Accom Thailand

May 20, 2009

เจนเนอรัล มอเตอร์ส ล้มละลาย แน่ – More trouble ahead ? If General Motors files Chapter 11


GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ จะยุ่งกว่า”ไครสเลอร์” ด้วย
If General Motors must files Chapter 11

If General Motors must files Chapter 11


เอเจนซี – หลังจากดำเนินธุรกิจมา หนึ่งร้อยปี และ ดำเนินการปรับโครงสร้าง อย่างดุเดือด แต่ล้มเหลว อยู่ 10 เดือน เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ก็เหลือเวลา อีกไม่กี่สัปดาห์ ก่อนที่จะต้อง ยื่นเรื่องต่อศาล ขอเข้าสู่ ภาวะล้มละลาย ซึ่งพวกผู้เชี่ยวชาญ บอกว่า นั่นกลับเป็น สิ่งจำเป็น ด้วยซ้ำ เพื่อให้บรรลุ สิ่งที่คณะรัฐบาลประธานาธิบดี บารัค โอบามา ตั้งข้อเรียกร้อง ในการดำเนินการ ยกเครื่องปรับโฉม บริษัท ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแม่แบบ ของอุตสาหกรรมอเมริกัน แห่งนี้ี้

คณะรัฐบาลโอบามา ขีดเส้นตายให้ จีเอ็ม ต้องดำเนินการ ปรับโครงสร้าง ให้เสร็จก่อน วันที่ 1 มิถุนายน โดยสิ่งที่ บริษัทรถยนต์ใหญ่ ที่สุดของ สหรัฐฯ แห่งนี้ จะต้องกระเสือกระสน ทำให้สำเร็จ มีทั้ง การเจรจา กับพวกเจ้าหนี้ เพื่อลดมูลหนี้ จากหุ้นกู้ ที่มีอยู่ ทั้งหมด 27,000 ล้านดอลลาร์ ,การเจรจาเกลี้ยกล่อม ให้ทาง สหภาพแรงงาน ยินยอมอ่อนข้อ ซึ่งจะเป็น การลดต้นทุน ค่าแรง และ สวัสดิการลงไป, รวมทั้ง การลดตัวแทนจำหน่าย ลง 1,600 แห่ง ทั่วสหรัฐฯ

แต่ด้วยเวลา ที่เหลือน้อยลงทุกที พวกผู้เชี่ยวชาญ จึงมองว่า ในที่สุดแล้ว จีเอ็ม ก็จะต้องเดินตามรอยของ ไครสเลอร์ ไปสู่ ศาลล้มละลาย อย่างแน่นอน

“ผมคิดว่า มันหลีกเลี่ยงไม่ได้” อีริค เมอร์เคิล นักวิเคราะห์ อุตสาหกรรมรถยนต์อิสระ ให้ความเห็น “ผมมองไม่เห็นทาง เลยว่า จีเอ็ม จะหลีกเลี่ยงได้ยังไง”

ปัญหาจำนวนมาก ที่ไหลบ่าทับถมเข้าใส่ จีเอ็ม จนอยู่ในอาการซวนเซ ในขณะนี้ มีทั้ง เรื่องยอดขาย ที่ดิ่งลงต่อเนื่อง, ราคาหุ้นตกต่ำ, ไปจนถึง รถยนต์รุ่นต่าง ๆ ที่ออกมา ในช่วง 10 ปี มานี้ ไม่ค่อย ได้รับ ความนิยม, ตลอดจน การตกเป็น ผู้ตาม พวกผู้นำด้านวิศวกรรม อย่างเช่น โตโยต้า มอเตอร์และ ฮอนดา มอเตอร์ ในเรื่อง เทคโนโลยี รถไฮบริด

แต่สำหรับสิ่งที่ทำให้ จีเอ็ม ต้องเผชิญกับวิกฤต ในเฉพาะหน้านี้ ก็คือ งบดุล ที่เต็มไปด้วย หนี้มหาศาล และเป็น เหตุผลเดียว ที่ทำให้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญ ด้านการปรับโครงสร้าง องค์กร,นักวิเคราะห์, และ ผู้บริหาร ในอุตสาหกรรมรถยนต์ คนอื่น ๆ มองไม่เห็นทางที่ จีเอ็ม จะหลีกเลี่ยง การล้มละลาย ที่ต้องเจ็บปวด ยุ่งยาก และ ซับซ้อน ได้เลย

GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ จะยุ่งกว่า ไครสเลอร์ ด้วย

GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ จะยุ่งกว่า ไครสเลอร์ ด้วย

“หนทางเดียว ที่เหลืออยู่ ที่จะทำให้ เลี่ยงการล้มละลายได้ ก็คือ รัฐบาล จะต้องยอมรับ จำนวน ผู้ถือหุ้นกู้ ของ จีเอ็ม ที่ยอมแลก หุ้นกู้ กับ หุ้นสามัญ ของ จีเอ็ม ซึ่งอาจจะเป็น 40, 50 หรือ 60% ก็ได้ทั้งนั้น” ปีเตอร์ คอฟแมน ประธาน และ หัวหน้าหน่วยงาน ด้านการปรับโครงสร้าง และ พัฒนาการ ควบรวมกิจการ ที่ประสบปัญหา ของ กอร์เดียน กรุ๊ป ในนิวยอร์ก กล่าว

ทาง จีเอ็ม นั้นพูดเรื่อยมาว่า พวกผู้ถือหุ้นกู้ ที่มีตัวเงินสูง ถึง 27,000 ล้านดอลลาร์ นั้น จะต้องมี สัดส่วน 90% ที่เข้าร่วม การแลกหุ้น บริษัท จึงจะอยู่รอดได้ ไม่เช่นนั้น ก็จะต้อง ยื่นขอ ล้มละลาย

ทั้งนี้สิ่งที่ จีเอ็ม เสนอ แลกเปลี่ยน กับ ผู้ถือหุ้นกู้ ก็คือ จะให้หุ้นของ บริษัท ที่ผ่าน การปรับโครงสร้าง แล้ว เป็นจำนวน 10%

ตัวแทน ของ ผู้ถือหุ้นกู้รายใหญ่ ของ จีเอ็ม เรียกข้อเสนอนี้ว่า ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับ สิ่งที่ จีเอ็ม เสนอให้กับ สหภาพแรงงาน

เรื่องที่ ชี้ให้เห็นชัดว่า ทั้งสองฝ่าย มีจุดยืนที่ แตกต่างกันมากขนาดไหน ก็คือ พวกผู้ถือหุ้นกู้ ได้เสนอกลับว่า ต้องการได้ถือหุ้น ส่วนข้างมากใน บริษัทจีเอ็ม ใหม่ โดยที่ ฐานะ การมีอำนาจควบคุม บริษัทใหม่ ได้เช่นนี้ คือสิ่งที่ จีเอ็ม เสนอไปแล้วว่า จะยกให้แก่ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ

หลังจากที่ กระทรวงการคลัง ได้ปล่อยเงินกู้อัดฉีดให้แก่ จีเอ็ม รวมเป็นเงิน 15,400 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ ต้นปีนี้มา ทางกระทรวง จึงจะเป็นเจ้าของ จีเอ็มใหม่ อย่างน้อยที่สุด 50% ทั้งนี้ ตามเงื่อนไข ที่บริษัท เสนอออกมา

ในส่วน สหภาพแรงงาน ยูเอดับเบิลยู นั้น จีเอ็ม เสนอจะให้ หุ้น ร่วม 40% ของ บริษัทใหม่ แก่ ทรัสต์ของ สหภาพแรงงาน นี้ แลกกับ การที่ทางสหภาพแรงงาน ยินยอมให้จ่ายหนี้ที่ จีเอ็ม ค้างอยู่ 10,000 ล้านดอลลาร์ ในรูปของหุ้น แทนที่ จะเป็นเงินสด

“ความพยายาม ที่จะให้ ผู้ถือหุ้นกู้, สหภาพแรงงาน, ดีลเลอร์ และ เจ้าหนี้รายอื่น ๆ ให้เห็นด้วยกับ แผนปรับโครงสร้าง เป็นเรื่องยากมาก” บ๊อบ กอร์ดอน ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการปรับโครงสร้าง องค์กร ธุรกิจ แห่ง คลาร์ค ฮิลล์ กล่าว

กรณีของ ไครสเลอร์ ซึ่งกลายเป็น การล้มละลาย ที่ใหญ่เป็น อันดับหก ของ สหรัฐฯ ไปแล้ว ถูกมองจาก บรรดานักวิเคราะห์ และ เจ้าหน้าที่รัฐบาล ว่าจะเป็น แนวทางตัวอย่าง ของ จีเอ็ม

ไครสเลอร์ ได้ยื่นต่อศาล ขอเข้าสู่ภาวะล้มละลาย เมื่อวันที่ 30 เมษายน และ ศาลก็อนุญาตให้ บริษัท ขายสินทรัพย์ เกือบทั้งหมด ออกมา ให้แก่ บริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งจะมี เฟียต (Fiat) แห่งอิตาลี เป็นผู้นำ ในการบริหารงาน อันเป็นการเปิดทางให้ มีความเป็นไปได้ ที่จะ เดินหน้าเรื่องต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้น ภายในเวลา น้อยกว่า 60 วัน

จีเอ็ม กล่าวเมื่อ สัปดาห์ที่แล้วว่า อาจจะต้อง เดินตามรอย ของไครสเลอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขายสินทรัพย์ ที่ดีออกมาให้เร็วที่สุด แต่ นักวิเคราะห์ ก็มองกันว่า ขั้นตอน ของ จีเอ็ม น่าจะยากลำบากกว่า ไครสเลอร์ เพราะขนาดของ จีเอ็ม ใหญ่กว่า ไครสเลอร์ มาก รวมทั้ง สถานการณ์ ก็ซับซ้อนกว่ากันมากนัก

ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ (18) ก็มีข่าวออกมาว่า จีเอ็ม, ผู้ถือหุ้น และ สหภาพแรงงาน ก็ยังมีความเห็น ไม่ลงรอยกัน ในเรื่อง การปรับโครงสร้างบริษัท หลายอย่าง รวมทั้ง การปิดโรงงาน 16 แห่ง ในสหรัฐฯ ด้วย ซึ่งยิ่งทำให้เห็นชัดเจน ขึ้นว่า จีเอ็ม อาจไม่สามารถหลีกเลี่ยง การเข้าสู่ภาวะล้มละลายได้

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 20 พฤษภาคม 2552 00:27 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญ ชี้จะยุ่งกว่า “ไครสเลอร์” ด้วย



Related links : เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง
More trouble ahead ?
Dealers could be in for more trouble if General Motors files Chapter 11

GM dealers who thought they had months to wind down their businesses after being told the automaker plans to drop them could face much speedier shutdowns if GM files for Chapter 11. Full Story from flag (150 x 30)


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

February 7, 2009

“สนธิ” จวก “จงรัก” แฉ 3 เครือข่าย ขายวิญญาณให้ “ทักษิณ”

Filed under: การประชุมอาเซียน,การเงินของโลก,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ก่อความไม่สงบ,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คอร์รัปชั่น,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,พันธมิตรประชาชน,ภาคการเงินของโลก,วิกฤติ,หมายจับ,หมิ่นเบื้องสูง,อาชญากรรม,เสื้อแดง — accomthailand @ 06:51
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

“สนธิ” แฉ 3 เครือข่าย หนุน “นช.แม้ว” จวก “จงรัก” ขายวิญญาณให้ “ทักษิณ”
สนธิ แฉ 3 เครื�ข่าย หนุน นช.แม้ว

สนธิ แฉ 3 เครือข่าย หนุน นช.แม้ว


“สนธิ” ชำแหละเครือข่าย “ระบอบแม้ว” แฉ “พรรคร่วม” ตีสองหน้า แอบสบคบคิด “ทักษิณ” ขณะที่ “ตำรวจ” เอียงข้างปล่อย “ม็อบเสื้อแดง” บุกตี “พันธมิตรฯ” อัดยับ “จงรัก ซานติก้า” เก่งแต่ดำเนินการ กับ “สนธิ” แต่ไม่ดำเนินคดี หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กับ “ม็อบถ่อย” สุดช้ำ ตร.สั่งไม่ฟ้องคดี “เสื้อแดง” บุกทำลาย “บ้านป๋าเปรม”


รายการ “พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย” ออกอากาศทาง เอเอสทีวี-ทีวี ของประชาชน ช่วงเวลา 20.30-23.00 น. วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2552 พบกับ การปราศรัย ของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”

คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” (256 K)
จาก manager multimedia


สนธิ – พี่น้องครับ วันนี้มีเรื่องพูด เยอะเหลือเกิน ผมเลยต้องพูด 2 ช่วง เรื่องที่จะพูดนั้นมีอยู่ประมาณ 3-4 เรื่อง ผมจะมาออกรายการทุกๆ วันศุกร์ กับพี่น้อง เป็นประจำนะครับ

ก่อนจะเข้าสู่เรื่อง ขออนุญาตนิดหนึ่ง พูดเรื่องข่าว ที่จะเรียกว่าประชาสัมพันธ์ก็ได้ หรือจะเป็นข่าว ที่จะขอร้องกันก็ได้ พี่น้องนอกจาก คอนเสิร์ตการเมือง ที่พี่น้องหลายท่าน จะไปกัน และหลายจังหวัด จัดกันแล้ว ยังมี คอนเสิร์ตอีก 2 ครั้ง เป็น คอนเสิร์ตดนตรี ที่ผมต้องขอร้อง พี่น้องกัน คอนเสิร์ตแรกคือ คอนเสิร์ตของ แฮมเมอร์ วันที่ 21 กุมภาพันธ์

ผมอยากจะเชิญชวนพี่น้อง ที่ฟังข่าวนี้ ฟังเรื่องฟังราวนี้ ไปกันให้หมด เพราะว่า แฮมเมอร์ วงดนตรีที่ไม่เคยหลบ แอบ ในเรื่องของจุดยืน ในการรัก พระมหากษัตริย์ นะครับ แฮมเมอร์อยู่กับเรามาตลอด

ตั้งแต่ รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่สวนลุมพินี เรื่อยมา จนกระทั่งฝ่าดงลูกปืน ระเบิด ฝ่าความชั่วร้าย ร่วมต่อสู้กับ พวกสัตว์นรกทั้งหลาย จนกระทั่ง วันนี้ 30 ปี ของ แฮมเมอร์ นั้น พวกเรา ถ้าต้องการแสดงน้ำจิตน้ำใจให้ แฮมเมอร์ เราไปกันให้เต็ม อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก


เรื่องที่ 2 คือ รายการเวที พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จากนี้ไป ในห้องส่ง จะไม่มีแล้ว จะมี เฉพาะวันศุกร์ที่นี่ วันศุกร์ เท่านั้นเอง

ส่วนรายการในห้องส่งนั้น ก็จะเปลี่ยนไป คุณแอน จินดารัตน์ จะมาในมาดใหม่ใน รายการ ที่เรียกว่า “แอน-จินดารัตน์” เป็นรายการคุณแอน จินดารัตน์ มีรายการ “คนในข่าว” “ค.คนคอข่าว” ซึ่งจะเป็น เรื่องเศรษฐกิจ ต่างประเทศ สังคม และ เตรียมพบกับ รายการคุณภาพ “ตัวโน้ตพันธมิตร” คนจัดทำคือ นักร้องพันธมิตรฯ ชื่อ มิเกล

และเตรียมพบกับ รายการออดิชั่น นักแสดง และ นักร้องหน้าใหม่ ของ เอเอสทีวี ที่ พี่ตั้วเป็นคนจัดนะครับ ผมอยากจะฝากผ่านเวทีนี้ไปยัง พ่อแม่พี่น้อง ชาวพันธมิตรฯ อเมริกา USA ที่ลอสแองเจลิส และทุกๆแห่ง

ASTV ได้จัดรายการ พันธมิตรฯ ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไปที่ สหรัฐอเมริกา เพื่อจะไปขอบคุณ คนไทยในอเมริกา ที่เป็นกำลังใจมาให้เรา ตลอดหลายปี และ ก็ร่วมส่งเงินส่งทอง และ จัดกิจกรรมร่วมกัน การไปครั้งนี้ เราจะไป 40 กว่าชีวิต และ

6 กุมภาพันธ์ 2552 พบกับ การปราศรัย ข�ง นายสนธิ ลิ้มท�งกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่�ประชาธิปไตย

6 กุมภาพันธ์ 2552 พบกับ การปราศรัย ของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย


จะเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ ที่แกนนำ ทั้ง 5 คน รุ่น 1 และรุ่น 2 ไปด้วย ยากที่สุด แต่สำเร็จแล้ว คือการเชิญ พี่จำลอง ศรีเมือง ไป

และในที่สุด พี่จำลอง ก็ยอมไป การไปครั้งนี้ พวกเรา จะขอความร่วมมือไปที่ พันธมิตรฯ USA ที่ แอลเอ นะครับ แล้วอีกหลายๆกลุ่ม ที่รักชาติ รักบ้านรักเมือง เหมือนกัน มาร่วมงานกัน และ ก็ขอให้มาช่วยงาน ที่พวกเราไปจัดกันครับ

เหตุผลที่เราไปจัดที่ แฟร์กราวน์ ที่ลอสแองเจลิส นั้น แทนที่จะไปจัดในที่เก่า ที่เราเคยจัด มีหลายท่านถามว่า ทำไมเราไม่ไปจัดที่ สนามม้าฮอลลีวูด ปาร์ก ผมก็กราบเรียนพ่อแม่พี่น้องว่า ที่ไม่ไปที่ตรงนั้น ก็เพราะว่า เป็น สถานการพนัน และ พี่ จำลอง ศรีเมือง คงไม่ไปแน่นอนนะครับ

การไปครั้งนี้จะไป คอนเสิร์ต วันที่ 14 ก็อยากจะเรียนพี่น้อง ที่อยู่หลายๆ เมืองว่า ตามที่มีข่าวว่า มีคนไปบอกว่า อย่าได้มาที่ แอลเอเลย วันที่ 14 เพราะ หลัง วันที่ 14 แล้ว จะมี คุณสำราญ รอดเพชร คุณประพันธ์ คูณมี และ คุณพิเชฐ พัฒนโชติ นั้นจะเดินสาย ไปตามเมืองต่างๆ นั้น ไม่มีแล้วนะครับ

เพราะว่าทั้ง คุณประพันธ์ คูณมี คุณสำราญ รอดเพชร และ คุณพิเชฐ พัฒนโชติ อยากให้ พี่น้องในอเมริกา มาชุมนุมกันที่ แอลเอ มากที่สุด เพราะฉะนั้นแล้ว ที่มีข่าวว่า จะไปพูดตามที่ เมืองโน้นเมืองนี้ ในข้อเท็จจริงแล้ว ไม่มีนะครับ อย่าไปเชื่อ ข่าวที่ไหน เป็นอันขาดนะครับ เพราะฉะนั้น ข่าวนี้ ผมก็เลยถือโอกาสแจ้งผ่าน เอเอสทีวี มายังที่ พ่อแม่พี่น้อง พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยใน ยูเอสเอ


และ ต้องขอขอบพระคุณ พันธมิตรฯ ยูเอสเอที่ แอลเอ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มไหนก็ตาม ขอให้ละทิ้ง ความมี อคติส่วนตัวกัน เอาส่วนรวม เป็นที่ตั้ง แล้วมาร่วมมือกัน ทำให้งาน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย มาเยือน usa นั้น เป็นงาน ที่ประสบความสำเร็จ และก็แสดงให้เห็นถึง พลังของคนไทย ในต่างแดนนั้น ไม่แตกแยกกันเด็ดขาด เมื่อมาถึง เรื่องของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ราชบังลังก์ ครับ


พี่น้องครับ มีอีกโครงการหนึ่ง ซึ่ง ASTV และพันธมิตรฯ จะร่วมกันทำ เพื่อพ่อแม่พี่น้อง คือ โครงการ ทวงภาษี และ ทรัพย์สิน ของ คนไทย กลับคืนมา นะครับ

ASTV และพันธมิตรฯ จะร่วมกันทำ เพื่�พ่�แม่พี่น้�ง คื� โครงการ ทวงภาษี และ ทรัพย์สิน ข�ง คนไทย กลับคืนมา

ASTV และพันธมิตรฯ จะร่วมกันทำ เพื่อพ่อแม่พี่น้อง คือ โครงการ ทวงภาษี และ ทรัพย์สิน ของ คนไทย กลับคืนมา


สืบเนื่องมาจาก ปี พ.ศ.2540 ที่มี คณะกรรมการปฏิรูปทางการเงิน คือ ปรส. เกิดขึ้น ได้มีการขาย ทรัพย์สินของ คนไทยในราคาถูก ให้ต่างชาติ อย่างไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย กองทุนเหล่านี้ จะประมูลหนี้ไป ในราคาต่ำ และ ไปเรียกคืนหนี้ กับลูกหนี้คนไทย เอารัดเอาเปรียบ จนคนไทย จำนวนมาก ต้องล้มละลาย สิ้นเนื้อประดาตัว และ มีอีกที่ต้องฆ่าตัวตาย

บัดนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ส่งฟ้องคดี อดีตผู้บริหาร ปรส.แล้ว ที่ทำผิดกฎหมาย ก็เลยทำให้ พวกกองทุน ที่ปล้นคนไทย ทั้งหลาย เร่งทวงหนี้ และ เร่งฟ้องล้มละลาย ลูกหนี้คนไทย เพื่อเร่งเอาทรัพย์สิน ขายทอดตลาด และ เตรียมขนเงิน ออกนอกประเทศ

กองทุนเหล่านี้ สมคบกับ ก.ล.ต. กรมสรรพากร หลีกเลี่ยงภาษีไป นับแสนล้านบาท โดยที่ ชาติไม่ได้อะไรเลย แท้ที่จริงแล้ว การรู้ไม่เท่ากัน กระบวนการฉ้อฉล ทำให้เจ้าหนี้ อีกเยอะ ต้องแพ้คดี แต่เจ้าหนี้ ที่รู้เท่าทันขบวนการนี้ ทุกคนสู้คดี และ ชนะหมด ศาลยกฟ้องหมด ชนะหมดเลย นะครับ

เพียงแต่น่าเสียดาย คนที่รู้ไม่เท่าทัน เพราะว่าเข้าไม่ถึง ข้อมูลข่าวสาร ถ้าพิสูจน์ความจริงได้ ก็สามารถ จะกลับลุกขึ้นยืนมาใหม่ได้ และ ยังได้รับ ทรัพย์สินของตัวเอง กลับคืนมา ด้วยความเป็นธรรม

น่าเสียดาย เวลามันผ่านมานานแล้ว จนกระทั่งมัน จะหมดอายุความ กลางปีนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ร่วมกับ ศูนย์ประสานงาน ลูกหนี้แห่งชาติ จะร่วมกันทำ โครงการทวงคืน ภาษี และ ทรัพย์สินของคนไทย กลับคืนมา

เราจะมีรายการนี้ทาง เอเอสทีวี ประมาณกลางเดือนนี้ เพื่อบอกให้ประชาชน รู้เท่าทันข้อมูล ในการต่อสู้ภารกิจศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ หมายความว่า เราจะสอนวิธีสู้ว่า พวกนี้ผิดกฎหมายอย่างไร ว่าพวกนี้ฉ้อฉล เราอย่างไร และ เราจะเปิดให้มีการลงทะเบียน เพื่อแต่งตั้ง ทนายความ ในการฟ้องกลับ กองทุน ที่มิชอบด้วยกฎหมาย ให้ถึงที่สุด และ ทวงทรัพย์สิน ของคนไทย กลับคืนมา ด้วยความเป็นธรรม และเราก็จะดำเนินคดี กับเจ้าหน้าที่ใน กรมสรรพากร ก.ล.ต. ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยอมเรียก กองทุนปล้นชาติ ที่ไม่ยอมจ่ายภาษีให้กับรัฐ นั่นคือสิ่ง ที่เราจะทำนะครับ

เพราะฉะนั้น ภารกิจหน้าที่ของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นี่คือภารกิจ ที่จะต้องรับผิดชอบ กับชีวิตความเป็นอยู่ ของ พ่อแม่พี่น้อง ที่ไม่ได้รับ ความเป็นธรรม ในทุกรูปทุกแบบ เราไม่ใช่เพียงเป็นแต่ ภาคประชาชน ที่มาต่อสู้ ในทางการเมือง เท่านั้น อันนี้คือ ความไม่เป็นธรรม ที่เกิดขึ้นจาก การเมือง ยกตัวอย่าง บริษัท ธนาคารเกียรตินาคิน เจริญเติบโต มาด้วยการไล่ซื้อหนี้ ของ ปรส. และ ลูกเขยของ เกียรตินาคิน ก็ชื่อ พงศ์เทพ เทพกาญจนา

 คนไทยถูกเหยียบย่ำมา ตั้งแต่ปี 2540 จากการ ลดค่าเงินบาท ซึ่งคนซึ่งลดค่าเงินบาทนั้น ชื่� ทนง พิทยะ และมีความเชื่� โดยที่ ศาลฎีกา ได้พิพากษา ยกฟ้�ง คุณสุเทพ เทื�กสุบรรณ ที่ คุณสุเทพ พูดบ�กว่า คุณทักษิณ รับรู้เรื่�งนี้จาก คุณโภคิน พลกุล ก็เลยทำให้ คุณทักษิณ ร่ำรวยจาก การลดค่าเงินบาท

คนไทยถูกเหยียบย่ำมา ตั้งแต่ปี 2540 จากการ ลดค่าเงินบาท ซึ่งคนซึ่งลดค่าเงินบาทนั้น ชื่อ ทนง พิทยะ และมีความเชื่อ โดยที่ ศาลฎีกา ได้พิพากษา ยกฟ้อง คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ คุณสุเทพ พูดบอกว่า คุณทักษิณ รับรู้เรื่องนี้จาก คุณโภคิน พลกุล ก็เลยทำให้ คุณทักษิณ ร่ำรวยจาก การลดค่าเงินบาท

ตอนที่ คุณพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ได้มีการดำเนินการให้ กรมบังคับคดี เปลี่ยนแปลง ระเบียบข้อบังคับ หลายอย่าง เพื่อเอื้อประโยชน์กับ เจ้าหนี้

เพราะฉะนั้นแล้ว จะเห็นได้ชัดว่า คนไทยถูกเหยียบย่ำมา ตั้งแต่ปี 2540 จากการ ลดค่าเงินบาท ซึ่งคนซึ่งลดค่าเงินบาทนั้น ชื่อ ทนง พิทยะ และมีความเชื่อ โดยที่ ศาลฎีกา ได้พิพากษา ยกฟ้อง คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ คุณสุเทพ พูดบอกว่า คุณทักษิณ รับรู้เรื่องนี้จาก คุณโภคิน พลกุล ก็เลยทำให้ คุณทักษิณ ร่ำรวยจาก การลดค่าเงินบาท

ยังไม่พอ 4 ปีให้หลัง พอเขามีอำนาจ เขาก็ใช้อำนาจนี้ มาสร้างเครือข่าย เพื่อดึงเอาทรัพย์สินต่างๆ ของพ่อแม่พี่น้อง ที่พวกเขาไปประมูลซื้อมา ในราคาถูก แล้วก็มาบีบขาย ให้พ่อแม่พี่น้อง เหมือนกับว่า กองทุนบ้าน อสังหาริมทรัพย์ หรือ รถยนต์ มูลค่า 100 บาท เขาซื้อมาใน ราคา 30 บาท และ เขาบังคับให้ พ่อแม่พี่น้อง จ่ายเขาคืนใน มูลค่า 100 บาทเต็ม อย่างนี้ตลอดเวลา

หรือว่า การประมูลที่ดิน ของ กรมบังคับคดี เขาจะไม่ให้สิทธิ์ลูกหนี้ ในการค้าน เขาบอกค้านได้ 1 ครั้ง ครั้งที่ 2 ค้านไม่ได้ ครั้งที่ 2 ราคา 100 บาท ลดเหลือ 50 บาท ครั้งที่ 3 ราคา 50 บาท ลดเหลือ 25 บาท จะลดโดย อัตโนมัติ แล้วเขาก็ไปตั้ง บริษัทนอมินี เป็นสิบๆ ร้อยๆ บริษัท ไล่ซื้อ ทรัพย์สินนี้ คืนเข้ามาสู่มือเขา

พี่น้องรู้ไหมว่าบริษัทอะไร เป็นเจ้าของที่ดิน ที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย บริษัท เอสซี แอสเสท พ่อแม่พี่น้อง รู้หรือเปล่าว่า มีที่ดินอยู่ในบริษัท ในเครือเขา สิบๆบริษัท มีที่ดิน ที่เป็นที่นา เกือบ 500,000 ไร่ และ นั่นคือที่มาของ การขายที่นา ให้ แขกซาอุฯ จำได้หรือเปล่าพี่น้อง เห็นไหม นักศึกษามหาวิทยาลัยราชดำเนิน ต้องไม่โง่ พี่น้องครับ เดี๋ยวผม จะร้องเพลงหนึ่ง แต่อย่าตบมือตาม นะครับ ห้ามตบมือ ตามเด็ดขาด ขอร้อง อย่าตบมือตาม

“โปรดอย่าถาม ว่าฉันเป็นใครเมื่อในอดีต และ โปรดอย่าถามว่า อดีตฉันเคยรักใคร รู้ไว้อย่างเดียว เดี๋ยวนี้รักแม้ว รักแม้วตลอดไป รักมากเพียงไหน กำหนดไว้ได้ ด้วยเงินที่ให้ฉัน” พี่น้องครับ เพลงที่ชื่อว่า “จงรัก”

พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ ชื่อ เล่น ชื่อ ปุ๊ก เป็นลูกที่มี พี่น้อง 2 คน เรียนจบธรรมศาสตร์ รุ่นเดียวกับใครรู้ไหม วีระ มุสิกพงศ์ รุ่นเดียวกับ คนดังๆ ในสังคมทั้งนั้น ลอยเลื่อน บุนนาค รองปลัด ที่ฟ้องพันธมิตรฯ เรื่องยึดทำเนียบ รุ่นเดียวกับ ชูศักดิ์ ศิรินิล จำได้ หรือเปล่า รุ่นเดียวกัน จงรัก มีบ้านหลังมหึมา อยู่ที่ จ.ชลบุรี มหาศาล จงรัก เป็นคนที่แสดงออกถึง ความจงรักภักดี ต่อระบอบ ทักษิณ ในสมัยที่เป็น ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2

พี่น้องที่อยู่พัทยา ชลบุรี จำได้ใช่ไหม ว่าคนๆนี้ ขัดขวาง การชุมนุมของเรา ทุกวิถีทาง สั่งย้ายตำรวจ ที่เปิดโอกาสให้ ประชาชน เข้ามาร่วมชุมนุม นอกจาก สั่งย้ายแล้ว ยังหาเรื่องหาราว ดำเนินคดี จงรัก จุฑานนท์ เป็นคนที่เคยได้รับ พระมหากรุณาธิคุณ อย่างสูงสุด จาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ให้ พระองค์ท่านเป็นคนติดยศให้

แต่ต่อกรณีของ การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อย่างร้ายแรง และรุนแรง ของกลุ่มเสื้อแดง หลายๆคน คุณจงรัก ไม่เคยแสดงออก เหมือนกับ ที่มาแสดงออก กับ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย

ผมไม่เคยเห็น คุณจงรัก ลุกขึ้นมาแล้วบอก คุณวีระ มุสิกพงศ์ ว่าการพูดจาแบบนี้ เป็นการพูดจาซึ่ง หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ต้องดำเนินคดี อย่างเด็ดขาด

ผมไม่เคยเห็น คุณจงรัก ออกมาบอกว่า คุณจักรภพ เพ็ญแข ที่ไปพูดที่ สนามหลวง นั้น เป็น การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผมไม่เคยเห็น คุณจงรัก พูดถึง พวกเสื้อแดง อีกหลายต่อหลายคน

แต่พอ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เอาเรื่อง ดา ตอร์ปิโด หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาเล่าให้ประชาชนฟัง คุณจงรัก ออกอาการ เป็นงิ้วเลย ดำเนินคดี นายสนธิ ทันที

พี่น้องครับ พี่น้อง ยังคงไม่รู้ว่า คดีที่ พวก นปช. นปก. บุกบ้านป๋าเปรม ไปพูดจาหยาบคาย ขว้าง ทำลายบ้าน ป๋าเปรม พี่น้อง รู้หรือเปล่าว่า คดีไปถึงไหนแล้ว อยากรู้มั้ย ตำรวจเขาสั่งไม่ฟ้อง พี่น้อง

ผมอยากจะถาม คุณจงรัก ว่า คุณมีส่วนเกี่ยวข้อง ในการสั่งไม่ฟ้อง หรือเปล่า ที พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ไม่มีคดีไหน ที่เขาสั่งไม่ฟ้อง เขาสั่งให้เร่งฟ้อง ผมคงไม่พูดถึง คุณจงรัก โดยไม่มีหลักฐาน ไม่มีเหตุผล ผมอยากจะตั้งชื่อ คุณจงรัก วันนี้ว่า จงรัก ณ ซานติก้า

พี่น้องจำได้หรือเปล่าว่า คุณจงรัก เขาบอกว่า เขาจะเอา ปปง. ไปตรวจสอบ บริษัทห้างร้าน ที่มาสนับสนุน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย และ พี่น้องรู้ไหมว่า คุณจงรัก ไม่ทราบ คุณรู้หรือ คุณแกล้งไม่รู้ว่า ซานติก้านั้น มีเงินสด 20 ล้านบาท เข้าบัญชี โดยไม่มีที่มาที่ไป เข้าข่าย ปปง. ต้องตรวจสอบ ทำไมคุณไม่ตรวจสอบบ้างล่ะ ทำไมคุณไม่พูดถึงเลย

ล�งคิด ในมุมกลับ ถ้า คุณพีระพันธ์ ไม่ได้เป็น รัฐมนตรียุติธรรม และ คุณพีระพันธ์ ไม่มีความกล้าหาญพ� จะมาส�บสวน เรื่�งนี้ สราวุธ ติดคุกหัวโตเลย

ลองคิด ในมุมกลับ ถ้า คุณพีระพันธ์ ไม่ได้เป็น รัฐมนตรียุติธรรม และ คุณพีระพันธ์ ไม่มีความกล้าหาญพอ จะมาสอบสวน เรื่องนี้ สราวุธ ติดคุกหัวโตเลย


วันที่ 1 มกราคม เขาบอกว่า เขาจะตรวจสอบเรื่อง ไฟไหม้ที่ผับ ซานติก้า เขาบอก 7 วันเสร็จ

วันที่ 2 มกราคม เขาพูดจา แบบเห็นใจเจ้าของ เขาบอกว่าจาก พยานหลักฐาน น่าจะเป็นจาก จุดที่มาจากเวที แต่ต้องหาหลักฐาน ส่วนทาง เจ้าของ กำลังรออยู่ ทราบว่า ได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน แล้วก็ พูดโกหกต่อ ที่เขาเปิดขณะนี้ ก็อาศัย อำนาจของศาลปกครอง ซึ่งไม่จริงนะครับ

วันที่ 4 มกราฯ หลังจากที่ เสี่ยข่าว หรือ นายวิสุข มาพบ เขาก็พูดบอกว่า จะพิจารณาดำเนินคดี และ ประมาทเป็นเหตุให้ ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ ปล่อยให้ เด็กอายุ 20 ปี เข้าใช้บริการ แล้วกล่าวต่อ

ส่วนการพิจารณาดำเนินคดี ข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ ผู้อื่นถึงแก่ความตายนั้น จะเร่งรวบรวมหลักฐาน ยังไม่มีการแจ้งความ ดำเนินคดีกับ นายวิสุข แต่อย่างไร แล้ว ก็ชี้ทางออกเรียบร้อยแล้ว แนวโน้ม น่าจะเกิดจาก เอฟเฟกต์บนเวที รู้ไปหมด รู้แม้กระทั่งว่า พันธมิตรฯ มีปืน มีระเบิด ส่งประดาน้ำ ไปดำ ในคลองแล้ว ก็เจอแท่งเหล็ก แป๊ปกับไม้

ระหว่างความรู้ที่ คุณจงรัก มีต่อ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยนั้น มันสะท้อนให้เห็นถึง การรับใช้ระบอบ ทักษิณ อย่างไม่ลืมหูลืมตา กับการซึ่งคุณ มาตรวจสอบคดี กรณีซานติก้า นี้ จะต้องเห็นชัด

คุณจงรักพูดต่อ วันที่ 12 มกราคม หลังจากนี้ พนักงานสอบสวน จะได้ทำการสอบสวนเพิ่มเติม ว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้อง ที่จะต้องรับผิดชอบ เพิ่มเติมบ้าง เช่น คนจุดพลุ หรือ คนทำเอฟเฟกต์ จะต้องร่วมรับผิดชอบ อย่างแน่นอน เอาล่ะสิ เห็นหรือยัง ปูพื้นฐาน ให้เรียบร้อยแล้ว เสี่ยขาว หุ้นส่วน โดน โดนหมด แต่ว่าผิด ที่คนจุดพลุ และคนทำเอฟเฟกต์ ใช่มั้ย เห็นมั้ย นี่คือ วิธีการสร้างรูปแบบ ให้มันชัดเจน เหมือนอย่าง ตอนที่สร้างรูปแบบ เพื่อดำเนินการ กับ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ว่าเป็น ผู้ก่อการร้าย

14 มกราคม 2 วันให้หลัง คุณจงรัก พูดอีก สำหรับสาเหตุของ เพลิงไหม้ มีความชัดเจน มากขึ้น ว่าน่าจะเกิดจาก การจุดดอกไม้ไฟ ไม่ใช่เอฟเฟกต์ เอาล่ะ เริ่มตั้งธงแล้วนะ เริ่มตั้งธง จะออกยังไง

วันที่ 27 มกราคม 2552 สองอาทิตย์ ที่ผ่านมา วันนี้ได้จับกุม นายสราวุธ ผู้ต้องหา ในคดีคนสุดท้าย ซึ่งเป็นคนที่ 6 และ เป็นคนสำคัญที่สุด ธงตั้งไว้แล้ว ว่ามึงต้องโดน แล้วคนอื่น ข้อหาเบาไป มึงโดนคนเดียว เนื่องจากมี พยานหลักฐาน

จำไว้นะพี่น้อง คำพูดนี้นะ เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน และ ระบุว่า นายสราวุธ เป็นคนใช้ ไฟแช็กจุดพล ุในคืนวันเกิดเหตุ ใช้เวลาประมาณ 30 วินาที ตั้งค่าตัว ไว้ 1 ล้าน ให้ประกันตัวไป นายสราวุธ ก็งง เพราะว่า นายสราวุธ มันก็บอกว่า มือซ้ายมันถือไมโครโฟน มือขวา มันล้วงกระเป๋า แล้ว มันจะจุดพลุได้อย่างไร นอกจากว่า มันไม่รูดซิปแล้ว มันเอาคิกคาปู้ มาจุด

มันงงน่ะ พี่น้อง มันงง เป็นไก่ตาแตก มันประกันตัว ออกไปแล้ว มันยังเดินไม่ถูกทางเลย มันก็กลับไปบ้าน มันทดลองดูแล้ว ก็มองดู แล้วมัน ก็บอกว่า มึงจุดได้ หรือเปล่าวะเนี่ย

พี่น้องครับ ที่ต้องพูดเรื่องนี้ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะเวลา เรามีเรื่องกัน คุณจงรัก มาหาเรื่องเราทุกเรื่อง คุณจงรัก จะเป็น คนแสนรู้มาก ว่าเรา ซ่อนอาวุธ ที่ตรงนั้น คนของเรา มีระเบิดอยู่ในมือ แล้วระเบิดในมือ ระเบิด ประเทศซิมบับเวซิ มันระเบิดแล้ว มือแค่ขาด อย่างเดียว ตัวไม่เป็นไร มันเป็น ระเบิดอัจฉริยะ ใช่ไหมพี่น้อง พูดก็ไม่ได้คิด

นอกจากนั้นแล้ว รู้หมดว่า เราเป็น ผู้ก่อการร้าย ต้องเอา ปปง. ตรวจสอบ รู้ไปหมดทุกอย่าง ไม่รู้อยู่อย่างเดียวว่า ไอ้ผับนี้ ตำรวจทองหล่อ รับเงิน รับทอง อยู่ทุกวัน

ไม่รู้อยู่อย่างเดียว ตำรวจ สน.ทองหล่อ รับเงิน จ่ายรายเดือน จ่ายให้เป็นแสน ผับซานติก้า โดนคดีไป 47 คดี ในอดีต แต่ ไม่มีคดีไหน ถึงที่สุดเลย สักคดี พี่น้อง พอเราไปเถียง คุณจงรัก ออกข่าว ประชาชนทั่วไป ที่ไม่รู้เรื่อง ก็บอกว่า ต้องเชื่อ คุณจงรัก เพราะว่า พันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย มันเป็นตัวป่วน ใช่ไหม ก็มามองเรา ในรูปแบบนี้ เราก็เลยตกอยู่ใน สถานภาพ ที่เสียเปรียบ มาโดยตลอด จนกระทั่ง มีคนที่ชื่อ พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม คุณพีระพันธ์ บอกว่า เดี๋ยวก่อน ที่คุณบอกมานี่ ที่ตำรวจกล่าวหา นายสราวุธ มาเนี่ย มันเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าใน วิดีโอ มันเห็นชัด ว่า สราวุธ มันอย่างนี้อยู่ ใช่หรือเปล่า แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น มันเป็นไปได้อย่างไร

นายพีระพันธ์ เขาสอบต่อจาก ดีเอสไอ เขาบอกว่า ไอ้ซานติก้า มันมีเงินสด เข้ามา 20 ล้าน ไม่มีที่มาที่ไป แล้วถ้า ดีเอสไอ เขาสอบได้ แล้วทำไม คุณจงรัก สอบไม่ได้ แสดงว่า มาตรฐานที่ คุณจงรัก ใช้ มันโลโซเหลือเกิน

ด้วยเหตุนี้ ก็เลยสรุปได้หรือเปล่าพี่น้อง สรุปได้หรือเปล่าว่า สิ่งที่ คุณจงรัก พูดถึง พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย นั้น โกหกทั้งเพ นี่คือ บทพิสูจน์

