Accom Thailand

April 24, 2009

Thai Premier Abhisit Vejjajiva lifted state of emergency imposed in Bangkok

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ก่อความไม่สงบ,ข่าวการเมือง,ข่าวรอบโลก,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,คดีอาญา,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คุณธรรม,จริยธรรม,ประวัติศาสตร์ไทย,พ.ร.ก.ฉุกเฉิน,พันธมิตรประชาชน,หมายจับ,หมิ่นเบื้องสูง,อาชญากรรม,เสื้อแดง,conflict,Constitution 2007,criminal,Crisis,Demonstration,PAD,Politic,state of emergency,Thailand,Violence — accomthailand @ 16:14
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Thai Prime Minister Abhisit Vejjajiva (C) addresses a press conference at the Government House in Bangkok on April 24, 2009


Thai Prime Minister Abhisit Vejjajiva (C) addresses a press conference at the Government House in Bangkok on April 24, 2009. Thai Premier Abhisit Vejjajiva lifted a nearly two-week-old state of emergency imposed in Bangkok amid violent protests, but the government said some troops would remain on the streets.

อ่าน Details in Thai – รายละเอียด
From daylife.com – 24 April 2009


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

April 19, 2009

“Sondhi” Assassination plot linked to Thai military – แผนฆ่า “สนธิ-สุริยะใส” มีจริง! ค่าหัวพุ่ง 3 ล้าน


“Sondhi” Assassination plot linked to Thai military
แผนฆ่า “สนธิ-สุริยะใส” มีจริง! ค่าหัวพุ่ง 3 ล้าน

The powerful Thai military is under intense scrutiny amid concerns that elements loyal to exiled former prime minister Thaksin Shinawatra plotted to disrupt a regional leaders’ summit in the resort city of Pattaya.

The use of high powered military-issue automatic weapons in the attempted assassination last Friday of controversial political figure Sondhi Limthongkul has also thrown suspicion on security forces.

Thai Prime Minister Abhisit Vejjajiva has blamed the army and police for failing to protect 12 leaders at the ASEAN summit, but is resisting calls to move immediately against the commanders responsible.

Mr Abhisit told journalists at the weekend the Government faced many tough challenges and now was not the time to make personnel changes.

“I feel the policemen and soldiers did not do their jobs to the best of their ability,” Mr Abhisit said in his first public comment about security flaws that allowed anti-Government protesters to storm the Royal Cliff Hotel where the summit was being held on April 11.

The comments have fuelled speculation about the future of army commander Anupong Paochinda and police chief Patcharawat Wongsuwan. Neither was in Pattaya to supervise security for the leaders, some of whom fled the hotel by rooftop helicopter.

Prime Minister Kevin Rudd was travelling to Thailand as the violence erupted and his plane turned back to Australia mid-air.

Thai Government ministers and officials were humiliated by the failure of between 4000 and 5000 security forces deployed in Pattaya to prevent several hundred protesters storming the summit venue.

The protesters had publicly declared days before that they would try to disrupt the summit.

Thai media have reported that Mr Abhisit sidelined General Anupong after the summit’s cancellation as red-clad protesters moved from Pattaya to Bangkok where they rampaged through the streets.

Thanong Khanthong, editor of the English-language newspaper The Nation, described the Pattaya security failure as a “dark plot” against Mr Abhisit, who has led a fragile coalition Government for four months.

“In the wake of the incident, Abhisit hastily assembled a special command centre under his direction,” said Mr Thanong, a well-connected analyst.

“Veterans and some retired generals came to his rescue. Anupong’s troops and the police could not be trusted and were edged out of the scene.”

Mr Abhisit has been praised for his handling of the Bangkok violence that killed two people and injured more than 120.

The soldiers avoided killing anyone — the deaths were caused by civilians — and forced the protesters to give up their fight and surrender.

Mr Sondhi’s People’s Alliance for Democracy has accused the military of being behind the assassination attempt, during which five gunmen used AK-47 and M-16 rifles.

But a Government spokesman said the weapons did not necessarily indicate state involvement.

Mr Sondhi, founder of the “yellow shirts” royalist movement, is recovering in hospital after surgery to remove bullet fragments from his skull.

From Lindsay Murdoch, Bangkok
theage.com.au Assassination plot linked to Thai military April 20, 2009
SMH.com.au Thai Army linked to summit violence April 20, 2009



แผนฆ่า “สนธิ-สุริยะใส” มีจริง! ค่าหัวพุ่ง 3 ล้าน


สะพัดค่าหัวแกนนำพันธมิตรฯ พุ่ง 3 ล้าน แฉหวังกุดหัว “2 ส” ส.ใหญ่-ส.เล็ก “สนธิ-สุริยะใส” หวังตัดแขนตัดขาพันธมิตรฯ ปลุกสงครามกลางเมือง เผยกลุ่มคนร้ายวางแผนตั้งแต่ 8 เม.ย.วันเสื้อแดงนัดดีเดย์ ตำรวจยัง “งมโข่ง” อ้างรู้เบาะแสแล้ว แต่ทำได้แค่สั่งนอกเครื่องแบบหาข่าว และประกบแกนนำ พธม.สกัดมือปืน

