Accom Thailand

May 28, 2009

Bali 4d3n by Thai Airways – มนต์เสน่ห์ บาหลี 4 วัน 3 คืน


Tour Code BALI 01 (TG – Bali 4d3n)

บาหลี 4 วัน 3 คืน
กรุงเทพฯ – บาหลี – กรุงเทพฯ
เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ ของ ขุนเขา และ อ่าวยอดนิยม แห่ง อินโดเนเซีย
โดย สายการบินไทย (TG)

กรุงเทพฯ – บาหลี –
ผ่านชมอนุสาวรีย์บิม่า เทพเจ้าแห่งท้องทะเล ย่าน Kartika Plaza ชมทัศนียภาพ ที่เขียวขจีด้วยต้นข้าว –
หน้าผาอูรูวาตู – CELUK หมู่บ้านเครื่องเงิน – ชมย่าน UBUD หมู่บ้านศิลปินศูนย์กลาง –
KINTAMANI ที่ท่านจะ ตะลึงกับความงาม ของขุนเขา –
ชมความงามของภูเขาไฟ กุหนุงอากุง – TEMPAK SIRING วิหารศักดิ์สิทธิ์ภัคศิริงค์ สร้างในศตวรรษที่13 –
ชมความมหัศจรรย์ของบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ TERTA EMPUL –
ขึ้นสู่ เทือกเขาเบดูกัล – ชมวิหารกลางมหาสมุทรอินเดีย TANAH LOT ทานาล็อต –
บาหลี ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย – กรุงเทพฯ
สุดเที่ยวสุดคุ้ม ช้อปปิ้งสบาย สบาย!!!
พักโรงแรม International Class 3-5 Stars อาหาร 8 มื้อ

ออกเดินทางได้ ทุกวัน ตั้งแต่ 2 ท่าน ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. – 31 ก.ค. 52

อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ พักห้องคู่
ราคา รวมตั๋วเครื่องบิน สายการบินไทย (ตั๋วราคาพิเศษเท่านั้น)
เริ่มต้นที่ 19,500.- บาท

อัตราค่าบริการรวม :
– ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ สายการบินไทย (ตั๋วราคาพิเศษเท่านั้น) เส้นทางตามระบุ ชั้นทัศนาจร
– ค่าประกันภัยสายการบินและค่าน้ำมันที่มีการเรียกเก็บจากสายการบิน
– ค่าที่พัก 3 คืน, อาหารตามรายการ, ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ และ รถรับ-ส่ง ตามที่ระบุในรายการ
– ค่าน้ำหนักสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 ก.ก.

อัตราค่าบริการ ไม่รวม :
– ค่าภาษีสนามบิน Denpasar 17USD
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าทำหนังสือเดินทาง ,ค่าโทรศัพท์ส่วนตัว , ค่าซักรีด , มินิบาร์ในห้องพัก เป็นต้น
– ค่าวีซ่า ( ในกรณีที่ไม่ใช่หนังสือเดินไทย )
– ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ
– ค่าสัมภาระที่หนักเกินสายการบินกำหนด
– ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %

ติดต่อขอโปรแกรม Viva Voyage (วีว่า โวยาจ ) 518/3 ชั้น 3 ถนนเพลินจิต กทม. 10330 โทร 02-2548381 , 026520702 หรือ E-Mail : viva.voyage@gmail.com
หรือ คลิกที่นี่ เพื่อ Download ข้อมูล หรือ ดูโปรแกรมของ วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3 วันที่ 4
รายละเอียด เอกสารใช้ยื่นประกอบ การทำวีซ่า สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

World Heritage Site Luang Prabang Laos by PG ร่วม ทำบุญ-ตักบาตร ณ เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง


Tour Code INDO 02 (PG – World Heritage Site Luang Prabang Laos)

3 วัน 2 คืน
กรุงเทพฯ – หลวงพระบาง – กรุงเทพฯ
ร่วม ทำบุญ-ตักบาตร ณ เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง
เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ของอินโดจีน
ด้วย สายการบิน บางกอก แอร์เวยส์ (PG)

กรุงเทพฯ – หลวงพระบาง – พระราชวังเก่า – พระธาตุภูษี – ถ้ำติ่ง – บ้านซ่างไห –
น้ำตกตาดกวงชี – บ้านผานม – ตลาดมืด – วัดเชียงทอง – วัดวิชุนราช – หลวงพระบาง – กรุงเทพฯ
สุดเที่ยวสุดคุ้ม ช้อปปิ้งสบาย สบาย!!!
พักโรงแรม 4 ดาว อาหาร 7 มื้อ
กำหนดการเดินทาง : 19-21 มิ.ย. // 5-7 ก.ค. // 6-8 ก.ค. 52

อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ พักห้องคู่
ราคา รวมตั๋วเครื่องบิน บางกอก แอร์เวย์ 20,900.- บาท

เงื่อนไขพิเศษ
ในการเดินทางในแต่ละครั้ง จะต้องมี จำนวนผู้เดินทาง 15 ท่าน ขึ้นไป
สำหรับคณะจอยทัวร์ บริษัทขอสงวนสิทธิ์กรณีที่กรุ๊ปไม่ถึง 15 ท่าน จะไม่มีหัวหน้าทัวร์จาก กรุงเทพฯ

อัตราค่าบริการรวม :

ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ-หลวงพระบาง-กรุงเทพฯ
โดยสายการบิน บางกอก แอร์เวยส์ (PG)
ค่าภาษีน้ำมันของสายการบิน และ ค่าภาษีสนามบินไทย 700 บาท
และ ค่าภาษีสนามบิน ลาว 10 USD
ค่าที่พัก ตามโรงแรมที่ระบุไว้ในรายการ หรือระดับเดียวกัน
ค่ายาพาหนะนำเที่ยวในประเทศลาว
ค่าเรือล่องถ้ำติ่ง
ค่าอาหารตามที่ระบุไว้ในรายการ
ค่าใช้จ่ายของมัคคุเทศก์ท้องถิ่น
ค่าอากรท่องเที่ยวลาว
ค่าเที่ยวชมสถานที่ต่างๆตามที่ระบุในรายการ

อัตรานี้ไม่รวม : ค่าวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติ (อัตราตามสถาณฑูตกำหนด)


ติดต่อขอโปรแกรม Viva Voyage (วีว่า โวยาจ ) 518/3 ชั้น 3 ถนนเพลินจิต กทม. 10330 โทร 02-2548381 , 026520702 หรือ E-Mail : viva.voyage@gmail.com
หรือ คลิกที่นี่ เพื่อ Download ข้อมูล หรือ ดูโปรแกรมของ วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3
รายละเอียด เอกสารใช้ยื่นประกอบ การทำวีซ่า สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Angkor World Heritage Site Cambodia by PG ชม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก


Tour Code INDO 01 (PG – World Heritage Site Cambodia)

ท่องแดน ศิลานคร เสียมราฐ ชม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
ปราสาทนครวัต ชมเมืองพระนครธม ปราสาทบายน , ปราสาทบันทายสรี
ชมกลุ่มปราสาทหริหราลัย มหัศจรรย์ศิวลึงค์ใต้น้ำ 1,000 องค์ น้ำตกกบาลสะเปียน
ด้วย สายการบิน บางกอก แอร์เวยส์ (PG)
3 วัน 2 คืน กรุงเทพฯ – เสียมราฐ – กรุงเทพฯ

สุดเที่ยวสุดคุ้ม ช้อปปิ้งสบาย สบาย!!!
พักโรงแรม 4 ดาว อาหาร 7 มื้อ
กำหนดการเดินทาง
กำหนดการเดินทาง : 6-8 ก.ค. 52

อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ พักห้องคู่
ราคา รวมตั๋วเครื่องบิน บางกอก แอร์เวย์ 21,900.- บาท

เงื่อนไขพิเศษ
ในการเดินทางในแต่ละครั้ง จะต้องมี จำนวนผู้เดินทาง 15 ท่าน ขึ้นไป
สำหรับคณะจอยทัวร์ บริษัทขอสงวนสิทธิ์กรณีที่กรุ๊ปไม่ถึง 15 ท่าน จะไม่มีหัวหน้าทัวร์จาก กรุงเทพฯ

อัตราค่าบริการรวม :
– ค่าตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ –เสียมราฐ– กรุงเทพฯ สายการบิน Bangkok Airway (PG)
– ค่าทำวีซ่า สำหรับเข้าประเทศกัมพูชา ท่านละ 20 USD.- (วีซ่าท่องเที่ยว) สามารถทำวีซ่า ARRIVAL ได้
– ค่าภาษีสนามบินกัมพูชา 25 USD.
– ค่ายานพาหนะนำเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ตามรายการที่ระบุไว้
– ค่าห้องพักโรงแรม จำนวน 2 คืน (รวมอาหารเช้า) ตามระดับที่กำหนด หรือเทียบเท่า
– ค่าอาหารทุกมื้อตามรายการที่ระบุไว้
– ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น (บรรยายภาษาไทย)
– ค่าเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ตามรายการ
– ค่าประกันภัย อุบัติเหตุ วงเงินประกัน 1,000,000.- บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ติดต่อขอโปรแกรม Viva Voyage (วีว่า โวยาจ ) 518/3 ชั้น 3 ถนนเพลินจิต กทม. 10330 โทร 02-2548381 , 026520702 หรือ E-Mail : viva.voyage@gmail.com
หรือ คลิกที่นี่ เพื่อ Download ข้อมูล หรือ ดูโปรแกรมของ วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3
รายละเอียด เอกสารใช้ยื่นประกอบ การทำวีซ่า ราชอาณาจักร กัมพูชา


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

February 10, 2009

World Heritage in China:Dazu Rock Carvings – หินสลักยุคหลัง ที่ เมืองฉงชิ่ง


World Heritage in China世界遗产在中国: Dazu Rock Carvings大足石刻1/3 – June 30, 2008

World Heritage in China世界遗产在中国: Dazu Rock Carvings大足石刻2/3 – June 30, 2008

World Heritage in China世界遗产在中国: Dazu Rock Carvings大足石刻3/3 – July 01, 2008

The Dazu Rock Carvings (Chinese: 大足石刻; pinyin: Dàzú Shíkè) are a series of Chinese religious sculptures and carvings, dating back as far as the 7th century A.D., depicting and influenced by Buddhist, Confucian and Taoist beliefs. Listed as a World Heritage Site, the Dazu Rock Carvings are made up of 75 protected sites containing some 50,000 statues, with over 100,000 Chinese characters forming inscriptions and epigraphs. The sites are located on the steep hillsides within Dazu County (near the city of Chongqing, China), with the high points being the carvings found on Mount Baoding and Mount Beishan.

