Accom Thailand

May 28, 2009

Bali 4d3n by Thai Airways – มนต์เสน่ห์ บาหลี 4 วัน 3 คืน


Tour Code BALI 01 (TG – Bali 4d3n)

บาหลี 4 วัน 3 คืน
กรุงเทพฯ – บาหลี – กรุงเทพฯ
เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ ของ ขุนเขา และ อ่าวยอดนิยม แห่ง อินโดเนเซีย
โดย สายการบินไทย (TG)

กรุงเทพฯ – บาหลี –
ผ่านชมอนุสาวรีย์บิม่า เทพเจ้าแห่งท้องทะเล ย่าน Kartika Plaza ชมทัศนียภาพ ที่เขียวขจีด้วยต้นข้าว –
หน้าผาอูรูวาตู – CELUK หมู่บ้านเครื่องเงิน – ชมย่าน UBUD หมู่บ้านศิลปินศูนย์กลาง –
KINTAMANI ที่ท่านจะ ตะลึงกับความงาม ของขุนเขา –
ชมความงามของภูเขาไฟ กุหนุงอากุง – TEMPAK SIRING วิหารศักดิ์สิทธิ์ภัคศิริงค์ สร้างในศตวรรษที่13 –
ชมความมหัศจรรย์ของบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ TERTA EMPUL –
ขึ้นสู่ เทือกเขาเบดูกัล – ชมวิหารกลางมหาสมุทรอินเดีย TANAH LOT ทานาล็อต –
บาหลี ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย – กรุงเทพฯ
สุดเที่ยวสุดคุ้ม ช้อปปิ้งสบาย สบาย!!!
พักโรงแรม International Class 3-5 Stars อาหาร 8 มื้อ

ออกเดินทางได้ ทุกวัน ตั้งแต่ 2 ท่าน ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. – 31 ก.ค. 52

อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ พักห้องคู่
ราคา รวมตั๋วเครื่องบิน สายการบินไทย (ตั๋วราคาพิเศษเท่านั้น)
เริ่มต้นที่ 19,500.- บาท

อัตราค่าบริการรวม :
– ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ สายการบินไทย (ตั๋วราคาพิเศษเท่านั้น) เส้นทางตามระบุ ชั้นทัศนาจร
– ค่าประกันภัยสายการบินและค่าน้ำมันที่มีการเรียกเก็บจากสายการบิน
– ค่าที่พัก 3 คืน, อาหารตามรายการ, ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ และ รถรับ-ส่ง ตามที่ระบุในรายการ
– ค่าน้ำหนักสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 ก.ก.

อัตราค่าบริการ ไม่รวม :
– ค่าภาษีสนามบิน Denpasar 17USD
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าทำหนังสือเดินทาง ,ค่าโทรศัพท์ส่วนตัว , ค่าซักรีด , มินิบาร์ในห้องพัก เป็นต้น
– ค่าวีซ่า ( ในกรณีที่ไม่ใช่หนังสือเดินไทย )
– ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ
– ค่าสัมภาระที่หนักเกินสายการบินกำหนด
– ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %

ติดต่อขอโปรแกรม Viva Voyage (วีว่า โวยาจ ) 518/3 ชั้น 3 ถนนเพลินจิต กทม. 10330 โทร 02-2548381 , 026520702 หรือ E-Mail : viva.voyage@gmail.com
หรือ คลิกที่นี่ เพื่อ Download ข้อมูล หรือ ดูโปรแกรมของ วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3 วันที่ 4
รายละเอียด เอกสารใช้ยื่นประกอบ การทำวีซ่า สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 23, 2008

“สมศักดิ์” จวก บทวิเคราะห์หารเมือง “มติชน” มั่ว โต้ การเมืองใหม่ เกิดนานแล้ว เพราะ ถูกต้อง เป็นธรรม และ บริสุทธิ์ ไม่มี ผลประโยชน์ใดๆ แอบแฝง

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาทพระวิหาร,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,องค์การยูเนสโก,อาชญากรรม,เทวสถาน,โบราณคดี,โบราณสถาน — accomthailand @ 23:58
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“สมศักดิ์” จวก “มติชน” สุดมั่ว ใส่ไฟ “การเมืองใหม่” ล้มแต่ยังไม่ตั้งไข่

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย


“สมศักดิ์” จวก บทวิเคราะห์หารเมือง “มติชน” มั่ว กล่าวหาการเมืองใหม่ ล้มตั้งแต่ไม่ตั้งไข่ แถมป้ายสี ละทิ้งมวลชน ซ้ำยกคำ “สมัคร” ทาส เผด็จการ มาด่า ยันพันธมิตรฯ ชุมนุม 120 กว่าวัน ทำสำเร็จกว่า 40 เรื่อง โดยมีมวลชน เข้าร่วมมหาศาล หากทิ้ง มวลชน คงเหลือแค่ 5 แกนนำ อย่างโดดเดี่ยว ติง “ขรรค์ชัย บุนปาน” มอบกระเช้า ประจบ “สมชาย” จะเป็น สื่อของมวลชน ได้อย่างไร


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย


วันนี้ (23 ก.ย.) เวลาประมาณ 23.20 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวปราศรัย บนเวทีหน้า ทำเนียบ รัฐบาลว่า การก่อตัวของ พี่น้องประชาชน ที่ลุกขึ้นมา ปฏิรูปการเมืองการปกครองไทย ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่ออนุชนรุ่นหลัง ฉะนั้น ใครจะมา บอกว่า การเมืองใหม่ เป็นไปไม่ได้ คนๆนั้น กำลังกล่าวความเท็จ เนื่องจาก ประวัติศาสตร์ เพิ่งผ่านพ้นไปได้ เพียงไม่กี่วัน ที่ รัฐบาลเผด็จการ ในระบอบทักษิณ เสียง 377 เสียง จาก 500 เสียง ฝ่ายค้าน ทำอะไรไม่ได้ ไม่ใช่เพราะพันธมิตรฯ หรือ ที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องหนี ขนาดนั้น


“คนมีเงิน เอาเงิน ไปซื้ออำนาจ มาเป็นรัฐบาล เสียงมากมาย ครอบคลุมหมด ทั้งทหารตำรวจ มาเป็น พรรคพวกตัวเอง ทั้งนั้น แต่ไม่อาจต้าน พลังแห่งคุณธรรม ของ พันธมิตรฯได้ จึงต้อง ถอยร่นแตก แบบไม่เป็นกระบวน และ ตอนนี้ คดีต่างๆ กำลังจะถูกพิจารณา อย่างวันที่ 21 ต.ค. คดี ของ ทักษิณจะถูก พิพากษาเป้น คดีแรก ซึ่งเมื่อถึง วันนั้น เราก็จะอยู่สู้ต่อไป เพื่อต่อสู้ยึดทรัพย์ ที่โกงไป กลับมาเป็นของ แผ่นดิน ถ้าหนีได้หนีไป” นายสมศักดิ์ กล่าว


นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า นี่คือการเมืองใหม่ ซึ่งกลายเป็น ปรากฏการณ์ที่ไม่เคย ปรากฏมาก่อน ในโลกนี้ นี่คือ ความเจริญก้าวหน้า ของ ปวงชน ชาวไทย ทุกคน ที่มีส่วนร่วม เกิดปรากฏการณ์ ช่วยเหลือกัน อย่างกว้างใหญ่ไพศาล บริจาคทั้ง ทรัพย์สินต่อสู้ จำนวนนับแสน นับล้าน นี่คือ การเมืองใหม่ โดยประชาชน เพื่อประชาชน และ ประเทศชาติ


