Accom Thailand

February 9, 2009

Massive devastation in Australian bushfires – ไฟป่า ออสเตรเลีย ยังลุกลาม ยอดตาย พุ่งทะลุ 130


Massive devastation in Australian bushfires

YouTube

An emotional Kevin Rudd, Australia’s prime minister, has described the deaths of scores of people in wildfires as “mass murder”.


The fires spread through rapidly through communities in southern Australia, as desperate residents tried to flee the flames.


ไฟป่าออสเตรเลีย ยังลุกลาม ยอดตาย พุ่งทะลุ 130 บ้านเมือง พินาศ
เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าที่ยังคงลุกลาม�ย่างต่�เนื่�ง

เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าที่ยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง


เอเอฟพี – ทหาร และ เจ้าหน้าที่ ผจญเพลิง ยังต่อสู้กับไฟป่า ที่ยังคงลุกลาม หลายพื้นที่ ใน ออสเตรเลีย ซึ่งทำให้ มียอด ผู้เสียชีวิต เพิ่มขึ้น ไม่ต่ำกว่า 131 ราย บ้านเรือน หลายร้อยหลัง และ เมืองหลายแห่ง ถูกเผาผลาญ เป็นเถ้าถ่าน


เหตุไฟป่าครั้งนี้ กลายเป็น ครั้งร้ายแรงที่สุด ที่เคยเกิดขึ้นใน ประวัติศาสตร์ ของ ออสเตรเลีย สร้างความพินาศ ให้แก่ เมือง หลายเมือง และ ชีวิตผู้คน นับร้อย แต่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อว่า ต้องมี ใครบางคน เป็นต้นเพลิง ดังกล่าว

ไฟป่า ยังคง เผาผลาญอีกราว 31 จุด ในพื้นที่ ทางตะวันออกเฉียงใต้ ของ รัฐวิกตอเรีย ซึ่งเป็นบริเวณ ที่พบผู้เสียชีวิต ทั้งหมด และ ชุมชนต่างๆ ได้รับแจ้งเตือน ให้เตรียมพร้อมรับมือ กับไฟป่า ที่เผาทุกสิ่งทุกอย่าง ตลอดทาง ตามกระแส ที่ไม่แน่นอน

เพลิงนรกได้ผลาญพื้นที่ ราว 3,000 กิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่า ประเทศลักเซมเบิร์ก ทั้งประเทศ หรือเกือบ 3 เท่า ของเกาะ ฮ่องกง ด้วยสภาพอากาศ ที่ง่ายต่อการ ติดไฟ สาเหตุมาจาก คลื่นความร้อน

สำหรับ พื้นที่ประสบภัย จำนวนหนึ่ง ถูกปิดเทปเหลือง ล้อมรอบ สถานที่เกิดเหตุไว้ เพื่อให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หาข้อพิสูจน์ว่า ใครเป็น ผู้ก่อเหตุ เพลิงไหม้ ครั้งร้ายแรงที่สุด ของประเทศครั้งนี้ โดย
เควิน รัดด์ นายกรัฐมนตรี ของ ออสเตรเลีย ระบุว่า ผู้วางเพลิง นั้น จะต้องถูกตั้งข้อหา สังหารหมู่

ทั้งนี้ ใน วันอาทิตย์ ( 8 ) พวกนักผจญเพลิง หลายพันคน ต้องพยายามควบคุมเพลิง อย่างต่อเนื่อง มาเป็นวันที่ 2 ในขณะที่ ผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า เปลวเพลิง นั้นโหมสูงเท่ากับตึก 4 ชั้น และ ลุกลามไป อย่างรวดเร็ว เหมือนกับ ขบวนรถไฟด่วน ขณะเดียวกัน ก็พ่นเถ้าถ่านร้อนระอุ ออกไปไกล สุดสายตา ทีเดียว

ส่วนนักผจญเพลิง กล่าวว่า บ้านเรือน กว่า 750 หลังใน รัฐวิกตอเรีย ถูกเผาวอดวาย ในช่วงสุดสัปดาห์ ที่ผ่านมา โดยพื้นที่ ซึ่งได้รับ ความเสียหาย อย่างหนักที่สุด คือพื้นที่ ทางตอนเหนือ ของ เมืองเมลเบิร์น

นอกจาก มนุษย์ แล้ว สัตว์เลี้ยงใน ฟาร์ม บ้าน และ สัตว์ป่า นับพันๆ ตัว ก็ต้องมาสังเวยชีวิต ในไฟป่านรก ครั้งนี้ เช่นเดียวกัน