กลุ่มหินสลักที่ ต้าจู๋ เป็นตัวแทนของความเชื่อใน เทพเจ้า ของสังคมชาวจีน โดยตลอดระยะเวลา ของวิวัฒนาการ ในความเชื่อเรื่องศาสนา ของสามัญชน ได้ถ่ายทอดออกมา ในงานศิลปะทั้ง ในแง่ความเชื่อในพุทธศาสนา ศาสนาเต๋า และ หลักคำสอนของ สำนักปรัชญาขงจื๊อ ซึ่งมีทั้งที่ขัดแย้งกัน และ สอดคล้องกลมกลืนกัน โดยทั้งผลงานแกะสลัก ตามความเชื่อ ในศาสนาเต๋า และ ตามหลักคำสอนของขงจื๊อนั้น มีพื้นฐานศิลปะ ที่เจริญงอกงาม มาจากศิลปะถ้ำ แนวพุทธศิลป์ของจีน

The earliest carvings were begun in 650 A.D. during the early Tang Dynasty, but the main period of their creation began in the late 9th century, when Wei Junjing, Prefect of Changzhou, pioneered the carvings on Mount Beishan, and his example was followed after the collapse of the Tang Dynasty by local and gentry, monks and nuns, and ordinary people during the Five Dynasties and Ten Kingdoms Period (907-65). In the 12th century, during the Song Dynasty, a Buddhist monk named Zhao Zhifeng began work on the elaborate sculptures and carvings on Mount Baoding, dedicating 70 years of his life to the project.

The carvings were listed as a World Heritage Site in 1999, citing “…their aesthetic quality, their rich diversity of subject matter, both secular and religious, and the light that they shed on everyday life in China during this period. They provide outstanding evidence of the harmonious synthesis of Buddhism, Taoism and Confucianism.”


ข้อมูล


มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปีค.ศ.1999
ที่ตั้ง : อำเภอต้าจู๋ ทางทิศตะวันตกเหนือใน นครฉงชิ่ง
สร้างเมื่อ : ราว ค.ศ.650 ปีแรก แห่งรัชสมัยหย่งฮุย ต้นราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618-907) จนถึง ราชวงศ์หมิง-ชิง (ราวคริสต์ศตวรรษที่ 14-19)
อาณาเขต : กินอาณาบริเวณของหินสลัก ที่ภูเขาทั้ง 5 ได้แก่ เป่ยซัน เป๋าติ่งซัน หนันซัน สือจ้วนซัน และ สือเหมินซัน และ เทือกเขาอื่นๆโดยรอบ ในเขตปกครอง 28 หมู่บ้านของพื้นที่ 32 ตำบล ทั่วอำเภอต้าจู๋

ข้อมูลท่องเที่ยว
การเดินทาง เดินทางโดยรถไฟหรือรถบัสจากเมืองฉงชิ่ง ลงที่สถานีอำเภอต้าจู๋ และต่อรถโดยสารไปตามจุดท่องเที่ยวต่างๆได้ การเที่ยวชมหินสลัก อ.ต้าจู๋ จากตัวเมือง ฉงชิ่ง สามารถไปเช้าเย็นกลับได้

ราคาบัตร (ปรับเมื่อปี 2003) ชมหินสลัก บนยอดเป๋าติ่ง 80 หยวน ชมทิวทัศน์ในเขต เป่ยซันจิ่งชีว์ 60 หยวน ราคาบัตรเหมา เข้าชมทั้ง 2 แห่ง 120 หยวน

ปฏิทินงานเทศกาล อ.ต้าจู๋

เทศกาลงานวัดบนยอดเป๋าติ่ง วันที่ 19 เดือนยี่ (ตามปฏิทินจันทรคติของจีน) ซึ่งเชื่อว่าเป็นวันเกิดของพระโพธิสัตว์กวนอิม

นิทรรศการดอกบัว เดือนกรกฎาคม-สิงหาคมทุกปี เป็นงานแสดงดอกบัว ที่ปลูกอยู่ใน อำเภอนี้ หลากหลายพันธุ์ รวมถึงศิลปวัฒนธรรม ที่เกี่ยวข้องกับดอกบัว

นิทรรศการศิลปะหินสลักต้าจู๋ ชมศิลปะการแกะสลัก และงานแสดงดนตรีที่อำเภอต้าจู๋ ในเดือนตุลาคม

ติดตามข่าวท่องเที่ยว อ.ต้าจู๋ ที่ http://www.accomthailand.com


ปรับปรุง จาก ข้อมูล และ คลิป ของ juanpingz

คลิปจาก http://www.youtube.com



อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้อง กับ Dazu Rock Carvings from

  • Wikipedia , the free encyclopedia
    http://en.wikipedia.org/wiki/Dazu_Rock_Carvings
  • UNESCO World Heritage Centre
  • หินสลักยุคหลัง ที่ เมืองฉงชิ่ง ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 พฤษภาคม 2547 12:06 น.
  • Dazu Rock Carving
  • About Dazu Rock Carving (in Englisch)
  • Baodingshan of Dazu Rock Carving (in Englisch)
  • จาก ข้อมูล และ ภาพ ของ http://www.cndz.net/english/


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    September 26, 2008

    พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ ตรวจ พื้นที่ปัญหา ปราสาทตาเมือนธม และ ปราสาทตาควาย

    Filed under: กัมพูชา,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ตรวจสอบ,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,ฝรั่งเศส,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,องค์การยูเนสโก,โบราณคดี,โบราณสถาน — accomthailand @ 22:17
    Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


    “บิ๊กป๊อก” รุดตรวจ “ตาเมือนธม-ตาควาย” สุรินทร์
    – ชงข้อมูล รบ.ใหม่ ถกเขมร


    พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เดินทางด้วย เฮลิคอปเอตร์ มาลงที่ สนาม อบต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เพื่อลงตรวจ พื้นที่ปัญหา ปราสาทตาเมือนธม และ ปราสาทตาควาย ใม วันนี้ (26 ก.ย.)


    สุรินทร์ – “พล.อ.อุนพงษ์” ผบ.ทบ. พร้อม แม่ทัพภาคที่ 2 และ คณะ ลงตรวจพื้นที่ รับฟัง ปัญหาชายแดน ไทย-กัมพูชา กรณี ปราสาท ตาเมือนธม และ ปราสาท ตาควาย จ.สุรินทร์ เผยเพื่อเตรียมข้อมูล ให้รัฐบาลชุดใหม่ นำเข้าประชุมแก้ไข ปัญหาชายแดนร่วมกับ รัฐบาลกัมพูชา เร็วๆ นี้ ด้าน ผบ.กกล. สุรนารี ปฏิเสธที่ ทางกัมพูชากล่าวหาว่า ไทยบินล้ำเข้าไปใน เขตแดนเขมร พร้อมตั้งข้อสังเกต สื่อเขมร เสนอข่าว มีเจตนาอื่น แอบแฝง

    พล. �.�นุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เดินทางด้วยเฮลิค�ปเ�ตร์ มาลงที่สนาม �บต.ตาเมียง �.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เพื่�ลงตรวจพื้นที่ปัญหาปราสาทตาเมื�นธมและปราสาทตาควาย วันนี้(26 ก.ย.)

    พล. อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เดินทางด้วยเฮลิคอปเอตร์ มาลงที่สนาม อบต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เพื่อลงตรวจพื้นที่ปัญหาปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาควาย วันนี้(26 ก.ย.)


    วันนี้ ( 26 ก.ย.) ผู้สื่อข่าว รายงานว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมด้วย
    พล.ท.สุจิตร สุทธิประภา แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) ,
    พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพน้อยที่ 2 ว่าที่แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ ,
    พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี (ผบ.กกล.สุรนารี)
    พร้อมคณะนายทหาร อีกหลายนาย เดินทางโดย เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ แบล็กฮอว์ก ของ กองทัพบก จำนวน 3 ลำ มาลงที่ สนามฟุตบอล ด้านหลัง ที่ทำการ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์


    จากนั้นเดินทางด้วย รถยนต์เข้าไปยัง ปราสาท ตาเมือนธม บ.หนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ห่างจาก ที่ทำการ อบต. ตาเมียง ประมาณ 12 กิโลเมตร เพื่อรับฟัง การบรรยาย สรุปสถานการณ์ ข้อพิพาทชายแดน ไทย-กัมพูชา กรณีปัญหา ปราสาทตาเมือนธม และ ปราสาทตาควาย บ.ไทยสันติสุข ต.บักได อ.พนมดงรัก รวมทั้งปัญหา ข้อพิพาทต่างๆ ตลอดแนว พื้นที่ชายแดน ด้าน จ.สุรินทร์ ที่ กองร้อย ทหารพราน จู่โจมที่ 9026 กรมทหารพรานที่ 26 กองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี)


    ทั้งนี้ เพื่อเตรียมนำเสนอ ข้อมูลต่างๆ ให้กับ รัฐบาลชุดใหม่ ของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี นำเข้าประชุม กับ ฝ่ายรัฐบาล กัมพูชา ในการประชุม แก้ไขปัญหาชายแดน ไทย-กัมพูชา ในเร็วๆ นี้


    จากนั้น พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และ พล.ต. กนก เนตระคเสวนะ ผบ.กกล.สุรนารี ได้ขึ้น เฮลิคอปเตอร์ บินไปสำรวจพื้นที่ บริเวณ ปราสาท ตาควาย บ.ไทยสันติสุข ต.บักได อ.พนมดงรัก ก่อนเดินทางกลับ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ ของ พล.อ.อนุพงษ์ และ คณะ ในครั้งนี้ ไม่อนุญาตให้ ผู้สื่อข่าว และมวลชน ในพื้นที่ ติดตามเข้าไป ถ่ายภาพ และ ทำข่าวแต่อย่างใด


    ทางด้าน พล.ต. กนก เนตระคเวสนะ ผบ.กกล.สุรนารี เปิดเผยว่า กรณีที่ทาง กัมพูชา กล่าวหาว่า ไทย ส่งเครื่องบิน บินล้ำแดน ของ กัมพูชา บริเวณใกล้ ปราสาทตาควาย นั้น ไม่เป็นความจริง แต่อย่างใด