“ถ้าพวกเรา ไม่เคารพ ไม่เชื่อใจ ไม่รับฟัง พี่น้องประชาชน ก็จะไม่มี พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ที่มากมายที่สุดใน ประวัติศาสตร์ มีคนมา ชุมนุม ยาวนาน และ มากที่สุด มากกว่า 14 ตุลา มากกว่า พฤษภาทมิฬ ที่กล้าพูด เพราะเคยอยู่มา ทุกเหตุการณ์ และ ไม่เคยเอียงอยู่ฝ่าย เผด็จการ ไม่ว่าครั้งใด ทั้งสิ้น” นายสมศักดิ์กล่าว


ทั้งนี้ จึงอยากให้ พี่น้องมั่นใจ เชื่อใจว่า ในสิ่งที่ทำนั้น ถูกต้องตลอด อย่าไปวิตกกังวล เมื่ออันธพาล เป็นรัฐบาล ที่มาคอยกล่าวหา รังแก เพราะ ความจริง ก็คือ ความจริง อย่าวิตก และ ไปทุกข์ร้อน กับมัน รัฐบาลคือ


กบฏ ที่ละเมิดรัฐธรรมนูญ ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่มา กล่าวหาเรา ซึ่งจะไปกลัวทำไม ในเมื่อ ไม่เป็นความจริง จึงอยากให้ พี่น้อง เชื่อมั่น และ ไม่ต้องหวัง พึ่งใคร ให้พึ่ง พลังของเรา สามัคคีกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยว ชัยชนะ จะต้องปรากฏ อย่างแน่นอน


“ชัยชนะมีได้ 2 อย่าง คือ
1. สิ่งที่ทำนั้น จะต้องถูกต้อง เป็นธรรม และ บริสุทธิ์ ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ แอบแฝง
2. จะต้องร่วมมือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีกฎเกณฑ์สามัคคีเป็น อันหนึ่งอันเดียวกัน สามัคคี คือพลัง และ ธรรมะ ต้องชนะ อธรรม เมื่อมีพลัง และ ธรรมะ ก็จะต้องชนะ อธรรมอย่างแน่นอน อย่าสับสน และ สงสัยว่าจะแพ้ หรือ ชนะ เพราะทุกครั้ง ที่ต่อสู้ ไม่เคยพบกับ คำว่า แพ้” นายสมศักดิ์กล่าว


หลังจากนั้น นายสมศักดิ์ ได้ตอบโต้ หนังสือพิมพ์ มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 23 ก.ย. หน้า 11 ที่ได้วิเคราะห์ การเมือง โดยตั้งหัวข้อ ว่า “หักดิบการเมืองใหม่ ล้มตั้งแต่ยังไม่ตั้งไข่” โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า พวกเรา เคารพสื่อ ถ้าวิพากษ์วิจารณ์มา เราเคารพ แต่ อย่างนี้ เหมือนดูถูก ว่า การเมืองใหม่ ล้มตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งไข่ โดยที่ทำมานั้น ตนเคยบอกแล้วว่า มีความสำเร็จทั้งใหญ่ – ย่อย กว่า 40 ประเด็น


แล้วความสำเร็จ ที่ผ่านมา นั้นจะมาหาว่ าล้มยังไม่ทันตั้งไข่ ได้อย่างไร ความจริง เราไข่นานแล้ว ตนนั้น ชอบวิชาปรัชญา เพราะว่า ด้วยเรื่อง เหตุ และ ผล เมื่อเรานำวิชานี้ ไปจับกับ สิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์ จะจับคนเท็จ ได้ตลอด รวมถึงคนโกหก ลำเอียง มีมายา ได้ทันที


นายสมศักดิ์ กล่าวว่า บทความนี้ มีการวิพาษ์วิจารณ์ ถึงสูตร 70 ต่อ 30 หาว่าเป็น สูตรโควตาอ้อย ทั้งๆ ที่พันธมิตรฯ ชี้แจง ตลอดว่า เป็นความเห็น ของแกนนำ บางคน หรือผู้ประสานงาน ที่เสนอ เพื่อให้เกิด ประเด็นถกเถียงกัน ให้เกิด การมีส่วนร่วม เป็นกลยุทธ์ ซึ่งถ้า ไม่โยนอะไร ออกมา คนก็ไม่เถียง อันนี้เช่นกัน เป็นการโยนขึ้นไป เพื่อระดมความเห็น เข้ามา เช่นเดียวกับ สรรพสิ่งทั้งหลาย เกิดมาจาก สิ่งเล็ก เสมอ เห็นได้จาก พระพุทธเจ้า เริ่มมาจาก องค์เดียว ความคิด ที่ฉลาดอย่าง กาลิเลโอ ก็คิดมาจาก คนเดียว แต่หลังจาก คิดแล้ว ก็ได้ปล่อยให้ หลายคน พิสูจน์ความจริง ว่า ใช่หรือไม่ใช่ เมื่อข้อสรุป ที่เป็นจริงเกิดขึ้น ก็จะเกิดการยอมรับ กับ คนทั่วไป


“นักปรัชญา มักเริ่มต้น แบบนี้ ด้วยกันทั้งนั้น อันนี้เช่นเดียวกัน เริ่มต้นด้วย 70:30 แต่กลับ มาบอกว่าเป็น ละทิ้งมวลชน แล้วที่ พี่น้องมารวมตัว ด้วย ความสมัครใจ เป็นจำนวนมาก แบบนี้ จะละทิ้งมวลชน ตรงไหน เราขาดเหลือ อะไร ก็ช่วยกัน บริจาคมาให้ ถ้าละทิ้ง มวลชน คงเหลือ แค่ 5 แกนนำ และนี่ คือ ความจริงชัดๆ เป็นความจริง ที่ปรากฏ เห็นรูป เห็นภาพ จึงจำเป็น ที่จะต้องโต้แย้ง ให้เห็นว่ามันไม่ใช่” นายสมศักดิ์ กล่าว


นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนดีใจ ที่ได้มาอยู่ท่ามกลาง พี่น้องที่มีแต่น้ำใจ เป็นมนุษย์ ที่มีคุณค่า มาขับไล่รัฐบาลชั่ว อยู่ในขณะนี้ ซึ่งบทความ ได้มีการบอกต่อ ว่า พันธมิตร เป็นอันธพาลการเมือง เหมือนกับที่ สมัคร สุนทรเวช เคยกล่าวหาเรา คนเขียนบทความนี้ เหมือนจะโง่ ซึ่งความจริง นายสมัคร นั้น อยู่ฝ่ายเผด็จการ มาตลอด


ตั้งแต่ สมัย 6 ตุลา ก็เป็นคนปลุกระดมให้ นักศึกษาเข่นฆ่ากันตาย 43 คน แต่กลับบอกว่า ตาย 1 คน มาครั้งนี้ได้ไปนำ นปก. โดยมี ตำรวจ นำหน้า มาตีเราที่ สะพานมัฆวานฯ แล้วมากล่าวหาว่า เราเป็นอันธพาล ซึ่งคนที่ อันธพาลนั้น คือ นายสมัคร และ คนที่เขียน บทความแบบนี้ คือ อันธพาล ในคราบ สื่อ


นายสมศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมามี นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ได้ไปมอบ ช่อดอกไม้ แสดงความยินดี กับ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็น นายกรัฐมนตรี ซึ่งการจะมาเจอกันแบบนี้ ต้องมีการนัดกัน ถ้าหาก สื่อมวลชน ประจบ รัฐบาลแบบนี้ จะเป็นกลาง ได้อย่างไร สื่อมวลชน คือ สื่อเพื่อประชาชน ไม่ใช่ สื่อเพื่อรัฐบาล ถ้าเป็นแบบนั้น อย่าได้ เรียกว่า สื่อมวลชน เลย


