Accom Thailand

May 19, 2009

ลองชิม สุนัขย่าง ดูหรือยัง? ฮานอย ปิดร้าน หมาย่าง 2 สัปดาห์ หลังอหิวาต์ระบาด


ฮานอย ปิดร้านหมาย่าง 2 สัปดาห์ หลังอหิวาต์ระบาด
พ่อค้าเนื้อสุนัข กำลังชั่ง ให้ลูกค้า ภาพถ่ายวันที่ 18 พ.ค.2552 แม้ทางการ จะสั่งปิด โรงชำแหละ ในเมืองหลวงไปแล้ว นับสิบแห่ง ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูใน กรุงฮานอย หยุดให้บริการ เป็นเวลา 15 วัน แต่ก็ยังมี เนื้อจำหน่าย ตามปกติ คนจำนวนมาก ไม่เชื่อว่า เนื้อสุนัข เป็นแหล่งแพร่ เชื้อบักเตเรีย ที่ทำให้ เกิดอหิวาตกโรค

พ่อค้าเนื้อสุนัข กำลังชั่ง ให้ลูกค้า ภาพถ่ายวันที่ 18 พ.ค.2552 แม้ทางการ จะสั่งปิด โรงชำแหละ ในเมืองหลวงไปแล้ว นับสิบแห่ง ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูใน กรุงฮานอย หยุดให้บริการ เป็นเวลา 15 วัน แต่ก็ยังมี เนื้อจำหน่าย ตามปกติ คนจำนวนมาก ไม่เชื่อว่า เนื้อสุนัข เป็นแหล่งแพร่ เชื้อบักเตเรีย ที่ทำให้ เกิดอหิวาตกโรค


ASTVผู้จัดการออนไลน์ – ลองชิม สุนัขย่าง ดูหรือยัง? แต่อย่าเพิ่งไป ในช่วงนี้ เพราะร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูจาก สุนัขทุกแห่งในเมืองหลวง ถูกปิดตาย อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลังจากเกิด อหิวาตกโรคระบาด และ พบผู้ป่วย ที่มีอาการท้องร่วง อย่างรุนแรง นับสิบราย


ในนครโฮจิมินห์ ร้านอาหารที่ เสิร์ฟเมนูสุนัข ยังคงเปิดให้บริการ และ ลูกค้ายังคับคั่ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงแม้ทางการ จะประกาศว่า พบเชื้อบักเตเรีย ชนิดที่เป็นสาเหตุ ทำให้เกิด อหิวาตกโรค ใน เนื้อสุนัข และใน ผัก เช่นเดียวกัน

ส่วนในเมืองหลวง กรุงฮานอย ทางการ ได้สั่งเจ้าหน้าที่อนามัย ลงตรวจสอบ ร้านชำแหละ สุนัขทุกแห่ง ในเขต อ.ห่าดง (Ha Dong) หลังจาก ตรวจพบ เชื้ออหิวาต์ ในเนื้อ ที่จำหน่ายทั่วไป รวมทั้ง ให้ปิด ร้านอาหารทุกแห่ง ทั่วอาณาบริเวณนิคม เพื่อฉีดพ่น สารคลอรามินบี (Cloramin B) กำจัดทำลายเชื้อ ทั้งนี้ เป็นการเปิดเผยของ นายด่าววันบี่ง (Dao Van Binh) รองประธาน คณะกรรมการ ประชาชน ฮานอย

ตามรายงาน ที่ตีพิมพ์บน เว็บไซต์ของ พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เมื่อวันจันทร์ (18 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ สถาบันอนามัย และ การแพร่ระบาดแห่งชาติ (National Institute of Hygiene and Epidemiology) กับ ศูนย์ป้องกัน เวชศาสตร์ กรุงฮานอย ได้ลงตรวจตัวอย่าง เนื้อของสุนัข ในตลาดย่านเดืองโนย (Duong Noi) ระหว่าง วันที่ 7-8 พ.ค. และได้พบ การติดเชื้ออหิวา ดังกล่าว

โรงชำแหละสุนัข ในย่านเดืองโนย ส่งเนื้อไปจำหน่าย ในย่านต่างๆ ทั่ว กรุงฮานอย รวมทั้ง ร้านอาหารต่างๆ ในย่าน ถนนฮั่งเทิน (Hang Than) หว่างมาย (Hoang Mai) เญิตเติ่น (Nhat Tan) ซวนดี่ง (Xuan Dinh) และ เกอเญ้ (Co Nhue)

พ่อค้า ยืนอยู่หลังโต๊ะ ที่แขวนสุนัขย่าง 2 ตัว รอลูกค้า ภาพถ่าย วันที่ 18 พ.ค.2552 ซึ่งทางการ กรุงฮานอย ประกาศปิด โรงชำแหละนับสิบแห่ง แต่สื่อของทางการ กล่าวว่า ตามร้าน และ ตามแผง ในหลายย่าน ยังมีเนื้อสุนัข จำหน่ายตามปกติ

