Accom Thailand

May 28, 2009

Angkor World Heritage Site Cambodia by PG ชม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก


Tour Code INDO 01 (PG – World Heritage Site Cambodia)

ท่องแดน ศิลานคร เสียมราฐ ชม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
ปราสาทนครวัต ชมเมืองพระนครธม ปราสาทบายน , ปราสาทบันทายสรี
ชมกลุ่มปราสาทหริหราลัย มหัศจรรย์ศิวลึงค์ใต้น้ำ 1,000 องค์ น้ำตกกบาลสะเปียน
ด้วย สายการบิน บางกอก แอร์เวยส์ (PG)
3 วัน 2 คืน กรุงเทพฯ – เสียมราฐ – กรุงเทพฯ

สุดเที่ยวสุดคุ้ม ช้อปปิ้งสบาย สบาย!!!
พักโรงแรม 4 ดาว อาหาร 7 มื้อ
กำหนดการเดินทาง
กำหนดการเดินทาง : 6-8 ก.ค. 52

อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ พักห้องคู่
ราคา รวมตั๋วเครื่องบิน บางกอก แอร์เวย์ 21,900.- บาท

เงื่อนไขพิเศษ
ในการเดินทางในแต่ละครั้ง จะต้องมี จำนวนผู้เดินทาง 15 ท่าน ขึ้นไป
สำหรับคณะจอยทัวร์ บริษัทขอสงวนสิทธิ์กรณีที่กรุ๊ปไม่ถึง 15 ท่าน จะไม่มีหัวหน้าทัวร์จาก กรุงเทพฯ

อัตราค่าบริการรวม :
– ค่าตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ –เสียมราฐ– กรุงเทพฯ สายการบิน Bangkok Airway (PG)
– ค่าทำวีซ่า สำหรับเข้าประเทศกัมพูชา ท่านละ 20 USD.- (วีซ่าท่องเที่ยว) สามารถทำวีซ่า ARRIVAL ได้
– ค่าภาษีสนามบินกัมพูชา 25 USD.
– ค่ายานพาหนะนำเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ตามรายการที่ระบุไว้
– ค่าห้องพักโรงแรม จำนวน 2 คืน (รวมอาหารเช้า) ตามระดับที่กำหนด หรือเทียบเท่า
– ค่าอาหารทุกมื้อตามรายการที่ระบุไว้
– ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น (บรรยายภาษาไทย)
– ค่าเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ตามรายการ
– ค่าประกันภัย อุบัติเหตุ วงเงินประกัน 1,000,000.- บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ติดต่อขอโปรแกรม Viva Voyage (วีว่า โวยาจ ) 518/3 ชั้น 3 ถนนเพลินจิต กทม. 10330 โทร 02-2548381 , 026520702 หรือ E-Mail : viva.voyage@gmail.com
หรือ คลิกที่นี่ เพื่อ Download ข้อมูล หรือ ดูโปรแกรมของ วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3
รายละเอียด เอกสารใช้ยื่นประกอบ การทำวีซ่า ราชอาณาจักร กัมพูชา


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

May 11, 2009

ผลเสี่ยงทายใน พิธีแรกนาขวัญ 2552 น้ำมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์

พระยาแรกนา เสี่ยงทายผ้านุ่ง ได้ผ้านุ่ง ความยาว 5 คืบ
ไปประกอบพิธีจรด พระนังคัลแรกนาขวัญ
ปี 2552 นี้ พยากรณ์ว่า

ปชช. แห่เก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน หลังเสร็จสิ้นพิธีพืชมงคล     เกษตรกรไทย แห่เดินทางมาที่ท้องสนามหลวงตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเฝ้ารอชมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และเก็บเมล็ดข้าวพระราชทาน เพื่อนำไปบูชาเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว

ปชช. แห่เก็บ เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน หลังเสร็จสิ้นพิธี พืชมงคล เกษตรกรไทย แห่เดินทางมาที่ ท้องสนามหลวง ตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเฝ้ารอชม พระราชพิธี พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และ เก็บเมล็ดข้าวพระราชทาน เพื่อนำไปบูชาเป็นสิริมงคล ให้แก่ตนเองและครอบครัว - ภาพ จาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์


น้ำจะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ส่วนการเสี่ยงทาย พระโคกินเลี้ยงปีนี้ พระโคกินงา และกินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร พร้อมด้วยธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี

เมื่อเวลา 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน แทนพระองค์ พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติภา และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ได้เสด็จพระราชดำเนิน โดยรถยนต์ถึง ยัง พลับพลา ที่ประทับ บริเวณมณฑลพิธี ท้องสนามหลวง เพื่อเป็น องค์ประธานในงานพระราชพิธี จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ฤกษ์พิธีไถหว่าน ระหว่างเวลา 08.09 – 08.49 น.


นายจรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่ พระยาแรกนา ได้ยาตราพร้อมเทพี ออกจาก โรงพิธีพราหมณ์ มีราชบัณฑิต และ พราหมณ์ นำผ่าน พลับพลา หน้าพระที่นั่ง

พระยาแรกนา เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายบังคม แล้วไปยังลานแรกนา เจ้าพนักงาน จูงพระโคเทียมเอก พระยาแรกนา เจิมพระโค และไถ แล้วไถดะ โดยรี 3 รอบ เพื่อพลิกดิน ให้เป็นก้อน โดยขวาง 3 รอบ เพื่อย่อยดิน ให้ละเอียด พร้อมหว่านเมล็ดธัญญพืช

พนักงานประโคม ฆ้องชัย เครื่องดุริยางค์ แล้วไถกลบอีก 3 รอบ เพื่อกลบเมล็ดธัญพืช ลงในดิน เสร็จแล้ว พนักงานปลดพระโค ออกจากแอก พระยาแรกนา และ เทพี กลับไปยังโรงพิธีพราหมณ์ พราหมณ์เสี่ยงทาย ของกิน 7 สิ่ง ตั้งเลี้ยงพระโค


นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กราบบังคมทูล ผลการเสี่ยงทายของ นายจรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็น พระยาแรกนาขวัญ เนื่องใน พระราชพิธิพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พ.ศ. 2552


ในการที่ พระยาแรกนา เสี่ยงทายผ้านุ่ง ไปประกอบพิธี จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โหรหลวง ได้ให้คำพยากรณ์ ว่าปีนี้ น้ำจะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และ ผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ส่วนการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยงปีนี้


พระโค ปีนี้กินงา พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จจะอุดมสมบูรณ์ดี และ พระโค กินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร พร้อมธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี


หลังจากนั้น ได้เบิก เกษตรกร ดีเด่นแห่งชาติ ตัวแทน สถาบันเกษตรกร ดีเด่นแห่งชาติ และ ตัวแทนสหกรณ์ ดีเด่นแห่งชาติ สาขาต่างๆ เข้ารับพระราชทาน โล่ห์เกียรติคุณ

ส่วนเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก ที่ใช้ใน พระราชพิธี พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประกอบด้วย ข้าวนาสวน จำนวน 7 พันธุ์ และ ข้าวนาไร่ 2 พันธุ์ โดยรวมน้ำหนัก เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก 1,920 ก.ก.

ส่วนหนึ่ง ใช้หว่านในพิธี และจัดเป็น พันธุ์ข้าว ทรงปลูก พระราชทาน บรรจุใส่ซอง ขนาดเล็ก จัดส่งไปยัง จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ แจกจ่าย ให้กับ เกษตรกร จำนวน 340,000 ซอง เพื่อความเป็น สิริมงคล

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

February 8, 2009

เสาชิงช้า – Giant Swing


เสาชิงช้า – Giant Swing


ปรับปรุงจาก http://www.bangkoktourist.com – กองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

July 20, 2008

ปราสาทเขาพระวิหาร – ศรี ศิขเรศวร…..ผู้เป็นใหญ่แห่งภูเขา

ศรี ศิขเรศวร…..ผู้เป็นใหญ่แห่งภูเขา
โดย นพวรรณ สิริเวชกุล

คลิกที่ไอคอนด้านบนเพื่อ ชม และ ฟัง ในรูปแบบ MULTIMEDIA
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


บนผาสูงชันของเทือกเขาพนมดงรัก เหนือจากระดับน้ำทะเล 657 เมตร คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ปรากฏชื่อ ตามศิลาจารึก ที่ค้นพบในบริเวณนั้น ว่า ‘ภวาลัย’ ปัจจุบันรู้จันกันในนาม ปราสาทเขาพระวิหาร ชาวเขมรเรียก เปรี๊ยะวิเฮียร์ อันเป็นศาสนสถานโบราณ ที่ผูกพันกับวิถีชีวิต ของทั้ง ชาวไทยอีสาน และ ชาวเขมรกัมพูชา


ในฝั่งแผ่นดินไทย ปราสาทเขาพระวิหาร ตั้งอยู่ที่ บ้านภูมิซร๊อล ตำบลบึงมะลู อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ หากเราขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของ ยอดปราสาท เบื้องล่างที่ทอดไกลออกไป คือ เจียมกะสาน หรือ ซำปาก้าง จังหวัดกำปงทม ประเทศกัมพูชา มองไกลไป จนสุดขอบฟ้าทางใต้ คือ พนมกุเลน เมืองพระนคร และ ทะเลสาบเขมร นั่นคือ แผ่นดินที่ เราเรียกกันว่า ถิ่นเขมรต่ำ…ที่ทำให้มองเห็นปราสาทหลังนี้ดั่ง วิหารสวรรค์


กรณีพิพาท ปราสาทเขาพระวิหาร ยังเดินมาไม่ถึงจุดสิ้นสุด ดูราวกับว่า สถานที่แห่งนี้ มิต้องการให้ ใครครอบครอง ดั่งความเชื่อแต่เก่าก่อน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ มีไว้เพื่อชนทุกเผ่าพันธุ์


