Accom Thailand

May 28, 2009

Bali 4d3n by Thai Airways – มนต์เสน่ห์ บาหลี 4 วัน 3 คืน


Tour Code BALI 01 (TG – Bali 4d3n)

บาหลี 4 วัน 3 คืน
กรุงเทพฯ – บาหลี – กรุงเทพฯ
เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ ของ ขุนเขา และ อ่าวยอดนิยม แห่ง อินโดเนเซีย
โดย สายการบินไทย (TG)

กรุงเทพฯ – บาหลี –
ผ่านชมอนุสาวรีย์บิม่า เทพเจ้าแห่งท้องทะเล ย่าน Kartika Plaza ชมทัศนียภาพ ที่เขียวขจีด้วยต้นข้าว –
หน้าผาอูรูวาตู – CELUK หมู่บ้านเครื่องเงิน – ชมย่าน UBUD หมู่บ้านศิลปินศูนย์กลาง –
KINTAMANI ที่ท่านจะ ตะลึงกับความงาม ของขุนเขา –
ชมความงามของภูเขาไฟ กุหนุงอากุง – TEMPAK SIRING วิหารศักดิ์สิทธิ์ภัคศิริงค์ สร้างในศตวรรษที่13 –
ชมความมหัศจรรย์ของบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ TERTA EMPUL –
ขึ้นสู่ เทือกเขาเบดูกัล – ชมวิหารกลางมหาสมุทรอินเดีย TANAH LOT ทานาล็อต –
บาหลี ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย – กรุงเทพฯ
สุดเที่ยวสุดคุ้ม ช้อปปิ้งสบาย สบาย!!!
พักโรงแรม International Class 3-5 Stars อาหาร 8 มื้อ

ออกเดินทางได้ ทุกวัน ตั้งแต่ 2 ท่าน ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. – 31 ก.ค. 52

อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ พักห้องคู่
ราคา รวมตั๋วเครื่องบิน สายการบินไทย (ตั๋วราคาพิเศษเท่านั้น)
เริ่มต้นที่ 19,500.- บาท

อัตราค่าบริการรวม :
– ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ สายการบินไทย (ตั๋วราคาพิเศษเท่านั้น) เส้นทางตามระบุ ชั้นทัศนาจร
– ค่าประกันภัยสายการบินและค่าน้ำมันที่มีการเรียกเก็บจากสายการบิน
– ค่าที่พัก 3 คืน, อาหารตามรายการ, ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ และ รถรับ-ส่ง ตามที่ระบุในรายการ
– ค่าน้ำหนักสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 ก.ก.

อัตราค่าบริการ ไม่รวม :
– ค่าภาษีสนามบิน Denpasar 17USD
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าทำหนังสือเดินทาง ,ค่าโทรศัพท์ส่วนตัว , ค่าซักรีด , มินิบาร์ในห้องพัก เป็นต้น
– ค่าวีซ่า ( ในกรณีที่ไม่ใช่หนังสือเดินไทย )
– ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถ
– ค่าสัมภาระที่หนักเกินสายการบินกำหนด
– ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %

ติดต่อขอโปรแกรม Viva Voyage (วีว่า โวยาจ ) 518/3 ชั้น 3 ถนนเพลินจิต กทม. 10330 โทร 02-2548381 , 026520702 หรือ E-Mail : viva.voyage@gmail.com
หรือ คลิกที่นี่ เพื่อ Download ข้อมูล หรือ ดูโปรแกรมของ วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3 วันที่ 4
รายละเอียด เอกสารใช้ยื่นประกอบ การทำวีซ่า สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

World Heritage Site Luang Prabang Laos by PG ร่วม ทำบุญ-ตักบาตร ณ เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง


Tour Code INDO 02 (PG – World Heritage Site Luang Prabang Laos)

3 วัน 2 คืน
กรุงเทพฯ – หลวงพระบาง – กรุงเทพฯ
ร่วม ทำบุญ-ตักบาตร ณ เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง
เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ของอินโดจีน
ด้วย สายการบิน บางกอก แอร์เวยส์ (PG)

