Accom Thailand

June 4, 2008

ศูนย์ส่งเสริมฯ การเกษตรจังหวัดกระบี่ จัดฝึกอบรมหลักสูตร “การผลิตกล้วยไม้เพื่อการค้า และการท่องเที่ยว”

ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดกระบี่ จัดฝึกอบรมหลักสูตร “การผลิตกล้วยไม้เพื่อการค้า และการท่องเที่ยว” แก่เกษตรกร และบุคคลทั่วไป

นายไพศาล โรจน์สราญรมย์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตร ได้มีนโยบายเร่งผลักดันการส่งออกกล้วยไม้ของไทย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีอาชีพ และมีรายได้ โดยเน้นการปรับปรุงและแก้ไขคุณภาพ การปนเปื้อนของศัตรูพืช ระบบข้อมูลการผลิต การตลาด ส่งเสริมด้านการตลาดอย่างจริงจัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดกระบี่ จึงได้กำหนดการจัดฝึกอบรมหลักสูตร “การผลิตกล้วยไม้เพื่อการค้า และการท่องเที่ยว” แก่เกษตรกร และบุคคลทั่วไป ระหว่างวันที่ 2 -3 กรกฎาคม 2551

นายไพศาล โรจน์สราญรมย์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดกระบี่จัดให้มีศูนย์ข้อมูล ศูนย์เรียนรู้ และศูนย์ฝึกอบรม เกี่ยวกับเรื่องกล้วยไม้ ซึ่งขณะนี้ ได้จัดทำแปลงพันธุ์กล้วยไม้เมืองร้อน เช่น กล้วยไม้สกุลมอโคล่า สกุลแวนด้า ซึ่งเป็นพันธุ์กล้วยไม้สกุลที่มีความเหมาะสมสำหรับปลูกในพื้นที่ภาคใต้ และในอนาคตเชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดกระบี่จำนวนมาก หากเกษตรกรปลูกกล้วยไม้ตัดดอกขาย จะทำให้นักท่องเที่ยวให้ความสนใจที่จะซื้อเป็นของฝากมากขึ้น

ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวอีกว่า ในช่วงสภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในขณะนี้ ขอแนะนำเกษตรกรที่สนใจให้ปลูกกล้วยไม้ตัดดอกขาย เพราะใช้สถานที่เพาะเลี้ยงไม่มากนัก สามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้เป็นอย่างดี

ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวอีกว่า ผู้สนใจสามารถสมัครได้ด้วยตนเอง ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดกระบี่ ตั้งอยู่เลขที่ 401 หมู่ที่ 1 ตำบลเขาคราม อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ หรือสมัครทางโทรศัพท์หมายเลข 075- 612913, 089 – 9708751 และ 086-6262513 ในวันและเวลาราชการ เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 25 มิถุนายน 2551 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

