Accom Thailand

February 7, 2009

“สนธิ” จวก “จงรัก” แฉ 3 เครือข่าย ขายวิญญาณให้ “ทักษิณ”

Filed under: การประชุมอาเซียน,การเงินของโลก,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ก่อความไม่สงบ,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คอร์รัปชั่น,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,พันธมิตรประชาชน,ภาคการเงินของโลก,วิกฤติ,หมายจับ,หมิ่นเบื้องสูง,อาชญากรรม,เสื้อแดง — accomthailand @ 06:51
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

“สนธิ” แฉ 3 เครือข่าย หนุน “นช.แม้ว” จวก “จงรัก” ขายวิญญาณให้ “ทักษิณ”
สนธิ แฉ 3 เครื�ข่าย หนุน นช.แม้ว

สนธิ แฉ 3 เครือข่าย หนุน นช.แม้ว


“สนธิ” ชำแหละเครือข่าย “ระบอบแม้ว” แฉ “พรรคร่วม” ตีสองหน้า แอบสบคบคิด “ทักษิณ” ขณะที่ “ตำรวจ” เอียงข้างปล่อย “ม็อบเสื้อแดง” บุกตี “พันธมิตรฯ” อัดยับ “จงรัก ซานติก้า” เก่งแต่ดำเนินการ กับ “สนธิ” แต่ไม่ดำเนินคดี หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กับ “ม็อบถ่อย” สุดช้ำ ตร.สั่งไม่ฟ้องคดี “เสื้อแดง” บุกทำลาย “บ้านป๋าเปรม”


รายการ “พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย” ออกอากาศทาง เอเอสทีวี-ทีวี ของประชาชน ช่วงเวลา 20.30-23.00 น. วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2552 พบกับ การปราศรัย ของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”

คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” (256 K)
จาก manager multimedia


สนธิ – พี่น้องครับ วันนี้มีเรื่องพูด เยอะเหลือเกิน ผมเลยต้องพูด 2 ช่วง เรื่องที่จะพูดนั้นมีอยู่ประมาณ 3-4 เรื่อง ผมจะมาออกรายการทุกๆ วันศุกร์ กับพี่น้อง เป็นประจำนะครับ

ก่อนจะเข้าสู่เรื่อง ขออนุญาตนิดหนึ่ง พูดเรื่องข่าว ที่จะเรียกว่าประชาสัมพันธ์ก็ได้ หรือจะเป็นข่าว ที่จะขอร้องกันก็ได้ พี่น้องนอกจาก คอนเสิร์ตการเมือง ที่พี่น้องหลายท่าน จะไปกัน และหลายจังหวัด จัดกันแล้ว ยังมี คอนเสิร์ตอีก 2 ครั้ง เป็น คอนเสิร์ตดนตรี ที่ผมต้องขอร้อง พี่น้องกัน คอนเสิร์ตแรกคือ คอนเสิร์ตของ แฮมเมอร์ วันที่ 21 กุมภาพันธ์

ผมอยากจะเชิญชวนพี่น้อง ที่ฟังข่าวนี้ ฟังเรื่องฟังราวนี้ ไปกันให้หมด เพราะว่า แฮมเมอร์ วงดนตรีที่ไม่เคยหลบ แอบ ในเรื่องของจุดยืน ในการรัก พระมหากษัตริย์ นะครับ แฮมเมอร์อยู่กับเรามาตลอด

ตั้งแต่ รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่สวนลุมพินี เรื่อยมา จนกระทั่งฝ่าดงลูกปืน ระเบิด ฝ่าความชั่วร้าย ร่วมต่อสู้กับ พวกสัตว์นรกทั้งหลาย จนกระทั่ง วันนี้ 30 ปี ของ แฮมเมอร์ นั้น พวกเรา ถ้าต้องการแสดงน้ำจิตน้ำใจให้ แฮมเมอร์ เราไปกันให้เต็ม อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก


เรื่องที่ 2 คือ รายการเวที พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จากนี้ไป ในห้องส่ง จะไม่มีแล้ว จะมี เฉพาะวันศุกร์ที่นี่ วันศุกร์ เท่านั้นเอง

ส่วนรายการในห้องส่งนั้น ก็จะเปลี่ยนไป คุณแอน จินดารัตน์ จะมาในมาดใหม่ใน รายการ ที่เรียกว่า “แอน-จินดารัตน์” เป็นรายการคุณแอน จินดารัตน์ มีรายการ “คนในข่าว” “ค.คนคอข่าว” ซึ่งจะเป็น เรื่องเศรษฐกิจ ต่างประเทศ สังคม และ เตรียมพบกับ รายการคุณภาพ “ตัวโน้ตพันธมิตร” คนจัดทำคือ นักร้องพันธมิตรฯ ชื่อ มิเกล

และเตรียมพบกับ รายการออดิชั่น นักแสดง และ นักร้องหน้าใหม่ ของ เอเอสทีวี ที่ พี่ตั้วเป็นคนจัดนะครับ ผมอยากจะฝากผ่านเวทีนี้ไปยัง พ่อแม่พี่น้อง ชาวพันธมิตรฯ อเมริกา USA ที่ลอสแองเจลิส และทุกๆแห่ง

ASTV ได้จัดรายการ พันธมิตรฯ ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไปที่ สหรัฐอเมริกา เพื่อจะไปขอบคุณ คนไทยในอเมริกา ที่เป็นกำลังใจมาให้เรา ตลอดหลายปี และ ก็ร่วมส่งเงินส่งทอง และ จัดกิจกรรมร่วมกัน การไปครั้งนี้ เราจะไป 40 กว่าชีวิต และ

6 กุมภาพันธ์ 2552 พบกับ การปราศรัย ข�ง นายสนธิ ลิ้มท�งกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่�ประชาธิปไตย

6 กุมภาพันธ์ 2552 พบกับ การปราศรัย ของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย


จะเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ ที่แกนนำ ทั้ง 5 คน รุ่น 1 และรุ่น 2 ไปด้วย ยากที่สุด แต่สำเร็จแล้ว คือการเชิญ พี่จำลอง ศรีเมือง ไป

และในที่สุด พี่จำลอง ก็ยอมไป การไปครั้งนี้ พวกเรา จะขอความร่วมมือไปที่ พันธมิตรฯ USA ที่ แอลเอ นะครับ แล้วอีกหลายๆกลุ่ม ที่รักชาติ รักบ้านรักเมือง เหมือนกัน มาร่วมงานกัน และ ก็ขอให้มาช่วยงาน ที่พวกเราไปจัดกันครับ

เหตุผลที่เราไปจัดที่ แฟร์กราวน์ ที่ลอสแองเจลิส นั้น แทนที่จะไปจัดในที่เก่า ที่เราเคยจัด มีหลายท่านถามว่า ทำไมเราไม่ไปจัดที่ สนามม้าฮอลลีวูด ปาร์ก ผมก็กราบเรียนพ่อแม่พี่น้องว่า ที่ไม่ไปที่ตรงนั้น ก็เพราะว่า เป็น สถานการพนัน และ พี่ จำลอง ศรีเมือง คงไม่ไปแน่นอนนะครับ

การไปครั้งนี้จะไป คอนเสิร์ต วันที่ 14 ก็อยากจะเรียนพี่น้อง ที่อยู่หลายๆ เมืองว่า ตามที่มีข่าวว่า มีคนไปบอกว่า อย่าได้มาที่ แอลเอเลย วันที่ 14 เพราะ หลัง วันที่ 14 แล้ว จะมี คุณสำราญ รอดเพชร คุณประพันธ์ คูณมี และ คุณพิเชฐ พัฒนโชติ นั้นจะเดินสาย ไปตามเมืองต่างๆ นั้น ไม่มีแล้วนะครับ

เพราะว่าทั้ง คุณประพันธ์ คูณมี คุณสำราญ รอดเพชร และ คุณพิเชฐ พัฒนโชติ อยากให้ พี่น้องในอเมริกา มาชุมนุมกันที่ แอลเอ มากที่สุด เพราะฉะนั้นแล้ว ที่มีข่าวว่า จะไปพูดตามที่ เมืองโน้นเมืองนี้ ในข้อเท็จจริงแล้ว ไม่มีนะครับ อย่าไปเชื่อ ข่าวที่ไหน เป็นอันขาดนะครับ เพราะฉะนั้น ข่าวนี้ ผมก็เลยถือโอกาสแจ้งผ่าน เอเอสทีวี มายังที่ พ่อแม่พี่น้อง พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยใน ยูเอสเอ


และ ต้องขอขอบพระคุณ พันธมิตรฯ ยูเอสเอที่ แอลเอ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มไหนก็ตาม ขอให้ละทิ้ง ความมี อคติส่วนตัวกัน เอาส่วนรวม เป็นที่ตั้ง แล้วมาร่วมมือกัน ทำให้งาน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย มาเยือน usa นั้น เป็นงาน ที่ประสบความสำเร็จ และก็แสดงให้เห็นถึง พลังของคนไทย ในต่างแดนนั้น ไม่แตกแยกกันเด็ดขาด เมื่อมาถึง เรื่องของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ราชบังลังก์ ครับ


พี่น้องครับ มีอีกโครงการหนึ่ง ซึ่ง ASTV และพันธมิตรฯ จะร่วมกันทำ เพื่อพ่อแม่พี่น้อง คือ โครงการ ทวงภาษี และ ทรัพย์สิน ของ คนไทย กลับคืนมา นะครับ

ASTV และพันธมิตรฯ จะร่วมกันทำ เพื่�พ่�แม่พี่น้�ง คื� โครงการ ทวงภาษี และ ทรัพย์สิน ข�ง คนไทย กลับคืนมา

ASTV และพันธมิตรฯ จะร่วมกันทำ เพื่อพ่อแม่พี่น้อง คือ โครงการ ทวงภาษี และ ทรัพย์สิน ของ คนไทย กลับคืนมา


สืบเนื่องมาจาก ปี พ.ศ.2540 ที่มี คณะกรรมการปฏิรูปทางการเงิน คือ ปรส. เกิดขึ้น ได้มีการขาย ทรัพย์สินของ คนไทยในราคาถูก ให้ต่างชาติ อย่างไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย กองทุนเหล่านี้ จะประมูลหนี้ไป ในราคาต่ำ และ ไปเรียกคืนหนี้ กับลูกหนี้คนไทย เอารัดเอาเปรียบ จนคนไทย จำนวนมาก ต้องล้มละลาย สิ้นเนื้อประดาตัว และ มีอีกที่ต้องฆ่าตัวตาย

บัดนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ส่งฟ้องคดี อดีตผู้บริหาร ปรส.แล้ว ที่ทำผิดกฎหมาย ก็เลยทำให้ พวกกองทุน ที่ปล้นคนไทย ทั้งหลาย เร่งทวงหนี้ และ เร่งฟ้องล้มละลาย ลูกหนี้คนไทย เพื่อเร่งเอาทรัพย์สิน ขายทอดตลาด และ เตรียมขนเงิน ออกนอกประเทศ

กองทุนเหล่านี้ สมคบกับ ก.ล.ต. กรมสรรพากร หลีกเลี่ยงภาษีไป นับแสนล้านบาท โดยที่ ชาติไม่ได้อะไรเลย แท้ที่จริงแล้ว การรู้ไม่เท่ากัน กระบวนการฉ้อฉล ทำให้เจ้าหนี้ อีกเยอะ ต้องแพ้คดี แต่เจ้าหนี้ ที่รู้เท่าทันขบวนการนี้ ทุกคนสู้คดี และ ชนะหมด ศาลยกฟ้องหมด ชนะหมดเลย นะครับ

เพียงแต่น่าเสียดาย คนที่รู้ไม่เท่าทัน เพราะว่าเข้าไม่ถึง ข้อมูลข่าวสาร ถ้าพิสูจน์ความจริงได้ ก็สามารถ จะกลับลุกขึ้นยืนมาใหม่ได้ และ ยังได้รับ ทรัพย์สินของตัวเอง กลับคืนมา ด้วยความเป็นธรรม

น่าเสียดาย เวลามันผ่านมานานแล้ว จนกระทั่งมัน จะหมดอายุความ กลางปีนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ร่วมกับ ศูนย์ประสานงาน ลูกหนี้แห่งชาติ จะร่วมกันทำ โครงการทวงคืน ภาษี และ ทรัพย์สินของคนไทย กลับคืนมา

เราจะมีรายการนี้ทาง เอเอสทีวี ประมาณกลางเดือนนี้ เพื่อบอกให้ประชาชน รู้เท่าทันข้อมูล ในการต่อสู้ภารกิจศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ หมายความว่า เราจะสอนวิธีสู้ว่า พวกนี้ผิดกฎหมายอย่างไร ว่าพวกนี้ฉ้อฉล เราอย่างไร และ เราจะเปิดให้มีการลงทะเบียน เพื่อแต่งตั้ง ทนายความ ในการฟ้องกลับ กองทุน ที่มิชอบด้วยกฎหมาย ให้ถึงที่สุด และ ทวงทรัพย์สิน ของคนไทย กลับคืนมา ด้วยความเป็นธรรม และเราก็จะดำเนินคดี กับเจ้าหน้าที่ใน กรมสรรพากร ก.ล.ต. ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยอมเรียก กองทุนปล้นชาติ ที่ไม่ยอมจ่ายภาษีให้กับรัฐ นั่นคือสิ่ง ที่เราจะทำนะครับ

เพราะฉะนั้น ภารกิจหน้าที่ของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นี่คือภารกิจ ที่จะต้องรับผิดชอบ กับชีวิตความเป็นอยู่ ของ พ่อแม่พี่น้อง ที่ไม่ได้รับ ความเป็นธรรม ในทุกรูปทุกแบบ เราไม่ใช่เพียงเป็นแต่ ภาคประชาชน ที่มาต่อสู้ ในทางการเมือง เท่านั้น อันนี้คือ ความไม่เป็นธรรม ที่เกิดขึ้นจาก การเมือง ยกตัวอย่าง บริษัท ธนาคารเกียรตินาคิน เจริญเติบโต มาด้วยการไล่ซื้อหนี้ ของ ปรส. และ ลูกเขยของ เกียรตินาคิน ก็ชื่อ พงศ์เทพ เทพกาญจนา

 คนไทยถูกเหยียบย่ำมา ตั้งแต่ปี 2540 จากการ ลดค่าเงินบาท ซึ่งคนซึ่งลดค่าเงินบาทนั้น ชื่� ทนง พิทยะ และมีความเชื่� โดยที่ ศาลฎีกา ได้พิพากษา ยกฟ้�ง คุณสุเทพ เทื�กสุบรรณ ที่ คุณสุเทพ พูดบ�กว่า คุณทักษิณ รับรู้เรื่�งนี้จาก คุณโภคิน พลกุล ก็เลยทำให้ คุณทักษิณ ร่ำรวยจาก การลดค่าเงินบาท

คนไทยถูกเหยียบย่ำมา ตั้งแต่ปี 2540 จากการ ลดค่าเงินบาท ซึ่งคนซึ่งลดค่าเงินบาทนั้น ชื่อ ทนง พิทยะ และมีความเชื่อ โดยที่ ศาลฎีกา ได้พิพากษา ยกฟ้อง คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ คุณสุเทพ พูดบอกว่า คุณทักษิณ รับรู้เรื่องนี้จาก คุณโภคิน พลกุล ก็เลยทำให้ คุณทักษิณ ร่ำรวยจาก การลดค่าเงินบาท

ตอนที่ คุณพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ได้มีการดำเนินการให้ กรมบังคับคดี เปลี่ยนแปลง ระเบียบข้อบังคับ หลายอย่าง เพื่อเอื้อประโยชน์กับ เจ้าหนี้

เพราะฉะนั้นแล้ว จะเห็นได้ชัดว่า คนไทยถูกเหยียบย่ำมา ตั้งแต่ปี 2540 จากการ ลดค่าเงินบาท ซึ่งคนซึ่งลดค่าเงินบาทนั้น ชื่อ ทนง พิทยะ และมีความเชื่อ โดยที่ ศาลฎีกา ได้พิพากษา ยกฟ้อง คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ คุณสุเทพ พูดบอกว่า คุณทักษิณ รับรู้เรื่องนี้จาก คุณโภคิน พลกุล ก็เลยทำให้ คุณทักษิณ ร่ำรวยจาก การลดค่าเงินบาท

ยังไม่พอ 4 ปีให้หลัง พอเขามีอำนาจ เขาก็ใช้อำนาจนี้ มาสร้างเครือข่าย เพื่อดึงเอาทรัพย์สินต่างๆ ของพ่อแม่พี่น้อง ที่พวกเขาไปประมูลซื้อมา ในราคาถูก แล้วก็มาบีบขาย ให้พ่อแม่พี่น้อง เหมือนกับว่า กองทุนบ้าน อสังหาริมทรัพย์ หรือ รถยนต์ มูลค่า 100 บาท เขาซื้อมาใน ราคา 30 บาท และ เขาบังคับให้ พ่อแม่พี่น้อง จ่ายเขาคืนใน มูลค่า 100 บาทเต็ม อย่างนี้ตลอดเวลา

หรือว่า การประมูลที่ดิน ของ กรมบังคับคดี เขาจะไม่ให้สิทธิ์ลูกหนี้ ในการค้าน เขาบอกค้านได้ 1 ครั้ง ครั้งที่ 2 ค้านไม่ได้ ครั้งที่ 2 ราคา 100 บาท ลดเหลือ 50 บาท ครั้งที่ 3 ราคา 50 บาท ลดเหลือ 25 บาท จะลดโดย อัตโนมัติ แล้วเขาก็ไปตั้ง บริษัทนอมินี เป็นสิบๆ ร้อยๆ บริษัท ไล่ซื้อ ทรัพย์สินนี้ คืนเข้ามาสู่มือเขา

พี่น้องรู้ไหมว่าบริษัทอะไร เป็นเจ้าของที่ดิน ที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย บริษัท เอสซี แอสเสท พ่อแม่พี่น้อง รู้หรือเปล่าว่า มีที่ดินอยู่ในบริษัท ในเครือเขา สิบๆบริษัท มีที่ดิน ที่เป็นที่นา เกือบ 500,000 ไร่ และ นั่นคือที่มาของ การขายที่นา ให้ แขกซาอุฯ จำได้หรือเปล่าพี่น้อง เห็นไหม นักศึกษามหาวิทยาลัยราชดำเนิน ต้องไม่โง่ พี่น้องครับ เดี๋ยวผม จะร้องเพลงหนึ่ง แต่อย่าตบมือตาม นะครับ ห้ามตบมือ ตามเด็ดขาด ขอร้อง อย่าตบมือตาม

“โปรดอย่าถาม ว่าฉันเป็นใครเมื่อในอดีต และ โปรดอย่าถามว่า อดีตฉันเคยรักใคร รู้ไว้อย่างเดียว เดี๋ยวนี้รักแม้ว รักแม้วตลอดไป รักมากเพียงไหน กำหนดไว้ได้ ด้วยเงินที่ให้ฉัน” พี่น้องครับ เพลงที่ชื่อว่า “จงรัก”

พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ ชื่อ เล่น ชื่อ ปุ๊ก เป็นลูกที่มี พี่น้อง 2 คน เรียนจบธรรมศาสตร์ รุ่นเดียวกับใครรู้ไหม วีระ มุสิกพงศ์ รุ่นเดียวกับ คนดังๆ ในสังคมทั้งนั้น ลอยเลื่อน บุนนาค รองปลัด ที่ฟ้องพันธมิตรฯ เรื่องยึดทำเนียบ รุ่นเดียวกับ ชูศักดิ์ ศิรินิล จำได้ หรือเปล่า รุ่นเดียวกัน จงรัก มีบ้านหลังมหึมา อยู่ที่ จ.ชลบุรี มหาศาล จงรัก เป็นคนที่แสดงออกถึง ความจงรักภักดี ต่อระบอบ ทักษิณ ในสมัยที่เป็น ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2

พี่น้องที่อยู่พัทยา ชลบุรี จำได้ใช่ไหม ว่าคนๆนี้ ขัดขวาง การชุมนุมของเรา ทุกวิถีทาง สั่งย้ายตำรวจ ที่เปิดโอกาสให้ ประชาชน เข้ามาร่วมชุมนุม นอกจาก สั่งย้ายแล้ว ยังหาเรื่องหาราว ดำเนินคดี จงรัก จุฑานนท์ เป็นคนที่เคยได้รับ พระมหากรุณาธิคุณ อย่างสูงสุด จาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ให้ พระองค์ท่านเป็นคนติดยศให้

แต่ต่อกรณีของ การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อย่างร้ายแรง และรุนแรง ของกลุ่มเสื้อแดง หลายๆคน คุณจงรัก ไม่เคยแสดงออก เหมือนกับ ที่มาแสดงออก กับ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย

ผมไม่เคยเห็น คุณจงรัก ลุกขึ้นมาแล้วบอก คุณวีระ มุสิกพงศ์ ว่าการพูดจาแบบนี้ เป็นการพูดจาซึ่ง หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ต้องดำเนินคดี อย่างเด็ดขาด

ผมไม่เคยเห็น คุณจงรัก ออกมาบอกว่า คุณจักรภพ เพ็ญแข ที่ไปพูดที่ สนามหลวง นั้น เป็น การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผมไม่เคยเห็น คุณจงรัก พูดถึง พวกเสื้อแดง อีกหลายต่อหลายคน

แต่พอ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เอาเรื่อง ดา ตอร์ปิโด หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาเล่าให้ประชาชนฟัง คุณจงรัก ออกอาการ เป็นงิ้วเลย ดำเนินคดี นายสนธิ ทันที

พี่น้องครับ พี่น้อง ยังคงไม่รู้ว่า คดีที่ พวก นปช. นปก. บุกบ้านป๋าเปรม ไปพูดจาหยาบคาย ขว้าง ทำลายบ้าน ป๋าเปรม พี่น้อง รู้หรือเปล่าว่า คดีไปถึงไหนแล้ว อยากรู้มั้ย ตำรวจเขาสั่งไม่ฟ้อง พี่น้อง

ผมอยากจะถาม คุณจงรัก ว่า คุณมีส่วนเกี่ยวข้อง ในการสั่งไม่ฟ้อง หรือเปล่า ที พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ไม่มีคดีไหน ที่เขาสั่งไม่ฟ้อง เขาสั่งให้เร่งฟ้อง ผมคงไม่พูดถึง คุณจงรัก โดยไม่มีหลักฐาน ไม่มีเหตุผล ผมอยากจะตั้งชื่อ คุณจงรัก วันนี้ว่า จงรัก ณ ซานติก้า

พี่น้องจำได้หรือเปล่าว่า คุณจงรัก เขาบอกว่า เขาจะเอา ปปง. ไปตรวจสอบ บริษัทห้างร้าน ที่มาสนับสนุน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย และ พี่น้องรู้ไหมว่า คุณจงรัก ไม่ทราบ คุณรู้หรือ คุณแกล้งไม่รู้ว่า ซานติก้านั้น มีเงินสด 20 ล้านบาท เข้าบัญชี โดยไม่มีที่มาที่ไป เข้าข่าย ปปง. ต้องตรวจสอบ ทำไมคุณไม่ตรวจสอบบ้างล่ะ ทำไมคุณไม่พูดถึงเลย

ล�งคิด ในมุมกลับ ถ้า คุณพีระพันธ์ ไม่ได้เป็น รัฐมนตรียุติธรรม และ คุณพีระพันธ์ ไม่มีความกล้าหาญพ� จะมาส�บสวน เรื่�งนี้ สราวุธ ติดคุกหัวโตเลย

ลองคิด ในมุมกลับ ถ้า คุณพีระพันธ์ ไม่ได้เป็น รัฐมนตรียุติธรรม และ คุณพีระพันธ์ ไม่มีความกล้าหาญพอ จะมาสอบสวน เรื่องนี้ สราวุธ ติดคุกหัวโตเลย


วันที่ 1 มกราคม เขาบอกว่า เขาจะตรวจสอบเรื่อง ไฟไหม้ที่ผับ ซานติก้า เขาบอก 7 วันเสร็จ

วันที่ 2 มกราคม เขาพูดจา แบบเห็นใจเจ้าของ เขาบอกว่าจาก พยานหลักฐาน น่าจะเป็นจาก จุดที่มาจากเวที แต่ต้องหาหลักฐาน ส่วนทาง เจ้าของ กำลังรออยู่ ทราบว่า ได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน แล้วก็ พูดโกหกต่อ ที่เขาเปิดขณะนี้ ก็อาศัย อำนาจของศาลปกครอง ซึ่งไม่จริงนะครับ

วันที่ 4 มกราฯ หลังจากที่ เสี่ยข่าว หรือ นายวิสุข มาพบ เขาก็พูดบอกว่า จะพิจารณาดำเนินคดี และ ประมาทเป็นเหตุให้ ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ ปล่อยให้ เด็กอายุ 20 ปี เข้าใช้บริการ แล้วกล่าวต่อ

ส่วนการพิจารณาดำเนินคดี ข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ ผู้อื่นถึงแก่ความตายนั้น จะเร่งรวบรวมหลักฐาน ยังไม่มีการแจ้งความ ดำเนินคดีกับ นายวิสุข แต่อย่างไร แล้ว ก็ชี้ทางออกเรียบร้อยแล้ว แนวโน้ม น่าจะเกิดจาก เอฟเฟกต์บนเวที รู้ไปหมด รู้แม้กระทั่งว่า พันธมิตรฯ มีปืน มีระเบิด ส่งประดาน้ำ ไปดำ ในคลองแล้ว ก็เจอแท่งเหล็ก แป๊ปกับไม้

ระหว่างความรู้ที่ คุณจงรัก มีต่อ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยนั้น มันสะท้อนให้เห็นถึง การรับใช้ระบอบ ทักษิณ อย่างไม่ลืมหูลืมตา กับการซึ่งคุณ มาตรวจสอบคดี กรณีซานติก้า นี้ จะต้องเห็นชัด

คุณจงรักพูดต่อ วันที่ 12 มกราคม หลังจากนี้ พนักงานสอบสวน จะได้ทำการสอบสวนเพิ่มเติม ว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้อง ที่จะต้องรับผิดชอบ เพิ่มเติมบ้าง เช่น คนจุดพลุ หรือ คนทำเอฟเฟกต์ จะต้องร่วมรับผิดชอบ อย่างแน่นอน เอาล่ะสิ เห็นหรือยัง ปูพื้นฐาน ให้เรียบร้อยแล้ว เสี่ยขาว หุ้นส่วน โดน โดนหมด แต่ว่าผิด ที่คนจุดพลุ และคนทำเอฟเฟกต์ ใช่มั้ย เห็นมั้ย นี่คือ วิธีการสร้างรูปแบบ ให้มันชัดเจน เหมือนอย่าง ตอนที่สร้างรูปแบบ เพื่อดำเนินการ กับ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ว่าเป็น ผู้ก่อการร้าย

14 มกราคม 2 วันให้หลัง คุณจงรัก พูดอีก สำหรับสาเหตุของ เพลิงไหม้ มีความชัดเจน มากขึ้น ว่าน่าจะเกิดจาก การจุดดอกไม้ไฟ ไม่ใช่เอฟเฟกต์ เอาล่ะ เริ่มตั้งธงแล้วนะ เริ่มตั้งธง จะออกยังไง

วันที่ 27 มกราคม 2552 สองอาทิตย์ ที่ผ่านมา วันนี้ได้จับกุม นายสราวุธ ผู้ต้องหา ในคดีคนสุดท้าย ซึ่งเป็นคนที่ 6 และ เป็นคนสำคัญที่สุด ธงตั้งไว้แล้ว ว่ามึงต้องโดน แล้วคนอื่น ข้อหาเบาไป มึงโดนคนเดียว เนื่องจากมี พยานหลักฐาน

จำไว้นะพี่น้อง คำพูดนี้นะ เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน และ ระบุว่า นายสราวุธ เป็นคนใช้ ไฟแช็กจุดพล ุในคืนวันเกิดเหตุ ใช้เวลาประมาณ 30 วินาที ตั้งค่าตัว ไว้ 1 ล้าน ให้ประกันตัวไป นายสราวุธ ก็งง เพราะว่า นายสราวุธ มันก็บอกว่า มือซ้ายมันถือไมโครโฟน มือขวา มันล้วงกระเป๋า แล้ว มันจะจุดพลุได้อย่างไร นอกจากว่า มันไม่รูดซิปแล้ว มันเอาคิกคาปู้ มาจุด

มันงงน่ะ พี่น้อง มันงง เป็นไก่ตาแตก มันประกันตัว ออกไปแล้ว มันยังเดินไม่ถูกทางเลย มันก็กลับไปบ้าน มันทดลองดูแล้ว ก็มองดู แล้วมัน ก็บอกว่า มึงจุดได้ หรือเปล่าวะเนี่ย

พี่น้องครับ ที่ต้องพูดเรื่องนี้ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะเวลา เรามีเรื่องกัน คุณจงรัก มาหาเรื่องเราทุกเรื่อง คุณจงรัก จะเป็น คนแสนรู้มาก ว่าเรา ซ่อนอาวุธ ที่ตรงนั้น คนของเรา มีระเบิดอยู่ในมือ แล้วระเบิดในมือ ระเบิด ประเทศซิมบับเวซิ มันระเบิดแล้ว มือแค่ขาด อย่างเดียว ตัวไม่เป็นไร มันเป็น ระเบิดอัจฉริยะ ใช่ไหมพี่น้อง พูดก็ไม่ได้คิด

นอกจากนั้นแล้ว รู้หมดว่า เราเป็น ผู้ก่อการร้าย ต้องเอา ปปง. ตรวจสอบ รู้ไปหมดทุกอย่าง ไม่รู้อยู่อย่างเดียวว่า ไอ้ผับนี้ ตำรวจทองหล่อ รับเงิน รับทอง อยู่ทุกวัน

ไม่รู้อยู่อย่างเดียว ตำรวจ สน.ทองหล่อ รับเงิน จ่ายรายเดือน จ่ายให้เป็นแสน ผับซานติก้า โดนคดีไป 47 คดี ในอดีต แต่ ไม่มีคดีไหน ถึงที่สุดเลย สักคดี พี่น้อง พอเราไปเถียง คุณจงรัก ออกข่าว ประชาชนทั่วไป ที่ไม่รู้เรื่อง ก็บอกว่า ต้องเชื่อ คุณจงรัก เพราะว่า พันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย มันเป็นตัวป่วน ใช่ไหม ก็มามองเรา ในรูปแบบนี้ เราก็เลยตกอยู่ใน สถานภาพ ที่เสียเปรียบ มาโดยตลอด จนกระทั่ง มีคนที่ชื่อ พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม คุณพีระพันธ์ บอกว่า เดี๋ยวก่อน ที่คุณบอกมานี่ ที่ตำรวจกล่าวหา นายสราวุธ มาเนี่ย มันเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าใน วิดีโอ มันเห็นชัด ว่า สราวุธ มันอย่างนี้อยู่ ใช่หรือเปล่า แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น มันเป็นไปได้อย่างไร

นายพีระพันธ์ เขาสอบต่อจาก ดีเอสไอ เขาบอกว่า ไอ้ซานติก้า มันมีเงินสด เข้ามา 20 ล้าน ไม่มีที่มาที่ไป แล้วถ้า ดีเอสไอ เขาสอบได้ แล้วทำไม คุณจงรัก สอบไม่ได้ แสดงว่า มาตรฐานที่ คุณจงรัก ใช้ มันโลโซเหลือเกิน

ด้วยเหตุนี้ ก็เลยสรุปได้หรือเปล่าพี่น้อง สรุปได้หรือเปล่าว่า สิ่งที่ คุณจงรัก พูดถึง พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย นั้น โกหกทั้งเพ นี่คือ บทพิสูจน์

ปรากฏว่า คุณจงรัก หลัง 31 ธันวาคม 1 มกราคม มาเรื่อยๆ จนสิ้น มกราคม ต้องการเป็น พระเอก โชว์หน้าขาววอก ออกเวที ตลอด มีหลักฐาน อันโน้นอันน ี้เสร็จเรียบร้อย ให้สัมภาษณ์ ตลอด พูดด้วยตัวเอง

พอ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม สวนกลับมาแบบนี้ แล้วนายกรัฐมนตรี ให้ดึงคดีนี้ ออกจาก มือตำรวจ มาใส่ที่ ดีเอสไอ นักข่าวไปถาม คุณจงรัก บอก คุณมาถามอะไรผม คุณไปถาม ท้องที่ซิ แล้วเขาส่งเรื่อง มาถึงผม ก็คุณให้สัมภาษณ์ มาทุกวัน พอเขามาถามคุณ คุณก็เสือกบอก กลับไปถาม ท้องที่ซิ ผมไม่ได้พูด พี่น้อง เห็นหรือยัง

ผู้สื่อข่าว ได้สอบถาม พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. เพื่อสอบถาม เกี่ยวกับเรื่องคดีนี้ หลังจากที่ รัฐมนตรียุติธรรม ได้มาเปิดเผยว่า นักร้องวงเบิร์น สราวุธ ไม่ใช่เป็นผู้จุดเพลิง

พล.ต.อ.จงรัก พูดอย่างมีอารมณ์ว่า ผมเอง อยู่ต่างจังหวัด ยังไม่ทราบ รายละเอียด เกี่ยวกับ เรื่องนี้ ให้ไปสอบถาม ตำรวจพื้นที่ ที่เกิดเหตุ อย่าข้ามขั้นตอน มาถาม รอง ผบ.ตร. ทั้งที่เมื่อก่อน ให้สัมภาษณ์ด้วยตัวเอง ตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าว อ้างอิงคำพูด รัฐมนตรียุติธรรม ที่ว่า นักร้องนำวงเบิร์น เป็น แพะ แพะ แพะ พล.ต.อ.จงรัก กล่าวต่อว่า คุณพูดเองนะ พูดรุนแรง ไป หรือ เปล่า ผมจะไม่ตอบคำถามอะไรทั้งนั้น เพราะยังไม่รู้เรื่องรายละเอียด ตอนนี้เสือกไม่รู้เรื่องรายละเอียด แต่ก่อนหน้านั้นรู้ไปหมด รู้แม้กระทั่ง นายสราวุธ มันใช้ กิ๊กกะปู้ จุดพลุ พี่น้อง รู้ใช่ไหม กิ๊กกะปู้ อะไร

พี่น้องครับ พี่น้อง เฮฮาสนุกสนาน พี่น้องหยุดสนุก สักพักหนึ่ง พี่น้อง ลองมองย้อนหลัง กลับไปซิ ถ้าไม่มี ดีเอสไอ ภายใต้การดูแล รัฐมนตรี พีระพันธ์ สราวุธ มันตายห่าไปนานแล้ว

นี่ คุณจงรัก เข้าข่ายมาตรา 157 นะ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เข้าข่ายมาตรา 200 จงใจ กล่าวหาคนอื่น ให้ได้รับโทษรุนแรง โดยที่ไม่ผิด ผมไม่ได้หวังให้ คุณจงรัก มาขอโทษหรอก เพราะคนอย่าง คุณจงรัก ไม่มียางอายพอ จะมาขอโทษใคร

ผมจะบอกพี่น้องว่า นี่ไง ให้หยุดสนุกสนาน กับเรื่องที่ผม พูดจา สักพัก ลองคิด ในมุมกลับ ถ้า คุณพีระพันธ์ ไม่ได้เป็น รัฐมนตรียุติธรรม และ คุณพีระพันธ์ ไม่มีความกล้าหาญพอ จะมาสอบสวน เรื่องนี้ สราวุธ ติดคุกหัวโตเลย นี่เข้าข่าย ปั้นพยานนะ ปั้นพยาน ให้ร้าย สราวุธนะ แล้ว กรณีพันธมิตรฯ ละ พวกมึง ปั้นพยาน มากี่คนวะ

เห็นหรือยัง พี่น้อง นี่คือ ตำรวจไทย นี่คือ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ คนที่อยากเป็น ผบ.ตร. ใจแทบขาด คนที่รับใช้ สมัคร สุนทรเวช เต็มที่ เพื่อที่ จะมา สลาย พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย

พี่น้องที่ฟังรายการนี้ พูดกันต่อๆไป อย่าได้ลืมคนชื่อ จงรัก จุฑานนท์ ถ้าใครเอาคนนี้ ขึ้นเป็น ผบ.ตร. เรายอมไหม (ไม่ยอม) ถ้าต้องออกมา ท้องถนน ออกไหม (ออก)

พี่น้อง ถ้านายจงรัก ต้องขึ้นมาเป็น ผบ.ตร. พวกเราให้ สัตยาบันกัน เราจะออกมา นอกท้องถนน กลัวไหมกลัว (ไม่กลัว) ใครคิดจะเอา นายจงรัก เป็น ผบ.ตร. ต้องเจอ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย แล้วจากนี้ไป นายจงรัก พูดอะไร เหมือนกับ การผายลม

พี่น้อง ไม่ใช่เรื่องเล่น นะ พี่น้อง คุณพีระพันธุ์ เอาเรื่องนี้มาพูด กับ คุณจงรัก กล่าวหา นายสราวุธเนี่ย มันทำให้ผม อึ้งไปตั้งนานนะ ผมบอกมิน่าล่ะ สังคมไทย มันถึงตกต่ำขนาดนี้ เพราะเรามี ตำรวจแบบนี้ พี่น้อง แล้วระบอบทักษิณ ตั้งแต่ปี 2544 จนปัจจุบัน สร้างตำรวจแบบนี้ ขึ้นมามาก เหลือเกิน พี่น้อง น่ากลัวมาก

พี่น้อง ผมจะพูดถึงเรื่อง ผับซานติก้า ให้พี่น้องฟัง พี่น้องครับ ตามผมมา ผับซานติก้านั้น ดูให้ดีๆ คือ แบบจำลองย่อของ ประเทศไทยพี่น้อง เพราะมันเต็มไปด้วย ความชั่ว พี่น้อง

ไอ้ผับระยำเนี่ยนะ ก่อสร้างผิดกฎหมาย ใบอนุญาต ถูกปลอมลายเซ็นโดย วิศวกร ภาษีอากร ไม่เคยเสีย เป็นศูนย์กลาง ค้ายาเสพติด ของลูกอดีต ผู้ยิ่งใหญ่ในประเทศไทย ที่ไม่อยู่ตอนนี้

ตำรวจให้การคุ้มครองสถานที่ ที่กฎหมายระบุว่า จุได้ไม่เกิน 500-600 คน จุเข้าไป 2,000 กว่าคน พอมีการตาย 66 ศพ วิ่งเต้นเอาเงิน ยัดตำรวจ เพื่อให้ตำรวจเป่าคดี ไปทางอื่น นี่คือรูปแบบย่อของ ประเทศไทย พี่น้องครับ