ปรากฏว่า คุณจงรัก หลัง 31 ธันวาคม 1 มกราคม มาเรื่อยๆ จนสิ้น มกราคม ต้องการเป็น พระเอก โชว์หน้าขาววอก ออกเวที ตลอด มีหลักฐาน อันโน้นอันน ี้เสร็จเรียบร้อย ให้สัมภาษณ์ ตลอด พูดด้วยตัวเอง

พอ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม สวนกลับมาแบบนี้ แล้วนายกรัฐมนตรี ให้ดึงคดีนี้ ออกจาก มือตำรวจ มาใส่ที่ ดีเอสไอ นักข่าวไปถาม คุณจงรัก บอก คุณมาถามอะไรผม คุณไปถาม ท้องที่ซิ แล้วเขาส่งเรื่อง มาถึงผม ก็คุณให้สัมภาษณ์ มาทุกวัน พอเขามาถามคุณ คุณก็เสือกบอก กลับไปถาม ท้องที่ซิ ผมไม่ได้พูด พี่น้อง เห็นหรือยัง

ผู้สื่อข่าว ได้สอบถาม พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. เพื่อสอบถาม เกี่ยวกับเรื่องคดีนี้ หลังจากที่ รัฐมนตรียุติธรรม ได้มาเปิดเผยว่า นักร้องวงเบิร์น สราวุธ ไม่ใช่เป็นผู้จุดเพลิง

พล.ต.อ.จงรัก พูดอย่างมีอารมณ์ว่า ผมเอง อยู่ต่างจังหวัด ยังไม่ทราบ รายละเอียด เกี่ยวกับ เรื่องนี้ ให้ไปสอบถาม ตำรวจพื้นที่ ที่เกิดเหตุ อย่าข้ามขั้นตอน มาถาม รอง ผบ.ตร. ทั้งที่เมื่อก่อน ให้สัมภาษณ์ด้วยตัวเอง ตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าว อ้างอิงคำพูด รัฐมนตรียุติธรรม ที่ว่า นักร้องนำวงเบิร์น เป็น แพะ แพะ แพะ พล.ต.อ.จงรัก กล่าวต่อว่า คุณพูดเองนะ พูดรุนแรง ไป หรือ เปล่า ผมจะไม่ตอบคำถามอะไรทั้งนั้น เพราะยังไม่รู้เรื่องรายละเอียด ตอนนี้เสือกไม่รู้เรื่องรายละเอียด แต่ก่อนหน้านั้นรู้ไปหมด รู้แม้กระทั่ง นายสราวุธ มันใช้ กิ๊กกะปู้ จุดพลุ พี่น้อง รู้ใช่ไหม กิ๊กกะปู้ อะไร

พี่น้องครับ พี่น้อง เฮฮาสนุกสนาน พี่น้องหยุดสนุก สักพักหนึ่ง พี่น้อง ลองมองย้อนหลัง กลับไปซิ ถ้าไม่มี ดีเอสไอ ภายใต้การดูแล รัฐมนตรี พีระพันธ์ สราวุธ มันตายห่าไปนานแล้ว

นี่ คุณจงรัก เข้าข่ายมาตรา 157 นะ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เข้าข่ายมาตรา 200 จงใจ กล่าวหาคนอื่น ให้ได้รับโทษรุนแรง โดยที่ไม่ผิด ผมไม่ได้หวังให้ คุณจงรัก มาขอโทษหรอก เพราะคนอย่าง คุณจงรัก ไม่มียางอายพอ จะมาขอโทษใคร

ผมจะบอกพี่น้องว่า นี่ไง ให้หยุดสนุกสนาน กับเรื่องที่ผม พูดจา สักพัก ลองคิด ในมุมกลับ ถ้า คุณพีระพันธ์ ไม่ได้เป็น รัฐมนตรียุติธรรม และ คุณพีระพันธ์ ไม่มีความกล้าหาญพอ จะมาสอบสวน เรื่องนี้ สราวุธ ติดคุกหัวโตเลย นี่เข้าข่าย ปั้นพยานนะ ปั้นพยาน ให้ร้าย สราวุธนะ แล้ว กรณีพันธมิตรฯ ละ พวกมึง ปั้นพยาน มากี่คนวะ

เห็นหรือยัง พี่น้อง นี่คือ ตำรวจไทย นี่คือ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ คนที่อยากเป็น ผบ.ตร. ใจแทบขาด คนที่รับใช้ สมัคร สุนทรเวช เต็มที่ เพื่อที่ จะมา สลาย พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย

พี่น้องที่ฟังรายการนี้ พูดกันต่อๆไป อย่าได้ลืมคนชื่อ จงรัก จุฑานนท์ ถ้าใครเอาคนนี้ ขึ้นเป็น ผบ.ตร. เรายอมไหม (ไม่ยอม) ถ้าต้องออกมา ท้องถนน ออกไหม (ออก)

พี่น้อง ถ้านายจงรัก ต้องขึ้นมาเป็น ผบ.ตร. พวกเราให้ สัตยาบันกัน เราจะออกมา นอกท้องถนน กลัวไหมกลัว (ไม่กลัว) ใครคิดจะเอา นายจงรัก เป็น ผบ.ตร. ต้องเจอ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย แล้วจากนี้ไป นายจงรัก พูดอะไร เหมือนกับ การผายลม

พี่น้อง ไม่ใช่เรื่องเล่น นะ พี่น้อง คุณพีระพันธุ์ เอาเรื่องนี้มาพูด กับ คุณจงรัก กล่าวหา นายสราวุธเนี่ย มันทำให้ผม อึ้งไปตั้งนานนะ ผมบอกมิน่าล่ะ สังคมไทย มันถึงตกต่ำขนาดนี้ เพราะเรามี ตำรวจแบบนี้ พี่น้อง แล้วระบอบทักษิณ ตั้งแต่ปี 2544 จนปัจจุบัน สร้างตำรวจแบบนี้ ขึ้นมามาก เหลือเกิน พี่น้อง น่ากลัวมาก

พี่น้อง ผมจะพูดถึงเรื่อง ผับซานติก้า ให้พี่น้องฟัง พี่น้องครับ ตามผมมา ผับซานติก้านั้น ดูให้ดีๆ คือ แบบจำลองย่อของ ประเทศไทยพี่น้อง เพราะมันเต็มไปด้วย ความชั่ว พี่น้อง

ไอ้ผับระยำเนี่ยนะ ก่อสร้างผิดกฎหมาย ใบอนุญาต ถูกปลอมลายเซ็นโดย วิศวกร ภาษีอากร ไม่เคยเสีย เป็นศูนย์กลาง ค้ายาเสพติด ของลูกอดีต ผู้ยิ่งใหญ่ในประเทศไทย ที่ไม่อยู่ตอนนี้

ตำรวจให้การคุ้มครองสถานที่ ที่กฎหมายระบุว่า จุได้ไม่เกิน 500-600 คน จุเข้าไป 2,000 กว่าคน พอมีการตาย 66 ศพ วิ่งเต้นเอาเงิน ยัดตำรวจ เพื่อให้ตำรวจเป่าคดี ไปทางอื่น นี่คือรูปแบบย่อของ ประเทศไทย พี่น้องครับ

เพราะฉะนั้นแล้ว เราสู้มานี่ผิดมั้ย ถูกต้องทุกอย่างพี่น้อง ทุกวัน จะมีเรื่องมีราวที่พิสูจน์ ให้เห็นชัด ว่าสิ่งที่เราสู้มานั้นไม่เคยผิดเลย ใช่ ไม่ใช่ พี่น้อง คุณจงรัก วันนี้ต้องเปลี่ยนนามสกุลแล้ว เป็น จงรัก ซานติก้า

พี่น้องครับ ผมมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะเบรก เบรกแรก คือเรื่องคำพูดของ นายทักษิณ ชินวัตร ที่พูดเรื่องคำว่า “เด็กสองคน” จะทำให้ เศรษฐกิจตกต่ำ

พี่น้องครับ พี่น้องรู้หรือเปล่าว่าในโลกนี้ ผู้นำยุคใหม่ อายุ 40 กว่า ทั้งนั้นเลย

บารัก โอบามา
ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน อังกฤษ อายุน้อยกว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นรุ่นน้อง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ ออกซ์ฟอร์ด
คุณกรณ์ จาติกวณิช 45


มีแต่ ไอ้เฒ่า เพราะกินข้าว แก่เพราะอยู่นาน ที่ไม่มีประโยชน์ แล้วมา ขากถุย ในสภา ถ้าจะแก่จะเฒ่า ทำประโยชน์อย่าง ไอ้แก่ คนนี้สิ อย่าไป ขากถุย ในเรื่องที่ตัวเองไม่รู้

พี่น้องฟังให้ดีๆ ระบอบทักษิณ นี่น่ากลัวมากพี่น้อง เขาดูถูก คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ คุณกรณ์ จาติกวณิช เพราะมันมีเหตุ ปัจจัย 3 ด้าน เขาเห็นว่า

ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก ตกหมด เพราะฉะนั้นแล้ว ประชาธิปัตย์ ก็จะมีคะแนนนิยมลดลง เขาปั่นป่วน ทางการเมืองด้วย เสื้อแดง เพื่อ ลดความ น่าเชื่อถือ และ ความเชื่อมั่น ในทางเศรษฐกิจ ในทางสากล และ กดดันให้ รัฐบาลไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ในฐานอำนาจของ ระบอบทักษิณ ที่สำคัญ คือ เขามีการวางเครือข่าย ระบอบทักษิณ ในอำนาจรัฐ

วันนี้ผมขอพูดถึง เครือข่ายเขา นิดหนึ่ง เครือข่ายเขา มีอยู่ 3 อำนาจ

อำนาจแรก คือ อำนาจพรรคร่วมรัฐบาล ที่ยังแอบตีสองหน้า กับ รัฐบาลชุดนี้ และ ก็ทักษิณ พี่น้อง สมัยหนึ่ง นายพินิจ จารุสมบัติ ยุคหนึ่ง ที่อ้างว่า ตัวเองนั้น ไม่เอา ทักษิณ ตอนหลัง การยึดอำนาจ 19 กันยาฯ พูดกับทุกคนว่า ไม่เอาทักษิณ แต่พี่น้องรู้มั้ย แอบไปหา ทักษิณ และ ไปรายงาน ทักษิณ ว่าฝ่ายนี้ คิดยังไงๆๆ ลักษณะอย่าง พินิจ จารุสมบัติ มีเยอะมาก พี่น้อง มีมาก

ทักษิณ นี่ได้วางยาเอาไว้กับ กลุ่มคุณเนวิน เขาวางยาเอาไว้ยังไง พี่น้อง เขาพูดยังไง เขาบอก เนวิน นั้น อย่าไปโกรธ เนวิน ผมเอง เป็นคนส่ง เนวิน เข้าไป เขาพูดอย่างนี้ เขาพูดอย่างนี้เพื่ออะไร พี่น้องรู้เปล่า ไม่ใช่ระแวง พี่น้อง เปิดประตูใบหนึ่ง แล้วส่งสัญญาณ บอก เนวิน เฮ้ย มึงจะกลับเมื่อไร ก็ได้นะ เข้าใจหรือยัง พี่น้อง เห็นหรือยัง คือเปิดประตูไว้ บานหนึ่ง เหมือนกับพูดกับ ทุกคนว่า เฮ้ยอย่าไปโกรธ เนวิน มัน จะสังเกตดูให้ดีๆ เพราะฉะนั้น แล้ว วันนี้ กลุ่มเนวิน ก็เลยขี่ประชาธิปัตย์ เห็นหรือยังพี่น้อง

อำนาจที่ 2 คือ อำนาจราชการของ ระบอบทักษิณ ที่ยังมี เครือข่ายวางยา อำนาจรัฐบาล อยู่ ตำรวจ ไงล่ะเป็นตัวอย่าง ที่เห็นชัด ใช่ ไม่ใช่ พี่น้อง อดพูดถึง คุณจงรัก ซานติก้า ไม่ได้

พี่น้องจำได้หรือเปล่า ตอนที่ พวกเสื้อแดง เดินจากสนามหลวงมา แล้วมาตีเราครั้งแรก แล้วตำรวจอ้างว่า ที่กันไม่ได้ เพราะอะไร เขาบอกว่า เสื้อแดง มาเป็นหมื่นๆ ตำรวจเขา มีไม่กี่ร้อยคน เขาห้ามไม่ได้ คุณจงรัก นี่เป็นคนแปลก เป็นถึง พลตำรวจเอก แต่สอบตกเลข เวลามองเสื้อแดง บอกหมื่นๆ ทั้งๆ ที่มีแค่พัน สองพัน แต่พอมอง พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย บอกว่า มีไม่กี่ร้อยกี่พันคน เอง แปลกจริงๆ เพราะฉะนั้น แล้วจะเห็นได้ชัด

อำนาจที่ 3 คือ อำนาจของ บอร์ดรัฐวิสาหกิจ ซึ่งยังมี เครือข่ายของ ระบอบทักษิณ อยู่ทั่วไป วันนี้ผมจะยกตัวอย่าง เรื่องเงินคงคลัง พี่น้อง

เงินคงคลัง คือเงินที่อยู่ใน กระเป๋าเรา เงินคงคลัง หมายความว่านี่ล่ะคือ เงินที่เหลือเอาไว้ใช้ เงินคงคลัง นั้นมีความไม่แน่นอน สุดแล้วแต่ว่า วันนี้ วันที่ 6 เมื่อ ปลายเดือน 31 เงินคงคลัง ในกระเป๋านี้ อาจจะมีสัก 20 ใบ แต่ใช้ไปเรื่อยๆ เงินคงคลัง ก็ลด

สักพักหนึ่ง แม่ยกพันธมิตรฯ สงสาร ใส่ซอง มาให้ เงินคงคลัง ก็เพิ่ม พอเพิ่ม ก็เอาไปจ่าย เอาไปจ่าย ค่านมลูกของ แอน จินดารัตน์ ยกตัวอย่าง ให้ฟัง ง่ายๆ นะ หรือว่า เอาไปจ่ายค่าไปหาหมอของ แอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์ เพื่อเช็กว่า ท้องหรือเปล่า

เพราะฉะนั้นแล้ว เงินคงคลัง ก็เลยไม่อยู่ แล้วแต่ใช้ เงินคงคลัง ของประเทศ ได้มาจากไหนล่ะ รายได้จาก ภาษีอากร ประเทศไทย มี รายได้ อย่างเดียว ที่เข้า กระทรวงการคลัง ก็คือจาก ภาษีอากร ภาษีสรรพสามิต

เอาล่ะ ข่าวมาบอกว่ารัฐบาลถังแตก เพราะมีเงินคงคลัง เหลือแค่ 5 หมื่นกว่าล้าน เดี๋ยวผม จะเล่าให้ฟังว่า เงินคงคลัง เป็นยังไง พี่น้อง

สมัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ตั้งแต่ ธันวาคม ปี 39 ถึง พฤศจิกาฯ ปี 40 มีเงินคงคลัง สูงสุด 313,828 ล้าน แปลว่าอะไร ในช่วงเวลาๆ หนึ่ง จะมี เงินสด อยู่ในมือรัฐบาล ถึง 3 แสนล้าน และ ในขณะเดียวกัน ในช่วงเวลาๆ หนึ่ง มีเงินคงคลังต่ำสุด เมื่อพ้นจากตำแหน่ง ก็คือ 247,847 ล้าน

เอาละ มา รัฐบาล คุณชวน หลีกภัย ชุดที่ 2 ธันวาคม 40 – พฤศจิกายน 43 มีเงินคงคลัง สูงสุด 252,000 ล้าน และ ต่ำสุด 37,200 ล้าน ไม่เป็นไรต่อไป พอมาถึง

ชุดทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลทักษิณ 1 ทักษิณ 2 กุมภาพันธ์ 44 – กันยายน 49 มีเงินคงคลัง สูงสุด 147,200 ล้าน และ มีเงินคงคลังต่ำสุด 12,200 ล้าน ใช่ไหม เพราะฉะนั้นแล้ว

มาชุดของ สมัคร สุนทรเวช เงินคงคลัง สูงสุด 188,900 ล้าน ต่ำสุด 54,500 ล้าน

รัฐบาลชุด นายสมชาย เงินคงคลังสูงสุด 229,000 ล้าน ต่ำสุด 91,000 ล้าน

แปลว่าอะไร แปลว่า การที่จะมีเงินคงคลัง ต่ำถึง 40,000 – 50,000 ล้าน เรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เรามาดู เหตุผลของ การโจมตี ครั้งนี้ โจมตีบน พื้นฐานของ ความไม่รู้ของคน ก็เข้าใจว่า รัฐบาลประชาธิปัตย์ บริหารชาติ จนเจ๊ง จนไม่มีเงินเหลือ เหลือแค่ 50,000 กว่าล้าน

ถ้าไม่ใช่ นักศึกษา มหาวิทยาลัยราชดำเนิน ก็จะเชื่อคำพูดนี้ แต่ถ้าเป็น นักศึกษาราชดำเนิน นักศึกษา ต้องถามตัวเอง

ประการแรก อภิสิทธิ์ เพิ่งเข้ามาได้ 2 อาทิตย์ ไอ้เงินคงคลัง ที่มันเหลือมาจาก ยุค นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เงินคงคลัง ที่ปรากฏอยู่ ออกมาเป็น ข่าวนั้น เป็นผลจาก การคำนวณ เงินคงคลังของ เดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม


พี่น้องเอ๊ยย นายอภิสิทธิ์ เพิ่งได้เข้ามา บริหารจริงๆ ก็คือ ต้นเดือนมกราคม เลยเดือน มกราคมไปกลางเดือน นอกนั้นเป็นของ นายสมชาย วงส์สวัสดิ์ แล้วไอ้ที่เหลืออยู่ 50,000 ล้าน มันเหลือจาก อะไรละ

เก็บภาษีไม่เข้าเป้า ภาษีอะไร ที่ไม่เข้าเป้าเยอะที่สุด ภาษีน้ำมัน ไงเล่า มันลดไง จำได้หรือเปล่า มันลด เพื่อที่จะเอาใจ พ่อแม่พี่น้อง แล้วมันก็มา สะท้อนคืน ในเงินคงคลัง ที่เหลือ เข้าใจหรือยัง

เหมือนกับพี่น้อง เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว แล้ววันนึง พี่น้องอยากเชียร์ คนข้างๆร้าน ให้รักพี่น้อง พี่น้อง ก็บอกว่า 10 วันนี้ แหลกฟรี แหลกฟรี ก็แหลก ไป 10 วัน วันนึงอากง กลับมาจาก ซัวเถา ก็บอกว่า เงินมึง หายไปไหน 12,000 บาท ผมไปให้เขาแหลกฟรี แหลกฟรี มา 10 วัน ฉันใดฉันนั้น

เหมือนมีอยู่ พรรคนึง จำได้หรือเปล่าพี่น้อง ไอ้ประเภท ลดราคา เพื่อเอาใจประชาชน รัฐบาลชุดไหน ก็ไม่เก่งเท่า รัฐบาลชุด ทักษิณ ชินวัตร แต่ว่าเป็น การลดราคา เพื่อหวังผล พี่น้องจำได้ไหม มันเคยมีสวนสนุก ที่แถวรัชดา จำได้หรือเปล่า แล้วพี่น้องจำได้ไหมว่า ไอ้รถไฟฟ้าใต้ดิน มันให้นั่งฟรี จำได้ไหม มันนั่งฟรี ช่วงไหน ช่วงที่ สวนสนุกมีอยู่ และ สวนสนุกนั้น ใครเป็นเจ้าของ โอ๊ค พานทองแท้ เห็นหรือยัง คือของแบบนี้ มึงหลอกใครหลอกได้ แต่อย่ามาหลอก พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย

อีกตัวหนึ่ง คือ ปลัดกระทรวงการคลัง คนนี้ มันเสือกขยันเกินเหตุ ขยันยังไงพี่น้อง ผลประกอบการของ รัฐบาล เก็บภาษีไม่เข้าเป้า เหมือนกับว่า อาตี๋ขายก๋วยเตี๋ยว เคยได้ เดือนละ 30,000 เดือนนี้ได้ 15,000 ไม่เข้าเป้า พอไม่เข้าเป้าแล้ว ปรากฏว่า มีหนี้ ที่จะต้องจ่าย อาตี๋แทนที่จะบอกหนี้ รอไว้หน่อย ไปคืนเดือนหน้า อาตี๋ไม่ อาตี๋บอกว่า มึงรีบมาเลย ทั้งๆที่ เขาไม่ได้เดือดร้อน หรือ เขาเดือดร้อน แต่ว่าไม่ใช่วิสัยทัศน์ ของคนที่ค้าขาย จะต้องไปคืน

แปลว่าอะไร แปลว่า กรมสรรพากร คืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ เกือบ 20,000 ล้าน ทั้งๆที่รายได้ เก็บไม่เข้าเป้า คิดเป็นอัตราส่วน เปรียบเทียบกัน การคืนภาษีอากร ของกรมสรรพากร ปีนี้ เดือนนี้ กับ ปีที่แล้ว เดือนนี้ 12 เดือนที่แล้ว ปีนี้คืนเพิ่มให้ ตั้งเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ ทั้งๆ ที่ รายได้ ไม่เข้าเป้า แล้วพี่น้องทุกคน มีปัญหาสรรพากร ทั้งนั้น สรรพากร มันคืนเงินให้ พี่น้อง ง่ายหรือเปล่า ไม่มี

