Accom Thailand

May 21, 2009

สาวใหญ่ใจกล้า ถาม นายกฯ ทำอะไร เพื่อประชาชนบ้าง เอาแต่ปรับ ครม. – แก้รัฐธรรมนูญ


สาวใหญ่ใจเด็ดบุกทำเนียบ โวย “มาร์ค” ไม่สนใจ ปชช.เอาแต่สนใจการเมือง

สาวใหญ่ใจกล้า บุกทำเนียบ โวยกลางวง แถลงข่าว นายกฯ ถาม ทำอะไร เพื่อประชาชนบ้าง เอาแต่ปรับ ครม. – แก้รัฐธรรมนูญ เอาใจ นักการเมือง จนเกือบวุ่น “ปณิธาน” ต้องดึงออก นอกวง บอกพร้อม รับฟังปัญหา เจ้าตัว โพล่ง เดือดร้อน นโยบายเรียนฟรีรัฐบาล แถมโดนบีบทุกทาง ไม่มีรายได้แน่นอน ซัดสารพัดม็อบ ทำเศรษฐกิจแย่
นางอุษณกร คอกเชอวาล คำร้องของประชาชน ที่ร้องไป ก็กลายเป็น ถุงกล้วยแขก ตั้งแต่รัฐบาล ทักษิณ สมัคร สมชาย ไม่ว่า กี่รัฐบาล ก็เป็นอย่างนี้ เราเป็นคนจน ไม่มีญาติที่ไหน

นางอุษณกร คอกเชอวาล คำร้องของประชาชน ที่ร้องไป ก็กลายเป็น ถุงกล้วยแขก ตั้งแต่รัฐบาล ทักษิณ สมัคร สมชาย ไม่ว่า กี่รัฐบาล ก็เป็นอย่างนี้ เราเป็นคนจน ไม่มีญาติที่ไหน



วันนี้ (21 พ.ค.) ที่ ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าว รายงานว่า เมื่อเวลา 11.20 น. บริเวณ ด้านหน้า ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กำลัง แถลงข่าว ถึงประเด็น การเมือง กับ สื่อมวลชนอยู่ ได้มี ผู้หญิงสวมชุด สีเลือดหมู อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งแลกบัตรจาก ประตู 4 เข้ามา ได้ยกมือ ขึ้นถาม นายอภิสิทธิ์ ว่า ขอถาม อะไรหน่อย

ครม. และ นายกฯ ได้ทำอะไร ให้ประชาชนบ้าง นอกจาก การแก้รัฐธรรมนูญ และ การปรับ ครม. ซึ่งนายกฯ ตอบว่า “ทำครับๆ”

แต่ หญิงคนดังกล่าว ยังคงพยายาม ตะโกนถาม คำถาม นายอภิสิทธิ์ ว่า ได้ทำอะไร เพื่อประชาชน บ้าง นายกฯ ยังคงตอบว่า ยืนยันว่า “ทำครับ เราพยายาม รับเรื่องราว เดือดร้อน ของ ประชาชน ไว้ก่อน แต่ ท่านยังไม่ได้บอก เลยว่า เดือดร้อน เรื่องอะไร”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนั้น ตำรวจสันติบาล ประจำทำเนียบ และ ตำรวจ นอกเครื่องแบบ ได้เข้าประกบตัว หญิงคนดังกล่าว แต่ผู้หญิงคนเดิม เถียงว่า ไม่จริง และ เริ่มพูดจา ขึ้นเสียง จนมีท่าทีว่า จะเกิดความวุ่นวาย จนกระทั่ง นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ โฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้เข้ามาบอกว่า ถ้าจะมา ร้องเรียนอะไร ให้มาพูดกับตน หลังจากนั้น นายปณิธาน จึงพาตัว หญิงวัยกลางคน เข้าไปสอบถาม พูดคุย และ สงบสติอารมณ์ ที่ตึกนารีสโมสร

จากนั้น เมื่อเข้าไปที่ ตึกนารีสโมสร ผู้สื่อข่าว ได้สอบถาม ผู้หญิงคนนั้น จนทราบชื่อ คือ นางอุษณกร คอกเชอวาล อายุ 43 ปี บ้านอย ย่านเทเวศร์ ซึ่ง เมื่อก่อน เคยมีอาชีพ ขายปากกา หนังสือ อุปกรณ์การเรียน อยู่แถวเทเวศร์ แต่ปัจจุบัน ไม่ได้ขายแล้ว มารับจ้าง พิมพ์งาน อยู่ ทั้งนี้ ระบุว่า ที่ขายไม่ได้ เพราะ ปัญหาเศรษฐกิจ จากบรรดาม็อบ เสื้อแดง เสื้อเหลือง ซึ่ง นางอุษณกร กล่าวว่า ตนไม่ชอบทั้ง เสื้อแดง และ เสื้อเหลือง ที่ทำให้ เศรษฐกิจของ ประเทศไทย ย่ำแย่ แบบนี้

นางอุษณกร กล่าวอีกว่า ตนไม่ได้มา ยื่นหนังสือ หรือ จะมา เรียกร้องอะไร ตนเป็น ผู้หญิง ตัวคนเดียว มาคนเดียว ไม่มีอาวุธ หรือ อะไรมา แค่อยากจะ มา ถาม ว่า ทาง ครม. และ รัฐมนตรี เคยทำอะไร เพื่อประชาชนบ้าง และ

เรื่องเรียนฟรี 15 ปี นั้น อยากให้กลับ มาดูว่า ยังไม่มีอะไร เกิดขึ้นเลย ตามที่เคยพูดนักพูดหนาว่า จะทำให้ประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆ แต่ก็ยังคง เดือดร้อนไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนรัฐบาล ก็เอาแต่ แถลงข่าว ปรับ ครม. แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อผลประโยชน์ เพื่อจุดยืน ของตัวเอง ทั้งนั้น

ส่วนเรื่องที่เดือดร้อน จริงๆ นั้น นางอุษณกร ได้กล่าวพร้อมทั้ง น้ำตา ว่า เป็นเรื่องลูกสาว ซึ่งกำลังเรียนอยู่ กำลังจะขึ้น ชั้นอนุบาล 3 เดิมเรียนอยู่ที่ โรงเรียน ภายใต้สังกัด ของ กทม. แต่ การเรียนที่นั่น ไม่มีคุณภาพ เปิดทีวีให้ลูกสาวดู แล้วบ่ายสอง ก็รับกลับบ้าน ตนจึงย้ายโรงเรียนไปสังกัด สาธิต แต่ค่าเทอม ก็แพงมาก ต้องกู้เงิน เพื่อหาเงิน มาส่งลูกเรียน แต่จะกู้ธนาคาร ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะต้องมีหลักฐาน และ ต้องเป็น ข้าราชการซี 5 รับประกัน จึงจะกู้ได้

ตนหวังอย่างเดียวว่า อยากให้ลูกสาวของตน มีคุณภาพ อยากให้มีการศึกษา แต่โรงเรียนรัฐบาล ไม่มีคุณภาพ ที่ดีพอ โรงเรียนเอกชน ค่าเทอมก็แพง ทำให้ตน เหมือนโดนบีบ

“จริงๆ แล้ว ได้ไปร้องเรียนที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ มาแล้ว แต่ทางนั้น บอกว่าต้องรอดำเนินการ ถึง 60 วัน กว่าจะเห็นผล ตอนนี้ คำร้อง ของ ประชาชน ที่ร้องไป ก็ กลายเป็น ถุงกล้วยแขก ตั้งแต่รัฐบาล ทักษิณ สมัคร สมชาย ไม่ว่า กี่รัฐบาล ก็เป็นอย่างนี้ เราเป็นคนจน ไม่มีญาติที่ไหน สามีก็เสีย ถ้าไม่มีเงิน ก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่มีใคร เห็นเรา แต่ถ้ามีเงิน ญาติก็จะเยอะ” นางอุษณกร กล่าว