เพราะฉะนั้นแล้ว เราสู้มานี่ผิดมั้ย ถูกต้องทุกอย่างพี่น้อง ทุกวัน จะมีเรื่องมีราวที่พิสูจน์ ให้เห็นชัด ว่าสิ่งที่เราสู้มานั้นไม่เคยผิดเลย ใช่ ไม่ใช่ พี่น้อง คุณจงรัก วันนี้ต้องเปลี่ยนนามสกุลแล้ว เป็น จงรัก ซานติก้า

พี่น้องครับ ผมมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะเบรก เบรกแรก คือเรื่องคำพูดของ นายทักษิณ ชินวัตร ที่พูดเรื่องคำว่า “เด็กสองคน” จะทำให้ เศรษฐกิจตกต่ำ

พี่น้องครับ พี่น้องรู้หรือเปล่าว่าในโลกนี้ ผู้นำยุคใหม่ อายุ 40 กว่า ทั้งนั้นเลย

บารัก โอบามา
ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน อังกฤษ อายุน้อยกว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นรุ่นน้อง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ ออกซ์ฟอร์ด
คุณกรณ์ จาติกวณิช 45


มีแต่ ไอ้เฒ่า เพราะกินข้าว แก่เพราะอยู่นาน ที่ไม่มีประโยชน์ แล้วมา ขากถุย ในสภา ถ้าจะแก่จะเฒ่า ทำประโยชน์อย่าง ไอ้แก่ คนนี้สิ อย่าไป ขากถุย ในเรื่องที่ตัวเองไม่รู้

พี่น้องฟังให้ดีๆ ระบอบทักษิณ นี่น่ากลัวมากพี่น้อง เขาดูถูก คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ คุณกรณ์ จาติกวณิช เพราะมันมีเหตุ ปัจจัย 3 ด้าน เขาเห็นว่า

ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก ตกหมด เพราะฉะนั้นแล้ว ประชาธิปัตย์ ก็จะมีคะแนนนิยมลดลง เขาปั่นป่วน ทางการเมืองด้วย เสื้อแดง เพื่อ ลดความ น่าเชื่อถือ และ ความเชื่อมั่น ในทางเศรษฐกิจ ในทางสากล และ กดดันให้ รัฐบาลไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ในฐานอำนาจของ ระบอบทักษิณ ที่สำคัญ คือ เขามีการวางเครือข่าย ระบอบทักษิณ ในอำนาจรัฐ

วันนี้ผมขอพูดถึง เครือข่ายเขา นิดหนึ่ง เครือข่ายเขา มีอยู่ 3 อำนาจ

อำนาจแรก คือ อำนาจพรรคร่วมรัฐบาล ที่ยังแอบตีสองหน้า กับ รัฐบาลชุดนี้ และ ก็ทักษิณ พี่น้อง สมัยหนึ่ง นายพินิจ จารุสมบัติ ยุคหนึ่ง ที่อ้างว่า ตัวเองนั้น ไม่เอา ทักษิณ ตอนหลัง การยึดอำนาจ 19 กันยาฯ พูดกับทุกคนว่า ไม่เอาทักษิณ แต่พี่น้องรู้มั้ย แอบไปหา ทักษิณ และ ไปรายงาน ทักษิณ ว่าฝ่ายนี้ คิดยังไงๆๆ ลักษณะอย่าง พินิจ จารุสมบัติ มีเยอะมาก พี่น้อง มีมาก

ทักษิณ นี่ได้วางยาเอาไว้กับ กลุ่มคุณเนวิน เขาวางยาเอาไว้ยังไง พี่น้อง เขาพูดยังไง เขาบอก เนวิน นั้น อย่าไปโกรธ เนวิน ผมเอง เป็นคนส่ง เนวิน เข้าไป เขาพูดอย่างนี้ เขาพูดอย่างนี้เพื่ออะไร พี่น้องรู้เปล่า ไม่ใช่ระแวง พี่น้อง เปิดประตูใบหนึ่ง แล้วส่งสัญญาณ บอก เนวิน เฮ้ย มึงจะกลับเมื่อไร ก็ได้นะ เข้าใจหรือยัง พี่น้อง เห็นหรือยัง คือเปิดประตูไว้ บานหนึ่ง เหมือนกับพูดกับ ทุกคนว่า เฮ้ยอย่าไปโกรธ เนวิน มัน จะสังเกตดูให้ดีๆ เพราะฉะนั้น แล้ว วันนี้ กลุ่มเนวิน ก็เลยขี่ประชาธิปัตย์ เห็นหรือยังพี่น้อง

อำนาจที่ 2 คือ อำนาจราชการของ ระบอบทักษิณ ที่ยังมี เครือข่ายวางยา อำนาจรัฐบาล อยู่ ตำรวจ ไงล่ะเป็นตัวอย่าง ที่เห็นชัด ใช่ ไม่ใช่ พี่น้อง อดพูดถึง คุณจงรัก ซานติก้า ไม่ได้

พี่น้องจำได้หรือเปล่า ตอนที่ พวกเสื้อแดง เดินจากสนามหลวงมา แล้วมาตีเราครั้งแรก แล้วตำรวจอ้างว่า ที่กันไม่ได้ เพราะอะไร เขาบอกว่า เสื้อแดง มาเป็นหมื่นๆ ตำรวจเขา มีไม่กี่ร้อยคน เขาห้ามไม่ได้ คุณจงรัก นี่เป็นคนแปลก เป็นถึง พลตำรวจเอก แต่สอบตกเลข เวลามองเสื้อแดง บอกหมื่นๆ ทั้งๆ ที่มีแค่พัน สองพัน แต่พอมอง พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย บอกว่า มีไม่กี่ร้อยกี่พันคน เอง แปลกจริงๆ เพราะฉะนั้น แล้วจะเห็นได้ชัด

อำนาจที่ 3 คือ อำนาจของ บอร์ดรัฐวิสาหกิจ ซึ่งยังมี เครือข่ายของ ระบอบทักษิณ อยู่ทั่วไป วันนี้ผมจะยกตัวอย่าง เรื่องเงินคงคลัง พี่น้อง

เงินคงคลัง คือเงินที่อยู่ใน กระเป๋าเรา เงินคงคลัง หมายความว่านี่ล่ะคือ เงินที่เหลือเอาไว้ใช้ เงินคงคลัง นั้นมีความไม่แน่นอน สุดแล้วแต่ว่า วันนี้ วันที่ 6 เมื่อ ปลายเดือน 31 เงินคงคลัง ในกระเป๋านี้ อาจจะมีสัก 20 ใบ แต่ใช้ไปเรื่อยๆ เงินคงคลัง ก็ลด

สักพักหนึ่ง แม่ยกพันธมิตรฯ สงสาร ใส่ซอง มาให้ เงินคงคลัง ก็เพิ่ม พอเพิ่ม ก็เอาไปจ่าย เอาไปจ่าย ค่านมลูกของ แอน จินดารัตน์ ยกตัวอย่าง ให้ฟัง ง่ายๆ นะ หรือว่า เอาไปจ่ายค่าไปหาหมอของ แอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์ เพื่อเช็กว่า ท้องหรือเปล่า

เพราะฉะนั้นแล้ว เงินคงคลัง ก็เลยไม่อยู่ แล้วแต่ใช้ เงินคงคลัง ของประเทศ ได้มาจากไหนล่ะ รายได้จาก ภาษีอากร ประเทศไทย มี รายได้ อย่างเดียว ที่เข้า กระทรวงการคลัง ก็คือจาก ภาษีอากร ภาษีสรรพสามิต

เอาล่ะ ข่าวมาบอกว่ารัฐบาลถังแตก เพราะมีเงินคงคลัง เหลือแค่ 5 หมื่นกว่าล้าน เดี๋ยวผม จะเล่าให้ฟังว่า เงินคงคลัง เป็นยังไง พี่น้อง

สมัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ตั้งแต่ ธันวาคม ปี 39 ถึง พฤศจิกาฯ ปี 40 มีเงินคงคลัง สูงสุด 313,828 ล้าน แปลว่าอะไร ในช่วงเวลาๆ หนึ่ง จะมี เงินสด อยู่ในมือรัฐบาล ถึง 3 แสนล้าน และ ในขณะเดียวกัน ในช่วงเวลาๆ หนึ่ง มีเงินคงคลังต่ำสุด เมื่อพ้นจากตำแหน่ง ก็คือ 247,847 ล้าน

เอาละ มา รัฐบาล คุณชวน หลีกภัย ชุดที่ 2 ธันวาคม 40 – พฤศจิกายน 43 มีเงินคงคลัง สูงสุด 252,000 ล้าน และ ต่ำสุด 37,200 ล้าน ไม่เป็นไรต่อไป พอมาถึง

ชุดทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลทักษิณ 1 ทักษิณ 2 กุมภาพันธ์ 44 – กันยายน 49 มีเงินคงคลัง สูงสุด 147,200 ล้าน และ มีเงินคงคลังต่ำสุด 12,200 ล้าน ใช่ไหม เพราะฉะนั้นแล้ว

มาชุดของ สมัคร สุนทรเวช เงินคงคลัง สูงสุด 188,900 ล้าน ต่ำสุด 54,500 ล้าน

รัฐบาลชุด นายสมชาย เงินคงคลังสูงสุด 229,000 ล้าน ต่ำสุด 91,000 ล้าน

แปลว่าอะไร แปลว่า การที่จะมีเงินคงคลัง ต่ำถึง 40,000 – 50,000 ล้าน เรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เรามาดู เหตุผลของ การโจมตี ครั้งนี้ โจมตีบน พื้นฐานของ ความไม่รู้ของคน ก็เข้าใจว่า รัฐบาลประชาธิปัตย์ บริหารชาติ จนเจ๊ง จนไม่มีเงินเหลือ เหลือแค่ 50,000 กว่าล้าน

ถ้าไม่ใช่ นักศึกษา มหาวิทยาลัยราชดำเนิน ก็จะเชื่อคำพูดนี้ แต่ถ้าเป็น นักศึกษาราชดำเนิน นักศึกษา ต้องถามตัวเอง

ประการแรก อภิสิทธิ์ เพิ่งเข้ามาได้ 2 อาทิตย์ ไอ้เงินคงคลัง ที่มันเหลือมาจาก ยุค นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เงินคงคลัง ที่ปรากฏอยู่ ออกมาเป็น ข่าวนั้น เป็นผลจาก การคำนวณ เงินคงคลังของ เดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม


พี่น้องเอ๊ยย นายอภิสิทธิ์ เพิ่งได้เข้ามา บริหารจริงๆ ก็คือ ต้นเดือนมกราคม เลยเดือน มกราคมไปกลางเดือน นอกนั้นเป็นของ นายสมชาย วงส์สวัสดิ์ แล้วไอ้ที่เหลืออยู่ 50,000 ล้าน มันเหลือจาก อะไรละ

เก็บภาษีไม่เข้าเป้า ภาษีอะไร ที่ไม่เข้าเป้าเยอะที่สุด ภาษีน้ำมัน ไงเล่า มันลดไง จำได้หรือเปล่า มันลด เพื่อที่จะเอาใจ พ่อแม่พี่น้อง แล้วมันก็มา สะท้อนคืน ในเงินคงคลัง ที่เหลือ เข้าใจหรือยัง

เหมือนกับพี่น้อง เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว แล้ววันนึง พี่น้องอยากเชียร์ คนข้างๆร้าน ให้รักพี่น้อง พี่น้อง ก็บอกว่า 10 วันนี้ แหลกฟรี แหลกฟรี ก็แหลก ไป 10 วัน วันนึงอากง กลับมาจาก ซัวเถา ก็บอกว่า เงินมึง หายไปไหน 12,000 บาท ผมไปให้เขาแหลกฟรี แหลกฟรี มา 10 วัน ฉันใดฉันนั้น

เหมือนมีอยู่ พรรคนึง จำได้หรือเปล่าพี่น้อง ไอ้ประเภท ลดราคา เพื่อเอาใจประชาชน รัฐบาลชุดไหน ก็ไม่เก่งเท่า รัฐบาลชุด ทักษิณ ชินวัตร แต่ว่าเป็น การลดราคา เพื่อหวังผล พี่น้องจำได้ไหม มันเคยมีสวนสนุก ที่แถวรัชดา จำได้หรือเปล่า แล้วพี่น้องจำได้ไหมว่า ไอ้รถไฟฟ้าใต้ดิน มันให้นั่งฟรี จำได้ไหม มันนั่งฟรี ช่วงไหน ช่วงที่ สวนสนุกมีอยู่ และ สวนสนุกนั้น ใครเป็นเจ้าของ โอ๊ค พานทองแท้ เห็นหรือยัง คือของแบบนี้ มึงหลอกใครหลอกได้ แต่อย่ามาหลอก พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย

อีกตัวหนึ่ง คือ ปลัดกระทรวงการคลัง คนนี้ มันเสือกขยันเกินเหตุ ขยันยังไงพี่น้อง ผลประกอบการของ รัฐบาล เก็บภาษีไม่เข้าเป้า เหมือนกับว่า อาตี๋ขายก๋วยเตี๋ยว เคยได้ เดือนละ 30,000 เดือนนี้ได้ 15,000 ไม่เข้าเป้า พอไม่เข้าเป้าแล้ว ปรากฏว่า มีหนี้ ที่จะต้องจ่าย อาตี๋แทนที่จะบอกหนี้ รอไว้หน่อย ไปคืนเดือนหน้า อาตี๋ไม่ อาตี๋บอกว่า มึงรีบมาเลย ทั้งๆที่ เขาไม่ได้เดือดร้อน หรือ เขาเดือดร้อน แต่ว่าไม่ใช่วิสัยทัศน์ ของคนที่ค้าขาย จะต้องไปคืน

แปลว่าอะไร แปลว่า กรมสรรพากร คืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ เกือบ 20,000 ล้าน ทั้งๆที่รายได้ เก็บไม่เข้าเป้า คิดเป็นอัตราส่วน เปรียบเทียบกัน การคืนภาษีอากร ของกรมสรรพากร ปีนี้ เดือนนี้ กับ ปีที่แล้ว เดือนนี้ 12 เดือนที่แล้ว ปีนี้คืนเพิ่มให้ ตั้งเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ ทั้งๆ ที่ รายได้ ไม่เข้าเป้า แล้วพี่น้องทุกคน มีปัญหาสรรพากร ทั้งนั้น สรรพากร มันคืนเงินให้ พี่น้อง ง่ายหรือเปล่า ไม่มี

เพราะฉะนั้น มันมีข้อสงสัยว่า มันเป็นการคืนให้กับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่เป็นลม ประเภท ยอดการส่งออก ที่เป็นลม เข้าใจไหม ส่งตู้คอนเทนเนอร์ ไปเมืองนอก แต่ในตู้ มีแต่ลม แล้วอ้างว่า ส่งไปมูลค่าเท่านี้ ขอเรียกคืนภาษี ไม่มีการตรวจสอบ นี่คือฝีมือของ นายศุภรัตน์ จำได้หรือเปล่า พี่น้อง

ผมเคยพูดถึง นายศุภรัตน์ ว่าอย่างไร นี่คือ ปลัดกระทรวงการคลัง ในระบอบทักษิณ เห็นไหม มาถล่มทำลาย เด็ก 2 คน คนหนึ่งคือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนหนึ่ง คือ กรณ์ จาติกวณิช

มันไม่ใช่ผู้ใหญ่เลว ผู้ใหญ่ลิ้นสองแฉก พี่น้องครับ แล้วพี่น้องสังเกตไหม ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ รัฐวิสาหกิจทุกแห่ง ขอเงินรัฐบาล หมดเลย ขอกู้มา 500,000 ล้านบาท ร้อยปีพันปี ในสมัย สมัคร สมชาย มันเคยขอไหม เสือกมาขอกัน ตอนนี้ เพราะอะไร ทำให้เหมือนกับว่า วิกฤตเศรษฐกิจ มันจะทำให้ รัฐบาล ต้องเจ๊งแน่นอนแล้ว

รัฐวิสาหกิจ ก็ต้องการเงิน เงินคงคลัง ก็ต่ำ ทั้งๆที่ผิดประเด็น ก็เลยมาเป็นที่มา ของ เด็ก 2 คน จะทำให้ วิกฤตตกต่ำ เสร็จแล้ว นายโอฬาร ไชยประวัติ เสือกออกมาบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบ 4 เปอร์เซ็นต์ มันบ้าไปแล้ว พี่น้อง อำนาจ วาสนา ผลประโยชน์ มันทำให้ คนมันตาบอดได้ คนที่เคยเป็น รองผู้ว่าแบงก์ชาติ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยพาณิชย์ เสียผู้เสียคน เมื่อมาเป็น ประธานสภา มหาวิทยาลัย ชินวัตร ชินวัตรยูนิเวอร์ซิตี แล้วได้รับแต่งตั้งเป็น รองนายกรัฐมนตรี ก็เลยออกมา ปกป้อง แล้ว ก็ทำลาย ฝ่ายตรงกันข้าม โดยที่ละทิ้ง จิตวิญญาณ ของ นักวิชาการ ที่แท้จริง


เพราะฉะนั้นแล้ว ทุกๆวันที่เกิดขึ้น พี่น้องต้องเข้าใจนะว่า มันเป็นเรื่องของ มายาภาพ เป็นเรื่องของ เล่ห์กล เป็นเรื่องของ การวางหมาก กันทั้งสิ้น พี่น้องเห็นอะไร อย่าพึ่งเชื่อ ได้ยินอะไร อย่าพึ่งเห็นด้วย นอกจากฟัง สนธิ ลิ้มทองกุล พูดก่อน คุณชมพู บอก กูนึกแล้วเชียว ต้องพูดคำนี้ ทีกูซื้อหวยไม่ถูก พี่น้องครับ ขอพักสักครู่ได้ไหม ให้น้องแอน มาโชว์ความอ้วน พร้อมกับ น้องแอร์ 2 คน ขัดตาทัพไปก่อน


ช่วงที่ 2


พี่น้องครับ เดี๋ยวผมพูดจบแล้ว สัญญากับผม หน่อย อย่าเพิ่งรีบกลับกันเยอะนัก คุณมาลีรัตน์ กำลังรอพูดอยู่ เพราะว่า ข้อมูลหลายๆ คน ก็ดีพอๆ กัน

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2552 การชุมนุมของ คนเสื้อแดง ที่สนามหลวง เขามีการ จัดกิจกรรม ที่หมิ่นเหม่ และ จาบจ้วง บุคคลชั้นสูง ของบ้านเรา เขามีรูปอยู่ 7 รูป พี่น้อง เขาติดรูปไว้ 7 รูปเลยนะ

สิ่งหนึ่ง 193 วัน ที่เราทำมานั้น ไม่มีใครทำได้ เสื้�แดง ก็ทำไม่ได้พี่น้�ง ในขณะที่ กินเนส เวิลด์��ฟเรคค�ร์ด ลงประวัติเราว่า เป็น การประท้วง ที่ยาวที่สุดในโลก นานที่สุดในโลก เขาก็ลงประวัติ เสื้�แดง ว่าเป็นการประท้วง ที่สั้นที่สุดในโลก

