Accom Thailand

April 26, 2009

“เชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายก อภิสิทธิ์” 26 เมษายน 2552


“มาร์ค” ฮึ่ม เสื้อแดง ชุมนุมจาบจ้วง ชี้ “แม้ว-อีเพ็ญ” ผู้ก่อการร้ายตัวจริง
 เชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายก อภิสิทธิ์

เชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายก อภิสิทธิ์


นายกรัฐมนตรี เตือนม็อบเสื้อแดง จัดชุมนุม ห้ามจาบจ้วงเบื้องสูง ยอมรับเป็น นักประชาธิปไตย ฝืนใจต้องใช้อำนาจพิเศษ ในบางครั้ง เพื่อรักษากฏหมาย ย้ำ สถานการณ์ยังไม่นิ่ง จำเป็นต้อง ตรึงกำลังไว้ บางส่วน ชี้ “ทักษิณ-จักรภพ” โจมตีมาตุภูมิ จาบจ้วงกษัตริย์ เข้าข่ายผู้ก่อการร้าย มั่นใจ ต่างชาติ เริ่มเข้าใจ และ ออกอาการ ต่อต้านแล้ว


คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายก อภิสิทธิ์”


วันนี้(26 เม.ย.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จัดรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายกฯ อภิสิทธิ์” เป็น ครั้งที่ 15 ออกอากาศ ทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย และ สถานีวิทยุกระจายเสียง แห่งประเทศไทย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สัปดาห์ ที่ผ่านมา ก็เป็นสัปดาห์ที่ ตนและรัฐบาล ก็เดินหน้า ในการที่จะนำ บ้านเมือง กลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากที่มี การประกาศใช้ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตั้งแต่ใน ช่วงสงกรานต์ ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

สิ่งแรก ที่เราพยายาม ดำเนินการ คือว่า ทำให้ เหตุการณ์ต่าง ๆ รวมทั้ง การแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ นั้นเดินไปใน ลักษณะ ที่โปร่งใส และ มีส่วนร่วมของทุก ๆ ฝ่าย

เพราะฉะนั้น เมื่อ วันพุธ และ วันพฤหัสบดี ที่ผ่านมา รัฐบาลจึงได้ขอ เปิดการประชุมร่วมของรัฐสภา เพื่อที่จะรับฟัง ความคิดเห็น ของ สมาชิกรัฐสภา ซึ่งก็มีทั้ง สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นเวลา 2 วัน เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น เกี่ยวกับ เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

รวมถึง การแสวงหา ทางออก สำหรับ บ้านเมือง เพื่อที่จะให้ ความขัดแย้งต่าง ๆ นั้น ได้คลี่คลายลงไป

นายกฯ กล่าวว่า เชื่อว่า ประชาชนจำนวนมาก คงจะได้มีการติดตาม การประชุมทั้ง 2 วัน เพราะว่า มีการถ่ายทอดสด ทางโทรทัศน์ และ ทางวิทยุ ซึ่งในการอภิปรายนั้น เป็นธรรมดา ที่บางครั้ง ก็อาจจะดู มีความขัดแย้ง หรือ มีอารมณ์กันอยู่บ้าง แต่ว่าโดยรวม ประชาชนคงจะตระหนักว่า ที่ประชุมสภาฯ ก็คือ ที่ประชุม ของผู้แทนของ ปวงชนชาวไทย

ซึ่งก็สะท้อน ความรู้สึกของ ประชาชน ซึ่งย่อมจะมี ความหลากหลาย มีความแตกต่าง กันไป อย่างไรก็ตาม อยากจะเรียนอย่างนี้ว่า ประเด็นหลัก ๆ ที่เราจะต้องช่วยกัน จากวันนี้ไป ก็คือ การสะสาง ใน 2 จุด

จุดแรก คือในเรื่องของ เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งขอย้ำอีกครั้งว่า รัฐบาล และ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตนได้รายงาน สถานการณ์ต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ ให้ ประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง เพื่อยืนยัน ข้อเท็จจริง หลักการ และ จุดยืนของรัฐบาล ซึ่งจำเป็น ที่จะต้องประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน เพื่อที่จะนำเรื่องของ การรักษากฎหมาย ให้มีความศักดิ์สิทธิ์ กลับคืนมาสู่ สังคม ไม่ได้ เป็นการใช้กฎหมาย ในลักษณะที่ จะหวังประโยชน์ ในเรื่องของ การเอาชนะคะคาน ในทางการเมือง แต่ประการใด

“เพราะฉะนั้น อย่างที่เรียน ก็คือว่า การใช้สิทธิเสรีภาพของ พี่น้องประชาชน ตามรัฐธรรมนูญ นั้น ย่อมทำได้ การแสดงความคิดเห็น ที่แตกต่างย่อมทำได้ แต่ว่า พฤติกรรม ที่ผิดกฎหมาย และ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผิดกฎหมาย และ กระทบต่อ ความมั่นคงของรัฐ ก็เป็นเรื่องที่ เราจะต้องใช้เครื่องมือเครื่องไม้ ตามกฎหมายจัดการ เพื่อที่จะไม่ให้ สถานการณ์นั้น ลุกลาม และ กระทบ กับ ประเทศ และ กระทบกับ ความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชนต่อไป” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ยืนยัน ไม่มีผู้เสียชีวิต จากการปฏิบัติการ ของเจ้าหน้าที่


นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ขอยืนยัน อีกครั้งหนึ่งว่า
ประการแรก ในเชิงนโยบายนั้น ได้มีการประชุม กำชับกับ หน่วยงาน ที่ปฏิบัติงาน ในช่วงที่มี การประกาศ ภาวะฉุกเฉิน เกือบตลอดเวลาว่า ทุกมาตรการ ที่ใช้นั้น

หนึ่ง ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ปฏิบัติการทุกครั้ง ก็จะมีสื่อสารมวลชน ทั้ง ไทย และ ต่างประเทศ อยู่ด้วย และ
สอง คือว่า พึงหลีกเลี่ยง การใช้ความรุนแรง ในทุกรูปแบบ และ ทุกอย่างต้องอยู่ ภายใต้ข้อบังคับ หรือ ตัวบทกฎหมาย ทุกประการ


“ผมยังยืนยันครับ จนถึงวันนี้ว่า จากการติดตามตรวจสอบ ในทุกเรื่อง ยังไม่ปรากฏว่า มีผู้เสียชีวิต จากการปฏิบัติการ ของเจ้าหน้าที่ ในช่วงที่มี การประกาศภาวะฉุกเฉินร้ายแรง และ ในส่วนของ การบาดเจ็บต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ทางเจ้าหน้าที่ ได้เร่งเข้าไปดูแล รัฐบาลก็ได้ ดำเนินการ มีมติในเรื่องของ การเยียวยาให้ พี่น้องประชาชน ที่ได้รับ ผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นใคร ไม่ว่าจะอยู่กลุ่มใด”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า เรียนว่า 2 วัน ที่มีการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ นั้น ที่จริงแล้ว ก็มีเรื่องราว ที่ได้รับความสนใจอยู่ อาจจะอยู่ 2-3 เรื่อง ซึ่งยังอยู่ในความสนใจ เช่น

กรณีที่ มีการพบศพใน แม่น้ำเจ้าพระยา ก็ขอเรียนย้ำ อีกครั้งหนึ่งว่า บุคคลทั้งสอง ที่ได้เสียชีวิตนั้น เสียชีวิต หลังจากที่มีปฏิบัติการต่าง ๆ ในเรื่องของการทหาร หรือ การดำเนินการ ของ ฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก็คือว่า มีพยานชัดเจน ที่ระบุว่า บุคคลทั้งสองนั้น ยังคงมีชีวิตอยู่ ในช่วงประมาณ ตอนดึกของวันที่ 13 ต่อเนื่อง เช้าวันที่ 14 ซึ่ง พี่น้องประชาชน คงจำได้ว่า หลังจากดึก วันที่ 13 เป็นต้นไป ก็ไม่ได้มี ปฏิบัติการของ ฝ่ายความมั่นคง อะไรเพิ่มเติม เป็นช่วง ที่มีการตรึงกำลังกัน ก่อนที่ วันที่ 14 ทางผู้ชุมนุม จะได้ตัดสินใจ ในเรื่องของ การยุติการชุมนุม อย่างนี้เป็นต้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการเสียชีวิตของ พลทหาร ว่า อยากจะเรียนว่า เป็นผู้ที่ดูแลบ้านพัก ซึ่งตนได้ไปพักอยู่ แต่ว่าการเสียชีวิต ของบุคคลท่านนั้น เกิดขึ้นในช่วงค่ำ ของ วันที่ 14 เมษายน ซึ่งเป็นเวลาที่ ตนไม่ได้พักอยู่ที่นั่นแล้ว ตนพักอยู่ที่นั่น ในช่วงวันที่ 12 และ วันที่ 13 เมษายน และ จากรายงานเบื้องต้นของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ทราบว่า บุคคลดังกล่าว ประสบอุบัติเหตุ ในช่วงค่ำ และ หลังจากนั้น ก็มีพยานที่ได้สนทนา และ ได้ช่วยในเรื่องของ การซื้อยา เพราะว่าทางเจ้าตัวนั้น ได้บ่นว่าปวดศีรษะมาก แต่หลังจากที่นอนแล้ว ได้พบอาการผิดปกติ ได้มีการส่ง โรงพยาบาล อย่างนี้เป็นต้น

“นอกจากนั้น จะมี ภาพเหตุการณ์ ซึ่งเป็นภาพนิ่งบ้าง ภาพเคลื่อนไหว บ้าง ซึ่งรัฐบาล ได้พยายาม ที่จะชี้แจงว่า แต่ละเรื่องมี ที่มา ที่ไป อย่างไร ผมอยากจะเรียนว่า เราก็จะ เดินหน้า ทำเรื่องนี้ให้ โปร่งใสครับ เพราะว่าใคร ก็ตามที่เสียชีวิต ใครก็ตาม ที่ได้รับบาดเจ็บ นั้น ผมยืนยันครับว่าผมเชื่อว่า คนไทยทุกคนเสียใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เรา ก็ต้องยืนยัน ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ว่า การเสียชีวิต หรือ การบาดเจ็บ นั้นเกิดขึ้นอย่างไร”

รัฐบาลตั้ง คณะกรรมการประมวลเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

นายกฯ กล่าวอีกว่า ดังนั้น สิ่งที่ตนดำเนินการ ในขณะนี้ก็คือ

ข้อแรก ในส่วนของรัฐบาลเอง ได้มี การแต่งตั้ง คณะกรรมการ ประมวลเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นความรับผิดชอบ ของทาง สำนักงาน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี อันนี้เป็นเรื่องของ ฝ่ายบริหาร ที่จะต้องดำเนินการ

ข้อที่สอง คือ ในการประชุมสภาฯ นั่นเอง เพื่อให้เกียรติ กับ เพื่อนสมาชิก ที่ได้มีการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ตนได้เสนอแนะให้ ทางท่านประธานรัฐสภา ได้เชิญวิปของ ทั้งฝ่ายรัฐบาล ทั้งฝ่ายค้าน และ วุฒิสภา ซึ่งเข้าใจว่า จะมีการพบปะกัน ในวันพรุ่งนี้(27เม.ย.) เพื่อที่จะได้มี การดำเนินการว่า จะชำระสะสาง ประมวลเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อย่างไร โดยตน ยืนยันว่า รัฐบาล และ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง จะให้ความร่วมมือ อย่างเต็มที่ กับการที่จะได้ ข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้น ในส่วนของ หน่วยงาน แต่ละ หน่วยงานเอง หากมีเหตุการณ์ คำร้องเรียนใด ๆ ก็ต้องดำเนินการ ในการให้ได้ข้อเท็จจริงมา และ ก็ยืนยันว่า กำลังพล หรือ บุคลากร ของทุกหน่วยงานนั้น จะต้องปฏิบัติตามนโยบาย ตามกฎหมายเท่านั้น และ ก็จะต้องมี การตรวจสอบข้อเท็จจริง ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ตนตั้งใจว่า

บรรดาข้อมูลต่าง ๆ ที่มีการนำเสนออยู่ ในขณะนี้ ควรจะได้มี การตรวจสอบพิสูจน์ และมีการชี้แจงเผยแพร่ให้ พี่น้องประชาชน ได้รับทราบข้อเท็จจริง ทุกแง่ทุกมุม ความจำเป็น ในเรื่องนี้ ที่จะต้องทำ มีเหตุผลสำคัญ 2 ประการ

ประการแรก คือว่า คิดว่าอันนี้ เป็นมาตรฐาน ในเรื่องของ ความโปร่งใส และ ธรรมาภิบาล เมื่อเกิดเหตุการณ์ อะไรขึ้น ก็ต้องมีการติดตาม ตรวจสอบ ชำระสะสาง และ ประมวล ออกมาให้ พี่น้องประชาชน รับรู้ รับทราบ เหมือนในต่างประเทศ แม้กระทั่ง ที่เขาประชุม G 20 กันไป ที่ลอนดอน ปรากฏว่า มีเหตุการณ์ ที่ ตำรวจ ไปปะทะกับ ผู้ชุมนุม เขาก็ต้องมี การสอบสวน ให้ชัดเจนว่า เหตุการณ์ต่าง ๆ ความรุนแรง ที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นได้อย่างไร

ประการที่ 2 คือตน ยังมีความเป็นห่วงว่า ยังมีคนจำนวนหนึ่ง ครับ พยายามที่จะนำเสนอข้อมูล ซึ่งคลาดเคลื่อน หรือ ข้อมูล ที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ แล้วก็ไปทำให้ เกิดอารมณ์ความรู้สึก ของ ประชาชน ที่จะนำไปสู่ความรุนแรงให้เกิด ขึ้นได้อีก

“ยกตัวอย่างว่า ขณะนี้ ก็มีคนเอาใบปลิว มาให้ผมดู อ้างว่าเป็นใบปลิว จาก ผู้สื่อข่าว ช่อง 3, 5, 7, 9 ที่บอกว่า ไม่สามารถเสนอความจริงได้ กับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น และ ก็ไปบรรยายว่า จริง ๆ แล้ว มีความรุนแรง มีการตาย มีอะไร แต่ที่ผมเห็นชัดเจน และ คลาดเคลื่อน ก็คือว่า พูดถึงเหตุการณ์ที่ กระทรวง มหาดไทย ก็บอกว่า ผมไม่ได้อยู่ในรถยนต์ คันที่มีการทำร้าย แล้วก็ไม่ได้มีอะไร เป็นเรื่องของ การวางแผน เพื่อที่จะสร้างสถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งผมอยู่ในเหตุการณ์เอง ผมทราบ และ พี่น้องประชาชน ที่ดูข่าว ก็จะทราบว่าไม่ได้เป็นความจริงเลย ตามที่มี การกล่าวอ้าง ในใบปลิว ลักษณะนั้น เพราะฉะนั้น ในเรื่องของ การประมวลเหตุการณ์ ต่าง ๆ นั้น ก็เพื่อความโปร่งใส” นายกฯ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า อยากจะเรียน พี่น้องประชาชนว่า ในช่วงนี้ ถ้าท่านได้ข้อมูลอะไร ขอให้ท่าน ได้ใช้วิจารณญาณ ไตร่ตรองแยกแยะ และ ถ้าสงสัย จะมีกระบวนการการพิสูจน์ ชี้แจงต่อไป ซึ่งตนย้ำว่า จะไม่ได้ทำโดย รัฐบาลฝ่ายเดียว แต่ฝ่ายนิติบัญญัติ ก็จะดำเนินการ และ ตนเข้าใจว่าคงจะมีการนำเรื่องเหล่านี้ไปสู่ องค์กรอิสระอื่น ๆ เพื่อที่จะได้ ชำระสะสางต่อไป ตนย้ำเรื่องนี้ เพราะว่า ตนไม่ต้องการให้ การปฏิบัติงานของรัฐบาล และ เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมา ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพียงแค่ นำกฎหมาย และ ความสงบ กลับคืนมา ถูกนำไป เป็นเงื่อนไข ที่จะเป็น ความขัดแย้ง เพิ่มเติม และตน ก็ได้แสดง ความบริสุทธิ์ใจ ในเรื่องของ ความโปร่งใส และ การรับการตรวจสอบ อยู่ตลอดเวลา

เชิญทุกฝ่ายร่วม หาทางออก ทางการเมือง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ที่จะต้องมี การดำเนินการ แน่นอน คือ ต้นเหตุ ของความขัดแย้ง ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นเรื่องของ การเมือง เพราะฉะนั้น การหาทางออก ทางการเมือง ก็มีความจำเป็น เช่นเดียวกัน หลังจาก การประชุมรัฐสภาแล้ว ตนได้ขอให้ ประธานรัฐสภาได้เชิญทุกฝ่ายมา เพื่อที่ จะเดินหน้า

ในการติดตาม ในเรื่องของ การแสวงหาทางออก ทางการเมือง แต่ตรงนี้ คงจะไม่สามารถทำได้ ลำพัง เฉพาะ ฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะเป็นเรื่องของ สังคม ทั้ง สังคม เพราะฉะนั้น ถ้าจะพูดถึง เรื่องของ การปฏิรูปการเมือง การแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ หรือ การสมานฉันท์ใด ๆ ก็ตาม

กระบวนการนี้ ต้องเป็นกระบวนการ ที่ทุกฝ่ายเข้ามา มีส่วนร่วม คิดว่าตรงน ี้เป็นเรื่องของ ความจำเป็น เพื่อที่จะปรับ ฐานการเมือง ให้ทุกฝ่าย ได้ยอมรับกฎกติกาต่าง ๆ ที่มีอยู่ ก่อนที่ เราจะ แสวงหา ทางออก ทางการเมือง ในขั้นต่อไป เพราะถ้าหากว่า ขณะน ยังไม่ชำระสะสางกัน ในเรื่องนี้ การเรียกร้อง ให้มีการเปลี่ยนแปลง ทางการเมืองใด ๆ คงไม่สามารถ ที่จะแก้ไขปัญหาพื้นฐานได้ เพราะว่า จะทำให้เราย้อนกลับไป อยู่ในสถานการณ์ อย่างที่เราได้ผ่านมา ในช่วง 2-3 เดือนนี้


นายกฯ กล่าวว่า เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็เป็นอีก ขั้นหนึ่ง อีกก้าวหนึ่ง ที่คิดว่า จะเป็นก้าวสำคัญ ในการคลี่คลายสภาพปัญหา ต่าง ๆ ที่เป็น ความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม การทำงาน ของ ฝ่ายนิติบัญญัติ อยากจะบอกว่า ไม่ได้หมายความว่า ฝ่ายอื่น ๆ จะเพิกเฉย สถาบัน องค์กรต่าง ๆ ซึ่งตนได้เคยร้อง ขอให้เข้ามาดูแล อย่างเช่น สถาบันพระปกเกล้า หรือ หน่วยงานวิชาการ หรือ สภาพัฒนาการเมือง หรือหน่วยงานอื่น ๆ ก็ควรที่จะได้มี การติดตาม และ ทำเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง


“แม้กระทั่ง ที่ผมได้พูดไปก่อนหน้านี้ว่า น่าจะพิจารณาให้ กว้างขวาง เปิดกว้างเอาไว้ ยกเว้น ในเรื่องของ การนิรโทษกรรม ในเรื่องของ คดีอาญา สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีการสะท้อน ความคิดเห็นต่าง ๆ มากมาย เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ทาง สมาชิกรัฐสภา ทุกคน ก็พึงที่จะ รับฟัง ในการหาคำตอบ ต่อไป ผมเอง จะไม่ชี้นำ อะไรครับ ในส่วนของผม ถือว่าเป็น ส่วนหนึ่ง ของ พรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งจะมี คณะทำงาน หรือ บุคคลที่เกี่ยวข้อง ในการเสนอความเห็น ของ พรรค พร้อม ๆ ไปกับ การที่พรรคการเมืองอื่น ๆ จะได้ เสนอความเห็น เข้ามา เพราะฉะนั้น ใน 2 เรื่องนี้ครับ คือ ก้าวสำคัญ หลังจากที่เราได้สรุป ในเรื่องของ การประชุมรัฐสภา”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

รัฐบาล ขอแรง องค์การอื่น แจงเรื่อง สองมาตรฐาน

นายกฯ กล่าวย้ำ เรื่องสองมาตรฐานว่า เห็นว่า ในการประชุมรัฐสภา ที่ผ่านมา ก็มีการพูดถึง ประเด็นบางประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาเรื่องสองมาตรฐาน ตนขอย้ำว่า ในส่วน ของ ฝ่ายบริหาร หรือ ในส่วนรัฐบาลเอง ในเรื่องของ สองมาตรฐานไม่มี ตนทำงาน ทุ่มเท ทำงานให้กับ ทุกคนเสมอภาคกัน

ส่วนปัญหาคดีความต่าง ๆ หรือแม้กระทั่ง การตัดสินต่างๆ ที่ผ่านมา หลายส่วน เป็นเรื่องของ อำนาจ ของ ฝ่ายตุลาการ หรือ องค์กรอิสระ ซึ่งตนคิดว่า หน่วยงานเหล่านั้น ควรจะได้ทำคำชี้แจงว่า การตัดสินต่าง ๆ มีเหตุมีผล มีเรื่องของ ข้อกฎหมายรองรับ อย่างไร ส่วนถ้า กฎหมายที่เป็นที่มาของ การตัดสินตรงนั้น มีความไม่เป็นธรรม หรือ มีความบกพร่อง หรือ ไม่สมบูรณ์อย่างไร ก็จะได้เป็นการสรุป เพื่อที่จะให้คณะที่ดูแลในเรื่องของ การแก้ไขปัญหาทาง การเมือง นำไปประกอบ การพิจารณา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า แต่ในส่วนของ ฝ่ายบริหารเอง ก็ยังมี เรื่องที่จะต้องดำเนินการต่อ ขอเรียนว่า การดำเนินคดี ตามกระบวนการยุติธรรม จากนี้ไป ไม่ว่าจะ เกี่ยวข้องกับ แกนนำผู้ชุมชน ไม่ว่าจะไป เกี่ยวข้องกับสื่อใด ๆ ก็ตาม จะได้ยึด ตามกฎหมายเท่านั้น แล้วจะไม่มีการเอา อำนาจพิเศษ ในเรื่องของพระราชกำหนด มาเป็นตัวตั้ง ในการที่จะไปดำเนินการ เพื่อมุ่งที่จะไป กลั่นแกล้ง หรือ ไปคุกคาม หรือ ไปอะไรทั้งสิ้น ไม่มีเด็ดขาด และ เมื่อเราได้วาง แนวทาง กติกา เช่นนี้แล้ว

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืน ได้ประกาศยกเลิก ภาวะฉุกเฉินร้ายแรง ซึ่งหมายความว่า อำนาจของรัฐบาล ตาม พ.ร.ก. ก็สิ้นสุดลง แต่ไม่ได้ หมายความว่า ผู้ที่มี ความรับผิดชอบ ในการรักษา ความสงบเรียบร้อย ในบ้านเมือง หรือ ความมั่นคง จะหยุดทำงาน ท่านเหล่านี้ จะทำงานต่อ ภายใต้กรอบกติกาของ กฎหมายปกติ ต่อไป

นายกฯ กล่าวว่า ทั้งหมดที่ทำ เพื่อต้องการให้เรา ยุติความรุนแรง และ นำความปกติ กลับคืนมาสู่บ้านเมือง แต่กระบวนการตรงนี้ ยังต้องอาศัยความร่วมมือ จาก พี่น้องประชาชน ต่อไป ในช่วง 2 สัปดาห์ ข้างหน้า ตนคิดว่า มีวันสำคัญ ๆ มากมาย ซึ่งบ่งบอก ในเรื่องของ การสนับสนุน สถาบันหลักของชาติ

ซึ่งขอถือโอกาสนี้ เชิญชวนพี่น้องประชาชน เราจะมีทั้ง วันแรงงาน วันพืชมงคล ซึ่งเป็นวัน ที่แสดงออก ถึงการยอมรับกลุ่มคน ที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ นั่นคือ เกษตรกร และ ผู้ใช้แรงงาน เราจะมี วันวิสาขบูชา ซึ่งเป็น วันสำคัญ ทางพระพุทธศาสนา ก็ถือโอกาสเรียนว่า ที่มีข่าวว่า ไปตัดงบประมาณ ลงเหลือ 2 ล้าน หรืออะไรนั้น ไม่เป็นความจริง ขณะนี้ มีการขอ งบประมาณ งบกลาง มา สำนักงบประมาณ กำลังเร่งรัดให้ และ งานทั้งหมด ก็คงจะมี งบประมาณ ประมาณ 56 ล้านบาท

“ขอถือโอกาส เชิญชวน พุทธศาสนิกชนว่า ในช่วงจากนี้ไปจนถึง วันวิสาขบูชา ขอให้ท่าน ได้ร่วมกันจะ ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ ภาวนา หรือเข้าไปร่วม ในกิจกรรมทาง ศาสนาใด ๆ เพื่อที่จะเตือนสติ สังคมทั้งสังคม ว่า สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ ความสงบสุข และ การไม่มีความขัดแย้ง กันนะครับ” นายกฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่สอง ของรายการ นายกฯ ได้เชิญ นายอภิรักษ์ หาญพิชิตวณิชย์ มาทำหน้าที่ ผู้ดำเนินรายการ ซักถาม นายกฯ ถึงประเด็นต่าง โดย ผู้ดำเนินรายการ ได้ถาม ถึง กรณี ที่พัทยา และ มหาดไทย โดย นายกฯ กล่าวว่า คิดว่ามันคงมี สองส่วน

ส่วนแรก หลายคนที่รู้จักตน ก็จะทราบว่า ตนไปไหนมาไหนธรรมดา ค่อนข้างจะไปง่าย ๆ สบาย ๆ ตั้งแต่เป็น ผู้แทนฯ เป็นรัฐมนตรี หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ ยังถูกแซวอยู่เรื่อย ๆ ว่า เวลาที่เดินทาง เมื่อก่อนนี้ เดินทางสมมติว่า ไปขึ้นเครื่องบิน ก็จะไปทำตั๋ว ไปทำอะไร ด้วยตัวเอง แล้วก็ไป บางที ก็เดินไปคนเดียว แล้วก็ชอบถือ เอกสารของตัวเอง อะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ก็พยายาม บอกเขา มาตลอดว่า อย่าไปทำอะไรมาก ทีนี้ ก็ไม่คาดคิดว่า การชุมนุมต่าง ๆ ทางการเมือง จะบานปลายไป เป็นลักษณะนี้ เพราะฉะนั้น อันนั้น ก็อาจจะเป็น จุดแรก ซึ่งต่อไปนี้ ก็คงจะต้องฝืนใจตัวเอง นิดหน่อย แล้วก็ต้องยอมรับ มาตรการ ที่มันเข้มข้นขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า