“นายขรรค์ชัย บุนปาน คนนี้ สมัย รสช. เคยยืนกับ สุจินดา คราประยูร ซึ่งขณะนั้น อยู่กับพวก เผด็จการ รสช. ซึ่งตอนนั้น ผม กับ พล.ต.จำลอง ได้ยืนอยู่ ข้างประชาชน และ ยังยืน ข้างประชาชน มาตลอด ดังนั้น การที่จะมากล่าวหาว่า ล้มยังไม่ทันตั้งไข่ ซึ่งเกินความจริง จึงต้องออกมา โต้ตอบ ชี้แจงให้รู้ว่า เราก็มีสมองคิด ออกมาชี้แจง ตอบโต้ ได้ทุกประเด็น” นายสมศักดิ์กล่าว


ตอนท้าย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พี่น้องต้องอย่า ยินยอมและ อย่าไปท้อถอย ตนเชื่อว่า คนไทยส่วนใหญ่ คงคิดได้ คงไม่โหดร้ายอำมหิต ซึ่งตน เคยอ่าน ประวัติศาสตร์การเมือง ในหลายประเทศ ไม่เคยมีเลว เท่ากับนักการเมืองไทย ในปัจจุบัน แต่ มันจะเป็นเหมือน หนังเรื่อง ที่ฝ่าย พระเอก ชนะ ตอนจะจบ เมื่อใกล้รุ่งเช้า


ฉะนั้น จงเชื่อมั่นใน พลังของพี่น้องเอง และจงเชื่อว่า ความจริงเป็นความจริง ขอให้ยืนหยัด อย่าได้หลงประเด็น เพราะพวกเรา ถือเรื่อง สัจจะ เป็นเรื่องใหญ่ และอยากให้ คนอย่างเราเอาเยี่ยงอย่าง พันท้ายนรสิงห์ ที่ไม่กลัวความจริง เราต้องสู้


คนจริง มาหล่อหลอมกัน ไม่เท่าไร ก็สู้คนชั่วได้ ถ้าเราเป็นคนจริง เชื่อมั่นใน คุณงามความดี จนกว่า ชัยชนะ ทีละขั้นตอน จะคืบคลาน เข้ามาหาเรา

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
24 กันยายน 2551 06:11 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113057


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมศักดิ์” จวก “มติชน” สุดมั่ว ใส่ไฟ “การเมืองใหม่” ล้มแต่ยังไม่ตั้งไข่


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 20, 2008

“สมศักดิ์” ฉะ นายกน้องเขย ควรโทรศัพท์ ไปบอก พี่เมีย ให้กลับมา มอบตัว

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาทพระวิหาร,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,สหประชาชาติ,อาชญากรรม,เทวสถาน,โบราณคดี,โบราณสถาน — accomthailand @ 23:55
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“สมศักดิ์” แฉ บ.เจ๊แดงค้างค่าขนส่งรถไฟร่วม 20 ล.

 นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่�ประชาธิปไตย

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


“สมศักดิ์” รำลึก พระมหากรุณาธิคุณ ร.5 เนื่องในวัน รสก. ผ่านเวทีพันธมิตรฯ ชี้ทรงมี สายพระเนตรยาวไกล สร้างไว้ เพื่อประชาชน แต่น่าเสียดาย ที่ถูกนักการเมืองชั่ว นำไปแปรรูป จนประชาชน ได้รับความเดือดร้อน แจง เหตุที่ ไม่สามารถ เลิกชุมนุมได้ เพราะหากปล่อยวัน ครม. “สมชาย” ที่อยู่ภายใต้เงา “ทักษิณ” จะทำบ้านเมืองพัง แฉ บ.วินโคสท์ ของเจ๊แดง ค้างค่าขนส่งรถไฟอยู่ ร่วม 20 ล.บาท


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย


วันที่ (20 ก.ย.) เมื่อเวลา 22.45 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัย ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยกล่าวว่า วันนี้ถือเป็น วันรัฐวิสาหกิจไทย ซึ่งถือเป็นวันสำคัญ ของชาวรัฐวิสาหกิจ ทั่วประเทศ เพราะเป็นวันคล้าย วันพระราชสมภพ ของ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งถือเป็น องค์พระบิดา รัฐวิสาหกิจไทย
วันนี้ 20 ก.ย. ถื�เป็น วันรัฐวิสาหกิจไทย ซึ่งถื�เป็นวันสำคัญ ข�งชาวรัฐวิสาหกิจ ทั่วประเทศ เพราะเป็นวันคล้าย วันพระราชสมภพ ข�ง พระบาทสมเด็จ พระจุลจ�มเกล้าเจ้า�ยู่หัว

วันนี้ 20 ก.ย. ถือเป็น วันรัฐวิสาหกิจไทย ซึ่งถือเป็นวันสำคัญ ของชาวรัฐวิสาหกิจ ทั่วประเทศ เพราะเป็นวันคล้าย วันพระราชสมภพ ของ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว



ดังนั้นในวันนี้ ของทุกปี พนักงานรัฐวิหสาหกิจ ทั่วประเทศ ก็จะรวมตัวกัน เพื่อสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ ทรงก่อตั้ง รัฐวิสาหกิจ ขึ้นมา ในประเทศไทย


ทั้งที่ เราชาวไทย มีความภาคภูมิใจ ในรัฐวิสาหกิจ ที่พระองค์ ทรงริเริ่มไว้ให้ เพราะพระองค์ มีสายพระเนตร ที่ยาวไกล ทรงเห็นว่า รัฐวิสาหกิจ ที่พระองค์สร้างขึ้น จะส่งผลให้ประชาชน ในประเทศ อยู่ได้อย่างสุขสบาย เพราะระบบ การบริหารรัฐวิสาหกิจ ที่พระองค์วางไว้ เป็นระบบที่ดี คล่องตัว ในการบริหาร มากกว่า ระบบราชการทั่วไป ทำให้ประชาชน ได้รับประโยชน์มาก


แต่ก็น่าเสียดายที่ นักการเมืองไทย ได้นำรัฐวิสาหกิจ ไปหา ผลประโยชน์ ส่วนตัว โดยการนำรัฐวิสาหกิจ ต่าง ๆ ไปอยู่ใน ความควบคุมของ แต่ละ กระทรวง แล้วทุจริตโกงกินกัน อย่างมโหฬาร จน รัฐวิสาหกิจ หลายแห่ง ประสบกับ ปัญหาขาดทุน สุดท้ายรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงมีการ ดำเนินการ แปรรูปรัฐวิสาหกิจ ในที่สุด


นายสมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า การแปรรูป รัฐวิสาหกิจ หรือ การขายรัฐวิสาหกิจ ไปเป็นของ เอกชน นั้น จนถึงวันนี้ เราก็ได้เห็นแล้วว่า ไม่ได้มีประโยชน์ ต่อประชาชน ในชาติเลย เห็นได้จากการที่ ประชาชนต้องแบกรับ ค่าน้ำมันราคาแพง จากการที่ ปตท. ขึ้นราคา อย่างตามใจชอบ เพราะ องค์กร เหล่านี้ เมื่อไปตกอยู่ในมือ พ่อค้าแล้ว พ่อค้าเหล่านั้น ก็ต้องแสวงหากำไร ให้มาก เมื่อมีกำไร ก็นำเข้ากระเป๋าตัวเอง แต่เมื่อขาดทุน รัฐบาล ก็ต้องเข้า ไปช่วยอุดหนุน


