Accom Thailand

February 8, 2009

กก. สิทธิฯ หนุน “มาร์ค” คลี่ คดีทนายสมชาย หวัง กู้ภาพละเมิดสิทธิ

Filed under: ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีทนายสมชาย,คดีอาญา,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คำพิพากษา,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ชายแดนภาคใต้,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ธรรมาภิบาล,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,สิทธิมนุษยชน,องค์กรสิทธิมนุษยชน,อาชญากรรม — accomthailand @ 14:56
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

กก. สิทธิฯ หนุน “มาร์ค” คลี่คดีทนายสมชาย หวังกู้ภาพละเมิดสิทธิ

คณะกก.รณรงค์ เพื่อสิทธิมนุษยชน หนุนรัฐบาล เร่งคลี่คลาย คดีอุ้มทนายสมชาย ชี้ จะช่วยกู้ภาพ ละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ตกต่ำ เชื่อ คดี เป็น พฤติการณ์ ระดับนโยบาย เกี่ยวพันหลายส่วน แนะโยกย้าย คนเตะถ่วงออก ทั้ง ดีเอสไอ – สตช. พร้อมจี้ แก้กฎหมาย เอาผิด คดีอุ้ม เทียบเท่า เจตนาฆ่า


วันนี้ (8 ก.พ.) นายเมธา มาสขาว เลขาธิการ คณะกรรมการรณรงค์ เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) กล่าวว่า ขอเป็นกำลังใจให้ นายกรัฐมนตรี เร่งคลี่คลาย คดีการอุ้ม ทนาย สมชาย นีละไพจิตร ให้โลกรับรู้ ก่อนครบรอบ 5 ปี ในเดือนมีนาคม นี้ ซึ่งจะสร้าง ความต่าง จาก รัฐบาล ในอดีต และ สามารถกู้ภาพลักษณ์ สิทธิมนุษยชน ที่ตกต่ำลง ในขณะนี้ได้

แต่คดีนี้มี เจ้าหน้าที่รัฐ ที่อาจเข้ามาเกี่ยวข้องหลายคน จนรัฐบาล จะทำคดีแบบปกติไม่ได้ ทั้งนี้ ที่ นายกรัฐมนตรี บอกว่า มีการเตะถ่วงคดี นั้น ขณะนี้ ก็ยังมีความพยายามอยู่

ไม่ใช่ เฉพาะจาก นักการเมืองในอดีต แต่ผู้เกี่ยวข้องบางส่วน ยังอยู่ในอำนาจ เพราะ การอุ้มทนายสมชาย เป็นการกระทำ ในระดับนโยบาย

นายสมชาย นีละไพจิตร �ดีตทนายความ นักสิทธิมนุษยชน ที่ถูก�ุ้มหายไป

นายสมชาย นีละไพจิตร อดีตทนายความ นักสิทธิมนุษยชน ที่ถูกอุ้มหายไป


นายเมธา กล่าวอีกว่า ตนอยากจะเตือนความจำให้ นายกรัฐมนตรี ว่า อดีตผู้ต้องหา 5 ราย เป็น ตำรวจต่างสังกัดกัน คือ


พ.ต.ต.เงิน ทองสุก,

พ.ต.ท.สินชัย นิ่มปุญญกำพงษ์,
จ.ส.ต.ชัยเวง พาด้วง,
ส.ต.อ.รันดร สิทธิเขต และ
พ.ต.ท.ชัดชัย เลี่ยมสงวน


แต่เมื่อ วันที่ 12 มกราคม 2549 ศาลตัดสินจำคุก
พ.ต.ต.เงิน ทองสุก คนเดียว ในข้อหาขืนใจ ทำให้สูญเสียอิสรภาพ แต่ผู้ต้องหา ที่เหลือ ยกฟ้อง เนื่องจาก ไม่มีหลักฐาน ที่เพียงพอ แต่ระบุใน สำนวนคดีว่า การอุ้ม เกิดจาก การกระทำร่วมกัน กับบุคคล 3-5 คน

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ ยังไม่สามารถ สอบสวนต่อได้ว่า ใครเกี่ยวข้องบ้าง ขณะที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เคยแถลงว่า มีหลักฐาน ที่จะจับกุมเพิ่ม ได้มาก กว่า 10 ราย แต่เรื่อง ก็เงียบหายไป และ อดีตผู้ต้องหา บางส่วน ยังได้รับความดีความชอบ ในราชการ ต่อไป จนที่ผ่านมา มีข้อครหาว่า มีการใช้ อำนาจ เข้าแทรกแซง สำนวนสอบสวน และ หลักฐานต่างๆ มากมาย เพื่อสู้คดี ในชั้นศาล

ดังนั้น เรื่องการอุ้ม ทนายสมชาย จึงเป็นการทำ ในระดับนโยบาย ของ ฝ่ายความมั่นคง ที่เกี่ยวข้อง กับ นโยบาย ในการแก้ไข ปัญหาความไม่สงบ ในภาคใต้ ของ รัฐบาลทักษิณ

นี่เป็นปัญหา ของการเตะถ่วงคดี ที่แท้จริง ที่รัฐบาล จะต้องทำ แบล็กลิสต์เจ้าหน้าที่ และ นักการเมือง ที่เป็นถุงมือดำ ให้ชัดเจน


เขายังระบุ อีกว่า รัฐบาล จะต้องโยกย้าย เจ้าหน้าที่รัฐ ในกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ สตช. ที่อาจจะเป็นปัญหา ของการเตะถ่วงคดี ออกด้วย และ เฝ้าระวัง การทำลาย หลักฐาน สำนวนสอบสวนสืบสวน ต่างๆ รวมถึง การดำเนินการ ปฏิรูปตำรวจ และ กระบวนการยุติธรรม ทั้งระบบ

คดีที่ ตำรวจ มีส่วนเกี่ยวข้อง ตำรวจ จะต้องไม่สืบสวน สอบสวนกันเอง จะต้องมี คณะสอบสวน ที่มาจาก ภายนอกด้วย โดยมี องค์ประกอบของ ทนายความ อัยการ และ ศาล และ จะต้องแก้กฎหมาย ให้เอาผิด คดีอาญา ในคดีอุ้มหาย เทียบเท่าการ คดีเจตนาฆ่า ได้เหมือนในหลายประเทศ เพราะจะเป็นช่องว่าง ให้เกิดการอุ้มหาย แล ะทำลายศพ โดยเอาผิด ผู้ต้องหาไม่ได้

เพราะ สามารถฟ้องเพียง ในฐาน ร่วมกันปล้นทรัพย์ และ ข่มขืนใจผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้าย แต่ไม่สามารถ ตั้งข้อหา ฆาตกรรม หรือ ข้อหาอื่น ที่หนักกว่าได้ เนื่องจาก ยังไม่พบศพ หรือ หลักฐาน ที่บ่งชี้ว่า ทนายสมชาย ตายแล้ว

ทั้งนี้ ครส. และ คณะทำงาน ยุติธรรมเพื่อสันติภาพ จะแถลงปัญหา คดี ดังกล่าว และ กรณีภาคใต้ ซึ่งสำนักงานของ คณะทำงานยุติธรรม เพื่อสันติภาพ ถูกทหาร กองทัพภาคที่ 4 บุกค้นที่ ปัตตานี ในวันพรุ่งนี้ และ จะเข้าพบ รัฐมนตรียุติธรรม เพื่อปรึกษาหารือ คดีต่างๆ ใน วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ นี้

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 กุมภาพันธ์ 2552 19:25 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014552


พิมพ์ ข่าวนี้ ครส. หนุน “มาร์ค” คลี่คดี “ทนายสมชาย” แนะ ย้ายคนเตะถ่วง



อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้องได้จาก

  • “อภิสิทธิ์” แฉ อดีต คดี “สมชาย” ไม่คืบ เพราะมีสัญญาณให้เตะถ่วง
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 กุมภาพันธ์ 2552 14:39 น.
  • อังคณา นีละไพจิตร ลงร่วม สังเกตการณ์ ตรวจพื้นที่ จ.ราชบุรี เกี่ยวโยงกับ คดีอุ้มฆ่า ทนายสมชาย สามี
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2552 16:40 น.
  • “อังคณา” จี้สอบ การหายตัวไปของ “พ.ต.ต.เงิน ทองสุก” หนึ่งในผู้ต้องหา ทีมอุ้มทนายสมชาย
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2551 17:51 น.
  • 4 ปี แห่งการหายตัวไป ของ “ทนายสมชาย” กับ อำนาจรัฐ!
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 12 มีนาคม 2551 08:13 น.

  • ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    February 7, 2009

    อังคณา นีละไพจิตร ลงร่วม สังเกตการณ์ ตรวจพื้นที่ จ.ราชบุรี เกี่ยวโยงกับ คดีอุ้มฆ่า สามี


    “อังคณา” ชี้ คดีอุ้มทนายสมชาย สุดอืด การเมือง แทรกซ้ำซาก!
    �ังคณา ชี้ คดี�ุ้มทนายสมชาย สุด�ืด

    อังคณา นีละไพจิตร ชี้ คดีอุ้มทนายสมชาย สุดอืด


    “เมียทนายสมชาย” ลงร่วม สังเกตการณ์ ตรวจพื้นที่พบ กระดูก-ตะปู ที่คาดเป็น จุดเผาทำลายศพสามี กับ คณะทีมงาน “ธานี-พีระพันธุ์” ชี้ คดียังอืด เพราะมีการเมืองแทรก เรียกร้องให้ “แม้ว” ผู้รู้ดีว่า ทนายสมชายเสียชีวิต มาร่วมเป็นพยาน ในคดี แต่ที่ผ่านมา ดีเอสไอ เมินเฉยไม่ร่วมมือ


    วันนี้ ( 7 ก.พ.) ก่อนที่ คณะทำงาน ชุด พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. และ คณะนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม โดยมี แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจน์สุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดี ดีเอสไอ พร้อมทีมงาน จะเดินทางไป จ.ราชบุรี เพื่อตรวจสอบพื้นที่ 2 จุด ที่ชุดสืบสวนพบ เศษชิ้นส่วน โครงกระดูกมนุษย์


    โดยจุดแรกอยู่ใน พื้นที่ ทำลายวัตถุระเบิด ของทหาร จุดที่ 2 ท่าน้ำร้านอาหารเรือนแพ ซึ่งตั้งอยู่ ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง


    ซึ่งข้อมูลเบื้องต้น ระบุว่า เศษชิ้นส่วนโครงกระดูก ที่เคยเจอมี ดีเอ็นเอ ตรงกัน แต่ยังไม่ทราบผลว่า ดีเอ็นเอ ตรงกับ นายสมชาย หรือไม่


    วันนี้ เมื่อเวลา ประมาณ 15.00 น. ที่ค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี รมว.ยุติธรรม จึงลงตรวจสอบพื้นที่ ที่เคยพบ เศษกระดูกมนุษย์ และตะปู อีกครั้ง ซึ่งน่าจะ เกี่ยวโยงกับ คดีอุ้มฆ่า นายสมชาย นีละไพจิตร อดีตทนายความ นักสิทธิมนุษยชน ที่ถูกอุ้มหายไป

    เนื่องจาก รับเป็นทนายความ ให้ผู้ต้องหาคดีความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อมา นางอังคณา นีละไพจิตร ภรรยา ทนายสมชาย ได้เดินทาง มา เพื่อร่วม ดูการตรวจสอบพื้นที่ของ คดีอุ้มฆ่านายสมชาย ด้วย

    โดยกล่าวว่า ตนเองเชื่อว่า ถ้าคณะกรรมการสอบสวน เข้าทำงาน ด้วยความมีอิสระแท้จริง ก็จะมีข่าวดีได้ ซึ่งขณะนี้ ก็มีข่าวดีบ้าง คือ พบ ชิ้นส่วน กระดูกมนุษย์ แต่ตนยังเสียใจว่า อธิบดี ดีเอสไอ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง น่าจะแจ้งให้ ผู้เสียหาย ทราบบ้าง

    อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่า คดีนี้ยังมีความล่าช้า เนื่องจาก มีการแทกแซง ทางการเมือง ตลอดเวลา ซึ่งเมื่อ การเมืองเปลี่ยน ด้านโยบายทำคดี ก็เปลี่ยน ตามไปด้วย

    พ.ต.ต.เงิน ท�งสุก (เสื้�ขาว)ในวันที่ถูกพิพากษา

    พ.ต.ต.เงิน ทองสุก (เสื้อขาว)ในวันที่ถูกพิพากษา


    โดยรัฐบาล ที่ผ่านมา ดีเอสไอ ถูกกดดัน อย่างหนัก ดังนั้น ตนขอตั้งคำถามผ่านถึง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ว่าจะมี วิธีการอย่างไร ช่วยเหลือ คนที่มีปัญหากับ เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้หมดหวัง ทำอย่างไรให้ พยานกล้าพูด โดยเฉพาะข่าว การถูกกระแสน้ำพัดพา พ.ต.ต.เงิน ทองสุก จำเลย คดีอุ้มทนายสมชาย จนลือว่า หายสาบสูญไปแล้ว แต่ยังไม่มีใคร พบศพดังกล่าว ตนก็ยังเชื่อว่า พ.ต.ต.เงิน ไม่ได้หายไปไหน

    “มีความหวังมากขึ้น จากที่ผ่านมา จากคำพูด ฟ้าเปิดแล้ว ของ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ เชื่อว่า ผู้เสียหาย จะเข้าถึง พยานหลักฐาน ได้มากขึ้น แม้ยังไม่รู้ ท้ายที่สุด จะได้อะไรหรือไม่ แต่อย่างน้อยบอกไว้ว่า ประชาชนที่โดนอุ้ม ญาติพี่น้อง จะเรียกความเป็นธรรม ที่ไหน รัฐ จะรับผิดชอบ อย่างไร ที่ผ่านมาให้ ดีเอสไอ ทำหนังสือถึง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เป็นพยานของ คดีนายสมชาย เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ว่า นายสมชาย เสียชีวิตแล้ว จึงเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะมี หลักฐานสำคัญ แต่ที่ผ่านมา ดีเอสไอ ไม่เคยเชิญ พ.ต.ท.ทักษิณ มาเป็นพยาน และ อีกเรื่องที่ ป.ป.ช. เรียกสอบพยาน ของคดี ปล้นปืนภาคใต้ จนขณะนี้ ยังไม่สรุป ล่าช้ามาก ขอเรียกร้องให้ เร่งดำเนินการด้วย” นางอังคณา กล่าว

    ด้าน นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ คดีนายสมชาย กล่าวว่า ปัญหาของ การสอบสวนคดีนี้ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า มีผู้มีอำนาจ คนใด เกี่ยวขอ้งบ้าง ดังนั้น รมต. จะทำอย่างไร ไม่ให้ผู้มีอำนาจ เข้ามาเกี่ยวข้อง กับ คดีนี้ เพราะว่า ยังเกิดการแทรกแซง อยู่การดำเนินคดี ก็ล่าช้า

    ต่อมาเวลา เมื่อเวลา 17.00 น. นายพีระพันธุ์ ได้เดินทางไปยัง สถานที่เผาทำลายวัตถุระเบิด เขาหลวง (โป่งอีเก้ง) จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นหุบเขา อยู่ใน เขต พื้นที่ทหาร โดยภายใน บริเวณดังกล่าว ดีเอสไอ และ สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ เคยเข้าขุดหา เศษซากชิ้นส่วนกระดูก

    ซึ่งล่าสุดพบ เศษกระดูกมนุษย์ และ ตะปู ถูกเผาไหม้ และ ฝังอยู่บริเวณดังกล่าว โดย พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้ชี้แจงว่า การขุดค้น พบตะปู คลิปหนีบกระดาษ โดยผลการตรวจ เปรียบเทียบเป็น ตะปูที่มีลักษณะถูกเผาไหม้ ด้วยน้ำมันเบนซิน เช่นเดียวกับ ตะปู และ โครงกระดูก ทีพบใน แม่น้ำแม่กลอง

    โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรมได้จุดธูป เคารพบริเวณดังกล่าวด้วย จากนั้น นายพีระพันธุ์ ได้เดินทาง มายัง ร้านอาหารเรือนแพ ตั้งอยู่ เชิงสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งเป็นอีกจุด ที่ งม พบถุงปุ๋ย บรรจุ เศษโครงกระดูก แขน ขา กระโหลกศีรษะ และ ตะปู ซึ่งถูกเผาไหม้ ด้วยความร้อนสูง

    นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า จะเร่งดำเนินการ อย่างเต็มที เพราะหลักฐาน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ชิ้นส่วนที่พบ ยังไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นชิ้นส่วน ของ นายสมชาย หรือไม่ โดยต้อง รอผลการตรวจพิสูจน์ เป็นเวลา 5 วัน แต่วัตถุ ที่พบ น่าเชื่อได้ว่าเพียงพอว่า นายสมชาย เสียชีวิต แล้วหรือไม่

    ส่วนการจุดธูป ไม่ได้อธิษฐาน ขออะไร แต่เป็นการเคารพ ผู้เสียชีวิต ในบริเวณดังกล่าว เพราะได้รับรายงานว่า เป็นพื้นที่ ที่มีการนำศพ มาเผาทำลาย ดังนั้น จะประสานยัง กองทัพบก ให้นำกำลัง มาช่วยตรวจค้น อย่างละเอียด

    นอกจากนี้ จะประสานให้ กองทัพเรือ นำเครื่องสแกนใต้น้ำ มาช่วยตรวจพิสูจน์ แม่น้ำแม่กลอง

    ขณะที่ นายสุทธิ พยัคฆ์ อายุ 68 ปี อาชีพ งม หาของเก่า ในแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งดีเอสไอ ว่าจ้าง ให้ดำน้ำงมหาหลักฐาน ใต้พื้นน้ำแม่กลอง กล่าวว่า พบ ถุงปุ๋ยใส่เศษกระดูก ติดกลางร่องน้ำ บริเวณต่อม่อ สะพาน และ ยังพบเศษชิ้นส่วนกระดูก อยู่ใต้แม่น้ำแม่กลอง จำนวนมาก แต่ไม่สามารถ เก็บขึ้นมา ได้ทั้งหมด

    นายสมชาย นีละไพจิตร �ดีตทนายความ นักสิทธิมนุษยชน ที่ถูก�ุ้มหายไป

    นายสมชาย นีละไพจิตร อดีตทนายความ นักสิทธิมนุษยชน ที่ถูกอุ้มหายไป

    astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2552 16:40 น.
    http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014345


    พิมพ์ ข่าวนี้ “อังคณา” ชี้ คดีอุ้มทนายสมชาย สุดอืด การเมืองแทรก ซ้ำซาก!



    อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้องได้จาก

  • “อังคณา” จี้สอบ การหายตัวไปของ “พ.ต.ต.เงิน ทองสุก” หนึ่งในผู้ต้องหา ทีมอุ้มทนายสมชาย
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2551 17:51 น.
  • 4 ปี แห่งการหายตัวไป ของ “ทนายสมชาย” กับ อำนาจรัฐ!
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 12 มีนาคม 2551 08:13 น.

  • ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    January 13, 2009

    ศาลรู้ทัน ไม่รับฟ้อง “อำนวย” กล่าวหา 9 ป.ป.ช.!

    Filed under: การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการศึกษา,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีอาญา,ความขัดแย้ง,ความรุนแรง,คำสั่งศาล,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ประวัติศาสตร์ไทย,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,องค์กรสิทธิมนุษยชน,อาชญากรรม — accomthailand @ 18:39
    Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

    ศาลรู้ทัน ไม่รับฟ้อง “อำนวย” กล่าวหา 9 ป.ป.ช. !

    พล.ต.ต.ภ??นวย นิ่มมะโน รภ?? ผบช.น.

    พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.


    ศาล ไม่รับฟ้อง “อำนวย นิ่มมะโน” ยื่นฟ้อง “ป.ป.ช.ทั้งคณะ” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตั้งอนุกรรมการไต่สวน กรณีปราบม็อบ บุกสภา 7 ต.ค. ไม่ชอบ เหตุคดีไม่ครบ องค์ประกอบ ความผิด ขณะที่ ทนายเตรียมยื่น อุทธรณ์ต่อ


    ศาลไม่รับฟ้อง “อำนวย นิ่มมะโน” ยื่นฟ้อง “ป.ป.ช.ทั้งคณะ” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตั้งอนุกรรมการ ไต่สวน กรณี ปราบม็อบบุกสภา 7 ต.ค.ไม่ชอบ เหตุคดีไม่ครบ องค์ประกอบความผิด ขณะที่ ทนายเตรียมยื่น อุทธรณ์ ต่อ

    วันนี้ (13 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ว่า เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา ศาลได้มีคำสั่ง ไม่รับฟ้อง คดีที่ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. มอบอำนาจให้ นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง

    นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน กรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช ),
    นายกล้านรงค์ จันทิก,
    นายใจเด็ด พรไชยา,
    นายประสาท พงษ์ศิวาภัย,
    นายภักดี โพธิศิริ,
    นายเมธี ครองแก้ว,
    นายวิชา มหาคุณ,
    นายวิชัย วิวิตเสวี และ
    น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล
    ซึ่งเป็น กรรมการ ป.ป.ช. เป็นจำเลย ที่ 1-9 ในความผิด ฐานเป็น เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือ ละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 157

    กรณีที่ ป.ป.ช. แต่งตั้ง อนุกรรมการไต่สวน การกระทำผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีสั่งให้ ตำรวจสลายการชุมนุม พื้นที่หน้าบริเวณรัฐสภา เมื่อ วันที่ 7 ต.ค. 51 ไม่ชอบ ไม่ยุติการไต่สวน ทั้งที่ ศาลอาญาได้รับฟ้อง คดีที่ นายสิทธิพร โพธิโสดา ยื่นฟ้อง

    นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น),
    พล.ต.อ.พัชรวาท ผบ.ตร.,
    พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.,
    พล.ต.ท.สุชาติ ผบช.น. และ
    พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.
    เป็น จำเลยที่ 1-5 ต่อ ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.4142 /2551 ในความผิด ฐานเป็น เจ้าพนักงาน ร่วมกันใช้กำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สลาย การชุมนุม เป็นเหตุให้มี ผู้เสียชีวิต และ ได้รับบาดเจ็บแล้ว

    ซึ่งประเด็นเดียวกับ ข้อกล่าวหา ที่ ป.ป.ช.ไต่สวน ซึ่งตาม พ.ร.บ. ว่าด้วย การป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 86 บัญญัติ ห้ามไม่ให้ ป.ป.ช. รับคำกล่าวหา ที่เกี่ยวกับเรื่องที่ ศาลรับฟ้อง ในประเด็นเดียวกัน

    คดีนี้ โจทก์ยื่นฟ้อง เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งศาลได้นัด ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ในวันที่ 2 มี.ค.นี้ เวลา 13.30 น. อย่างไรก็ดี เมื่อศาลนำ คำฟ้อง มาตรวจพิจารณา แล้วเห็นว่า คดีไม่ครบองค์ประกอบความผิด จึงมีคำสั่ง ไม่รับฟ้อง และ งดการไต่สวนมูลฟ้อง ดังกล่าว

    ขณะที่ นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความโจทก์ กล่าวว่า เตรียมจะยื่น อุทธรณ์คดี ต่อไป

    แฉเล่ห์ “อำนวย” ล่าชื่อตำรวจ พวกแม้ว ถอด ป.ป.ช. ขวางสอบ 7 ตุลาเลือด

    แฉเล่ห์ฉ้อฉล “อำนวย” ส่งคนแสร้งฟ้องศาล สกัด ป.ป.ช.เชือดคดี 7 ตุลาเลือด

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
    13 มกราคม 2552 18:39 น.
    http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003854


    พิมพ์ ข่าวนี้ ศาลรู้ทัน ไม่รับฟ้อง “อำนวย” กล่าวหา 9 ป.ป.ช.!

