Accom Thailand

February 5, 2009

UN โวย ฮามาส ยึดสิ่งของบรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือ กาซา


UN โวย ฮามาส ยึดสิ่งของบรรเทาทุกข์ ที่นำไปช่วยเหลือ พลเมืองกาซา

เอเอฟพี – หน่วยงานช่วยเหลือผู้อพยพชาวปาเลสไตน์สหประชาชาติ(ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ – UNRWA) เมื่อวันพุธ(4) ระบุว่า ฮามาส ได้ยึด อาหารหลายร้อยหีบห่อ และผ้าห่มหลายพันผืน ที่จะเอาไปแจกจ่าย ให้กับพลเมืองกาซา ที่ได้รับความเดือดร้อน จากสงครามกับ อิสราเอล


“เมื่อเวลา 14.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ของวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ผ่าห่ม กว่า 3,500 ผืน และ อาหาร 406 หีบห่อ ถูกริบไปจาก คลังแจกจ่าย ณ บีชแคมป์ ในกาซา โดยพนักงานตำรวจ” ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ระบุในแถลงการณ์
552000001417501

“เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นหลังจาก ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ปฏิเสธ ส่งมอบเครื่องบรรเทาทุกข์ ให้กับ กระทรวงกิจการสังคม ของกลุ่ม ฮามาส ต่อมาตำรวจจู่โจมเข้าไปยังโกดังเก็บของ และใช้กำลังเข้ายึดสิ่งของช่วยเหลือเหล่านั้น ที่ต้องนำไปแจกจ่าย ให้แก่ประชาชน 500 ครอบครัว ในกาซา” ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ระบุ

“ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ขอประณามด้วย ถ้อยคำรุนแรงต่อ การเข้าริบเสบียงครั้งนี้ และเรียกร้องให้ ฮามาสส่งคืนโดยทันที” ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ระบุใน แถลงการณ์

ด้าน อาห์เม็ด อัล-คูร์ด รัฐมนตรีกิจการสังคม ของ รัฐบาลฮามาส ยืนยัน การเข้ายึดดังกล่าว แต่อ้างว่า เครื่องบรรเทาทุกข์เหล่านี้ ควรนำไป แจกจ่ายให้กับ พลเรือนกาซาอย่างทั่วถึง ไม่ใช่แค่เฉพาะกลุ่ม ที่ถือสถานะ ผู้ลี้ภัย และ ได้รับสิทธิพิเศษ จากความช่วยเหลือ ของ ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ เท่านั้น

รัฐบาลฮามาส “มีหน้าที่รับผิดชอบหลัก สำหรับแจกจ่าย และ อำนวยความช่วยเหลือนี้ ด้วยความยุติธรรม เรารับผิดชอบต่อ พลเมือง 1.5 ล้านคน ในฉนวนกาซา” เขากล่าว “เราปฏิเสธ การแจกจ่าย อันแบ่งแยกใดๆ”

อย่างไรก็ตามทาง รัฐมนตรีสวัสดิการสังคม ของ อิสราเอล อิแซค เฮิร์ตซอก ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “คือสิ่งที่พิสูจน์เพิ่มเติมว่า ฮามาส ยังคง ทำให้ ชีวิตของ พลเมืองกาซา อยู่ในความทุกข์ยาก และจะใช้ทุกวิถีทาง ทำให้ผู้คน ได้รับความทุกข์ทรมาน”

“อิสราเอล ขอยืนกราน เรียกร้องให้ส่งความช่วยเหลือ ด้านมนุษยธรรม ลำเลียงไปฉนวนกาซา เพื่อความเป็นอยู่ของ พลเรือนโดยตรง เพียงอย่างเดียว และ ไม่ควรยอมให้ ฮามาส ใช้ประโยชน์ จากมัน” เขากล่าว

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 5 กุมภาพันธ์ 2552 03:01 น. http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000013301