ส่วนที่สอง ก็เป็น ภาพรวมด้วย ว่าไม่ว่าจะเป็นที่ พัทยา หรือไม่ว่าจะเป็น ที่ไหนก็ตาม ก็อาจจะมี ข้อบกพร่อง ในบางส่วน ซึ่งต้องแก้ไข แต่อีกส่วนหนึ่ง ก็คือเรา ก็นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะมี การประกาศ ถึงขั้นว่า จะจับตัว จะไล่ล่า จะอะไร ก็แล้วแต่

แต่ว่าต่อไปนี้ ก็ต้องปรับปรุง เพราะว่า ไม่อย่างนั้น มันไม่ใช่เรื่องของตน มันเป็นเรื่องของ ผู้นำของประเทศไทย แล้วก็มัน ก็ส่งผลกระทบต่อ ภาพลักษณ์ของประเทศ และ ความมั่นใจที่ ชาวโลกจะมี โดยเฉพาะ ผู้นำต่างประเทศ ซึ่งเขาจะต้องเดินทาง เข้ามาด้วย ตอนนี้ ก็มีการปรับ ไปพอสมควร ทั้งในส่วนที่ อยู่กับตน ตลอดเวลา และ ในส่วนที่ สถานที่สำคัญต่าง ๆ ก็ต้อง ขออภัย ด้วย ว่า เวลาที่ไปงาน ขบวนใหญ่ขึ้น และอาจจะมี การเข้มงวดกวดขัน มากขึ้น ในการตรวจตรา คนที่เขาไปร่วมงาน ก็อาจจะทำให้ มีความรู้สึกว่า เอ๊ะ มันไม่เหมือนเดิม แต่ก็ขอ ความเข้าใจ

ในเรื่องนี้ ถามว่า ตนชอบใจไหม ตนก็ไม่ชอบใจหรอก ยังอยากจะ ไปไหนมาไหน คนเดียว แต่ว่าทุกคน ก็ต้องทำหน้าที่ และมีความรับผิดชอบ ของตัวเอง ฝ่ายที่เขา มีหน้าที่ ในการรักษาความปลอดภัย เขาเห็นถึง ความจำเป็น ก็ต้องดำเนินการ

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า กรณี ผู้นำต่างประเทศ ต้องเป็น ความปลอดภัยสูงสุด อันนี้ย้ำอยู่แล้ว แล้วก็ที่จริง ก็แม้ว่า เกิดเหตุการณ์ขึ้น แต่ก็ดูแล เรื่องความปลอดภัย เรียบร้อยดี ยังมี หนังสือขอบคุณ มาจาก ผู้นำหลายประเทศ เหมือนกัน ที่บอกว่า เราได้ดูแลเขา เป็นอย่างดี

ส่วนของการชุมนุม ที่อาจจะเป็นปัญหานี้ ส่วนหนึ่ง ก็เป็นเพราะว่า หนึ่ง ทางเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะ ตำรวจเอง ก็เปิดใจกับตนว่า ไม่ค่อยแน่ใจว่า กฎหมายคุ้มครอง เขาแค่ไหน เขาก็เกร็ง เพราะว่า ในช่วง 2 – 3 ปี ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ อะไรขึ้น พอมีการตรวจสอบ มีอะไรต่าง ๆ นี้ คุ้มครองเขาแค่ไหน

เพราะฉะนั้น อันนี้ ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่เราคิดถึง เรื่องการปรับปรุงกฎหมาย ต่อไป กับ ประการที่สอง คือ ต้องให้ความมั่นใจว่า สมมติเขาทำ ตามนโยบาย และ ก็ทำตามความจำเป็น สมควรแก่เหตุ “ผมยืนยันว่า ฝ่ายการเมือง ซึ่งเป็น ผู้บังคับบัญชาเขา จะต้องเข้าไปรับผิดชอบ ใน เรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น นะครับ ทีนี้ ในช่วงของ การชุมนุม หรือ เหตุการณ์ต่าง ๆ นี้ เขาพยายามใช้วิธี การเจรจา เสร็จแล้ว ปรากฏว่า พอเจรจากันไป เจรจากันมา ก็เหมือนกับ ปล่อยปะละเลย เหมือน ปล่อยผ่านมา อันที่หนึ่ง นะครับ อันที่สอง ในช่วงจนถึง พัทยา นี้ เราก็ พยายามไม่อยากให้ มีภาพ ความรุนแรง อะไรเลย เพราะฉะนั้น ตำรวจ หรือ แม้กระทั่ง ทหารเอง บางทีมีแต่ โล่ห์ อย่างเดียว ซึ่งพอเหตุการณ์ มันลุกลามปั๊บ เราประกาศใช้ พ.ร.ก. มัน ก็จึงต้องเปลี่ยนแปลงไป ในชั้นนี้ ก็จะหาความลงตัว ความพอดี เลิก พ.ร.ก. ก็จริง แต่ว่า ต้องเข้มงวด ไม่ให้สถานการณ์ มันย้อนกลับไป เหมือนก่อนสงกรานต์อีก” นายกฯ กล่าว


เมื่อ ผู้ดำเนินรายการ ถามว่า มีหลายฝ่าย เรียกร้อง ความรับผิดชอบ จาก ฝ่ายการเมือง กับ เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ท่านมอง เรื่องนี้อย่างไร ต้องมี การเปลี่ยนแปลง ไหม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คือฝ่ายการเมืองเอง เราอย่างที่เรียน กำลังมาทบทวนดู ต่อสภาพปัญหาต่าง ๆ ทั้งหมด แล้วก็ ตนคิดว่า ในช่วงตั้งแต่ การประกาศพระราชกำหนดฯ มาจนถึงวันนี้ ทุกอย่าง ก็ค่อนข้าง เป็นไปด้วยดี เพราะฉะนั้น ตรงนี้ ถ้าหากว่า เราสามารถทำงานต่อ ในระดับนี้ได้ ก็ไม่น่า จะมีปัญหาอะไร แต่อย่างไรก็ตาม การสรุป จุดอ่อน ข้อบกพร่อง ความผิดพลาด ทั้งหลาย ซึ่งมัน มีแน่นอน ในช่วง 2 – 3 เดือน ที่ผ่านมา ตรงนี้ ก็จะต้องแก้ไข กันไป เมื่อถามย้ำว่า จะมีการเปลี่ยน หรือ เปล่าไม่แน่ใจ ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็จะมา ปรึกษาหารือกัน กับทุกฝ่าย อีกครั้ง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนยืนยันว่า ตนมีความเชื่อ ในเรื่องของ ประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น อำนาจพิเศษ ตนหลีกเลี่ยงอย่างถึงที่สุด ที่จะไม่ใช้ ฉะนั้น ใครที่บอกว่า ตนไปมุ่งใช้ กฎหมายพิเศษ ทำลายล้างรุนแรง ถึงขั้นกับ กล่าวหาว่า ตนไปสั่งฆ่าประชาชน มันเป็นไป ไม่ได้เลย ตรงกันข้าม ก่อนที่จะ ประกาศใช้ พ.ร.ก. นี้ ตนถูกถามมาว่า เกือบเป็นเดือน ว่า เมื่อไรจะใช้ เมื่อไรจะใช้ ตนก็ยืนยันว่า ไม่อยากใช้ เช่นเดียวกับ การใช้สื่อ ก็ใช้เท่าที่จำเป็น

ทีนี้ตนคิดว่า วันนี้ สังคม มีบทเรียน ตนไม่อยาก ให้เป็นเรื่องว่า รัฐบาลไปบังคับ รัฐบาลต้องไปสั่ง ทุกคน มีบทเรียน สื่อสารมวลชน ประชาชน ทั่วไป วันนี้ ตนยืนยัน อีกครั้งหนึ่ง

“เมื่อคืนก็ชุมนุมกัน ใช่ไหมครับที่ สนามหลวง ก็ตราบเท่าที่ ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ก็ไม่มีปัญหา ผมยังไม่ทราบว่า รายละเอียด ในเรื่องของ การชุมนุมนี้ มีอะไรบ้าง แต่ว่า โดยรวม เหตุการณ์ ไม่ได้มีปัญหาอะไร และก็ ชุมนุมแล้ว ก็เลิกกันไป จะนัดชุมนุมใหม่ จะโจมตี วิพากษ์วิจารณ์ ผม ไม่มีปัญหา แต่ต้องไม่มีเรื่องของ การยุยง ให้เกิด ความรุนแรง เหมือนกับ ที่บางคนบอก เอ๊ะ ทำไม มีการไปปิด วิทยุชุมชน สถานีโทรทัศน์ บางช่อง ผมก็บอกว่า ถ้าเขาดำเนินการ ถูกต้องตามกฎหมาย ทุกอย่าง ไม่มีปัญหาเลย แม้จะ ตำหนิ วิพากษ์วิจารณ์ ผม รุนแรง แค่ไหน อย่างไร ทำได้นะครับ

แต่ถ้าเมื่อไร บอกว่า ให้คนไป ไล่ล่าจับ คนนั้นคนนี้ ไปทำให้เกิด การกระทำ ที่ผิดกฎหมาย เช่น ปิดถนน หรือ มีการเผา หรืออะไรอันนี้ ไม่ได้ ก็มีอยู่เท่านั้นเอง แล้วก็ ได้มอบนโยบาย ชัดเจน ให้กับทุก ๆ ฝ่าย ว่า ขอให้ ยืนยันแนวทางนี้

ถามว่าแนวทางนี้ จะนำความสงบ มาได้ไหม ผมก็บอกนะครับ ขอย้ำอีกครั้งว่า เลิก พ.ร.ก. แล้ว แต่ว่า เจ้าหน้าที่ทั้ง ตำรวจทหาร ก็ยังช่วย ดูแล รักษา ความสงบเรียบร้อย และ เขามีบทเรียนแล้ว นะครับ ว่า ก่อนสงกรานต์ เป็นอย่างไร ช่วงสงกรานต์ ต่าง ๆ มันเกิดอะไรขึ้น” นายกฯ กล่าว

เมื่อผู้ดำเนินรายการ ถามว่า เข้มเกินไป กับ ปล่อยเกินไป เป็นอย่างไร พอมองในความรู้สึกว่า นี่จะเป็นบทเรียน ให้กับ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องเป็นบทเรียน ที่หา ความพอดี ตรงนี้ให้ได้ เพราะฉะนั้น ตนยังให้ความมั่นใจว่า การดูแลตรงนี้ จะดีขึ้น ในทางกลับกัน ใครที่คิดว่า เราจะสามารถนำความสงบ โดยการใช้อำนาจพิเศษ ตลอดไป เป็นไปไม่ได้ แล้วก็ ไม่สมควรด้วย เพราะว่า อย่างที่ตนย้ำไปว่า ต้นเหตุความขัดแย้ง ส่วนหนึ่ง เป็นเรื่องการเมือง ก็ต้องไปแก้ด้วย การเมือง ซึ่งก็เป็นเหตุผล ที่เรากำลังให้มี คณะทำงาน โดยฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งมีความเป็นกลาง ในการที่ จะทำตรงนี้ต่อไป คืออยากจะ เปรียบเทียบให้เห็น แม้กระทั่ง ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้เอง ใช้ พ.ร.ก. ต่อเนื่องมา ต่ออายุกันมา 14 หรือ 15 ครั้งแล้ว มันก็เป็น เครื่องมือ ที่สำคัญ แต่มันอยู่ตลอดไป ไม่ได้ ตนก็ย้ำตรงนี้ และ พยายาม จะดูว่าทำอย่างไร ที่จะสามารถหาแนวทาง ในการที่จะ เพิ่มประสิทธิภาพ ตรงนี้ และ สุดท้าย นำไปสู่ การยกเลิก ให้ได้เช่นเดียวกัน

“ผมขอยืนยัน อย่างนี้นะครับว่า ผมให้ความสำคัญกับ ข้อมูลของ ทุกคน ช่วงเกิดเหตุการณ์นี้ ระหว่างที่ ประกาศ พ.ร.ก. เมื่อใด ที่มีข่าวนะครับ มีใครเสียชีวิต มีใครถูกยิง หรืออะไรนี้ ผมจะให้ ตรวจสอบ ทันที แล้วก็ ตรวจสอบ โดย บุคคลซึ่งไม่ได้มี ส่วนได้เสีย เอา หมอ เอา ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เอา หน่วยงานอื่น ๆ เข้ามาช่วยกันดู เพื่อให้ ประชาชนสบายใจ ว่า ของจริง คืออะไร และ

เรื่องนโยบาย ถ้ามีการไปสอบถาม บรรดาผู้นำ จะเป็น ตำรวจ ทหาร จะทราบเลย นะครับ ตัดสินใจสำคัญ ๆ เช่น ผมบอกเลยว่า การชุมนุม ที่ทำเนียบฯ ที่อยู่กัน หลายพันคน แม้ บางคนบอกว่า ให้สลาย เลย ผมก็เป็นคนตัดสินใจบอก ไม่ได้ เสี่ยงต่อ การที่จะเกิด ความสูญเสียขึ้น อย่างนี้เป็นต้น ค่ำคืนบางคืน มีเหตุที่พบ คนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ไปยิงทหาร ที่อยู่ตามจุดต่าง ๆ เขาก็มาขอ นโยบาย ผมว่า ตอบโต้ได้ไหม ผมบอก อย่าไปทำเลย เกิดยิงสวนไป คนตาย เป็นใครก็แล้วแต่ จะเป็นเรื่องใหญ่นะครับ ทำให้ความขัดแย้ง ลุกลามไป ก็บอกว่า ให้อดทนอดกลั้น ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ค่อยมา ประเมินทบทวน กันอีกที แนวทาง ผมชัดมาก” นายกฯ กล่าว

นายกอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เพราะฉะนั้น พอมาวันนี้ อย่างเช่น ใน สภาฯ บางที มีภาพนิ่งออกมา นี่มันเกิดขึ้นหรือเปล่า เราต้องไปเอาคลิป ที่เป็นภาพเคลื่อนไหว ทั้งหมด ให้ทราบว่า ก่อนจะไปถึง ภาพนิ่ง ตรงนั้น อะไรมันเกิดขึ้น หรือ อย่างกรณี คลิปต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ ก็ยังมีบางอัน ที่มีความไม่ชัดเจน ตนก็จะให้ มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้วมีการชี้แจงต่อไป อย่างโปร่งใสที่สุด ส่วน การสะท้อนออกมา เช่น มี ส.ส. ภาคเหนือ บอกว่า ในพื้นที่ภาคเหนือ ไปจับกุมอะไรเกินเลยไปหรือเปล่า ตนเชิญมาคุยเลย เขาเรียก หลังบัลลังก์ ของท่านประธาน มาคุยกัน มันเป็นอย่างนั้นเหรอ ตนก็ต่อสายคุย กับ ทางตำรวจ ในพื้นที่เลย ให้คุยกัน ทำความเข้าใจกันนะว่า คนที่เขา มาชุมนุมเฉย ๆ ไม่มีอะไร อย่าไปยุ่งกับเขา แต่คนที่ไปยุยง บอกว่า ให้ทำผิดกฎหมาย อันนี้ เราก็ต้อง รักษากฎหมาย เท่านั้นเอง แต่ว่า อย่าไปทำอะไร เกินเลย เพราะนั้น แนวทางตน เป็นอย่างนี้ตลอด และ ทำอย่างนี้ ต่อไป

เมื่อถามว่า ข้อเท็จจริง โดยคนกลาง จะมาเมื่อไร เพราะถ้าหาก ข้อเท็จจริง โดยคนกลาง ยังไม่ออกมา ฝ่ายที่เห็นประเด็น ที่ไม่ตรง กับ นายกฯ ก็ต้องออกมา

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คือที่จริง ขณะนี้ ตนอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า เวลาที่มีการชี้แจง ขณะนี้ เราไม่ได้พูดถึง ความเห็นเลย เราเอาข้อเท็จจริง มากางให้ดู อย่างที่บอกนี้ ภาพเคลื่อนไหว ที่เกิดขึ้นจริง เป็นอย่างไร หรือ รายงาน การสอบสวน สืบสวนสอบสวน ในเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น มีคนนี้ เป็นพยาน ยืนยัน ว่า อะไร อย่างไร อันนี้เป็นเรื่องของ การให้ข้อมูล เฉย ๆ ยังไม่มี เรื่องความเห็น เพราะฉะนั้น มันไม่ใช่เรื่อง เป็นกลาง หรือ ไม่เป็นกลาง เป็นว่า ตรงไหน ข้อมูลครบถ้วนที่สุด ส่วนคนที่ ประมวลเหตุการณ์ ตนได้พูดไปแล้ว สำนักนายกฯ ทำส่วนหนึ่ง หน่วยงานภายใน ก็ต้องทำส่วนหนึ่ง ฝ่ายนิติบัญญัติ ก็จะมาทำ และ ถ้ามีความจำเป็น ในการที่จะให้ องค์กรอิสระเข้ามาตรวจสอบ รัฐบาล ก็ยินดีให้ความร่วมมือ

นายกฯ กล่าวถึง การตามหาตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และ นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำ นปช. ว่า อยู่ต่างประเทศ และ ก็คือ เคลื่อนไหว อยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ตนได้เรียนกับ เพื่อนสมาชิกรัฐสภา ได้อภิปรายช่วงสรุป และ ได้รับการตอบสนอง ด้วยดี

คือตนบอกว่า เรื่องการเมืองนี้ ท่านจะเรียกร้องอะไรกันต่อไป อย่างเมื่อคืนที่ สนามหลวง เขาเรียกร้อง เรื่องรัฐธรรมนูญปี 40 ว่าสิทธิ ของ D Station วิทยุชุมชน ต้องเป็นไป ตามกฎหมาย อะไรต่าง ๆ อันนี้แล้ว ก็ความชัดเจน ในเรื่องเหตุการณ์ นี่ไม่มีปัญหาเลย เราก็จะมาดูแลกันต่อ แต่ตนขอไว้ 2 เรื่อง

เรื่องแรก ก็คือว่า การไปดึง สถาบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถาบันพระมหากษัตริย์ เข้ามาเกี่ยวข้อง ขอให้หยุด ซึ่งขณะนี้ ก็ต้องขอบคุณ และตนเข้าใจว่า ในส่วนของ ส.ส. ฝ่ายค้าน คนที่เคลื่อนไหวต่าง ๆ ก็ดูจะ ไม่ได้พูดถึง เรื่องนี้

“ส่วนกรณี อดีตนายกฯ หรือ คุณจักรภพฯ จะพูดไป ก็ขอให้เป็นเรื่อง เฉพาะบุคคล แล้วเรา ก็จะต้องดำเนินการ และ ในส่วนของรัฐบาลเอง ก็ทำหน้าที่ ในการชี้แจงกับ สื่อต่างประเทศ ไป คือผม ก็สังเกตว่า ตอนหลัง สื่อต่างประเทศ ก็มีความเข้าใจ ชัดเจน ยิ่งขึ้นว่า จริง ๆ แล้วการไปถึงขั้น ที่เรียกว่า จาบจ้วง หรือ กล่าวหา สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงอยู่เหนือการเมือง พระองค์ท่าน ทรงอยู่เหนือ การเมือง และ สถาบัน ทั้งสถาบัน อยู่เหนือการเมือง ก็ดูมี ความเข้าใจ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ กับพฤติกรรม ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีการพูดถึง การจะไปใช้ความรุนแรง ประกาศ จะใช้อาวุธ ผมคิดว่า ขณะนี้ นานาชาติ เขาต่อต้านด้วยซ้ำ การที่ไปเรียกร้อง ให้มีการใช้อาวุธนี้ ความจริง ก็แทบจะไม่ต่างจาก ผู้ก่อการร้าย แล้ว เพราะฉะนั้น ตรงนี้ ผมว่า ความร่วมมือ จาก ต่างประเทศ ความเข้าใจ จาก ต่างประเทศ จะดีขึ้น

ประการที่สอง คือ ความรุนแรง ทั้งหลาย ที่มาชักชวนว่าให้ รุนแรง กัน มาแสดง ความขอบอก ขอบใจ ว่า สามารถขัดขวาง การประชุมนานาชาติ ได้ ผมก็ยิ่งคิดว่า ทำให้ ต่างประเทศ เขามองเห็น ว่า จริง ๆ แล้ว มันเป็นเรื่อง การเรียกร้องประชาธิปไตย หรือ ไม่ ส่วน การเรียกร้องประชาธิปไตย โดยคนจำนวนมาก ที่มีความรู้สึกจริง ๆ อย่างที่ผม ได้บอกไป ก่อนหน้านี้ ก็กำลังให้ ทางสภาฯ เข้ามาเป็น กลไกสำคัญ ในการแก้ไขปัญหา” นายกฯ กล่าว

เมื่อผู้ดำเนินรายการ ถามว่า เขายังสามารถ โฟนอิน หรือว่า เข้ามา วีดิโอลิงค์ ในการชุมนุม ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขสำคัญ ที่ทำให้ กลุ่มผู้ชุมนุมฮึกเหิม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เข้าใจว่า เมื่อคืน ก็ไม่มี ยังไม่ได้ ตรวจสอบ ละเอียด ทั้งหมด แล้ว ถ้าหากว่า พูดจาในลักษณะ ที่ผิดกฎหมายอีก ก็เพิ่ม พูดง่าย ๆ ก็เพิ่มข้อหา การกระทำที่ผิดกฎหมาย มากยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งก็ไม่ทราบว่า จะทำไปทำไม อยากจะย้ำว่า ถ้าทำแล้ว คิดว่า จะเป็นเรื่องของ การเอาชนะกัน ในทางการเมือง คือ ชนะ – แพ้ ตนไม่ทราบ แต่ว่าประเทศเสียหาย

วันนี้ขอโอกาส ให้กับ คนไทย ขอโอกาสให้กับ ประเทศไทย ในการที่ จะดูแลแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเป็น ปัญหาพื้นฐาน ของ ประชาชน มาช่วยกันดูแล คนตกงาน มาช่วยกัน ดูแล ลูกหลาน ให้เรียนฟรี มาช่วยกัน ดูแลผู้สูงอายุ ให้ได้ ค่าตอบแทน ซึ่งทั้งหมดนี้ กำลังเริ่มต้น ปลายเดือนนี้ ต้นเดือนหน้า ทำไมไม่มา ช่วยกันทำ ตรงนี้ก่อน มาช่วยกัน กอบกู้ภาพลักษณ์ ของประเทศ ว่าเราได้รับ การยอมรับ บทบาทต่าง ๆ มาในอดีต ได้รับความไว้วางใจ ให้เป็น ประธานอาเซียน จัดการประชุม ครั้งสำคัญ เดินหน้า ในการที่จะเป็นกลไก หรือเป็น ส่วนสำคัญ ในการร่วมมือ กับ นานาประเทศ ในการแก้วิกฤต เศรษฐกิจโลก เหมือนกับ ที่เราได้รับเกียรติไปประชุมที่ ลอนดอน ที่อะไรต่าง ๆ ซึ่งบทบาทต่าง ๆ กำลังเป็นที่ยอมรับ

ตนไม่มา ขอโอกาสให้ ตัวเอง แต่ขอโอกาสให้กับ ประเทศชาติ กับประชาชน ส่วนใน เรื่องการเมือง อย่างที่ตนย้ำ ในคืนวันประชุมสภาฯ ไปดูกันทุกฝ่าย กติกา จะแก้กัน ตรงไหน แก้เสร็จแล้ว อยากจะไป เลือกตั้ง กันใหม่ ตนไม่ขัดข้อง

ผู้ดำเนินรายการ ถามว่า มีเวลายังเหลือ อีกนิดหนึ่ง แนวทางในการปฏิรูป นิรโทษกรรม คำนี้ออกมาเยอะ เหลือเกิน มันจะเป็นแนวทาง ที่เป็นข้อสรุปสุดท้าย ในการแก้ไขปัญหา หรือว่า เป็นแนวทาง ที่ทำให้ ผ่อนหายใจ ให้บรรยากาศ ทางการเมือง ช่วงนี้มันผ่านพ้นไป เท่านั้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนบอกว่า ประเด็นในเรื่องของ ความผิดทางการเมือง เอามาวางบนโต๊ะ กันได้ ส่วนจะ ทำหรือไม่ทำ ต้องมาพูดคุยกัน ด้วยเหตุด้วยผล อาจจะต้องมี กระบวนการ อาจะจะต้องถึงขั้น ไปทำประชาพิจารณ์ ประชามติ ก็ได้ แต่ตนก็อยากจะบอกว่า

1. ต้องแยก เรื่องความผิด ทางการเมือง ความผิด ทางอาญา ความผิด ทางอาญา นั้นไม่ควรจะพูดถึงเลย ตัดออกไป ส่วน ความผิด ทางการเมือง ต้องมาดู ปัญหามันเป็นอย่างนี้ บางคนบอกว่า กฎหมายไม่ดี ไม่สมบูรณ์ บางมาตรา อยากจะแก้ ปัญหาก็คือ พอแก้นี้ มันมีคน ได้ประโยชน เสียประโยชน์ มันก็จะมีคน อีกกลุ่มหนึ่ง ที่บอกว่า อย่างนี้ แก้เพื่อตัวเอง หรือเปล่า อันนี้ เป็นปม ที่มันค้าง มา 2 ปีแล้ว

ปีที่แล้ว ที่มีการชุมนุมกัน ทั้งปี มันเริ่มต้น จากจุดนี้ เพราะฉะนั้น ก็ต้องหาความพอดีว่า ถ้าเราอยากจะทำนี้ หลักความเห็น ส่วนตัว ของตน ก็คือว่า อะไร ที่เป็นระบบ ที่ถูกต้อง ก็ไปให้ถึง จุดนั้น แต่อย่าไปคำนึง ถึงว่า ทำอันนี้ เพื่อที่จะให้ คนนั้นคนนี้ คืนสิทธิ์ หรือ ไม่คืนสิทธิ์ อย่างไร ทั้งสองด้านเลย คือ ไม่ควรจะตั้งเป้าว่า คนเหล่านี้ ควรได้รับการคืนสิทธิ์ หรือ คนเหล่านี้ เราควรจะดองเอาไว้ หรือ อะไร ไม่ควรจะมีอย่างนั้น ดูระบบ ก่อน ดูความเป็นธรรม ก่อน แล้วบางที คำตอบมันอาจจะไม่ใช่ว่า นิรโทษ หรือ ไม่นิรโทษ ก็ได้

อาจจะมีช่องทางอื่น อีกตั้งเยอะว่า แก้กฎหมายแล้ว จะมีบทเฉพาะกาล เขียนอย่างไร ให้มีความเป็นธรรม กับ ทุกฝ่าย ตอบคำถาม ของสังคมได้ แต่ว่าทั้งหมดนี้ ตนพูดเท่านี้ เพราะว่าเดี๋ยวจะหาว่า ชี้นำ อีก ก็ให้ ทุกฝ่าย เสนอ เข้ามาก่อน แล้วตน ก็ยอมรับ เสียงดังมาก ทั้งสองฝ่าย ว่าจะเป็น 40 มาแก้ 50 มาแก้ เสียงดังมาก ก็บอกว่า ตนเห็น พอพูดประเด็นนี้ไป สัปดาห์ก่อน หนังสือพิมพ์ คอลัมนิสต์ กลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ก็ดีแล้วนะ น่าจะเป็นทางออก แล้วก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่ง เสียงดังมาก บอกอย่าทำนะ ทำอันนี้ ไม่ได้ปรองดองนะ เพราะว่า เขาจะออกมาต่อต้าน ทุกคน ต้องฟัง ทั้งหมด และ มาช่วยกันคิด หา ทางออก ที่เป็นเหตุ เป็นผล

