Accom Thailand

May 28, 2009

Bali 4d3n by Thai Airways – มนต์เสน่ห์ บาหลี 4 วัน 3 คืน


Tour Code BALI 01 (TG – Bali 4d3n)

บาหลี 4 วัน 3 คืน
กรุงเทพฯ – บาหลี – กรุงเทพฯ
เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ ของ ขุนเขา และ อ่าวยอดนิยม แห่ง อินโดเนเซีย
โดย สายการบินไทย (TG)

กรุงเทพฯ – บาหลี –
ผ่านชมอนุสาวรีย์บิม่า เทพเจ้าแห่งท้องทะเล ย่าน Kartika Plaza ชมทัศนียภาพ ที่เขียวขจีด้วยต้นข้าว –
หน้าผาอูรูวาตู – CELUK หมู่บ้านเครื่องเงิน – ชมย่าน UBUD หมู่บ้านศิลปินศูนย์กลาง –
KINTAMANI ที่ท่านจะ ตะลึงกับความงาม ของขุนเขา –
ชมความงามของภูเขาไฟ กุหนุงอากุง – TEMPAK SIRING วิหารศักดิ์สิทธิ์ภัคศิริงค์ สร้างในศตวรรษที่13 –
ชมความมหัศจรรย์ของบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ TERTA EMPUL –
ขึ้นสู่ เทือกเขาเบดูกัล – ชมวิหารกลางมหาสมุทรอินเดีย TANAH LOT ทานาล็อต –
บาหลี ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย – กรุงเทพฯ
สุดเที่ยวสุดคุ้ม ช้อปปิ้งสบาย สบาย!!!
พักโรงแรม International Class 3-5 Stars อาหาร 8 มื้อ

ออกเดินทางได้ ทุกวัน ตั้งแต่ 2 ท่าน ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. – 31 ก.ค. 52

อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ พักห้องคู่
ราคา รวมตั๋วเครื่องบิน สายการบินไทย (ตั๋วราคาพิเศษเท่านั้น)
เริ่มต้นที่ 19,500.- บาท

อัตราค่าบริการรวม :
– ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ สายการบินไทย (ตั๋วราคาพิเศษเท่านั้น) เส้นทางตามระบุ ชั้นทัศนาจร
– ค่าประกันภัยสายการบินและค่าน้ำมันที่มีการเรียกเก็บจากสายการบิน
– ค่าที่พัก 3 คืน, อาหารตามรายการ, ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ และ รถรับ-ส่ง ตามที่ระบุในรายการ
– ค่าน้ำหนักสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 ก.ก.

อัตราค่าบริการ ไม่รวม :
– ค่าภาษีสนามบิน Denpasar 17USD
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าทำหนังสือเดินทาง ,ค่าโทรศัพท์ส่วนตัว , ค่าซักรีด , มินิบาร์ในห้องพัก เป็นต้น
– ค่าวีซ่า ( ในกรณีที่ไม่ใช่หนังสือเดินไทย )
– ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ
– ค่าสัมภาระที่หนักเกินสายการบินกำหนด
– ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %

ติดต่อขอโปรแกรม Viva Voyage (วีว่า โวยาจ ) 518/3 ชั้น 3 ถนนเพลินจิต กทม. 10330 โทร 02-2548381 , 026520702 หรือ E-Mail : viva.voyage@gmail.com
หรือ คลิกที่นี่ เพื่อ Download ข้อมูล หรือ ดูโปรแกรมของ วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3 วันที่ 4
รายละเอียด เอกสารใช้ยื่นประกอบ การทำวีซ่า สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

World Heritage Site Luang Prabang Laos by PG ร่วม ทำบุญ-ตักบาตร ณ เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง


Tour Code INDO 02 (PG – World Heritage Site Luang Prabang Laos)