พ่อค้า ยืนอยู่หลังโต๊ะ ที่แขวนสุนัขย่าง 2 ตัว รอลูกค้า ภาพถ่าย วันที่ 18 พ.ค.2552 ซึ่งทางการ กรุงฮานอย ประกาศปิด โรงชำแหละนับสิบแห่ง แต่สื่อของทางการ กล่าวว่า ตามร้าน และ ตามแผง ในหลายย่าน ยังมีเนื้อสุนัข จำหน่ายตามปกติ

แม้ว่าโรงชำแหละ จะปิดลงชั่วคราวแล้ว ก็ยังมีผู้ค้าเนื้อสุนัข ค้าขายอยู่ต่อไป แต่สำนักข่าวเวียดนามเน็ต รายงานขณะเดียวกัน ร้านอาหาร ที่มีชื่อเสียง หลายแห่ง ที่เสิร์ฟเมนูเนื้อสุนัข ในย่านถนนเญิตเติ่น ได้ปิดลง โดยปริยาย เนื่องจากไม่มีลูกค้า

ภัตตาคารยอดนิยมในย่านอื่น เช่น เติ่นหมึก (Tran Muc) และ ห่าแบ๋ว (Ha Beo) แม้จะยังเสิร์ฟ เมนูอื่นๆ ต่อไป แต่ก็ดูเงียบงัน

จนถึงวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา โรงพยาบาล ต่างๆ ใน 11 จังหวัด กับ นครในภาคเหนือ รับผู้ป่วยท้องร่วงอย่างรุนแรง เข้ารับการรักษาแล้ว จำนวน 540 คน ในนั้่น มี 53 ราย ตรวจพบ เชื้ออหิวาตกโรค รวมทั้งใน นครหายฟ่อง (Hai Phong) นามดี่ง (Nam Dinh) บั๊กนีง (Bac Ninh) กว๋างนีง (Quang Ninh) และ จ.แทงฮว้า (Thanh Hoa) ในภาคกลาง ตอนบน แต่หลายคน ก็ยังไม่เชื่อว่า เนื้อสุนัข เป็นบ่อเกิดแห่ง การแพร่ระบาดของ อหิวาตกโรค

“ชาวฮานอย นับพันๆ คน รับประทาน เนื้อสุนัข ถ้าเนื้อ มีเชื้อบักเตเรีย ทำไมจึงมี ผู้ป่วยเพียงไม่กี่คน?” นายเกือง เจ้าของ โรงชำแหละเนื้อสุนัข เตี๋ยนเกือง (Tien Cuong) ตั้งคำถาม ที่นี่ ซื้อสุนัข ไปจาก จ.หายซเวือง (Hai Duong) และ จังหวัดอื่นๆ รอบๆ กรุงฮานอย


เวียดนามเน็ต กล่าวว่า สถานการณ์ใน นครโฮจิมินห์ ต่างไปจากใน ฮานอย ร้านอาหารเมนูสุนัข นครใหญ่ทางภาคใต้ ยังคลาคล่ำ ด้วยลูกค้าตามปกติ แม้จะมีการตรวจพบ บักเตเรีย ทั้งใน เนื้อ และ ใน ผัก ที่รับประทานร่วมกับ เนื้อสุนัข ก็ตาม

แต่ละวัน ตั้งแต่เช้าตรู่ จนถึง 4 ทุ่ม ร้านจำหน่ายเนื้อสุนัข ที่ถนนฝั่มวันหาย (Pham Van Hai) ในท้องที่ อ.เติ่นบี่ง (Tan Binh) จำหน่ายได้วันละ นับร้อยกิโลกรัม ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูสุนัข ที่ถนนแก๊กมางถั่งเติม (Cach Mang Thang Tam) และ ที่ถนนกงกวีง (Cong Quynh) ยังมีลูกค้าหนาแน่น ตามปกติ ลูกค้าประจำ ที่นั่นยังคงเป็น กลุ่มนักศึกษา และเยาวชน ทั่วไป

นายเหวียนวันมีง (Nguyen Van Minh) สมาชิกสภาประชาชนโฮจิมินห์ กล่าวว่า ที่นั่น ไม่เคยอนุญาต ให้เปิดโรงชำแหละสุนัข แต่ก็มีเนื้อจำหน่าย เป็นปกติ และยังไม่สามารถ ควบคุมได้ ผู้บริโภค ต้องระวัง ในการซื้อหา ไปประกอบอาหาร

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 15:48 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ ฮานอย ปิดร้านหมาย่าง 2 สัปดาห์ หลังอหิวาต์ระบาด



อ่านข่าว และ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ จากที่นี่

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

May 9, 2009

ฮ่องกง ให้ แขก และ เจ้าหน้าที่เกือบ 300 คน ที่ถูกกักบริเวณ ในโรงเแรม ออกจาก ที่พักแล้ว ในวันศุกร์(8)