ด้าน นายปณิธาน ได้พูดคุย รับฟัง และ พยายามอธิบายให้ นางอุษณกร ได้เข้าใจถึง โครงการเรียนฟรี 15 ปี ที่จำเป็น ต้องใช้เวลา ในการดำเนินการ และ เรื่องของ นักการเมือง ที่ นางอุษณกร ที่ได้กล่าวไว้ และ ให้ นางอุษณกร ได้เขียน ชื่อ ที่อยู่ ไว้เพื่อเป็นหลักฐานแล้ว

ก่อนที่ นายปณิธาน จะกลับออกไปจาก ตึกนารีฯ ซึ่ง นางอุษณกร ได้ให้ สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าว อีกระยะหนึ่ง ก่อนจะกลับออกไป โดยมี ตำรวจเดินตาม ไปด้วย

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 21 พฤษภาคม 2552 16:00 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ สาวใหญ่ใจเด็ด บุกทำเนียบ โวย “มาร์ค” ไม่สนใจ ปชช. เอาแต่สนใจ การเมือง


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

กกต. มีมติไม่ให้ นายทะเบียน พรรคการเมือง รับจดแจ้ง การ จัดตั้ง พรรค พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย (พ.ป.ป.) หรือ P.A.D.


กกต. ไม่รับจด ตั้งพรรค “พ.ป.ป.” ชี้ข้อบังคับ ผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง เพียบ

เลขาฯ กกต. เผย นายทะเบียน พรรคการเมือง มีมติ ไม่รับจดแจ้งจัดตั้ง พรรคพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย หรือ ชื่อย่อ พ.ป.ป. ชี้ข้อบังคับหลายข้อ ผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง ทั้งชื่อ พรรคภาษาอังกฤษ ที่ซ้ำกับ พรรคประชาภิวัฒน์ ขณะ คนขอจดบางคนเป็น สมาชิก พรรคมหาชน


วันนี้ (21 พ.ค.) ที่ สำนักงาน คณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. แถลงว่า กกต. มีมติไม่ให้ นายทะเบียน พรรคการเมือง รับจดแจ้ง การจัดตั้ง พรรค พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย (พ.ป.ป.) หรือ P.A.D. ที่มี นางภานุมาศ พรมสูตร หัวหน้าพรรค ได้ยื่นขอ ต่อ กกต. ทั้งนี้

เนื่องจาก จากการตรวจสอบของ ฝ่ายวิจัย และ พัฒนา ระบบบริหาร ฐานข้อมูล พรรคการเมือง พบว่า นางรุ่งรัตน์ เป็นกระโทก สมาชิกพรรค ของผู้ร่วมขอจัดตั้ง พรรคฯ มีชื่อปรากฏเป็น สมาชิก พรรคมหาชน และ เมื่อพิจารณาชื่อพรรค ที่เป็นภาษาอังกฤษ และ ชื่อย่อภาษาอังกฤษ ก็คล้าย หรือ ซ้ำกับ พรรคประชาภิวัฒน์ ที่ถือว่า ขัดกับ

มาตรา 9 วรรคสอง พ.ร.บ.พรรคการเมือง 50 ที่ห้ามไม่ให้ชื่อ พรรคการเมือง ซ้ำ พ้อง หรือ มีลักษณะคล้ายคลึง กับ ชื่อ ชื่อย่อ หรือ ภาพเครื่องหมายของ ผู้จดแจ้ง การจัดตั้ง พรรคการเมือง อื่น หรือ ของ พรรคการเมือง ที่ได้จดแจ้งไว้ก่อน ตามมาตรา 12 หรือ ของ พรรคการเมือง ที่ถูกยุบ ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ นี้

นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบว่า ข้อบังคับ พรรคพันธมิตรฯ หลายข้อ ขัดต่อ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ประกอบด้วย

ข้อบังคับพรรค ที่ 28, 29 ที่กำหนดให้ การเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั่วไป ในแต่ละครั้ง คณะกรรมการ บริหารพรรค แต่งตั้ง คณะกรรมการ อำนวยการทั่วไป เพื่อทำหน้าที่ คัดเลือก สมาชิกพรรค ที่เหมาะสม และ มีคุณสมบัติ ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อส่งเข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน และ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

ขัดมาตรา 28 วรรคสอง (4) พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่บัญญัติ ว่า การดำเนินการเลือกตั้ง คณะกรรมการ คัดเลือก ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ของพรรคการเมือง คณะกรรมการ นโยบายของ พรรคการเมือง และ คณะกรรมการ ส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย ในพรรคการเมือง ให้กระทำ โดยที่ประชุมใหญ่ของ พรรคการเมือง

ข้อบังคับพรรค ข้อ 52 ที่กำหนดว่า ในการประชุม สาขาพรรคนั้น มีผู้เข้าร่วมประชุม ไม่น้อยกว่า30 คนขึ้นไป ยัง

ขัดต่อ มาตรา 37 วรรคสอง พ.ร.บ. พรรคการเมือง ที่ระบุว่า องค์ประชุมของ ที่ประชุมใหญ่ สาขาพรรคการเมือง ต้องประกอบด้วย กรรมการสาขาพรรคการเมือง อย่างน้อย กึ่งหนึ่ง และ สมาชิก สาขาพรรคการเมือง ซึ่งต้องมีจำนวน ไม่น้อยกว่า 50 คน และ

ข้อบังคับพรรค ข้อ 68 ที่กำหนดว่า เมื่อมีการพิจารณา สิ้นสุดลง หัวหน้าพรรค มีอำนาจ สั่งการ อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

1.ให้ระงับเรื่องกล่าวหา
2.ยกข้อกล่าวหา
3.ตำหนิสมาชิกผู้ถูกกล่าวหา
4.ภาคทัณฑ์สมาชิกพรรคผู้กล่าวหา

ส่วนในกรณีที่ หัวหน้าพรรค เห็นว่าควรได้รับการลงโทษ โดยการลบชื่อสมาชิก ผู้ถูกกล่าวหา ออกจาก ทะเบียน ให้ หัวหน้าพรรค เสนอต่อ คณะกรรมการบริหารพรรค ถือเป็นอันสิ้นสุดลง

ขัดกับ มาตรา 20 (4) พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่กำหนดว่า สมาชิกภาพของ สมาชิกสิ้นสุดลง เมื่อพรรคการเมือง มีมติให้ออก ตามข้อบังคับพรรคการเมือง เพราะกระทำผิดวินัย หรือ จรรยาบรรณ อย่างร้ายแรง หรือ มีเหตุร้ายแรงอื่น กล่าวคือ การลงโทษสมาชิก ผู้ถูกกล่าวหานั้น พรรคการเมือง จึงมีมติให้ออก ตามข้อบังคับ พรรคการเมือง เพราะกระทำผิดวินัย หรือ จรรยาบรรณ อย่างร้ายแรง ซึ่งทำให้ การเป็นสมาชิกภาพ ของสมาชิก สิ้นสุดลง ดังนั้น พรรคพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จึงไม่สามารถ ลบชื่อ สมาชิกผู้ถูกกล่าวหา ออกจาก ทะเบียน สมาชิกพรรคการเมือง ได้

“ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้ ที่ประชุม กกต. เห็นว่า การยื่นขอจดจัดตั้งดังกล่าว มีรายการไม่เป็นไป ตาม มาตรา 13 วรรค หนึ่ง (2) จึงเห็นชอบให้ นายทะเบียน พรรคการเมือง สั่งไม่รับจดแจ้ง การจัดตั้ง พรรคพันธมิตรฯ และ แจ้งเป็นหนังสือ พร้อมทั้งเหตุผลต่อ นางภานุมาศ ผู้ยื่น ได้ทราบภายใน 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนด วันที่ 23 พ.ค.นี้ แต่ เนื่องจาก เป็นวันหยุดราชการ จึงจะแจ้ง ให้ทราบ ในวันที่ 25 พ.ค. ที่เป็นวัน เปิดทำการ แต่หาก นางภานุมาศ ไม่เห็นด้วยกับ คำสั่งดังกล่าว ก็สามารถ ยื่นคำร้องคัดค้านต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน 30 วัน นับแต่ วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง” นายสุทธิพล กล่าว


