Accom Thailand

May 11, 2009

ผลเสี่ยงทายใน พิธีแรกนาขวัญ 2552 น้ำมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์

พระยาแรกนา เสี่ยงทายผ้านุ่ง ได้ผ้านุ่ง ความยาว 5 คืบ
ไปประกอบพิธีจรด พระนังคัลแรกนาขวัญ
ปี 2552 นี้ พยากรณ์ว่า

ปชช. แห่เก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน หลังเสร็จสิ้นพิธีพืชมงคล     เกษตรกรไทย แห่เดินทางมาที่ท้องสนามหลวงตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเฝ้ารอชมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และเก็บเมล็ดข้าวพระราชทาน เพื่อนำไปบูชาเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว

ปชช. แห่เก็บ เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน หลังเสร็จสิ้นพิธี พืชมงคล เกษตรกรไทย แห่เดินทางมาที่ ท้องสนามหลวง ตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเฝ้ารอชม พระราชพิธี พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และ เก็บเมล็ดข้าวพระราชทาน เพื่อนำไปบูชาเป็นสิริมงคล ให้แก่ตนเองและครอบครัว - ภาพ จาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์


น้ำจะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ส่วนการเสี่ยงทาย พระโคกินเลี้ยงปีนี้ พระโคกินงา และกินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร พร้อมด้วยธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี

เมื่อเวลา 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน แทนพระองค์ พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติภา และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ได้เสด็จพระราชดำเนิน โดยรถยนต์ถึง ยัง พลับพลา ที่ประทับ บริเวณมณฑลพิธี ท้องสนามหลวง เพื่อเป็น องค์ประธานในงานพระราชพิธี จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ฤกษ์พิธีไถหว่าน ระหว่างเวลา 08.09 – 08.49 น.


นายจรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่ พระยาแรกนา ได้ยาตราพร้อมเทพี ออกจาก โรงพิธีพราหมณ์ มีราชบัณฑิต และ พราหมณ์ นำผ่าน พลับพลา หน้าพระที่นั่ง

พระยาแรกนา เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายบังคม แล้วไปยังลานแรกนา เจ้าพนักงาน จูงพระโคเทียมเอก พระยาแรกนา เจิมพระโค และไถ แล้วไถดะ โดยรี 3 รอบ เพื่อพลิกดิน ให้เป็นก้อน โดยขวาง 3 รอบ เพื่อย่อยดิน ให้ละเอียด พร้อมหว่านเมล็ดธัญญพืช

พนักงานประโคม ฆ้องชัย เครื่องดุริยางค์ แล้วไถกลบอีก 3 รอบ เพื่อกลบเมล็ดธัญพืช ลงในดิน เสร็จแล้ว พนักงานปลดพระโค ออกจากแอก พระยาแรกนา และ เทพี กลับไปยังโรงพิธีพราหมณ์ พราหมณ์เสี่ยงทาย ของกิน 7 สิ่ง ตั้งเลี้ยงพระโค


นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กราบบังคมทูล ผลการเสี่ยงทายของ นายจรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็น พระยาแรกนาขวัญ เนื่องใน พระราชพิธิพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พ.ศ. 2552


ในการที่ พระยาแรกนา เสี่ยงทายผ้านุ่ง ไปประกอบพิธี จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โหรหลวง ได้ให้คำพยากรณ์ ว่าปีนี้ น้ำจะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และ ผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ส่วนการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยงปีนี้


พระโค ปีนี้กินงา พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จจะอุดมสมบูรณ์ดี และ พระโค กินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร พร้อมธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี


หลังจากนั้น ได้เบิก เกษตรกร ดีเด่นแห่งชาติ ตัวแทน สถาบันเกษตรกร ดีเด่นแห่งชาติ และ ตัวแทนสหกรณ์ ดีเด่นแห่งชาติ สาขาต่างๆ เข้ารับพระราชทาน โล่ห์เกียรติคุณ

ส่วนเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก ที่ใช้ใน พระราชพิธี พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประกอบด้วย ข้าวนาสวน จำนวน 7 พันธุ์ และ ข้าวนาไร่ 2 พันธุ์ โดยรวมน้ำหนัก เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก 1,920 ก.ก.