เนื่องเพราะครั้งหนึ่งสถานที่แห่งนี้ เคยเป็นแหล่งจาริกแสวงบุญ ของคนหลายเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ เปรียบดั่ง ขอม เป็นผู้สร้างปราสาท แต่ปราสาท นั้นมีความสัมพันธ์ กับ คนหลายกลุ่ม หลากคติความเชื่อ และ นั่นคือความหมาย และความสำคัญ อันเป็นสากลของ เขาพระวิหาร


คลิกที่นี่ เพื่อ download ชมภาพ วิดีโอ (150 k 9,428 kb)
คลิกที่นี่ เพื่อ download ชมภาพ วิดีโอ ( 38 k 3,238 kb)

ศรี ศิขเรศวร.....ผู้เป็นใหญ่แห่งภูเขา

ศรี ศิขเรศวร.....ผู้เป็นใหญ่แห่งภูเขา


สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นมา หลากยุคหลายสมัย แต่ที่สำคัญคือช่วงประมาณ พุทธศตวรรษที่ 15 ในสมัยของ พระเจ้ายโศวรรมัน โปรดให้ สถาปนาศิวลึงค์ อันศักดิ์สิทธิ์ ศิขเรศวร ณ เทวาลัย แห่งเขาพระวิหาร ที่แสดงให้เห็นว่า พระองค์ได้ทำให้ สถานที่แห่งนี้กลายเป็นที่ สักการะของ คนหลายกลุ่มที่ นับถือ ลัทธิภูเขา


เขาพระวิหารจึงกลายเป็นที่จาริกแสวงบุญ เช่นเดียวกับที่ ปราสาทวัดภู ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตตอนใต้ของ ประเทศลาว


นับจาก พระเจ้ายโศวรมันแล้ว เทวาลัยพระวิหารแห่งนี้ ก็ถูกต่อเติมเรื่อยมา และ ถือเสมือนเป็นที่สถิต แห่งพระราชอำนาจ ของ กษัตริย์ขอม ทุกพระองค์


กษัตริย์สมัยต่อมาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และ 2 นั้น ได้ทำให้ เขาพระวิหาร กลายเป็นศูนย์กลาง แห่งความเชื่อ ของผู้คน ยิ่งกว่าเดิม


โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ทรงโปรดให้ ปราสาทแห่งนี้ เป็นเสมือน หอประวัติที่เก็บเอกสาร ของชาวกัมพุช ใน สมัยของพระองค์ และ ยังทำให ้เขาพระวิหารแห่งนี้ เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์


เป็นศูนย์กลางแห่งความเชื่อที่คนหลายกลุ่มหลายเหล่า รับนับถือ พร้อมกับเป็นแหล่งสถิตอำนาจ ของ เทพกษัตริย์บรรพบุรุษของพระองค์ และ เป็นที่รวมของ ความเชื่อลัทธิเทวะราชา ในสมัยนั้นอีกด้วย


ปราสาทเขาพระวิหาร สร้างด้วยศิลาทราย ซึ่งสกัดจากบริเวณเทือกเขานี้ ยังเห็นร่องรอยอยู่บางที่บางแห่ง ที่พวกขอมสกัดหินไปใช้ ก่อสร้าง เช่นบริเวณ ขอบสระตราว และบริเวณใกล้กับ มออีแดง นอกจากจะก่อสร้างด้วยศิลาทรายแล้วปราสาทพระวิหารยังสร้างด้วยอิฐเผา และ ดินเหนียว อีกด้วย


ลักษณะเด่นที่ทำให้เขาพระวิหาร เป็นที่รู้จักทั่วไปคือ ตั้งอยู่บนที่สูง กว่าปราสาทหินอื่นๆ ในเมืองไทย อ.มานิต วัลลิโภดม นักโบราณคดี ได้บันทึกไว้ในเอกสาร ของ กรมศิลปากร ว่า สิ่งก่อสร้างที่รวมกันเป็น ปราสาทเขาพระวิหารนั้น


เริ่มตั้งแต่ที่ลาดต่ำเชิงเขา จนถึงผาชันสุด ห่างกันเป็นสี่ชั้น ทางเดินเขาพระวิหารทางใหญ่ อยู่ทางด้านเหนือ ในดินแดนประเทศไทย


นอกจากนั้น อ.มานิต ยังเคยสันนิษฐานว่า อาคารด้านตะวันออก อาจเป็นที่อยู่ของ ช่างฟ้อน หรือ นางรำ ที่ประจำอยู่ ณ ภวาลัย แห่งนี้


ส่วนทางด้านตะวันตกนั้น อาจเป็นที่สำหรับ ศาสนิกชน มาอาบน้ำมนต์ เนื่องจากตามมุขทั้ง 4 ของห้องตรงกลาง จะมีลักษณะ คล้ายอ่างน้ำ และ ในส่วนของ ภวาลัย นั้นคือ มณฑป และ ปรางค์ศีขร หลังคาโค้ง ตรงช่องประตูทุกช่อง จะมีทางขึ้นลงเป็นบันได 5 ขั้น