Advertisements

สศก. ชี้ ปริมาณการผลิตกุ้งของโลกแนวโน้มพุ่งขึ้น

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ชี้ปริมาณการผลิตกุ้งโลกมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เหตุเพราะประเทศผู้ผลิตหันไปเลี้ยงกุ้งขาวที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว
นางยินดี แก้วประกอบ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต (สศข.9) จังหวัดสงขลา สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปริมาณการผลิตกุ้งโลกในปี 2550 มีผลผลิตประมาณ 1,989,000 เมตริกตัน โดยประเทศไทยผลิตได้เป็นอันดับ 1 ของโลก มีผลผลิตประมาณ 500,000 เมตริกตัน คิดเป็นร้อยละ 25.14 ของผลผลิตโลก รองลงมาคือ ประเทศจีน อินโดนีเซีย เอกวาดอร์ อินเดีย และเวียดนาม ทางด้านอัตราการขยายตัวของผลผลิตกุ้งโลกช่วงปี 2546-2550 มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยต่อปีร้อยละ 6.99 โดยอัตราการขยายตัวสูงจะอยู่ในประเทศไทย อินโดนีเซีย เอกวาดอร์ และเวียดนาม ซึ่งมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.06, 14.22, 29.10 และ 9.56 ต่อปี ตามลำดับ
โดยปริมาณการผลิตกุ้งมีแนวโน้มการผลิตที่สูงขึ้น เนื่องจากประเทศผู้เลี้ยงกุ้งหันไปเลี้ยงกุ้งขาว ซึ่งเลี้ยงง่าย โตเร็ว ซึ่งอาจจะส่งผลให้ผลผลิตมากกว่าความต้องการซื้อ (Over Supply) ในขณะที่ต้นทุนการผลิตของประเทศไทย ทั้งกุ้งกุลาดำและกุ้งขาวแวนนาไมสูงกว่าประเทศผู้ผลิตอื่นๆ ดังนั้น เกษตรกรควรลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงาน และอาหาร ซึ่งมีสัดส่วนโครงสร้างต้นทุนที่สูง โดย รวมทั้งบริหารจัดการบ่ออย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่ง เช่น จีน เวียดนาม และอินโดนีเซียได้ ขณะเดียวกันควรเพิ่มการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตที่ผลิตกุ้งขาวแวนนาไมใน สัดส่วนที่สูงมาก ไปเป็นการผลิตกุ้งกุลาดำในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อสร้างความหลากหลายของสินค้า นอกจากนี้ประเทศผู้นำเข้าได้มีการเข้มงวดในด้านมาตรฐานด้านสุขภาพอนามัย ทางด้านผู้ผลิตคือ เกษตรกรต้องปรับปรุงการผลิตและเข้มงวดมิให้มีสารตกค้าง เช่นการผลิตในระบบ GAP มาตรฐานการผลิตการจัดการสิ่งแวดล้อม และโรงงานแปรรูปต้องได้รับมาตรฐาน HACCP หรือได้รับมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหารและสุขอนามัย และภาครัฐต้องเข้มงวดและตรวจสอบอย่างจริงจังให้ได้มาตรฐานจริงๆ พร้อมทั้งขยายการผลิตกุ้งคุณภาพให้ครอบคลุมพื้นที่เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ

แนะใช้สาบเสือพืชสมุนไพรป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช

เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู แนะใช้สาบเสือพืชสมุนไพร ป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช
นายนำชัย พรหมมีชัย เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า สารสำคัญในสะเดาที่มีผลต่อการควบคุมศัตรูพืช ประกอบด้วย อาซาไดแรคติน ซาแลนนิน เมเลียไตรออล และนิมบิน โดยสารกลุ่มดังกล่าว มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการลอกคราบของแมลง ด้วยการไปขัดขวางและยับยั้งการสร้างฮอร์โมนที่ใช้ในการลอกคราบ ยับยั้งการกินอาหารถาวร ทำให้แมลงตายในที่สุด นอกจากนี้ยังยับยั้งการเจริญเติบโตของไข่ หนอนและดักแด้ ยับยั้งการวางไข่ของแมลง ทำให้ปริมาณไข่ลดลงรวมทั้งสามารถเป็นสารไล่แมลงได้ด้วย
เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการใช้สารจากสะเดาทำได้โดยการนำเอาเมล็ดสะเดามาบดละเอียด ใช้ทั้งการฉีดพ่น หรือโรยรอบต้นโดยตรง สำหรับการฉีดพ่นให้นำเอาเมล็ดสะเดาบดละเอียด อัตรา 1 กิโลกรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร แช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน กรองเอาแต่น้ำ ไปฉีดพ่นในช่วงที่ไม่มีแสงแดดแรง หรือฝนตก ซึ่งจะได้ผลดี โดยควรพ่นก่อนหรือหลังการระบาดเพียงเล็กน้อย ซึ่งหากมีการระบาดรุนแรงต้องฉีดพ่นติดต่อกันทุก 7 วัน วิธีการฉีดพ่นนี้ใช้ได้ดีกับหนอนใยผัก หนอนกระดืบกะหล่ำ หนอนกระทู้หอม หนอนกระทู้ผัก หนอนเจาะยอดกะหล่ำ เพลี้ยอ่อนกะหล่ำ หนอนเจาะฝักถั่ว หนอนผีเสื้อน้ำเงิน หนอนแมลงวันเจาะลำต้น ส่วนการโรยรอบโคนต้นให้ใช้เมล็ดสะเดาบดละเอียดอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ หรืออัตรา 2.5 กรัมต่อหลุม ใช้ป้องกันและควบคุมด้วงหมัดผัก และด้วงหมัดผักแถบลายในพืชผักตระกูลกะหล่ำที่อาศัยอยู่ในดินแต่ถ้าเป็นตัว เต็มวัยเข้าทำลายส่วนใบพืช สารสกัดจากสะเดาจะสามารถทำลายได้ หากเกษตรกรมีข้อสงสัยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด หนองบัวลำภู โทรศัพท์หมายเลข 0-4231-2045 หรือสำนักงานเกษตรอำเภอ หรือศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลที่ใกล้บ้าน

เกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมเตรียมปิดถนนเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน 4 จุด

กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมเตรียมปิดถนนสายแม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ 4 จุด หลังจากภาครัฐไม่ช่วยเหลือเงินแทรกแซงกระเทียม

นาย นิรันต์ จันทร์แค้น ประธานเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า “ ในวันที่ 5 มิถุนายน 2551 กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม รวม 7 อำเภอ จะรวมตัวกันปิดถนนทางหลวงแผ่นดิน 108 แม่ฮ่องสอน-แม่สะเรียง-เชียงใหม่ และ ทางหลวงแผ่นดิน 105 แม่ฮ่องสอน-ปาย-เชียงใหม่ จำนวน 4 แห่ง เพื่อเรียกร้องให้ ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือการรับซื้อกระเทียม จากเกษตรกรตามที่ ได้ยื่นข้อเรียกร้องไว้กับจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ล่าสุดทราบว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับงบประมาณ จำนวน 45 ล้านบาท ที่สามารถให้เกษตรกร จำนวน 3 กลุ่ม ประกอบไปด้วย
1.สหกรณ์ในพื้นที่
2.กลุ่มเกษตรกร และ
3.ผู้ประกอบการเกษตร
ทั้ง 3 กลุ่มจะต้องจดทะเบียนการค้าให้ถูกต้อง โดยการกู้เงิน จำนวน 45 ล้านบาท จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธกส ) แม่ฮ่องสอน เพื่อนำไปรับซื้อกระเทียม จากเกษตรกรในราคานำท้องตลาด

โดยจะต้องส่งแผนการใช้เงินการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึง เดือนตุลาคม 2551 ทั้งนี้ ธกส.แม่ฮ่องสอน จะจัดสรรเงินให้เป็นงวด ๆ ไป โดยทั้ง 3 กลุ่ม ไม่ต้องเสียอัตราดอกเบี้ย ในการนำเงินไปซื้อกระเทียมจากเกษตรกร

และจะต้องส่งเงินคืนภายในเดือนตุลาคม 2551 หากทั้ง 3 กลุ่มไม่สามารถส่งเงินต้นคืนได้ จะต้องถูกดำเนินไปตามกฎหมาย ทำให้เกษตรกร ผู้ปลูกกระเทียมไม่พอใจ จึงได้เตรียมปิดถนนสายหลักในวันที่ 5 มิถุนายน 2551 รวม 4 แห่ง

ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมได้ เสนอให้ภาครัฐ รับซื้อกระเทียมจากเกษตรกร กิโลกรัมละ 25 บาท แต่ภาครัฐไม่สามารถดำเนินการได้

ทางด้าน นายสมพร วิริยานุภาพพงศ์ พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า “ จริง ๆ แล้วเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมคิดผิด ทั้ง ๆ ที่ภาครัฐกำลังประสบปัญหารุมร้าวต่าง ๆ หากมีการเรียก ในลักษณะเช่นนี้ จะเป็นการเพิ่มเงื่อนไข ให้แก่รัฐบาลต่อการช่วยเหลือ จะทำให้เกษตรกรเสียประโยชน์ในที่สุด

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

รัฐบาลประกาศรับจำนำข้าวนาปรังทั่วประเทศ ตันละ 14000 บาท

รัฐบาล ประกาศมาตรการรับจำนำข้าวนาปรังทั่วประเทศในราคา 14,000 บาท ต่อตัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรจากปัญหาราคาข้าวตกต่ำ

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลัง และ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว

ภายหลังประชุมร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ และ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อแก้ปัญหาราคาข้าว โดยรัฐบาลประกาศที่จะ รับจำนำข้าวเปลือกนาปรังในฤดูที่กำลังจะออกสู่ตลาด ที่คาดว่าจะมีประมาณ 2.5 ล้านตัน ในราคา 14,000 บาท ต่อตัน ทั่วประเทศ โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธกส. เป็นผู้รับจำนำทั้งหมด เริ่มดำเนินการทันทีในวันพรุ่งนี้ เบื้องต้นตั้งวงเงินไว้ประมาณ 1-2 หมื่นล้านบาท

นายแพทย์สุรพงษ์ กล่าวว่า ราคาข้าวเปลือกเหนียว และข้าวเปลือกเจ้า กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ ธกส.ดำเนินการให้เงินสนับสนุนโรงสี ซึ่งในกรณีข้าวเปลือกเหนียว ที่มีปัญหาเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และได้สังเกตุราคารับซื้อข้าวเปลือกเจ้า ที่ผิดปกติ ทั้งที่ ราคารับซื้อในตลาดโลก ไม่มีความผันผวน เหมือนราคาในประเทศ กระทรวงการคลังได้ติดตาม และเห็นว่า

เป็นการคาดการณ์ถึงเรื่องการส่งออกข้าวของประเทศอื่น ที่ยังไม่เกิดขึ้น ดังนั้น เพื่อให้เกิดกลไกทางการตลาด จึงให้ ธกส.รับจำนำข้าวทั้ง 2 ประเภท เพื่อเป็นการชักจูงให้ กลไกการตลาดกลับสู่ภาวำปกติ ซึ่งทาง ธกส.ได้จัดทำรายละเอียดเสนอที่ประชุม และ ได้มีการเห็นชอบ

ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีแต่ละพื้นที่ ดูแล ให้กระบวนการ เป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส พร้อมกำชับผู้ว่าราชการจังหวัด ติดตามใกล้ชิด

นายธีรพงษ์ ตั้งธีระสุนันท์ กรรมการผู้จัดการ ธกส.กล่าวว่า ธกส. จะใช้กระบวนการรับจำนำที่ชาวบ้านคุ้นเคย มาปรับปรุง ให้สอดคล้องกับภาวะตลาด และราคา แต่รูปแบบการรับจำนำ จะไม่เหมือนข้าวนาปี เพราะข้าวที่ได้ในขณะนี้ จะมีความชื้นสูง ต้องนำไปแปรรูปเป็นข้าวสารทันที

และจะดำเนินการภายใต้คณะกรรมการ 3 ชุด แยกกันทำหน้าที่ ตั้งแต่การรับจำข้าวเปลือก, การแปรรูปข้าวสาร และ การจำหน่าย โดยภายหลังการจำหน่าย จะนำเงินที่ได้ คืนเข้าสู่ระบบ พร้อมกันนี้ จะเพิ่มมาตรการตรวจสอบสต๊อก และรายงานแบบรายวัน เพื่อป้องกันความเสียหาย พร้อมกันนี้ ขอเตือนเกษตรกร อย่าไปรับซื้อข้าวราคาถูกมาจำนำกับรัฐบาล เพราะจะเข้าข่ายการกระทำทุจริต

นายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชื่อว่า หลังจากที่รัฐบาลประกาศมาตรการรับจำนำข้าว นี้แล้ว จะบรรเทาความเดือดร้อน ของเกษตรกร กรณีราคาข้าวตกต่ำได้ พร้อมกันนี้ จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้น 3 ชุด เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบ และ สกัดกั้นการรับซื้อข้าว ในราคาถูก เพื่อมาจำนำกับรัฐบาล

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 28, 2008

ญี่ปุ่น จะช่วยเหลือแอฟริกา ให้ผลิตข้าวเพิ่มขึ้น 2 เท่า

นายยาซูโอะ ฟูกูดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ให้คำมั่นวันนี้ จะช่วยเหลือประเทศในทวีปแอฟริกา ผลิตข้าว เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตลอด 10 ปีข้างหน้า

นายฟูกูดะยังกล่าวว่า ญี่ปุ่น มีประสบการณ์ ด้านการเกษตรมาก และพร้อมจะให้ความร่วมมือกับ ประเทศ รวม ทั้งองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ เพื่อพัฒนาระบบชลประทาน เพิ่มผลผลิต และพัฒนา ผู้ที่ทำงานด้านการเกษตร และ

