Accom Thailand

May 20, 2009

เจนเนอรัล มอเตอร์ส ล้มละลาย แน่ – More trouble ahead ? If General Motors files Chapter 11


GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ จะยุ่งกว่า”ไครสเลอร์” ด้วย
If General Motors must files Chapter 11

If General Motors must files Chapter 11


เอเจนซี – หลังจากดำเนินธุรกิจมา หนึ่งร้อยปี และ ดำเนินการปรับโครงสร้าง อย่างดุเดือด แต่ล้มเหลว อยู่ 10 เดือน เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ก็เหลือเวลา อีกไม่กี่สัปดาห์ ก่อนที่จะต้อง ยื่นเรื่องต่อศาล ขอเข้าสู่ ภาวะล้มละลาย ซึ่งพวกผู้เชี่ยวชาญ บอกว่า นั่นกลับเป็น สิ่งจำเป็น ด้วยซ้ำ เพื่อให้บรรลุ สิ่งที่คณะรัฐบาลประธานาธิบดี บารัค โอบามา ตั้งข้อเรียกร้อง ในการดำเนินการ ยกเครื่องปรับโฉม บริษัท ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแม่แบบ ของอุตสาหกรรมอเมริกัน แห่งนี้ี้

คณะรัฐบาลโอบามา ขีดเส้นตายให้ จีเอ็ม ต้องดำเนินการ ปรับโครงสร้าง ให้เสร็จก่อน วันที่ 1 มิถุนายน โดยสิ่งที่ บริษัทรถยนต์ใหญ่ ที่สุดของ สหรัฐฯ แห่งนี้ จะต้องกระเสือกระสน ทำให้สำเร็จ มีทั้ง การเจรจา กับพวกเจ้าหนี้ เพื่อลดมูลหนี้ จากหุ้นกู้ ที่มีอยู่ ทั้งหมด 27,000 ล้านดอลลาร์ ,การเจรจาเกลี้ยกล่อม ให้ทาง สหภาพแรงงาน ยินยอมอ่อนข้อ ซึ่งจะเป็น การลดต้นทุน ค่าแรง และ สวัสดิการลงไป, รวมทั้ง การลดตัวแทนจำหน่าย ลง 1,600 แห่ง ทั่วสหรัฐฯ

แต่ด้วยเวลา ที่เหลือน้อยลงทุกที พวกผู้เชี่ยวชาญ จึงมองว่า ในที่สุดแล้ว จีเอ็ม ก็จะต้องเดินตามรอยของ ไครสเลอร์ ไปสู่ ศาลล้มละลาย อย่างแน่นอน

“ผมคิดว่า มันหลีกเลี่ยงไม่ได้” อีริค เมอร์เคิล นักวิเคราะห์ อุตสาหกรรมรถยนต์อิสระ ให้ความเห็น “ผมมองไม่เห็นทาง เลยว่า จีเอ็ม จะหลีกเลี่ยงได้ยังไง”

ปัญหาจำนวนมาก ที่ไหลบ่าทับถมเข้าใส่ จีเอ็ม จนอยู่ในอาการซวนเซ ในขณะนี้ มีทั้ง เรื่องยอดขาย ที่ดิ่งลงต่อเนื่อง, ราคาหุ้นตกต่ำ, ไปจนถึง รถยนต์รุ่นต่าง ๆ ที่ออกมา ในช่วง 10 ปี มานี้ ไม่ค่อย ได้รับ ความนิยม, ตลอดจน การตกเป็น ผู้ตาม พวกผู้นำด้านวิศวกรรม อย่างเช่น โตโยต้า มอเตอร์และ ฮอนดา มอเตอร์ ในเรื่อง เทคโนโลยี รถไฮบริด

แต่สำหรับสิ่งที่ทำให้ จีเอ็ม ต้องเผชิญกับวิกฤต ในเฉพาะหน้านี้ ก็คือ งบดุล ที่เต็มไปด้วย หนี้มหาศาล และเป็น เหตุผลเดียว ที่ทำให้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญ ด้านการปรับโครงสร้าง องค์กร,นักวิเคราะห์, และ ผู้บริหาร ในอุตสาหกรรมรถยนต์ คนอื่น ๆ มองไม่เห็นทางที่ จีเอ็ม จะหลีกเลี่ยง การล้มละลาย ที่ต้องเจ็บปวด ยุ่งยาก และ ซับซ้อน ได้เลย

GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ จะยุ่งกว่า ไครสเลอร์ ด้วย

GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ จะยุ่งกว่า ไครสเลอร์ ด้วย

“หนทางเดียว ที่เหลืออยู่ ที่จะทำให้ เลี่ยงการล้มละลายได้ ก็คือ รัฐบาล จะต้องยอมรับ จำนวน ผู้ถือหุ้นกู้ ของ จีเอ็ม ที่ยอมแลก หุ้นกู้ กับ หุ้นสามัญ ของ จีเอ็ม ซึ่งอาจจะเป็น 40, 50 หรือ 60% ก็ได้ทั้งนั้น” ปีเตอร์ คอฟแมน ประธาน และ หัวหน้าหน่วยงาน ด้านการปรับโครงสร้าง และ พัฒนาการ ควบรวมกิจการ ที่ประสบปัญหา ของ กอร์เดียน กรุ๊ป ในนิวยอร์ก กล่าว

ทาง จีเอ็ม นั้นพูดเรื่อยมาว่า พวกผู้ถือหุ้นกู้ ที่มีตัวเงินสูง ถึง 27,000 ล้านดอลลาร์ นั้น จะต้องมี สัดส่วน 90% ที่เข้าร่วม การแลกหุ้น บริษัท จึงจะอยู่รอดได้ ไม่เช่นนั้น ก็จะต้อง ยื่นขอ ล้มละลาย

ทั้งนี้สิ่งที่ จีเอ็ม เสนอ แลกเปลี่ยน กับ ผู้ถือหุ้นกู้ ก็คือ จะให้หุ้นของ บริษัท ที่ผ่าน การปรับโครงสร้าง แล้ว เป็นจำนวน 10%

ตัวแทน ของ ผู้ถือหุ้นกู้รายใหญ่ ของ จีเอ็ม เรียกข้อเสนอนี้ว่า ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับ สิ่งที่ จีเอ็ม เสนอให้กับ สหภาพแรงงาน

เรื่องที่ ชี้ให้เห็นชัดว่า ทั้งสองฝ่าย มีจุดยืนที่ แตกต่างกันมากขนาดไหน ก็คือ พวกผู้ถือหุ้นกู้ ได้เสนอกลับว่า ต้องการได้ถือหุ้น ส่วนข้างมากใน บริษัทจีเอ็ม ใหม่ โดยที่ ฐานะ การมีอำนาจควบคุม บริษัทใหม่ ได้เช่นนี้ คือสิ่งที่ จีเอ็ม เสนอไปแล้วว่า จะยกให้แก่ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ

หลังจากที่ กระทรวงการคลัง ได้ปล่อยเงินกู้อัดฉีดให้แก่ จีเอ็ม รวมเป็นเงิน 15,400 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ ต้นปีนี้มา ทางกระทรวง จึงจะเป็นเจ้าของ จีเอ็มใหม่ อย่างน้อยที่สุด 50% ทั้งนี้ ตามเงื่อนไข ที่บริษัท เสนอออกมา

ในส่วน สหภาพแรงงาน ยูเอดับเบิลยู นั้น จีเอ็ม เสนอจะให้ หุ้น ร่วม 40% ของ บริษัทใหม่ แก่ ทรัสต์ของ สหภาพแรงงาน นี้ แลกกับ การที่ทางสหภาพแรงงาน ยินยอมให้จ่ายหนี้ที่ จีเอ็ม ค้างอยู่ 10,000 ล้านดอลลาร์ ในรูปของหุ้น แทนที่ จะเป็นเงินสด

“ความพยายาม ที่จะให้ ผู้ถือหุ้นกู้, สหภาพแรงงาน, ดีลเลอร์ และ เจ้าหนี้รายอื่น ๆ ให้เห็นด้วยกับ แผนปรับโครงสร้าง เป็นเรื่องยากมาก” บ๊อบ กอร์ดอน ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการปรับโครงสร้าง องค์กร ธุรกิจ แห่ง คลาร์ค ฮิลล์ กล่าว

กรณีของ ไครสเลอร์ ซึ่งกลายเป็น การล้มละลาย ที่ใหญ่เป็น อันดับหก ของ สหรัฐฯ ไปแล้ว ถูกมองจาก บรรดานักวิเคราะห์ และ เจ้าหน้าที่รัฐบาล ว่าจะเป็น แนวทางตัวอย่าง ของ จีเอ็ม

