Accom Thailand

May 28, 2009

World Heritage Site Luang Prabang Laos by PG ร่วม ทำบุญ-ตักบาตร ณ เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง


Tour Code INDO 02 (PG – World Heritage Site Luang Prabang Laos)

3 วัน 2 คืน
กรุงเทพฯ – หลวงพระบาง – กรุงเทพฯ
ร่วม ทำบุญ-ตักบาตร ณ เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง
เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ของอินโดจีน
ด้วย สายการบิน บางกอก แอร์เวยส์ (PG)

กรุงเทพฯ – หลวงพระบาง – พระราชวังเก่า – พระธาตุภูษี – ถ้ำติ่ง – บ้านซ่างไห –
น้ำตกตาดกวงชี – บ้านผานม – ตลาดมืด – วัดเชียงทอง – วัดวิชุนราช – หลวงพระบาง – กรุงเทพฯ
สุดเที่ยวสุดคุ้ม ช้อปปิ้งสบาย สบาย!!!
พักโรงแรม 4 ดาว อาหาร 7 มื้อ
กำหนดการเดินทาง : 19-21 มิ.ย. // 5-7 ก.ค. // 6-8 ก.ค. 52

อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ พักห้องคู่
ราคา รวมตั๋วเครื่องบิน บางกอก แอร์เวย์ 20,900.- บาท

เงื่อนไขพิเศษ
ในการเดินทางในแต่ละครั้ง จะต้องมี จำนวนผู้เดินทาง 15 ท่าน ขึ้นไป
สำหรับคณะจอยทัวร์ บริษัทขอสงวนสิทธิ์กรณีที่กรุ๊ปไม่ถึง 15 ท่าน จะไม่มีหัวหน้าทัวร์จาก กรุงเทพฯ

อัตราค่าบริการรวม :

ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ-หลวงพระบาง-กรุงเทพฯ
โดยสายการบิน บางกอก แอร์เวยส์ (PG)
ค่าภาษีน้ำมันของสายการบิน และ ค่าภาษีสนามบินไทย 700 บาท
และ ค่าภาษีสนามบิน ลาว 10 USD
ค่าที่พัก ตามโรงแรมที่ระบุไว้ในรายการ หรือระดับเดียวกัน
ค่ายาพาหนะนำเที่ยวในประเทศลาว
ค่าเรือล่องถ้ำติ่ง
ค่าอาหารตามที่ระบุไว้ในรายการ
ค่าใช้จ่ายของมัคคุเทศก์ท้องถิ่น
ค่าอากรท่องเที่ยวลาว
ค่าเที่ยวชมสถานที่ต่างๆตามที่ระบุในรายการ

อัตรานี้ไม่รวม : ค่าวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติ (อัตราตามสถาณฑูตกำหนด)


ติดต่อขอโปรแกรม Viva Voyage (วีว่า โวยาจ ) 518/3 ชั้น 3 ถนนเพลินจิต กทม. 10330 โทร 02-2548381 , 026520702 หรือ E-Mail : viva.voyage@gmail.com
หรือ คลิกที่นี่ เพื่อ Download ข้อมูล หรือ ดูโปรแกรมของ วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3
รายละเอียด เอกสารใช้ยื่นประกอบ การทำวีซ่า สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

October 15, 2008

Fighting erupts on Thai-Cambodia border

Filed under: Cambodia,conflict,Indochina,Thailand,World News — accomthailand @ 14:50
Tags: , , , ,

Fighting erupts on Thai-Cambodia border:
reports By SE Asia correspondent Karen Percy and wires

Posted 44 minutes ago (15:30 local time) 15 Oct 2008

There are reports of gunfire on the Thai-Cambodian border, where the countries are engaged in a prolonged border dispute.

Hundreds of soldiers from Thailand and Cambodia are believed to be in the area.

The ABC has been told that people near the Preah Vihear temple in north-western Cambodia have heard machine gun fire from within the 4.5 square kilometre disputed zone.

“Cambodian and Thai troops are opening fire at each other now,” Cambodia army commander Bun Thean told news agency AFP.

A Reuters photographer at the scene confirmed that fighting had broken out, saying he had to take cover amid rocket and small arms fire.

“I heard gun-fire all over the place in this area,” Photographer Chor Sokunthea said by telephone.

“One rocket flew from Thailand over my head and landed. Now you can hear the fighting. They’ve opened fire.

“I have to find a safe place to hide,” he said, before hanging up.

A Cambodian official said Thai soldiers fired first in the exchange of gunfire.

“I can confirm there was fighting between Cambodians and Thais, the Thais fired at us first,” Preab Tan, Governor of Cambodia’s northern Preah Vihear province, told Reuters.

On Monday, Cambodia’s Prime Minister, Hun Sen, threatened that the area would become a “life-and-death battle zone” unless Thailand pulled its soldiers out.

Thailand maintains that its soldiers were not on Cambodian land and refused to retreat.

Local villagers were evacuated from the area when tensions flared in July.

Thai Foreign Minister Sompong Amornvivat urged Thai nationals in Cambodia to leave as soon as possible.

“Thai businessmen who have no need to be in Cambodia now, please rush back to Thailand,” Mr Sompong told reporters.