ส่วนหนึ่ง ใช้หว่านในพิธี และจัดเป็น พันธุ์ข้าว ทรงปลูก พระราชทาน บรรจุใส่ซอง ขนาดเล็ก จัดส่งไปยัง จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ แจกจ่าย ให้กับ เกษตรกร จำนวน 340,000 ซอง เพื่อความเป็น สิริมงคล

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

May 10, 2009

จับกุม นางเจริญศรี โสมานุสรณ์ สาวใหญ่ ตุ๋นแรงงานไปนอก – พระพยอม หลงเชื่อโดนด้วย


ปดส.รวบสาวใหญ่ ตุ๋นแรงงานไปนอก – พระพยอม โดนด้วย!

ปดส. ตามรวบ สาวใหญ่วัย 68 หลอกตุ๋นแรงงาน ไปทำงาน ประเทศสวีนเดน เรียกค่าหัวคิว คนละ 1.6 แสน เจ้าเล่ห์ อ้างวีซ่าไม่ผ่าน หลอกส่งตัว ฝึกอาชีพ ที่วัดสวนแก้ว ของ พระพยอม เพื่อขอใบรับรอง การผ่านงาน ก่อนไหวตัวทัน และ หลบหนี จนมาถูกจับกุม พบประวัติ มีหมายจับ คดีฉ้อโกงติดตัว ด้านผู้ต้องหา อ้างไม่มีส่วนรู้เห็น มีหน้าที่ดูแล เรื่องที่พัก และ อาหาร เท่านั้น


วันนี้ (10 พ.ค.) เมื่อเวลา 10.30 น. พ.ต.อ.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผกก.2 บก.ปดส. พร้อม นายอิทธิ คงวีระวัฒน์ นิติกรชำนาญการ กรมการจัดหางาน แถลงข่าว จับกุม นางเจริญศรี โสมานุสรณ์ อายุ 68 ปี อยู่ที่ 555 หมู่ 77 แขวงและเขตสายไหม กทม.
เจ้าหน้าที่คุมตัว นางเจริญศรี โสมานุสรณ์ อายุ 68 ปี มาแถลงข่าว

เจ้าหน้าที่คุมตัว นางเจริญศรี โสมานุสรณ์ อายุ 68 ปี มาแถลงข่าว


พร้อมของกลาง สำเนาเอกสาร 1 แฟ้ม 29 แผ่น สมุดบันทึก 3 เล่ม รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว และ 2 นิ้ว ของคนงาน
หลักฐาน การรับสมัครคนงาน 125 แผ่น และ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่ บ้านเลขที่ 100/378 หมู่ 6 หมู่บ้านชัยพฤกษ์ 1 ถนนคุ้มเกล้า แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กทม.

พ.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า เมื่อ วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พลเมืองดี แจ้งเบาะแสกับ บก.ปดส.ว่า มีบุคคล มีพฤติกรรมต้องสงสัยว่า จะหลอกลวง คนงานไปต่างประเทศ จึงทำการสืบสวน ทราบว่า

ผู้ต้องหา ร่วมกับ พวกที่หลบหนีอีก 4 คน หลอกลวง คนงานจำนวน 58 คน ว่า สามารถจัดหางานให้ทำ และส่งไปที่ ประเทศสวีเดน ได้ โดยเรียกเก็บ ค่าหัวคนละ 160,000 บาท เป็นค่าเสียหาย รวม 9,280,000 บาท

แต่ต่อมา อ้างว่าวีซ่าไม่ผ่าน และได้นำคนงานไปพักอาศัย และ ฝึกงานเกษตรกรรมที่ วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ของ พระพยอม เพื่อให้ ทางวัด ออกใบรับรอง การผ่านงานเกษตร เพื่อสามารถไปประกอบ การขอวีซ่า ได้

ทำให้ พระพยอม หลงเชื่อ และให้ฝึกงาน โดยทางวัด จะจ่ายค่าแรงฝึกงาน คนละ 150 บาท ต่อวัน แต่กลุ่มผู้ต้องหา ไม่รับ และ ขอรับใบรับรอง อย่างเดียว ต่อมา เมื่อไหวตัวว่า เจ้าหน้าที่ จะเข้าตรวจสอบ จึงแอบหนี ออกจากวัด

พ.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหา มีหมายจับ คดีฉ้อโกง และ จัดหางาน โดยไม่ได้รับอนุญาต ท้องที่ สภ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ เมื่อปี 2545 และ ได้มีการเจรจาตกลง จ่ายเงินคืนให้ ผู้เสียหาย รายหนึ่ง 4 หมื่นบาท เพื่อยอมความ