เนื้อความในจารึกหลักหนึ่งที่ค้นพบในบริเวณเขาพระวิหารได้กล่าวว่า บริเวณแถบเขาพระวิหารแห่งนี้มีนางเทวีองค์หนึ่งปกครองอยู่ นามว่า นางพิณสวัณครามวดี ซึ่งเป็นมารดาของพระนางกัมโพชลักษมีมเหสีของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 แห่งอาณาจักรขอมในอดีต


คล้ายกับว่า ปราสาทเขาพระวิหารแห่งนี้ คือสิ่งที่คนโบราณ พยายามจะสร้างสมานฉันท์ ทางวัฒนธรรม และ การเมือง ระหว่าง คนสองกลุ่มใหญ่ เสมอมา กลุ่มหนึ่งคือ เขมรต่ำ ส่วนอีกกลุ่มนั้นคือบรรดาผู้อาศัยอยู่แถบ เชิงเขาพนมดงรักฝั่งใต้ของ แม่น้ำมูล ซึ่งพระราชพงศาวดารเขมร สมัยหลัง เรียกบริเวณนั้นว่า เขตดงรัก


หลายปีที่ผ่านมาเรื่องราวพิพาทระหว่าง ไทย และ กัมพูชา กรณีเขาพระวิหารนั้น บางเวลาก็เงียบสงบ บางเวลาก็เกิด เป็นข่าว หลายครั้ง ที่ชาวไทยไม่สามารถขึ้นไป บนสถานที่แห่งนั้นได้ ด้วยการปิดเขตแดนของ กัมพูชา


จากคำสัมภาษณ์ของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ผู้เป็นทนายใน คดีพิพาทเรื่องเขาพระวิหาร ระหว่าง ไทย และ กัมพูชา ที่ศาลโลก ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอแลนด์ ได้ลงใน หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันที่ 9 มกราคม ปี 2535 ว่า


เรื่องนี้ยังเข้าใจกันผิดว่า เขาพระวิหารเป็นของเขมร ทั้งหมด ที่จริงไม่ใช่อย่างนั้น ศาลโลกไม่ได้ตัดสิน อย่างนั้น ศาลโลกตัดสินว่า ให้คืนการครอบครอง วิหารปราสาท กับ บริเวณ
ไม่ใช่ทั้งเขา

ตามรายงานในช่วงเวลาดังกล่าวเมื่อครั้งพ.ศ.2505 รัฐบาลไทยได้ขนย้าย พระพุทธรูปจำนวน 30 องค์ ซึ่งได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ บริเวณปราสาท กลับคืนมา เหลือแต่พระพุทธรูปอีก 20 องค์ ซึ่งเป็นของ ที่ตั้งอยู่ติดกับ ปราสาทพระวิหาร มาก่อน


ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งศรีศิขเรศวรนี้…นำมาซึ่งความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาเสมอมา ด้วยการเรียกร้องอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร ของกัมพูชา


ขณะที่แผ่นดินนั้นเป็นของไทย…หากเรามองอีกมุมหนึ่งของเรื่องราว ที่ กระทั่งปัจจุบัน ก็ยังหาข้อยุติไม่ได้นั้น….


และหากเรามองย้อนกลับไปในอดีต ที่ปราสาทพระวิหารแห่งนี้ คือสถานที ่สำหรับทุกผู้คน ที่ดั้นด้นเพื่อไปจาริกแสวงบุญ ทำให้ อดคิดไม่ได้ว่า…จะเป็นไปไม่ได้เชียวหรือ…ที่บรรพบุรุษของผู้คน ในถิ่นแถบนี้ ได้สร้างมรดกทางวัฒนธรรมแห่งนี้ไว้ เพื่อให้ “เรา” ได้รักษาไว้ร่วมกัน….


**ข้อมูลอ้างอิง
เมืองประวัติศาสตร์เมืองพิมาย เขาพระวิหาร เมืองอุยบ เมืองศรีสัชชนาลัย ; รศ.ดร.ธิดา สาระยา
ประวัติศาสตร์เรื่องปราสาทเขาพระวิหาร ; ธิดา สาระยา


พบกับรายการ ต่างสมัย รอยไทย โดย นพวรรณ สิริเวชกุล ได้ทุกคืนวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 00.00 – 01.00 น. ทางคลื่นยามเฝ้าแผ่นดิน FM 97.75 MHz หรือรับฟังรายการย้อนหลังได้ ทาง www.managerradio.com

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ ผู้จัดการออนไลน์ 28 มิถุนายน 2551 21:47 น.
http://www.manager.co.th/Multimedia/ViewPhoto.aspx?NewsID=9510000076159
พิมพ์ ข่าวนี้
ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

June 4, 2008

กรมศิลปากร จัดพิธีบวงสรวงเพื่อ ซ่อมแซมประติมากรรมปราสาทพนมรุ้ง

กรมศิลปากร ทำพิธีบรวงสรวงขอขมาสิ่งศักดิ์บนปราสาทพนมรุ้ง ก่อนระดมทีมช่างบูรณะเทวรูปที่ถูกทุบทำลายเสียหาย ขณะที่อธิบดีกรมศิลปากร ยืนยัน ไม่กระทบต่อการยื่นเสนอเป็นมรดกโลก คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