พิมพ์ ข่าวนี้ UN โวย ฮามาส ยึดสิ่งของบรรเทาทุกข์ ที่นำไปช่วยเหลือ พลเมืองกาซา



อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้องได้จาก

  • อิสราเอล-ฮามาส เมิน เสียงอ้อนวอนของ ยูเอ็น ให้หยุดยิง
  • หวั่นเกิดแนวรบที่สอง ต่อจากกาซา หลังเหตุยิงจรวด จากเลบานอน

  • ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
    Advertisements

    December 10, 2008

    วันที่ 10 ธันวาคม วันสิทธิมนุษยชน วันแห่งศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์


    บทวิเคราะห์ : วันสิทธิมนุษยชน
    ตอนที่ 1 วันแห่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์


    วันที่ 10 ธันวาคมของ ทุกปี นอกจากจะเป็น วันรัฐธรรมนูญแล้ว ในระดับสากล สหประชาชาติ ได้กำหนดให้เป็น วันสิทธิมนุษยชนสากล ด้วย เพื่อสร้าง ความตระหนักและ พัฒนา ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ ให้ก้าวหน้าขึ้น โดยเฉพาะปีนี้ ที่ครบ 60 ปี ปฎิญญาสากล ว่าด้วย สิทธิมนุษยชน ของ สหประชาชาติ และเป็นวันท ี่รัฐธรรมนูญของไทย ฉบับพุทธศักราช 2550 เดินหน้า มากว่า 1 ปีแล้ว


    นัยสำคัญแห่ง สิทธิมนุษยชน และพันธกิจ


    นางสุนีย์ ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชน ได้ให้ คำจำกัดความของคำว่า สิทธิมนุษยชน คือ


    การเคารพ ศักดิ์ศรีความเป็นคน
    เราต้องการให้ ใครทำอย่างไรกับเรา เคารพเราอย่างไร ปฎิบัติต่อเราอย่างไร
    เราก็จะต้องเคารพคนอื่น เช่นนั้นเหมือนกัน
    นี่คือความหมาย ที่มีนัยสำคัญ


    สำหรับประเทศไทย ได้ผูกพันเป็นสมาชิกของ สหประชาชาติ มีพันธะกรณี ที่ต้องช่วยกันรณรงค์ ส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิมนุษยชน และยังมี การรับรอง ในรัฐธรรมนูญ ให้มี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีไม่กี่ประเทศ ที่มีคณะกรรมการ ที่เป็น องค์กรอิสระ


    สิทธิมนุษยชนด้านแรงงาน


    ในสถานการณ์ที่ ประเทศไทยอยู่ในภาวะ ที่นอกเหนือจาก ความขัดแย้งทางการเมืองแล้ว ก็ยังประสบปัญหา วิกฤตเศรษฐกิจ ที่รุมเร้า


    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ได้ให้ความสำคัญ ในการทำงานร่วมกับ องค์กรเครือข่าย กว่า 10 องค์กร เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ และ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ในครั้งนี้ ในฐานะที่เป็น ปัญหาร่วมชาติ ซึ่งวิกฤตเศรษฐกิจ ในประเทศขณะนี้ จะมีผลกระทบ กับ คนทำงาน โดยตรง


    ซึ่งหมายรวมถึง แรงงานที่อยู่ในโรงงาน แรงงานภาคเกษตร แรงงานอิสระ แรงงานที่ รับงานไปทำที่บ้าน หรือแม้แต่ อาชีพอิสระอย่าง คนขับแท็กซี่ ขณะเดียวกัน ก็หมายถึงแรงงานที่ กระจัดกระจาย อยู่ทั่วประเทศ ซึ่งถูกเรียกแตกต่างกันไป รวมถึงคนทำงาน ภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มที่ เดือดร้อน มากที่สุด คือ ลูกจ้างภาครัฐ ซึ่งไม่ค่อยมีสวัสดิการเท่าที่ควร


