Accom Thailand

April 27, 2009

“ศิริราช” ไม่ฟันธง ผล ชันสูตร “พลฯ อภินพ” ฐานกะโหลกร้าว โดยถูกซ้อม หรือ หกล้ม


ผลชันสูตร “พลฯ อภินพ” ฐานกะโหลกร้าว
“ศิริราช” ไม่ฟันธง ถูกซ้อม หรือ หกล้ม

ที่โรงพยาบาลศิริราช ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมด้วย รศ.นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์ หัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการชันสูตรพลิกศพและชันสูตรบาดแผล ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบศพฯ แถลงผลการตรวจชันสูตรศพพลทหาร อภินพ เครือสุข

ที่โรงพยาบาลศิริราช ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมด้วย รศ.นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์ หัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการชันสูตรพลิกศพและชันสูตรบาดแผล ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบศพฯ แถลงผลการตรวจชันสูตรศพพลทหาร อภินพ เครือสุข


หมอ ศิริราช ไม่ฟันธง “พลทหาร อภินพ” หกล้ม หรือ ถูกซ้อม
บอกเพียงว่า ศีรษะ กระแทกของแข็ง อย่างแรง ฐานกะโหลก แตกร้าว


ระบุ ตายเพราะ เลือดออก เหนือเยื่อหุ้มสมอง
ด้าน ส.ส. เพื่อไทย ยังปักใจเชื่อว่า มีคนทำให้ตาย


วันนี้ (27 เม.ย) เวลา 13.30 น.ที่โรงพยาบาล ศิริราช ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ร่วมด้วย รศ.นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์ หัวหน้าภาควิชา นิติเวชศาสตร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การชันสูตรพลิกศพ และชันสูตรบาดแผล ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบศพฯ

แถลงผลการตรวจชันสูตรศพ พลทหาร อภินพ เครือสุข อายุ 22 ปี ทหารรับใช้ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งเสียชีวิต ภายในบ้านพัก แม่ทัพภาคที่ 1 ตั้งอยู่ใน กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) เมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา

โดย นพ.วิสูตร กล่าวว่า ทาง รพ.ศิริราช ได้เริ่มทำการตรวจศพที่ ห้องตรวจศพ เมื่อเวลา 10.30 น. ทีตึกอดุลยเดชวิกรม ชั้นหนึ่ง คณะแพทย์ได้ทำการตรวจ อวัยวะภายนอก และ ภายใน ทำการเอกซเรย์อวัยวะ ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น กะโหลกศีรษะ คอ หน้าอก เชิงกราน แขน และ ขา ซึ่งมีการถ่ายภาพ เก็บเป็น หลักฐาน ไว้ทุกขั้นตอน

สำหรับผล การตรวจศพ ในเบื้องต้น พบว่า มีอาการช้ำ บริเวณ ต้นคอด้านหลัง ค่อนมาทางซ้าย ฐานกะโหลกศีรษะ ด้านซ้าย ส่วนหลัง มีรอยแตกร้าว ตำแหน่ง ที่ใกล้กับ ช่องไขสันหลัง มีรอยแตก ยุบเล็กน้อย เป็นแผลยาวต่อเนื่อง เป็นแผลที่ 2 และ 3 มีเลือดออก เหนือเยื่อหุ้ม ไขสันหลัง บริเวณคอ ส่งผลให้ เนื้อสมองกลีบซ้าย ส่วนหลัง มีรอยกดยุบจาก เลือดที่ออกเหนือ เยื่อหุ้มสมอง ชั้นหนา ที่คงค้างอยู่

“สรุปสาเหตุ การเสียชีวิต ไม่ได้เกิดจาก คอหัก แต่เกิดจาก กะโหลกศีรษะ ส่วนหลังแตก มีเลือดออก เหนือเยื่อหุ้มสมองชั้นหนา ที่กดเนื้อสมอง ซึ่งไม่ได้ทำให้ เสียชีวิต ในทันที อย่างไรก็ตาม การตายเร็ว หรือ ช้า ขึ้นอยู่กับ การไหลซึม ของเลือด แต่จากรอยแผล ที่ต่อเนื่องนั้น เชื่อว่า เป็นการกระแทก อย่างรุนแรง หนึ่งครั้ง แต่ แพทย์เจาะจงไม่ได้ว่า เกิดจากการซ้อม หรือ ลื่นหกล้มเอง บอกได้เพียงว่า เกิดจาก การกระแทก กับ ของแข็ง หรือ ถูกของแข็ง มากระแทก”

นพ.วิสูตร กล่าวต่อว่า คณะแพทย์ ได้ตรวจสอบ อวัยวะภายในแล้ว พบว่า ไม่มีส่วนใดผิดปกติ หรือ ฉีกขาด แต่บาดแผลภายนอก ที่พบเห็น ก็คือ มีรอยช้ำ บริเวณแขนขา เป็นจุดเล็กๆ ซึ่งแพทย์ได้ ตัดเนื้อเยื่อ บริเวณดังกล่าว ไปสุ่มตรวจ โดยการย้อมพิเศษ ซึ่งต้องรอผล อย่างน้อย 7 วัน และ จะรวบรวม ข้อมูล พร้อมแนบ สาเหตุการเสียชีวิต ให้กับ เจ้าพนักงานเจ้าของคดี ทั้งนี้ เนื่องจาก แพทย์ไม่สามารถ ระบุ พฤติการณ์แห่งเหตุได้ แต่เชื่อว่า เมื่อ พนักงานสอบสวน
ได้รับข้อมูลแล้ว จะสามารถ สรุปสำนวนได้

