Accom Thailand

May 28, 2009

World Heritage Site Luang Prabang Laos by PG ร่วม ทำบุญ-ตักบาตร ณ เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง


Tour Code INDO 02 (PG – World Heritage Site Luang Prabang Laos)

3 วัน 2 คืน
กรุงเทพฯ – หลวงพระบาง – กรุงเทพฯ
ร่วม ทำบุญ-ตักบาตร ณ เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง
เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ของอินโดจีน
ด้วย สายการบิน บางกอก แอร์เวยส์ (PG)

กรุงเทพฯ – หลวงพระบาง – พระราชวังเก่า – พระธาตุภูษี – ถ้ำติ่ง – บ้านซ่างไห –
น้ำตกตาดกวงชี – บ้านผานม – ตลาดมืด – วัดเชียงทอง – วัดวิชุนราช – หลวงพระบาง – กรุงเทพฯ
สุดเที่ยวสุดคุ้ม ช้อปปิ้งสบาย สบาย!!!
พักโรงแรม 4 ดาว อาหาร 7 มื้อ
กำหนดการเดินทาง : 19-21 มิ.ย. // 5-7 ก.ค. // 6-8 ก.ค. 52

อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ พักห้องคู่
ราคา รวมตั๋วเครื่องบิน บางกอก แอร์เวย์ 20,900.- บาท

เงื่อนไขพิเศษ
ในการเดินทางในแต่ละครั้ง จะต้องมี จำนวนผู้เดินทาง 15 ท่าน ขึ้นไป
สำหรับคณะจอยทัวร์ บริษัทขอสงวนสิทธิ์กรณีที่กรุ๊ปไม่ถึง 15 ท่าน จะไม่มีหัวหน้าทัวร์จาก กรุงเทพฯ

อัตราค่าบริการรวม :

ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ-หลวงพระบาง-กรุงเทพฯ
โดยสายการบิน บางกอก แอร์เวยส์ (PG)
ค่าภาษีน้ำมันของสายการบิน และ ค่าภาษีสนามบินไทย 700 บาท
และ ค่าภาษีสนามบิน ลาว 10 USD
ค่าที่พัก ตามโรงแรมที่ระบุไว้ในรายการ หรือระดับเดียวกัน
ค่ายาพาหนะนำเที่ยวในประเทศลาว
ค่าเรือล่องถ้ำติ่ง
ค่าอาหารตามที่ระบุไว้ในรายการ
ค่าใช้จ่ายของมัคคุเทศก์ท้องถิ่น
ค่าอากรท่องเที่ยวลาว
ค่าเที่ยวชมสถานที่ต่างๆตามที่ระบุในรายการ

อัตรานี้ไม่รวม : ค่าวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติ (อัตราตามสถาณฑูตกำหนด)


ติดต่อขอโปรแกรม Viva Voyage (วีว่า โวยาจ ) 518/3 ชั้น 3 ถนนเพลินจิต กทม. 10330 โทร 02-2548381 , 026520702 หรือ E-Mail : viva.voyage@gmail.com
หรือ คลิกที่นี่ เพื่อ Download ข้อมูล หรือ ดูโปรแกรมของ วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3
รายละเอียด เอกสารใช้ยื่นประกอบ การทำวีซ่า สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

May 11, 2009

ผลเสี่ยงทายใน พิธีแรกนาขวัญ 2552 น้ำมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์

พระยาแรกนา เสี่ยงทายผ้านุ่ง ได้ผ้านุ่ง ความยาว 5 คืบ
ไปประกอบพิธีจรด พระนังคัลแรกนาขวัญ
ปี 2552 นี้ พยากรณ์ว่า

ปชช. แห่เก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน หลังเสร็จสิ้นพิธีพืชมงคล     เกษตรกรไทย แห่เดินทางมาที่ท้องสนามหลวงตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเฝ้ารอชมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และเก็บเมล็ดข้าวพระราชทาน เพื่อนำไปบูชาเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว

ปชช. แห่เก็บ เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน หลังเสร็จสิ้นพิธี พืชมงคล เกษตรกรไทย แห่เดินทางมาที่ ท้องสนามหลวง ตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเฝ้ารอชม พระราชพิธี พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และ เก็บเมล็ดข้าวพระราชทาน เพื่อนำไปบูชาเป็นสิริมงคล ให้แก่ตนเองและครอบครัว - ภาพ จาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์


น้ำจะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ส่วนการเสี่ยงทาย พระโคกินเลี้ยงปีนี้ พระโคกินงา และกินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร พร้อมด้วยธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี

เมื่อเวลา 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน แทนพระองค์ พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติภา และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ได้เสด็จพระราชดำเนิน โดยรถยนต์ถึง ยัง พลับพลา ที่ประทับ บริเวณมณฑลพิธี ท้องสนามหลวง เพื่อเป็น องค์ประธานในงานพระราชพิธี จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ฤกษ์พิธีไถหว่าน ระหว่างเวลา 08.09 – 08.49 น.


นายจรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่ พระยาแรกนา ได้ยาตราพร้อมเทพี ออกจาก โรงพิธีพราหมณ์ มีราชบัณฑิต และ พราหมณ์ นำผ่าน พลับพลา หน้าพระที่นั่ง

พระยาแรกนา เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายบังคม แล้วไปยังลานแรกนา เจ้าพนักงาน จูงพระโคเทียมเอก พระยาแรกนา เจิมพระโค และไถ แล้วไถดะ โดยรี 3 รอบ เพื่อพลิกดิน ให้เป็นก้อน โดยขวาง 3 รอบ เพื่อย่อยดิน ให้ละเอียด พร้อมหว่านเมล็ดธัญญพืช

พนักงานประโคม ฆ้องชัย เครื่องดุริยางค์ แล้วไถกลบอีก 3 รอบ เพื่อกลบเมล็ดธัญพืช ลงในดิน เสร็จแล้ว พนักงานปลดพระโค ออกจากแอก พระยาแรกนา และ เทพี กลับไปยังโรงพิธีพราหมณ์ พราหมณ์เสี่ยงทาย ของกิน 7 สิ่ง ตั้งเลี้ยงพระโค


นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กราบบังคมทูล ผลการเสี่ยงทายของ นายจรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็น พระยาแรกนาขวัญ เนื่องใน พระราชพิธิพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พ.ศ. 2552


ในการที่ พระยาแรกนา เสี่ยงทายผ้านุ่ง ไปประกอบพิธี จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โหรหลวง ได้ให้คำพยากรณ์ ว่าปีนี้ น้ำจะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และ ผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ส่วนการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยงปีนี้


พระโค ปีนี้กินงา พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จจะอุดมสมบูรณ์ดี และ พระโค กินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร พร้อมธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี


หลังจากนั้น ได้เบิก เกษตรกร ดีเด่นแห่งชาติ ตัวแทน สถาบันเกษตรกร ดีเด่นแห่งชาติ และ ตัวแทนสหกรณ์ ดีเด่นแห่งชาติ สาขาต่างๆ เข้ารับพระราชทาน โล่ห์เกียรติคุณ

ส่วนเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก ที่ใช้ใน พระราชพิธี พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประกอบด้วย ข้าวนาสวน จำนวน 7 พันธุ์ และ ข้าวนาไร่ 2 พันธุ์ โดยรวมน้ำหนัก เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก 1,920 ก.ก.

ส่วนหนึ่ง ใช้หว่านในพิธี และจัดเป็น พันธุ์ข้าว ทรงปลูก พระราชทาน บรรจุใส่ซอง ขนาดเล็ก จัดส่งไปยัง จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ แจกจ่าย ให้กับ เกษตรกร จำนวน 340,000 ซอง เพื่อความเป็น สิริมงคล

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 7, 2009

ศาลฎีกาพิพากษา ยืนให้จำคุก “ภาวนาพุทโธ” 50 ปี


ศาลฎีกาพิพากษา ยืน จำคุก 50 ปี “ภาวนาพุทโธ” ข่มขืนเด็ก!
นายจำลอง คนซื่อ หรือ อดีต "พระภาวนาพุทโธ" อายุ 60 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพราน จ.นครปฐม ซึ่งถูกศาลพิพากษาตัดสินจำคุก 50 ปี ในข้อหากระทำผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี

นายจำลอง คนซื่อ หรือ อดีต พระภาวนาพุทโธ อายุ 60 ปี อดีตเจ้าอาวาส วัดสามพราน จ.นครปฐม ซึ่งถูกศาลพิพากษา ตัดสิน จำคุก 50 ปี ในข้อหา กระทำผิด ฐานข่มขืนกระทำชำเรา หญิงอายุไม่เกิน 13 ปี


ศาลฎีกาพิพากษา ยืน คดี ภาวนาพุทโธ ร่วมมือ แม่ชี หลอกข่มขืน เด็กชาวเขา ให้จำคุก “ภาวนาพุทโธ” 50 ปี ส่วนผู้สมรู้ร่วมคิด เป็นธุระจัดหาเด็ก ติดคุกหัวโต กันถ้วนหน้า


วันนี้ (7 พ.ค.) ที่ ศาลอาญา ศาลอ่าน คำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายจำลอง คนซื่อ อายุ 56 ปี หรือ “พระภาวนาพุทโธ” อดีตเจ้าอาวาส วัดสามพราน จ.นครปฐม กับพวก รวม 8 คน ประกอบด้วย

น.ส.สมจิตร รักสีขาว อายุ 32 ปี ,
น.ส.ช่อผา สกุลวนาการ อายุ 31 ปี,
น.ส.อนงค์ วงศ์ใจประเสริฐ อายุ 37 ปี,
น.ส.จินตนา ดารานโรดม อายุ 28 ปี ,
น.ส.สุภาพ นาวรัตน์ อายุ34 ปี,
นางศรีเพ็ญ มีกลอนเพราะ อายุ 36 ปี และ
น.ส.ขนิษฐา มีกลอนเพราะ อายุ 31 ปี
จำเลยที่ 1-8 ในความผิด ฐานข่มขืนกระทำชำเรา หญิงอายุไม่เกิน 13 ปี และ ไม่เกิน15ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาตน และ
ฐานได้กระทำต่อศิษย์ ที่อยู่ในความดูแล และ

พวกแม่ชี ถูกฟ้อง ฐานเป็นผู้สนับสนุน เป็นธุระจัดหา และ ชักพาหญิงไป เพื่อสำเร็จความใคร่ เพื่อการอนาจาร

คดีในชั้นฎีกา มีเฉพาะ จำเลยที่ 1 กับ 3 ยังติดใจ ฎีกา ส่วนจำเลยอื่น ไม่ติดใจฎีกา เพราะถูกจำคุกไป จนพ้นโทษแล้ว เป็นส่วนใหญ่


คำพิพากษา ศาลฎีกา ใจความว่า โจทก์ฟ้อง และ นำสืบว่า เมื่อ วันที่ 28 พ.ย. 38 และเมื่อ ระหว่าง เดือน ส.ค.31 – ม.ค.38

จำเลยที่ 1 ขณะบวชเป็น พระภิกษุ และได้เป็น เจ้าอาวาสวัดสามพราน จ.นครปฐม มีนามฉายาว่า พระมหาจำลอง กิตติปัญโญ หรือ พระภาวนาพุทโธ เป็น ประธานมูลนิธิ หลวงพ่อพุทโธภาวนา
รับอุปการะเลี้ยงดู เด็กหญิงชาวเขายากจน และอยู่ในถิ่นทุรกันดาร จาก จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.เชียงใหม่ รวม 20 คน ไว้ใกล้กุฎิ