3 วัน 2 คืน
กรุงเทพฯ – หลวงพระบาง – กรุงเทพฯ
ร่วม ทำบุญ-ตักบาตร ณ เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง
เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ของอินโดจีน
ด้วย สายการบิน บางกอก แอร์เวยส์ (PG)

กรุงเทพฯ – หลวงพระบาง – พระราชวังเก่า – พระธาตุภูษี – ถ้ำติ่ง – บ้านซ่างไห –
น้ำตกตาดกวงชี – บ้านผานม – ตลาดมืด – วัดเชียงทอง – วัดวิชุนราช – หลวงพระบาง – กรุงเทพฯ
สุดเที่ยวสุดคุ้ม ช้อปปิ้งสบาย สบาย!!!
พักโรงแรม 4 ดาว อาหาร 7 มื้อ
กำหนดการเดินทาง : 19-21 มิ.ย. // 5-7 ก.ค. // 6-8 ก.ค. 52

อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ พักห้องคู่
ราคา รวมตั๋วเครื่องบิน บางกอก แอร์เวย์ 20,900.- บาท

เงื่อนไขพิเศษ
ในการเดินทางในแต่ละครั้ง จะต้องมี จำนวนผู้เดินทาง 15 ท่าน ขึ้นไป
สำหรับคณะจอยทัวร์ บริษัทขอสงวนสิทธิ์กรณีที่กรุ๊ปไม่ถึง 15 ท่าน จะไม่มีหัวหน้าทัวร์จาก กรุงเทพฯ

อัตราค่าบริการรวม :

ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ-หลวงพระบาง-กรุงเทพฯ
โดยสายการบิน บางกอก แอร์เวยส์ (PG)
ค่าภาษีน้ำมันของสายการบิน และ ค่าภาษีสนามบินไทย 700 บาท
และ ค่าภาษีสนามบิน ลาว 10 USD
ค่าที่พัก ตามโรงแรมที่ระบุไว้ในรายการ หรือระดับเดียวกัน
ค่ายาพาหนะนำเที่ยวในประเทศลาว
ค่าเรือล่องถ้ำติ่ง
ค่าอาหารตามที่ระบุไว้ในรายการ
ค่าใช้จ่ายของมัคคุเทศก์ท้องถิ่น
ค่าอากรท่องเที่ยวลาว
ค่าเที่ยวชมสถานที่ต่างๆตามที่ระบุในรายการ

อัตรานี้ไม่รวม : ค่าวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติ (อัตราตามสถาณฑูตกำหนด)


ติดต่อขอโปรแกรม Viva Voyage (วีว่า โวยาจ ) 518/3 ชั้น 3 ถนนเพลินจิต กทม. 10330 โทร 02-2548381 , 026520702 หรือ E-Mail : viva.voyage@gmail.com
หรือ คลิกที่นี่ เพื่อ Download ข้อมูล หรือ ดูโปรแกรมของ วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3
รายละเอียด เอกสารใช้ยื่นประกอบ การทำวีซ่า สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

February 10, 2009

World Heritage in China:Dazu Rock Carvings – หินสลักยุคหลัง ที่ เมืองฉงชิ่ง


World Heritage in China世界遗产在中国: Dazu Rock Carvings大足石刻1/3 – June 30, 2008

World Heritage in China世界遗产在中国: Dazu Rock Carvings大足石刻2/3 – June 30, 2008

World Heritage in China世界遗产在中国: Dazu Rock Carvings大足石刻3/3 – July 01, 2008

The Dazu Rock Carvings (Chinese: 大足石刻; pinyin: Dàzú Shíkè) are a series of Chinese religious sculptures and carvings, dating back as far as the 7th century A.D., depicting and influenced by Buddhist, Confucian and Taoist beliefs. Listed as a World Heritage Site, the Dazu Rock Carvings are made up of 75 protected sites containing some 50,000 statues, with over 100,000 Chinese characters forming inscriptions and epigraphs. The sites are located on the steep hillsides within Dazu County (near the city of Chongqing, China), with the high points being the carvings found on Mount Baoding and Mount Beishan.