ด้าน นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ซึ่งเข้าร่วม สังเกตการณ์ ในการแถลงข่าว ในครั้งนี้ด้วย ให้สัมภาษณ์ว่า แม่ ของ พลทหาร อภินพ เชื่อใจ รพ.ศิริราช จึงขอย้าย ให้มา ชันสูตรศพ ที่นี่ และ จากที่ตน ได้ฟัง ผลการชันสูตรศพ

ตนเชื่อว่า บาดแผล ที่เกิดนั้นใหญ่ มีความเป็นไปได้สูงที่ พลทหาร อภินพ จะถูกของแข็ง กระแทกที่ศีรษะ หรือ ถูกซ้อม สูงกว่า การลื่นล้ม เอง อย่างไรก็ตาม ตนในฐานะ ส.ส. ได้หมดหน้าที่แล้ว ต่อจากนี้ ต้องเป็น หน้าที่ ของ เจ้าพนักงานสอบสวน


astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 27 เมษายน 2552 20:37 น.
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000047125


พิมพ์ ข่าวนี้ ผลชันสูตร “พลฯ อภินพ” ฐานกะโหลกร้าว
“ศิริราช” ไม่ฟันธง ถูกซ้อม หรือ หกล้ม



ยธ.สั่ง ดีเอสไอ แจงข้อเท็จจริง จุ้นศพ พลทหาร มทภ.1

รองปลัดยุติธรรม สั่ง “ดีเอสไอ” ทำบันทึก รายงานข้อเท็จจริง โดยด่วน
กรณี ส่งหนังสือ ขอความอนุเคราะห์ ผ่าศพ พลทหาร บ้านแม่ทัพภาคที่ 1
ไปยัง โรงพยาบาลศิริราช


วันนี้ (27 เม.ย.) ที่ กระทรวงยุติธรรม นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัด กระทรวงยุติธรรม ในฐานะกำกับดูแล กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึง กรณีที่ คณะแพทย์โรงพยาบาลศิริราช แถลงผล ผ่าชันสูตรพลิกศพ พลทหาร อภินพ เครือสุข ทหารรับใช้ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ที่เสียชีวิต ภายในบ้านพัก ของ แม่ทัพภาคที่ 1 ตั้งอยู่ใน กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (ร.1 รอ.)

โดยออกมาระบุว่า การผ่าชันสูตรครั้งนี้ เป็นไป ตามหนังสือ ขอความอนุเคราะห์ที่ ดีเอสไอ ส่งมา ตามหมายเลขหนังสือ ที่ ยธ.0800/พิเศษ
ว่า ตนได้รับเอกสารดังกล่าว จาก โรงพยาบาลศิริราชแล้ว ซึ่งในหนังสือระบุ

คำขอความอนุเคราะห์ ว่า นางศิริมล มาเพชร มารดา ของผู้ตาย ประสงค์ จะขอนำศพ ไปทำการ ชันสูตรพลิกศพ ที่ โรงพยาบาลศิริราช จึงขอ ส่งศพ มาตามความประสงค์ ของมารดาผู้ตาย

ทั้งนี้ ดีเอสไอได้ชี้แจงเบื้องต้น ว่า หนังสือดังกล่าว เป็นเพียง การประสานงาน กับ โรงพยาบาลศิริราช เท่านั้น เนื่องจาก นางศิริมาได้ร้องขอต่อ ดีเอสไอ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ดีเอสไอ ยังไม่ใช่ พนักงานสอบสวน ไม่มีอำนาจ เข้าไป สืบสวนคดีนี้ โดยตรง ทำได้ เพียงการสืบสวนข้อเท็จจริง เบื้องต้น เท่านั้น ตน จึงได้ สั่งการให้ ดีเอสไอ ทำบันทึกรายงาน อย่างละเอียด ส่งให้ตนพิจารณา โดยด่วนแล้ว


astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 27 เมษายน 2552 16:36 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000047154


พิมพ์ ข่าวนี้ ยธ.สั่ง ดีเอสไอ แจงข้อเท็จจริง จุ้นศพ พลทหาร มทภ.1


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

February 9, 2009

Beijing CCTV Annex Fire – Mandarin Oriental Hotel – เทศกาล “โคมไฟ” ผลาญ ร.ร.หรู 40 ชั้น กลางกรุงปักกิ่ง


พระเพลิงพิโรธ เทศกาล “โคมไฟ” ผลาญ ร.ร.หรู 40 ชั้น กลางกรุงปักกิ่ง

Beijing CCTV Annex Fire – Mandarin Oriental Hotel Fire – 9 Feb 2009 approx. 9:06pm

Note: The fire is in the building immediately next to the new CCTV HQ which will be the Mandarin Oriental Hotel. It is NOT the CCTV HQ building.

