Accom Thailand

May 28, 2009

World Heritage Site Luang Prabang Laos by PG ร่วม ทำบุญ-ตักบาตร ณ เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง


Tour Code INDO 02 (PG – World Heritage Site Luang Prabang Laos)

3 วัน 2 คืน
กรุงเทพฯ – หลวงพระบาง – กรุงเทพฯ
ร่วม ทำบุญ-ตักบาตร ณ เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง
เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ของอินโดจีน
ด้วย สายการบิน บางกอก แอร์เวยส์ (PG)

กรุงเทพฯ – หลวงพระบาง – พระราชวังเก่า – พระธาตุภูษี – ถ้ำติ่ง – บ้านซ่างไห –
น้ำตกตาดกวงชี – บ้านผานม – ตลาดมืด – วัดเชียงทอง – วัดวิชุนราช – หลวงพระบาง – กรุงเทพฯ
สุดเที่ยวสุดคุ้ม ช้อปปิ้งสบาย สบาย!!!
พักโรงแรม 4 ดาว อาหาร 7 มื้อ
กำหนดการเดินทาง : 19-21 มิ.ย. // 5-7 ก.ค. // 6-8 ก.ค. 52

อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ พักห้องคู่
ราคา รวมตั๋วเครื่องบิน บางกอก แอร์เวย์ 20,900.- บาท

เงื่อนไขพิเศษ
ในการเดินทางในแต่ละครั้ง จะต้องมี จำนวนผู้เดินทาง 15 ท่าน ขึ้นไป
สำหรับคณะจอยทัวร์ บริษัทขอสงวนสิทธิ์กรณีที่กรุ๊ปไม่ถึง 15 ท่าน จะไม่มีหัวหน้าทัวร์จาก กรุงเทพฯ

อัตราค่าบริการรวม :

ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ-หลวงพระบาง-กรุงเทพฯ
โดยสายการบิน บางกอก แอร์เวยส์ (PG)
ค่าภาษีน้ำมันของสายการบิน และ ค่าภาษีสนามบินไทย 700 บาท
และ ค่าภาษีสนามบิน ลาว 10 USD
ค่าที่พัก ตามโรงแรมที่ระบุไว้ในรายการ หรือระดับเดียวกัน
ค่ายาพาหนะนำเที่ยวในประเทศลาว
ค่าเรือล่องถ้ำติ่ง
ค่าอาหารตามที่ระบุไว้ในรายการ
ค่าใช้จ่ายของมัคคุเทศก์ท้องถิ่น
ค่าอากรท่องเที่ยวลาว
ค่าเที่ยวชมสถานที่ต่างๆตามที่ระบุในรายการ

อัตรานี้ไม่รวม : ค่าวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติ (อัตราตามสถาณฑูตกำหนด)


ติดต่อขอโปรแกรม Viva Voyage (วีว่า โวยาจ ) 518/3 ชั้น 3 ถนนเพลินจิต กทม. 10330 โทร 02-2548381 , 026520702 หรือ E-Mail : viva.voyage@gmail.com
หรือ คลิกที่นี่ เพื่อ Download ข้อมูล หรือ ดูโปรแกรมของ วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3
รายละเอียด เอกสารใช้ยื่นประกอบ การทำวีซ่า สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

September 23, 2008

ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ต (Hagupit) ถล่มเวียดนาม ลาวไทยอ่วมแน่


หายนะมาอีก “ฮาจูปิ๊ต” ถล่มเวียดนามลาวไทยอ่วมแน่


ดักหัวลงสู่ แขวงพงสาลี – หลวงน้ำทา ในภาคเหนือลาว ในอีกสองวันข้างหน้า คาดว่าจะทำให้ เกิดฝนตกหนัก และเกิดอุทกภัย อีกรอบหนึ่ง คล้าย พายุกัมมูริ เมื่อเดือนที่แล้ว (ภาพ: TSR)


ผู้จัดการออนไลน์ — ไต้ฝุ่น ฮาจูปิ๊ต (Hagupit) ได้อ่อนกำลังลงใน เช้าวันอังคาร (23 ก.ย.) หลังอาละวาดใน มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ มา 3 วัน กับ 15 ชั่วโมง และ กลายเป็น พายุโซนร้อน ที่ยังมีพลานุภาพ ที่จะทำเกิด ฝนตกหนัก ในภาคเหนือเวียดนาม มณฑลหยุนหนัน ของจีน ภาคเหนือของไทย และ ในลาวภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 24-28 ก.ย.นี้