    แนวคิดในแง่ของ สิทธิมนุษยชน คนวัยทำงาน คือหัวใจหลัก ที่จะช่วยทำให้ สังคมไทยก้าวรุดหน้าไปได้ ดังนั้น กลุ่มคนเหล่านี้ ต้องมีงานทำ มีความมั่นคง ในหน้าที่การงาน มีระบบสวัสดิการประกันสังคม และดูแลไม่ให้เกิดปัญหา เมื่อเขาว่างงาน


    แต่ขณะนี้กฎหมายแรงงานของไทย ยังดูแลไม่ทั่วถึง ซึ่งมักมุ่งเน้นไปเฉพาะ กลุ่มแรงงานที่อยู่ใน ระบบอุตสาหกรรม เป็นหลัก คนทำงาน จำนวนมาก รวมทั้ง ลูกจ้างภาครัฐ ยังไม่สามารถเข้าถึง ระบบประกันสังคม หรือสวัสดิการอื่น อย่างครบถ้วน นับเป็นปัญหาใหญ่ ที่จะต้องช่วยกัน สร้างระบบนี้ ขึ้นให้ได้ และ


    ภาครัฐต้องทำงานเชิงรุก โดยเตรียมรับมือกับ ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ที่ส่งผลให้ แรงงานเปลี่ยนกลุ่ม เช่น คนตกงาน อาจกลับไปสู่อาชีพอิสระ หรือ กระทั่งกลับไปสู่ ชนบท ก็ต้องย้อนกลับไป ดูแลภาคชนบท และ ภาคแรงงานอิสระ หรือ ลูกจ้างภาครัฐ อาจต้องดูแล กลุ่มอาชีพอิสระ รายย่อย ให้สามารถเข้าถึง กองทุนที่ช่วยเหลือเยียวยา รวมทั้งหา ตลาดรองรับ เชื่อมั่นว่า ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้ แรงงานในระบบ ก็จะกลับย้อนไปสู่ กลุ่มอาชีพอิสระ และสู่ภาคเกษตรมากขึ้น


    สิทธิมนุษยชนด้าน สิ่งแวดล้อมและชุมชน


    ที่ผ่านมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก กรณีผลกระทบจาก โครงการขนาดใหญ่ ที่อาจมีกลุ่มที่คิดว่า การสร้าง โครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ จะช่วยให้ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจได้


    แต่ขณะเดียวกัน ก็ลืมทบทวนถึง ผลกระทบ ที่จะเกิดตามมา รวมทั้งได้ละเมิด สิทธิชุมชน ซึ่งมีความหมายสำคัญมาก นั่นก็คือ การเปิดโอกาสให้ประชาชน มีส่วนร่วม ในการตัดสินใจ ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อน ทั้งปัญหาที่ดิน การเวนคืน สิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้เกี่ยวข้อง ต้องปฎิบัติ ตาม รัฐธรรมนูญ ที่ให้สิทธิประชาชน ในการรับรู้ข้อมูล และมีส่วนร่วม ในการตัดสินใจ อย่างเข้มงวด และถือเป็น เรื่องสำคัญ เพราะหากยัง ดึงดันเดินหน้าต่อ


    สุดท้าย ก็จะส่งผลย้อนกลับมาให้ รัฐต้องแก้ปัญหาเอง โดยต้องใช้เงินภาษีประชาชน ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต รวมทั้งปัญหา การชุมนุมประท้วงต่างๆ ที่มีให้เห็น เป็นประจำ


    สิทธิมนุษยชนด้านการเมือง


    ต้องยอมรับว่า สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน นอกจากการต้องมี ปัจจัย 4 เพื่อดำรงชีวิตแล้ว ยังต้องมี พื้นฐานศักยภาพ ทางการเมือง ขณะนี้ สังคมไทย มีความขัดแย้ง เพราะมีความเห็นแตกต่าง ทางการเมือง