หลังจากที่ นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยบนเวทีคอนเสิร์ตการเมือง ที่จังหวัดภูเก็ต ระบุว่า มีการวางแผนที่จะให้แกนนำพันธมิตรฯ 2 คน 2 ส.เสียชีวิต คนแรก คือ นายสนธิ ลิ้มทองกุล และคนต่อไป คือ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ โดยหวังให้พันธมิตรฯ ทั่วประเทศลุกฮือจนเกิดปัญหาต่างๆ ตามมานั้น

ล่าสุด แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เปิดเผยวันนี้ (19 เม.ย.) ว่า มีการวางแผนกันก่อนที่กลุ่ม นปช.จะจัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมาแล้ว โดยกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการดังกล่าวเพื่อต้องการปลุกปั่นสถานการณ์วุ่นวายทางการเมือง ควบคู่ไปกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อให้เกิดความไร้ระเบียบทางการเมือง และปลุกให้กลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาเคลื่อนไหวเผชิญหน้ากับกลุ่ม นปช.

“แหล่งข่าวบอกว่า ปฏิบัติการดังกล่าวคลาดเคลื่อน เนื่องจากช่วงชุมนุมของ นปช.แกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 2 ส.มีการระมัดระวังตัวสูง และมีระดับรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้นจนยากที่จะลงมือในช่วงเวลาดังกล่าว แต่คนร้ายต้องเดินหน้าปฏิบัติการลอบสังหาร แม้การชุมนุมจะยุติก็เพราะปฏิบัติการดังกล่าวมีคนจ้างมีคนรับงานกันเรียบร้อยแล้ว การปฏิบัติการลอบสังหารนายสนธิจึงต้องเกิดขึ้น แต่ผิดคาดเพราะนายสนธิรอดตายอย่างปาฏิหาริย์ ทำให้ค่าหัวของ 2 ส.เพิ่มจาก 5 แสน เป็น 3 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบติดตามหาข่าวของกลุ่มคนร้าย และติดตามประกบแกนนำพันธมิตรฯ โดยเฉพาะทั้งสองที่ถูกระบุถึงเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นซ้าอีก” แหล่งข่าวระบุ

แหล่งข่าวอ้างว่า มีการวิเคราะห์กันภายในทีมติดตามหากลุ่มคนร้าย เข้าใจว่า 2 ส.ที่ถูกระบุถึงคนแรก คือ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ส่วนอีกคนน่าจะเป็น นายสุริยะใส กตะศิลา เพราะทั้งสองถือเป็นกลไกสำคัญของพันธมิตรฯ โดยเฉพาะนายสนธินั้นเป็นแกนนำคนสำคัญ ประกอบกับเป็นเจ้าของ ASTV ซึ่งเป็นกระบอกเสียงและหัวใจสำคัญในการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ หากไม่มีนายสนธิ ไม่มี ASTV พันธมิตรฯ ก็จะระส่ำระสาย และอ่อนกำลังไปในที่สุด

ส่วน นายสุริยะใส นั้นเป็นผู้ประสานงานที่มีบทบาทสำคัญในการประสานเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรฯ เพื่อเคลื่อนไหวกดดันระบอบทักษิณในวงกว้าง และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการให้ข่าวตอบโต้เปิดโปงแผนของฝ่ายตรงกันข้ามมาโดยตลอด

แหล่งข่าวกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และส่งนอกคเรื่องแบบคอยดูแลแกนนำพันธมิตรฯ รวมทั้งแกนนำคนอื่นๆ ซึ่งอาจจะถูกลอบทำร้ายด้วยเช่นกัน

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 19 เมษายน 2552 17:15 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000043796


พิมพ์ ข่าวนี้ แผนฆ่า “สนธิ-สุริยะใส” มีจริง! ค่าหัวพุ่ง 3 ล้าน


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

March 30, 2009

Thaksin 30 Mar 2009 – นช. จอมลวงโลก ปลุกระดมพลคนเสื้อแดงทำลายชาติ


วิดีโอคลิปเมื่อ 2 ปีก่อน “แม้ว” จาบจ้วงป๋าเปรม ต่อหน้าลิ่วล้อในซิดนีย์
กล่าวหาประธานองคมนตรี สั่งห้ามตำรวจจับ”สนธิ”

สนข.รอยเตอร์ เสนอภาพข่าว 27 มีนาคม 2552 น.ช. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่หยุด ลวงโลก
ได้ส่งสัญญาณผ่านระบบวิดีโอลิงก์ จาก Dubai ไปที่สมาคมผู้สื่อข่าวนานาชาติ FCC ที่ Hongkong
โชว์ผลงานฉาวว่ากลุ่มคนเสื้อแดง ที่ปักหลักชุมนุมอยู่ หน้าทำเนียบรัฐบาล จนรัฐบาลเข้าทำเนียบไม่ได้
จะปิดล้อมอยู่ จนกว่าจะโค่น รัฐบาลอภิสิทธิชน ได้