ตามการพยากรณ์ของ ศูนย์อุตุนิยมวิทยา หลายแห่ง ในเขตแปซิฟิก เส้นทางเคลื่อนที่ของ พายุฮาจูปิ๊ต จะพาดผ่าน ภาคตะวันออก ของ จีน มุ่งตะวันตก ก่อนจะหักหัวลง เข้าสู่ ภาคเหนือเวียดนาม และ ลาว ไม่ต่างกับ เส้นทางของ พายุโซนร้อน กัมมูริ (kammuri) ที่ทำให้ เกิดฝนตกหนัก ในประเทศแถบนี้ เดือนที่แล้ว


พายุ กัมมูริ ทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลับ น้ำป่าไหลหลาก ในเวียดนาม มีผู้เสียชีวิตราว 130 คน อีกราว 30 คน ยังสูญหาย พายุ ลูกนี้ยัง ทำให้ เกิดฝนตกหนักใน ภาคเหนือลาว และ ไทย ลำน้ำสายต่างๆ ไหลเอ่อ ขึ้นท่วมสองฝั่ง ระดับน้ำใน ลำน้ำโขง ที่ นครเวียงจันทน์ สูงที่สุด ในรอบกว่า 40 ปี สร้างความเสียหายให้ นาข้าว เกือบล้านไร่ มีผู้เสียชีวิต อย่างน้อย 4 คน


ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ตมาไกล ..อ่อนแรงลง แต่ยังทรงพลานุภาพ และแผ่อิทธิพล ทั่วอาณาบริเวณตอนเหนือของ อนุภูมิภาค (ภาพ: TSR)


ไต้ฝุ่น ฮาจูปิ๊ต ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน ใน ฟิลิปปินส์ ก่อนจะเข้าอาละวาดที่ เกาะไต้หวัน และ เข้าไปอ่อนแรง ในภาคใต้ของจีน ในคืน วันจันทร์


ศูนย์อุตุนิยมวิทยา และ อุทกศาสตร์แห่งชาติ เวียดนาม ได้ออกเตือน ในเช้าตรู่ วันอังคาร ระบุว่า พายุฮาจูปิ๊ต ขนาด 14 บนมาตราโบฟอร์ต (Beaufort Scale) ได้เคลื่อนตัว ด้วยความเร็ว ลม 150-166 กม./ชม. จะเข้าถึง ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ของจีน ในวันพุธ และ จะเคลื่อนไปใน แนว ตะวันตก ในช่วง วันสองวัน ข้างหน้า


เวลาประมาณ 16.00 น. วันพฤหัสบดี ศูนย์กลางของ ฮาจูปิ๊ต ซึ่งคาดว่าจะมี ความเร็วลม 62-88 กม./ชม. จะพัดผ่านจังหวัด ทางภาคเหนือเวียดนาม ซึ่งจะทำให้ เกิดฝนตกหนัก และฝนตกปานกลาง ในพื้นที่ ใต้ลงไป


อย่างไรก็ตาม คาดว่า อิทธิพลของ พายุฮาจูปิ๊ต จะทำให้เกิดฝนตกใน ภาคเหนือเวียดนาม ตั้งแต่ เย็นวันอังคาร นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ เป็นรายงานของ หนังสือพิมพ์ แท็งเนียน


ศูนย์อุตุนิยมวิทยา และ อุทกศาสตร์ ได้เตือนให้ ทางการจังหวัดต่างๆ ทางตอนเหนือ ระวังการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และ เกิดน้ำท่วม จะกินที่ อาณาบริเวณกว้าง ซ้ำรอย พายุกัมมูริ


ภาพถ่าย อินฟราเรดจาก ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา แสดงศูนย์กลางของ ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ต หลังพัดถล่มเ กาะลูซอนของ ฟิลิปปินส์ ตอนเช้าตรู่ วันจันทร์ (ภาพ: TSR)


คณะกรรมการแห่งชาติ กำกับดูแล การกู้ภัยจาก พายุและ อุทกภัย ได้แจ้งให้ เจ้าของเรือหาปลา ทุกลำ แจ้งเตือนไปยัง เรือหาปลา ทุกลำ ใน ทะเลจีนใต้ ให้กลับเข้าสู่ฝั่ง หรือ หาที่กำบัง คลื่นลมแรง อันเกิดจาก อิทธิพล พายุฮาจูปิ๊ต