“เวลานี้เราก็ถือว่า หลายเรื่อง กลับเข้ามาสู่ ภาวะความเป็นปกติแล้ว แต่ว่า ฝ่ายเจ้าหน้าที่ ที่ดูแล ความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย คงต้องเข้มงวด เข้มข้น ไปอีกระยะหนึ่ง แต่ว่า วิถีชีวิต ของ พี่น้องประชาชน ผมอยากให้ สงบสุข เร็วที่สุด และ ส่วนหนึ่ง ที่ทำได้คือ พี่น้องประชาชนเอง อย่างที่บอก ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว ผมมีกระบวนการทุกอย่าง ตอบคำถาม ใครติดใจอะไร พบข้อมูลอะไร ผิดปกติ ส่งไปที่หน่วยงาน ที่เขาเป็นกลาง เขาจะดูแลให้ แต่อย่าไปซุบซิบ ๆ บอกเป็นอย่างนี้ แล้วก็ไป ปลุกระดม อย่าไปทำอย่างนั้น ผมให้ ความเป็นธรรม ทุกฝ่าย มาทำให้ บ้านเมือง ของเรา เดินไปข้างหน้า ด้วยกันดี กว่า เพื่อประโยชน์ ของทุกคน นะครับ ผมโดยส่วนตัว ไม่ได้ประโยชน์ อะไรหรอกครับ แต่ทุกคน จะได้ประโยชน์ จากการที่ บ้านเมืองสงบสุข และ เราได้มีเวลา ทุ่มเท แก้ไขปัญหา ให้พี่น้องประชาชน” นายกฯ กล่าว


คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายก อภิสิทธิ์”
จาก manager multimedia

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 26 เมษายน 2552 11:48 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000046610


พิมพ์ ข่าวนี้ “เชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายก อภิสิทธิ์”


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 24, 2009

เสื้อแดงก่อหวอดขับไล่ มท.1 ที่นำเสื้อน้ำเงินชลบุรี ประกาศปกป้องสถาบัน

มท.1 นำ เสื้อน้ำเงินชลบุรี ประกาศปกป้องสถาบัน
“หางแดง” 50 คน ก่อหวอดขับไล่
มท.1 นำ เสื้อน้ำเงินชลบุรี ประกาศปกป้องสถาบัน

มท.1 นำ เสื้อน้ำเงินชลบุรี ประกาศปกป้องสถาบัน


ศูนย์ข่าวศรีราชา – มท.1 นำชาวชลบุรีกว่า 12,000 คนสวมเสื้อน้ำเงิน ประกาศเจตนารมณ์ ปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ เสริมสร้างสมานฉันท์ พร้อมกับ แจกโฉนดที่ดิน เอกสารสิทธิทำกิน คาดเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน บ้านเมืองสงบ ถกในสภามา 2 วัน รู้แล้วอะไรผิดอะไรถูก ด้านแก๊งหางแดง แปลงร่างเป็น เสื้อหลากสี 50 คน รวมตัวขับไล่ ก่อนตำรวจขอร้องให้สลายตัว
ตำรวจขอร้องให้ เสื้อแดง ที่ก่อหวอดขับไล่ มท.1 สลายตัว

เสื้อแดงก่อหวอดขับไล่ มท.1

เวลา 18.00 น.วันนี้ (24 เม.ย.) ที่สนามหน้าศาลากลาง จ.ชลบุรี นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็น ประธาน ในพิธีประกาศเจตนารมณ์ สถาบันสำคัญของชาติ เพื่อเป็นการเสริมสร้าง และ สมานฉันท์ ร่วมกับประชาชน ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ใส่เสื้อสีน้ำเงิน มีข้อความ “ปกป้องสถาบัน” ที่หน้าอก จำนวนประมาณ 12,000 คน วัตถุประสงค์เพื่อ เทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ การสร้างความรัก ความเข้าใจ ลดการแตกแยก ทางความคิด และ สร้างความสมานฉันท์ของ พี่น้องชาว จ.ชลบุรี พร้อมกับกิจกรรมบำบัดทุกข์บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับ ประชาชน จัดทำบัตรประจำตัวประชาชน

นอกจากนี้ มท.1 ยังร่วมแจกโฉนดที่ดิน และ เอกสารสิทธิทำกิน ให้กับราษฎร ที่ไม่มีที่ทำกิน ให้เป็นที่ทำกิน ของตนเอง พร้อมกับ เดินชมนิทรรศการ และ กิจกรรมภายใน

ประชาชน ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ใส่เสื้อสีน้ำเงิน มีข้อความ ปกป้องสถาบัน ที่หน้าอก จำนวนประมาณ 12,000 คน

ประชาชน ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ใส่เสื้อสีน้ำเงิน มีข้อความ ปกป้องสถาบัน ที่หน้าอก จำนวนประมาณ 12,000 คน


นายชวรัตน์ กล่าวว่า หลังจากที่ ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้ว ตนคิดว่า ไม่น่าจะมี เหตุการณ์รุนแรง น่าจะเกิด ความสันติ สงบกัน ได้แล้ว เหนื่อยกันมา 2- 3 สัปดาห์ เปิดอก พูดคุยกัน ในที่ ประชุมสภา มา 2 วันเต็ม น่าจะรู้แล้วว่า อะไรถูก อะไรผิด ขอให้ บ้านเมือง สงบสุข หันหน้าหากัน แล้ว ทำมาหากิน กันได้แล้ว

ก่อนที่ มท.1 จะเดินทางมาถึง มีกลุ่ม นปช. ใส่เสื้อหลากสี ประมาณ 50 คน มารวมตัวกันที่ บริเวณด้านข้าง ร.ร.ชลกันยานุกูล ห่างบริเวณจัดงานเพียง 300 เมตร เพื่อมาทำการต่อต้าน การเดินทาง ของนายชวรัตน์ ในครั้งนี้ โดยอ้างว่าไม่พอใจ ที่คนเสื้อสีน้ำเงิน แอบลอบตี คนเสื้อแดง จนกระทั่งเกิด ความวุ่นวาย ลุกลาม จนเ้ป็นเหตุให้ งานประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน +3 +6 ที่ รร.รอยัลคลิฟ บีช ยุติกลางคัน

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ปราโมช ปทุมวงศ์ รอง ผบช.ภ.2 และรักษาการ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้ส่ง พ.ต.อ.นภดล วงษ์น้อม ผกก.สภ.เมืองชลบุรี ไปเจรจา ขอร้อง จนกระทั่งกลุ่ม นปช.เสื้อหลากสีได้สลายตัวไป

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 24 เมษายน 2552 21:31 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ มท.1 นำเสื้อน้ำเงินชลบุรีประกาศปกป้องสถาบัน-“หางแดง” 50 คน ก่อหวอดขับไล่


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ศาลอาญาให้ประกัน 3 แกนนำ นปช.แต่วางเงื่อนไข ห้ามปลุกระดม


ศาลปล่อยชั่วคราว 3 โจรแดง! สั่งห้ามปลุกระดม-ออกนอกประเทศ
ศาลอาญาให้ประกัน 3 แกนนำ นปช.แต่วางเงื่อนไข ห้ามปลุกระดม หรือกระทำการใดๆ

ศาลอาญาให้ประกัน 3 แกนนำ นปช.แต่วางเงื่อนไข ห้ามปลุกระดม หรือกระทำการใดๆ


ศาลอาญาให้ประกัน 3 แกนนำ นปช.แต่วางเงื่อนไข ห้ามปลุกระดม หรือกระทำการใดๆ อันก่อความวุ่นวาย ในบ้านเมือง พ่วง ห้าม ออกนอกประเทศ ด้าน “วีระ” ไม่กล้ารับปาก ขึ้นเวทีเสื้อแดงสนามหลวง พรุ่งนี้ (25 เม.ย.) ขอปรึกษาทนาย หวั่นผิดข้อกำหนดศาล


วันนี้ (24 เม.ย.) เมื่อเวลา 13.45 น.ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. ได้ยื่นคำร้อง ขอฝากขัง ครั้งแรก นายวีระ มุสิกพงศ์ อายุ 60 ปี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อายุ 33 ปี และ นพ.เหวง โตจิราการ 58 ปี แกนนำ แนวร่วม ประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผู้ต้องหาที่ 1-3 คดีปลุกระดมมวลชน เพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิด กฎหมายแผ่นดิน และ มั่วสุม ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวาย ในบ้านเมือง
นายวีระ มุสิกพงศ์ อายุ 60 ปี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อายุ 33 ปี และ นพ.เหวง โตจิราการ 58 ปี

นายวีระ มุสิกพงศ์ อายุ 60 ปี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อายุ 33 ปี และ นพ.เหวง โตจิราการ 58 ปี


ซึ่งศาลอาญา ได้อนุมัติ ออกหมายจับ พร้อมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ พวกรวม 14 คน ตามประมวลวิธี พิจารณาความอาญา หลังจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุติ สถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ในพื้นที่ กทม. และ ปริมณฑล

โดยคำร้องสรุปว่า ผู้ต้องหาทั้งสาม ถูกออกหมายจับ ในข้อหา ร่วมกันกระทำให้ปรากฏ แก่ประชาชน ด้วยวาจา อันมิใช่ เป็นการกระทำภายใน ความมุ่งหมาย แห่งรัฐธรรมนูญ หรือ มิใช่ เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชม โดยสุจริต เพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 116(3) และ มั่วสุมตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไป กระทำการ อย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวาย ในบ้านเมือง โดยเป็น หัวหน้า หรือ ผู้สั่งการ มาตรา 215 วรรคแรก และ วรรคสาม ซึ่งพนักงานสอบสวน ได้ยื่นคำร้อง ขอฝากขัง ต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา แต่ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ผู้ต้องหา ทั้งสาม ถูกพนักงานเจ้าหน้าที่ควบคุม ตาม พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 12 จึงให้ยกคำร้อง

โดยให้จับกุม และ ควบคุมตัวทั้งสามไว้ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.ก.ได้ควบคุมตัว ทั้งสามไว้ที่ กองบังคับการตำรวจ ตระเวนชายแดนภาค 1 คลองห้า จ.ปทุมธานี จนครบ 7 วัน ในวันที่ 22 เม.ย. และได้ขออนุญาตศาล ขยายเวลาควบคุมตัว อีก 7 วัน จนถึงวันที่ 29 เม.ย. ต่อมา วันที่ 24 เม.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศ ยกเลิกการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงทำให้การควบคุมตัว ทั้งสาม ตาม พ.ร.ก.สิ้นสุดลง แต่การสอบสวนคดียัง ไมเสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยาน อีก 20 ปาก และ รอผลการตรวจสอบ ประวัติอาชญากร จึงมีความจำเป็น ต้องฝากขังผู้ต้องหา เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.- 5 พ.ค.นี้

ด้าน นายคารม พลทะกลาง ทนายความ นปช.กล่าวว่า ตนได้ยื่นคำร้องคัดค้าน การฝากขังของ พนักงานสอบสวน เนื่องจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศ ยกเลิก พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน แล้ว และ ที่ผ่านมา ได้พ้นระยะ เวลาการควบคุมตัว 48 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.แล้ว และ ยืนยันว่า ผู้ต้องหาทั้งสาม ไม่ได้มี พฤติการณ์ ที่จะหลบหนี หรือ ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ขณะเดียวกัน ตนก็ยื่นคำร้อง ขอประกันตัว 3 แกนนำ ด้วย ซึ่งเตรียมหลักทรัพย์ ทั้งเงินสด คนละ 5 แสนบาท และ ตำแหน่ง ส.ส. ต่อศาล รวมทั้งตำแหน่ง ส.ส.ของ นายการุณ โหสกุล และ นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องหาทั้งสาม ถูกนำตัวจาก บก.ตชด.ภาค 1 มายังศาล โดยมีกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ นครบาล 2 จำนวน 1 กองร้อย 150 นาย กระจายกำลัง รอบบริเวณศาล เพื่อดูแลความปลอดภัย

ซึ่งวันนี้มี กลุ่มผู้สนับสนุน นปช.สวมเสื้อแดง และ เสื้อผ้าหลากสี ประมาณ 30 คน เดินทางมา พร้อมนำ ดอกกุหลาบสีแดง มามอบให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้ง นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ และ นายการุณ โหสกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายคำนวณ ชโลปถัมภ์ ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางมา ให้กำลังใจ ผู้ต้องหาทั้งสาม ด้วย

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ห้องพิจารณา 801 ศาลได้ไต่สวน คำร้องฝากขัง ของ พนักงานสอบสวน และ คำคัดค้าน ฝากขังผู้ต้องหา โดย พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. เข้าเบิกความสรุป ว่า

หลังจากที่ ศาลออกหมายจับผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 14 เม.ย. เวลา 15.30 น. ผู้ต้องหา ได้แสดงตน ต่อ พนักงาน สอบสวน บช.น. ซึ่งแจ้งข้อหา ดำเนินคดี

ต่อมาวันที่ 16 เม.ย.เวลา 08.00 น. พนักงานสอบสวน ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา มายื่นคำร้อง ขอขยายระยะเวลา ควบคุมตัว ซึ่งศาลได้อนุญาต ให้ควบคุมตัว ผู้ต้องหา ไว้ตามที่ถูกออกหมายจับ และ ควบคุมตัว ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 11 อนุ 1 มาตรา 12 เป็นเวลา 7 วัน และ วันที่ 24 เม.ย. เวลา 12.00 น.นายกรัฐมนตรี ได้มีประกาศ ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เจ้าพนักงาน จึงหมดอำนาจควบคุมตัว ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำเป็นต้อง ยื่นคำร้องฝากขัง ในคดีอาญา เป็นเวลา 12 วัน

พล.ต.ต.อำนวย ได้ตอบ การซักค้าน ทนายความ เกี่ยวกับการชุมนุมของ คนเสื้อแดง และ ระยะเวลา การควบคุมตัว ผู้ต้องหาว่า การชุมนุม ของกลุ่ม นปช. ไม่ถือว่า สงบ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ซึ่งการชุมนุม ได้ใช้ถ้อยคำ ยุยงให้ประชาชน กระทำละเมิดต่อกฎหมาย และ ใช้ความรุนแรง ขึ้นเป็นลำดับ

ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุม จะมาด้วยความสมัครใจ หรือ ไม่ ตนไม่ทราบ ส่วนการควบคุมตัว ผู้ต้องหา 48 ชั่วโมง หลังแสดงตัวต่อ เจ้าหน้าที่ จะนับรวมการเดินทาง เข้ามอบตัว และ การเดินทางจาก สถานที่ควบคุมตัว มาศาล

สำหรับเรื่องการขอปล่อยตัว ชั่วคราว พนักงานสอบสวน ไม่คัดค้าน จึงขอให้อยู่ในดุลยพินิจของศาล และ ระหว่างการควบคุมตัว ผู้ต้องหาได้ปฏิบัติตัวถูกต้อง ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี หรือไปยุ่งเหยิง กับพ ยานหลักฐาน ซึ่งการยื่นคำร้องฝากขัง ได้ปฏิบัติตาม ประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณา ความอาญา ซึ่งผู้ต้องหา ถูกตั้งข้อหา ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 116 และ มาตรา 215 พยานเบิกความเรื่องอื่นๆ แล้วเสร็จ ศาล จึงนัดฟังคำสั่ง ต่อไป

ต่อมา เมื่อเวลา 17.30 น.ศาลมีคำสั่ง อนุญาต ให้ฝากขัง นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นพ.เหวง โตจิราการ 3 แกนนำ นปช.เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.-5 พ.ค. นี้ และ อนุญาตให้ ปล่อยตัวชั่วคราว โดยตีราคาประกัน คนละ 500,000 บาท โดยมีเงื่อนไข

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาทั้งสาม เป็นผู้ต้องหา ตามหมายจับ ที่ออกเมื่อวันที่ 14 เม.ย. ซึ่งปรากฏว่า ผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัว ในวันเดียวกัน ต่อมา เมื่อวันที่ 16 เม.ย.พนักงานสอบสวน นำตัวผู้ต้องหา มาฝากขัง ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ กำหนดให้ควบคุมตัว ตาม พ.ร.ก. จำนวน 7 วัน หลังครบ กำหนด พนักงานสอบสวน นำตัวมา ขอขยายเวลาควบคุม ตาม พ.ร.ก. อีก 7 วัน

กระทั่ง วันที่ 24 เม.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ มีคำสั่ง ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พนักงานสอบสวน จึงไม่มีอำนาจควบคุมตัว เกินกว่า 48 ชั่วโมง ตาม กฎหมาย กำหนด ผู้ต้องหาทั้งสาม คัดค้านว่า หลัง ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พนักงานสอบสวน ไม่มีอำนาจควบคุมตัว จึงขอให้ศาลปล่อยตัว

ศาลเห็นว่า การควบคุมตัวผู้ต้องหา ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. พนักงานสอบสวน ทำโดยชอบด้วยกฎหมาย ประกอบกับเห็นว่า คำร้องฝากขัง พนักงานสอบสวน อ้างว่า ต้องมีการ สอบสวน พยานเพิ่มเติม อีก 20 ปาก และ ต้องรอผล ตรวจประวัติอาชญากร จาก สตช. จึงมีเหตุจำเป็น ให้ต้องคุมขังต่อไป จึงอนุญาตให้ ฝากขัง ผู้ต้องหา ตามคำร้อง ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.-5 พ.ค. คำคัดค้านของผู้ต้องหา ฟังไม่ขึ้น

ส่วนคำร้องผู้ต้องหา ขอประกันตัว ศาลเห็นว่า ข้อหา ที่ผู้ต้องหาทั้งสาม ถูกออกหมายจับ มีอัตราโทษไม่สูง ประกอบกับ มีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สถานการณ์ มีความคลี่คลาย ลงแล้ว จึงอนุญาตให้ ปล่อยตัวเป็นการชั่วคราว โดยตีราคาหลักทรัพย ์คนละ 5 แสนบาท และ ห้ามผู้ต้องหา ออกนอก ราชอาณาจักร โดยให้แจ้ง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ทราบด้วย และ วางเงื่อนไข ห้ามผู้ต้องหา กระทำการปลุกระดม หรือ กระทำการใดๆ อันก่อความวุ่นวาย ในบ้านเมือง และ ห้ามมิให้กระทำการใดๆ ที่มีผลกระทบ ต่อการสอบสวน ของพนักงานสอบสวน มิฉะนั้น ศาลจะถอดประกัน

ภายหลังศาล มีคำสั่งปล่อยตัว นายวีระ, นายณัฐวุฒิ และ นพ.เหวง เดินลงมาจาก ห้องพิจารณาคดี พบกับ กลุ่มผู้สนับสนุน ที่เฝ้ารอให้กำลังใจ ประมาณ 100 คน พร้อมกล่าวขอบคุณ กลุ่มผู้สนับสนุน โดย นายวีระ กล่าวว่า

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณศาล ที่ให้ประกันตัว ซึ่งถือเป็น การมองเห็นถึง สิทธิของประชาชน ตาม รธน. ส่วนที่กลุ่ม นปช. นัดชุมนุมกัน ในวันพรุ่งนี้ (25 เม.ย.) สนามหลวง พวกตน จะเดินทางไปร่วม ได้หรือไม่ ต้องรอปรึกษา ทีมทนายความก่อน ว่าจะเป็น การฝ่าฝืนข้อกำหนดของศาล ในการปล่อยตัวชั่วคราว หรือไม่

ด้าน นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สิ่งแรกที่ตนจะทำ หลังจากได้รับอิสรภาพ คือ ชำระล้าง ข้อเท็จจริง เรื่องการเสียชีวิต ของ กลุ่มคนเสื้อแดง ในการใช้กำลังทหาร สลายการชุมนุม เมื่อเช้าวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากวันดังกล่าว หลังได้ยินเสียงปืนนัดแรก มีกลุ่ม คนเสื้อแดง รวมทั้ง กลุ่มแท็กซี่ โทรศัพท์แจ้งตนว่า มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งตนเชื่อว่า กลุ่มคนดังกล่าว ไม่มีเหตุผล ที่จะมาโกหก เมื่อรัฐบาล มีข้อเท็จจริง ที่แตกออกไป ก็ต้องนำข้อเท็จจริง 2 ฝ่าย มาชำระ ล้างกัน

ขณะที่ นพ.เหวง กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ขอขอบคุณ ในความกรุณา ของศาล และ เคารพ เงื่อนไข ที่ศาลกำหนดไว้

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 24 เมษายน 2552 20:24 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ ศาลปล่อยชั่วคราว 3 โจรแดง! สั่งห้ามปลุกระดม-ออกนอกประเทศ


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Thai Premier Abhisit Vejjajiva lifted state of emergency imposed in Bangkok

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ก่อความไม่สงบ,ข่าวการเมือง,ข่าวรอบโลก,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,คดีอาญา,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คุณธรรม,จริยธรรม,ประวัติศาสตร์ไทย,พ.ร.ก.ฉุกเฉิน,พันธมิตรประชาชน,หมายจับ,หมิ่นเบื้องสูง,อาชญากรรม,เสื้อแดง,conflict,Constitution 2007,criminal,Crisis,Demonstration,PAD,Politic,state of emergency,Thailand,Violence — accomthailand @ 16:14
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Thai Prime Minister Abhisit Vejjajiva (C) addresses a press conference at the Government House in Bangkok on April 24, 2009


Thai Prime Minister Abhisit Vejjajiva (C) addresses a press conference at the Government House in Bangkok on April 24, 2009. Thai Premier Abhisit Vejjajiva lifted a nearly two-week-old state of emergency imposed in Bangkok amid violent protests, but the government said some troops would remain on the streets.

อ่าน Details in Thai – รายละเอียด
From daylife.com – 24 April 2009


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สุเทพ” โยน ตร. จัดการแกนนำ ม็อบแดงถ่อย หลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน


“สุเทพ” โยน ตร. จัดการ แกนนำม็อบแดงถ่อย หลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดูแล ด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึง การยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน

นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดูแล ด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึง การยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน


รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เผยเหตุยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังประเมินแล้ว คาดว่าจะไม่มี สถานการณ์ ความไม่สงบ ขึ้นอีก แต่ไม่ประมาท ยังสั่งตรึงกำลัง ทหารบางส่วนไว้ ป้องกันทำเนียบฯ ลั่น ปิดปาก เลิกแจงสถานการณ์ มอบกรรมการ ประมวลเหตุการณ์ จัดทำเป็นรายงานแจงแทน ปัดเป็นหน้าที่ตำรวจ จะปล่อยตัวแกนนำ นปช. หรือไม่


วันนี้ (24 เม.ย.) นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดูแล ด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึง การยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน ว่า นายกฯ ได้แสดงความตั้งใจไว้ อยู่แล้วว่า ต้องรีบทำงาน ให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อจะได้ยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ให้เร็วที่สุด ตนในฐานะผู้รับผิดชอบ เมื่อเห็นว่า สถานการณ์คลี่คลาย จึงแจ้งให้ นายกฯ ทราบ จนมีการยกเลิกในที่สุด


เมื่อถามว่า เมื่อยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน แล้ว ทำอย่างไรจะดูแลสถานการณ ให้อยู่ในความเรียบร้อยได้
นายสุเทพ กล่าวว่า คิดว่าตอนนี้ทุกฝ่ายรู้ดีว่า จะต้องช่วยกัน รักษาสถานการณ์บ้านเมือง ให้เรียบร้อย


ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน แล้ว ยังจำเป็นต้องให้ ทหารมาช่วยดูแลสถานที่ราชการ อยู่หรือไม่
รองนายกฯ กล่าวว่า ทหาร ก็ยังคงเป็น ผู้ช่วยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล ก็ยังคงต้องไว้บ้าง เท่าที่จำเป็น ในฐานะผู้ช่วยตำรวจ

เมื่อถามว่า ทำเนียบฯ จะเข้าสู่ภาวะปกติเท่าไหร่
รองนายกฯ กล่าวว่า นี่ก็เรียบร้อยดูเยอะแล้ว ใจเย็น ๆ

เมื่อถามว่า การที่จะดำเนินความยุติธรรม กับฝ่ายต่าง ๆ ที่พูดกันในสภา รวมถึงการไล่ล่านั้น รัฐบาลจะมีการดำเนินการ อย่างไร
นายสุเทพ กล่าวว่า นายกฯ ได้พูดชัดเจนว่า จะไม่มีการไล่ล่าอะไรกันทั้งสิ้น
ส่วนการดำเนินคดีกับ ผู้ที่ทำผิด ก็เป็นการดำเนินไปตามปกติ และจะพยายามเร่งรัด ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

เมื่อถามว่า หากยังคงมี ความเคลื่อนไหว ของ กลุ่มคนเสื้อแดง อีก ภาครัฐ จะติดตามดูแลอย่างไร
นายสุเทพ กล่าวว่า ตนก็จะทำไปตามหน้าที่

เมื่อถามว่า จะใช้กฎหมายอะไร มาดูแลเป็นพิเศษ หรือไม่
นายสุเทพ กล่าวว่า นายกฯ พูดไปแล้วว่า ประชาชน มีสิทธิ แสดงความคิดเห็น ทางการเมือง ได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบ ของ กฎหมาย ซึ่งเราทุกคน ก็ต้องช่วยกันดู

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการประชุมร่วมรัฐสภา คิดว่าจะทำให้ประชาชนเข้าใจ มากขึ้นหรือไม่ เพราะขณะนี้ ดูเหมือนรัฐบาล จะเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียว
รองนายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่ นายกฯ ได้พูดสรุป ในช่วงท้ายของการประชุมนั้น เป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุด จึงอยากให้ทุกฝ่าย ได้พิจารณา ซึ่งจะชัดเจน


โดยเฉพาะข้อเสนอ 2 ข้อ ที่นายกฯพูด คิดว่าประชาชนทั่วประเทศ เห็นด้วย ซึ่งก็น่าจะเป็นแรงกดดัน ให้ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมมือกัน


ส่วนการให้ข้อมูลของ อีกฝ่ายหนึ่ง ที่ไม่ตรงกับ ที่รัฐบาล ได้ชี้แจงไปนั้น
นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลคงไม่ชี้แจงแล้ว เพราะได้มี การตั้งคณะกรรมการ ที่จะประมวลเหตุการณ์ ทั้งหมดแล้ว