Former Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra gives a live address via a tele-conference to supporters during a rally outside the Government House in Bangkok March 27, 2009.
Thousands of anti-government protesters stopped Thai Prime Minister Abhisit Vejjajiva from entering his office on Friday and vowed to continue their siege until he stepped down.
fcc-hongkong

fcc-hongkong


28 มี.ค. 2552 น.ช. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ได้ส่งสัญญาณผ่านระบบวิดีโอลิงก์ โฟนอินเข้ามา
ปลุกระดมกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ปักหลักชุมนุมอยู่ หน้าทำเนียบรัฐบาล

สนข.รอยเตอร์ เสนอภาพข่าว 30 มีนาคม 2552 ไม่หยุดปลุกระดม ลวงโลกหลอกให้ พลคนเสื้อแดงทำลายชาติ
Ousted Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra gives a live address via teleconference to supporters during a rally outside the Government House in Bangkok March 30, 2009.
thaksin-30mar09

thaksin-30mar09


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

February 15, 2009

People & Power – Thai law – 14 Feb 09 – คำนูณ โต้ ใจ ใน Al Jazeera

The Thai king is the world’s longest serving head of state, and perhaps also the most deeply admired by his people.

Politicians also consider the monarchy central to Thailand’s national security and say this is the reason for a strict law against insulting the king or other members of the royal family.

However, critics argue that this law has increasingly been used by politicians and others to attack their opponents.

Aloke Devichand investigates.
This episode of People & Power airs from Saturday, February 14, 2009.
People & Power’s Aloke Devichand reports on Thailand’s lese-majeste laws.
Source: Al Jazeera
http://english.aljazeera.net/programmes/peopleandpower/2009/02/2009214114451424970.html

December 1, 2008

“ทักษิณ” ตอแหล ฉบับเต็ม ถล่ม อังกฤษ จาบจ้วงไม่เลิก – “Catch me if you can” said Thaksin Shinawatra


Catch me if you can


Last week Thailand descended into chaos as tens of thousands of protesters surrounded parliament in a bid to drive out the government it accuses of being puppets of former Prime Minister Thaksin Shinawatra.

Since he was ousted in a bloodless coup in 2006, his UK visa has been revoked, his wife has divorced him and a controversial two-year jail sentence for corruption awaits him in his home country. In his first interview in 18 months, he speaks to Arabian Business.

If Thaksin Shinawatra is feeling the heat, then he’s not showing it. Thailand has an arrest warrant out for its former prime minister. The UK has just revoked his visa, and some Western countries are distancing themselves from the man they once championed as their greatest ally in Asia. And yet all Shinawatra can do is shrug.

“Do you know how many countries there are in the world? There are 197. And only 17 have an extradition treaty with Thailand,” he notes with a thin smile. “Better still, only 10 of those treaties are active. So, don’t you worry about me, I still have many places to stay.”

One such place is Dubai, where Shinawatra is resting comfortably in one of the emirate’s top five-star hotels. He might feel entitled to a break, too, as it has been a busy 2008 for the man first nominated to Thailand’s top office in a landslide election victory in 2001.

Two years ago he was overthrown in a bloodless coup while visiting the UN in New York. Exiled after months of massive anti-government protests, he ended up in the UK, where he bought Premier League football club Manchester City.

After the 2007 election, in which his new People Power Party won a healthy majority, and the forming of a new democratic government by his allies, Shinawatra returned in early 2008 to face his corruption charges in legal courts. However, he and his wife skipped bail – they were convicted in absentia, and a lengthy stay in a Bangkok jail awaits them if they return.

The UK froze his reputed $4bn of assets, forcing him to sell Manchester City to Abu Dhabi’s Sheikh Mansour. To add to his troubles, his UK visa was revoked – oh, and his wife divorced him last week.

“It’s been a busy few months,” he says, laughing at his own predicament. And it’s about to get even busier, as Shinawatra reveals he intends to make a comeback in politics, tackle global poverty, reorganise the Middle East’s healthcare system – and while he’s at it, establish a sizeable foundation to look after Asians hit by the financial crisis.

The really tricky one on the above ‘Shinawatra to-do list’ is return to politics. On October 21, 2008, five members of a nine-member special bench of the Supreme Court found him guilty of a conflict of interest and sentenced him to two years in jail.

The judges found that Shinawatra had ultimate oversight over the Financial Institutions Development Fund, a government-run agency that bought up bank collateral and mortgages. Shinawatra’s wife won a competitive auction for a piece of land owned by the FIDF in 2003, and the judges found that his wife’s purchase of the land was done on his behalf, thus constituting a conflict of interest.

Given the two-year jail term that awaits him upon his his return – not to mention a long list of political enemies who would like to see the back of him for good – a return to his homeland doesn’t sound like the wisest move.

“I have no choice,” he insists. “In the beginning after I was ousted, my wife asked me not to go back to politics. She didn’t like politics, and the whole family went through a lot of hardship so I didn’t go back.