ส่วน จำเลย ที่ 2-8 เป็นแม่ชี อยู่ในวัดสามพราน และเป็น ลูกศิษย์ของ จำเลยที่ 1 ได้ร่วมกันเป็นธุระ จัดหา เด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี 15 ปี และ หญิงอายุไม่เกิน 18 ปี รวม 9 คน ซึ่งเป็น เด็กชาวเขา ในอุปการะของ จำเลยที่ 1 มาให้ จำเลยที่ 1 กระทำอนาจาร และ ข่มขืน ตั้งแต่ปี 2531-2538 แต่จำเลยทั้งหมด ให้การปฏิเสธ

คดีนี้ศาลอาญา พิเคราะห์คำเบิกความ และ พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า จำเลยทั้งหมด กระทำผิดจริง ข้อต่อสู้ของ จำเลยฟังไม่ขึ้น จึงมี

คำพิพากษาไป เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 47 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 รวมความผิดหลายข้อหา รวม 160 ปี แต่ตามกฎหมาย กำหนดให้ จำคุกจำเลยไว้ได้ ไม่เกิน 50 ปี จึงให้จำคุก
จำเลยที่ 1 ไว้ 50 ปี ,
จำเลยที่ 2 จำคุก 31 ปี ,
จำเลยที่ 3 จำคุก 28 ปี ,
จำเลยที่ 4 จำคุก 10 ปี ,
จำเลยที่ 5 จำคุก 3 ปี ,
จำเลยที่ 6 จำคุก 4 ปี ,
จำเลยที่ 7 จำคุก 10 ปี
ส่วนจำเลยที่ 8 ยกฟ้อง

ต่อมา จำเลยที่ 1-4 และ 6-7 ยื่นอุทธรณ์คดี ขอให้ศาลยกฟ้อง ส่วน จำเลยที่ 5 กับ 8 ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยที่1 และ 3 ถูกขังไว้ ระหว่าง ฎีกา

คดีจึงมีประเด็นพิจารณาใน ชั้นฎีกา ว่า จำเลย เป็นผู้กระทำผิดหรือไม่ และ ได้กระทำต่อ ผู้เป็นศิษย์ อยู่ในความดูแล ที่ต้องรับโทษหนักขึ้น หรือ ไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า พยานโจทก์ ที่เป็นผู้เสียหาย เบิกความสอดคล้องกัน ทั้ง 9 ปาก ถึงพฤติการณ์จำเลยว่า ได้มีจำเลย ที่เป็นแม่ชี พาผู้เสียหาย รายละ1คน เข้ามาที่กุฏิ ทางห้องน้ำ อ้างว่า
ต้องไปทำความสะอาด ห้องบันทึกเทป

จากนั้น ได้ให้ผู้เสียหาย ไหว้พระพุทธรูป จำเลยที่ 1 จึงเดินมาจาก ชั้น2 ทางบันได้เหล็ก แล้วให้ผู้เสียหาย มากราบที่ตัก แล้วใช้มือลูบผม แล้วให้ผู้เสียหายไป ปูที่นอน หรือให้ช่วย บีบนวดที่ขา
จากนั้น จำเลยที่ 1 จะเดินมาทางด้านหลัง แล้วโอบกอด โดยให้ แม่ชีช่วยจับ แขนขา

จำเลยที่1 จึงจูบที่นม แล้วใช้อวัยวะเพศ สอดใส่กระทำชำเรา เมื่อสำเร็จความใคร่แล้ว ก็ให้ผู้เสียหาย กินยาคุมกำเนิด แล้วพาไปล้างอวัยวะเพศ ที่ก๊อกน้ำ ในห้องน้ำ ก่อนให้ แม่ชี พากลับห้องพัก

สำหรับรายที่ครั้งแรกไม่ยินยอม ก็จะถูกลงโทษ ด้วยการเดินจงกลมกลางแดด บนพื้นดิน ที่มี กรวดหินแหลมคม

ต่อมาได้มี พระสุรัตน์ พระลูกวัดโพธิ์เรียง ซึ่งเป็นญาติของ ผู้เสียหายรายหนึ่ง ได้ทราบ จากผู้เสียหาย ถึงเรื่องราวดังกล่าว จึงให้เขียนบันทึก ทำแผนที่ แล้วไปร้อง กรมการศาสนา และ กองปราบปราบ

ต่อมา สื่อมวลชน เสนอข่าว ตำรวจได้พบผู้เสียหาย ที่ทยอยเปิดเผยตัว มากขึ้น จึงเริ่มสอบสวนจริงจัง โดยพาไปดู ที่เกิดเหตุ ที่ชี้จุด เก็บหลักฐานพยาน จนได้ รอยลายนิ้วมือจำเลย ร่องรอย ห้องน้ำ ที่ถูกดัดแปลง รอยบันไดเหล็ก

จำเลยที่ 1 ต่อสู้ว่า ตนเป็นพระ มีชื่อเสียง ด้านบำเพ็ญภาวนา และนำเด็กชาวเขา ที่นับถือศาสนาอื่น มาเป็นชาวพุทธ สร้างความไม่พอใจแก่ ศาสนาอื่น จึงร่วมกัน กลั่นแกล้ง ปั้นเรื่อง นอกจากนี้ ห้องที่เกิดเหตุ ก็ไม่ตรงกับ บันทึกแผนที่ ของเด็ก และ อวัยวะเพศของตน ก็ผิดปกติ ไม่อาจร่วมเพศได้ ส่วนอวัยวะเพศผู้เสียหาย ก็ไม่มีร่องรอย ถูกชำเรา