เพราะฉะนั้น มันมีข้อสงสัยว่า มันเป็นการคืนให้กับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่เป็นลม ประเภท ยอดการส่งออก ที่เป็นลม เข้าใจไหม ส่งตู้คอนเทนเนอร์ ไปเมืองนอก แต่ในตู้ มีแต่ลม แล้วอ้างว่า ส่งไปมูลค่าเท่านี้ ขอเรียกคืนภาษี ไม่มีการตรวจสอบ นี่คือฝีมือของ นายศุภรัตน์ จำได้หรือเปล่า พี่น้อง

ผมเคยพูดถึง นายศุภรัตน์ ว่าอย่างไร นี่คือ ปลัดกระทรวงการคลัง ในระบอบทักษิณ เห็นไหม มาถล่มทำลาย เด็ก 2 คน คนหนึ่งคือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนหนึ่ง คือ กรณ์ จาติกวณิช

มันไม่ใช่ผู้ใหญ่เลว ผู้ใหญ่ลิ้นสองแฉก พี่น้องครับ แล้วพี่น้องสังเกตไหม ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ รัฐวิสาหกิจทุกแห่ง ขอเงินรัฐบาล หมดเลย ขอกู้มา 500,000 ล้านบาท ร้อยปีพันปี ในสมัย สมัคร สมชาย มันเคยขอไหม เสือกมาขอกัน ตอนนี้ เพราะอะไร ทำให้เหมือนกับว่า วิกฤตเศรษฐกิจ มันจะทำให้ รัฐบาล ต้องเจ๊งแน่นอนแล้ว

รัฐวิสาหกิจ ก็ต้องการเงิน เงินคงคลัง ก็ต่ำ ทั้งๆที่ผิดประเด็น ก็เลยมาเป็นที่มา ของ เด็ก 2 คน จะทำให้ วิกฤตตกต่ำ เสร็จแล้ว นายโอฬาร ไชยประวัติ เสือกออกมาบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบ 4 เปอร์เซ็นต์ มันบ้าไปแล้ว พี่น้อง อำนาจ วาสนา ผลประโยชน์ มันทำให้ คนมันตาบอดได้ คนที่เคยเป็น รองผู้ว่าแบงก์ชาติ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยพาณิชย์ เสียผู้เสียคน เมื่อมาเป็น ประธานสภา มหาวิทยาลัย ชินวัตร ชินวัตรยูนิเวอร์ซิตี แล้วได้รับแต่งตั้งเป็น รองนายกรัฐมนตรี ก็เลยออกมา ปกป้อง แล้ว ก็ทำลาย ฝ่ายตรงกันข้าม โดยที่ละทิ้ง จิตวิญญาณ ของ นักวิชาการ ที่แท้จริง


เพราะฉะนั้นแล้ว ทุกๆวันที่เกิดขึ้น พี่น้องต้องเข้าใจนะว่า มันเป็นเรื่องของ มายาภาพ เป็นเรื่องของ เล่ห์กล เป็นเรื่องของ การวางหมาก กันทั้งสิ้น พี่น้องเห็นอะไร อย่าพึ่งเชื่อ ได้ยินอะไร อย่าพึ่งเห็นด้วย นอกจากฟัง สนธิ ลิ้มทองกุล พูดก่อน คุณชมพู บอก กูนึกแล้วเชียว ต้องพูดคำนี้ ทีกูซื้อหวยไม่ถูก พี่น้องครับ ขอพักสักครู่ได้ไหม ให้น้องแอน มาโชว์ความอ้วน พร้อมกับ น้องแอร์ 2 คน ขัดตาทัพไปก่อน


ช่วงที่ 2


พี่น้องครับ เดี๋ยวผมพูดจบแล้ว สัญญากับผม หน่อย อย่าเพิ่งรีบกลับกันเยอะนัก คุณมาลีรัตน์ กำลังรอพูดอยู่ เพราะว่า ข้อมูลหลายๆ คน ก็ดีพอๆ กัน

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2552 การชุมนุมของ คนเสื้อแดง ที่สนามหลวง เขามีการ จัดกิจกรรม ที่หมิ่นเหม่ และ จาบจ้วง บุคคลชั้นสูง ของบ้านเรา เขามีรูปอยู่ 7 รูป พี่น้อง เขาติดรูปไว้ 7 รูปเลยนะ

สิ่งหนึ่ง 193 วัน ที่เราทำมานั้น ไม่มีใครทำได้ เสื้�แดง ก็ทำไม่ได้พี่น้�ง ในขณะที่ กินเนส เวิลด์��ฟเรคค�ร์ด ลงประวัติเราว่า เป็น การประท้วง ที่ยาวที่สุดในโลก นานที่สุดในโลก เขาก็ลงประวัติ เสื้�แดง ว่าเป็นการประท้วง ที่สั้นที่สุดในโลก

สิ่งหนึ่ง 193 วัน ที่เราทำมานั้น ไม่มีใครทำได้ เสื้อแดง ก็ทำไม่ได้พี่น้อง ในขณะที่ กินเนส เวิลด์ออฟเรคคอร์ด ลงประวัติเราว่า เป็น การประท้วง ที่ยาวที่สุดในโลก นานที่สุดในโลก เขาก็ลงประวัติ เสื้อแดง ว่าเป็นการประท้วง ที่สั้นที่สุดในโลก


รูปหนึ่งคือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ติดเอาไว้เพื่อเอาไข่ขว้าง
รูปที่ 2 คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
รูปที่ 3 คือนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ
รูปที่ 4 คือนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
รูปที่ 5 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี
รูปที่ 6 รูปที่ 7 เป็นภาพเขียน รูปผี เขียนว่า “แม่นาก และ ผัวแม่นาก” พี่น้องคงเดาออกว่า นัยของไอ้คนชั่ว คนหนักแผ่นดินพวกนี้ มันหมายถึงใคร


พี่น้องครับ นอกจากนั้นแล้ว ยังมี การจัดเต็นท์ ให้ลงชื่อ ถวายฎีกา ยกเลิก กฎหมาย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112 คนที่เป็น ตัวตั้งตัวตี ชื่อ นายใจ อึ๊งภากรณ์

พี่น้อง พวกนี้ใช้พื้นฐานของ สิทธิเสรีภาพ โดยซ่อนนัยออกมา การยกเลิก มาตรา 112 แท้ที่จริงคือ กระบวนการเริ่มต้น การล้มล้าง สถาบันกษัตริย์ ครับ

พี่น้องเห็น ภาพยนตร์ตลก นายบีน ใช่มั้ย ที่มันล้อเลียน สมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธ เราอยากให ้สังคมไทย เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า นี่คือแม่ของเรา สมเด็จพระนางเจ้าฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คือพ่อของเรา การที่มาอ้างว่า การที่มี มาตรา 112 นั้น ถ้าไม่ยกเลิก กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นั้น เป็นการ จำกัด สิทธิเสรีภาพทางความคิด ของ นักวิชาการ ผมอยากจะให้ส้นตีนพวกมัน

ความคิดสร้างสรรค์ ทางวิชาการ มันเกี่ยวอะไรกับ การที่เปิดโอกาสให้ พวกมึง มาจาบจ้วง และ พูดถึง ในหลวง และ ราชินี ได้ทุกแง่ทุกมุม โดย ไม่ผิดกฎหมาย ถ้าเขาด่าพ่อแม่มึง มึงพอใจมั้ย นายใจ อาจจะพอใจก็ได้ ใช่มั้ยพี่น้อง

เพราะฉะนั้นแล้ว แนวรุกของพวกนี้ เป็นแนวรุก ที่เสริมประสานกับ เสื้อแดง และ เสริมประสานกับ พรรคเพื่อไทย และ เสริมประสานกับ ทักษิณ ชินวัตร จริงๆ เป็นแนวร่วมแนวเดียวกันหมดเลย เข้าไปสู่เป้าหมาย จุดมุ่งหมาย เดียวกัน พี่น้อง

พี่น้อง ที่ผมเสียใจที่สุด คือเรามีคนที่อ้างตัวเป็น นักวิชาการ แล้วมาร่วมเซ็นชื่อ คนอย่าง นายนิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ ไอ้คนที่ ทิ้งเมียตัวเอง แล้วไปมีชู้ สุชาดา จักรพิสุทธิ์ ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ที่เขาเรียก ไอ้ยิ้ม อาจารย์ประจำ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ คนๆ นี้ คือ คนไปประกันตัว ยัยดา ตอร์ปิโด ไง เห็นมั้ย รศ.สมเกียรติ ตั้งมะโน มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ก็มันชื่อ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน มันถึงไม่เคยเห็น แสงตะวันไง พี่น้อง มันถึงโง่เหมือนความมืด ของมันไง

นายธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อาจารย์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สุรัสวดี หุ่นพยนต์ ผศ.ภัสทิญา สิริบวรพิพัฒน์ รศ.ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วไอ้เสื้อแดง ที่เป็นเหตุ ให้พวกคุณ มีความคิด ทางวิชาการเยอะ แล้วเดินไปตบหน้า อาจารย์ที่ม หาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ คณะเศรษฐศาสตร์ มช. มีความเห็นว่า อย่างไร ผศ.อัจฉริยา เนตรเชย มหาวิทยาลัยนเรศวร ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี มหาวิทยาลัยมหิดล อนันต์ กาญจนพันธ์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชัยยันต์ รัชชกูล สอนอะไร รู้มั้ย Institute of Religion Culture and Peace สถาบันศาสนาวัฒนธรรม และสันติภาพ พายัพ ถ้าคุณสอน เรื่องศาสนา สอน เรื่องวัฒนธรรม คุณยังเสือก ไม่เข้าใจ ความสำคัญของ สถาบันกษัตริย์ แล้ว คุณมาเสือกสอน คณะนี้ได้ยังไง

ชัยยันต์ รัชชกูล มหาวิทยาลัยพายัพ น่าเสียใจมาก นายธนพัฒน์ มั่นศิลป์ ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา รศ.สุชาย ตรีรัตน์ อาจารย์ประจำ ภาควิชา การปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พวงทอง ภวคพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ชลิตา บัณฑุวงศ์ นี่มาไกลเลย เป็น นักศึกษา ปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยฮาวาย ที่เกาะมานัว อนุสรณ์ อุณโณ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน คณะโบราณคดี นายจอน อึ๊งภากรณ์ พี่ชาย นายใจ อึ๊งภากรณ์ ซึ่งเป็น กรรมการของ โทรทัศน์ทีพีบีเอส กรรมการบริหาร

เอกศักดิ์ ยุกตนันท์ ภาควิชา ปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น คนเรียน ทางศาสนาปรัชญายังเสือก ไม่เข้าใจ ความสำคัญ ของสถาบัน เห็นหรือยังพี่น้อง มีหมอหลง เข้ามา 2 คน แพทย์หญิงวรรณา วิภาสวัชรโยธิน นายแพทย์วิบูลย์ วิภาสวัชรโยธิน ผัวเมียคู่นี้ ที่เสียใจมากอะไรรู้มั้ย พล.อ.เจอ โพธิ์ศรีนาค พ.ต.อ.อำพล ค้ำชู พล.ต.ต.ณรงค์ วิทยารักษ์ ผมไม่เข้าใจ ทหารที่เป็นถึง พลเอก ได้รับพระราชทานยศ จาก องค์พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พล.ต.กฤษฎี เสนาพลสิทธิ์ นายเชษฐา พวงหัตถ์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ ศิลปากร

พี่น้อง วันนี้เราต้องมาพูด เรื่องนี้กัน ความจริงแล้ว นายใจ ทำเรื่องที่ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เยอะเหลือเกิน นายใจ เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่มีการ ยึดอำนาจ เขาออกมา ชูอะไรรู้มั้ย No Coup ไม่เอาปฏิวัติ No Thaksin ไม่เอาทักษิณ

แต่วันที่ 31 มกราคม นายใจ ขึ้นเวที เชิดชู ทักษิณ เป็นพ่อ นายใจ กับ นายเหวง ไม่ได้ต่างอะไรกันเลยใช่ไหมพี่น้อง คนอิ๊บอ๋ายแบบนี้ พี่น้องดู มันไปสอนเด็กมันได้ยังไง พี่น้อง ผมอยากจะถามคำพูดนี้ ถามไปที่ทุกๆ คนที่อยู่ในแผ่นดินนี้

เรายอมรับไหมว่า สถาบันกษัตริย์ เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของ สังคมไทย เป็นศูนย์กลาง ที่จะดึงดูด ความสามัคคีความเมตตา ทศพิธราชธรรม ของ พระองค์ท่าน ทำมา ตั้ง 50-60 ปีแล้ว ท่านปกครองแผ่นดิน โดยธรรม ท่านปกครอง ตั้งแต่ท่านยังเด็ก จนกระทั่งท่าน อายุ 80 กว่า แล้ว

คุณจะให้ท่านไปเดินตาม ท้องทุ่งท้องนา ต่อไปได้อย่างไร แต่ท่านเป็น ศูนย์รวมจิตวิญญาณ และ ก็ ราชอาณาจักรไทย คือ ราชอาณาจักร ของ คนไทย และ สังคมไทย ที่มีสถาบันกษัตริย์ เป็นสถาบันที่สูงสุด

รัฐธรรมนูญ ก็ยังระบุชัด มิน่า มันถึงต้องการแก้ แม้กระทั่ง รัฐธรรมนูญ ที่จะยกเลิก หมวดกษัตริย์ ยกเลิก หมวดองคมนตรี เห็นหรือยังพี่น้อง ผมก็เลย อยากจะถาม แล้วผมถามมานานแล้ว ตั้งแต่ผมสู้มา และ พี่น้องร่วมสู้กับผม ว่า

สรุปแล้ว ใครเอา พระเจ้าอยู่หัวยืนข้างนี้ ใครไม่เอาพระเจ้าอยู่หัว มึงออกไปเลย ไม่เคยเปลี่ยนจุดยืนนี้ ไม่เคยเปลี่ยน ผมถามถึง ผู้บริหาร มหาวิทยาลัย ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จุฬาฯ

จุฬาฯ นี่เป็น มหาวิทยาลัย เหมือนมหาวิทยาลัย ของเจ้าเลย รัชกาลที่ 5 ตั้ง พระราชทาน ที่ให้อยู่กัน เงินทองเยอะแยะไ ปหมดมาพัฒนา มีสยามสแควร์ ทั้งอัน ยกให้ เอาไปทำมาหากิน มีรายได้มาก ก็เอาเงินนี้มาสนับสนุน จุฬาฯ สนับสนุนให้ จุฬาฯ เจริญ ให้จุฬาฯ มี ตึกรามบ้านช่อง ให้จุฬาฯ มีเงินมีทอง มาลงทุน ในการวิจัย มาลงทุน ในอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ มีทุกอย่าง พระองค์ท่าน ทำหมดทุกอย่าง เพื่อให้ พวกคุณ บางคน มาจาบจ้วง แล ะล้มกษัตริย์

นายใจ อึ๊งภากรณ์ หรือใครก็ตาม ที่คิดจะล้ม มาตรา 112 แท้ที่จริงแล้ว ต่อไป ก็คือ การล้ม สถาบันกษัตริย์ นั่นเอง คุณไม่ควรที่อยู่ใน สถาบันการศึกษา มาสอนหนังสือ คุณแยกไปซิ คุณไปที่โน่น ไปที่ นายคุณ ที่คุณเทิดทูน ไปที่เกาะกงไป ไปตั้งให้ ทักษิณ ตั้งยูนิเวอร์ซิตี ออฟ เกาะกง แล้วก็ไปสอนเลย ว่าระบบกษัตริย์ไม่ดีอย่างไร คุณไปสอนที่นั่น คุณอย่ามาอยู่ใน เมืองไทย ให้หนักแผ่นดิน พี่น้อง นายใจ ยังเขียนอะไร อีกเยอะแยะนะ ที่หมิ่น พระเจ้าอยู่หัว อย่างหนักหนาสาหัส แล้วมันขึ้นบนเวทีเสื้อแดง เมื่อวันที่ 31 เทิดทูน ทักษิณ เทิดทูน คนเสื้อแดง คุณจะ เคียดแค้น อะไรกันนักกันหนา

บอกผมหน่อยซิ พ่อคุณ ดร.ป๋วย สร้างชื่อให้กับ สังคมไทย มามากมาย แต่คุณกำลังทำลาย ชื่อเสียงพ่อคุณ ให้พังพินาศไป พี่น้องเห็นหรือยัง นี่คืออันหนึ่ง

สำหรับ นายจักรภพ เพ็ญเเข ผมอยากจะถาม ก็ทนไม่ได้ ต้องถามกลับ จงรัก จุฑานนท์ ว่าทีคดีหมิ่นของ สนธิ ที่เอา ดา ตอร์ปิโด มาเล่าให้ฟัง ว่า หมิ่นอย่างไร คุณสั่งฟ้องไปแล้ว คุณมอบตัวผมให้ อัยการแล้ว คุณเรียบร้อยแล้ว คดีวีระอยู่ไหน คดีจักรภพ อยู่ไหน คดีอีกหลายคดีอยู่ไหน นี่คือจงรัก ณ ซานติก้า

พี่น้องครับ จำได้หรือเปล่า ผมไปพูดที่ สระบุรี ผมบอกว่า สงครามประชาชน เริ่มแล้ว ผมจะพูดก่อน ที่จะมีเรื่องเกิดขึ้น ทุกครั้ง และ ผมจะบอก พ่อแม่พี่น้อง อย่างหนึ่ง ผมจะฝากไปถึง พ่อแม่พี่น้อง ที่ เพชรบุรี ปราณบุรี สมุทรสาคร แม่กลอง ให้เตรียมตัวไว้

ผมขอร้อง ถ้าเมื่อใด พวกเสื้อแดง เดินขบวน เพื่อที่จะเข้าไปสู่ หัวหิน เพื่อไปป่วน การประชุมซัมมิท งานต้องเข้า เพชรบุรี ปราณบุรี แม่กลอง สมุทรสาคร ประจวบฯ ต้องอย่าให้ พวกเสื้อแดง เข้าไปใน หัวหิน เพื่อระคายเคือง เบื้องพระยุคลบาท เป็นอันขาด และ ต้องไปอย่างไรเป็นกันพี่น้อง พี่น้อง เพชรบุรี ปราณบุรี ประจวบ ราชบุรี แม่กลอง มหาชัย เตรียมตัว ประสานงานกันไว้ เมื่อไหร่ ก็ตาม ไอ้สามเกลอหัวขวด พาพลพรรคเสื้อแดง เดินไปเมื่อไหร่ พี่น้อง ระดมคนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ราชบังลังก์ ไปบล็อกมัน ทันที ไม่ต้องกลัวมัน อะไรจะเกิด ก็ให้มันเกิด พี่น้อง

พี่น้อง วันนี้เป็นวันที่ อีแอบทั้งหลาย โผล่มาหมดแล้ว การประชุมสัมมนา ของพรรคเพื่อไทย ที่เขาใหญ่ เห็นหน้าตากันหมด พี่น้อง คนอย่าง ทนง พิทยะ กำลังถูกเสนอให้เป็น หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทุกคนพูดถึง การต่อสู้ระยะยาว ทุกคนพูดถึง โอกาสที่จะกลับมา มีอำนาจ ทุกคนพูดถึง การต่อสู้ ที่ในที่สุดแล้ว จะต้องได้รับชัยชนะ ทุกคนพูดถึง คำพูดของ นายทักษิณ ชินวัตร ที่พูดถึง การที่จะกลับมาสู้ ไม่ยอมแพ้ และ ขอกลับมาเป็น นายกฯ

พี่น้อง เด๊ยวเจ๊ๆ ถ้าจะปล่อย สัตว์เลื้อยคลาน หันไปข้างหลังโน่น มันกระโดด ใส่ตัวผม พี่น้อง คนเราผิดสัญญาได้ เพราะว่าสัญญา นั้น เปลี่ยนแปลง ไป ตามเงื่อนไข ที่เปลี่ยนแปลง แต่ผิดสัจจะ ไม่ได้ใช่ไหม พี่น้อง

3 พฤศจิกายน 49 นายนพดล ปัทมะ สัมภาษณ์ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็อาจจะยุติ บทบาททางการเมือง เนื่องจาก ครอบครัวอยากให้ หยุดเล่นการเมือง อยู่แล้ว

15 มกราคม 50 นายทักษิณ สัมภาษณ์ CNN จากนี้ไป จะขอกลับมาเป็น ชาวบ้านธรรมดา ทำงานเพื่อสังคม ไม่คิด กลับมาเล่นการเมืองอีก

22 มกราคม 50 ไม่ต้องการ จะกลับมาเล่นการเมือง ในอนาคต เพราะประกาศวางมือ ชัดเจนแล้ว

25 มกราคม 50 ผมเลิกเล่นการเมืองแล้ว ไม่ต้องวิตก

12 กุมภาพันธ์ 50 ผมไม่สนใจ ที่จะกลับไปทำธุรกิจ หรือ เล่นการเมือง

2 มีนาคม 50 ผมไม่มีความทะเยอทะยาน ที่จะหวนคืน สู่การเมืองอีก การรับใช้ประเทศชาติ มา 6 ปี นับว่าเพียงพอแล้ว สำหรับผม