อนึ่ง พรรค พ.ป.ป. ดังกล่าว ไม่ใช่ พรรคการเมือง ของ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ที่มีบทบาท ในการขับไล ระบอบทักษิณ และ ต่อต้านคอร์รัปชัน ในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมาแต่อย่างใด โดยพันธมิตรฯ จะมีการประชุม เพื่อตัดสินใจ ตั้ง พรรคการเมือง หรือ ไม่ ในวันที่ 24-25 พ.ค.นี้

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 21 พฤษภาคม 2552 17:41 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ กกต.ไม่รับจด ตั้งพรรค “พ.ป.ป.” ชี้ข้อบังคับ ผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง เพียบ


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 20, 2009

ลด ละ เลิกบุหรี่ ร่วมงาน “5 ภารกิจ พิชิตบุหรี่” เนื่องในวัน งดสูบบุหรี่โลก


โรงพยาบาลกรุงเทพ ขอเชิญผู้ที่รักสุขภาพ และ ผู้ที่สนใจ
ลด ละ เลิกบุหรี่
ร่วมงาน “5 ภารกิจ พิชิตบุหรี่”
เนื่องในวัน งดสูบบุหรี่โลก

ร่วมฟังสัมมนาเรื่อง

ภัยจากบุหรี่ที่เราไม่ได้สูบ

ภัยจากบุหรี่ที่เราไม่ได้สูบ


“ภัยจากบุหรี่ที่เราไม่ได้สูบ”
“ใครกันแน่เสี่ยง มะเร็งปอด” และ
“สูบบุหรี่ ดีจริงหรือ”

พร้อมทั้งกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย อาทิ
ร่วมยืดเส้นสาย ขยายปอด โดยนักกายภาพ บำบัดโรคทรวงอก ชมกลวิธี การตรวจหามะเร็ง ด้วยเครื่อง PET/CT
สนุกกับเกมส์ ทดสอบพลังปอด โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ในวันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม 2552 เวลา 8.00-11.30 น.
ณ ห้องประชุมชั้น 7 อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลกรุงเทพ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และ สำรองที่นั่ง ได้ที่ Contact Center โทร. 1719
ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ Contact Center โทร. 1719

ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ Contact Center โทร. 1719


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ฝ่ายสื่อสารการตลาด ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ
ปานฤทัย คงยิ้มละมัย (ปิงปอง) เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โทร 02 755 1639

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

เจนเนอรัล มอเตอร์ส ล้มละลาย แน่ – More trouble ahead ? If General Motors files Chapter 11


GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ จะยุ่งกว่า”ไครสเลอร์” ด้วย
If General Motors must files Chapter 11

If General Motors must files Chapter 11


เอเจนซี – หลังจากดำเนินธุรกิจมา หนึ่งร้อยปี และ ดำเนินการปรับโครงสร้าง อย่างดุเดือด แต่ล้มเหลว อยู่ 10 เดือน เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ก็เหลือเวลา อีกไม่กี่สัปดาห์ ก่อนที่จะต้อง ยื่นเรื่องต่อศาล ขอเข้าสู่ ภาวะล้มละลาย ซึ่งพวกผู้เชี่ยวชาญ บอกว่า นั่นกลับเป็น สิ่งจำเป็น ด้วยซ้ำ เพื่อให้บรรลุ สิ่งที่คณะรัฐบาลประธานาธิบดี บารัค โอบามา ตั้งข้อเรียกร้อง ในการดำเนินการ ยกเครื่องปรับโฉม บริษัท ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแม่แบบ ของอุตสาหกรรมอเมริกัน แห่งนี้ี้

คณะรัฐบาลโอบามา ขีดเส้นตายให้ จีเอ็ม ต้องดำเนินการ ปรับโครงสร้าง ให้เสร็จก่อน วันที่ 1 มิถุนายน โดยสิ่งที่ บริษัทรถยนต์ใหญ่ ที่สุดของ สหรัฐฯ แห่งนี้ จะต้องกระเสือกระสน ทำให้สำเร็จ มีทั้ง การเจรจา กับพวกเจ้าหนี้ เพื่อลดมูลหนี้ จากหุ้นกู้ ที่มีอยู่ ทั้งหมด 27,000 ล้านดอลลาร์ ,การเจรจาเกลี้ยกล่อม ให้ทาง สหภาพแรงงาน ยินยอมอ่อนข้อ ซึ่งจะเป็น การลดต้นทุน ค่าแรง และ สวัสดิการลงไป, รวมทั้ง การลดตัวแทนจำหน่าย ลง 1,600 แห่ง ทั่วสหรัฐฯ

แต่ด้วยเวลา ที่เหลือน้อยลงทุกที พวกผู้เชี่ยวชาญ จึงมองว่า ในที่สุดแล้ว จีเอ็ม ก็จะต้องเดินตามรอยของ ไครสเลอร์ ไปสู่ ศาลล้มละลาย อย่างแน่นอน

“ผมคิดว่า มันหลีกเลี่ยงไม่ได้” อีริค เมอร์เคิล นักวิเคราะห์ อุตสาหกรรมรถยนต์อิสระ ให้ความเห็น “ผมมองไม่เห็นทาง เลยว่า จีเอ็ม จะหลีกเลี่ยงได้ยังไง”

ปัญหาจำนวนมาก ที่ไหลบ่าทับถมเข้าใส่ จีเอ็ม จนอยู่ในอาการซวนเซ ในขณะนี้ มีทั้ง เรื่องยอดขาย ที่ดิ่งลงต่อเนื่อง, ราคาหุ้นตกต่ำ, ไปจนถึง รถยนต์รุ่นต่าง ๆ ที่ออกมา ในช่วง 10 ปี มานี้ ไม่ค่อย ได้รับ ความนิยม, ตลอดจน การตกเป็น ผู้ตาม พวกผู้นำด้านวิศวกรรม อย่างเช่น โตโยต้า มอเตอร์และ ฮอนดา มอเตอร์ ในเรื่อง เทคโนโลยี รถไฮบริด

แต่สำหรับสิ่งที่ทำให้ จีเอ็ม ต้องเผชิญกับวิกฤต ในเฉพาะหน้านี้ ก็คือ งบดุล ที่เต็มไปด้วย หนี้มหาศาล และเป็น เหตุผลเดียว ที่ทำให้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญ ด้านการปรับโครงสร้าง องค์กร,นักวิเคราะห์, และ ผู้บริหาร ในอุตสาหกรรมรถยนต์ คนอื่น ๆ มองไม่เห็นทางที่ จีเอ็ม จะหลีกเลี่ยง การล้มละลาย ที่ต้องเจ็บปวด ยุ่งยาก และ ซับซ้อน ได้เลย

GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ จะยุ่งกว่า ไครสเลอร์ ด้วย

GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ จะยุ่งกว่า ไครสเลอร์ ด้วย

“หนทางเดียว ที่เหลืออยู่ ที่จะทำให้ เลี่ยงการล้มละลายได้ ก็คือ รัฐบาล จะต้องยอมรับ จำนวน ผู้ถือหุ้นกู้ ของ จีเอ็ม ที่ยอมแลก หุ้นกู้ กับ หุ้นสามัญ ของ จีเอ็ม ซึ่งอาจจะเป็น 40, 50 หรือ 60% ก็ได้ทั้งนั้น” ปีเตอร์ คอฟแมน ประธาน และ หัวหน้าหน่วยงาน ด้านการปรับโครงสร้าง และ พัฒนาการ ควบรวมกิจการ ที่ประสบปัญหา ของ กอร์เดียน กรุ๊ป ในนิวยอร์ก กล่าว