เมื่อเร็ว ๆนี้ญี่ปุ่นได้ให้คำมั่นจะให้ความช่วยเหลือจำนวน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ แก่ประเทศกำลังพัฒนา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย หลังราคาอาหาร ปรับสูงขึ้นด้วย


อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จาก ลิ้งค์ สีแดง ข้างล่าง

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

อียู.ขอให้ ประเทศที่กำลังพัฒนา ผ่อนปรน ในการเจรจาทำข้อตกลง การค้าเสรี

นายปีเตอร์ แมนเดลสัน กรรมาธิการการค้าของสหภาพยุโรป หรืออียู. เรียกร้องเมื่อวานนี้ ให้ประเทศกำลังพัฒนา ที่เริ่มมีบทบาททางเศรษฐกิจ ยอมผ่อนปรนในการเจรจา เพื่อทำข้อตกลงการค้าเสรี โดยเฉพาะในภาคเกษตร

หลังจากที่การเจรจาการค้าโลกรอบโดฮา เพื่อทำข้อตกลงดังกล่าว ล่าช้ามานานหลายปี ตั้งแต่ริเริ่มขึ้นที่ กาตาร์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2544 และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว องค์การการค้าโลกได้ยื่นข้อเสนอใหม่ เกี่ยวกับภาค อุตสาหกรรม และการเกษตร ให้แก่สมาชิก 152 ประเทศ พิจารณาศึกษาเพื่อหาทางฟื้นฟูการเจรจาอีกครั้งหนึ่งในเร็ว ๆนี้

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 25, 2008

ธกส.ขยายโครงการประกันพืชผลออกไป อีก 4 จว.

รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ระบุ หลังจากใช้พื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นพื้นที่นำร่องในการดำเนินโครงการประกันภัยพืชผล ประสบความสำเร็จ ก็ได้ขยายการดำเนินการไปอีก 4 จังหวัด
นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กล่าวว่า โครงการประกันภัยพืชผล ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. จากการให้เกษตกรที่เข้าร่วมโครงการปลูกข้าวโพดในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นพื้นที่นำร่องดำเนินการเมื่อปีที่ผ่านมา เกษตรกรมีความพอใจมากขึ้น โดยในปี 2551 จึงมีการขยายโครงการฯ ออกไปอีก 4 จังหวัด นอกเหนือจากที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา คือ ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี โดยชุดแรกจะเริ่มปลูกข้าวโพดก่อนในเดือนพฤษภาคมนี้ 3 จังหวัด คือที่จังหวัดเพชรบูรณ์ นครสวรรค์และลพบุรี มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ 324 ราย พื้นที่กว่า 6,600 ไร่ และในเดือนมิถุนายนนี้ ก็จะเริ่มดำเนินการในจังหวัดสระบุรี และที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาด้วย คาดว่าจะมีพื้นที่เข้าร่วมโครงการฯ อีกประมาณ 3,000 ไร่ ในระหว่างนี้ก็จะศึกษาพืชชนิดอื่นด้วยคือ ข้าว ซึ่งหากได้ข้อมูลมากพอควรก็อาจจะทดลองปลูกข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปี หน้า สำหรับคุณสมบัติของเกษตรกรที่จะร่วมโครงการ จะต้องเป็น ผู้ที่ปลูกข้าวโพดจริง และยอมรับในเรื่องของการที่จะใช้จุดตรวจวัดน้ำฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา ส่วนการเก็บค่าเบี้ยประกันภัย จะพิจารณาดูจากสภาพปัญหาความแห้งแล้งว่าเกิดขึ้นบ่อยมากน้อยแค่ไหนในแต่ละ พื้นที่ หากพื้นที่ใดประสบปัญหาบ่อยครั้งก็อาจจะเก็บประมาณ 16 % ซึ่งจากการการดำเนินการพบว่ามีการตอบรับเป็นอย่างดี
สำหรับเกษตรกรที่สนใจต้องการเข้าร่วมโครงการ สามารถสมัครได้ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. ที่เป็นสมาชิก ในพื้นที่อำเภอปากช่อง และอำเภอมวกเหล็ก อย่างไรก็ตาม ก็ขอให้เกษตรกรดูแลพืชผลที่มีอยู่ วิธีการปลูก การดูแลต่าง ๆ ซึ่งหากเกษตรกรดูแลเป็นอย่างดีความเสี่ยงก็จะลดลง เบี้ยประกันยภัยก็จะลดลงด้วย

