Accom Thailand

November 21, 2008

บทพิสูจน์ อารยะขัดขืนสูงสุด – “สุริยะใส” ดักทรราช อย่าริปราบ ปชช.


“พันธมิตรฯ” ย้ำศึก 23 พ.ย. บทพิสูจน์ อารยะขัดขืนสูงสุด –
ดักทรราช อย่าริปราบ ปชช.

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่�ประชาธิปไตย

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

“สุริยะใส” มั่นใจ ชุมนุมใหญ่ 23 พ.ย.นี้ ประชาชน ล้นหลามแน่ ดักคอรัฐบาล อย่าริใช้ความรุนแรง ปราบปรามประชาชนแล้ว โยนขี้ มือที่ 3 เหมือนที่เคยทำ ส่วนจะดาวกระจายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ชี้สงครามเที่ยวนี้คือ อารยะขัดขืนขั้นสูงสุด และเป็นบทพิสูจน์ พันธมิตรฯ ว่า ตลอด 180 วัน ที่ผ่านมาของจริง หรือไม่

วันนี้ (21 พ.ย.) ที่เวทีพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 18.30น. นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน พันธมิตรฯ แถลงถึง การเตรียมความพร้อม ในการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 23 พ.ย. นี้ว่า ตามกำหนดการนั้น เราได้นัดหมายในเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเชื่อว่า ประชาชนจะมาอย่างล้นทำเนียบ แน่นอน จนอาจต้องใช้พื้นที่ ถนนราชดำเนิน สี่แยกมิสกวัน หรือแยกสนามม้านางเลิ้ง ดังนั้น ประชาชน ที่ต้องใช้เส้นทาง ดังกล่าว จึงอยากขอให้ หลีกเลี่ยงเส้นทาง


“คาดว่าประชาชน ที่จะมาในครั้งนี้ คงจะไม่น้อยกว่า การประกาศสงคราม 9 ทัพ ที่ผ่านมา และมั่นใจ ว่าจะมากกว่า 3 แสนคน ทั้งนี้ เพราะเรา ได้ทิ้งช่วง การเป่านกหวีดไป เกือบ 2 เดือนแล้ว จุดนี้ จะทำให้ ประชาชนฮึกเหิม รวมถึง การที่แกนนำระบุว่า ครั้งนี้จะเป็น แบบม้วนเดียวจบ ทำให้ประชาชนตัดสินใจมาร่วมชุมนุมกับเรา แต่จะอยู่กี่วัน จะจบตรงไหน คงจะต้องออกแบบกันอีกที” นายสุริยะใส กล่าว และว่า ขอวิงวอน สื่อมวลชน กับตำรวจว่า เราคงไม่ได้ จะไปทุบตีใคร แต่เป็น สงคราม เพื่อพิทักษ์รักษา ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข


ทั้งนี้ นายสุริยะใส ระบุว่า ไม่รู้สึกห่วงเรื่อง มือที่ 3 เพราะได้สืบค้นจากอดีตว่า เมื่อตุลาทมิฬ มือที่สาม ก็เป็นพวกที่เกี่ยวกับ อำนาจรัฐ ทั้งสิ้น ครั้งนี้ ก็เช่นกัน อย่าพยายามโน้มน้าว ให้คนเชื่อว่า ความรุนแรงเกิดจาก มือที่ 3 เป็นเพราะรัฐบาลเอง เสียมากกว่า ส่วนเรื่องที่จะตามปิดที่อื่นหรือไม่นั้น ขณะนี้ ยังไม่มีโปรแกรม แต่ถ้าหากมีการยื่นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ค่อยว่ากันอีกที


ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า จะต้องมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายสุริยะใส กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ ของเรา คือหยุดการใช้อำนาจรัฐ เมื่อรัฐหมดความชอบธรรม เราก็มีความชอบธรรม ในการขัดขวาง การใช้อำนาจรัฐ ส่วนที่ตำรวจอ้างว่า ไม่มีการสลายชุมนุมนั้น เราจะไม่ประมาท และที่ตำรวจ ได้ห้ามปิดทาง เข้าออกสภานั้น เราไม่ได้บอกว่า จะปิดและ ก็เห็นว่า มีการห้ามทุกครั้ง ซึ่งเมื่อถึง วันนั้นค่อยมาว่ากัน ตามสถานการณ์จริง


นอกจากนั้น นายสุริยะใส ยังกล่าวถึง เหตุระเบิดในทำเนียบรัฐบาล เมื่อวานนี้ (20 พ.ย.) ว่า ตนไม่รู้ว่า จะเป็นลูกสุดท้าย หรือไม่

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหมือนจงใจลาก พันธมิตรฯ เข้าสู่สงคราม ทั้งที่เราไม่ปรารถนา เราได้โหยหา ความสมานฉันท์ มาตลอด ดังนั้น กลุ่มสานเสวนา ต้องกลับไปคิดได้แล้ว ว่า ความรุนแรงทั้งหลาย ไม่ได้เกิดจาก พันธมิตรเลย ดังนั้น วันที่ 23 พ.ย. นี้จะเป็น แบบม้วนเดียวจบ แต่จะยาวไปถึง 2-3 วันหรือไม่ แล้วแต่สถานการณ์” นายสุริยะใส กล่าว


เมื่อถามว่า เมื่อถูกมองว่า เป็นการลากเข้าสู่สงคราม ทำไมต้องเดินตามเกม ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ กล่าวว่า พันธมิตรฯ เหมือน หัวหมู่ทะลวงฟัน มีคนหลายกลุ่ม ที่ได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหว ของพันธมิตรฯ แม้แต่กองทัพเอง ก็ไม่มีการล้วงลูก หรือแม้แต่ศาลเอง อย่างกรณี คดีที่ดินรัชดาฯ คำตัดสิน อาจจะไม่ใช่ 5 ต่อ 4 ก็ได้ แต่อาจเป็น 6 ต่อ 3 ถ้าไม่มีการกดดัน ของพันธมิตรฯ ตรงนี้เป็นเหตุผลของอีกฝ่าย ที่พยายามสร้าง สถานการณ์ โจมตีเรา ที่เวลานี้ทุกฝ่าย ประเมินสถานการณ์ว่า จะไปจบที่ ศาลรัฐธรรมนูญ แต่กลับมาเกิดระเบิด ซึ่งตรงนี้เหมือนเป็น การลาก พันธมิตรฯ เข้าสู่ สงคราม


อย่างไรก็ตาม นายสุริยะใส ยืนยันว่าจะไม่มี คนเจ็บเพิ่มอีก และรัฐบาลเอง ต้องคิดเองว่า หากมีการประชุมสภา เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเผชิญหน้า จะเกิดขึ้น แต่ถ้าหากมีการย้ายไปที่ไหนทาง พันธมิตรฯ จะตัดสินใจ อีกครั้งหนึ่ง


เมื่อถามว่า การชุมนุมใหญ่ ครั้งนี้จะได้ชันชนะหรือไม่ นายสุริยะใส กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าจะชนะ ส่วนปัจจัย ที่จะได้รับชัยชนะนั้น การต่อสู้เเบบ ม้วนเดียวจบ อาจไม่ใช่วันเดียวจบ และ รัฐบาลมีทางออก หลายทาง เช่น ยุบสภา หรือ ลาออก และในครั้งนี้ไม่ใช่แค่ การวัด ฝ่ายตรงข้าม แต่เป็น การวัดตัวเราเอง ด้วย ว่า 180 วัน ที่ผ่านมา เป็นของจริงหรือไม่ และถ้าหากคนมาน้อยกว่าเดิม ก็คงต้องรับสภาพว่า เราทำได้แค่นี้ แต่ตนก็ยังมั่นใจว่า ยังไง ก็ต้องชนะ


ส่วนสงคราม จะถูกปิดเกม ด้วยทหารหรือไม่นั้น นายสุริยะใส ปฏิเสธว่า ไม่ทราบ ซึ่งต้องแล้วแต่สถานการณ์ ออกได้ทุกทาง พร้อมทั้งย้ำ จุดยืนพันธมิตรฯ ว่า ไม่ใช่ ต้องการให้เกิดรัฐประหาร


“ตอนนี้ อารมณ์ของมวลชนขณะนี้ เหมือน ทุบหม้อข้าวมา เหมือนยุทธการของ พระเจ้าตาก แต่ไม่ใช่พระเจ้าตาก ที่สนามหลวง แต่ในวันที่ 23 นี้ เป็นอารยะขัดขืน ขั้นสูงสุด ซึ่งเป็นการยกระดับ จากการชุมนุมใหญ่ แต่เป็นการลุกขึ้นสู้ อย่างถึงที่สุด” นายสุริยะใส ระบุ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 21 พฤศจิกายน 2551 20:22 น.
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000138256


พิมพ์ ข่าวนี้ “พันธมิตรฯ” ย้ำศึก 23 พ.ย. บทพิสูจน์อารยะขัดขืนสูงสุด – ดักทรราชอย่าริปราบ ปชช.

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

October 18, 2008

“สมเกียรติ” ฟันธง เหลือ ศาล และ พันธมิตรฯ เท่านั้น ที่ต้าน “ระบอบทักษิณ” อยู่

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวลือ,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีที่ดินรัชดาฯ,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,พลังงาน,วิกฤติ,ศาลสถิตยุติธรรม,สหประชาชาติ,อารยะขัดขืน — accomthailand @ 19:39
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“สมเกียรติ” ฟันธง เมื่อทหารไม่ขยับ
ชาติเหลือแค่ “ตุลาการภิวัฒน์-ประชาภิวัฒน์” ค้ำจุน

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ


ผู้จัดการออนไลน์ – “สมเกียรติ” วิเคราะห์ “ระบอบทักษิณ” ป่วน และ ยึดครองแนวรบ ด้านชนบท- สภา – อำนาจรัฐ แล้วเบ็ดเสร็จ ชี้กองทัพก็ที่มัว มะงุมมะงาหรา ก็กำลังจะถูกครอบ ชาติ จึงเหลือ แนวรบด้าน ศาล และ พันธมิตรฯ เท่านั้น ที่ต้านอยู่


เผย ดาวกระจาย การบินไทย สัปดาห์หน้า ปกป้อง “กัปตันจักรี” ที่อาจถูกถอด ใบอนุญาตบิน แย้มรายละเอียด การศึกษา-รัฐวิสาหกิจ ในการเมืองใหม่ ร้องศาล อนุญาติ ถ่ายทอดโทรทัศน์ การพิพากษา คดีที่ดินรัชดา


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย (256 K)


วันนี้ (18 ต.ค.) เมื่อเวลา ประมาณ 18.30 น. ที่เวทีพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ทำเนียบรัฐบาล นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำ พันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นปราศรัย โดยเป็นการปราศรัย ก่อนเวลาปกติ เนื่องจาก นายสมเกียรติ มีธุระต้องเดินทาง ไปต่างจังหวัด


ในช่วงต้น นายสมเกียรติ เปิดเผยว่า เสนาธิการทหารของ ฝ่ายระบอบทักษิณ เตรียมแผนการ ที่จะป่วนเมืองใน วันจันทร์ที่ 20 ต.ค.นี้ เพื่อไม่ให้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีโอกาส อ่านคำพิพากษาคดีที่ดินรัชดา ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ในวันรุ่งขึ้น ดังนั้น ประชาชนจึงต้องลุกฮือ ขึ้นมามากขึ้น เพื่อไม่ให้ฝ่ายของ ทักษิณสามารถกระทำการ ดังกล่าวได้


ต่อมา นายสมเกียรติ จึงขอร้องให้ ในการตัดสินคดี การจัดซื้อที่ดินรัชดาฯ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ที่กำลังจะอ่าน คำพิพากษา ในวันอังคารที่ 21 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ ให้ ศาลฎีกาได้อนุญาตให้มีการ ถ่ายทอดการอ่านคำพิพากษา ผ่านทางโทรทัศน์ ทุกช่อง