ซึ่งก่อนหน้านี้ ทำมาแล้วหลายครั้ง อ้างว่า จะพาไปทำงานต่างประเทศทั้ง ฟิลิปปินส์ นิวซีแลนด์ อิสราเอล เกาหลี แคนาดา และ ประเทศอื่นๆ แล้วแต่ จะเรียกค่าหัว ก่อนหลบหนี ซึ่งส่วนใหญ่ เป็น คนงานทางแถบอีสาน โดยในรายล่าสุดได้เงิน หัวละ 1 แสนบาท และ หลอกลวงจากพื้นที่ อ.ประทาย จ.นครราชสีมา

ด้าน นางเจริญศรี อ้างว่า ไม่รู้เรื่อง การหลอกลวง มีหน้าที่เพียง ดูแลเรื่อง ที่พักและอาหาร เท่านั้น โดยในรายนี้ได้ค่าจ้าง ค่าดูแล หัวละ 2 หมื่นบาท มีคนอื่นเป็น ผู้ดำเนินการ ตนไม่มีส่วนรู้เห็น ในเรื่องนี้

ด้าน นายอิทธิ กล่าวว่า ขอให้ ผู้ที่จะเดินทาง ไปทำงานต่างประเทศ ตรวจสอบ กับ กรมการจัดหางาน ได้ที่ หมายเลข 1694 เสียก่อน เพราะ บางประเทศ ไม่เปิดรับให้ บุคคลต่างด้าว เข้าไปทำงาน ในประเทศได้ ซึ่งที่ผ่านมา มีกลุ่มขบวนการ หลอกลวงประชาชน อ้างว่า ไปทำงานต่างประเทศได้ และ จับกุมได้ ปีละ กว่า 50 กลุ่ม มีผู้ถูกหลอกลวง กว่า 1,000 คน ต่อไป และ เสียหายนับ 100 ล้านบาท


เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกัน หลอกลวงผู้อื่น ว่า สามารถหางาน หรือ สามารถส่งไปฝึกงาน ในต่างประเทศได้ และ โดยการหลอกลวงดังว่านั้น ได้ไปซึ่งเงิน หรือ ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใด จากผู้ถูกหลอกลวง และ ร่วมกัน จัดหางาน ให้คนงาน เพื่อไปทำงาน ในต่างประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาต จากนายทะเบียน ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองการหางาน ม.91 และ ร่วมกัน ฉ้อโกงประชาชน ป.อาญา ม.343

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 พฤษภาคม 2552 16:11 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000051973


พิมพ์ ข่าวนี้ ปดส.รวบสาวใหญ่ ตุ๋นแรงงานไปนอก – พระพยอม โดนด้วย!


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

January 14, 2009

สมเด็จฯ ฮุนเซน เยือน คูเวต และ ตะวันออกกลาง สานแผน “เงินกู้แลกนาข้าว”


“ฮุนเซน” ไปคูเวต สานแผน “เงินกู้แลกนาข้าว”
Middle East map

Middle East map


ASTV ผู้จัดการรายวัน – นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมเด็จฯ ฮุนเซน ออกเดินทาง มุ่งสู่ตะวันออกกลาง เมื่อวันอังคาร (13 ม.ค.) นี้ ซึ่งเป็นการเยือน ภูมิภาคนี้ เป็นครั้งแรก เพื่อสานต่อสัมพันธ์ธุรกิจ และ การค้า กับประเทศแถบนี้ หลังจากผู้นำระดับสูงจาก คูเวต การ์ตา กับ บาห์เรน เยือนกัมพูชาปีที่แล้ว


552000000417301
ภาพจาก รอยเตอร์ เดือน ส.ค. ปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรีคูเวต ชี้คนัสเซอร์ โมฮัมเหม็ด อัล-อาห์เหม็ด อัล-ซาบาห์ (Sheikh Nasser Mohammed al-Ahmed al-Sabah) เดินทางเยือนกัมพูชา ซึ่งมีการลงนามความตกลง ด้านการค้า กับ ฝ่ายกัมพูชา และ ฝ่ายหลัง ตกลงที่จะให้เช่าที่ดินปลูกข้าว