ศาลฎีกาเห็นว่า ที่เกิดเหตุ แม้ได้ถูกดัดแปลง ก่อสร้างเพิ่มเติม หลังเกิดเหตุ แต่ยังมีร่องรอย ตรงกับที่ ผู้เสียหายเบิกความ ซึ่งเห็นว่า จำเลยที่ 1 สามารถ เดินขึ้นลง จากกุฏิ ชั้น 2 ลงมา ชั้นล่าง โดยที่ คนภายนอก มองไม่เห็น

นอกจากนี้ จำเลยกลับนำเด็กหญิง มาอยู่ใกล้ๆกุฎิ ทั้งที่ควรจะเป็น เด็กชาย จึงผิดวิสัยของ ผู้ปฏิบัติธรรม บริเวณกุฎิ มีทางเดินซับซ้อน เกินความจำเป็น แม้จะติดป้ายว่าเป็น เขตสงฆ์ แต่เมื่อดูจาก ร่องรอย ก๊อกน้ำเก่า รอยปิดฝ้าเพดานไม้อัด ทับ ช่องทางลับ ที่เคยเป็น บันไดเหล็ก ก็ล้วนแสดงว่า เด็กหญิง สามารถเข้าไปในกุฎิได้ และ จำเลย ก็สามารถเข้ามาใน ห้องบันทึกเทป ชั้นล่าง ได้โดยง่าย

ศาลยังเห็นว่า การที่จำเลย อ้างว่า แม้ตนเป็น เจ้าอาวาส และเป็น ประธานมูลนิธิ แต่ไม่ได้ มีอำนาจกำกับดูแล เด็กหญิงชาวเขา จึงไม่ได้มี การกระทำผิด ต่อศิษย์ ในความดูแลนั้น เห็นว่า
เด็กถูกส่งตัว มาศึกษาธรรม และ ขอรับ การศึกษาระดับสามัญ จึงอยู่ในขอบวัตถุประสงค์ ของจำเลย

การกระทำของจำเลย จึงเป็นความผิด ฎีกาของจำเลย ไม่มีข้อสาระสำคัญ ที่จะเปลี่ยนแปลง คำพิพากษาเป็นอย่างอื่นได้ ที่ศาลล่างทั้งสอง ลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกา เห็นพ้องด้วย พิพากษายืน

หลังฟัง คำพิพากษา นายจำลอง คนซื่อ ซึ่งอยู่ใน ชุดนักโทษ โกนศีรษะโล้น สวมโซ่ตรวน ได้ถูกคุมตัวไปพร้อมกับ แม่ชีจำเลยที่ 3 โดยมีสาวก ต่างนั่งพนมมือร้องไห้ อย่างน่าเวทนา


อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง –
ปรากฏการณ์แห่งศรัทธา “พระพยอม – ภาวนาพุทโธ”
พึลึก! ราชทัณฑ์ไม่ขัดข้องให้นักโทษ “ภาวนาพุทโธ” เทศน์สอนคนนอกคุก!

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 7 พฤษภาคม 2552 17:34 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000050952


พิมพ์ ข่าวนี้ ฎีกา พิพากษายืน คุก 50 ปี “ภาวนาพุทโธ” ข่มขืนเด็ก!


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

February 10, 2009

World Heritage in China:Dazu Rock Carvings – หินสลักยุคหลัง ที่ เมืองฉงชิ่ง


World Heritage in China世界遗产在中国: Dazu Rock Carvings大足石刻1/3 – June 30, 2008

World Heritage in China世界遗产在中国: Dazu Rock Carvings大足石刻2/3 – June 30, 2008

World Heritage in China世界遗产在中国: Dazu Rock Carvings大足石刻3/3 – July 01, 2008

The Dazu Rock Carvings (Chinese: 大足石刻; pinyin: Dàzú Shíkè) are a series of Chinese religious sculptures and carvings, dating back as far as the 7th century A.D., depicting and influenced by Buddhist, Confucian and Taoist beliefs. Listed as a World Heritage Site, the Dazu Rock Carvings are made up of 75 protected sites containing some 50,000 statues, with over 100,000 Chinese characters forming inscriptions and epigraphs. The sites are located on the steep hillsides within Dazu County (near the city of Chongqing, China), with the high points being the carvings found on Mount Baoding and Mount Beishan.

กลุ่มหินสลักที่ ต้าจู๋ เป็นตัวแทนของความเชื่อใน เทพเจ้า ของสังคมชาวจีน โดยตลอดระยะเวลา ของวิวัฒนาการ ในความเชื่อเรื่องศาสนา ของสามัญชน ได้ถ่ายทอดออกมา ในงานศิลปะทั้ง ในแง่ความเชื่อในพุทธศาสนา ศาสนาเต๋า และ หลักคำสอนของ สำนักปรัชญาขงจื๊อ ซึ่งมีทั้งที่ขัดแย้งกัน และ สอดคล้องกลมกลืนกัน โดยทั้งผลงานแกะสลัก ตามความเชื่อ ในศาสนาเต๋า และ ตามหลักคำสอนของขงจื๊อนั้น มีพื้นฐานศิลปะ ที่เจริญงอกงาม มาจากศิลปะถ้ำ แนวพุทธศิลป์ของจีน

The earliest carvings were begun in 650 A.D. during the early Tang Dynasty, but the main period of their creation began in the late 9th century, when Wei Junjing, Prefect of Changzhou, pioneered the carvings on Mount Beishan, and his example was followed after the collapse of the Tang Dynasty by local and gentry, monks and nuns, and ordinary people during the Five Dynasties and Ten Kingdoms Period (907-65). In the 12th century, during the Song Dynasty, a Buddhist monk named Zhao Zhifeng began work on the elaborate sculptures and carvings on Mount Baoding, dedicating 70 years of his life to the project.