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    แฉเล่ห์ “อำนวย” ล่าชื่อตำรวจ พวกแม้ว ถอด ป.ป.ช. ขวางสอบ 7 ตุลา เลือด

    Filed under: การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการศึกษา,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีอาญา,ความขัดแย้ง,ความรุนแรง,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ปปช,ประวัติศาสตร์ไทย,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,องค์กรสิทธิมนุษยชน,อาชญากรรม — accomthailand @ 18:10
    Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


    ศาลรู้ทัน ไม่รับฟ้อง “อำนวย” กล่าวหา 9 ป.ป.ช. !

    พล.ต.ต.ภ??นวย นิ่มมะโน รภ?? ผบช.น.

    พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.


    ศาล ไม่รับฟ้อง “อำนวย นิ่มมะโน” ยื่นฟ้อง “ป.ป.ช.ทั้งคณะ” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตั้งอนุกรรมการไต่สวน กรณีปราบม็อบ บุกสภา 7 ต.ค. ไม่ชอบ เหตุคดีไม่ครบ องค์ประกอบ ความผิด ขณะที่ ทนายเตรียมยื่น อุทธรณ์ต่อ


    ศาลไม่รับฟ้อง “อำนวย นิ่มมะโน” ยื่นฟ้อง “ป.ป.ช.ทั้งคณะ” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตั้งอนุกรรมการ ไต่สวน กรณี ปราบม็อบบุกสภา 7 ต.ค.ไม่ชอบ เหตุคดีไม่ครบ องค์ประกอบความผิด ขณะที่ ทนายเตรียมยื่น อุทธรณ์ ต่อ

    วันนี้ (13 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ว่า เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา ศาลได้มีคำสั่ง ไม่รับฟ้อง คดีที่ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. มอบอำนาจให้ นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง

    นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน กรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช ),
    นายกล้านรงค์ จันทิก,
    นายใจเด็ด พรไชยา,
    นายประสาท พงษ์ศิวาภัย,
    นายภักดี โพธิศิริ,
    นายเมธี ครองแก้ว,
    นายวิชา มหาคุณ,
    นายวิชัย วิวิตเสวี และ
    น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล
    ซึ่งเป็น กรรมการ ป.ป.ช. เป็นจำเลย ที่ 1-9 ในความผิด ฐานเป็น เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือ ละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 157

    กรณีที่ ป.ป.ช. แต่งตั้ง อนุกรรมการไต่สวน การกระทำผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีสั่งให้ ตำรวจสลายการชุมนุม พื้นที่หน้าบริเวณรัฐสภา เมื่อ วันที่ 7 ต.ค. 51 ไม่ชอบ ไม่ยุติการไต่สวน ทั้งที่ ศาลอาญาได้รับฟ้อง คดีที่ นายสิทธิพร โพธิโสดา ยื่นฟ้อง

    นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น),
    พล.ต.อ.พัชรวาท ผบ.ตร.,
    พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.,
    พล.ต.ท.สุชาติ ผบช.น. และ
    พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.
    เป็น จำเลยที่ 1-5 ต่อ ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.4142 /2551 ในความผิด ฐานเป็น เจ้าพนักงาน ร่วมกันใช้กำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สลาย การชุมนุม เป็นเหตุให้มี ผู้เสียชีวิต และ ได้รับบาดเจ็บแล้ว

    ซึ่งประเด็นเดียวกับ ข้อกล่าวหา ที่ ป.ป.ช.ไต่สวน ซึ่งตาม พ.ร.บ. ว่าด้วย การป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 86 บัญญัติ ห้ามไม่ให้ ป.ป.ช. รับคำกล่าวหา ที่เกี่ยวกับเรื่องที่ ศาลรับฟ้อง ในประเด็นเดียวกัน

    คดีนี้ โจทก์ยื่นฟ้อง เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งศาลได้นัด ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ในวันที่ 2 มี.ค.นี้ เวลา 13.30 น. อย่างไรก็ดี เมื่อศาลนำ คำฟ้อง มาตรวจพิจารณา แล้วเห็นว่า คดีไม่ครบองค์ประกอบความผิด จึงมีคำสั่ง ไม่รับฟ้อง และ งดการไต่สวนมูลฟ้อง ดังกล่าว

    ขณะที่ นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความโจทก์ กล่าวว่า เตรียมจะยื่น อุทธรณ์คดี ต่อไป

    แฉเล่ห์ “อำนวย” ล่าชื่อตำรวจ พวกแม้ว ถอด ป.ป.ช. ขวางสอบ 7 ตุลาเลือด

    แฉเล่ห์ฉ้อฉล “อำนวย” ส่งคนแสร้งฟ้องศาล สกัด ป.ป.ช.เชือดคดี 7 ตุลาเลือด

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
    13 มกราคม 2552 18:39 น.
    http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003854


    พิมพ์ ข่าวนี้ ศาลรู้ทัน ไม่รับฟ้อง “อำนวย” กล่าวหา 9 ป.ป.ช.!

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    ป.ป.ช. พิจารณา คดี 7 ตุลาเลือด ได้ช้า เพราะ ตำรวจ ส่งคน ฟ้องศาล สกัด ป.ป.ช. เชือด

    Filed under: การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการศึกษา,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีอาญา,ความขัดแย้ง,ความรุนแรง,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ปปช,ประวัติศาสตร์ไทย,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,องค์กรสิทธิมนุษยชน,อาชญากรรม — accomthailand @ 00:47
    Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


    แฉเล่ห์ ฉ้อฉล “อำนวย” ส่งคนแสร้งฟ้อง ศาล
    สกัดป.ป.ช.เชือดคดี 7 ตุลาเลือด


    พล.ต.ต.ภ??นวย นิ่มมะโน รภ?? ผบช.น.

    พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.


    แฉเล่ห์ฉ้อฉล ตำรวจ “อำนวย นิ่มมะโน” ส่งเพื่อน คนบ้านเดียวกัน แสร้งฟ้องศาล ให้เอาผิด กรณี 7 ตุลาเลือด เพื่อสกัดให้ ป.ป.ช. หยุดไต่สวน เอาผิด อ้าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ คดีเรื่องเดียวกัน ที่อยู่ในชั้นศาลแล้ว ป.ป.ช.ต้องหยุดไต่สวน


    นอกจากนี้ ยังเล่นแร่แปรธาตุ มอบทนายฟ้อง 9 อรหันต์ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เพื่อให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทั้งคณะ ขณะที่ป.ป.ช.ระบุ เมื่อศาล ยังไม่รับฟ้อง ยังมีอำนาจไต่สวนได้ แต่เมื่อศาลรับฟ้อง จำเลย ต้องพักราชการทั้งหมด ด้าน “ทนายพันธมิตรฯ” ชี้ “เพื่อนอำนวย” ใช้สิทธิ ที่ไม่สุจริต ใช้วิชามาร เป็นการฟ้องร้อง รูปแบบซูเอี๋ย ใช้ศาล เป็นเครื่องมือ

    วานนี้ (12 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ ตำรวจใช้อาวุธ และ แก๊สน้ำตา เข้าสลายการชุมนุม ของ กลุ่มพันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเดินทางไปปิดล้อม อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 เพื่อไม่ให้รัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แถลงนโยบาย จนมีผู้เสียชีวิต และ บาดเจ็บจำนวนมาก

    ซึ่งภายหลังเหตุการณ์ ดังกล่าวผ่านพ้นไป คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชน ที่มี นายสุรสีห์ โกศลนาวิน เป็นประธาน ได้สรุปผลการสอบสวน และ ส่งสำนวนไปยัง คณะกรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการ กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในการสั่งการ สลายการชุมนุมดังกล่าว

    โดยมีทั้ง นักการเมือง และ นายตำรวจ ที่เกี่ยวข้องหลายนาย เข้าข่ายมีความผิด ฐานเป็น เจ้าพนักงาน ปฏิบัติ และ/หรือ ละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตราย แก่กาย หรือ จิตใจ ทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตราย สาหัส ฆ่า และ พยายามฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน

    ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 295, 297, 288, 289, 83 อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร. พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. ฯลฯ

    ขณะเดียวกัน กลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็เตรียมดำเนินการ ฟ้องร้องเอาผิด กับ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ดังกล่าว โดยอยู่ระหว่าง การรวบรวมพยานหลักฐาน

    ทั้งนี้ หากป.ป.ช.ดำเนินการสอบสวน และ ชี้มูลความผิด กับ นักการเมือง และ นายตำรวจ ทั้งหมดแล้ว จะส่งผลให้ นายตำรวจทั้งหมด ต้องถูกให้ ออกจากราชการ จึงทำให้มี นายตำรวจ บางนาย พยายามหาช่องทางให้พ้นผิด จากกรณีดังกล่าว

    ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2551 ปรากฏว่า นายสิทธิพร โพธิโสดา ซึ่งอ้างว่าเป็น ทนายความ ได้ฟ้องร้องต่อ ศาลอาญา เพื่อให้ดำเนินการเอาผิด กับ

    นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
    พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร.
    พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร.
    พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. และ
    พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. รวม 5 คน

    ในความผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และ ความผิดเกี่ยว กับ ชีวิตและร่างกาย เป็นจำเลยที่ 1-5 ตามคดี หมายเลขดำ ที่ อ.4142/2551 โดยศาลนัด ไต่สวนมูลฟ้อง ในวันที่ 15 ธ.ค. 2551

    ทว่า เมื่อถึงวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง นายสิทธิพร ซึ่งเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ในครั้งนี้ ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีออกไป โดยอ้างว่า มีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง ซึ่งแพทย์ผู้ทำการรรักษา มีความเห็นให้หยุดพัก 1 วัน จึงขอเลื่อนนัด การไต่สวนมูลฟ้องไปนัดหนึ่ง

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า นายสิทธิพร ซึ่งเป็น โจทก์ยื่นฟ้อง ในครั้งนี้ ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่ใช่ กลุ่มพันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย แต่เหตุไฉน จึงได้ไปดำเนินการ ฟ้องร้อง นายสมชาย กับ พวก รวม 5 คนดังกล่าว

    ซึ่งมีรายงานว่า นายสิทธิพร เป็นเพื่อนสนิท และเป็น คน จ.สงขลา บ้านเดียวกัน กับ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. การฟ้องร้องครั้งนี้ อาจเป็นไปได้ว่า จะมีการทำสำนวนการฟ้องร้อง ที่ค่อนข้างอ่อน พยานหลักฐาน เพื่อให้ศาลยกฟ้อง และ เพื่อจะได้นำไปอ้าง กับ ป.ป.ช.ว่า ศาลยกฟ้องแล้ว

    ในขณะเดียวกัน ยังหวังผลอีกว่า หากศาลประทับรับฟ้อง ในคดีดังกล่าว การไต่สวน ของ ป.ป.ช. ก็จะต้องหยุดชะงัก เพราะคดีอยู่ในความดูแล ของ ศาล ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย การป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 86 แล้ว

    ต่อมาเมื่อ วันที่ 26 พ.ย.2551 พล.ต.ต.อำนวย ทำหนังสื่อ ที่ตช.0016.146/5820 เรื่องขอคัดค้าน อำนาจการไต่สวน ของ คณะกรรมการป.ป.ช. ถึง ประธานป.ป.ช. โดยอ้างว่า การไต่สวนคดี ดังกล่าว นายสิทธิพร โพธิโสดา ได้ไปดำเนินการฟ้องร้อง ยังศาลอาญา แล้ว

    ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย การป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 จึงห้ามมิให้ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวน ในคดี ดังกล่าว พร้อมทั้ง ยกตัวอย่าง กรณีตำรวจนครบาล 2 จับกุม พล.ต.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ซึ่งต่อมา พล.ต.ขัตติยะ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ ดำเนินคดี กับ ตำรวจชุดจับกุม และ พนักงานสอบสวน ได้ส่งสำนวนการสอบสวนไปให้ ป.ป.ช. แต่ต่อมา พล.ต.ต.ขัตติยะ ได้ยื่นฟ้องตำรวจ ชุดจับกุมต่อศาล ทาง ป.ป.ช. จึงมีหนังสือแจ้งไปยัง พนักงานอัยการว่า เรื่องอยู่ระหว่าง การพิจารณาของศาล กรณีจึงต้องห้าม มิให้คณะกรรมการป.ป.ช.รับ หรือ ยกคำกล่าวหา ขึ้นพิจารณา