“But now I have been cornered because the country is going down deeply,” he continues. “The confidence is not there; the trust among the foreign community is not there; the poor people in rural areas are in difficulty.

With me at the helm I can bring confidence quickly back to Thailand, and that is why we have to find a mechanism under which I can go back into politics.”

What does his wife think about this? “She has divorced me,” he responds, bluntly – end of subject.

He admits that going back now would be too risky, but insists that “time is on my side”. Last week tens of thousands of anti-government protesters marched on Thailand’s parliament.

The protesters, from the People’s Alliance for Democracy (PAD) blocked all streets leading to parliament and besieged other state buildings, forcing MPs to cancel their business, in response to a grenade attack on the protester’s camp that killed one of their supporters earlier this month.

Violence flared and as Arabian Business went to press, the head of Thailand’s army had asked the government to dissolve parliament and call new elections – circumstances hardly conducive to a return for the former prime minister.

“I can stay here and do some business, enjoy life a bit. But I have to go back for my people and my supporters, most of whom are poor or middle class,” he says.

“In the past the poor didn’t see the future – they only saw the bitter past and short present,” he continues. “After I became PM I gave them hope, I brought them freshness. They saw a future for their children to go to school and for their crops. They were happy – even taxi drivers were happy – and I brought the economy back to normal.”

But could he really be PM again? Shinawatra is adamant that it could happen.

“The coup is still there – it has been transformed from a military coup to a judicial coup,” he explains. “I think a lot depends on the power of the people – if they feel they are in hardship and they need me to help them, I will go back.

The poor have no choice but to live in a capitalist economy, but they have no capital. They have no access to it. If you give them that access, it changes everything.


“If the King feels I can be beneficial I will go back and he may grant me a royal pardon,” he continues. “If they don’t need me and the King feels I can make no difference then I will stay here and do business. I will live my life with friends.”


Today Shinawatra is in the Gulf rekindling close friendships with business and political leaders in the region. He said he has been made to feel very welcome, unlike in the UK, where many were surprised by the British government’s decision to revoke his visa. Now, he chooses his words carefully, but remains singularly unimpressed at the circumstances of his departure.

“I think the UK is a mature democratic country, and they should understand that I am the victim of the coup d’etat,” he maintains. “I am the victim of dictatorship, even though there was a court verdict.

“But that is like the fruit on the poisoned tree – the whole tree has been poisoned and I am the fruit. The tree was planted by the military coup,” he says, adding: “England must understand better but unfortunately they are now busy with their own problems so they forgot about democratic values.

“I don’t care, though – I thank them because I went there, I bought a football club then sold it and made some money in the process,” he says. “They gave me a place to stay, even though it was short-term. My children went to school there.

One day, they will understand better, and they will feel sorrow for what they have done because they have not respected their own democratic values.”

So what next for Shinawatra? Putting his political problems aside, Shinawatra is focused on tackling poverty in Asia. He speaks passionately about the plight of the poor, and details the measures he took during his reign in Thailand – and how they worked. Top of his agenda is healthcare. During his premiership, Shinawatra wasted no time in introducing a new system of blanket healthcare insurance for the equivalent of just 3 dirhams a month.

“At least 18 million poor people can now enjoy full healthcare,” he says proudly. “If they are having a baby they pay just 3 dirhams. For heart surgery, 3 dirhams. I re-managed the whole public health budget and allocated set amounts to every hospital.

“We added more equipment and built centres of excellence. Now they can get the same service as anyone else, regardless of how poor they are,” he adds.

Does he plan to do the same here? “I think if I can re-manage for the UAE government, I will do exactly the same. I will bring in the same experts who used to work with me. I will not just give treatment but also preventive measures – for example, there is a lot that can be done with nutrition and other advice on healthy living.”

Shinawatra insists that he would increase the number of family doctors available, and also establish clinics nearer to housing districts, in order to free up hospital resources and make life easier for the 80 percent of patients who do not actually require hospital treatment.

As well as improving healthcare services in the emirates, Shinawatra is also putting together his own detailed proposals for tackling poverty on a wider scale.

In particular, he wants governments to use their surpluses to create micro-loans for the poor, in the same way that they were pioneered by Nobel Prize winner Muhammad Yunus, in Bangladesh.

Thailand’s People Bank, giving the poor small loans at just 2.5 percent, has been a huge success and Shinawatra wants to extend the principle across Asia.

In order to achieve this dream, he has launched a new foundation, named ‘Building a Better Future’.

“What does the capitalist economy mean? It means you need capital to create wealth,” he explains. “The poor have no choice but to live in a capitalist economy, but they have no capital. They have no access to it. If you give them that access, it changes everything.”

Shinawatra insists that the poverty issue is one that has been “misunderstood” in the past. “Most countries are run by veteran politicians who only have experience of politics,” he points out. “What is missing is management. Politics is about power and law – politicians don’t understand how to run an organisation.