“กรุณาอ่านเหมือนกรณี ยุบพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 เพราะการอ่านคำพิพากษา ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจทุกช่อง ถือเป็นการให้การศึกษา แก่ประชาชนอย่างดียิ่ง” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวพร้อมขอเสียง สนับสนุนจากผู้ชุมนุม ซึ่งก็ได้รับ เสียงตอบรับอย่าง หนาแน่น


สองประเด็น เรื่องการเมืองใหม่


นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า วันนี้ กลุ่มพันธมิตรฯ ได้จัดประชุม ระดมความคิด เรื่องการเมืองใหม่ ขึ้นเป็น ครั้งที่ห้า แล้ว โดยการประชุม ในวันนี้ ได้ข้อสรุป หลายเรื่อง แต่ตนขอเปิดเผย เนื้อหาคร่าวๆ ใน 2 ประเด็น ดังนี้ คือ เรื่องการศึกษา และ เรื่องรัฐวิสาหกิจ


การศึกษา


1. การศึกษาต้องไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ของประชาชน โดยเป็น รัฐสวัสดิการ
2. บุคคลที่เกิดมาได้รับ สัญชาติไทย ให้เรียนตามความสามารถตนเอง สามารถเรียนสูงได้แค่ไหน รัฐก็จะอุดหนุน ให้เต็มที่
3. ลดการบรรจุ ครูลง แต่บรรจุ ชาวบ้านที่มีความรู้ ร่วมเป็นครูสอนในโรงเรียน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้าง ความรู้เกี่ยวกับ ภูมิปัญญาท้องถิ่น


รัฐวิสาหกิจ


ในประเด็นนี้ นายสมเกียรติ ระบุว่า จะมีผู้เชี่ยวชาญ และ แกนนำของสหภาพรัฐวิสาหกิจ ขึ้นมากล่าว อย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ในขั้นแรก ที่เปิดเผยได้ ต่างเห็นพ้องว่า ถ้าประชาชนได้รับชัยชนะ จะต้องเอา บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กลับคืนมา เป็นของชาติให้ได้


“เรื่อง ปตท. อยู่ในหัวใจเราเสมอ ยังจำวันที่เราไปล้อม ปตท. ได้ไหมครับ มีรายงานข่าว จาก ปตท. ระบุว่า ขณะนี้ รัฐไทยมี สัมปทานเรื่อง บ่อก๊าซธรรมชาติ และ บ่อน้ำมัน 35 สัมปทาน โดยขณะนี้ ขุดพบบ่อก๊าซและ บ่อน้ำมันแล้ว กว่า 800 บ่อ ซึ่งถ้ากลับมาอยู่ ในมือของรัฐ เพียงพอที่ จะสร้างความมั่งคั่ง ให้ชาติไทย”

เรื��ากาศโท�ภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้�ำนวยการใหญ่บริษัท การบินไทย สัปดาห์หน้าเตรียมรับกระแสกดดันหนักเพราะพันธมิตรฯ เตรียมประกาศดาวกระจายเพื่�ไปกดดันกรณีลงโทษกัปตันจักรี เกินกว่าเหตุ

เรืออากาศโท อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย สัปดาห์หน้า เตรียมรับกระแสกดดันหนักเพราะ พันธมิตรฯ เตรียมประกาศดาวกระจาย เพื่อไปกดดัน กรณีลงโทษ กัปตันจักรี เกินกว่าเหตุ


ดาวกระจาย “การบินไทย” ปกป้อง “กัปตันจักรี”


พร้อมกันนั้น ได้เปิดเผยด้วยว่า ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้นั้น ทาง บริษัทการบินไทย กำลังจะพิจารณา เรื่องถอนใบอนุญาตนักบิน ของ น.ต.จักรี จงศิริ กัปตันการบินไทย ผู้อารยะขัดขืน ไม่ยอมให้ ส.ส. พรรคพลังประชาชน 3 คน ขึ้นเครื่องบิน ในวันที่ 8 ต.ค.2551 หลังจากเกิด เหตุการณ์ รัฐบาลสั่งให้ ตำรวจฆ่าประชาชน ดังนั้น พันธมิตรฯ จึงต้องตัดสินใจ เคลื่อนไหวปกป้อง ผู้ที่ออกมาต่อสู้เพื่อ ชาติและราชบัลลังก์ ภายในสัปดาห์ ที่จะถึงนี้


“ถ้าพันธมิตรฯ ไม่ปกป้องคนดีเช่น กัปตันจักรี แล้วจะมีใครเล่า มาปกป้องคนดี ที่ต่อสู้ เพื่อชาติ และราชบัลลังก์ ดังนั้น พี่สมศักดิ์ (โกศัยสุข) จึงนำเรื่องเข้า ที่ประชุมแกนนำ ซึ่งจะส่งคนไปช่วย กัปตันจักรี 1 หมื่นคน ขอความร่วมมือ สหภาพฯ การบินไทย ให้ช่วยกัน พร้อมทั้งกล่าวเตือน ไปยัง บอร์ดการบินไทย ที่รับใช้นักการเมืองทรราช ว่า สัปดาห์หน้าเจอกัน” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว


วิเคราะห์แนวรบพันธมิตรฯ


จากนั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า ตนจะปราศรัยเรื่อง “ภัยต่อชาติ” ต่อเนื่อง เป็นจำนวน 3 ตอน เริ่มต้นตั้งแต่ วันนี้เป็นต้นไป โดยกล่าววิเคราะห์ว่า ระบอบทักษิณ กำลังสร้างกระแสความปั่นป่วน ให้ประเทศชาติ ในหลายด้านด้วยกัน


ประการแรก คือ การป่วนในชนบท โดยปัจจุบัน ส.ส.พปช. กับ นปก. คุมสถานการณ์ เอาไว้หมด ขณะที่ พันธมิตรฯ ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ทำให้ ราคาสินค้าเกษตร เช่น ราคามัน ราคาข้าวโพด และ ราคายางตกต่ำลง


“เรียนพี่น้องตรงๆ ว่าการทำงานใน ภาคชนบท ยากมาก แนวรบชนบท เราสูญเสียความนิยมไปมาก แต่แนวรบที่ อำเภอ และตำบล ที่เจริญแล้ว ประมาณ 900 อำเภอ และ ประมาณ 1,000 ตำบล จากจำนวนตำบล ทั้งหมด 7,000 ตำบล ชาวบ้านเป็น พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย เกือบหมด” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว


อย่างไรก็ตาม ในแนวรบที่ 2 คือ แนวรบในเมืองนั้น พันธมิตรฯ ได้เปรียบมากที่สุด ส่วน แนวรบ ที่ 3 และ 4 คือแนวรบใน รัฐสภา และ ทางการบริหาร รัฐบาลระบอบทักษิณ ได้ยึดครองไว้หมดแล้ว
ใน แนวรบทางศาลนั้น นายสมเกียรติระบุว่า เป็นแนวรบที่ทรงไว้ซึ่ง ความยุติธรรมเสมอ
ส่วนแนวรบทางเศรษฐกิจ นายสมเกียรติเชื่อว่า พันธมิตรฯ ได้เปรียบเต็มร้อย เพราะ พันธมิตรฯ มีฐานผู้ชุมนุม เป็นชนชั้นกลาง ผิดกับกลุ่ม นปช. เสื้อแดง ที่ต้องการ น้ำเลี้ยงและค่าจ้าง


อย่างไรก็ตาม นายสมเกียรติ ได้ตั้งข้อสงสัยว่า มี นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ ด้านพลังงาน ได้ให้ข้อมูลตนมาว่า มีผู้บงการ ปตท. ให้สำรองน้ำมัน ที่ใช้ในประเทศ ให้น้อยกว่าปกติ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน ทางเศรษฐกิจ กับประเทศ ซึ่งตนยังไม่ปักใจเชื่อ กับข้อมูลดังกล่าว ดังนั้น จึงอยากให้ ปตท. เปิดตัวเลขสำรองน้ำมัน ของประเทศ ให้สาธารณชนได้รับรู้


แนวรบต่อมา คือ แนวรบด้าน ชายแดนนั้น ตนเชื่อมั่นว่า มีผู้อยู่เบื้องหลัง ที่พยายามปั่นป่วน ให้เกิดปัญหา ตามแนวชายแดนระหว่าง ไทย-กัมพูชา


“เรารู้แล้วใช่ไหมว่า ใครไปปั่นเรื่องราวที่ชายแดน แล้วรู้ไหมว่า ทำไมเราไม่ยัน ทหารกัมพูชา 900 คน ออกไปจากดินแดน ก็เพราะว่า เขมรจะได้นำ เรื่องนี้ไป สหประชาชาติ รอบ 2 ยังไงครับ ระบอบชั่วร้ายจาก การวางแผน ของทุนนิยมสามานย์ กำลังวางแผน ให้เอาเรื่องราว ของประเทศไทย ไปสู่เวทีสากล และถ้าก่อเหตุนี้ได้ แนวรบชายแดน เราจะสูญเสียกำลังไป เพราะเราเคยแพ้ กรณีเขาพระวิหาร มาแล้วในปี 2505”


ชี้ “ทักษิณ” กำลังยึดกุมกองทัพ


ส่วนแนวรบสุดท้ายนั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า คือ “แนวรบกองทัพ” ซึ่งตนเชื่อว่า ผบ.เหล่าทัพ โดยเฉพาะ ผบ.ทบ. นั้นกำลังถ่วงเวลา ทำเป็น ทองไม่รู้ร้อน ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เปรียบ โดยเฉพาะ จากท่าทีของกองทัพ ที่ออกโทรทัศน์ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 16 ต.ค. นั้น ตนวิเคราะห์ ว่า เป็นท่าที ที่เอื้อต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ


“ท่าน พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านผู้บัญชาการทหารบก และ ผู้อำนวยการ กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ท่านคง ทราบ ความคิดเห็น ของพันธมิตรฯ แล้ว เมื่อขาด ความเชื่อมั่น ในกองทัพ และ ปัจจุบัน แนวรบ ด้านชนบท รัฐสภา รัฐบาล ก็สูญเสียไปแล้ว”


ดังนั้น ชาติจึงเหลืออยู่แค่ “พันธมิตรฯ กับ ศาลเท่านั้น” นายสมเกียรติกล่าว พร้อมระบุว่า การวิเคราะห์เช่นนี้ ผ่านการคิดมา อย่างละเอียด ด้วยเหตุนี้ ณ ปัจจุบัน สิ่งที่ค้ำจุน ประเทศอยู่ จึงเหลือแค่ “ตุลาการภิวัฒน์ และ ประชาภิวัฒน์ เท่านั้น”

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 18 ตุลาคม 2551 19:39 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000122897


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมเกียรติ” ฟันธง เมื่อทหารไม่ขยับ ชาติเหลือแค่ “ตุลาการภิวัฒน์-ประชาภิวัฒน์” ค้ำจุน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 7, 2008

“พล.อ.ปฐมพงษ์” พร้อมสละชีพ สู้ระบอบทักษิณ ร้อง “ทหาร-บิ๊กจิ๋ว” อย่าเนรคุณ ในหลวง

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวรอบโลก,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,วิกฤติ,หมิ่นเบื้องสูง,อาชญากรรม,อารยะขัดขืน — accomthailand @ 04:05
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

พล..ปฐมพงษ์ พร้มสละชีพ สู้ระบบทักษิณ ร้ง ทหาร-บิ๊กจิ๋ว ย่าเนรคุณ ในหลวง - ประชาชน

พล.อ.ปฐมพงษ์ พร้อมสละชีพ สู้ระบอบทักษิณ ร้อง ทหาร-บิ๊กจิ๋ว อย่าเนรคุณ ในหลวง - ประชาชน


“พล.อ.ปฐมพงษ์” พร้อมสละชีพ สู้ระบอบทักษิณ ร้อง “ทหาร-บิ๊กจิ๋ว” อย่าเนรคุณ ในหลวง – ประชาชน