    ด้วยข้อเท็จจริง และ เหตุผลดังกล่าว จึงขอคัดค้านเพิ่มเติม ในประเด็นอำนาจ การไต่สวนของ คณะกรรมการป.ป.ช. ในเรื่องที่กล่าวหา ทุกข้อ

    นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2551 พล.ต.ต.อำนวย ยังทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ตช.0016.146/6340 เรื่องขอคัดค้านอำนาจการไต่สวน ของ ป.ป.ช.(เพิ่มเติม) ถึง ประธานป.ป.ช. อีกครั้ง

    โดยครั้งนี้ ได้นำสำเนาหมายเรียก พยานเอกสาร หรือ พยานวัตถุ (คดีอาญา) ศาลอาญา ตามคดีที่ นายสิทธิพร ฟ้องร้องส่งไปด้วย โดยหนังสือ ดังกล่าว ระบุว่า

    “เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2551 ศาาลอาญาได้มีหมายเรียก พยานเอกสาร หรือ พยานวัตถุ ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย มายัง ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ส่ง สรรพเอกสาร ที่เกี่ยวข้องกับ กาารไต่สวน ไปยังศาลอาญา ก่อนวันที่ 22 ม.ค. 2552 เพื่อประกอบการพิจารณา ด้วยเหตุดังกล่าว จึงห้ามมิให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. รับ หรือ ยกคำกล่าวหา ขึ้นพิจารณา ตามมาตรา 86(2) แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงขอให้ท่าน และ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ประจักษ์ ยึดถือปฏิบัติตามกฏหมาย โดยเคร่งครัด ฯ”


    การดำเนินการ เพื่อให้ ตนเอง และ พวกพ้อง พ้นผิด ตามช่องทางของกฏหมาย ยังไม่ได้หยุดลง ตรงแค่ให้ นายสิทธิพรไ ปแสร้งฟ้องเอาผิดเท่านั้น โดยเมื่อ วันที่ 7 ม.ค. 2552 พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ได้มอบอำนาจให้

    นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ เป็นโจทก์ ฟ้องคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 9 คน ประกอบด้วย
    นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการ ป.ป.ช.
    นายกล้านรงค์ จันทิก
    นายใจเด็ด พรไชยา
    นายประสาท พงษ์ศิวาภัย
    นายภักดี โพธิศิริ
    นายเมธี ครองแก้ว
    นายวิชา มหาคุณ
    นายวิชัย วิวิตเสวี และ
    น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการ
    เป็นจำเลยที่ 1-9 ฐานเป็น เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือ ละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

    คำฟ้องดังกล่าวระบุว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติแต่งตั้ง นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. เป็น ประธานอนุกรรมการไต่สวน
    พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.
    พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น.
    พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. ฐานกระทำผิดต่อ ตำแหน่งหน้าที่ราชการ

    กรณีสั่งให้ ตำรวจสลายการชุมนุม พื้นที่หน้าบริเวณรัฐสภา ถนนอู่ทองใน และ บริเวณใกล้เคียง เมื่อ วันที่ 7 ต.ค.2551 โดยระหว่างการไต่สวนฯ ดังกล่าว ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2551 นายสิทธิพร โพธิโสดา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) กับพวก เป็นจำเลยที่ 1-5 ต่อศาลอาญา แล้ว

    โดย ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย การป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 86 บัญญัติไว้ ห้ามมิให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. รับ หรือ ยกคำกล่าวหา ตามมาตรา 84 เกี่ยวกับ เรื่องที่ ศาลรับฟ้อง ในประเด็นเดียวกัน และ อยู่ระหว่างการพิจารณา ของ ศาล หรือ ที่ศาลพิพากษา หรือ มีคำสั่งเด็ดขาดแล้ว แต่ปรากฏว่า จำเลยทั้งเก้า ไม่ได้ยุติการไต่สวน จึงย่อมมีความผิด ตามมาตรา 157 จึงขอให้ ศาลพิพากษา ลงโทษ จำเลย ตามความผิดด้วย ทั้งนี้ คดีดังกล่าวศาลรับคำฟ้องไว้ และ นัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ในวันที่ 2 มี.ค.2552

    ต่อมา เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2552 นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ ผู้ได้รับมอบอำนาจ จาก พล.ต.ต.อำนวย ได้ทำหนังสือ จาก สำนักงานบัญชา ทนายความ และ การบัญชี เรื่อง ขอให้ปฏิบัติตามกฏหมายโดยเคร่งครัด ถึง นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. และ ประธานอนุกรรมการ

    ใจความระบุว่า ขอให้ นายวิชา ในฐานะ อนุกรรมการไต่สวน ยุติการไต่สวน เพื่อมิให้ พล.ต.ต.อำนวย ได้รับความเสียหาย จากการไต่สวน หาก นายวิชา ยังไต่สวนต่อไป โดยไม่ปฏิบัติตามมาตรา 86(2) จึงมีความจำเป็น และ เสียใจอย่างยิ่ง ที่จะต้องดำเนินคดี ในทางอาญา และ ทางแพ่ง ตามกฏหมายต่อไป

    กรณีดังกล่าว มีรายงานจาก ป.ป.ช. ระบุว่า คดีที่ ป.ป.ช. กำลังไต่สวน อยู่นั้น มีกรณีหลายข้อกล่าวหา และ หลายข้อหา ก็ไม่ซ้ำกัน ไม่ใช่ ประเด็นเดียว กับ กรณีที่มีผู้ไปฟ้องตำรวจไว้ และ คดีที่ไปฟ้องนั้น ยังถือไม่ได้ว่า ศาลได้รับฟ้องไว้แล้ว เพราะในคดีอาญา ที่ ราษฎร เป็นโจทก์ฟ้อง นั้น จะมีผลเป็นการรับฟ้อง ต่อเมื่อศาลทำการไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งให้ ประทับรับฟ้อง

    เมื่อศาลยังไม่ประทับรับฟ้อง จึงเท่ากับ ศาลยังไม่รับเป็น คดี ป.ป.ช. จึงมีสิทธิทำการไต่สวนต่อไป นอกจากนั้น ข้อหา ก็มิได้ซ้ำซ้อนกัน ที่สำคัญคือ ผู้ไปฟ้องคดี กับ ตำรวจนั้น ไม่แน่ว่า จะเป็นใคร อาจจะเป็นพวกเดียวกันฟ้องคดี เพื่อช่วยเหลือกันก็ได้ หรือ อาจจะเป็น ผู้เสียหายจริงๆ แล้วฟ้องคดี เพื่อบรรเทาความเสียหาย ของตน ก็ได้ ซึ่งต้องดูข้อเท็จจริงต่อไป แต่เมื่อ ศาลยังไม่รับฟ้อง ก็ยังไม่เป็นคดี และ ถ้าศาลรับฟ้องเมื่อใด ก็คงต้องมี การพักราชการ บรรดาจำเลย ที่ถูกฟ้อง

    “การฟ้องร้องคดีของ พล.ต.ต.อำนวย จึงมิได้สร้างความวิตกกังวล ให้แก่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 9 คน แต่อย่างใด บางท่าน ถึงกับ กล่าวว่า ตำรวจ เขาดูกฏหมาย กันอย่างไร มิน่าเล่า บ้านเมือง จึงตกอยู่ในสภาพ ไร้ขื่แปเช่นนี้” แหล่งข่าวกล่าว

    ขณะที่ นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า กรณีที่ นายสิทธิพร โพธิโสดา ทนายความ ได้ยื่นฟ้อง นายสมชาย วงษ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กับ พวก นั้น ตนขอเวลา ตรวจสอบรายละเอียด เกี่ยวกับตัว นายสิทธิพร ที่อ้างตัวเป็น ทนาย ว่าเป็น ทนายสังกัดใด มีเบอร์ติดต่อ ได้หรือไม่ จาก สภาทนายความก่อน และ จะต้องหาความชัดเจน ในการเชื่อมโยง ว่ามี ความเกี่ยวข้อง เป็นเพื่อน หรือเป็นอะไร กับ พล.ต.ต.อำนวย ตามที่หลายฝ่าย ให้รายละเอียดตนมา

    เพื่อที่จะได้ ยื่นฟ้องต่อศาล ให้ศาลรับรู้ว่า การที่ นายสิทธิพร ไปยื่นฟ้อง บุคคลทั้งหมด ที่กล่าวมาเบื้องต้น เป็นการประพฤติตน ไม่เหมาะสม ถือเป็นการใช้สิทธิ ที่ไม่สุจริต ใช้วิชามาร ซึ่งเป็นการ ฟ้องร้อง รูปแบบซูเอี๋ย เพื่อให้ศาล ได้ทราบว่า ศาล ถูกใช้เป็นเครื่องมือ

    “หากตรวจพบว่า นายสิทธิพร ใช้ตำแหน่งทนายความ ในทางที่ ไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้อง จะต้องยื่นเรื่องให้ สภาทนายความ พิจารณา ถอนใบอนุญาติ ว่าความ ต่อไป ซึ่งผมต้องเร่งตรวจสอบ ให้รู้ถึงที่มาที่ไป ว่ามีข้อมูลด้านใด ที่จะมาโยงเรื่องได้” นายสุวัตรกล่าว

    ส่วน คณะกรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. จะดำเนินการเอาผิด กับ รายชื่อที่ทาง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ชี้มูลความผิด นำเสนอให้ทราบแล้วนั้น อย่างไร นายสุวัตร กล่าวว่า ในเรื่องนี้ ป.ป.ช. มีข้อเท็จจริง อยู่ในมืออยู่แล้ว แต่ในด้านของ ศาล เราต้องรีบทำเรื่องให้ ศาล รู้ความเป็นจริง ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งตนขอเวลา ตรวจสอบอีกครั้ง

    ด้าน นายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึง ความคืบหน้า ในการไต่สวนคดี ดังกล่าวว่า ขณะนี้กำลังไต่สวนอยู่ และ ยังมีการพิจารณา ข้อโต้แย้งอยู่ แต่การที่พิจารณาได้ช้า เพราะ

    ขณะนี้ พล.ต.ต. อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ให้ ทนายความยื่นฟ้อง นาย ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ป.ป.ช. กับ พวก กรรมการ ป.ป.ช. รวม 9 คน ในความผิด ฐานเป็น เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือ ละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อย่างไรก็ตาม เราก็จะทำงานต่อไปเรื่อยๆ และ ไม่รู้สึกหวั่นไหว แต่อย่างใด ซึ่งต่อไปนี้ จะต้องมีกระบวนการ ในการแก้คดีต่อไป

    นายวิชา กล่าวว่า อย่างไรก็ดี ตนจะต้องนำเรื่องนี้ เข้าหารือในที่ประชุม ป.ป.ช. ในวันนี้ (13 ม.ค.) เพราะ เรื่องนี้เป็น เรื่องสำคัญ ถือว่าเป็น อุปสรรค และ ขัดขวาง การทำงานของเรา ทำให้เราไม่สามารถ ไต่สวนคดี ได้โดยสะดวก

    อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ ตนไม่ได้เป็น คนขอทำ แต่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย ให้ดำเนินการ ในเมื่อมีการฟ้องร้อง เราก็จำเป็นต้อง ปรึกษา คณะกรรมการ ป.ป.ช.