14 มีนาคม 50 ขอยืนยันอีกครั้งว่า คุณทักษิณ วางมือทางการเมืองแน่นอน จากปาก ของ นายนพดล ปัทมะ จึงไม่มีความจำเป็น ต้องมาเล่นการเมืองอีก ถึงแม้ผมจะถอย จากการเมืองแล้ว แต่ในฐานะ ที่เคยได้รับไว้วางใจ ก็จะฝากพี่น้องอดทน ช่วยกัน ส่งเสียลูกหลาน ให้เรียนหนังสือ มีความรู้ สอนให้เป็น คนดี (อย่าเป็นอย่างผม)

16 พฤษภาคม 50 ที่ผ่านมา เท่าที่คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกอบกับ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ ก็ชัดเจนว่า จะวางมือทางการเมือง

17 พฤษภาคม 50 ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอส ผมยืนยันว่า วางมือทางการเมือง แน่นอน และ พร้อมจะให้ความร่วมมือ ทุกอย่าง

31 พฤษภาคม 50 ถึงแม้ว่า ผมจะประกาศวางมือ ทางการเมือง ก่อนหน้านี้ ผมอยากจะ เรียกร้อง ให้สมาชิกทั้งหลาย ได้รวมตัว ดำเนินกิจกรรม ทางการเมือง เพื่อประโยชน์ของประชาชน และ ประเทศชาติต่อไป

7 มิถุนายน 50 จากนั้น ผมจะกลับไปช่วยเหลือประเทศ ในฐานะ ประชาชนธรรมดา หลังจาก ผมเกษียณทางการเมือง

15 มิถุนายน 50 ผมประกาศ เลิกเล่นทางการเมือง ไปแล้ว

5 กรกฎาคม 50 จะไม่หวน กลับไปเล่นการเมือง

29 กรกฎาคม 50 ไม่มีแผน จะไปเล่นการเมือง ในประเทศไทยอีก

28 ตุลาคม 50 การให้คำปรึกษาให้ได้ แต่ว่าการเมืองผมไม่เล่น

7 ธันวาคม 50 สัมภาษณ์ สำนักข่าวรอยเตอร์ ผมไม่ต้องการ จะกลับมาเป็นนายกฯ อีก มันมากไปแล้ว ภรรยาผม จะหย่า ถ้าผมกลับไป เล่นการเมืองอีก

25 ธันวาคม 50 การเดินทางกลับ ดังกล่าว ไม่ใช่เป็นการกลับไป เพื่อเล่นการเมืองอีก ต้องการกลับมาใช้ชีวิต อย่างพลเรือนสามัญ

2 มกราคม 51 จะวางมือ ทางการเมือง 100 เปอร์เซ็นต์ จะคอย ให้คำปรึกษา

25 กุมภาพันธ์ 51 นายนพดล พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศวางมือ ทางการเมืองไปแล้ว การจะกลับมา ก็เพื่อต่อสู้คดีเท่านั้น

27 กุมภาพันธ์ 51 เลิกแล้วจ๊ะ ถอยดีกว่า อยู้บ้านกอดเมีย โดยยืนยันว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับ การเมืองเด็ดขาด

4 มีนาคม 51 ให้สัมภาษณ์นิตยสาร ไฟแนนเชียลไทมส์ จะไม่กลับมา เล่นการเมือง

17 มีนาคม 51 ให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนต่างประเทศ 10 สำนักข่าว ไม่ต้องการกลับเข้ามา เล่นการเมืองอีก เพราะ ภรรยา และครอบครัว ขอร้อง


ถุย นี่ไง ไอ้คนที่มันพยายาม ยุพวกไทยรักไทยให้สู้ ผมจะกลับมาเป็น นายกฯ อีกครั้งหนึ่ง มันลืมแม้กระทั่ง น้ำลาย ที่มันถุยลงพื้นดิน ว่ามันถุย อะไรไว้มั่ง ไอ้คนอย่างนี้ เจ๊เงียบๆ ใจเย็นๆ ถ้าเจ๊ดังอย่างนี้ ผมไม่พูดต่อนะ ไอ้คนประเภทนี้ ยังมีหน้า มาบอกให้ พลพรรคมัน ว่า ถ้าเป็น เสือหิว ต้องทนหิว อย่าว่าแต่หิวเลย พวกมึงธรรมดา แดก ก็ยังไม่พอจะแดก อยู่แล้ว โทษนะ พูดหยาบหน่อยนะ แดกไม่รู้จักอิ่ม กินเท่าไหร่ ก็ไม่รู้จักพอ พี่น้องเห็นหรือยัง


ด้วยเหตุนี้ กระบวนการเสื้อแดง กระบวนการ จักรภพ เพ็ญแข ขบวนการ ในสภา โยงไปจนถึง ขบวนการพรรคเพื่อไทย ไอ้พวก อีแอบ ทั้งหลาย ออกมาหมดแล้ว

ตอนนี้ นายใจ อึ๊งภากรณ์ ใครจะไปคิดถึง ลูกชาย ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ขึ้นเวทีเชียร์ทักษิณ ท่ามกลางเสื้อแดง บอกผมเมื่อ 3 ปี ที่แล้ว ตีให้ตาย ผมยังไม่เชื่อเลย อาจารย์มหาวิทยาลัย นายพลเอก นายพันเอก ร่วมเซ็นชื่อ ยกเลิกมาตรา 112 ซ้ายอกหัก ซ้ายคอมมิวนิสต์ ที่ต้องการ ล้มล้าง สถาบัน ผสมผสาน อยู่ที่สัมมนา ที่เขาใหญ่ หมดเลยทุกคน ทุกคนโผล่หน้ามา

เห็นตัวตนที่แท้จริง เป็นการชุมนุม พวกสัตว์เลื้อยสัตว์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แล้วพี่น้องคิดว่า บ้านเมืองเรา จะสงบเหรอ ไม่สงบ พี่น้อง มันจะสงบ ได้ยังไง แต่อย่างน้อย พี่น้องต้องรู้ ว่า

ขณะนี้ ถ้าเราถอย แม้แต่ก้าวเดียว ถ้าเราท้อ แม้แต่อึดใจเดียว เราแพ้ ต้องไม่ถอยและไม่ท้อ นอกจาก ไม่ถอย ไม่ท้อแล้ว ยังต้องฮึกเหิม พร้อมที่จะ ออก ทุกเมื่อ มีการเป่านกหวีด และ ออกมาทั่วประเทศไทย นี่ไม่ได้ยุให้ออกนะ แต่ให้ เตรียมความพร้อมไว้ ใครที่อ้วน ไปลดความอ้วน ซะ ออกสู่ ถนน งวดนี้ ผู้หญิงพันธมิตรฯ ต้องทรวดทรงสเลนเดอร์ ทุกคน รวมทั้ง พิธีกร ด้วย พี่น้อง

พี่น้องครับ มีเรื่องที่จะต้องพูด อีกมากมาย อีกเยอะแยะไปหมด ผมคิดว่า ผมจะทำหน้าที่ ในการเล่าเรื่องราวต่างๆ เพื่อให้พี่น้อง ได้รับทราบ พี่น้อง อย่าทอดทิ้ง ซึ่งกันและกัน ผมพูดมานานแล้ว เราเป็นครอบครัวเดียวกัน เราเป็น ครอบครัวพันธมิตรฯ

สิ่งหนึ่ง ที่เขากลัวเรา ที่ระบอบทักษิณกลัวเรา ที่ทุกๆ คนกลัวเรา ก็เพราะว่า เราเป็นครอบครัวเดียวกัน พี่น้อง อย่าแตกแยกกัน พี่น้อง ที่อยู่ ต่างจังหวัด พี่น้อง ที่อยู่ อเมริกา ถ้าพูดถึง เรื่องส่วนรวม ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ราชบัลลังก์แล้ว ต้องมีเป้าเดียวกันหมด ทิ้งความเป็น อคติ ไม่ชอบเป็นส่วนตัว ไว้ข้างๆ ตัว แล้วจับมือกัน เพื่อเดินหน้ากันต่อไป

เชื่อผมพี่น้อง เรื่องพวกนี้ ไม่ใช่ทำกันง่ายๆ แต่เราทำสำเร็จแล้ว 193 วัน หลอมพวกเรา เข้ามาหาสู่กัน พี่น้อง อย่าเพิ่งแตกกระจายกัน เป็นชิ้นเป็นอัน ขอให้เป็น เหล็กสแตนเลส ที่แข็งแกร่ง

ถ้าเป็นเหล็กแท่ง ก็เป็น เหล็กแท่งเดียวกัน ไม่มีตำหนิ ถ้าเป็นเหล็กกลม ก็เป็นเหล็กกลม ที่กลม ไม่มีรอยเบี้ยว พี่น้องต้องจำเอาไว้ สิ่งหนึ่ง 193 วัน ที่เราทำมานั้น ไม่มีใครทำได้ เสื้อแดง ก็ทำไม่ได้พี่น้อง ในขณะที่ กินเนส เวิลด์ออฟเรคคอร์ด ลงประวัติเราว่า เป็น การประท้วง ที่ยาวที่สุดในโลก นานที่สุดในโลก เขาก็ลงประวัติ เสื้อแดง ว่าเป็นการประท้วง ที่สั้นที่สุดในโลก

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2552 06:51 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000014255


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” แฉ 3 เครือข่ายหนุน “นช.แม้ว” จวก “จงรัก” ขายวิญญาณให้ “ทักษิณ”


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 7, 2008

ตลาดหุ้นทั่วโลก ป่วนหนัก!! ล่าสุด น้ำมันดิบ ดิ่งแตะ $87 ต่ำสุด ในรอบ 8 เดือน!!


ผวาพิษ ศก. น้ำมันดิบ ดิ่งแตะ $87
ต่ำสุด ในรอบ 8 เดือน!!

ตลาดน้ำมันนิวย�ร์ก

ตลาดน้ำมันนิวยอร์ก



เอเอฟพี/เอเจนซี – ราคาน้ำมันดิบ ตกลงต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันจันทร์ (6) ทำสถิติ ต่ำสุดในรอบ 8 เดือน สืบเนื่องจาก ความยุ่งเหยิง ภาคการเงินของโลก และตลาดหุ้น ดำดิ่ง ได้เพิ่มความกังวล เกี่ยวกับ ดีมานด์ พลังงาน ที่ลดลง


ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งลงกว่า 6 เปอร์เซ็นต์ แตะระดับต่ำสุด ในรอบเกือบ 5 ปี ส่วนหนึ่งมาจาก แรงเทขายของ ต่างชาติ บนความกังวล ต่อ เศรษฐกิจโลก ที่มุ่งหน้า สู่ความถดถอย


สัญญาล่วงหน้า น้ำมันดิบ ชนิดไลต์สวีตครูด ของ สหรัฐฯ ดิ่งลง 6.07 ดอลลาร์ ปิดที่ 87.81 ดอลลาร์ ต่อ บาร์เรล หลังจาก ในช่วงหนึ่งของ การซื้อขาย ดิ่งไปอยู่ที่ 87.56 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นราคาต่ำสุด ในรอบ 8 เดือน ส่วนน้ำมันดิบเบรนต์ ของ ลอนดอน ตกลง 6.57 ดอลลาร์ ปิดที่ 83.68 ดอลลาร์ ต่อ บาร์เรล


ราคาน้ำมันดิบ ร่วงลง จากเคยแตะระดับ สูงสุด 147 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ขณะที่ ราคาน้ำมัน ที่สูง และ วิกฤตเศรษฐกิจ ที่ขยายตัว ขึ้นเรื่อย ส่งผลต่อ ดีมานด์น้ำมัน ที่ลดลง ในสหรัฐฯ ชาติผู้บริโภคสูงสุด รวมถึง ประเทศอุตสาหกรรมต่างๆ


“ราคาน้ำมัน ที่ลดลงสืบเนื่อง จากความกังวล เกี่ยวกับความเติบโต ของเศรษฐกิจโลก” เดเมียน ค็อกซ์ นักวิเคราะห์พลังงาน ระดับอาวุโส ของ บริษัทที่ปรึกษาจอห์น ฮอลล์ “มีความกังวล มากมาย เกี่ยวกับ เศรษฐกิจอันเฉื่อยชา ที่จะมีผลกระทบต่อ ดีมานด์น้ำมัน ในสหรัฐฯ ยุโรป และ ที่อื่นๆ”


นับตั้งแต่ก้าวไปทำ สถิติสูงสุด ราคาน้ำมัน ร่วงลงอย่างรวดเร็ว บนความกังวลว่า ดีมานด์กำลังลดลงเรื่อย ระหว่าง วิกฤตเศรษฐกิจโลก


เมื่อวันอาทิตย์ (5) บีเอ็นพี ปาริบาส์ ของฝรั่งเศส แถลงว่า จะเข้าควบคุม กิจการของ ฟอร์ทิส กลุ่มการธนาคาร และ ประกันภัยยักษ์ใหญ่ สัญชาติ เบลเยียม-ดัตช์ ในประเทศ เบลเยียม และ ลักเซมเบิร์ก ในข้อตกลง ที่ทำให้ รัฐบาลเบลเยียม จะเป็นถือหุ้นใหญ่ ในธนาคารของฝรั่งเศส


ขณะที่ เยอรมนี รัฐบาล ร่วมกับ ธนาคารพาณิชย์ และ บริษัทประกันภายในประเทศ ตกลงจัดตั้ง วงเงินกู้ฉุกเฉิน ให้กับ บริษัทไฮโป เรียล เอสเตท สถาบันการเงิน ด้านการจำนอง อสังหาริมทรัพย์ ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของ เยอรมนี หลังจาก บริษัท ขาดสภาพคล่อง อย่างหนัก พร้อมยังขยาย ประกันเงินฝาก ในทุกบัญชี เพื่อหลีกเลี่ยง การแห่ถอนเงิน จากความตื่นกลัว


อย่างไรก็ตาม ไฮโป เรียลเอสเตท เผยว่า ธนาคาร และ บริษัทประกันภัยร่วมชาติ ขอถอนตัวจาก แผนช่วยเหลือ ที่ร่วมกันร่าง เมื่อไม่กี่วันก่อน แต่โฆษก ประกาศว่า บริษัท จะพยายาม ทุกวิถีทาง เพื่อให้สามารถ ดำเนินธุรกิจ ต่อไป

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
7 ตุลาคม 2551 05:08 น.
http://manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9510000118745


พิมพ์ ข่าวนี้ ผวาพิษ ศก.น้ำมันดิบดิ่งแตะ $87 ต่ำสุดในรอบ 8 เดือน!!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ตลาดหุ้นทั่วโลก ป่วนหนัก!! ล่าสุด ดาวน์โจนส์ดิ่งต่ำกว่า 300 จุด ปิดต่ำกว่า หมื่นจุด

ตลาดหุ้นล�นด�น

ตลาดหุ้นลอนดอน


ตลาดหุ้นทั่วโลกป่วนหนัก!!
ดาวน์โจนส์ดิ่งต่ำกว่าหมื่นจุดรอบ 4 ปี


เอเอฟพี – ตลาดหุ้นทั่วโลก ดิ่งลงอย่างหนัก เมื่อวันจันทร์ (6) ทำสถิติต่ำสุด รอบ 4 ปี ใน ลอนดอนและ นิวยอร์ก ขณะที่ วิกฤตทางการเงิน ยังไม่แสดงสัญญาณบรรเทาลง แม้ว่าจะมีการอัดฉีดเม็ดเงิน จำนวนมหาศาล สำหรับช่วยเหลือธนาคารสหรัฐฯ


ตลาดหุ้น ทั่วยุโรป ตกอยู่ในอาการ หวาดผวา จาก ปัญหาระลอกใหม่ หลังการประชุม สุดยอดผู้นำ ซึ่งมีผู้นำของ ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมนี และ อิตาลี เข้าร่วม เมื่อสุดสัปดาห์ ล้มเหลว ในการก่อ แผนกอบกู้ ภาคการเงินร่วม ของ สหภาพยุโรป


ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรม ดาวน์โจนส์ ร่วงลงต่ำกว่า 10,000 จุด ในช่วงเปิดตลาดได้ไม่นาน ซึ่งถือเป็นครั้งแรก ที่ต่ำกว่า ระดับ จิตวิทยา หลัก นับตั้งแต่ เดือนตุลาคม ปี 2004 แถมดิ่งลงไป มากกว่า 800 จุด ระหว่างซื้อขาย ในช่วงบ่าย ก่อนขยับขึ้นมา ปิดที่ 9,955.50 จุด ลดลง 370 จุด


ส่วนตลาดหุ้นใน ลอนดอน และ ปารีส ปรับลง มากกว่า 8 เปอร์เซนต์ ในช่วงท้ายของ การซื้อขาย ด้าน แฟร้งค์เฟิร์ต ลดลงกว่า 7 เปอร์เซนต์ ขณะที่ใน มอสโก ดิ่งลงมากกว่า 15 เปอร์เซนต์ จนต้องระงับ การซื้อขายอีกครั้ง


“ความเชื่อมั่นขาดหมายไปอย่างมหาศาล” ฮาร์กรีฟส์ แลนส์ดาวน์ นักวิเคราะหฺจากคีธ โบว์แมน กล่าว “ปัจจัยสำคัญคือ ความยุ่งยากที่เราเห็น ในยุโรป ในช่วงสุดสัปดาห์ แม้ว่า แผนช่วยเหลือของสหรัฐฯ จะผ่านมติเมื่อ วันศุกร์ที่แล้ว (3) แต่ยังมีคำถาม และ ความกังวลมากมาย ต่อเรื่อง กำหนด ของเวลา และ เครื่องมือสนับสนุน”


ตลาดหุ้นไอซ์แลนด์ ต้องหยุดพักการซื้อขาย ในหุ้นภาคการเงินทั้งหมด รวมไปถึง ธนาคารหลัก เมื่อวันจันทร์ (6) ท่ามกลาง การพูดคุยภายใน รัฐบาล ถึงความเป็นไปได้ สำหรับแผนช่วยเหลือ ภาคการธนาคาร


ในเอเชีย ตลาดหุ้นโตเกียว ปิดต่ำลง 4.25 เปอร์เซนต์ ฮ่องลง ลดลง 5.0 เปอร์เซนต์ โซล ลดลง 4.3 เปอร์เซนต์ และ ซิดนีย์ ตกลง 3.3 เปอร์เซนต์ ส่วน เซียงไฮ้ ลดลง 5.23 เปอร์เซนต์ และ มุมไบ ดิ่งลง 5.78 เปอร์เซนต์ เป็นการปิดตลาด ต่ำที่สุดในรอบ 2 ปี


การดิ่งลงของ ตลาดหุ้นทั่วยุโรป มีขึ้นหลังจาก รัฐบาลเยอรมนี ได้ออกมาตรการ อุ้มธนาคาร ไฮโป เรียลเอสเตท (เอชอาร์อี) Hypo Real Estate ซึ่งเป็น ธนาคารพาณิชย์ใหญ่ อันดับ 4 ของเยอรมนี เป็นวงเงิน 5 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 2.3 ล้านล้านบาท) เมื่อวันจันทร์ (6) พร้อมกันนี้ ได้ประกาศ คุ้มครองเงินฝาก ของผู้ฝากเงินทุกธนาคาร ในเยอรมนี 100% เพื่อสร้าง ความมั่นใจ โดยคาดว่า มูลค่าการคุ้มครองเงินฝาก จะอยู่ที่ 5.68 แสนล้านยูโร (ประมาณ 28.4 ล้านล้านบาท)


นอกจากนี้ การตกลง ของหุ้น ยังมีขึ้น หลังจากที่ เมื่อวันอาทิตย์ (5) บีเอ็นพี ปาริบาส์ BNP Paribas ของ ฝรั่งเศส แถลงว่า จะเข้าควบคุม กิจการ ของ ฟอร์ทิส Fortis กลุ่มการธนาคาร และประกันภัยยักษ์ใหญ่ สัญชาติเบลเยียม-ดัตช์


แต่ก่อนหน้านั้น รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ ได้เข้ายึดกิจการบางส่วนของ ฟอร์ทิส เมื่อวันศุกร์ หรือไม่ถึงหนึ่งสัปดาห ์หลังมาตรการช่วยชีวิต ครั้งแรก ที่ รัฐบาลสามประเทศ ร่วมกันอัดฉีด เม็ดเงิน11,200 ล้านยูโร (ราว 560,000 ล้านบาท)


ขณะที่เยอรมนี รัฐบาลร่วมกับธนาคารพาณิชย์ และ บริษัทประกัน ภายในประเทศ ตกลงจัดตั้งวงเงิน กู้ฉุกเฉิน ให้กับ บริษัท ไฮโป เรียล เอสเตท สถาบันการเงิน ด้านการจำนอง อสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ เป็นอันดับที่ 2 ของ เยอรมนี หลังจาก บริษัทขาดสภาพคล่อง อย่างหนัก


อย่างไรก็ตามไฮโป เรียลเอสเตท เผยว่า สถาบันการเงิน ที่เป็นหุ้นส่วน ในการกอบกู้เศรษฐกิจ ได้ขอถอนตัวจาก แผนช่วยเหลือ มูลค่า 35,000 ล้านยูโร ที่ร่วมกันร่าง เมื่อไม่กี่วันก่อน อย่างไรก็ดี โฆษกประกาศว่า บริษัทจะพยายามทุกวิถีทาง เพื่อให้ สามารถ ดำเนินธุรกิจ ต่อไป


ในอิตาลี แหล่งข่าวเผยว่า ยูนิเครดิต ธนาคารอันดับ 2 ของประเทศ ตามมูลค่าตลาด เรียกประชุม คณะกรรมการ บริหารฉุกเฉิน วันอาทิตย์ (5) เพื่อหาทาง ฟื้นฐานเงินทุน


ผู้นำยุโรป เน้นย้ำปัญหาหลายข้อ ที่ต้องแก้ไข ในวงกว้าง ซึ่งรวมถึง การนัดประชุมภายใน ยูโรโซน และ รัฐมนตรีคลัง อียู วันจันทร์ และ วันอังคาร และ ประชุมผู้นำจี 8 โดยเร็วที่สุด


ทั้งนี้หลังการประชุม เมื่อวันจันทร์ (6) ชาติสมาชิกของ สหภาพยุโรป ระบุว่าจะ “ใช้ทุกมาตรการ ที่จำเป็น เพื่อรักษาเสถียรภาพ ของระบบทางการเงิน”


แถลงการณ์ร่วม ระบุว่า รัฐบาลของแต่ละชาติ จะปกป้องเสถียรภาพ ของสถาบันทางการเงิน โดยเตรียมการ “สนับสนุน สภาพคล่อง ผ่านธนาคารกลาง ทำข้อตกลง กับ ธนาคารเอกชน หรือส่งเสริมคุ้มครอง เงินฝากของผู้ฝาก”

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
7 ตุลาคม 2551 03:15 น.
http://manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9510000118736


พิมพ์ ข่าวนี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกป่วนหนัก!! ดาวน์โจนส์ดิ่งต่ำกว่าหมื่นจุดรอบ 4 ปี


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 2, 2008

US Senate backs new bail-out bill – วุฒิสภาสหรัฐฯ ไฟเขียวแผนกู้เศรษฐกิจ 7 แสนล้าน$ แล้ว

วุฒิสภาสหรัฐฯ ไฟเขียวแผนกู้เศรษฐกิจ 7 แสนล้าน$ แล้ว
2 ตุลาคม 2551 09:02 น.