ผู้จัดการออนไลน์ – พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ปลุกใจ ปชช. – ทหารและ ครอบครัวทหาร ออกมาร่วมกับ พันธมิตรฯ กำจัดรัฐบาลทายาท ระบอบ ทักษิณ กินชาติ – หมิ่นในหลวง – ขายแผ่นดิน วิงวอน “บิ๊กจิ๋ว ตำรวจ-ทหารรุ่นน้อง” ออกมาแสดงจุดยืน เคียงข้างประชาชน อย่ายอมคนชั่ว อย่าให้ บ้านเมืองฉิบหาย ระบุยินดีสละชีพ และติดคุกเหมือน “ลุงจำลอง”


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ปราศรัย

คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ปราศรัย

คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ปราศรัย

วันนี้ (7 ต.ค.) ในเวลา ประมาณ 02.00 น. พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ อดีตประธาน ที่ปรึกษา กองบัญชาการกองทัพไทย ขึ้นเวที ของ กลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยกล่าวปราศรัย เรียกร้องให้ ประชาชนชาวไทย ทหารหาญผู้รักชาติ ทั้งหลาย และ ครอบครัวของ ทหารหาญ ออกมาร่วมชุมนุม ร่วมกับ กลุ่มพันธมิตรฯ เพื่อทดแทนบุญคุณ ของแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ ทำหน้าที่ประชาชน ที่ดี


พร้อมกันนั้น พล.อ.ปฐมพงษ์ นายทหารยศ อัตราจอมพล ยังได้กล่าวขอร้อง ไปยัง “พี่จิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี และ อดีตผู้บังคับบัญชา ด้วยว่า กรุณาหยุด แผนการทำร้ายประชาชนเสีย โดยตน จะยืนหยัดเคียงข้างประชาชน จนถึงที่สุด ยอมพลีชีพ รวมถึงยินยอม ติดคุก ดังเช่นเดียวกับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง


ทั้งนี้ เนื้อหาของ การปราศรัย ของ พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ มีดังนี้


สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้อง วันนี้เป็นวันที่สำคัญอย่างยิ่ง เป็นวันที่เราจะนำความสำเร็จมาสู่ประเทศชาติ ผมได้ไปที่รัฐสภา ได้ไปให้ข้อคิดต่างๆ ไว้ว่า บริเวณนั้นเป็นเขตพระราชฐาน เพราะฉะนั้นจะทำอะไรก็แล้วแต่ต้องแสดงให้เห็นว่าเราจงรักภักดี และทำงานเพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรักษาแผ่นดินของชาติ

อยากจะเรียนให้ พ่อแม่พี่น้อง ตลอดจนข้าราชการ ทุกหมู่ทุกเหล่า ได้รับทราบว่า จากการทำงานของผม และน้องๆ ในกองทัพ ตลอดจน เพื่อนที่ ทำงานด้วยกันมา เป็นที่ประจักษ์ แน่ชัดว่า

รัฐบาลทุกรัฐบาล ที่ตกทอดมาจาก ระบอบทักษิณ ได้ละเลยอย่างเด่นชัด ต่อการปล่อยให้ มีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เว็บไซต์พันกว่าเว็บไซต์ เดี๋ยวนี้ก็ยังเปิดกันอยู่ ประมาณ 800 รวมไปถึงหนังสือต่างๆ อีก

เรื่องที่สอง เป็นเรื่องที่ ผมต่อสู้มาเช่นเดียวกัน เกี่ยวกับเรื่อง การปกป้องดินแดน ทหารทุกคนก็ต่อสู้ ก็ยังปล่อยให้มี เหตุการณ์ตามแนวชายแดน เกิดขึ้นอีก และที่ผมเคยเรียน ให้ทราบแล้วว่า ไม่ใช่เฉพาะ กัมพูชา นะ ทางด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ลาว หรือทาง พม่า หรือแม้กระทั่งทาง มาเลเซีย ก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นมา ก็เพราะว่า รัฐบาล ที่เป็นตัวแทนของ ระบอบทักษิณ มองแต่ประโยชน์ส่วนตน ทั้งสิ้น

ขอให้ท่านได้มั่นใจเถอะว่า สิ่งที่ท่านทำอยู่ทุกวันนี้ ในยุคของการเมืองใหม่ ปัญหาอย่างนี้ จะไม่เกิดแน่นอน การเมืองใหม่ จะนำไปสู่ยุคที่ ข้าราชการ ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของชาติ ของแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านบริหาร นิติบัญญัติ และ ตุลาการ ทุกคนจะต้องเอาใจใส่ ต่อหน้าที่ เพื่อรักษาชาติ และ แผ่นดิน และ ความสุข ของประชาชน

พี่จำลอง ได้โทรศัพท์คุยกับผม และบอกว่า “น้องช่วยดูด้วยนะ” ผมถือว่า เป็นความสุข ที่ได้ยิน สิ่งที่ผมภาคภูมิใจเสมอ กำลังพลในกองทัพ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ไม่ว่าจะอยู่ใน เหล่าทัพ หรือ ในกองบัญชาการทหารสูงสุด หรือ สำนักงานปลัด กระทรวงกลาโหม ผมอยากเรียนให้ ท่านทราบด้วยว่า

ท่านมีความสุข ในวันนี้ และ ต่อไป ในอนาคต ก็เพราะว่า พี่จำลอง เป็นส่วนหนึ่ง ในการทำให้ กฎหมาย ทั้งสามฉบับ สำหรับ กำลังพลชั้นผู้น้อย ได้รับ พระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงพระปรมาภิไธยให้ ก่อนที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะหมดวาระไป

เป็นพระมหากรุณาธิคุณ และ พี่จำลอง เป็นส่วนหนึ่ง ที่ได้พูดในสภา จนสภายอมรับเป็นเอกฉันท์ เพราะฉะนั้น พ่อ แม่ พี่ น้อง ของ นายทหาร ชั้นผู้น้อย ต้องออกมา ออกมาช่วยกัน เพราะว่า ไม่ว่าจะเป็นผัว เป็นเมีย หรือเป็นลูก หน้าที่ของทหาร ของคนในชาติ โดยเฉพาะ ในการทำหน้าที่ ถวายความจงรักภักดี และ ปกป้องดินแดน ทุกคนในครอบครัว ต้องช่วยกัน

ที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ชอบธรรม ไม่มีจริยธรรม มีการปล่อยให้ มีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อย่างต่อเนื่อง การแต่งตั้ง รัฐมนตรี แต่ละคน ที่มีปัญหา ทำให้เกิดความยากลำบาก ต่อการพิจารณา ของผู้ที่เกี่ยวข้อง และ โดยเฉพาะ ที่ถวายความจงรักภักดี ว่า คุณแต่งตั้ง คนอย่างนี้มาเป็น รัฐมนตรี ได้อย่างไร เมื่อมีความผิดและ เกี่ยวข้องกับ ความผิดฐาน หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รวมถึงความผิด ในการทำให้เสียดินแดน คุณทำได้อย่างไร …

คนแบบนี้ อย่าเพียงแต่ว่า เมื่อมีการเมืองใหม่แล้ว อย่าเพียงแค่กำจัดออกไป ผมยังคิดอยู่ว่า คนแบบนี้ นี่ต้องไม่ให้อยู่ใน ประเทศไทย เลย เพราะคนแบบนี้ ประเทศไทย ให้ความสุข ยังเลี้ยงไม่เชื่อง แล้ว มึงจะอยู่ได้ยังไง

เพราะฉะนั้น ผมขอบอกไปยัง ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ เราเป็น พี่เป็นน้องกัน พวกนี้ก็คือ น้องรักของผม เพราะฉะนั้น ท่านต้องปล่อยให้ กำลังพลของท่าน ออกมาสนับสนุน พันธมิตรฯ

ผมรู้ว่ามันอาจจะเป็นการยาก สำหรับตัวท่านเอง ซึ่งมีตำแหน่ง มีบทบาท ที่จะต้องเผชิญหน้า แต่ ครอบครัว ของกำลังพล ให้เขาออกมาทำ หน้าที่ แทนผัว เถอะ ให้เขาออกมาแทน ทำหน้าที่แทนพ่อ ของเขาเถอะ ให้เขาออกมา ตอบแทนบุญคุณ ของแผ่นดิน โดยการ ถวายความจงรักภักดี กำจัดผู้ซึ่ง หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ให้มันหมดสิ้นไป และไม่กล้าทำอีก

เรื่องแผ่นดินไทย ก็เช่นเดียวกัน ปล่อยให้เขา ออกมาแสดงความรู้สึก เป็นส่วนหนึ่งของ ขบวนการกู้ชาติ โดยพันธมิตรฯ ให้กำลังใจ ผมบอกตรงๆ ว่า ทหารทุกๆ คน กลุ่มพันธมิตรฯ และ ประชาชนที่นี่ เขาทำเพื่อท่านมานานแล้ว ในการปกป้อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เขาทำเพื่อท่าน มานานแล้ว ในการปกป้องแผ่นดินไทย แล้วคุณจะ เนรคุณเขาหรือ

ภาษีที่กินที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งเพื่อให้คุณ ได้อยู่อย่างมีเกียรติ กฎหมายทั้งสามฉบับ ในเดือน ตุลาคมนี้ ส่วนหนึ่ง พลทหารก็จะได้รับ เดือนละ 7,700 บาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ พี่จำลองได้ทำให้ กฎหมาย นี้สำเร็จ เป็นพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งเมื่อก่อนนี้ พลทหารมีเงินเดือนแค่ สองสามพันบาท แล้วมันจะอยู่ยังไง เมื่อเขาต้องมารับใช้ราชการ เพราะฉะนั้น ขอให้ท่านสำนึก ผมไม่ได้วิงวอนไปยัง ผู้หลักผู้ใหญ่ ในกองทัพ แต่ผมขอวิงวอนไปยัง ข้าราชการชั้นผู้น้อย ซึ่งได้รับ พระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้มีโอกาสที่ดี ในการทำหน้าที่ ของ ชายชาติทหาร ของ แผ่นดิน ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สิ่งหนึ่งซึ่งผมอยากจะให้ พวกเรารู้รักสามัคคี ไม่ว่าจะอยู่ที่หน้าจอ อยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ ในโลกนี้ คุณจะต้อง ออกมาร่วมแรงร่วมใจ อย่าลืมว่า ถ้าคุณปล่อยให้ รัฐบาลในระบอบทักษิณ ซึ่งขาดคุณธรรม ไร้จริยธรรม ได้ปกครองบ้านเมือง ต่อไปแล้ว ผู้ที่จะต้อง ร้องไห้ เสียน้ำตา เสียน้ำพระเนตร คือ พระปิยมหาราช พระองค์เลิกทาส ให้แล้ว มึงจะกลับไปเป็นทาส อีกเหรอ … อย่าตกเป็น ทาสคนเลว มันเลวอย่างมากอยู่แล้ว ที่ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มันเลวอย่างมาก อยู่แล้ว ที่เอาดินแดน ของชาติบ้านเมือง ไปขายกัน แสวงหาประโยชน์ใส่กัน

สำหรับพี่จิ๋วที่ ผมรักและเคารพ ทำงานมาด้วยกัน ตั้งแต่ผมได้ทำงานกับ แม่ทัพทหาร ที่ภาคใต้ ตาม นโยบายใต้ร่มเย็น พี่จิ๋ว ได้สอนผมเสมอ คำสั่ง 66/23 มันดีนะ ช่วยกันนะ แต่เราต้องยอมรับว่า หัวใจหลักของ การแก้ไขปัญหาภาคใต้ คือ การให้ความยุติธรรม ถึงวันนี้ พี่จิ๋ว จะอยู่ที่ไหน ก็แล้วแต่ จะอยู่ที่นครบาล พี่จิ๋ว สอนผมไว้ว่าอย่างไร อย่าลืม!

วันที่เราปกป้อง พี่จิ๋ว มีอยู่เสมอ เมื่อ พี่จิ๋ว ถูกกล่าวหาว่า มีแนวคิดเรื่อง สภาเปรซิเดียม พวกเราก็ออกไป พร้อมใจกันป้องกันให้ … พี่จิ๋ว อย่าลืม!