กลุ่มหินสลักที่ ต้าจู๋ เป็นตัวแทนของความเชื่อใน เทพเจ้า ของสังคมชาวจีน โดยตลอดระยะเวลา ของวิวัฒนาการ ในความเชื่อเรื่องศาสนา ของสามัญชน ได้ถ่ายทอดออกมา ในงานศิลปะทั้ง ในแง่ความเชื่อในพุทธศาสนา ศาสนาเต๋า และ หลักคำสอนของ สำนักปรัชญาขงจื๊อ ซึ่งมีทั้งที่ขัดแย้งกัน และ สอดคล้องกลมกลืนกัน โดยทั้งผลงานแกะสลัก ตามความเชื่อ ในศาสนาเต๋า และ ตามหลักคำสอนของขงจื๊อนั้น มีพื้นฐานศิลปะ ที่เจริญงอกงาม มาจากศิลปะถ้ำ แนวพุทธศิลป์ของจีน

The earliest carvings were begun in 650 A.D. during the early Tang Dynasty, but the main period of their creation began in the late 9th century, when Wei Junjing, Prefect of Changzhou, pioneered the carvings on Mount Beishan, and his example was followed after the collapse of the Tang Dynasty by local and gentry, monks and nuns, and ordinary people during the Five Dynasties and Ten Kingdoms Period (907-65). In the 12th century, during the Song Dynasty, a Buddhist monk named Zhao Zhifeng began work on the elaborate sculptures and carvings on Mount Baoding, dedicating 70 years of his life to the project.

The carvings were listed as a World Heritage Site in 1999, citing “…their aesthetic quality, their rich diversity of subject matter, both secular and religious, and the light that they shed on everyday life in China during this period. They provide outstanding evidence of the harmonious synthesis of Buddhism, Taoism and Confucianism.”


ข้อมูล


มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปีค.ศ.1999
ที่ตั้ง : อำเภอต้าจู๋ ทางทิศตะวันตกเหนือใน นครฉงชิ่ง
สร้างเมื่อ : ราว ค.ศ.650 ปีแรก แห่งรัชสมัยหย่งฮุย ต้นราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618-907) จนถึง ราชวงศ์หมิง-ชิง (ราวคริสต์ศตวรรษที่ 14-19)
อาณาเขต : กินอาณาบริเวณของหินสลัก ที่ภูเขาทั้ง 5 ได้แก่ เป่ยซัน เป๋าติ่งซัน หนันซัน สือจ้วนซัน และ สือเหมินซัน และ เทือกเขาอื่นๆโดยรอบ ในเขตปกครอง 28 หมู่บ้านของพื้นที่ 32 ตำบล ทั่วอำเภอต้าจู๋

ข้อมูลท่องเที่ยว
การเดินทาง เดินทางโดยรถไฟหรือรถบัสจากเมืองฉงชิ่ง ลงที่สถานีอำเภอต้าจู๋ และต่อรถโดยสารไปตามจุดท่องเที่ยวต่างๆได้ การเที่ยวชมหินสลัก อ.ต้าจู๋ จากตัวเมือง ฉงชิ่ง สามารถไปเช้าเย็นกลับได้

ราคาบัตร (ปรับเมื่อปี 2003) ชมหินสลัก บนยอดเป๋าติ่ง 80 หยวน ชมทิวทัศน์ในเขต เป่ยซันจิ่งชีว์ 60 หยวน ราคาบัตรเหมา เข้าชมทั้ง 2 แห่ง 120 หยวน

ปฏิทินงานเทศกาล อ.ต้าจู๋

เทศกาลงานวัดบนยอดเป๋าติ่ง วันที่ 19 เดือนยี่ (ตามปฏิทินจันทรคติของจีน) ซึ่งเชื่อว่าเป็นวันเกิดของพระโพธิสัตว์กวนอิม