The carvings were listed as a World Heritage Site in 1999, citing “…their aesthetic quality, their rich diversity of subject matter, both secular and religious, and the light that they shed on everyday life in China during this period. They provide outstanding evidence of the harmonious synthesis of Buddhism, Taoism and Confucianism.”


ข้อมูล


มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปีค.ศ.1999
ที่ตั้ง : อำเภอต้าจู๋ ทางทิศตะวันตกเหนือใน นครฉงชิ่ง
สร้างเมื่อ : ราว ค.ศ.650 ปีแรก แห่งรัชสมัยหย่งฮุย ต้นราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618-907) จนถึง ราชวงศ์หมิง-ชิง (ราวคริสต์ศตวรรษที่ 14-19)
อาณาเขต : กินอาณาบริเวณของหินสลัก ที่ภูเขาทั้ง 5 ได้แก่ เป่ยซัน เป๋าติ่งซัน หนันซัน สือจ้วนซัน และ สือเหมินซัน และ เทือกเขาอื่นๆโดยรอบ ในเขตปกครอง 28 หมู่บ้านของพื้นที่ 32 ตำบล ทั่วอำเภอต้าจู๋

ข้อมูลท่องเที่ยว
การเดินทาง เดินทางโดยรถไฟหรือรถบัสจากเมืองฉงชิ่ง ลงที่สถานีอำเภอต้าจู๋ และต่อรถโดยสารไปตามจุดท่องเที่ยวต่างๆได้ การเที่ยวชมหินสลัก อ.ต้าจู๋ จากตัวเมือง ฉงชิ่ง สามารถไปเช้าเย็นกลับได้

ราคาบัตร (ปรับเมื่อปี 2003) ชมหินสลัก บนยอดเป๋าติ่ง 80 หยวน ชมทิวทัศน์ในเขต เป่ยซันจิ่งชีว์ 60 หยวน ราคาบัตรเหมา เข้าชมทั้ง 2 แห่ง 120 หยวน

ปฏิทินงานเทศกาล อ.ต้าจู๋

เทศกาลงานวัดบนยอดเป๋าติ่ง วันที่ 19 เดือนยี่ (ตามปฏิทินจันทรคติของจีน) ซึ่งเชื่อว่าเป็นวันเกิดของพระโพธิสัตว์กวนอิม

นิทรรศการดอกบัว เดือนกรกฎาคม-สิงหาคมทุกปี เป็นงานแสดงดอกบัว ที่ปลูกอยู่ใน อำเภอนี้ หลากหลายพันธุ์ รวมถึงศิลปวัฒนธรรม ที่เกี่ยวข้องกับดอกบัว

นิทรรศการศิลปะหินสลักต้าจู๋ ชมศิลปะการแกะสลัก และงานแสดงดนตรีที่อำเภอต้าจู๋ ในเดือนตุลาคม

ติดตามข่าวท่องเที่ยว อ.ต้าจู๋ ที่ http://www.accomthailand.com


ปรับปรุง จาก ข้อมูล และ คลิป ของ juanpingz

คลิปจาก http://www.youtube.com



อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้อง กับ Dazu Rock Carvings from

  • Wikipedia , the free encyclopedia
    http://en.wikipedia.org/wiki/Dazu_Rock_Carvings
  • UNESCO World Heritage Centre
  • หินสลักยุคหลัง ที่ เมืองฉงชิ่ง ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 พฤษภาคม 2547 12:06 น.
  • Dazu Rock Carving
  • About Dazu Rock Carving (in Englisch)
  • Baodingshan of Dazu Rock Carving (in Englisch)
  • จาก ข้อมูล และ ภาพ ของ http://www.cndz.net/english/


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    February 8, 2009

    ภูเขาทอง วัดสระเกศ – The Golden Mount at Wat Saket


    ภูเขาทอง วัดสระเกศ – The Golden Mount at Wat Saket


    ปรับปรุงจาก http://www.bangkoktourist.com – กองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    วัดราชนัดดาราม – Wat Ratchanatdaram


    วัดราชนัดดาราม – Wat Ratchanatdaram


    ปรับปรุงจาก http://www.bangkoktourist.com – กองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    วัดระฆัง – Wat Rakhang (วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร)


    วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร – Wat Rakhang

    ประวัติ วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร


    วัดระฆังโฆสิตาราม เดิมเรียกว่า วัดบางหว้าใหญ่ เป็นวัดโบราณครั้ง กรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานี คู่กับ วัดบางหว้าน้อย คือ วัดอมรินทราราม ปี พุทธศักราช ๒๓๑๐ กรุงศรีอยุธยา เสียกรุงแก่ พม่า

    สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงกู้อิสรภาพของไทยกลับคืนมาได้ และ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ พร้อมกับตั้ง พระนครหลวงขึ้นใหม่ เรียกว่า กรุงธนบุรี เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๓๑๑

    พุทธศักราช ๒๓๑๒ หลังจากที่ทรงขึ้น ครองราชย์แล้ว ก็ทรงใฝ่พระทัยเป็นธุระใน พระพุทธศาสนา พระราชทาน พระบรมราชูปถัมภ์ ยกวัด บางหว้าใหญ่ ซึ่งเดิมเป็น วัดราษฎร์ ขึ้นเป็น พระอารามหลวง และ

    ทรงมีพระราชปรารภว่า พระไตรปิฎก คงกระจัดกระจายเสียหาย เมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยา ให้แก่พม่า เพราะ พม่า ได้เผาบ้านเมือง และ วัดวาอาราม พินาศลง

    จึงมีพระราชประสงค์ จะรวบรวมชำระสอบทาน พระไตรปิฎก นั้น ให้ถูกต้องครบถ้วน ตามเดิม และ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไปอัญเชิญ พระไตรปิฎก จากเมือง นครศรีธรรมราช ซึ่งยังมีบริบูรณ์อยู่ เพราะพม่า ยังไปทำลายไม่ถึง ประจวบกับ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ต้องเสด็จพระราชดำเนิน ไปทำสงคราม ที่เมือง นครศรีธรรมราช