วันนี้ (4 มิ.ย.51) เวลา 08.19 น. นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานพิธีีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บน อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ โดยการประกอบ พิธีพราห์ม และ พิธีสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและ บอกกล่าว สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนระดม ทีมช่างจากกรมศิลปากร บูรณะซ่อมแซม เทวรูปองค์เทพบริวาร บนปราสาท ที่ถูกคนร้ายทุบทำลายเสียหาย 19 องค์ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา

หลังประกอบพิธีบรวงสรวง อธิบดีกรมศิลปากร ได้นำชิ้นส่วนประติมากรรม แขนทวารบาล ส่วนที่แตกหักที่ซ่อมแซมแล้ว ประกอบเข้ากับส่วนที่ไม่เสียหายเพื่อเป็น ปฐมฤกษ์ ที่จะนำไปสู่ การบูรณะซ่อมแซมเทวรูปองค์อื่นที่ ถูกทุบทำลายเสียหาย โดยจะทำการซ่อมแซมจาก องค์ปราสาทประทาน ลงไปจนถึงเศียรพญานาค สะพานนาคราช ด้านล่าง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 30 วันตามกำหนด

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงสาเหตุการทุบทำลายโบราณสถานปราสาทหินพนมรุ้ง จะเป็นเรื่องด้านไสยศาสตร์ รวมทั้งเรียกร้องขอให้ประชาชนเป็นเจ้าของโบราณสถาน ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 5,000 แห่ง แต่ขึ้นทะเบียนไว้เพียง 2,000 แห่ง ซึ่งโบราณสถานเหล่านี้ ไม่ใช่ของกรมศิลปากร แต่เป็นของประเทศ และประชาชนทุกคน เป็นเจ้าของ และเป็นสิ่ง ที่มีคุณค่าจาก มรดกทางวัฒนธรรมที่ทิ้งไว้ให้ ทั้งนี้ ในส่วนของเหตุการณ์ทุบทำลายโบราณสถานครั้งนี้ จะไม่ส่งผลผลกระทบต่อ แผนการพัฒนาและ การเสนอชื่อให้ปราสาทหินพนมรุ้ง ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวภายหลังพิธีบรวงสรวง ว่า ความเสียหายขององค์เทวรูป ที่ถูกทุบทำลาย จะไม่กระทบต่อการ ยื่นเสนอชื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งอยู่ในระหว่าง การพิจารณาของ องค์การยูเนสโก้ เพราะองค์ปราสาทส่วนใหญ่ ยังมีความสมบูรณ์ และส่วนที่เสียหายยังสามารถบูรณะซ่อมแซมให้ ใกล้เคียงกับสภาพเดิมได้

ส่วนด้านการรักษาความปลอดภัยนั้น ทางกรมศิลปากรได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำท้องถิ่น ที่มีโบราณสถานตั้งอยู่ในพื้นที่ เข้ามาสร้างสำนึก ในการมีส่วนร่วม วางมาตรรักษาความปลอดภัยโบราณสถาน ที่มีทั้ง ประเทศกว่า 5,000 แห่ง เป็นการป้องกันกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพ หรือผู้ไม่หวังดี เข้าไปโจรกรรมหรือทุบทำลายซ้ำอีก

ด้านนายดุสิต ทุมมากรณ์ หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง กล่าวว่า กรมศิลปากรได้มอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญ ระดับ 9 เป็นหัวหน้าคณะ ในการซ่อมแซมประติมากรรม ประกอบโบราณสถานปราสาทหินพนมรุ้ง โดยจะเริ่มประกอบ และหล่อแขนทวารบาล รูปสิงห์ โคนนทิ และ การซ่อมแซมเศียรพญานาค จะซ่อมแซมเป็นลำดับสุดท้าย เนื่องจากมีรายละเอียดมาก คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

June 2, 2008

ปธ.กรรมาธิการวัฒนธรรมฯ วุฒิสภา สะเทือนใจทุบโบราณสถาน”พนมรุ้ง”

ประธานกรรมาธิการศาสนา ศิลปวัฒนธรรม วุฒิสภา สะเทือนใจ ทุบทำลายโบราณสถาน ปราสาทหินพนมรุ้ง เชื่อคนทำไม่ใช่คนไทย พร้อมเร่งรัดตำรวจหาผู้กระทำความผิด ขณะตำรวจ ตั้งประเด็นกลุ่มคนร้ายเกี่ยวข้องหมอไสยศาสตร์เขมร

ศาสตราจารย์ เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ ประธานคณะกรรมาธิการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา พร้อมด้วย คณะกรรมาธิการฯ ได้เดินทางไปศึกษา กรณีมีคนร้ายลอบเข้าไปทำลายปราสาทหินพนมรุ้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