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
    13 มกราคม 2552 00:47 น.
    http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003430


    พิมพ์ ข่าวนี้ แฉเล่ห์ฉ้อฉล”อำนวย” ส่งคนแสร้งฟ้องศาล สกัดป.ป.ช.เชือดคดี 7 ตุลาเลือด

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    December 12, 2008

    พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย แถลงการณ์ ฉบับที่ 29/2551 เตือนก่อนเข้าสู่อำนาจ

    Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการศึกษา,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีอาญา,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ตำรวจฆ่าประชาชน,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,หมายจับ,หมิ่นเบื้องสูง,อาชญากรรม — accomthailand @ 13:36
    Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
    พันธมิตรประชาชนเพื่�ประชาธิปไตย  วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2551

    พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2551


    แถลงการณ์ ฉบับที่ 29/2551
    พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
    เรื่อง คำเตือนก่อนเข้าสู่อำนาจ


    คลิกที่นี่ เพื่อฟัง แถลงการณ์พันธมิตรฯ
    คลิกที่นี่ เพื่อชม แถลงการณ์พันธมิตรฯ (56 K)
    คลิกที่นี่ เพื่อชม แถลงการณ์พันธมิตรฯ (256 K)
    จาก manager multimedia



    คลิกที่นี่ เพื่อดาวน์โหลด แถลงการณ์พันธมิตรฯ ฉบับที่ 29/2551


    ตามที่ได้มีประกาศ พระบรมราชโองการ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ให้เรียกประชุม สมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา เพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรรับตำแหน่งเป็น นายกรัฐมนตรี ในวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551 นั้น


    พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ขอให้ นักการเมืองทุกฝ่าย ได้ตระหนักว่า การชุมนุมต่อเนื่องยาวนาน ด้วยความุ่งมั่น อดทน หาญกล้า ของ พี่น้องประชาชน ถึง 193 วัน เป็นการเสียสละ อย่างยิ่งใหญ่ ที่แลกมาด้วย ชีวิตและเลือดเนื้อ ของประชาชน จำนวนมาก จนสามารถ คัดค้าน การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้สำเร็จ ทำให้ คดีการทุจริตคอร์รัปชัน ของนักการเมือง และคดีทุจริตการเลือกตั้ง ได้ถูกพิพากษา โดยกระบวนการยุติธรรม ส่งผลทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลง ทางการเมือง ในวันนี้


    การเสียสละอันยิ่งใหญ่ ของ พี่น้องประชาชน ในช่วงเวลา ที่ผ่านมา เรามิได้ต้องการ แลกมา เพื่อให้ นักการเมืองหุ่นเชิด ในระบอบทักษิณ กลับฟื้น คืนมาอีก และเราก็มิได้ต้องการ เพียงแค่ เปลี่ยนขั้วทางการเมือง เพื่อผลประโยชน์ของนักการเมือง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง


    พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย มีความปรารถนา ที่จะ สะสาง ปัญหาทางการเมือง ในอดีต คืนความเป็นธรรม ให้กับ พี่น้องประชาชน และร่วมกับ ประชาชน ปฏิรูปสร้างการเมืองใหม่ เพื่อป้องกัน ไม่ให้วิกฤติทางการเมือง กลับคืนมาอีก


    เราจึงขอประกาศจุดยืน ต่อการเลือก นายกรัฐมนตรี ในการประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ดังนี้


    ประการแรก เราคัดค้านและต่อต้าน นายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด ที่มาจาก พรรคเพี่อไทย และคัดค้าน นายกรัฐมนตรี ทุกพรรคการเมือง ที่มีรัฐบาลผสม ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็น พรรคการเมืองหุ่นเชิด ของระบอบทักษิณ ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่

    ประการที่สอง เราขอประณาม การข่มขู่ คุกคาม การต่อรองตำแหน่ง และการเสนอ อามิสสินจ้าง ให้นักการเมือง เพื่อให้นักการเมือง เหล่านั้น มาสนับสนุนให้ พรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาลต่อไป โดยไม่คำนึงถึงความเสียหาย ต่อประเทศชาติและ ความรู้สึกของประชาชน

    ประการที่สาม พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จะเฝ้าติดตาม การเปลี่ยนขั้วทางการเมือง ในระบบ การเมืองเก่า ว่าจะสามารถฝ่าข้าม วิกฤตการณ์ทางการเมือง จัดการกับ ระบอบทักษิณและ เข้าสู่การเมืองใหม่ ได้หรือไม่ โดย พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ขอเป็นตัวแทน พี่น้องประชาชน และวีรชน ยื่นข้อเรียกร้องต่อ รัฐบาลชุดใหม่ 13 ประการ

    1. เร่งรัดดำเนินคดี ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ต่อ นายจักรภพ เพ็ญแข นายวีระ มุสิกพงศ์ เว็บไซต์ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุชุมชน และ ปราบปรามขบวนการ ดูหมิ่น และล้มล้าง สถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งหมด โดยด่วนที่สุดเป็นลำดับแรก

    2. ขอให้แสดงจุดยืน ที่จะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หรือกฎหมายอื่นใด ที่จะฟอกความผิด ให้กับนักการเมือง ไม่แก้ไขกฎหมาย เพื่อการกระทำที่ขัดกัน แห่งผลประโยชน์ ของนักการเมือง และ ไม่แก้ไขกฎหมาย เพื่อลดพระราชอำนาจ หรือโครงสร้าง ของ สถาบันพระมหากษัตริย์ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข

    3. ต้องส่งเสริมให้ คนดีมีความสามารถ มาปกครองบ้านเมือง ป้องกันมิให้ คนไม่ดีมีอำนาจ บริหารราชการแผ่นดิน ด้วยความโปร่งใส อย่าได้นำ นักการเมือง หรือข้าราชการ ที่มีมลทิน ไม่เป็นที่ยอมรับ ของสังคม มีการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ในตำแหน่งหน้าที่ หรือมีพฤติกรรม ที่จะแสวงหา ประโยชน์ ในทางมิชอบ มาร่วมบริหารราชการแผ่นดิน เป็นอันขาด

    4. ขอให้เร่งรัดคดีทุจริตคอร์รัปชัน ให้เข้าสู่กระบวนการ ในชั้นศาล โดยปราศจาก การแทรกแซง ทั้งทางตรงและ ทางอ้อม ทำการโยกย้าย ข้าราชการ ที่รับใช้ ระบอบทักษิณ ให้พ้นจากตำแหน่ง อาทิเช่น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงบประมาณ เลขาธิการ องค์การอาหารและยา ฯลฯ และยึดทรัพย์สิน ที่โกงชาติไป กลับมาเป็นของรัฐ

    ทั้งนี้ เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาต ิเป็นที่ตั้ง ขอให้แสดงจุดยืน ที่จะเร่งรัดดำเนินคดีบุกรุก และครอบครองที่ดิน กรณีเขากระโดง ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และที่ดินสาธารณประโยชน์ ในอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์

    ดำเนินการและ ยกเลิกการเช่าพื้นที่ขายสินค้า ในสนามบินสุวรรณภูมิ ที่มิชอบ ยกเลิกและดำเนินคดีต่อ เจ้าหน้าที่รัฐและเอกชน ที่ให้เช่ารายการ สถานีโทรทัศน์วิทยุแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง 11 อย่างไม่โปร่งใส โดยทันที

    5. ขอให้ ยกเลิกหนังสือเดินทาง ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีอาญาแผ่นดิน โดยทันที

    6. ขอให้เร่งรัดดำเนินการเพื่อให้ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ร้ายหนีอาญาแผ่นดินมาดำเนินคดีในประเทศไทยโดยทันที

    7. ขอให้ประกาศยกเลิก แถลงการณ์ร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ยก ปราสาทพระวิหาร และพื้นที่โดยรอบให้กับ กัมพูชา แต่เพียงฝ่ายเดียว และรักษา อธิปไตย ทั้งดินแดนและ แหล่งพลังงานก๊าซธรรมชาติและ น้ำมันในอ่าวไทย จนถึงที่สุด

    8. ขอให้เร่งรัด สลายรัฐตำรวจ โยกย้ายข้าราชการตำรวจ ที่ ใส่ความ กลั่นแกล้ง และคุกคามประชาชน ผู้เข้าร่วมการชุมนุม และผู้สนับสนุน การชุมนุม ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ที่มีความสำคัญ หรือมีส่วนได้เสีย ต่อคดีความ

    ขอให้ลงโทษ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ทำร้าย สังหารประชาชน ในเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2551 ตลอดจนใส่ความประชาชน ผู้ชุมนุม ว่าเป็น กบฏ และ ผู้ก่อการร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

    พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์, พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง พ.ต.อ.ลือชัย สุดยอด ฯลฯ

    และขอให้ คืนความเป็นธรรมให้กับ ตำรวจที่ทำหน้าที่อย่างสุจริตและ กล้าหาญ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ให้เจริญก้าวหน้า ในหน้าที่การงาน

    9. ขอให้เร่งรัดดำเนินคดีความ และลงโทษ ผู้ที่ถูกชี้มูล โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ คณะกรรมาธิการในวุฒิสภา ว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง กับการเข่นฆ่าประชาชน เช่น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และเจ้าหน้าที่รัฐ และขอให้ดำเนินการ เอาผิด กับอันธพาลการเมือง ของรัฐบาล ที่ทำร้ายและ เข่นฆ่าผู้ชุมนุม จนถึงที่สุด

    10. ยุติการใช้สื่อของรัฐ โฆษณาชวนเชื่อ และ โกหกหลอกลวงประชาชน เพื่อระบอบทักษิณ โดยทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายการ และ ผู้ดำเนินรายการ ความจริงวันนี้ ที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที และ ขอให้ปฏิรูปสื่อ เปิดพื้นที่ให้ประชาชน สามารถเข้าถึง ข้อมูลข่าวสาร ได้อย่างครบถ้วน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อ ประเทศชาติและ ประชาชนอย่างแท้จริง

    11. ขอให้ประกาศยกเลิกโครงการที่ใช้จ่ายเกินตัว และไม่โปร่งใส ที่จะทำให้ชาติล่มจม เช่น โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ฯลฯ โดยทันที

    12. ยกเลิก พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 และใช้การปฏิรูปและพัฒนา รัฐวิสาหกิจแทน เพื่อประโยชน์สูงสุด ของคนในชาติ และนำเอา รัฐวิสาหกิจ ที่แปรรูปไปแล้ว กลับคืนมา เป็นของรัฐดังเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปตท.

    13. ขอให้แสดงจุดยืน ที่จะส่งเสริม สนับสนุน ประชาชน ในการสร้าง การเมืองใหม่ ที่ประชาชนมีส่วนร่วม ทางการเมือง เพื่อให้เป็นประชาธิปไตย ทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม อย่างแท้จริง ตามแนวทางของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อป้องกัน มิให้เกิดวิกฤติทางการเมืองใน อนาคตอีกต่อไป

    พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ขอเรียกร้องให้ นักการเมือง ที่กำลังจะจัดตั้ง รัฐบาล ได้ตระหนักและ คำนึงถึง เจตนารมณ์ของ ประชาชน และ วีรชนผู้เสียสละ เพื่อประเทศชาติ เป็นสำคัญ มากกว่าการต่อรอง เพื่อแย่งชิงผลประโยชน์ ระหว่างกลุ่มการเมือง โดยการแสดงจุดยืน และปฏิบัติตาม ข้อเรียกร้องข้างต้น เพื่อมิให้ประชาชน ต้องผิดหวังและ หมดศรัทธาการเมือง ในระบบปัจจุบัน ไปมากกว่านี้

    ถ้าข้อเรียกร้อง และเจตนารมณ์ของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถูกปฏิเสธ หรือเพิกเฉย เราพร้อมจะดำเนินการเคลื่อนไหว อย่างเหมาะสม กับสถานการณ์ต่อไป

    ด้วยจิตคารวะ

    พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
    วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2551

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 12 ธันวาคม 2551 13:36 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000146290


    พิมพ์ ข่าวนี้ พันธมิตรฯ แถลง “คำเตือนก่อนเข้าสู่อำนาจ”

