเวลา 17.31 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2551 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ออก ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระราชทาน พระบรมราชวโรกาส ให้ นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย และ คณะกรรมการบริหารสมาคมธนาคารไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายเงิน ซึ่งเป็นรายได้ ส่วนเกิน จากการเปิดให้ประชาชน แลกซื้อธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาส มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ชนิดราคา 16 บาท ในราคา แลกซื้อ 100 บาท เพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย


ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท แก่คณะที่เข้าเฝ้าฯ ความว่า


“ขอขอบใจที่ท่านได้ทำงานอย่างเข้มแข็ง ได้ทำงานมากในงานของการธนาคาร ขอให้งานธนาคารที่ท่านทำ เป็นผลดีสำเร็จ แต่ก่อนเงิน 10 บาท ก็รู้สึกว่าเป็นเงินมาก เดี๋ยวนี้ สิบบาทร้อยบาทพันบาท หรือหมื่นบาทก็ยังน้อย ทำไมมันน้อย แม้ล้านบาทก็ยังน้อย


เมื่อครั้งไปขอเงินสมเด็จพระพันวษา ขอเงิน 1 บาท ท่านให้ พอกำแหงหน่อยขอ 5 บาท ก็ยังให้ ต่อมาขอท่าน 10 บาท ก็ยังให้ แต่มาถึง 50 บาท ท่านบอกไม่มี ถามว่า งั้น 100 บาทมีไหม ท่านบอกว่า มี แต่ต้องตัดบัญชีที่มีอยู่ อยากใช้เท่าไรก็ได้


ท่านสอนว่า เราไม่ควรจะ ถลุงเงิน แม้ 100 บาท ท่านไม่ให้ แต่วันนี้ เป็นพันบาท หมื่นบาท แสนบาท ล้านบาท ท่านก็ให้ ร้อยล้าน ท่านก็ให้ สมัยนี้เปลี่ยนไป แต่ก่อน 100 บาท ท่านไม่ให้ แต่สมัยนี้ ร้อย พัน หมื่น แสน ท่านก็เอามาให้ ต้องขอบใจ ท่านที่มีน้ำใจ เพราะว่า สมเด็จย่า ท่านบอกว่า ถ้าให้ ก็หมด หมดก็ไม่ให้แล้ว ตอนนี้ท่านให้มาเป็นจำนวนมาก


หวังว่าท่านบริหารได้พันล้านหมื่นล้าน ขอให้ท่านทั้งหลายบริหารเงินไม่ให้หมด เพื่อให้ประเทศชาติมีเงินใช้ ขอขอบคุณ ที่มีความตั้งใจ บริหารเงิน ของชาติไม่ให้หมดไป ให้มีใช้


ขอบใจที่เหน็ดเหนื่อย เรื่องการเงิน ซึ่งเป็นงานหนัก และสามารถปฏิบัติงาน ด้านการเงิน เป็นที่เรียบร้อย ไม่ให้บ้านเมืองล่มจม แม้ตอนนี้ใกล้ ล่มจมแล้ว ซึ่งอาจใช้เงินไม่ระวัง เพราะใช้เงินไม่ระวัง


ขอบใจที่ท่านระวัง เรื่องการดำเนินด้านการเงิน ขอให้สำเร็จใน การบริหารการเงินของประเทศชาติ ขอบใจท่าน ที่เหน็ดเหนื่อยเรื่องการเงิน เรารู้ว่าท่านเหน็ดเหนื่อย ลำบากใจ


นอกจากเหน็ดเหนื่อยแล้ว ยังถูกหาว่าทำไม่ได้ดี ทำไม่ถูกต้อง ขอบใจทุกคน ที่มาในวันนี้ และยังทำงานอย่างเข้มแข็ง เพื่อให้บ้านเมืองมีเงินใช้ ใครที่บริหารการคลัง ควรรู้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญของชาติบ้านเมือง


ขอบทุกท่านที่ปฏิบัติงานเพื่อความสำเร็จของชาติบ้านเมือง ขอให้มีความสุขในการงานขอให้สำเร็จ”

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 20 สิงหาคม 2551 21:03 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000098629


พิมพ์ ข่าวนี้ ในหลวงทรงเตือนบ้านเมืองใกล้ล่มจมเพราะใช้เงินไม่ระวัง


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 31, 2008

พระเจ้าอยู่หัวทรงมีความห่วงใย ต่อปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นอย่างยิ่ง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงมีความห่วงใย
ต่อปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นอย่างยิ่ง
โดยทรงเห็นว่าปัญหาดังกล่าว จะนำอันตรายมาสู่ประเทศไทย
ทรงเรียกร้องให้ยุติการทุจริต
ดังพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่
คณะผู้ว่าราชการแบบบูรณาการ
ในโอกาสเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ
เมื่อ วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๔๖
ซึ่งขออัญเชิญมา ณ ที่นี้ ดังนี้


“ถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียว ก็ขอแช่งให้มีอันเป็นไป พูดอย่างนี้หยาบคาย แต๋ขอให้มีอันเป็นไป
แต่ถ้าไม่ทุจริต สุจริต และมีความตั้งใจมุ่งมั่น สร้างความเจริญ ก็ขอต่ออายุได้ถึง ๑๐๐ ปี
ส่วนคนไหนที่มีอายุมากแล้ว ขอให้แข็งแรง ความสุจริตจะทำให้ประเทศไทยรอดพ้นอันตราย”
“ภายใน ๑๐ ปี เมืองไทยน่าจะเจริญ ข้อสำคัญคือต้องหยุดการทุจริตให้สำเร็จและไม่ทุจริตเสียเอง”

จาก บทบรรยายเรื่อง พระพุทธศาสนา กับการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น
โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ เวลา ๐๘.๓๐-๐๙.๓๐ น.
ณ อาคารมหาเจษฏาบดินทร์ วัคยานนาวา เขตสาทร กทม.

April 25, 2008

“ในหลวง” ทรงมีพระราชดำรัส ให้ทบทวน การบริหารจัดการน้ำ ใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส
ให้ทบทวนการบริหารจัดการน้ำใหม่


ทรงกังวลรูปแบบการตกของน้ำฝนเปลี่ยนส่งผลไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ ด้านผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร สนองพระราชดำรัสประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาต่อ


นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวภายหลังเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อกราบบังคมทูลถวายรายงานสรุปสถานการณ์น้ำในประเทศไทย ว่า


หลังจากพระองค์ทรงทอดพระเนตรแผนที่ฝนตกของประเทศไทย พบว่า ปริมาณน้ำฝนโดยรวมไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่รูปแบบการตกของน้ำฝนเปลี่ยนไป ตกชุกบริเวณตอนล่างของเขื่อนมาก ทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ โดยเฉพาะภาคอีสาน


เบื้องต้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส ให้มีการทบทวนการบริหารจัดการน้ำ ใหม่ทั้งระบบ โดยตนเอง จะเป็นผู้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมประชุมหารือ ต่อไป


นอกจากนี้ ทรงมีพระดำรัสเกี่ยวกับการจัดการน้ำในเขตเมือง ให้มีการสร้างทางน้ำไหล รอบๆ ตัวเมือง เพื่อป้องกันน้ำท่วม รวมทั้งพระองค์ ทรงย้ำให้บริหารจัดการน้ำบริเวณฝั่งตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ให้ดี เนื่องจากจะส่งผลกระทบกับพื้นที่ทางการเกษตร โดยเฉพาะเรือนกล้วยไม้ได้


ด้าน นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ แต่ได้มีแผนการศึกษาวิจัย 25 ลุ่มน้ำของประเทศไทย ซึ่งได้มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ อาทิ


สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)


รวบรวมข้อมูลทั้งหมดของ 25 ลุ่มน้ำ ผ่านภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อหาพื้นที่ ที่มีการกักเก็บของปริมาณน้ำฝนน้อยที่สุด และทำการปลูกป่า เพื่อเป็นต้นน้ำ อย่างไรก็ตาม หลังจากศึกษาแล้ว จะเสนอให้รัฐบาลกำหนดนโยบายการบริหารจัดการน้ำต่อไป


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

March 10, 2008

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใย ต่อปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นอย่างยิ่ง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความห่วงใย
ต่อปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นอย่างยิ่ง
โดยทรงเห็นว่าปัญหาดังกล่าว จะนำอันตรายมาสู่ประเทศไทย
ทรงเรียกร้องให้ยุติการทุจริต
ดังพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่
คณะผู้ว่าราชการแบบบูรณาการ
ในโอกาสเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ
เมื่อ วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๔๖
ซึ่งขออัญเชิญมา ณ ที่นี้ ดังนี้


“ถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียว ก็ขอแช่งให้มีอันเป็นไป พูดอย่างนี้หยาบคาย แต๋ขอให้มีอันเป็นไป
แต่ถ้าไม่ทุจริต สุจริต และมีความตั้งใจมุ่งมั่น สร้างความเจริญ ก็ขอต่ออายุได้ถึง ๑๐๐ ปี
ส่วนคนไหนที่มีอายุมากแล้ว ขอให้แข็งแรง ความสุจริตจะทำให้ประเทศไทยรอดพ้นอันตราย”
“ภายใน ๑๐ ปี เมืองไทยน่าจะเจริญ ข้อสำคัญคือต้องหยุดการทุจริตให้สำเร็จและไม่ทุจริตเสียเอง”

จาก บทบรรยายเรื่อง พระพุทธศาสนา กับการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น
โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ เวลา ๐๘.๓๐-๐๙.๓๐ น.
ณ อาคารมหาเจษฏาบดินทร์ วัคยานนาวา เขตสาทร กทม.

Create a free website or blog at WordPress.com.