โดยเข้ารับฟัง การบรรยายสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์และ ความคืบหน้า การติดตามคนร้ายในคดีดังกล่าว และ ได้เข้าศึกษาความเสียหาย การทุบทำลายโบราณสถาน ปราสาทหินพนมรุ้ง ซึ่งกลุ่มคนร้ายได้ดำเนินการ รวม 7 จุดโดยทุบทำลายโบราณวัตถุและรูปปั้น ต่างๆ รวม 19 ชิ้น

ประธานคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา กล่าวว่า รู้สึกสะเทือนใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยไม่เชื่อว่า จะเป็นฝีมือของคนไทย เนื่องจากปราสาทพนมรุ้ง เป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญของประเทศไทย ซึ่งได้เรียกร้องให้ เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดดำเนินการหาคนร้ายมาดำเนินคดี รวมทั้ง จะต้องเพิ่มมาตรการ ในการดูแลรักษาพื้นที่โบราณสถาน ให้มากขึ้น

ด้านพันตำรวจเอกกฤษณะ สุขะตุงคะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ให้น้ำหนักคดี ซึ่งเกี่ยวข้องใน ประเด็นด้านไสยศาสตร์ โดยได้เก็บรวบรวมหลักฐาน โดยเฉพาะ น้ำลายที่ติดกับบุหรี่ม้วนกระดาษยาเส้น ที่ใช้ในกระทำพิธีขอขมา ของ กลุ่มคนร้าย เพื่อนำไปตรวจสอบพิสูจน์ ดีเอ็นเอ ได้

ขณะเดียวกัน ขอความร่วมมือกับประชาชน ที่มีความรู้เกี่ยวกับพิธีไสยศาสตร์ว่า การดำเนินการใช้บุหรี่ยาเส้น จำนวน 3 ม้วน และ 8 ม้วน ว่าน่าจะมาจากกลุ่มไสยศาสตร์ กลุ่ม หรือสำนักใด เป็นฝีมือของหมอไสยศาสตร์ทางเขมร ว่าเป็นคนไทย หรือมาจาก ประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนั้น จากการที่มีการตั้งรางวัลให้แก่คนที่แจ้งเบาะแสติดตามหาคนร้าย ที่มีเงินรางวัล 950,000 บาท ในขณะนี้ ได้สร้างปัญหาในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เนื่องจาก มีประชาชนได้แจ้งเรื่อง แต่เป็นการสร้างเรื่อง เพื่อการกลั่นแกล้งกัน ทำให้เสียเวลาและ ค่าใช้จ่ายในการสืบสวนสอบสวน

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 24, 2008

กัมพูชา ยอมขึ้นทะเบียนเฉพาะองค์ปราสาท และจัดทำแผนที่ใหม่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เผยผลการหารือร่วม 3 ฝ่าย ไทย – กัมพูชา – ยูเนสโก คืบหน้า โดยกัมพูชายอมขึ้นทะเบียนเฉพาะองค์ปราสาท และพร้อมจัดทำแผนที่ใหม่ ส่วนพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ทั้ง 2 ฝ่ายจะร่วมกันหาทางออกอีกครั้ง
นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการเดินทางไปประชุมร่วมกับกัมพูชา และองค์การยูเนสโก ที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่า คณะผู้แทนไทย ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากส่วนราชการกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และผู้แทนจากสำนักงานคณะผู้แทนถาวรไทย ประจำยูเนสโก รวม 9 คน ได้หารือกับฝ่ายกัมพูชา นำโดยนายสก อาน รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และบุคคลระดับสูงจากรัฐบาลกัมพูชา มีผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายวัฒนธรรม ของยูเนสโก เข้าร่วมหารือด้วย โดยใช้เวลาในการประมาณ 10 ชั่วโมง โดยกัมพูชายอมรับการเปลี่ยนแปลงการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งจะขอขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทเป็นมรดกโลก และในวันที่ 6 มิถุนายนนี้ กัมพูชาจะส่งแผนที่ใหม่ แสดงขอบเขตตัวปราสาทให้ฝ่ายไทย และยูเนสโก พิจารณาอีกครั้ง
นายนพดล กล่าวว่า ทั้ง 2 ฝ่ายมีบันทึกไว้เป็นร่างคำแถลงการณ์ร่วม (Joint Communiqué) อย่างชัดเจนว่า แต่ละฝ่ายต้องนำผลการหารือครั้งนี้ ขอความเห็นชอบจากรัฐบาลของตัวเองก่อน และจะต้องพิจารณาว่า แผนที่ที่ได้รับการแก้ไขแทนแผนที่เดิม ที่กัมพูชาเคยใช้ประกอบในการขอขึ้นทะเบียน เมื่อ พ.ศ.2550 มีความเหมาะสมหรือไม่ ส่วนพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ทั้ง 2 ฝ่ายจะพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม นายนพดล ปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่า การที่ไม่มีทหารร่วมเดินทางไปหารือในครั้งนี้ด้วย เพราะมีความขัดแย้งกัน โดยยืนยันว่า พล.ท.นิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ติดภารกิจราชการของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ที่ประเทศรัสเซีย จึงไม่ได้เดินทางไปด้วย ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งแต่อย่างใด