เอ เอฟพี – วุฒิสภาสหรัฐฯ เห็นชอบแผนกอบกู้เศรษฐกิจ 700,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีมติ 75 ต่อ 25 เสียง ท่ามกลางวิกฤตการเงินที่ขยายวงกว้างไปทั่วโลก อันเนื่องมาจากการล้มละลายของตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ

ร่างกฎหมาย ซึ่งมีการแก้ไขรายละเอียดเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้นนี้จะส่งต่อ ไปยังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งยังไม่ทราบอนาคตที่แน่นอน หลังจากที่สมาชิกสภานิติบัญญัติเคยโหวตล้มแผนกู้เศรษฐกิจฉบับก่อนหน้านี้ไป แล้วในวันจันทร์ (29) ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงระนาว

การเห็นชอบของวุฒิสภาได้เพิ่มความหวังว่า แผนกู้เศรษฐกิจฉบับนี้จะได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายโดยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุชได้ภายในสุดสัปดาห์นี้ และช่วยลดความตื่นตระหนก ที่ปะทุขึ้นจากการล้มแผนนี้โดยสภาผู้แทนฯ เมื่อจันทร์ที่ผ่านมาด้วย

สำหรับร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่ได้รับการแก้ไขแล้วนี้ได้เพิ่มเพดานเงิน ฝากที่รัฐค้ำประกัน จาก 100,000 ดอลลาร์เป็น 250,000 ดอลลาร์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ความมั่นใจแก่ผู้ฝากเงินว่า เงินของพวกเขาจะปลอดภัยในธนาคารเหล่านั้น และหลีกเลี่ยงการถอนเงินออกไปเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี ข้อเสียส่วนใหญ่ของกฎหมายดังกล่าวยังคงเดิม เช่นการให้อำนาจเฮนรี พอลสัน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังซื้อหนี้เสียจากการจำนองในธนาคารที่ประสบปัญหา ซึ่งฝ่ายคัดค้านมองว่าเป็นการให้อำนาจคนๆ หนึ่งมากเกินไป โดยยังปฏิเสธการใช้เงินภาษีของประชาชนมาอุ้มบริษัทธุรกิจการเงิน

จาก http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9510000116679


Watch Video Story from Reuters
Senate approves $700 billion bailout
(01:26) Report

Oct. 1 – The U.S Senate approved a $700 billion bailout of the financial industry that political and financial leaders called crucial to averting economic catastrophe.

The bill next goes to the House of Representatives where a vote is likely on Friday.

Deborah Lutterbeck reports.


BBC NEWS
US Senate backs new bail-out bill

The Senate has approved a new version of a $700bn (£380bn) rescue plan for the troubled US financial system.

Senators voted 74 to 25 in favour of the emergency legislation designed to stabilise volatile markets and limit further damage to the economy.

It included an increase in the level of government insurance for bank deposits and a raft of targeted tax breaks.

The plan will now go before the House of Representatives, which narrowly rejected a similar bill on Monday.

US presidential hopefuls John McCain and Barack Obama, who both support the rescue plan, returned from the campaign trail for the vote.

CHANGES TO BILL
Raises government’s guarantee on savings from $100,000 to $250,000
Tax breaks to help small businesses and promote renewable energy
Expansion of child tax credit and help for victims of recent hurricanes

Senate majority leader Harry Reid, a Democrat, said he was happy with the result and praised both candidates.

“I think it shows that when we work together we can accomplish good things,” he said.

“I think it speaks volumes that both of our presidential candidates are here and voting – both supporting this legislation.”

Speaking a few hours before the vote, President George W Bush said the bill needed to pass in order to calm volatile markets.

“It’s very important for us to pass this piece of legislation so as to stabilise the situation – so that it doesn’t get worse and then our fellow citizens lose wealth and work,” he said.

The House of Representatives is expected to vote on the revised version on Friday.

The BBC’s Jonathan Beale, in Washington, says senators from both parties are congratulating each other for rising above party politics and acting in the interests of the US.

But he says the bill has passed only the first hurdle, and such celebrations could yet prove to be premature.
Story from BBC NEWS:
http://news.bbc.co.uk/go/pr/fr/-/2/hi/americas/7647622.stm

Published: 2008/10/02 02:03:43 GMT

© BBC MMVIII


October 1, 2008

เปลวสีเงิน – อะไรคือ “ใหม่” เพื่อศตวรรษไทย?


1 ตุลาคม 2551
กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เปลวสีเงิน – อะไรคือ “ใหม่” เพื่อศตวรรษไทย?
เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ทางทิศตะวันออก


ภาวะเศรษฐกิจ และ การเมืองโลก รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งก็เป็น “ส่วนหนึ่ง” ของโลก ตอนนี้เหมือน เครื่องบินเจอมรสุม กลางฟ้า แถม เครื่องยนต์ ก็ขัดข้อง กำลังอยู่ระหว่าง การนำเครื่อง ลงฉุกเฉิน


ทุกคน ต้องรัดเข็มขัด และ สวดมนต์ ตามศาสนาใคร – ศาสนามัน รอด หรือ ไม่รอด ฝากไว้กับ ฝีมือกัปตัน และ ดวงของแต่ละคน ก็แล้วกัน!


ถามว่า “ควรตื่นเต้น-ตกใจมั้ย?” คำตอบก็คือ ใครตื่นเต้น – ตกใจก่อน ก็ตายก่อน ใครมีสติควบคุมปัญหา และแก้ปัญหา ไปตามอาการ คนนั้น จะยืนอยู่ เหนือปัญหา และ มีชีวิตอยู่ได้ ตามเหตุปัจจัย


สถาบันการเงิน สหรัฐล้ม ตอนนี้ก็ลามสู่ ยุโรป สู่กลุ่มประเทศ จี-๘ สู่ เอเชีย และ สุดท้ายพิษ ก็จะแพร่กระจายไปทั่ว ทุกประเทศในโลก มาก-น้อย ขึ้นอยู่กับ ความเกี่ยวเนื่อง สัมพันธ์

ประเทศไหน หรือ ธุรกิจที่เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยตรงกับ สถาบันการเงิน อันเป็น “ศูนย์กลาง” ของระบบ ที่ล้มละลาย ก็ต้องรับ ผลกระทบ แรงหน่อย ส่วนประเทศไหน หรือธุรกิจไหน ที่ไม่มีวงจรสัมพันธ์ โดยตรง ก็คงรับผล แค่แรงกระเพื่อม เท่านั้น

และที่สุดแล้ว รัฐสภาสหรัฐ ก็ไม่อนุมัติจ่าย ตามที่รัฐบาลร้องขอ แต่ถึงจะจ่ายไป ก็เพื่อ ดองของเสีย ไม่ใช่จ่าย เพื่อสร้างของดีใหม่ๆ ให้งอกเงย ฉะนั้น ๗๐๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ ที่สหรัฐคิดจะตั้ง เป็นกองทุนฟื้นฟูนั้น

ไม่มีผล ต่อยอดให้ เศรษฐกิจสหรัฐ – เศรษฐกิจโลก ฟื้น หรือแตกตาใหม่ หรอกครับ อีก ๒ ปี จะเข้าสู่ภาวะปกติ หรือไม่ ถ้าสหรัฐ ยังมุ่งมั่นใช้ระบบ “ทุนเสรี” ขยายจักรวรรดินิยมทุนครอบงำโลก อย่างเดิม

ไม่ฟื้นครับ!


เพราะ โลกเปลี่ยนข้างแล้ว จากพระอาทิตย์ขึ้นทาง ซีกตะวันตก ในศตวรรษใหม่นี้ พระอาทิตย์จะมาขึ้น ทาง “ซีกตะวันออก” แล้วครับ!

บางท่านอาจสงสัย แค่แบงก์ แค่วาณิชธนกิจสหรัฐล้ม แล้วทำไมเศรษฐกิจทั้งโลกต้องล้มด้วย ก็เพราะสหรัฐ-ยุโรปคือ “รากแก้ว” ของเศรษฐกิจโลกน่ะซี เมื่อรากแก้วขาด พวกรากยึด รากเลี้ยง รากเสบียง มันจะทำหน้าที่ต่อได้ไง?

เหมือนสึนามิแหละครับ ตอนเกิดในทะเล เรายังไม่รู้สึกอะไร จนกว่าผ่านไปตามระยะเวลา-ระยะสถานที่ผ่านถึง ถึงไหน “กวาดเรียบ” ถึงนั่น ใครตั้งตัวทัน-ก็รอด ประมาท ขาดสติ ก็จะถูกกวาดจุล-วิจุณ

เงินจะตึงตัวทั้งโลก ธุรกิจการค้าจะหดตัว เพราะพวกสถาบันการเงินอันเป็นตัวสร้างสภาพคล่องในระบบ ล้มตามบ้าง ที่ไม่ล้ม ก็ปล่อยเงินกู้เข้มงวดบ้าง ไม่ปล่อยบ้าง

เมื่อสภาพคล่องไม่มี คนที่ทำธุรกิจที่ต้องพึ่งเงินกู้ตามวงจรก็สะดุด เมื่อหัวขบวนอันเป็นตัวนำสะดุด ตัวตามทั้งหลาย ก็จะหัวคะมำตามกันไป ตามฐานานุรูป ภาคการผลิต-การอุตสาหกรรม การค้า การลงทุน ตั้งแต่ใหญ่ยันร้านแซะขนมครก ก็จะก้นกระดกล้มตามเศรษฐกิจโลกตามลำดับ สะเทือนไปถึงภาค “การจ้างงาน” ละทีนี้!

คนจะเตะฝุ่นกันเต็มถนน เมื่อคนไม่มีงาน ไม่มีเงิน นั่นหมายความว่า “กลุ่มผู้บริโภค” ไม่มีกำลังผลักเครื่องจักรอันเป็นกงล้อ “เศรษฐกิจทุน” ทั้งระบบ ให้หมุนได้ตามรอบ

ระบบทุนเสรี ระบบกระตุ้นภารบริโภคเกินตัว-เกินความจำเป็น มันจะเหมือนโดมิโน ล้มแล้วก็จะไล่ล้มทับกันไปจนถึงตัวสุดท้าย!

แต่ไทยเรานี่ ว่าจะแปลกก็แปลก เป็นตลาดทุนเสรี แต่มีความเป็นเอกลักษณ์ “เศรษฐกิจทุนไทย” ผิดกว่าประเทศเศรษฐกิจบริวารตะวันตกอื่นๆ ความที่ประเทศไทยเป็นนักเลงประเภท “แทกกั๊ก” นี่แหละ เลยทำให้เข้าตำรา

กั๊กๆ เหม็งๆ เป็นนักเลงได้นาน เต็งๆ โต๊ดๆ เดี๋ยวก็หมดตูด!

เพราะไทยมีเศรษฐกิจแบบ “สินค้าสำรับ” คือในสำรับหนึ่งมีอาหารหลายอย่าง ผิดกับประเทศอื่นที่เป็นแบบ “สินค้าจานเดียว” ฉะนั้น เมื่อมีปัญหาให้จานหก ก็จะอดไปทั้งหมด

ของไทย ถึงหกทั้งสำรับ ก็ยังเก็บบางชนิดกินได้ ที่เป็นแกง-เป็นน้ำ ก็หกไป แต่ที่เป็นทอด เป็นปิ้ง เป็นย่าง ยังเก็บกินได้ นั่นคือที่เป็นอุตสาหกรรมประเภทข้าวของ วัตถุเครื่องใช้ส่งออก อาจมีปัญหา

แต่อุตสาหกรรมเกษตร เกษตรแปรรูป ยิ่งประเภทอาหารด้วยแล้ว ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องกิน-ต้องใช้ ตราบนั้นสินค้าของไทยไม่ต้องง้อ มีแต่เขาจะมาง้อ!

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกอย่างนี้ ไทยจะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส “สร้างชาติไทย” ได้อย่างไร อยู่ที่ผู้นำแหละครับ ในนาทีนี้ก็จะเป็น “นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์” ในฐานะนายกรัฐมนตรี

แต่เมื่อดูทั้งตัวผู้นำ และผู้ตามคณะคือ “รัฐมนตรี” ปัจจุบันนี้แล้ว ภาพที่สะท้อนวิสัยทัศน์ ดูจะให้ความหวังกับสังคมชาติได้ไม่มากนัก!
แต่ไทยเรากำลังมี “จังหวะ” ดีครับ คือจังหวะที่ประชาชนกำลังตื่นตัว และแสวงหา “การเมืองใหม่” หันหลังให้ “การเมืองเก่า” ที่ไม่สามารถใช้ตอบสนองการพัฒนาสังคมชาติได้

ทุกคนกำลังคิดสูตร เสนอสูตร “การเมืองใหม่” กระทั่งรัฐบาลได้ข้อสรุปว่า จะเปิดให้มี ส.ส.ร.๓ คือตั้ง “สภาร่างรัฐธรรมนูญ” โดยครั้งแรกจะแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เพื่อเปิดโอกาสให้ ส.ส.ร.เกิดได้ตามวิถีทางรัฐธรรมนูญบัญญัติ อย่างที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ทำมาแล้วตอนร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๔๐

รัฐธรรมนูญ คือกฎหมายแม่บทสูงสุดของประเทศ แต่ก่อนจะปลุกเสกตัวกฎหมายให้มีชีวิต ผมว่าควรวางเป้าหมายอันเป็น “ทิศทางประเทศ” ที่จะพาชาติมุ่งหน้าไปสู่ให้ชัดเจนก่อนไม่ดีหรือ?

จะได้เขียนรัฐธรรมนูญได้สอดคล้อง ขับเคลื่อนไปสู่ได้ตรงเป้า!

หุ้น-น้ำมัน-ทอง-กระดาษตราสาร อันเป็นสัญลักษณ์ระบบทุน สนองความละโมบ ถึงจุดอิ่มตัว และกินตัวมันเองแล้ว

ก็ถึงยุค พืชไร่-ข้าว-ปลา-อาหาร อันเป็นสัญลักษณ์ระบบเศรษฐกิจเกษตร สนองตอบความพอเพียง จะเป็นระบบที่งอกเงย และงอกงามตามแสงตะวันใหม่ เพราะมนุษย์ต่างแสวงหาสุข

เมื่อพบว่า “ระบบทุน” ให้สุขแท้จริงไม่ได้ ก็จะบ่ายหน้ามาสู่ “สุขใหม่” ในระบบเศรษฐกิจพอเพียง

ความคิดที่เป็นข้อเสนอควรทำในยุคนี้ฝากไว้ ๓ อย่าง คือ


๑.ต้องรื้อทิ้งระบบการศึกษาไทยฐานรากทั้งหมด แล้วปฏิรูปใหม่

๒.ควรเชิญประเทศเพื่อนบ้าน จีน-ลาว-พม่า-เวียดนาม-กัมพูชา-มาเลเซีย ประชุมร่วมเพื่อ “เขียนประวัติศาสตร์” ในส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน แต่อดีตที่ยังคลาดเคลื่อนให้สอดคล้องต้องกัน และใช้เป็น “แบบเรียนประวัติศาสตร์” ในแต่ละชาตินั้น

๓.ควรจริงจังนำทฤษฎี “เศรษฐกิจพอเพียง” มาปรับใช้ เป็นทิศทางในนโยบายบริหารประเทศ และ

๔.ควรประกาศให้ “ภาคอีสาน” เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ “เศรษฐกิจพอเพียง”

สรุป ทิศทางที่ต้องไปคือ “เศรษฐกิจพอเพียง” ฉะนั้น ทุกแกนของการปฏิรูป ต้องพุ่งไปสู่ระบบ เศรษฐกิจพอเพียง และ อนาคตข้างหน้า ในภูมิภาคนี้ ใครจะอยู่โดดเดี่ยวเป็น ประเทศเดี่ยว ไม่ได้แล้ว


ต่างต้องพึ่งพาด้วยการรวม “หินแต่ละก้อน” มาเป็นเสาคอนกรีตของกลุ่มภูมิภาคนี้ เหมือนอิเล็กตรอนมีประสิทธิภาพได้ เพราะข้างในประกอบด้วยโปรตอนอันเป็นเม็ดเล็กๆ ที่เรียกว่าอนุภาควิ่งวนอัดแน่นอยู่

เอาที่ต่างคน-ต่างมี แต่ในความมีนั้น ต่างคน-ต่างขาด เอามารวมให้ “มีร่วมกัน” ทำได้อย่างนี้แล้ว ตลาดกลุ่มภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ผนวกด้วยมาเลเซีย จะเป็นตลาดใหญ่ของกลุ่มคนมีเงินเหลือใช้ในตะวันตก-ตะวันออก แต่ไม่มีที่ไป อย่างนี้จะดีกว่า

“เล็กแล้วแยกย่อยกันอยู่”

ระบบการศึกษาขณะนี้ ไม่ได้ตอบสนองโจทย์ชีวิต โจทย์สังคม ที่เป็นจริง เรียนเพื่อรู้ ไม่มีประโยชน์ ต้องเรียนเพื่อใช้ เรียนเพื่อให้เข้าใจโลกและชีวิต ฉะนั้น รื้อแล้วปฏิรูปไปสู่ฐานใหม่

“เศรษฐกิจพอเพียง” เลี้ยงตัวด้วยตัวเองได้ และเลี้ยงโลกในสิ่งเหลือจากเลี้ยงตัวอีกต่อหนึ่งตะหาก!

พื้นที่อีสาน และพี่น้องอีสานนั้น ที่อยู่รอด อยู่ดี-มีสุขส่วนใหญ่ขณะนี้ ล้วนดำเนินตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียงเกือบทั้งนั้น ในภาคพื้นบ้าน และภาคเอกชนรวมกลุ่ม เขาพบความสำเร็จ “เป็นต้นแบบ” ส่วนหนึ่งแล้ว

เพื่อให้เห็นศักยภาพ และเข้าใจ-เข้าถึงทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงว่า จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร ไม่ใช่พอเพียงคือ พอใจแค่ทำกิน-มีกินไปวันๆ ไม่อดตายแล้วนอน แต่แท้จริงแล้ว เศรษฐกิจพอเพียงขยายให้เป็นธุรกิจหมื่นล้าน-แสนล้านได้

พอเพียงจนรวย จึงเป็นรวยอย่างพอเพียง คือรวยอย่างมีคุณธรรมค้ำจุนโลก ลองไม่โลภเสียอย่าง โลกก็ไม่ล่ม!