เพลิงลุกไหม้โรงแรมภ??่างรวดเร็ว ขณะที่เหนืภ??่านฟ้ากรุงปักกิ่งจุดดภ??ไม้ไฟไหม้ฉลภ??เทศกาลโคมไฟ ในคืนวันจันทร์(9 ก.พ.) ซึ่งโรงแรมดังกล่าวตั้งภ??ู่ห่างจากสำนักงานซีซีทีวีเพียง 234 เมตรเท่านั้น - ภาพ เภ??ภ??พี

เพลิงลุกไหม้โรงแรมอย่างรวดเร็ว ขณะที่เหนือน่านฟ้ากรุงปักกิ่งจุดดอกไม้ไฟไหม้ฉลองเทศกาลโคมไฟ ในคืนวันจันทร์(9 ก.พ.) ซึ่งโรงแรมดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากสำนักงานซีซีทีวีเพียง 234 เมตรเท่านั้น - ภาพ เอเอฟพี


เพลิงลุกไหม้โรงแรม อย่างรวดเร็ว ขณะที่ เหนือน่านฟ้ากรุงปักกิ่ง จุดดอกไม้ไฟ ไหม้ฉลอง เทศกาลโคมไฟ ในคืนวันจันทร์ (9 ก.พ.) ซึ่งโรงแรมดังกล่าว ตั้งอยู่ห่างจาก สำนักงานซีซีทีวีเพียง 234 เมตรเท่านั้น – ภาพ เอเอฟพี

เอเอฟพี – พระเพลิงโหม โรงแรมหรู ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือ ติดกับสำนักงานใหญ่สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี รายงานล่าสุด เจ้าหน้าที่ดับเพลิง เสียชีวิตแล้ว 1 คน ในเช้าวันนี้ (10 ก.พ.)
  Mandarin Oriental Hotel โรงแรมหรู ที่ภ??ู่ระหว่างการก่ภ??ร้างใน กรุงปักกิ่ง ซึ่งภ??ู่ทางด้านเหนืภติดกับ สำนักงานใหญ่ สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี

Mandarin Oriental Hotel โรงแรมหรู ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างใน กรุงปักกิ่ง ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือ ติดกับ สำนักงานใหญ่ สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี



สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล สูงกว่า 40 ชั้นในกรุงปักกิ่ง เกิดเพลิงลุกไหม่ขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อวันจันทร์(9 ก.พ.) ขณะที่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน ที่ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล ส่วนจาง เจี้ยนหย่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเสียชีวิตลงในตอนเช้าตรู่ของวันนี้ เนื่องจากสูดควันพิษเข้าไปขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่
ด้านโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลระบุในเว็บไซต์ของทางโรงแรมว่า ขณะเกิดเหตุไฟไหม้ ไม่มีคนงานอยู่ในอาคารดังกล่าว จึงคาดว่าไม่น่าจะมีผู้เสียชีวิต

เนื่องจากโรงแรมอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปลายปีนี้ โดยทำเลที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือห่างจากสำนักงานใหญ่สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมสุดอลังการของกรุงปักกิ่งเพียง 234 เมตรเท่านั้น

โรงแรมแมนดาริน โภ??รียนเต็ล สูงกว่า 40 ชั้นในกรุงปักกิ่ง โรงแรมภ??ู่ในระหว่าง การก่ภ??ร้าง

โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล สูงกว่า 40 ชั้นในกรุงปักกิ่ง โรงแรมอยู่ในระหว่าง การก่อสร้าง

สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีระบุ เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวลุกลามอย่างรวดเร็วและเป็นเวลานานราว 4 ชั่วโมง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะสามารถควบคุมเอาไว้ได้

สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่า เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่เหนือฟ้าทั่วกรุงปักกิ่งมีการจุด ดอกไม้ไฟเพื่อฉลองเทศกาลโคมไฟ (เทศกาลหยวนเซียว) ขณะที่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ไฟเริ่มลุกลามเป็นเปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

เพื่อความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องปิดพื้นที่ไม่ให้ประชาชน เข้าไปในบริเวณดังกล่าว จึงทำให้การจราจรบางส่วนติดขัด แต่ขณะนี้ทางการจีนยังไม่ระบุว่าเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจุด ดอกไม้ไฟหรือไม่

ตึกซีซีทีวีรูปตัว L คว่ำ 2 ตัวพิงกันอยู่บนฐานเดียวกัน เป็นผลงานการออกแบบของเรม คูลฮาซ จากบริษัทออกแบบ OMA (the Office for Metropolitan Architecture) โดยมีบริษัท Ove Arup รับผิดชอบด้านวิศวกรรม เริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2004 ด้วยงบประมาณสูงถึง 5,000 ล้านหยวน ตั้งอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ(CBD) บนถนนตงซันหวน เขตเฉาหยางของปักกิ่ง ซึ่งมีตึกสูงระฟ้ากระจุกตัวอยู่กว่า 300 ตึก

CCTV แถลงการณ์ ขภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้

CCTV แถลงการณ์ ขออภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้



ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 กุมภาพันธ์ 2552 19:43 น. :

CCTV แถลงการณ์ ขออภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้


เอเจนซี – พระเพลิงเผา โรงแรมหรู สูงกว่า 40 ชั้น ในกรุงปักกิ่ง กลางดึก วันอังคาร ต้นเหตุ คนงานซีซีทีวี ใช้ดอกไม้ไฟ อานุภาพรุนแรง จุดฉลอง เทศกาลโคมไฟ ตำรวจเผย เจ้าของตึก ไม่สนใจ คำตักเตือนผิด ซ้ำไม่ขออนุญาต รัฐบาลท้องถิ่น ควันพิษ คร่านักดับเพลิง 1 ราย ขณะที่ บาดเจ็บอีก 7 ราย