“As an experienced businessman I think I bring some modern management to the government,” he continues. “It proved to work well in Thailand but they didn’t let me stay that long. If I had stayed the full eight years I think I could have made a big difference.”

With so much on his agenda, it is hard to say what the future holds for Thaksin Shinawatra. He expresses deep gratitude to Abu Dhabi’s HH Sheikh Mansour for engineering the takeover of Manchester City, saying he sold a club but gained “a great friend”. Above all, though, he is looking to go home. He makes no apologies, and has no regrets, about the past.

“I cannot live in my own country. There were many assassination attempts, and my family has been broken up because we all have to live in different countries. I regret the result, but not what I have done. You see, I love the Thai people.”


Story by Anil Bhoyrul on Sunday, 30 November 2008


logo_arabianbusiness URL of this Article http://www.arabianbusiness.com/539714-catch-me-if-you-can



Related Story : Click ที่นี่ – “แม้ว” อัดยับ ผู้ดีไม่เคารพ ปชต.ต้นแบบตัวเอง ฝันกลับไทยสู้การเมือง! – Ex-Thai PM hits out at UK from 24 Nov 08


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

November 10, 2008

Exiled Thaksin vows fightback against Thai enemies – รอยเตอร์สายตรง “แม้ว” ลั่นเอาคืนศัตรู-เคลื่อนไหวการเมืองเต็มตัว


Exiled Thaksin vows fightback against Thai enemies


Former Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra gives a live address to pro-government supporters during a rally at Rajamangala Stadium in Bangkok on November 1, 2008.

Former Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra gives a live address to pro-government supporters during a rally at Rajamangala Stadium in Bangkok on November 1, 2008.


Exiled Thaksin vows fightback against Thai enemies


BANGKOK (Reuters) – Former Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra, whose British visa was revoked last week, said on Monday he would leave Beijing for an undisclosed location and vowed to fight back against his political enemies.

“I will keep traveling. I’m leaving Beijing at the moment,” Thaksin told Reuters by telephone from the Chinese capital.

He refused to say where he was going next but denied the destination was Manila, as rumored.

He also denied Thai media reports he was building a 60 million yuan ($8.89 million) mansion at a golf resort near Beijing.

Thaksin, who had been living in London after he and his wife, Potjaman, skipped bail in August to avoid corruption charges, said he scrapped his British asylum application to be free to carry on his political activities.

“I dropped the asylum bid because I don’t think it is necessary. I don’t like the term asylum. I want freedom because I am a champion of democracy. I don’t like anything that restricts freedom,” Thaksin said.

He was sentenced to two years in jail last month for breaking a conflict of interest law during his five years in office before he was ousted in a bloodless 2006 coup.

In Britain he generated headlines with the purchase of the Manchester City soccer club, which he recently sold to a group of investors from Abu Dhabi.

The billionaire telecoms tycoon said he would address supporters at future rallies in northeast Thailand, a region that helped give him two landslide election victories.

“I will phone in and talk to the people who love and have faith in me. I will make a longer speech and start naming names because they have pushed me into a corner,” he said.

Earlier this month, Thaksin called into a rally in Bangkok and urged his supporters to bring him home, a move that angered his opponents.

The campaign against Thaksin is largely driven by the People’s Alliance for Democracy (PAD) — an unelected group led by royalists, academics and businessmen — while he continues to enjoy support in the countryside.

The PAD has occupied the official compound of the prime minister’s offices since August, demanding the current government stacked with Thaksin loyalists step aside.

The crisis has meandered through a coup to elections and back to protests and shows no signs of resolution, to the dismay of investors worried about the lack of a functioning government with a global recession looming.

($1=6.825 Yuan)
Mon Nov 10, 2008 4:05am EST
By Nopporn Wong-Anan
(Editing by Alan Raybould)

logo_reuters_media_us From http://www.reuters.com/article/worldNews/idUSTRE4A91D020081110?sp=true Mon Nov 10, 2008 4:05am EST

Print this News Exiled Thaksin vows fightback against Thai enemies



Cases against thaksin family

Case one: Corruption charges related to purchase of state land by his wife. Who: Thaksin and his wife. Status: Thaksin guilty, wife acquitted

Case two: Abuse of power linked to government lottery scheme. Who: Thaksin and several former cabinet ministers. Status: Case accepted by Supreme Court

Case three: Abuse of power related to state loan to Burma alleged to have benefited family business. Who: Thaksin. Status: Case accepted by Supreme Court

Case four: Concealing assets. Who: Thaksin, wife and two others. Status: Awaiting court decision on proceeding to trial

Case five: Tax evasion. Who: Members of Thaksin’s family. Status: Wife Pojaman and her brother jailed for three years, her secretary for two years

Several other claims also lodged



รอยเตอร์สายตรง “แม้ว” ลั่นเอาคืนศัตรู-เคลื่อนไหวการเมืองเต็มตัว

เดินทางภ?กจากประเทศจีน แต่ไม่บภ??จุดหมายปลายทาง ลั่นขภ??ภ??โต้ศัตรู พร้ภ??ระบุยกเลิกคำขภ??ี้ภัยในภ??งกฤษ เพื่ภ??คลื่ภ??ไหวทางการเมืภ??ภ??่างเป็นภ??สระ