    โดยทาง กองกำลังสุรนารี ได้ทำการบินตรวจทางอากาศ เป็นปกติ ตลอดเวลา แต่ไม่เคย บินล้ำแดน อย่างที่ กัมพูชากล่าวหากัน และ ขอตั้ง ข้อสังเกตว่า เรื่องการ ออกข่าว ผ่าน หนังสือพิมพ์ พนมเปญโพสต์ กัมพูชา นั้น น่าจะมีเจตนาอื่น แอบแฝง และ ทำให้เกิด ความเข้าใจผิด ว่ายังมี การเผชิญหน้า ตลอดแนว ชายแดนไทย-กัมพูชา


    ข้อมูลภูมิหลัง ปราสาทตาควาย
    September 16, 2008, 7:08 pm


    1. ภูมิหลัง:


    1.1 ปราสาทตาควายเป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ในภาคตะวันออก เฉียงเหนือของประเทศไทย ระหว่าง หลักเขตแดน ที่ 21 กับ หลักเขตแดน ที่ 22 ซึ่งอยู่ห่างจาก กลุ่มปราสาท ตาเมือน ไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 13 กิโลเมตร และ ห่างจาก ปราสาทพระวิหาร ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 150 กิโลเมตร


    1.2 เส้นเขตแดน บริเวณนี้ เป็นไปตาม สนธิสัญญา สยาม-ฝรั่งเศส ฉบับวันที่ 23 มีนาคม ค.ศ. 1907 กับ พิธีสาร แนบท้าย ว่าด้วย การปักปันเขตแดน ซึ่งข้อบทของ สนธิสัญญา กำหนดให้ใช้ สันปันน้ำของ เทือกเขาพนมดงรัก เป็น เขตแดน และ บันทึก วาจา ปักหลัก หมายเขต (Procès-verbal d’abornement) ปี ค.ศ. 1908-1909 และ ปี ค.ศ. 1919-1920


    1.3 บริเวณพื้นที่ ที่ติดกับ ปราสาทตาควาย เป็นส่วนหนึ่ง ของพื้นที่ ที่จะต้องดำเนินการสำรวจ และจัดทำ หลักเขตแดน โดย คณะกรรมาธิการ เขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา (jbc) ซึ่งจัดตั้งขึ้น เมื่อปี ค.ศ. 2000


    มีหน้าที่ รับผิดชอบ การสำรวจ และจัดทำ หลักเขตแดนร่วม ในพื้นที่ ตลอดแนวชายแดน ของ ไทย และ กัมพูชา โดย คณะกรรมาธิการ เขตแดน ร่วม ดังกล่าว ได้จัดตั้ง ชุดสำรวจร่วม ไทย-กัมพูชา ขึ้น เพื่อปฏิบัติหน้าที่ใ นการสำรวจ ตามข้อกำหนด อำนาจหน้าที่ และ แผนแม่บท ของ คณะกรรมาธิการฯ และ จะเริ่มปฏิบัติงาน ในการหาที่ตั้งของ หลักเขตแดนที่ 22 ไปจนถึง หลักเขตแดนที่ 1 เมื่อสำรวจพื้นที่ใน จังหวัดตราด ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ ในขณะนี้ แล้วเสร็จ


    1.4 ตลอดหลายปี ที่ผ่านมา ทหารไทย และ กัมพูชา ที่รับผิดชอบ ในพื้นที่ ปราสาทตาควาย มีการติดต่อประสานงาน และ พูดจากันตลอดเวลา ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่าย มีแนวปฏิบัติร่วมกัน ในเรื่อง การลาดตระเวนร่วม ในพื้นที่ดังกล่าว


    2. สถานะล่าสุด:


    2.1 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2551 ทหารกัมพูชา จำนวนประมาณ 30 คน ได้รุกล้ำเข้ามาใน ดินแดนไทย ในบริเวณปราสาทตาควาย ภายหลัง จาก การพบปะหารือ ระหว่า งทหารระดับพื้นที่ของ ทั้งสองฝ่าย ทหารกัมพูชา ดังกล่าว ได้ถอนกำลังออกไป เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2551


    2.2 อย่างไรก็ดี ต่อมา เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2551 หน่วยงานในพื้นที่ จังหวัดสุรินทร์ รายงานว่า ตั้งแต่ วันที่ 3 กันยายน 2551 กำลังทหารกัมพูชา พร้อมอาวุธ มากกว่า 70 นาย ได้รุกล้ำเข้ามา ในดินแดนไทย และ เข้ายึดครอง ปราสาทตาควาย และ บริเวณโดยรอบ ฝ่ายไทย ได้แจ้งให้ ทหารกัมพูชา ทราบว่า ได้เข้ามาอยู่ ในดินแดนไทย และ ขอให้ ถอนกำลังออก ในทันที แต่ปราศจาก การตอบสนองใดๆ จากทหารกัมพูชา ดังนั้น เพื่อพิทักษ์รักษา ปราสาทตาควาย ซึ่งอยู่ใน อาณาเขตของไทย ฝ่ายไทย จึงได้ส่งกองกำลังทหารพราน ประมาณ 35 นาย เข้าไปใน บริเวณนั้น


    2.3 ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้หารือ ร่วมกับ ฝ่ายกัมพูชา ระหว่างวันที่ 13-14 กันยายน 2551 ซึ่งช่วยลด ความตึงเครียด และ ทั้งสองฝ่าย ตกลงปรับกำลังทหาร ออกห่างจากกัน ขณะนี้ ไม่มีกำลังทหาร ของ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อยู่ภายใน ปราสาทตาควาย อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่าย ตกลง ที่จะคงกำลัง เพียงจำนวนเล็กน้อย ไว้ในพื้นที่


    2.4 ทั้งสองฝ่าย ตกลงที่จะคงช่องทาง ในการติดต่อ ระหว่างกันไว้

    พิมพ์ ข้อมูล ปราสาทตาควาย นี้ จาก กระทรวงการต่างประเทศ, ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ 10400
    http://www.mfa.go.th/web/200.php?id=20700



    – Fact Sheet: Temple of Ta Kwai
    September 16, 2008, 7:08 pm


    1. Background


    1.1 The Temple of Ta Kwai is an archeological site situated on the Dangrek Range within Surin Province in northeastern Thailand. It is located between the Boundary Pillars No. 21 and No. 22, some 13 kilometers to the east of the Ta Muen Temple Complex and 150 kilometers to the west of Phra Viharn Temple.


    1.2 The boundary in this area is in accordance with the Treaty between Siam and France dated 23 March 1907 and the Protocol concerning the delimitation of boundaries annexed to the said Treaty, which provide for the use of the watershed on the Dangrek Range as the boundary, as well as the Procès-verbal d’abornement of 1908-1909 and 1919-1920.


    1.3 The area adjacent to the Temple of Ta Kwai is part of the areas to be surveyed and demarcated by the Thai-Cambodian Joint Commission on Demarcation for Land Boundary (JBC), which was set up in 2000 to be responsible for the joint survey and demarcation of the entire stretch of the land boundary between the two countries. Based on the JBC’s agreed Terms of Reference and Master Plan, its Joint Survey Team will begin work to identify the exact location of the Boundary Pillars from No. 22 to No. 1 after its current work in Trat Province is completed.


    1.4 Over the years, Thai and Cambodian military personnel in the area around the Temple of Ta Kwai have maintained close contact and good cooperation. In particular, there is an understanding between them to conduct joint patrols in the area.


    2. recent developments


    2.1 On 3 August 2008, a Cambodian military unit of about 30 men had encroached into Thai territory in the area of the Temple of Ta Kwai. Following discussions between the military of both sides at the local level, the said Cambodian unit withdrew on 6 August 2008.


    2.2 On 6 September 2008, however, the Thai local authorities in Surin Province reported that more than 70 Cambodian armed troops had intruded into Thai territory and entered and occupied the Temple of Ta Kwai and its vicinity. The Thai side informed the said Cambodian troops that they were in Thai territory and requested their immediate withdrawal from the area, but the request was disregarded. With a view to safeguarding the Temple, which is located within Thai territory, a Thai paramilitary group of approximately 35 men were deployed into the area.


    2.3 In this connection, the Commanding General of the Second Army Region held consultations with his Cambodian counterpart from 13-14 September 2008. Tensions have since eased with troops on both sides redeployed away from each other. Currently, no troops from either side are in the Temple. However, both sides agreed to maintain a small number of troops in the area.


    2.4 Both sides agreed to keep their line of communication open.

    Read the article about The Temple of Ta Kwai อ่าน ข้อมูล ปราสาทตาควาย นี้ จาก กระทรวงการต่างประเทศ, ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ 10400


    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
    26 กันยายน 2551 22:17 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000114504


    พิมพ์ ข่าวนี้ “บิ๊กป๊อก”รุดตรวจ“ตาเมือนธม-ตาควาย”สุรินทร์ – ชงข้อมูล รบ.ใหม่ถกเขมร


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    September 23, 2008

    “สมศักดิ์” จวก บทวิเคราะห์หารเมือง “มติชน” มั่ว โต้ การเมืองใหม่ เกิดนานแล้ว เพราะ ถูกต้อง เป็นธรรม และ บริสุทธิ์ ไม่มี ผลประโยชน์ใดๆ แอบแฝง

    Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาทพระวิหาร,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,องค์การยูเนสโก,อาชญากรรม,เทวสถาน,โบราณคดี,โบราณสถาน — accomthailand @ 23:58
    Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


    “สมศักดิ์” จวก “มติชน” สุดมั่ว ใส่ไฟ “การเมืองใหม่” ล้มแต่ยังไม่ตั้งไข่

    นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย

    นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย


    “สมศักดิ์” จวก บทวิเคราะห์หารเมือง “มติชน” มั่ว กล่าวหาการเมืองใหม่ ล้มตั้งแต่ไม่ตั้งไข่ แถมป้ายสี ละทิ้งมวลชน ซ้ำยกคำ “สมัคร” ทาส เผด็จการ มาด่า ยันพันธมิตรฯ ชุมนุม 120 กว่าวัน ทำสำเร็จกว่า 40 เรื่อง โดยมีมวลชน เข้าร่วมมหาศาล หากทิ้ง มวลชน คงเหลือแค่ 5 แกนนำ อย่างโดดเดี่ยว ติง “ขรรค์ชัย บุนปาน” มอบกระเช้า ประจบ “สมชาย” จะเป็น สื่อของมวลชน ได้อย่างไร


    คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย
    คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย
    คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย


    วันนี้ (23 ก.ย.) เวลาประมาณ 23.20 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวปราศรัย บนเวทีหน้า ทำเนียบ รัฐบาลว่า การก่อตัวของ พี่น้องประชาชน ที่ลุกขึ้นมา ปฏิรูปการเมืองการปกครองไทย ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่ออนุชนรุ่นหลัง ฉะนั้น ใครจะมา บอกว่า การเมืองใหม่ เป็นไปไม่ได้ คนๆนั้น กำลังกล่าวความเท็จ เนื่องจาก ประวัติศาสตร์ เพิ่งผ่านพ้นไปได้ เพียงไม่กี่วัน ที่ รัฐบาลเผด็จการ ในระบอบทักษิณ เสียง 377 เสียง จาก 500 เสียง ฝ่ายค้าน ทำอะไรไม่ได้ ไม่ใช่เพราะพันธมิตรฯ หรือ ที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องหนี ขนาดนั้น


    “คนมีเงิน เอาเงิน ไปซื้ออำนาจ มาเป็นรัฐบาล เสียงมากมาย ครอบคลุมหมด ทั้งทหารตำรวจ มาเป็น พรรคพวกตัวเอง ทั้งนั้น แต่ไม่อาจต้าน พลังแห่งคุณธรรม ของ พันธมิตรฯได้ จึงต้อง ถอยร่นแตก แบบไม่เป็นกระบวน และ ตอนนี้ คดีต่างๆ กำลังจะถูกพิจารณา อย่างวันที่ 21 ต.ค. คดี ของ ทักษิณจะถูก พิพากษาเป้น คดีแรก ซึ่งเมื่อถึง วันนั้น เราก็จะอยู่สู้ต่อไป เพื่อต่อสู้ยึดทรัพย์ ที่โกงไป กลับมาเป็นของ แผ่นดิน ถ้าหนีได้หนีไป” นายสมศักดิ์ กล่าว


    นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า นี่คือการเมืองใหม่ ซึ่งกลายเป็น ปรากฏการณ์ที่ไม่เคย ปรากฏมาก่อน ในโลกนี้ นี่คือ ความเจริญก้าวหน้า ของ ปวงชน ชาวไทย ทุกคน ที่มีส่วนร่วม เกิดปรากฏการณ์ ช่วยเหลือกัน อย่างกว้างใหญ่ไพศาล บริจาคทั้ง ทรัพย์สินต่อสู้ จำนวนนับแสน นับล้าน นี่คือ การเมืองใหม่ โดยประชาชน เพื่อประชาชน และ ประเทศชาติ


    “ถ้าพวกเรา ไม่เคารพ ไม่เชื่อใจ ไม่รับฟัง พี่น้องประชาชน ก็จะไม่มี พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ที่มากมายที่สุดใน ประวัติศาสตร์ มีคนมา ชุมนุม ยาวนาน และ มากที่สุด มากกว่า 14 ตุลา มากกว่า พฤษภาทมิฬ ที่กล้าพูด เพราะเคยอยู่มา ทุกเหตุการณ์ และ ไม่เคยเอียงอยู่ฝ่าย เผด็จการ ไม่ว่าครั้งใด ทั้งสิ้น” นายสมศักดิ์กล่าว


    ทั้งนี้ จึงอยากให้ พี่น้องมั่นใจ เชื่อใจว่า ในสิ่งที่ทำนั้น ถูกต้องตลอด อย่าไปวิตกกังวล เมื่ออันธพาล เป็นรัฐบาล ที่มาคอยกล่าวหา รังแก เพราะ ความจริง ก็คือ ความจริง อย่าวิตก และ ไปทุกข์ร้อน กับมัน รัฐบาลคือ


    กบฏ ที่ละเมิดรัฐธรรมนูญ ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่มา กล่าวหาเรา ซึ่งจะไปกลัวทำไม ในเมื่อ ไม่เป็นความจริง จึงอยากให้ พี่น้อง เชื่อมั่น และ ไม่ต้องหวัง พึ่งใคร ให้พึ่ง พลังของเรา สามัคคีกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยว ชัยชนะ จะต้องปรากฏ อย่างแน่นอน


    “ชัยชนะมีได้ 2 อย่าง คือ
    1. สิ่งที่ทำนั้น จะต้องถูกต้อง เป็นธรรม และ บริสุทธิ์ ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ แอบแฝง
    2. จะต้องร่วมมือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีกฎเกณฑ์สามัคคีเป็น อันหนึ่งอันเดียวกัน สามัคคี คือพลัง และ ธรรมะ ต้องชนะ อธรรม เมื่อมีพลัง และ ธรรมะ ก็จะต้องชนะ อธรรมอย่างแน่นอน อย่าสับสน และ สงสัยว่าจะแพ้ หรือ ชนะ เพราะทุกครั้ง ที่ต่อสู้ ไม่เคยพบกับ คำว่า แพ้” นายสมศักดิ์กล่าว


    หลังจากนั้น นายสมศักดิ์ ได้ตอบโต้ หนังสือพิมพ์ มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 23 ก.ย. หน้า 11 ที่ได้วิเคราะห์ การเมือง โดยตั้งหัวข้อ ว่า “หักดิบการเมืองใหม่ ล้มตั้งแต่ยังไม่ตั้งไข่” โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า พวกเรา เคารพสื่อ ถ้าวิพากษ์วิจารณ์มา เราเคารพ แต่ อย่างนี้ เหมือนดูถูก ว่า การเมืองใหม่ ล้มตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งไข่ โดยที่ทำมานั้น ตนเคยบอกแล้วว่า มีความสำเร็จทั้งใหญ่ – ย่อย กว่า 40 ประเด็น


    แล้วความสำเร็จ ที่ผ่านมา นั้นจะมาหาว่ าล้มยังไม่ทันตั้งไข่ ได้อย่างไร ความจริง เราไข่นานแล้ว ตนนั้น ชอบวิชาปรัชญา เพราะว่า ด้วยเรื่อง เหตุ และ ผล เมื่อเรานำวิชานี้ ไปจับกับ สิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์ จะจับคนเท็จ ได้ตลอด รวมถึงคนโกหก ลำเอียง มีมายา ได้ทันที


    นายสมศักดิ์ กล่าวว่า บทความนี้ มีการวิพาษ์วิจารณ์ ถึงสูตร 70 ต่อ 30 หาว่าเป็น สูตรโควตาอ้อย ทั้งๆ ที่พันธมิตรฯ ชี้แจง ตลอดว่า เป็นความเห็น ของแกนนำ บางคน หรือผู้ประสานงาน ที่เสนอ เพื่อให้เกิด ประเด็นถกเถียงกัน ให้เกิด การมีส่วนร่วม เป็นกลยุทธ์ ซึ่งถ้า ไม่โยนอะไร ออกมา คนก็ไม่เถียง อันนี้เช่นกัน เป็นการโยนขึ้นไป เพื่อระดมความเห็น เข้ามา เช่นเดียวกับ สรรพสิ่งทั้งหลาย เกิดมาจาก สิ่งเล็ก เสมอ เห็นได้จาก พระพุทธเจ้า เริ่มมาจาก องค์เดียว ความคิด ที่ฉลาดอย่าง กาลิเลโอ ก็คิดมาจาก คนเดียว แต่หลังจาก คิดแล้ว ก็ได้ปล่อยให้ หลายคน พิสูจน์ความจริง ว่า ใช่หรือไม่ใช่ เมื่อข้อสรุป ที่เป็นจริงเกิดขึ้น ก็จะเกิดการยอมรับ กับ คนทั่วไป


    “นักปรัชญา มักเริ่มต้น แบบนี้ ด้วยกันทั้งนั้น อันนี้เช่นเดียวกัน เริ่มต้นด้วย 70:30 แต่กลับ มาบอกว่าเป็น ละทิ้งมวลชน แล้วที่ พี่น้องมารวมตัว ด้วย ความสมัครใจ เป็นจำนวนมาก แบบนี้ จะละทิ้งมวลชน ตรงไหน เราขาดเหลือ อะไร ก็ช่วยกัน บริจาคมาให้ ถ้าละทิ้ง มวลชน คงเหลือ แค่ 5 แกนนำ และนี่ คือ ความจริงชัดๆ เป็นความจริง ที่ปรากฏ เห็นรูป เห็นภาพ จึงจำเป็น ที่จะต้องโต้แย้ง ให้เห็นว่ามันไม่ใช่” นายสมศักดิ์ กล่าว


    นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนดีใจ ที่ได้มาอยู่ท่ามกลาง พี่น้องที่มีแต่น้ำใจ เป็นมนุษย์ ที่มีคุณค่า มาขับไล่รัฐบาลชั่ว อยู่ในขณะนี้ ซึ่งบทความ ได้มีการบอกต่อ ว่า พันธมิตร เป็นอันธพาลการเมือง เหมือนกับที่ สมัคร สุนทรเวช เคยกล่าวหาเรา คนเขียนบทความนี้ เหมือนจะโง่ ซึ่งความจริง นายสมัคร นั้น อยู่ฝ่ายเผด็จการ มาตลอด


    ตั้งแต่ สมัย 6 ตุลา ก็เป็นคนปลุกระดมให้ นักศึกษาเข่นฆ่ากันตาย 43 คน แต่กลับบอกว่า ตาย 1 คน มาครั้งนี้ได้ไปนำ นปก. โดยมี ตำรวจ นำหน้า มาตีเราที่ สะพานมัฆวานฯ แล้วมากล่าวหาว่า เราเป็นอันธพาล ซึ่งคนที่ อันธพาลนั้น คือ นายสมัคร และ คนที่เขียน บทความแบบนี้ คือ อันธพาล ในคราบ สื่อ


    นายสมศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมามี นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ได้ไปมอบ ช่อดอกไม้ แสดงความยินดี กับ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็น นายกรัฐมนตรี ซึ่งการจะมาเจอกันแบบนี้ ต้องมีการนัดกัน ถ้าหาก สื่อมวลชน ประจบ รัฐบาลแบบนี้ จะเป็นกลาง ได้อย่างไร สื่อมวลชน คือ สื่อเพื่อประชาชน ไม่ใช่ สื่อเพื่อรัฐบาล ถ้าเป็นแบบนั้น อย่าได้ เรียกว่า สื่อมวลชน เลย


    “นายขรรค์ชัย บุนปาน คนนี้ สมัย รสช. เคยยืนกับ สุจินดา คราประยูร ซึ่งขณะนั้น อยู่กับพวก เผด็จการ รสช. ซึ่งตอนนั้น ผม กับ พล.ต.จำลอง ได้ยืนอยู่ ข้างประชาชน และ ยังยืน ข้างประชาชน มาตลอด ดังนั้น การที่จะมากล่าวหาว่า ล้มยังไม่ทันตั้งไข่ ซึ่งเกินความจริง จึงต้องออกมา โต้ตอบ ชี้แจงให้รู้ว่า เราก็มีสมองคิด ออกมาชี้แจง ตอบโต้ ได้ทุกประเด็น” นายสมศักดิ์กล่าว