คณะกรรมการ ยังแจ้งเตือน ไปยัง ชาวนา และ เกษตรกร ในเขตเสี่ยงภัยต่างๆ ให้เร่ง เก็บเกี่ยวพืชผล เตือนไปยัง ทางการท้องถิ่น ที่เสี่ยงภัย ให้ อพยพราษฎร ออกจากเขต แม่น้ำลำคลอง เพื่อป้องกัน เหตุร้าย เหตุด่วน อันอาจจะเกิดจาก พายุลูกนี้


หมายเหตุ: Hagupit (ฮาจูปิ๊ต) เป็นภาษา ตากาล๊อก (Tagalog) ภาษาพื้นเมืองฟิลิปินส์ มีความหมายว่า ขันที, ผู้ชาย ที่ถูกตอน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
23 กันยายน 2551 15:19 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000112815


พิมพ์ ข่าวนี้ หายนะมาอีก “ฮาจูปิ๊ต” ถล่มเวียดนามลาวไทยอ่วมแน่


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

August 24, 2008

“สมเกียรติ” แฉแหลก “รัฐบาลโจร” นพดล งุบงิบ เซ็นสัญญา 3 เขื่อน โกงชาติ อีกกว่า 2 แสน ล.


ผู้ว่าฯ ธปท. มีโอกาสได้เข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
พระองค์ท่าน มีพระราชดำรัส ขอบใจ
ที่เหน็ดเหนื่อย เรื่องการเงิน ซึ่งเป็นงานหนัก และสามารถปฏิบัติงานด้านการเงิน เป็นที่ เรียบร้อย ไม่ให้ บ้านเมืองล่มจม แม้ตอนนี้ ใกล้ล่มจมแล้ว ซึ่งอาจเพราะใช้เงิน ไม่ระวัง



“สมเกียรติ” แฉ รบ.งุบงิบเซ็นสัญญา 3 เขื่อน โกงชาติกว่า 2 แสน ล.


อ่าน ที่ “สมเกียรติ”

แฉ หุ่นเชิดเตรียมยึด 3 แหล่งเงินชาติ -เป็นเหตุ พันธมิตรฯ เร่งเป่านกหวีด


“สมเกียรติ” แฉแหลก “รัฐบาลโจร” งุบงิบเซ็นสัญญาสร้าง “3 เขื่อน” โกงเงินภาษีชาติมูลค่ากว่า 2 แสนล้าน ก่อนเปิดโปง “หมัก” หักดิบยึดที่ดิน “เกียกกาย” สร้างรัฐสภาแห่งใหม่ หวังกิน อย่างรวบรัด พร้อมเรียกร้องให้ “พี่น้องพันธมิตรฯ” สลัดพันธนาการทั้งหมด เพื่อร่วมกันต่อสู้ ลั่นไม่ชนะ ไม่กลับบ้าน

สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์

สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย


วันนี้ (24 ส.ค.) นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัย โดยกล่าวถึง วันชุมนุมครั้งใหญ่ เพื่อขับไล่ รัฐบาลขายชาติ ว่า


ในวันจันทร์ที่ 25 ส.ค. นี้ ถือเป็นวันสุกดิบ เพราะในช่วงเช้า เราจะเคลื่อนขบวนไปยัง ร.ร.โยธินบูรณะ เนื่องจาก รัฐบาล กำลังจะสร้าง รัฐสภาแห่งใหม่ ส่วนการเป่านกหวีด ครั้งสุดท้ายนั้น เนื่องจาก เราไม่ต้องการให้ชาติล่มจม เพราะรัฐบาลชุดนี้


โดยเรื่องที่ เราต้องออกมาต่อต้าน เพราะ รัฐบาลชุดนี้ กอบโกยทรัพยากร ของชาติ และ ท้าทาย สถาบันหลักของชาติ เรื่องแรก คือ


ระบอบทักษิณ ได้ทิ้งมรดก และ ถูกระบอบทักษิณ กลืนกินเกือบหมด โดยเฉพาะการ 13 โครงการ ซึ่ง คตส. ตรวจพบ การโกงชาติบ้านเมือง 1.8 แสนล้าน ซึ่งถ้ารวมความเสียหายทั้งสิ้น ระบอบทักษิณ ปล้นชาติไป 2 แสนล้านบาท