เมื่อถามว่า คิดว่า คณะกรรมการฯ ชุดนี้ จะสามารถคลี่คลาย และทำให้ทุกฝ่าย ยอมรับได้หรือไม่
รองนายกฯ กล่าวว่า ความจริงก็คือความจริง เมื่อนำความจริงมาพูด ทุกฝ่ายก็ต้องยอมรับ


ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีใบปลิวโจมตีรัฐบาลว่า มีการจัดฉาก สร้างสถานการณ์ เหตุการณ์ต่างๆ คิดว่า หลังยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน แล้ว ลักษณะของใบปลิวอย่างนี้ จะยังคงมีอยู่อีกหรือไม่
นายสุเทพ กล่าวว่า จริง ๆ แล้ว วันนี้บ้านเมือง โชคดีอย่างหนึ่ง ก็คือ สื่อได้เปิดเผยข้อมูลที่ทันที ทันใด ประชาชนได้เห็น ไปพร้อม ๆ กัน
ซึ่งเมื่อประชาชนเห็นแล้ว ใครจะมาบิดเบือนอย่างไรก็ยาก


เมื่อถามว่า คิดว่าจะมีการดำเนินการลักษณะใต้ดิน อยู่อีกหรือไม่
รองนายกฯ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปมองโลก ในแง่ร้าย เราพยายามทำให้ดีที่สุด


ผู้สื่อข่าวถามว่า การยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน มีผลอย่างไร ต่อการควบคุมตัวแกนนำเสื้อแดง หรือไม่
นายสุเทพ กล่าวว่า หลังยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน แกนนำ ที่ควบคุมตัวไว้ ทั้ง 3 คน ก็จะได้รับการปล่อยตัว
จากนั้นตำรวจ ก็จะมาขออำนาจศาล เพื่อฝากขังต่อไป ตามกฎหมายอาญา ต่อไปนี้ทุกคน ก็จะต้องดำเนินการ ตามกฎหมายอาญา ปกติ
เมื่อถามว่า จะต้องมีการติดตามตัว หรือติดตามความเคลื่อนไหว เป็นพิเศษหรือไม่
นายสุเทพ กล่าวว่า ตนดำเนินการตามกฎหมาย


ผู้สื่อข่าวถาม กรณี นาย จักรภพ เพ็ญแข แกนนำนปช. มีรายงานชัดเจน หรือยังว่าอยู่ที่ไหน
นายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้ยินแต่ข่าวว่า อยู่ต่างประเทศ แต่ยังไม่ทราบว่า อยู่ที่ไหน ต้องพยายามดู

เมื่อถามว่า จะต้องมีการส่งหมายจับ ไปยังประเทศต่าง ๆ หรือไม่
รองนายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวจะให้ฝ่ายกฎหมายเขาดู


ส่วนกรณีของ นาย อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำเสื้อแดง อีกคนหนึ่ง ที่หนีการประกันตัว ก็เช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ก็ต้องมีการติดตามตัว กันต่อไป เพื่อนำมาดำเนินคดี


คลิกที่นี่ เพื่อชม นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ (256 K)
จาก manager multimedia

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 24 เมษายน 2552 11:43 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000046016


พิมพ์ ข่าวนี้ “สุเทพ” โยน ตร.จัดการแกนนำม็อบแดงถ่อย หลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“มาร์ค”สั่งเลิกฉุกเฉินใน กทม.แล้ว-ซัด “แม้ว”โกหกจาบจ้วงในหลวง


“มาร์ค”สั่งเลิกฉุกเฉินใน กทม.แล้ว-ซัด “แม้ว”โกหกจาบจ้วงในหลวง
นายกฯ สั่งเลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลแล้ว หลังหารือ ฝ่ายความมั่นคง เพื่อลดความขัดแย้ง

นายกฯ สั่งเลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลแล้ว หลังหารือ ฝ่ายความมั่นคง เพื่อลดความขัดแย้ง


นายกฯ สั่งเลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ กทม. และ ปริมณฑล แล้ว หลัง หารือ ฝ่ายความมั่นคง เพื่อลดความขัดแย้ง

พร้อมวอนยุติจาบจ้วง -แอบอ้างสถาบัน หวังสังคมไทยหมดความรุนแรง-ไร้คนจาบจ้วง

เผยตรวจสอบ กรณี “แม้ว” ให้สัมภาษณ์ ละเมิดในหลวง ผ่านสื่อนอกแล้ว ยืนยันว่าคำพูด “นักโทษชาย” มีแต่โกหก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างอภิปรายในที่ประชุมร่วมกันของสองสภา เมื่อช่วงหลังเที่ยงคืน ที่ผ่านมาว่า
เพื่อเป็นการลดความขัดแย้ง จากการแสดงความคิดเห็น ของหลายๆ ฝ่าย ที่กังวลต่อ บรรยากาศ การประกาศใช้ พ.ร.ก. บริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ตนจึงได้เร่งหารือกับ ฝ่ายความมั่นคง และ ตัดสินใจแล้วว่า จะยกเลิก การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑล ทันทีตั้งแต่วันนี้ (24 เม.ย.)

ต่อมานายอภิสิทธิ์ กล่าวถึง การปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ว่า ขอความกรุณา ทุกท่านที่ต่างก็ยืนยันถึง ความจงรักภักดี ให้ช่วยกัน ในเรื่อง การจาบจ้วง การแอบอ้าง ต้องยุติ ด้วยความร่วมมือ ของทุกฝ่าย และ จำเป็นต้องพูด พาดพิงเล็กน้อย เนื่องจาก อดีตนายกฯ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่หลบหนีคดี อยู่ต่างประเทศ) ได้พูดต่อเนื่อง มาหลายวัน ยังคงมีการพาดพิงถึง สถาบันพระมหากษัตริย์ ล่าสุดเมื่อ วันที่ 20 เม.ย.ได้ให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์ ไฟแนนเชียลไทมส์ ไปไกลเลย โดยอ้างว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบถึง การวางแผนรัฐประหาร 19 ก.ย. โดยมีการเข้าเฝ้า ของ องคมนตรี 3 ท่าน

กรณี แม้ว ให้สัมภาษณ์ละเมิดในหลวงผ่านสื่อนอก

กรณี แม้ว ให้สัมภาษณ์ละเมิดในหลวงผ่านสื่อนอก

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ ในฐานะเป็นรัฐบาล ตนจำเป็น ต้องตรวจสอบ และได้ตรวจสอบแล้ว กับ บุคคลที่เกี่ยวข้อง

ขอยืนยันว่า สิ่งที่อดีตนายกฯ พูด ไม่เป็นความจริง และ จะขอความกรุณาว่า เมื่อเราหันหน้าเข้าหากัน ในส่วนของพวกเรากันเอง ที่จะไปพาดพิง หรือ ร้ายกว่า นั้น ในลักษณะของ การจาบจ้วง ถึง สถาบันพระมหากษัตริย์นั้น ต้องหยุด และ ไม่สนับสนุน

ส่วนที่เพื่อนสมาชิก อีกซีกหนึ่ง อ้างว่า มีการแอบอ้างจากบางฝ่าย เราก็ต้องช่วยกันแก้ไข โดยเฉพาะเมื่อ มีการอภิปรายถึง การรณรงค์ปกป้องสถาบัน โดยมี เสื้อสีน้ำเงิน เข้ามาเกี่ยวข้องนั้น ได้ทำความเข้าใจ กับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง แล้วว่า การรณรงค์ ปกป้องสถาบัน ต้องไม่มีสี เพราะทุกสี ต้องปกป้อง สถาบัน ด้วยกัน ทั้งสิ้น

ประเด็นต่อมา เรื่องความรุนแรง ซึ่ง เชื่อว่าพี่น้อง ที่มาชุมนุมส่วนใหญ่ ไม่ได้คิดเรื่องนี้ และที่ ทุกคนพยายาม บอกว่า เหตุความรุนแรงทั้งหลาย ที่ พัทยา รถแก๊ส ที่ซอย 5 ซอย 7 ก็ตาม ไม่ใช่การกระทำ ของผู้ชุมนุมนั้น แสดงว่า ท่านไม่เห็นด้วยกับ การใช้ความรุนแรง

นอกจากนี้ ไม่ใช่แกนนำทุกคนที่ ยึดแนวทางนี้ เมื่อ วันที่ 21 เม.ย. นายจักรภพ เพ็ญแข ให้สัมภาษณ์ กับ บีบีซี ว่า ต่อไปนี้ การเคลื่อนไหวของ ผู้ชุมนุม อาจจะใช้อาวุธ จึงขอความกรุณาว่า ถ้าเราจะ หันหน้าเข้าหากัน ทุกคนทุกพรรค ในที่นี้ ต้องบอกว่า ไม่ยอมรับ ถ้าเป็นอย่างนี้ได้ ก็ง่าย ต่อการทำงานร่วมกัน เราจะได้ไม่ต้องรู้สึกกังวลต่อไป เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่สุด เรื่องสถาบันก็ดี ความรุนแรงก็ดี ไม่มีอีกแล้ว การชุมนุม หรือ การแสดงออก ถึงความแตกต่าง ด้านความคิดเห็นทางการเมือง ทำได้เต็มที่ ทุกฝ่าย จะมีความสบายใจ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ได้ติดตามการเคลื่อนไหว ในช่วงก่อน และหลัง การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงบอกว่า ไม่อยากให้ คนจำนวนมากที่มา ด้วยใจบริสุทธิ์ มาต่อต้าน ความไม่เป็นธรรม ตามความรู้สึกของเขา ถูกชี้นำโดย คนจำนวนเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง ซึ่งพร้อมจะใช้ความรุนแรง มีการประกาศเป็น แผน ด้านหนึ่ง จะใช้ความรุนแรง ให้เกิดความไร้ระเบียบ เพื่อแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ หรือในทางกลับกัน ให้รัฐบาล ใช้ความรุนแรงตอบโต้ เพื่อนำไปสู่ปัญหา ที่จะตามมากับ รัฐบาล

“ทำกันหมดละครับ ผมก็เห็นแผนชัด กังวลเลยครับ เพราะขนาดหมอดู ยังฟันธงว่า ผมวาสนาหมดแล้ว จึงอยากจะกราบเรียนว่า ถ้าเราออกจาก กรอบตรงนี้ ไปได้ ผมว่าเราเดินได้”

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า 2 เรื่องที่จะดำเนินการต่อคือ เรื่องของการประมวลพิสูจน์เหตุการณ์ก็ดี การแก้ไขกฎหมายใดๆ ที่ไม่เป็นธรรมก็ดี ก็ทำไป ขณะเดียวกัน ก็ขอโอกาส ให้กับประเทศ แก้ตัว จัดประชุมอาเซียนให้สำเร็จ ถ้าเป็นไปได้ ในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อกอบกู้ชื่อเสียง ของเรา และ ให้เวลาอีก สักระยะ ในการออกมาตรการ แก้ไขปัญหา วิกฤติเศรษฐกิจ นี่คือประโยชน์ของทุกฝ่าย

นอกจากนี้ อยากจะกลับไปทำหน้านี้ ในฐานะนักการเมืองได้ ทำไมตนจะไม่อยากไปเชียงใหม่ เพราะตอนนี้การท่องเที่ยว กระทบมหาศาล อยากไปดูศูนย์ประชุม หาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ และลำไย ก็กำลังมีปัญหา

ทำไมตนจะไม่อยากไปอีสาน เพราะรู้ว่าเรื่องใหญ่ในอีสาน คือ เรื่องน้ำ จะเป็นโครงการสำคัญ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำไมจะไม่อยากให้ ส.ส. ฝ่ายค้าน อยากจะลงตรวจสอบพื้นที่ไหน ก็ลงไปได้ หลังจากนั้นก็จะปูทางไปสู่การเลือกตั้ง ก็ไม่มีปัญหา

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าทำสิ่งเหล่านี้ได้ ก็จะถือว่าเราได้ใช้ ก้าวสำคัญ ผ่าน กระบวนการของรัฐสภาใน 2 วันนี้ เพื่อนำความสงบสุข กลับคืนมา ตนเข้ามา ทำงาน การเมือง เพราะมีเป้าหมายเพียง เพื่อทำงานเพื่อประชาชน และมีความสุข กับ การทำงาน

แต่จะมีความสุขได้อย่างไร ถ้าบ้านเมืองของเรา ยังมีความขัดแย้ง กันเอง ยังมีความรุนแรงอยู่ และไม่เคยให้ความสำคัญว่า จะอยู่ในตำแหน่ง นานแค่ไหน แต่ เมืองไทยมี คนเก่งคนดีจำนวนมาก ต้องไม่สำคัญผิดว่า ต้องเป็นเราเท่านั้น ที่จะทำได้ แต่ตนจะถือว่า เมื่อทำหน้าที่ใดแล้วก็ทำให้ดีที่สุด

นายอภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า 2 วันที่ผ่านมา มีการกระทบกระทั่งกันบ้าง จนหลายคนกังวลว่า เวทีสภาจะยิ่งเพิ่มขัดแย้ง แต่ตนเห็นว่าไม่ใช่ เพราะการได้แสดง ความรู้สึก เอาสิ่งที่อยู่ในใจ ออกมาไว้ข้างนอก ก็ปล่อยผ่านไปแล้ว ไม่เก็บเอามาเป็นอารมณ์ และ ขอเสนอให้ประธาน และ ประธานวิปทั้ง 3 ฝ่าย นำไปพิจารณาถึง ความศักดิ์สิทธิ์ และ ความสำคัญของ สถาบันแห่งนี้ และเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาต่อไป

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 24 เมษายน 2552 01:42 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000045904


พิมพ์ ข่าวนี้ “มาร์ค” สั่งเลิกฉุกเฉินใน กทม.แล้ว – ซัด “แม้ว” โกหก จาบจ้วงในหลวง


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 22, 2009

พล.อ.สมเจตน์ ค้านนิรโทษกรรม “นช.แม้ว” ไม่สำนึกผิด แล้วสร้างความเสียหายให้ประเทศ


“สมเจตน์” ค้านนิรโทษกรรม “นช.แม้ว” ซัดไม่สำนึก ยังป่วนชาติ
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคมช.

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคมช.


“พล.อ.สมเจตน์” หนุนแนวคิด “มาร์ค” ยอมให้อภัย ลดปัญหาขัดแย้ง แต่แนะ ควรให้อภัยคนที่ทำผิดแล้ว มีสำนึก ค้านนิรโทษกรรม “นช.แม้ว” ชี้ เลยเส้น การให้อภัย ซัดไม่สำนึก ทั้ง ยังสร้างความเสียหาย แก่ประเทศ พร้อมค้าน แก้รัฐธรรมนูญ ชี้ รัฐธรรมนูญไม่ผิด ผิดที่คนใช้ ยันเหตุยุบพรรค เกิดจาก พฤติกรรมชั่ว ที่ทำผิดกฎหมาย ต้องมี บทลงโทษ ที่ชัดเจน


วันนี้ (22 เม.ย.) พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้า สำนักงานเลขาธิการ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึง แนวความคิด ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่อาจจะ นิรโทษกรรม ให้กับนักการเมือง เพื่อลดความขัดแย้ง ทางการเมือง ว่า การให้อภัยเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องให้อภัย คนที่กระทำความผิดแล้ว มีสำนึกว่า ทำผิด แต่การให้อภัยกับ คนที่ไม่สำนึก แล้วยังสร้าง ความเสียหาย ให้กับประเทศชาติ ดังนั้น บุคคลเช่นนี้ ควรให้อภัยหรือไม่

“การนิรโทษกรรม ต้องดูว่า นิรโทษกรรมใคร แต่หากนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มันเลยขีดนั้นมาแล้ว นอกจากไม่สำนึกผิด แล้ว ยังสร้างความเสียหาย ให้ประเทศ ดังนั้น ผมไม่เห็นด้วย กับการนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ” พล.อ.สมเจตน์ กล่าว

พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า การให้อภัยในส่วนของ การยุบพรรคการเมือง ทั้ง 111 กรรมการบริหาร พรรคไทยรักไทย และ 109 กรรมการบริหาร พรรคการเมือง ที่ถูกยุบ ต้องดูว่า การเมืองไทย มีปัญหามาก เพราะการเลือกตั้ง ไม่บริสุทธิ์ ใช้เงินซื้อเสียง ใช้อำนาจ ไม่เป็นธรรม เมื่อเข้ามาตั้ง รัฐบาลแล้ว ก็หาประโยชน์ให้กับ ตัวเอง มูลเหตุของ 111 และ 109 กรรมการบริหาร พรรคการเมือง ส่วนหนึ่งมาจาก การใช้อำนาจไม่เป็นธรรม

“กรณีพรรคไทยรักไทย จ้าง พรรคเล็ก มาเลือกตั้งในเขต ที่ไม่มีพรรคการเมืองอื่น ลงแข่งขัน เพื่อเลี่ยง และ ตัดประเด็น คะแนนเสียงประชาชน ต้องเกิน 20 เปอร์เซ็นต์ ในเขตที่มี พรรคการเมืองเดียว ส่งผู้สมัครแข่งขัน อันเป็นต้นเหตุ การยุบพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคอื่น ที่เกี่ยวกับ การซื้อเสียง เป็นภัยร้ายแรง ของ ระบอบประชาธิปไตย หากกรณีนี้ เราไม่ลงโทษ ให้เขาสำนึก เมื่อได้คนผิด มาลงโทษ แล้วมาพูด นิรโทษกรรม ก็ต้องดูว่า เหมาะสมหรือไม่” พล.อ.สมเจตน์ กล่าว

เมื่อถามถึงแนวคิดแก้รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 เพื่อคลี่คลาย ข้อขัดแย้ง ทางการเมือง พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญแก้ไขได้ เพราะ รัฐธรรมนูญ เป็นการร่างกฎหมาย ขึ้นมาเพื่อให้เหมาะสม กับสถานการณ์ แต่ละช่วง ซึ่งการแก้ไข ก็ทำได้

แต่ รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 มาจาก ประชามติ ของประชาชน ดังนั้น ต้องพิจารณาใน 3 เรื่องหลัก คือ

1.แก้อะไรในรัฐธรรมนูญ
2.ประชาชนต้องเห็นด้วย
3.ต้องแก้เพื่อประโยชน์ส่วนร่วม ไม่ใช่เพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า ขณะนี้เขาต้องการให้แก้ มาตรา 237 และ 309

ซึ่งมาตรา 237 เกิดจากปัญหาการเลือกตั้ง ที่ไม่บริสุทธิ์ ถือเป็นความร้ายแรง ในประชาธิปไตย หากต้องการให้ การเมืองไทย เจริญเหมือนชาติอื่น ต้องทำ การเมือง การเลือกตั้ง ให้บริสุทธิ์

รัฐธรรมนูญไม่ผิด แต่ นักการเมือง เป็นผู้ที่มากระทำความผิด

ซึ่งมาตรา 309 เป็นเรื่องเดียวกับ การนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ และพวกพ้อง ตนขอคัดค้านเต็มที่ ไม่สมควรแก้รัฐธรรมนูญมาตรานี้

“มาตรา 237 ที่มาโดย พรรคไทยรักไทย ซึ่ง พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา และ นายพงษ์ศักดิ์ รัชตพงษ์ไพศาล รองหัวหน้าพรรค ไทยรักไทย ไปจ้าง พรรคพัฒนาชาติไทย เพื่อลงเลือกตั้ง เลี่ยงประเด็น ต้องมีคะแนนเสียงประชาชน เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นอันตราย ต่อประชาธิปไตย เมื่อจับได้ พรรคไทยรักไทย ก็ตะแบง ว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ของ พล.อ.ธรรมรักษ์ ไม่เกี่ยวกับ พรรค เป็นการเลี่ยงบาลี

มาตรา 237 จึงเป็นการป้องกัน ไม่ให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ หากเป็น กรรมการบริหารพรรค ทำผิดกฎหมาย ต้องถือว่า เป็นการกระทำ ของ พรรคการเมือง ด้วย ผมไม่เห็นด้วย กับการแก้มาตรา 237” อดีตหัวหน้า สำนักงานเลขาธิการ คมช.กล่าว

พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ คงพยายามหาทาง แก้ความขัดแย้ง แต่ต้องมองให้ลึกซึ้งว่า ต้นเหตุของ 2 มาตรานี้ มาจากอะไร และ มูลเหตุ ที่ กลุ่มพันธมิตร ออกมาเคลื่อนไหว เมื่อ เดือนพฤษภาคม 2551 ก็เพื่อคัดค้าน การแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ที่มีเป้าหมาย เพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไม่เป็นประโยชน์ กับส่วนรวม

ดังนั้น การแก้มาตรา 237 และมาตรา 309 อาจสร้างความวุ่นวายเกิดขึ้นอีกครั้งได้

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 22 เมษายน 2552 19:22 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000045256


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมเจตน์” ค้านนิรโทษกรรม “นช.แม้ว” ซัดไม่สำนึก ยังป่วนชาติ


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 15, 2009

รวมข่าว สลายม็อบโจรเสื้อแดง

Filed under: การประชุมอาเซียน,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ก่อความไม่สงบ,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวรอบโลก,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีอาญา,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,พ.ร.ก.ฉุกเฉิน,หมายจับ,อาชญากรรม,เสื้อแดง — accomthailand @ 15:50
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

รวมเด็ดสะเก็ดข่าว … สลายม็อบโจรเสื้อแดง
คลิป batman จาก เรื่องเล่าเช้านี้ 14 เม.ย. 52


ภายหลังจากที่ กองกำลัง ทหารและตำรวจ ภายใต้ การบังคับบัญชาของ กองอำนวยการ แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ กอฉ. เข้าควบคุม ความสงบเรียบร้อย ให้กลับคืนสู่ กรุงเทพมหานคร ได้อย่างงดงาม ซึ่งได้สร้าง ความโล่งอกโล่งใจ และ รอยยิ้ม ให้กับ คนส่วนใหญ่ของ ประเทศได้ เป็นครั้งสำคัญ


ท่ามกลางความตึงเครียด ของผู้คนกับ สถานการณ์ เผาบ้านป่วนเมือง ของกลุ่มคน ที่ไม่รักชาตินั้น ยังมี ความขำขัน แอบแฝงอยู่ อันเป็น ลักษณะ นิสัยจาก ก้นบึ้งแห่งจิตใจ ของความเป็น สยามเมืองยิ้ม เราจึงได้รวบรวมมา เท่าที่พอจะประเมิน มาได้ เป็นการคลายเครียด กับ สถานการณ์ที่ผ่านมา

“แบทแมน…มาแว้วววว”

เหตุการณ์ระทึก ที่บริเวณ หน้าแฟลตดินแดง ซึ่งสร้างความหวั่นวิตกให้กับ ผู้คนทั่วประเทศ ที่ได้แต่ ภาวนา ขอให้เหตุการณ์ผ่านพ้นไป ได้ด้วยดี โดยปราศจาก เหตุร้าย คือ เหตุการณ์ที่ คนเสื้อแดง นำรถบรรทุกแก๊ส น้ำหนักถึง 5 ตัน ไปจอดขวางทหารไว้ ที่หน้า แฟลต 3 ดินแดง พร้อมปล่อยข่าว เป็นระยะๆ ว่า ได้เปิดวาล์วแก๊ส ไว้ด้วยแล้ว เสมือนหนึ่ง กลุ่มคนเสื้อแดง จับตัวประชาชนไว้เป็น ตัวประกัน กับการที่จะให้ เกิดโศกนาฏกรรม ดังกล่าวขึ้น

เวลาผ่านพ้นไป หลายชั่วโมง จนกระทั่งเกือบ คล้อยเย็น รถบรรทุกน้ำ จึงวิ่งเข้าไป ใช้น้ำ ฉีดหล่อเลี้ยง ไม่ให้ตัวถังแก๊ส เกิดความร้อน จนมากเกินไปได้

สถานการณ์ สร้างวีรบุรุษฉันใด เหตุการณ์ระทึก ที่เกิดขึ้น ก็สร้าง วีรบุรุษได้ ฉันนั้น

โดยระหว่างที่ รถบรรทุกน้ำ กำลังขับเข้าไป เพื่อฉีดน้ำใส่ ถังรถแก๊ง นั้น มี วีรบุรุษผู้หนึ่ง ค่อยๆ กึ่งเดินกึ่งวิ่ง ย่องหลบตามหลัง รถบรรทุกน้ำ เข้าไป และ ที่ต้องย่องหลบ หลังรถบรรทุกน้ำ ก็เพราะไม่ต้องการให้ กลุ่มคนเสื้อแดงเห็น

โฉมหน้า แบทแมน ฮีโร่ผู้พิทักษ์โลก

โฉมหน้า แบทแมน ฮีโร่ผู้พิทักษ์โลก


เมื่อรถบรรทุกน้ำ ขับเข้าไปจนถึง บริเวณที่ รถแก๊สจอดอยู่ วีรบุรุษผู้นั้น ก็วิ่งออกจาก ที่กำบัง พร้อมตะโกนก้องว่า “แบทแมน…มาแล้ว” แล้ววิ่งขึ้นประจำที่ คนขับรถแก๊ส สตาร์ทเครื่อง ขับรถแก๊สออกไป จากที่เกิดเหตุทันที โดยทหารที่ ตรึงกำลังอยู่ ก็ได้เปิดทางให้ รถแก๊สออกไป จากพื้นที่ และ เข้าป้องกัน ไม่ให้ กลุ่มคนเสื้อแดง ติดตามไปยึด รถแก๊สคืนมาได้

“แบทแมน…ที่รัก” ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร แต่คุณ คือ “ฮีโร่” ของพวกเราทั่วประเทศ ว้าวววววววว

“ตายไม่กลัว กลัวคุกทหาร”

สะเก็ดต่อมา… หลังจากที่ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นพ.เหวง โตจิราการ เข้ามอบตัวกับ ตำรวจ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตำรวจคุมตัวขึ้นไป สอบปากคำ บนห้องประชุม ปารุสกวัน 2 บนชั้น 2 ของ กองบัญชาการ ตำรวจนครบาล จากนั้น จึงนำตัว ทั้ง 3 คน มาแถลงต่อ สื่อมวลชน

ระหว่างนั้น “ไอ้เต้น” ณัฐวุฒิ ออกอาการโวยวาย หน้าตาถมึงทึง หลังจากที่ทราบข่าวว่า นายวีระ จะถูกนำตัวไป คุมขังที่ ศรภ.บก.ทอ. ของทหาร นายณัฐวุฒิ จะถูกไปขังที่ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน บางเขน และ นพ.เหวง จะถูกนำไปขังที่ นปอ. ทุ่งสีกัน ดอนเมือง

นึกแล้วก็น่าขัน เมื่อครั้งอยู่ บนเวที นปช.ทั้ง 3 คน ประกาศแน่วแน่ว่า จะต่อสู้จนถึงที่สุด แม้ชีวิต จะหาไม่ ก็ตาม เพื่อให้ได้มาซึ่ง ความเป็นประชาธิปไตย แต่ ครั้นจะถูก นำตัวไปขังใน คุกทหาร กลับเกิดอาการหวาดกลัว ขึ้นมาทันใด ไม่ยอม ลุกจากที่นั่ง ไปขึ้นรถที่ ตำรวจจัดเตรียมไว้ เด็ดขาด ทั้งย้ำว่า จะขอนอน ที่ บช.น. นั่นแหละ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ถูกตำรวจตามประกบ หลังประกาศให้ ผู้ชุมนุมกลับบ้าน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ถูกตำรวจตามประกบ หลังประกาศให้ ผู้ชุมนุมกลับบ้าน


เฮ้อ…ทีอย่างนี้ หมดมุกเลยนะ พ่อแชมป์โต้คารมมัธยมศึกษา


“ขอตังค์แกนนำ”

ระหว่างที่ นพ.เหวง โตจิราการ ประกาศขอให้ ประชาชน ที่มาชุมนุม เดินทางกลับบ้าน ด้วยรถบัสที่ ทางราชการ จัดให้ โดยกล่าวขอบคุณ ผู้มาชุมนุม และ อวยพรให้ เดินทางกลับ อย่างปลอดภัย แต่ระหว่างนั้น มีผู้ชุมนุมคนหนึ่ง เดินเข้าไปยังรถที่ นพ.เหวง ประกาศอยู่ พร้อมกับ ตะโกนเรียก

จากนั้นได้อธิบายถึง สาเหตุที่ ต้องมาหาหมอเหวง ก่อนอำลากลับบ้าน โดยระบุว่า รถที่ได้ขับ มาร่วมชุมนุม นั้น ปรากฏว่า บัดนี้ ถูกทุบจนบุบ ให้ได้รับความเสียหาย พอสมควร จึงต้องมาขอเงิน จาก แกนนำ เป็น ค่าเสียหาย ครั้น หมอเหวง ได้ทราบเรื่องโดยละเอียด ดังนั้นแล้ว จึงตอบกลับไป เสียงดังฟังชัดว่า “ผมไม่มีเงิน ให้ไปขอกับ ณัฐวุฒิ เอาเอง….