May 23, 2008

ปลัด วธ. ลงพื้นที่ตรวจสอบปราสาทพนมรุ้ง ส่วน ชัย ชิดชอบ ยืนยันครอบครัวชิดชอบ ไม่เกี่ยวข้องเหตุทุบทำลาย

ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบปราสาทพนมรุ้ง พร้อมเร่งให้นายช่างศิลปกรรม ซ่อมแซมกลับสู่สภาพเดิมอย่างเร่งด่วน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยพุ่งเป้าผู้มีอิทธิพล โดยการกระทำดังกล่าวน่าจะเป็นผู้ที่มีวิชาอาคมทาง ไสยศาสตร์
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ที่กลุ่มคนร้ายบุกรุกเข้าไปทำลาย ว่า จากการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณวัตถุ ในเบื้องต้นพบ โบราณสถานมีความเสียหายจำนวน 7 จุด 19 ชิ้น โดยกรมศิลปากรจะส่งนายช่างศิลปกรรมและนักอนุรักษ์มาซ่อมแซมให้แล้วเสร็จใน ระยะเวลาไม่เกิน 1เดือน ซึ่งจะเริ่มทำการบูรณะให้กลับสู่สภาพเดิมไปทีละส่วนได้ภายในสัปดาห์หน้า พร้อมกับการประกอบพิธีบวงสรวง ซึ่งขณะนี้ได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และโบราณสถานใกล้เคียงเพิ่มเติม ตลอด 24 ชั่วโมง และทำการติดตั้งกล้องวงจรปิด และไฟส่องสว่าง โดยได้รับการสนับสนุนกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารอากาศ
สำหรับด้านการสืบสวนสอบสวน พ.ต.อ. กฤษณะ สุขะตุงคะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนจากที่เกิดเหตุตั้งข้อสังเกต พุ่งเป้าไปที่ผู้มีอิทธิพล ทั้งนี้พบแก้วน้ำ และบุหรี่ที่จุดแล้วครึ่งตัวจำนวน 11 ตัว พร้อมร่องรอยการขีดหินกำกับเส้นทาง 19 ขีด ซึ่งเชื่อว่าเป็นการเล่นของทางไสยศาสตร์ โดยขณะนี้ทางสำนักวิทยาการ ตำรวจบุรีย์รัมย์กำลังตรวจสอบของกลางทั้งหมดโดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์

ประธานสภาผู้แทนฯ โต้กลับอดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ยืนยันครอบครัวชิดชอบ ไม่เกี่ยวข้องเหตุทุบทำลายปราสาทพนมรุ้ง
ประธานสภาผู้แทนราษฎร โต้กลับอดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ยืนยันครอบครัวชิดชอบ ไม่เกี่ยวข้องเหตุทุบทำลายปราสาทพนมรุ้ง พร้อมตั้งรางวัลนำจับ 5 แสนบาท
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี นายโสภณ เพชรสว่าง อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ออกมาตั้งข้อสังเกตการทุบทำลายปราสาทพนมรุ้ง โดยระบุอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องไสยศาสตร์ ว่า ไม่อยากให้คิดเช่นนั้น เพราะเรื่องไสยศาสตร์เป็นเรื่องไม่มีในโลกจึงไม่อยากให้ประชาชนหลงงมงาย เอาเรื่องการเมืองไปปะปน เพราะตอนนี้มีนักการเมืองนอกสภาพยายามเคลื่อนไหวทำให้เป็นเรื่องการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องของสิทธิ์ แต่ถ้ามีการหมิ่นประมาทก็ต้องฟ้องร้อง ส่วนที่มีความพยายามผูกโยงเข้ากับ นายเนวิน ชิดชอบ บุตรชาย และกรณีการไปไหว้ศาลหลักเมืองของตนเองนั้น นายชัย ยืนยันว่า ครอบครัวชิดชอบ ไม่ได้เกี่ยวข้องและการไปไหว้ศาลหลักเมืองในรุ่งเช้าของวันที่ปราสาทพนมรุ้ง ถูกทุบทำลายก็ไม่เกี่ยวข้องกัน