ไครสเลอร์ ได้ยื่นต่อศาล ขอเข้าสู่ภาวะล้มละลาย เมื่อวันที่ 30 เมษายน และ ศาลก็อนุญาตให้ บริษัท ขายสินทรัพย์ เกือบทั้งหมด ออกมา ให้แก่ บริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งจะมี เฟียต (Fiat) แห่งอิตาลี เป็นผู้นำ ในการบริหารงาน อันเป็นการเปิดทางให้ มีความเป็นไปได้ ที่จะ เดินหน้าเรื่องต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้น ภายในเวลา น้อยกว่า 60 วัน

จีเอ็ม กล่าวเมื่อ สัปดาห์ที่แล้วว่า อาจจะต้อง เดินตามรอย ของไครสเลอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขายสินทรัพย์ ที่ดีออกมาให้เร็วที่สุด แต่ นักวิเคราะห์ ก็มองกันว่า ขั้นตอน ของ จีเอ็ม น่าจะยากลำบากกว่า ไครสเลอร์ เพราะขนาดของ จีเอ็ม ใหญ่กว่า ไครสเลอร์ มาก รวมทั้ง สถานการณ์ ก็ซับซ้อนกว่ากันมากนัก

ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ (18) ก็มีข่าวออกมาว่า จีเอ็ม, ผู้ถือหุ้น และ สหภาพแรงงาน ก็ยังมีความเห็น ไม่ลงรอยกัน ในเรื่อง การปรับโครงสร้างบริษัท หลายอย่าง รวมทั้ง การปิดโรงงาน 16 แห่ง ในสหรัฐฯ ด้วย ซึ่งยิ่งทำให้เห็นชัดเจน ขึ้นว่า จีเอ็ม อาจไม่สามารถหลีกเลี่ยง การเข้าสู่ภาวะล้มละลายได้

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 20 พฤษภาคม 2552 00:27 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญ ชี้จะยุ่งกว่า “ไครสเลอร์” ด้วย



Related links : เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง
More trouble ahead ?
Dealers could be in for more trouble if General Motors files Chapter 11

GM dealers who thought they had months to wind down their businesses after being told the automaker plans to drop them could face much speedier shutdowns if GM files for Chapter 11. Full Story from flag (150 x 30)


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

April 1, 2009

ศาสตราจารย์ ดร. จำรัส ลิ้มตระกูล ศาสตรเมธาจารย์ สวทช. ประจำปี 2552


ศาสตราจารย์ ดร. จำรัส ลิ้มตระกูล ศาสตรเมธาจารย์ สวทช. ประจำปี 2552 คนแรกของ ประเทศไทย
มูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มอบทุนวิจัยโครงการ NSTDA Chair Professor จำนวน 20 ล้านบาท แก่ ศ.ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล นักวิจัยจากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นโครงการนำร่องในการสร้าง ศาสตราจารย์ที่เป็นผู้นำกลุ่ม เพื่อพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่และงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงใน ภาคอุตสาหกรรม

มูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มอบทุนวิจัยโครงการ NSTDA Chair Professor จำนวน 20 ล้านบาท แก่ ศ.ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล นักวิจัยจากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นโครงการนำร่องในการสร้าง ศาสตราจารย์ที่เป็นผู้นำกลุ่ม เพื่อพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่และงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงใน ภาคอุตสาหกรรม


ศาสตราจารย์ ดร. จำรัส ลิ้มตระกูล ได้รับการยกย่องเป็น ศาสตรเมธาจารย์ สวทช. ประจำปี 2552 คนแรกของ ประเทศไทย (2009 NSTDA Chair Professor)
จาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2552 ณ ห้องเทเวศน์ ชั้น 2 อาคารหอประชุม สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

โดย สวทช. ร่วมกับ มูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และ เครือซีเมนต์ไทย
มอบทุน NSTDA Chair Professor ระยะเวลาต่อเนื่อง 5 ปี รวมจำนวนเงิน 20 ล้าน บาท ให้กับ
ศาสตราจารย์ ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล เพื่อศึกษาวิจัยในโครงการ “การออกแบบ และการผลิตวัสดุนาโน ที่เป็นประโยชน์อย่างสูงต่อ อุตสาหกรรม”
เน้นการศึกษาการออกแบบวัสดุ ที่มีโครงสร้างระดับนาโนเมตร และ ปัจจัยต่างๆ ต่อสมบัติทางกายภาพ และทางเคมีในโครงสร้างนั้น