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    December 5, 2008

    อยากกอดป๊า แล้วบอกว่ารักป๊าที่สุด อยากฝันถึงป๊าในวันพ่อ

    คุกกี้ – ลิปิการ์ กลัดสาคร ถืภ??ระถางธูปนำหน้าหีบศพพ่ภเจนกิจ

    คุกกี้ – ลิปิการ์ กลัดสาคร ถือกระถางธูปนำหน้าหีบศพพ่อ เจนกิจ


    “คุกกี้” ในวันพ่อ – ที่ไร้พ่อ “เจนกิจ”


    เป็นระยะเวลาหลายปี ของวันที่ 5 ธันวาคม ที่เด็กหญิงเล็กๆ คนหนึ่ง จะกระวีกระวาด ตื่นแต่เช้า และกระตือรือร้นเป็นพิเศษ ในการหอบกระเป๋าใบใหญ่ กระโดดขึ้นรถ และรอให้ผู้เป็นพ่อพาไปส่ง ที่โรงเรียนอย่างเคย เพราะวันนั้น เป็นวันพิเศษ ที่เธอจะได้รับ แจกกระดาษสีสวยๆ จากครูประจำชั้น พร้อมคำแนะนำ ในการทำ “การ์ดวันพ่อ” เพื่อจะทำไปให้ ผู้ชายคนที่สำคัญที่สุดในโลก แต่ในปีนี้ เด็กหญิงเล็กๆ คนนี้ คงไม่ได้มอบการ์ดให้ กับมืออันอบอุ่นของ พ่อของเธออีกแล้ว


    เช้ามืดของ วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤศจิกายน เวลาราวๆ 03.30 น. เกือบทุกชีวิตของ ผู้รักชาติ รักแผ่นดิน ที่เดินทางมาเรียกร้อง ประชาธิปไตย ในบริเวณ ทำเนียบรัฐบาล กำลังหลับใหล จู่ๆ เสียงระเบิดจาก อาวุธสงคราม ดังสนั่นขึ้น และเมื่อ หมอกควัน ไอสังหารจางลง …ชีวิตของผู้บริสุทธิ์ อีกหนึ่งชีวิตของ “เจนกิจ กลัดสาคร” ก็ดับดิ้นลงใน วินาทีนั้น สังเวยแก่ รัฐบาลมารครองเมือง ผู้ยอมทำทุกอย่าง กระทั่งอยู่เบื้องหลัง การไล่ล่าฆ่าประชาชน ผู้ต่อต้านตน อย่างไร้ศีลธรรม


    ภาพชายวัยกลางคน สวมแว่น ดวงตาปิดสนิท เลือดสดๆ สีเข้มไหลทะลัก ท่วมจมูก ปาก ลำคอ และไหลนอง เต็มหน้าอก และท้อง ภาพสุดท้าย ของชาย ผู้ซึ่งเป็นสามีของผู้หญิงคนหนึ่ง และเป็นพ่อของลูกๆ อีก 3 คน ที่จากไป พร้อมกับทิ้งภาระอันหนักอึ้ง และความโศกเศร้า สุดบรรยายไว้ให้ คนที่อยู่ข้างหลัง


    “หนูเรียกพ่อว่าป๊า” ประโยคแรกของ ลิปิการ์ กลัดสาคร หรือ “น้องคุกกี้” ลูกสาวคนโตของ เจนกิจ ที่บอกเล่า ความหลังระหว่าง ป๊า กับ เธอ ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า ด้วยความที่ทั้ง เธอและป๊า ติดนิสัยขี้อาย ด้วยกันทั้งคู่ ทำให้นานๆ ครั้ง ในโอกาสพิเศษเท่านั้น ที่จะได้กอดกัน และ บอกรักซึ่งกันและกัน


    “ปกติเวลาเล่นกันกับป๊า หนูจะชอบ ตีพุงป๊า ป๊าพุงใหญ่ หนูชอบเล่น แต่ป๊าจะขี้เขิน หนูก็ขี้อาย กอดป๊าบ้าง แต่ไม่ค่อยได้หอม ไม่กล้า” แต่แม้จะ ไม่ค่อยได้แสดง ความรักต่อลูกมากนัก แต่เจนกิจ ก็มีวิธีการ ทำให้ลูกๆ รู้สึกว่าใกล้ชิด กับเขา
    คุกกี้ – ลิปิการ์ กลัดสาคร ถืกระถางธูปนำหน้าหีบศพพ่ เจนกิจ

    คุกกี้ – ลิปิการ์ กลัดสาคร ถือกระถางธูปนำหน้าหีบศพพ่อ เจนกิจ

    คุกกี้ เล่าว่า ทุกเช้า ป๊าจะเป็นคนขับรถ ไปส่งที่โรงเรียน เป็นเช่นนี้ทุกวัน แต่หากวันไหน ติดภารกิจ หรือ ไปร่วมชุมนุม กับ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย และไม่ได้ไปส่งเธอ ที่โรงเรียนด้วยตัวเอง ก็จะให้หยุดเรียน และหลังจากกลับมาโรงเรียน คุกกี้และน้องๆ ก็จะขลุกอยู่ กับพ่อแม่ ดูทีวี ด้วยกันบ้าง และถ้าทำการบ้านไม่ได้ พ่อก็จะเป็นคนดูให้ สอนและอธิบายให้ฟัง

    “ป๊า เป็นนักกีฬา เปตอง ได้เข้าแข่งภายในจังหวัด และแข่งข้ามจังหวัด ด้วย ป๊าสอนให้หนูเล่น เปตอง หนูชอบเล่น เปตอง แล้วก็ชอบเวลา ที่อยู่กับป๊า แต่ป๊าไม่ชอบให้หนู เล่นนานๆ แล้วก็ไม่ชอบให้ หนูเล่นบ่อย เพราะป๊าบอกว่า กลัวลูกสาวป๊ามือเจ็บ กลัวลูกสาวป๊ามือด้าน


    ทุกถ้อยคำการย้อนรำลึกถึง พ่อของคุกกี้ คือ ภาพแห่งความสุข ที่เธอจะไม่มีวันได้พบพานมันอีก


    คุกกี้ เล่าให้ฟังอีกด้วยว่า ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ป๊ามักจะสอนเสมอ ว่าให้เป็นคนดี ไม่ดื้อไม่ซน ตั้งใจเรียน และพร้อมจะส่งเสริมทุกด้านที่ เธอสนใจ


    “หนูอยากเป็นนักดนตรี ป๊าส่งเสริมมาก สนับสนุนสุดตัว หนูมี กีตาร์เป็นของตัวเองด้วย แล้ว ป๊าก็จะสอนให้ รักประเทศ ป๊ารักในหลวง ที่บ้านก็มี รูปในหลวง เวลาป๊าไปพันธมิตร ป๊าจะบอกเสมอว่า ไปปกป้องประเทศชาติ ป๊าไปถามหา ความยุติธรรมจากรัฐบาล แต่ป๊าไม่ให้หนูไปด้วย เพราะรู้ว่า ไม่ปลอดภัย เพราะมีข่าวยิงระเบิด ใส่กลุ่มพันธมิตรตลอด แต่หนูก็ไม่คิดว่า ป๊าจะโดน”


    เมื่อถามว่า คุกกี้ พอจะเดาได้ไหม ว่าใครเป็นต้นเหตุที่ทำให้ “ป๊า” จากไป อย่างไม่มีวันกลับ ด้วยการยิงระเบิด ใส่ผู้ชุมนุมบริเวณหน้าเวที พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จนมีผู้บาดเจ็บสาหัส หลายราย และ ป๊าของคุกกี้ โดนสะเก็ดระเบิดทะลุลำคอ ตัดเส้นเลือดใหญ่ และเสียชีวิต


    เด็กหญิงวัย 11 ปี กล่าวอย่างหนักแน่น ว่า “รัฐบาล” เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ในครั้งนี้ พร้อมทั้งกล่าวว่า เธอเชื่อว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง การเสียชีวิตของพ่อเธอ และรวมถึงผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตคนอื่นๆ นั้น คือ รัฐบาล ที่ใช้เงิน ไปจ้าง นปช.-นปก. มายิงอาวุธสงคราม ใส่พันธมิตรฯ แน่นอน


    “หนูโกรธเขามาก หนูเกลียดมาก และหนูก็แค้นมากด้วย กับคน ที่ฆ่าและสั่งฆ่า พ่อของหนู หนูอยากจะถามกลับ เขาเหมือนกันว่า ถ้าเป็นพ่อเขาตาย เป็นแม่เขาตายบ้าง เขาจะรู้สึกอย่างไร เขาจะอยู่ได้อย่างไร” คุกกี้กล่าวด้วยน้ำเสียงเจ็บช้ำ


    ล่วงเข้า เดือนธันวาคม เมื่อถึงวัน เฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันถือเป็น “วันพ่อแห่งชาติ” ด้วยนั้น น้องคุกกี้ เล่าว่า ทุกๆ ปี ที่โรงเรียน จะสอนทำ การ์ดวันพ่อ


    “ให้การ์ดป๊าทุกปี เพราะโรงเรียน จะสอนทำ ทำเสร็จ กลับจากโรงเรียน ก็จะเอาการ์ดให้ป๊า ป๊าก็จะรับ แล้วก็กอดหนู บอกว่ารักหนู ป๊าจะเก็บการ์ดไว้ ทุกใบ ป๊าไม่ค่อยบอกรักลูก แต่ทุกวันพ่อ เวลาป๊าได้การ์ด ป๊าจะบอกรักหนู”


    เสียงของ น้องคุกกี้ เริ่มเศร้าลง เมื่อพูดถึงวันพ่อ เนื่องเพราะเป็น วันพ่อครั้งแรก ในชีวิตของเธอ ที่ไร้เงาของพ่อ วันพ่อครั้งแรก ที่ไม่มีพ่อให้กอด


    “ปีนี้ หนูจะทำการ์ด เหมือนทุกปี ก็จะเอาไปวางไว้ หน้ารูปป๊า เอาพวงมาลัยไปกราบป๊า บอกป๊าว่า หนูจะเป็นเด็กดี ขอให้ป๊า อย่าห่วง ให้ป๊าหลับ ให้สบาย หนูจะดูแล แม่กับน้องเอง หนูคิดถึง ป๊ามาก ป๊าเคยบอกหนูไว้ ก่อนป๊าจะโดนระเบิด บอกว่าถ้าป๊าเป็นอะไรตาย ป๊าจะมาหา ถ้าป๊ามาหา ดึกๆ ทีวีจะเปิดเอง แล้วเปิด ช่องเอเอสทีวี ด้วย ขอให้หนูกับแม่รู้ว่า ป๊ามาหา ถึงตอนนั้น เอาข้าวเอาปลามาให้ป๊าด้วยนะ

    แต่จนวันนี้ป๊า ก็ไม่เคยกลับมาบ้าน หนูไม่เคยฝันถึงป๊า คิดถึงป๊ามาก ถ้าถามว่า วันพ่ออยากได้อะไรมากที่สุด หนูอยากฝันเห็นป๊า อยากเจอป๊า อยากกอดป๊า แล้วบอกว่ารักป๊าที่สุด อยากฝันถึงป๊าในวันพ่อ”

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 5 ธันวาคม 2551 09:29 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000143591


    พิมพ์ ข่าวนี้ “คุกกี้” ในวันพ่อ ที่ไร้พ่อ “เจนกิจ”

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    November 30, 2008

    ด่วน !!!! สัตว์นรก ปาระเบิด M79 ใส่เวทีทำเนียบฯ พธม. บาดเจ็บ 51 โดยสาหัสไม่ต่ำกว่า 4 คน!

    551000015205906
    551000015205905
    551000015205904
    551000015205903


    ประมวลภาพ จาก ทำเนียบ ทื่เกิดเหตุระเบิด ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 30 พฤศจิกายน 2551 01:28 น.

    สัตว์นรกกัดไม่ปล่อยปาระเบิดใส่เวทีทำเนียบฯ พธม.เจ็บ!

    โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 30 พฤศจิกายน 2551 00:12 น. updated 01:17 น.