“We have our evacuation plan ready,” he added.
Read full story
– ABC/AFP/Reuters
http://www.abc.net.au/news/stories/2008/10/15/2392242.htm

ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below


May 14, 2008

สหประชาชาติเรียกร้องพม่าเปิดเส้นทางเพื่อการช่วยเหลือเหยื่อไซโคลนนาร์กีส ก่อนหายนะะระลอกที่สอง

สหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น เรียกร้องให้พม่า
เปิดเส้นทางการบินและเส้นทางสัญจรทางน้ำ


เพื่ออำนวยความสะดวก ในการลำเลียงความช่วยเหลือ ไปยังผู้ประสบภัยจาก พายุไซโคลนนาร์กีส ถล่มในพม่า


แถลงการของโฆษกหน่วยงานด้านการประสานงานกิจการมนุษยธรรมแห่งสห ประชาชาติ หรือโอซีเอชเอ มีขึ้นที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า ความช่วยเหลือจากนานาประเทศ


ขณะนี้ถึงมือผู้ประสบภัยในพม่าเพียง 27,000 คน ไม่ถึง 1 ใน 5 ของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทั้งประเทศ


ดังนั้น ยูเอ็น จึงเรียกร้องให้พม่าอำนวยความสะดวก แก่หน่วยบรรเทาทุกข์จากต่างประเทศ โดยการเปิดเส้นทาง เชื่อมต่อน่านฟ้า และการสัญจรทางทะเล ดังที่เคยปฏิบัติ เมื่อครั้งเกิดภัยพิบัติสึนามิ พัดถล่มหลายประเทศในเอเชีย เมื่อปี 2547 ขณะที่เตือนว่าพม่าอาจต้องเผชิญหายนะระลอกที่สอง หากความช่วยเหลือยังไม่มีความคืบหน้า

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 13, 2008

Myanmar death toll rises to 34,273 – ยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ

YANGON, May 13 (Xinhua) — The death toll from Cyclone Nargis has risen to 34,273 in Myanmar, the state radio reported Tuesday evening.

And 27,836 people still remained missing, and the number of injured stood at 1,403, said the report.

Tropical cyclone Nargis, which occurred over the Bay of Bengal, hit five divisions and states — Yangon, Bago, Ayeyawaddy, Kayin and Mon on May 2 and 3, of which Ayeyawaddy and Yangon sustained the heaviest casualties and infrastructure damage.

Affected coastal towns in the southwestern Ayeyawaddy division include Haing Gyi Island, Laputta, Mawlamyinegyun, Kyaiklat, Phyarpon, Bogalay, Pathein and Myaungmya.
http://news.xinhuanet.com/english/2008-05/14/content_8164320.htm
สหประชาชาติออกมาประเมินสถานการณ์ล่าสุดในพม่า และเปิดเผยว่า รัฐบาลพม่าได้บังคับให้ผู้รอดชีวิตจากพายุไซโคลนนาร์กีสออกจากพื้นที่พักพิง ขณะที่พระในพื้นที่ประสบภัย เล่าว่า ทางการได้สั่งให้พระขับไล่ผู้ประสบภัยที่ไปขอพักพิงออกจากวัด ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเพราะรัฐบาลพม่ากลัวชาวบ้านรวมกลุ่มลุกฮือขึ้นก่อ จลาจลต่อต้านรัฐบาล
ถึงแม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านไปแล้ว 11 วัน แต่ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้รอดชีวิตยังอยู่ในสภาน่าเอน็จอนาถ ในพื้นที่ยังมีฝนตกซ้ำลงมาเป็นวันที่ 2 ผู้คนล้มป่วยมากขึ้น มีการร้องเรียนว่าทหารแจกอาหารบูดเน่าให้รับประทาน
ส่วนยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการในวันนี้ มีเกือบ 32,000 คน สูญหายอีกกว่า 20,000 คน
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000055923

รัฐบาลพม่าจะรับความช่วยเหลือจากทุกประเทศ

รัฐบาลพม่ายืนยันว่า ยินดีที่จะรับความช่วยเหลือจากทุกประเทศ หลังประสบภัยพายุไต้ฝุ่นนาร์กีส แต่ไม่ต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศหรืออุปกรณ์ต่างๆ เข้าไปในพื้นที่ 5 แห่ง ที่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลพม่ารายงานว่า มีจำนวนอยู่ที่ 31,938 คน และสูญหายอีก 29,770 คน ขณะที่เครื่องบินขนสิ่งของบรรเทาทุกข์ของสหรัฐอีก 2 ลำมีกำหนดจะออกเดินทางไปยังพม่าในวันนี้ ด้านประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ผู้นำสหรัฐ ได้กล่าวตำหนิรัฐบาลพม่าที่ล้มเหลวในการดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อรับความ ช่วยเหลือจากนานาชาติ และว่ารัฐบาลพม่าเห็นแก่ประโยชน์ในอำนาจมากกว่าประชาชน ขณะเดียวกันสหประชาชาติแสดงความไม่พอใจต่อการที่พม่าไม่ยอมรับเจ้าหน้าที่ บรรเทาทุกข์จากต่างประเทศ โดยเตือนว่าจะผู้คนล้มตายกันมากกว่านี้ เนื่องจากไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ยอดผู้สูญหายในพม่า สูงถึง 2 แสนคน

สำนักงานประสานงานด้านมนุษยธรรม
ของสหประชาชาติระบุว่าผู้สูญหายในพม่า
มีมากถึง 2 แสน 2 หมื่นคน


และยังคาดการณ์ยอดผู้เสียชีวิตในขณะนี้ว่าน่าจะอยู่ระหว่าง 63,000 คน ถึง 1 แสนคน ถือเป็นตัวเลขที่แตกต่างจากที่รัฐบาลทหารพม่ารายงานไว้หลายเท่าตัว


โดย ตัวเลขผู้เสียชีวิต ของรัฐบาลพม่าอย่างเป็นทางการนั้น จนถึงขณะนี้มีทั้งสิ้น 31,938 คน และสูญหายอีก 29,770 คน