ฮ่องกง คืนอิสรภาพให้ แขกที่ถูกกัก ในโรงแรมจาก พิษหวัดสายพันธุ์ใหม่

แขกและเจ้าหน้าที่ของโรงแรม เฝ้ารอเวลา ที่จะได้ออกมาสูดอากาศภายนอก หลังถูกกักไว้นานกว่า 1 สัปดาห

แขกและเจ้าหน้าที่ของโรงแรม เฝ้ารอเวลา ที่จะได้ออกมาสูดอากาศภายนอก หลังถูกกักไว้นานกว่า 1 สัปดาห


Click to see Video คลิกดูคลิปที่นี่ หรือ บนรูป

China eases quarantine
China is lifting the flu quarantine by stages on visitors detained in Beijing and Hong Kong.
(c) Canwest Publishing

เอเอฟพี – แขก และ เจ้าหน้าที่มากกว่า 280 คน ที่ถูกกักบริเวณ ในโรงเแรมของ ฮ่องกง เนื่องจาก ความกังวลเกี่ยวกับ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ได้รับ อนุญาติ ให้ออกจาก ที่พักแล้ว ในวันศุกร์(8) ผู้สื่อข่าว เอเอฟพี และ พยานบอก

พวกเขาถูกกักตัวไว้ ภายใน โรงแรมเมโทรปาร์ก ตั้งแต่วันศุกร์ ที่แล้ว(1) หลังจาก ผู้เข้าพักโรงแรม รายหนึ่ง ซึ่งเป็น ชาวเม็กซิกัน ถูกตรวจพบว่า ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ เอช1 เอ็น1

บรรดาแขกต่างรุดออกมา ตามท้องถนน หลังประตู ของโรงแรม ถูกเปิดออก ณ เวลา 18.30 น.(ตรงกับเมืองไทย 19.30 น.) และ เผชิญกับ กำแพงผู้สื่อข่าว และ ช่างภาพ หลายร้อยชีวิต ที่เบียดเสียดกัน หาตำแหน่งถ่ายภาพ หรือ สัมภาษณ์ที่ดีที่สุด โดยในนั้น จำนวนมาก ต่างมาถึง ก่อนเวลาหลายชั่วโมง เพื่อรอถ่ายภาพ และ คุยกับแขก และ เจ้าหน้าที่ ของโรงแรม ที่ได้รับอิสรภาพ อีกครั้ง

“มันมหัศจรรย์มาก ที่ได้สูดอากาศสดชื่น” ชาย ชาวโปรตุเกส รายหนึ่ง ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ กล่าว ขณะที่เดินออกจาก โรงแรม ขณะที่ แขกเกือบทั้งหมด เร่งรีบขึ้น รถบัส เพื่อไปยัง สนามบิน หรือ โรงแรมอื่น ที่อยู่ใกล้เคียง

ส่วนผู้หญิงรายหนึ่ง ที่อยู่ในกลุ่ม ซึ่งปรากฎตัว ออกจาก โรงแรมเมโทรปาร์ก กล่าวว่า เธอกำลังจะไปฉลองที่ ร้านสตาร์บัคส์ ขณะที่ ฉี เวนจิง ล่ามวัย 26 ปี บอกว่า เธอแทบรอไม่ไหว ที่จะได้กลับไป เซียงไฮ้ เจอหน้าสามี และ ลูกชายวัย 3 ขวบ

“ฉันจะเดินทางกลับบ้านเร็วที่สุด เท่าที่เป็นไปได้ใน วันเสาร์(9) – ครอบครัว เป็นห่วงฉันมาก” ฉี บอก โดยเธอเป็น พนักงานบริษัทการค้า แห่งหนึ่ง ของ ฝรั่งเศส ใน ฮ่องกง
“ฉันต้องห่าง จากลูก เป็นเวลา 10 วัน แล้ว เราคุยกัน ผ่านเว็บแคม ทุกวัน และ เขาถามฉันเสมอว่า ทำไม แม่ยังไม่กลับบ้าน”

รัฐบาลฮ่องกง กล่าวขอโทษ ต่อแขก สำหรับ ความไม่สะดวกครั้งนี้ อีกครั้ง ความยากลำบาก ของผู้พัก ที่ก่อเสียงตำหน จากบางส่วน ที่มองว่า เป็นปฏิริยา ตอบรับ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ ที่มากเกินไป แต่ เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า มันคือสิ่งจำเป็น เพื่อปกป้อง การแพร่ระบาด ของ เชื้อไวรัส

นายไอร์แลนด์ แขกรายหนึ่ง บอกกับ เอเอฟพี หลังได้รับอิสรภาพว่า “ผมคิดว่า ผู้คนอาจรู้สึกว่า มันมากเกินไป แต่รัฐบาล ก็จำเป็นต้องทำ ในสิ่งที่ควรทำ”