    สัตว์นรกกัดไม่เลิก! ปาระเบิดใส่พันธมิตรฯ ใกล้เวทีภายในทำเนียบรัฐบาล บาดเจ็บรายหลาย เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต การ์ดพันธมิตรฯ รีบนำตัวผู้บาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาล ไม่หนำใจ ลอบยิงระเบิดใส่ “เอเอสทีวี” อีก

    วันนี้(29 พ.ย.)เมื่อเวลา 23.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุ คนร้ายลอบยิงระเบิด ใส่กลุ่มผู้ชุมนุม พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ใกล้เวที ทำเนียบรัฐบาล จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ จำนวนหลายราย โดยขณะนี้ การ์ดพันธมิตรฯ กำลังนำตัวผู้บาดเจ็บส่ง โรงพยาบาล และในจำนวนผู้บาดเจ็บ มีช่างกล้องของ เอเอสทีวีด้วย

    จากการตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุบริเวณหลังคาเต้นท์ มีรอยถูกยิงเป็น ช่องโหว่ขนาดใหญ่ ห่างจากเวที ประมาณ 20 เมตร ส่วนบริเวณพื้น ในที่เกิดเหตุ พบสะเก็ดระเบิดเป็น เศษอลูมิเนียม พลาสติก และรอยเลือด โดยผู้ชุมนุมบาดเจ็บเล็กน้อย 47 คน


    อาการสาหัส อยู่ห้องไอซียู จำนวน 4 คน คือ
    1.นางสาวกาญจนา หมื่นหนู อายุ 27 ปี มีอาการปอดฉีก แพทย์ต้องปั้มหัวใจ
    2.นางจิตรา จินตนธรรม อายุ 57 ปี
    3.นางสาวสุพรรณา ไม่ทราบนามสกุล และ
    นางเพียงใจ ไม่ทราบนามสกุล

    ซึ่งหลังเกิดเหตุแพทย์อาสาและ การ์ดพันธมิตรฯได้ทยอยนำผู้บาดเจ็บทั้งหมด ส่งรพ.รามาธิบดี รพ.พระมงกฎเกล้าฯ และรพ.วชิระ

    นางสาวหทัยรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล)อายุ 36 ปี ผู้บาดเจ็บ ที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุ ตนนั่งอยู่ ห่างจุดที่ระเบิดลง ประมาณ 5 เมตร โดยนั่งอยู่กับ เพื่อน 3-4 คน ตั้งแต่เวลา 1 ทุ่ม จนถึงช่วงที่เกิดเหตุ ตนเห็นแสงไฟแลบ และระเบิดดังสนั่น

    ผู้ชุมนุมต่างก้มหมอบลงกับพื้น โดยตนถูกสะเก็ดระเบิด ที่แขนขวา บาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนเพื่อนที่มาด้วยกัน ได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณหลังมีเลือดไหล หลังจากนั้น แพทย์ก็ได้มาช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล

    จากการสอบถาม การ์ดพันธมิตรฯ คาดว่า คนร้ายยิงเอ็ม 79 เข้ามา เหมือนระเบิดครั้งก่อน และเป็นจุดใกล้เคียง ที่ทำให้ นายเจนกิจ กลัดสาคร พันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จ.ชลบุรี เสียชีวิตจาก เหตุการณ์ระเบิดใน ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเช้ามืดวันที่ 20 พ.ย. 2551

    เบื้องต้นสันนิษฐานว่า คนร้าย น่าจะยิงมาจากทางบริเวณ ด้านข้าง ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์เพื่อการเกษตร (ธกส.) ใกล้อาคารก่อสร้าง ของ เทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพณิชยการพระนคร หรือบริเวณตรอกใกล้ วัดเบญจมบพิตร โดยปืนชนิดเอ็ม 79 นั้น เป็นอาวุธสงครามที่ ตำรวจตระเวนชายแดน มีความถนัดและชำนาญ ในการใช้มากที่สุด


    หลังจากนั้นเมื่อเวลา 00.15 น.ที่ผ่านมา คนร้ายได้ยิงระเบิดเข้าใส่สำนักงานเอเสทีวีที่บ้านเจ้าพระยาถนนพระอาทิตย์ จำนวน 2 ลูก พร้อมกับยิง อาวุธสงคราม เข้าใส่จาก ทางแม่น้ำเจ้าหลายนัด หลังจากนั้น มีเสียงยืนปืนตอบโต้กันไปมา เป็นเวลาประมาณ 10 นาที ก่อนที่จะเงียบเสียงไป

    หลังจากนั้นเมื่อเวลา 00.15 น.ที่ผ่านมา คนร้ายได้ยิงระเบิดเข้าใส่ สำนักงานเอเสทีวีที่บ้านเจ้าพระยา ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กทม. จำนวน 2 ลูก พร้อมกับยิง อาวุธสงคราม คาดว่าเป็นปืนอาก้า เข้าใส่จาก ทางแม่น้ำเจ้าหลายนัด

    จากการสอบถาม นายสมเจตน์ ศาลาวงศ์ อปพร. ประจำจุดท่าพระอาทิตย์ ซึ่งทำหน้าที่ อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ กล่าวว่าคนร้าย ที่ลอบก่อเหตุ นั่งเรือมา กัน 2 ลำ โดยอาศัยอำพราง กับความมืด ล่องเรือทาง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณด้านหลัง สำนักงานเอเอสทีวี ก่อนที่จะยิงระเบิดใส่ สำนักงานเอเสทีวี 2 ลูก และยิงอาวุธปืน ใส่อีกหลายนัด จนเสียงดังสนั่น ก่อนที่จะนั่งเรือ หลบหนีไป

    อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของสำนักงานเอเอสทีวี ได้เพิ่มมาตราการ รักษาความปลอดภัย โดยการนำ แผงเหล็กมากั้น ปิดถนนพระอาทิตย์ บริเวณด้านหน้า สำนักงานเอเอสทีวี อีกด้วย

    ต่อมาเมื่อเวลา 00.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ชนะสงคราม นำโดย พ.ต.อ.ขิง แขวงวิเศษชัยชาญ ผกก.สน.ชนะสงคราม ได้เดินทาง มาดูที่เกิดเหตุ กล่าวเพียงสั้นๆว่า มีแต่เสียงดัง ไม่มีผู้บาดเจ็บ จึงสั่งให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงบันทึกประจำวัน เอาไว้ โดยเช้าวันนี้ จะมาดูจุดเกิดเหตุ อีกครั้ง เพื่อหา ร่องรอย เหตุระเบิดครั้งนี้

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว 30 พฤศจิกายน 2551 00:12 น.
    http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000141379


    พิมพ์ ข่าวนี้ สัตว์นรกกัดไม่ปล่อยปาระเบิดใส่เวทีทำเนียบฯ พธม.เจ็บ!

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    November 29, 2008

    ตำรวจใช้ข่าวลวง หลอกว่าจะไม่ใช้ความรุนแรง 9.20 น. แต่เริ่มปะทะประชาชนอีกแล้ว


    10.19 สนธิแถลง สดผ่าน ASTV เตรียมสู้ตาย
    พร้อมรับมือการที่ ตำรวจเตรียมบุกยึด ระงับการถ่ายทอด
    ระบุ ทักษิณ นั่งบัญชาการจาก Hongkong


    Click Here ดูที่นี่
    ทักษิณ นั่งบัญชาการจาก Hongkong


    เมื่อเวลา 9.20 น. ตำรวจ 200 เริ่มปะทะ


    ประชาชน 2000 ที่ทางขึ้นชั้น 4 สนามบินสุวรรณภูมิ


    ลุงจำลอง บัญชาการ เรียกชุมนุมพล พันธมิตรให้


    ทั้งหมดมาที่ทำเนียบ ใช้เป็นศูนย์กลาง สงครามครั้งสุดท้าย


    ASTV อาจถูกตัดสัญญาณ


    ระวัง โกวิท ปล่อยข่าวลวง

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    November 2, 2008

    “พิภพ” จวก “แม้ว” โยนความผิดให้ศาล กลบเกลื่อน ความผิดตัวเอง


    “พิภพ” จวกโฟนอิน “แม้ว” ให้ข้อมูลด้านเดียว –
    ฉะตัวการทำลาย “รากหญ้า”

    วันที่ 1 พ.ย. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่ภ??ระชาธิปไตย

    วันที่ 1 พ.ย. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


    “พิภพ” จวกโฟนอิน “แม้ว”ให้ข้อมูลด้านเดียว โยนความผิดให้ศาล กลบเกลื่อน ความผิดตัวเอง ซ้ำดึงเบื้องสูง มาเกี่ยวข้อง กับ การเมือง ทั้งที่ตัวเอง ไม่ยอม มาสู้คดี ชำแหละ นโยบายเพื่อรากหญ้า แท้จริง แค่สร้างภาพโฆษณาชวนเชื่อ เนื้อใน คือความล้มเหลว และทุจริต เชื่อ อดีตนายกฯ พร้อมสู้ ยืดเยื้อ 5 ปี แต่หากสบช่องแตกหัก จะเปิด เกมรบ ทันที


    คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย


    เมื่อเวลา ประมาณ 22.30 น. วันที่ 1 พ.ย. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัย โดยพูดถึง การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ปลุกระดมคนรากหญ้า ที่สนามรัชมังคลากีฬาสถาน ว่า เขาโดนยัดเยียดให้ติดคุก รวมทั้งภรรยา เลขา คนสนิท ก็ถูกจำคุกด้วย โดยไม่บอกเลยว่า ตัวเอง มีความผิดอะไรบ้าง เป็นการพูดข้อมูลด้านเดียว ปิดข้อมูลอีกด้าน ในเรื่องความผิด ของตัวเอง

    นายพิภพกล่าวต่อว่า ทำไม พ.ต.ท.ทักษิณไม่บอกกับ รากหญ้า ที่สนามกีฬาว่า ที่ตัวเองไม่สู้คดี เพราะว่าข้อมูล ที่เข้าสู่ศาล มัดแน่น จนไม่มีทาง สู้คดีได้ แต่เขาไม่พูด ซ้ำยังกล่าวหาว่า กระบวนการยุติธรรมว่า ไม่เป็นธรรม ก็ถามหน่อยว่า ถ้ากล่าวหาแบบนี้แล้ว กระบวนการยุติรรม เปิดโอกาสให้ ทักษิณ ใช้ทนายสู้คดีได้ แต่ทำไม ทักษิณ ไม่ต่อสู้ กลับไปกล่าวหาว่า กระบวนการยุติธรรม ไม่เป็นธรรม ใครไม่เป็นธรรม กันแน่ แล้วเงิน 2 ล้าน ที่ เลขาฯ และคนถือกระเป๋าเงิน ที่ตัวเองเอาไปวางไว้ ที่ศาล ทักษิณก็ไม่อธิบายว่า ทำไมเอาไปวาง เพื่อแทรกแซงศาล หรือเปล่า

    นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างว่า บ้านเมือง จะสมานสามัคคี ต้องมีความยุติธรรม จึงถามว่า ก่อนวันที่ 19 ก.ย. 49 ในหลวงทรง ออกมาชี้ว่า บ้านเมือง ถึงวิกฤติที่สุดในโลก และทรงแนะให้ ตุลาการภิวัฒน์ ออกมาแก้ปัญหา แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ จะมาว่า กระบวนการยุติธรรม ไม่ยุติธรรม ทำไม ซึ่งการที่นักวิชาการ เรียกว่า ตุลาการภิวัฒน์ นั้น แสดงว่าในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีความยุติธรรม ใช่หรือไม่

    ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างว่าครอบครัวของตัวเอง ถูกตั้งข้อหานั้น ทำไมไม่บอกว่า พฤติกรรมของ ตัวเองและภรรยา เป็นอย่างไร จึงทำให้ถูกตัดสิน จำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ จะพูดด้านเดียว ในสิ่งที่ตนเองรับ แต่ไม่พูดอีกด้านในสิ่งที่ ตัวเองกระทำ การถูกยึดทรัพย์ 7.2 หมื่นล้าน เพราะได้ขายหุ้นให้ เทมาเส็ก โดยเลี่ยงภาษี โดยออก กฎระเบียบ ให้เลี่ยงภาษีได้ และ พล.ต. จำลอง เคยเสนอว่า ควรจะเสียภาษี 2 หมื่นล้าน หรือบริจาคการกุศล แต่ พ.ต.ท. ทักษิณ ก็ไม่นำพา เป็นการเอาทรัพยากรของชาติ คือคลื่นโทรศัพท์มือถือ และวงโคจรดาวเทียม ไปขายให้ สิงคโปร์ แล้วเลี่ยงภาษี ทำให้ พันธมิตรฯ สามารถจัดชุมนุมได้ อย่างมโหฬาร