นี่จึงเป็นเหตุผล ที่บรรดา พันธมิตรฯ ออกมารวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องให้ นำ รัฐวิสาหกิจ กลับมาเป็นสมบัติ ของคนทั้งชาติ อีกครั้ง เพราะหากเรา นำ รัฐวิสาหกิจ กลับมา เป็นของชาติได้ เมื่อนั้น ประชาชน ก็จะมี ความอยู่ดีกินดี อย่างยั่งยืน


ดังนั้น การที่เราทุกคน ในนาม กลุ่มพันธมิตรฯ มารวมตัวกัน อยู่ที่นี้ จึงถือเป็น การทำ เพื่อประโยชน์ของ บ้านเมืองอย่างแท้จริง เพราะ เราคงทน ไม่ไหว อีกแล้ว ที่จะปล่อยให้ นักการเมือง เข้ามาแสวงหา ผลประโยชน์ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนประเทศเรา ประสบปัญหาอยู่ อย่างทุกวันนี้ และ


การมาชุมนุม ที่ทำเนียบรัฐบาล นั้น ก็ถือเป็นสิทธิ ที่เราสามารถทำได้ เพราะในเมื่อ ทำเนียบรัฐบาล สร้างมาจาก ภาษีของประชาชน พื้นที่ทุก ตารางนิ้ว รวมไปถึง อิฐทุกก้อน ประชาชน ก็เป็นเจ้าของ ทั้งนั้น ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลใด ที่เรา จะเข้ามาเรียกร้อง เพื่อผลประโยชน์ ของชาติ ภายใน ทำเนียบรัฐบาลไม่ได้


นายสมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า จนถึงวันนี้ เรายิ่งไม่สามารถ ยุติการชุมนุมได้ เพราะ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี คนใหม่ ไม่ใช่แค่ นอมินี ของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็น คนในครอบครัวเดียวกันเลย ดังนั้นเมื่อเคยมี ประวัติมาแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทุจริต คดโกง เอามากมาย เท่าไร เราจึงไม่สามารถ ปล่อยให้ นายสมชาย บริหารประเทศ ภายใต้ การครอบงำ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ เพราะไม่รู้ว่า หากปล่อยเอาไว้ บ้านเมืองเรา จะเสียหาย อีกมากแค่ไหน


นายสมศักดิ์ ยังเปิดเผย ข้อมูล ด้วยว่า วินโคสท์ อินดัสเทรียลพาร์ค จำกัด (มหาชน) ของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ และภรรยาของ นายสมชาย ได้ค้างชำระ ค่าขนส่งของ การรถไฟอยู่กว่า 19,727,734 บาท


ดังนั้น จึงเป็นการแสดง ให้เห็นว่า ตระกูลวงศ์สวัสดิ์ และ ตระกูลชินวัตร ไม่ว่าจะ ร่ำรวยแค่ไหน แต่ก็ยังมีนิสัย ไม่ค่อยยอมจ่าย สิ่งที่ตัวเอง ต้อง รับผิดชอบ อยู่ ซึ่งเรื่องนี้ หากไม่เป็นความจริง ตนก็ขอท้าให้ นายสมชาย ออกมาตอบโต้ ได้เลย


ส่วนกรณีที่ นายสมชาย ติดต่อเจรจามายัง กลุ่มพันธมิตรฯ นั้นตนเห็นว่า นายสมชาย ไม่สมควรติดต่อ มาเลย เพราะไม่ว่าอย่างไร นายสมชาย ก็ไม่สามารถแสดงให้ พันธมิตรฯ และ คนทั่วไป เห็นได้ว่า นายสมชาย มาเป็นนายก เพราะต้องการ ทำเพื่อประเทศชาติจริงๆ ถ้าเป็นจริง ป่านนี้ นายสมชาย ก็คงสั่งยึด พาสปอร์ตแดง และ ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมามอบตัว ดำเนินคดี แล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้ ลอยนวลอยู่ โดยไม่ทำอะไร เช่นนี้


“ถ้าคุณเป็น รัฐบาลจริง คุณเป็นรัฐบาล คุณต้อง ยึดประโยชน์ของ ประเทศสิ คุณอย่ายึดถือ แต่ประโยชน์ของ พี่เขยคุณ หรือ ครอบครัวเมียคุณ หรือ ประโยชน์ ของพวกคุณ” และว่า


สิ่งที่ นายสมชาย ควรจะทำ ไม่ใช่ การต่อโทรศัพท์มาหา พันธมิตรฯ ว่า จะให้ทำอย่างไร จึงจะเลิกชุมนุม แต่ควรโทรศัพท์ ไปบอก พ.ต.ท.ทักษิณ ให้กลับมา มอบตัว สั่งให้ สถานีเอ็นบีที ยกเลิก รายการความจริงวันนี้ ที่เป็นรายการ ที่เอาแต่สร้างความแตกแยก ให้สังคม แล้วก็ควรเลิก


ความคิดที่ จะนำ นายไชยา สะสมทรัพย์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รวมถึง นายเฉลิม อยู่บำรุง อดีตรัฐมนตรี ที่ล้วนแล้ว แต่เคยมีปัญหา เรื่องการบริหารประเทศ เข้ามาร่วมทีม กับรัฐบาล อย่างที่ เริ่มมี กระแสข่าวออกมาด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
21 กันยายน 2551 01:10 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000111777


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมศักดิ์” แฉ บ.เจ๊แดงค้างค่าขนส่งรถไฟร่วม 20 ล.


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

สนธิ เตือนว่า แถลงการณ์ของ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ให้ยุติ แถลงการณ์ร่วม ไทย-กัมพูชา หมกเม็ด

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาทพระวิหาร,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,สหประชาชาติ,องค์การยูเนสโก,อาชญากรรม,เทวสถาน,โบราณคดี,โบราณสถาน — accomthailand @ 23:54
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“สนธิ”ย้ำทวงประเทศไทยคืนมา นัดแฉอีกรอบ”แม้ว”ปล้นฮุบน้ำมัน

นายสนธิ ลิ้มท�งกุล บนเวทีพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล

นายสนธิ ลิ้มทองกุล บนเวทีพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล


“สนธิ” ย้อนอดีต เชื่อมโยง พรรคพลังประชาชน โกงการเลือกตั้ง เป็น นอมินี ไทยรักไทย เป็นปฏิปักษ์ ต่อการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ย้ำต่อสู้ เพื่อทวงประเทศไทย ให้ลูกหลาน ไม่ได้หวังเป็น นายกฯ หรือเป็น รัฐมนตรี นัดเปิดโปง “ระบอบแม้ว – ฮุนเซน” ร่วมสูบเลือด คนไทยพรุ่งนี้ (21 ก.ย.) อีกรอบ


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


วันนี้ (20 ก.ย.) นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า พวกเรา มารวมกัน ที่นี่ เพราะสังคม การเมืองไทย ไม่ได้ เปิดช่อง หรือถ้ามีช่อง แต่ก็ไม่ได้ ดำรงความยุติธรรม และไม่จัดการ กับรัฐบาลชั่วๆ เหล่านั้น


นายสนธิ ได้ทบทวน เหตุการณ์ในอดีต ตั้งแต่ พรรคไทยรักไทย มาจนถึง พรรคพลังประชาชน และ รัฐบาล ชุดนี้ โดยเริ่มจาก พรรคไทยรักไทย ที่ถูก ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินยุบพรรค เนื่องจาก มีพฤติกรรม ที่เป็นปฏิปักษ์ ต่อการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ เป็นประมุข
นายสนธิ ลิ้มท�งกุล บนเวทีพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล

นายสนธิ ลิ้มทองกุล บนเวทีพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล



ต่อมา มีการยืนยันทั้ง นิตินัย และ พฤตินัยว่า พรรคพลังประชาชน เป็นนอมินีของ พรรคไทยรักไทย และ ต่อมา กกต. ก็สรุปว่าเป็น นอมินี ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่ยอมรับว่า พรรคพลังประชาชน มาอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย และ ชัดเจนที่สุด ก็คือล่าสุด กกต. ตัดสินให้ยุบพรรค


นายสนธิ กล่าวว่า ด้วยเหตุผลต่างๆ ดังกล่าวมา ทำให้ พรรคพลังประชาชน จึงเป็นปฏิปักษ์ ต่อการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ เป็นประมุข จึงมีเหตุผล ที่เราต้องออกมา ขับไล่ และ ต่อมาเป็น รัฐบาล ยังทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 กรณี ออก แถลงการณ์ร่วม ไทย-กัมพูชา เรื่องเขาพระวิหาร ที่ไม่ผ่านรัฐสภา นอกจากนี้ ยังมีเจตนา ฉ้อราษฎร์บังหลวง มีการลุ แก่อำนาจ สั่งตำรวจ สลาย การชุมนุม ดังนั้นความผิด ทั้งหมดนี้ จึงมีเหตุผล ต้องออกมาไล่ให้ รัฐบาลชุดนี้ ออกไป


จากนั้น นายสนธิ ได้กล่าวว่า ตำรวจ สามารถมาสลายการชุมนุม ในทำเนียบรัฐบาล ตลอดเวลา ทว่าตนเตือนว่า ในวันรุ่งขึ้น จะมีคนออกมา ทั่วประเทศ เป็นเรือนแสน เรือนล้าน และ อาจเกิด จลาจลทั่วประเทศ ดังนั้น คนที่คิดสลายการชุมนุม ก็ขอให้คิดให้ดี


จากนั้น นายสนธิ ได้ตั้งข้อสังเกต สื่อบางฉบับ และ คอลัมนิสต์บางคน ที่พยายามบิดเบือน โดยได้ลงรูปภาพ ของตนเอง ที่ใส่หมวกแก๊ป แล้ว พยายาม เปรียบเทียบ ให้เหมือน เชกูวารา นักปฏิวัติในอเมริกากลาง-อเมริกาใต้ โดย นายสนธิ ย้ำว่า ตนเองไม่ใช่ เช แต่เป็นลูกจีน ที่รักชาติ ศาสนาและ พระมหากษัตริย์ โดยสาเหตุ ที่ออกมาต่อสู้ พร้อมแกนนำพันธมิตรฯ ก็คือ ต้องการเอาประเทศไทย ของประชาชน คืนมา บนพื้นฐาน ความดีต้องชนะความชั่ว

ย้ำทวงประเทศไทยคืนมา นัดแฉ�ีกร�บ

ย้ำทวงประเทศไทยคืนมา นัดแฉอีกรอบ


“พวกผมไม่ได้สู้ เพื่อจะเป็นรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี แต่เราต่อสู้เพื่อ ลูกหลานเรา ในอนาคต ให้มีที่ยืน บนแผ่นดิน ด้วยความเสมอภาคกัน ทุกแห่ง” นายสนธิ ระบุ และ ว่า ตอนนี้ คอลัมน์นิสต์บางคน ยังบิดเบือนว่า การประท้วงของ พันธมิตรฯ เหมือนกับ การประท้วงในฝรั่งเศส ที่ไม่สำเร็จ เพราะรัฐบาลฝรั่งเศส ได้รับการเลือกตั้ง ด้วยเสียงข้างมาก ว่า โดยสื่อบางคน ก็มักจะยึดเอาแต่ การเลือกตั้ง แต่ที่ไม่ยอมพูดให้หมด ก็คือ ฝรั่งเศสไม่เหมือนกับไทย เพราะประเทศไทย มีการโกงการเลือกตั้ง ซึ่งฝรั่งเศส มีน้อยกว่า ขณะที่ ใน ประเทศไทย พรรคพลังประชาชน โกงการเลือกตั้ง และ กกต. สรุปแล้ว เสนอให้ยุบพรรคไปแล้ว จะให้เรายอมรับ การโกงการเลือกตั้ง ซึ่งเรายอมรับไม่ได้


จากนั้น นายสนธิ ได้เรียกร้องให ้พี่น้องพันธมิตรฯ รวมพลังดัดหลังบริษัท ที่ไม่สนใจพวกเรา โดยอย่าไปสนับสนุน ซื้อสินค้าบริษัทเหล่านั้น ขณะเดียวกัน ได้เรียกร้อง ให้สนับสนุน บริษัทวิริยะประกันภัย ที่มีความกล้าหาญ โดยไม่เกรงกลัว อำนาจการเมือง ยอมค้ำประกัน กลุ่มพี่น้อง ที่ถูกออกหมายจับ กรณีบุกเอ็นบีที คนละ 2 แสนบาท รวมแล้ว ประมาณ 20 ล้านบาท โดย นายสนธิ เรียกร้องให้สนับสนุน บริษัทวิริยะประกันภัย โดยซื้อประกันภัย กับบริษัทดังกล่าว


นอกจากนี้ นายสนธิ ยังกล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ จะมาเปิดเผยเรื่องลึกๆ ที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จนถึงรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช กับ รัฐบาล ของ นายฮุนเซน ของกัมพูชา ทุกเรื่องล้วนเกี่ยวข้องกับ น้ำมันทั้งสิ้น


พร้อมกันนั้นได้กล่าว เตือนว่า อย่าเพิ่งดีใจ กับแถลงการณ์ของ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ให้ยุติ แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เพราะไม่ใช่ สิ้นสุด แต่ต้องเป็น โมฆะ จึงจะถูก เพราะศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินให้เป็นโมฆะ ขณะเดียวกัน ทางที่ดี กระทรวงการต่างประเทศ ต้องออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 2 – 3 ส่งไปถึง สหประชาชาติ และองค์การยูเนสโก ว่าไทยไม่รับรอง คณะกรรมการ 7 ชาติ ที่จะเข้ามาบริหาร ปราสาทพระวิหาร ด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
21 กันยายน 2551 00:22 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000111773


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ”ย้ำทวงประเทศไทยคืนมานัดแฉอีกรอบ”แม้ว”ปล้นฮุบน้ำมัน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

August 3, 2008

เขมร ส่งทหาร พร้อมอาวุธบุกขอเข้าชม “ปราสาทตาเมือน” ชายแดนสุรินทร์


เขมรได้ใจ! ส่งทหารพร้อมอาวุธบุก “ปราสาทตาเมือน” ชายแดนสุรินทร์
Special Report ::
รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


กลุ่มปราสาทตาเมืภ?? ตั้งภ??ู่ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

กลุ่มปราสาทตาเมือน ตั้งอยู่ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา


สุรินทร์ – เขมรได้ใจ รุกชายแดนไทยรอบด้าน เผยบิ๊กทหารกัมพูชานำกำลังกว่า 50 นาย พร้อมอาวุธครบมือและสื่อมวลชนกัมพูชา บุกขอเข้าชม “ปราสาทตาเมือน” ชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์

กลุ่มปราสาทตาเมืภ?? ตั้งภ??ู่ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในเขต ต.ตาเมียง ฮพนมดงรัก จ.สุรินทร์ ที่ทหารกัมพูชา นำกำลังพร้ภ??ภ??วุธครบมืภบุกเข้าขภชมปราสาท