เดินทางออกจากประเทศจีน แต่ไม่บอกจุดหมายปลายทาง ลั่นขอตอบโต้ศัตรู พร้อมระบุยกเลิกคำขอลี้ภัยในอังกฤษ เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเป็นอิสระ


เอเจนซี – รอยเตอร์ต่อสายตรงถึง “ทักษิณ” ที่กบดานอยู่ในปักกิ่งวันนี้ (10) เจ้าตัวเผยกำลังเดินทางออกจากประเทศจีน แต่ไม่บอกจุดหมายปลายทาง ลั่นขอตอบโต้ศัตรู พร้อมระบุยกเลิกคำขอลี้ภัยในอังกฤษ เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเป็นอิสระ


สำนักข่าวรอยเตอร์ ได้ต่อโทรศัพท์ถึง ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เขา และภรรยา ถูกทางการอังกฤษถอนวีซ่า โดยอดีตนายกรัฐมนตรีรายนี้ เปิดเผยว่า เขากำลังเดินทางออกจากกรุงปักกิ่ง เพื่อเดินทางไปยังประเทศที่ไม่เปิดเผยปลายทาง และประกาศเอาคืนศัตรูทางการเมืองของเขา

“ผมเดินทางของผมไปเรื่อยๆ ขณะนี้ผมกำลังเดินทางออกจากปักกิ่ง” ทักษิณ บอกกับรอยเตอร์ผ่านโทรศัพท์จากเมืองหลวงของจีน พร้อมปฏิเสธรายงานข่าวสื่อมวลชนไทย ที่ระบุว่า จุดหมายปลายทางของเขา คือ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

นอกจากนี้ เขายังได้ปฏิเสธรายงานข่าวจากสื่อมวลชนไทย ที่บอกว่า เขากำลังกำลังสร้างบ้านมูลค่า 60 ล้านหยวน (ประมาณ 300 ล้านบาท) ท่ามกลางสนามกอล์ฟใกล้กรุงปักกิ่ง

ทักษิณ ซึ่งอาศัยอยู่ในลอนดอนหลังจากเขาและพจมาน ภรรยา หลบหนีประกันในเดือนสิงหาคม เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกล่าวหาคอร์รัปชัน กล่าวว่า เขาได้ยกเลิกคำขอลี้ภัยเพื่อจะได้เคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเป็นอิสระ

“ผมยกเลิกคำขอลี้ภัย เพราะว่าผมคิดว่ามันไม่จำเป็น ผมไม่ชอบคำว่าลี้ภัย ผมต้องการเสรีภาพเพราะว่าผมเป็นนักประชาธิปไตย ผมไม่ชอบอะไรก็ตามที่จำกัดเสรีภาพ” ทักษิณ กล่าว

มหาเศรษฐีโทรคมนาคม ยังบอกอีกว่า เขาจะกล่าวปราศรัยกับผู้สนับสนุนอีก ณ การชุมนุมครั้งหน้าที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย พื้นที่ที่ช่วยให้เขาคว้าชัยชนะเลือกตั้ง 2 สมัยอย่างถล่มทลาย

“ผมจะโทรศัพท์พูดกับประชาชนผู้ที่รัก และเชื่อมั่นในตัวผม ผมจะพูดยาวกว่าเดิม และคงต้องเปิดเผยชื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะพวกเขาต้อนผมเข้ามุม” เขากล่าว


ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 10 พฤศจิกายน 2551 15:48 น.
http://manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9510000133197


พิมพ์ ข่าวนี้ รอยเตอร์สายตรง “แม้ว” ลั่นเอาคืนศัตรู-เคลื่อนไหวการเมืองเต็มตัว


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

March 18, 2008

เส้นตาย ตัวประกันชาวออสเตรีย วันอาทิตย์เที่ยงคืน


เครือข่ายอัลกออิดะห์ ที่จับตัวชาวออสเตรีย 2 คนไปเป็นตัวประกันได้ขยายเวลาปล่อยตัวประกันออกไปอีก 1 สัปดาห์ จนกระทั่งถึง เที่ยงคืนวันอาทิตย์นี้ เพื่อให้ ออสเตรียปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของ เครือข่ายอัลกออิดะห์ หลังจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ออสเตรียกล่าวว่า กำหนดเวลาปล่อยตัวประกัน ได้เลื่อนออกไปอย่างไม่มี กำหนด ขณะเดียวกันเครือข่ายอัลกออิดะห์ กล่าวเตือนว่า การพยายามที่จะใช ้ปฏิบัติทางทหาร ใดๆ เพื่อปล่อย ตัวประกัน จะนำไปสู่การสังหารชีวิตคนทั้งสองทันที


ขณะที่ แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของอัลจีเรีย รายงานว่า ออสเตรีย ได้ยอมรับที่จะจ่ายเงินค่าไถ่ 6 ล้าน 7 แสน เหรียญ สหรัฐ ขณะดียวกัน เครือข่ายอัลกออิดะห์ ได้ยุติข้อเรียกร้อง ที่จะให้ปล่อยตัวสมาชิกของกลุ่ม ราว 10 คน ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ใน อัลจีเรีย และ ตูนีเซีย ไปด้วย.