ขณะที่ ใน รัฐนิวเซาท์เวลส์ มีผู้ถูกตั้งข้อกล่าวหา ลอบวางเพลิง 2 คน เป็น

ชายวัย 31 ปี หนึ่งคน ถูกตั้งข้อหา เป็นต้นเหตุเพลิงไหม้ ในพื้นที่กว่า 495 เอเคอร์ใน พีทส์รดจ์ ทางเหนือของซิดนีย์ และจะ ขึ้นศาลใน วันนี้ (9) ส่วนอีกคนเป็น เด็กชายวัย 19 ปี ถูกล่าวหาว่า จุดชนวนระเบิด จนทำให้เพลิงไหม้ใน บลูเมาเทนส์

อันที่จริง การเกิดไฟป่า เป็นภัยธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นใน ออสเตรเลีย ทุกปี แต่เนื่องจากใน ปีนี้สภาพอากาศร้อนรุนแรง เกิดภัยแล้ง และ มีเศษกิ่งไม้แห้ง มากมาย บวกกับ ต้นยูคาลิปตัส ที่เป็นพืชพื้นเมืองของ แดนจิงโจ้ ก็เป็นต้นไม้ ที่มีน้ำมัน จึงกลายเป็น เงื่อนไขสำคัญ ที่ทำให้เกิด ไฟป่าลุกลาม และ ยังทำให้ รัฐบาลถูกกดดันอย่างหนัก ให้เอาจริง กับ นโยบาย การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ด้วย

News Source :: AlJazeeraEnglish
Al Jazeera’s Tarek Bazley reports 9 Feb 09.

คลิปจาก http://www.youtube.com/watch?v=Hyq8_sNMX4

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 9 กุมภาพันธ์ 2552 10:08 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014638


พิมพ์ ข่าวนี้ ไฟป่าออสเตรเลียยัง ลุกลาม ยอดตาย พุ่งทะลุ 130 บ้านเมือง พินาศ


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

February 7, 2009

Heavy Flooding in Northeastern Australia


Heavy Flooding in Northeastern Australia


YouTube

ZHANG: In Australia, residents in northeastern Queensland continue cleaning up today after devastating floods. Heavy rain since Monday has seen many towns virtually submerged and thousands of homes have been declared flood affected.


STORY:
Although rain subsided on Wednesday the fourth after tropical cyclone Ellie passed through, the water level remained high in low-lying towns in northeast Australia, with many towns virtually underwater.

62 percent of the more than one million square kilometers of Queensland is still a declared disaster zone.

Thousands of homes have been declared flood-affected and the damage bill is around $70 million U.S. dollars.

In Ingham, one of the worst hit towns, residents are pitching in to help each other clean up after the deluge.

One local resident who was glad a group of men had given up their beer to help her clean up the damage in her home.

[Local Resident]:
“Everybody pitches in and helps and they were on the way to the pub.”

[Local Resident]:
“You always chuck your hand in there, it doesn’t hurt.”

Queensland premier Anna Bligh toured Ingham today and says many transport routes were still cut off from the rain, leaving residents relying on boats to get around.

[Anna Bligh, Queensland Premier]:
“Currently the road is still cut, the rail is cut, and it’s likely to be several days before we can get full transport links reopened but we do have a monsoonal trough sitting off the coast and no-one is out of the woods yet we might see a lot more rain before this is over.”

The flooding started last December, and has continued, being fed by a series of rain depressions and a cyclone. A low depression off the coast is currently threatening to form into a cyclone, bringing even more rain.

News Source :: http://www.youtube.com/ntdtv February 07, 2009
http://www.youtube.com/watch?v=POtwftxrX1k


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Australian bush fires have killed dozens of people


Australian bush fires have killed dozens of people

YouTube

Australian bush fires have killed dozens of people and burnt hundreds of homes in the worst fire disaster in three decades.

News Source ::http://www.euronews.net February 07, 2009


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

January 21, 2009

Bushfires Threaten Homes in Australia


Bushfires Threaten Homes in Australia

YouTube

Bushfires are threatening homes in Melbourne and a school in Sydney Australia due to searing hot dry conditions around the country. The fires raged across the country yesterday.


Melbourne and Sydney recorded highs of up to 40 degrees Celsius, or 104 degrees Fahrenheit, with dry winds fanning the flames.

The Melbourne bushfire burnt five hectares of bushland near a heavily populated area south of the city before more than 100 firefighters brought it under control with the help of waterbombing equipment and hoses.