    ตอนท้าย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พี่น้องต้องอย่า ยินยอมและ อย่าไปท้อถอย ตนเชื่อว่า คนไทยส่วนใหญ่ คงคิดได้ คงไม่โหดร้ายอำมหิต ซึ่งตน เคยอ่าน ประวัติศาสตร์การเมือง ในหลายประเทศ ไม่เคยมีเลว เท่ากับนักการเมืองไทย ในปัจจุบัน แต่ มันจะเป็นเหมือน หนังเรื่อง ที่ฝ่าย พระเอก ชนะ ตอนจะจบ เมื่อใกล้รุ่งเช้า


    ฉะนั้น จงเชื่อมั่นใน พลังของพี่น้องเอง และจงเชื่อว่า ความจริงเป็นความจริง ขอให้ยืนหยัด อย่าได้หลงประเด็น เพราะพวกเรา ถือเรื่อง สัจจะ เป็นเรื่องใหญ่ และอยากให้ คนอย่างเราเอาเยี่ยงอย่าง พันท้ายนรสิงห์ ที่ไม่กลัวความจริง เราต้องสู้


    คนจริง มาหล่อหลอมกัน ไม่เท่าไร ก็สู้คนชั่วได้ ถ้าเราเป็นคนจริง เชื่อมั่นใน คุณงามความดี จนกว่า ชัยชนะ ทีละขั้นตอน จะคืบคลาน เข้ามาหาเรา

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
    24 กันยายน 2551 06:11 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113057


    พิมพ์ ข่าวนี้ “สมศักดิ์” จวก “มติชน” สุดมั่ว ใส่ไฟ “การเมืองใหม่” ล้มแต่ยังไม่ตั้งไข่


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    September 20, 2008

    “สมศักดิ์” ฉะ นายกน้องเขย ควรโทรศัพท์ ไปบอก พี่เมีย ให้กลับมา มอบตัว

    Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาทพระวิหาร,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,สหประชาชาติ,อาชญากรรม,เทวสถาน,โบราณคดี,โบราณสถาน — accomthailand @ 23:55
    Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


    “สมศักดิ์” แฉ บ.เจ๊แดงค้างค่าขนส่งรถไฟร่วม 20 ล.

     นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่�ประชาธิปไตย

    นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


    “สมศักดิ์” รำลึก พระมหากรุณาธิคุณ ร.5 เนื่องในวัน รสก. ผ่านเวทีพันธมิตรฯ ชี้ทรงมี สายพระเนตรยาวไกล สร้างไว้ เพื่อประชาชน แต่น่าเสียดาย ที่ถูกนักการเมืองชั่ว นำไปแปรรูป จนประชาชน ได้รับความเดือดร้อน แจง เหตุที่ ไม่สามารถ เลิกชุมนุมได้ เพราะหากปล่อยวัน ครม. “สมชาย” ที่อยู่ภายใต้เงา “ทักษิณ” จะทำบ้านเมืองพัง แฉ บ.วินโคสท์ ของเจ๊แดง ค้างค่าขนส่งรถไฟอยู่ ร่วม 20 ล.บาท


    คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย
    คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย
    คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย


    วันที่ (20 ก.ย.) เมื่อเวลา 22.45 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัย ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยกล่าวว่า วันนี้ถือเป็น วันรัฐวิสาหกิจไทย ซึ่งถือเป็นวันสำคัญ ของชาวรัฐวิสาหกิจ ทั่วประเทศ เพราะเป็นวันคล้าย วันพระราชสมภพ ของ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งถือเป็น องค์พระบิดา รัฐวิสาหกิจไทย
    วันนี้ 20 ก.ย. ถื�เป็น วันรัฐวิสาหกิจไทย ซึ่งถื�เป็นวันสำคัญ ข�งชาวรัฐวิสาหกิจ ทั่วประเทศ เพราะเป็นวันคล้าย วันพระราชสมภพ ข�ง พระบาทสมเด็จ พระจุลจ�มเกล้าเจ้า�ยู่หัว

    วันนี้ 20 ก.ย. ถือเป็น วันรัฐวิสาหกิจไทย ซึ่งถือเป็นวันสำคัญ ของชาวรัฐวิสาหกิจ ทั่วประเทศ เพราะเป็นวันคล้าย วันพระราชสมภพ ของ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว



    ดังนั้นในวันนี้ ของทุกปี พนักงานรัฐวิหสาหกิจ ทั่วประเทศ ก็จะรวมตัวกัน เพื่อสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ ทรงก่อตั้ง รัฐวิสาหกิจ ขึ้นมา ในประเทศไทย


    ทั้งที่ เราชาวไทย มีความภาคภูมิใจ ในรัฐวิสาหกิจ ที่พระองค์ ทรงริเริ่มไว้ให้ เพราะพระองค์ มีสายพระเนตร ที่ยาวไกล ทรงเห็นว่า รัฐวิสาหกิจ ที่พระองค์สร้างขึ้น จะส่งผลให้ประชาชน ในประเทศ อยู่ได้อย่างสุขสบาย เพราะระบบ การบริหารรัฐวิสาหกิจ ที่พระองค์วางไว้ เป็นระบบที่ดี คล่องตัว ในการบริหาร มากกว่า ระบบราชการทั่วไป ทำให้ประชาชน ได้รับประโยชน์มาก


    แต่ก็น่าเสียดายที่ นักการเมืองไทย ได้นำรัฐวิสาหกิจ ไปหา ผลประโยชน์ ส่วนตัว โดยการนำรัฐวิสาหกิจ ต่าง ๆ ไปอยู่ใน ความควบคุมของ แต่ละ กระทรวง แล้วทุจริตโกงกินกัน อย่างมโหฬาร จน รัฐวิสาหกิจ หลายแห่ง ประสบกับ ปัญหาขาดทุน สุดท้ายรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงมีการ ดำเนินการ แปรรูปรัฐวิสาหกิจ ในที่สุด


    นายสมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า การแปรรูป รัฐวิสาหกิจ หรือ การขายรัฐวิสาหกิจ ไปเป็นของ เอกชน นั้น จนถึงวันนี้ เราก็ได้เห็นแล้วว่า ไม่ได้มีประโยชน์ ต่อประชาชน ในชาติเลย เห็นได้จากการที่ ประชาชนต้องแบกรับ ค่าน้ำมันราคาแพง จากการที่ ปตท. ขึ้นราคา อย่างตามใจชอบ เพราะ องค์กร เหล่านี้ เมื่อไปตกอยู่ในมือ พ่อค้าแล้ว พ่อค้าเหล่านั้น ก็ต้องแสวงหากำไร ให้มาก เมื่อมีกำไร ก็นำเข้ากระเป๋าตัวเอง แต่เมื่อขาดทุน รัฐบาล ก็ต้องเข้า ไปช่วยอุดหนุน


    นี่จึงเป็นเหตุผล ที่บรรดา พันธมิตรฯ ออกมารวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องให้ นำ รัฐวิสาหกิจ กลับมาเป็นสมบัติ ของคนทั้งชาติ อีกครั้ง เพราะหากเรา นำ รัฐวิสาหกิจ กลับมา เป็นของชาติได้ เมื่อนั้น ประชาชน ก็จะมี ความอยู่ดีกินดี อย่างยั่งยืน


    ดังนั้น การที่เราทุกคน ในนาม กลุ่มพันธมิตรฯ มารวมตัวกัน อยู่ที่นี้ จึงถือเป็น การทำ เพื่อประโยชน์ของ บ้านเมืองอย่างแท้จริง เพราะ เราคงทน ไม่ไหว อีกแล้ว ที่จะปล่อยให้ นักการเมือง เข้ามาแสวงหา ผลประโยชน์ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนประเทศเรา ประสบปัญหาอยู่ อย่างทุกวันนี้ และ


    การมาชุมนุม ที่ทำเนียบรัฐบาล นั้น ก็ถือเป็นสิทธิ ที่เราสามารถทำได้ เพราะในเมื่อ ทำเนียบรัฐบาล สร้างมาจาก ภาษีของประชาชน พื้นที่ทุก ตารางนิ้ว รวมไปถึง อิฐทุกก้อน ประชาชน ก็เป็นเจ้าของ ทั้งนั้น ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลใด ที่เรา จะเข้ามาเรียกร้อง เพื่อผลประโยชน์ ของชาติ ภายใน ทำเนียบรัฐบาลไม่ได้


    นายสมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า จนถึงวันนี้ เรายิ่งไม่สามารถ ยุติการชุมนุมได้ เพราะ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี คนใหม่ ไม่ใช่แค่ นอมินี ของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็น คนในครอบครัวเดียวกันเลย ดังนั้นเมื่อเคยมี ประวัติมาแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทุจริต คดโกง เอามากมาย เท่าไร เราจึงไม่สามารถ ปล่อยให้ นายสมชาย บริหารประเทศ ภายใต้ การครอบงำ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ เพราะไม่รู้ว่า หากปล่อยเอาไว้ บ้านเมืองเรา จะเสียหาย อีกมากแค่ไหน


    นายสมศักดิ์ ยังเปิดเผย ข้อมูล ด้วยว่า วินโคสท์ อินดัสเทรียลพาร์ค จำกัด (มหาชน) ของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ และภรรยาของ นายสมชาย ได้ค้างชำระ ค่าขนส่งของ การรถไฟอยู่กว่า 19,727,734 บาท


    ดังนั้น จึงเป็นการแสดง ให้เห็นว่า ตระกูลวงศ์สวัสดิ์ และ ตระกูลชินวัตร ไม่ว่าจะ ร่ำรวยแค่ไหน แต่ก็ยังมีนิสัย ไม่ค่อยยอมจ่าย สิ่งที่ตัวเอง ต้อง รับผิดชอบ อยู่ ซึ่งเรื่องนี้ หากไม่เป็นความจริง ตนก็ขอท้าให้ นายสมชาย ออกมาตอบโต้ ได้เลย


    ส่วนกรณีที่ นายสมชาย ติดต่อเจรจามายัง กลุ่มพันธมิตรฯ นั้นตนเห็นว่า นายสมชาย ไม่สมควรติดต่อ มาเลย เพราะไม่ว่าอย่างไร นายสมชาย ก็ไม่สามารถแสดงให้ พันธมิตรฯ และ คนทั่วไป เห็นได้ว่า นายสมชาย มาเป็นนายก เพราะต้องการ ทำเพื่อประเทศชาติจริงๆ ถ้าเป็นจริง ป่านนี้ นายสมชาย ก็คงสั่งยึด พาสปอร์ตแดง และ ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมามอบตัว ดำเนินคดี แล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้ ลอยนวลอยู่ โดยไม่ทำอะไร เช่นนี้