ตามรายงานของ สำนักข่าวเอเอฟพี คณะของ สมเด็จฯ ฮุนเซน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ รัฐบาล และ ตัวแทนภาคเอกชน จำนวนมาก สำหรับ การเยือนคูเวต เป็นเวลา 3 วัน ด้วยเครื่องบิน ที่เอื้อเฟื้ออำนวยความสะดวกให้โดย รัฐบาลคูเวต

“การเยือนครั้งนี้ จะนำไปสู่ การพัฒนาในอนาคต ระหว่าง กัมพูชากับคูเวต และระหว่าง กัมพูชา กับ ประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง” นายฮอร์นัมฮอง (Hor Nam Hong) รองนายกฯ ซึ่งเป็น รัฐมนตรีต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทาง

ระหว่างการเยือนในสัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่ของสองฝ่าย จะร่วมกันลงนาม ในความตกลง ความช่วยเหลือ จาก คูเวต ในการก่อสร้าง เขื่อนกั้นน้ำ ผลิตไฟฟ้า แห่งหนึ่ง กับ การก่อสร้าง ระบบชลประทาน และ ถนน รัฐมนตรีกัมพูชากล่าว

เจ้าหน้าที่ของ สองประเทศกล่าว ก่อนหน้านี้ว่า จะมีการทำความตกลง เปิดเที่ยวบินตรง ระหว่างสองประเทศอีกด้วย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว นายฮอง เปิดเผยด้วยว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน กำลังจะหารือกับ ฝ่ายคูเวต เรื่องเกี่ยวกับข้าว การค้า และ การลงทุน ด้วย

เดือน ส.ค.ปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรีคูเวต ชี้คนาสเซอร์ โมฮัมเหม็ด อัล-อาห์เหม็ด อัล-ซาบาห์ (Sheikh Nasser Mohammed al-Ahmed al-Sabah) เดินทางเยือนสันถวะไมตรีกัมพูชา กับ ประเทศอื่นๆ ในแถบนี้ ซึ่งมีการลงนามความตกลง ด้านการค้ากับฝ่ายกัมพูชา และ ฝ่ายหลังตกลงที่จะให้เช่า ที่ดินปลูกข้าว

ในเดือนเดียวกัน ชาติ เศรษฐกิจน้ำมัน จากตะวันออกกลาง ได้ประกาศ ให้เงินกู้แก่กัมพูชา จำนวน 546 ล้านดอลลาร์ สำหรับก่อสร้าง ระบบชลประทาน สร้างถนน เข้าสู่หมู่บ้านต่างๆ ในเขตนาข้าว รวมทั้ง สร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้า กั้นลำน้ำสะตึงแสน (Stung Sen) ใน จ.กัมปงธม (Kampong Thom) และ สร้างถนนใน จ.พระตะบอง ซึ่งเป็นอู่ข้าวใหญ่ อีกแห่งหนึ่ง ของประเทศ

กัมพูชา มีความหวังว่า คูเวต ซึ่งเป็น ประเทศสมาชิก กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ โอเปก จะช่วยเหลือ อุตสาหกรรมน้ำมัน ของ กัมพูชา ที่กำลังได้รับความสนใจ จากประเทศต่างๆ อย่างกว้างขวาง นับตั้งแต่ กลุ่มเชฟรอน (Chevron Corp) พบน้ำมันดิบ ที่แปลงสัมปทานใน อ่าวไทย

ยังไม่มีการเปิดเผย รายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับความตกลง “เงินจากน้ำมันแลกข้าว” แต่ที่ผ่านมา สื่อต่างๆ ในกัมพูชา ได้รายงานว่า รัฐบาลกำลังจะให้ ทางการ คูเวต เช่าที่นานับล้านไร่ เพื่อปลูกข้าว รวมทั้งให้ ชาวนาผลิตข้าว และ ฝ่ายคูเวต รับซื้อผลผลิต

ยังไม่มีคำอธิบายจาก ฝ่ายใด เพราะเหตุใดคูเวต ซึ่งเป็นประเทศร่ำรวย และ มีประชากร เพียงหยิบมือเดียว จึงให้ความสนใจ ในด้านการเกษตร ในประเทศเล็กๆ ที่ยากจนแห่งนี้ แต่ความเคลื่อนไหวต่างๆ เหล่านี้ เกิดขึ้นในปีที่ ข้าวยากหมากแพง