ทาง จีเอ็ม นั้นพูดเรื่อยมาว่า พวกผู้ถือหุ้นกู้ ที่มีตัวเงินสูง ถึง 27,000 ล้านดอลลาร์ นั้น จะต้องมี สัดส่วน 90% ที่เข้าร่วม การแลกหุ้น บริษัท จึงจะอยู่รอดได้ ไม่เช่นนั้น ก็จะต้อง ยื่นขอ ล้มละลาย

ทั้งนี้สิ่งที่ จีเอ็ม เสนอ แลกเปลี่ยน กับ ผู้ถือหุ้นกู้ ก็คือ จะให้หุ้นของ บริษัท ที่ผ่าน การปรับโครงสร้าง แล้ว เป็นจำนวน 10%

ตัวแทน ของ ผู้ถือหุ้นกู้รายใหญ่ ของ จีเอ็ม เรียกข้อเสนอนี้ว่า ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับ สิ่งที่ จีเอ็ม เสนอให้กับ สหภาพแรงงาน

เรื่องที่ ชี้ให้เห็นชัดว่า ทั้งสองฝ่าย มีจุดยืนที่ แตกต่างกันมากขนาดไหน ก็คือ พวกผู้ถือหุ้นกู้ ได้เสนอกลับว่า ต้องการได้ถือหุ้น ส่วนข้างมากใน บริษัทจีเอ็ม ใหม่ โดยที่ ฐานะ การมีอำนาจควบคุม บริษัทใหม่ ได้เช่นนี้ คือสิ่งที่ จีเอ็ม เสนอไปแล้วว่า จะยกให้แก่ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ

หลังจากที่ กระทรวงการคลัง ได้ปล่อยเงินกู้อัดฉีดให้แก่ จีเอ็ม รวมเป็นเงิน 15,400 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ ต้นปีนี้มา ทางกระทรวง จึงจะเป็นเจ้าของ จีเอ็มใหม่ อย่างน้อยที่สุด 50% ทั้งนี้ ตามเงื่อนไข ที่บริษัท เสนอออกมา

ในส่วน สหภาพแรงงาน ยูเอดับเบิลยู นั้น จีเอ็ม เสนอจะให้ หุ้น ร่วม 40% ของ บริษัทใหม่ แก่ ทรัสต์ของ สหภาพแรงงาน นี้ แลกกับ การที่ทางสหภาพแรงงาน ยินยอมให้จ่ายหนี้ที่ จีเอ็ม ค้างอยู่ 10,000 ล้านดอลลาร์ ในรูปของหุ้น แทนที่ จะเป็นเงินสด

“ความพยายาม ที่จะให้ ผู้ถือหุ้นกู้, สหภาพแรงงาน, ดีลเลอร์ และ เจ้าหนี้รายอื่น ๆ ให้เห็นด้วยกับ แผนปรับโครงสร้าง เป็นเรื่องยากมาก” บ๊อบ กอร์ดอน ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการปรับโครงสร้าง องค์กร ธุรกิจ แห่ง คลาร์ค ฮิลล์ กล่าว

กรณีของ ไครสเลอร์ ซึ่งกลายเป็น การล้มละลาย ที่ใหญ่เป็น อันดับหก ของ สหรัฐฯ ไปแล้ว ถูกมองจาก บรรดานักวิเคราะห์ และ เจ้าหน้าที่รัฐบาล ว่าจะเป็น แนวทางตัวอย่าง ของ จีเอ็ม

ไครสเลอร์ ได้ยื่นต่อศาล ขอเข้าสู่ภาวะล้มละลาย เมื่อวันที่ 30 เมษายน และ ศาลก็อนุญาตให้ บริษัท ขายสินทรัพย์ เกือบทั้งหมด ออกมา ให้แก่ บริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งจะมี เฟียต (Fiat) แห่งอิตาลี เป็นผู้นำ ในการบริหารงาน อันเป็นการเปิดทางให้ มีความเป็นไปได้ ที่จะ เดินหน้าเรื่องต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้น ภายในเวลา น้อยกว่า 60 วัน

จีเอ็ม กล่าวเมื่อ สัปดาห์ที่แล้วว่า อาจจะต้อง เดินตามรอย ของไครสเลอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขายสินทรัพย์ ที่ดีออกมาให้เร็วที่สุด แต่ นักวิเคราะห์ ก็มองกันว่า ขั้นตอน ของ จีเอ็ม น่าจะยากลำบากกว่า ไครสเลอร์ เพราะขนาดของ จีเอ็ม ใหญ่กว่า ไครสเลอร์ มาก รวมทั้ง สถานการณ์ ก็ซับซ้อนกว่ากันมากนัก

ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ (18) ก็มีข่าวออกมาว่า จีเอ็ม, ผู้ถือหุ้น และ สหภาพแรงงาน ก็ยังมีความเห็น ไม่ลงรอยกัน ในเรื่อง การปรับโครงสร้างบริษัท หลายอย่าง รวมทั้ง การปิดโรงงาน 16 แห่ง ในสหรัฐฯ ด้วย ซึ่งยิ่งทำให้เห็นชัดเจน ขึ้นว่า จีเอ็ม อาจไม่สามารถหลีกเลี่ยง การเข้าสู่ภาวะล้มละลายได้

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 20 พฤษภาคม 2552 00:27 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญ ชี้จะยุ่งกว่า “ไครสเลอร์” ด้วย



Related links : เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง
More trouble ahead ?
Dealers could be in for more trouble if General Motors files Chapter 11

GM dealers who thought they had months to wind down their businesses after being told the automaker plans to drop them could face much speedier shutdowns if GM files for Chapter 11. Full Story from flag (150 x 30)


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 11, 2009

ผลเสี่ยงทายใน พิธีแรกนาขวัญ 2552 น้ำมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์

พระยาแรกนา เสี่ยงทายผ้านุ่ง ได้ผ้านุ่ง ความยาว 5 คืบ
ไปประกอบพิธีจรด พระนังคัลแรกนาขวัญ
ปี 2552 นี้ พยากรณ์ว่า

ปชช. แห่เก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน หลังเสร็จสิ้นพิธีพืชมงคล     เกษตรกรไทย แห่เดินทางมาที่ท้องสนามหลวงตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเฝ้ารอชมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และเก็บเมล็ดข้าวพระราชทาน เพื่อนำไปบูชาเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว

ปชช. แห่เก็บ เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน หลังเสร็จสิ้นพิธี พืชมงคล เกษตรกรไทย แห่เดินทางมาที่ ท้องสนามหลวง ตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเฝ้ารอชม พระราชพิธี พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และ เก็บเมล็ดข้าวพระราชทาน เพื่อนำไปบูชาเป็นสิริมงคล ให้แก่ตนเองและครอบครัว - ภาพ จาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์


น้ำจะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ส่วนการเสี่ยงทาย พระโคกินเลี้ยงปีนี้ พระโคกินงา และกินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร พร้อมด้วยธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี

เมื่อเวลา 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน แทนพระองค์ พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติภา และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ได้เสด็จพระราชดำเนิน โดยรถยนต์ถึง ยัง พลับพลา ที่ประทับ บริเวณมณฑลพิธี ท้องสนามหลวง เพื่อเป็น องค์ประธานในงานพระราชพิธี จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ฤกษ์พิธีไถหว่าน ระหว่างเวลา 08.09 – 08.49 น.


นายจรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่ พระยาแรกนา ได้ยาตราพร้อมเทพี ออกจาก โรงพิธีพราหมณ์ มีราชบัณฑิต และ พราหมณ์ นำผ่าน พลับพลา หน้าพระที่นั่ง

พระยาแรกนา เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายบังคม แล้วไปยังลานแรกนา เจ้าพนักงาน จูงพระโคเทียมเอก พระยาแรกนา เจิมพระโค และไถ แล้วไถดะ โดยรี 3 รอบ เพื่อพลิกดิน ให้เป็นก้อน โดยขวาง 3 รอบ เพื่อย่อยดิน ให้ละเอียด พร้อมหว่านเมล็ดธัญญพืช

พนักงานประโคม ฆ้องชัย เครื่องดุริยางค์ แล้วไถกลบอีก 3 รอบ เพื่อกลบเมล็ดธัญพืช ลงในดิน เสร็จแล้ว พนักงานปลดพระโค ออกจากแอก พระยาแรกนา และ เทพี กลับไปยังโรงพิธีพราหมณ์ พราหมณ์เสี่ยงทาย ของกิน 7 สิ่ง ตั้งเลี้ยงพระโค


นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กราบบังคมทูล ผลการเสี่ยงทายของ นายจรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็น พระยาแรกนาขวัญ เนื่องใน พระราชพิธิพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พ.ศ. 2552


ในการที่ พระยาแรกนา เสี่ยงทายผ้านุ่ง ไปประกอบพิธี จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โหรหลวง ได้ให้คำพยากรณ์ ว่าปีนี้ น้ำจะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และ ผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ส่วนการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยงปีนี้


พระโค ปีนี้กินงา พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จจะอุดมสมบูรณ์ดี และ พระโค กินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร พร้อมธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี


หลังจากนั้น ได้เบิก เกษตรกร ดีเด่นแห่งชาติ ตัวแทน สถาบันเกษตรกร ดีเด่นแห่งชาติ และ ตัวแทนสหกรณ์ ดีเด่นแห่งชาติ สาขาต่างๆ เข้ารับพระราชทาน โล่ห์เกียรติคุณ

ส่วนเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก ที่ใช้ใน พระราชพิธี พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประกอบด้วย ข้าวนาสวน จำนวน 7 พันธุ์ และ ข้าวนาไร่ 2 พันธุ์ โดยรวมน้ำหนัก เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก 1,920 ก.ก.

ส่วนหนึ่ง ใช้หว่านในพิธี และจัดเป็น พันธุ์ข้าว ทรงปลูก พระราชทาน บรรจุใส่ซอง ขนาดเล็ก จัดส่งไปยัง จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ แจกจ่าย ให้กับ เกษตรกร จำนวน 340,000 ซอง เพื่อความเป็น สิริมงคล

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 7, 2009

Admission 2552 กลางปีที่ เว็บไซต์ www.cuas.or.th และ เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ


กลุ่มรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ประกาศรายชื่อ ผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ และ ตรวจร่างกาย
การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา
ในสถาบันอุดมศึกษา
ในระบบกลางประจำปีการศึกษา 2552

ประกาศผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นสูง (A-NET)
เพื่อสมัครเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2552

สถิติคะแนนสูงสุด-ต่ำสุด การคัดเลือกฯ ประจำปีการศึกษา 2552

รายชื่อ สื่อมวลชน ที่ร่วมประกาศ ผลการคัดเลือกฯ ประจำปีการศึกษา 2552


Update 7 May 2009 for ปีการศึกษา 2552

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 28, 2009

“วสิษฐ เดชกุญชร” เขียนบทความ เมื่อมันกำลังเผาเมืองไทย คนไทยก็ต้องช่วยกันดับไฟ ย้ำชัด “นช.แม้ว” มุ่งทำลาย พระมหากษัตริย์


“วสิษฐ เดชกุญชร” ย้ำชัด “นช.แม้ว” มุ่งทำลายพระมหากษัตริย์
พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ และ อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ เขียนบทความ เมื่อมันกำลังเผาเมืองไทย คนไทยก็ต้องช่วยกันดับไฟ ตอบโต้ นช.แม้ว

พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ และ อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ เขียนบทความ เมื่อมันกำลังเผาเมืองไทย คนไทยก็ต้องช่วยกันดับไฟ ตอบโต้ นช.แม้ว


อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ เขียนบทความตอบโต้ “นช.แม้ว” ระบุชัด ให้สัมภาษณ์ “ไฟแนนเชียลไทมส์” ปรักปรำ ในหลวง รู้เหตุการณ์ 19 ก.ย. ล่วงหน้า จงใจ หมิ่นประมาท พระมหากษัตริย์ ผิด ม.112 ย้ำพฤติกรรมสะท้อน ไม่ต้องการ ระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ เป็นประมุข และ มุ่งทำลาย พระมหากษัตริย์


หนังสือพิมพ์ มติชนรายวัน ฉบับ วันที่ 28 เมษายน พ.ศ.2552 หน้า 6 ได้ตีพิมพ์ บทความ ของ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตหัวหน้านายตำรวจ ราชสำนักประจำ และ อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ เรื่อง “เมื่อมันกำลังเผาเมืองไทย คนไทยก็ต้องช่วยกันดับไฟ” เพื่อตอบโต้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดี ที่ให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์ ไฟแนลเชียลไทมส์ ของ อังกฤษ ฉบับวันที่ 20 เมษายน 2552 มีเนื้อหา ตอนหนึ่ง ปรักปรำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับ การรัฐประหาร วันที่ 19 กันยายน 2549 ซึ่งสะท้อนว่า

พ.ต.ท.ทักษิณ จงใจที่จะ จาบจ้วงหมิ่นประมาท พระมหากษัตริย์ อันเป็นความผิด ต่อความมั่นคงตามมาตรา 112 และ เห็นว่า พฤติการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ แสดงชัด แล้วว่า ไม่ต้องการ ระบอบประชาธิปไตย แบบที่มี พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข และ มุ่งทำลาย พระมหากษัตริย์ อย่างแน่นอน ดังรายละเอียดของ บทความดังนี้

“เมื่อมันกำลังเผาเมืองไทย คนไทยก็ต้องช่วยกันดับไฟ”


ใครๆ ที่ได้อ่านข่าว (พ.ต.ท.) ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์ ไฟแนนเชียลไทมส์ เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านไปแล้ว คงมีความรู้สึกไม่ต่างกับผม คือ รู้สึกว่า

ถ้า (พ.ต.ท.) ทักษิณ ไม่มีความรู้เลยในเรื่อง ระบอบประชาธิปไตย แบบที่มี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (พ.ต.ท.) ทักษิณ ก็คงจะไร้เดียงสา หรือโง่ หรือบ้า หรือ มีเจตนา ที่จะทำลาย ระบอบประชาธิปไตย แบบที่มี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ก่อนที่จะอ่าน เรื่องนี้ต่อไป ผมขอชี้แจงว่า ที่ผมใส่วงเล็บไว้หน้าและหลังคำ “พ.ต.ท.” หน้าชื่อ “ทักษิณ” ในการเขียนเรื่องนี้ ก็เพราะ ผมรู้สึกกระดากมือ และ กระดากใจ ที่จะใส่ยศเข้าไปเต็มๆ ที่หน้าชื่อ “ทักษิณ” เพราะ (พ.ต.ท.) ทักษิณ ได้ทำความเสียหาย และ อับอายขายหน้า อย่างเหลือเกิน ให้แก่ ราชการตำรวจ

ด้วยการ หนีโทษ ตามคำพิพากษาของศาล แล้วยังเป็น ผู้ยุยงส่งเสริม ให้เกิดความไม่สงบขึ้นในประเทศ จนตกเป็นผู้ต้องหาใน คดีอาญา อีกด้วย จึงไม่สมควรจะมี หรือ ใช้ยศตำรวจ และ ควรจะถูกถอดยศ ได้แล้ว แต่เมื่อยังมียศอยู่ ผมก็จะใช้ ยศนั้นในวงเล็บ ไปพลางก่อน เมื่อใด ที่ถูกถอดยศแล้ว เมื่อนั้น ผมจึงจะเรียกว่า นายทักษิณ