ขณะที่ นายวีระ กล่าวผ่าน เครื่องขยายเสียง ของ บช.น. เพื่อขอให้ ผู้ชุมนุมแยกย้าย กันกลับ โดยสงบ ด้วยการกล่าวอำลา อย่างสุดซึ้งว่า “ขอให้ผู้ชุมนุม ที่จะเดินทางกลับ ดูแลกันให้ดี หากอะไร ขาดตกบกพร่อง ให้ร้องขอได้จาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ” อ้าว ตำรวจ งานเข้าเสียแล้ว

แต่สุดท้าย เมื่อมี ผู้ชุมนุมบางคน ไปขอเงินค่ารถ จาก ตำรวจ ที่ยืนรักษาการณ์อยู่ บริเวณดังกล่าว ตำรวจ ก็เรี่ยไร ควักให้เป็นค่ารถเช่นกัน…

“ป่วนไม่เลิก สุดท้ายกระเจิง”

หลังจาก กลุ่มผู้ชุมนุม รอบทำเนียบรัฐบาล พากันสลายตัว และเดินทาง กลับบ้านหมดแล้ว ปรากฏว่า ยังคงมี กลุ่มคนจำนวนหนึ่ง ไม่ยอมกลับบ้าน แต่ไม่ยอมสวมเสื้อแดงอีก นำโดย นายวรัญชัย โชคชนะ ไปรวมตัวกัน บริเวณถนนราชดำเนินนอก ตรงบริเวณหน้า ลานมหาเจษฎาบดินทร์ ได้นำรถแท็กซี่ สามล้อเครื่อง ไปปิดถนน แล้วตะโกนด่าทอทหาร

ทว่า เมื่อทหารเอาจริง กลับพากันวิ่งหนีแตกตื่น กันอลหม่าน อย่างไม่คิดชีวิต และ ถอยร่นไปรวมตัวอยู่ แถวถนนดินสอ แต่สุดท้าย ก็สลายตัว แยกย้าย กลับหายไปหมด

นายวรัญชัย ไปป่วนทหาร แต่เอาเข้าจริง ถึงกับหางจุกตูด

นายวรัญชัย ไปป่วนทหาร แต่เอาเข้าจริง ถึงกับหางจุกตูด

มีผู้สังเกตว่า หลังจากที่ กลุ่มคนเสื้อแดง ออกมาชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มต้น จะเห็น นายวรัญชัย ที่มีสมัครพรรคพวก ร่วมกันเคลื่อนไหว ประมาณ 20-30 คน นั้น ทุกครั้ง นายวรัญชัย จะแต่สูท ผู้ไทด์ ที่สำคัญ ยังสวมวิกผมให้ดูสมาร์ท ขึ้นอีกต่างหาก แต่เมื่อ เสื้อแดง ถูกสลายหมดแล้ว นายวรัญชัย ออกมาป่วนเที่ยวล่าสุด กลับสวมเสื้อเชิ้ต สีฟ้า ไม่สวมวิกผม

ผู้สันทัดกรณี บอกว่า หลังจากร่วม เคลื่อนไหวกับ กลุ่มคนเสื้อแดง ครั้งนี้แล้ว น่าจะพอ มีเงินเหลือ ซื้อวิกใหม่ มาใส่ได้ เนื่องจากวิก อันเดิมนั้น เก่าเต็มแก่ หวี ก็ไม่ค่อยจะเป็น ทรง แล้ว….

“ทหาร…ต้องเป๊ะ”

หัวหน้าซื้อปืนฉีดน้ำแจกทหาร

หัวหน้าซื้อปืนฉีดน้ำแจกทหาร


กำลังทหาร ที่ควบคุมพื้นที่ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อยู่ 2-3 วัน เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย บรรดาประชาชนใน ละแวกดังกล่าว ก็พากัน ออกมาเล่นสงกรานต์ บ้างก็ สาดน้ำ-ปะแป้ง ทหารหาญ ที่ ยืนรักษาการณ์ อยู่บริเวณนั้น

ฝ่ายผู้บังคับบัญชา คงเห็น เหล่าลูกน้อง เครียดกันมา หลายวันแล้ว เลยลงทุน ควักกระเป๋า ซื้อปืนฉีดน้ำแจก และ อนุญาต ให้เล่นกับประชาชนได้

แต่แหม… ด้วยความที่ ถูกฝึกมาดีอย่าง ชายชาติทหารไทย ขนาดเล่นปืนฉีดน้ำ พี่แกยังอยู่ในท่า ประทับเล็ง ตามอย่างที่ ถูกฝึกมาเป๊ะ ชนิดไม่มีวอกแวก ด้วยการใช้ มือซ้ายเหยียด ไปข้างหน้า เพื่อรองรับ มือขวาที่ถือปืนฉีดน้ำ และ พร้อมลั่นไกทุกเมื่อ …(ฮา)

ทหาร...ต้องเป๊ะ แม้จะเป็นปืนฉีดน้ำ ก็ต้องอยู่ใน ท่าเตรียมพร้อม ประทับเล็ง

ทหาร...ต้องเป๊ะ แม้จะเป็นปืนฉีดน้ำ ก็ต้องอยู่ใน ท่าเตรียมพร้อม ประทับเล็ง


ภาพประทับใจ

ภาพประทับใจ

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 15 เมษายน 2552 15:50 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000042366


พิมพ์ ข่าวนี้ รวมเด็ดสะเก็ดข่าว…สลายม็อบโจรเสื้อแดง


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 4, 2009

วันที่ 8 เมษายน หาใช่ “ยกสุดท้าย”

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ก่อความไม่สงบ,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,คดีที่ดินรัชดาฯ,คดียุบพรรค,คดีอาญา,คดีแพ่ง,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ทุจริต,ประวัติศาสตร์ไทย,พ.ร.ก.ฉุกเฉิน,ศาลปกครอง,ศาลรัฐธรรมนูญ,อาชญากรรม,เสื้อแดง — accomthailand @ 04:10
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

หยุด! เอาชาติเป็นเดิมพัน ทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟ

8 เมษายน 52 วันนัดหมายใหญ่ของ “คนเสื้อแดง” ที่ ทักษิณ ชินวัตร และ แกนนำคนเสื้อแดง หมายมั่นปั้นมือ จะให้เป็น วันแห่ง การเปลี่ยนแปลง การเมือง ครั้งใหญ่ บน เป้าหมาย “เปรม ลาออก อภิสิทธิ์ ยุบสภา” “ล้มล้าง อำมาตยาธิปไตย – ทำลาย ชนชั้นสูง”

ประธานองคมนตรี - รัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

ประธานองคมนตรี - รัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์


ไม่ต้องรอถึง วันนั้น ก็รู้ได้ว่า สิ่งที่ ทักษิณ – เสื้อแดง คิดก่อการ ไม่มีวัน สัมฤทธิ์ผล แน่ เพราะคนอย่าง ประธานองคมนตรี – รัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ผู้ผ่าน การรบ – การเมือง มาอย่างโชกโชน และ สมัยเป็น นายกฯ 8 ปี ก็สู้รบตบมือ กับ สารพัดแรงกดดัน ทั้งใน ทำเนียบฯ – นอก รัฐสภา มาหมดแล้ว แค่ ม็อบเสื้อแด – วีดีโอลิงก์ ทักษิณ แค่นี้ เชื่อได้ว่า ชายชาติทหาร อย่าง “ป๋าเปรมฯ” ไม่ถอดใจแน

ส่วน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็เช่นกัน แม้ อายุอานาม จะน้อย และ ถูกมองว่าเป็น ลูกคุณหนู – ลูกผู้ดี เจอแรงเสียดทานหนักๆ อภิสิทธิ์ จะอำลาตำแหน่ง ก็เป็นเรื่อง ที่คิดได้ แต่คงยาก จะได้เห็น

เมื่อประเมินการสู้รบ ของ เสื้อแดง – ทักษิณ ยามนี้ วันที่ 8 เมษายน หาใช่ “ยกสุดท้าย” แม้แกนนำ นปช. ที่เป็นพวก เศษสวะ-ลิ่วล้อ-มือปืนรับจ้าง นายใหญ่ ในนิยาม ของ กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ จะทำที ขึงขัง-ตาถลน เหมือนจะนำ กองทัพเสื้อแดง ทุบหม้อข้าว ทำศึกสงคราม กู้ชาติ ให้ใครบางคน ที่คิดร้าย ทำลาย แผ่นดินเกิด เพราะดูจาก สภาพการณ์ และ ยุทธศาสตร์ การวางแผนของ คนเสื้อแดง แล้ว แกนนำหลายคน ก็รู้ดีว่า ยากที่จะทำให้ทั้ง “เปรม-อภิสิทธิ์”ตอบรับ ทุกเงื่อนไข

เพียงแต่การระดมพล ทำศึก 8 เมษายน หวังให้ แดงทั้งแผ่นดิน แล้วเขย่าขวัญให้ รัฐบาล และ บ้านสี่เสาฯ ผวาเล่น แล้วโอบล้อม ที่มั่น เพื่อให้เกิด การเผชิญหน้า เท่านั้นเอง แต่ก็ เชื่อได้ว่า รัฐบาล – กองทัพ – ตำรวจ ก็ย่อมอ่านเกม นี้ออก และ ไม่ตกหลุมพราง แม้จะมีความพยายาม ยั่วยุ รวมถึงอาจจะมี “มือที่สาม” มาสร้างสถานการณ์ เพื่อให้ ปิดเกม เร็ว

การศึก 8 เมษายน มันจึงอยู่ใน ช่วงเริ่มต้น “ยกที่ 2” หลังจาก ยกแรก ผ่านพ้นไป ซึ่ง ยกแรก ที่ ทักษิณ-เพื่อไทย เน้น กลยุทธ์ “ทำลายความน่าเชื่อถือ” เพื่อให้เกิด สภาวะวิกฤตศรัทธา แก่ องค์กร-ตัวบุคคล ที่ถูกกล่าวถึง ทั้งใน วีดีโอลิงก์ และ บนเวที ข้างทำเนียบรัฐบาล เป็นหลัก

ไล่เรียงตั้งแต่ สถาบันองคมนตรี และ องคมนตรี ทักษิณ และ เสื้อแดง พยายามใส่ความว่า “ขาดความเป็นกลาง – ฝักใฝ่การเมือง หนุนพรรคประชาธิปัตย์” ที่ระบุชื่อ ทั้ง พลเอก เปรม, พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ และ ชาญชัย ลิขิตจิตถะ

แต่ผู้ถูกเอ่ยชื่อ ออกมาสวนกลับ และ ปฏิเสธ ข้อกล่าวหาทั้งหมด ให้สังคม ได้ข้อมูล 2 ด้าน ว่า ใครพูดจริง พูดเท็จ ฝ่ายไหนชั่ว และ ฝ่ายไหน ทำไปเพื่อ ปกป้องประเทศชาติ และ สถาบันหลัก

สำหรับ องค์กรศาล ก็พบว่า ทักษิณ พยายามโจมตีทำให้ องค์กรศาล ถูกมองว่า ไม่มีความยุติธรรม โดย ทักษิณ อ้างถึง การพิจารณาคด ของ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ของ ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ที่ตัดสิน จำคุก เขา 2 ปี เป็นกระบวนการ ไม่ยุติธรรม

ถึงกับระบุว่า ทั่วโลก ไม่ยอมรับระบบศาลเดียว แบบที่ ศาลฎีกาฯ ถูกออกแบบเอาไว้ และ ระบบไต่สวน ที่ให้ จำเลย แก้ข้อกล่าวหาของ โจทก์ ก็เป็นระบบที่ นานาประเทศ ไม่เห็นด้วย และ ยกเลิก กันไปหมดแล้ว

หรือ กรณี การตัดสิน ของ ศาลรัฐธรรมนูญ “คดีชิมไปบ่นไป” ของ สมัคร สุนทรเวช ที่ ทักษิณ บอกว่า ทำให้ ประเทศไทย กลายเป็น ไทยแลนด์ อิส อะ โจ๊ก เพราะ ตัดสินเอาผิด ตาม พจนานุกรม มากกว่า ยึดหลักกฎหมาย

รวมทั้งยัง ทิ่มแทงไปที่ ผู้นำศาล-ตุลาการ หลายครั้ง อันพุ่งไปที่ อักขราทร จุฬารัตน ประธาน ศาลปกครองสูงสุด ที่เป็น อดีต ตุลาการรัฐธรรมนูญ ใน “คดียุบพรรค ไทยรักไทย” และ จรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่มี บทบาทสำคัญใน “คดี ชิมไปบ่นไป” และ“คดียุบพรรค พลังประชาชน” ว่า

ทั้งสองคน มีส่วนร่วมวางแผน การทำปฏิวัติ 19 กันยายน 49 และ ใช้อำนาจตุลาการ ล้มล้าง รัฐบาลไทยรักไทย

สำหรับกองทัพ พบว่า ทักษิณ-เสื้อแดง มุ่งหมายเพื่อ การแก้แค้น อย่างเห็นได้ชัด ในประเด็นเรื่อง กองทัพ ทำตัวเป็น “เปลือกหอย” ให้ รัฐบาลอภิสิทธิ์ ทั้งการที่ ผู้นำเหล่าทัพ และ ตัว รมว.กลาโหม คือ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้รับบำเหน็จ จากการช่วยตั้งรัฐบาล

เช่นการที่ รัฐบาล ให้งบกับ กองทัพ อย่างง่ายดาย หลายครั้ง อาทิ งบ 1 พันล้านบาทให้ กอ.รมน. ไปทำการสลาย กลุ่มเสื้อแดง โดยไม่สามารถตรวจสอบ การใช้งบ ดังกล่าวได้

เมื่อ ยกที่ 1 ของ การตั้งกองกำลัง เสื้อแดง จนล้อมทำเนียบรัฐบาล ได้ 10 วัน 10 คืน สำเร็จ และ ใช้สงครามปาก ทำลายความเชื่อถือต่อ สถาบันสำคัญ ไปแล้ว ตอนนี้ให้ จับตา ยกที่ 2 เอาไว้ ซึ่งข่าวว่า จะเป็นสถานการณ์ที่ ดุเดือดเลือดพล่าน อาจต้องมี การเสียเลือดเนื้อกันอีกครั้ง

ก่อนจะประเมิน ศึกยืดเยื้อ นี้ว่า จะจบอย่างไร ขณะนี้ เริ่มมีข่าวแพร่สะพัดใน วงการการเมือง ว่า จะมี “คนกลาง” เข้ามา คลี่คลายสถานการณ์ ก่อนที่ จะยกระดับไปสู่ ความรุนแรง ในอีก ไม่กี่วันข้างหน้า

ชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ออกมาระบุว่า หลังสงกรานต์ จะมีข่าวดี เพราะผู้มีบุญบารมี จะมาไกล่เกลี่ยปัญหา และ เป็น “คนกลาง” ที่ทุกฝ่ายให้ ความเคารพ


ก่อนหน้านี้ ชัย ชิดชอบ เข้าออกบ้านสี่เสา อย่างถี่ยิบ ในช่วงก่อนให้ ลูกชาย เนวิน ชิดชอบ แปลงร่างเป็น งูเห่า เพื่อไทย ล้มการจัดตั้ง รัฐบาลเพื่อไทย เสมือนว่า ชัย ชิดชอบ รู้สัญญาณอะไรมา แน่นอนว่า การมาของ คนกลาง จะเป็น ฉากการเมือง ในตอนต่อไป แต่จะหมุนเปลี่ยน สถานการณ์ ออกไปจาก เหตุการณ์ปัจจุบัน ได้แค่ไหน หรือไม่ ก็ต้องจับตา ติดตามกันต่อไป

อย่างไรก็ตาม หลายคนหวั่นใจว่า มันจะมีเหตุรุนแรง ก่อนสงกรานต์ เพราะอาจ เกิดเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งมีข่าวว่า ทักษิณ-เสื้อแดง ต้องการให้เกิด การเผชิญหน้า จนเกิดเหตุรุนแรง และ แตกหัก กันไปข้าง

ถ้าหาก ทักษิณ-เสื้อแดง ต้องการเช่นนั้นจริงๆ “บาปการเมือง” นี้ คงไม่มีใครให้อภัย หากคิดเอา ประชาชน มาเป็น “เครื่องมือแก้แค้น” ให้ฝ่ายตัวเอง

เราขอบอกไปยัง ทักษิณ – แกนนำคนเสื้อแดง – ส.ส.เพื่อไทย – อดีตกรรมการบริหารพรรค ไทยรักไทย และ พลังประชาชน – เจ้าหน้าที่รัฐ และ นักธุรกิจ ซึ่งหนุนหลัง การชุมนุม ครั้งนี้ว่า ทุกท่าน มีสิทธิ์ที่จะ เคลื่อนไหวทางการเมือง อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน จะ หน้าทำเนียบรัฐบาล หน้ารัฐสภา หรือ แม้แต่ หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ของ พลเอกเปรม หาก ทุกคนเคลื่อนไหว รวมตัวเรียกร้อง ภายใต้ หลักกฎหมาย ความเคารพ ในสิทธิ ของ ผู้อื่น ไม่เปิดเวทีปราศรัย แล้วใส่ร้ายป้ายสี ให้ความเท็จ ปลุกระดม ให้เกิดความเกลียดชัง และ เคียดแค้น จนนำไปสู่ ความแตกแยก และ ปลุกปั่น ให้เกิด ความรุนแรง ในรูปแบบต่างๆ


เท่าที่ ติดตาม การชุมนุมของ คนเสื้อแดง ก็เชื่อว่า เป็นฝ่ายต้องการ จะให้เกิด ความรุนแรง เพื่อบีบให้ รัฐบาล ต้องดำเนินการ อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การใช้ กฎหมายความมั่นคง หรือ ประกาศ สภาวะฉุกเฉิน ซึ่งทั้งหมด จะยิ่งทำให้ การชุมนุมของ คนเสื้อแดง มีความชอบธรรม มากขึ้น และ ทำให้รัฐบาล อยู่ใน สถานการณ์เพลี่ยงพล้ำ ทันที

ขณะที่ดูท่าที รัฐบาล ยังเชื่อว่า น่าจะอดทน จนถึงที่สุด และ ไม่ใช้ความรุนแรง กับ ประชาชน แม้จะมี ความพยายาม หวังสร้างสถานการณ์ เพื่อนำไปสู่เหตุวุ่นวาย จนอำนาจรัฐ ง่อยเปลี้ย ซึ่งเห็นแล้วว่า ตลอดช่วง การชุมนุมล้อมทำเนียบรัฐบาล

ซึ่งถึงวันนี้ เป็น วันที่ 10 แล้ว รัฐบาล-ตำรวจ-กองทัพ ก็ปล่อยให้ ใช้สิทธิเต็มที่ ไม่ได้มีการสั่งให้ สลายการชุมนุม หรือ ใช้ความรุนแรง ไม่มี การตัดสัญญาณ การโฟนอิน – วีดีโอลิงค์ – การถ่ายทอด เสียง ทั้งทีวี วิทยุ อินเตอร์เน็ต

จน รัฐบาล และ หน่วยงานความมั่นคง ถูกด่า เสียด้วยซ้ำ ว่า ไม่เด็ดขาด อ่อนหัด และ หน่อมแน้ม แต่อีกความเข้าใจหนึ่ง ก็อ่านใจได้ว่า หาก รัฐบาล คิดจะเล่นงาน หรือ สกัดการชุมนุมจริง ก็สามารถ ทำได้ แต่มันจะ “เข้าทาง” คนเสื้อแดง

เช่น การตัดสัญญาณ วีดีโอลิงก์ หรือ ไม่ให้มี การเผยแพร่เสียงภาพ ทางทีวี วิทยุ อินเตอร์เน็ต เพราะรู้ดีว่า จะถูกโจมตี ว่าเป็น เผด็จการ จนอาจนำมาเป็น เงื่อนไขปลุกระดม และ จะยิ่งทำให้ ประชาชน ยิ่งออกจากบ้าน มารวมตัวกัน หน้าทำเนียบรัฐบาล มากขึ้น

ขณะนี้ รัฐบาล ตั้งรับอย่างเดียว ยังไร้แนวทาง จะรุกกลับเมื่อไร แบบไหน มีแต่เปิดท่าที จะเจรจากับ คนทำลายชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ ขัดต่อหลักนิติรัฐ จนหลายฝ่ายรับไม่ได้

ทั้งหลายทั้งปวง แม้จะมั่นใจ ลึกๆ ว่า 8 เมษายน ไม่น่าจะ เกิดเหตุ “ไทยฆ่าไทย จนเลือดนองท่วมแผ่นดิน ” อย่างที่ หลายฝ่ายหวั่นเกรง แต่ก็ใช่ จะวางใจเสียทีเดียว สิ่งที่อยากเตือน ทักษิณ – แกนนำเสื้อแดง ก็คือ

เรารู้ดีว่า คนอย่าง ทักษิณ ไม่หยุดคิดทำร้ายประเทศไทย แน่นอน ทว่า ขอเพียงให้ การวางแผนสู้รบนั้น อย่าเอา ประเทศชาติ เป็นเดิมพัน ทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟ เพราะยามนี้ สิ่งสำคัญ ก็คือ ความสามัคคี ของ คนไทย ที่ต้องร่วมกันฟันฝ่า วิกฤตเศรษฐกิจ ไปให้พ้น

ดังนั้น ถ้าจะเคลื่อนไหวใดๆ ก็ทำไปเถิด ถ้าไม่ได้ทำให้ แผ่นดินไทยเสียหาย


ขณะเดียวกัน เราขอเรียกร้องให้ บรรดา ผู้มีอำนาจใน รัฐบาล กองทัพ และ แม้แต่ พลเอก สุรยุทธ์ ออกมาแสดงความรับผิด ในบทบาทหน้าที่ ที่ท่านมีอยู่ เพื่อแก้ปัญหา ให้เหตุการณ์ ความขัดแย้ง ครั้งนี้ยุติโดยเร็ว เพราะ เหตุปัญหา เริ่มมาจาก เรื่องส่วนตัว แต่ ประเทศชาติ และ ประชาชน ต้องรับผลกรรม

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 4 เมษายน 2552 04:10 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ หยุด! เอาชาติเป็นเดิมพัน ทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟ


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

February 7, 2009

“สนธิ” จวก “จงรัก” แฉ 3 เครือข่าย ขายวิญญาณให้ “ทักษิณ”

Filed under: การประชุมอาเซียน,การเงินของโลก,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ก่อความไม่สงบ,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คอร์รัปชั่น,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,พันธมิตรประชาชน,ภาคการเงินของโลก,วิกฤติ,หมายจับ,หมิ่นเบื้องสูง,อาชญากรรม,เสื้อแดง — accomthailand @ 06:51
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

“สนธิ” แฉ 3 เครือข่าย หนุน “นช.แม้ว” จวก “จงรัก” ขายวิญญาณให้ “ทักษิณ”
สนธิ แฉ 3 เครื�ข่าย หนุน นช.แม้ว

สนธิ แฉ 3 เครือข่าย หนุน นช.แม้ว


“สนธิ” ชำแหละเครือข่าย “ระบอบแม้ว” แฉ “พรรคร่วม” ตีสองหน้า แอบสบคบคิด “ทักษิณ” ขณะที่ “ตำรวจ” เอียงข้างปล่อย “ม็อบเสื้อแดง” บุกตี “พันธมิตรฯ” อัดยับ “จงรัก ซานติก้า” เก่งแต่ดำเนินการ กับ “สนธิ” แต่ไม่ดำเนินคดี หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กับ “ม็อบถ่อย” สุดช้ำ ตร.สั่งไม่ฟ้องคดี “เสื้อแดง” บุกทำลาย “บ้านป๋าเปรม”


รายการ “พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย” ออกอากาศทาง เอเอสทีวี-ทีวี ของประชาชน ช่วงเวลา 20.30-23.00 น. วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2552 พบกับ การปราศรัย ของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”

คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” (256 K)
จาก manager multimedia


สนธิ – พี่น้องครับ วันนี้มีเรื่องพูด เยอะเหลือเกิน ผมเลยต้องพูด 2 ช่วง เรื่องที่จะพูดนั้นมีอยู่ประมาณ 3-4 เรื่อง ผมจะมาออกรายการทุกๆ วันศุกร์ กับพี่น้อง เป็นประจำนะครับ

ก่อนจะเข้าสู่เรื่อง ขออนุญาตนิดหนึ่ง พูดเรื่องข่าว ที่จะเรียกว่าประชาสัมพันธ์ก็ได้ หรือจะเป็นข่าว ที่จะขอร้องกันก็ได้ พี่น้องนอกจาก คอนเสิร์ตการเมือง ที่พี่น้องหลายท่าน จะไปกัน และหลายจังหวัด จัดกันแล้ว ยังมี คอนเสิร์ตอีก 2 ครั้ง เป็น คอนเสิร์ตดนตรี ที่ผมต้องขอร้อง พี่น้องกัน คอนเสิร์ตแรกคือ คอนเสิร์ตของ แฮมเมอร์ วันที่ 21 กุมภาพันธ์