ข่าวจาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

March 8, 2008

ชาวสเปน จะไปใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งทั่วไป ในวันพรุ่งนี้ (9 มีนาคม) – Spain PM accuses Eta after death

English
ชาวสเปนจะไปใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งทั่วไปในวันพรุ่งนี้

ETA suspect killedขณะที่พรรคการเมืองทุกพรรค ได้ยุติการหาเสียงเลือกตั้งแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ ไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะถึงเวลาสิ้นสุด การหาเสียง อย่างเป็นทางการในเวลาเที่ยงคืน ซึ่งก่อนหน้านั้นอดีตสมาชิกสภาเมืองคนหนึ่ง ถูกยิงเสียชีวิตในเมือง มอนดรากอน ของแคว้นบาสก์ โดยขณะนี้ยังไม่ทราบว่า เป็นการกระทำของกลุ่มใด แต่รัฐบาลสเปน ตำหนิทันทีว่า เป็นฝีมือของ กลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนแคว้นบาสก์ หรือ อีทีเอ ที่ต่อสู้เพื่อพยายาม แบ่งแยกดินแดนแคว้นดังกล่าว มานาน 40 ปี

ขณะที่นายกรัฐมนตรี โฮเซ่ หลุยส์ โร-ดริเกส ซาปาเตโร แห่งสเปนซึ่งได้รับการคาดหมายว่า จะคว้าชัยชนะในการ เลือกตั้ง เป็นสมัยที่ 2 ได้กล่าวหา กลุ่มกบฏ อีทีเอ ว่า พยายามหาทางก่อกวนกระบวนการเลือกตั้ง พร้อมทั้งเรียกร้องให้ ประชาชน ในประเทศมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน.

ข่าวจาก – สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

เลือกตั้งสเปนป่วน กบฎอีทีเอสังหารนักการเมืองพรรครัฐบาล


เลือกตั้งสเปนป่วน หลังเกิดเหตุนาย อิซาเอียส คาร์ราสโค วัย 42 ปี อดีตสมาชิกสภาท้องถิ่นจาก พรรคสังคมนิยม ของนายกรัฐมนตรี โฆเซ่ รอดริเกวซ ซาปาเทโร ถูกยิงเสียชีวิต คาดเป็นฝีมือ กบฎอีทีเอ


กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : บรรดาผู้สมัครส.ส.ของสเปน ต้องระงับการหาเสียงเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการหาเสียงวันสุดท้าย ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันอาทิตย์ หลังเกิดเหตุ นาย อิซาเอียส คาร์ราสโค วัย 42 ปี อดีตสมาชิกสภาท้องถิ่น จากพรรค สังคมนิยม ของนายกรัฐมนตรี โฆเซ่ รอดริเกวซ ซาปาเทโร ถูกยิงเสียชีวิต ขณะเดินทางไปหาเสียงในเมืองมอนดรากอน ในแคว้นบาส์กเมื่อเช้าวานนี้


แม้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ แต่รัฐบาลประณามว่าเป็นฝีมือของกลุ่มกบฎ อีทีเอ ซึ่งเป็นกลุ่ม กบฏแบ่งแยกดินแดนแคว้นบาส์ก ที่ก่อเหตุระเบิดโจมตีหลายระลอก เพื่อป่วนการเลือกตั้ง และยังไม่ทราบว่า เหตุการณ์นี้ จะส่งผลกระทบหรือไม่ต่อคะแนนเสียงของ พรรคสังคมนิยม ที่ถูกคู่แข่งโจมตีว่า ใช้นโยบายอ่อนจัดการ กับ กลุ่มก่อการร้าย ทำให้ กบฎอีทีเอ เข้มแข็งขึ้น โดยเฉพาะ นายกรัฐมนตรีซาปาเทโร ที่พยายามเจรจาสันติภาพ กับ กลุ่มกบฎ แต่ก็ไร้ประโยชน์ หลังเกิดเหตุ นายกรัฐมนตรีซาปาเทโร ได้เดินทางไปแสดง ความเสียใจกับครอบครัวของ นายคาร์ราสโค ทันที พร้อมกับยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะไม่ทำลายประชาธิปไตย ของ สเปน

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : 8 มีนาคม พ.ศ. 2551 11:21:00 http://www.bangkokbiznews.com/2008/03/08/WW10_WW10_news.php?newsid=237074


ภาษาไทย

Spain PM accuses Eta after death


Spain’s prime minister has accused the Basque separatist group, Eta,
of trying to upset Sunday’s election by murdering
a former Socialist Party councillor.

PM accused ETA

Jose Luis Rodriguez Zapatero said “terrorists wanted to interfere in the peaceful manifestation of the will of the people” by killing Isaias Carrasco. The 42-year-old was shot dead near his home in the Basque town of Mondragon.