Local media also reported that the fire came within 100 meters of residential properties. No damage was reported to homes and there were no evacuations.

In Sydney, firefighters worked to contain three fires, one in the city’s north and the other two to the west of the city.

Fire authorities say the Sydney fires were most likely started by a cigarette butt and arson.

Authorities expect the hot, dry conditions to continue during the week and warn residents of Sydney and Melbourne to be on high alert for bushfires.

News Source :: http://www.youtube.com/ntdtv 21 Jan 2009
http://www.youtube.com/watch?v=N-Ts7pcJJZw


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 27, 2008

สวทช. สนับสนุนมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต ให้เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งชาติ เพิ่มการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าและน้ำร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หลังนำร่องโครงการไบโอดีเซลชุมชน เพื่อขยายผลมหาวิทยาลัยสีเขียวแห่งแรกของประเทศ โดยน้ำร้อนที่ผลิตได้สามารถนำไปใช้ผลิตไบโอดีเซลสำหรับรถโดยสารภายใน วิทยาเขตรังสิต
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ หรือ MTEC เป็นศูนย์วิจัยหลักของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ที่ได้เข้าไปสนับสนุนมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต ให้เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว หรือ Green Campus แห่งแรกของประเทศ โดยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้เปิดตัวเครื่องจักรผลิตไบโอดีเซลชุมชน ขนาดกำลังผลิต 100 ลิตรต่อวัน ที่นำน้ำมันพืชใช้แล้วมาผลิตเป็นไบโอดีเซลใช้กับรถโดยสารภายในวิทยาเขตรัง สิต
ล่าสุด เพื่อเป็นการขยายผล Green Campus ที่วิทยาเขตรังสิตอย่างครบวงจร รศ.ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ผู้อำนวยการ MTEC สวทช. และ ดร.มัทนา สานติวัตร อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ร่วมในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงานทด แทนด้วยเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องที่ สวทช.ได้เพิ่มการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าและน้ำร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ (PV/T) โดยสามารถเชื่อมโยงกับกระบวนการผลิตไบโอดีเซล นับเป็นระบบแรกที่ทำสำเร็จในทวีปเอเชีย
ผู้อำนวยการ MTEC สวทช. กล่าวว่า ระบบนี้เป็นการนำงานวิจัยโซลาร์เซลล์ไปสู่การใช้ประโยชน์ในชุมชนได้อย่างแท้ จริง ทั้งยังผลิตได้ทั้งน้ำร้อนและไฟฟ้า พร้อมสนับสนุนพลังงานทดแทนเพื่อทดแทนการใช้น้ำมัน ทั้งนี้นอกจากความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ แล้ว สวทช.จะขยายผลไปสู่ชุมชนที่เหมาะสมต่อไป
ด้าน ดร.มัทนา สานติวัตร อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า โครงการ Green Campus ทำให้มหาวิทยาลัยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและลดมลพิษ นอกจากนี้ยังเป็นความร่วมมือที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้เทคโนโลยีพลังงานทดแทน โดยเฉพาะช่วยประหยัดพลังงาน เพราะระบบ PV/T ที่ติดตั้งนี้ สามารถผลิตน้ำร้อนไปใช้ในการผลิตไบโอดีเซล ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานที่ต้องใช้ในการให้ความร้อนในถังปฏิกิริยาของเครื่อง ส่วนไฟฟ้าที่ผลิตได้จะต่อเข้ากับสายส่งของการไฟฟ้า ซึ่งช่วยลดการใช้ไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยอีกด้วย
สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ สวทช.ได้มอบหมายสถาบันพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ SOLARTEC ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่มี ประสิทธิภาพสูงและต้นทุนต่ำ ให้มาร่วมสนับสนุน โครงการ Green Campus ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยในพื้นที่ใกล้เคียงที่ตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ของ สวทช. ที่รังสิต จังหวัดปทุมธานี สอดคล้องเจตนารมณ์ของการก่อตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ ในการประสานความร่วมมือการวิจัยกับมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรมในบริเวณโดย รอบอุทยานวิทยาศาสตร์

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 26, 2008

Halve Emissions by 2050 – จี 8 ให้มีข้อตกลง การปล่อยก๊าซ ที่ทำลายชั้นบรรยากาศ

บรรดารัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมจากกลุ่มประเทศ อุตสาหกรรม 8 ประเทศหรือจี 8 เรียกร้อง ที่เมืองโกเบ ของญี่ปุ่นในวันนี้ ให้มีข้อตกลงเพื่อลดการปล่อยก๊าซ ที่ทำให้เกิดสภาวะเรือนกระจกลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2593