กรุงเทพฯ – หลวงพระบาง – พระราชวังเก่า – พระธาตุภูษี – ถ้ำติ่ง – บ้านซ่างไห –
น้ำตกตาดกวงชี – บ้านผานม – ตลาดมืด – วัดเชียงทอง – วัดวิชุนราช – หลวงพระบาง – กรุงเทพฯ
สุดเที่ยวสุดคุ้ม ช้อปปิ้งสบาย สบาย!!!
พักโรงแรม 4 ดาว อาหาร 7 มื้อ
กำหนดการเดินทาง : 19-21 มิ.ย. // 5-7 ก.ค. // 6-8 ก.ค. 52

อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ พักห้องคู่
ราคา รวมตั๋วเครื่องบิน บางกอก แอร์เวย์ 20,900.- บาท

เงื่อนไขพิเศษ
ในการเดินทางในแต่ละครั้ง จะต้องมี จำนวนผู้เดินทาง 15 ท่าน ขึ้นไป
สำหรับคณะจอยทัวร์ บริษัทขอสงวนสิทธิ์กรณีที่กรุ๊ปไม่ถึง 15 ท่าน จะไม่มีหัวหน้าทัวร์จาก กรุงเทพฯ

อัตราค่าบริการรวม :

ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ-หลวงพระบาง-กรุงเทพฯ
โดยสายการบิน บางกอก แอร์เวยส์ (PG)
ค่าภาษีน้ำมันของสายการบิน และ ค่าภาษีสนามบินไทย 700 บาท
และ ค่าภาษีสนามบิน ลาว 10 USD
ค่าที่พัก ตามโรงแรมที่ระบุไว้ในรายการ หรือระดับเดียวกัน
ค่ายาพาหนะนำเที่ยวในประเทศลาว
ค่าเรือล่องถ้ำติ่ง
ค่าอาหารตามที่ระบุไว้ในรายการ
ค่าใช้จ่ายของมัคคุเทศก์ท้องถิ่น
ค่าอากรท่องเที่ยวลาว
ค่าเที่ยวชมสถานที่ต่างๆตามที่ระบุในรายการ

อัตรานี้ไม่รวม : ค่าวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติ (อัตราตามสถาณฑูตกำหนด)


ติดต่อขอโปรแกรม Viva Voyage (วีว่า โวยาจ ) 518/3 ชั้น 3 ถนนเพลินจิต กทม. 10330 โทร 02-2548381 , 026520702 หรือ E-Mail : viva.voyage@gmail.com
หรือ คลิกที่นี่ เพื่อ Download ข้อมูล หรือ ดูโปรแกรมของ วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3
รายละเอียด เอกสารใช้ยื่นประกอบ การทำวีซ่า สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Angkor World Heritage Site Cambodia by PG ชม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก


Tour Code INDO 01 (PG – World Heritage Site Cambodia)

ท่องแดน ศิลานคร เสียมราฐ ชม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
ปราสาทนครวัต ชมเมืองพระนครธม ปราสาทบายน , ปราสาทบันทายสรี
ชมกลุ่มปราสาทหริหราลัย มหัศจรรย์ศิวลึงค์ใต้น้ำ 1,000 องค์ น้ำตกกบาลสะเปียน
ด้วย สายการบิน บางกอก แอร์เวยส์ (PG)
3 วัน 2 คืน กรุงเทพฯ – เสียมราฐ – กรุงเทพฯ

สุดเที่ยวสุดคุ้ม ช้อปปิ้งสบาย สบาย!!!
พักโรงแรม 4 ดาว อาหาร 7 มื้อ
กำหนดการเดินทาง
กำหนดการเดินทาง : 6-8 ก.ค. 52

อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ พักห้องคู่
ราคา รวมตั๋วเครื่องบิน บางกอก แอร์เวย์ 21,900.- บาท

เงื่อนไขพิเศษ
ในการเดินทางในแต่ละครั้ง จะต้องมี จำนวนผู้เดินทาง 15 ท่าน ขึ้นไป
สำหรับคณะจอยทัวร์ บริษัทขอสงวนสิทธิ์กรณีที่กรุ๊ปไม่ถึง 15 ท่าน จะไม่มีหัวหน้าทัวร์จาก กรุงเทพฯ