โดยศึกษาวัสดุนาโนในกลุ่ม
– ตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีโครงสร้างระดับนาโนเมตร
– คาร์บอนที่มีรูพรุนระดับนาโนเมตรและคาร์บอนนาโนทิวบ์
– วัสดุผสมที่มีโครงสร้างระดับนาโนเมตรชนิดใหม่
– การผลิตอนุภาคนาโนด้วยเทคโนโลยีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ของสารละลายเหนือวิกฤต (Rapid Expansion of Supercritical Solutions)

โครงการ NSTDA Chair Professor เป็นทุนเพื่อการวิจัย ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency) หรือ งานวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ (Material Science)
โดยเปิดโอกาสให้นักวิจัยที่มีประสบการณ์สูง มีผลงานวิจัย สิทธิบัตร หรือผลงานตีพิมพ์ ในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ทำหน้าที่
“ศาสตราจารย์ผู้นำการวิจัย” สร้างสรรค์ผลงานวิจัย ที่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ อุตสาหกรรมไทย ซึ่งจะก่อให้เกิด ผลงานวิจัยและพัฒนา
ที่เป็นรูปธรรม สามารถตอบสนอง ความต้องการของ อุตสาหกรรมและสังคม ได้อย่างแท้จริง

อีกทั้งยังเป็นการสร้างองค์ความรู้ ที่เชื่อมโยงด้านวิชาการกับ ภาคการผลิต อีกด้วย


ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล เคยได้รับรางวัล
นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2541 สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช
จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
เมธีวิจัยอาวุโส สกว. ปี 2545 สาขาเคมี จาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง


จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 31 มีนาคม 2552 10:52 น.
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9520000036008
http://www.ku.ac.th/kunews/news52/4/nstda.html
http://chem.sci.ku.ac.th/modules/news/article.php?storyid=138


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 28, 2008

อียู.ขอให้ ประเทศที่กำลังพัฒนา ผ่อนปรน ในการเจรจาทำข้อตกลง การค้าเสรี

นายปีเตอร์ แมนเดลสัน กรรมาธิการการค้าของสหภาพยุโรป หรืออียู. เรียกร้องเมื่อวานนี้ ให้ประเทศกำลังพัฒนา ที่เริ่มมีบทบาททางเศรษฐกิจ ยอมผ่อนปรนในการเจรจา เพื่อทำข้อตกลงการค้าเสรี โดยเฉพาะในภาคเกษตร

หลังจากที่การเจรจาการค้าโลกรอบโดฮา เพื่อทำข้อตกลงดังกล่าว ล่าช้ามานานหลายปี ตั้งแต่ริเริ่มขึ้นที่ กาตาร์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2544 และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว องค์การการค้าโลกได้ยื่นข้อเสนอใหม่ เกี่ยวกับภาค อุตสาหกรรม และการเกษตร ให้แก่สมาชิก 152 ประเทศ พิจารณาศึกษาเพื่อหาทางฟื้นฟูการเจรจาอีกครั้งหนึ่งในเร็ว ๆนี้

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 12, 2008

สายงานระบบท่อก๊าซธรรมชาติ และ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ได้รางวัล การบริหารสู่ความเป็นเลิศ สู่มาตรฐานโลก

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม มอบรางวัล คุณภาพแห่งชาติ เพื่อประกาศเกียรติคุณองค์กรที่มีระบบบริหารจัดการเป็นเลิศ เทียบเท่ามาตรฐานโลก
วันนี้ (12 พ.ค.51) นายสุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลคุณภาพแห่งชาติ ประจำปี 2550 ซึ่งจัดโดยสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ เพื่อประกาศเกียรติคุณองค์กรที่มีระบบบริหารจัดการเป็นเลิศ เทียบเท่ามาตรฐานโลก และเพื่อเป็นกำลังใจให้กับองค์กรในการพัฒนาองค์กรให้มีความพร้อมเพื่อก้าว สู่รางวัลคุณภาพแห่งชาติต่อไป โดยองค์กรที่ได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ มีสององค์กร ได้แก่ สายงานระบบท่อก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน ) และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สำหรับรางวัลคุณภาพแห่งชาติประจำปี 2550 ไม่มีองค์กรใดได้รับรางวัลเนื่องจากไม่มีองค์กรใดได้รับการประเมินผลเกิน กว่า 650 คะแนน
ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กล่าวชื่นชมทั้งสององค์กรที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ซึ่งถือเป็นตัวอย่างขององค์กรที่มีความเพียรพยายามและมีการบริหารจัดการที่ มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กร ซึ่งรางวัลนี้ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่จะนำองค์กรไปสู่ความ ยิ่งใหญ่ในอนาคต

Create a free website or blog at WordPress.com.