May 24, 2008

พณ.ประสานโรงสีและธนาคารที่เกี่ยวข้องเข้าไปรับซื้อข้าวเหนียว

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ประสานโรงสีและธนาคารที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือเพื่อรับซื้อข้าวเหนียวจาก เกษตรกรแล้ววานนี้ พร้อมยืนยันปริมาณการรับซื้อมีสูงถึง 220,000 ตัน เพื่อนำไปเป็นข้าวถุงและส่งออกจีนกับญี่ปุ่น
นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ม๊อบข้าวเหนียวได้ออกมาเรียกร้องต้องการให้โรงสีรับข้าวเพิ่มขึ้น ในจังหวัดเชียงรายในวันนี้นั้น ทางกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชุมหารือแก้ไขเรื่องดัง กล่าวโดยประสานให้โรงสีตามจังหวัดต่าง ๆ สามารถรับซื้อข้ามเขตได้เพิ่มขึ้น โดยธนาคารทึ่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารกสิกรไทย ไทยพาณิชย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธกส. และธนาคารกรุงไทย จะเพิ่มวงเงินปล่อยให้กู้ได้อีกเป็น 3เท่า เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับกลุ่มโรงสีมีเงินรับซื้อข้าวจากเกษตรกรเพิ่มขึ้น ได้ โดยกระทรวงพาณิชย์ยังยืนยัน จะมีโรงสีทยอยเข้าไปรับซื้อข้าวเปลือกเหนียวในจังหวัดเชียงรายเพิ่มขึ้นอีก 2โรง และโรงสีที่เข้าร่วมโครงการ 20 โรง สามารถครอบคลุมการรับซื้อของเกษตรกรในภาคเหนือได้
สำหรับปริมาณข้าวเหนียวนั้น จะมีปริมาณการรับซื้อทั้งสิ้นกว่า 220,000 ตัน โดยส่วนหนึ่งกรมการค้าภายในจะนำไปทำเป็นข้าวเหนียวบรรจุถุงจำหน่ายให้ผู้ บริโภค พร้อมกันนี้จะมีการส่งออกไปยังจีนเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล้าหรือขนมโม จิที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นด้วย

May 23, 2008

ผอ.ศูนย์ไบโอเทคคนใหม่ มุ่งพัฒนาพันธุกรรมพืชพร้อมหาพื้นที่เพาะปลูกให้เหมาะสมกับพืช รองรับปัญหาวิกฤตอาหาร

ผู้อำนวยการศูนย์ไบโอเทคคนใหม่ มุ่งพัฒนาพันธุกรรมพืชพร้อมหาพื้นที่เพาะปลูกให้เหมาะสมกับพืช รองรับปัญหาวิกฤตอาหาร
นางกัญญวิมว์ กีรติกร ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) กล่าวภายหลังเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการไบโอเทคคนใหม่ว่า ได้ตั้งเป้าเร่งนำเทคโนโลยีชีวภาพมาวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตรและอาหาร โดยเบื้องต้นจะเน้นปรับปรุงสายพันธุ์พืช ศึกษาหาพื้นที่เพาะปลูกที่เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจ อาทิ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย โดยจะทำเป็นฐานข้อมูลวิจัยระดับชาติ เพื่อเพิ่มผลผลิตด้านการเกษตร และรองรับปัญหาวิกฤตอาหาร
นอกจากนี้ จะมุ่งพัฒนาเซลล์ชนิดต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ อาทิ เซลล์จากจุลินทรีย์ เซลล์จากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และวิจัยและพัฒนายีนข้าวเพื่อเพิ่มผลผลิตข้าว การถอดรหัสพันธุกรรมสาหร่ายเกลียวทองเพื่อประโยชน์ด้านอุตสาหกรรม

« Previous PageNext Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.