อัตราค่าบริการรวม :
– ค่าตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ –เสียมราฐ– กรุงเทพฯ สายการบิน Bangkok Airway (PG)
– ค่าทำวีซ่า สำหรับเข้าประเทศกัมพูชา ท่านละ 20 USD.- (วีซ่าท่องเที่ยว) สามารถทำวีซ่า ARRIVAL ได้
– ค่าภาษีสนามบินกัมพูชา 25 USD.
– ค่ายานพาหนะนำเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ตามรายการที่ระบุไว้
– ค่าห้องพักโรงแรม จำนวน 2 คืน (รวมอาหารเช้า) ตามระดับที่กำหนด หรือเทียบเท่า
– ค่าอาหารทุกมื้อตามรายการที่ระบุไว้
– ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น (บรรยายภาษาไทย)
– ค่าเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ตามรายการ
– ค่าประกันภัย อุบัติเหตุ วงเงินประกัน 1,000,000.- บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ติดต่อขอโปรแกรม Viva Voyage (วีว่า โวยาจ ) 518/3 ชั้น 3 ถนนเพลินจิต กทม. 10330 โทร 02-2548381 , 026520702 หรือ E-Mail : viva.voyage@gmail.com
หรือ คลิกที่นี่ เพื่อ Download ข้อมูล หรือ ดูโปรแกรมของ วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3
รายละเอียด เอกสารใช้ยื่นประกอบ การทำวีซ่า ราชอาณาจักร กัมพูชา


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

February 10, 2009

World Heritage in China:Dazu Rock Carvings – หินสลักยุคหลัง ที่ เมืองฉงชิ่ง


World Heritage in China世界遗产在中国: Dazu Rock Carvings大足石刻1/3 – June 30, 2008

World Heritage in China世界遗产在中国: Dazu Rock Carvings大足石刻2/3 – June 30, 2008

World Heritage in China世界遗产在中国: Dazu Rock Carvings大足石刻3/3 – July 01, 2008

The Dazu Rock Carvings (Chinese: 大足石刻; pinyin: Dàzú Shíkè) are a series of Chinese religious sculptures and carvings, dating back as far as the 7th century A.D., depicting and influenced by Buddhist, Confucian and Taoist beliefs. Listed as a World Heritage Site, the Dazu Rock Carvings are made up of 75 protected sites containing some 50,000 statues, with over 100,000 Chinese characters forming inscriptions and epigraphs. The sites are located on the steep hillsides within Dazu County (near the city of Chongqing, China), with the high points being the carvings found on Mount Baoding and Mount Beishan.

กลุ่มหินสลักที่ ต้าจู๋ เป็นตัวแทนของความเชื่อใน เทพเจ้า ของสังคมชาวจีน โดยตลอดระยะเวลา ของวิวัฒนาการ ในความเชื่อเรื่องศาสนา ของสามัญชน ได้ถ่ายทอดออกมา ในงานศิลปะทั้ง ในแง่ความเชื่อในพุทธศาสนา ศาสนาเต๋า และ หลักคำสอนของ สำนักปรัชญาขงจื๊อ ซึ่งมีทั้งที่ขัดแย้งกัน และ สอดคล้องกลมกลืนกัน โดยทั้งผลงานแกะสลัก ตามความเชื่อ ในศาสนาเต๋า และ ตามหลักคำสอนของขงจื๊อนั้น มีพื้นฐานศิลปะ ที่เจริญงอกงาม มาจากศิลปะถ้ำ แนวพุทธศิลป์ของจีน

The earliest carvings were begun in 650 A.D. during the early Tang Dynasty, but the main period of their creation began in the late 9th century, when Wei Junjing, Prefect of Changzhou, pioneered the carvings on Mount Beishan, and his example was followed after the collapse of the Tang Dynasty by local and gentry, monks and nuns, and ordinary people during the Five Dynasties and Ten Kingdoms Period (907-65). In the 12th century, during the Song Dynasty, a Buddhist monk named Zhao Zhifeng began work on the elaborate sculptures and carvings on Mount Baoding, dedicating 70 years of his life to the project.