หลังจากที่ เกิดเหตุเพลิงไหม้ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ในเขต เฉาหยาง ของ กรุงปักกิ่ง ในคืนวันจันทร์ (9) เวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลา ท้องถิ่น

ล่าสุด สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี CCTV ได้ออกมา แถลง ผ่าน เว็บไซต์ใน วันอังคาร (10 ก.พ.) ว่า


“ซีซีทีวี รู้สึกเสียใจ เป็นอย่างยิ่ง ที่การแสดงดอกไม้ไฟ “เทศกาลหยวนเซียว – เทศกาลขโมยผัก” หรือมีการเรียก เทศกาลนี้ อีกอย่างว่า เทศกาลโคมไฟ ที่ทางสถานีฯ จัดขึ้น เป็นต้นเหตุ ให้เกิด ความเสียหาย อย่างใหญ่หลวง แก่ ประเทศชาติ และ ขออภัย ประชาชน ที่อาศัยอยู่ บริเวณ ใกล้เคียง ที่ต้องเผชิญกับ ปัญหาการจราจรติดขัด และความไม่สะดวก จาก เหตุไฟไหม้”

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 กุมภาพันธ์ 2552 12:33 น. – 10 กุมภาพันธ์ 2552 19:43 น.
http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9520000015088
http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9520000015412


ปรับปรุง จาก ข้อมูล และ คลิป ของ knikkor February 09, 2009

คลิปจาก http://www.youtube.com


พิมพ์ ข่าวนี้ พระเพลิงพิโรธเทศกาล “โคมไฟ” ผลาญ ร.ร. หรู 40 ชั้น กลางกรุงปักกิ่ง


พิมพ์ ข่าวนี้ CCTV แถลงการณ์ ขออภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้



อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้องต่อได้จาก

  • ASTV ผู้จัดการออนไลน์ CCTV แถลงการณ์ ขออภัย ต้นเหตุเพลิงไหม้
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 กุมภาพันธ์ 2552 19:43 น.

  • ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    February 7, 2009

    Plane Crash Lands “Safely” in Australia’s Darwin Harbour- นักบิน ฮีโร่ ลงจอดฉุกเฉิน ในทะเล-ผู้โดยสาร รอดหมด


    Plane Crash Lands “Safely” in Australia’s Darwin Harbour

    YouTube

    Fortunately, this next disaster in Australia–that could have been tragic–was not. All six people are alive and well after a plane crashed in Darwin Harbour.


    An Australian pilot was praised on Friday (February 6) for his efforts in safely crash landing a light plane on Darwin Harbour, with all six onboard unhurt.

    The plane experienced a loss of power shortly after take-off from Darwin airport, in the Northern Territory, Australia, on Friday morning, the Australian Associated Press reported.

    [Steve Bolle, Pilot]:
    “We’re all good, everyone is OK. We just lost power.”

    Pilot Steve Bolle was forced to make an emergency landing in the shallow waters of the harbor after he realized he would not be able to make it back to the airport.

    The aircraft came to rest on a sand bank 600 feet from the shore. The five passengers and pilot were then able to wade through shallow water back to land, and contact ambulance crews.

    It is unknown what caused the engine to fail but Bolle has been commended for his quick thinking and professional handling of the situation.

    The story is reminiscent of the Hudson River landing in New York on January 15. U.S. pilot Captain Chesley Sullenberger had landed an Airbus A320 on the water when the engines lost power after a flock of geese flew into the engines. All 155 people on board survived.


    นักบิน ชาว��สเตรเลีย สามารถนำเครื่�งบินบริษัท ลงจ�ด �ย่างปล�ดภัย ในทะเลใกล้ชายฝั่ง เมื�งดาร์วิน

    นักบิน ชาวออสเตรเลีย สามารถนำเครื่องบินบริษัท ลงจอด อย่างปลอดภัย ในทะเลใกล้ชายฝั่ง เมืองดาร์วิน


    ฮีโร่นักบิน โผล่อีก!
    หนนี้ นำเครื่องลงจอด ในทะเล
    ผู้โดยสาร รอดหมด

    ซีเอ็นเอ็น – เผยนักบิน ชาวออสเตรเลีย สามารถนำ เครื่องบินบริษัท ลงจอดอย่างปลอดภัย ในทะเล ใกล้ชายฝั่ง เมืองดาร์วินใน วันศุกร์ (6) ปฏิบัติการ ลงจอด ในน้ำ เหมือนกับ เหตุการณ์เครื่องบิน ยูเอสแอร์เวย์ส ที่ต้องลงจอด ในแม่น้ำ ในนิวยอร์ก เมื่อเดือน ที่ผ่านมา


    นักบินชาวออสเตรเลีย ประสบปัญหาขัดข้องไม่นาน หลังจากขึ้นบินเช่นเดียวกับ กรณีที่เกิดขึ้นกับ เครื่องบิน ยูเอสแอร์เวย์ส โดยเครื่องบินใบพัดคู่ ซึ่งบรรทุก นักบิน และ ผู้โดยสาร อีก 5 คน ต้องลงจอดฉุกเฉิน ไม่กี่อึดใจ หลังออกจาก สนามบิน นานาชาติ ดาร์วิน เนวิลล์ บลิตช์ เจ้าหน้าที่อาวุโส หน่วยสืบสวน ด้านความปลอดภัย การขนส่ง จาก สำนักงาน ความปลอดภัย ด้านการขนส่ง ออสเตรเลีย (ATSB) ระบุ