พี่จิ๋ว ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ สูงสุด เรามี เครื่องราชอิสริยาภรณ์รามาธิบดี พี่จิ๋ว ได้ระดับมหาโยธิน ซึ่งรองจาก มหาเสนาบดี คือ รองจาก ป๋าเปรม เท่านั้น เพราะฉะนั้น พี่จิ๋ว ลืมไม่ได้!


พี่จิ๋วสอนเรื่อง “ถ่งอีจ้านเสี้ยน” คือ “แนวร่วมมุมกลับ” เพราะฉะนั้น วันนี้เมื่อ พี่จิ๋ว เข้าไปเป็น รองนายกฯ ของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ขอให พี่จิ๋ว ดำเนินการหักหลังมัน และมาอยู่ กับพวกเรา อย่าให้คืนวันนี้เป็น คืนที่น้อง ที่รัก พี่จิ๋ว ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็แล้วแต่ ผมเชื่อว่ายังยอมรับใน ความเฉลียวฉลาด ความจงรักภักดีของ พี่จิ๋ว ผมอยากจะให้ พี่จิ๋ว หักหลังคนชั่ว-คนเลว ที่มัน หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มันเอาแผ่นดินไปขาย และ พี่จิ๋ว ยังไปทำงานให้มัน ปล่อยให้ มันย่ำยีประเทศไทย ผมก็คิดว่าผมเสียดายที่ พี่จิ๋ว ทำงานมาตลอด เสียดายในสิ่งที่ พี่จิ๋ว สอนพวกเรามา

เพราะฉะนั้น ขอร้องเถอะ วันนี้ พี่จิ๋ว ดำเนินการได้ โดยบอกให้ พล.ต.อ.พัชรวาท (วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.) บอกว่า “เฮ้ย! น้องพี่ทำไม่ได้” และก็บอกให้ ผบ.เหล่าทัพ ไปบอกรัฐบาล ด้วยว่า ไปบอกนายกฯ ให้จัดการ ผู้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และ เรื่องดินแดน ให้เร็วที่สุด

พันธมิตรฯ และ ประชาชน เขาทำถูกต้องแล้ว เขาทำหน้าที่เพื่อเรา มานานแล้ว เขาไม่เคยบ่น เขาสู้ต่อไป!


พี่น้องครับ อยู่ต่อเถอะครับ ผมอยู่ด้วย แล้วผมบอกตรงๆ ว่า สละชีพเพื่อชาติ มันทำกันมาแล้ว ถ้าจะติดคุกแล้ว จะไปอยู่กับ พี่จำลอง เป็นเรื่องที่ น่ายินดี ขอให้มาเถอะ ขอให้มาสู้กัน แล้วเราก็จะได้รู้ว่า แผ่นดินไทย คนชั่ว คนหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อยู่ไม่ได้

เรื่องที่สำคัญ อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่ ผมภาคภูมิใจที่สุด ผมดูในทีวี ดูในที่ไหนต่อไป ผมไปรบ มาหลายแห่ง ไปต่างประเทศ มาหลายประเทศ บอกตรงๆ ว่าผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลก คือ ผู้หญิงไทย ผู้หญิงที่เก่งที่สุดในโลก คือ ผู้หญิงไทย ประวัติศาสตร์ได้ระบุไว้ อย่างแน่ชัดแล้ว อย่างแน่ชัด ไม่ว่าจะ สมเด็จพระศรีสุริโยทัย คุณหญิงโม ท้าวเทพกษัตรีย์ – ท้าวศรีสุนทร หรืออีกหลายๆ คน ซึ่งยังไม่ได้บันทึกไว้ใน ประวัติศาสตร์ อาจเป็น เรื่องส่วนตัว หรืออะไร ก็แล้วแต่ แต่ผมไม่เคยเห็น ผู้หญิงไทยยอมให้ ในเรื่องของชาติบ้านเมือง พากัน ออกมาสู้อย่างเต็มที่

ในความอ่อนหวาน เป็นศรีภรรยาที่ดี เป็นแม่ที่ดี เป็นเพื่อนที่ดี อยู่เสมอมา แต่วันใดที่ ชาติบ้านเมือง ต้องการความช่วยเหลือ ผู้หญิง ก็ออกมาเสมอ

พูดถึง พี่จิ๋ว ไปแล้ว ก็จะพูดถึงน้อง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล … หยุดกระทำความชั่วร้าย ให้กับชาติและแผ่นดิน เดี๋ยวนี้! แล้วจะมี แผ่นดินไทย ให้ซุกหัวนอน ไอ้กองกำลัง ที่เอามาทั้งหมดนั่น มันมีแต่ความชั่วร้าย ถ้ายังคิดอยู่ว่า ตรงนั้น ยังจะต้องทำต่อไป แล้วยังไม่คิดว่า น้องว่าพี่ ก็จะมีอยู่ว่า “มึงกะกูอยู่ด้วยกันไม่ได้!” เพราะ พี่ให้ความเมตตากับน้อง เมื่อน้องเจ็บปวดเสมอ เรื่องเล็กน้อย พี่ทำให้ได้ แต่วันนี้ เป็นเรื่องของชาติบ้านเมือง ยอมไม่ได้

ขอย้ำเตือนอีกว่า อย่าให้ต้องเปลี่ยนจาก คำว่าพี่ เป็นคำว่า กูยอมมึงไม่ได้ ไอ้แดง! ไปให้พ้นจากชีวิต ของพวกเรา ไปให้ไกล อย่ามาให้เห็นหน้า เปลี่ยนใจเสียเดี๋ยวนี้ ยังมีเวลา

ขอวิงวอนไปยัง พี่จิ๋ว ปลัดกระทรวงฯ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ผบ.เหล่าทัพ และ ผบ.ตำรวจแห่งชาติ จงรักภักดี เถอะ ดูแล ชาติบ้านเมือง เถอะ ยังไม่สายเกินไป อย่าทำให้ ชาติบ้านเมือง ต้องฉิบหาย เพราะว่า น้องขาดความเอาใจใส่ อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่า พระบารมีปกเกล้า และ ดวงพระวิญญาณ ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระปิยมหาราช จะต้องดลบันดาล ให้น้องได้มีสำนึกว่า เราต้องทำเพื่อ บ้านบ้านเมือง เราต้องขจัด นักการเมือง ที่ชั่วร้ายออกไป

เราจะอยู่กันตลอดไป อย่างนี้ จนกว่าจะได้รับชัยชนะ ถ้าเรากลับ เราน้อยเมื่อไหร่ เราตาย เมื่อนั้น ขอบคุณ มากครับ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
7 ตุลาคม 2551 04:05 น.
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000118740


พิมพ์ ข่าวนี้ “พล.อ.ปฐมพงษ์” พร้อมสละชีพสู้ระบอบทักษิณ ร้อง “ทหาร-บิ๊กจิ๋ว” อย่าเนรคุณในหลวง-ประชาชน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 5, 2008

แถลงการณ์ สภาทนายความ เรื่อง การดำเนินการของ รัฐบาลต่อ ข้ออ้าง เกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

สภาทนายความ

สภาทนายความ


“สภาทนาย” หนุน “ผบ.ทบ.” ไม่ใช้กำลังยุติความรุนแรง!


Special Report ::
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


“สภาทนาย” สนับสนุน ผบ.ทบ. ไม่ใช้กำลัง ยุติความรุนแรง เรียกร้อง นายกฯ-ขรก. ยึดหลัก ประมวลจริยธรรม ขรก.ปี 51 ยุติการใช้มาตรการ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน


วันนี้ (5 ก.ย.) ที่สภาทนายความ ถ.ราชดำเนิน นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ ออกแถลงการณ์ สภาทนายความ เรื่อง การดำเนินการของ รัฐบาลต่อ ข้ออ้าง เกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยระบุว่า


เมื่อขณะนี้ ศาลปกครองสูงสุด ให้ส่งเรื่องไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัย เกี่ยวกับบทบัญญัติมาตรา 16 พระราชกำหนด การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548


ที่อาจเข้าใจได้ว่า คดีที่ฟ้อง เพิกถอน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่อยู่ในอำนาจของ ศาลปกครอง อันเป็นการจำกัดสิทธิ ในการเข้าถึง กระบวน การยุติธรรม ของประชาชน


จึงมีปัญหาว่า บทบัญญัติ ของ กฎหมายดังกล่าว ขัดต่อ บทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 223 และ มาตรา 40


ศาลปกครองสูงสุด จึงส่งเรื่องพร้อมเอกสาร ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ต่อไป ตามนัยมาตรา 211 วรรคหนึ่ง ของ รธน.


สภาทนายความ ในฐานะองค์กรวิชาชีพ ซึ่งมีส่วนร่วม ในกระบวนการ ยุติธรรม ตามมาตรา 81(1) ตาม รธน. ขอแถลงการณ์มา เพื่อให้ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ถือปฏิบัติ ให้ชอบด้วยหลักนิติธรรม ดังต่อไปนี้


1. รัฐบาล และ เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง จะต้องงดการดำเนินการอย่างใดๆ หรือการใช้มาตรการใดๆ ตามพระราชกำหนดฉบับนี้ ไว้ชั่วคราว โดยทันที จนกว่าจะมีความชัดเจน ของ ศาลรัฐธรรมนูญ ในการวินิจฉัย เรื่องการใช้อำนาจ ของรัฐบาล ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการฯ


2. รัฐบาล ต้องเคารพ กติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิพลเมือง และ สิทธิทางการเมือง ที่ประเทศไทย ได้รับรอง และ ให้สัตยาบันไว้ และ ต้องมีการปฏิบัติ และ การใช้อำนาจ ของรัฐ ต้องเป็นไป โดยถูกต้องสอดคล้อง กับ หลักเกณฑ์มาตรฐานสากล และ บทบัญญัติ ของ รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550


3. สภาทนายความ ขอสนับสนุน จุดยืนของ ผู้บัญชาการทหารบก และ กองทัพบก ที่จะไม่ใช้กำลัง หรือ การดำเนินการ โดยวิธีรุนแรงอย่างใด ต่อ ประชาชน ที่ต่อต้าน นโยบาย และ การดำเนินงาน ของรัฐบาล ที่เห็นว่าไม่สุจริต ไม่โปร่งใส และไม่เป็นธรรม


4. ให้ นายกรัฐมนตรี จะต้องเป็นต้นแบบ แห่งการประพฤติ ปฏิบัติ ตามระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วย ประมวลจริยธรรม ของ ข้าราชการ การเมือง พ.ศ.2551 ที่ได้ออกประกาศไว้ โดยเฉพาะใน ข้อ 21 ของ ประมวลจริยธรรม ที่ระบุว่า ข้าราชการการเมือง ต้อง เปิดเผย ข้อมูลการทุจริต การใช้อำนาจ ในทางที่ผิด การฉ้อฉล หลอกลวง หรือ การกระทำอื่นใด ที่ทำให้ ราชการเสียหาย ต่อ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ


5. รัฐบาล และ เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง จะต้องไม่ให้ข่าวใดๆ ที่เป็นการยั่วย ุและ ทำให้เกิดความแตกแยก โดยเฉพาะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นจุดสำคัญ ของ ปัญหา เกี่ยวกับ ความชอบธรรม ในการใช้ สถานการณ์ฉุกเฉิน ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ ซึ่ง นายกรัฐมนตรี และ ข้าราชการการเมือง ต้องเคารพ สิทธิเสรีภาพ ส่วนบุคคล ของผู้อื่น โดยไม่แสดงการ อาฆาตมาดร้าย และ ต้องมี อุดมการณ์ทำงาน เพื่อประเทศชาติ ถือเอา ประโยชน์ ของ ประชาชนเป็นสิ่งสูงสุด และ ต้องรับใช้ ประชาชน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ และ ปราศจาก อคติ ตาม ประมวลจริยธรรม ข้าราชการการเมือง ข้อ 11-13


6. สภาทนายความ ขอให้ยุติ การกล่าวอ้าง เกี่ยวกับ การใช้สิทธิทางการเมือง ว่าเป็น เสียงส่วนใหญ่ ในรัฐสภา เพื่อ ออกกฎหมายฉบับใด หรือ เพื่ออนุมัติสิ่งใด


7. ให้ นักการเมือง เข้าใจว่า ความซื่อสัตย์สุจริต ต่อ ประชาชน สถาบันพระมหากษัตริย์ และ ชาติ เป็นหัวใจสำคัญ ที่ นักการเมือง ผู้อาสาเข้ามา เป็นผู้บริหาร ดังนั้น หากการได้มา ซึ่งสิทธิของตนไม่สุจริต ตั้งแต่เบื้องต้นแล้ว ทุกอย่าง ที่ทำ ภายใต้สิทธิดังกล่าว ย่อมไม่มีผลบังคับใช้ได้ ตามกฎหมาย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
5 กันยายน 2551 17:54 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000105437


พิมพ์ ข่าวนี้ “สภาทนาย” หนุน “ผบ.ทบ.” ไม่ใช้กำลังยุติความรุนแรง!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 4, 2008

ศาลอุทธรณ์ มีคำสั่ง ยกคำสั่ง ของศาลแพ่ง ที่มีคำสั่งเมื่อวันที่ 27 ส.ค.