ผมอยากจะเชิญชวนพี่น้อง ที่ฟังข่าวนี้ ฟังเรื่องฟังราวนี้ ไปกันให้หมด เพราะว่า แฮมเมอร์ วงดนตรีที่ไม่เคยหลบ แอบ ในเรื่องของจุดยืน ในการรัก พระมหากษัตริย์ นะครับ แฮมเมอร์อยู่กับเรามาตลอด

ตั้งแต่ รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่สวนลุมพินี เรื่อยมา จนกระทั่งฝ่าดงลูกปืน ระเบิด ฝ่าความชั่วร้าย ร่วมต่อสู้กับ พวกสัตว์นรกทั้งหลาย จนกระทั่ง วันนี้ 30 ปี ของ แฮมเมอร์ นั้น พวกเรา ถ้าต้องการแสดงน้ำจิตน้ำใจให้ แฮมเมอร์ เราไปกันให้เต็ม อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก


เรื่องที่ 2 คือ รายการเวที พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จากนี้ไป ในห้องส่ง จะไม่มีแล้ว จะมี เฉพาะวันศุกร์ที่นี่ วันศุกร์ เท่านั้นเอง

ส่วนรายการในห้องส่งนั้น ก็จะเปลี่ยนไป คุณแอน จินดารัตน์ จะมาในมาดใหม่ใน รายการ ที่เรียกว่า “แอน-จินดารัตน์” เป็นรายการคุณแอน จินดารัตน์ มีรายการ “คนในข่าว” “ค.คนคอข่าว” ซึ่งจะเป็น เรื่องเศรษฐกิจ ต่างประเทศ สังคม และ เตรียมพบกับ รายการคุณภาพ “ตัวโน้ตพันธมิตร” คนจัดทำคือ นักร้องพันธมิตรฯ ชื่อ มิเกล

และเตรียมพบกับ รายการออดิชั่น นักแสดง และ นักร้องหน้าใหม่ ของ เอเอสทีวี ที่ พี่ตั้วเป็นคนจัดนะครับ ผมอยากจะฝากผ่านเวทีนี้ไปยัง พ่อแม่พี่น้อง ชาวพันธมิตรฯ อเมริกา USA ที่ลอสแองเจลิส และทุกๆแห่ง

ASTV ได้จัดรายการ พันธมิตรฯ ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไปที่ สหรัฐอเมริกา เพื่อจะไปขอบคุณ คนไทยในอเมริกา ที่เป็นกำลังใจมาให้เรา ตลอดหลายปี และ ก็ร่วมส่งเงินส่งทอง และ จัดกิจกรรมร่วมกัน การไปครั้งนี้ เราจะไป 40 กว่าชีวิต และ

6 กุมภาพันธ์ 2552 พบกับ การปราศรัย ข�ง นายสนธิ ลิ้มท�งกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่�ประชาธิปไตย

6 กุมภาพันธ์ 2552 พบกับ การปราศรัย ของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย


จะเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ ที่แกนนำ ทั้ง 5 คน รุ่น 1 และรุ่น 2 ไปด้วย ยากที่สุด แต่สำเร็จแล้ว คือการเชิญ พี่จำลอง ศรีเมือง ไป

และในที่สุด พี่จำลอง ก็ยอมไป การไปครั้งนี้ พวกเรา จะขอความร่วมมือไปที่ พันธมิตรฯ USA ที่ แอลเอ นะครับ แล้วอีกหลายๆกลุ่ม ที่รักชาติ รักบ้านรักเมือง เหมือนกัน มาร่วมงานกัน และ ก็ขอให้มาช่วยงาน ที่พวกเราไปจัดกันครับ

เหตุผลที่เราไปจัดที่ แฟร์กราวน์ ที่ลอสแองเจลิส นั้น แทนที่จะไปจัดในที่เก่า ที่เราเคยจัด มีหลายท่านถามว่า ทำไมเราไม่ไปจัดที่ สนามม้าฮอลลีวูด ปาร์ก ผมก็กราบเรียนพ่อแม่พี่น้องว่า ที่ไม่ไปที่ตรงนั้น ก็เพราะว่า เป็น สถานการพนัน และ พี่ จำลอง ศรีเมือง คงไม่ไปแน่นอนนะครับ

การไปครั้งนี้จะไป คอนเสิร์ต วันที่ 14 ก็อยากจะเรียนพี่น้อง ที่อยู่หลายๆ เมืองว่า ตามที่มีข่าวว่า มีคนไปบอกว่า อย่าได้มาที่ แอลเอเลย วันที่ 14 เพราะ หลัง วันที่ 14 แล้ว จะมี คุณสำราญ รอดเพชร คุณประพันธ์ คูณมี และ คุณพิเชฐ พัฒนโชติ นั้นจะเดินสาย ไปตามเมืองต่างๆ นั้น ไม่มีแล้วนะครับ

เพราะว่าทั้ง คุณประพันธ์ คูณมี คุณสำราญ รอดเพชร และ คุณพิเชฐ พัฒนโชติ อยากให้ พี่น้องในอเมริกา มาชุมนุมกันที่ แอลเอ มากที่สุด เพราะฉะนั้นแล้ว ที่มีข่าวว่า จะไปพูดตามที่ เมืองโน้นเมืองนี้ ในข้อเท็จจริงแล้ว ไม่มีนะครับ อย่าไปเชื่อ ข่าวที่ไหน เป็นอันขาดนะครับ เพราะฉะนั้น ข่าวนี้ ผมก็เลยถือโอกาสแจ้งผ่าน เอเอสทีวี มายังที่ พ่อแม่พี่น้อง พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยใน ยูเอสเอ


และ ต้องขอขอบพระคุณ พันธมิตรฯ ยูเอสเอที่ แอลเอ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มไหนก็ตาม ขอให้ละทิ้ง ความมี อคติส่วนตัวกัน เอาส่วนรวม เป็นที่ตั้ง แล้วมาร่วมมือกัน ทำให้งาน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย มาเยือน usa นั้น เป็นงาน ที่ประสบความสำเร็จ และก็แสดงให้เห็นถึง พลังของคนไทย ในต่างแดนนั้น ไม่แตกแยกกันเด็ดขาด เมื่อมาถึง เรื่องของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ราชบังลังก์ ครับ


พี่น้องครับ มีอีกโครงการหนึ่ง ซึ่ง ASTV และพันธมิตรฯ จะร่วมกันทำ เพื่อพ่อแม่พี่น้อง คือ โครงการ ทวงภาษี และ ทรัพย์สิน ของ คนไทย กลับคืนมา นะครับ

ASTV และพันธมิตรฯ จะร่วมกันทำ เพื่�พ่�แม่พี่น้�ง คื� โครงการ ทวงภาษี และ ทรัพย์สิน ข�ง คนไทย กลับคืนมา

ASTV และพันธมิตรฯ จะร่วมกันทำ เพื่อพ่อแม่พี่น้อง คือ โครงการ ทวงภาษี และ ทรัพย์สิน ของ คนไทย กลับคืนมา


สืบเนื่องมาจาก ปี พ.ศ.2540 ที่มี คณะกรรมการปฏิรูปทางการเงิน คือ ปรส. เกิดขึ้น ได้มีการขาย ทรัพย์สินของ คนไทยในราคาถูก ให้ต่างชาติ อย่างไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย กองทุนเหล่านี้ จะประมูลหนี้ไป ในราคาต่ำ และ ไปเรียกคืนหนี้ กับลูกหนี้คนไทย เอารัดเอาเปรียบ จนคนไทย จำนวนมาก ต้องล้มละลาย สิ้นเนื้อประดาตัว และ มีอีกที่ต้องฆ่าตัวตาย

บัดนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ส่งฟ้องคดี อดีตผู้บริหาร ปรส.แล้ว ที่ทำผิดกฎหมาย ก็เลยทำให้ พวกกองทุน ที่ปล้นคนไทย ทั้งหลาย เร่งทวงหนี้ และ เร่งฟ้องล้มละลาย ลูกหนี้คนไทย เพื่อเร่งเอาทรัพย์สิน ขายทอดตลาด และ เตรียมขนเงิน ออกนอกประเทศ

กองทุนเหล่านี้ สมคบกับ ก.ล.ต. กรมสรรพากร หลีกเลี่ยงภาษีไป นับแสนล้านบาท โดยที่ ชาติไม่ได้อะไรเลย แท้ที่จริงแล้ว การรู้ไม่เท่ากัน กระบวนการฉ้อฉล ทำให้เจ้าหนี้ อีกเยอะ ต้องแพ้คดี แต่เจ้าหนี้ ที่รู้เท่าทันขบวนการนี้ ทุกคนสู้คดี และ ชนะหมด ศาลยกฟ้องหมด ชนะหมดเลย นะครับ

เพียงแต่น่าเสียดาย คนที่รู้ไม่เท่าทัน เพราะว่าเข้าไม่ถึง ข้อมูลข่าวสาร ถ้าพิสูจน์ความจริงได้ ก็สามารถ จะกลับลุกขึ้นยืนมาใหม่ได้ และ ยังได้รับ ทรัพย์สินของตัวเอง กลับคืนมา ด้วยความเป็นธรรม

น่าเสียดาย เวลามันผ่านมานานแล้ว จนกระทั่งมัน จะหมดอายุความ กลางปีนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ร่วมกับ ศูนย์ประสานงาน ลูกหนี้แห่งชาติ จะร่วมกันทำ โครงการทวงคืน ภาษี และ ทรัพย์สินของคนไทย กลับคืนมา

เราจะมีรายการนี้ทาง เอเอสทีวี ประมาณกลางเดือนนี้ เพื่อบอกให้ประชาชน รู้เท่าทันข้อมูล ในการต่อสู้ภารกิจศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ หมายความว่า เราจะสอนวิธีสู้ว่า พวกนี้ผิดกฎหมายอย่างไร ว่าพวกนี้ฉ้อฉล เราอย่างไร และ เราจะเปิดให้มีการลงทะเบียน เพื่อแต่งตั้ง ทนายความ ในการฟ้องกลับ กองทุน ที่มิชอบด้วยกฎหมาย ให้ถึงที่สุด และ ทวงทรัพย์สิน ของคนไทย กลับคืนมา ด้วยความเป็นธรรม และเราก็จะดำเนินคดี กับเจ้าหน้าที่ใน กรมสรรพากร ก.ล.ต. ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยอมเรียก กองทุนปล้นชาติ ที่ไม่ยอมจ่ายภาษีให้กับรัฐ นั่นคือสิ่ง ที่เราจะทำนะครับ

เพราะฉะนั้น ภารกิจหน้าที่ของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นี่คือภารกิจ ที่จะต้องรับผิดชอบ กับชีวิตความเป็นอยู่ ของ พ่อแม่พี่น้อง ที่ไม่ได้รับ ความเป็นธรรม ในทุกรูปทุกแบบ เราไม่ใช่เพียงเป็นแต่ ภาคประชาชน ที่มาต่อสู้ ในทางการเมือง เท่านั้น อันนี้คือ ความไม่เป็นธรรม ที่เกิดขึ้นจาก การเมือง ยกตัวอย่าง บริษัท ธนาคารเกียรตินาคิน เจริญเติบโต มาด้วยการไล่ซื้อหนี้ ของ ปรส. และ ลูกเขยของ เกียรตินาคิน ก็ชื่อ พงศ์เทพ เทพกาญจนา

 คนไทยถูกเหยียบย่ำมา ตั้งแต่ปี 2540 จากการ ลดค่าเงินบาท ซึ่งคนซึ่งลดค่าเงินบาทนั้น ชื่� ทนง พิทยะ และมีความเชื่� โดยที่ ศาลฎีกา ได้พิพากษา ยกฟ้�ง คุณสุเทพ เทื�กสุบรรณ ที่ คุณสุเทพ พูดบ�กว่า คุณทักษิณ รับรู้เรื่�งนี้จาก คุณโภคิน พลกุล ก็เลยทำให้ คุณทักษิณ ร่ำรวยจาก การลดค่าเงินบาท

คนไทยถูกเหยียบย่ำมา ตั้งแต่ปี 2540 จากการ ลดค่าเงินบาท ซึ่งคนซึ่งลดค่าเงินบาทนั้น ชื่อ ทนง พิทยะ และมีความเชื่อ โดยที่ ศาลฎีกา ได้พิพากษา ยกฟ้อง คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ คุณสุเทพ พูดบอกว่า คุณทักษิณ รับรู้เรื่องนี้จาก คุณโภคิน พลกุล ก็เลยทำให้ คุณทักษิณ ร่ำรวยจาก การลดค่าเงินบาท

ตอนที่ คุณพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ได้มีการดำเนินการให้ กรมบังคับคดี เปลี่ยนแปลง ระเบียบข้อบังคับ หลายอย่าง เพื่อเอื้อประโยชน์กับ เจ้าหนี้

เพราะฉะนั้นแล้ว จะเห็นได้ชัดว่า คนไทยถูกเหยียบย่ำมา ตั้งแต่ปี 2540 จากการ ลดค่าเงินบาท ซึ่งคนซึ่งลดค่าเงินบาทนั้น ชื่อ ทนง พิทยะ และมีความเชื่อ โดยที่ ศาลฎีกา ได้พิพากษา ยกฟ้อง คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ คุณสุเทพ พูดบอกว่า คุณทักษิณ รับรู้เรื่องนี้จาก คุณโภคิน พลกุล ก็เลยทำให้ คุณทักษิณ ร่ำรวยจาก การลดค่าเงินบาท

ยังไม่พอ 4 ปีให้หลัง พอเขามีอำนาจ เขาก็ใช้อำนาจนี้ มาสร้างเครือข่าย เพื่อดึงเอาทรัพย์สินต่างๆ ของพ่อแม่พี่น้อง ที่พวกเขาไปประมูลซื้อมา ในราคาถูก แล้วก็มาบีบขาย ให้พ่อแม่พี่น้อง เหมือนกับว่า กองทุนบ้าน อสังหาริมทรัพย์ หรือ รถยนต์ มูลค่า 100 บาท เขาซื้อมาใน ราคา 30 บาท และ เขาบังคับให้ พ่อแม่พี่น้อง จ่ายเขาคืนใน มูลค่า 100 บาทเต็ม อย่างนี้ตลอดเวลา

หรือว่า การประมูลที่ดิน ของ กรมบังคับคดี เขาจะไม่ให้สิทธิ์ลูกหนี้ ในการค้าน เขาบอกค้านได้ 1 ครั้ง ครั้งที่ 2 ค้านไม่ได้ ครั้งที่ 2 ราคา 100 บาท ลดเหลือ 50 บาท ครั้งที่ 3 ราคา 50 บาท ลดเหลือ 25 บาท จะลดโดย อัตโนมัติ แล้วเขาก็ไปตั้ง บริษัทนอมินี เป็นสิบๆ ร้อยๆ บริษัท ไล่ซื้อ ทรัพย์สินนี้ คืนเข้ามาสู่มือเขา

พี่น้องรู้ไหมว่าบริษัทอะไร เป็นเจ้าของที่ดิน ที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย บริษัท เอสซี แอสเสท พ่อแม่พี่น้อง รู้หรือเปล่าว่า มีที่ดินอยู่ในบริษัท ในเครือเขา สิบๆบริษัท มีที่ดิน ที่เป็นที่นา เกือบ 500,000 ไร่ และ นั่นคือที่มาของ การขายที่นา ให้ แขกซาอุฯ จำได้หรือเปล่าพี่น้อง เห็นไหม นักศึกษามหาวิทยาลัยราชดำเนิน ต้องไม่โง่ พี่น้องครับ เดี๋ยวผม จะร้องเพลงหนึ่ง แต่อย่าตบมือตาม นะครับ ห้ามตบมือ ตามเด็ดขาด ขอร้อง อย่าตบมือตาม

“โปรดอย่าถาม ว่าฉันเป็นใครเมื่อในอดีต และ โปรดอย่าถามว่า อดีตฉันเคยรักใคร รู้ไว้อย่างเดียว เดี๋ยวนี้รักแม้ว รักแม้วตลอดไป รักมากเพียงไหน กำหนดไว้ได้ ด้วยเงินที่ให้ฉัน” พี่น้องครับ เพลงที่ชื่อว่า “จงรัก”

พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ ชื่อ เล่น ชื่อ ปุ๊ก เป็นลูกที่มี พี่น้อง 2 คน เรียนจบธรรมศาสตร์ รุ่นเดียวกับใครรู้ไหม วีระ มุสิกพงศ์ รุ่นเดียวกับ คนดังๆ ในสังคมทั้งนั้น ลอยเลื่อน บุนนาค รองปลัด ที่ฟ้องพันธมิตรฯ เรื่องยึดทำเนียบ รุ่นเดียวกับ ชูศักดิ์ ศิรินิล จำได้ หรือเปล่า รุ่นเดียวกัน จงรัก มีบ้านหลังมหึมา อยู่ที่ จ.ชลบุรี มหาศาล จงรัก เป็นคนที่แสดงออกถึง ความจงรักภักดี ต่อระบอบ ทักษิณ ในสมัยที่เป็น ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2

พี่น้องที่อยู่พัทยา ชลบุรี จำได้ใช่ไหม ว่าคนๆนี้ ขัดขวาง การชุมนุมของเรา ทุกวิถีทาง สั่งย้ายตำรวจ ที่เปิดโอกาสให้ ประชาชน เข้ามาร่วมชุมนุม นอกจาก สั่งย้ายแล้ว ยังหาเรื่องหาราว ดำเนินคดี จงรัก จุฑานนท์ เป็นคนที่เคยได้รับ พระมหากรุณาธิคุณ อย่างสูงสุด จาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ให้ พระองค์ท่านเป็นคนติดยศให้

แต่ต่อกรณีของ การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อย่างร้ายแรง และรุนแรง ของกลุ่มเสื้อแดง หลายๆคน คุณจงรัก ไม่เคยแสดงออก เหมือนกับ ที่มาแสดงออก กับ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย

ผมไม่เคยเห็น คุณจงรัก ลุกขึ้นมาแล้วบอก คุณวีระ มุสิกพงศ์ ว่าการพูดจาแบบนี้ เป็นการพูดจาซึ่ง หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ต้องดำเนินคดี อย่างเด็ดขาด

ผมไม่เคยเห็น คุณจงรัก ออกมาบอกว่า คุณจักรภพ เพ็ญแข ที่ไปพูดที่ สนามหลวง นั้น เป็น การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผมไม่เคยเห็น คุณจงรัก พูดถึง พวกเสื้อแดง อีกหลายต่อหลายคน

แต่พอ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เอาเรื่อง ดา ตอร์ปิโด หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาเล่าให้ประชาชนฟัง คุณจงรัก ออกอาการ เป็นงิ้วเลย ดำเนินคดี นายสนธิ ทันที

พี่น้องครับ พี่น้อง ยังคงไม่รู้ว่า คดีที่ พวก นปช. นปก. บุกบ้านป๋าเปรม ไปพูดจาหยาบคาย ขว้าง ทำลายบ้าน ป๋าเปรม พี่น้อง รู้หรือเปล่าว่า คดีไปถึงไหนแล้ว อยากรู้มั้ย ตำรวจเขาสั่งไม่ฟ้อง พี่น้อง

ผมอยากจะถาม คุณจงรัก ว่า คุณมีส่วนเกี่ยวข้อง ในการสั่งไม่ฟ้อง หรือเปล่า ที พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ไม่มีคดีไหน ที่เขาสั่งไม่ฟ้อง เขาสั่งให้เร่งฟ้อง ผมคงไม่พูดถึง คุณจงรัก โดยไม่มีหลักฐาน ไม่มีเหตุผล ผมอยากจะตั้งชื่อ คุณจงรัก วันนี้ว่า จงรัก ณ ซานติก้า

พี่น้องจำได้หรือเปล่าว่า คุณจงรัก เขาบอกว่า เขาจะเอา ปปง. ไปตรวจสอบ บริษัทห้างร้าน ที่มาสนับสนุน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย และ พี่น้องรู้ไหมว่า คุณจงรัก ไม่ทราบ คุณรู้หรือ คุณแกล้งไม่รู้ว่า ซานติก้านั้น มีเงินสด 20 ล้านบาท เข้าบัญชี โดยไม่มีที่มาที่ไป เข้าข่าย ปปง. ต้องตรวจสอบ ทำไมคุณไม่ตรวจสอบบ้างล่ะ ทำไมคุณไม่พูดถึงเลย

ล�งคิด ในมุมกลับ ถ้า คุณพีระพันธ์ ไม่ได้เป็น รัฐมนตรียุติธรรม และ คุณพีระพันธ์ ไม่มีความกล้าหาญพ� จะมาส�บสวน เรื่�งนี้ สราวุธ ติดคุกหัวโตเลย

ลองคิด ในมุมกลับ ถ้า คุณพีระพันธ์ ไม่ได้เป็น รัฐมนตรียุติธรรม และ คุณพีระพันธ์ ไม่มีความกล้าหาญพอ จะมาสอบสวน เรื่องนี้ สราวุธ ติดคุกหัวโตเลย


วันที่ 1 มกราคม เขาบอกว่า เขาจะตรวจสอบเรื่อง ไฟไหม้ที่ผับ ซานติก้า เขาบอก 7 วันเสร็จ

วันที่ 2 มกราคม เขาพูดจา แบบเห็นใจเจ้าของ เขาบอกว่าจาก พยานหลักฐาน น่าจะเป็นจาก จุดที่มาจากเวที แต่ต้องหาหลักฐาน ส่วนทาง เจ้าของ กำลังรออยู่ ทราบว่า ได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน แล้วก็ พูดโกหกต่อ ที่เขาเปิดขณะนี้ ก็อาศัย อำนาจของศาลปกครอง ซึ่งไม่จริงนะครับ

วันที่ 4 มกราฯ หลังจากที่ เสี่ยข่าว หรือ นายวิสุข มาพบ เขาก็พูดบอกว่า จะพิจารณาดำเนินคดี และ ประมาทเป็นเหตุให้ ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ ปล่อยให้ เด็กอายุ 20 ปี เข้าใช้บริการ แล้วกล่าวต่อ

ส่วนการพิจารณาดำเนินคดี ข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ ผู้อื่นถึงแก่ความตายนั้น จะเร่งรวบรวมหลักฐาน ยังไม่มีการแจ้งความ ดำเนินคดีกับ นายวิสุข แต่อย่างไร แล้ว ก็ชี้ทางออกเรียบร้อยแล้ว แนวโน้ม น่าจะเกิดจาก เอฟเฟกต์บนเวที รู้ไปหมด รู้แม้กระทั่งว่า พันธมิตรฯ มีปืน มีระเบิด ส่งประดาน้ำ ไปดำ ในคลองแล้ว ก็เจอแท่งเหล็ก แป๊ปกับไม้

ระหว่างความรู้ที่ คุณจงรัก มีต่อ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยนั้น มันสะท้อนให้เห็นถึง การรับใช้ระบอบ ทักษิณ อย่างไม่ลืมหูลืมตา กับการซึ่งคุณ มาตรวจสอบคดี กรณีซานติก้า นี้ จะต้องเห็นชัด

คุณจงรักพูดต่อ วันที่ 12 มกราคม หลังจากนี้ พนักงานสอบสวน จะได้ทำการสอบสวนเพิ่มเติม ว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้อง ที่จะต้องรับผิดชอบ เพิ่มเติมบ้าง เช่น คนจุดพลุ หรือ คนทำเอฟเฟกต์ จะต้องร่วมรับผิดชอบ อย่างแน่นอน เอาล่ะสิ เห็นหรือยัง ปูพื้นฐาน ให้เรียบร้อยแล้ว เสี่ยขาว หุ้นส่วน โดน โดนหมด แต่ว่าผิด ที่คนจุดพลุ และคนทำเอฟเฟกต์ ใช่มั้ย เห็นมั้ย นี่คือ วิธีการสร้างรูปแบบ ให้มันชัดเจน เหมือนอย่าง ตอนที่สร้างรูปแบบ เพื่อดำเนินการ กับ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ว่าเป็น ผู้ก่อการร้าย

14 มกราคม 2 วันให้หลัง คุณจงรัก พูดอีก สำหรับสาเหตุของ เพลิงไหม้ มีความชัดเจน มากขึ้น ว่าน่าจะเกิดจาก การจุดดอกไม้ไฟ ไม่ใช่เอฟเฟกต์ เอาล่ะ เริ่มตั้งธงแล้วนะ เริ่มตั้งธง จะออกยังไง

วันที่ 27 มกราคม 2552 สองอาทิตย์ ที่ผ่านมา วันนี้ได้จับกุม นายสราวุธ ผู้ต้องหา ในคดีคนสุดท้าย ซึ่งเป็นคนที่ 6 และ เป็นคนสำคัญที่สุด ธงตั้งไว้แล้ว ว่ามึงต้องโดน แล้วคนอื่น ข้อหาเบาไป มึงโดนคนเดียว เนื่องจากมี พยานหลักฐาน

จำไว้นะพี่น้อง คำพูดนี้นะ เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน และ ระบุว่า นายสราวุธ เป็นคนใช้ ไฟแช็กจุดพล ุในคืนวันเกิดเหตุ ใช้เวลาประมาณ 30 วินาที ตั้งค่าตัว ไว้ 1 ล้าน ให้ประกันตัวไป นายสราวุธ ก็งง เพราะว่า นายสราวุธ มันก็บอกว่า มือซ้ายมันถือไมโครโฟน มือขวา มันล้วงกระเป๋า แล้ว มันจะจุดพลุได้อย่างไร นอกจากว่า มันไม่รูดซิปแล้ว มันเอาคิกคาปู้ มาจุด

มันงงน่ะ พี่น้อง มันงง เป็นไก่ตาแตก มันประกันตัว ออกไปแล้ว มันยังเดินไม่ถูกทางเลย มันก็กลับไปบ้าน มันทดลองดูแล้ว ก็มองดู แล้วมัน ก็บอกว่า มึงจุดได้ หรือเปล่าวะเนี่ย

พี่น้องครับ ที่ต้องพูดเรื่องนี้ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะเวลา เรามีเรื่องกัน คุณจงรัก มาหาเรื่องเราทุกเรื่อง คุณจงรัก จะเป็น คนแสนรู้มาก ว่าเรา ซ่อนอาวุธ ที่ตรงนั้น คนของเรา มีระเบิดอยู่ในมือ แล้วระเบิดในมือ ระเบิด ประเทศซิมบับเวซิ มันระเบิดแล้ว มือแค่ขาด อย่างเดียว ตัวไม่เป็นไร มันเป็น ระเบิดอัจฉริยะ ใช่ไหมพี่น้อง พูดก็ไม่ได้คิด

นอกจากนั้นแล้ว รู้หมดว่า เราเป็น ผู้ก่อการร้าย ต้องเอา ปปง. ตรวจสอบ รู้ไปหมดทุกอย่าง ไม่รู้อยู่อย่างเดียวว่า ไอ้ผับนี้ ตำรวจทองหล่อ รับเงิน รับทอง อยู่ทุกวัน