เรื่องเกี่ยวกับ การให้สัมภาษณ์ ของ (พ.ต.ท.) ทักษิณ นั้น เดี๋ยวนี้ผมไม่อยากเขียน เพราะ (พ.ต.ท.) ทักษิณ พูดเพ้อเจ้อ และ โกหกมดเท็จ ทุกครั้ง การเขียน และ พิมพ์ เรื่อง การให้สัมภาษณ์ของ (พ.ต.ท.) ทักษิณ จึงไร้ประโยชน์ และ กลายเป็นการช่วยแพร่ การเพ้อเจ้อ และ โกหกมดเท็จ

แต่เมื่อทั้ง สื่อเทศ และ สื่อไทย ยังเผยแพร่ การโกหกมดเท็จ นั้นอยู่ และ เมื่อการโกหกมดเท็จ ของ (พ.ต.ท.) ทักษิณ อาจกระทบกระเทือน และ เสียหายร้ายแรง ต่อบ้านเมือง ผมก็ถือเป็น หน้าที่ของผม ที่จะต้องตอบโต้ หรือ คัดค้าน

ข่าว การให้สัมภาษณ์ ของ (พ.ต.ท.) ทักษิณ คราวนี้ ปรากฏใน หนังสือพิมพ์ ไฟแนนเชียลไทมส์ ฉบับวันที่ 20 เมษายน 2552 (พ.ต.ท.) ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวของ หนังสือพิมพ์ฉบับนั้น สองคน คือ

นายรอบิน วิกเกิลสเวอร์ธ (Robin Wigglesworth) ในนครดูไบ และ นางสาว (หรือนาง) เซรีนา ทาร์ลิงก์ (Serena Tarling) ใน นครลอนดอน (พ.ต.ท.) ทักษิณ บอกว่า

ก่อนที่จะเกิด รัฐประหาร ขึ้นในเดือน กันยายน 2549 นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทาน พระบรมราชวโรกาส ให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี (ในขณะนั้น) และ องคมนตรี อีกผู้หนึ่ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท และ ผู้ที่เข้าเฝ้าฯ ได้กราบบังคมทูลว่า จะกำจัด (พ.ต.ท.) ทักษิณ ถวาย เพราะ (พ.ต.ท.) ทักษิณ ไม่จงรักภักดีต่อฝ่าละอองธุลีพระบาท (they will do a favour for him by getting me because I am not loyal to the king) (พ.ต.ท.)

ทักษิณ บอกด้วยว่า หลังจากนั้น เมื่อตนพยายามจะปราบปราม การประท้วง ที่เป็น ปฏิปักษ์ต่อรัฐบาล ก็ไม่มีผู้ใดร่วมมือ เพราะมีบางคน ส่งเสริม อยู่เบื้องหลัง (there is someone boosting behind them)

(พ.ต.ท.) ทักษิณอ้างว่า ตนทราบเรื่องนี้ จาก พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี


ก่อนอื่น ควรทราบว่า การเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท มิใช่เป็นเรื่องง่าย แม้จะเป็น เรื่องสำคัญ หรือ เร่งด่วนที่สุด และแม้ ผู้ขอเฝ้าฯ จะเป็น ประธานองคมนตรี หรือ องคมนตรี ก็ตาม

การขอเฝ้าฯ มีขั้นตอนของ การปฏิบัติ ที่ทุกคนต้องทำตาม และ ต้องผ่านเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะ สำนักราชเลขาธิการ และเมื่อเสด็จลงให้เฝ้าฯ ก็มี เจ้าหน้าที่หลายฝ่าย เฝ้าฯ ปฏิบัติหน้าที่ถวาย อยู่ในที่ประทับ ด้วยเสมอ

ผู้อ่าน ที่มีสติสัมปชัญญะ และ มีเหตุผล ย่อมรู้ และ เข้าใจทันที เมื่อได้อ่านข่าวนี้ ว่า หากมี การเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท และ กราบบังคมทูล ดังที่ (พ.ต.ท.) ทักษิณ อ้างว่า ทราบจาก พล.อ.พัลลภ

พล.อ.พัลลภ ก็ต้องรู้เรื่องการเฝ้าฯ นั้นจากคนอื่น และ “คนอื่น” นั้นจะเป็นใครไม่ได้ นอกจาก พล.อ.เปรม หรือ พล.อ.สุรยุทธ์ หรือ องคมนตรี อีกผู้หนึ่ง (ที่ (พ.ต.ท.) ทักษิณ อ้างว่า เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ด้วย) หรือ เจ้าหน้าที่ ที่โดยหน้าที่ จะต้องเฝ้าฯ อยู่ในที่ประทับ เจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ อีกคนหนึ่ง ในที่นั้น ก็คือ สมุหราชองครักษ์

คงรู้ และ จำกันได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพระองค์ อยู่ในฐานะ พระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ อย่างเคร่งครัด ไม่เคยปรากฏว่า เคยทรงล่วงพระราชอำนาจ ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

เมื่อมีวิกฤตการณ์บ้านเมือง ไม่ว่าครั้งใด ทรงถือว่าเป็น หน้าที่ความรับผิดชอบ ของ รัฐบาล จะต้องแก้ไขปัดเป่า ต่อเมื่อ เป็นที่เห็นชัดว่า วิกฤตการณ์ ลุกลาม ร้ายแรง เช่น มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และ เสียชีวิต เป็นจำนวนมาก จึงจะ ทรงพระกรุณา ระงับวิกฤตการณ์ แต่ก็ด้วยการ พระราชทาน คำแนะนำ แก่รัฐบาลเท่านั้น

องคมนตรีทุกคนทราบดีว่า รัฐบาลชุดที่ (พ.ต.ท.) ทักษิณ เป็น นายกรัฐมนตรี และชุดอื่นๆ ทุกชุด เป็นรัฐบาลที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงแต่งตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่ทรงเป็น พระมหากษัตริย์

เป็นไปได้หรือที่ พล.อ.เปรม หรือ พล.อ.สุรยุทธ์ หรือ องคมนตรี คนไหนก็ตาม จะเข้าไปเฝ้าฯ กราบบังคมทูล ว่า ตนเอง จะ ละเมิด กฎหมาย ละเมิด รัฐธรรมนูญ ถวาย ด้วยการกำจัด (พ.ต.ท.) ทักษิณ นายกรัฐมนตรี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง?

การให้สัมภาษณ์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบเรื่อง รัฐประหาร ก่อนเช่นนั้น เป็นการปรักปรำ หรือ กล่าวหา ฝ่าละอองธุลีพระบาท โดยตรง และ อย่างเปิดเผย ว่า ทรงอนุญาต หรือ ทรงอนุโลม ให้เกิดรัฐประหาร แสดงว่า (พ.ต.ท.) ทักษิณ ไม่เคารพสักการะ พระมหากษัตริย์ และ จงใจ หมิ่นประมาท พระมหากษัตริย์ อันเป็นความผิดต่อ ความมั่นคงของรัฐ ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 112

ขณะที่เขียนเรื่องนี้ ผมยังไม่เห็น หรือ ได้ยินประกาศ หรือ แถลงการณ์ ของส่วนราชการใด ปฏิเสธการปรักปรำ กล่าวหา ของ (พ.ต.ท.) ทักษิณ แต่ผมเห็นว่า คนไทย ที่เคารพสักการะ พระมหากษัตริย์ และ ยึดมั่น ในระบอบ ประชาธิปไตย แบบที่มี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่จำเป็น ต้องคอย ทางราชการ ต่อไปอีกแล้ว

แต่ควรตระหนักกันเสียทีว่า พฤติการณ์ของ (พ.ต.ท.) ทักษิณแสดงชัดแล้ว ว่า (พ.ต.ท.) ทักษิณ ไม่ต้องการ ระบอบประชาธิปไตย แบบที่มี พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข และ มุ่งทำลาย พระมหากษัตริย ์อย่างแน่นอน