สิ่งหนึ่ง 193 วัน ที่เราทำมานั้น ไม่มีใครทำได้ เสื้อแดง ก็ทำไม่ได้พี่น้อง ในขณะที่ กินเนส เวิลด์ออฟเรคคอร์ด ลงประวัติเราว่า เป็น การประท้วง ที่ยาวที่สุดในโลก นานที่สุดในโลก เขาก็ลงประวัติ เสื้อแดง ว่าเป็นการประท้วง ที่สั้นที่สุดในโลก


รูปหนึ่งคือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ติดเอาไว้เพื่อเอาไข่ขว้าง
รูปที่ 2 คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
รูปที่ 3 คือนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ
รูปที่ 4 คือนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
รูปที่ 5 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี
รูปที่ 6 รูปที่ 7 เป็นภาพเขียน รูปผี เขียนว่า “แม่นาก และ ผัวแม่นาก” พี่น้องคงเดาออกว่า นัยของไอ้คนชั่ว คนหนักแผ่นดินพวกนี้ มันหมายถึงใคร


พี่น้องครับ นอกจากนั้นแล้ว ยังมี การจัดเต็นท์ ให้ลงชื่อ ถวายฎีกา ยกเลิก กฎหมาย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112 คนที่เป็น ตัวตั้งตัวตี ชื่อ นายใจ อึ๊งภากรณ์

พี่น้อง พวกนี้ใช้พื้นฐานของ สิทธิเสรีภาพ โดยซ่อนนัยออกมา การยกเลิก มาตรา 112 แท้ที่จริงคือ กระบวนการเริ่มต้น การล้มล้าง สถาบันกษัตริย์ ครับ

พี่น้องเห็น ภาพยนตร์ตลก นายบีน ใช่มั้ย ที่มันล้อเลียน สมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธ เราอยากให ้สังคมไทย เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า นี่คือแม่ของเรา สมเด็จพระนางเจ้าฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คือพ่อของเรา การที่มาอ้างว่า การที่มี มาตรา 112 นั้น ถ้าไม่ยกเลิก กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นั้น เป็นการ จำกัด สิทธิเสรีภาพทางความคิด ของ นักวิชาการ ผมอยากจะให้ส้นตีนพวกมัน

ความคิดสร้างสรรค์ ทางวิชาการ มันเกี่ยวอะไรกับ การที่เปิดโอกาสให้ พวกมึง มาจาบจ้วง และ พูดถึง ในหลวง และ ราชินี ได้ทุกแง่ทุกมุม โดย ไม่ผิดกฎหมาย ถ้าเขาด่าพ่อแม่มึง มึงพอใจมั้ย นายใจ อาจจะพอใจก็ได้ ใช่มั้ยพี่น้อง

เพราะฉะนั้นแล้ว แนวรุกของพวกนี้ เป็นแนวรุก ที่เสริมประสานกับ เสื้อแดง และ เสริมประสานกับ พรรคเพื่อไทย และ เสริมประสานกับ ทักษิณ ชินวัตร จริงๆ เป็นแนวร่วมแนวเดียวกันหมดเลย เข้าไปสู่เป้าหมาย จุดมุ่งหมาย เดียวกัน พี่น้อง

พี่น้อง ที่ผมเสียใจที่สุด คือเรามีคนที่อ้างตัวเป็น นักวิชาการ แล้วมาร่วมเซ็นชื่อ คนอย่าง นายนิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ ไอ้คนที่ ทิ้งเมียตัวเอง แล้วไปมีชู้ สุชาดา จักรพิสุทธิ์ ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ที่เขาเรียก ไอ้ยิ้ม อาจารย์ประจำ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ คนๆ นี้ คือ คนไปประกันตัว ยัยดา ตอร์ปิโด ไง เห็นมั้ย รศ.สมเกียรติ ตั้งมะโน มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ก็มันชื่อ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน มันถึงไม่เคยเห็น แสงตะวันไง พี่น้อง มันถึงโง่เหมือนความมืด ของมันไง

นายธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อาจารย์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สุรัสวดี หุ่นพยนต์ ผศ.ภัสทิญา สิริบวรพิพัฒน์ รศ.ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วไอ้เสื้อแดง ที่เป็นเหตุ ให้พวกคุณ มีความคิด ทางวิชาการเยอะ แล้วเดินไปตบหน้า อาจารย์ที่ม หาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ คณะเศรษฐศาสตร์ มช. มีความเห็นว่า อย่างไร ผศ.อัจฉริยา เนตรเชย มหาวิทยาลัยนเรศวร ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี มหาวิทยาลัยมหิดล อนันต์ กาญจนพันธ์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชัยยันต์ รัชชกูล สอนอะไร รู้มั้ย Institute of Religion Culture and Peace สถาบันศาสนาวัฒนธรรม และสันติภาพ พายัพ ถ้าคุณสอน เรื่องศาสนา สอน เรื่องวัฒนธรรม คุณยังเสือก ไม่เข้าใจ ความสำคัญของ สถาบันกษัตริย์ แล้ว คุณมาเสือกสอน คณะนี้ได้ยังไง

ชัยยันต์ รัชชกูล มหาวิทยาลัยพายัพ น่าเสียใจมาก นายธนพัฒน์ มั่นศิลป์ ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา รศ.สุชาย ตรีรัตน์ อาจารย์ประจำ ภาควิชา การปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พวงทอง ภวคพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ชลิตา บัณฑุวงศ์ นี่มาไกลเลย เป็น นักศึกษา ปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยฮาวาย ที่เกาะมานัว อนุสรณ์ อุณโณ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน คณะโบราณคดี นายจอน อึ๊งภากรณ์ พี่ชาย นายใจ อึ๊งภากรณ์ ซึ่งเป็น กรรมการของ โทรทัศน์ทีพีบีเอส กรรมการบริหาร

เอกศักดิ์ ยุกตนันท์ ภาควิชา ปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น คนเรียน ทางศาสนาปรัชญายังเสือก ไม่เข้าใจ ความสำคัญ ของสถาบัน เห็นหรือยังพี่น้อง มีหมอหลง เข้ามา 2 คน แพทย์หญิงวรรณา วิภาสวัชรโยธิน นายแพทย์วิบูลย์ วิภาสวัชรโยธิน ผัวเมียคู่นี้ ที่เสียใจมากอะไรรู้มั้ย พล.อ.เจอ โพธิ์ศรีนาค พ.ต.อ.อำพล ค้ำชู พล.ต.ต.ณรงค์ วิทยารักษ์ ผมไม่เข้าใจ ทหารที่เป็นถึง พลเอก ได้รับพระราชทานยศ จาก องค์พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พล.ต.กฤษฎี เสนาพลสิทธิ์ นายเชษฐา พวงหัตถ์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ ศิลปากร

พี่น้อง วันนี้เราต้องมาพูด เรื่องนี้กัน ความจริงแล้ว นายใจ ทำเรื่องที่ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เยอะเหลือเกิน นายใจ เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่มีการ ยึดอำนาจ เขาออกมา ชูอะไรรู้มั้ย No Coup ไม่เอาปฏิวัติ No Thaksin ไม่เอาทักษิณ

แต่วันที่ 31 มกราคม นายใจ ขึ้นเวที เชิดชู ทักษิณ เป็นพ่อ นายใจ กับ นายเหวง ไม่ได้ต่างอะไรกันเลยใช่ไหมพี่น้อง คนอิ๊บอ๋ายแบบนี้ พี่น้องดู มันไปสอนเด็กมันได้ยังไง พี่น้อง ผมอยากจะถามคำพูดนี้ ถามไปที่ทุกๆ คนที่อยู่ในแผ่นดินนี้

เรายอมรับไหมว่า สถาบันกษัตริย์ เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของ สังคมไทย เป็นศูนย์กลาง ที่จะดึงดูด ความสามัคคีความเมตตา ทศพิธราชธรรม ของ พระองค์ท่าน ทำมา ตั้ง 50-60 ปีแล้ว ท่านปกครองแผ่นดิน โดยธรรม ท่านปกครอง ตั้งแต่ท่านยังเด็ก จนกระทั่งท่าน อายุ 80 กว่า แล้ว

คุณจะให้ท่านไปเดินตาม ท้องทุ่งท้องนา ต่อไปได้อย่างไร แต่ท่านเป็น ศูนย์รวมจิตวิญญาณ และ ก็ ราชอาณาจักรไทย คือ ราชอาณาจักร ของ คนไทย และ สังคมไทย ที่มีสถาบันกษัตริย์ เป็นสถาบันที่สูงสุด

รัฐธรรมนูญ ก็ยังระบุชัด มิน่า มันถึงต้องการแก้ แม้กระทั่ง รัฐธรรมนูญ ที่จะยกเลิก หมวดกษัตริย์ ยกเลิก หมวดองคมนตรี เห็นหรือยังพี่น้อง ผมก็เลย อยากจะถาม แล้วผมถามมานานแล้ว ตั้งแต่ผมสู้มา และ พี่น้องร่วมสู้กับผม ว่า

สรุปแล้ว ใครเอา พระเจ้าอยู่หัวยืนข้างนี้ ใครไม่เอาพระเจ้าอยู่หัว มึงออกไปเลย ไม่เคยเปลี่ยนจุดยืนนี้ ไม่เคยเปลี่ยน ผมถามถึง ผู้บริหาร มหาวิทยาลัย ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จุฬาฯ

จุฬาฯ นี่เป็น มหาวิทยาลัย เหมือนมหาวิทยาลัย ของเจ้าเลย รัชกาลที่ 5 ตั้ง พระราชทาน ที่ให้อยู่กัน เงินทองเยอะแยะไ ปหมดมาพัฒนา มีสยามสแควร์ ทั้งอัน ยกให้ เอาไปทำมาหากิน มีรายได้มาก ก็เอาเงินนี้มาสนับสนุน จุฬาฯ สนับสนุนให้ จุฬาฯ เจริญ ให้จุฬาฯ มี ตึกรามบ้านช่อง ให้จุฬาฯ มีเงินมีทอง มาลงทุน ในการวิจัย มาลงทุน ในอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ มีทุกอย่าง พระองค์ท่าน ทำหมดทุกอย่าง เพื่อให้ พวกคุณ บางคน มาจาบจ้วง แล ะล้มกษัตริย์

นายใจ อึ๊งภากรณ์ หรือใครก็ตาม ที่คิดจะล้ม มาตรา 112 แท้ที่จริงแล้ว ต่อไป ก็คือ การล้ม สถาบันกษัตริย์ นั่นเอง คุณไม่ควรที่อยู่ใน สถาบันการศึกษา มาสอนหนังสือ คุณแยกไปซิ คุณไปที่โน่น ไปที่ นายคุณ ที่คุณเทิดทูน ไปที่เกาะกงไป ไปตั้งให้ ทักษิณ ตั้งยูนิเวอร์ซิตี ออฟ เกาะกง แล้วก็ไปสอนเลย ว่าระบบกษัตริย์ไม่ดีอย่างไร คุณไปสอนที่นั่น คุณอย่ามาอยู่ใน เมืองไทย ให้หนักแผ่นดิน พี่น้อง นายใจ ยังเขียนอะไร อีกเยอะแยะนะ ที่หมิ่น พระเจ้าอยู่หัว อย่างหนักหนาสาหัส แล้วมันขึ้นบนเวทีเสื้อแดง เมื่อวันที่ 31 เทิดทูน ทักษิณ เทิดทูน คนเสื้อแดง คุณจะ เคียดแค้น อะไรกันนักกันหนา

บอกผมหน่อยซิ พ่อคุณ ดร.ป๋วย สร้างชื่อให้กับ สังคมไทย มามากมาย แต่คุณกำลังทำลาย ชื่อเสียงพ่อคุณ ให้พังพินาศไป พี่น้องเห็นหรือยัง นี่คืออันหนึ่ง

สำหรับ นายจักรภพ เพ็ญเเข ผมอยากจะถาม ก็ทนไม่ได้ ต้องถามกลับ จงรัก จุฑานนท์ ว่าทีคดีหมิ่นของ สนธิ ที่เอา ดา ตอร์ปิโด มาเล่าให้ฟัง ว่า หมิ่นอย่างไร คุณสั่งฟ้องไปแล้ว คุณมอบตัวผมให้ อัยการแล้ว คุณเรียบร้อยแล้ว คดีวีระอยู่ไหน คดีจักรภพ อยู่ไหน คดีอีกหลายคดีอยู่ไหน นี่คือจงรัก ณ ซานติก้า

พี่น้องครับ จำได้หรือเปล่า ผมไปพูดที่ สระบุรี ผมบอกว่า สงครามประชาชน เริ่มแล้ว ผมจะพูดก่อน ที่จะมีเรื่องเกิดขึ้น ทุกครั้ง และ ผมจะบอก พ่อแม่พี่น้อง อย่างหนึ่ง ผมจะฝากไปถึง พ่อแม่พี่น้อง ที่ เพชรบุรี ปราณบุรี สมุทรสาคร แม่กลอง ให้เตรียมตัวไว้

ผมขอร้อง ถ้าเมื่อใด พวกเสื้อแดง เดินขบวน เพื่อที่จะเข้าไปสู่ หัวหิน เพื่อไปป่วน การประชุมซัมมิท งานต้องเข้า เพชรบุรี ปราณบุรี แม่กลอง สมุทรสาคร ประจวบฯ ต้องอย่าให้ พวกเสื้อแดง เข้าไปใน หัวหิน เพื่อระคายเคือง เบื้องพระยุคลบาท เป็นอันขาด และ ต้องไปอย่างไรเป็นกันพี่น้อง พี่น้อง เพชรบุรี ปราณบุรี ประจวบ ราชบุรี แม่กลอง มหาชัย เตรียมตัว ประสานงานกันไว้ เมื่อไหร่ ก็ตาม ไอ้สามเกลอหัวขวด พาพลพรรคเสื้อแดง เดินไปเมื่อไหร่ พี่น้อง ระดมคนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ราชบังลังก์ ไปบล็อกมัน ทันที ไม่ต้องกลัวมัน อะไรจะเกิด ก็ให้มันเกิด พี่น้อง

พี่น้อง วันนี้เป็นวันที่ อีแอบทั้งหลาย โผล่มาหมดแล้ว การประชุมสัมมนา ของพรรคเพื่อไทย ที่เขาใหญ่ เห็นหน้าตากันหมด พี่น้อง คนอย่าง ทนง พิทยะ กำลังถูกเสนอให้เป็น หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทุกคนพูดถึง การต่อสู้ระยะยาว ทุกคนพูดถึง โอกาสที่จะกลับมา มีอำนาจ ทุกคนพูดถึง การต่อสู้ ที่ในที่สุดแล้ว จะต้องได้รับชัยชนะ ทุกคนพูดถึง คำพูดของ นายทักษิณ ชินวัตร ที่พูดถึง การที่จะกลับมาสู้ ไม่ยอมแพ้ และ ขอกลับมาเป็น นายกฯ

พี่น้อง เด๊ยวเจ๊ๆ ถ้าจะปล่อย สัตว์เลื้อยคลาน หันไปข้างหลังโน่น มันกระโดด ใส่ตัวผม พี่น้อง คนเราผิดสัญญาได้ เพราะว่าสัญญา นั้น เปลี่ยนแปลง ไป ตามเงื่อนไข ที่เปลี่ยนแปลง แต่ผิดสัจจะ ไม่ได้ใช่ไหม พี่น้อง

3 พฤศจิกายน 49 นายนพดล ปัทมะ สัมภาษณ์ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็อาจจะยุติ บทบาททางการเมือง เนื่องจาก ครอบครัวอยากให้ หยุดเล่นการเมือง อยู่แล้ว

15 มกราคม 50 นายทักษิณ สัมภาษณ์ CNN จากนี้ไป จะขอกลับมาเป็น ชาวบ้านธรรมดา ทำงานเพื่อสังคม ไม่คิด กลับมาเล่นการเมืองอีก

22 มกราคม 50 ไม่ต้องการ จะกลับมาเล่นการเมือง ในอนาคต เพราะประกาศวางมือ ชัดเจนแล้ว

25 มกราคม 50 ผมเลิกเล่นการเมืองแล้ว ไม่ต้องวิตก

12 กุมภาพันธ์ 50 ผมไม่สนใจ ที่จะกลับไปทำธุรกิจ หรือ เล่นการเมือง

2 มีนาคม 50 ผมไม่มีความทะเยอทะยาน ที่จะหวนคืน สู่การเมืองอีก การรับใช้ประเทศชาติ มา 6 ปี นับว่าเพียงพอแล้ว สำหรับผม

14 มีนาคม 50 ขอยืนยันอีกครั้งว่า คุณทักษิณ วางมือทางการเมืองแน่นอน จากปาก ของ นายนพดล ปัทมะ จึงไม่มีความจำเป็น ต้องมาเล่นการเมืองอีก ถึงแม้ผมจะถอย จากการเมืองแล้ว แต่ในฐานะ ที่เคยได้รับไว้วางใจ ก็จะฝากพี่น้องอดทน ช่วยกัน ส่งเสียลูกหลาน ให้เรียนหนังสือ มีความรู้ สอนให้เป็น คนดี (อย่าเป็นอย่างผม)

16 พฤษภาคม 50 ที่ผ่านมา เท่าที่คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกอบกับ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ ก็ชัดเจนว่า จะวางมือทางการเมือง

17 พฤษภาคม 50 ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอส ผมยืนยันว่า วางมือทางการเมือง แน่นอน และ พร้อมจะให้ความร่วมมือ ทุกอย่าง

31 พฤษภาคม 50 ถึงแม้ว่า ผมจะประกาศวางมือ ทางการเมือง ก่อนหน้านี้ ผมอยากจะ เรียกร้อง ให้สมาชิกทั้งหลาย ได้รวมตัว ดำเนินกิจกรรม ทางการเมือง เพื่อประโยชน์ของประชาชน และ ประเทศชาติต่อไป

7 มิถุนายน 50 จากนั้น ผมจะกลับไปช่วยเหลือประเทศ ในฐานะ ประชาชนธรรมดา หลังจาก ผมเกษียณทางการเมือง

15 มิถุนายน 50 ผมประกาศ เลิกเล่นทางการเมือง ไปแล้ว

5 กรกฎาคม 50 จะไม่หวน กลับไปเล่นการเมือง

29 กรกฎาคม 50 ไม่มีแผน จะไปเล่นการเมือง ในประเทศไทยอีก

28 ตุลาคม 50 การให้คำปรึกษาให้ได้ แต่ว่าการเมืองผมไม่เล่น

7 ธันวาคม 50 สัมภาษณ์ สำนักข่าวรอยเตอร์ ผมไม่ต้องการ จะกลับมาเป็นนายกฯ อีก มันมากไปแล้ว ภรรยาผม จะหย่า ถ้าผมกลับไป เล่นการเมืองอีก

25 ธันวาคม 50 การเดินทางกลับ ดังกล่าว ไม่ใช่เป็นการกลับไป เพื่อเล่นการเมืองอีก ต้องการกลับมาใช้ชีวิต อย่างพลเรือนสามัญ

2 มกราคม 51 จะวางมือ ทางการเมือง 100 เปอร์เซ็นต์ จะคอย ให้คำปรึกษา

25 กุมภาพันธ์ 51 นายนพดล พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศวางมือ ทางการเมืองไปแล้ว การจะกลับมา ก็เพื่อต่อสู้คดีเท่านั้น