กลุ่มปราสาทตาเมือน ตั้งอยู่ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในเขต ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ที่ทหารกัมพูชา นำกำลังพร้อมอาวุธครบมือ บุกเข้าขอ ชมปราสาท



ด้านทหารพรานไทยเจรจาไม่อนุญาตให้เข้าเด็ดขาด หวั่นกัมพูชาฉวยโอกาสวางกำลังทหารยึดปราสาทตาเมือน เกิดปัญหาซ้ำรอยเขาพระวิหาร ฝ่ายทหารกัมพูชาจึงถอยร่นกลับไป เผยไทยเตรียมเพิ่มความเข้มงวด และกำลังทหารเฝ้าระวังพื้นที่ด้านนี้มากขึ้น


วันนี้ (3 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวานนี้ (2 ส.ค.) ที่บริเวณ ปราสาทตาเมือน ชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ได้มีกำลังทหาร กัมพูชา จำนวน 50 นาย พร้อมด้วยอาวุธสงครามครบมือ นำโดย


พล.ต.โป เฮง รองผู้บัญชาการทหารภูมิภาคที่ 4 กัมพูชา และ พ.อ.เนียะ วงศ์ รองผู้บังคับกองพันที่ 402 ทหารชายแดนกัมพูชา และ สื่อมวลชน ชาวกัมพูชาได้เดินทางมายังบริเวณ ทางขึ้น ปราสาทตาเมือน และพบกับกำลัง เจ้าหน้าที่ทหารพรานของไทย สังกัดกองร้อย ทหารพราน ที่ 9026 กรมทหารพรานที่ 26 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2
กลุ่มปราสาทตาเมืภ?? ตั้งภ??ู่ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

กลุ่มปราสาทตาเมือน ตั้งอยู่ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา



พล.ต.โป เฮง ได้เจรจากับ เจ้าหน้าที่ทหารพราน ของไทย เพื่อที่จะนำ กำลังทหารกัมพูชา เข้าไปชม ปราสาทตาเมือน แต่ ทหารพรานของไทย ไม่อนุญาต ให้เข้ามายังปราสาทตาเมือน ซึ่งการเจรจาของ ทหารพรานไทย และทหารกัมพูชา เป็นไปด้วยดี ไม่ได้มีการแสดงออกถึง การใช้กำลัง แต่อย่างใด แต่ก็ทำให้ พล.ต.โป เฮง รองผู้บัญชาการ ทหารภูมิภาคที่ 4 กัมพูชา ถึงกับ อารมณ์เสีย เนื่องจากตั้งใจ จะเข้ามาที่ ปราสาท ตาเมือน ให้ได้จึงทำให้ ทหารกัมพูชาผิดหวัง อย่างมาก


พ.อ.กิตติศักดิ์ บุญพระธรม ผู้บังคับการกรมหารพรานที่ 26 เปิดเผยกับ ผู้สื่อข่าว ว่า เหตุการณ์ที่ ปราสาทตาเมือน เมื่อวานนี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งทางทหารพราน ของไทยได้ชี้แจงให้ รองแม่ทัพทหารภูมิภาคที่ 4 กัมพูชา ได้เข้าใจ ถึงสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยเฉพาะการเผชิญหน้า กัน ของทหารไทย และ ทหารกัมพูชา ที่บริเวณเขาวิหาร ด้าน จ.ศรีสะเกษ ซึ่งขณะนี้ แม้จะอยู่กันด้วยความเข้าใจอันดีต่อกัน แต่การแก้ไข สถานการณ์ ที่เกิดขึ้น ยังไม่มีข้อยุติ


เราจึงขอให้ทหารกัมพูชา ที่จะเดินทางมา เพื่อชมปราสาทตาเมือน อย่าได้เข้ามาในช่วงนี้ เพราะเหตุการณ์ ที่ปราสาทพระวิหาร ยังไม่ได้ข้อยุติ หากมีข้อยุติ เป็นที่ยอมรับทั้งสองประเทศแล้ว ก็สามารถเข้ามาเยี่ยมชม ปราสาทตาเมือน ได้


ทั้งนี้ ปราสาทตาเมือน เป็นโบราณสถานตั้งอยู่บริเวณ แนวชายแดนไทย-กัมพูชา และ ยังไม่มีการปักปันเขตแดน ที่ชัดเจน หากให้ทหารกัมพูชา เข้ามาอาจมีการวางกำลัง ปักหลัก อยู่ที่ปราสาทตาเมือน ทำให้มีปัญหาเหมือนกับ ปราสาทพระวิหาร ซึ่งจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากในการเจรจา เพราะ ไทย และ กัมพูชา ต่างยึดถือแผ่นที่ คนละฉบับ


พ.อ.กิตติศักดิ์ กล่าวอีกว่า ฝ่ายทหารกัมพูชา ก็เข้าใจ และไม่ได้ใช้กำลังบุก เข้ามาที่ ปราสาทตาเมือน แต่อย่างใด จึงได้นำกำลังพร้อม คณะ สื่อมวลชน ของกัมพูชา ถอยกลับเข้าไปยังเขตแดน ของ ประเทศกัมพูชา
กลุ่มปราสาทตาเมืภ?? ตั้งภ??ู่ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

กลุ่มปราสาทตาเมือน ตั้งอยู่ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา



“ส่วนการเฝ้าระวังพื้นที่ ปราสาทตาเมือน ของฝ่ายไทย ต่อจากนี้ไป จะเข้มข้นขึ้น ต้องเพิ่มกำลังทหาร เข้ามาดูแลให้มากขึ้น เพื่อให้ สามารถ ควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ได้ ซึ่งขณะนี้ได้มีการวางแผนเตรียมการไว้หมดแล้วในการรักษาอธิปไตยของไทยอย่างดีที่สุด” พ.อ.กิตติศักดิ์ กล่าว


อนึ่ง ปราสาทตาเมือน เป็น กลุ่มปราสาทหินโบราณ 3 หลัง ที่มีความสำคัญ และขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของ จ.สุรินทร์ และ ประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณ ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ประกอบด้วย


1.ปราสาทตาเมือน หรือ ปราสาทยายกรีม สร้างด้วยศิลาแลง เชื่อว่าเป็นธรรมศาลา หรือ ที่พักคนเดินทาง สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7


2.ปราสาทตาเมือนโต๊จ ตั้งอยู่ห่าง ปราสาทตาเมือน 200 เมตร สร้างด้วยศิลาแลง และ หินทราย เป็น อโรคยาศาลา หรือ โรงพยาบาลรักษาผู้ป่วย ในสมัยโบราณ สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และ


3.ปราสาทตาเมือนธม อยู่ห่างจาก ปราสาทตาเมือน 700 เมตร ตั้งในแนว เทือกเขาพนมดงรัก สร้างด้วยศิลาแลง และ หินทราย เป็นเทวสถาน ในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย สร้างตามแบบศิลปะบาปวน ปลายพุทธศตวรรษที่ 16


ทั้งนี้ ปราสาทตาเมือน จ.สุรินทร์ ถือว่าเป็นปราสาทหิน ที่เชื่อมโยง เส้นทาง อารยธรรมขอมโบราณ ระหว่าง ปราสาทนครวัด-นครธม ประเทศกัมพูชา กับ ปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ และ ปราสาทหินพิมาย จ.นครราชสีมา

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 3 สิงหาคม 2551 14:01 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000091064


พิมพ์ ข่าวนี้ เขมรได้ใจ! ส่งทหารพร้อมอาวุธบุก “ปราสาทตาเมือน” ชายแดนสุรินทร์


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

June 28, 2008

“ศาลปกครองกลาง” สั่งห้าม! กระทรวงการต่างประเทศ และรัฐบาล กล่าวอ้าง มติ ครม.วันที่ 17 มิถุนายน 2551 กรณี การขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก

The Administrative Court

ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งกำหนดมาตรการ
หรือ วิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราว
ก่อนการพิพากษา
คดีหมายเลขดำที่ 984/2551 กรณีปราสาทพระวิหาร

ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ 984/2551 กำหนดมาตรการ หรือ วิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา

ระหว่าง นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 และ พวกรวม 9 คน กับ


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1

คณะรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2

กรณีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้มีมติเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วม รัฐบาลไทย และ รัฐบาลกัมพูชา กรณี การขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก


อ่านเอกสารแนบ

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ศาลปกครองกลาง
http://www.admincourt.go.th/news_01_detail.aspx?News_data_Index=+4550+



เปิดคำสั่งศาลปกครองกลางสั่งคุ้มครอง “ปราสาทพระวิหาร”
28 มิถุนายน 2551 15:52 น.