รัฐมนตรีสาธารณสุข ของ ฮ่องกง กล่าวว่า “ผมมั่นใจว่า ทุกคนรู้สึกว่า ฮ่องกงได้ผ่าน บททดสอบแรก และ เราสามารถหายใจ ได้เต็มปอดขึ้น”

ด้าน ชายชาวเม็กซิโก ผู้มีเชื้อไวรัส และ อีก 3 คน ที่เดินทางมา พร้อมกับเขา ยังคงมี อาการปกติ ตลอดทั้งสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เขาจะถูกปล่อยตัว ออกมา เมื่อไหร่

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 9 พฤษภาคม 2552 00:44 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000051690


พิมพ์ ข่าวนี้ ฮ่องกง คืนอิสรภาพให้แขก ที่ถูกกัก ในโรงแรมจาก พิษหวัดสายพันธุ์ใหม่


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

January 12, 2009

ในการประชุมอาเซียน จะไม่นำปัญหาปราสาทพระวิหาร มาคุยเพราะเป็นเรื่อง ทวิภาคี


“มาร์ค” เตรียมประท้วง กัมพูชา สร้างถนน ขึ้นเขาพระวิหาร


นายกฯ หวัง กัมพูชา มีสปิริต ไม่นำปัญหาปราสาทพระวิหาร มาพูดคุย ในการประชุมอาเซียน เพราะเป็นเรื่อง ทวิภาคี เตรียมทำบันทึก ทักท้วง กรณี กัมพูชา สร้างถนนขึ้นเขาพระวิหาร ขัดเอ็มโอยูปี 43 ที่ห้ามทั้งสองฝ่าย ปรับพื้นที่


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี มีรายงานข่าวว่า ทางกัมพูชาไม่สบายใจ กับ จุดยืน รัฐบาลไทย ที่ต้องการให้ จดทะเบียน เขาพระวิหาร เป็นมรดกโลกร่วมกัน และ อาจจะนำเหตุนี้ มาป่วน ในการประชุมอาเซียน
ปราสาทพระวิหาร

ปราสาทพระวิหาร


ที่ ไทย จะเป็นเจ้าภาพ ว่า คิดว่าคงไม่เป็นอย่างนั้น เพราะ สมาชิกอาเซียน จะคำนึงถึงสปิริต ของ อาเซียน นั่นคือ เราต้องการเป็น ประชาคม เดียวกัน การเป็นเพื่อนบ้านกัน แล้วมีปัญหา มันเป็นเรื่องปกติมาก ทุกประเทศ ที่มีพรมแดนติดกัน ก็ต้องกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่เราจะไม่เอาปัญหา ทวิภาคี มาทำให้งาน ของกลุ่มเสียไป

ส่วนการที่ กัมพูชา ดำเนินการก่อสร้างถนน เข้าไปสู่ทางเข้า ปราสาทพระวิหาร นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้รับทราบแล้ว และ คงเป็นส่วนหนึ่ง ที่จะต้อง พิจารณา เพราะบันทึกความเข้าใจ เรื่องการปักปันเขตแดน ระหว่างไทยกับกัมพูชา เมื่อปี 2543 ได้เขียนชัดว่า ทั้ง 2 ฝ่าย ต้องไม่มี การปรับสภาพพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลต่อเรื่อง สิทธิและเสรีภาพ

เมื่อถามว่าไทยจะต้องมี การประท้วง หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไทย เคยประท้วง กัมพูชา ไปหลายครั้ง แต่ถ้ามีเหตุการณ์ใหม่ ก็ต้องทำบันทึกไป อีกครั้ง

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ ทางกัมพูชา ได้จ้าง ประเทศจีน มาสร้างถนน เข้าปราสาทเขาพระวิหาร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาได้รับความช่วยเหลืออยู่บ้าง ซึ่งตนเข้าใจว่า ในช่วงหนึ่ง ได้ระงับไป ซึ่งเราต้องมาตรวจสถานะกันอีกครั้ง

ต่อข้อถามที่ว่า ถ้ากัมพูชาแยกเรื่องไม่ออก และ นำเรื่องทวิภาคีนี้ มาปะปน กับ เวทีการประชุมอาเซียน จะทำอย่างไร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่เชื่อว่า จะเป็นอย่างนั้น เพราะ นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีประสบการณ์สูง และ มีบทบาท ในอาเซียน มาโดยตลอด ท่านจึง ไม่น่าจะทำเช่นนั้น

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึง การหารือ กับ สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรี ประเทศกัมพูชา ผ่านโทรศัพท์ว่า เป็นการคุย เรื่องประชุมอาเซียน เท่านั้น โดยทาง กัมพูชา เสนอว่า จะรวมประชุมไปรอบเดียวหรือไม่