อย่างไรก็ตาม ไม่มีการยืนยันว่าตัวเลขใด มีความน่าเชื่อถือเนื่องจากรัฐบาลพม่ายังไม่เปิดกว้าง ให้เจ้าหน้าที่ต่างชาติ เดินทางเข้าไปสำรวจพื้นที่ ที่ได้รับความเสียหาย และเข้าไปให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้


โดยยอมรับเพียงความช่วยเหลือ ด้านเสบียงและปัจจัยบรรเทาทุกข์เท่านั้น ซึ่งเมื่อวานนี้เครื่องบิน ซี-130 ของสหรัฐ ลำแรกก็ได้นำสิ่งของบรรเทาทุกข์ ไปส่งให้พม่าที่สนามบินใน นครย่างกุ้งแล้ว และ ในเร็วๆ นี้เครื่องบินของอังกฤษ ก็จะเดินทางไปถึงพม่าด้วย


แม้ว่ามี ปัจจัยบรรเทาทุกข์หลั่งไหลสู่พม่าแต่ก็พบว่า การส่งความช่วยเหลือไปถึงมือผู้ประสบภัยยังล่าช้า และการที่พม่า ไม่ยอมรับเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ ที่เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ให้เข้าไปช่วยเหลือนั้น ก็ยิ่งทำให้สหประชาชาติเริ่มไม่พอใจพม่าเช่นกัน


โดยเตือนว่า จะมีผู้คนล้มตายมากกว่านี้ จากสาเหตุที่ไม่ได้รับ ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ล่าสุดสภาพอากาศ ในพม่าที่เริ่มมีฝนตกลงมาอย่างหนัก


ทำให้หลายฝ่ายวิตกกังวล ว่า อาจเกิดน้ำท่วมหนัก ในพื้นที่ประสบภัยจากเดิม ที่มีน้ำท่วมขังอยู่แล้ว และหวั่นเกรงว่า ประชาชน อาจอดตายเนื่องจากไม่สามารถฝ่าสายฝนออกมารับสิ่งของบริจาคได้

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 13, 2008

สงกรานต์ ขนบธรรมเนียม และ ประเพณี – Songkran Cultural Traditon

ยังไม่เสร็จ

เพลงวันสงกรานต์
ฟังเพลง รำวงวันสงกรานต์

เนื้อเพลง เพลงรำวงวันสงกรานต์
ศิลปิน ชาวคณะสุนทราภรณ์
อัลบั้ม รำวงวันสงกรานต์
วันนี้เป็นวันสงกรานต์
หนุ่มสาวชาวบ้านเบิกบานจิตใจจริงเอย
ตอนเช้าทำบุญ ทำบุญตักบาตร
ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขันกันเอย
เข้าวัดแต่งตัว แต่งตัวสวยสะ
ไปสรงน้ำพระ ณ วันสงกรานต์กันเอย
ตอนบ่ายเราเริงกีฬา
เล่นมอญซ่อนผ้า เล่นสะบ้ากันเอย
ทำบุญทำทานสนุกสนานกันแล้ว
ขอเชิญน้องแก้วรำวงกันเอย
(ซ้ำทั้งหมด)
http://popmusic.igetweb.com/index.php?mo=3&art=128101
http://profile.imeem.com/sDiK64r/music/6n4oTGqK/mp3/

สงกรานต์ ตำนาน และ คำทำนาย – Songkran Water Festival


ยังไม่เสร็จ

นางสงกรานต์ เป็น คติความเชื่ออยู่ในตำนานสงกรานต์ ซึ่งรัชกาลที่ ๓ ให้จารึกลงในแผ่นศิลาติดไว้ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม(วัดโพธิ์) เป็นเรื่องเล่าถึงความเป็นมาของประเพณีดังกล่าว ซึ่งเป็นอุบายเพื่อให้คนโบราณ ผู้ไม่รู้หนังสือได้รู้ว่า วันมหาสงกรานต์ คือ วันที่พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ ซึ่งสมัยนั้นถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามสุริยคติตรงกับวันใด และ เวลาใด โดย สมมุติผ่านนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดเทียบกับแต่ละวันในสัปดาห์ นางสงกรานต์เป็นใคร ทำไมจึงเรียก “ นางสงกรานต์ ” กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ได้นำตำนานโดยย่อ พร้อมคำทำนายทายทักของโบราณมาเสนอให้ทราบเป็นแนวคิดดังต่อไปนี้

นาง สงกรานต์มีด้วยกันเจ็ดนาง เป็นเทพธิดาลูกสาวท้าวกบิลพรหม และเป็นบาทบริจาริกาของพระอินทร์ ตามตำนานเล่าว่า ท้าวกบิลพรหมแพ้พนันธรรมบาลกุมาร ต้องตัดเศียรออกบูชาธรรมบาลกุมารตามสัญญา แต่เนื่องจากพระเศียรของพระองค์ตกไปอยู่ที่ใด ก็จะเป็นอันตรายต่อที่นั้นไม่ว่าจะเป็นบนอากาศ บนดินหรือในน้ำ ดังนั้น ธิดาทั้งเจ็ดจึงต้องนำพานมารองรับ และนำไปประดิษฐานไว้ในถ้ำคันธชุลี ณ เขาไกรลาส ครั้นถึงกำหนด ๓๖๕ วัน ซึ่งโลกสมมุติว่าเป็นปีหนึ่งเวียนมาถึงวันมหาสงกรานต์ เทพธิดาทั้งเจ็ดก็จะทรงพาหนะของตน ผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรของบิดาออกแห่ โดยที่เทพธิดาทั้งเจ็ดนี้ปรากฏในวันมหาสงกรานต์เป็นประจำ จึงได้ชื่อว่า “ นางสงกรานต์ ” ส่วนท้าวกบิลพรหมนั้น โดยนัยก็คือ พระอาทิตย์ นั่นเอง เพราะกบิล หมายถึง สีแดง