รายละเอียดคำสั่ง “ศาลปกครองกลาง” สั่งห้าม! กระทรวงการต่างประเทศ และรัฐบาล กล่าวอ้างหรือใช้ประโยชน์จากมติ ครม.วันที่ 17 มิถุนายน 2551 ที่เห็นชอบแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา เกี่ยวกับการจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก จนกว่าคดีจะถึงที่สุดและจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น

คลิก! ดาวน์โลด อ่านคำสั่งศาลปกครองกลางฉบับเต็ม (16 หน้า) 1.5 MB

ปรับปรุงจาก ข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ จาก
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000076115


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

” ปราโมทย์” ชำแหละพรรคการเมืองไทยส่วนใหญ่เป็น “แค่แก๊งเลือกตั้ง”

“ปราโมทย์”ชี้ศาล ปค.เป่านกหวีดแล้วเชื่อ 2 อดีตนายกฯ ติดคุก
28 มิถุนายน 2551 17:36 น.
pramote
” ปราโมทย์” ชำแหละพรรคการเมืองไทยส่วนใหญ่เป็น “แค่แก๊งเลือกตั้ง” ที่หัวหน้าพรรคตั้งทำเพื่อประชโยชน์ส่วนตัว ชี้รัฐบาลชุดนี้หมดสภาพแล้ว และศาลปกครองได้เป่านกหวีดให้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นโมฆะ ทำนายอีกไม่นานจะมีอดีตนายกฯ 2 คนต้องติดคุก

วันนี้(28 มิ.ย.) นายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชการอิสระ ได้กล่าวปราศรัยบนเวทีชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หน้าทำเนียบรัฐบาล ว่ารัฐบาลที่มาจากพรรคการเมืองที่แท้จริง จะสามารถปกป้องประชาชนได้

ยกตัวอย่างกรณีที่มีการปิดล้อมกันของประชาชนแต่ละฝ่ายที่อุดรธานี ซึ่งตำรวจอยู่ภายใต้พรรคการเมืองที่มีลักษณะเป็นแก๊งเลือกตั้ง ทำให้รัฐบาลที่แท้จริงก็ไม่มีตามไปด้วย

นายปราโมทย์ กล่าวอีกว่า พรรคการเมืองในบ้านเมืองส่วนใหญ่เป็นพรรคหัวหน้าตั้ง คิดถึงแต่ประโยชน์ของหัวหน้าเป็นหลัก และ เวลานี้รัฐบาลหมดสภาพแล้ว

เนื่องจากไม่สามารถคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชน พร้อมทั้งเตือนว่าถ้าการเมืองดี ตำรวจก็จะได้รับความศรัทธาของประชาชนเป็นทวีคูณ

“ผมอยากฝากถึงตำรวจที่มีอำนาจไม่ยั่งยืน และคนที่มีอำนาจก็ไม่ยั่งยืน เป็นอำนาจชั่วคราว” นายปราโมทย์ ระบุ และ ว่า เวลานี้

ศาลปกครองได้เป่านกหวีดเมื่อตอนเที่ยงคืนที่ผ่านมา คุ้มครองชั่วคราว กรณีไม่ให้รัฐบาลไปตกลงรับรองให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เป็น มรดกโลก เป็นโมฆะ

นายปราโมทย์ ยังทำนายอีกว่า ในอนาคตจะมีอดีตนายกรัฐมนตรีอย่างน้อย 2 คนต้องติดคุก และ ถึงเวลาแล้ว ที่ทุกฝ่ายทั้งประชาชน ข้าราชการตำรวจ-ทหาร จะต้องมาช่วยกันปกป้องชาติช้านเมือง

ปรับปรุงจาก ข่าว และภาพ ของ ผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000076127


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

พิมพ์

June 4, 2008

กรมศิลปากร จัดพิธีบวงสรวงเพื่อ ซ่อมแซมประติมากรรมปราสาทพนมรุ้ง

กรมศิลปากร ทำพิธีบรวงสรวงขอขมาสิ่งศักดิ์บนปราสาทพนมรุ้ง ก่อนระดมทีมช่างบูรณะเทวรูปที่ถูกทุบทำลายเสียหาย ขณะที่อธิบดีกรมศิลปากร ยืนยัน ไม่กระทบต่อการยื่นเสนอเป็นมรดกโลก คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

วันนี้ (4 มิ.ย.51) เวลา 08.19 น. นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานพิธีีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บน อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ โดยการประกอบ พิธีพราห์ม และ พิธีสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและ บอกกล่าว สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนระดม ทีมช่างจากกรมศิลปากร บูรณะซ่อมแซม เทวรูปองค์เทพบริวาร บนปราสาท ที่ถูกคนร้ายทุบทำลายเสียหาย 19 องค์ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา

หลังประกอบพิธีบรวงสรวง อธิบดีกรมศิลปากร ได้นำชิ้นส่วนประติมากรรม แขนทวารบาล ส่วนที่แตกหักที่ซ่อมแซมแล้ว ประกอบเข้ากับส่วนที่ไม่เสียหายเพื่อเป็น ปฐมฤกษ์ ที่จะนำไปสู่ การบูรณะซ่อมแซมเทวรูปองค์อื่นที่ ถูกทุบทำลายเสียหาย โดยจะทำการซ่อมแซมจาก องค์ปราสาทประทาน ลงไปจนถึงเศียรพญานาค สะพานนาคราช ด้านล่าง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 30 วันตามกำหนด

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงสาเหตุการทุบทำลายโบราณสถานปราสาทหินพนมรุ้ง จะเป็นเรื่องด้านไสยศาสตร์ รวมทั้งเรียกร้องขอให้ประชาชนเป็นเจ้าของโบราณสถาน ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 5,000 แห่ง แต่ขึ้นทะเบียนไว้เพียง 2,000 แห่ง ซึ่งโบราณสถานเหล่านี้ ไม่ใช่ของกรมศิลปากร แต่เป็นของประเทศ และประชาชนทุกคน เป็นเจ้าของ และเป็นสิ่ง ที่มีคุณค่าจาก มรดกทางวัฒนธรรมที่ทิ้งไว้ให้ ทั้งนี้ ในส่วนของเหตุการณ์ทุบทำลายโบราณสถานครั้งนี้ จะไม่ส่งผลผลกระทบต่อ แผนการพัฒนาและ การเสนอชื่อให้ปราสาทหินพนมรุ้ง ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวภายหลังพิธีบรวงสรวง ว่า ความเสียหายขององค์เทวรูป ที่ถูกทุบทำลาย จะไม่กระทบต่อการ ยื่นเสนอชื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งอยู่ในระหว่าง การพิจารณาของ องค์การยูเนสโก้ เพราะองค์ปราสาทส่วนใหญ่ ยังมีความสมบูรณ์ และส่วนที่เสียหายยังสามารถบูรณะซ่อมแซมให้ ใกล้เคียงกับสภาพเดิมได้