ก่อน นายกรัฐมนตรีคูเวต ไปเยือน เจ้าหน้าที่ระดับสูงจาก การ์ตา ซึ่งเป็นเศรษฐีน้ำมัน อีกประเทศหนึ่งจาก ตะวันออกกลาง ได้ไปเยือนกัมพูชา และ แสดงความปรารถนา ที่จะเข้าไปผลิตข้าวใน จังหวัดภาคตะวันออก ของประเทศ

ฝ่ายการ์ตา ได้รับปากจะให้ความช่วยเหลือ กัมพูชา ก่อสร้าง ระบบชลประทาน ตัดถนนหนทางสายใหม่ๆ เข้าสู่เขตชนบท แต่ก็ยังไม่มี การเปิดเผย รายละเอียดอื่นๆ อีก

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 14 มกราคม 2552 00:02 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003948


พิมพ์ ข่าวนี้ “ฮุนเซน” ไปคูเวตสานแผน “เงินกู้แลกนาข้าว”

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 30, 2008

“ไชยา” ได้ฤกษ์ หลัง รัฐบาล แถลงนโยบาย ต่อสภา 8 ต.ค. ลุยระบายข้าว พร้อมเสนอ ปลด แบล็กลิสต์ โรงสี


30 กันยายน 2551 กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์


เศรษฐกิจ
ไชยาเอาแน่ ชงครม. ปลดแบล็กลิสต์ โรงสี


“ไชยา” ได้ฤกษ์ หลัง รัฐบาล แถลงนโยบาย ต่อสภา 8 ต.ค. ลุยระบายข้าว ตั้งเงื่อนไข ต้องส่งออก ทั้งหมด ชง ครม. ตั้งกรรมการฯ พร้อมเสนอ ปลด แบล็กลิสต์ โรงสี


นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังรัฐบาลแถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา วันที่ 8 ต.ค. นี้ กระทรวงพาณิชย์ จะประกาศ ระบายข้าว ภายใต้ เงื่อนไข ให้ส่งออก ทั้งหมด และ กำหนดราคาขายไม่ต่ำกว่า ราคาที่รับจำนำ ไว้ โดยข้าวเก่า ราคาเฉลี่ย ตันละ 7,000 บาท ข้าวใหม่ (นาปรัง 2551) ตันละ 14,000 บาท โดยวิธีการ เช่นนี้ จะไม่กระทบต่อ ราคาตลาด


ทั้งนี้ ในการประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างไม่เป็นทางการ สัปดาห์ที่ผ่านมา นาย สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.คลัง มีความเป็นห่วง จำนวนเงิน ที่จะนำมาใช้ เปิดรับจำนำ ข้าวเปลือกนาปี ในฤดูการผลิต 2551/52 ที่กำหนด เปิดรับจำนำ วันที่ 16 ต.ค.51 ถึง 28 ก.พ.52 จำนวน 8 ล้านตัน ซึ่งต้องใช้ งบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ประกอบกับ ยังมี สต็อกข้าว ค้าง ตั้งแต่ปี 47-50 ประมาณ 2.1 ล้านตัน และ ข้าว จาก โครงการ รับจำนำ นาปรังปี 51 อีก 4.5 ล้านตัน รวมทั้งสิ้น 6.6 ล้านตัน โดยการประชุม ครม. วันที่ 30 ก.ย.นี้ จะหารือกับ นายกรัฐมนตรี และ ขอความเห็นชอบ ให้ตั้ง คณะกรรมการ กำหนดราคา ระบายข้าว ขึ้น

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 30 กันยายน 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=30/Sep/2551&news_id=164640&cat_id=600


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ ไชยา เอาแน่ ชงครม. ปลดแบล็กลิสต์ โรงสี


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 6, 2008

ปลูกข้าว พันธุ์ชัยนาท จำนวน 6 มัด บริเวณ สนามหญ้า หน้าตึกไทยคู่ฟ้า

สัญลักษณ์แห่งการต่�สู้ ข�ง ชาวนา

สัญลักษณ์แห่งการต่อสู้ ของ ชาวนา


“เกษตรกรอีสานฯ” รวมใจ
ปลูกข้าวกลางทำเนียบ !
หวัง เป็นสัญลักษณ์ การต่อสู้ของชาวนา


แนวร่วมพันธมิตรฯ ในนาม กลุ่มเกษตรกรภาคอีสาน 9 องค์กร รวมตัว ปลูกข้าว ที่สนามหญ้า ในทำเนียบรัฐบาล หวังใช้ เป็นสัญลักษณ์ แห่งการต่อสู้ ระหว่าง ชาวนา กับ “รบ.นอมินี” ที่ไม่เคยมีความจริงใจ ที่จะแก้ปัญหาให้ เกษตรกร – ยืนหยัด ต่อสู้เคียงข้าง “พันธมิตรฯ” จนกว่า “หมัก” จะลาออก