ศาลยกคำสั่งไล่พันธมิตรฯพ้นทำเนียบ ชี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินค้ำอยู่


Special Report ::
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


ศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ยื่นอุทธรณ์ ให้คุ้มครองชั่วคราว และบังคับคดี ไล่พันธมิตรฯ ออกนอกทำเนียบ ภายหลังศาล สั่งทุเลา งดบังคับคดี ดังกล่าว โดยให้ ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ที่สั่งคุ้มครองชั่วคราวเสีย เนื่องจากอยู่ในระหว่าง ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ผู้ชุมนุม ในทำเนียบรัฐบาล

ผู้ชุมนุม ในทำเนียบรัฐบาล



วันนี้ (4 ก.ย.) ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ กรณีที่ 5 แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ จำเลย ที่ถูก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดย นายลอยเลื่อน บุนนาค รองเลขาธิการ สำนักนายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้อง เรื่องละเมิด และ ขับไล่ ออกจากทำเนียบรัฐบาล ได้ยื่นอุทธรณ์ คัดค้าน คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไว้


โดยคดีนี้ จำเลยทั้ง 6 ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ยกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ที่ศาลแพ่ง มีคำสั่งเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา ให้ จำเลยทั้ง 6 กับ พวกผู้ชุมนุม ออกจาก ทำเนียบรัฐบาล และ รื้อเวทีปราศรัย รวมทั้งสิ่งกีดขวาง ออกจากทำเนียบ และ ให้จำเลยทั้ง 6 เปิด การจราจรบน ถ.พิษณุโลก และ ถ.ราชดำเนิน รวมทั้งขอให้ศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งทุเลาการ บังคับคดี ตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ของศาลแพ่งดังกล่าว


โดยศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ขณะนี้รัฐบาล ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตามข้อกำหนด ตามความใน มาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่ง กรณีดังกล่าว มีผลต่อ การคุ้มครองชั่วคราว ในคดีนี้อยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุสมควร ที่จะนำวิธีการคุ้มครองชั่วคราว ก่อนพิพากษามาใช้บังคับแก่คดีนี้ต่อไป ศาลอุทธรณ์จึง พิพากษา ให้ยกคำสั่งคุ้มครอง ชั่วคราว และ คำสั่ง งดการบังคับคดี ของ ศาลชั้นต้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ มีคำสั่ง ยกคำสั่ง คุ้มครองชั่วคราว ของศาลชั้นต้นแล้ว ส่งผลให้ คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ที่ศาลชั้นต้น เคยสั่งให้ จำเลยทั้ง 6 กับ พวกผู้ชุมนุม ออกจากทำเนียบรัฐบาล และ รื้อถอนเวทีปราศรัย รวมทั้งสิ่งกีดขวาง ออกจากทำเนียบรัฐบาล และให้เปิด ถนนพิษณุโลก และ ถนนราชดำเนิน จึงไม่มีผลบังคับอีกต่อไป

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
4 กันยายน 2551 17:39 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000104978


พิมพ์ ข่าวนี้ ศาลยกคำสั่งไล่พันธมิตรฯพ้นทำเนียบ ชี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินค้ำอยู่


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกระแสข่าว ตำรวจ เตรียมขอ หมายจับ แกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 2 ว่า ยังไม่ได้รับ รายงาน


“สุรพล” เซ็ง กม.จัดการ “พันธมิตรฯ” ได้ไม่เต็มที่!


Special Report ::
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


“สุรพล” รับอึดอัดใจ กฎหมาย เล่นงานพันธมิตรฯ ได้ ไม่เต็มที่ อ้าง กลัวตกเป็นจำเลย ของสังคม หากเข้าจับ กลุ่มแกนนำ พร้อม ปัดกระแสข่าว ออกหมายจับ แกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 2 พร้อมตั้งทีม ตร.-ทหาร ประชุมประสานงาน ดูแล สรุปสถานการณ์ ชุมนุมทุกวัน


วันนี้ (4 ก.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ก. รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงบทบาท ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังจากที่ รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก. บริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่า
กลุ่มผู้ชุมนุม

กลุ่มผู้ชุมนุม



ตำรวจมีหน้าที่หลัก ในการดูแลความปลอดภัย ใน ชีวิต และ ทรัพย์สิน ของประชาชน ส่วนการดูแล การชุมนุมนั้น ตำรวจ และ ฝ่ายทหาร มีหน้าที่ร่วมกัน ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ให้กับผู้ชุมนุม ทั้ง 2 ฝ่าย โดยจะไม่ใช้กำลัง กับกลุ่มผู้ชุมนุม และ ประชาชนอย่างเด็ดขาด


ซึ่งฝ่ายทหาร ได้จัดกำลังไว้ในที่ตั้ง เพื่อคอยสนับสนุน การทำงานของตำรวจ ในกรณี ที่เกิดเหตุการณ์รุนแรง เท่านั้น ส่วน การสั่งการนั้น ผบช.น. จะประสานงาน โดยตรง กับ แม่ทัพภาค 1 ตลอดเวลา และ หากตำรวจ มีการเคลื่อนย้ายกำลัง หรือ กำหนดจุด วางกำลัง ต้องรายงาน ศปก.ทบ. ศปก.พล.1 รอ. เนื่องจาก การเคลื่อนกำลังต่างๆ ต้องได้รับความเห็นชอบ จาก ผบ.ทบ. ในฐานะ หัวหน้าผู้รับผิดชอบ แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน


อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสถานการณ์ ร่วมกัน ในขณะนี้ของทั้งฝ่าย ตำรวจ และ ทหาร เห็นว่า การวางกำลัง ได้มีความเหมาะสม อยู่แล้ว


พล.ต.ต.สุรพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตำรวจ ยังมีหน้าที่สร้างความเข้าใจ กับประชาชน ในประเทศ ให้ทราบ ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้ เดินทาง เข้ามาร่วมชุมนุม ใน กทม.


ขณะเดียวกัน ตำรวจยังต้องมีบทบาท ในเรื่องของ การเจรจา และ การใช้กลไกกฎหมาย โดยไม่ใช้กำลัง ในการปฏิบัติ กับ ทุกฝ่าย


ส่วนกรณีที่หน่วยงาน ของ ตำรวจ อาจถูกตัดน้ำตัดไฟ ตามที่ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ได้ประกาศไว้นั้น พล.ต.ต.สุรพล กล่าวว่า พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ได้สั่งการ ให้หัวหน้าหน่วยงาน ของ ตร. ประสานงาน กับ อาคารข้างเคียง เพื่อขอเชื่อมต่อ ไฟฟ้า และ น้ำประปา เอาไว้แล้ว


แต่อย่างไร ก็ตาม ในเรื่องนี้ ตร. ก็ได้เคยหารือ และขอร้อง กับแกนนำของ สหภาพ ไปก่อนหน้านี้แล้ว เนื่องจาก การกระทำดังกล่าว จะสร้างความ เสียหายเดือดร้อน ให้กับประชาชน เป็นจำนวนมาก อีกทั้งอาจจะเป็นเหตุ ให้ชาวบ้านออกมา ต่อต้าน ผู้ที่กระทำการดังกล่าวอีกด้วย


รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกระแสข่าว ตำรวจ เตรียมขอ อนุมัติหมายจับ เพิ่มแกนนำพันธมิตรฯรุ่น 2 ว่า ในขณะนี้ ยังไม่ได้รับ รายงานเรื่องดังกล่าว แต่ ขบวนการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ยังคงดำเนินการอยู่ และ อยากเรียนสื่อมวลชน ว่า


ในขณะนี้มี ข่าวลือข่าวปล่อย ปรากฏอยู่เป็นจำนวนมาก จึงอยากให้ระมัดระวัง ในการนำเสนอข่าว ส่วนเรื่องดังกล่าว หากมี พนักงานสอบสวน ดำเนินการ ขออนุมัติ หมายจับ จากศาลจริง ทีมงานโฆษก ตร. ก็จะแจ้ง ให้ทราบทันที


ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใด ตำรวจ ถึงไม่มีการแจกจ่าย ประกาศสืบจับ 9 แกนนำพันธมิตรฯ เช่นเดียว กับ กรณีของ อดีตนายกฯทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร พล.ต.ต.สุรพล กล่าวว่า


ในขั้นตอน การดำเนินการนั้น ตร. ได้ปฏิบัติเช่นเดียวกัน แต่ขณะนี้ อยู่ในช่วงเวลา ที่มีการใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน หากมี การกระทำ เช่นนั้น อาจจะก่อให้ เกิดความขัดแย้ง ในสังคม เพิ่มมากขึ้น จนสถานการณ์ เลวร้าย ลงไปอีก ตำรวจเอง ก็มีหน้าที่ ที่จะต้องช่วย ประคับประคอง ให้ประเทศไทย ของเรา พ้นออกไป จากปากเหว ให้ได้


เมื่อถามว่า ตำรวจเอง ก็ ทราบดีว่า ผู้ต้องหาทั้ง 9 ปรากฎตัว ให้เห็นอยู่ในทำเนียบ แต่ตำรวจไม่ได้ ดำเนินการจับกุม ไม่กลัว หรือว่า ประชาชน จะบอกว่า ตำรวจเลือกปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่


พล.ต.ต.สุรพล กล่าวว่า หากตำรวจ เข้าไปจับกุมแล้ว เกิดเหตุมี การปะทะกันขึ้น จนเสียเลือดเสียเนื้อ สถานการณ์ ก็จะยิ่งปานปลาย เรื่องนี้ จึงเป็น ปัญหา ที่ละเอียดอ่อน เช่นที่ ผบ.ทบ.บอกว่า ถ้าต้องการจับหนู แต่ถึงกับต้อง รื้อหลังคาบ้าน มันไม่คุ้ม อีก ทั้งหมายจับ มีอายุความถึง 20 ปี ถ้าจับแล้ว ต้องมีการเสียเลือดเสียเนื้อ ก็คงไม่ได้


ก่อนหน้านี้ มีการปะทะกัน ตอนที่ไปติดหมาย ยังแก้ปัญหากันไม่จบ ผู้สื่อข่าวถามว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอึดอัดใจ ในการทำงาน หรือไม่ พล.ต.ต.สุรพล กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า อึดอัดใจ ที่ไม่สามารถ ทำตามขั้นตอนต่างๆ ได้ และ ถ้าทำแล้ว เกิดการปะทะ ก็ตกเป็น จำเลย ของสังคม ซึ่งก็เป็น เรื่องที่ หนักใจ เช่นเดียวกัน ตำรวจ จึงไม่สามารถทำอะไรได้ เมื่อกติกา ของสังคม ไม่ยอมรับ ซึ่งเรื่องนี้ จะต้องมีการพูดคุย กับ ทุกฝ่าย เพื่อหาแนวทาง แก้ไข ให้ทุกฝ่ายรับได้