ตลอดเวลา 62 ปี ที่ทรงครองราชย์มา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงแสดงให้ ประจักษ์ ด้วยพระราชกรณียกิจ ทั้งน้อยและใหญ่ นานัปการ ว่า ทรงอุทิศ พระวรกาย ให้แก่ ประชาชนและบ้านเมือง โดยปราศจาก เงื่อนไข ทรงตรากตรำ พระวรกาย จนพระพลานามัยไม่สมบูรณ์ และ ทรงพระประชวร แม้กระนั้น ก็ยังไม่ทรงหยุด ยังทรงตั้งพระทัย ทำงานเพื่อคนไทย และ เมืองไทย ต่อไป

เรารู้ด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ทรงติดยึดกับ ตำแหน่ง พระมหากษัตริย์ ทรงทำหน้าที่ เพื่อหน้าที่ และ ทรงถือเอา ความสำเร็จของ พระราชภารกิจ เป็นสำคัญ ทั้งยังทรงยึดมั่นใน ขันติธรรม

การให้ร้าย และ แสดงตัวเป็น ปฏิปักษ์ต่อ พระมหากษัตริย์ ของ (พ.ต.ท.) ทักษิณ หรือ ของใคร ก็ตาม ไม่เคยทำให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสะทกสะท้าน หรือ หวั่นไหว หรือ กริ้ว หรือ น้อยพระราชหฤทัย

mtc1
เพราะฉะนั้น จึงถึงเวลาแล้ว ที่คนไทย ที่ตระหนักใน พระมหากรุณาธิคุณ เคารพสักการะ พระมหากษัตริย์ และ ยึดมั่นใน ระบอบประชาธิปไตย แบบที่มี พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข จะต้องพิจารณาตัดสินใจว่า

จะควรทำอย่างไร กับผู้ที่ไม่แต่จะจาบจ้วง ลบหลู่ดูหมิ่น และ หมิ่นประมาท พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นที่เคารพสักการะ ของเรา เท่านั้น แต่ยังพยายาม ที่จะล้ม ระบอบประชาธิปไตย แบบที่มี พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขด้วย

ที่มา: http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01act02280452§ionid=0130&day=2009-04-28

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 28 เมษายน 2552 22:46 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ “วสิษฐ เดชกุญชร” ย้ำชัด “นช.แม้ว” มุ่งทำลายพระมหากษัตริย์

Related News :

Interview transcript: Thaksin Shinawatra

Print Version

Financial Times สัมภาษณ์ทักษิณ ชินวัตร
จาก หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท
409 ชั้น 1 (อาคาร มอส.) ซ.โรหิตสุข (รัชดา 14) ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ 5 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
โทร. 02 690 2711 แฟกซ์ 02 690 2712


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 1, 2009

ศาสตราจารย์ ดร. จำรัส ลิ้มตระกูล ศาสตรเมธาจารย์ สวทช. ประจำปี 2552


ศาสตราจารย์ ดร. จำรัส ลิ้มตระกูล ศาสตรเมธาจารย์ สวทช. ประจำปี 2552 คนแรกของ ประเทศไทย
มูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มอบทุนวิจัยโครงการ NSTDA Chair Professor จำนวน 20 ล้านบาท แก่ ศ.ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล นักวิจัยจากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นโครงการนำร่องในการสร้าง ศาสตราจารย์ที่เป็นผู้นำกลุ่ม เพื่อพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่และงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงใน ภาคอุตสาหกรรม

มูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มอบทุนวิจัยโครงการ NSTDA Chair Professor จำนวน 20 ล้านบาท แก่ ศ.ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล นักวิจัยจากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นโครงการนำร่องในการสร้าง ศาสตราจารย์ที่เป็นผู้นำกลุ่ม เพื่อพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่และงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงใน ภาคอุตสาหกรรม


ศาสตราจารย์ ดร. จำรัส ลิ้มตระกูล ได้รับการยกย่องเป็น ศาสตรเมธาจารย์ สวทช. ประจำปี 2552 คนแรกของ ประเทศไทย (2009 NSTDA Chair Professor)
จาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2552 ณ ห้องเทเวศน์ ชั้น 2 อาคารหอประชุม สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

โดย สวทช. ร่วมกับ มูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และ เครือซีเมนต์ไทย
มอบทุน NSTDA Chair Professor ระยะเวลาต่อเนื่อง 5 ปี รวมจำนวนเงิน 20 ล้าน บาท ให้กับ
ศาสตราจารย์ ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล เพื่อศึกษาวิจัยในโครงการ “การออกแบบ และการผลิตวัสดุนาโน ที่เป็นประโยชน์อย่างสูงต่อ อุตสาหกรรม”
เน้นการศึกษาการออกแบบวัสดุ ที่มีโครงสร้างระดับนาโนเมตร และ ปัจจัยต่างๆ ต่อสมบัติทางกายภาพ และทางเคมีในโครงสร้างนั้น

โดยศึกษาวัสดุนาโนในกลุ่ม
– ตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีโครงสร้างระดับนาโนเมตร
– คาร์บอนที่มีรูพรุนระดับนาโนเมตรและคาร์บอนนาโนทิวบ์
– วัสดุผสมที่มีโครงสร้างระดับนาโนเมตรชนิดใหม่
– การผลิตอนุภาคนาโนด้วยเทคโนโลยีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ของสารละลายเหนือวิกฤต (Rapid Expansion of Supercritical Solutions)

โครงการ NSTDA Chair Professor เป็นทุนเพื่อการวิจัย ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency) หรือ งานวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ (Material Science)
โดยเปิดโอกาสให้นักวิจัยที่มีประสบการณ์สูง มีผลงานวิจัย สิทธิบัตร หรือผลงานตีพิมพ์ ในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ทำหน้าที่
“ศาสตราจารย์ผู้นำการวิจัย” สร้างสรรค์ผลงานวิจัย ที่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ อุตสาหกรรมไทย ซึ่งจะก่อให้เกิด ผลงานวิจัยและพัฒนา
ที่เป็นรูปธรรม สามารถตอบสนอง ความต้องการของ อุตสาหกรรมและสังคม ได้อย่างแท้จริง

อีกทั้งยังเป็นการสร้างองค์ความรู้ ที่เชื่อมโยงด้านวิชาการกับ ภาคการผลิต อีกด้วย


ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล เคยได้รับรางวัล
นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2541 สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช
จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
เมธีวิจัยอาวุโส สกว. ปี 2545 สาขาเคมี จาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง


จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 31 มีนาคม 2552 10:52 น.
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9520000036008
http://www.ku.ac.th/kunews/news52/4/nstda.html
http://chem.sci.ku.ac.th/modules/news/article.php?storyid=138


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

February 9, 2009

เที่ยวชม เทศกาลโคมไฟ (หยวนเซียว)

imageyuansieo00

ชาวจีนในย่านหมาเว่ย เมืภ??ฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยนภ?กมาเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นที่ด้านหน้าภ??คารไชน่า หลัวซิง ทาวเวภ??์ เมื่ภ??ันที่ 6 ก.พ.

ชาวจีนในย่านหมาเว่ย เมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยนออกมาเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นที่ด้านหน้าอาคารไชน่า หลัวซิง ทาวเวอร์ เมื่อวันที่ 6 ก.พ.