เราชี้ให้เห็นว่า ปัญหาอยู่ที่ว่า อีก 6 ประเทศ นั้น ไม่สะดวก ในช่วงเดือน มี.ค. เลย จึงจะทำให้ทุกอย่างล่าช้า พอเดือน เม.ย. ก็จะมีประเด็นภายใน อีกหลายประเทศ ทำให้ รัฐบาล จะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

หลังจากนั้น เรา และ ประเทศเพื่อนบ้าน ก็ติดงานสงกรานต์ ดังนั้น ถ้าเราไปรอถึง ปลาย เม.ย. ข้อตกลง ที่จะทำให้เราเดินหน้า ในการสร้างประชาคม อาเซียน จะล่าช้าออกไป ส่วนปลายเดือน เม.ย. ก็จะเป็นเรื่อง การลงนาม ข้อตกลง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
12 มกราคม 2552 05:03 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000002942


พิมพ์ ข่าวนี้ “มาร์ค” เตรียมประท้วงกัมพูชาสร้างถนนขึ้นเขาพระวิหาร

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 23, 2008

ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ต (Hagupit) ถล่มเวียดนาม ลาวไทยอ่วมแน่


หายนะมาอีก “ฮาจูปิ๊ต” ถล่มเวียดนามลาวไทยอ่วมแน่


ดักหัวลงสู่ แขวงพงสาลี – หลวงน้ำทา ในภาคเหนือลาว ในอีกสองวันข้างหน้า คาดว่าจะทำให้ เกิดฝนตกหนัก และเกิดอุทกภัย อีกรอบหนึ่ง คล้าย พายุกัมมูริ เมื่อเดือนที่แล้ว (ภาพ: TSR)


ผู้จัดการออนไลน์ — ไต้ฝุ่น ฮาจูปิ๊ต (Hagupit) ได้อ่อนกำลังลงใน เช้าวันอังคาร (23 ก.ย.) หลังอาละวาดใน มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ มา 3 วัน กับ 15 ชั่วโมง และ กลายเป็น พายุโซนร้อน ที่ยังมีพลานุภาพ ที่จะทำเกิด ฝนตกหนัก ในภาคเหนือเวียดนาม มณฑลหยุนหนัน ของจีน ภาคเหนือของไทย และ ในลาวภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 24-28 ก.ย.นี้


ตามการพยากรณ์ของ ศูนย์อุตุนิยมวิทยา หลายแห่ง ในเขตแปซิฟิก เส้นทางเคลื่อนที่ของ พายุฮาจูปิ๊ต จะพาดผ่าน ภาคตะวันออก ของ จีน มุ่งตะวันตก ก่อนจะหักหัวลง เข้าสู่ ภาคเหนือเวียดนาม และ ลาว ไม่ต่างกับ เส้นทางของ พายุโซนร้อน กัมมูริ (kammuri) ที่ทำให้ เกิดฝนตกหนัก ในประเทศแถบนี้ เดือนที่แล้ว


พายุ กัมมูริ ทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลับ น้ำป่าไหลหลาก ในเวียดนาม มีผู้เสียชีวิตราว 130 คน อีกราว 30 คน ยังสูญหาย พายุ ลูกนี้ยัง ทำให้ เกิดฝนตกหนักใน ภาคเหนือลาว และ ไทย ลำน้ำสายต่างๆ ไหลเอ่อ ขึ้นท่วมสองฝั่ง ระดับน้ำใน ลำน้ำโขง ที่ นครเวียงจันทน์ สูงที่สุด ในรอบกว่า 40 ปี สร้างความเสียหายให้ นาข้าว เกือบล้านไร่ มีผู้เสียชีวิต อย่างน้อย 4 คน


ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ตมาไกล ..อ่อนแรงลง แต่ยังทรงพลานุภาพ และแผ่อิทธิพล ทั่วอาณาบริเวณตอนเหนือของ อนุภูมิภาค (ภาพ: TSR)


ไต้ฝุ่น ฮาจูปิ๊ต ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน ใน ฟิลิปปินส์ ก่อนจะเข้าอาละวาดที่ เกาะไต้หวัน และ เข้าไปอ่อนแรง ในภาคใต้ของจีน ในคืน วันจันทร์


ศูนย์อุตุนิยมวิทยา และ อุทกศาสตร์แห่งชาติ เวียดนาม ได้ออกเตือน ในเช้าตรู่ วันอังคาร ระบุว่า พายุฮาจูปิ๊ต ขนาด 14 บนมาตราโบฟอร์ต (Beaufort Scale) ได้เคลื่อนตัว ด้วยความเร็ว ลม 150-166 กม./ชม. จะเข้าถึง ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ของจีน ในวันพุธ และ จะเคลื่อนไปใน แนว ตะวันตก ในช่วง วันสองวัน ข้างหน้า