นิทรรศการดอกบัว เดือนกรกฎาคม-สิงหาคมทุกปี เป็นงานแสดงดอกบัว ที่ปลูกอยู่ใน อำเภอนี้ หลากหลายพันธุ์ รวมถึงศิลปวัฒนธรรม ที่เกี่ยวข้องกับดอกบัว

นิทรรศการศิลปะหินสลักต้าจู๋ ชมศิลปะการแกะสลัก และงานแสดงดนตรีที่อำเภอต้าจู๋ ในเดือนตุลาคม

ติดตามข่าวท่องเที่ยว อ.ต้าจู๋ ที่ http://www.accomthailand.com


ปรับปรุง จาก ข้อมูล และ คลิป ของ juanpingz

คลิปจาก http://www.youtube.com



อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้อง กับ Dazu Rock Carvings from

  • Wikipedia , the free encyclopedia
    http://en.wikipedia.org/wiki/Dazu_Rock_Carvings
  • UNESCO World Heritage Centre
  • หินสลักยุคหลัง ที่ เมืองฉงชิ่ง ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 พฤษภาคม 2547 12:06 น.
  • Dazu Rock Carving
  • About Dazu Rock Carving (in Englisch)
  • Baodingshan of Dazu Rock Carving (in Englisch)
  • จาก ข้อมูล และ ภาพ ของ http://www.cndz.net/english/


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    June 4, 2008

    กมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา สำรวจ เขาพระวิหาร

    คณะกรรมาธิการต่างประเทศ วุฒิสภา สำรวจเขาพระวิหาร พิสูจน์ข้อเท็จจริง กรณีพื้นที่ทับซ้อน ระหว่าง ไทย – กัมพูชา บริเวณเขาพระวิหาร เผยกรณี พื้นที่ทับซ้อน น่าจะมีการตกลงแลกเปลี่ยนประโยชน์กับพื้นที่อื่น จึงปล่อยให้ปัญหาเรื้อรังมานาน แนะ รัฐบาลควรให้คนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้ด้วย

    ที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหารโคปุระชั้นที่ 2 ติดกับ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง กรรมาธิการต่างประเทศ วุฒิสภา พร้อมด้วย คณะกรรมาธิการต่างประเทศ จำนวนประมาณ 10 คน ได้เดินทาง ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรับทราบข้อมูลกรณีปัญหาพื้นที่ทับซ้อน บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร และกรณีที่ มีประชาชนชาวกัมพูชา พากันบุกรุกเข้ามาสร้างบ้านเรือนที่พักอาศัย แล ะร้านค้าขายของที่ระลึก ที่บริเวณเชิงเขาพระวิหาร

    ซึ่งนายเจิมศักดิ์ และคณะ ได้เดินสำรวจบริเวณที่มีปัญหาทับซ้อน รวมทั้งสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ทั้งจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 และเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จากนั้นได้ขึ้นไปตรวจสอบดูปราสาทเขาพระวิหารแต่ละชั้น ซึ่งพบว่าสภาพปราสาทส่วนมาก ยังคงมีสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ แม้ว่าบางส่วนจะ ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลาก็ตาม แต่ก็ยังคงมีความสวยงามเช่นเดิม ตามแบบของอารยธรรมขอมโบราณ

    นายเจิมศักดิ์ กล่าวว่า กรณีที่ชาวกัมพูชา เข้ามาสร้างบ้านเรือนอยู่ที่บริเวณเชิงเขาพระวิหารนั้น หากจะดูตาม คำพิพากษา ของศาลโลกแล้ว ถือว่าบริเวณเชิงเขาพระวิหาร เป็นเขตแดนไทยอย่างชัดเจน แต่ตนไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด จึงมีการปล่อยให้ชาวเขมร เข้ามาสร้าง บ้านเรือนและ ร้านค้าอยู่กันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งการสร้างวัดบน พื้นที่ ทับซ้อนระหว่าง ไทยกับกัมพูชาอีกด้วย