ส่วนด้านการรักษาความปลอดภัยนั้น ทางกรมศิลปากรได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำท้องถิ่น ที่มีโบราณสถานตั้งอยู่ในพื้นที่ เข้ามาสร้างสำนึก ในการมีส่วนร่วม วางมาตรรักษาความปลอดภัยโบราณสถาน ที่มีทั้ง ประเทศกว่า 5,000 แห่ง เป็นการป้องกันกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพ หรือผู้ไม่หวังดี เข้าไปโจรกรรมหรือทุบทำลายซ้ำอีก

ด้านนายดุสิต ทุมมากรณ์ หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง กล่าวว่า กรมศิลปากรได้มอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญ ระดับ 9 เป็นหัวหน้าคณะ ในการซ่อมแซมประติมากรรม ประกอบโบราณสถานปราสาทหินพนมรุ้ง โดยจะเริ่มประกอบ และหล่อแขนทวารบาล รูปสิงห์ โคนนทิ และ การซ่อมแซมเศียรพญานาค จะซ่อมแซมเป็นลำดับสุดท้าย เนื่องจากมีรายละเอียดมาก คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

June 2, 2008

ปธ.กรรมาธิการวัฒนธรรมฯ วุฒิสภา สะเทือนใจทุบโบราณสถาน”พนมรุ้ง”

ประธานกรรมาธิการศาสนา ศิลปวัฒนธรรม วุฒิสภา สะเทือนใจ ทุบทำลายโบราณสถาน ปราสาทหินพนมรุ้ง เชื่อคนทำไม่ใช่คนไทย พร้อมเร่งรัดตำรวจหาผู้กระทำความผิด ขณะตำรวจ ตั้งประเด็นกลุ่มคนร้ายเกี่ยวข้องหมอไสยศาสตร์เขมร

ศาสตราจารย์ เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ ประธานคณะกรรมาธิการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา พร้อมด้วย คณะกรรมาธิการฯ ได้เดินทางไปศึกษา กรณีมีคนร้ายลอบเข้าไปทำลายปราสาทหินพนมรุ้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

โดยเข้ารับฟัง การบรรยายสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์และ ความคืบหน้า การติดตามคนร้ายในคดีดังกล่าว และ ได้เข้าศึกษาความเสียหาย การทุบทำลายโบราณสถาน ปราสาทหินพนมรุ้ง ซึ่งกลุ่มคนร้ายได้ดำเนินการ รวม 7 จุดโดยทุบทำลายโบราณวัตถุและรูปปั้น ต่างๆ รวม 19 ชิ้น

ประธานคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา กล่าวว่า รู้สึกสะเทือนใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยไม่เชื่อว่า จะเป็นฝีมือของคนไทย เนื่องจากปราสาทพนมรุ้ง เป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญของประเทศไทย ซึ่งได้เรียกร้องให้ เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดดำเนินการหาคนร้ายมาดำเนินคดี รวมทั้ง จะต้องเพิ่มมาตรการ ในการดูแลรักษาพื้นที่โบราณสถาน ให้มากขึ้น

ด้านพันตำรวจเอกกฤษณะ สุขะตุงคะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ให้น้ำหนักคดี ซึ่งเกี่ยวข้องใน ประเด็นด้านไสยศาสตร์ โดยได้เก็บรวบรวมหลักฐาน โดยเฉพาะ น้ำลายที่ติดกับบุหรี่ม้วนกระดาษยาเส้น ที่ใช้ในกระทำพิธีขอขมา ของ กลุ่มคนร้าย เพื่อนำไปตรวจสอบพิสูจน์ ดีเอ็นเอ ได้

ขณะเดียวกัน ขอความร่วมมือกับประชาชน ที่มีความรู้เกี่ยวกับพิธีไสยศาสตร์ว่า การดำเนินการใช้บุหรี่ยาเส้น จำนวน 3 ม้วน และ 8 ม้วน ว่าน่าจะมาจากกลุ่มไสยศาสตร์ กลุ่ม หรือสำนักใด เป็นฝีมือของหมอไสยศาสตร์ทางเขมร ว่าเป็นคนไทย หรือมาจาก ประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนั้น จากการที่มีการตั้งรางวัลให้แก่คนที่แจ้งเบาะแสติดตามหาคนร้าย ที่มีเงินรางวัล 950,000 บาท ในขณะนี้ ได้สร้างปัญหาในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เนื่องจาก มีประชาชนได้แจ้งเรื่อง แต่เป็นการสร้างเรื่อง เพื่อการกลั่นแกล้งกัน ทำให้เสียเวลาและ ค่าใช้จ่ายในการสืบสวนสอบสวน

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 24, 2008

กัมพูชา ยอมขึ้นทะเบียนเฉพาะองค์ปราสาท และจัดทำแผนที่ใหม่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เผยผลการหารือร่วม 3 ฝ่าย ไทย – กัมพูชา – ยูเนสโก คืบหน้า โดยกัมพูชายอมขึ้นทะเบียนเฉพาะองค์ปราสาท และพร้อมจัดทำแผนที่ใหม่ ส่วนพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ทั้ง 2 ฝ่ายจะร่วมกันหาทางออกอีกครั้ง
นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการเดินทางไปประชุมร่วมกับกัมพูชา และองค์การยูเนสโก ที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่า คณะผู้แทนไทย ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากส่วนราชการกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และผู้แทนจากสำนักงานคณะผู้แทนถาวรไทย ประจำยูเนสโก รวม 9 คน ได้หารือกับฝ่ายกัมพูชา นำโดยนายสก อาน รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และบุคคลระดับสูงจากรัฐบาลกัมพูชา มีผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายวัฒนธรรม ของยูเนสโก เข้าร่วมหารือด้วย โดยใช้เวลาในการประมาณ 10 ชั่วโมง โดยกัมพูชายอมรับการเปลี่ยนแปลงการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งจะขอขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทเป็นมรดกโลก และในวันที่ 6 มิถุนายนนี้ กัมพูชาจะส่งแผนที่ใหม่ แสดงขอบเขตตัวปราสาทให้ฝ่ายไทย และยูเนสโก พิจารณาอีกครั้ง
นายนพดล กล่าวว่า ทั้ง 2 ฝ่ายมีบันทึกไว้เป็นร่างคำแถลงการณ์ร่วม (Joint Communiqué) อย่างชัดเจนว่า แต่ละฝ่ายต้องนำผลการหารือครั้งนี้ ขอความเห็นชอบจากรัฐบาลของตัวเองก่อน และจะต้องพิจารณาว่า แผนที่ที่ได้รับการแก้ไขแทนแผนที่เดิม ที่กัมพูชาเคยใช้ประกอบในการขอขึ้นทะเบียน เมื่อ พ.ศ.2550 มีความเหมาะสมหรือไม่ ส่วนพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร ทั้ง 2 ฝ่ายจะพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม นายนพดล ปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่า การที่ไม่มีทหารร่วมเดินทางไปหารือในครั้งนี้ด้วย เพราะมีความขัดแย้งกัน โดยยืนยันว่า พล.ท.นิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ติดภารกิจราชการของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ที่ประเทศรัสเซีย จึงไม่ได้เดินทางไปด้วย ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งแต่อย่างใด

Next Page »

Blog at WordPress.com.