เวลาประมาณ 16.00 น. วันพฤหัสบดี ศูนย์กลางของ ฮาจูปิ๊ต ซึ่งคาดว่าจะมี ความเร็วลม 62-88 กม./ชม. จะพัดผ่านจังหวัด ทางภาคเหนือเวียดนาม ซึ่งจะทำให้ เกิดฝนตกหนัก และฝนตกปานกลาง ในพื้นที่ ใต้ลงไป


อย่างไรก็ตาม คาดว่า อิทธิพลของ พายุฮาจูปิ๊ต จะทำให้เกิดฝนตกใน ภาคเหนือเวียดนาม ตั้งแต่ เย็นวันอังคาร นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ เป็นรายงานของ หนังสือพิมพ์ แท็งเนียน


ศูนย์อุตุนิยมวิทยา และ อุทกศาสตร์ ได้เตือนให้ ทางการจังหวัดต่างๆ ทางตอนเหนือ ระวังการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และ เกิดน้ำท่วม จะกินที่ อาณาบริเวณกว้าง ซ้ำรอย พายุกัมมูริ


ภาพถ่าย อินฟราเรดจาก ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา แสดงศูนย์กลางของ ไต้ฝุ่นฮาจูปิ๊ต หลังพัดถล่มเ กาะลูซอนของ ฟิลิปปินส์ ตอนเช้าตรู่ วันจันทร์ (ภาพ: TSR)


คณะกรรมการแห่งชาติ กำกับดูแล การกู้ภัยจาก พายุและ อุทกภัย ได้แจ้งให้ เจ้าของเรือหาปลา ทุกลำ แจ้งเตือนไปยัง เรือหาปลา ทุกลำ ใน ทะเลจีนใต้ ให้กลับเข้าสู่ฝั่ง หรือ หาที่กำบัง คลื่นลมแรง อันเกิดจาก อิทธิพล พายุฮาจูปิ๊ต


คณะกรรมการ ยังแจ้งเตือน ไปยัง ชาวนา และ เกษตรกร ในเขตเสี่ยงภัยต่างๆ ให้เร่ง เก็บเกี่ยวพืชผล เตือนไปยัง ทางการท้องถิ่น ที่เสี่ยงภัย ให้ อพยพราษฎร ออกจากเขต แม่น้ำลำคลอง เพื่อป้องกัน เหตุร้าย เหตุด่วน อันอาจจะเกิดจาก พายุลูกนี้


หมายเหตุ: Hagupit (ฮาจูปิ๊ต) เป็นภาษา ตากาล๊อก (Tagalog) ภาษาพื้นเมืองฟิลิปินส์ มีความหมายว่า ขันที, ผู้ชาย ที่ถูกตอน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
23 กันยายน 2551 15:19 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000112815


พิมพ์ ข่าวนี้ หายนะมาอีก “ฮาจูปิ๊ต” ถล่มเวียดนามลาวไทยอ่วมแน่


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

June 4, 2008

เกาหลีใต้เสนอที่จะจัดส่งข้าวโพดจำนวน 5 หมื่นตันไปให้แก่เกาหลีเหนือ

เกาหลีใต้ต้องการที่จะจัดส่งข้าวโพดจำนวน 5 หมื่นตันไปให้แก่เกาหลีเหนือ เพื่อเป็น ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม หลังเกาหลีเหนือ เผชิญกับความอดอยาก

แม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองเกาหลี จะอยู่ในภาวะตึงเครียด โดยนายคิม ฮา-จูง รัฐมนตรีกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ กล่าวว่าเขา ได้เสนอให้เกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ หารือกันเกี่ยวกับ การให้ความช่วยเหลือด้านอาหารเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบจากเกาหลีเหนือ

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 22, 2008

ผู้นำติมอร์เลสเต้มีความมั่นใจในอนาคตของประเทศ

ประธานาธิบดีโจเซ่ รามอส ฮอร์ต้า ของติมอร์เลสเตมีความมั่นใจในอนาคตของประเทศ แม้ว่าติมอร์เลสเต้จะต้องเผชิญหน้ากับความยากจนและความไม่ไว้วางใจต่อกันและ กัน หลังจากเกิดการโจมตีของฝ่ายกบฏเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ประธานาธิบดีรามอส ฮอร์ต้า เกือบจะต้องเสียชีวิต การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และทำให้เกิดความเกรงกลัวกันว่าติมอร์เลสเต้อาจจะกลับไปสู่สภาวะการของการ ก่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2549 ได้

นายกรัฐมนตรี ขอบคุณในการต้อนรับ อย่างอบอุ่นจาก ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฟิลิปปินส์

นายกรัฐมนตรี เยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ เพื่อหารือความร่วมมือ เรื่องการค้าการลงทุน และด้านการทหาร ขณะที่ฟิลิปปินส์ เตรียมหารือเรื่องข้าวกับประเทศไทย

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคมนี้ ตามคำเชิญของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพื่อแนะนำตัวในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ และสร้างความคุ้นเคยระหว่างผู้นำ โดยมีกำหนดการสำคัญในการเยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์เบื้องต้น ได้แก่