วันนี้ (6 ก.ย.) นายไชยยศ สิงหา ผู้ประสานงาน แนวร่วมกลุ่มเกษตรกร ภาคอีสาน 9 องค์กร ได้ออกแถลงการณ์ แสดงจุดยืนของกลุ่ม ฉบับที่ 1 ซึ่งมีเนื้อหา ในการต่อต้าน รัฐบาล ที่ไม่จริงใจ ในการแก้ไขปัญหา ราคาพืชผลทางการเกษตร ที่ตกต่ำ และ ปัญหา ที่ดินทำกิน


จึงขอเรียกร้องให้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ลาออก จากตำแหน่ง ในทันที และ ตราบใดที่ นายกรัฐมนตรี ยังไม่ลาออก กลุ่มแนวร่วม กลุ่มเกษตรกรอีสานฯ ก็จะยืนหยัดต่อสู้ ร่วมกับ พันธมิตรฯ จนถึงที่สุด นอกจากนี้ ทางกลุ่ม ยัง เรียกร้องให้ รัฐบาล ยกเลิก การประกาศใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในทันทีอีกด้วย


ทั้งนี้หลังจากมี การออกแถลงการณ์ ดังกล่าวแล้ว ในช่วงบ่าย กลุ่มแนวร่วม เกษตรกรอีสานฯ ได้มีการ เตรียมพื้นที่ ดำนา เพื่อปลูกข้าว พันธุ์ชัยนาท จำนวน 6 มัด บริเวณ สนามหญ้า หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งได้ มีการปรับพื้นที่ ดังกล่าวให้เป็น แปลงนา จำนวน 4 ตารางเมตร


โดย กลุ่มเกษตรกรอีสานฯ กล่าวว่า สาเหตุที่ ต้องการ ปลูกข้าว ในทำเนียบรัฐบาล ในครั้งนี้ ก็เพื่อต้องการให้ สิ่งนี้ เป็น สัญลักษณ์แห่งการต่อสู้ ของ ชาวนา และ พวกตน ก็ยืนยัน จะทำต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้รับชัยชนะ นั่นคือ การลาออกของ นายกรัฐมนตรี

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
6 กันยายน 2551 19:28 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000105659


พิมพ์ ข่าวนี้ “เกษตรกรอีสานฯ” รวมใจ ปลูกข้าวกลางทำเนียบ ! – หวัง เป็นสัญลักษณ์ การต่อสู้ของชาวนา


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

June 6, 2008

กระทรวงการคลังและธนาคาร ธกส. รับจำนำข้างเปลือกจากเกษตรกร

rice
คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรรับจำนำข้างเปลือกจากเกษตรกร

พล ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติหรือ กขช . มีมติเห็นชอบให้

กระทรวงการคลัง และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. ดำเนินการ รับจำนำข้าวเปลือก จากเกษตรกร โดยรับจำนำ
ข้าวเปลือกเจ้านาปรัง 5 % ที่มีความชื้นไม่เกิน 15 % ตันละ 14,000บาท และ
ข้าวเปลือกเหนียวที่มีความชื้นไม่เกิน 15 % ตันละ 9,000บาท
ส่วนข้าวเปลืกที่มีความชื้นเกิน 15%ให้หักลด ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้

ซึ่งทางรัฐบาลกำหนดว่าจะ รับจำนำข้าวนาปรัง ประมาณ 2 ล้านตัน ระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน รวมถึงได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา กำกับดูแล 3 ชุด คือ

คณะกรรมการพิจารณา และจัดการรับจำนำ
คณะทำงานพิจารณา สีแปรสภาพข้าวเปลือก และ
คณะทำงานพิจารณาข้าวสาร

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ให้ชะลอการจำหน่าย ข่าวถุงธงฟ้าไว้ก่อน เนื่องจาก สถานการณ์ราคาข้าวผันผวนและ ขณะนี้ราคาข้าวสาร ได้ลดลงแล้ว