27 กุมภาพันธ์ 51 เลิกแล้วจ๊ะ ถอยดีกว่า อยู้บ้านกอดเมีย โดยยืนยันว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับ การเมืองเด็ดขาด

4 มีนาคม 51 ให้สัมภาษณ์นิตยสาร ไฟแนนเชียลไทมส์ จะไม่กลับมา เล่นการเมือง

17 มีนาคม 51 ให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนต่างประเทศ 10 สำนักข่าว ไม่ต้องการกลับเข้ามา เล่นการเมืองอีก เพราะ ภรรยา และครอบครัว ขอร้อง


ถุย นี่ไง ไอ้คนที่มันพยายาม ยุพวกไทยรักไทยให้สู้ ผมจะกลับมาเป็น นายกฯ อีกครั้งหนึ่ง มันลืมแม้กระทั่ง น้ำลาย ที่มันถุยลงพื้นดิน ว่ามันถุย อะไรไว้มั่ง ไอ้คนอย่างนี้ เจ๊เงียบๆ ใจเย็นๆ ถ้าเจ๊ดังอย่างนี้ ผมไม่พูดต่อนะ ไอ้คนประเภทนี้ ยังมีหน้า มาบอกให้ พลพรรคมัน ว่า ถ้าเป็น เสือหิว ต้องทนหิว อย่าว่าแต่หิวเลย พวกมึงธรรมดา แดก ก็ยังไม่พอจะแดก อยู่แล้ว โทษนะ พูดหยาบหน่อยนะ แดกไม่รู้จักอิ่ม กินเท่าไหร่ ก็ไม่รู้จักพอ พี่น้องเห็นหรือยัง


ด้วยเหตุนี้ กระบวนการเสื้อแดง กระบวนการ จักรภพ เพ็ญแข ขบวนการ ในสภา โยงไปจนถึง ขบวนการพรรคเพื่อไทย ไอ้พวก อีแอบ ทั้งหลาย ออกมาหมดแล้ว

ตอนนี้ นายใจ อึ๊งภากรณ์ ใครจะไปคิดถึง ลูกชาย ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ขึ้นเวทีเชียร์ทักษิณ ท่ามกลางเสื้อแดง บอกผมเมื่อ 3 ปี ที่แล้ว ตีให้ตาย ผมยังไม่เชื่อเลย อาจารย์มหาวิทยาลัย นายพลเอก นายพันเอก ร่วมเซ็นชื่อ ยกเลิกมาตรา 112 ซ้ายอกหัก ซ้ายคอมมิวนิสต์ ที่ต้องการ ล้มล้าง สถาบัน ผสมผสาน อยู่ที่สัมมนา ที่เขาใหญ่ หมดเลยทุกคน ทุกคนโผล่หน้ามา

เห็นตัวตนที่แท้จริง เป็นการชุมนุม พวกสัตว์เลื้อยสัตว์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แล้วพี่น้องคิดว่า บ้านเมืองเรา จะสงบเหรอ ไม่สงบ พี่น้อง มันจะสงบ ได้ยังไง แต่อย่างน้อย พี่น้องต้องรู้ ว่า

ขณะนี้ ถ้าเราถอย แม้แต่ก้าวเดียว ถ้าเราท้อ แม้แต่อึดใจเดียว เราแพ้ ต้องไม่ถอยและไม่ท้อ นอกจาก ไม่ถอย ไม่ท้อแล้ว ยังต้องฮึกเหิม พร้อมที่จะ ออก ทุกเมื่อ มีการเป่านกหวีด และ ออกมาทั่วประเทศไทย นี่ไม่ได้ยุให้ออกนะ แต่ให้ เตรียมความพร้อมไว้ ใครที่อ้วน ไปลดความอ้วน ซะ ออกสู่ ถนน งวดนี้ ผู้หญิงพันธมิตรฯ ต้องทรวดทรงสเลนเดอร์ ทุกคน รวมทั้ง พิธีกร ด้วย พี่น้อง

พี่น้องครับ มีเรื่องที่จะต้องพูด อีกมากมาย อีกเยอะแยะไปหมด ผมคิดว่า ผมจะทำหน้าที่ ในการเล่าเรื่องราวต่างๆ เพื่อให้พี่น้อง ได้รับทราบ พี่น้อง อย่าทอดทิ้ง ซึ่งกันและกัน ผมพูดมานานแล้ว เราเป็นครอบครัวเดียวกัน เราเป็น ครอบครัวพันธมิตรฯ

สิ่งหนึ่ง ที่เขากลัวเรา ที่ระบอบทักษิณกลัวเรา ที่ทุกๆ คนกลัวเรา ก็เพราะว่า เราเป็นครอบครัวเดียวกัน พี่น้อง อย่าแตกแยกกัน พี่น้อง ที่อยู่ ต่างจังหวัด พี่น้อง ที่อยู่ อเมริกา ถ้าพูดถึง เรื่องส่วนรวม ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ราชบัลลังก์แล้ว ต้องมีเป้าเดียวกันหมด ทิ้งความเป็น อคติ ไม่ชอบเป็นส่วนตัว ไว้ข้างๆ ตัว แล้วจับมือกัน เพื่อเดินหน้ากันต่อไป

เชื่อผมพี่น้อง เรื่องพวกนี้ ไม่ใช่ทำกันง่ายๆ แต่เราทำสำเร็จแล้ว 193 วัน หลอมพวกเรา เข้ามาหาสู่กัน พี่น้อง อย่าเพิ่งแตกกระจายกัน เป็นชิ้นเป็นอัน ขอให้เป็น เหล็กสแตนเลส ที่แข็งแกร่ง

ถ้าเป็นเหล็กแท่ง ก็เป็น เหล็กแท่งเดียวกัน ไม่มีตำหนิ ถ้าเป็นเหล็กกลม ก็เป็นเหล็กกลม ที่กลม ไม่มีรอยเบี้ยว พี่น้องต้องจำเอาไว้ สิ่งหนึ่ง 193 วัน ที่เราทำมานั้น ไม่มีใครทำได้ เสื้อแดง ก็ทำไม่ได้พี่น้อง ในขณะที่ กินเนส เวิลด์ออฟเรคคอร์ด ลงประวัติเราว่า เป็น การประท้วง ที่ยาวที่สุดในโลก นานที่สุดในโลก เขาก็ลงประวัติ เสื้อแดง ว่าเป็นการประท้วง ที่สั้นที่สุดในโลก

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2552 06:51 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000014255


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” แฉ 3 เครือข่ายหนุน “นช.แม้ว” จวก “จงรัก” ขายวิญญาณให้ “ทักษิณ”


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

December 12, 2008

พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย แถลงการณ์ ฉบับที่ 29/2551 เตือนก่อนเข้าสู่อำนาจ

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการศึกษา,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีอาญา,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ตำรวจฆ่าประชาชน,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,หมายจับ,หมิ่นเบื้องสูง,อาชญากรรม — accomthailand @ 13:36
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
พันธมิตรประชาชนเพื่�ประชาธิปไตย  วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2551

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2551


แถลงการณ์ ฉบับที่ 29/2551
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เรื่อง คำเตือนก่อนเข้าสู่อำนาจ


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง แถลงการณ์พันธมิตรฯ
คลิกที่นี่ เพื่อชม แถลงการณ์พันธมิตรฯ (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม แถลงการณ์พันธมิตรฯ (256 K)
จาก manager multimedia



คลิกที่นี่ เพื่อดาวน์โหลด แถลงการณ์พันธมิตรฯ ฉบับที่ 29/2551


ตามที่ได้มีประกาศ พระบรมราชโองการ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ให้เรียกประชุม สมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา เพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรรับตำแหน่งเป็น นายกรัฐมนตรี ในวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551 นั้น


พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ขอให้ นักการเมืองทุกฝ่าย ได้ตระหนักว่า การชุมนุมต่อเนื่องยาวนาน ด้วยความุ่งมั่น อดทน หาญกล้า ของ พี่น้องประชาชน ถึง 193 วัน เป็นการเสียสละ อย่างยิ่งใหญ่ ที่แลกมาด้วย ชีวิตและเลือดเนื้อ ของประชาชน จำนวนมาก จนสามารถ คัดค้าน การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้สำเร็จ ทำให้ คดีการทุจริตคอร์รัปชัน ของนักการเมือง และคดีทุจริตการเลือกตั้ง ได้ถูกพิพากษา โดยกระบวนการยุติธรรม ส่งผลทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลง ทางการเมือง ในวันนี้


การเสียสละอันยิ่งใหญ่ ของ พี่น้องประชาชน ในช่วงเวลา ที่ผ่านมา เรามิได้ต้องการ แลกมา เพื่อให้ นักการเมืองหุ่นเชิด ในระบอบทักษิณ กลับฟื้น คืนมาอีก และเราก็มิได้ต้องการ เพียงแค่ เปลี่ยนขั้วทางการเมือง เพื่อผลประโยชน์ของนักการเมือง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง


พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย มีความปรารถนา ที่จะ สะสาง ปัญหาทางการเมือง ในอดีต คืนความเป็นธรรม ให้กับ พี่น้องประชาชน และร่วมกับ ประชาชน ปฏิรูปสร้างการเมืองใหม่ เพื่อป้องกัน ไม่ให้วิกฤติทางการเมือง กลับคืนมาอีก


เราจึงขอประกาศจุดยืน ต่อการเลือก นายกรัฐมนตรี ในการประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ดังนี้


ประการแรก เราคัดค้านและต่อต้าน นายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด ที่มาจาก พรรคเพี่อไทย และคัดค้าน นายกรัฐมนตรี ทุกพรรคการเมือง ที่มีรัฐบาลผสม ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็น พรรคการเมืองหุ่นเชิด ของระบอบทักษิณ ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่

ประการที่สอง เราขอประณาม การข่มขู่ คุกคาม การต่อรองตำแหน่ง และการเสนอ อามิสสินจ้าง ให้นักการเมือง เพื่อให้นักการเมือง เหล่านั้น มาสนับสนุนให้ พรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาลต่อไป โดยไม่คำนึงถึงความเสียหาย ต่อประเทศชาติและ ความรู้สึกของประชาชน

ประการที่สาม พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จะเฝ้าติดตาม การเปลี่ยนขั้วทางการเมือง ในระบบ การเมืองเก่า ว่าจะสามารถฝ่าข้าม วิกฤตการณ์ทางการเมือง จัดการกับ ระบอบทักษิณและ เข้าสู่การเมืองใหม่ ได้หรือไม่ โดย พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ขอเป็นตัวแทน พี่น้องประชาชน และวีรชน ยื่นข้อเรียกร้องต่อ รัฐบาลชุดใหม่ 13 ประการ

1. เร่งรัดดำเนินคดี ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ต่อ นายจักรภพ เพ็ญแข นายวีระ มุสิกพงศ์ เว็บไซต์ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุชุมชน และ ปราบปรามขบวนการ ดูหมิ่น และล้มล้าง สถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งหมด โดยด่วนที่สุดเป็นลำดับแรก

2. ขอให้แสดงจุดยืน ที่จะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หรือกฎหมายอื่นใด ที่จะฟอกความผิด ให้กับนักการเมือง ไม่แก้ไขกฎหมาย เพื่อการกระทำที่ขัดกัน แห่งผลประโยชน์ ของนักการเมือง และ ไม่แก้ไขกฎหมาย เพื่อลดพระราชอำนาจ หรือโครงสร้าง ของ สถาบันพระมหากษัตริย์ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข

3. ต้องส่งเสริมให้ คนดีมีความสามารถ มาปกครองบ้านเมือง ป้องกันมิให้ คนไม่ดีมีอำนาจ บริหารราชการแผ่นดิน ด้วยความโปร่งใส อย่าได้นำ นักการเมือง หรือข้าราชการ ที่มีมลทิน ไม่เป็นที่ยอมรับ ของสังคม มีการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ในตำแหน่งหน้าที่ หรือมีพฤติกรรม ที่จะแสวงหา ประโยชน์ ในทางมิชอบ มาร่วมบริหารราชการแผ่นดิน เป็นอันขาด

4. ขอให้เร่งรัดคดีทุจริตคอร์รัปชัน ให้เข้าสู่กระบวนการ ในชั้นศาล โดยปราศจาก การแทรกแซง ทั้งทางตรงและ ทางอ้อม ทำการโยกย้าย ข้าราชการ ที่รับใช้ ระบอบทักษิณ ให้พ้นจากตำแหน่ง อาทิเช่น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงบประมาณ เลขาธิการ องค์การอาหารและยา ฯลฯ และยึดทรัพย์สิน ที่โกงชาติไป กลับมาเป็นของรัฐ

ทั้งนี้ เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาต ิเป็นที่ตั้ง ขอให้แสดงจุดยืน ที่จะเร่งรัดดำเนินคดีบุกรุก และครอบครองที่ดิน กรณีเขากระโดง ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และที่ดินสาธารณประโยชน์ ในอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์

ดำเนินการและ ยกเลิกการเช่าพื้นที่ขายสินค้า ในสนามบินสุวรรณภูมิ ที่มิชอบ ยกเลิกและดำเนินคดีต่อ เจ้าหน้าที่รัฐและเอกชน ที่ให้เช่ารายการ สถานีโทรทัศน์วิทยุแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง 11 อย่างไม่โปร่งใส โดยทันที

5. ขอให้ ยกเลิกหนังสือเดินทาง ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีอาญาแผ่นดิน โดยทันที

6. ขอให้เร่งรัดดำเนินการเพื่อให้ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ร้ายหนีอาญาแผ่นดินมาดำเนินคดีในประเทศไทยโดยทันที

7. ขอให้ประกาศยกเลิก แถลงการณ์ร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ยก ปราสาทพระวิหาร และพื้นที่โดยรอบให้กับ กัมพูชา แต่เพียงฝ่ายเดียว และรักษา อธิปไตย ทั้งดินแดนและ แหล่งพลังงานก๊าซธรรมชาติและ น้ำมันในอ่าวไทย จนถึงที่สุด

8. ขอให้เร่งรัด สลายรัฐตำรวจ โยกย้ายข้าราชการตำรวจ ที่ ใส่ความ กลั่นแกล้ง และคุกคามประชาชน ผู้เข้าร่วมการชุมนุม และผู้สนับสนุน การชุมนุม ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ที่มีความสำคัญ หรือมีส่วนได้เสีย ต่อคดีความ

ขอให้ลงโทษ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ทำร้าย สังหารประชาชน ในเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2551 ตลอดจนใส่ความประชาชน ผู้ชุมนุม ว่าเป็น กบฏ และ ผู้ก่อการร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์, พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง พ.ต.อ.ลือชัย สุดยอด ฯลฯ

และขอให้ คืนความเป็นธรรมให้กับ ตำรวจที่ทำหน้าที่อย่างสุจริตและ กล้าหาญ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ให้เจริญก้าวหน้า ในหน้าที่การงาน

9. ขอให้เร่งรัดดำเนินคดีความ และลงโทษ ผู้ที่ถูกชี้มูล โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ คณะกรรมาธิการในวุฒิสภา ว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง กับการเข่นฆ่าประชาชน เช่น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และเจ้าหน้าที่รัฐ และขอให้ดำเนินการ เอาผิด กับอันธพาลการเมือง ของรัฐบาล ที่ทำร้ายและ เข่นฆ่าผู้ชุมนุม จนถึงที่สุด

10. ยุติการใช้สื่อของรัฐ โฆษณาชวนเชื่อ และ โกหกหลอกลวงประชาชน เพื่อระบอบทักษิณ โดยทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายการ และ ผู้ดำเนินรายการ ความจริงวันนี้ ที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที และ ขอให้ปฏิรูปสื่อ เปิดพื้นที่ให้ประชาชน สามารถเข้าถึง ข้อมูลข่าวสาร ได้อย่างครบถ้วน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อ ประเทศชาติและ ประชาชนอย่างแท้จริง

11. ขอให้ประกาศยกเลิกโครงการที่ใช้จ่ายเกินตัว และไม่โปร่งใส ที่จะทำให้ชาติล่มจม เช่น โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ฯลฯ โดยทันที

12. ยกเลิก พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 และใช้การปฏิรูปและพัฒนา รัฐวิสาหกิจแทน เพื่อประโยชน์สูงสุด ของคนในชาติ และนำเอา รัฐวิสาหกิจ ที่แปรรูปไปแล้ว กลับคืนมา เป็นของรัฐดังเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปตท.

13. ขอให้แสดงจุดยืน ที่จะส่งเสริม สนับสนุน ประชาชน ในการสร้าง การเมืองใหม่ ที่ประชาชนมีส่วนร่วม ทางการเมือง เพื่อให้เป็นประชาธิปไตย ทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม อย่างแท้จริง ตามแนวทางของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อป้องกัน มิให้เกิดวิกฤติทางการเมืองใน อนาคตอีกต่อไป

พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ขอเรียกร้องให้ นักการเมือง ที่กำลังจะจัดตั้ง รัฐบาล ได้ตระหนักและ คำนึงถึง เจตนารมณ์ของ ประชาชน และ วีรชนผู้เสียสละ เพื่อประเทศชาติ เป็นสำคัญ มากกว่าการต่อรอง เพื่อแย่งชิงผลประโยชน์ ระหว่างกลุ่มการเมือง โดยการแสดงจุดยืน และปฏิบัติตาม ข้อเรียกร้องข้างต้น เพื่อมิให้ประชาชน ต้องผิดหวังและ หมดศรัทธาการเมือง ในระบบปัจจุบัน ไปมากกว่านี้

ถ้าข้อเรียกร้อง และเจตนารมณ์ของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถูกปฏิเสธ หรือเพิกเฉย เราพร้อมจะดำเนินการเคลื่อนไหว อย่างเหมาะสม กับสถานการณ์ต่อไป

ด้วยจิตคารวะ

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 12 ธันวาคม 2551 13:36 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000146290


พิมพ์ ข่าวนี้ พันธมิตรฯ แถลง “คำเตือนก่อนเข้าสู่อำนาจ”

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

December 1, 2008

“ทักษิณ” ตอแหล ฉบับเต็ม ถล่ม อังกฤษ จาบจ้วงไม่เลิก – “Catch me if you can” said Thaksin Shinawatra


Catch me if you can


Last week Thailand descended into chaos as tens of thousands of protesters surrounded parliament in a bid to drive out the government it accuses of being puppets of former Prime Minister Thaksin Shinawatra.

Since he was ousted in a bloodless coup in 2006, his UK visa has been revoked, his wife has divorced him and a controversial two-year jail sentence for corruption awaits him in his home country. In his first interview in 18 months, he speaks to Arabian Business.

If Thaksin Shinawatra is feeling the heat, then he’s not showing it. Thailand has an arrest warrant out for its former prime minister. The UK has just revoked his visa, and some Western countries are distancing themselves from the man they once championed as their greatest ally in Asia. And yet all Shinawatra can do is shrug.

“Do you know how many countries there are in the world? There are 197. And only 17 have an extradition treaty with Thailand,” he notes with a thin smile. “Better still, only 10 of those treaties are active. So, don’t you worry about me, I still have many places to stay.”

One such place is Dubai, where Shinawatra is resting comfortably in one of the emirate’s top five-star hotels. He might feel entitled to a break, too, as it has been a busy 2008 for the man first nominated to Thailand’s top office in a landslide election victory in 2001.

Two years ago he was overthrown in a bloodless coup while visiting the UN in New York. Exiled after months of massive anti-government protests, he ended up in the UK, where he bought Premier League football club Manchester City.