การร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ที่มาลาคันยัง หรือ ทำเนียบประธานาธิบดี หารือข้อราชการ กับประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ วางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ริซาล ซึ่งเป็นที่รำลึกถึง นายโฮเซ ริซาล วีรบุรุษชาวฟิลิปปินส์ ที่ปลดปล่อยฟิลิปปินส์จากอาณานิคมสเปน และ ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งประธานาธิบดีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี และคณะ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะถือโอกาสนี้ ในการพบกับ ทีมประเทศไทย และชุมชนไทย ในฟิลิปปินส์

โดยการหารือข้อราชการกับ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ฝ่ายไทย จะให้ความสำคัญในการหารือเรื่องการจัดกิจกรรม เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาส ครบรอบ 60 ปี ของการสถาปนา ความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2552 การส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน รวมทั้งด้านพลังงาน และความร่วมมือด้านการทหาร

ตลอดจนความร่วมมือในกรอบอาเซียน ซึ่งไทยจะได้รับตำแหน่งประธานอาเซียนในเดือนกรกฎาคม 2551 และเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนธันวาคม

นายกรัฐมนตรี เยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่ 8 ในกลุ่มอาเซียน พร้อมเตรียมหารือกับ ผู้นำฟิลิปปินส์ เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ และตามกรอบอาเซียน ขณะที่ฟิลิปปินส์ยังคงต้องการเดินหน้าซื้อข้าวจากประเทศไทย

พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเดินทาง เยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการของ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคมนี้ว่า เพื่อเป็นการแนะนำตัวในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ การสร้างความคุ้นเคยระหว่างผู้นำ และกระชับความสัมพันธ์อันดีที่มีมายาวนาน ซึ่งจะครบรอบ 60 ปี ในปี 2552 นี้

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะหารือกับนางกอเรีย มากาปาเกา อาโรโย ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ หัวข้อสำคัญ คือ การเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 60 ปี ภายใต้แผนปฏิบัติการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ในปี 2551-2553 นอกจากนั้นจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านความมั่นคง กรณีเกาะมินดาเนาของฟิลิปปินส์ และปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย, นอกจากนี้คือเรื่องการค้าการลงทุน, ความร่วมมือด้านพลังงาน, การที่ฟิลิปปินส์สนใจจะเจรจาซื้อข้าวจากไทย รวมทั้งความร่วมมืออื่นๆ ตามกรอบของอาเซียน

“ไทยกับฟิลิปปินส์ ในปี 2550 มีการลงทุนการค้าประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบการค้ากว่า 750 ดอลลาร์สหรัฐ ก็ต้องการที่จะให้ประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนการลงทุน และอยากให้ฟิลิปปินส์มาลงทุนในไทยมากขึ้น ที่สำคัญคือ ความร่วมมือกันในเรื่องพลังงาน

โดยจะเชิญหน่วยงานในฟิลิปปินส์มาดูงานที่ ปตท. และ ปตท.สผ. และจะมีการลงนาม เอ็มโอยู ระหว่าง 2 ประเทศ ในเรื่องโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ 3 สาย

และสุดท้ายคือ เรื่องข้าว ที่ฟิลิปปินส์ สนใจที่จะซื้อข้าวจากประเทศไทย เคยมีการเจรจากันแล้ว โดยฟิลิปปินส์ ต้องการซื้อแบบ จีทูจี แต่กฎหมายไทยทำไม่ได้

ดังนั้นจะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเป็นฝ่ายประสานงานกับผู้ส่งออกข้าวไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อข้าวจากไทย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกในขณะนี้” พล.ต.ท.วิเชียรโชติ กล่าว

ด้านนายธฤต จรุงวัฒน์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี จะวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ริซาล ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงนายโฮเซ ริซาล วีรบุรุษชาวฟิลิปปินส์ ที่ปลดปล่อยฟิลิปปินส์จากอาณานิคมสเปน และร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและคณะ รวมทั้งการพบกับทีมประเทศไทยและชุมชนไทยในฟิลิปปินส์ด้วย

นายกรัฐมนตรีขอบคุณในการต้อนรับ อย่างอบอุ่นจากประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ขณะที่ ไทยและฟิลิปปินส์ได้ข้อสรุปจะร่วมมือกันประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว รวมทั้งการเพิ่มมูลค่าทางการค้าและการลงทุน ระหว่างสองประเทศ

การเยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการของเมื่อวานนี้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีได้พบปะหารือข้อราชการกับนางกอเรีย มาคาร์ปากัล อาโรโย่ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ที่ทำเนียบประธานาธิบดี ในการนี้นายกรัฐมนตรีเห็นว่า ควรมีการปรับเพิ่มเที่ยวบิน ระหว่างทั้งสองประเทศให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความ ต้องการผู้โดยสาร อีกทั้งจะช่วยส่งเสริมให้เกิด มูลค่าทางด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวด้วย