“คดีแรก พ.ต.ท.ทักษิณ จะถูกชี้ชะตาน อีกไม่กี่วัน เมื่อถึงวันนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จะเปลี่ยนสถานะ ไปเป็นนักโทษหนีคุก ส่วนการโกง ของรัฐบาล ครั้งใหญ่ ที่ถูกตรวจพบนั้น ก็คือ โครงการขนาดใหญ่ ที่มี อดีต ส.ว. อย่าง นายพิเชฐ พัฒนโชติ ซึ่งออกมาด่าพันธมิตรฯ ว่า มีเพียงหยิบมือเดียว แต่ต้องขอบอกว่า มีหลายเท้า นอกจากนี้ ยังมีเปรตฝูงใหม่เข้ามา โดยมีเมกะโปรเจกต์ มูลค่า 20 แสนล้านบาท ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า ระบอบทักษิณ ถึง 10 เท่า ซึ่งเราตรวจพบ แผนฮุบชาติไทย ภายใต้โครงการนี้ และ ยังไม่รวมกรณีที่ รัฐบาล ยกที่ดินบริเวณเขาพระวิหารให้กับเขมร” นายสมเกียรติ กล่าว


แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ ทีมงานของเรา ได้ไปพบกับ นพ.นิรันดร์ ที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเคยเป็น สมาชิกวุฒิสภาฝ่ายก้าวหน้า และเคยขึ้นเวที พันธมิตรฯ เมื่อปี 2549 ส่วน นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ซึ่งเคย ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ เพียงครั้งเดียว แต่กลับถูกฟ้อง เรื่องฆ่าตัดตอน นั้น เวลานี้ เดินทางไปดู เรื่องเขี่อน ที่ นาย นพดล ได้มีการเซ็นสัญญากับ รมว.ต่างประเทศ ของประเทศลาว ซึ่งรัฐบาลลงนาม ในแถลงการณ์ร่วม เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2551 ที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าสูงถึง 120,390 ล้านบาท และในรายงาน ของโครงการนี้ เป็นการลงทุน ที่ไม่คุ้มค่า และมี การซ่อนเงื่อน รับสัมปทาน โดยมี บริษัทเอกชน ขายไฟฟ้าให้กับ ประเทศไทย นั่นคือ การปล้นชาติ ของนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ


ส่วนเขื่อนที่ 2 คือ เขื่อนปากธม จ.เลย ซึ่งตั้งอยู่ บริเวณแม่น้ำโขง บนพรมแดน ไทย-ลาว นั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า เขื่อนดังกล่าวมี มูลค่า 69,641 ล้านบาท ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้า ได้เพียง 200 กว่าเมกะวัตต์เท่านั้น ถือว่าเป็นการลงทุนไม่คุ้มค่า และใช้จ่ายเงิน ไม่ระมัดระวัง ทั้งๆ ที่ หัวหน้ารัฐบาล ยืนยันว่า จะรับพระราชดำรัส มาใส่เกล้า ใส่กระหม่อม แต่ก็ไม่ยอม ทำตาม พระราชดำรัส


“โครงการที่ 3 เรียกว่า แก่งเสือเต้น โดยรัฐบาลตั้งโครงการ เอาไว้มูลค่าสูงถึง 1,175 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ กำลังมี การฟื้นโครงการดังกล่าว ขึ้นมา ทำให้ ประชาชนกำลังต่อต้านกัน อย่างหนัก และ จะมาร่วมชุมนุม กับกุล่มพันธมิตรฯ ในวันอังคารนี้


ทั้งนี้ 3 โครงการดังกล่าวยังไม่เคยถูกเปิดเผย และวันนี้นายเนวิน ชิดชอบ กำลังยกระดับจากนักการเมืองที่คุมกำลังกลุ่มอีสานพัฒนา กลายเป็น แก๊งออฟโฟว์ ส่วนนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ยกฐานะ มาเป็น หัวหน้าวายร้าย ของ แก๊งออฟโฟร์ ในเวลานี้” นายสมเกียรติ ระบุ