After the 2007 election, in which his new People Power Party won a healthy majority, and the forming of a new democratic government by his allies, Shinawatra returned in early 2008 to face his corruption charges in legal courts. However, he and his wife skipped bail – they were convicted in absentia, and a lengthy stay in a Bangkok jail awaits them if they return.

The UK froze his reputed $4bn of assets, forcing him to sell Manchester City to Abu Dhabi’s Sheikh Mansour. To add to his troubles, his UK visa was revoked – oh, and his wife divorced him last week.

“It’s been a busy few months,” he says, laughing at his own predicament. And it’s about to get even busier, as Shinawatra reveals he intends to make a comeback in politics, tackle global poverty, reorganise the Middle East’s healthcare system – and while he’s at it, establish a sizeable foundation to look after Asians hit by the financial crisis.

The really tricky one on the above ‘Shinawatra to-do list’ is return to politics. On October 21, 2008, five members of a nine-member special bench of the Supreme Court found him guilty of a conflict of interest and sentenced him to two years in jail.

The judges found that Shinawatra had ultimate oversight over the Financial Institutions Development Fund, a government-run agency that bought up bank collateral and mortgages. Shinawatra’s wife won a competitive auction for a piece of land owned by the FIDF in 2003, and the judges found that his wife’s purchase of the land was done on his behalf, thus constituting a conflict of interest.

Given the two-year jail term that awaits him upon his his return – not to mention a long list of political enemies who would like to see the back of him for good – a return to his homeland doesn’t sound like the wisest move.

“I have no choice,” he insists. “In the beginning after I was ousted, my wife asked me not to go back to politics. She didn’t like politics, and the whole family went through a lot of hardship so I didn’t go back.

“But now I have been cornered because the country is going down deeply,” he continues. “The confidence is not there; the trust among the foreign community is not there; the poor people in rural areas are in difficulty.

With me at the helm I can bring confidence quickly back to Thailand, and that is why we have to find a mechanism under which I can go back into politics.”

What does his wife think about this? “She has divorced me,” he responds, bluntly – end of subject.

He admits that going back now would be too risky, but insists that “time is on my side”. Last week tens of thousands of anti-government protesters marched on Thailand’s parliament.

The protesters, from the People’s Alliance for Democracy (PAD) blocked all streets leading to parliament and besieged other state buildings, forcing MPs to cancel their business, in response to a grenade attack on the protester’s camp that killed one of their supporters earlier this month.

Violence flared and as Arabian Business went to press, the head of Thailand’s army had asked the government to dissolve parliament and call new elections – circumstances hardly conducive to a return for the former prime minister.

“I can stay here and do some business, enjoy life a bit. But I have to go back for my people and my supporters, most of whom are poor or middle class,” he says.

“In the past the poor didn’t see the future – they only saw the bitter past and short present,” he continues. “After I became PM I gave them hope, I brought them freshness. They saw a future for their children to go to school and for their crops. They were happy – even taxi drivers were happy – and I brought the economy back to normal.”

But could he really be PM again? Shinawatra is adamant that it could happen.

“The coup is still there – it has been transformed from a military coup to a judicial coup,” he explains. “I think a lot depends on the power of the people – if they feel they are in hardship and they need me to help them, I will go back.

The poor have no choice but to live in a capitalist economy, but they have no capital. They have no access to it. If you give them that access, it changes everything.


“If the King feels I can be beneficial I will go back and he may grant me a royal pardon,” he continues. “If they don’t need me and the King feels I can make no difference then I will stay here and do business. I will live my life with friends.”


Today Shinawatra is in the Gulf rekindling close friendships with business and political leaders in the region. He said he has been made to feel very welcome, unlike in the UK, where many were surprised by the British government’s decision to revoke his visa. Now, he chooses his words carefully, but remains singularly unimpressed at the circumstances of his departure.

“I think the UK is a mature democratic country, and they should understand that I am the victim of the coup d’etat,” he maintains. “I am the victim of dictatorship, even though there was a court verdict.

“But that is like the fruit on the poisoned tree – the whole tree has been poisoned and I am the fruit. The tree was planted by the military coup,” he says, adding: “England must understand better but unfortunately they are now busy with their own problems so they forgot about democratic values.

“I don’t care, though – I thank them because I went there, I bought a football club then sold it and made some money in the process,” he says. “They gave me a place to stay, even though it was short-term. My children went to school there.

One day, they will understand better, and they will feel sorrow for what they have done because they have not respected their own democratic values.”

So what next for Shinawatra? Putting his political problems aside, Shinawatra is focused on tackling poverty in Asia. He speaks passionately about the plight of the poor, and details the measures he took during his reign in Thailand – and how they worked. Top of his agenda is healthcare. During his premiership, Shinawatra wasted no time in introducing a new system of blanket healthcare insurance for the equivalent of just 3 dirhams a month.

“At least 18 million poor people can now enjoy full healthcare,” he says proudly. “If they are having a baby they pay just 3 dirhams. For heart surgery, 3 dirhams. I re-managed the whole public health budget and allocated set amounts to every hospital.

“We added more equipment and built centres of excellence. Now they can get the same service as anyone else, regardless of how poor they are,” he adds.

Does he plan to do the same here? “I think if I can re-manage for the UAE government, I will do exactly the same. I will bring in the same experts who used to work with me. I will not just give treatment but also preventive measures – for example, there is a lot that can be done with nutrition and other advice on healthy living.”

Shinawatra insists that he would increase the number of family doctors available, and also establish clinics nearer to housing districts, in order to free up hospital resources and make life easier for the 80 percent of patients who do not actually require hospital treatment.

As well as improving healthcare services in the emirates, Shinawatra is also putting together his own detailed proposals for tackling poverty on a wider scale.

In particular, he wants governments to use their surpluses to create micro-loans for the poor, in the same way that they were pioneered by Nobel Prize winner Muhammad Yunus, in Bangladesh.

Thailand’s People Bank, giving the poor small loans at just 2.5 percent, has been a huge success and Shinawatra wants to extend the principle across Asia.

In order to achieve this dream, he has launched a new foundation, named ‘Building a Better Future’.

“What does the capitalist economy mean? It means you need capital to create wealth,” he explains. “The poor have no choice but to live in a capitalist economy, but they have no capital. They have no access to it. If you give them that access, it changes everything.”

Shinawatra insists that the poverty issue is one that has been “misunderstood” in the past. “Most countries are run by veteran politicians who only have experience of politics,” he points out. “What is missing is management. Politics is about power and law – politicians don’t understand how to run an organisation.

“As an experienced businessman I think I bring some modern management to the government,” he continues. “It proved to work well in Thailand but they didn’t let me stay that long. If I had stayed the full eight years I think I could have made a big difference.”

With so much on his agenda, it is hard to say what the future holds for Thaksin Shinawatra. He expresses deep gratitude to Abu Dhabi’s HH Sheikh Mansour for engineering the takeover of Manchester City, saying he sold a club but gained “a great friend”. Above all, though, he is looking to go home. He makes no apologies, and has no regrets, about the past.

“I cannot live in my own country. There were many assassination attempts, and my family has been broken up because we all have to live in different countries. I regret the result, but not what I have done. You see, I love the Thai people.”


Story by Anil Bhoyrul on Sunday, 30 November 2008


logo_arabianbusiness URL of this Article http://www.arabianbusiness.com/539714-catch-me-if-you-can



Related Story : Click ที่นี่ – “แม้ว” อัดยับ ผู้ดีไม่เคารพ ปชต.ต้นแบบตัวเอง ฝันกลับไทยสู้การเมือง! – Ex-Thai PM hits out at UK from 24 Nov 08


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

November 24, 2008

“ทักษิณ” ตอแหล ถล่ม อังกฤษ จาบจ้วงไม่เลิก – Ex-Thai PM hits out at UK


“แม้ว” อัดยับ ผู้ดีไม่เคารพ ปชต.ต้นแบบตัวเอง
ฝันกลับไทยสู้การเมือง!


Ex-Thai PM hits out at UK


“ทักษิณ” พลิกลิ้น เคยยกย่องอังกฤษ เป็นพื้นฐาน ปชต. แท้จริง แต่วันนี้ หลังจากถูกถอนวีซ่า เลยหน้ามืด สับเละ ผู้ดีไม่เคารพ และลืม ปชต. พื้นฐาน ประเทศตัวเอง หมดสิ้น ยันกลับไทย คืนสนามการเมืองแน่นอน อ้างรากหญ้า ยังอยู่อย่างลำบาก


วันนี้ (24 พ.ย.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษ Arabian Businesss ฉบับที่จะ ตีพิมพ์ใน วันอาทิตย์หน้า โดยกล่าวหา การที่รัฐบาลอังกฤษยกเลิกวีซ่า ว่า เป็นการกระทำที่ไม่เคารพต่อ ค่านิยมเรื่องประชาธิปไตย (democratic values) ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐาน ของประเทศอังกฤษ เอง


พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุในช่วงหนึ่งของ การสัมภาษณ์ ที่เมืองดูไบว่า “อังกฤษมัวแต่สนใจแต่ปัญหาของตัวเอง จนลืมแม้กระทั่งค่านิยม แห่งความเป็น ประชาธิปไตย” พร้อมกับยืนยันว่า จะกลับมาประเทศไทยอย่างแน่นอน และมั่นใจว่า ตัวเขา สามารถนำความเชื่อมั่น กลับมา สู่ประเทศได้ และยังระบุว่า คนยากจนในชนบท กำลังมีชีวิตอยู่ อย่างยากลำบาก ซึ่งถือเป็นเหตุผล ที่ว่า ทำไมเขาจึงต้องกลับเข้าสู่เวทีการเมือง


ทั้งนี้ บทสัมภาษณ์แบบเต็มนั้นจะมีการตีพิมพ์ ใน Arabian Business ฉบับวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 24 พฤศจิกายน 2551 07:13 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000139004


พิมพ์ ข่าวนี้ “แม้ว” อัดยับ ผู้ดีไม่เคารพ ปชต.ต้นแบบตัวเอง-ฝันกลับไทยสู้การเมือง!



Ex-Thai PM hits out at UK


LASHING OUT: Shinawatra (pictured) said the British government was not respecting its own democratic values. (Getty Images) Former Thai prime minister Thaksin Shinawatra has lashed out at the UK for revoking his visa – and vowed to return to Thailand as prime minister.


In an exclusive interview with Arabian Business, to be published next Sunday, Shinawatra said the UK would “feel sorrow” for revoking his visa and accused the British government of not respecting its own democratic values.

Shinawatra’s UK visa was cancelled earlier this month following his conviction for corruption in Thailand. He had fled to the UK in 2006 following a military coup that removed him from power.

“England must understand better, but unfortunately they are now busy with their own problems – so they forgot about democratic values,” Shinawatra said during an interview in Dubai.

Shinawatra vowed to return to Thailand at some stage, stating that he could bring confidence back to the country.

“The country is going down deeply. The confidence is not there. The trust amongst foreign community is not there. The poor people in rural areas are in difficulty,” he said.

“With me at the helm I can bring confidence quickly back to Thailand. We have to find a mechanism under which I can go back, that is why I must tell you that I will go back into politics.”

However, Shinawatra said he would only return if the people and the king of Thailand wanted him to go back.

“I think a lot depends on the power of the people. If they feel they are in hardship and they need me to help them, I will go back,” he said.

“If the king feels I can be beneficial I will go back and he may grant me a royal pardon. If they don’t need me and the king feels I can make no difference then I will stay here and do business.”

The full, exclusive interview with Shinawatra will be published in Arabian Business on Sunday Nov. 30, and
from 10am on Thursday Nov. 27 online at ArabianBusiness.com.


Email by Dylan Bowman on Sunday, 23 November 2008


logo_arabianbusiness Read this Article


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 24, 2008

“สมเกียรติ” เผย ทักษิณ เปิดเกมรุก 3 แนวรบ จน สถาบันหลัก ตกอยู่ ในอันตราย ยังเหลือ “ประชาภิวัฒน์”

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีที่ดินรัชดาฯ,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คำพิพากษา,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,วิกฤติ,ศาลปกครอง,ศาลรัฐธรรมนูญ,หมายจับ,หมิ่นเบื้องสูง,อาชญากรรม — accomthailand @ 08:11
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“สมเกียรติ” แฉ “ระบอบแม้ว” รุกหนัก 3 แนวรบ – สั่นคลอน สถาบันหลัก

เผย ทักษิณ เปิดเกมรุก 3 แนวรบ ลดความสำคัญ ข�ง สถาบันหลัก จนตก�ยู่ ใน�ันตราย

เผย ทักษิณ เปิดเกมรุก 3 แนวรบ ลดความสำคัญ ของ สถาบันหลัก จนตกอยู่ ในอันตราย


“สมเกียรติ” เย้ย “แม้ว” หากออก เอ็นบีที ได้ “กำนันเป๊าะ – ราเกซ -ปิ่น” ที่ยัง หนีคดี คงต้องขอ ออกด้วย เผย ระบอบทักษิณ เปิดเกมรุก 3 แนวรบ ลดความสำคัญ ของสถาบันหลัก จนตกอยู่ ในอันตราย ยังเหลือ “ประชาภิวัฒน์” ช่วยพยุง


แฉ นปก. แจ้งจับ ป.ป.ช. รอบที่ 5 หวังกดดัน เพราะกำลัง ชี้ผิด 35 รมต. คดีเขาพระวิหาร ขณะ “วิชา มหาคุณ” กำลัง ไต่สวน 3 นายตำรวจ ที่เอี่ยวฆ่า ปชช. 7 ต.ค.


เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 23 ต.ค. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัย ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า สถานการณ์หลัก ของประเทศไทย ในขณะนี้อ ยู่ภายใต้ การออกแบบ ให้เข้าสู่ สงครามประชาชน โดยสังคมไทย ถูกแบ่ง ออกเป็น 2 ฝ่าย ชัดเจน ซึ่งพวกเรา มาชุมนุมอยู่ 150 กว่า วัน คงไปคืนดีกับ นปก.ไม่ได้ ถ้ามีคนกลาง มาเชิญไปทำความเข้าใจกัน ก็คงไม่ยอม เราอ่านสถานการณ์ ได้แล้วว่า พลเมืองในประเทศนี้ แบ่งเป็น 2 ส่วน กับอีกส่วนหนึ่ง ที่เรียกว่าไทยมุง ใครชนะทางไหน ก็ไปทางนั้น


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย (256 K)
จาก manager multimedia


นายสมเกียรติกล่าวว่า สถานการณ์ ขณะนี้ �ย่าเพิ่งตื่นตระหนก เรื่�ง นปก. จะบุกนั้น วันที่ 12 ต.ค. เขาเคยประกาศ จะบุก เ�เ�สทีวี จนต้�งข�บริจาค ยางรถยนต์ ไว้ แต่พ�ถึงวัน ก็ไม่มา แล้ววันที่ 20 ต.ค. แกนนำ ที่ภาคเหนื� ก็บ�กว่าติดเกี่ยวข้าว เพราะฉะนั้น ที่ พล.ต.�. สล้าง ว่าจะพามาเป็นแสน นั้น น่าจะเป็น แค่ราคาคุย

นายสมเกียรติกล่าวว่า สถานการณ์ ขณะนี้ อย่าเพิ่งตื่นตระหนก เรื่อง นปก. จะบุกนั้น วันที่ 12 ต.ค. เขาเคยประกาศ จะบุก เอเอสทีวี จนต้องขอบริจาค ยางรถยนต์ ไว้ แต่พอถึงวัน ก็ไม่มา แล้ววันที่ 20 ต.ค. แกนนำ ที่ภาคเหนือ ก็บอกว่าติดเกี่ยวข้าว เพราะฉะนั้น ที่ พล.ต.อ. สล้าง ว่าจะพามาเป็นแสน นั้น น่าจะเป็น แค่ราคาคุย



คลิกที่นี่ เพื่อชม
นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย (56 K) หรือ
ดาวน์โหลด 17,658 KB จาก 4 shared


คลิกที่นี่ เพื่อชม
นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย (256 K) หรือ
ดาวน์โหลด 74,123 KB จาก 4 shared


นายสมเกียรติ ได้กล่าวเหน็บแนม กรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะออกรายการ ทาง เอ็นบีที วันที่ 1 พ.ย. นี้ว่า ถ้า พ.ต.ท. ทักษิณ ออกทีวีที่มาจาก เงินภาษีอากร ของประชาชนได้ ก็คงจะออกในฐานะ ผู้นำตัวอย่างของโลก ที่หนีคดีมา โดยมี น้องเขย ที่เป็น อดีตผู้พิพากษาศาลสูง สนับสนุนให้ ออกทีวี และต่อไป ก็จะมีคนอื่นๆ ขออกทีวีด้วย โดย คนต่อไปคือ กำนันเป๊าะ ที่หนี คดีทุจริต ไปอยู่ต่างประเทศ เช่นเดียวกัน ตามด้วย นายราเกซ สักเสนา ที่โกง ธนาคารบีบีซี จนทำให้ ประเทศไทยเสียหาย 1.4 ล้านล้านบาท แล้วหนีคดีไป และอีกคนคือ นายปิ่น จักกะพาก ผู้ต้องหา คดีปั่นหุ้น ที่หนีคดี ไปเช่นกัน

นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า วันที่ 1 พ.ย. นี้ ถ้า พ.ต.ท. ทักษิณ ได้ออกอากาศสดๆ ก็คงจะเหมือนคราวที่แล้ว ที่ออกจอโปรเจกเตอร์ ที่สนามหลวง ซึ่งได้โจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ในวันที่ 1 พ.ย. นี้ เขาจะอัดแนวรบ ที่รุกเขาหนัก คือ ศาล และขณะนี้ เขากำลังทำสงคราม กับแนวรบ 3 แนว ที่เป็น สถาบันสำคัญ ของชาติ ให้หมดความสำคัญลง


แนวรบ ที่ 1 คือ สถาบันสูงสุด ที่อยู่กับสังคมไทย มา 800 ปี ที่เราเห็นมาตั้งแต่เกิด และเรากราบไหว้ได้ แต่ทักษิณเราเพิ่งเห็น มา 5 ปี มีแต่คดโกง เทียบกันไมได้ แต่ขณะนี้ หนังสือพิมพ์หลายฉบับ พูดเลยว่า กระบวนการจาบจ้วง ไม่ได้อยู่ใต้ดินอีกแล้ว แต่ทำเปิดเผยเลย นายสุชาติ นาคบางไทร กล้าขึ้นพูด บนเวทีสนามหลวง และยังเอาไป โพสต์ในเว็บไซต์ประชาไท ซึ่งขณะนี้ เราเก็บข้อมูลไว้แล้ว และ กำลังจะฟ้อง เว็บไซต์ประชาไท ด้วย


“ตอนนี้ นายกเพิ่งตื่น บอกว่ามีเว็บ ที่ต้องจัดการอีกมาก และ วันที่ 29 ต.ค. นี้ จะเริ่มปิดจริงจัง หลังจากปิด 500-600 เว็บ แต่ตอนนี้ มีเกลื่อน จนนับไม่ได้ อยากจะเรียน นายสมชาย ว่า วิธีที่จะ ปราบเว็บพวกนี้ ไม่ยาก เพราะญาติของคุณ นั่นแหละทำ”


นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีสตรีผู้หนึ่งที่มีฐานะทางสังคม ได้ด่าด้วยคำหยาบคายอย่างมาก เรามีหลักฐานว่า เขาได้ด่าใครไว้ และเป็นเรื่องใหญ่มาก ตอนนี้เขาสู้กันแบบเปิดเผยแล้ว เพราะฉะนั้นที่เรามาทำหน้าที่นี้ถือว่าถูกต้อง เพราะแนวรบนี้ตกอยู่ในภาวะอันตรายยิ่ง

สำหรับ แนวรบที่ 2 คือ ตุลาการ ถูกแทรกแซง ตอนคดีซุกหุ้น ซึ่งเขาซื้อได้ 4 เสียง ทำให้ชนะ ตอน ยุบพรรคไทยรักไทย ก็พยายาม ซื้อ แต่ ผู้พิพากษา ไม่รับ คนที่ทำ ก็ถูกแจ้งความดำเนินคดีแล้ว คนๆ นั้นมียศ พ.ต.ท. จบนิติ ธรรมศาสตร์ 09 รุ่นเดียวกับ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ครั้งที่ 3 ก็พยายาม ให้ขนม ศาล 2 ล้าน แต่ศาลเอามาคืน พอซื้อศาลไม่ได้ ก็ไปจ้าง สื่อต่างประเทศ ให้โจมตี ศาลไทย จะเอามาอ่านพรุ่งนี้ว่า ทักษิณ โจมตีศาลไทย อย่างรุนแรง อย่างไรบ้าง


“ศาลตกอยู่ใน อันตราย ถามว่ามติ 5 ต่อ 4 (คดีที่ดินรัชดา) ปลอดภัยไหม ขนาดจำเลย หนีศาล 5 ต่อ 4 ปลอดภัย ไหม เรามีความรู้สึกต่อ ศาล แต่ขอเก็บเอาไว้ ในส่วนลึก เอามาพูดไม่ได้ ตอนนี้เรามีชื่อ ตุลาการศาลแล้ว ว่าใคร 5 ใคร 4 แต่ขอเก็บไว้ลึกสุดๆ” นายสมเกียรติ กล่าว


นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้แล้วยังมี หนังสือ ตุลาการวิบัติ ที่เผยแพร่ในอเมริกา จึงถือว่า แนวรบศาล สั่นสะเทือนมาก แต่ในความรู้สึก ส่วนตัว ศาลยังแข็งแกร่งมาก ขอเอ่ยนาม ศาลปกครองสูงสุด กับ ศาลรัฐ ธรรมนูญ 2 ศาลนี้ เป็นแนวรบสุดท้าย เป็นที่พึ่ง ทางกระบวนการยุติธรรม ที่พึ่งของ คนตกทุกข์ได้ยาก พอเราไปฟ้อง ศาลปกครองนั้น ได้สั่งคุ้มครอง การห้ามใช้แถลงการณ์ เรื่องเขาพระวิหาร ห้ามตำรวจใช้ ความรุนแรง สลายการชุมนุม ส่วน ศาลรัฐธรรมนูญ ก็มี มติ 9 ต่อ 0 ให้แถลงการณ์ร่วม ไทย-กัมพูชา ขัดมาตรา 190 มีมติ 8 ต่อ 1 ต้องรายงาน รัฐสภา


นายพิภพ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ รัฐบาลกำลังเร่งเขียน รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยตั้ง ส.ส.ร. 3 ขึ้นมา ซึ่งทีแรก จะใช้เวลา 240 วัน แล้ว ลดลงมาเหลือ 120 วัน ล่าสุด มีข่าวว่า จะใช้แค่ 30 วัน เท่านั้น ในการเร่งเขียนให้เสร็จ


“ดังนั้นในกระบวนการศาล จึงเป็นการต่อสู้กันอย่างสุดๆ ในระหว่างผู้พิพากษาที่มี 2,500 คน ถ้าพูดกันอย่างเคารพสุดๆ คือ กระบวนการที่แบ่งเป็น 2 ส่วน เหมือนเรา มันมีในทุกวงการ ไม่มียกเว้น” และว่า ตอนนี้สังคมไทยมีการระแวงกันสุดๆ ถ้าพวกเราเห็นเสื้อแดงในมุมมืดก็วิ่งหนีกันแล้ว สังคมไทยตอนนี้มันยากจะหันหากันแล้ว นอกจากสังคม 2 ส่วนต้องเอาธรรมะ ความจริง ความถูกต้องนำหน้า


สำหรับ แนวรบที่ 3 คือ กองทัพ ซึ่งขณะนี้ ภาษาทั่วไป เขาบอกว่า ถูกฉีดยาชา ไม่มีความรู้สึก เป็นไม้ตายด้าน ตอนเขาฆ่ากัน วันที่ 7 ตุลาฯ ก็มอง ไม่เห็น พอนายกฯ ออกคำสั่งฆ่าเสร็จ เรียกไปแถลงข่าว ก็ไปด้วย พอวันที่ 16 ตุลาฯ ก็บอกว่า ถ้าเห็นตอนนั้น และย้อนเวลาได้ จะไม่ให้เกิด เป็น รายการ ปาหี่


“เมื่อ สถาบันกองทัพ ถูกทำให้เย็นชา สถาบันสูงสุด ถูกจาบจ้วง อย่างเอิกเกริก ศาล ก็ถูกแทรกแซง และ พยายามครอบงำ จึงเหลือ สถาบัน เดียว คือ ประชาภิวัฒน์” นายสมเกียรติ กล่าว


นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า วันนี้ นปก. 32 คน ได้ไปแจ้ง กองปราบให้ดำเนินคดี กับ ป.ป.ช. 9 คน เป็นครั้งที่ 5 ในข้อหา ไม่ได้รับโปรดเกล้าฯ ไม่มีสิทธิ รับเงินเดือน เพราะเป็น ป.ป.ช. เถื่อน และ ให้หยุดการไต่สวนคดีใดๆ ก็ตาม ห้าม ป.ป.ช.ทำหน้าที่ ซึ่งเหตุ ที่มาแจ้งความตอนนี้ เพราะ ป.ป.ช. ได้รับฟัง พยานแวดล้อม หมดแล้ว เรื่องที่ ครม. มีมติ รับรองแถลงการณ์ เรื่องเขาพระวิหาร และจะ ชี้มูลความผิด อดีตรัฐมนตรี 35 คนเร็วๆ นี้


นอกจากนี้ นายวิชา มหาคุณ 1 ใน 9 ป.ป.ช. ยังเป็น ประธานอนุกรรมการ ไต่สวนคน 3 คน ที่เกี่ยวข้องกับ การฆ่าประชาชน ในวันที่ 7 ตุลาฯ คือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการ ตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. ในข้อหา ปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ จากการสลาย การชุมนุมพันธมิตรฯ 7 ต.ค. โดยใช้ ความรุนแรง เกินกว่าเหตุ ซึ่งตามกฎหมายแล้ว ป.ป.ช. มีอำนาจไต่สวน ข้าราชการ ที่ทำผิด ม.157 ได้


“ถ้าดูเป็นวงจร ก็จะเห็นว่า เมื่อ ป.ป.ช.จะไต่สวน ผบ.ตร. นปก. ก็ไปแจ้งความ กองปราบปราม เพื่อให้ กองปราบ เสนอ พัชรวาท แล้ว พัชรวาท ก็สั่งจัดการ ป.ป.ช. แต่ระวัง จะเจอ มือตบพันธมิตร” นายสมเกียรติ กล่าว


ในตอนท้าย นายสมเกียรติกล่าวว่า สถานการณ์ ขณะนี้ อย่าเพิ่งตื่นตระหนก เรื่อง นปก. จะบุกนั้น วันที่ 12 ต.ค. เขาเคยประกาศ จะบุก เอเอสทีวี จนต้องขอบริจาค ยางรถยนต์ ไว้ แต่พอถึงวัน ก็ไม่มา แล้ววันที่ 20 ต.ค. แกนนำ ที่ภาคเหนือ ก็บอกว่าติดเกี่ยวข้าว เพราะฉะนั้น ที่ พล.ต.อ. สล้าง ว่าจะพามาเป็นแสน นั้น น่าจะเป็น แค่ราคาคุย เพราะเคยบอก จะยึดทำเนียบ มาแล้ว พอถึงวัน ก็ออกมาแถลงข่าว ปาดน้ำหู น้ำตา อ้างว่าทำไมได้ เพราะเกรงใจ พล.อ. เปรม


คราวนี้ที่ว่าจะมา วันที่ 25 ตุลาฯ 27 ตุลาฯ หรือ 1 พ.ย. คงต้องเอา กล้องส่องทางไกล ที่ส่องได้ 800 กม. เพื่อส่องดูที่ เชียงใหม่ เชียงราย และ อีกมีกี่วัน พล.ต.อ. สล้าง ก็จะมาแถลงว่า เกรงใจใคร และ อยากบอกถึง นายคนนี้ว่า ไม่ต้องมาให้เสียเวลา เพราะที่นี่คือ กองทัพประชาชนกู้ชาติ เป็น กองทัพของ พระราชา พระราชินี พล.ต.อ. สล้าง หลอกพันธมิตรฯ ไม่ได้หรอก นอกจากหลอก พระ บางสำนัก ได้เท่านั้น

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 24 ตุลาคม 2551 08:11 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000126159


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมเกียรติ” แฉ “ระบอบแม้ว” รุกหนัก 3 แนวรบ – สั่นคลอน สถาบันหลัก


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 10, 2008

ตำรวจ ร่วมมือให้ประกัน 7 แกนนำพันธมิตรฯ ไม่้มีการกักขัง โดยอนุญาต ให้ประกันตัว โดยไม่มีเงื่อนไข แต่อย่างใด


ตร.ให้ประกัน 7 แกนนำพันธมิตรฯ โดยไม่มีเงื่อนไข


“สนธิ ลิ้มทองกุล” ฝากประชาชนไม่ต้องกังวล ตำรวจไม่กักขัง และอนุญาตให้ประกันตัว โดยไม่มีเงื่อนไข ขณะที่ รักษาการ ผกก.สน.นางเลิ้ง ระบุ ผู้ต้องหาทั้งหมด ให้การปฎิเสธ ตำรวจให้ประกัน และจะนัด สอบปากคำอีกครั้ง

นายสนธิ ลิ้มท�งกุล และ นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรฯ

นายสนธิ ลิ้มทองกุล และ นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรฯ


วันนี้ (10 ต.ค.) ที่ สน.นางเลิ้ง ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้า การเข้ามอบตัว ของ 7 แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ประกอบด้วย นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสุริยะใส กตะศิลา นายอมร อมรรัตนานนท์ และ นายเทิดภูมิ ใจดี หลังจาก เมื่อเช้าที่ผ่านมา ได้เข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้คดี


ต่อมาเวลา 11.40 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้เดินลงมาจาก ห้องสอบสวนเป็นคนแรก ท่ามกลางเสียงตบมือ ของประชาชน ที่มาให้กำลังใจ โดย นายสนธิ เปิดเผยสั้นๆว่า การสอบสวนในวันนี้ ตนได้เสร็จสิ้นเป็นคนแรก จึงได้เดินทาง กลับออกมาก่อน โดยจะเดินทางไปที่ สำนักงานหนังสือพิมพ์ ผู้จัดการ เพื่อไปจัดการ เรื่องเอกสารให้เสร็จสิ้น


สำหรับการสอบสวน ในวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ให้ความร่วมมือ ไม่ได้มีการกักขัง โดยได้อนุญาต ให้ประกันตัว โดยไม่มีเงื่อนไข แต่อย่างใด


อย่างไรก็ตาม นายสนธิ ได้กล่าวถึง การประชุมของตำรวจนครบาล เมื่อวาน ที่ผ่านมาว่า ทาง พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. พยายามที่จะให้ มีการเพิ่มข้อกล่าวหา ฐานกบฎ ให้กับ แกนนำพันธมิตรฯ โดยไม่ยอมรับคำสั่งของ ศาลอุทธรณ์

ภาพแกนนำพันธมิตรฯ เดินทางเข้าม�บตัว สน .นางเลิ้ง

ภาพแกนนำพันธมิตรฯ เดินทางเข้ามอบตัว สน .นางเลิ้ง


แต่ในที่ประชุม โดยเฉพาะ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น.ไม่เห็นด้วย และ นายตำรวจ ส่วนใหญ่ ก็ยอมรับ คำสั่งของ ศาลอุทธรณ์ ทำให้เรื่อง จบลงได้ด้วยดี


ส่วนรายละเอียดทั้งหมด เกี่ยวกับคดี นายสนธิ กล่าวว่า ได้มอบให้ นายสุริยะใส กตะศิลา เป็นผู้แถลง อย่างไรก็ตาม นายสนธิ กล่าวย้ำว่า ขอให้พี่น้องประชาชน ไม่ต้องกังวล เพราะตำรวจไม่ได้กักขัง เหตุการณ์ทุกอย่าง ผ่านไปด้วยดี


จากนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิภพ ธงไชย ได้เดินทางมา เป็นคนที่สอง ท่ามกลาง การตบมือของประชาชน


พ.ต.อ.วิบุลยุทธ สันทัดเวช รักษาการ ผกก.สน.นางเลิ้ง กล่าวว่า พนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้ง 7 คน โดยผู้ต้องหาทั้งหมด ปฎิเสธ ตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวน จะอนุญาตให้ประกันตัว โดยตั้งมูลค่าหลักทรัพย์ ประกันตัวคนละ 1 แสนบาท และ จะนัดสอบปากคำ อีกครั้งต่อไป

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
10 ตุลาคม 2551 12:10 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000120511


พิมพ์ ข่าวนี้ ตร.ให้ประกัน 7 แกนนำพันธมิตรฯโดยไม่มีเงื่อนไข


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

แกนนำพันธมิตร ถึง สน.นางเลิ้ง มอบตัว และ ได้รับการประกันตัวแล้ว


7 พันธมิตรฯ มอบตัว สน.นางเลิ้ง
“สุชาติ” รับปาก ไม่มีเงื่อนไขประกันตัว


ผบช. น. “สุชาติ เหมือนแก้ว” เผยแกนนำประสานมอบตัว สน.นางเลิ้ง ระบุตำรวจสอบปากคำ โดยไม่มีเงื่อนไข ในการประกันตัว ด้าน “สุวัตร” ทนาย เตรียมตำแหน่ง 3 ส.ว.ประกันตัว เชื่อสู้คดีได้


วันนี้ (10 ต.ค.) พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย 7 คน
นายสนธิ ลิ้มทองกุล
นายพิภพ ธงไชย
นายสมศักดิ์ โกศัยสุข
นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน
นายอมร อมรรัตนานนท์ และ
นายเทิดภูมิ ใจดี แนวร่วมพันธมิตรฯ
ประสานขอเข้ามอบตัวกับ พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ในเวลา 10.00 น.


หลังจากวานนี้ ศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งเพิกถอนหมายจับ ข้อหากบฏ หลังจากนั้น พนักงานสอบสวน จะสอบปากคำผู้ต้องหา โดยไม่มีเงื่อนไข ในการ ประกันตัว หากมีการยื่นประกัน จะต้องพิจารณาไปตามกฎหมาย ป.วิอาญา ซึ่งหาก พนักงานสอบสวน แล้วพิจารณา ให้ปล่อยตัว ก็ปล่อยตัว แต่หาก ไม่ให้ประกันตัว ต้องเสนอเรื่อง มาที่ตน อีกครั้งเพื่อพิจารณา


อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.สุชาติ กล่าวอีกว่า การเข้ามอบตัววันนี้ จะไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น เนื่องจากแกนนำพันธมิตรฯ ประสานเข้าพบ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ เอง และ แกนนำคงรู้ว่า การนำผู้ชุมนุม เข้ามาเป็นจำนวนมาก อาจจะทำให้เกิดความ วุ่นวาย หรือความล่าช้า ในการปฏิบัติหน้าที่ ของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ


พล.ต.ท.สุชาติ ยังกล่าวถึง กรณีศาลปกครอง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว พันธมิตรฯ ไม่ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้ความรุนแรงว่า ในตัวคำสั่งดังกล่าว ศาลได้ระบุให้ ทางเจ้าหน้าที่ ใช้หลักสากล ในการควบคุมฝูงชนได้ ซึ่งคำว่า “ควบคุมฝูงชน” มีบทบัญญัติไว้ ในหลักการปฏิบัติ อยู่แล้ว อาทิ


การดำเนินการ ตั้งแต่ระดับน้อยไปหามาก โดยการเข้าเจรจา ไปจนถึงการใช้รถน้ำฉีด แต่ในทางปฏิบัติ ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ ไม่มีงบประมาณ ในส่วนนี้ ซึ่งจะต้อง มีการตั้งงบประมาณ จัดซื้อขึ้นมา และหากประสาน ขอรถน้ำของ กทม. เห็นว่า น้ำที่นำมาใช้ ซึ่งเป็นน้ำ ที่ใช้รถน้ำต้นไม้ อาจไม่มี ความสะอาดเพียงพอ อาจทำให้ผู้ชุมนุม เกิดอาการป่วยได้


ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ ได้ให้คณะกรรมการ ซึ่งเป็นอาจารย์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ไปศึกษาเรื่อง การใช้แก๊สน้ำตาว่า มีความเหมาะสมหรือไม่ แต่ขณะนี้ หากไม่มีข้อจำกัด ก็ให้ใช้แก๊สน้ำตา กับผู้ชุมนุม ไปก่อน แต่ขอเป็น ทางเลือกสุดท้าย


อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพันธมิตรฯ ได้เดินทางถึง สน.นางเลิ้งแล้ว


โดย นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตรฯ กล่าวว่า ได้เตรียมตำแหน่ง สมาชิกวุฒิสภา ไว้ จำนวน 3 คน เพื่อใช้ประกันตัว 7 แกนนำพันธมิตรฯ ซึ่งหาก ตำรวจไม่ให้ประกันตัว ก็จะไปยื่นประกันตัว ต่อศาล พร้อมกับมั่นใจว่า จะต่อสู้คดีได้


ขณะที่ แกนนำพันธมิตร ขณะนี้ อยู่ระหว่าง การให้ปากคำ ต่อ พนักงานสอบสวน โดยมี กลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย เดินทางมาให้ กำลังใจ ที่ สน.นางเลิ้ง ส่วนบรรยากาศ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมี สื่อมวลชนทั้ง ไทย และต่างประเทศ เดินทาง มาทำข่าว จำนวนมาก
***สำหรับความคืบหน้า การมอบตัว จะเสนอให้ทราบต่อไป***

แกนนำพันธมิตรฯ จะใช้ตำแหน่ง ส.ว.ประกันตัว


โดย ผู้จัดการออนไลน์ 10 ตุลาคม 2551 10:16 น. http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000120435


นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตรฯ เปิดเผยก่อนเข้าประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง เพื่อนำแกนนำพันธมิตรฯ เข้ามอบตัวว่า ขณะนี้มีการประสานกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะนำแกนนำพันธมิตรฯ เข้ามอบตัว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน ก่อนพิจารณา เรื่องขอประกันตัว ต่อไป ยกเว้น นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ โดยใช้ ส.ว. 3 คน ในการขอประกันตัว คือ


นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา และ
นายสาย กังกเวคิน ส.ว.ระยอง


่ทั้งนี้ ใช้ ส.ว.เพียง 1 คนก็พอแล้ว เนื่องจากตำแหน่ง ส.ว. 1 คน สามารถใช้วงเงินประกันได้ถึง 1,400,000 บาท


อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แกนนำ ได้เดินทางมาถึง สน.นางเลิ้งแล้ว

แกนนำพันธมิตรฯ ได้รับการประกันตัว เตรียมร่วมงานศพ “พ.ต.ท.เมธี”


โดย ผู้จัดการออนไลน์ 10 ตุลาคม 2551 11:56 น. http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000120501


ที่ สน.นางเลิ้ง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ใช้เวลา 2 ชั่วโมงในการชี้แจงข้อกล่าวหาและประกันตัว โดยล่าสุด นายสนธิ ลิ้มทองกุล 1 ในแกนนำนั้น ได้รับการประกันตัว ออกมา เป็นคนแรก


นายสนธิ กล่าวย้ำว่า แกนนำทั้งหมด ได้รับการประกันตัว อย่างไม่มีเงื่อนไข ขณะที่แกนนำทั้งหมด กล่าวว่า หลังจาก ได้รับการประกันตัวแล้ว จะเดินทางไปร่วม งานศพของ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี แกนนำพันธมิตรฯ จังหวัดบุรีรัมย์ ที่เสียชีวิตจา กเหตุรถจี๊ประเบิด ที่พรรคชาติไทยทันที

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
10 ตุลาคม 2551 09:45 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000120423


พิมพ์ ข่าวนี้ 7 พันธมิตรฯมอบตัว สน.นางเลิ้ง “สุชาติ” รับปาก ไม่มีเงื่อนไขประกันตัว


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 9, 2008

“7 ตุลา” วันอำมหิต – ฝ่าเปลวไฟ – สุนันท์ ศรีจันทรา


9 ตุลาคม 2551
ฝ่าเปลวไฟ – สุนันท์ ศรีจันทรา
กองบรรณาธิการ เศรษฐกิจ
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์


“7 ตุลา” วันอำมหิต


ตุลาคมปีนี้เป็น เดือนอาถรรพ์ ทางการเมืองอีกครั้ง เพราะเกิดเหตุการณ์รุนแรง ทางการเมือง ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ต้องสังเวยชีวิตหลายคน และ มีผู้บาดเจ็บ ร่วมครึ่งพันคน


เพียงเพื่อให้ รัฐบาลแถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา เพียงเพื่อให้ นักการเมืองน้ำเน่าได้กลับบ้าน ตำรวจแสดง ความอำมหิต โดยใช้อาวุธร้ายแรง สลายการชุมนุม อย่างป่าเถื่อน จนเลือดนอง หน้าบริเวณรัฐสภา


7 ตุลาคม 2551 กลายเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ทางการเมืองอีกครั้ง และ ยังไม่อาจประเมิน ได้ว่า สถานการณ์ความรุนแรง จะลุกลามบานปลาย ไปอย่างไร โดยเฉพาะ เมื่อรัฐบาล ประกาศแต่งตั้ง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นโฆษกรัฐบาล


เพราะนายณัฐวุฒิ เป็นสัญลักษณ์ของ กลุ่มที่นิยมความรุนแรง เป็นนักปลุกระดม ตัวยง เป็นจอมบิดเบือน และหลังจาก ได้รับการแต่งตั้ง ก็ โฆษณา ชวนเชื่อ บิดเบือนข้อเท็จจริง ของการสลายการชุมนุม ของประชาชนทันที


การตั้ง นายณัฐวุฒ ิเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ได้เลือกแล้ว ที่จะใช้วิธีการ กลบเกลื่อนความผิด บิดเบือน ข้อเท็จจริง และ พร้อมที่จะเห็น ความรุนแรงเกิดขึ้น ในสังคมไทย


ปฏิบัติการ สลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมนั้น ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ อย่างโหดหี้ยม อำมหิต เพราะอาวุธที่ใช้ ในการสลาย ไม่ได้มีเพียงแก๊สน้ำตา เท่านั้น


และถ้าใช้เพียง แก๊สน้ำตา จะมีผู้บาดเจ็บ ร่วมครึ่งพันคน จะมีผู้ที่ต้องสูญเสีย อวัยวะ ขาขาด แขนขาด ตาบอด และ ล้มตาย หลายคน ได้อย่างไร


แต่อาวุธที่ใช้ เป็นอาวุธร้ายแรง เป็นระเบิด ที่มีอานุภาพ ในการทำลายล้างสูง นับไม่ได้ว่า ตำรวจยิงแก๊สน้ำตา ยิงระเบิด ที่มีอานุภาพร้ายแรง ไปจำนวนเท่าไร แต่เสียงตูมตาม ดังขึ้น แทบตลอดทั้งวัน เงินภาษีของ ประชาชน ที่ถูกนำมา จัดซื้ออาวุธให้ตำรวจ ถูกตำรวจนำมา เข่นฆ่า ประชาชน อย่างบ้าคลั่ง และเมามัน


นอกจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศลาออก จากตำแหน่งแล้ว ไม่มีใคร แสดงความรับผิดชอบ ต่อ เหตุการณ์ เข่นฆ่า ประชาชน ที่บริเวณหน้ารัฐสภา


มีแต่ การบิดเบือนข้อเท็จจริง การกล่าวร้ายป้ายสี กลุ่มผู้ชุมนุมว่า มีการพกอาวุธร้ายแรง และอาวุธที่พกมา เกิดระเบิดใส่ตัวเอง


ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุม ที่มี เรือนหมื่นเรือนแสน พกอาวุธร้ายแรงจริง และถูกตำรวจสลายการชุมนุม ด้วยวิธีการรุนแรง ถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมจะไม่ ตอบโต้หรือ และถ้าตอบโต้ กำลังตำรวจเพียง หยิบมือเดียว จะไม่บาดเจ็บล้มตาย เป็นใบไม้ร่วงหรือ


การแต่งตั้ง นายณัฐวุฒิ เป็นโฆษกรัฐบาล เพื่อทำหน้าที่ กลบเกลื่อน บิดเบือนข้อเท็จจริง ของเหตุการณ์นองเลือด วันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งนายณัฐวุฒิ ก็ทำหน้าที่ สร้างข่าวบิดเบือนทันที ที่รับตำแหน่ง

//www.oknation.net/blog/tyty1789/2008/10/08/entry-1

เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่ง ได้เล็งปืนพกสั้น .357 แมกนั่มสีขาว ในท่านั่งยิงมาตรฐาน ไปทางผู้ชุมนุม บนถนนราชวิถี ซึ่งอาจจะมี การลั่นกระสุนไปก่อนแล้ว ก่อนที่จะมี เจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกคนหนึ่ง เดินมาบอกให้หยุด ภาพจาก http://www.oknation.net/blog/tyty1789/2008/10/08/entry-1


แต่ข้อเท็จจริง ก็คือข้อเท็จจริง และสามารถพิสูจน์ทราบได้ จากบาดแผลของ ผู้ที่เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ภาพถ่ายเหตุการณ์ ภาพถ่าย ตำรวจชักอาวุธ ปืนสั้น เตรียมยิงใส่ประชาชน รวมทั้งระเบิด และสะเก็ดระเบิด ที่เป็นหลักฐาน ในที่เกิดเหตุ


รัฐบาลนายสมชาย จะต้องรับผิดชอบต่อ การเข่นฆ่าทำร้ายประชาชน ตำรวจที่มีจิตใจอำมหิต และมีส่วนเกี่ยวข้อง กับการใช้ความป่าเถื่อน กับ ประชาชน ทุกระดับชั้น จะต้องถูก สอบสวนดำเนินคดี อย่างเด็ดขาด


แต่ใครล่ะ จะเป็นผู้สอบสวน ความป่าเถื่อนและอำมหิต ของตำรวจ ใครล่ะจะเรียกร้อง ความรับผิดชอบ ของรัฐบาล


ความพยายาม กลบเกลื่อน บิดเบือนข้อเท็จจริง เป็นสิ่งสะท้อนว่า รัฐบาลจะไม่แสดง ความรับผิดชอบ ต่อการ เข่นฆ่าประชาชน ซึ่ง กลุ่มพันธมิตรฯ คงยอมไม่ได้ และจะชุมนุม เรียกร้องกดดัน ต่อไป


ปัญหาที่ต้องมองกันคือ รัฐบาลสมชายและ ตำรวจ จะปกป้องความผิด ของตัวเอง และ จะปราบปราม ประชาชนที่ชุมนุมกัน อย่างสันติ ด้วยสองมือเปล่า ด้วยวิธีการที่ รุนแรงมากขึ้น


ความป่าเถื่อน โหดเหี้ยม และอำมหิต ของรัฐบาลทรราช และตำรวจในคราบของ อาชญากรไ ม่ได้จบลงเมื่อสิ้น คืนวันที่ 7 ตุลาคม แต่การปราบ ม็อบพันธมิตรฯ ครั้งต่อไป จะรุนแรง และเลือดนองถนน หนักยิ่งกว่า

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 09 ตุลาคม 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=9/Oct/2551&news_id=165037&cat_id=600


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ “7 ตุลา” วันอำมหิต


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 6, 2008

“สมพงษ์” ทำไขสือ ไม่รู้เรื่อง “ทักษิณ-เมีย” ขอลี้ภัยในอังกฤษ กล้าพูดเป็นสิทธิส่วนตัว

กล่าวถึงการข�ลี้ภัยข�ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร �ดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเ�ียด

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึง การขอลี้ภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ ยังไม่ทราบรายละเอียด


“สมพงษ์” เปิดทาง “แม้ว-เมีย” ลี้ภัย ไม่ยื่นคัดค้าน-อ้างเฉยเป็นสิทธิ


ผู้จัดการออนไลน์ – “สมพงษ์” ทำไขสือ ไม่รู้เรื่อง “ทักษิณ-เมีย” ขอลี้ภัยในอังกฤษ กล้าพูดเป็นสิทธิส่วนตัว และสิทธิของรัฐบาลอังกฤษ ดังนั้น จะไม่ทำการคัดค้าน ไม่สนทักษิณกล่าวหาระบบยุติธรรมไทย ระบุ ถ้ามีก็ชี้แจงไป พาซื่อไม่มีความเห็นเรื่องถอนพาสปอร์ตแดง


จากกรณีที่หนังสือพิมพ์ซันเดย์มิร์เรอร์ ฉบับวันอาทิตย์ (5) ที่ผ่านมา ได้ออกมายืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ภรรยา ได้ยื่นหนังสือขอลี้ภัยทางการเมืองในสหราชอาณาจักรแล้ว โดยข้อมูลดังกล่าวได้รับการยืนยันจากกระทรวงมหาดไทยของอังกฤษ

วันนี้ (6 ต.ค.) นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการขอลี้ภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า กล่าวถึงการขอลี้ภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน ซึ่งส่วนตัวคงไม่ดำเนินการคัดค้าน และเป็นสิทธิของทางการอังกฤษที่จะพิจารณา

“ทางอังกฤษคงไม่ใจดีส่งแฟกซ์ หรือ โทรเลขมาแจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศทราบก่อน เป็นเรื่องของเขาเราเองไม่รู้” นายสมพงษ์ กล่าว พร้อมว่าตนขอตรวจสอบก่อนว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร ส่วนคำถามที่ว่าในทางนโยบายกระทรวงจะดำเนินการคัดค้านหรือไม่นั้น รมว.ต่างประเทศ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล และเป็นสิทธิของประเทศอังกฤษที่จะเป็นผู้รับพิจารณาให้สถานะลี้ภัยทางการเมือง โดยกระทรวงจะไปคัดค้านไม่ได้ เพราะหากตอนหลังเราโดนบ้างจะว่าอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะ นายสมพงษ์ เป็นอดีต รมว.ยุติธรรม มองเรื่องการขอลี้ภัยทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไร นายสมพงษ์ กล่าวว่า พูดไม่ได้ เดี๋ยวจะหาว่าก้าวก่ายหน้าที่ รมต.ยุติธรรม ซึ่งความจริงกระทรวงยุติธรรมไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องนี้ ซึ่งเรามองเรื่องสิทธิมนุษยชนและสิทธิประชาชนไทยมากกว่า

ต่อข้อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะนำเรื่อง ไม่ได้รับการปฏิบัติ ที่เป็นธรรมจาก กระบวนการยุติธรรมของไทย ไปอ้าง ขอสถานะผู้ลี้ภัย ทางการเมือง ในอังกฤษ ซึ่งในฐานะรัฐบาลจะปกป้องกระบวนการยุติธรรมของไทยอย่างไร นายสมพงษ์ กล่าวว่า ในลักษณะเช่นนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องร้องขอสถานะผู้ลี้ภัยเอง คนอื่นจะร้องขอแทนได้อย่างไร เราไม่ใช่ตัวเขา ในเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ร้องขอสถานะแล้วจะมาถามตนไม่ได้ เพราะตนไม่ได้อยู่ในรองเท้าของเขา ส่วนเรื่องความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ตนพูดอยู่เสมอในฐานะเป็นอดีตรัฐมนตรียุติธรรม ซึ่งกระบวนการยุติธรรมของไทยได้รับการชื่นชมในหลายเรื่อง ถ้าประเทศอังกฤษหรือประเทศอื่นๆ สงสัย ทางกระทรวงก็พร้อมจะชี้แจงย้ำเพื่อสร้างความมั่นใจ

ส่วนการพิจารณาถอนหนังสือเดินทางพิเศษทางการทูตของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น นายสมพงษ์กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องตั้งแต่สมัยที่ นายเตช บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศส่งเรื่องไปยัง นายสมัคร สุนทรเวช และเรื่องก็คาราคาซังอยู่ ไม่ใช่เงียบหายไปไหน หรือผลักกันไปมา ถ้าส่งมาตนจะดูเอง เป็นหน้าที่รับผิดชอบอยู่ ถ้าไม่ใช่หน้าที่เราคงไม่ไปหาเหาใส่หัว ขอปล่อยให้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ส่งเรื่องมาตนดำเนินการเอง ซึ่งขณะนี้ เรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายชูศักดิ์ ศิรินิล เลขานุการนายกฯเป็นผู้ดูแล เมื่อใดที่ส่งเรื่องมายังกระทรวงการต่างประเทศ ตนจะดูถึงความถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง แต่ต้องขอเวลาหน่อย ส่วนความเห็นส่วนตัวว่าควรถอนพาสปอร์ตของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ตนไม่มีความเห็นเพราะเพิ่งเข้ามาทำงาน ต้องให้เวลาหน่อย แต่ถ้าความเห็นในฐานะพันธมิตรฯตนสามารถตอบได้ทันที

ทั้งนี้ นับเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์แล้วที่ นายสมพงษ์ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ในฐานะเลขาฯ นายกฯ ต่างพยายามโยนความรับผิดชอบเรื่องการถอนพาสปอร์ตแดงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ต้องหาอาชญากรแผ่นดินที่มีหมายจับถึง 5 ใบ ไปๆ มาๆ แต่ก็ไม่มีคำตอบอะไรให้ประชาชน

นอกจากนี้ นายสมพงษ์ ยังกล่าวถึงเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชา ว่า ในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ นายกรัฐมนตรี และตน จะเดินทางไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อพูดคุยในเรื่องนี้ และไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก โดยเชื่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้นจะสามารถพูดคุยกันได้ และจะมีการฟื้นฟูแนวทางการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) และการประชุมเพื่อปรับลดกำลังทหารขึ้นมาอีกด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
6 ตุลาคม 2551 19:24 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000118661


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมพงษ์” เปิดทาง “แม้ว-เมีย” ลี้ภัย ไม่ยื่นคัดค้าน-อ้างเฉยเป็นสิทธิ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สมชาย” ปลิ้นปล้อน ไม่เอื้อประโยชน์ ให้ใครทั้งสิ้น ลั่นให้จับ “พี่เมีย” มาขึ้นศาล

ติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดี นายสมชาย กล่าวว่า ได้พูดไปแล้ว เป็นไปตามกติกา

ติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดี นายสมชาย กล่าวว่า ได้พูดไปแล้ว เป็นไปตามกติกา


“สมชาย” ตีสองหน้าอีก! ลั่นให้จับ “พี่เมีย” มาขึ้นศาล


นายกฯ ปลิ้นปล้อน อ้างตัดสายสัมพันธ์ บ้วนน้ำลายทิ้ง ต้องจับ “พี่เมีย” มาขึ้น ศาลไทย ลบข้อครหา สองมาตรฐาน จับ “จำลอง” ตะแบง ถอดถอนพาสปอร์ตแดง อยู่ในชั้น เลขาธิการนายกฯ ผวาพลังมวลชน ส่งยิ้มสกัดกั้น คลื่นพันธมิตรฯ


วันนี้ (6 ต.ค.) ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ ภายหลังเป็น ประธานประชุม เตรียมการแก้ไขปัญหาราคาข้าว ว่า เรื่องนโยบาย การแก้ไขปัญหาราคาข้าว จะขับเคลื่อน นโยบาย ชัดเจน ต่อเมื่อมีการแถลง นโยบายต่อรัฐสภา เรียบร้อยแล้ว

วันนี้เป็นเพียง การหารือเบื้องต้น เพื่อเตรียม มาตรการต่างๆ และตั้ง คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ที่จะมี ตนเองเป็นประธาน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ขอลี้ภัยใน ประเทศอังกฤษ นายสมชาย กล่าวว่า การขอลี้ภัยในอังกฤษ แจ้งตนไม่ได้อยู่แล้ว

เมื่อถามว่า หลังการขอลี้ภัยแล้ว การดำเนินการ ขอตัวมาดำเนินคดี ในไทย จะกระทำได้ ยังดำเนินต่อหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ยังคง ดำเนินการ อยู่ ตนไม่มีอะไรไปขัดขวาง การเอื้อประโยชน์ ให้ใครทั้งสิ้น ถึงแม้จะเป็นคนรู้จักกันก็ตาม ต้องเป็นไป ตามกระบวนการ อันนี้เป็นที่ชัดเจน

เมื่อถามถึงเรื่อง การถอนพลาสปอร์ตแดง ที่ทาง กระทรวงการต่างประเทศ มอบให้นายกฯ เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ นายสมชาย กล่าวว่า เรื่องนี้ได้มอบให้ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ไปดูว่าขั้นตอนถึงตรงไหน จากนั้นค่อยมาบอกตนเอง

เมื่อถามว่า มีการกล่าวหาว่า รัฐบาลใช้สองมาตรฐาน ในเรื่องการจับตัว พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ และ การติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดี นายสมชาย กล่าวว่า ได้พูดไปแล้ว เป็นไปตามกติกา

เมื่อถามว่ารัฐบาล เป็นห่วงสถานการณ์การเมือง ที่อาจจะรุนแรงขึ้นหรือไม่ จะแก้ปัญหาอย่างไร นายสมชาย กล่าวว่า การเมืองรุนแรง ขึ้น เราต้องทำความเข้าใจกันให้ดี และต้องใช้เหตุผลว่า อะไรเป็นอะไร


เมื่อถามว่า นโยบาย การดึงแนวร่วม เข้ามาชุมนุม รัฐบาลจะมีแนวทางสกัดกั้น หรือขอความร่วมมือ อย่างไร นายสมชาย กล่าวว่า ก็ขอร้องอย่าให้รุนแรง กว่านี้เลย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
6 ตุลาคม 2551 13:40 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000118354


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมชาย” ตีสองหน้าอีก! ลั่นให้จับ “พี่เมีย” มาขึ้นศาล


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

« Previous PageNext Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.