The carvings were listed as a World Heritage Site in 1999, citing “…their aesthetic quality, their rich diversity of subject matter, both secular and religious, and the light that they shed on everyday life in China during this period. They provide outstanding evidence of the harmonious synthesis of Buddhism, Taoism and Confucianism.”


ข้อมูล


มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปีค.ศ.1999
ที่ตั้ง : อำเภอต้าจู๋ ทางทิศตะวันตกเหนือใน นครฉงชิ่ง
สร้างเมื่อ : ราว ค.ศ.650 ปีแรก แห่งรัชสมัยหย่งฮุย ต้นราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618-907) จนถึง ราชวงศ์หมิง-ชิง (ราวคริสต์ศตวรรษที่ 14-19)
อาณาเขต : กินอาณาบริเวณของหินสลัก ที่ภูเขาทั้ง 5 ได้แก่ เป่ยซัน เป๋าติ่งซัน หนันซัน สือจ้วนซัน และ สือเหมินซัน และ เทือกเขาอื่นๆโดยรอบ ในเขตปกครอง 28 หมู่บ้านของพื้นที่ 32 ตำบล ทั่วอำเภอต้าจู๋

ข้อมูลท่องเที่ยว
การเดินทาง เดินทางโดยรถไฟหรือรถบัสจากเมืองฉงชิ่ง ลงที่สถานีอำเภอต้าจู๋ และต่อรถโดยสารไปตามจุดท่องเที่ยวต่างๆได้ การเที่ยวชมหินสลัก อ.ต้าจู๋ จากตัวเมือง ฉงชิ่ง สามารถไปเช้าเย็นกลับได้

ราคาบัตร (ปรับเมื่อปี 2003) ชมหินสลัก บนยอดเป๋าติ่ง 80 หยวน ชมทิวทัศน์ในเขต เป่ยซันจิ่งชีว์ 60 หยวน ราคาบัตรเหมา เข้าชมทั้ง 2 แห่ง 120 หยวน

ปฏิทินงานเทศกาล อ.ต้าจู๋

เทศกาลงานวัดบนยอดเป๋าติ่ง วันที่ 19 เดือนยี่ (ตามปฏิทินจันทรคติของจีน) ซึ่งเชื่อว่าเป็นวันเกิดของพระโพธิสัตว์กวนอิม

นิทรรศการดอกบัว เดือนกรกฎาคม-สิงหาคมทุกปี เป็นงานแสดงดอกบัว ที่ปลูกอยู่ใน อำเภอนี้ หลากหลายพันธุ์ รวมถึงศิลปวัฒนธรรม ที่เกี่ยวข้องกับดอกบัว

นิทรรศการศิลปะหินสลักต้าจู๋ ชมศิลปะการแกะสลัก และงานแสดงดนตรีที่อำเภอต้าจู๋ ในเดือนตุลาคม

ติดตามข่าวท่องเที่ยว อ.ต้าจู๋ ที่ http://www.accomthailand.com


ปรับปรุง จาก ข้อมูล และ คลิป ของ juanpingz

คลิปจาก http://www.youtube.com



อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้อง กับ Dazu Rock Carvings from

  • Wikipedia , the free encyclopedia
    http://en.wikipedia.org/wiki/Dazu_Rock_Carvings
  • UNESCO World Heritage Centre
  • หินสลักยุคหลัง ที่ เมืองฉงชิ่ง ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 พฤษภาคม 2547 12:06 น.
  • Dazu Rock Carving
  • About Dazu Rock Carving (in Englisch)
  • Baodingshan of Dazu Rock Carving (in Englisch)
  • จาก ข้อมูล และ ภาพ ของ http://www.cndz.net/english/


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    July 18, 2008

    The Thai Prime Minister calls on both sides to exercise restraint on situation along the Thai-Cambodian Border

    Ministry of Foreign Affairs

    Ministry of Foreign Affairs

    Situation along the Thai-Cambodian Border in the Area Immediately Adjacent to the Temple of Preah Vihear
    July 18, 2008

    On 18 July 2008, the Ministry of Foreign Affairs invited H.E. Mr. Ung Sean, Cambodian Ambassador to Thailand to hand over the letter from H.E. Mr. Samak Sundaravej, Prime Minister of Thailand, to H.E. Samdech Akka Moha Sena Padei Techo Hun Sen, Prime Minister of Cambodia, in reply to the latter’s Note of 17 July 2008.