    ดังนั้นพี่น้องคนไทย ต้องใจกว้างต่อกันคือ เคารพความเห็นแตกต่าง และนำมาสู่ การปรึกษาหารือ แก้ไขปัญหาด้วยกัน ทุกคนทุกฝ่าย เพราะว่า ขณะนี้ ถือเป็นช่วง หัวเลี้ยวหัวต่อ ที่จะต้องช่วยกัน ฝ่าฟัน ซึ่งความเชื่อมั่น ทางการเมือง ที่ต่างกัน ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ที่มีเสรีภาพ ทางความคิด


    ขณะเดียวกัน ก็ต้องใจกว้าง เคารพว่านี่คือ เสรีภาพทางการเมือง และการจะตัดสินใจ ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ตาม ก็ต้องคำนึงเสมอว่า อะไรคือ ผลประโยชน์หลัก ของส่วนรวม โดยไม่ละเมิดสิทธิของ บุคคลทั่วไปด้วย


    ส่วนเหตุการณ์ การชุมนุมที่ สนามบินของ กลุ่มพันธมิตรฯ ที่ผ่านมา แน่นอนว่า ไทยถูกวิจารณ์อย่างมาก แต่ขณะนี้ เหตุการณ์ได้คลี่คลายแล้ว รัฐควรใช้โอกาสนี้ เร่งฟื้นฟูภาพลักษณ์ ที่ดีกลับคืนมาโดยเร็ว เพราะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่ยังรอคอย สถานการณ์การเมืองไทยสงบ และพวกเขา พร้อมจะกลับมา ชื่นชม เสน่ห์ของเมืองไทย อีกครั้ง


    สถานการณ์สิทธิมนุษยชน ในประเทศไทย


    ในรอบ 7 ปี ที่ผ่านมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ได้รับเรื่อง ร้องเรียน ประมาณ 5,000 เรื่อง โดยเรื่องที่ได้รับการร้องเรียน สูงสุด ค่อนข้างเกี่ยวข้อง กับ กระบวนการยุติธรรม การถูกทำร้ายทุบตี การถูกจับกุม อย่างไม่เป็นธรรม คิดเป็น ร้อยละ ประมาณ 30- 40


    รองลงไปคือเรื่องการแย่งชิง ฐานทรัพยากรทั้งจาก กลุ่มทุนและ จากนโยบายของรัฐ ซึ่งอาจเป็น การละเมิดสิทธิมนุษยชน ในเชิงชุมชน มีประมาณ ร้อยละ 10 ซึ่งแม้ว่า จะมีอัตราส่วนที่น้อย แต่ส่งผลกระทบ ต่อผู้คนจำนวนมาก เพราะว่า แต่ละชุมชน ไม่ว่า ป่า หรือนิคมอุตสาหกรรม แต่ละที่ ก็จะมี เป็นร้อย เป็นพันครอบครัว


    โดยเฉพาะปัญหาที่ดิน ที่ทุกวันนี้ มีคนจำนวนมาก ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ แล้วโครงการของรัฐ แม้แต่ การประกาศเขตป่า เขตทหาร ที่ไปครอบทับ พื้นที่ราษฎร มากมายแล้วยัง ไม่ได้รับการแก้ไข เป็นเรื่องใหญ่ ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ได้ให้ความสำคัญ ที่จะช่วยเร่งแก้ไขโดยเร็ว


    นอกจากนี้ ยังมีปัญหา สิทธิแรงงาน ที่ได้รับร้องเรียน ประมาณ 300 กว่าเรื่อง และเรื่องสิทธิของ กลุ่มคนต่างๆ เช่น
    สิทธิคนพิการ
    สิทธิ ความหลากหลาย ทางเพศ
    สิทธิผู้ป่วย
    รวมทั้ง สิทธิคนไร้สัญชาติ และ
    สิทธิแรงงาน ทั้งคนไทย ที่ไปทำงานต่างประเทศ หรือ
    คนงานข้ามชาติ ที่เข้ามาทำงานในไทย เป็นต้น