ประกาศ แล้วทำให้อีสานเป็น “เขตเศรษฐกิจพอเพียง” ไปเลย ๕ ปีเท่านั้น รับรอง..เห็นหน้า-เห็นหลัง โดยไม่ต้องตำน้ำพริกละลายแม่น้ำด้วยโครงการ “รดน้ำรากหญ้า” ประชานิยม

เห็นผลจากอีสานแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวว่าระบบ “เศรษฐกิจพอเพียง” จะไม่ฮิตไปทั่วประเทศ ทั้งเหนือ ทั้งใต้ ทั้งออก ทั้งตก นำไปใช้ เศรษฐกิจใหม่ จะพาให้ไทยสู่มิติใหม่ พร้อม “การเมืองใหม่”

ประเทศไทย ถ้าไม่พัฒนาเยาวชนให้เป็น “รากใหม่” ของประเทศ และถ้าไม่พัฒนาอีสานด้วยเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็น “รากหลัก” ขับเคลื่อนประเทศ

ประเทศไทยก็ “ยาก” ที่จะขยับเคลื่อนสู่ ศตวรรษใหม่ บนความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งมีความหมายชี้ทาง “ไพศาลไทย” ซึ่งจะเห็นภายในเวลา เศษ ๑ ส่วน ๔ ของรอบ ๑๐๐ ปี และนี่จะเป็นการเมืองใหม่ ที่ “สมใจ” ทุกคน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 01 ตุลาคม 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=1/Oct/2551&news_id=164677&cat_id=200


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ อะไรคือ”ใหม่”เพื่อศตวรรษไทย?


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 30, 2008

Bailout plan rejected – supporters scramble ช็อก!! ส.ส.มะกันโหวต ล้มแผนกู้ 7แสนล้าน – ฉุดหุ้น ดิ่ง 600 จุด – น้ำมัน ดิ่งกว่า$10 หลังแผนกู้แก้วิกฤตศก. ไม่ผ่านสภาสหรัฐฯ/ U.S. bailout rejected; fear seizes markets

Bailout plan rejected – supporters scramble
House leaders trade partisan words after historic financial rescue goes down in defeat.
By Chris Isidore, CNNMoney.com senior writer
Last Updated: September 29, 2008: 5:54 PM ET

NEW YORK (CNNMoney.com) — The fate of the government’s $700 billion financial bailout plan was thrown into doubt Monday as the House rejected the controversial measure.

The next steps were unclear. The abrupt defeat left the Bush administration and congressional leaders scrambling to figure out whether to renegotiate the bill and introduce it again as soon as Thursday or to try other options.

Stock markets reacted violently. Investors who had been counting on the rescue plan’s passage sent the Dow Jones industrial average down well over 700 points. The stock gauge closed 778 points lower – nearly 7%. (Full coverage)

The measure, which is designed to get battered lending markets working normally again, needed 218 votes for passage. But it came up 13 votes short of that target, with a final vote of 228 to 205 against. Two-thirds of Democrats and one-third of Republicans voted for the measure.

President Bush, who earlier in the day said he was confident the bill would pass, said he was “very disappointed” by the House vote. Treasury Secretary Henry Paulson, speaking at the White House, said he will continue to “use all the tools available to protect” the economy.

Republican leaders, who had pushed their reluctant members to vote for the bill, pointed the finger at a speech by Speaker Nancy Pelosi, D-Calif.

Pelosi, speaking earlier on the House floor, had blamed the nation’s economic problems on “failed Bush economic policies.”

House minority leader John Boehner, R-Ohio, said after the vote that passage would have been possible if it had not been for Pelosi’s “partisan speech.”

Rep. Barney Frank, D-Mass., one of the main congressional negotiators, dismissed the GOP claim that Pelosi’s speech was responsible for Republicans voting against the bill. “Because somebody hurt their feelings, they decided to hurt the country,” Frank said. “That’s not plausible.”
‘Our time has run out’

The four-hour debate that preceded Monday’s vote included impassioned pleas for and against the measure from Democrats and Republicans alike. Party leaders told members that the only way to protect the economy from a spreading credit crunch was to vote for the difficult-to-swallow measure.

“Our time has run out,” said Rep. Spencer Bachus, R-Ala., the ranking Republican on the House Financial Services Committee. “We’re going make a decision. There are no other choices, no other alternatives.”

Added Frank: “Today is the decision day. If we defeat this bill today, it will be a very bad day for the financial sector of the American economy.”

Boehner told his members, many of whom objected to the measure, that they had to accept something he and many of them found distasteful.

“If I didn’t think we were on the brink of an economic disaster, it would be the easiest thing to say no to this,” Boehner said. But he said lawmakers needed to do what was in the best interest of the country.

One lawmaker who voted against the bill, Rep. John Culberson, R-Texas, said the measure would leave a huge burden on taxpayers. “This legislation is giving us a choice between bankrupting our children and bankrupting a few of these big financial institutions on Wall Street that made bad decisions,” he said. Culberson voted against the bill.

Other conservative Republicans who voted “no” argued the bill would be a blow against economic freedom.

Thaddeus McCotter, R-Mich., said the bill posed a choice between the loss of prosperity in the short term or economic freedom in the long term. He said once the federal government enters the financial marketplace, it will not leave. “The choice is stark,” he said.

Some Democrats voted against the bill for not doing enough to help taxpayers facing foreclosure or unemployment and accused proponents of moving too fast.

“Like the Iraq war and Patriot Act, this bill is fueled by fear and haste,” said Lloyd Doggett, D-Texas.
The runup to the vote

The debate followed a weekend of marathon negotiations between lawmakers and administration officials to hammer out legislation.

Leading House Republicans signed on to the proposal on Sunday after expressing earlier reservations.

The core of the bill is based on Paulson’s request for the authority to purchase troubled assets from financial institutions, so banks can resume lending and the credit markets, now virtually frozen, can begin to operate more normally.

Democrats and Republicans – concerned about the potential cost – added several conditions and restrictions to protect taxpayers on the downside and give them a chance at some of the potential upside if the companies benefit from the plan.

The turmoil in Washington comes amid great upheaval in the nation’s financial system.

Banks and Wall Street firms, worried about both their own needs for cash and the condition of other institutions, essentially stopped loaning money to one another in recent weeks. That choked off the money being made available on Main Street in the form of mortgage loans, business loans and other consumer borrowing.

The crisis stems from problems in mortgage-backed securities, which saw their value plunge as home prices have gone into their worst slide since the Great Depression and foreclosures have soared to record levels.

In turn, the market for trillion of dollars worth of those securities held by major firms evaporated, sending them down to fire-sale prices and raising the risk of widespread failures among the nation’s major financial firms.

On Monday, the Federal Deposit Insurance Corp., which insures deposits at failed banks, arranged for the sale of the banking assets of Wachovia (WB, Fortune 500), the nation’s No. 4 bank holding company, to Citigroup (C, Fortune 500) for $2.2 billion in stock.

That follows three weeks of other shocks: the Treasury Department’s seizure of mortgage finance firms Fannie Mae (FNM, Fortune 500) and Freddie Mac (FRE, Fortune 500); Wall Street firm Lehman Brothers’ bankruptcy filing; rival Merrill Lynch (MER, Fortune 500) purchase by Bank of America (BAC, Fortune 500).

In addition, the Fed bailed out insurance giant American International Group (AIG, Fortune 500), loaning it $85 billion in return for a nearly 80% stake. Washington Mutual (WM, Fortune 500), the nation’s largest savings and loan, became the largest bank failure in history.

After months of attempts by regulators to fix the problems, the bailout was seen by many as the most comprehensive effort yet. Proponents vowed late Monday to keep trying.

Sen. Judd Gregg, R-N.H., a lead negotiator in the bailout bill negotiations said, “If we don’t act promptly and effectively, then many people are going to lose their jobs.” To top of page
First Published: September 29, 2008: 7:56 AM ET
http://money.cnn.com/2008/09/29/news/economy/bailout/index.htm?eref=rss_topstories
http://cnnmoney.printthis.clickability.com/pt/cpt?action=cpt&title=Bailout+plan+rejected+-+Sep.+29%2C+2008&expire=-1&urlID=31325990&fb=Y&url=http%3A%2F%2Fmoney.cnn.com%2F2008%2F09%2F29%2Fnews%2Feconomy%2Fbailout%2Findex.htm%3Feref%3Drss_topstories&partnerID=2200


U.S. bailout rejected; fear seizes markets
Mon Sep 29, 2008 6:01pm EDT

By Kevin Drawbaugh and Eddie Evans

WASHINGTON/NEW YORK (Reuters) – U.S. lawmakers rejected a $700 billion bailout plan for the financial industry in a shock vote that sent global markets sliding as European authorities scrambled to prop up a slew of banks.

The Dow Jones industrial average .DJI> posted its biggest point loss ever while the tech-heavy Nasdaq .IXIC> plummeted 9 percent — its biggest daily loss since the dotcom bubble burst in 2000. Latin American stocks tumbled 13 percent, their biggest decline in more than a decade.

Even before the vote, Asian and European markets had plummeted on fears the crisis was spreading, while U.S. regional lender Wachovia became the latest big bank to succumb to the crisis.

And global money markets were frozen even as central banks poured hundreds of billions of dollars into the financial system to persuade financial firms to stop hoarding cash.

“There’s a monster amount of fear out there. This is global contagion. It’s no longer just the United States,” said Joe Saluzzi, co-manager of trading at Themis Trading in Chatham, New Jersey.

The House of Representatives voted 228-to-205 against a compromise bailout plan that would have allowed the Treasury Department to buy up toxic assets from struggling banks. House Republicans, in particular, balked at spending so much taxpayer money just before the November 4 U.S. elections.

“I can’t believe they weren’t able to come together and come up with a solution. Complete disaster was predicted if it didn’t pass,” said Stephen Berte, senior equity trader at Standard Life in Boston. “I can’t see what the upside is right now.”

Investors rushed to assets considered a safe haven. Government bond prices and gold jumped, and oil fell below $99 per barrel on the view that world demand will contract as the financial crisis puts the brakes on economic activity.

U.S. BAILOUT PROSPECTS UNCERTAIN

In Washington, the failure of the bailout bill — after more than a week of intensive closed-door negotiation intended to hammer out a compromise plan — brought new uncertainty about the response of the U.S. government to the worst financial crisis since the Great Depression.

U.S. President George W. Bush was set to huddle with economic advisers to consider the administration’s next move after the White House failed to win support for the bailout plan from Bush’s fellow Republicans.

“There’s no question the economy is facing a difficult crisis that needs to be addressed,” White House spokesman Tony Fratto told reporters.

The bailout plan was announced by the Bush administration a little over a week ago. Republican House members voted against it by a more than 2-to-1 margin. A majority of Democrats voted in favor.

Both parties blamed each other for the failure of the closely watched bill after hours of closed-door negotiations intended to add provisions to protect taxpayers and head off criticism that Washington was riding to the rescue of bankers many Americans blame for triggering the housing crisis.

“What happened today cannot stand. We must move forward,” House Speaker Nancy Pelosi told reporters. “We are here to protect the taxpayer as we work to stabilize the markets”

U.S. presidential candidates Republican John McCain and Democrat Barack Obama had offered qualified support for the bailout proposal which now dominates the election with just over a month before the vote.

Obama said he believed lawmakers would regroup to pass a financial rescue plan. “I’m confident we’re going to get there,” Obama said as he campaigned in Colorado. “It’s going to be a little rocky.”

The Senate returns on Wednesday and the House on Thursday.

The high-stakes political showdown on the bailout proposal came after Wachovia Corp agreed to sell most of its assets to Citigroup Inc in a deal brokered by regulators.

GLOBAL CONTAGION

Investors said there were ample signs that a financial crisis that started with risky lending to the overheated U.S. property market had gone rapidly global.

“The crisis is going to affect everybody. It’s a very difficult situation and it’s going to affect economies everywhere,” Mexican billionaire Carlos Slim said.

Earlier, the governments of Belgium, the Netherlands and Luxembourg moved to partly nationalize Belgian-Dutch group Fortis NV, and German lender Hypo Real Estate Holding AG secured a credit line from the German government.

British mortgage lender Bradford & Bingley Plc was brought under the government’s wing ID:nLT461913, shares of French bank Dexia tumbled on a report that it might need emergency capital, and bank rescue deals also emerged in Iceland, Russia and Denmark.

“The contagion is spreading to mainland Europe and everyone’s asking, ‘Who’s next?'” said Mark Sartori, head of European sales trading at Fox-Pitt, Kelton in London.

Earlier, European shares had dropped to a three-and-a-half year closing low, with bank shares weighing heavily.

“Investors are fearful, frenetic, especially when it comes to banking shares. They want to get out now and see the after effects from afar,” said Frank Geilfuss, head analyst at Bankhaus Loebbecke.

The world’s central banks, led by the U.S. Federal Reserve, announced a $330 billion expansion of currency swap arrangements, which allows them to increase the amount of money they can provide in their home markets, effectively throwing more money at the crisis.

The Wachovia deal is the latest in a series of events that has transformed the American financial landscape and wiped out hundreds of billions of dollars of shareholder wealth.

The changes include the government takeover of mortgage finance companies Fannie Mae and Freddie Mac, the bankruptcy of Lehman Brothers Holdings Inc, the failure of giant savings and loan Washington Mutual, and Bank of America Corp’s purchase of Merrill Lynch & Co Inc.

(Additional reporting by Patrick Rucker in Washington, Philip Blenkinsop in Brussels, Reed Stephenson in Amsterdam, Jan Dahinten in Singapore, Andrew Callus in London, Krista Hughes in Frankfurt and Chris Aspin in Mexico City; writing by Kevin Krolicki; editing by Jeffrey Benkoe and John Wallace)

© Thomson Reuters 2008.
http://www.reuters.com/articlePrint?articleId=USTRE48S7TB20080929


ส.ส.มะกันโหวตล้มแผนกู้7แสนล้าน
30 กันยายน 2551 03:13 น.

สภา ผู้แทนราษฎรสหรัฐฯเมื่อวันจันทร์(29) โหวตล้มแผนซื้อหนี้เสียจากธนาคารมูลค่า 700,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อกอบกู้ช่วยชีวิตระบบการเงินวอลล์สตรีท โยนความพยายามสยบวิกฤตทางการเงินของอเมริกาเข้าสู่ความยุ่งเหยิง

ผลคะแนนโหวต 228-205 เสียง ทำให้ร่างกฏหมายฉบับนี้ตกไป หลังจาก ส.ส.รีพับลิกันส่วนมากเพิกเฉยต่อคำร้องขอของผู้นำของเขาเองและโหวตต่อต้าน ขณะที่ ส.ส.ส่วนใหญ่ของเดโมแครตกลับโหวตเห็นชอบกับแผนดังกล่าว

ในการอภิปรายอย่างเผ็ดร้อนก่อนสภาผู้แทนฯจะลงมติ ได้มีการตำหนิรัฐบาลของประธานาธิบดีบุช ที่ออกมาขู่ว่าระบบการเงินของอเมริกาอาจล่มสลายหากสภาไม่ผ่านร่างกฎหมายนี้

ไมค์ เพนซ์ ส.ส.จากอินดีแอนา เตือนว่าแผนซื้อหนี้เสียจากธนาคารสวนทางกับหลักของรัฐบาลสหรัฐฯ “เสรีภาพทางเศรษฐกิจหมายความได้ทั้งเสรีภาพที่ประสบความสำเร็จและเสรีภาพอัน ล้มเหลว” เพนซ์พาดพิงถึงกรณีการใช้อำนาจและทรัพย์สมบัติของรัฐบาลเข้าแทรกแซงตลาดเสรี ด้วยการซื้อหนี้เสีย

พิมพ์จาก http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000115594


น้ำมัน ดิ่งกว่า$10 หลังแผนกู้แก้วิกฤตศก. ไม่ผ่านสภาสหรัฐฯ
30 กันยายน 2551 05:21 น.

ราคา น้ำมันดิ่งลงเกือบ 10 เปอร์เซ็นต์หรือกว่า 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันจันทร์(29) หลังจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ปฏิเสธแผนกอบกู้ภาคเงิน 700 ล้านดอลลาร์ที่เสนอโดยรัฐบาลประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู.บุช

สัญญาล่วงหน้าน้ำมันชนิดไลต์สวีตครูด ของสหรัฐฯ งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ดิ่งลง 10.52 ดอลลาร์ปิดที่ 96.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังร่วงลงไปต่ำสุดระหว่างวันที่ 95.04 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นสถิติร่วงแรงที่สุดในรอบวันเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่วันที่ 23 เมษายนปี 2003

ทั้งนี้น้ำมันชนิดไลต์สวีตครูด ตกลงมา 11.8 เปอร์เซนต์จากวันอังคารที่แล้ว(16) ซึ่งมันทะยานขึ้นไปในช่วงของการสิ้นสุดสัญญาซื้อขายเดือนตุลาคม ส่วนน้ำมันดิบเบรนต์ของตลาดลอนดอนวันจันทร์(29) งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ดิ่งลง 9.56 ดอลลาร์ ปิดที่ 93.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

พิมพ์จาก http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000115602


ช็อก!! ส.ส.มะกันโหวต ล้มแผนกู้ 7แสนล้าน – ฉุดหุ้น ดิ่ง 600 จุด
30 กันยายน 2551 03:12 น.

เอ เอฟพี – สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯเมื่อวันจันทร์(29) โหวตล้มแผนซื้อหนี้เสียจากธนาคารมูลค่า 700,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อกอบกู้ช่วยชีวิตระบบการเงินวอลล์สตรีท โยนความพยายามสยบวิกฤตทางการเงินของอเมริกาเข้าสู่ความยุ่งเหยิง

ผลคะแนนโหวต 228-205 เสียง ทำให้ร่างกฏหมายฉบับนี้ตกไป หลังจาก ส.ส.รีพับลิกันส่วนมากเพิกเฉยต่อคำร้องขอของผู้นำของเขาเองและโหวตต่อต้าน ขณะที่ ส.ส.ส่วนใหญ่ของเดโมแครตกลับโหวตเห็นชอบกับแผนดังกล่าว

หุ้นในตลาดวอลล์สตรีท ร่วงลงมา 700 จุด ขณะที่ร่างกฎหมายส่อแววว่าอาจถูกปฏิเสธ และจากนั้นได้ฟื้นตัวกลับมาราว 200 จุดหลังจากการลงมติสิ้นสุดลง ก่อนปิดตลาดลดลง 603 จุดหรือ 5.42 เปอร์เซ็นต์

ด้านดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวน์โจนส์ ร่วงลง 6.92 เปอร์เซนต์หรือ 777.68 จุด ปิดที่ 10,365.45 จุด นับเป็นการร่วงภายในวันเดียวแรงที่สุดตลอดกาล หลังเคยดิ่ง 684 จุดเมื่อวันที่ 17 กันยายน ขานรับเหตุโจมตี 9/11

ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าก้าวย่างของวิกฤตนี้จะเป็นไปในทิศทางใด หรือแกนนำพรรคเดโมแครตกับรีพับลิกันจะสามารถเปลี่ยนมุมมองของ ส.ส.ผ่านการลงมติครั้งที่ 2 อย่างไรก็ตามสถานการณ์ยิ่งยุ่งยากขึ้นไปอีก เนื่องจากเป็นวันเริ่มต้นเทศกาลสำคัญชาวยิวซึ่งเริ่มต้นช่วงพระอาทิตย์ตกใน วันจันทร์(29) หมายถึงว่า ส.ส.จำนวนมาก เตรียมเดินทางกลับไปยังถิ่นฐานของพวกเขา

ก่อนหน้านี้สภานิติบัญญัติสหรัฐฯ บรรลุร่างกฎหมายที่จัดสรรเงิน 250,000 ล้านดอลลาร์ให้รัฐบาล เพื่อซื้อหนี้เสียจากกองทุนเงินบำนาญ รัฐบาลท้องถิ่น และธนาคารเล็กๆ ที่ให้บริการแก่ครอบครัวรายได้ต่ำ และยังให้อำนาจประธานาธิบดีอนุมัติเงินได้อีก 100,000 ล้านดอลลาร์

ร่างกฎหมายนี้ได้ให้อำนาจรัฐสภามีสิทธิยับยั้งการซื้อเกินวงเงิน กำหนด และกำหนดเพดานการซื้อสูงสุดไว้ที่ 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยกระทรวงการคลังจะเป็นผู้ใช้แผนนี้ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการ ซึ่งรวมทั้งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด รัฐมนตรีคลัง และคณะกรรมการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ

ในการอภิปรายอย่างเผ็ดร้อนก่อนสภาผู้แทนฯจะลงมติ ได้มีการตำหนิรัฐบาลของประธานาธิบดีบุช ที่ออกมาขู่ว่าระบบการเงินของอเมริกาอาจล่มสลายหากสภาไม่ผ่านร่างกฎหมายนี้

ไมค์ เพนซ์ ส.ส.จากอินดีแอนา เตือนว่าแผนซื้อหนี้เสียจากธนาคารสวนทางกับหลักการของรัฐบาลสหรัฐฯ “เสรีภาพทางเศรษฐกิจหมายความได้ทั้งเสรีภาพที่ประสบความสำเร็จและเสรีภาพอัน ล้มเหลว” เพนซ์พาดพิงถึงกรณีการใช้อำนาจและทรัพย์สินของรัฐบาลเข้าแทรกแซงตลาดเสรี ด้วยการซื้อหนี้เสีย

ด้าน ลีนน์ วูลซีย์ ส.ส.จากเดโมแครต หนึ่งในผู้โหวตต้าน แสดงความข้องใจว่าทำไมผู้เสียภาษีต้องถูกร้องขอให้จ่ายเงินสำหรับความไร้ ความรับผิดชอบของบริษัทการเงินชั้นนำของอเมริกา “ทำไมวอลล์สตรีทไม่จ่ายเงินสำหรับความยุ่งเหยิงที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเอง”