ขณะที่ ฟิลิปปินส์ ยืนยันจะซื้อข้าวจากไทย และจะร่วมกันประชาสัมพันธ์ ด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการเพิ่มมูลค่าทางการค้า และการลงทุนระว่หางกัน

หลังจากนั้น ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้เลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายกรัฐมนตรีและคณะ ซึ่งนายกรัฐมนตรีใช้โอกาสนี้ กล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง สำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น พร้อมเชิญชวนฟิลิปปินส์ร่วมกลุ่มประชุมอาเซียน ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในปีนี้ และตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกัน ซึ่งไทยจะเฝ้ารอการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 60 ปี ในปี 2552

สำหรับภารกิจนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายจะพบปะกับผู้แทนสถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ หรือไออาร์อาร์ไอ ที่โรงแรมดุสิตธานีมนิลา วึ่งเป็นที่พักและเดินทางไปยังทาเนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงมนิลา เพื่อพบปะกับเอกอัครราชทูตและคณะเจ้าหน้าที่สถานทูต

May 19, 2008

เกิดพายุพัดกระหน่ำพื้นที่ทางภาคเหนือของอินเดียเสียชีวิต 13 คน

เจ้าหน้าที่อินเดียกล่าวว่าพายุที่พัดเข้ากระหน่ำรัฐฮาร์ยานา ทางภาคเหนือของอินเดียเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้บ้านหลังหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างในเมืองกูร์เกาน์พังถล่ม ลงมา มีคนงานเสียชีวิต 13 คนและอีก 16 คนได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยผู้เคราะห์ร้ายทั้งหมดอาศัยอยู่ในกระท่อมบริเวณใกล้เขตก่อสร้าง

ฟิลิปปินส์ ต้องการที่จะเจรจาโดยตรง กับกลุ่มกบฏมุสลิมที่ใหญ่ที่สุด

นายพลโรดอลโฟ การ์เซีย หัวหน้าผู้แทนการเจรจาของรัฐบาลฟิลิปปินส์เปิดเผยวันนี้ว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์ต้องการที่จะเจรจาติดต่อโดยตรงกับขบวนการกู้อิสรภาพอิสลามิ กโมโร หรือเอ็มไอแอลเอฟ. ซึ่งเป็นกลุ่มกบฏมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์เพื่อหาทางยุติความขัดแย้ง ในพื้นที่ทางใต้ที่เกิดขึ้นมานานเกือบ 40 ปี หลังจากที่มาเลเซียเป็นผู้เจรจาไกล่เกลี่ยสันติภาพระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มกบฏ มาตั้งแต่ปี 2544 แต่มาเลเซียได้เริ่มถอนเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์สันติภาพในภาคใต้ของ ฟิลิปปินส์แล้วเพราะการเจรจาไม่มีความคืบหน้า

คาดว่า แผ่นดินไหวที่ เกาะสุมาตรา ไม่กระทบไทย

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ รายงานว่า เมื่อเวลา 21.26 น. แผ่นดินไหวบนบกบริเวณเกาะสุมาตรา ขนาด 6.2 ริกเตอร์ ศูนย์กลาง 485 กม. ห่างจาก อ.เบตง จ.ยะลา คาดว่าไม่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน และให้ติดตามข้อมูลจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โทรศัพท์ 1860 หรือ www.ndwc.or.th

กรมอุตุนิยมวิทยาตรวจพบว่าเกิดแผ่นดินไหว เวลา 21.27 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 2551 ที่เกาะสุมาตราตอนเหนือ (ละติจูด 2.1 N, ลองติจูด 99.4E) ห่างจากเกาะภูเก็ตไปทางทิศใต้ระยะทางประมาณ 700 กม. ขนาด 6.3 ริคเตอร์ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย

เกิดแผ่นดินไหวบนเกาะสุมาตราของ อินโดนีเซีย แต่ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือความเสียหาย รวมทั้งไม่มีการประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ

สำนักงาน สำรวจธรณีวิทยา ของสหรัฐ รายงานว่า แผ่นดินไหววัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.9 ริคเตอร์ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.26 น.ตามเวลาในท้องถิ่น ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับประเทศไทย พื้นที่เกิดแผ่นดินไหว อยู่ทางเหนือของเกาะสุมาตรา ห่างจากเขตซิโบลกาไปทาง ตะวันออก 43 กิโลเมตร และลึกประมาณ 10 กิโลเมตร

ขณะที่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาอินโดนีเซีย รายงานว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหว อยู่ในดินแดนตอนใน ใกล้เขตตารูตุง และมีความเป็นไปได้ ที่จะเกิดความเสียหายด้วย เพราะระดับของแรงสั่นสะเทือนค่อนข้างสูง และศูนย์กลางไม่ลึกมาก

Next Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.