นายสมเกียรติ ยังกล่าวถึง กรณีที่ รัฐบาล มีมติสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ที่ บริเวณเกียกกาย ว่า ในอดีต นายโสภณ เพชรสว่าง ตกลงที่จะเอา กรมสรรพาวุธ ที่ จ.นนทบุรี ซึ่งมีเนื้อที่ 260 กว่าไร ่เป็นสถานที่สร้างรัฐสภาแห่งใหม่ และพอมาถึง สมัยสภานิติบัญญัติ ของ นายสำราญ รอดเพชร นายคำนูณ สิทธิสมาน และ นายประพันธ์ คูณมี ก็ระบุว่า การใช้ที่ดิน บริเวณกรมสรรพาวุธนั้นถูกต้องแล้ว


แต่เมื่อ 4 สัปดาห์ ที่แล้ว ได้มีการเอา ประธานชมรมคนรักทักษิณ ไปดูที่ดินผืนดังกล่าว แล้วอ้างว่า ใช้จ่ายเงินมาก จึงมีมติ เอาที่ดิน บริเวณ เกียกกาย จะได้ ผลาญเงินชาติมากๆ และที่กล้าพูดอย่างนี้ เพราะมี เอกสารหลักฐาน ยืนยันว่า ได้มีการสรุป เสนอที่ดิน ที่จะสร้างรัฐสภา แห่งใหม่แล้ว แต่นายสมัคร กลับหักดิบ เพื่อกินอย่างเร่งด่วน


“มหาวิทยาลัยเอกชน ตามไม่ทัน เรื่องการสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ แต่เด็กนักเรียน โรงเรียนโยธิน ตามทัน จึงบุกไปถึง สภา เพื่อทวงถึง กรณีที่เกิดขึ้น ด้วยน้ำตานองหน้า ที่สำคัญ วันนี้ นายสมัคร เสร็จแน่นอน เพราะไม่มีตัวเงินตัวทอง อยู่ด้วยแล้ว ฉะนั้นจึงขอให้ ประชาชน ที่จะมาร่วมชุมนุม เวลา มาร่วมชุมนุม กับ กลุ่มพันธมิตรฯ อย่าทำเหมือนมาเที่ยว เพราะขณะนี้ สถานการณ์ กำลังเหมาะสม


เนื่องจากรัฐบาล เตรียมที่จะโกงกินกัน นับ แสนล้านบาท ซึ่ง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ยืนยันว่า ที่ชุมนุม มีอาหารการกิน อย่างเพียงพอ จึงไม่อยากให้ พี่น้องพันธมิตรฯ ที่เข้าร่วมชุมนุม แล้ว กลับบ้าน ในเวลาเที่ยงคืน ซึ่งการกระทำเช่นนั้น เราจะไม่ชนะ อย่างแน่นอน เพราะเราต้อง สลัดพันธนาการ ทั้งหมดออกไป ฉะนั้น เราจะกลับบ้าน เมื่อเราได้รับชัยชนะเท่านั้น” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 24 สิงหาคม 2551 08:04 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000099796


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมเกียรติ” แฉ รบ.งุบงิบเซ็นสัญญา 3 เขื่อนโกงชาติกว่า 2 แสน ล.


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 25, 2008

แรงงานต่างด้าวสัญชาติ ลาว กัมพูชา ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ ให้ไปยื่นคำร้องขออยู่ต่อเป็นการชั่วคราว

แรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว และสัญชาติกัมพูชา
ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ และได้รับใบอนุญาตทำงาน
ให้ไปยื่นคำร้องขออยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว


นางสาวอุทัยวรรณ บัวครื้น จัดหางานจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ขอให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติลาวและสัญชาติกัมพูชา ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติหรือรับรองสถานะแล้ว ซึ่งได้รับการตรวจลงตรา จากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และได้รับใบอนุญาตทำงานจากเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางาน ประจำศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (ONE STOP SERVICE) เมื่อปี พ.ศ.2549


ให้ไปยื่นคำขออยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไปอีก เนื่องจากใกล้ ครบกำหนดการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ประมาณวันที่ 24 เมษายน 2551 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2551


ดังนั้นเพื่อให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว และสัญชาติกัมพูชา ที่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติหรือรับรองสถานะแล้ว สามารถอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อทำงานต่อไปอีก สำนักงานจัดหางานจังหวัดสุรินทร์ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ นายจ้างพาแรงงานต่างด้าว สัญชาติลาวและ สัญชาติกัมพูชา ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ไปยื่นคำร้องขออยู่ต่อ ในราชอาณาจักร ได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองกาบเชิง อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-4455-9166