    “ถ้าคุณเป็น รัฐบาลจริง คุณเป็นรัฐบาล คุณต้อง ยึดประโยชน์ของ ประเทศสิ คุณอย่ายึดถือ แต่ประโยชน์ของ พี่เขยคุณ หรือ ครอบครัวเมียคุณ หรือ ประโยชน์ ของพวกคุณ” และว่า


    สิ่งที่ นายสมชาย ควรจะทำ ไม่ใช่ การต่อโทรศัพท์มาหา พันธมิตรฯ ว่า จะให้ทำอย่างไร จึงจะเลิกชุมนุม แต่ควรโทรศัพท์ ไปบอก พ.ต.ท.ทักษิณ ให้กลับมา มอบตัว สั่งให้ สถานีเอ็นบีที ยกเลิก รายการความจริงวันนี้ ที่เป็นรายการ ที่เอาแต่สร้างความแตกแยก ให้สังคม แล้วก็ควรเลิก


    ความคิดที่ จะนำ นายไชยา สะสมทรัพย์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รวมถึง นายเฉลิม อยู่บำรุง อดีตรัฐมนตรี ที่ล้วนแล้ว แต่เคยมีปัญหา เรื่องการบริหารประเทศ เข้ามาร่วมทีม กับรัฐบาล อย่างที่ เริ่มมี กระแสข่าวออกมาด้วย

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
    21 กันยายน 2551 01:10 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000111777


    พิมพ์ ข่าวนี้ “สมศักดิ์” แฉ บ.เจ๊แดงค้างค่าขนส่งรถไฟร่วม 20 ล.


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    สนธิ เตือนว่า แถลงการณ์ของ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ให้ยุติ แถลงการณ์ร่วม ไทย-กัมพูชา หมกเม็ด

    Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาทพระวิหาร,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,สหประชาชาติ,องค์การยูเนสโก,อาชญากรรม,เทวสถาน,โบราณคดี,โบราณสถาน — accomthailand @ 23:54
    Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


    “สนธิ”ย้ำทวงประเทศไทยคืนมา นัดแฉอีกรอบ”แม้ว”ปล้นฮุบน้ำมัน

    นายสนธิ ลิ้มท�งกุล บนเวทีพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล

    นายสนธิ ลิ้มทองกุล บนเวทีพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล


    “สนธิ” ย้อนอดีต เชื่อมโยง พรรคพลังประชาชน โกงการเลือกตั้ง เป็น นอมินี ไทยรักไทย เป็นปฏิปักษ์ ต่อการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ย้ำต่อสู้ เพื่อทวงประเทศไทย ให้ลูกหลาน ไม่ได้หวังเป็น นายกฯ หรือเป็น รัฐมนตรี นัดเปิดโปง “ระบอบแม้ว – ฮุนเซน” ร่วมสูบเลือด คนไทยพรุ่งนี้ (21 ก.ย.) อีกรอบ


    คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
    คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
    คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


    วันนี้ (20 ก.ย.) นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า พวกเรา มารวมกัน ที่นี่ เพราะสังคม การเมืองไทย ไม่ได้ เปิดช่อง หรือถ้ามีช่อง แต่ก็ไม่ได้ ดำรงความยุติธรรม และไม่จัดการ กับรัฐบาลชั่วๆ เหล่านั้น


    นายสนธิ ได้ทบทวน เหตุการณ์ในอดีต ตั้งแต่ พรรคไทยรักไทย มาจนถึง พรรคพลังประชาชน และ รัฐบาล ชุดนี้ โดยเริ่มจาก พรรคไทยรักไทย ที่ถูก ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินยุบพรรค เนื่องจาก มีพฤติกรรม ที่เป็นปฏิปักษ์ ต่อการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ เป็นประมุข
    นายสนธิ ลิ้มท�งกุล บนเวทีพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล

    นายสนธิ ลิ้มทองกุล บนเวทีพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล



    ต่อมา มีการยืนยันทั้ง นิตินัย และ พฤตินัยว่า พรรคพลังประชาชน เป็นนอมินีของ พรรคไทยรักไทย และ ต่อมา กกต. ก็สรุปว่าเป็น นอมินี ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่ยอมรับว่า พรรคพลังประชาชน มาอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย และ ชัดเจนที่สุด ก็คือล่าสุด กกต. ตัดสินให้ยุบพรรค


    นายสนธิ กล่าวว่า ด้วยเหตุผลต่างๆ ดังกล่าวมา ทำให้ พรรคพลังประชาชน จึงเป็นปฏิปักษ์ ต่อการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ เป็นประมุข จึงมีเหตุผล ที่เราต้องออกมา ขับไล่ และ ต่อมาเป็น รัฐบาล ยังทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 กรณี ออก แถลงการณ์ร่วม ไทย-กัมพูชา เรื่องเขาพระวิหาร ที่ไม่ผ่านรัฐสภา นอกจากนี้ ยังมีเจตนา ฉ้อราษฎร์บังหลวง มีการลุ แก่อำนาจ สั่งตำรวจ สลาย การชุมนุม ดังนั้นความผิด ทั้งหมดนี้ จึงมีเหตุผล ต้องออกมาไล่ให้ รัฐบาลชุดนี้ ออกไป


    จากนั้น นายสนธิ ได้กล่าวว่า ตำรวจ สามารถมาสลายการชุมนุม ในทำเนียบรัฐบาล ตลอดเวลา ทว่าตนเตือนว่า ในวันรุ่งขึ้น จะมีคนออกมา ทั่วประเทศ เป็นเรือนแสน เรือนล้าน และ อาจเกิด จลาจลทั่วประเทศ ดังนั้น คนที่คิดสลายการชุมนุม ก็ขอให้คิดให้ดี


    จากนั้น นายสนธิ ได้ตั้งข้อสังเกต สื่อบางฉบับ และ คอลัมนิสต์บางคน ที่พยายามบิดเบือน โดยได้ลงรูปภาพ ของตนเอง ที่ใส่หมวกแก๊ป แล้ว พยายาม เปรียบเทียบ ให้เหมือน เชกูวารา นักปฏิวัติในอเมริกากลาง-อเมริกาใต้ โดย นายสนธิ ย้ำว่า ตนเองไม่ใช่ เช แต่เป็นลูกจีน ที่รักชาติ ศาสนาและ พระมหากษัตริย์ โดยสาเหตุ ที่ออกมาต่อสู้ พร้อมแกนนำพันธมิตรฯ ก็คือ ต้องการเอาประเทศไทย ของประชาชน คืนมา บนพื้นฐาน ความดีต้องชนะความชั่ว

    ย้ำทวงประเทศไทยคืนมา นัดแฉ�ีกร�บ

    ย้ำทวงประเทศไทยคืนมา นัดแฉอีกรอบ


    “พวกผมไม่ได้สู้ เพื่อจะเป็นรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี แต่เราต่อสู้เพื่อ ลูกหลานเรา ในอนาคต ให้มีที่ยืน บนแผ่นดิน ด้วยความเสมอภาคกัน ทุกแห่ง” นายสนธิ ระบุ และ ว่า ตอนนี้ คอลัมน์นิสต์บางคน ยังบิดเบือนว่า การประท้วงของ พันธมิตรฯ เหมือนกับ การประท้วงในฝรั่งเศส ที่ไม่สำเร็จ เพราะรัฐบาลฝรั่งเศส ได้รับการเลือกตั้ง ด้วยเสียงข้างมาก ว่า โดยสื่อบางคน ก็มักจะยึดเอาแต่ การเลือกตั้ง แต่ที่ไม่ยอมพูดให้หมด ก็คือ ฝรั่งเศสไม่เหมือนกับไทย เพราะประเทศไทย มีการโกงการเลือกตั้ง ซึ่งฝรั่งเศส มีน้อยกว่า ขณะที่ ใน ประเทศไทย พรรคพลังประชาชน โกงการเลือกตั้ง และ กกต. สรุปแล้ว เสนอให้ยุบพรรคไปแล้ว จะให้เรายอมรับ การโกงการเลือกตั้ง ซึ่งเรายอมรับไม่ได้


    จากนั้น นายสนธิ ได้เรียกร้องให ้พี่น้องพันธมิตรฯ รวมพลังดัดหลังบริษัท ที่ไม่สนใจพวกเรา โดยอย่าไปสนับสนุน ซื้อสินค้าบริษัทเหล่านั้น ขณะเดียวกัน ได้เรียกร้อง ให้สนับสนุน บริษัทวิริยะประกันภัย ที่มีความกล้าหาญ โดยไม่เกรงกลัว อำนาจการเมือง ยอมค้ำประกัน กลุ่มพี่น้อง ที่ถูกออกหมายจับ กรณีบุกเอ็นบีที คนละ 2 แสนบาท รวมแล้ว ประมาณ 20 ล้านบาท โดย นายสนธิ เรียกร้องให้สนับสนุน บริษัทวิริยะประกันภัย โดยซื้อประกันภัย กับบริษัทดังกล่าว


    นอกจากนี้ นายสนธิ ยังกล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ จะมาเปิดเผยเรื่องลึกๆ ที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จนถึงรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช กับ รัฐบาล ของ นายฮุนเซน ของกัมพูชา ทุกเรื่องล้วนเกี่ยวข้องกับ น้ำมันทั้งสิ้น


    พร้อมกันนั้นได้กล่าว เตือนว่า อย่าเพิ่งดีใจ กับแถลงการณ์ของ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ให้ยุติ แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เพราะไม่ใช่ สิ้นสุด แต่ต้องเป็น โมฆะ จึงจะถูก เพราะศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินให้เป็นโมฆะ ขณะเดียวกัน ทางที่ดี กระทรวงการต่างประเทศ ต้องออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 2 – 3 ส่งไปถึง สหประชาชาติ และองค์การยูเนสโก ว่าไทยไม่รับรอง คณะกรรมการ 7 ชาติ ที่จะเข้ามาบริหาร ปราสาทพระวิหาร ด้วย

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
    21 กันยายน 2551 00:22 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000111773


    พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ”ย้ำทวงประเทศไทยคืนมานัดแฉอีกรอบ”แม้ว”ปล้นฮุบน้ำมัน