    คำว่าสิทธิมนุษยชน แท้จริง คือการเอาใจเขามาใส่เรา นึกถึงความเดือดร้อน ของผู้อื่น ดังนั้น หากทุกคน เริ่มต้นเคารพสิทธิ ซึ่งกันและกัน เชื่อว่า คนไทย จะฝ่าวิกฤต ความขัดแย้งทางการเมือง หรือวิกฤตทางเศรษฐกิจ ไปด้วยกันได้อย่างแน่นอน

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th วันที่ข่าว 10 ธันวาคม 2551 เลขที่ข่าว 255112100099
    ผู้สื่อข่าว : ชุติมา สุขวาสนะ Rewriter : ชูชาติ เทศสีแดง


    พิมพ์ ข่าวนี้ บทวิเคราะห์ : วันสิทธิมนุษยชน ตอนที่ 1

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    May 29, 2008

    สหรัฐ เตรียมถอนกองเรือออกจากน่านน้ำ พม่า หลังจากพม่า ไม่ยอม

    สหรัฐ เตรียมถอน กองเรือออกจากน่านน้ำพม่า หลังจากพม่า ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ของสหรัฐ เข้าไปช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยไซโคลนนาร์กีสบริเวณลุ่มน้ำอิระวดี

    การรับความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุไซ โคลนนาร์กีสในพม่ายังคงดำเนินไปอย่างจำกัด โดยเฉพา ะสหรัฐ ที่รัฐบาลพม่า ปฏิเสธรับเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์จากประเทศนี้ ทำให้สหรัฐ ตัดสินใจถอนกองเรือรบออกจากน่านน้ำพม่าแล้ว

    ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก เปิดเผยว่า สหรัฐจะสั่งถอน กองเรือรบ ที่ขนปัจจัยบรรเทาทุกข์ ไปช่วยผู้ประสบภัยชาวพม่า ออกจากน่าน้ำของ พม่า ในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากพม่า ยังไม่อนุญาตให้ เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ต่างชาติ เดินทางเข้าไป ในพื้นที่ประสบภัยได้ หลังผ่านมา 4 สัปดาห์ นับจากที่พม่าประสบภัยพายุไซโคลน

    เฉพาะอย่างยิ่ง พม่าห้ามเจ้าหน้าที่จากสหรัฐ อย่างเด็ดขาด โดยยอมรับเพียงสิ่งของ และ เงิน จึงเป็นการเปล่าประโยชน์ ที่สหรัฐจะคงกองเรือรบ ไว้ในบริเวณดังกล่าวอีกต่อไป ซึ่งที่ผ่านมา สหรัฐทำได้ เพียงการใช้เฮลิคอปเตอร์ ขนปัจจัยบรรเทาทุกข์บนเรือ ขึ้นฝั่งที่ พม่าเท่านั้น

    ถึงแม้ พม่าจะยืนยันว่า ภารกิจการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เป็นไปอย่างทั่วถึง แต่ก็ยังมีรายงานเล็ดลอดออกมาจากหลายพื้นที่ว่า

    ขณะนี้ ชาวบ้านยังไม่เห็นสิ่งของบริจาคที่มาจากต่างประเทศเลย โดยสิ่งของ ที่ได้รับแจกในขณะนี้ ก็เป็นของที่ผลิตในประเทศทั้งนั้น

    May 27, 2008

    อาเซียน จะส่งคณะผู้เชี่ยวชาญไป พม่า เพื่อประเมินความเร่งด่วนของ ผู้รอดชีวิต

    นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการ สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน แถลงวันนี้ว่า ประเทศสมาชิก สมาคมอาเซียนจะส่งคณะผู้เชี่ยวชาญไป พม่าสัปดาห์นี้