Eta, which ended a 15-month ceasefire in June 2007 after failed peace talks, has carried out similar attacks before.


No group has so far said it carried out the attack.


Earlier, the main political parties called a halt to their last day of campaigning ahead of the general election after news of the killing emerged.


Read this article from BBC

Go to Top of page

March 7, 2008

สตช. เตรียมฝากขังอดีต KGB – Thais Nab So-Called ‘Merchant of Death’

สตช.เตรียมฝากขังอดีต KGB หัวหน้ากลุ่มค้าอาวุธให้ผู้ก่อการร่ายทั่วโลกที่ศาลอาญา
(ข่าวอยู่ใต้ภาพ)

Profile: Viktor Bout

Russian businessman Viktor Bout – currently in custody in Thailand and wanted in the US – is widely regarded as one of the world’s leading arms smugglers.
A former Soviet officer, he launched into a new career after the fall of the USSR, reportedly selling weapons to countries under UN embargo.
Read Viktor Bout’s Profile article from BBC

The mysterious ‘Merchant of Death’

The name Victor Bout first came on my radar in the late 1990s when, in my job as a BBC reporter in Africa, I found myself spending an inordinate amount of time with soldiers.
Read Mark Doyle’s report from BBC (September 2007)

US Seeks Weapons Suspect’s Extradition

Thais Nab So-Called ‘Merchant of Death’

Read full article from myway.com ! (External Link will opened new window.)



BANGKOK, Thailand (AP) – The U.S. is seeking the extradition of a suspected Russian arms dealer dubbed the “Merchant of Death,” but for now he will remain in Thailand, where authorities are investigating if he used the country as a base to negotiate a weapons deal with terrorists, officials said Friday.

Viktor Bout, a 41-year-old whose dealings reportedly inspired a 2005 movie about the illicit arms trade, is accused of running weapons to al-Qaida, the Taliban and parties involved in bloody conflicts across Africa. He was arrested at a Bangkok hotel after a four-month sting operation by the U.S. Drug Enforcement Administration, Thai and U.S. authorities said.

“He is called the ‘Merchant of Death’ and ‘Man of War’ for a reason,” Thomas Pasquarello, regional director of the DEA, said in Bangkok.

Victor KGBVictor KGB_2


สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงการณ์จับกุมอดีน KGB หัวหน้ากลุ่มค้าอาวุธให้กับกลุ่มผู้ก่อการร้ายทั่วโลก โดยใช้ไทยเป็นฐานเจรจาการค้าอาวุธ ขณะที่ตำรวจเตรียมนำตัวผู้ต้องหาฝากขังที่ศาลอาญา

Victor-3
พล.ต.ท.อดิศร นนทรีย์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากฝ่ายปฏิบัติการต่อต้าน การก่อการ ร้าย ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (DEA) แถลงผลการจับกุม นายวิกเตอร์ อนาโตลเลวิช บูท อดีตนายทหารยศ พันตรี ประจำหน่วยสืบราชการลับ หรือ KGB ซึ่งเป็นผู้ต้องหา รายสำคัญที่ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ติดตามตัวมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี ซึ่งจากการข่าว ทราบว่า นายวิกเตอร์ จะเดินทางเข้ามาในประเทศ ระหว่างวันที่ 3-13 มี.ค. เพื่อจัดหาอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดให้กับ กลุ่มผู้ก่อ การร้ายในประเทศโคลัมเบีย (กลุ่ม FARC) และ นายวิกเตอร์ ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยจริง เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ ผ่านมา และเข้าพักที่ โรงแรม โซฟิเทล เจ้าหน้าที่ กองปราบ จึงเข้าจับกุมตัว


โดยภายในวันพรุ่งนี้ ตำรวจะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขัง ที่ศาลอาญา จากนั้นจะสอบสวนร่วมกับ DEA ว่าผู้ต้องหา เข้ามา ใน ประเทศได้อย่างไร มีจุดประสงค์อะไร จะเป็นเพียง การเข้ามา เพื่อใช้เป็นฐานเจรจาการค้าอาวุธ หรือมี จุด ประสงค์ อื่นแอบแฝง ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหายัง ไม่ได้ให้ปากคำ เพิ่มเติม และ ยังไม่พบคนไทยเข้าร่วม ขบวนการ อย่างไรก็ตาม หากศาลพิพากษาโทษตามหมายจับ ในความผิดฐานจัดหาหรือรวบรวมทรัพย์สินเพื่อการ ก่อการร้ายแล้ว ผู้ต้องหาต้องรับโทษตามกฏหมายในไทย


หลังจากนั้น องค์กรตำรวจสากล เพื่อประเทศ ที่ ผู้ต้องหากระทำผิด และ มีหมายจับ อาจจะประสานขอ อายัด ตัว ส่งผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปดำเนินคดี ในภายหลัง.

ข่าวจาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

Create a free website or blog at WordPress.com.