    ทุกคนที่อยู่บน เครื่องบินขนาดเล็ก รุ่นไพเพอร์ ชิฟเทน ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และแบกสัมภาระ เดินขึ้นสู่ชายฝั่ง ได้เอง “โชคดี ที่ไม่มีใคร ได้รับบาดเจ็บ” บลิตช์ บอก พร้อมระบุว่า เอทีเอสบี กำลังสืบสวนเรื่องนี้ แต่เวลานี้ ยังไม่ทราบถึง สาเหตุของอุบัติเหตุ ดังกล่าว

    สตีฟ บอลเล นักบินค้นหาพื้นที่ ใกล้ชายหาด ในการลงจอดฉุกเฉิน เหตุการณ์ที่ย้อนให้คิดถึง การลงจอด ใน แม่น้ำฮัดตัน ของเครื่องบิน แอร์บัสเอ 320 เมื่อเดือน ที่ผ่านมา

    เครื่องบินจอดสงบนิ่ง ตรงสันดอนทราย สูงจากระดับน้ำทะเล ต่ำสุดราว 2 ฟุต ผู้โดยสารทั้ง 6 คน ต้องเดินลุยน้ำ ระยะทาง ราว 200 เมตร เพื่อไปยัง ชายหาด

    เจ้าของเครื่องบิน ลำดังกล่าวคือ บริษัทคอมพิวเตอร์ ซีเอสจี “เราขอแสดงความยินดี ต่อ นักบิน ต่อ เหตุการณ์ ลงจอดฉุกเฉิน และ อพยพผู้โดยสาร เขามีความเป็น มืออาชีพ อย่างมาก สำหรับจัดการกับ สถานการณ์ ที่เกิดขึ้น” แถลงการณ์ของ ซีเอสจี ระบุ


    ดาร์วิน เป็นเมืองที่อยู่ เหนือสุด ของ ออสเตรเลีย ตั้งประชิด กับทะเลติมอร์ และ สนามบินของเมือง อยู่ติดทะเล

    เส้นโคจร ของเครื่องบิน อยู่เหนือทะเล ทำให้ นักบินมีโอกาส อันจำกัด ในการนำเครื่อง ลงจอดฉุกเฉิน บนพื้นดิน บลิตช์ ระบุ พร้อมบอกว่า ทะเล คือ ทางเลือก ที่ปลอดภัยกว่า ชายหาด สำหรับลงจอด เนื่องจาก ไม่สามารถ ทราบได้ว่า ทราย มีความมั่นคง แค่ไหน

    สื่อมวลชนออสเตรเลีย ให้ฉายา นักบินว่า “ซัลลี ไลท์” เปรียบเทียบเขากับ นักบินที่นำเครื่องบินแอร์บัส ลงจอด อย่างปลอดภัย ในแม่น้ำฮัดสัน โดยนักบิน เชสลีย์ “ซัลลี” ซัลเลนเบอร์เกอร์ ถูกยกย่องว่าเป็น “ฮีโร่” สำหรับ การลงจอด อย่างปลอดภัย และตรวจตรา ให้แน่ใจว่า ผู้โดยสาร ทั้งหมด 115 คนรอดชีวิต


    ปรับปรุง จาก ข้อมูล และ คลิป ของ News Source :: http://www.youtube.com/ntdtv February 09, 2009

    คลิปจาก http://www.youtube.com

    astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2552 06:19 น.
    http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014241


    พิมพ์ ข่าวนี้ ฮีโร่นักบิน โผล่อีก! หนนี้ นำเครื่องลงจอด ในทะเล – ผู้โดยสาร รอดหมด


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    September 25, 2008

    “ลีน่าจัง” ยุติหาเสียง! หัวหน้าทีมจมน้ำ คลองสามวา เสียชีวิต วันนี้ หลังตนเองตกคลองแสนแสบ วานนี้

    นางลีนา จังจรรจา ยุติหาเสียง! รับผิดช�บเหตุ หัวหน้าทีมจมน้ำดับ

    นางลีนา จังจรรจา ยุติหาเสียง! รับผิดชอบเหตุ หัวหน้าทีมจมน้ำดับ


    “ลีน่าจัง” ยุติหาเสียง! รับผิดชอบเหตุ หัวหน้าทีมจมน้ำดับ


    “ลีน่า จัง” ยกทีมงานทั้ง ชายหญิงกว่า 10 คน บุก คลองสามวา สาธิต และ พิสูจน์คุณภาพน้ำ ด้วยการอาบน้ำ ในคลองสามวา เพื่อหาเสียง หัวหน้าทีมหาเสียง ถึงคราวเคราะห์ จมน้ำดับ เจ้าตัวเผย สุดเศร้า พร้อมรับผิดชอบ ครอบครัวผู้ตาย ประกาศขอยุติหาเสียง รับผิดชอบ กับ เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น