May 22, 2008

ตร.เรียกสอบพยาน 20 ปาก ขณะที่ อุทยานเร่งบูรณะซ่อมแซม ส่วนที่เสียหาย

ตำรวจเรียกสอบพยานแล้ว 20 ปาก ทั้งยาม เจ้าหน้าที่อุทยาน และชาวบ้าน ขณะอุทยานเตรียมจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ เร่งบูรณะซ่อมแซมโบราณวัตถุที่เสียหาย
นายดุสิต ทุมมากรณ์ หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งจ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุ ถึงความคืบหน้า หลังเกิดเหตุคนร้ายบุกทุบทำลายเทวรูป โบราณวัตถุบนปราสาทพนมรุ้งว่า ขณะนี้ได้เคลียร์พื้นที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมบูรณะซ่อมแซม โดยนายช่างศิลปกร และนักโบราณคดี กำลังจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ พร้อมลงมือเร่งบูรณะซ่อมแซมในวันพรุ่งนี้ โดยจะเริ่มซ่อมจากจุดที่เสียหายมาก คือ แขนทวารบาล ปากโคนนทิก่อน คาดใช้เวลา 1 เดือนแล้วเสร็จทั้ง 17 จุด ในส่วนการทำพิธีบวงสรวง ขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนปราสาทพนมรุ้งนั้น อยู่ระหว่างหารือกับทางจังหวัดและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง อย่างไรก็ตามได้มีประชาชนที่เคารพศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนปราสาทพนมรุ้ง ได้นำพวงมาลัยมากราบสักการะเทพบริวารที่ถูกทุบทำลายอย่างต่อเนื่อง
ด้าน พ.ต.อ.วิชัย สังข์ประไพ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ระบุว่า ขณะนี้ได้เรียกสอบพยานแวดล้อมแล้วกว่า 20 ปาก ทั้งยาม เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าบนเขาพนมรุ้ง และจะมีการเรียกสอบพยานเพิ่มเติ่มอีกหลายปาก พร้อมทั้งได้จัดกำลังตำรวจแบ่งเป็นหลายชุด ออกติดตามจับกุมคนร้าย อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับผู้ต้องสงสัยแต่ อย่างใด

May 21, 2008

โบราณสถานปราสาทหินพนมรุ้ง ใช้เวลาซ่อมไม่เกิน 1 เดือนแล้วเสร็จ

อธิบดีกรมศิลปากร เผย คนร้ายทำลาย โบราณสถาน ปราสาทหินพนมรุ้ง


พบความเสียหายของปากนาคและทวารบาล ใช้เวลาซ่อมไม่เกิน 1 เดือนแล้วเสร็จ


นาย เกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึง กรณีการบุกทำลาย อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งหรือ ปราสาทหินพนมรุ้ง ว่า จาก รายงานที่ได้รับ มีการบุกรุก และ ทำความเสียหายให้กับ รูปปั้น ส่วน ปากนาค หรือ ทวารบาล


ซึ่งที่ผ่านมา เคยพบเหตุการณ์ทำลายแบบไม่ตั้งใจ ของนักท่องเที่ยว แต่กรณี การทำลายโดยความตั้งใจ ปกติไม่ค่อยพบ เพราะคนไทย ไม่ค่อยทำกัน ส่วนใหญ่จะมีความเชื่อเคารพศรัทธาในเรื่องเหล่านี้


ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ถือว่ามีความผิดในการ บุกรุกทำลายโบราณสถาน มีความผิดทั้ง จำและปรับ ตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2535


สำหรับ กรณีความเสียหายของ นาคทวารบาล นั้นมีต้นแบบเดิมอยู่ ดังนั้นการซ่อมแซมสามารถซ่อมคืนเหมือนเดิมได้ ซึ่งจะซ่อมโดยการ ทำพิมพ์หรือหล่อพิมพ์ เอาอิฐและเศษหินทั้งหมดบดแล้ว ทำแบบหล่อผสมปูนเล็กน้อย เพื่อซ่อมคืนสภาพเดิมที่เสียหายไป ซึ่งใช้เวลาไม่เกินหนึ่งเดือนแล้วเสร็จ


กรมศิลปากร มอบหมายให้ สำนักศิลปากรที่ 12 เร่งซ่อมแซม ปราสาทหินพนมรุ้ง ที่เสียหาย พร้อมประสาน เครือข่ายอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม เฝ้าระวังโบราณสถานทั่วประเทศ


ทางสำนักศิลปากรที่ 12 จังหวัดนครราชสีมา จะเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การทำแบบ แม่พิมพ์จากรูปปั้นที่ทางกรมศิลปากร มีแบบครบถ้วนและ จะดำเนินการหล่อ ผสมหิน ก่อนจะนำไปตกแต่งในพื้นที่ ที่ได้รับความเสียหายอีกครั้ง สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการซ่อมแซมครั้งนี้ คงไม่มากนัก เนื่องจากส่วนที่ได้รับความเสียหายในแต่ละจุดมีไม่มาก


ส่วนแนวทางในการป้องกันความเสียหาย ที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตนั้น อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ภายในท้องถิ่นแต่ละแห่ง คงต้องพิจารณาเพื่อจัดอัตรากำลัง ในการเฝ้าดูแลภายใน และภายนอกสถานที่ และโบราณสถานนั้นๆ เพื่อดูแลและรักษาความปลอดภัย โดยต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น


นอกจากนี้ ทางกรมศิลปากรยังจะประสานงานกับ เครือข่ายอาสาสมัครท้องถิ่น ในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม หรือ อส.มศ. ให้เข้ามาช่วยดูแลเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโบราณสถาน ที่มีอยู่ทั่วประเทศขณะนี้

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
บุรีรัมย์-โจรใจบาปบุก ปราสาทพนมรุ้ง ทำพิธี ก่อนทุบหัวพญานาคและ ยกศิวลึงทิ้ง

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Next Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.