สำหรับหนังสือเดินทางชั่วคราว สำหรับคนสัญชาติลาว ถ้ายังไม่ได้ไปต่ออายุ หนังสือเดินทาง ชั่วคราว ขอให้ไปดำเนินการ ต่ออายุหนังสือเดินทางก่อน กับ เจ้าหน้าที่ของทางการสาธารณรัฐประชาชนลาว ที่ศูนย์การค้าฟิวเจอร์ปาร์ค บางแค กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เสร็จแล้ว จึงยื่นคำร้องขออยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ที่ด่านตรวจคน เข้าเมืองกาบเชิง อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ต่อไป


สำหรับ คนสัญชาติ กัมพูชา ถ้าหนังสือรับรองสถานะบุคคล ยังไม่หมดอายุ ให้ไปยื่นคำร้อง ขออยู่ต่อในราชอาณาจักรได้ ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองกาบเชิง ทั้งนี้แรงงานต่างด้าวทั้ง 2 สัญชาติ สามารถยื่นคำร้องฯ ล่วงหน้าก่อนการอนุญาตสิ้นได้ไม่น้อยกว่า 30 วัน หากเลยกำหนดอนุญาตจะถูกปรับวันละ 500 บาท


หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดสุรินทร์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-4451-6017-8 ต่อ 14 ในวันเวลาราชการ


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


External Links Below Use Browser “Back Button” Back to Here..

April 4, 2008

ผู้นำเงินตราต่างประเทศ เข้า-ออกเกิน 2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ ต้องสำแดงศุลกากรก่อนทุกครั้ง

อธิบดีกรมศุลกากร แจ้งต่อ ผู้นำเงินตราต่างประเทศเข้า-ออก
เกิน 2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ ต้องสำแดงศุลกากรก่อนทุกครั้ง
หากไม่ดำเนินจะมีความผิดทางอาญา


นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ผู้ที่เดินทางเข้า-ออกประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่นำเงินตราต่างประเทศที่เป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์ ออกไปนอกหรือเข้ามาในอาณาจักร โดยมีมูลค่ารวมกันเกินกว่า 2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า ต้องสำแดงรายการเงินตราประเทศนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากร ขณะผ่านด่านศุลกากร การไม่สำแดงรายการในการนำเงินตราต่างประเทศ ออกไปนอกหรือเข้ามาในราชอาณาจักรเกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ หรือสำแดงรายการไม่ถูกต้อง มีความผิดทางอาญา


สำหรับเงินตราไทย ยังคงมีข้อกำหนดในการควบคุม การนำเงินตราไทยออกไปนอกราชอาณาจักรเช่นเดิม คือ ห้ามนำเงินตราไทยออกไปนอกประเทศเกินกว่า 5 หมื่นบาท เว้นแต่การนำเงินตราไทยออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ใกล้เคียง ประเทศไทย (พม่า ลาว กัมพูชา มาเลเซีย และเวียดนาม) สามารถนำเงินตราไทยออกไปนอกประเทศได้ ไม่เกิน 5 แสนบาท


การนำเงินตราไทยออกนอกประเทศมากกว่าจำนวนที่กำหนด จะต้องได้รับอนุญาต จากเจ้าหน้าที่ ผ่านธนาคาร ที่ได้รับอนุญาต และ นำต้นฉบับเอกสาร ธ.ต.5 มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ขณะผ่านด่านศุลกากรทุกแห่ง


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

April 1, 2008

แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว จะเปิดคาสิโนปลายปีนี้ 2 แห่ง

แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จะเปิดให้บริการบ่อนคาสิโนได้ปลายปี 2551 อย่างน้อย 2 แห่ง
นายอภิชาติ เพชรรัตน์ กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เปิดเผยในงานเสวนา เรื่อง “ก้าวต่อไปสะพานมิตรภาพ 2 ไทย – ลาว มุกดาหาร – สะหวันนะเขต” ว่า ขณะนี้แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาวได้มีการลงทุนจากนักธุรกิจต่างชาติเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีเส้นทางยุทธศาสตร์หมายเลข 9 ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังทะเลตะวันออกของประเทศเวียดนาม และค่าแรงที่ถูกกว่าในประเทศไทย อีกทั้ง รัฐบาลลาวยังมีนโยบายในการสนับสนุนการลงทุนในประเทศ โดยการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน – เซโน ตามเส้นทางหมายเลข 9 รวมไปถึงการตั้งบ่อนคาสิโนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวงเวียนไดโนเสาร์ เมืองไกสอนพมวิหาน แม้ที่ผ่านมาจะมีข่าวว่าโครงการดังกล่าวถูกล้มเลิกไปจากการถอนหุ้นของกลุ่มร่วมทุนประเทศเกาหลีก็ตาม แต่ต่อมาได้มีการร่วมทุนกันใหม่กับกลุ่มนักลงทุนจากมาเก๊า ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านกาสิโนมานานร่วม 27 ปี เพื่อเดินหน้าต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างตัวอาคาร และโรงแรม
กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น สปป.ลาว ยังมีแผน ที่จะสร้างสถานคาสิโนเพิ่มขึ้นอีกแห่งในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ สะหวัน – เซโนบนเส้นทางเชื่อมต่อไปยังเวียดนาม แต่จะเน้นรูปแบบไปทางด้านเอ็นเตอร์เทนเม็นคอมเพล็ก คือมีทั้งบ่อนกาสิโน และสวนสนุกเพื่อให้การต้อนรับการท่องเที่ยวในรูปแบบเชิงครอบครัวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดว่าทั้ง 2 แห่งจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปลายปี 2551 นี้

March 31, 2008

ผลการประชุม GMS Summit ครั้งที่ 3

การประชุม GMS Summit ครั้งที่ 3 ปิดฉากลงแล้ว


โดยผู้นำประเทศ สมาชิก ร่วมกัน ออกแถลงการณ์ ระบุ จะเร่งรัดเชื่อมโยงโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐาน ของ อนุภูมิภาค ให้เป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนร่วมกัน


วันนี้ (31 มี.ค.51) นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เสร็จสิ้นภารกิจการเดินทางเยือน นครหลวง เวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เข้าร่วมการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ในอนุภูมิภาค ลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS Summit ครั้งที่ 3 แล้ว


โดยผู้นำ 6 ประเทศสมาชิก GMS ได้แก่ กัมพูชา ลาว จีน พม่า ไทย และเวียดนาม ได้ลงนามแถลงการณ์ร่วมกัน สาระสำคัญ คือ การรับทราบความก้าวหน้าแผนดำเนินงานของ GMS และ กำหนดทิศทาง การดำเนินงาน ในอนาคต ร่วมกัน


การเร่งจัดการเชื่อมโยงโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของกลุ่ม และ ความเป็นอยู่ของประชาชน การส่งเสริมการค้าและการลงทุน


เร่งพัฒนาเส้นทางคมนาคมให้เป็นแนวพื้นฐานที่พัฒนาเศรษฐกิจข้ามพรมแดน สร้างความเข็มแข็งให้ภาคเอกชน รวมทั้งเห็นชอบผลการศึกษาทบทวนกลางรอบและแผนปฏิบัติการเวียงจันทน์ ระยะ 4 ปี ในความร่วมมือ 9 สาขา เช่น


การคมนาคมขนส่ง พลังงาน โทรคมนาคม สิ่งทรัพยากรมนุษย์ การอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุน เพื่อ ประโยชน์ ของประเทศสมาชิก และ ประชาชนในอนุภูมิภาค


ทั้งนี้ หลังพิธีปิดการประชุม นายกรัฐมนตรี ได้เข้าเยี่ยมคารวะ พลโท จูมมะลี ไซยะสอน ประธาน ประเทศแห่ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ เข้าร่วมการประชุม คณะกรรมการร่วมมือ รักษาความสงบเรียบร้อย ตามชายแดนทั่วไป ไทย – ลาว ครั้งที่ 16 ที่ โรงแรมลาวพลาซ่า ก่อนเดินทางโดยรถยนต์ข้าม สะพานมิตรภาพ ไทย – ลาว เพื่อเดินทางมายังท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี โดยนายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางกลับถึง ท่าอากาศยาน ดอนเมือง ในเวลาประมาณ 20.55 น. ของวันนี้ (31 มี.ค.51)


จาก ช่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

นายกรัฐมนตรีของประเทศ แถบแม่น้ำโขง ร่วมประชุมกัน ในลาววันนี้

นายกรัฐมนตรีของประเทศแถบแม่น้ำโขง ได้แก่ จีน ไทย เวียดนาม กัมพูชา พม่า และลาว พร้อมด้วยธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบี ได้ร่วมประชุมกันในกรุงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของลาวในวันนี้ โดยยืนยันที่จะส่งเสริมการสร้างถนน ทางรถไฟ และเครือข่ายไฟฟ้า เชื่อมโยงระหว่าง 6 ประเทศ รวมถึงการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความพยายามในการรวมกลุ่มให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในแถลงการณ์ที่จะประกาศในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมยังยืนยันจะร่วมกันแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพ สิทธิมนุษยชน และการลักลอบค้ายาเสพติด รวมไปถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ.