นางสงกรานต์แต่ละนาง จะมีนาม อาหาร อาวุธ และสัตว์ที่เป็นพาหนะ ตามวันต่างๆกันดังนี้
คำทำนายนางสงกรานต์

1.ปีใดวันสงกรานต์เป็นวันอาทิตย์ นางสงกรานต์จะมีนามว่า “ทุงษะเทวี” ทัดดอกทับทิม ประดับอาภรณ์ด้วยปัทมราช ภักษาหารผลมะเดื่อ(อุทุมพร) พระหัตถ์ขวาทรงจักรซ้ายทรงสังข์ และทรงครุฑเป็นพาหนะ ปีนั้นพืชพันธุ์ธัญญาหารในเลือกสวนไร่นาไม่สู้งอกงามนัก

2.ปีใดวันสงกรานต์เป็นวันจันทร์ นางสงกรานต์จะมีนามว่า “โคราษะเทวี” ทรงทัดดอกปีบ ประดับอาภรณ์ด้วยมุกดาหาร ภักษาหารน้ำมันงา พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ ซ้ายทรงไม้เท้า ทรงเสือเป็นพาหนะ ปีนั้นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และราชบริพารจะเรืองอำนาจ

3.ปีใดวันสงกรานต์เป็นวันอังคาร นางสงกรานต์จะมีนามว่า “ราษสเทวี” ทรงทัดดอกบัวหลวง ประดับอาภรณ์ด้วยโมรา ภักษาหารโลหิต พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูล ซ้ายทรงธนู ทรงหมูเป็นพาหนะ ปีนั้นโจรผู้ร้ายชุกชุม จะเกิดการเจ็บไข้ได้ป่วย

4.ปีใดวันสงกรานต์เป็นวันพุธ นางสงกรานต์จะมีนามว่า “มณฑาเทวี” ทรงทัดดอกจำปา ประดับอาภรณ์ด้วยแก้วไพฑูรย์ ภักษาหารนมเนย พระหัตถ์ขวาทรงเหล็กแหลม ซ้ายทรงไม้เท้า ทรงลาเป็นพาหนะ ปีนั้นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะได้ยศถาบรรดาศักดิ์จากต่างประเทศ

5.ปีใดวันสงกรานต์เป็นวันพฤหัสบดี นางสงกรานต์จะมีนามว่า “กีริณีเทวี” ทรงทัดดอกมณฑา ประดับอาภรณ์ด้วยแก้วมรกต ภักษาหารถั่วงา พระหัตถ์ขวาทรงพระขอ ซ้ายทรงปืน ทรงช้างเป็นพาหนะ ปีนั้นจะแพ้ผู้เป็นใหญ่และเจ้าไททั้งมวล

6.ปีใดวันสงกรานต์เป็นวันศุกร์ นางสงกรานต์จะมีนามว่า “กิทิมาเทวี” ทรงทัดดอกจงกลนี ประดับอาภรณ์ด้วยแก้วมรกต ภักษาหารกล้วยน้ำว้า พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ ซ้ายทรงพิณ ทรงกระบือเป็นพาหนะ ปีนั้นพืชพรรณธัญญาหารอุดม ฝนหนัก พายุร้าย จะเจ็บตากันมาก

7.ปีใดวันสงกรานต์เป็นวันเสาร์ นางสงกรานต์จะมีนามว่า “โมหะทรเทวี” ทรงทัดดอกสามหาว ประดับอาภรณ์ด้วยนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย พระหัตถ์ขวาทรงพระจักร์ ซ้ายทรงตรีศูล ทรงนกยูงเป็นพาหนะ ปีนั้นโจรผู้ร้ายชุกชุม จะเกิดการเจ็บไข้ได้ป่วยกันมาก
ตามปกติ เราจะเรียกวันที่ ๑๓ เมษายนว่า “ วันมหาสงกรานต์ ” วันที่ ๑๔ เมษายน ว่า “ วันเนา ” และวันที่ ๑๕ เมษายนว่า “ วันเถลิงศก ” เพื่อให้จำได้ง่าย แต่ในประกาศสงกรานต์ ซึ่งเป็นการคำนวณทางโหราศาสตร์ วันมหาสงกรานต์ อันเป็นวันที่พระอาทิตย์เคลื่อนสู่ราศีเมษ และเป็นวันบ่งบอกว่านางสงกรานต์ปีนั้นชื่ออะไร อาจจะไม่ตรงกับวันที่ ๑๓ เมษายน เสมอไป ทั้งนี้ ขึ้นกับการคำนวณดังกล่าว ( วันมหาสงกรานต์ หมายถึง วันที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษอีกครั้ง หลังจากผ่านเข้าสู่ราศีอื่นๆแล้วจนครบ ๑๒ เดือน วันเนา แปลว่า วันอยู่ หมายถึง วันที่ดวงอาทิตย์เข้าเคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษอันเป็นราศีตั้งต้นปี เข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว ส่วน “ วันเถลิงศก ” คือ วันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่