    เพื่อประเมิน ความจำเป็นเร่งด่วนของผู้รอดชีวิต และคณะผู้เชี่ยวชาญ จะจัดทำรายงานผลการประเมินภายในวันที่ 12 มิถุนายน ก่อนถึงการประชุมครั้งใหม่ของ สหประชาชาติเพื่อระดมเงินช่วยเหลือ พม่าอีก

    ขณะเดียวกันสื่อมวลชนของทางการพม่าได้เผยแพร่บทความวันนี้ชื่นชม องค์การสหประชาชาติ ที่ได้ให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพายุประมาณ 2 ล้าน 4 แสนคน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ความสัมพันธ์ ที่เย็นชาระหว่าง พม่ากับโลกภายนอก อาจจะเริ่มดีขึ้น

    ขณะที่โฆษกของ สำนักงานประสานความช่วยเหลือ ด้านมนุษยธรรม ของสหประชาชาติใน นครเจนีวา แถลงว่า เจ้าหน้าที่ของ สำนักงานสามารถให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยได้แล้วกว่า 1 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 40 ของ ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งหมด ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในนครย่างกุ้ง และ

    ยังคงมีอีกมากถึง 1 ล้าน 4 แสนคน ที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ นับตั้งแต่พายุพัดเข้าพม่ากว่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

    นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัย ยังพยายามที่จะเข้าไปให้ถึง พื้นที่ประสบภัยหนักที่สุด ในแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี ที่คาดว่า จะยังไม่ได้รับความช่วยเหลือด้วย

    ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    May 19, 2008

    ศูนย์รับบริจาคและประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ไม่คึกคัก

    การรับบริจาคเงินและสิ่งของ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากพายุไซโคลนนาร์กีสในสหภาพพม่า ที่ศูนย์รับบริจาคและประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากพายุไซโคลนนา ร์กีส ยังคงมีประชาชนไปร่วมบริจาคอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่คึกคักมากนัก เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ
    บรรยากาศการรับบริจาคเงินและสิ่งของ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในสหภาพพม่า ที่ศูนย์รับบริจาคและประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากพายุไซโคลนนา ร์กีส ตั้งแต่ช่วงเช้ายังไม่คึกคักมากนัก เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดราชการ หรือวันวิสาขบูชา ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่อาจจะออกไปทำบุญที่วัด ทั้งนี้ ศูนย์รับบริจาคและประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากพายุไซโคลนนาร์กีส ตั้งขึ้นโดยสำนักนายกรัฐมนตรี และดำเนินการโดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเปิดรับบริจาคโดยไม่มีกำหนดปิด ขณะที่ คุณป้าบุญทอง พุมพล วัย 79 ปี พร้อมด้วยลูกหลาน ได้เดินทางไปบริจาคเงินและสิ่งของ หลังจากครอบครัวออกไปทำบุญที่วัด และกล่าวถึงความรู้สึกว่า สงสารประชาชนที่ประสบภัยพิบัติในสหภาพพม่า โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ต้องไร้ที่อยู่อาศัย และขาดอาหาร รวมทั้งเสื้อผ้าด้วย
    สำหรับประชาชนที่ต้องการช่วยเหลือโดยการบริจาคเงินและสิ่งของ สามารถบริจาคได้ที่ ศูนย์รับบริจาคและประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากพายุไซโคลนนาร์กีส บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ข้างทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่เวลา 08.30 -18.30 น. หรือโอนเงินเข้าบัญชี ศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยนาร์กีส ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 067-0-04241-2 ธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยทำเนียบรัฐบาล หรือโทรศัพท์สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-288-4200

    พม่าประกาศไว้อาลัย ผู้ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีส ในวันพรุ่งนี้

    สถานีโทรทัศน์ของทางการพม่า ประกาศวันนี้ว่า
    พม่าจะไว้อาลัยแก่ผู้ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีส


    ในวันพรุ่งนี้เป็นเวลานาน 3 วัน โดยจะมีการลดธงลงครึ่งเสาในเวลา 09.00 น.ตามเวลาในท้องถิ่น เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิต ซึ่งคาดกันว่า จำนวนผู้เสียชีวิต หรือ สูญหายอาจสูงมากกว่า 133,000 คน


    ขณะเดียวกัน โฆษกของโครงการอาหารโลก แห่งสหประชาชาติ แถลงวันนี้ ว่า ประมาณร้อยละ 70 ของผู้ประสบภัยพายุ กว่า 1 ล้านคน ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ทางด้านอาหาร จากสหประชาชาติ เพราะ รัฐบาลพม่า ยังไม่อนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ เข้าไปให้ความช่วย เหลือ ในการจัดการภัยพิบัติ เข้าประเทศ ทำให้มีผู้เชี่ยวชาญไม่เพียงพอในการดำเนินการ


    ขณะที่กลุ่ม เซฟ เดอะ ชิลเดน (Save the Children) ซึ่งเป็นหน่วยงานบรรเทาทุกข์ ของอังกฤษ เตือนว่า อาจมีเด็กนับพันคน ที่เสียชีวิตในสัปดาห์นี้ เพราะไม่ได้รับความช่วยเหลือด้าน อาหาร และ ยังมีผู้ไร้ที่อยู่อาศัย อีกนับแสนคนที่ยังไม่มีที่พักพิง


    ซึ่งผู้ประสบภัยเหล่านี้ จะต้องประสบปัญหาอีกมาก เพราะย่างเข้าฤดูฝนแล้ว และ คาดว่าจะมีฝนตกหนักอีก


    ส่วนโฆษกของสมาพันธ์กาชาดสากล และ สภาเสี้ยววงเดือนแดง แถลงว่า พายุไซโคลน นาร์กีส ได้พัดพาบ้านเรือน ของประชาชนพังเสียหาย ประมาณ 300,000 ครัวเรือน หรือ 1 ล้าน 5 แสนคน และ การให้ความช่วยเหลือ ยังไม่เพียงพอ สำหรับการบรรเทา ความเดือดร้อน ของประชาชน

    อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

    ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    แนะประชาชนบริจาค เครื่องสังฆภัณฑ์สำหรับ พระสงฆ์ แม่ชี เณร ในสหภาพพม่า

    ศูนย์รับบริจาคและประสานงานช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติจากพายุไซโคลนนาร์กีสในสหภาพพม่าแนะประชาชนบริจาคเครื่อง สังฆภัณฑ์สำหรับพระสงฆ์ แม่ชี เณร
    นายนัที เปรมรัศมี รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคและประสานงาน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากพายุไซโคลนนาร์กีสในสหภาพพม่า กล่าวว่า เหตุการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับสหภาพพม่านอกเหนือจากประชาชนจะได้รับความ เดือนร้อนทั้งเครื่องอุปโภค-บริโภคและที่อยู่อาศัยแล้วและสิ่งจำเป็นต่างๆ แล้ว พระสงฆ์ แม่ชีและเณร ก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน ทั้งนี้หากประชาชนที่ประสงค์จะบริจาคสิ่งของจะเพิ่มเติมเครื่องสังฆภัณฑ์ อาทิ ไตรจีวรสีกักสำหรับพระสงฆ์พม่า ผ้าไตรจีวรสำหรับเณรซึ่งต้องเป็นสีชมพู เพราะเณรในพม่าใช้ผ้าไตรจีวรสีชมพู และผ้าเครื่องนุ่งห่มกายสีขาวสำหรับแม่ชี รวมทั้งยาเวชภัณฑ์สำหรับพระภิกษุ แม่ชี เณร สำหรับปฎิบัติธรรม
    ทั้งนี้รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ศูนย์รับบริจาคและประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากพายุไซโคลนนาร์กีส ในสหภาพพม่า จะเปิดทำการรับบริจาคในเวลา 8.30น. ถึงเวลา 18.30 น. และกรณีผู้บริจาคจะบริจาคสิ่งขนาดใหญ่หรือ เป็นจำนวนมาก ให้ติดต่อสอบถามการบริจาคเกี่ยวกับปริมาณ จำนวน และสิ่งของที่จะบริจาคไว้ที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หมายเลขโทรศัพท์ 02-2814130 และหมายเลข 02-281-8577 ซึ่งศุนย์จะติดต่อไปรับของโดยที่ผุ้บริจาคไม่ต้องนำสิ่งของมาที่ศูนย์ฯและ ศูนย์จะส่งต่อส่งของไปให้ผู้ประสบภัยโดยผ่านทางกองบัญชาการกองทัพไทย