เรื่องนี้เป็น เรื่องละเอียดอ่อน ต้องทำ ความเข้าใจ เรื่องการเมือง ก็ต้องแก้ ด้วยการเมือง ตอนนี้ สิ่งที่ ต้องทำ คือทำอย่างไรให้ ประชาชน ปลอดภัย มากที่สุด ตอนนี้ ตำรวจถูกกดดัน จากองค์กรต่างๆ ยังไม่เคย มีมาก่อน ทำให้ไม่สามารถ บังคับใช้กฎหมาย ได้อย่างเต็มที่


อุปกรณ์ที่ใช้ปราบจลาจล ก็ไม่สามารถใช้ได้ ตามหลักสากล เมื่อใช้อุปกรณ์ไม่ได้ ก็ไม่สามารถรักษาสถานที่ อย่างทำเนียบรัฐบาล เอาไว้ได้ ตอนนี้ กลุ่มผู้ชุมนุม ล้ำเส้น แต่ไม่รู้ว่าเส้นแบ่ง มันอยู่ตรงไหน ต่อไป คงต้องมาคุยกันว่า ตำรวจสามารถทำอะไรได้ แค่ไหน เพื่อให้เกิด การยอมรับได้ จากทุกฝ่าย พล.ต.ต.สุรพล กล่าว


ขณะเดียวกัน ที่ กองบัญชาการตำรวจ นครบาล พล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการ ดูแลความสงบเรียบร้อย กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผอ.ศปก.น.) ลงนาม บันทึกด่วนที่สุด แจ้งไปยัง ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. เพื่อทราบ รอง ผบช.น. ผบก.ทุก บก.


เนื้อหาระบุว่า ด้วยขณะนี้ มีกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง ทางการเมือง ในเขตพื้นที่ กทม. ประกอบกับ มีการประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตั้งแต่ วันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา ดังนั้น เพื่อให้การประสานงาน ในการปฏิบัติภารกิจ ของ บช.น. และ กองทัพภาคที่ 1 เป็นไป ด้วยความเรียบร้อย และเกิด ประสิทธิภาพ จึงมอบหมายให้ ข้าราชการตำรวจ ปฏิบัติหน้าที่ดังนี้


พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ รอง ผบช.น. เป็นนายตำรวจ ชั้นผู้ใหญ่ ประสานงานกับ กองทัพภาคที่ 1 มอบหมายให้ ข้าราชการตำรวจ ปฏิบัติหน้าที่ นายตำรวจประสานงานประจำ กองทัพภาคที่ 1 ได้แก่


พ.ต.ท.ถาวร สมศักดิ์ รอง ผกก.กก.1 บก.จร.
พ.ต.ท.ศักดิ์รินทร์ ตันติภัณฑรักษ์ รอง ผกก.ฝอ. 1 บก.อก.บช.น.
พ.ต.ท.ปรีดา สถาวร รอง ผกก.ฝอ.1 บก.อก.บช.น.
พ.ต.ท.สรรค์พิสิฐ แย้มเกสร รอง ผกก.1 บก.ตปพ. และ
พ.ต.ท.ชุมวร ชมะทัต รอง ผก.ฝอ.7 บก.อก.บช.น.


โดยให้ปฏิบัติหน้าที่ใน แต่ละวัน มอบหมายให้ ผบก.อก. เป็นผู้จัดวางตารางเวร ในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ให้ นายตำรวจ ประสานงาน ดังกล่าว เข้าร่วมประชุม กองทัพภาคที่ 1 ทุกวันเวลา 17.00 น.และ เข้าร่วมประชุม สรุปสถานการณ์ในส่วน ของ บช.น. ในแต่ละวัน ตามกำหนด

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
4 กันยายน 2551 15:56 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000104918


พิมพ์ ข่าวนี้ “สุรพล” เซ็ง กม.จัดการ “พันธมิตรฯ” ได้ไม่เต็มที่!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

นายสมัคร สุนทรเวช ชี้แจงสถานการณ์ ทางวิทยุ ยันไม่ยุบสภา-ไม่ลาออก

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาทพระวิหาร,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,สิทธิมนุษยชน,องค์การยูเนสโก,อาชญากรรม,อารยะขัดขืน,โบราณคดี,โบราณสถาน — accomthailand @ 08:32
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“หมัก”ซูเปอร์ด้าน! ยันไม่ยุบสภา-ไม่ลาออก


Special Report ::
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


“สมัคร”ยังด้านไม่มีที่ติ โดนไล่ทั้งประเทศ ยังไม่รู้สึก อ้างลาออกไม่ได้ ต้องรักษาประชาธิปไตย โยนผิด พันธมิตรฯ ยึดทำเนียบ ไร้เหตุผล อ้าง ไล่รัฐบาล เพราะเกลียดชัง อดีตนายกฯ


แจงเหตุประกาศ ภาวะฉุกเฉิน เพราะบ้านเมืองไม่ปกติ มีม็อบ ตีกัน ยันให้ทหาร ใช้วิธีนุ่มนวล แต่ย้ำ พันธมิตรฯ ต้องไปจากทำเนียบ 9 แกนนำ ต้องขึ้นศาล โบ้ย “เตช” ไขก๊อก เพราะ ภรรยาบีบ กล่อม ปชช. ให้ฉุกคิด ก่อนร่วม พันธมิตรขับไล่รัฐบาล

นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมัคร สุนทรเวช ชี้แจงสถานการณ์ ทางวิทยุ


เมื่อเวลา ประมาณ 07.30 น. ที่ผ่านมา นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ได้ออกรายการสด ทาง วิทยุ กรมประชาสัมพันธ์ โดยเนื้อหาหลัก คือการกล่าวโจมตี การชุมนุม ของ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ในทำเนียบรัฐบาล ขณะนี้


โดยกล่าวหาว่า การชุมนุมของพันธมิตรฯ เริ่มต้นด้วย การเกลียดคนอื่น ยกประเด็น ความจงรักภักดี ขึ้นมาอ้างโดย แกนนำ ได้ใส่เสื้อเหลือง ทำราว กับ ว่า คนอื่นไม่จงรักภักดี หลังจากนั้น ก็กล่าวหาว่า รัฐบาลไม่สุจริต แล้วยกเรื่อง เสียดินแดนเขาพระวิหารมาโจมตี ทั้งที่เราเสียดินแดน ตั้งแต่ปี 2505 แล้ว


นายสมัครกล่าวต่อว่า แล้วแกนนำ 5-6 คน เป็นใครมาจากไหน แต่ตน เป็นนายก มาจากการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ก็ต้องทำงาน และไม่ทำเฉพาะ ในประเทศ ต่างประเทศ ก็ทำ แล้วก็มี คนจะมาล้ม ระบบประชาธิปไตย ในสภาล้มไม่ได้ เพราะมีแค่ 160 กว่าเสียง


ก็มาชุมนุม ยึดทำเนียบ ตนก็ทำนุ่มนวล ให้ศาลดำเนินการ ศาลก็มีคำสั่งให้ออก จะเอาคำสั่งไปติด ก็เกิดปะทะกันขึ้น มีคนบาดเจ็บ ตำรวจก็เจ็บ 20 กว่า คน ก็เอาไปอ้างเหตุว่า รัฐบาลใช้ความรุนแรง ทั้งๆที่ รัฐบาลสั่งถอยด้วยซ้ำ เหตุที่ปะทะตรงนั้น ก็กลายเป็นเหยื่อ เอาไปปลุกระดม ใหญ่โต มโหฬาร


นายสมัครกล่าวต่อว่า เขาปลุกระดมไปกันใหญ่ ออกข่าวต่างๆ ที่ตนเสียใจ ที่อยากจะพูดกับประชาชนวันนี้ ก็มีเหตุ คนไม่พอใจ อีกลุ่มหนึ่ง ที่สนามหลวง ก็มาตีกัน มีภาพโทรทัศน์ถ่ายไว้ แต่คนที่ไม่ได้เห็นข่าว ก็หาว่า รัฐบาลวางแผน จุดชนวน จนต้องเอาทหารออกมา แยกคน สองฝ่าย ออกจากกันได้ แล้วก็ขอ ประกาศภาวะฉุกเฉิน ซึ่งเงื่อนไข มีมากมาย แต่เราเอาแค่ 5 ข้อ พออยู่กันได้ การท่องเที่ยว ไม่กระทบ ขออย่างเดียว ว่าตำรวจทหารต้องรักษาการ อยู่ได้


นายสมัครอ้างว่า ตนนี่แหละ ที่บอกว่า ต้องนุ่มนวล แต่คนเดือดร้อน คือใคร คือทหาร รัฐบาลเอาไม่อยู่ ไปขอศาล ออกหมายจับอะไรต่างๆ ศาลก็โดนด้วย เอาเข้าไปพูด ในสภา เขาก็แนะนำ ให้ลาออก ให้ยุบสภา


“ผมก็บอกว่าผมเสียงข้างมากออกไปไม่ได้ มันเป็น ระบอบประชาธิปไตย ผมต้องอยู่รักษา อ้าวสภา เอาไม่อยู่อีกแล้ว ก็เอาเป็นเหตุไปอ้าง ปลุกระดมให้ ใครเข้ามากัน” นายสมัคร กล่าว


นายสมัครอ้างว่า การประกาศภาวะฉุกเฉิน ที่จริงมีสูตร 1-2-3 แต่ถ้าทำตามสูตรนั้น พังทุกราย เราก็ไม่ไป ตามสูตร ฝ่ายทหารเสนอว่า ต้องเอา แบบนุ่มนวล ตนก็เห็นด้วย เพื่อให้การใช้ชีวิตดำเนินไป ตามปกติ แต่มีประกาศไว้ เพื่อที่จะดำเนินการอะไรต่างๆ ได้ตามสมควร


นายสมัครบอกว่า เจตนา ที่ตนจะบอกกับ ประชาขนในวันนี้ คือ อยากถามว่า คิดอย่างไร ที่จะเข้ามาร่วมชุมนุม สื่อ ก็ประโคมข่าวใหญ่โต มีอัยการคนหนึ่ง ที่สุราษฎร์ธานี ประกาศอารยะขัดขืน แล้วมีอัยการกี่พันคน ที่ยังทำงานให้รัฐบาลอยู่ แล้วที่ จะตัดนำตัดไฟ สื่อ ก็เสนอ ข่าว จนกลายเป็น เรื่องตื่นเต้นไปหมด ทั้งบ้านทั้งเมือง ทั้งๆที่ มันทำไม่ได้


นายสมัครแสดงความไม่พอใจ ที่มีปัญญาชน (นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง) ไปออก รายการ ตาสว่าง ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ที่ให้เหตุผล สนับสนุน การชุมนุมของ พันธมิตรฯ โดยกล่าวหาว่า นายเจิมศักดิ์ พูดตะแบง พูดเอาแต่ได้ แล้ว ผู้ดำเนินรายการ ก็ปล่อยให้พูด และ ว่า


การชุมนุมของพันธมิตรฯ จะถูกต้องได้ยังไง ต้องมี กฎกติกา เรื่องรัฐธรรมนูญ ทำไมจะแก้ไม่ได้ บ้านเมืองเราเจริญก้าวหน้า ไปมากแล้ว เคยเป็น แนวหน้า ของอาเซียน ตอนนี้ ก็ตกลงมาหน่อย แต่ปีนี้ เราได้เป็นประธานอาเซียน บ้านเมือง ต้องมีกฎหมาย ไม่งั้นจะเป็น บ้านป่าเมืองเถื่อน