ใน สมัยโบราณยังมีความเชื่อที่เกี่ยวเนื่องนางสงกรานต์ วันมหาสงกรานต์ วันเนา และวันเถลิงศกที่น่าสนใจ ซึ่งได้นำมาจากหนังสือตรุษสงกรานต์ ขอ งอ.สมบัติ พลายน้อย ดังนี้

ความเชื่อเกี่ยวกับ อิริยาบถของนางสงกรานต์ เชื่อว่า

๑.ถ้านางสงกรานต์ ยืนมา จะเกิดความเดือดร้อนเจ็บไข้

๒.ถ้านางสงกรานต์ นั่งมา จะเกิดความเจ็บไข้ ผู้คนล้มตาย และเกิดเหตุเภทภัยต่างๆ

๓.ถ้านางสงกรานต์ นอนลืมตา ประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุข

๔.ถ้านางสงกรานต์ นอนหลับตา พระมหากษัตริย์จะเจริญรุ่งเรืองดี

นอกจากนี้ ยังมีคำทำนายเกี่ยวกับวันมหาสงกรานต์ วันเนา และวันเถลิงศก ดังนี้

๑. ถ้าวันอาทิตย์ เป็น วันมหาสงกรานต์ ปีนั้นพืชพันธุ์ธัญญาหารไม่สู้จะงอกงามนัก ถ้าวันอาทิตย์เป็น วันเนา ข้าวจะตายฝอย คนต่างด้าวจะเข้าเมืองมาก ท้าวพระยาจะร้อนใจ ถ้าวันอาทิตย์เป็น วันเถลิงศก พระมหากษัตริย์จะมีพระบรมเดชานุภาพ ปราบศัตรูได้ทั่วทุกทิศ

๒. ถ้าวันจันทร์ เป็น วันมหาสงกรานต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตลอดจนคุณหญิง คุณนายทั้งหลายจะเรืองอำนาจ ถ้าวันจันทร์เป็น วันเนา มักเกิดความไข้ต่างๆ และเกลือจะแพง นางพญาจะร้อนใจ ถ้าวันจันทร์เป็น วันเถลิงศก พระราชินีและท้าวนางฝ่ายในจะมีความสุขสำราญ

๓. ถ้าวันอังคาร เป็น วันมหาสงกรานต์ โจรผู้ร้ายจะชุกชุม จะเกิดการเจ็บไข้ร้ายแรง แต่ถ้าวันอังคารเป็น วันเนา ผลหมากรากไม้จะแพง ถ้าวันอังคารเป็น วันเถลิงศก ข้าราชการทุกหมู่เหล่าจะมีความสุข มีชัยชนะแก่ศัตรูหมู่พาล

๔. ถ้าวันพุธ เป็นวัน มหาสงกรานต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะได้รับการยกย่องจากต่างประเทศ ถ้าวันพุธเป็น วันเนา ข้าวปลาอาหารจะแพง แม่หม้ายจะพลัดที่อยู่ ถ้าวันพุธเป็น วันเถลิงศก บรรดานักปราชญ์ราชบัณฑิตจะมีความสุขสำราญ

๕. ถ้าวันพฤหัสบดี เป็น วันมหาสงกรานต์ ผู้น้อยจะแพ้ผู้เป็นใหญ่ และเจ้านาย ถ้าวันพฤหัสบดีเป็น วันเนา ผลไม้จะแพง ราชตระกูลจะมีความร้อนใจ ถ้าวันพฤหัสบดีเป็น วันเถลิงศก สมณชีพราหมณ์จะปฏิบัติกรณียกิจอันดีงาม

๖. ถ้าวันศุกร์ เป็น วันมหาสงกรานต์ พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์ ฝนชุก พายุพัดแรง ผู้คนจะเป็นโรคตาและเจ็บไข้กันมาก ถ้าวันศุกร์เป็น วันเนา พริกจะแพง แร้งกาจะเป็นโรค สัตว์ป่าจะเป็นอันตราย แม่หม้ายจะมีลาภ ถ้าวันศุกร์เป็น วันเถลิงศก พ่อค้าคหบดีจะทำมาค้าขึ้น มีผลกำไรมาก

๗. ถ้าวันเสาร์ เป็น วันมหาสงกรานต์ โจรผู้ร้ายจะชุกชุม จะเกิดการเจ็บไข้ร้ายแรง ถ้าวันเสาร์เป็น วันเนา ข้าวปลาจะแพง ข้าวจะได้น้อย ผลไม้จะแพง น้ำน้อย จะเกิดเพลิงกลางเมือง ขุนนางจะต้องโทษ ถ้าวันเสาร์เป็น วันเถลิงศก บรรดาทหารทั้งปวงจะมีชัยชนะแก่ข้าศึกศัตรู

ประกาศสงกรานต์
ปี ๒๕๕๑

ปีนี้ วันมหาสงกรานต์ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๑๓ เมษายน
ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๕ เวลา ๑๘ นาฬิกา ๒๔ นาที

ปีชวด เทวดาผู้ชาย ธาตุน้ำ สัมฤทธิศก จุลศักราช ๑๓๗๐ ทางจันทรคติ
เป็นปกติมาสวาร ทางสุริยคติ เป็นอธิกสุรทิน

อธิกสุรทิน คือ ปีที่เดือนกุมภาพันธ์มี ๒๙ วัน
สัมฤทธิศก คือ ปีที่จุลศักราชลงท้ายด้วย ๐ ศูนย์

นางสงกรานต์ปี ๒๕๕๑ ทรงนามว่า ทุงสะเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกทับทิม อาภรณ์แก้วปัทมราค ภักษาหารอุทุมพร (ผลมะเดื่อ) พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์ เสด็จนั่งมาเหนือหลังครุฑ เป็นพาหนะ