    พม่า ให้ ทูตสหประชาชาติ เดินทางเข้าไปตรวจเยี่ยม พื้นที่ประสบภัยพายุ

    เจ้าหน้าที่สหประชาชาติกล่าวว่ารัฐบาลพม่าอนุญาตให้นายจอห์น โฮล์มส์ รองเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายกิจการมนุษยธรรม เดินทางเข้าไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีสในแถบลุ่มสามเหลี่ ยมอิรวดี เมื่อวานนี้ ซึ่งที่ผ่านมานั้นพม่าไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ต่างชาติเข้าไป ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ดังกล่าว ที่ขณะนี้กำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก

    พม่ามีแผน อนุญาต เจ้าหน้าที่ 29 ประเทศเ เข้าไปในพื้นที่ประสบภัย

    หนังสือพิมพ์โยมิอูริของญี่ปุ่นรายงานโดย อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลทหารพม่าว่า พม่ามีแผนจะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่จาก 29 ประเทศ เดินทางเข้าไปในพื้นที่ประสบภัยพายุไซโคลน เพื่อพยายามลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ ซึ่งญี่ปุ่นยืนยันว่าเป็นประเทศหนึ่งได้รับคำเชิญจากพม่า รายงานระบุด้วยว่ารัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล 29 ประเทศ เช่น อินเดีย จีน และสหรัฐ อาจจะเดินทางไปเยือนพื้นที่ประสบภัยในแถบลุ่มสามหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดีในวัน พุธนี้

    May 7, 2008

    สหประชาชาติระบุพายุไซโคลนนาร์กีสทำให้มี ผู้ไร้ที่อยู่อาศัย ล้านคน

    โฆษกของสำนักงานประสานงาน
    ด้านกิจการ มนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติแถลงวันนี้ว่า


    ความรุนแรงของพายุไซโคลนนาร์กีสที่พัดเข้าพม่าทำให้มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัย ประมาณ 1 ล้านคนและพื้นที่ประมาณ 5,000 ตารางกิโลเมตรในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดีถูกน้ำท่วมหนัก ทำให้ประชาชนชาวพม่าต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน


    ขณะเดียวกันนายแบร์นาร์ด คุชเน่ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสกล่าววันนี้แสดงความเห็นว่า สหประชาชาติกำลังหารือกันเกี่ยวกับแนวคิดที่จะให้ความช่วยเหลือแก่พม่าโดย ตรง โดยไม่รอความเห็นชอบจากรัฐบาลทหารพม่า หลังจากที่เกิดความล่าช้าในการออกวีซ่า


    ทั้งนี้สหประชาชาติ มีหลักการความรับผิดชอบในการปกป้องคุ้มครองคุ้มครองชีวิต ของพลเรือน เมื่อรัฐบาลประเทศใดประเทศหนึ่ง ไม่สามารถหรือไม่ได้ดำเนินการดังกล่าว ซึ่งความช่วยเหลือของสหประชาชาติอาจหมายถึงการเข้าแทรกแซง ซึ่งถือเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยของประเทศดังกล่าว

    อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

    ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    Next Page »

    Create a free website or blog at WordPress.com.