กินบัวลอย ชมโคมไฟ กับ เทศกาลหยวนเซียว

ชาวจีนในย่าน หมาเว่ย เมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน ออกมาเที่ยวชม เทศกาลโคมไฟ ครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นที่ ด้านหน้าอาคารไชน่า หลัวซิง ทาวเวอร์ เมื่อ วันที่ 6 ก.พ. 2552 โดยภายในงานมี โคมไฟรูปแบบต่างๆ กว่า 20,000 ผลงาน

ขณะเดียวกัน คืนวันเสาร์ที่ 7 ก.พ. 2552 ที่ เมืองซีหนิง มณฑลชิงไห่ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ของจีน ก็จัดงานได้ยิ่งใหญ่ ไม่แพ้กัน ถนนตลอดสาย มีการตกแต่งโคมไฟ รูปทรงต่างๆ มีประชาชนออกมา ชมโคมไฟ อย่างคึกคัก บ้างก็ถ่ายรูป อย่างสนุกสนาน

ทั้งนี้ เทศกาลหยวนเซียว เป็นเทศกาลเก่าแก่ อีกเทศกาลหนึ่ง ต่อจาก เทศกาลตรุษจีน ซึ่งตรงกับ วันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้าย ตามปฏิทินจันทรคติ ของจีน ซึ่งปีนี้ตรงกับ วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2552 และ

ในวันนี้ ชาวจีน จะนิยมกิน ขนมบัวลอยกัน ในครอบครัว และออกจากบ้าน มาชม การประดับโคมไฟ เพื่อความเป็น สิริมงคล ดังนั้น จึงมีการเรียก เทศกาลนี้ อีกอย่างว่า เทศกาลโคมไฟ

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 9 กุมภาพันธ์ 2552 13:48 น.
http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014140


พิมพ์ ข่าวนี้ กินบัวลอย ชมโคมไฟกับ เทศกาลหยวนเซียว


ที่เรียกว่า ขโมยผัก นั้นจริงๆ แล้วก็ใช่ว่าจะขโมยกันแบบเ�าเป็นเ�าตายจนเจ้าข�งสิ้นเนื้�ประดาตัว แต่จะขโมยกันแค่พ�เป็นพิธี พ�ห�มปากห�มค�เท่านั้น เพราะจุดประสงค์ข�งการขโมยที่แท้จริงแล้ว คื�การขโมยความโชคดี ความมีสิริมงคล มากกว่า

ที่เรียกว่า ขโมยผัก นั้นจริงๆ แล้วก็ใช่ว่าจะขโมยกันแบบเอาเป็นเอาตายจนเจ้าของสิ้นเนื้อประดาตัว แต่จะขโมยกันแค่พอเป็นพิธี พอหอมปากหอมคอเท่านั้น เพราะจุดประสงค์ของการขโมยที่แท้จริงแล้ว คือการขโมยความโชคดี ความมีสิริมงคล มากกว่า


อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้องต่อได้จาก

  • ASTV ผู้จัดการออนไลน์ หยวนเซียว : เทศกาลขโมยผัก
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 20 กุมภาพันธ์ 2551 20:10 น.
  • ASTV ผู้จัดการออนไลน์ – 2,000 ปี แห่ง ตำนาน เทศกาล หยวนเซียว
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 3 มีนาคม 2550 17:59 น.

  • ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    January 13, 2009

    ศาลรู้ทัน ไม่รับฟ้อง “อำนวย” กล่าวหา 9 ป.ป.ช.!

    Filed under: การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการศึกษา,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีอาญา,ความขัดแย้ง,ความรุนแรง,คำสั่งศาล,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ประวัติศาสตร์ไทย,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,องค์กรสิทธิมนุษยชน,อาชญากรรม — accomthailand @ 18:39
    Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

    ศาลรู้ทัน ไม่รับฟ้อง “อำนวย” กล่าวหา 9 ป.ป.ช. !

    พล.ต.ต.ภ??นวย นิ่มมะโน รภ?? ผบช.น.

    พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.


    ศาล ไม่รับฟ้อง “อำนวย นิ่มมะโน” ยื่นฟ้อง “ป.ป.ช.ทั้งคณะ” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตั้งอนุกรรมการไต่สวน กรณีปราบม็อบ บุกสภา 7 ต.ค. ไม่ชอบ เหตุคดีไม่ครบ องค์ประกอบ ความผิด ขณะที่ ทนายเตรียมยื่น อุทธรณ์ต่อ


    ศาลไม่รับฟ้อง “อำนวย นิ่มมะโน” ยื่นฟ้อง “ป.ป.ช.ทั้งคณะ” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตั้งอนุกรรมการ ไต่สวน กรณี ปราบม็อบบุกสภา 7 ต.ค.ไม่ชอบ เหตุคดีไม่ครบ องค์ประกอบความผิด ขณะที่ ทนายเตรียมยื่น อุทธรณ์ ต่อ

    วันนี้ (13 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ว่า เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา ศาลได้มีคำสั่ง ไม่รับฟ้อง คดีที่ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. มอบอำนาจให้ นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง

    นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน กรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช ),
    นายกล้านรงค์ จันทิก,
    นายใจเด็ด พรไชยา,
    นายประสาท พงษ์ศิวาภัย,
    นายภักดี โพธิศิริ,
    นายเมธี ครองแก้ว,
    นายวิชา มหาคุณ,
    นายวิชัย วิวิตเสวี และ
    น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล
    ซึ่งเป็น กรรมการ ป.ป.ช. เป็นจำเลย ที่ 1-9 ในความผิด ฐานเป็น เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือ ละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 157

    กรณีที่ ป.ป.ช. แต่งตั้ง อนุกรรมการไต่สวน การกระทำผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีสั่งให้ ตำรวจสลายการชุมนุม พื้นที่หน้าบริเวณรัฐสภา เมื่อ วันที่ 7 ต.ค. 51 ไม่ชอบ ไม่ยุติการไต่สวน ทั้งที่ ศาลอาญาได้รับฟ้อง คดีที่ นายสิทธิพร โพธิโสดา ยื่นฟ้อง

    นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น),
    พล.ต.อ.พัชรวาท ผบ.ตร.,
    พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.,
    พล.ต.ท.สุชาติ ผบช.น. และ
    พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.
    เป็น จำเลยที่ 1-5 ต่อ ศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.4142 /2551 ในความผิด ฐานเป็น เจ้าพนักงาน ร่วมกันใช้กำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สลาย การชุมนุม เป็นเหตุให้มี ผู้เสียชีวิต และ ได้รับบาดเจ็บแล้ว

    ซึ่งประเด็นเดียวกับ ข้อกล่าวหา ที่ ป.ป.ช.ไต่สวน ซึ่งตาม พ.ร.บ. ว่าด้วย การป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 86 บัญญัติ ห้ามไม่ให้ ป.ป.ช. รับคำกล่าวหา ที่เกี่ยวกับเรื่องที่ ศาลรับฟ้อง ในประเด็นเดียวกัน

    คดีนี้ โจทก์ยื่นฟ้อง เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งศาลได้นัด ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ในวันที่ 2 มี.ค.นี้ เวลา 13.30 น. อย่างไรก็ดี เมื่อศาลนำ คำฟ้อง มาตรวจพิจารณา แล้วเห็นว่า คดีไม่ครบองค์ประกอบความผิด จึงมีคำสั่ง ไม่รับฟ้อง และ งดการไต่สวนมูลฟ้อง ดังกล่าว

    ขณะที่ นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความโจทก์ กล่าวว่า เตรียมจะยื่น อุทธรณ์คดี ต่อไป

    แฉเล่ห์ “อำนวย” ล่าชื่อตำรวจ พวกแม้ว ถอด ป.ป.ช. ขวางสอบ 7 ตุลาเลือด

    แฉเล่ห์ฉ้อฉล “อำนวย” ส่งคนแสร้งฟ้องศาล สกัด ป.ป.ช.เชือดคดี 7 ตุลาเลือด

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
    13 มกราคม 2552 18:39 น.
    http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003854


    พิมพ์ ข่าวนี้ ศาลรู้ทัน ไม่รับฟ้อง “อำนวย” กล่าวหา 9 ป.ป.ช.!

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
    Next Page »

    Blog at WordPress.com.