วันที่ ๑๕ เมษายน เวลา ๒๒ นาฬิกา ๕๓ นาที ๒๔ วินาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่ เป็น ๑๓๗๐ ปีนี้ วันพุธเป็นธงชัย วันอังคารเป็นอธิบดี วันอังคารเป็นอุบาทว์ วันพฤหัสบดีเป็นโลกาวินาศ

ปีนี้ วันอาทิตย์เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก ๔๐๐ ห่า ตกในโลกมนุษย์ ๔๐ ห่า ตกในมหาสมุทร ๘๐ ห่า ตกในป่าหินพานต์ ๑๒๐ ห่า ตกในเขาจักรวาล ๑๖๐ ห่า นาคให้น้ำ ๔ ตัว เกณฑ์ธัญญาหาร ได้เศษ ๒ ชื่อวิบัติ ข้าวกล้าในภูมินา จะได้ผลกึ่ง เสียกึ่ง เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศีวาโย (ลม) น้ำน้อย

จากประกาศสงกรานต์ข้างต้น และดูตามคำพยากรณ์โบราณ จะเห็นได้ว่าวันมหาสงกรานต์ปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ ท่านว่าพืชพันธุ์ธัญญาหารไม่สู้งอกงามนัก ส่วนวันจันทร์เป็นวันเนา มักจะเกิดความไข้ต่างๆ เกลือจะแพง นางพญาจะร้อนใจ วันอังคารเป็นวันเถลิงศก ข้าราชการทุกหมู่เหล่าจะมีความสุข มีชัยชนะแก่ศัตรูหมู่พาล ส่วนทางล้านนาว่า ถ้าวันสังกรานต์ล่อง (หรือวันมหาสงกรานต์) ตรงกับวันอาทิตย์แล้ว ปีนั้นข้าว หมากเกลือจักแพง คนจักเป็นพยาธิ ข้าศึกจะมีแก่บ้านเมือง หนอนแมลงจักกินพืชไร่ แถมนางสงกรานต์ท่านเสด็จมา“ท่านั่ง” ซึ่งอิริยาบถนี้ เขาก็ว่าจะนำมาซึ่งความเจ็บไข้ ผู้คนล้มตายและจะเกิดเหตุเภทภัยต่างๆ อ่านโดยรวมแล้ว ดูท่าว่าจากวันปีใหม่สากลจนถึงปีใหม่แบบไทยคือวันสงกรานต์ปีนี้ มีแต่เรื่องชวนหดหู่ไม่น้อย ส่วนดีมีนิดเดียว และแม้จะไม่ดูคำทำนาย แต่จากสภาพเศรษฐกิจ ตลอดจนดินฟ้าอากาศที่ผ่านมาก็บ่งบอกอนาคตได้อยู่แล้ว ยิ่งมีความเชื่อสมัยก่อนมาตอกย้ำเช่นข้างต้น หลายคนคงแทบหมดหวัง หรือเกิดอาการท้อแท้ยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปดูนางทุงสะเทวี นางสงกรานต์ปีหนูนี้ ถ้าอ่านให้ดีจะพบว่า พระนางนั้นนอกจากจะดูไม่ดุแล้ว ยังทรงครุฑ ซึ่งเป็นพาหนะของพระนารายณ์หรือพระวิษณุ ผู้เป็นหนึ่งในสามมหาเทพของพราหมณ์ และในพระหัตถ์ยังทรงจักรและสังข์ ที่เป็นอาวุธของพระนารายณ์อีกเช่นกัน ดังนั้น หากจะมองในด้านบวก นางทุงสะเทวีก็เป็นเสมือน “นอมินี” ของพระนารายณ์ที่ทรงมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองโลก และปราบปรามเหล่ายักษ์อสูรที่คอยมาสร้างความเดือดร้อนแก่มนุษย์ ส่วนภักษาหารที่เป็นผลมะเดื่อนี้ ทางฮินดูถือเป็นไม้มงคล และตามหลักวิทยาศาสตร์ก็เป็นผลไม้ที่มีแคลเซียมสูง สัตว์ต่างๆจึงชอบกินผลมะเดื่อ อีกทั้งเปลือก รากและผลของมะเดื่อ ก็มีสรรพคุณทางยา โดยสามารถแก้ท้องร่วง ชะล้างบาดแผล สมานแผล ถอนพิษไข้ และเป็นยาระบายอีกด้วย ดังนั้น หากเรามีความเชื่อมั่นว่า “เมืองไทยไม่สิ้นคนดี” พร้อมยึดพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นแนวทางในการดำเนิน ชีวิต คือ รู้จัก “พอ” ในการกิน การอยู่ และใช้ชีวิตแล้ว ก็เชื่อว่า เหล่ามารทั้งหลายไม่ว่าจะมาจากระบบทุนนิยม บริโภคนิยม ฯลฯ ก็มิอาจมาทำร้ายเราได้


Songkran is a Thai traditional New Year which starts on April 13 every year and lasts for 3 days. Songkran festival on April 13 is Maha Songkran Day or the day to mark the end of the old year, April 14 is Wan Nao which is the day after and April 15 is Wan Thaloeng Sok which the New Year begins. At this time, people from the rural areas who are working in the city usually return home to celebrate the festival. Thus, when the time come, Bangkok temporarily turns into a deserted city.

Songkran is a Thai word which means “move” or “change place” as it is the day when the sun changes its position in the zodiac. It is also known as the “Water Festival” as people believe that water will wash away bad luck.