ไม่รู้อยู่อย่างเดียว ตำรวจ สน.ทองหล่อ รับเงิน จ่ายรายเดือน จ่ายให้เป็นแสน ผับซานติก้า โดนคดีไป 47 คดี ในอดีต แต่ ไม่มีคดีไหน ถึงที่สุดเลย สักคดี พี่น้อง พอเราไปเถียง คุณจงรัก ออกข่าว ประชาชนทั่วไป ที่ไม่รู้เรื่อง ก็บอกว่า ต้องเชื่อ คุณจงรัก เพราะว่า พันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย มันเป็นตัวป่วน ใช่ไหม ก็มามองเรา ในรูปแบบนี้ เราก็เลยตกอยู่ใน สถานภาพ ที่เสียเปรียบ มาโดยตลอด จนกระทั่ง มีคนที่ชื่อ พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม คุณพีระพันธ์ บอกว่า เดี๋ยวก่อน ที่คุณบอกมานี่ ที่ตำรวจกล่าวหา นายสราวุธ มาเนี่ย มันเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าใน วิดีโอ มันเห็นชัด ว่า สราวุธ มันอย่างนี้อยู่ ใช่หรือเปล่า แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น มันเป็นไปได้อย่างไร

นายพีระพันธ์ เขาสอบต่อจาก ดีเอสไอ เขาบอกว่า ไอ้ซานติก้า มันมีเงินสด เข้ามา 20 ล้าน ไม่มีที่มาที่ไป แล้วถ้า ดีเอสไอ เขาสอบได้ แล้วทำไม คุณจงรัก สอบไม่ได้ แสดงว่า มาตรฐานที่ คุณจงรัก ใช้ มันโลโซเหลือเกิน

ด้วยเหตุนี้ ก็เลยสรุปได้หรือเปล่าพี่น้อง สรุปได้หรือเปล่าว่า สิ่งที่ คุณจงรัก พูดถึง พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย นั้น โกหกทั้งเพ นี่คือ บทพิสูจน์

ปรากฏว่า คุณจงรัก หลัง 31 ธันวาคม 1 มกราคม มาเรื่อยๆ จนสิ้น มกราคม ต้องการเป็น พระเอก โชว์หน้าขาววอก ออกเวที ตลอด มีหลักฐาน อันโน้นอันน ี้เสร็จเรียบร้อย ให้สัมภาษณ์ ตลอด พูดด้วยตัวเอง

พอ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม สวนกลับมาแบบนี้ แล้วนายกรัฐมนตรี ให้ดึงคดีนี้ ออกจาก มือตำรวจ มาใส่ที่ ดีเอสไอ นักข่าวไปถาม คุณจงรัก บอก คุณมาถามอะไรผม คุณไปถาม ท้องที่ซิ แล้วเขาส่งเรื่อง มาถึงผม ก็คุณให้สัมภาษณ์ มาทุกวัน พอเขามาถามคุณ คุณก็เสือกบอก กลับไปถาม ท้องที่ซิ ผมไม่ได้พูด พี่น้อง เห็นหรือยัง

ผู้สื่อข่าว ได้สอบถาม พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. เพื่อสอบถาม เกี่ยวกับเรื่องคดีนี้ หลังจากที่ รัฐมนตรียุติธรรม ได้มาเปิดเผยว่า นักร้องวงเบิร์น สราวุธ ไม่ใช่เป็นผู้จุดเพลิง

พล.ต.อ.จงรัก พูดอย่างมีอารมณ์ว่า ผมเอง อยู่ต่างจังหวัด ยังไม่ทราบ รายละเอียด เกี่ยวกับ เรื่องนี้ ให้ไปสอบถาม ตำรวจพื้นที่ ที่เกิดเหตุ อย่าข้ามขั้นตอน มาถาม รอง ผบ.ตร. ทั้งที่เมื่อก่อน ให้สัมภาษณ์ด้วยตัวเอง ตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าว อ้างอิงคำพูด รัฐมนตรียุติธรรม ที่ว่า นักร้องนำวงเบิร์น เป็น แพะ แพะ แพะ พล.ต.อ.จงรัก กล่าวต่อว่า คุณพูดเองนะ พูดรุนแรง ไป หรือ เปล่า ผมจะไม่ตอบคำถามอะไรทั้งนั้น เพราะยังไม่รู้เรื่องรายละเอียด ตอนนี้เสือกไม่รู้เรื่องรายละเอียด แต่ก่อนหน้านั้นรู้ไปหมด รู้แม้กระทั่ง นายสราวุธ มันใช้ กิ๊กกะปู้ จุดพลุ พี่น้อง รู้ใช่ไหม กิ๊กกะปู้ อะไร

พี่น้องครับ พี่น้อง เฮฮาสนุกสนาน พี่น้องหยุดสนุก สักพักหนึ่ง พี่น้อง ลองมองย้อนหลัง กลับไปซิ ถ้าไม่มี ดีเอสไอ ภายใต้การดูแล รัฐมนตรี พีระพันธ์ สราวุธ มันตายห่าไปนานแล้ว

นี่ คุณจงรัก เข้าข่ายมาตรา 157 นะ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เข้าข่ายมาตรา 200 จงใจ กล่าวหาคนอื่น ให้ได้รับโทษรุนแรง โดยที่ไม่ผิด ผมไม่ได้หวังให้ คุณจงรัก มาขอโทษหรอก เพราะคนอย่าง คุณจงรัก ไม่มียางอายพอ จะมาขอโทษใคร

ผมจะบอกพี่น้องว่า นี่ไง ให้หยุดสนุกสนาน กับเรื่องที่ผม พูดจา สักพัก ลองคิด ในมุมกลับ ถ้า คุณพีระพันธ์ ไม่ได้เป็น รัฐมนตรียุติธรรม และ คุณพีระพันธ์ ไม่มีความกล้าหาญพอ จะมาสอบสวน เรื่องนี้ สราวุธ ติดคุกหัวโตเลย นี่เข้าข่าย ปั้นพยานนะ ปั้นพยาน ให้ร้าย สราวุธนะ แล้ว กรณีพันธมิตรฯ ละ พวกมึง ปั้นพยาน มากี่คนวะ

เห็นหรือยัง พี่น้อง นี่คือ ตำรวจไทย นี่คือ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ คนที่อยากเป็น ผบ.ตร. ใจแทบขาด คนที่รับใช้ สมัคร สุนทรเวช เต็มที่ เพื่อที่ จะมา สลาย พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย

พี่น้องที่ฟังรายการนี้ พูดกันต่อๆไป อย่าได้ลืมคนชื่อ จงรัก จุฑานนท์ ถ้าใครเอาคนนี้ ขึ้นเป็น ผบ.ตร. เรายอมไหม (ไม่ยอม) ถ้าต้องออกมา ท้องถนน ออกไหม (ออก)

พี่น้อง ถ้านายจงรัก ต้องขึ้นมาเป็น ผบ.ตร. พวกเราให้ สัตยาบันกัน เราจะออกมา นอกท้องถนน กลัวไหมกลัว (ไม่กลัว) ใครคิดจะเอา นายจงรัก เป็น ผบ.ตร. ต้องเจอ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย แล้วจากนี้ไป นายจงรัก พูดอะไร เหมือนกับ การผายลม

พี่น้อง ไม่ใช่เรื่องเล่น นะ พี่น้อง คุณพีระพันธุ์ เอาเรื่องนี้มาพูด กับ คุณจงรัก กล่าวหา นายสราวุธเนี่ย มันทำให้ผม อึ้งไปตั้งนานนะ ผมบอกมิน่าล่ะ สังคมไทย มันถึงตกต่ำขนาดนี้ เพราะเรามี ตำรวจแบบนี้ พี่น้อง แล้วระบอบทักษิณ ตั้งแต่ปี 2544 จนปัจจุบัน สร้างตำรวจแบบนี้ ขึ้นมามาก เหลือเกิน พี่น้อง น่ากลัวมาก

พี่น้อง ผมจะพูดถึงเรื่อง ผับซานติก้า ให้พี่น้องฟัง พี่น้องครับ ตามผมมา ผับซานติก้านั้น ดูให้ดีๆ คือ แบบจำลองย่อของ ประเทศไทยพี่น้อง เพราะมันเต็มไปด้วย ความชั่ว พี่น้อง

ไอ้ผับระยำเนี่ยนะ ก่อสร้างผิดกฎหมาย ใบอนุญาต ถูกปลอมลายเซ็นโดย วิศวกร ภาษีอากร ไม่เคยเสีย เป็นศูนย์กลาง ค้ายาเสพติด ของลูกอดีต ผู้ยิ่งใหญ่ในประเทศไทย ที่ไม่อยู่ตอนนี้

ตำรวจให้การคุ้มครองสถานที่ ที่กฎหมายระบุว่า จุได้ไม่เกิน 500-600 คน จุเข้าไป 2,000 กว่าคน พอมีการตาย 66 ศพ วิ่งเต้นเอาเงิน ยัดตำรวจ เพื่อให้ตำรวจเป่าคดี ไปทางอื่น นี่คือรูปแบบย่อของ ประเทศไทย พี่น้องครับ

เพราะฉะนั้นแล้ว เราสู้มานี่ผิดมั้ย ถูกต้องทุกอย่างพี่น้อง ทุกวัน จะมีเรื่องมีราวที่พิสูจน์ ให้เห็นชัด ว่าสิ่งที่เราสู้มานั้นไม่เคยผิดเลย ใช่ ไม่ใช่ พี่น้อง คุณจงรัก วันนี้ต้องเปลี่ยนนามสกุลแล้ว เป็น จงรัก ซานติก้า

พี่น้องครับ ผมมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะเบรก เบรกแรก คือเรื่องคำพูดของ นายทักษิณ ชินวัตร ที่พูดเรื่องคำว่า “เด็กสองคน” จะทำให้ เศรษฐกิจตกต่ำ

พี่น้องครับ พี่น้องรู้หรือเปล่าว่าในโลกนี้ ผู้นำยุคใหม่ อายุ 40 กว่า ทั้งนั้นเลย

บารัก โอบามา
ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน อังกฤษ อายุน้อยกว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นรุ่นน้อง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ ออกซ์ฟอร์ด
คุณกรณ์ จาติกวณิช 45


มีแต่ ไอ้เฒ่า เพราะกินข้าว แก่เพราะอยู่นาน ที่ไม่มีประโยชน์ แล้วมา ขากถุย ในสภา ถ้าจะแก่จะเฒ่า ทำประโยชน์อย่าง ไอ้แก่ คนนี้สิ อย่าไป ขากถุย ในเรื่องที่ตัวเองไม่รู้

พี่น้องฟังให้ดีๆ ระบอบทักษิณ นี่น่ากลัวมากพี่น้อง เขาดูถูก คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ คุณกรณ์ จาติกวณิช เพราะมันมีเหตุ ปัจจัย 3 ด้าน เขาเห็นว่า

ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก ตกหมด เพราะฉะนั้นแล้ว ประชาธิปัตย์ ก็จะมีคะแนนนิยมลดลง เขาปั่นป่วน ทางการเมืองด้วย เสื้อแดง เพื่อ ลดความ น่าเชื่อถือ และ ความเชื่อมั่น ในทางเศรษฐกิจ ในทางสากล และ กดดันให้ รัฐบาลไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ในฐานอำนาจของ ระบอบทักษิณ ที่สำคัญ คือ เขามีการวางเครือข่าย ระบอบทักษิณ ในอำนาจรัฐ

วันนี้ผมขอพูดถึง เครือข่ายเขา นิดหนึ่ง เครือข่ายเขา มีอยู่ 3 อำนาจ

อำนาจแรก คือ อำนาจพรรคร่วมรัฐบาล ที่ยังแอบตีสองหน้า กับ รัฐบาลชุดนี้ และ ก็ทักษิณ พี่น้อง สมัยหนึ่ง นายพินิจ จารุสมบัติ ยุคหนึ่ง ที่อ้างว่า ตัวเองนั้น ไม่เอา ทักษิณ ตอนหลัง การยึดอำนาจ 19 กันยาฯ พูดกับทุกคนว่า ไม่เอาทักษิณ แต่พี่น้องรู้มั้ย แอบไปหา ทักษิณ และ ไปรายงาน ทักษิณ ว่าฝ่ายนี้ คิดยังไงๆๆ ลักษณะอย่าง พินิจ จารุสมบัติ มีเยอะมาก พี่น้อง มีมาก

ทักษิณ นี่ได้วางยาเอาไว้กับ กลุ่มคุณเนวิน เขาวางยาเอาไว้ยังไง พี่น้อง เขาพูดยังไง เขาบอก เนวิน นั้น อย่าไปโกรธ เนวิน ผมเอง เป็นคนส่ง เนวิน เข้าไป เขาพูดอย่างนี้ เขาพูดอย่างนี้เพื่ออะไร พี่น้องรู้เปล่า ไม่ใช่ระแวง พี่น้อง เปิดประตูใบหนึ่ง แล้วส่งสัญญาณ บอก เนวิน เฮ้ย มึงจะกลับเมื่อไร ก็ได้นะ เข้าใจหรือยัง พี่น้อง เห็นหรือยัง คือเปิดประตูไว้ บานหนึ่ง เหมือนกับพูดกับ ทุกคนว่า เฮ้ยอย่าไปโกรธ เนวิน มัน จะสังเกตดูให้ดีๆ เพราะฉะนั้น แล้ว วันนี้ กลุ่มเนวิน ก็เลยขี่ประชาธิปัตย์ เห็นหรือยังพี่น้อง

อำนาจที่ 2 คือ อำนาจราชการของ ระบอบทักษิณ ที่ยังมี เครือข่ายวางยา อำนาจรัฐบาล อยู่ ตำรวจ ไงล่ะเป็นตัวอย่าง ที่เห็นชัด ใช่ ไม่ใช่ พี่น้อง อดพูดถึง คุณจงรัก ซานติก้า ไม่ได้

พี่น้องจำได้หรือเปล่า ตอนที่ พวกเสื้อแดง เดินจากสนามหลวงมา แล้วมาตีเราครั้งแรก แล้วตำรวจอ้างว่า ที่กันไม่ได้ เพราะอะไร เขาบอกว่า เสื้อแดง มาเป็นหมื่นๆ ตำรวจเขา มีไม่กี่ร้อยคน เขาห้ามไม่ได้ คุณจงรัก นี่เป็นคนแปลก เป็นถึง พลตำรวจเอก แต่สอบตกเลข เวลามองเสื้อแดง บอกหมื่นๆ ทั้งๆ ที่มีแค่พัน สองพัน แต่พอมอง พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย บอกว่า มีไม่กี่ร้อยกี่พันคน เอง แปลกจริงๆ เพราะฉะนั้น แล้วจะเห็นได้ชัด

อำนาจที่ 3 คือ อำนาจของ บอร์ดรัฐวิสาหกิจ ซึ่งยังมี เครือข่ายของ ระบอบทักษิณ อยู่ทั่วไป วันนี้ผมจะยกตัวอย่าง เรื่องเงินคงคลัง พี่น้อง

เงินคงคลัง คือเงินที่อยู่ใน กระเป๋าเรา เงินคงคลัง หมายความว่านี่ล่ะคือ เงินที่เหลือเอาไว้ใช้ เงินคงคลัง นั้นมีความไม่แน่นอน สุดแล้วแต่ว่า วันนี้ วันที่ 6 เมื่อ ปลายเดือน 31 เงินคงคลัง ในกระเป๋านี้ อาจจะมีสัก 20 ใบ แต่ใช้ไปเรื่อยๆ เงินคงคลัง ก็ลด

สักพักหนึ่ง แม่ยกพันธมิตรฯ สงสาร ใส่ซอง มาให้ เงินคงคลัง ก็เพิ่ม พอเพิ่ม ก็เอาไปจ่าย เอาไปจ่าย ค่านมลูกของ แอน จินดารัตน์ ยกตัวอย่าง ให้ฟัง ง่ายๆ นะ หรือว่า เอาไปจ่ายค่าไปหาหมอของ แอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์ เพื่อเช็กว่า ท้องหรือเปล่า

เพราะฉะนั้นแล้ว เงินคงคลัง ก็เลยไม่อยู่ แล้วแต่ใช้ เงินคงคลัง ของประเทศ ได้มาจากไหนล่ะ รายได้จาก ภาษีอากร ประเทศไทย มี รายได้ อย่างเดียว ที่เข้า กระทรวงการคลัง ก็คือจาก ภาษีอากร ภาษีสรรพสามิต

เอาล่ะ ข่าวมาบอกว่ารัฐบาลถังแตก เพราะมีเงินคงคลัง เหลือแค่ 5 หมื่นกว่าล้าน เดี๋ยวผม จะเล่าให้ฟังว่า เงินคงคลัง เป็นยังไง พี่น้อง

สมัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ตั้งแต่ ธันวาคม ปี 39 ถึง พฤศจิกาฯ ปี 40 มีเงินคงคลัง สูงสุด 313,828 ล้าน แปลว่าอะไร ในช่วงเวลาๆ หนึ่ง จะมี เงินสด อยู่ในมือรัฐบาล ถึง 3 แสนล้าน และ ในขณะเดียวกัน ในช่วงเวลาๆ หนึ่ง มีเงินคงคลังต่ำสุด เมื่อพ้นจากตำแหน่ง ก็คือ 247,847 ล้าน

เอาละ มา รัฐบาล คุณชวน หลีกภัย ชุดที่ 2 ธันวาคม 40 – พฤศจิกายน 43 มีเงินคงคลัง สูงสุด 252,000 ล้าน และ ต่ำสุด 37,200 ล้าน ไม่เป็นไรต่อไป พอมาถึง

ชุดทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลทักษิณ 1 ทักษิณ 2 กุมภาพันธ์ 44 – กันยายน 49 มีเงินคงคลัง สูงสุด 147,200 ล้าน และ มีเงินคงคลังต่ำสุด 12,200 ล้าน ใช่ไหม เพราะฉะนั้นแล้ว

มาชุดของ สมัคร สุนทรเวช เงินคงคลัง สูงสุด 188,900 ล้าน ต่ำสุด 54,500 ล้าน

รัฐบาลชุด นายสมชาย เงินคงคลังสูงสุด 229,000 ล้าน ต่ำสุด 91,000 ล้าน

แปลว่าอะไร แปลว่า การที่จะมีเงินคงคลัง ต่ำถึง 40,000 – 50,000 ล้าน เรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เรามาดู เหตุผลของ การโจมตี ครั้งนี้ โจมตีบน พื้นฐานของ ความไม่รู้ของคน ก็เข้าใจว่า รัฐบาลประชาธิปัตย์ บริหารชาติ จนเจ๊ง จนไม่มีเงินเหลือ เหลือแค่ 50,000 กว่าล้าน

ถ้าไม่ใช่ นักศึกษา มหาวิทยาลัยราชดำเนิน ก็จะเชื่อคำพูดนี้ แต่ถ้าเป็น นักศึกษาราชดำเนิน นักศึกษา ต้องถามตัวเอง

ประการแรก อภิสิทธิ์ เพิ่งเข้ามาได้ 2 อาทิตย์ ไอ้เงินคงคลัง ที่มันเหลือมาจาก ยุค นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เงินคงคลัง ที่ปรากฏอยู่ ออกมาเป็น ข่าวนั้น เป็นผลจาก การคำนวณ เงินคงคลังของ เดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม


พี่น้องเอ๊ยย นายอภิสิทธิ์ เพิ่งได้เข้ามา บริหารจริงๆ ก็คือ ต้นเดือนมกราคม เลยเดือน มกราคมไปกลางเดือน นอกนั้นเป็นของ นายสมชาย วงส์สวัสดิ์ แล้วไอ้ที่เหลืออยู่ 50,000 ล้าน มันเหลือจาก อะไรละ

เก็บภาษีไม่เข้าเป้า ภาษีอะไร ที่ไม่เข้าเป้าเยอะที่สุด ภาษีน้ำมัน ไงเล่า มันลดไง จำได้หรือเปล่า มันลด เพื่อที่จะเอาใจ พ่อแม่พี่น้อง แล้วมันก็มา สะท้อนคืน ในเงินคงคลัง ที่เหลือ เข้าใจหรือยัง

เหมือนกับพี่น้อง เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว แล้ววันนึง พี่น้องอยากเชียร์ คนข้างๆร้าน ให้รักพี่น้อง พี่น้อง ก็บอกว่า 10 วันนี้ แหลกฟรี แหลกฟรี ก็แหลก ไป 10 วัน วันนึงอากง กลับมาจาก ซัวเถา ก็บอกว่า เงินมึง หายไปไหน 12,000 บาท ผมไปให้เขาแหลกฟรี แหลกฟรี มา 10 วัน ฉันใดฉันนั้น

เหมือนมีอยู่ พรรคนึง จำได้หรือเปล่าพี่น้อง ไอ้ประเภท ลดราคา เพื่อเอาใจประชาชน รัฐบาลชุดไหน ก็ไม่เก่งเท่า รัฐบาลชุด ทักษิณ ชินวัตร แต่ว่าเป็น การลดราคา เพื่อหวังผล พี่น้องจำได้ไหม มันเคยมีสวนสนุก ที่แถวรัชดา จำได้หรือเปล่า แล้วพี่น้องจำได้ไหมว่า ไอ้รถไฟฟ้าใต้ดิน มันให้นั่งฟรี จำได้ไหม มันนั่งฟรี ช่วงไหน ช่วงที่ สวนสนุกมีอยู่ และ สวนสนุกนั้น ใครเป็นเจ้าของ โอ๊ค พานทองแท้ เห็นหรือยัง คือของแบบนี้ มึงหลอกใครหลอกได้ แต่อย่ามาหลอก พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย

อีกตัวหนึ่ง คือ ปลัดกระทรวงการคลัง คนนี้ มันเสือกขยันเกินเหตุ ขยันยังไงพี่น้อง ผลประกอบการของ รัฐบาล เก็บภาษีไม่เข้าเป้า เหมือนกับว่า อาตี๋ขายก๋วยเตี๋ยว เคยได้ เดือนละ 30,000 เดือนนี้ได้ 15,000 ไม่เข้าเป้า พอไม่เข้าเป้าแล้ว ปรากฏว่า มีหนี้ ที่จะต้องจ่าย อาตี๋แทนที่จะบอกหนี้ รอไว้หน่อย ไปคืนเดือนหน้า อาตี๋ไม่ อาตี๋บอกว่า มึงรีบมาเลย ทั้งๆที่ เขาไม่ได้เดือดร้อน หรือ เขาเดือดร้อน แต่ว่าไม่ใช่วิสัยทัศน์ ของคนที่ค้าขาย จะต้องไปคืน

แปลว่าอะไร แปลว่า กรมสรรพากร คืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ เกือบ 20,000 ล้าน ทั้งๆที่รายได้ เก็บไม่เข้าเป้า คิดเป็นอัตราส่วน เปรียบเทียบกัน การคืนภาษีอากร ของกรมสรรพากร ปีนี้ เดือนนี้ กับ ปีที่แล้ว เดือนนี้ 12 เดือนที่แล้ว ปีนี้คืนเพิ่มให้ ตั้งเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ ทั้งๆ ที่ รายได้ ไม่เข้าเป้า แล้วพี่น้องทุกคน มีปัญหาสรรพากร ทั้งนั้น สรรพากร มันคืนเงินให้ พี่น้อง ง่ายหรือเปล่า ไม่มี

เพราะฉะนั้น มันมีข้อสงสัยว่า มันเป็นการคืนให้กับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่เป็นลม ประเภท ยอดการส่งออก ที่เป็นลม เข้าใจไหม ส่งตู้คอนเทนเนอร์ ไปเมืองนอก แต่ในตู้ มีแต่ลม แล้วอ้างว่า ส่งไปมูลค่าเท่านี้ ขอเรียกคืนภาษี ไม่มีการตรวจสอบ นี่คือฝีมือของ นายศุภรัตน์ จำได้หรือเปล่า พี่น้อง

ผมเคยพูดถึง นายศุภรัตน์ ว่าอย่างไร นี่คือ ปลัดกระทรวงการคลัง ในระบอบทักษิณ เห็นไหม มาถล่มทำลาย เด็ก 2 คน คนหนึ่งคือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนหนึ่ง คือ กรณ์ จาติกวณิช

มันไม่ใช่ผู้ใหญ่เลว ผู้ใหญ่ลิ้นสองแฉก พี่น้องครับ แล้วพี่น้องสังเกตไหม ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ รัฐวิสาหกิจทุกแห่ง ขอเงินรัฐบาล หมดเลย ขอกู้มา 500,000 ล้านบาท ร้อยปีพันปี ในสมัย สมัคร สมชาย มันเคยขอไหม เสือกมาขอกัน ตอนนี้ เพราะอะไร ทำให้เหมือนกับว่า วิกฤตเศรษฐกิจ มันจะทำให้ รัฐบาล ต้องเจ๊งแน่นอนแล้ว

รัฐวิสาหกิจ ก็ต้องการเงิน เงินคงคลัง ก็ต่ำ ทั้งๆที่ผิดประเด็น ก็เลยมาเป็นที่มา ของ เด็ก 2 คน จะทำให้ วิกฤตตกต่ำ เสร็จแล้ว นายโอฬาร ไชยประวัติ เสือกออกมาบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบ 4 เปอร์เซ็นต์ มันบ้าไปแล้ว พี่น้อง อำนาจ วาสนา ผลประโยชน์ มันทำให้ คนมันตาบอดได้ คนที่เคยเป็น รองผู้ว่าแบงก์ชาติ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยพาณิชย์ เสียผู้เสียคน เมื่อมาเป็น ประธานสภา มหาวิทยาลัย ชินวัตร ชินวัตรยูนิเวอร์ซิตี แล้วได้รับแต่งตั้งเป็น รองนายกรัฐมนตรี ก็เลยออกมา ปกป้อง แล้ว ก็ทำลาย ฝ่ายตรงกันข้าม โดยที่ละทิ้ง จิตวิญญาณ ของ นักวิชาการ ที่แท้จริง


เพราะฉะนั้นแล้ว ทุกๆวันที่เกิดขึ้น พี่น้องต้องเข้าใจนะว่า มันเป็นเรื่องของ มายาภาพ เป็นเรื่องของ เล่ห์กล เป็นเรื่องของ การวางหมาก กันทั้งสิ้น พี่น้องเห็นอะไร อย่าพึ่งเชื่อ ได้ยินอะไร อย่าพึ่งเห็นด้วย นอกจากฟัง สนธิ ลิ้มทองกุล พูดก่อน คุณชมพู บอก กูนึกแล้วเชียว ต้องพูดคำนี้ ทีกูซื้อหวยไม่ถูก พี่น้องครับ ขอพักสักครู่ได้ไหม ให้น้องแอน มาโชว์ความอ้วน พร้อมกับ น้องแอร์ 2 คน ขัดตาทัพไปก่อน