    นายธฤต จรุงวัฒน์ �ธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

    Spokeman MfA นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

    In his Note, Prime Minister Samak reiterates the Royal Thai Government’s resolve to seek a just and peaceful solution to the situation in the area immediately adjacent to the Temple of Preah Vihear. In this regard, he has instructed the Supreme Commander of the Royal Thai Armed Forces to lead a Thai delegation to the Special Session of the Thai-Cambodian General Border Committee (GBC) to be held in Sa Kaeo Province on 21 July 2008 with a view to discussing issues surrounding the situation with the Cambodian side in the spirit of friendship and cooperation. He also affirmed that the two countries should use every effort to prevent the escalation of the situation.

    The Thai Prime Minister also stresses that the area of Keo Sikha Kiri Svara Pagoda (known as Preah Vihear Pagoda) mentioned in the Cambodian Prime Minister’s Note is within the Thai territory. The establishment of the Cambodian community, including construction of a temple and houses, and the stationing of the Cambodian military personnel in the area constitute a continued violation of Thailand’s sovereignty and territorial integrity. The Royal Thai Government has issued four written protests to the Cambodian side regarding this matter in 2004, 2005, 2007 and April 2008 respectively.

    Meanwhile, the deployment by Cambodia of more than 1,000 troops, in addition to around 200 troops stationed there earlier, has caused the situation to deteriorate. The Thai Prime Minister calls on both sides to exercise restraint and hopes that the Thai-Cambodian Joint Boundary Commission will accelerate its work to survey and demarcate the entire stretch of the Thai-Cambodian border so that similar problems would not arise in the future. In addition, pending completion of the JBC’s work in this area, the Thai side is ready to jointly explore with Cambodia possible interim measures.

    Later on the same day, the Ministry of Foreign Affairs invited the other eight ASEAN Ambassadors to the Ministry to keep them informed of the situation and hand over copies of the Note dated 17 July 2008 from the Cambodian Prime Minister to the Thai Prime Minister, the Note dated 18 July 2008 from the Thai Prime Minister to his Cambodian counterpart, including the attached copies of the four Aide-Memoires which Thailand sent to protest Cambodia, as well as copies of the Memorandum of Understanding (MOU) between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on the Survey and Demarcation of Land Boundary dated 4 June 2000. The Ministry of Foreign Affairs has also circulated all of the afore-mentioned documents to other foreign missions in Bangkok.

    Director-General Tharit further explained that the four protests by Thailand to Cambodia were made on the basis of Article 5 of the 2000 MOU, under which both sides agree not to carry out any work resulting in changes of environment of the frontier zone, pending the survey and demarcation of the common land boundary. However, to date, no action whatsoever has been undertaken by Cambodia to address Thailand’s concerns, protests and requests.

    The four protests were made, respectively, on 25 November 2004 to protest against the expansion of the Cambodian community and the building of Cambodian local authorities’ offices in such area; on 8 March 2005 to protest against the Cambodia’s activities to construct and improve the road from Komui Village, Chom Ksan District, Preah Vihear Province, to the Temple of Preah Vihear; on 17 May 2007 to object to Cambodia’s nomination file for the inscription of the Temple of Preah Vihear on the World Heritage List and to Cambodia’s Décret Royal on Délimitation du site protégé du temple de Preah Vihear, which encroached into the Thai territory; and on 10 April 2008 to reiterate all of the three preceding protests and request Cambodia’s immediate withdrawal of its military and police forces stationed in the areas under overlapping territorial claims between Thailand and Cambodia.

    The overall situation at present remains stable.