The Songkran tradition is recognized as a valuable custom for the Thai community, society and religions. The value for family is to provide the opportunity for family members to gather in order to express their respects to the elders by pouring scented water onto the hands of their parents and grandparents and to present them gifts including making merits to dedicate the result to their ancestors. The elders in return wish the youngsters good luck and prosperity.

Abstract from Thanapol Chadchaidee (1994) ‘s Essays on Thailand.


ประกาศสงกรานต์ปีพุทธศักราช ๒๕๔๙

“ ปีจอ ผีเสื้อผู้หญิง ธาตุดิน อัฐศก จุลศักราช ๑๓๖๘ ทางจันทรคติ เป็นปกติมาสวาร

ทางสุริยคติ เป็นปกติสุรทิน

วันที่ ๑๔ เมษายน เป็น วันมหาสงกรานต์ ตรงกับ ณ วันศุกร์ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๕ เวลา ๐๖ นาฬิกา ๓๐ นาที ๓๑ วินาที

นาง สงกรานต์ ทรงนามว่า กิมิทาเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกจงกลนี อาภรณ์แก้วบุษราคัม ภักษาหารกล้วยน้ำ พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงพิณ เสด็จยืนมาเหนือหลังมหิงสา(ควาย) เป็นพาหนะ

วัน ที่ ๑๖ เมษายน เวลา ๑๐ นาฬิกา ๒๘ นาที ๑๒ วินาที เปลี่ยนจุลศักราช เป็น ๑๓๖๘ ปีนี้ วันพฤหัสบดีเป็นธงชัย วันอาทิตย์เป็นอธิบดี วันพุธเป็นอุบาทว์ วันอังคารเป็นโลกาวินาศ

ปี นี้ วันศุกร์เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก ๖๐๐ ห่า ตกในเขาจักรวาล ๒๔๐ ห่าตกในป่าหิมพานต์ ๑๘๐ ห่า ตกในมหาสมุทร ๑๒๐ ห่า ตกในโลกมนุษย์ ๖๐ ห่า นาคให้น้ำ ๑ ตัว

เกณฑ์ธัญญาหาร ได้เศษ ๗ ชื่อปาปะ ข้าวกล้าในภูมินา จะได้ผล ๑ ส่วน เสีย ๙ ส่วน

เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศีเตโช (ไฟ) น้ำน้อย

หากจะดูจากประกาศสงกรานต์ปี ๒๕๔๙ ก็พอจะสรุปได้ว่า วันมหาสงกรานต์ ปีนั้น(๒๕๔๙) ตรงกับวันศุกร์ มีคำทำนายว่า พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์ ฝนจะชุก พายุพัดแรง ผู้คนจะเป็นโรคตาและเจ็บไข้กันมา (ธัญญาหารคือ อาหารที่ได้จากเมล็ดพืช) ส่วน วันเนาตรงกับวันเสาร์ ข้าวปลาจะแพง ข้าวจะได้น้อย ผลไม้จะแพง น้ำน้อย จะเกิดเพลิงกลางเมือง ขุนนางจะต้องโทษ และ วันเถลิงศกตรงกับวันอาทิตย์ พระมหากษัตริย์จะมีพระบรมเดชานุภาพ ปราบศัตรูได้ทั่วทิศ และการที่นางสงกรานต์ เสด็จยืน มาเหนือหลังมหิสา (ควาย) จะเกิดความเดือดร้อนเจ็บไข้ ส่วน ตำราทางล้านนาทำนายว่าวันสังกรานต์ล่อง(อ่านว่า สัง-ขาน-ล่อง)ตรงกับวันศุกร์ ฝนตกหัวปีดี กลางปีบ่มีหลาย เพลี้ย บุ้งจักกัดกินทำร้ายข้าวนาพืชไร่ อันตรายจักเกิดมีแก่สมณพราหมณ์ ปีนี้ผู้หญิงจักมีเคราะห์ สัตว์น้ำจักแพง พืชผักจะถูก คำทำนายโบราณข้างต้น เป็นเรื่องความเชื่อในสมัยก่อนซึ่งก็คงสอดคล้องกับสภาพสังคมสมัยนั้น แต่สำหรับปัจจุบันคนสมัยนี้จะเห็นด้วยหรือไม่ ก็คงขึ้นกับความคิด ความเชื่อของแต่ละบุคคล แต่ไม่ว่าจะเป็นคำทำนายในอดีตที่เกี่ยวเนื่องกับสงกรานต์หรือคำทำนายดวงใน ปัจจุบัน ก็ล้วนเป็นการเตือนให้คนเราดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท และให้รู้จักเตรียมรับสถานการณ์ล่วงหน้าทั้งสิ้น