พิมพ์จาก http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9510000115592

ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ธปท. ยืนยัน แบงก์ไทย ไม่ล่ม แต่จับตา การเคลื่อนย้ายทุน ใกล้ชิด


30 กันยายน 2551 กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์


เศรษฐกิจ
แบงก์ บีบรัฐ บล็อกต่างชาติ กู้เงิน หวั่นสภาพคล่องหด วิกฤติ ธปท. จับตา ทุนเคลื่อนย้าย


สมาคมแบงก์ กังวลต่างชาติ ออกบาทบอนด์ ดูดสภาพคล่อง ในประเทศ หดหาย วอนรัฐ หาทางกั๊ก ไว้ใช้ลงทุน ขุนคลัง อ้างแค่มา รับฟัง ยังไม่ รับปาก “ประสาร” การเงินยุโรป เข้าขั้นวิกฤติ ขณะที่ ธปท. ยืนยัน แบงก์ไทย ไม่ล่ม แต่จับตา การเคลื่อนย้ายทุน ใกล้ชิด


นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวภายหลัง หารือ ร่วมกับ นาย สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ว่า สมาคมธนาคารไทย ได้เสนอให้ กระทรวงการคลัง ทบทวน การอนุญาตให้ นักลงทุนต่างชาติ ระดมทุน ด้วยการออกพันธบัตร สกุลเงินบาทใน ประเทศไทย (บาทบอนด์) เนื่องจากเกรงว่า จะกระทบต่อ สภาพคล่อง การเงิน ใน ประเทศ ในอนาคต เพราะที่ผ่านมา ถือว่า ภาครัฐ ไม่ได้มีความเข้มงวด ในเรื่องนี้ มากนัก


นอกจากนั้น ยังต้องการให้ กระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญ กับ การลงทุนนอกประเทศ ของ นักลงทุนไทย ด้วย ซึ่งขณะนี้ มีความน่าเป็นห่วง อย่างมาก เพราะอาจมีผลต่อ สภาพคล่องการเงิน ในระบบเช่นกัน ซึ่งสังเกตได้จากการ ดุลบัญชีเดินสะพัด ขณะนี้ เริ่มพลิกจาก การเกินดุล มาเป็น การขาดดุล


“อยากให้ ช่วยดูแล การที่ต่างชาติ มาระดมทุน ในประเทศด้วย การออก บาทบอนด์ อย่าให้ทำ ได้ง่ายมากนัก วันนี้สภาพคล่อง หดหาย ไปจาก ตลาดมาก มีเพียง ไม่กี่ประเทศ รวมทั้ง ประเทศไทย ที่มี สภาพคล่อง ซึ่งน่า จะเก็บไว้ แทนการ ปล่อย ออกมา ถึงตอนนั้น เวลาจะลงทุน ก็ไม่มีเงิน” นายอภิศักดิ์ ระบุ


ขณะเดียวกัน ทางสมาคม ยังมีข้อเสนอ อีก 4 เรื่อง ฝากให้กระทรวงการคลัง พิจารณา ได้แก่
1. การเร่งรัด การลงทุนภาครัฐ ที่ต้องการให้ เร่งดำเนินการ โดยเร็ว
2. ขอให้ รัฐบาล ยกเว้นภาษีต่างๆ ที่เกี่ยวกับ การปรับโครงสร้าง เป็นการถาวร
3. ขอให้รัฐ สนับสนุน วงเงินกู้อัตราดอกเบี้ย ผ่อนปรนพิเศษ (ซอฟต์โลน) เพื่อนำไปใช้ช่วยเหลือ ภาคธุรกิจใน 3-4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ
4. ให้มีการ ผลักดัน กฎหมายหลักประกัน เหมือนกับ ประเทศที่พัฒนา แล้วใช้กัน
ซึ่งจะเป็น การเปิดโอกาสให้ ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ ธุรกิจขนาดกลาง และ ขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) นำ สินค้าคงคลัง หรือ วัตถุดิบ มาใช้ เป็น หลักประกัน ในการ ขอกู้เงิน ได้


ด้านนาย สุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลจะนำ ข้อเสนอ ทั้งหมดไปพิจารณา ดำเนินการ ใน อนาคต หลังจากที่ รัฐบาลมีการแถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา เรียบร้อย แล้ว แต่ในขณะนี้ ยังไม่ได้ตัดสินใจใดๆ ทั้งสิ้น


นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในขณะนี้ ยังไม่รับปาก เรื่องที่ว่า จะชะลอ การอนุมัติให้ ต่างชาติ ออก บาทบอนด์ ในไทย หรือ ไม่ เพราะขณะนี้ ยังไม่มีข้อมูล จึงต้องไป พิจารณาสภาวะ ทั้งในระยะสั้น และ ระยะยาว


นาย ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (kbank) กังวลว่า ตลาดการเงินใน ยุโรป จะประสบปัญหาเดียว กับ สหรัฐอเมริกา ซึ่งโอกาสเป็นไปได้สูง ว่า ปัญหา จะหนักกว่า เนื่องจาก ขณะนี้ยังมีความพยายาม ในการปกปิดความเสียหาย ที่เกิดขึ้นอยู่ และ ยังไม่ได้รับ การแก้ไข ซึ่งปัญหา อาจกระทบต่อการส่งออก ของ โลก และ ไทย รวมถึง การท่องเที่ยวไทย ในปีหน้า ซึ่งต้องติดตาม อย่างใกล้ชิด เช่นกัน


ด้าน นาย บัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพ สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ผลกระทบจาก วิกฤติทาง การเงิน ของ สหรัฐ ส่งผลกระทบ ต่อ ธนาคารพาณิชย์ไทย น้อยมาก เนื่องจาก ธนาคารพาณิชย์ไทย มีการลงทุนใน ทรัพย์สินต่างประเทศ น้อย เพียง 1.3 % ของ สินทรัพย์รวม ขณะที่ สภาพคล่อง ในระบบ สถาบันการเงิน ของไทย ยังไม่มีสัญญาณ ที่น่าเป็นห่วง และ ยังไม่มีการตึงตัว


อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอน ของเศรษฐกิจโลก จะยังเป็นปัจจัยลบ ต่อเศรษฐกิจไทย ในครึ่งปีหลัง และ ปีหน้า สิ่งที่ ธปท. จะต้องติดตาม มี 3 ประเด็น คือ การเคลื่อนย้าย เงินทุน ระหว่างประเทศ, สภาพคล่อง ในระบบ และ ผลกระทบต่อการส่งออก และ เศรษฐกิจ ภาพรวม

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 30 กันยายน 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=30/Sep/2551&news_id=164637&cat_id=600


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ แบงก์บีบรัฐ บล็อกต่างชาติ กู้เงิน หวั่นสภาพคล่องหด วิกฤติ ธปท. จับตา ทุนเคลื่อนย้าย


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 29, 2008

แผนช่วยเหลือ สถาบันการเงิน มูลค่า 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ


29 กันยายน 2551 กองบรรณาธิการ ต่างประเทศ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์


คองเกรส เห็นชอบ แผนกู้ศก. $7แสน ล.


แต่ยังต้องมีการ ปรับเปลี่ยน อีกบางส่วน คาดสภาล่าง จะยกมือโหวตได้ในวันอาทิตย์ หรือไม่ก็วันจันทร์ ก่อนส่งให้ วุฒิสภาต่อไปสภาคองเกรส พยายามอย่างหนัก ที่จะหาข้อสรุปให้ได้ ก่อนที่ตลาดหุ้นเอเชีย จะเปิดทำการในวันจันทร์ เพื่อหลีกเลี่ยง ผลกระทบรุนแรง เหมือนเช่นสัปดาห์ก่อน


นางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนฯ พร้อมด้วย นายแฮรี รีด ประธาน เสียงข้างมากใน วุฒิสภา และ แกนนำสภา คนอื่นๆ ออกมา ประกาศว่า สภาคองเกรส ตกลงกัน ได้แล้วเรื่อง แผน 7 แสนล้านดอลลาร์ ตอนหลังเที่ยงคืน วันเสาร์หรือ เช้าตรู่วันอาทิตย์


เปโลซี ระบุว่า ยังเหลือขั้นตอน ด้านเอกสาร ก่อนจะมีการเห็นชอบ อย่างเป็นทางการ ขณะที่ แกนนำสภาคองเกรส คนอื่นๆ หวังว่า สภาล่างน่าจะ โหวต รับรอง แผนการดังกล่าวได้ ในวันอาทิตย์ หรือไม่ก็ วันจันทร์ ก่อนจะส่งต่อไป ยังวุฒิสภาหลัง นางเปโลซี พูดคุยทางโทรศัพท์ กับ ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช เมื่อช่วงค่ำ วันเสาร์


จากนั้น ทำเนียบขาว ออกแถลงการ ชื่นชมความพยายาม ของ สภาคองเกรส ที่ช่วยกัน หาทางสร้างเสถียรภาพ แก่ ตลาดเงิน และ ปกป้อง เศรษฐกิจ ของประเทศ


โทนี แฟรตโต โฆษก ทำเนียบขาว เผยนอกจาก นางเปโลซี แล้ว ประธานาธิบดี ยังได้พูดคุยกับ สมาชิกสภาคองเกรส คนอื่นๆ ที่เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตาม ความคืบหน้าของ การหารือ อย่างไรก็ดี เมื่อถูกถามว่า ประธานาธิบดีบุช เห็นด้วย กับข้อตกลงที่ คองเกรส เห็นชอบ หรือ ไม่ แฟรตโต ระบุเพียงว่า ไวท์เฮาส์ ยินดีอย่างยิ่ง ที่พูดคุย มีความคืบหน้า


ส.ว. เคนท์ คอนราด ประธาน คณะกรรมาธิการ งบประมาณของวุฒิสภา เปิดเผยว่า ข้อตกลง คร่าวๆ ของ สภาคองเกรส ที่ยังต้องมี การปรับ เปลี่ยน แก้ไข นั้น กำหนดให้มาตรการ 7 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อจัดการ หนี้เสีย ของ สถาบันการเงิน ต้องอยู่ภายใต้ การควบคุมดูแล ของ คณะกรรมการ ที่ประกอบด้วย รัฐมนตรีคลัง รัฐมนตรีพานิชย์ ประธาน คณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์ และ ตลาดหลักทรัพย์ และ ประธาน ธนาคารกลาง (เฟด)


ส.ว.คอนราด ระบุอีกว่า งบจำนวน 7 แสนล้านดอลลาร์ที่ตั้งไว้ จะถูกแบ่งจ่าย เป็นงวดๆ โดยงวดแรก จำนวน 2.5 แสนล้านดอลลาร์ จะใช้ได้ ทันที ที่ประธานาธิบดี ร้องขอ แต่ สภาคองเกรส อาจพยายามยับยั้ง การเบิกใช้งบ ที่เหลือได้ หากเห็นว่า มาตรการดังกล่าว ไม่ได้ผล


ขณะที่ กระทรวงการคลัง ต้องจัดให้มี โครงการประกันภัย ซึ่งภาคอุตสาหกรรม เป็น ผู้จ่ายเบี้ยประกัน เพื่อบรรเทา ความเสียหาย ที่อาจเกิดขึ้น กับ ประชาชนผู้เสียภาษี นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้อง มีสิทธิ์ ในการเข้าไป ถือครองหุ้น ในบริษัท ที่ขายสินทรัพย์ ภายใต้ แผนช่วยเหลือ นี้


หากแผนช่วยเหลือ สถาบันการเงิน มูลค่า 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังกล่าว ที่รัฐบาลของ ประธานาธิบดีบุช ประกาศออกมา เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ ผ่านมา ได้รับ การเห็นชอบ จากสภา ครั้งนี้จะถือเป็น การเข้าแทรกแซง ตลาดเงินครั้งใหญ่ที่สุด และ ใช้งบมหาศาลที่สุด นับตั้งแต่ สหรัฐ เผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ ตกต่ำรุนแรง (great depression) เมื่อหลาย สิบปีก่อน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 29 กันยายน 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=29/Sep/2551&news_id=164584&cat_id=800


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ คองเกรส เห็นชอบ แผนกู้ศก. $7แสน ล.


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 17, 2008

การล้มละลาย ของบริษัทใหญ่ สหรัฐ อาจถึง ประเทศไทย เพราะมี ความโลภ ในลักษณะเดียวกัน


“สนธิ” ชี้ วิกฤตศก.สหรัฐ ลามทั่ว – ไทยกระทบหนักแน่


“สนธิ” เชื่อความเสียหายจาก วิกฤตเศรษฐกิจ จากการล้มละลาย ของบริษัทขนาดใหญ่ ของสหรัฐ จะลุกลาม ขยายวงกว้าง เตือน ประเทศไทย จะเข้าสู่ วงจรเดียวกัน และ จะได้รับผลกระทบหนัก เพราะมีความโลภ ในลักษณะเดียวกัน
สนธิ ลิ้มท�งกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่�ประชาธิปไตย

สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย



คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


วันนี้ (17 ก.ย.) เมื่อเวลา ประมาณ 21.50 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัย ที่ทำเนียบ รัฐบาล โดยได้กล่าวถึง กรณีที่เพื่อนร่วมวงการ ที่เป็นฟรีทีวี กล่าวหา เอเอสทีวี ว่าทำตัวเป็น ขอทาน ว่า รู้สึกแปลบในใจ เพราะช้ำใจว่า ประเทศไทย มีสื่อ ที่คิดได้อย่างนั้น นั่นคือ ความพินาศฉิบหาย ของวงการสื่อมวลชน ถ้าเขาไม่มี มิจฉาทิฐิ หรือ ไม่มี อวิชชา ต้องบอกว่า อิจฉา เอเอสทีวี ที่มีประชาชน มาช่วย จ่ายเงินเดือน ซึ่งน่าภูมิใจ และหาไม่ได้ อีกแล้ว ถ้าคิดเป็น ต้องพูดแบบนี้ ไม่ใช่บอกว่า ไปขอทาน กับ พี่น้อง เพราะว่า พี่น้อง เห็นคน เห็นคุณค่า ของ เอเอสทีวี ที่เป็นโทรทัศน์ เจ้าเดียว ที่ก่อให้เกิด กระบวนการกู้ชาติ ขึ้นมา ประชาชน จึงหวงแหน เอเอสทีวี ดั่งลูกในไส้


การเลือกตั้ง นายกเทศมนตรี ที่ อำเภอเกาะสมุย ย้ำว่า ตามหลักการ แกนนำพันธมิตรฯ จะไม่เข้าไป ยุ่งเกี่ยวกับ การเลือกตั้ง หรือ การเมืองในท้องถิ่น ไม่ว่าท่านจะ สนับสนุนใคร เพราะนั่นเป็นเรื่องของ การเมืองท้องถิ่น แต่อยากฝากไปยัง พี่น้องที่เป็นพันธมิตรฯ ในอำเภอ เกาะสมุย ว่า ต้องมี จิต วิญญาณ จากความเป็น นักสู้กู้ชาติ คือต้องเลือก คนที่ซื่อสัตย์ โปร่งใส เคารพกฎหมาย และ มี จริยธรรม


นายสนธิ กล่าวว่า รู้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ มี คุณสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ สามี เข้าไปยุ่งเกี่ยว กับการเลือกตั้ง ครั้งนี้ และทราบว่า มีการใช้เงินถึง 100 – 200 ล้านบาท ซึ่งพี่น้อง ต้องจับตามองว่า นายกเทศมนตรีคนใหม่ จะรับใช้ คุณสุดารัตน์ หรือไม่ โดยใช้วิธีการ ตรวจสอบ การทำหน้าที่ ตาม ปรัชญา ของ พันธมิตรฯ


ส่วนใคร จะกล่าวหาว่า ฝ่ายใดมี คุณสุดารัตน์ หนุนหลังนั้น ตนไม่สนใจ ให้เป็นหน้าที่ ของ คนสมุย ไปจับตาดูเอง และ อยากบอกว่า เวลานี้ทั้ง คุณสุดารัตน์ และ นายเนวิน ชิดชอบ กำลังรุก ลงไปทางใต้ มีการ เอาเงิน เอาทอง ลงมาใช้ ขอให้ระมัดระวัง แต่ใครจะไปเป็น นายกเทศมนตรีสมุย ไม่สำคัญ สำคัญที่ว่า เขาได้ทำประโยชน์ ให้พี่น้อง ตามปรัชญา ที่เราต่อสู้มาหรือไม่


จากนั้น นายสนธิ ได้กล่าวถึง วิกฤตเศรษฐกิจใน สหรัฐอเมริกา กรณีการล้มละลายของ เลห์แมน บราเธอร์ส วาณิชธนกิจ ขนาดใหญ่ อันดับ 4 ของ สหรัฐ โดยกล่าวว่า สาเหตุมาจาก ความโลภ ของ ระบบทุนนิยม ของสหรัฐ และว่า สหรัฐจะใช้วิธี กู้เงินจากทั่วโลก ไปใช้ในการลงทุน และ ส่วนใหญ่ จะเป็น ลักษณะเก็งกำไร และ มีการปั่นราคา เกินจริง ดังนั้น เมื่อเกิดการผิดพลาด จากกรณี การปล่อยสินเชื่อ อสังหาริมทรัพย์ ด้อยคุณภาพ ทำให้ บริษัทยักษ์ใหญ่ หลายแห่ง ขาดทุน จนต้องล้มละลาย เป็น ลูกโซ่


นายสนธิ ยังได้ย้อนอดีตถึง การลดค่าเงินบาท ในประเทศไทยว่า มีอยู่สองครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้น ในสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งครั้งนั้น มีการปิดเป็นความลับ และธุรกิจ ที่ได้รับความเสียหาย มีในวงจำกัด ส่วนใหญ่ จะเป็น บริษัทที่นำเข้า แต่ในช่วง 2 ปี ให้หลังเศรษฐกิจก็ฟื้น


ครั้งที่สอง เกิดขึ้นในสมัย รัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ยืนยันว่า จะไม่ลดค่าเงินบาท แต่วันรุ่งขึ้น ก็ลดค่าเงิน ดังนั้น ขอให้เชื่อว่า สิ่งที่บอกว่า ไม่ใช่ ก็คือ ใช่ นั่นเอง เหมือนกับกรณี ที่แบงก์กรุงเทพ ที่บอกว่าขาดทุน จากการร่วมทำธุรกิจ กับ เลห์แมนฯ บ้างเล็กน้อย ก็หมายความว่า ขาดทุนมาก


นายสนธิ ได้ตั้งข้อสังเกต ถึงวงจรของ คนรุ่นใหม่กับ คนรุ่นเก่า เริ่มขาดลง โดยชี้ให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่ ที่สะสมทรัพย์ แต่พอเข้าสู่ วัยกลางคน กลับกลายเป็นว่า ยังเป็นหนี้อยู่ บางคนผ่อนบ้านไป จนเกษียณ แต่ยังใช้หนี้ไม่หมด นี่ถือว่าอันตราย และกำลัง จะซ้ำรอย อเมริกา ที่มีแต่ความโลภ


นายสนธิ ตำหนิ ธนาคารกลางของ สหรัฐ(เฟด) ที่ใช้เงิน 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เข้าไปอุ้ม บริษัทเอไอจี ที่กำลังจะ ล้มละลาย โดยอ้างว่า ทำเพื่อ คนอเมริกา ว่าเป็นการกระทำ ที่ต้องประณาม อย่างรุนแรง ซึ่ง นายสนธิ ได้เปรียบเทียบตอนวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปี 40


ที่ตอนนั้น สหรัฐ ขัดขวาง ไม่ให้รัฐบาล เข้าไปอุ้ม 56 ไฟแนนซ์ เพื่อต้องการให้ บริษัทเหล่านั้นเจ๊ง และ บีบให้ ไทยต้องไปกู้ ไอเอ็มเอฟ แล้วเข้ามา กำหนดเงื่อนไข ต่างๆนานา แต่คราวนี้ ตัวเองกลับ กลืนน้ำลาย เข้ามาอุ้ม บริษัทเหล่านี้ โดยอ้างว่า ทำเพื่อคนอเมริกา แต่ที ประเทศไทย จะทำ อย่างนั้นบ้าง กลับขัดขวาง


“มีนักวิชาการของ ไทยบางคน ที่ฟังผมพูด ไม่ได้ศัพท์ กรณีที่ผม เสนอให้ ประเทศไทย ปิดประเทศ ในความหมาย ปิดตลาดการเงิน เพื่อป้องกัน การเก็งกำไร ค่าเงิน และ ต้องการดัดหลัง ไอ้โม่งบางคน ที่กำลังโจมตี ค่าเงินบาท นักวิชาการ พวกนี้ร่ำเรียน จากต่างประเทศ แต่ไม่เคย นำมา ปรับปรุง คิดแต่ ลอกเลียนแบบ ทั้งดุ้น” นายสนธิ ระบุ และว่า การเมือง จะแก้ปัญหา ในเรื่องเหล่านี้ได้ทั้งหมด


ในตอนท้าย นายสนธิ มั่นใจว่า วิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐ จะลุกลามออกไป อีกอย่างแน่นอน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
17 กันยายน 2551 23:20 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000110645


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ”ชี้วิกฤตศก.สหรัฐลามทั่ว-ไทยกระทบหนักแน่


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Next Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.