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ ตามเว็บไซต็กระทรวงการต่างประเทศ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
    http://www.mfa.go.th/web/2642.php?id=25758
    อ่านข่าวนี้ จาก กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs
    จับโกหก’หุ่นเชิด’ขายชาติ กรณี ”เขาพระวิหาร”


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    July 16, 2008

    Demining team kicked off near Preah Vihear Temple area – การเก็บกู้ทุ่นระเบิดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

    การเก็บกู้ทุ่นระเบิดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
    Demining team kicked off near Preah Vihear Temple area
    July 16, 2008


    Demining team kicked off

    Demining team kicked off


    1. ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ทหารพรานของไทย เหยียบกับระเบิดในการปฏิบัติการในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชาบริเวณปราสาทพระวิหารเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2551 เป็นเหตุให้ฝ่ายไทยมีความกังวลว่า
    จะมีกับระเบิดหลงเหลืออยู่ ในบริเวณดังกล่าวและจะเป็นอันตรายทั้งต่อพลเรือนและทหาร อีกทั้งไทยยังมีข้อผูกพันตามอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิตและโอน และการทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรืออนุสัญญาออตตาวา ที่จะต้องทำลายหรือดำเนินการให้แน่ใจว่า มีการทำลายทุ่นระเบิดในพื้นที่ภายใต้เขตอำนาจ หรือการควบคุมของไทย โดยเร็วที่สุดให้เสร็จภายใน 10 ปีหลังจากวันที่อนุสัญญาดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับไทย ซึ่งจะครบกำหนดในปี 2552 กองบัญชาการกองทัพไทย จึงได้ส่งหน่วยเก็บกู้ระเบิด ไปเก็บกู้ทุ่นระเบิดในบริเวณที่ตรวจสอบแล้วเป็นดินแดนของไทย


    1. On 15 July 2008, a Thai paramilitary ranger stepped on a landmine, resulting in a loss of his right leg, during an operation along the Thai-Cambodian border near the Preah Vihear Temple on 15 July 2008. The incident has caused concern to the Thai authorities as more landmines could remain in the area, posing danger to both civilians and military personnel.
    Demining team kicked off 16-7-08

    Demining team kicked off 16-7-08

    In addition, Thailand also has an obligation under the 1997 Ottawa Convention on the Prohibition of the Use, Stockpiling, Production and Transfer of Anti-Personnel Mines and on their Destruction to destroy all anti-personnel mines in mined areas under its jurisdiction or control, as soon as possible but not later than 10 years after the entry into force for Thailand, which will be in 2009. In this regard, the Royal Thai Armed Forces Headquarters has dispatched a demining team into the area, which is confirmed to be within the Thai territory, to clear remaining landmines.


    2. ขณะนี้ กองทัพไทยได้ประสานกับฝ่ายกัมพูชา และทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันว่าจะเรียกประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ซึ่งเป็นกลไก ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ของทั้งสองฝ่ายหรือผู้แทนเป็นประธานร่วมและมีการประชุมกันเป็นปกติ ให้มาประชุมกันเป็นสมัยพิเศษ ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2551 ที่จังหวัดสระแก้ว เร็วขึ้นจากเดิมที่เคยกำหนดไว้ในเดือนสิงหาคม 2551 เพื่อทั้งสองฝ่ายจะได้พูดคุยประเด็นต่างๆ กันฉันเพื่อนบ้านที่ดี


    2. The Royal Thai Armed Forces and its Cambodian counterpart have agreed to convene a special session of the General Border Committee (GBC) on 21 July 2008 in Sa Kaew Province, so that both sides can discuss issues together in a spirit of neighbourliness. The GBC – a bilateral mechanism which is co-chaired by the Thai and Cambodia Ministers of Defence, or their representatives, and meets on a regular basis, was initially scheduled to hold its next session in August 2008.


    3. ระหว่างนี้ กองทัพของทั้งสองฝ่ายมีการติดต่อกันอย่างใกล้ชิด


    3. In the meantime, the armed forces of both sides are in close contact.

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ ตามเว็บไซต็กระทรวงการต่างประเทศ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
    http://www.mfa.go.th/web/2662.php?id=25744
    http://www.mfa.go.th/web/2642.php?id=25745
    อ่านข่าวนี้ จาก กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs
    จับโกหก’หุ่นเชิด’ขายชาติ กรณี ”เขาพระวิหาร”