พร้อมกันนี้โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่าทางธนาคาร ธกส.จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จในวันจันทร์นี้

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

June 5, 2008

รมว.คลัง ชี้รับจำนำข้าวเปลือกตันละ 14,000 บาทเหมาะสมกับตลาดโลก

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง คาดว่า จะใช้งบประมาณ 20,000 ล้านบาท สำหรับรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง จากชาวนา ในราคาตันละ 14,000 บาท มั่นใจ เป็นราคาที่เหมาะสม กับราคาในตลาดโลก

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึง มติคณะกรรมการนโยบาย และมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร หรือ หรือ คชก. และ คณะกรรมการข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. ที่จะรับจำนำข้าวเปลือก จากเกษตรกรตันละ 14,000 บาท ว่า เป็นราคาที่เหมาะสม และ

เชื่อว่ารัฐบาลจะไม่ขาดทุน จากการรับจำนำดังกล่าว เพราะแม้ว่าราคาข้าวในประเทศ จะปรับลดลง แต่มองว่าเป็นความผันผวน ที่เกิดจากกลไกภายในประเทศเอง

ขณะที่ราคาในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้คาดว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณ 20,000 ล้านบาท จากธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เพื่อเข้าไปรับจำนำข้าว ในฤดูกาลผลิตนาปรัง

ซึ่งคาดว่า จะมีปริมาณข้าวผลิตออกมาประมาณกว่า 2 ล้านตัน ส่วนวิธีการรับจำนำ ที่เหมาะสม คชก. และ กขช. จะหาแนวทางและสรุป เพื่อนำเสอนต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

ส่วนกรณีที่ภาคเอกชนมองว่า การจำหน่ายข้าวถุงธงฟ้ามหาชน เป็นการแทรกแซงกลไกราคา นายแพทย์สุรพงษ์ ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เพราะการจำหน่าย ข้าวถุงธงฟ้าฯ เพื่อช่วยเหลือ ผู้มีรายได้น้อย อย่างต่อเนื่องในระยะสั้น ไม่ได้เป็นการนำข้าวมาขาย ทั่วไปในตลาด

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

June 4, 2008

เอฟเอโอจะร่างแผนฉุกเฉินเพื่อแก้ไขปัญหาด้านอาหาร

บรรดาผู้นำทั่วโลกจำนวน 44 ประเทศร่วมประชุมสุดยอดองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือเอฟเอโอ ในอิตาลีเมื่อวานนี้

โดยในร่างแถลงการณ์ระบุว่า ที่ประชุมเห็นพ้องที่จะขจัดความหิวโหย และให้หลักประกันว่า อาหารจะมีเพียงพอ สำหรับประชาชน พร้อมทั้งจะร่างแผนฉุกเฉินเพื่อลดปัญหา อุปสรรคทางการค้า และเพิ่มการลงทุนของภาคเกษตรในประเทศยากจน ช่วยแก้ปัญหาความอดอยากของประชาชนเกือบ 1 พัน ล้านคน

ก่อนหน้านี้ที่ประชุมได้ตำหนิว่าการกีดกันทางการค้าและการผลิตเชื้อเพลิง ชีวภาพมีส่วนทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้น ขณะที่ประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้นำบราซิล กล่าวโจมตีประเทศร่ำรวย ว่า การอุดหนุนภาคเกษตรกรรม ของสหรัฐและ ยุโรปเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ที่ทำให้ราคา อาหารแพงขึ้น

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

รมช.คลัง มั่นใจ จัดสรรพื้นที่ราชพัสดุให้เกษตรกรเช่าในราคาถูก ได้ทันฤดูกาล

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง มั่นใจ สามารถจัดสรรพื้นที่ราชพัสดุให้เกษตรกรเช่าในราคาถูก ได้ทันก่อนหมดฤดูกาลเพาะปลูกในช่วงหน้าฝนนี้

ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผย ถึงความคืบหน้าการขอคืนที่ราชพัสดุ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ จากส่วนราชการ จำนวน 1 ล้านไร่ เพื่อนำมา จัดสรรเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชเกษตร ให้กับเกษตรกร เช่าในราคาถูก ว่า

เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้ส่งหนังสือถึง รัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อประสานหน่วยงาน ในสังกัด เพื่อขอคืน ที่ราชพพัสดุแต่ละกระทรวง ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ไร่ คาดว่าจะสามารถจัดสรรให้เกษตรกรได้ก่อนหมดฤดูกาลเพาะปลูกในปีนี้ กว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีเกษตรกร แจ้งความประสงค์ ขอเช่าที่เข้ามาบ้างแล้ว แต่ยังไม่สามารถ สรุปตัวเลขที่ชัดเจนได้

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

สมาคมชาวนาไทย ยอมถอย หลังรัฐบาลรับปากเดินหน้าเปิดโครงการรับจำนำข้าวเปลือกทั่วประเทศ

สมาคมชาวนาไทย ยอมถอย หลังรัฐบาลรับปากเดินหน้าเปิดโครงการรับจำนำข้าวเปลือกทั่วประเทศ และประกันราคาที่ 14,000 บาทต่อตัน

นายวิเชียร พวงลำเจียก กรรมการสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า ล่าสุด รัฐบาลประกาศออกมาว่า จะให้เริ่มเดินหน้าเปิดโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ทั่วประเทศ เริ่มจากวันที่ 5 มิถุนายน 51 เป็นต้นไป โดยให้กำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้าความชื้นไม่เกิน 15 % ที่ราคา 14,000 บาทต่อตัน โดยให้ ธกส.เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการรับจำนำ แทนหน่วยงานเดิม คือ องค์การคลังสินค้า ( อคส. ) ดังนั้นสมาคมชาวนาไทย และชาวนาทั่วประเทศพร้อมชะลอ การชุมนุมปิดถนน ประท้วงในวันที่ 6 มิถุนายนนี้ออกไป จึงสรุปได้ว่าในวันที่ 6 มิถุนายนนี้จะไม่มีการชุมนุมประท้วงแน่นอน

กรรมการสมาคมชาวนาไทย กล่าวอีกว่า ถึงแม้รัฐบาลจะออกมาประกาศรับจำนำข้าวเปลือกทั่วประเทศ แต่การเปลี่ยนหลักเกณฑ์ผู้รับผิดชอบจาก ธกส. เป็น อคส. นั้นจะส่งผลกระทบต่อการรับจำนำข้าวเปลือกหรือไม่ ต้องดูว่า ในความเป็นจริง ในวันพรุ่งนี้ จะนำข้าวเปลือกนาปรังไปเข้าจำนำกับ โรงสีที่เคยรับจำนำ หรือไม่ และราคาจะเป็นอย่างไร

ซึ่งรัฐบาลกำหนด ข้าวเปลือกความชื้นไม่เกิน 15% ราคารับจำนำ 14,000 บาท ถือว่าราคาดี แต่ปัจจุบันฝนตกหนักข้าวเปลือกความชื้นสูงอยู่ที่ 25-30% เมื่อตัดลดราคา ตามความชื้นที่เพิ่มขึ้นแล้ว หากราคาไม่ต่ำกว่า 12,000 บาทต่อตัน ก็ถือว่าชาวนาอยู่ได้ แต่หากต่ำกว่านี้ เท่ากับว่าโครงการรับจำนำข้าวไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด

ประเด็นต่อไปที่ต้องจับตามอง คือหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับจำนำข้าวนั้น จะใช้หลักเกณฑ์ใดอย่างละเอียด เช่น การจ่ายเงิน

เดิมทีเมื่อนำข้าวเปลือกไปจำนำจะมีการออกตั๋วแทนเงินให้ และภายใน 3-7 วัน ก็ขึ้นเงินที่ ธกส.ได้ และโรงสีที่เข้าโครงการในแต่ละจังหวัด เป็นโรงสีใดบ้าง สะดวกต่อการขนส่งหรือไม่ และ ระยะทางต้องไม่ไกลจากท้องนามากนัก เพราะหากไกลมากหรือข้ามอำเภอไกล ๆ ก็จะมีต้นทุนในการขนส่งเพิ่มอีก

ทั้งนี้ตนเองไม่ได้เร่งรัดว่าพรุ่งนี้จะต้องจำนำข้าวได้ทั้งประเทศ แต่จะให้เวลารัฐบาล 1 สัปดาห์ในการดำเนินการให้เข้ารูปเข้ารอย แต่หากเกินเวลานี้ไปแล้วไม่สามารถเดินหน้าหรือรับจำนำข้าวได้จริง ก็จะกลับมาประท้วงโดยกำหนดเข้าปิดล้อม 4 ทิศของกรุงเทพฯ

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Next Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.