    เมื่อเสร็จราชการสงครามแล้วได้ทรงพบ พระอาจารย์รูปหนึ่ง มีชื่อว่า พระอาจารย์สี แต่เดิม พระอาจารย์สี รูปนี้ อยู่ประจำที่ วัดพนัญเชิง แขวงเมือง กรุงเก่า เป็นผู้มีความสามารถแตกฉานใน พระไตรปิฎก ทั้งเป็นผู้ทรงคุณ ทางวิปัสสนาธุระ ซึ่งพระองค์ทรงรู้จักดี

    เมื่อกรุงศรีอยุธยา เสียแก่พม่าแล้ว ท่านได้หลีกไปอยู่ที่ เมืองนครศรีธรรมราช สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงให้รวบรวม พระไตรปิฎก จาก นครศรีธรรมราช ได้แล้ว เสด็จกลับกรุงธนบุรี

    พร้อมกันนั้นก็ได้ อาราธนา พระอาจารย์สี ร่วมมาในขบวนนั้น ด้วย และ โปรดเกล้าฯ ให้ครอง
    วัด บางหว้าใหญ่ พร้อมทั้ง ทรงตั้งให้เป็น สมเด็จพระสังฆราช ด้วย

    กาลต่อมา ได้มีพระราชดำรัสสั่งให้ พระเถรานุเถระมา ประชุมกันที่ วัดบางหว้าใหญ่ อีก แล้วทรงอาราธนาให้ พระเถรานุเถระ ทั้งหลาย มี สมเด็จพระสังฆราช (สี) เป็นประธาน

    ทรงขอให้รับธุระสอบทานพระไตรปิฎก จึงได้มีการ สังคายนาพระไตรปิฎก จนสำเร็จ เรียบร้อยบริบูรณ์ เป็นต้นฉบับที่ถูกต้อง ตามพระราชประสงค์ ณ วัดบางหว้าใหญ่

    สมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี ขณะนั้น พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีพระชนม์ได้ ๓๓ พรรษา รับราชการอยู่ใน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มีบรรดาศักดิ์ เป็น พระราชวรินทร์ ตำแหน่ง เจ้ากรมพระตำรวจนอกขวา ทรงย้ายจาก บ้านอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม มาตั้งนิวาสสถาน อยู่ใกล้ๆ กับพระราชวัง ของ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี (ปัจจุบันคือกรมอู่ทหารเรือ)

    ต่อมาได้รับพระกระแสรับสั่งของ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ให้เป็นแม่ทัพ ไปตี เมืองโคราช ท่านจึงสั่งให้รื้อ หอพระตำหนัก กับ หอประทับนั่ง มาปลูกถวายไว้ที่ วัดบางหว้าใหญ่ ทางด้านทิศตะวันตก ของพระอุโบสถ หลังคามุงจาก ฝาสำหรวด กั้นห้องด้วยกระแชง

    ทั้งนี้ตาม ความตั้งพระทัยไว้แต่เดิมว่า จะยกถวายวัด (ปัจจุบัน พระอุโบสถหลังเก่า ยกขึ้นเป็น พระวิหาร เป็นสถานที่ ให้เช่าพระ)

    เมื่อล่วงรัชสมัยของ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีแล้ว พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ ราชสมบัติ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ แล้วได้ทรง ย้ายเมืองหลวง จาก กรุงธนบุรี มาตั้งใหม่ ทางฝั่งตะวันออก ของ แม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชื่อว่า
    กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ฯ

    และ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้อาราธนา สมเด็จพระสังฆราช (สี) ที่ถูกถอดยศ ในสมัยของ พระเจ้ากรุงธนบุรี มาครอง วัดบางหว้าใหญ่ ตามเดิม และ รับสั่งให้ พระสงฆ์ วัดบางหว้าใหญ่ และ วัดโพธาราม (ปัจจุบัน คือ วัดพระเชตุพน อยู่ตรงท่าเตียน) เข้ารับบิณฑบาต ใน พระราชวัง ผลัดเวรกัน วัดละ ๗ วัน สมเด็จพระสังฆราช (สี) นี้ จึงนับว่าเป็น ปฐมสังฆราช แห่งกรุงรัตนโกสินทร์


    ปรับปรุง จาก ข้อมูล และ ภาพ ของ วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร – http://www.watrakang.com/index.php

    คลิปจาก http://www.bangkoktourist.com – กองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร



    อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้อง กับ วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร ได้จาก

  • ชมหอไตร ไหว้หลวงพ่อโต กราบพระยิ้ม ที่ “วัดระฆัง”
    จาก ข้อมูล และ ภาพ ของ ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 สิงหาคม 2548 15:23 น. – http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9480000106979
  • วัดระฆัง-เว็ป
  • ประวัติ วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร
  • ประวัติ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรสี)
  • พระคาถาชินบัญชร
    จาก ข้อมูล และ ภาพ ของ วัดระฆังโฆษิตาราม วรมหาวิหาร
  • วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร วัดประวัติศาสตร์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดย ด.ญ.เกศทิพย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
    จาก ข้อมูล และ ภาพ ของ นิตยสารสกุลไทย ฉบับที่ 2515 ปีที่ 49 ประจำวัน อังคาร ที่ 31 ธันวาคม 2545
  • Murals at Wat Rakhang Khositaram (in Englisch)
  • วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร จาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.
  • Wat Rakhang Kositaram Woramahaviharn deutsch Wikipedia – Enzyklopädie
  • Wat Rakhang Kositaram Woramahaviharn Tiếng Việt Bách khoa toàn thư mở Wikipedia

  • ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    February 5, 2009

    MAKHA BUCHA DAY 2009 – วันมาฆบูชา 2552


    “ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์” เสด็จเปิดงาน วันมาฆบูชา

    วันนี้ (5 ก.พ.) เวลา 17.00 น. ณ มลฑลพิธี ท้องสนามหลวง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จโดย รถยนต์พระที่นั่ง จาก พระตำหนักจักรีบงกช อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ไปทรงเปิดงาน วันมาฆบูชา ประจำปี 2552

    สมเด็จพระเจ้าลูกเธภเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ภ??ครราชกุมารี ทรงเปิดงาน วันมาฆบูชา ประจำปี 2552

    สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี



    ซึ่งเป็นงานจัด นิทรรศการ ให้ความรู้ ด้านพุทธศาสนา และ การปฏิบัติธรรมให้ พุทธศาสนิกชน ตระหนักถึง ความสำคัญของ วันมาฆบูชา โดยงานดังกล่าว มีตั้งแต่ วันนี้ จนถึง วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2552

    astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 5 กุมภาพันธ์ 2552 20:53 น. http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000013749


    พิมพ์ ข่าวนี้ “ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์” เสด็จเปิดงานวันมาฆบูชา



    อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้อง

  • MAKHA BUCHA DAY – วันมาฆบูชา
    ได้จาก February 17, 2008 accomthailand @ 5:54 am
  • MAKHA BUCHA DAY - วันมาฆบูชา

    MAKHA BUCHA DAY - วันมาฆบูชา


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    September 26, 2008

    หลวงปู่พุทธะอิสระ แห่งวัดอ้อน้อย นำสิ่งของ ที่ได้จากการบิณฑบาต ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

    หลวงปู่พุทธะ�ิสระ นำสิ่งข�งบิณฑบาต ช่วยผู้ประสบภัย น้ำท่วม ปราจีนฯ

    หลวงปู่พุทธะอิสระ นำสิ่งของบิณฑบาต ช่วยผู้ประสบภัย น้ำท่วม ปราจีนฯ


    หลวงปู่พุทธะอิสระ นำสิ่งของบิณฑบาต ช่วยผู้ประสบภัย น้ำท่วม ปราจีนฯ


    ปราจีนบุรี – มูลนิธิธรรมอิสระ ร่วมกับ นายห้างผลิตภัณฑ์สมุนไพร ตราดอกบัวคู่ เดินสายมอบสิ่งของ ที่ได้รับจาก การบิณฑบาต ข้าวสาร อาหารแห้ง ออกช่วยเหลือ ผู้ได้รับความเดือดร้อน ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ จังหวัดปราจีนบุรี


    วันนี้ (26 ก.ย.) เวลา 14.00 น. มูลนิธิธรรมอิสระ โดย พระสุวิทย์ ธีระธัมโม หรือ หลวงปู่พุทธะอิสระ แห่งวัดอ้อน้อย ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ร่วมกับ บริษัทผู้ผลิต ยาสีฟัน และ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ตราดอกบัวคู่ได้เดินทาง นำสิ่งของ ที่ได้จากการบิณฑบาต ข้าวสาร อาหารแห้ง ที่เหลือใช้ เกินกว่าความจำเป็น ของ พระภิกษุสงฆ์ จาก วัดอ้อน้อย มาทำการบริจาค ช่วยเหลือ ต่อผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในเขต พื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จำนวน 572 ครอบครัว จาก พื้นที่ประสบภัย รวม 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ 1 ,2 และ 5 ในเขต ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี

    มูลนิธิธรรม�ิสระ ร่วมกับ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ตราด�กบัวคู่ นำ ข้าวสาร �าหารแห้ง ที่เหลื�ใช้ เกินกว่าความจำเป็น ข�ง พระภิกษุสงฆ์ จาก วัด�้�น้�ย มาทำการบริจาค

    มูลนิธิธรรมอิสระ ร่วมกับ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ตราดอกบัวคู่ นำ ข้าวสาร อาหารแห้ง ที่เหลือใช้ เกินกว่าความจำเป็น ของ พระภิกษุสงฆ์ จาก วัดอ้อน้อย มาทำการบริจาค


    หลวงปู่พุทธอิสระ กล่าวว่า สิ่งของที่นำมาบริจาค ในครั้งนี้ เป็นสิ่งของ ที่ได้จาก การบิณฑบาต ข้าวสาร อาหารแห้ง ที่เหลือจาก การแบ่งปัน กันไว้ สำหรับ พระภิกษุแล้ว และ ยังมีส่วน ที่เหลือ เกินกว่าความจำเป็น ต่อ พระภิกษุ ที่จะนำไปใช้ประโยชน์ จึงได้นำ สิ่งของดังกล่าว ออกมาบริจาค ให้การช่วยเหลือ แก่ ชาวบ้าน ผู้ได้รับความเดือดร้อน จากภัยน้ำท่วม ทั้งในเขต พื้นที่ จ.ปราจีนบุรี และ ลพบุรี


    โดยสิ่งของที่นำมาบริจาค ในครั้งนี้ ส่วนหนึ่ง ได้รับการช่วยเหลือเพิ่มเติม จาก นางสุนันทา ลีเลิศพันธุ์ ประธานกรรมการ บริษัทดอกบัวคู่ รองประธาน มูลนิธิธรรมอิสระ และ กลุ่มบริษัทเอเพ็คพลาสติกส์

     มูลนิธิธรรม�ิสระ บริจาคช่วยเหลื� ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในเขตพื้นที่ �.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จำนวน 572 คร�บครัว

    มูลนิธิธรรมอิสระ บริจาคช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในเขตพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จำนวน 572 ครอบครัว