    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น. นางลีนา จังจรรจา (ลีน่า จัง) ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) หมายเลข 7 สังกัดอิสระ พร้อมทีมงาน ได้เดินทางไปหาเสียง กับประชาชน ย่านคลองสามวา โดยนุ่งกระโจมอก สีชมพู สาธิตการอาบน้ำ ในคลองสามวา พร้อมกับ ทีมงานทั้งชายหญิง กว่า 10 คน เพื่อพิสูจน์ว่า ผื่นจะขึ้น ตามร่างกายหรือไม่


    เนื่องจากได้รับการร้องเรียน จากประชาชน ในพื้นที่คลองสามวา ฝั่งตะวันตก ว่า พื้นที่ดังกล่าว น้ำประปาเข้าไม่ถึง ต้องอาบน้ำ ในคลอง แล้วเกิด ผื่นคันขึ้น ตามร่างกาย


    แต่หลังจากทีมงาน นางลีน่า จัง ลงไปว่ายน้ำ ได้ไม่นาน ปรากฏว่า นายธีระศักดิ์ สิตานนท์ อายุ 32 ปี หัวหน้าทีมงาน นางลีน่า จัง ซึ่งว่ายน้ำ ห่างออกไป จากจุด ที่สาธิตการอาบน้ำ และจมหาย ไปกว่าชั่วโมง จนเจ้าหน้าที่ มูลนิธิร่วมกตัญญู งมร่างของ นายธีระศักดิ์ ขึ้นมา พบว่า เสียชีวิต แล้ว


    นางลีน่า จัง ให้สัมภาษณ์ ทั้งน้ำตา ว่า หลังจากทราบว่า ทีมงานไม่ได้ขึ้นจากน้ำ ก็ได้ให้ ทีมงานคนอื่นๆ งมหา แต่เนื่องจาก ทีมงานของตน ไม่ใช่ นักประดาน้ำ จึงไม่ชำนาญ และหาไม่พบ จนต้องโทร. แจ้งตำรวจ 191 แต่ตำรวจ ที่มา ก็ไม่ได้ช่วยอะไร คนที่ช่วยงม คือ เจ้าหน้าที่ จาก มูลนิธิ ร่วมกตัญญู ทั้งนี้ ทีมงานของตน ลงน้ำไปเพียง 3 นาที เท่านั้น


    และก่อนลงน้ำ ก็ได้สอบถาม ทีมงาน ทราบว่า ทุกคนว่ายน้ำเป็น ส่วนสาเหตุของ การจมน้ำ ตนไม่ทราบ ต้องรอให้ เจ้าหน้าที่ จาก สถาบันนิติเวช ชันสูตรศพ


    อย่างไรก็ตาม ตนจะให้ความช่วยเหลือ กับครอบครัวของ นายธีระศักดิ์ อย่างเต็มที่ และ ขณะนี้ ภรรยาของ ผู้ตาย กำลังตั้งครรภ์อยู่ โดยเบื้องต้น ตนจะมอบเงินให้กับ ภรรยา นายธีระศักดิ์ เป็นจำนวนเงิน เดือนละ 20,000 บาท เมื่อคลอดแล้ว จะมอบให้อีก เดือนละ 30,000 บาท เป็นค่าเลี้ยงดูลูก และ หากภรรยา นายธีระศักดิ์ ไม่มีงานทำ ก็จะให้มาทำงาน ในร้าน


    ส่วนลูก หากอยากเรียนจนจบปริญญาตรี ตนก็จะส่งเสีย ทั้งนี้ ตนรู้สึกเสียใจมาก จนไม่อยากหาเสียงต่อไป โดยจะขอยุติการหาเสียง เพราะ อยาก รับผิดชอบ กับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ดีที่สุด
    นางลีนา จังจรรจา (ลีน่า จัง) ผู้สมัครรับเลื�กตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หมายเลข 7 ตกคล�งแสนแสบ ระหว่างหาเสียงย่านท่าเรื�ประตูน้ำ

    นางลีนา จังจรรจา (ลีน่า จัง) ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หมายเลข 7 ตกคลองแสนแสบ ระหว่างหาเสียงย่านท่าเรือประตูน้ำ

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
    25 กันยายน 2551 17:32 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113967


    พิมพ์ ข่าวนี้ “ลีน่าจัง” ยุติหาเสียง! รับผิดชอบเหตุหัวหน้าทีมจมน้ำดับ


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    May 16, 2008

    จีนเตือนว่าเขื่อนหลายแห่ง ในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหว อาจพังถล่มได้หากมีฝนตกลงมา


    สำนักข่าวซินหัว ของทางการจีน รายงานว่า กระทรวงแผ่นดิน และทรัพยากรธรรมชาติ ได้มีคำสั่ง ให้รัฐบาลท้องถิ่น ในมณฑลเสฉวน ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ร่างแผนอพยพประชาชน ออกจากพื้นที่ เนื่องจากมีความเสี่ยง ที่เขื่อนต่างๆ ในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหว อาจพังถล่ม


    หากมีฝนตกลงมา ตามที่ได้มีการพยากรณ์อากาศไว้ ขณะที่สำนักงานวางแผนเศรษฐกิจของจีนกล่าวว่า ได้จัดสรร กองทุนฉุกเฉินจำนวน 7 ล้าน 6 แสนเหรียญสหรัฐ เพื่อซ่อมแซมเขื่อน และอ่างเก็บน้ำ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว

    อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
    ดูสภาพความรุนแรง กระทบกระเทือน หมู่บ้านและเมืองต่างๆ ในเสฉวน จากแผ่นที่

    ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    เกิดเหตุ ท่อส่งน้ำมันระเบิด ในไนจีเรีย เสียชีวิตประมาณ 100 คน

    เกิดเหตุท่อส่งน้ำมันระเบิด


    ในเมืองลากอส เมืองใหญ่ที่สุด ของไนจีเรียทางเหนือ เมื่อวานนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 100 คนและได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก


    เจ้าหน้าที่กาชาดไนจีเรียเปิดเผยว่า จุดที่เกิดระเบิดอยู่ในเมืองอิเจกุน ใกล้โรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง แรงระเบิดและ เพลิงที่ลุกไหม้ ทำให้ผู้ใหญ่และเด็กจำนวนมาก ที่ยืนอยู่ใกล้สถานที่เกิดเหตุ เสียชีวิต


    สำหรับสาเหตุของระเบิดเกิดจาก รถเครื่องจักรกลที่ใช้ก่อสร้างถนนชานเมือง ลากอส กระแทกถูก ท่อส่งน้ำมัน ทำให้แตก มีน้ำมันไหลออกมา และ ลุกเป็นไฟ


    อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถ ช่วยชีวิตประชาชนได้หลายสิบคน และได้นำผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาลแล้ว เหตุเพลิงลุกไหม้ท่อส่งน้ำมัน เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ในไนจีเรีย ซึ่งเป็นประเทศ ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในแอฟริกา


    เพราะขาดการบำรุงรักษาท่อส่ง แต่สาเหตุหนึ่ง ยังเกิดจากขโมย ที่มักจะทำลายท่อ เพื่อลักลอบตักน้ำมันไปขายใน ตลาดมืด

    อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

    ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    May 13, 2008

    พบร่างผู้เสียชีวิต 22 คน สูญหายกว่า ร้อยคน จากอุบัติเหตุ เรือล่มที่บังกลาเทศ

    เจ้าหน้าที่กู้ภัยบังกลาเทศพบร่างผู้เสีย ชีวิตแล้วอย่างน้อย 22 คน จากอุบัติเหตุเรือข้ามฟากล่มในแม่น้ำห่างจากกรุงทากาเมืองหลวงเกือบ 180 กิโลเมตร ท่ามกลางพายุเมื่อวานนี้ และยังผู้สูญหายอีกจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังพยายามค้นหาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารอยู่ในเรือลำดังกล่าวประมาณ 150 คน และมีผู้โดยสารเพียง 25 คนเท่านั้นที่ว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งอย่างปลอดภัย อุบัติเหตุเรือข้ามฟากในบังกลาเทศเกิดขึ้นบ่อยครั้งและทำให้มีผู้เสียชีวิต ไปเป็นจำนวนหลายร้อยคนในแต่ละปี.

    May 12, 2008

    สหรัฐฯ ใช้เครื่องบิน ซี -130 คอบร้าโกลด์ 2008 ส่งสิ่งของชุดแรกไปพม่า

    สหรัฐฯ ใช้เครื่องบิน ซี -130 ของกองทัพอากาศ ที่เดินทางเข้าในประเทศไทยเพื่อทำการฝึกคอบร้าโกลด์ 2008 บรรทุกสิ่งของชุดแรกส่งไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุไซ โคลนนาร์กีส
    วันนี้ (12 พ.ค.51) นาย อีริค จอห์น (MR.ERIC JOHN) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย พลเรือเอก ธิโมธี คีธติ้ง ( THIMOTHY KEATHING) ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก และ นางเฮนริคต้า โฟร์ (HENRICTTA FORE ) ผู้อำนวยการองค์การเพื่อพัฒนาระหว่างประเทศ (US AID) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เปิดแถลงการณ์เรื่องการส่งกำลังพลทางทหาร และสิ่งของ ประกอบด้วย น้ำดื่ม มุ้ง ผ้าห่ม จำนวน 28,000 ปอนด์ ทั้งนี้ ได้ใช้เครื่องบิน ซี -130 ของกองทัพอากาศ ที่เดินทางเข้าในประเทศไทยเพื่อทำการฝึกคอบร้าโกลด์ 2008 ร่วมกับ ประเทศไทย บรรทุกสิ่งของชุดแรกไปลง ณ สนามบินย่างกุ้ง สหภาพพม่า เพื่อส่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจาก พายุไซโคลนนาร์กีส พัดถล่มเสียหายมีประชาชนบาดเจ็บ ล้มตาย สูญหายจำนวนมาก
    เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศสหรัฐอเมริกามีความประสงค์ที่จะเข้าไปช่วยเหลือสหภาพพม่า เพราะประชาชนได้รับความเดือดร้อน สำหรับการนำสิ่งของไปช่วยเหลือในครั้งนี้ ได้มีการประสานไปยังรัฐบาลพม่าแล้ว สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ โดยอนุญาตให้นำเครื่องบิน ซี-130 ไปลงที่สนามบินย่างกุ้งได้เพียง 1 เที่ยวบินเท่านั้น ส่วนเที่ยวต่อ ๆ ไปยังไม่มั่นใจว่าจะได้รับอนุญาตจากพม่าหรือไม่ ต้องประสานกันอย่างต่อเนื่อง เพราะสหรัฐอเมริกาได้จัดเตรียมสิ่งของในการช่วยเหลือไว้อีกจำนวนมาก
    ด้าน ผู้อำนวยการองค์การเพื่อพัฒนาระหว่างประเทศ กล่าวว่า การนำสิ่งของจากสนามบินอู่ตะเภา หรือกองการบินทหารเรือ ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ไปช่วยเหลือสหภาพพม่าในครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรก และน่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะขณะนี้องค์การเพื่อพัฒนาระหว่างประเทศ ได้รับอนุมัติเงินช่วยเหลือสหภาพพม่าถึง 3.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สามารถลำเลียงสิ่งของไปช่วยเหลือได้ปริมาณ 2 ล้านปอนด์ต่อวัน ช่วยคนได้ 6 แสนคนต่อวัน ถ้ารัฐบาลพม่าอนุมัติให้เข้าไปช่วยเหลือก็จะบรรเทาความเดือดร้อนให้กับ ประชาชนได้อย่างมาก
    ทั้งนี้จากกรณีที่พม่าได้ประสบกับปัญหาภัยพิบัติพายุไซโคลน นาร์กีส ทางประเทศสหรัฐอเมริกาจึงได้ปรับแผนการการฝึกคอบร้าโกลด์ร่วมกับกองทัพไทย โดยระดมกำลังพล เรือรบ มุ่งหน้าไปยังประเทศพม่าในโอกาสแรก ด้วยการทอนกำลังฝึกจำนวนหนึ่งไปช่วยเหลือประเทศพม่า