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    May 20, 2008

    เตรียมถกปัญหาปราสาทเขาพระวิหารกับกัมพูชา ตามข้อเสนอของยูเนสโก ที่ประเทศฝรั่งเศส

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เตรียมหารือปัญหาปราสาทเขาพระวิหารกับกัมพูชา ตามข้อเสนอของยูเนสโก ที่ประเทศฝรั่งเศส พรุ่งนี้
    นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เวลา 01.00 น. ของวันพรุ่งนี้ จะเดินทางไปประเทศฝรั่งเศส เพื่อร่วมการประชุมหารือระหว่างไทยกับกัมพูชาตามข้อเสนอขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารของกัมพูชา ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและฝ่ายทหารร่วมเดินทางไปด้วย โดยยืนยันถึงจุดยืนของประเทศไทยว่าจะให้การขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหาร ไม่กระทบกับเขตแดนและพื้นที่ที่ประเทศไทยอ้างสิทธิทับซ้อน
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่าในการเดินทางครั้งนี้จะมีนายวีระชัย พลาศรัย อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ร่วมประชุมด้วยหรือไม่ หลังมีคำสั่งโยกย้ายไปเป็นเอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เตรียมหารือ 3 ฝ่าย กรณีปราสาทพระวิหาร ยืนยันไทยไม่สูญเสียดินแดน และความสัมพันธ์ 2 ประเทศยังแน่นแฟ้น
    นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในเวลา 1.00 น. วันที่ 22 พ.ค.51 ตนเองจะเดินทางไปกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อร่วมการประชุม 3 ฝ่ายระหว่างไทยกับกัมพูชาตามข้อเสนอขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารของกัมพูชา โดย นายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะเป็นตัวแทนฝ่ายกัมพูชา และการประชุมดังกล่าวจะเริ่มมีขึ้นในเวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวอีกว่า คนไทยไม่ควรกังวลว่าจะเสียดินแดนเพราะเป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชายังคงแน่นแฟ้น ไม่อยากให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวเพื่อปลุกเร้าความรู้สึกรักชาติหรือความ รู้สึกหวงแหนจนเกินไป ส่วนท่าทีของไทยชัดเจนว่าจะไม่มีการสูญเสียดินแดนพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม.แน่นอน

    March 18, 2008

    ยูเนสโก รับรองศิลาจารึก “วัดโพธิ์” ขึ้นทะเบียนเป็น เอกสารมรดกความทรงจำของโลก

    องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ
    ยูเนสโก มีมติรับรอง ศิลาจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร
    ขึ้นทะเบียนเป็น เอกสารมรดกความทรงจำของโลก


    คุณหญิงแม้นมาศ ชวลิต ประธานคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยแผนงานความทรงจำของโลก เปิดเผยว่า จากการจัด ประชุมใหญ่ขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อเร็วๆ นี้


    คณะกรรมการยูเนสโก ได้มีมติรับรอง ศิลาจารึก วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ ขึ้นทะเบียน เป็น เอกสารมรดกความทรงจำของโลก ในส่วนภูมิภาค ตามที่คณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยแผนงาน ความทรงจำของโลกประเทศไทย ได้เสนอเข้าสู่ ที่ประชุมใหญ่ยูเนสโก


    ทั้งนี้กระบวนการจากนี้ไป คณะกรรมการยูเนสโก จะเสนอมติการรับรองดังกล่าว เพื่อให้ ผู้อำนวยการองค์การยูเนสโก ลงนามประกาศ ศิลาจารึกวัดโพธิ์ เป็น มรดกความทรงจำของโลก ต่อไป


    ด้าน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การที่ศิลาจารึกวัดโพธิ์ได้รับการประกาศยกย่อง เป็นเอกสารมรดกความทรงจำของโลกส่วนภูมิภาค เพราะมีความสำคัญในด้านภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ไม่ว่าจะเป็น ศิลาจารึกตำรายาโบราณ ศิลาจารึกฤาษีดัดตน และ การนวดแผนโบราณ เป็นต้น


    ซึ่งภูมิปัญญาเหล่านี้เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากพระองค์ ต้องการ ให้ประชาชนมีความรู้ จึงโปรดเกล้าฯ ให้บันทึกเป็นศิลาจารึกไว้ที่วัดโพธิ์


    ข่าวจาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

    Create a free website or blog at WordPress.com.