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    September 4, 2008

    สนธิ ว่า นายสมัคร พล่ามสดเช้านึ้ โกหก เรื่องเขาพระวิหาร ได้ชัดเจน

    Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาทพระวิหาร,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,สิทธิมนุษยชน,องค์การยูเนสโก,อาชญากรรม,โบราณคดี,โบราณสถาน — accomthailand @ 09:08
    Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


    “สนธิ” ทึ่ง ทรราชยังแหลได้ – ชมเปาะ “เตช” ศีลธรรมเปี่ยม


    Special Report ::
    รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


    “สนธิ” ทึ่ง ผู้นำเผด็จการ ที่ พล่ามสด ผ่านเครือข่าย วิทยุกรมกร๊วก ถึงกับออกปาก เกิดมาไม่เคยเจอใคร โกหกเก่งขนาดนี้ ย้อนถาม หากจงรักภักดี อย่างปากว่า ทำไมไม่ไล่บี้ “เพ็ญ”


    ชี้ถึงเวลาเข้าตาจน ถูกบีบรอบด้าน จำต้องตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ ขอความสงสารจาก ปชช. ขณะเดียวกัน ชื่นชมครอบครัว “เตช” ที่ยังมี ศีลธรรมมากพอ จนไม่อยากจะให้ พายเรือโจร
    นายสนธิ ลิ้มทงกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่ประชาธิปไตย

    นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าว ภายหลัง นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี พูดออกเครือข่าย สถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์



    คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย

    คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
    คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


    วันนี้ (4 ก.ย.) ที่เวที พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ในทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.23 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว ภายหลัง นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี พูดออก เครือข่าย สถานีวิทยุ กรมประชาสัมพันธ์ เสร็จสิ้นว่า


    ความจริงแล้ว การพูดของ นายสมัครวันนี้ ทำให้ตนคิด และเชื่อมั่น ในตัวเอง มากขึ้นว่า สิ่งที่ตน และ พี่น้องประชาชน ทำมาโดยตลอดนั้น คิดไม่ผิดเลย คือไล่เขา นอกจากไม่ผิดแล้ว ยังมีความรู้สึกว่า พวกเรามี ภารกิจศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ที่จะต้องไล่ ไอ้คนโกหกนี้ออกไป เกิดมาเป็น ผู้เป็นคน ยังไม่เคยเจอใคร ที่โกหกเก่งขนาดนี้เลย


    นายสนธิ กล่าวว่า นายสมัครพูดโกหก เรื่องเขาพระวิหาร ได้ชัดเจน และมาพูดว่า เคยเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 10 กว่าครั้ง ออกมาไม่เคยพูดอะไร ไม่เหมือนคนบางคน เข้าเฝ้าฯ หน่อย ออกมาพูด พ่อแม่พี่น้อง แล้วใคร เป็นคนออกมาพูด หลังเข้าเฝ้าฯ ว่า เจ้านาย ให้ทำงานต่อ ใครเป็นคนพูด


    “เป็นคนที่แอบอ้าง สถาบัน เพื่อประโยชน์ของตัวเอง ตลอดเวลา แอบอ้าง ความจงรักภักดี ด้วยวาจา ในขณะที่ วันนี้ มาว่า ทุกคนว่า จงรักภักดี ด้วยวาจา คนที่จงรักภักดี ด้วยวาจาคือ นายสมัคร สุนทรเวช” นายสนธิ กล่าว


    นายสนธิ กล่าวต่อว่า พอพูดเรื่อ จงรักภักดี ไม่เห็นพูดเรื่อง นายจักรภพ เพ็ญแข ให้ประชาชนฟัง ไม่เห็นพูดเรื่อง คดีความ เว็บไซต์ ต่างๆ ที่หมิ่นเบื้องสูง แม้แต่คำเดียว พูดเรื่องเขมร บอกว่า ได้เฉพาะตัวปราสาท แต่ไม่เคยพูดว่า แล้ว คำสั่งศาลปกครอง คำพิพากษา ศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องเกี่ยวกับ เรื่องแถลงการณ์ไทย-เขมร และ มติ ครม. ทำไม่ไม่จัดการ จนบัดนี้ ก็ยังไม่จัดการ โกหกตอแหลที่สุด


    “พอพูดเรื่องเราชุมนุม ก็อ้างว่า มีประชาชน อีกฝ่ายรักตนเอง ไอ้นั่น ไม่ใช่ประชาชน ไอ้นั่นมันคือกุ๊ย ที่คุณจ้างเอาไว้ ที่สนามหลวง ยังโกหก หน้าด้านๆ ทั้ง ภาพยนตร์โทรทัศน์ ทั้งหลักฐาน ทางหนังสือพิมพ์ ชี้ให้เห็นว่า กุ๊ยพวกนี้ เดินถืออาวุธดาหน้ามา พร้อมการสนับสนุน ของตำรวจ มาบอกว่าประชาชน ที่เขารักผม ถ้าอย่างนั้นแล้ว คุณสมัคร เมื่อ ประชาชาชน ฝ่าย นปก. รักคุณ คุณก็ไปอยู่กับ นปก.เลย” นายสนธิ กล่าว


    และ ว่า พูดเรื่อง แก๊สน้ำตา หลักฐานเห็นชัดว่า ถูกยิงออกมา วันนี้ ก็ทำตัว เป็น เด็กเลี้ยงแกะ เหมือนเดิมๆ ฟังทั้งหมดแล้ว ไม่สบาย อยากจะอ้วก


    ทั้งนี้ นายสนธิ กล่าวต่อว่า เหตุที่นายสมัคร ต้องออกวิทยุตอนเช้า เพราะสถานการณ์คับขันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องที่นายเตช บุญนาค ลาออก เขาต้องมา ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ แล้วมาพูดเรื่อง นายเตช


    สังเกตให้ดี เขาไม่ได้ลาออก เพราะเรื่องครอบครัว แต่ถึงจะเป็น เรื่องครอบครัวเขา ก็แสดงว่าครอบครัวคุณเตชดี มีศีลธรรม มีจริยธรรม รักชาติ บ้านเมือง แสดงว่า นายเตชไม่ได้มุ่งหวัง เรื่องลาภยศสรรเสริญ


    “เป็นไปได้อย่างไร ที่มาทำงาน แค่เดือนเศษๆ ก็ลาออก แล้วมาอ้างบอกว่า ภรรยา ญาติพี่น้อง คุณเตช บีบให้ออก เขาเข้า ตั้งแต่แรก ทุกคนก็รู้ว่า จะเข้า แล้วทำไม เขาไม่บีบให้ไม่ให้เข้าล่ะ โกหกจริงๆ ถึงแม้ภรรยา และลูก คุณเตช ขอให้ออก แล้วภรรยา และ ลูกคุณสมัคร ที่ขอร้องให้ออกล่ะ ทำไมไม่ออก” นายสนธิ กล่าว


    นายสนธิ กล่าวว่า เห็นหรือยังว่า การกระทำของพวกเรา ที่มาประท้วงเขา และพี่น้อง ที่จะ หยุดงานทุกสาขาอาชีพวันนี้ มีความชอบธรรมทุกอย่าง วันนี้ พิสูจน์แล้วว่า การตัดสินใจ ของพี่น้อง ไม่ผิดแม้แต่นิดเดียว


    ก่อนหน้านี้ คนที่เคยสงสัย วันนี้หมดความสงสัยแล้ว อย่างไรก็ตาม ตราบใด ที่เขายังหน้าด้านอยู่ เราก็จะไม่ไป จะกี่วันกี่ปีกี่ชาติ เราก็จะยังอยู่ นายสนธิ กล่าวต่อว่า


    ชาติบ้านเมือง ที่พินาศฉิบหาย วันนี้ ก็เพราะว่าเรามี นายกรัฐมนตรี ที่ชื่อ สมัคร สุนทรเวช มากล่าวว่า สื่อมวลชน แล้วชม บทนำมติชน ถ้าสื่อมวลชน เห็นดีด้วย ทำไมมีแค่ บทนำมติชนฉบับเดียว ที่ชมคุณ ซึ่งก็เชียร์ พรรคพลังประชาชน มาตั้งนานแล้ว แล้วทำไม ฉบับอื่นเขาไม่ลงด้วยล่ะ


    “ทำไมต้องมาออก วิทยุ เช้านี้ เพราะตัวเอง กำลังโดนพรรคตัวเอง และพรรคร่วมรัฐบาล บีบบังคับ ทุกๆ ส่วนในสังคม กำลังบีบ นายสมัคร ไม่เว้น แม้แต่ตัวเอง ด้วยเหตุนี้ จึงต้องมาออกวิทยุ เพื่อขอความเห็นอกเห็นใจ” นายสนธิ กล่าวทิ้งท้าย

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
    4 กันยายน 2551 09:08 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000104629


    พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” ทึ่ง ทรราชยังแหลได้ – ชมเปาะ “เตช” ศีลธรรมเปี่ยม


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    นายสมัคร สุนทรเวช ชี้แจงสถานการณ์ ทางวิทยุ ยันไม่ยุบสภา-ไม่ลาออก

    Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาทพระวิหาร,มรดกโลก,วัฒนธรรมขอมโบราณ,สิทธิมนุษยชน,องค์การยูเนสโก,อาชญากรรม,อารยะขัดขืน,โบราณคดี,โบราณสถาน — accomthailand @ 08:32
    Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


    “หมัก”ซูเปอร์ด้าน! ยันไม่ยุบสภา-ไม่ลาออก


    Special Report ::
    รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


    “สมัคร”ยังด้านไม่มีที่ติ โดนไล่ทั้งประเทศ ยังไม่รู้สึก อ้างลาออกไม่ได้ ต้องรักษาประชาธิปไตย โยนผิด พันธมิตรฯ ยึดทำเนียบ ไร้เหตุผล อ้าง ไล่รัฐบาล เพราะเกลียดชัง อดีตนายกฯ


    แจงเหตุประกาศ ภาวะฉุกเฉิน เพราะบ้านเมืองไม่ปกติ มีม็อบ ตีกัน ยันให้ทหาร ใช้วิธีนุ่มนวล แต่ย้ำ พันธมิตรฯ ต้องไปจากทำเนียบ 9 แกนนำ ต้องขึ้นศาล โบ้ย “เตช” ไขก๊อก เพราะ ภรรยาบีบ กล่อม ปชช. ให้ฉุกคิด ก่อนร่วม พันธมิตรขับไล่รัฐบาล

    นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

    นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม


    คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมัคร สุนทรเวช ชี้แจงสถานการณ์ ทางวิทยุ