    หนุ่มวิศวกรโรงงานที่จังหวัดระยอง ตกถังเคมีเสียชีวิต

    หนุ่มวิศวกรโรงงานที่จังหวัดระยอง ตกถังเคมีเสียชีวิต


    เมื่อเวลา 07.00 น. วันนี้ (12 พ.ค.51) ร.ต.ต.รัฐไกร ประยูรศร ร้อยเวร สภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลกรุงเทพ-ระยอง มีผู้เสียชีวิตสาเหตุตกถังสารเคมีเสียชีวิต จึงได้รายงาน พ.ต.อ. สมนึก บุรมิ ผกก.สภ.เมืองระยอง เข้าตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.กรุงเทพ-ระยอง และมูลนิธิสว่างพรระยองจำนวนหนึ่ง


    จากการสอบสวนทราบว่าผู้เสียชีวิตชื่อ นายอนันต์ สุดยาใจ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/196 ม.8 ต.บางบอน อ.เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพนักงาน บริษัทวิศวกรเคมี บริษัท อทิตยาเบอร์ร่า ไทยแลนด์ จำกัด (ADITYA BIRLACHL MICALS THAILAND ) ถ.จี 2 อุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.ระยอง


    ได้ลงเข้าไปตรวจสอบ และทำความสะอาดถังสารเคมี และ หมดอากาศหายใจจากนั้นพนักงาน ที่ทำงานอยู่ด้วยกันได้นำตัวส่ง รพ.กรุงเทพ-ระยอง และเสียชีวิตในเวลาต่อม

    อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

    ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    April 22, 2008

    ผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยฉุกเฉินช่วงสงกรานต์ช่วงสงกรานต์ ยื่นคำขอรับเงินทดแทนได้ภายใน 1 ปี


    สำนักงานประกันสังคม เผย ผู้ประกันตนที่เกิดอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยฉุกเฉินช่วงสงกรานต์สามารถเก็บ หลักฐานต่างๆ มายื่นขอรับประโยชน์ทดแทน ได้ที่สำนักงานประกันสังคม เขตพื้นที่/จังหวัด ทุกสาขาทั่วประเทศภายใน 1 ปี


    นายสุรินทร์ จิรวิศิษฏ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ผ่านมา มีผู้ประกันตนเดินทางท่องเที่ยว หรือ กลับภูมิลำเนาแล้วประสบ อุบัติเหตุ หรือ เจ็บป่วยฉุกเฉินขึ้น ซึ่งผู้ประกันตน สามารถเข้ารักษาที่โรงพยาบาลใดก็ได้ที่อยู่ใกล้ที่สุด โดยให้ญาติหรือผู้เกี่ยวข้องรีบแจ้งโรงพยาบาล ตามบัตรรับรองสิทธิฯ รับทราบ โดยด่วน เพื่อรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล หรือ รับตัว ผู้ประกันตนไปรักษาต่อไป


    สำหรับค่ารักษาพยาบาล ที่เกิดขึ้น ก่อนการแจ้งให้ โรงพยาบาลตามบัตรรับรอง สิทธิฯ รับทราบ ทาง สำนักงานประกันสังคม จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ภายใน 72 ชั่วโมงแรก


    โดยผู้ประกันตนสามารถนำหลักฐาน ประกอบด้วย แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-0) ,สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน,ใบรับรองแพทย์,ใบเสร็จรับเงิน ,หนังสือรับรองของนายจ้าง (กรณีขอรับเงินทดแทนการขาดรายได้) และสำเนาสมุดบัญชีธนาคาร มายื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนได้ที่ สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด ทุกสาขาทั่วประเทศ ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน


    หากผู้ประกันตนต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สายด่วน ประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.sso.go.th


    ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

    Next Page »

    Create a free website or blog at WordPress.com.