โดยประกาศว่า ประเทศที่พัฒนาแล้ว ควรจะเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาโลกร้อน แถลงการณ์ของรัฐมนตรีจากกลุ่มจี 8 ซึ่งมีเป้าหมาย เพื่อเตรียมการดำเนินการกับ การเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศโลก ในที่ประชุมของกลุ่ม จี 8 ที่กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ในเดือนกรกฎาคมนี้

ยังได้เรียกร้องให้ลดการส่งก๊าซ ที่ทำลายชั้นบรรยากาศจำนวนครึ่งหนึ่งตามเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2543 แม้ว่าจะไม่มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนลงไปก็ตาม

การประชุมนาน 3 วันครั้งนี้ที่ประชุมยังได้พยายามเป็นอย่างยิ่ง เพื่อทำให้เกิดแรงผลักดันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทำให้การเจรจาภายใต้ การนำของสหประชาชาติ ในเรื่องข้อตกลงโลกร้อนขึ้น ฉบับใหม่ ที่มีขอบเขตกว้างขวางมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

kobe_25may08

A man looks at smoke emitted from a factory area in Kobe, western Japan May 25, 2008. Japan urged rich countries on Sunday to take the lead in the fight against global warming by setting bold national targets to cut greenhouse gas emissions by well over 50 percent by 2050. REUTERS/Yuriko Nakao

KOBE, Japan (Reuters) – Environment ministers from the G8 rich nations on Monday urged their leaders to set a global target to halve greenhouse gas emissions by 2050, a small but vital step in the fight against climate change.

But they stopped short of suggesting specific interim targets ahead of 2050, a key demand of developing countries in tough U.N.-led talks to forge a new treaty on global warming by the end of next year. [Read full story from REUTERS]

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ Reuters


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

การประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง ในชั้นบรรยากาศโลกที่เมืองโกเบ ของกลุ่มจี 8

รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของประเทศอุตสาหกรรม ชั้นนำ 8 ประเทศหรือจี 8 ได้จัดการประชุมเป็นครั้งที่ 2 ในวันนี้ ท่ามกลาง แรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อจัดการเจรจาว่าด้วยข้อตกลงนานาชาติ เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน

หลังจากเมื่อวานนี้ ที่ประชุมได้เริ่มต้นการเจรจา เรื่องการเปลี่ยนแปลงของ ชั้นบรรยากาศโลก เป็นวันแรกที่เมืองโกเบ ของญี่ปุ่น ร่วมกับ รัฐมนตรีจากประเทศสมาชิกประเทศอื่น และประเทศที่ส่งผู้แทนเข้าร่วม

สังเกตการณ์หลายประเทศซึ่งมีจีนรวมอยู่ด้วย ทางด้านนายอีโว เดอ โบเออร์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านชั้นบรรยากาศของโลก ของสหประชาชาติ ได้ขอให้รัฐมนตรี เหล่านี้ สร้างแรงผลักดันขึ้นใหม่เพื่อต่อสู้กับการแก้ไขปัญหาโลกร้อนขึ้น

ซึ่งนักวิทยาศาสตร์หลายคนกล่าวว่า จะส่งผลกระทบต่อพันธุ์และสัตว์ของโลก ทำให้เกิดพายุและความแห้งแล้ง ตลอดจน ทำให้เกิดน้ำท่วมประเทศที่เป็นเกาะ อันเป็นผลมาจากปริมาณในมหาสมุทร เพิ่มมากขึ้น

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 24, 2008

กลุ่มจี 8 เริ่มการหารือ เรื่องการเปลี่ยนแปลงของ ภูมิอากาศแล้ว

วันนี้รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของกลุ่มประเทศ อุตสาหกรรมชั้นนำ 8 ชาติหรือจี 8 และประเทศที่มีบทบาททางเศรษฐกิจหลายประเทศเช่น จีน อินเดีย อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ ได้เริ่มการประชุมกันที่เมืองโกเบของญี่ปุ่นเพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของ สภาพภูมิอากาศ การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นนาน 3 วันและญี่ปุ่นคาดหวังว่า ที่ประชุมจะสามารถกำหนดแนวทางการเจรจาสำหรับการทำข้อตกลงฉบับใหม่ใช้แทนสนธิ สัญญาเกียวโตได้ระหว่างการประชุมสุดยอดกลุ่มจี 8 ที่ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพในวันที่ 7 ถึง 9 กรกฎาคมนี้ ซึ่งนายอิชิโร่ โคโมชิตะ รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่นกล่าวก่อนการประชุมว่า กลุ่มจี 8 ต้องการชี้แจงให้ประเทศต่างๆ ได้รับทราบเกี่ยวกับท่าทีของกลุ่มที่มีต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยน แปลงของสภาพภูมิอากาศ และต้องการกระตุ้นประเทศกำลังพัฒนาร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย

สถานการณ์ป่าไม้และน้ำของประเทศไทย

การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 29 เมษายน 2551 ที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์ทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ จากการรายงานของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า ปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้มีประมาณ 104 ล้านไร่เศษ หรือคิดเป็นร้อยละ 32 ของพื้นที่ทั้งประเทศ จากเดิมที่เคยมีในปี พ.ศ.2504 ราว 171 ล้านไร่ ลดลงเกือบ 70 ล้านไร่ ซึ่งจากการลดลงของพื้นที่ป่าไม้ และความเสื่อมโทรมของทรัพยากรป่าไม้ ก่อให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในภาคเกษตรและอุตสาหกรรม เกิดภาวะน้ำท่วม ขาดแหล่งไม้ใช้สอย อาหาร ยา รายได้ รวมถึงภาวะโลกร้อนและภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้กำหนดการเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศไทยจากปัจจุบัน 104 ล้านไร่ เป็น 128 ล้านไร่
สำหรับการดูแลพื้นที่ป่าซึ่งยังเหลืออยู่ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ตรวจตราเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดจัดตั้งด่านสกัดร่วมในพื้นที่ สร้างเครือข่ายประชาชนในพื้นที่ ติดตามการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าโดยใช้ดาวเทียม และการแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าแห่งชาติ ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่กำกับการดำเนินงานป้องกัน และปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ในภาพรวมของประเทศ ขณะเดียวกันก็จะส่งเสริมให้มีการปลูกและฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ รวมทั้งการจัดทำโครงการรักษ์น้ำ รักษ์ป่า ร่วมใจถวายพระแม่ของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 76 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม 2551 ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปี จะปลูกป่าให้ได้กว่า 22 ล้านไร่
ส่วนทางด้านสถานการณ์น้ำ นั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบว่า ขณะนี้สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำในอ่างทั้งหมดประมาณ 44 ล้านลูกบาศก์เมตร น้อยกว่าปีที่แล้ว 5 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 6 ล้านกว่าลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 48 ของความจุของอ่าง ขณะที่เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ มีประมาณน้ำในอ่าง 4 ล้านกว่าลูกบาศก์เมตรหรือร้อยละ 45 ของความจุของอ่าง และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี มีน้ำในอ่างเพียงร้อยละ 27 ของความจุของอ่าง หรือ 262 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้แล้วอ่างเก็บน้ำต่างๆ ในทุกภาคของประเทศ มีปริมาณน้ำในอ่างต่ำกว่าร้อยละ 30 ของความจุของน้ำในอ่าง คาดการณ์ว่าจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ จะมีปริมาณน้ำที่ใช้การได้เพียง 51 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น.
โอภาส เสวิกุล เรียบเรียง

May 19, 2008

กลุ่มจี.-8 จะหารือเกี่ยวกับ การกำหนดเป้าหมาย การลดก๊าซเรือนกระจก

รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของประเทศอุตสาหกรรม ชั้นนำ 8 ชาติ หรือจี.-8 และประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ รวมทั้งจีนและอินเดียจะร่วมกันประชุมที่เมืองโกเบ ของญี่ปุ่นในวันเสาร์นี้เพื่อหารือเกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซ เรือนกระจก แต่ประเทศเหล่านี้ยังมีปัญหาขัดแย้งถึงความจำเป็นที่จะต้องกำหนดเป้าหมายการ ลดก๊าซลงให้ได้ครึ่งหนึ่งภายในปี 2593 ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้นำกลุ่มจี.-8 ก็เห็นพ้องต้องกันที่จะพิจารณาการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซอย่างจริงจัง ระหว่างการประชุมสุดยอดที่เยอรมนีเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งข้อเสนอนี้ได้รับการสนับสนุนจากญี่ปุ่น สหภาพยุโรปและแคนาดา แต่ประเทศกำลังพัฒนาไม่เห็นด้วย หากสหรัฐไม่ยอมดำเนินการมากขึ้นเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นก๊าซที่ทำให้โลกร้อน

Next Page »

Blog at WordPress.com.