    นอกจากนี้ การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างว่า จะกลับหรือไม่กลับ ประเทศไทย อยู่ที่ พระบารมี และ พระเมตตา นั้น เป็นการดึงเอา พระมหากษัตริย์ มาเกี่ยวข้อง กับการเมือง และ กระบวน การยุติธรรม การกลับหรือไม่กลับ พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นคนตัดสินใจเอง เมื่อคดีขึ้นสู่ศาล แต่ พ.ต.ท. ทักษิณ ตัดสินใจ ที่จะไม่สู้คดี หนีไปอยู่ อังกฤษ แต่วันนี้ กลับบอก จะกลับหรือไม่กลับ อยู่ที่พระบารมี


    นายพิภพ กล่าวว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ยังอ้างอีกว่า ตนจะได้กลับประเทศ ขึ้นกับ พลังประชาชน ในระดับรากหญ้า ด้วย ซึ่งเป็นการแอบอ้างว่า ตนเอง เป็นคน ของประชาชนรากหญ้า ทั้งที่ไม่ได้ทำ เพื่อคนยากคนจน อย่างแท้จริง พ.ต.ท. ทักษิณอ้างว่า การยึดอำนาจ วันที่ 19 ก.ย. 49 ทำให้นโยบาย เกี่ยวกับ ความยากจน ถูกทำลายลง แต่ไม่บอกว่า นโยบานั้น เป็นนโยบายหลอกลวง ทำให้รากหญ้า มีหนี้สิน ไม่ขจัด ความยากจน กองทุนหมู่บ้าน ก็กระตุ้นให้เกิด หนี้สินในชนบท ขณะที่ นายทุนที่ เป็นเจ้าของสินค้า โทรศัพท์มือถือ รถมอเตอร์ไซค์ รถปิ๊กอัพ ซึ่งอยู่ในเครือข่าย พ.ต.ท. ทักษิณ ได้ประโยชน์


    ส่วนที่ พ.ต.ท. ทักษิณ อ้างว่า การปฏิวัติ วันที่ 19 ก.ย. 49 ทำเพื่อขจัด ตนเพียงคนเดียว และตามมาด้วยการใช้ กระบวนการ ที่ไม่ยุติธรรม นั้น นายพิภพ กล่าวว่า ถ้าเราย้อนทบทวนดู จะพบว่า พ.ต.ท. ทักษิณ จนแต้ม ตั้งแต่การขายหุ้น 7.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ ว่า โกงกิน ไม่เสียภาษี บอวกว่า จะให้เปิดอภิปราย เพื่อชี้แจง แต่กลับยุบสภา หนี ไม่กล้าเผชิญความเป็นจริง ในระบบรัฐสภา แล้ว พ.ต.ท. ทักษิณ จะอ้างอย่างไร ว่า รักประชาธิปไตย

    “ปากบอกว่า เชิดชูระบบรัฐสภา แต่ตัวเอง กลับไม่ใช้สภา ในการตรวจสอบ มีการปิดกั้น การอภิปราย แล้วสุดท้ายสั่ง ยุบสภา แล้วไม่พอ ยังให้มีการ เลือกตั้ง โดยเร็ว เพื่อเอาเปรียบ พรรคฝ่ายค้าน จนเป็นเหตุให้ พรรคฝ่ายค้าน ถอนตัว พรรคไทยรักไทย จึงไปจ้างพรรคเล็ก ให้ส่ง คนสมัคร เป็นเหตุ ให้ ถูกยุบพรรค เพราะ ผิดกฎหมายเลือกตั้ง นี่คือ การดำเนินงาน ทางการเมืองของ ทักษิณ พอผิดพลาด ก็โทษคนอื่น และ โทษรัฐประหาร ทั้งๆที่ การรัฐประหาร นั้น เกิดเพราะทักษิณ ต้องการยึดกองทัพ เอาคนของตัว เป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ จึงเกิด การยึดอำนาจ ก่อน

    หลังจากนั้น นายพิภพ ได้กล่าวถึง การแก้ไขปัญหารากหญ้า ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ว่า โดยภาพภายนอก ดูเหมือนว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ให้ความสำคัญ กับการแก้ไขปัญหา ของรากหญ้า เป็นอย่างมาก แต่เมื่อดูจาก สิ่งที่เขาทำกับรากหญ้านั้น ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่าง การแก้ไขปัญหา เขื่อนปากมูล ให้กับชาวบ้านสมัชชาคนจน ที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ลงมากินข้าวเหนียว กับชาวบ้าน ที่หน้าทำเนียบ แล้วเชิญชาวบ้าน ไปคุย ในห้องประชุม มีการถ่ายทอดสด และนำชาวบ้าน ขึ้น ฮ. ไปดูพื้นที่ แต่พอกลับมา ก็หักหลังชาวบ้าน ด้วยการให้ ปิดประตูเขื่อนต่อไป

    กรณี เหมืองแร่โปแตซ ที่อุดรธานี ซึ่งทำให้ มีความเสี่ยง ต่อปัญหาดินยุบ ดินเค็ม พ.ต.ท. ทักษิณ ก็แก้ปัญหาให้ ชาวบ้านไม่ได้ ก็ใช้วิธี ให้ ทุนต่างชาติ ถอนตัว และ เอา ทุนการเมือง เข้าไปทำแทน เห็นได้ชัดว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ไม่ให้ความสำคัญ กับ การรักษาทรัพยากร การที่ โรงงานอุตสาหกรรม เข้าไปรุกล้ำ ชุมชน จึงไม้แปลกใจที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ไม่เห็นด้วยกับ มาตรา 190 ที่กำหนดให้ การทำสัญญา กับ ต่างประเทศ ต้องผ่านสภา เขาถึงอยากแก้ เพราะไม่สนใจ ผลกระทบ ที่จะเกิดกับประชาชน และสภาพสิ่งแวดล้อม

    นอกจากนี้ ยังปล่อยให้ มีการขุดแร่ตะกั่ว ของนักการเมือง ที่เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ ทำให้ชุมชนเป็น โรคเอ๋อ กันหมด ชาวบ้านไป ร้องเรียน รัฐบาล ทักษิณ แต่ไม่ได้สนใจ ยังคงมีการปล่อยกากแร่ ลงน้ำแควใหญ่ เหนือเขื่อนศรีนรินทร์

    ที่ ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.ท. ทักษิณ ก็ไม่สนใจกรณี โครงการ โรงงานถลุงเหล็ก ของ สหวิริยา จะปล่อยน้ำเสีย และน้ำร้อน ลงอ่าว ซึ่งเป็นแหล่งวางไข่ ของ ปลาทู ทำลายทรัพยากร ในอ่าวไทย

    ส่วนโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค เป็นความคิดของ นายแพทย์กลุ่มหนึ่ง ที่เป็นลูกศิษย์ ของ นพ.ประเวศ วะสี ซึ่งเตรียมจะทำโดย กระทรวง สาธารณสุข อยู่แล้ว ไม่ว่าพรรคการเมืองไหน จะมาเป็นรัฐบาล เพราะต้องการให้ การรักษา มีคุณภาพ และราคาถูกลง แต่ พ.ต.ท. ทักษิณ ฉวยโอกาส เอามาทำ อย่างปูพรม ซึ่งทำให้ราคาถูกจริง แต่ขาดคุณภาพ หมอพยาบาล ต้องต่อสู้ ด้วยตัวเอง โดยเอา เงินกองทุนสะสม ของ โรงพยาบาล ออกมาใช้จ่าย ให้มีคุณภาพดีขึ้น โดย พ.ต.ท. ทักษิณ ไม่จัดงบประมาณ เพิ่มเติม

    นายพิภพ กล่าวต่อว่า สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด ชี้ให้เห็นว่า การฉกฉวยทางการเมือง เพื่อโฆษณาชวนเชื่อ ของ พ.ต.ท. ทักษิณ นั้น อยู่ในระดับ ปรมาจารย์ เรื่องการ ปฏิรูปการศึกษา ก็เช่นกัน มีการรับปาก นพ.เกษม วัฒนชัย ว่าจะให้เป็น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อทำการปฏิรูป การศึกษา แต่พอเข้ามาแล้ว กลับปล่อยให้ นักการเมืองในสังกัด ของตัวเอง เข้ามาทำเรื่อง การจัดซื้อจัดจ้าง และไม่พูดเรื่อง การพัฒนาคุณภาพ การศึกษา เลย จน นพ.เกษม ลาออกไป เพราะไม่ต้องการเกี่ยวข้อง กับการทุจริต ต่อมา พ.ต.ท.ทักษิณ ก็หลอก เรื่องตั้ง โรงเรียน ในฝัน แล้ว ไม่ส่ง งบประมาณ ไปให้จน ครูใหญ่ โรงเรียนแห่งหนึ่ง ต้องผูกคอตาย


    พ.ต.ท. ทักษิณ ชอบสร้าง นโยบายหรูๆ แล้วลอยแพ นโยบาย นั้นจนล้มเหลว แต่ก็ยังเอามา โฆษณาชวนเชื่อ จนกระทั่ง ความล้มเหลว และ การ ทุจิต ในโครงการ เหล่านั้น ถูกปูดออกมา เรื่อยๆ ดังนั้น ที่ พ.ต.ท. ทักษิณ อ้างว่าตนเองทำให้ รากหญ้ามีชีวิตดีขึ้นนั้น ไม่จริง สลัมใน กรุงเทพ ฯ ยังไม่ลด คนยังอพยพ เข้ามาในเมือง สินค้าเกษตร ยังถูกกดราคา ค่าแรง ก็ไม่ขึ้น แต่กลุ่มทุน ของทักษิณ กลับรวยเอาๆ กลายเป็น กลุ่มทุนผูกขาด มากขึ้น


    นายพิภพ กล่าวใน ตอนท้ายว่า การประกาศ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่สนามรัชมังคลาฯ ที่ว่าต้องขาย ทีมฟุตบอล เพราะไม่มีเงิน เลี้ยงครอบครัว และ กล่าวหา ศาล ว่า ยุติให้ความเป็นธรรม นั้น ทำให้เชื่อได้ว่า พ.ต.ท. ทักษิณ จะต่อสู้ อีกยาวนาน อย่างน้อย 5 ปี


    ใน 5 ปีนี้ ถ้า สามารถ รบเอาชนะได้ ก็จะ รบแตกหัก ทันที แต่ถ้าจำเป็น ต้องยืดเยื้อ ก็จะยืดเยื้อ เพื่อต่อต้าน สถาบันทุกสถาบัน ให้อ่อนแอลง และ จะกลับมา ครองอำนาจ โดยจะยึดครอง อำนาจรัฐ ให้นานที่สุด ให้ พรรคพลังประชาชน อยู่ในอำนาจ นานที่สุด


    แม้มีปัญหา ฆ่าประชาชน 7 ตุลาคม แม้ มี คลิปหน้าเหมือน นายกฯ ก็ให้ หน้าด้านอยู่ไป เพื่อให ้ทุจริตเงินงบประมาณ สะสมทุน เพื่อการเลือกตั้ง ครั้งต่อไป และ จะเข้ามา แก้ไข รัฐธรรมนูญ ถอดมาตรา 309 ออกไป เพื่อให้ ออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ให้กับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ได้

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 3 พฤศจิกายน 2551 01:54 น.
    http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000130100


    พิมพ์ ข่าวนี้ “พิภพ”จวกโฟนอิน“แม้ว”ให้ข้อมูลด้านเดียว-ฉะตัวการทำลาย“รากหญ้า”


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    Next Page »

    Create a free website or blog at WordPress.com.