อย่างไรก็ดี สำหรับปีนี้ มหาสงกรานต์ตรงกับวันศุกร์ นางสงกรานต์นาม กิมิทาเทวี ทัด ดอกจงกลนี คือ ดอกบัว เครื่องประดับบุษราคัม อาหารคือกล้วยน้ำ มือขวาถือพระขรรค์ (ดาบ) มือซ้ายถือพิณ ยืนมาบนหลังมหิงสา (ควาย) หากเราจะคิดตามหลักธรรมอิงความเป็นจริงของชีวิต เราอาจจะพอจะอนุมานได้ว่า การเริ่มต้นปีใหม่(วันมหาสงกรานต์)ด้วยวันศุกร์ ซึ่งมีเสียงพ้องกับความสุข ถือเป็นสิ่งที่ดี ส่วนอาวุธของนางสงกรานต์ที่เป็นดาบและพิณ ก็เสมือนบอกเป็นนัยว่า การดำเนินชีวิตของคนเราจะต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ กล่าวคือ ต้องเดินไปในทางสายกลาง เหมือนพิณที่สายต้องไม่ตึงหรือหย่อนไป จึงจะดีดได้ไพเราะ ขณะเดียวกันดาบก็คือความแน่วแน่เด็ดขาดที่จะกล้าฟาดฟันความชั่วร้ายให้หมดไป ส่วนพาหนะคือควาย ที่แม้จะถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความโง่ แต่จริงๆแล้วควายเป็นสัตว์ที่ซื่อ และมีบุญคุณต่อคนไม่น้อย เพราะช่วยทำไร่ไถนาทำให้เรามีข้าวกิน ดังนั้น จึงเหมือนการเตือนให้เรามีความซื่อทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น และไม่ลืมคนที่มีบุญคุณต่อเรา ส่วนบุษราคัม เป็นพลอยสีเหลืองที่ฝรั่งเรียกว่า โทพาซ ( Topaz ) เป็นหินเครื่องประดับที่เชื่อกันว่าจะช่วยให้มองโลกในแง่ดี มีคุณสมบัติในการปกป้องคุ้มครองสูง สร้างความรื่นรมย์ให้แก่จิตใจ

กล่าว โดยสรุป ถ้าเราดำรงชีวิตด้วยการมองโลกในแง่ดี เหมือนที่นางสงกรานต์ที่มีบุษราคัมเป็นอาภารณ์ ตั้งมั่นทำกิจการงานต่างๆด้วยความซื่อ ดังที่นางกิมิทายืนอยู่บนมหิงสา และมีจิตใจที่จะใช้ชีวิตอยู่บนทางสายกลางไม่มาก ไม่น้อย พอเหมาะกับสภาพของเราดังพิณที่จะไพเราะเพราะสายที่พอดีๆ อีกทั้งมีความเด็ดขาดเสมือนดาบที่นางถือมา รวมทั้งใช้สติปัญญาเป็นบัว(จงกลนี)พ้นน้ำ ไม่ว่าปีใดๆ เราก็จะมีชีวิตที่ประสบความสุข และความสำเร็จรับปีใหม่ (สงกรานต์) อย่างแน่นอน

March 10, 2008

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย สาบานตนเ ข้ารับตำแหน่ง อีกสมัย

นายกรัฐมนตรี อับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี แห่งมาเลเซีย
สาบานตนเข้ารับตำแหน่งอีกสมัยเป็นสมัยที่ 2 ในวันนี้


โดยนายกรัฐมนตรี อับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี ได้ทำพิธีสาบานตนต่อหน้าพระพักตร์ของ กษัตริย์มาเลเซีย ที่พระราชวังในกรุงกัวลาลัมเปอร์ การเข้ารับตำแหน่งอีกสมัย ของนายกรัฐมนตรี อับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี มีขึ้น ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้เขาลาออก เนื่องจากไม่สามารถนำพาพรรคร่วมรัฐบาล ให้มีที่นั่งสมาชิกสภา ได้เกิน 2 ใน 3 ในการเลือกตั้งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา


โดยกลุ่มแนวร่วมแห่งชาติภายใต้การนำของ พรรคอัมโน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ได้ที่นั่งสมาชิกสภาน้อยที่สุด นับตั้งแต่ มาเลเซียประกาศเอกราชเมื่อ 51 ปีก่อน ส่งผลให้นักลงทุน ตื่นตระหนก พากันเทขายหุ้นจนทำให้ หุ้นมาเลเซีย ดิ่งลงร้อยละ 6.1 ในการซื้อขายเมื่อเช้านี้

ข่าวจาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

March 9, 2008

ผู้แทนพิเศษ ของยูเอ็น ปฏิบัติภารกิจในพม่าต่ออีก 1 วัน

นายอิบราฮิม กัมบารี ผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติ
จะปฏิบัติภารกิจในพม่าต่ออีกหนึ่งวัน


จากเดิมที่มีกำหนดจะเดินทางออกจากพม่าในวันนี้ หลังจากที่ ไม่สามารถ โน้มน้าวให้รัฐบาลทหารพม่ายินยอมให้ นางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการการเลือกตั้งต่าง ๆ

��งซานซูจี
เจ้าหน้าที่พม่าซึ่งไม่ยอมเปิดเผยชื่อแจ้งดังกล่าว พร้อมกับกล่าวว่า นายกัมบารี จะเดินทางกลับในวันพรุ่งนี้ แต่ ไม่ได้ เปิดเผยรายละเอียดอื่นใด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพม่าได้อนุญาตให้ นายกัมบารี ได้พบสนทนากับ นางซูจี เมื่อวานนี้


แต่ไม่ยอมรับข้อเสนอของนายกัมบารี ที่จะส่งเจ้าหน้าที่ชาวต่างชาติเข้าไปสังเกตการณ์ การจัดลงประชามติหยั่งเสียง ประชาชน เกี่ยวกับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในเดือน พฤษภาคม และใน การเลือกตั้งปี 2553 รวมทั้งความช่วยเหลือทาง ด้านเทคนิค อื่น ๆ ยิ่งไปกว่านั้น


พลเอกอาวุโส ตานฉ่วย ผู้นำพม่ายังแสดงท่าที ไม่ต้องการพบปะกับนายกัมบารี ด้วย ทำให้หลายฝ่ายไม่มั่นใจ ถึงความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจในพม่าครั้งล่าสุดของนายกัมบารี .

ข่าวจาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

Next Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.