    ซึ่งประกอบด้วย ข้าวสารอาหารแห้ง ยารักษาโรค และ ปัจจัยช่วยเหลือ ต่อผู้ประสบภัย ที่มีบางหมู่บ้าน ในพื้นที่ประสบภัย ยังได้รับ การช่วยเหลือ จาก หน่วยงาน อื่นไม่ทั่วถึง

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
    26 กันยายน 2551 20:17 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000114486


    พิมพ์ ข่าวนี้ หลวงปู่พุทธะอิสระ นำสิ่งของบิณฑบาต ช่วยผู้ประสบภัย น้ำท่วม ปราจีนฯ


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    September 24, 2008

    รักสามัคคีกัน เป็นของขวัญวันเกิดครบ 85 ปี หลวงพ่อคูณ

    หลวงพ่�คูณ ปริสุทโธ เจ้า�าวาสวัดบ้านไร่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์พิธีเปิด โรงพยาบาลสายใยรักแห่งคร�บครัว ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา �.เมื�ง

    หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์พิธีเปิด โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา อ.เมือง


    “พ่อคูณ” อยากให้ คนไทยรักสามัคคีกัน-เป็นของขวัญวันเกิดครบ 85 ปี


    ศูนย์ข่าวนครราชสีมา – หลวงพ่อคูณ อยากให้คนไทยรักสามัคคีกัน ไม่แตกแยกกัน เป็นของขวัญวันเกิด ครบรอบ 85 ปี ในวันที่ 4 ต.ค.นี้ ย้ำให้ พุทธศาสนิกชน หมั่นรักษา ศีล 5 ให้บริบูรณ์ เชื่อว่า นายกฯ สมชาย เป็นคนดี เผยคณะกรรมการวัดบ้านไร่ ร่วมทางจังหวัดฯ จัดงานคล้ายวันเกิด หลวงพ่อคูณ 3-4 ต.ค.นี้ เหมือนทุกปี ที่ผ่านมา พร้อมทำบุญใส่บาตรเงิน พระภิกษุสามเณร กว่า 2,000 รูป รวมไม่ต่ำกว่า 2-5 ล้านบาท


    วันนี้ (24 ก.ย.) ที่ตึกเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาล มหาราชนครราชสีมา พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) เจ้าอาวาส วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พิธีบวงสรวง อันเชิญ พระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก และ สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ซึ่งประดิษฐาน บริเวณหน้า อาคารศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษา พร้อม ฉันภัตตาหารเช้า


    จากนั้นได้เดินทางไปเป็นประธานฝ่ายสงฆ์พิธีเปิด “โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว” โดยมี นพ.สมชัย นิลพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา พร้อมด้วยแพทย์ พยาบาล นักศึกษาแพทย์ นักศึกษาพยาบาล บุคลากรสาธารณสุข และประชาชนร่วมพิธีกว่า 200 คน


    พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ) เปิดเผยว่า ในโอกาส วันคล้ายวันเกิด ครบ 85 ปี ในวันที่ 4 ตุลาคม 2551


    กูไม่เห็นอยากได้อะไร ในวันเกิด ด๊อกลูกหลานเอย … กูอยากเห็น คนไทยรักกัน สามัคคีกันเข้าไว้ คนไทยเรา ไม่เคยแตก ไม่เคยแยก มีแต่ ความสามัคคี และ ความดีต่อกัน อยู่เสมอต้น เสมอปลาย


    วันเกิดกูปีนี้ ฝากไปถึงญาติโยม เน้อว่า พยายาม รักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์ ก็พอใจแล้ว ถ้ารักตัว กลัวภัย ก็ต้องทำอย่างนี้เด้อ ลูกหลาน


    ต่อคำถาม ที่ว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ หลวงพ่อ เห็นว่าเป็นอย่างไร หลวงพ่อคูณ ตอบว่า กูก็ไม่รู้ว่า มันจะเป็นอย่างไร แต่ขอให้ เป็นคนดี ก็แล้วกัน ทุกคนก็อยากให้ บ้านเมืองเจริญ ทันต่อ เหตุการณ์บ้านเมือง ไปเถิด กูคิดว่า มันก็คนดี ส่วนการชุมนุม อะไรกัน กูว่าจะไปขัดแย้ง โต้แย้ง กันไป ทำไมเล่า มันไม่ได้ผล ไม่ได้ประโยชน์อะไร ที่จะไปโต้แย้ง แข่งดีอะไร กันเล่า หลวงพ่อคูณ กล่าว


    ผู้สื่อข่าว รายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับการจัดงาน วันคล้ายวันเกิด ให้กับหลวงพ่อคูณ ปีนี้ คณะกรรมการ วัดบ้านไร่ ได้เตรียมการ จัดงาน ร่วมกับ ทาง จังหวัดนครราชสีสมา โดย นายสุธี มากบุญ ผู้ว่าราชการ จังหวัดนครราชสีมา ไว้เรียบร้อยแล้ว


    ซึ่งกำหนดจัดงาน ที่วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ในวันที่ 3-4 ต.ค.นี้ ในรูปแบบ เหมือนทุกปีที่ผ่านมา โดย หลวงพ่อคูณ จะทำบุญ ปล่อยปลา ในวันที่ 3 ต.ค. และ เช้าวันที่ 4 ต.ค.หลวงพ่อคูณ จะทำบุญ ใส่บาตรเงิน แด่พระภิกษุสงฆ์ กว่า 2,000 รูป รวมเป็นเงิน ไม่ต่ำกว่า 2-5 ล้าน บาท และ มีมหรสพสมโภชน์ เช่น ลิเก หนังกลางแปลง ตลอดคืนทั้ง 2 วัน


    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2551 17:44 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113440


    พิมพ์ ข่าวนี้ “พ่อคูณ” อยากให้คนไทยรักสามัคคีกัน-เป็นของขวัญวันเกิดครบ 85 ปี


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    Next Page »

    Blog at WordPress.com.