นายสมัคร อ้างว่าที่พูดมานี้ ก็อยากให้ คนกำลังจะคิดว่าที่ ทำเนียบรัฐบาล เป็นรถไฟขบวนใหญ่ ถ้าไม่ขึ้น ก็จะตกขบวนนั้น ให้ฉุกคิดให้ดี นักศึกษาธรรมศาสตร์ ที่มาขึ้นเวที มากันกี่คน แล้วคนที่ไม่มา มีเท่าไหร่ แล้วคิดหรือเปล่าว่า อนาคตข้างหน้าบ้านเมือง จะไปยังไง แล้ว ข้อเท็จริง เป็นยังไง ถ้าให้ นายกลาออก แล้วแกนนำ ก็บอกไม่เจรจา เพราะเลือกตั้งใหม่ คนกลุ่มเดิมก็เข้ามาอีก


นายสมัครได้พูดถึง กระแสข่าว ที่ว่าเขาจะประกาศลาออก ว่า คิดกันไปได้อย่างไร ว่าตนจะลาออก เพราะ คนทั้งโลกเขาเฝ้าดู เมื่อวานตน เพิ่งพูดกับ เอบีซี และ ได้ไปสถานทูตต่างๆ เขายืนยันว่า หากมี ปฏิวัติ เขารับไมได้ ปฏิวัติโดยประชาชน ที่เขาเรียกกัน ก็ไมได้ ไม่มีเหตุผล


นายสมัครยังอ้าง อีกว่า ถ้าตนลาออก เขา(พันธมิตรฯ) จะใช้ระบบของเขา 70-30 แล้ว จะใช้ ลัทธิประหลาด แบบที่มีการชวนกัน ฆ่าตัวตาย ใน ต่างประเทศ แล้วประเทศไทย มันจะเป็นยังไง เขาเห็นอดีตนายกฯ กลับมา ก็คอยจ้อง แล้ว พอมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็โดดขวางทันที


เริ่มชุมนุม วันที่ 25 พ.ค. หวังจะให้เกิดเหตุรุนแรง จนมีปฏิวัติ ตนไม่ให้เกิดหรอก ก็เฝ้าอดทนมา วันที่ 90 กว่า ก็มีการเป่านกหวีด เข้ายึดทำเนียบ แต่ไม่เป็นไร ตนก็ทำงานข้างนอกได้ แต่มันอายชาวโลกไหม


ส่วนกรณี การลาออก จาก รัฐมนตรีว่า การกระทรวงการต่างประเทศ ของ นาย เตช บุนนาค นายสมัครกล่าวว่า ตนได้ไปทูลขอ นายเตช มาเป็น รัฐมนตรีต่างประเทศ เอง แต่เมื่อมาทำงานแล้ว ก็มีปัญหาถูกบีบ จากใคร ก็คิดเอาเอง นายเตช ไม่ใช่นักการเมือง ภรรยาของท่าน ก็ทนไม่ได้ จึงขอให้ลาออก เพราะภรรยาท่าน ไม่อยากให้ สามีต้องมาเป็นรัฐมนตรี ในรัฐบาลที่มีคนเกลียดชัง ทั้งบ้านทั้งเมือง


ในช่วงท้ายรายการ นายสมัครกล่าวสรุปว่า ที่ต้องมาพูดในวันนี้ เพราะ สถานการณ์บ้านเมือง มันผิดปกติ จึงประกาศ ภาวะฉุกเฉิน แต่ก็จะใช้วิธี นุ่มนวล ซึ่งเขาบอก ถึงอย่างไร จะต้องเอาออก จากทำเนียบให้หมด 9 คนก็ต้องไปศาล ก็ต้องไปประกันตัว ออกมาสู้คดี ทุกอย่างต้องจบ แบบนี้


“ผมมาพูดวันนี้เพื่อให้คนที่จะไปร่วมได้ฉุกคิดว่า จุดหมายปลายทาง ของคนที่ปลุกระดม มันไม่มี ขอประกาศให้ฟังว่า ผมไม่ลาออก ผมไม่ยุบสภา ก็เพราะ ผมต้องรักษา ระบอบประชาธิปไตย เอาไว้ เพื่อรักษาสถาบัน ปกป้องพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว เพราะฉะนั้น คนที่จะไปร่วม ขอให้ฉุกคิดหน่อย” นายสมัครกล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
4 กันยายน 2551 08:32 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000104621


พิมพ์ ข่าวนี้ “หมัก”ซูเปอร์ด้าน! ยันไม่ยุบสภา-ไม่ลาออก


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สมศักดิ์ โกศัยสุข” ขึ้นเวทีปลุกพลังมวลชน ร่วมปกป้องพื้นที่ การชุมนุม รอบทำเนียบรัฐบาล

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาทพระวิหาร,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,สิทธิมนุษยชน,องค์การยูเนสโก,อาชญากรรม,อารยะขัดขืน,โบราณคดี,โบราณสถาน — accomthailand @ 01:07
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


แฉแผนชั่ว นปช.!. ชนพันธมิตรฯ สร้างความชอบธรรม ให้”หมัก”อยู่ต่อ


Special Report ::
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


“สมศักดิ์ โกศัยสุข” ขึ้นเวทีปลุกพลังมวลชน ร่วมปกป้องพื้นที่ การชุมนุม รอบทำเนียบรัฐบาล เผยแผนชั่ว นปช. รวมหัว ปลุกปั่นประชาชน เข้าเมืองหลวง


หวังสร้างความวุ่นวาย รอบสอง ระบุเตือน ประชาชนอย่าหลงกล พลิกวิกฤตให้ นายกฯ หุ่นเชิด กลับมามีความชอบธรรม ในการปราบปราม พันธมิตรฯ

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่ประชาธิปไตย

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ประกาศเรื่องความปลอดภัย


วันนี้ ( 4 ก.ย.) เวลา 00.40 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวที ประกาศ เน้นย้ำ เรื่องความปลอดภัย ในการชุมนุมยามค่ำ คืนนี้ โดยระบุว่า ชัยชนะที่ พันธมิตรฯ กำลังรอคอย ได้คืบคลานมา อีกไม่กี่ชั่วโมง ข้างหน้านี้แล้ว ฉะนั้น ต้องอดทนรอเวลา ดังกล่าว รอวันแห่งชัยชนะ ที่กำลังใกล้เข้ามาถึง อย่าได้ประมาท หรือตกหลุมพราง เนื่องจาก เวลาที่ คนจะหมดอำนาจ สามารถ ทำได้ทุกอย่าง


ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ ได้ชี้ให้เห็นถึง แผนการชั่วช้า ของ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้าน เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กำลังวางแผน อยู่ที่ จ.สมุทรปราการ หวังจะระดมมวลชน เข้ากรุงเทพฯ มุ่งเข้า ทำร้ายพันธมิตรฯ ที่ปักหลักอยู่ที่ ทำเนียบรัฐบาล แต่จะมาถึงหรือไม่ ไม่สามารถตอบได้


ฉะนั้น ก็อย่าได้ประมาท ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ในสถานการณ์ เช่นนี้ไม่ได้ ต้องพร้อมมากที่สุด คืนนี้หากจะนั่งก็นั่งไป แต่หากจะนอน ก็อย่านอนเรียบ ไปกันไปหมด ช่วยกันดูแลพี่น้องกัน และ กันให้ดี อย่าไปตีความเอาเองว่า รัฐบาลพ่ายแพ้ อย่างเด็ดขาด แล้ว จะมานิ่งนอนใจได้


ขณะเดียวกัน นายสมศักดิ์ ยังตั้งข้อสังเกต ถึงการเตรียมการ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งขณะนี้ มีรายงานการ พบเห็นตำรวจ พร้อมอาวุธครบมือ ยืนประจำการอยู่ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า และ ที่บริเวณบ้านพัก นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เต็มไปหมด


ฉะนั้น จึงอย่าได้ประมาท ช่วงเวลา ที่เหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ ต้องตื่นตัว นปช. อาจจะเป็น ตัวจุดชนวน พลิกสร้างความชอบธรรม ให้กับ นายกรัฐมนตรี
มาปราบปรามพันธมิตรฯ อีกรอบ


เริ่มตั้งแต่เวลานี้ ต้องตรวจตรากันเอง ดูแลสอดส่อง อย่าให้เกิด สิ่งผิดปกติขึ้น ที่สำคัญเหลือเวลาอีกไม่นาน สำหรับนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด คนนี้แล้ว เส้นทางสุดท้าย กำลังจะเข้าเส้นชัย อย่าลืม ขอให้ ประชาชนร่วมมือ ปฏิบัติ ตามแกนนำพันธมิตรฯ อย่างเข้มงวด มากที่สุด อย่าประมาท จงตื่นอยู่เสมอ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
4 กันยายน 2551 01:07 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000104601


พิมพ์ ข่าวนี้ แฉแผนชั่ว นปช.!.ชนพันธมิตรฯ สร้างความชอบธรรมให้”หมัก”อยู่ต่อ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สนธิ”เตรียมประกาศ ประชาภิวัฒน์ การเมืองใหม่ – รอฟัง “หมัก” แถลงก่อน

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาทพระวิหาร,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,สิทธิมนุษยชน,องค์การยูเนสโก,อาชญากรรม,อารยะขัดขืน,โบราณคดี,โบราณสถาน — accomthailand @ 00:10
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“สนธิ” เตรียมประกาศ การเมืองใหม่-
รอฟัง “หมัก” แถลงก่อน
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


Special Report ::
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


“สนธิ” เรียกร้องให้ พี่น้องอยู่ร่วมชุมนุม รอฟัง “หมัก” ประกาศทางวิทยุเวลา 7.30 น. พร้อมกัน ย้ำกรรมใดใครก่อ ต้องรับไป ย้ำต้องการ คำสัญญาการเมืองใหม่ ที่มีรัฐบาลซื่อสัตย์ – เคารพกฎหมาย – เท่าเทียม ไม่ทำสิ่งผิดพลาด เหมือนกับ รัฐบาลชุดนี้

สนธิ เตรียมประกาศ ประชาภิวัฒน์ การเมื�งใหม่ - ร�ฟัง หมัก แถลงก่�น

สนธิ เตรียมประกาศ ประชาภิวัฒน์ การเมืองใหม่ - รอฟัง หมัก แถลงก่อน


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย

คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


เมื่อวันที่ 3 ก.ย.51 เวลาประมาณ 22.45 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัย ในทำเนียบรัฐบาล เริ่มด้วย การชี้แจงข่าว ที่ตีพิมพ์ใน หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ที่ลงคำให้สัมภาษณ์คลาดเคลื่อน ที่ระบุว่าตนเองรับได้ ถ้า นายสมัคร สุนทรเวช ลาออกไปแล้ว นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะมาเป็นนายกฯ


ซึ่งในข้อเท็จจริงคือ ใครก็ได้ที่มาเป็นนายกฯ ถ้ารับ เงื่อนไข 4-5 ข้อ คือ


ต้องจัดการ กับ คณะรัฐบาลชุดก่อน ที่ขาย อธิปไตยให้ กัมพูชา กรณีปราสาทพระวิหาร


ต้องยกเลิกโครงการ ที่ใช้งบประมาณมหาศาล ที่รัฐบาลชุดนี้วางไว้


ต้องไม่แทรกแซง กระบวนการยุติธรรม เป็นต้น ถ้าทำอย่างนี้ได้ โดยมีคำมั่นสัญญา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น นพ.สุรพงษ์ หรือ นายสมชาย เราก็รับได้ แต่เชื่อว่า ทั้งสองคนนี้ จะไม่ทำ


นายสนธิ กล่าวอีกว่า ในช่วง 2-3 วันนี้ รู้สึกเหนื่อย กับการต้องชี้แจง กับสื่อต่างประเทศ ที่ไม่เข้าใจ การเมืองไทย และ ไม่เข้าใจการต่อสู้ ของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


“จริงๆ แล้วการต่อสู้มากว่า 102 วัน ใกล้จบแล้วแต่มัน จะจบอย่างไรไม่รู้ นายสมัคร จะลาออก หรือถูกบีบ ให้ออกไม่รู้ แต่จะจบแน่ และ ก่อนอาทิตย์หน้า ต้องจบ” นายสนธิระบุ อย่างไรก็ตาม แม้ว่านายสมัครจะลาออก ก็อย่าเพิ่งดีใจ แล้วกลับบ้าน