ช่วงที่ 2


พี่น้องครับ เดี๋ยวผมพูดจบแล้ว สัญญากับผม หน่อย อย่าเพิ่งรีบกลับกันเยอะนัก คุณมาลีรัตน์ กำลังรอพูดอยู่ เพราะว่า ข้อมูลหลายๆ คน ก็ดีพอๆ กัน

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2552 การชุมนุมของ คนเสื้อแดง ที่สนามหลวง เขามีการ จัดกิจกรรม ที่หมิ่นเหม่ และ จาบจ้วง บุคคลชั้นสูง ของบ้านเรา เขามีรูปอยู่ 7 รูป พี่น้อง เขาติดรูปไว้ 7 รูปเลยนะ

สิ่งหนึ่ง 193 วัน ที่เราทำมานั้น ไม่มีใครทำได้ เสื้�แดง ก็ทำไม่ได้พี่น้�ง ในขณะที่ กินเนส เวิลด์��ฟเรคค�ร์ด ลงประวัติเราว่า เป็น การประท้วง ที่ยาวที่สุดในโลก นานที่สุดในโลก เขาก็ลงประวัติ เสื้�แดง ว่าเป็นการประท้วง ที่สั้นที่สุดในโลก

สิ่งหนึ่ง 193 วัน ที่เราทำมานั้น ไม่มีใครทำได้ เสื้อแดง ก็ทำไม่ได้พี่น้อง ในขณะที่ กินเนส เวิลด์ออฟเรคคอร์ด ลงประวัติเราว่า เป็น การประท้วง ที่ยาวที่สุดในโลก นานที่สุดในโลก เขาก็ลงประวัติ เสื้อแดง ว่าเป็นการประท้วง ที่สั้นที่สุดในโลก


รูปหนึ่งคือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ติดเอาไว้เพื่อเอาไข่ขว้าง
รูปที่ 2 คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
รูปที่ 3 คือนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ
รูปที่ 4 คือนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
รูปที่ 5 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี
รูปที่ 6 รูปที่ 7 เป็นภาพเขียน รูปผี เขียนว่า “แม่นาก และ ผัวแม่นาก” พี่น้องคงเดาออกว่า นัยของไอ้คนชั่ว คนหนักแผ่นดินพวกนี้ มันหมายถึงใคร


พี่น้องครับ นอกจากนั้นแล้ว ยังมี การจัดเต็นท์ ให้ลงชื่อ ถวายฎีกา ยกเลิก กฎหมาย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112 คนที่เป็น ตัวตั้งตัวตี ชื่อ นายใจ อึ๊งภากรณ์

พี่น้อง พวกนี้ใช้พื้นฐานของ สิทธิเสรีภาพ โดยซ่อนนัยออกมา การยกเลิก มาตรา 112 แท้ที่จริงคือ กระบวนการเริ่มต้น การล้มล้าง สถาบันกษัตริย์ ครับ

พี่น้องเห็น ภาพยนตร์ตลก นายบีน ใช่มั้ย ที่มันล้อเลียน สมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธ เราอยากให ้สังคมไทย เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า นี่คือแม่ของเรา สมเด็จพระนางเจ้าฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คือพ่อของเรา การที่มาอ้างว่า การที่มี มาตรา 112 นั้น ถ้าไม่ยกเลิก กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นั้น เป็นการ จำกัด สิทธิเสรีภาพทางความคิด ของ นักวิชาการ ผมอยากจะให้ส้นตีนพวกมัน

ความคิดสร้างสรรค์ ทางวิชาการ มันเกี่ยวอะไรกับ การที่เปิดโอกาสให้ พวกมึง มาจาบจ้วง และ พูดถึง ในหลวง และ ราชินี ได้ทุกแง่ทุกมุม โดย ไม่ผิดกฎหมาย ถ้าเขาด่าพ่อแม่มึง มึงพอใจมั้ย นายใจ อาจจะพอใจก็ได้ ใช่มั้ยพี่น้อง

เพราะฉะนั้นแล้ว แนวรุกของพวกนี้ เป็นแนวรุก ที่เสริมประสานกับ เสื้อแดง และ เสริมประสานกับ พรรคเพื่อไทย และ เสริมประสานกับ ทักษิณ ชินวัตร จริงๆ เป็นแนวร่วมแนวเดียวกันหมดเลย เข้าไปสู่เป้าหมาย จุดมุ่งหมาย เดียวกัน พี่น้อง

พี่น้อง ที่ผมเสียใจที่สุด คือเรามีคนที่อ้างตัวเป็น นักวิชาการ แล้วมาร่วมเซ็นชื่อ คนอย่าง นายนิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ ไอ้คนที่ ทิ้งเมียตัวเอง แล้วไปมีชู้ สุชาดา จักรพิสุทธิ์ ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ที่เขาเรียก ไอ้ยิ้ม อาจารย์ประจำ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ คนๆ นี้ คือ คนไปประกันตัว ยัยดา ตอร์ปิโด ไง เห็นมั้ย รศ.สมเกียรติ ตั้งมะโน มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ก็มันชื่อ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน มันถึงไม่เคยเห็น แสงตะวันไง พี่น้อง มันถึงโง่เหมือนความมืด ของมันไง

นายธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อาจารย์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สุรัสวดี หุ่นพยนต์ ผศ.ภัสทิญา สิริบวรพิพัฒน์ รศ.ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วไอ้เสื้อแดง ที่เป็นเหตุ ให้พวกคุณ มีความคิด ทางวิชาการเยอะ แล้วเดินไปตบหน้า อาจารย์ที่ม หาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ คณะเศรษฐศาสตร์ มช. มีความเห็นว่า อย่างไร ผศ.อัจฉริยา เนตรเชย มหาวิทยาลัยนเรศวร ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี มหาวิทยาลัยมหิดล อนันต์ กาญจนพันธ์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชัยยันต์ รัชชกูล สอนอะไร รู้มั้ย Institute of Religion Culture and Peace สถาบันศาสนาวัฒนธรรม และสันติภาพ พายัพ ถ้าคุณสอน เรื่องศาสนา สอน เรื่องวัฒนธรรม คุณยังเสือก ไม่เข้าใจ ความสำคัญของ สถาบันกษัตริย์ แล้ว คุณมาเสือกสอน คณะนี้ได้ยังไง

ชัยยันต์ รัชชกูล มหาวิทยาลัยพายัพ น่าเสียใจมาก นายธนพัฒน์ มั่นศิลป์ ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา รศ.สุชาย ตรีรัตน์ อาจารย์ประจำ ภาควิชา การปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พวงทอง ภวคพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ชลิตา บัณฑุวงศ์ นี่มาไกลเลย เป็น นักศึกษา ปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยฮาวาย ที่เกาะมานัว อนุสรณ์ อุณโณ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน คณะโบราณคดี นายจอน อึ๊งภากรณ์ พี่ชาย นายใจ อึ๊งภากรณ์ ซึ่งเป็น กรรมการของ โทรทัศน์ทีพีบีเอส กรรมการบริหาร

เอกศักดิ์ ยุกตนันท์ ภาควิชา ปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น คนเรียน ทางศาสนาปรัชญายังเสือก ไม่เข้าใจ ความสำคัญ ของสถาบัน เห็นหรือยังพี่น้อง มีหมอหลง เข้ามา 2 คน แพทย์หญิงวรรณา วิภาสวัชรโยธิน นายแพทย์วิบูลย์ วิภาสวัชรโยธิน ผัวเมียคู่นี้ ที่เสียใจมากอะไรรู้มั้ย พล.อ.เจอ โพธิ์ศรีนาค พ.ต.อ.อำพล ค้ำชู พล.ต.ต.ณรงค์ วิทยารักษ์ ผมไม่เข้าใจ ทหารที่เป็นถึง พลเอก ได้รับพระราชทานยศ จาก องค์พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พล.ต.กฤษฎี เสนาพลสิทธิ์ นายเชษฐา พวงหัตถ์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ ศิลปากร

พี่น้อง วันนี้เราต้องมาพูด เรื่องนี้กัน ความจริงแล้ว นายใจ ทำเรื่องที่ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เยอะเหลือเกิน นายใจ เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่มีการ ยึดอำนาจ เขาออกมา ชูอะไรรู้มั้ย No Coup ไม่เอาปฏิวัติ No Thaksin ไม่เอาทักษิณ

แต่วันที่ 31 มกราคม นายใจ ขึ้นเวที เชิดชู ทักษิณ เป็นพ่อ นายใจ กับ นายเหวง ไม่ได้ต่างอะไรกันเลยใช่ไหมพี่น้อง คนอิ๊บอ๋ายแบบนี้ พี่น้องดู มันไปสอนเด็กมันได้ยังไง พี่น้อง ผมอยากจะถามคำพูดนี้ ถามไปที่ทุกๆ คนที่อยู่ในแผ่นดินนี้

เรายอมรับไหมว่า สถาบันกษัตริย์ เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของ สังคมไทย เป็นศูนย์กลาง ที่จะดึงดูด ความสามัคคีความเมตตา ทศพิธราชธรรม ของ พระองค์ท่าน ทำมา ตั้ง 50-60 ปีแล้ว ท่านปกครองแผ่นดิน โดยธรรม ท่านปกครอง ตั้งแต่ท่านยังเด็ก จนกระทั่งท่าน อายุ 80 กว่า แล้ว

คุณจะให้ท่านไปเดินตาม ท้องทุ่งท้องนา ต่อไปได้อย่างไร แต่ท่านเป็น ศูนย์รวมจิตวิญญาณ และ ก็ ราชอาณาจักรไทย คือ ราชอาณาจักร ของ คนไทย และ สังคมไทย ที่มีสถาบันกษัตริย์ เป็นสถาบันที่สูงสุด

รัฐธรรมนูญ ก็ยังระบุชัด มิน่า มันถึงต้องการแก้ แม้กระทั่ง รัฐธรรมนูญ ที่จะยกเลิก หมวดกษัตริย์ ยกเลิก หมวดองคมนตรี เห็นหรือยังพี่น้อง ผมก็เลย อยากจะถาม แล้วผมถามมานานแล้ว ตั้งแต่ผมสู้มา และ พี่น้องร่วมสู้กับผม ว่า

สรุปแล้ว ใครเอา พระเจ้าอยู่หัวยืนข้างนี้ ใครไม่เอาพระเจ้าอยู่หัว มึงออกไปเลย ไม่เคยเปลี่ยนจุดยืนนี้ ไม่เคยเปลี่ยน ผมถามถึง ผู้บริหาร มหาวิทยาลัย ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จุฬาฯ

จุฬาฯ นี่เป็น มหาวิทยาลัย เหมือนมหาวิทยาลัย ของเจ้าเลย รัชกาลที่ 5 ตั้ง พระราชทาน ที่ให้อยู่กัน เงินทองเยอะแยะไ ปหมดมาพัฒนา มีสยามสแควร์ ทั้งอัน ยกให้ เอาไปทำมาหากิน มีรายได้มาก ก็เอาเงินนี้มาสนับสนุน จุฬาฯ สนับสนุนให้ จุฬาฯ เจริญ ให้จุฬาฯ มี ตึกรามบ้านช่อง ให้จุฬาฯ มีเงินมีทอง มาลงทุน ในการวิจัย มาลงทุน ในอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ มีทุกอย่าง พระองค์ท่าน ทำหมดทุกอย่าง เพื่อให้ พวกคุณ บางคน มาจาบจ้วง แล ะล้มกษัตริย์

นายใจ อึ๊งภากรณ์ หรือใครก็ตาม ที่คิดจะล้ม มาตรา 112 แท้ที่จริงแล้ว ต่อไป ก็คือ การล้ม สถาบันกษัตริย์ นั่นเอง คุณไม่ควรที่อยู่ใน สถาบันการศึกษา มาสอนหนังสือ คุณแยกไปซิ คุณไปที่โน่น ไปที่ นายคุณ ที่คุณเทิดทูน ไปที่เกาะกงไป ไปตั้งให้ ทักษิณ ตั้งยูนิเวอร์ซิตี ออฟ เกาะกง แล้วก็ไปสอนเลย ว่าระบบกษัตริย์ไม่ดีอย่างไร คุณไปสอนที่นั่น คุณอย่ามาอยู่ใน เมืองไทย ให้หนักแผ่นดิน พี่น้อง นายใจ ยังเขียนอะไร อีกเยอะแยะนะ ที่หมิ่น พระเจ้าอยู่หัว อย่างหนักหนาสาหัส แล้วมันขึ้นบนเวทีเสื้อแดง เมื่อวันที่ 31 เทิดทูน ทักษิณ เทิดทูน คนเสื้อแดง คุณจะ เคียดแค้น อะไรกันนักกันหนา

บอกผมหน่อยซิ พ่อคุณ ดร.ป๋วย สร้างชื่อให้กับ สังคมไทย มามากมาย แต่คุณกำลังทำลาย ชื่อเสียงพ่อคุณ ให้พังพินาศไป พี่น้องเห็นหรือยัง นี่คืออันหนึ่ง

สำหรับ นายจักรภพ เพ็ญเเข ผมอยากจะถาม ก็ทนไม่ได้ ต้องถามกลับ จงรัก จุฑานนท์ ว่าทีคดีหมิ่นของ สนธิ ที่เอา ดา ตอร์ปิโด มาเล่าให้ฟัง ว่า หมิ่นอย่างไร คุณสั่งฟ้องไปแล้ว คุณมอบตัวผมให้ อัยการแล้ว คุณเรียบร้อยแล้ว คดีวีระอยู่ไหน คดีจักรภพ อยู่ไหน คดีอีกหลายคดีอยู่ไหน นี่คือจงรัก ณ ซานติก้า

พี่น้องครับ จำได้หรือเปล่า ผมไปพูดที่ สระบุรี ผมบอกว่า สงครามประชาชน เริ่มแล้ว ผมจะพูดก่อน ที่จะมีเรื่องเกิดขึ้น ทุกครั้ง และ ผมจะบอก พ่อแม่พี่น้อง อย่างหนึ่ง ผมจะฝากไปถึง พ่อแม่พี่น้อง ที่ เพชรบุรี ปราณบุรี สมุทรสาคร แม่กลอง ให้เตรียมตัวไว้

ผมขอร้อง ถ้าเมื่อใด พวกเสื้อแดง เดินขบวน เพื่อที่จะเข้าไปสู่ หัวหิน เพื่อไปป่วน การประชุมซัมมิท งานต้องเข้า เพชรบุรี ปราณบุรี แม่กลอง สมุทรสาคร ประจวบฯ ต้องอย่าให้ พวกเสื้อแดง เข้าไปใน หัวหิน เพื่อระคายเคือง เบื้องพระยุคลบาท เป็นอันขาด และ ต้องไปอย่างไรเป็นกันพี่น้อง พี่น้อง เพชรบุรี ปราณบุรี ประจวบ ราชบุรี แม่กลอง มหาชัย เตรียมตัว ประสานงานกันไว้ เมื่อไหร่ ก็ตาม ไอ้สามเกลอหัวขวด พาพลพรรคเสื้อแดง เดินไปเมื่อไหร่ พี่น้อง ระดมคนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ราชบังลังก์ ไปบล็อกมัน ทันที ไม่ต้องกลัวมัน อะไรจะเกิด ก็ให้มันเกิด พี่น้อง

พี่น้อง วันนี้เป็นวันที่ อีแอบทั้งหลาย โผล่มาหมดแล้ว การประชุมสัมมนา ของพรรคเพื่อไทย ที่เขาใหญ่ เห็นหน้าตากันหมด พี่น้อง คนอย่าง ทนง พิทยะ กำลังถูกเสนอให้เป็น หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทุกคนพูดถึง การต่อสู้ระยะยาว ทุกคนพูดถึง โอกาสที่จะกลับมา มีอำนาจ ทุกคนพูดถึง การต่อสู้ ที่ในที่สุดแล้ว จะต้องได้รับชัยชนะ ทุกคนพูดถึง คำพูดของ นายทักษิณ ชินวัตร ที่พูดถึง การที่จะกลับมาสู้ ไม่ยอมแพ้ และ ขอกลับมาเป็น นายกฯ

พี่น้อง เด๊ยวเจ๊ๆ ถ้าจะปล่อย สัตว์เลื้อยคลาน หันไปข้างหลังโน่น มันกระโดด ใส่ตัวผม พี่น้อง คนเราผิดสัญญาได้ เพราะว่าสัญญา นั้น เปลี่ยนแปลง ไป ตามเงื่อนไข ที่เปลี่ยนแปลง แต่ผิดสัจจะ ไม่ได้ใช่ไหม พี่น้อง

3 พฤศจิกายน 49 นายนพดล ปัทมะ สัมภาษณ์ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็อาจจะยุติ บทบาททางการเมือง เนื่องจาก ครอบครัวอยากให้ หยุดเล่นการเมือง อยู่แล้ว

15 มกราคม 50 นายทักษิณ สัมภาษณ์ CNN จากนี้ไป จะขอกลับมาเป็น ชาวบ้านธรรมดา ทำงานเพื่อสังคม ไม่คิด กลับมาเล่นการเมืองอีก

22 มกราคม 50 ไม่ต้องการ จะกลับมาเล่นการเมือง ในอนาคต เพราะประกาศวางมือ ชัดเจนแล้ว

25 มกราคม 50 ผมเลิกเล่นการเมืองแล้ว ไม่ต้องวิตก

12 กุมภาพันธ์ 50 ผมไม่สนใจ ที่จะกลับไปทำธุรกิจ หรือ เล่นการเมือง

2 มีนาคม 50 ผมไม่มีความทะเยอทะยาน ที่จะหวนคืน สู่การเมืองอีก การรับใช้ประเทศชาติ มา 6 ปี นับว่าเพียงพอแล้ว สำหรับผม

14 มีนาคม 50 ขอยืนยันอีกครั้งว่า คุณทักษิณ วางมือทางการเมืองแน่นอน จากปาก ของ นายนพดล ปัทมะ จึงไม่มีความจำเป็น ต้องมาเล่นการเมืองอีก ถึงแม้ผมจะถอย จากการเมืองแล้ว แต่ในฐานะ ที่เคยได้รับไว้วางใจ ก็จะฝากพี่น้องอดทน ช่วยกัน ส่งเสียลูกหลาน ให้เรียนหนังสือ มีความรู้ สอนให้เป็น คนดี (อย่าเป็นอย่างผม)

16 พฤษภาคม 50 ที่ผ่านมา เท่าที่คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกอบกับ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ ก็ชัดเจนว่า จะวางมือทางการเมือง

17 พฤษภาคม 50 ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอส ผมยืนยันว่า วางมือทางการเมือง แน่นอน และ พร้อมจะให้ความร่วมมือ ทุกอย่าง

31 พฤษภาคม 50 ถึงแม้ว่า ผมจะประกาศวางมือ ทางการเมือง ก่อนหน้านี้ ผมอยากจะ เรียกร้อง ให้สมาชิกทั้งหลาย ได้รวมตัว ดำเนินกิจกรรม ทางการเมือง เพื่อประโยชน์ของประชาชน และ ประเทศชาติต่อไป

7 มิถุนายน 50 จากนั้น ผมจะกลับไปช่วยเหลือประเทศ ในฐานะ ประชาชนธรรมดา หลังจาก ผมเกษียณทางการเมือง

15 มิถุนายน 50 ผมประกาศ เลิกเล่นทางการเมือง ไปแล้ว

5 กรกฎาคม 50 จะไม่หวน กลับไปเล่นการเมือง

29 กรกฎาคม 50 ไม่มีแผน จะไปเล่นการเมือง ในประเทศไทยอีก

28 ตุลาคม 50 การให้คำปรึกษาให้ได้ แต่ว่าการเมืองผมไม่เล่น

7 ธันวาคม 50 สัมภาษณ์ สำนักข่าวรอยเตอร์ ผมไม่ต้องการ จะกลับมาเป็นนายกฯ อีก มันมากไปแล้ว ภรรยาผม จะหย่า ถ้าผมกลับไป เล่นการเมืองอีก

25 ธันวาคม 50 การเดินทางกลับ ดังกล่าว ไม่ใช่เป็นการกลับไป เพื่อเล่นการเมืองอีก ต้องการกลับมาใช้ชีวิต อย่างพลเรือนสามัญ

2 มกราคม 51 จะวางมือ ทางการเมือง 100 เปอร์เซ็นต์ จะคอย ให้คำปรึกษา

25 กุมภาพันธ์ 51 นายนพดล พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศวางมือ ทางการเมืองไปแล้ว การจะกลับมา ก็เพื่อต่อสู้คดีเท่านั้น

27 กุมภาพันธ์ 51 เลิกแล้วจ๊ะ ถอยดีกว่า อยู้บ้านกอดเมีย โดยยืนยันว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับ การเมืองเด็ดขาด

4 มีนาคม 51 ให้สัมภาษณ์นิตยสาร ไฟแนนเชียลไทมส์ จะไม่กลับมา เล่นการเมือง

17 มีนาคม 51 ให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนต่างประเทศ 10 สำนักข่าว ไม่ต้องการกลับเข้ามา เล่นการเมืองอีก เพราะ ภรรยา และครอบครัว ขอร้อง


ถุย นี่ไง ไอ้คนที่มันพยายาม ยุพวกไทยรักไทยให้สู้ ผมจะกลับมาเป็น นายกฯ อีกครั้งหนึ่ง มันลืมแม้กระทั่ง น้ำลาย ที่มันถุยลงพื้นดิน ว่ามันถุย อะไรไว้มั่ง ไอ้คนอย่างนี้ เจ๊เงียบๆ ใจเย็นๆ ถ้าเจ๊ดังอย่างนี้ ผมไม่พูดต่อนะ ไอ้คนประเภทนี้ ยังมีหน้า มาบอกให้ พลพรรคมัน ว่า ถ้าเป็น เสือหิว ต้องทนหิว อย่าว่าแต่หิวเลย พวกมึงธรรมดา แดก ก็ยังไม่พอจะแดก อยู่แล้ว โทษนะ พูดหยาบหน่อยนะ แดกไม่รู้จักอิ่ม กินเท่าไหร่ ก็ไม่รู้จักพอ พี่น้องเห็นหรือยัง


ด้วยเหตุนี้ กระบวนการเสื้อแดง กระบวนการ จักรภพ เพ็ญแข ขบวนการ ในสภา โยงไปจนถึง ขบวนการพรรคเพื่อไทย ไอ้พวก อีแอบ ทั้งหลาย ออกมาหมดแล้ว

ตอนนี้ นายใจ อึ๊งภากรณ์ ใครจะไปคิดถึง ลูกชาย ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ขึ้นเวทีเชียร์ทักษิณ ท่ามกลางเสื้อแดง บอกผมเมื่อ 3 ปี ที่แล้ว ตีให้ตาย ผมยังไม่เชื่อเลย อาจารย์มหาวิทยาลัย นายพลเอก นายพันเอก ร่วมเซ็นชื่อ ยกเลิกมาตรา 112 ซ้ายอกหัก ซ้ายคอมมิวนิสต์ ที่ต้องการ ล้มล้าง สถาบัน ผสมผสาน อยู่ที่สัมมนา ที่เขาใหญ่ หมดเลยทุกคน ทุกคนโผล่หน้ามา

เห็นตัวตนที่แท้จริง เป็นการชุมนุม พวกสัตว์เลื้อยสัตว์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แล้วพี่น้องคิดว่า บ้านเมืองเรา จะสงบเหรอ ไม่สงบ พี่น้อง มันจะสงบ ได้ยังไง แต่อย่างน้อย พี่น้องต้องรู้ ว่า

ขณะนี้ ถ้าเราถอย แม้แต่ก้าวเดียว ถ้าเราท้อ แม้แต่อึดใจเดียว เราแพ้ ต้องไม่ถอยและไม่ท้อ นอกจาก ไม่ถอย ไม่ท้อแล้ว ยังต้องฮึกเหิม พร้อมที่จะ ออก ทุกเมื่อ มีการเป่านกหวีด และ ออกมาทั่วประเทศไทย นี่ไม่ได้ยุให้ออกนะ แต่ให้ เตรียมความพร้อมไว้ ใครที่อ้วน ไปลดความอ้วน ซะ ออกสู่ ถนน งวดนี้ ผู้หญิงพันธมิตรฯ ต้องทรวดทรงสเลนเดอร์ ทุกคน รวมทั้ง พิธีกร ด้วย พี่น้อง

พี่น้องครับ มีเรื่องที่จะต้องพูด อีกมากมาย อีกเยอะแยะไปหมด ผมคิดว่า ผมจะทำหน้าที่ ในการเล่าเรื่องราวต่างๆ เพื่อให้พี่น้อง ได้รับทราบ พี่น้อง อย่าทอดทิ้ง ซึ่งกันและกัน ผมพูดมานานแล้ว เราเป็นครอบครัวเดียวกัน เราเป็น ครอบครัวพันธมิตรฯ

สิ่งหนึ่ง ที่เขากลัวเรา ที่ระบอบทักษิณกลัวเรา ที่ทุกๆ คนกลัวเรา ก็เพราะว่า เราเป็นครอบครัวเดียวกัน พี่น้อง อย่าแตกแยกกัน พี่น้อง ที่อยู่ ต่างจังหวัด พี่น้อง ที่อยู่ อเมริกา ถ้าพูดถึง เรื่องส่วนรวม ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ราชบัลลังก์แล้ว ต้องมีเป้าเดียวกันหมด ทิ้งความเป็น อคติ ไม่ชอบเป็นส่วนตัว ไว้ข้างๆ ตัว แล้วจับมือกัน เพื่อเดินหน้ากันต่อไป

เชื่อผมพี่น้อง เรื่องพวกนี้ ไม่ใช่ทำกันง่ายๆ แต่เราทำสำเร็จแล้ว 193 วัน หลอมพวกเรา เข้ามาหาสู่กัน พี่น้อง อย่าเพิ่งแตกกระจายกัน เป็นชิ้นเป็นอัน ขอให้เป็น เหล็กสแตนเลส ที่แข็งแกร่ง

ถ้าเป็นเหล็กแท่ง ก็เป็น เหล็กแท่งเดียวกัน ไม่มีตำหนิ ถ้าเป็นเหล็กกลม ก็เป็นเหล็กกลม ที่กลม ไม่มีรอยเบี้ยว พี่น้องต้องจำเอาไว้ สิ่งหนึ่ง 193 วัน ที่เราทำมานั้น ไม่มีใครทำได้ เสื้อแดง ก็ทำไม่ได้พี่น้อง ในขณะที่ กินเนส เวิลด์ออฟเรคคอร์ด ลงประวัติเราว่า เป็น การประท้วง ที่ยาวที่สุดในโลก นานที่สุดในโลก เขาก็ลงประวัติ เสื้อแดง ว่าเป็นการประท้วง ที่สั้นที่สุดในโลก

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2552 06:51 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000014255


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” แฉ 3 เครือข่ายหนุน “นช.แม้ว” จวก “จงรัก” ขายวิญญาณให้ “ทักษิณ”


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
« Previous PageNext Page »

Blog at WordPress.com.