    เมื่อเวลา ประมาณ 07.30 น. ที่ผ่านมา นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ได้ออกรายการสด ทาง วิทยุ กรมประชาสัมพันธ์ โดยเนื้อหาหลัก คือการกล่าวโจมตี การชุมนุม ของ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ในทำเนียบรัฐบาล ขณะนี้


    โดยกล่าวหาว่า การชุมนุมของพันธมิตรฯ เริ่มต้นด้วย การเกลียดคนอื่น ยกประเด็น ความจงรักภักดี ขึ้นมาอ้างโดย แกนนำ ได้ใส่เสื้อเหลือง ทำราว กับ ว่า คนอื่นไม่จงรักภักดี หลังจากนั้น ก็กล่าวหาว่า รัฐบาลไม่สุจริต แล้วยกเรื่อง เสียดินแดนเขาพระวิหารมาโจมตี ทั้งที่เราเสียดินแดน ตั้งแต่ปี 2505 แล้ว


    นายสมัครกล่าวต่อว่า แล้วแกนนำ 5-6 คน เป็นใครมาจากไหน แต่ตน เป็นนายก มาจากการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ก็ต้องทำงาน และไม่ทำเฉพาะ ในประเทศ ต่างประเทศ ก็ทำ แล้วก็มี คนจะมาล้ม ระบบประชาธิปไตย ในสภาล้มไม่ได้ เพราะมีแค่ 160 กว่าเสียง


    ก็มาชุมนุม ยึดทำเนียบ ตนก็ทำนุ่มนวล ให้ศาลดำเนินการ ศาลก็มีคำสั่งให้ออก จะเอาคำสั่งไปติด ก็เกิดปะทะกันขึ้น มีคนบาดเจ็บ ตำรวจก็เจ็บ 20 กว่า คน ก็เอาไปอ้างเหตุว่า รัฐบาลใช้ความรุนแรง ทั้งๆที่ รัฐบาลสั่งถอยด้วยซ้ำ เหตุที่ปะทะตรงนั้น ก็กลายเป็นเหยื่อ เอาไปปลุกระดม ใหญ่โต มโหฬาร


    นายสมัครกล่าวต่อว่า เขาปลุกระดมไปกันใหญ่ ออกข่าวต่างๆ ที่ตนเสียใจ ที่อยากจะพูดกับประชาชนวันนี้ ก็มีเหตุ คนไม่พอใจ อีกลุ่มหนึ่ง ที่สนามหลวง ก็มาตีกัน มีภาพโทรทัศน์ถ่ายไว้ แต่คนที่ไม่ได้เห็นข่าว ก็หาว่า รัฐบาลวางแผน จุดชนวน จนต้องเอาทหารออกมา แยกคน สองฝ่าย ออกจากกันได้ แล้วก็ขอ ประกาศภาวะฉุกเฉิน ซึ่งเงื่อนไข มีมากมาย แต่เราเอาแค่ 5 ข้อ พออยู่กันได้ การท่องเที่ยว ไม่กระทบ ขออย่างเดียว ว่าตำรวจทหารต้องรักษาการ อยู่ได้


    นายสมัครอ้างว่า ตนนี่แหละ ที่บอกว่า ต้องนุ่มนวล แต่คนเดือดร้อน คือใคร คือทหาร รัฐบาลเอาไม่อยู่ ไปขอศาล ออกหมายจับอะไรต่างๆ ศาลก็โดนด้วย เอาเข้าไปพูด ในสภา เขาก็แนะนำ ให้ลาออก ให้ยุบสภา


    “ผมก็บอกว่าผมเสียงข้างมากออกไปไม่ได้ มันเป็น ระบอบประชาธิปไตย ผมต้องอยู่รักษา อ้าวสภา เอาไม่อยู่อีกแล้ว ก็เอาเป็นเหตุไปอ้าง ปลุกระดมให้ ใครเข้ามากัน” นายสมัคร กล่าว


    นายสมัครอ้างว่า การประกาศภาวะฉุกเฉิน ที่จริงมีสูตร 1-2-3 แต่ถ้าทำตามสูตรนั้น พังทุกราย เราก็ไม่ไป ตามสูตร ฝ่ายทหารเสนอว่า ต้องเอา แบบนุ่มนวล ตนก็เห็นด้วย เพื่อให้การใช้ชีวิตดำเนินไป ตามปกติ แต่มีประกาศไว้ เพื่อที่จะดำเนินการอะไรต่างๆ ได้ตามสมควร


    นายสมัครบอกว่า เจตนา ที่ตนจะบอกกับ ประชาขนในวันนี้ คือ อยากถามว่า คิดอย่างไร ที่จะเข้ามาร่วมชุมนุม สื่อ ก็ประโคมข่าวใหญ่โต มีอัยการคนหนึ่ง ที่สุราษฎร์ธานี ประกาศอารยะขัดขืน แล้วมีอัยการกี่พันคน ที่ยังทำงานให้รัฐบาลอยู่ แล้วที่ จะตัดนำตัดไฟ สื่อ ก็เสนอ ข่าว จนกลายเป็น เรื่องตื่นเต้นไปหมด ทั้งบ้านทั้งเมือง ทั้งๆที่ มันทำไม่ได้


    นายสมัครแสดงความไม่พอใจ ที่มีปัญญาชน (นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง) ไปออก รายการ ตาสว่าง ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ที่ให้เหตุผล สนับสนุน การชุมนุมของ พันธมิตรฯ โดยกล่าวหาว่า นายเจิมศักดิ์ พูดตะแบง พูดเอาแต่ได้ แล้ว ผู้ดำเนินรายการ ก็ปล่อยให้พูด และ ว่า


    การชุมนุมของพันธมิตรฯ จะถูกต้องได้ยังไง ต้องมี กฎกติกา เรื่องรัฐธรรมนูญ ทำไมจะแก้ไม่ได้ บ้านเมืองเราเจริญก้าวหน้า ไปมากแล้ว เคยเป็น แนวหน้า ของอาเซียน ตอนนี้ ก็ตกลงมาหน่อย แต่ปีนี้ เราได้เป็นประธานอาเซียน บ้านเมือง ต้องมีกฎหมาย ไม่งั้นจะเป็น บ้านป่าเมืองเถื่อน


    นายสมัคร อ้างว่าที่พูดมานี้ ก็อยากให้ คนกำลังจะคิดว่าที่ ทำเนียบรัฐบาล เป็นรถไฟขบวนใหญ่ ถ้าไม่ขึ้น ก็จะตกขบวนนั้น ให้ฉุกคิดให้ดี นักศึกษาธรรมศาสตร์ ที่มาขึ้นเวที มากันกี่คน แล้วคนที่ไม่มา มีเท่าไหร่ แล้วคิดหรือเปล่าว่า อนาคตข้างหน้าบ้านเมือง จะไปยังไง แล้ว ข้อเท็จริง เป็นยังไง ถ้าให้ นายกลาออก แล้วแกนนำ ก็บอกไม่เจรจา เพราะเลือกตั้งใหม่ คนกลุ่มเดิมก็เข้ามาอีก


    นายสมัครได้พูดถึง กระแสข่าว ที่ว่าเขาจะประกาศลาออก ว่า คิดกันไปได้อย่างไร ว่าตนจะลาออก เพราะ คนทั้งโลกเขาเฝ้าดู เมื่อวานตน เพิ่งพูดกับ เอบีซี และ ได้ไปสถานทูตต่างๆ เขายืนยันว่า หากมี ปฏิวัติ เขารับไมได้ ปฏิวัติโดยประชาชน ที่เขาเรียกกัน ก็ไมได้ ไม่มีเหตุผล


    นายสมัครยังอ้าง อีกว่า ถ้าตนลาออก เขา(พันธมิตรฯ) จะใช้ระบบของเขา 70-30 แล้ว จะใช้ ลัทธิประหลาด แบบที่มีการชวนกัน ฆ่าตัวตาย ใน ต่างประเทศ แล้วประเทศไทย มันจะเป็นยังไง เขาเห็นอดีตนายกฯ กลับมา ก็คอยจ้อง แล้ว พอมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็โดดขวางทันที


    เริ่มชุมนุม วันที่ 25 พ.ค. หวังจะให้เกิดเหตุรุนแรง จนมีปฏิวัติ ตนไม่ให้เกิดหรอก ก็เฝ้าอดทนมา วันที่ 90 กว่า ก็มีการเป่านกหวีด เข้ายึดทำเนียบ แต่ไม่เป็นไร ตนก็ทำงานข้างนอกได้ แต่มันอายชาวโลกไหม


    ส่วนกรณี การลาออก จาก รัฐมนตรีว่า การกระทรวงการต่างประเทศ ของ นาย เตช บุนนาค นายสมัครกล่าวว่า ตนได้ไปทูลขอ นายเตช มาเป็น รัฐมนตรีต่างประเทศ เอง แต่เมื่อมาทำงานแล้ว ก็มีปัญหาถูกบีบ จากใคร ก็คิดเอาเอง นายเตช ไม่ใช่นักการเมือง ภรรยาของท่าน ก็ทนไม่ได้ จึงขอให้ลาออก เพราะภรรยาท่าน ไม่อยากให้ สามีต้องมาเป็นรัฐมนตรี ในรัฐบาลที่มีคนเกลียดชัง ทั้งบ้านทั้งเมือง


    ในช่วงท้ายรายการ นายสมัครกล่าวสรุปว่า ที่ต้องมาพูดในวันนี้ เพราะ สถานการณ์บ้านเมือง มันผิดปกติ จึงประกาศ ภาวะฉุกเฉิน แต่ก็จะใช้วิธี นุ่มนวล ซึ่งเขาบอก ถึงอย่างไร จะต้องเอาออก จากทำเนียบให้หมด 9 คนก็ต้องไปศาล ก็ต้องไปประกันตัว ออกมาสู้คดี ทุกอย่างต้องจบ แบบนี้


    “ผมมาพูดวันนี้เพื่อให้คนที่จะไปร่วมได้ฉุกคิดว่า จุดหมายปลายทาง ของคนที่ปลุกระดม มันไม่มี ขอประกาศให้ฟังว่า ผมไม่ลาออก ผมไม่ยุบสภา ก็เพราะ ผมต้องรักษา ระบอบประชาธิปไตย เอาไว้ เพื่อรักษาสถาบัน ปกป้องพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว เพราะฉะนั้น คนที่จะไปร่วม ขอให้ฉุกคิดหน่อย” นายสมัครกล่าว

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
    4 กันยายน 2551 08:32 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000104621


    พิมพ์ ข่าวนี้ “หมัก”ซูเปอร์ด้าน! ยันไม่ยุบสภา-ไม่ลาออก


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    Next Page »

    Blog at WordPress.com.