    ซึ่งเรื่องนี้ตน เห็นว่าจะต้องมีการต่อรองเจรจากัน แต่ตนดูแล้วเห็นว่า ทางฝ่ายไทยเราค่อนข้างใจดีมาก เนื่องจากว่ามีการอะลุ่มอะหล่วย อนุญาตให้ชาวเขมรเข้ามาอยู่ในเขตแดนของตนเอง ซึ่งดูแล้วจะเห็นว่าใจดีผิดปกติ

    แต่ตนคิดว่าทางฝ่ายบริหารอาจจะมีการพิจารณาดูแล้วว่า เราอาจจะได้ประโยชน์จากจุดอื่นก็ได้ ซึ่งตน ทราบว่ามีการไปเจรจาตกลงกัน ที่ประเทศฝรั่งเศสเมื่อปลายเดือนที่แล้ว แต่ตนก็ไม่ทราบว่า ใครไปตกลงอะไรกับใคร เนื่องจากว่า มีเพียงฝ่ายการเมือง กับฝ่ายกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น ที่ไป เจรจากับฝ่ายกัมพูชา ส่วนจะมีการแลกเปลี่ยน ผลประโยชน์บริเวณปราสาทเขาพระวิหารนี้ กับจุดอื่นด้วย หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ซึ่งจะต้องดูว่าใครไปตกลงกับใคร

    นายเจิมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่ทางฝ่ายกัมพูชา จะมีการนำเอาแผนที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหารนี้ส่ง ไปให้ฝ่ายไทยได้ตรวจสอบดูในวันที่ 6 มิ.ย.51 นี้ คงจะต้อง เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ว่า จะยอมรับได้หรือไม่

    ซึ่งการแก้ไขปัญหาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนนี้ จะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาที่เรื้อรังยืดเยื้ออีกต่อไป ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้คงจะต้องมีการเจรจากันอย่างยืดยาว และใช้เวลานานพอสมควร ตามความคิดเห็นของตนแล้ว เรื่องนี้คงจะต้องใช้เวลานานพอสมควร จึงจะทำให้ การเจรจาประสบผลสำเร็จได้ และหากว่า การเจรจาแก้ไขเรื่องพื้นที่ทับซ้อนนี้ ไม่สามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จ การที่ฝ่ายกัมพูชา ขอขึ้นทะเบียน ปราสาทเขาพระวิหาร เป็นมรดกโลก ก็คงต้องมี การเลื่อนเวลาออกไปอีกอย่างแน่นอน

    ตนเห็นว่าในการแก้ไขปัญหาเรื่อง พื้นที่ทับซ้อนและ การที่ฝ่ายกัมพูชาให้ ประชาชนชาวกัมพูชาเข้ามาอยู่ในพื้นที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหารนี้ จะต้องให้คนในพื้นที่ในเขต จ.ศรีสะเกษ เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้วย ไม่ควรที่จะให้เพียงส่วนกลางเท่านั้นเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหา

    เพราะว่าบางที คนที่มาจากส่วนกลาง ก็ไม่มีความเข้าใจสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น เท่ากับ คนในพื้นที่นั่นเอง ซึ่งคงจะต้องนำเรื่องนี้ไปหารือกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

    ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ผู้จัดการออนไลน์


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    April 29, 2008

    สร้างรั้วไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ป้องกันช้าง ออกนอกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา


    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เตรียมก่อสร้างรั้วไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ป้องกันช้างออกนอกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา จังหวัดลพบุรี คาดแล้วเสร็จตุลาคมนี้..


    ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานคณะกรรมการมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ เป็นประธานรับมอบเงินสนับสนุน จำนวน 1,000,000 บาท จาก นายสมบัติ ศานติจารี ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ สำนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บางกรวย เพื่อช่วยเหลือ ช้างให้กลับคืนสู่ป่าธรรมชาติ ในโครงการ กฟผ.คืนช้างสู่ป่าตัวแรก ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ


    ซึ่งช้างที่จะปล่อยคืนสู่ป่า ทางมูลนิธิฯ จะดูแลปรับพฤติกรรมช้างให้คุ้นเคยกับป่าก่อนปล่อย ทั้งนี้ กฟผ.ยังได้ทำรั้วไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ป้องกันช้าง ออกนอกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา จังหวัดลพบุรี และ ป้องกันการเข้าไปหาอาหารของช้างใน พื้นที่เพาะปลูกของประชาชน


    ประธานคณะกรรมการมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ กล่าวว่า รั้วไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กฟผ.ได้มีการออกแบบ รั้วไฟฟ้าและพื้นที่ก่อสร้างไว้เรียบรัอยแล้ว จะไม่เป็นอันตรายต่อ ประชาชนรอบนอกและสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ โดยมีช่องสำหรับสัตว์ขนาดเล็กเดินได้ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม และ จ่ายกระแสไฟฟ้ารั้วแสงอาทิตย์ได้ เดือนพฤศจิกายนนี้


    ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุญาตจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อดำเนินการก่อสร้างต่อไป


    ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

    ข้อมูลเพิ่มเติม

    เซลล์สุริยะ หรือ เซลล์แสงอาทิตย์ (solar cell) อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่มีหน้าที่แปลงโฟตอนจากแสงแดด ให้เป็นกระแสไฟฟ้า โดยทั่วไปแล้ว เซลล์สุริยะที่มีทั้งแหล่งแสงจากดวงอาทิตย์และจากแหล่งอื่น ล้วนเรียกรวมกันว่า เซลล์โฟโตวอลเทอิก (photovoltaic cell)

    เรียนรู้เรื่ิอง การผลิตไฟฟ้า โดยเซลล์แสงอาทิตย์ ที่นี่

    คืนช้างสู่ป่า ทำได้จริงหรือ?
    แหล่งที่มา : http://www.matichon.co.th โดย สุทธิโชค จรรยาอังกูร
    ชมวิดิทัศน์ (ภาษาอังกฤษ) Introduction to How Solar Cells Work ของ Discovery Channel

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    March 16, 2008

    DSI ประสานตำรวจ คุ้มครองชาวบ้านพังงา

    กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI
    พร้อมให้การคุ้มครองชาวบ้านพังงา
    หากข้อร้องเรียนบุกรุก ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าช่องหลาด
    เข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ

    พันเอก ปิยะวัฒน์ กิ่งเกตุ
    ผู้บัญชาการสำนักคดีพิเศษ กล่าวถึงกรณีที่ชาวบ้านชุมชน บ้านในไร่ และ บ้านย่าหมี ตำบลเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา ถูกข่มขู่คุกคามอย่างต่อเนื่อง ภายหลังเข้าร้องเรียนว่า


    ให้ตรวจสอบกรณีมี ผู้บุกรุกทำลายป่าชายเลน และ ออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่สาธารณะของรัฐ ภายในจังหวัดพังงา กว่า 1,000 ไร่ ว่า ขณะนี้ได้เตรียมประสานกับตำรวจในพื้นที่ เพื่อคุ้มครองชาวบ้าน หากคดีเข้าข่ายคดีพิเศษ

    โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เร่งตรวจสอบ และ ดำเนินคดี กับ การออกเอกสารสิทธิ์ทับพื้นที่ป่าชายเลน ที่ดินสาธารณะชายฝั่งทะเล ในชุมชนบ้านในไร่ และ พื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าช่องหลาด ป่าเกาะยาวใหญ่ และบริเวณใกล้เคียง โดยเร่งด่วน คาดว่าจะ สรุปความชัดเจนได้ภายใน 1 เดือน


    ข่าวจาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

    Create a free website or blog at WordPress.com.