ไทย-ลาว ร่วมประชุมความร่วมมือความสงบชายแดน ครั้งที่ 16

ไทย-ลาว สานสัมพันธ์ในการประชุมคณะกรรมการร่วมมือ
รักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนทั่วไป ครั้งที่ 16


พลโทนิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจชายแดนทหาร
กองบัญชาการทหารสูงสุด
เปิดเผยว่า ในวันที่ 31 มีนาคม 2551


นาย สมััคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลโท ดวงใจ พิจิด รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงป้องกันประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จะเป็นประธานร่วมกันใน การประชุม คณะกรรมการ ร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อย ตามแนวชายแดนทั่วไป ไทย-ลาว ครั้งที่ 16 เพื่อสานต่อความร่วมมือ ตามบันทึก การประชุม ครั้งที่ 15 โดยมีหัวข้อที่สำคัญ อาทิ


การจัดวางกำลังระหว่าง แขวงจำปาสัก กับ จังหวัดอุบลราชธานี รวมทั้งให้ทั้งสองฝ่ายจัดวางจุดที่ตั้งกำลังแนวชายแดน ทางบก ระหว่างแขวงบ่อแก้ว แขวงไชยะบุรี กับจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก

ความร่วมมือสนับสนุน ทางการทหาร ซึ่งกันและกัน
การป้องกันปราบปรามยาเสพติด
การลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย
การแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายสากล
การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร
การจัดระเบียบอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการเดินทางเข้า-ออก

รวมทั้งเพิ่มความร่วมมือในการป้องกันและสกัดกั้น เพื่อให้หมดปัญหาผู้ลักลอบเข้าเมืองและแรงงานผิดกฎหมาย รวมทั้งบุคคลสองสัญชาติ โดยให้ พลเมืองคนหนึ่งถือสัญชาติเดียว เป็นต้น


จาก ช่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

March 30, 2008

ไทยพร้อมสนับสนุน สปป.ลาวสร้างทางรถไฟเชื่อมเส้นทางคมนาคมและการท่องเที่ยวของ 2 ประเทศ

นายกรัฐมนตรี ยืนยันไทยยินดีที่จะให้การสนับสนุนงบประมาณที่จะดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟจากสะพานมิตรภาพท่านา แล้งถึงนครหลวงเวียงจันทน์ของลาวอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาเส้นทางคมนาคมและการท่องเที่ยวระหว่างกัน
ในโอกาสที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้เข้าร่วมประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS ครั้งที่ 3 ที่จะมีพิธีเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ โดยวันนี้นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางโดยรถยนต์ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวที่จังหวัดหนองคายไปยังสถานีรถไฟท่านาแล้ง เพื่อรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟ หนองคาย-ท่านาแล้งเมืองหาดทรายฟองของลาวระยะทาง 35 กิโลเมตร
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นผู้ริเริ่มโครงการดังกล่าว ซึ่งไม่สามารถเข้าร่วมในพิธีวันนี้ได้ เชื่อว่าจะยินดีและภมิใจในความร่วมมือของทั้งสองประเทศเช่นเดียวกับตนเอง เนื่อจากขณะนี้การก่อสร้างโครงการคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 96 แล้ว พร้อมยืนยันว่า ไทยยินดีที่จะให้การสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างทางรถไฟจากท่านาแล้งถึงนครหลวงเวียงจันทน์ ระยะทาง 9 กิโลเมตร วงเงินงบประมาณ 900 ล้านบาทให้กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งและการท่องเที่ยวระหว่างกัน
สำหรับภารกิจในช่วงบ่าย(30 มี.ค)ในเวลา 14.00 น.นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการหารือทวิภาคีอย่างเป็นทางการกับนายฮารุฮิโกะ โคโรดะ ประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB

Next Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.