เพราะไม่เช่นนั้น การต่อสู้ที่ผ่านมากว่า หนึ่งร้อยวัน ก็จะสูญเปล่า ดังนั้นแม้ นายสมัคร ลาออกแล้ว เราต้องการการเมืองใหม่ ที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น เปรียบเหมือนบ้าน ส้วมชำรุด ฝ้าเพดานพัง ต้องถึงเวลาซ่อมแซม ครั้งใหญ่ ซึ่งอาจจะดู วุ่นวายบ้านบ้าง แต่เมื่อเสร็จแล้ว ก็จะน่าอยู่


“ไม่ใช่สมัครไปแล้ว บรรหารมา หรือ เสนาะมา เพราะคนพวกนี้ ถือว่าเป็น วัตถุโบราณที่ชำรุด เพราะเราต้องการ รัฐบาลที่ซื่อสัตย์ เคารพกฎหมาย ให้โอกาสประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน” นายสนธิ ระบุ และว่า เราต้องการ คำมั่นสัญญา มีเจตนารมณ์ ที่แน่ชัดว่า


แก้ไขข้อบกพร่องที่ นายสมัครทำเอาไว้ โดยมี การเมืองใหม่ เพราะถ้า นายสมัคร ลาออกแล้ว ทุกคนกลับบ้าน เราก็จะชนะ แค่ยกที่ 1 แต่จะแพ้ ยกที่สอง ทันที


“เพราะถ้า สมัครออกไป แล้วถอย ทุกอย่าง จะจบลง เหมือนเดิม และ ต่อไปตนเอง ก็จะไม่ออกมาอีกแล้ว เพราะถือว่า ครั้งสุดท้ายแล้ว และ จะหายไปเลย เพราะถือว่า พี่น้องไม่ต้องการ พวกผมแล้ว” นายสนธิกล่าว และ ว่า การตัดสินใจครั้งนี้ เลือกยืนข้างราชบัลลลังก์ และ ทุกคน ก็ตัดสินใจแล้ว เพราะ พระเจ้าอยู่หัวทศ ทรงมีพิศราชธรรม


นายสนธิ ตั้งข้อสังเกตกรณีที่ นายสมัคร จะออกอากาศทางวิทยุ ในเวลา 7.30 น. วันที่ 4 ก.ย. ว่า ทำไมต้องเป็น วิทยุ เท่านั้น ทำไมไม่ออกอากาศ ทางโทรทัศน์ เป็นไปได้หรือไม่ว่า เป็นการ อัดเทป ไว้ล่วงหน้า และ ประกาศลาออก แต่ไม่ว่าอย่างไร ถือว่ากรรมใดใครก่อก็ต้องรับไป


ในตอนท้าย นายสนธิ ได้กล่าวถึง บทบาทของ เอเอสทีวี นับจากนี้ไปว่า หลังการต่อสู้ผ่านไป ความจับจ้อง ของ พี่น้อง อาจลดน้อยลง และ ที่ผ่านมา เอเอสทีวี เป็นของ พี่น้องประชาชน และ ถ้าไม่มีเอเอสทีวี ก็จะไม่มีการรายงาน ความเคลื่อนไหว ของพี่น้อง ให้สังคม ได้ทราบ


ดังนั้นจึงขอ คำสัญญา ให้ช่วยกันสมัครเป็นสมาชิก เอสเอ็มเอส ข่าวเอเอสทีวี เดือนละ 200 บาท


วิธีสมัคร รับข่าวด่วน ผ่านระบบ SMS เพื่อช่วยเหลือ การแพร่ภาพ ของ ASTV 200 บาทต่อเดือน (เฉพาะระบบ dtac)


วิธีสมัคร เข้าเมนู write Message
พิมพ์ R ส่งไปที่ 4321000

วิธียกเลิก เข้าเมนู write Message
พิมพ์ C ส่งไปที่ 4321000

หมายเหตุ :
– ขอสงวนลิขสิทธิ์ ในการคิดเงินค่าบริการ หากมีการใช้บริการ ก่อนวันครบกำหนดหมดอายุ
– ค่าบริการข้างต้น ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%


นายสนธิ กล่าวว่า เมื่อเอเอสทีวี มีรายได้จาก พี่น้องตรงนี้ ก็จะสามารถนำไป ดำเนินกิจการ ขยายเครือข่ายเป็น ทีวีของประชาชนได้ อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่จำเป็น ต้องพึ่งโฆษณา จากกลุ่มทุนรายใหญ่

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
4 กันยายน 2551 00:10 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000104596


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ”เตรียมประกาศการเมืองใหม่-รอฟัง”หมัก”แถลงก่อน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 3, 2008

“เจิมศักดิ์” เผย “ดร.เสรี วงษ์มณฑา” ได้ไขก๊อกพ้น ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ พร้อมร่วมเวที พันธมิตรพรุ่งนี้

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาทพระวิหาร,พ.ร.ก.ฉุกเฉิน,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,สิทธิมนุษยชน,องค์การยูเนสโก,อาชญากรรม,อารยะขัดขืน,โบราณคดี,โบราณสถาน — accomthailand @ 23:59
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“ดร.เสรี” ทิ้งเก้าอี้ ที่ปรึกษา รมต.ร่วมพันธมิตร พรุ่งนี้ –
ผลวิจัย ชี้ 5แกนนำ น่าศรัทธาที่สุด
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) รายการ “รู้ทันประเทศไทย”


Special Report ::
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”

 ดำเนินรายการ โดย นายเจิมศักดิ์ ปิ่นท�ง

ดำเนินรายการ โดย นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง


“เจิมศักดิ์” เผย “ดร.เสรี วงษ์มณฑา” ได้ไขก๊อกพ้น ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ พร้อมร่วมเวที พันธมิตรพรุ่งนี้ ด้านอาจารย์ ม.รังสิต เผยผลวิจัย ชี้ชุมนุมพันธมิตรฯ ยิ่งใหญ่ มีอุดมการณ์ รักชาติ ที่สุด ส่วน 5 แกนนำ มีความน่าเชื่อถือ น่าศรัทธาที่สุด


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง รายการ “รู้ทันประเทศไทย”

คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) รายการ “รู้ทันประเทศไทย”
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) รายการ “รู้ทันประเทศไทย”


เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. วันนี้ (3 ก.ย.) ในช่วงรายการ”รู้ทันประเทศไทย” บนเวทีปราศรัย ของ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ในทำเนียบรัฐบาล ดำเนินรายการ โดย นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง โดยเชิญ


ศ.พิเศษ ชลธิรา สัตยาวัฒนา จากมหาวิทยาลัยรังสิต ที่เคยผ่านเหตุการณ์ ต่อสู้ ตั้งแต่ในยุค 14 ตุลา 16 เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 19 เหตุการณ์ เดือนพฤษภาทมิฬ และ การชุมนุมของ กลุ่มพันธมิตรฯ ปี 2549 มาร่วมรายการ


ก่อนเริ่มรายการ นายเจิมศักดิ์ ได้เปิดเผยว่า นอกจากทราบข่าวว่า นายเตช บุนนาค ได้ลาออก จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แล้ว ล่าสุด ยังทราบว่า ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการ ด้านการสื่อสารมวลชน ชื่อดัง ได้ลาออก จาก ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ และ หลังจากวันพรุ่งนี้ (4 ก.ย.) เป็นต้นไป ดร.เสรี จะมาร่วมรายการ รู้ทันประเทศไทย ที่นี่ด้วย


จากนั้น ศ.ชลธิรา ได้เปรียบเทียบ การชุมนุมในอดีต กับการชุมนุมของ กลุ่มพันธมิตรฯ ว่า ก่อนอื่น ตนเอง รู้สึกเป็นเกียรติที่สุด ที่ได้รับเชิญ จากพันธมิตรฯ โดยจากการชุมนุมในทำเนียบ และ ว่า


เป็นการชุมนุมจำนวนมาก ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องขอคารวะ พี่น้องทุกคน ที่มีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ บางครั้งประทับใจ ถึงกับ น้ำตาซึม เพราะเป็นการชุมนุม ที่มีหลากหลายอาชีพ มีข้าราชการระดับสูง อาจารย์ พนักงานบริษัทเอกชน


ศ.ชลธิรา กล่าวว่า จากผลงานวิจัยของ นักศึกษา ที่มาทำวิจัยใน ที่ชุมนุม พบว่า ทุกคนมาด้วยความเต็มใจ มีอุดมการณ์ ไม่มีการจ้างวาน ไม่มีการบังคับ และ พวกเขายืนยันว่า จะสู้จนกว่าจะได้รับชัยชนะ นั่นคือ รัฐบาลของ นายสมัคร สุนทรเวช ต้องออกไป


นักวิชาการผู้นี้ ยังอ้าง ผลการวิจัยที่ระบุถึง บุคลิกของ แกนนำพันธมิตรฯ ว่า มีภาวะการนำสูงสุด น่าเคารพที่สุด และ ร่วมเป็นร่วมตาย โดยไม่ถอยหนี


ถามว่า 5 แกนนำ บวก 1 ผู้ประสานงาน น่าสนใจอย่างไร ศ.ชลธิรา กล่าวว่า ทั้งหมด มีความแตกต่าง หลากหลาย เช่น


นายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งเปรียบได้ กับเป็นตัวแทนทุนชาติ ที่ถูกกระทำ ส่วน


พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็นอดีตนายทหาร ที่ซื่อสัตย์ มีความ เคร่งครัด ใน ศีลธรรม จริยธรรม และ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ส่วน


นายสมศักดิ์ โกศัยสุข เป็นตัวแทนของ ผู้ใช้แรงงาน ที่พร้อมต่อสู้ เปรียบเหมือนเป็น พญาหนุมานของ กองทัพพันธมิตร นายพิภพ ธงไชย เป็นตัวแทน องค์กรพัฒนาเอกชน และ นักวิชาการ ที่มีความรู้ ขณะที่


นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ก็เคยร่วมอุดมการณ์ กับกลุ่มชาวนนา มีหลายสถานะทั้ง อาจารย์ แต่การต่อสู้ครั้งนี้ ต้องถูกยึดโยง ทำให้ไม่ถอยหนี ส่วน


นายสุริยะใส กตะศิลา เป็นคนรุ่นใหม่ มีลักษณะเป็น นักประสานงานที่ดี และ ต่อไปสามารถ รับช่วงจาก 5 แกนนำ ได้


ศ.ชลธิรา กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังประทับใจแนวรบ ด้านวัฒนธรรม และ ดนตรี ที่สามารถสร้างสีสัน มีส่วนสำคัญ ทำให้การชุมนุม มีความต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น หรั่งร็อคเคสตร้า หรือ ตั้ว ศรัณยู และว่า การชุมนุมครั้งนี้ เพราะเกิดจาก ความรักชาติ ไม่ใช่ ความคลั่งชาติ แม้มีความแตกต่าง แต่สามารถ สร้างความสามัคคี ทำงานใหญ่ได้ หรือ ที่เรียกว่า เป็นการปรับ อัตลักษณ์


ศ.ชลธิรา ยังกล่าวถึง นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มีมีคำถามว่า ทำไม เขาไม่เปลี่ยนแปลง ตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้ ก็ไม่สามารถ ตอบแทนได้ แต่จากคำยืนยัน ของพยาน ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 19 ยืนยันว่า นายสมัคร มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้น จึงอยากแผ่เมตตา และ ขอให้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วยดลบันดาลให้ นายสมัครกลับตัว และ ลาออก ตั้งแต่วันนี้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
4 กันยายน 2551 00:04 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000104581


พิมพ์ ข่าวนี้ “ดร.เสรี” ทิ้งเก้าอี้ ที่ปรึกษา รมต. ร่วมพันธมิตร พรุ่งนี้ – ผลวิจัย ชี้ 5 แกนนำน่าศรัทธาที่สุด


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Next Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.