Accom Thailand

May 20, 2009

ลด ละ เลิกบุหรี่ ร่วมงาน “5 ภารกิจ พิชิตบุหรี่” เนื่องในวัน งดสูบบุหรี่โลก


โรงพยาบาลกรุงเทพ ขอเชิญผู้ที่รักสุขภาพ และ ผู้ที่สนใจ
ลด ละ เลิกบุหรี่
ร่วมงาน “5 ภารกิจ พิชิตบุหรี่”
เนื่องในวัน งดสูบบุหรี่โลก

ร่วมฟังสัมมนาเรื่อง

ภัยจากบุหรี่ที่เราไม่ได้สูบ

ภัยจากบุหรี่ที่เราไม่ได้สูบ


“ภัยจากบุหรี่ที่เราไม่ได้สูบ”
“ใครกันแน่เสี่ยง มะเร็งปอด” และ
“สูบบุหรี่ ดีจริงหรือ”

พร้อมทั้งกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย อาทิ
ร่วมยืดเส้นสาย ขยายปอด โดยนักกายภาพ บำบัดโรคทรวงอก ชมกลวิธี การตรวจหามะเร็ง ด้วยเครื่อง PET/CT
สนุกกับเกมส์ ทดสอบพลังปอด โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ในวันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม 2552 เวลา 8.00-11.30 น.
ณ ห้องประชุมชั้น 7 อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลกรุงเทพ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และ สำรองที่นั่ง ได้ที่ Contact Center โทร. 1719
ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ Contact Center โทร. 1719

ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ Contact Center โทร. 1719


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ฝ่ายสื่อสารการตลาด ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ
ปานฤทัย คงยิ้มละมัย (ปิงปอง) เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โทร 02 755 1639

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

เจนเนอรัล มอเตอร์ส ล้มละลาย แน่ – More trouble ahead ? If General Motors files Chapter 11


GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ จะยุ่งกว่า”ไครสเลอร์” ด้วย
If General Motors must files Chapter 11

If General Motors must files Chapter 11


เอเจนซี – หลังจากดำเนินธุรกิจมา หนึ่งร้อยปี และ ดำเนินการปรับโครงสร้าง อย่างดุเดือด แต่ล้มเหลว อยู่ 10 เดือน เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ก็เหลือเวลา อีกไม่กี่สัปดาห์ ก่อนที่จะต้อง ยื่นเรื่องต่อศาล ขอเข้าสู่ ภาวะล้มละลาย ซึ่งพวกผู้เชี่ยวชาญ บอกว่า นั่นกลับเป็น สิ่งจำเป็น ด้วยซ้ำ เพื่อให้บรรลุ สิ่งที่คณะรัฐบาลประธานาธิบดี บารัค โอบามา ตั้งข้อเรียกร้อง ในการดำเนินการ ยกเครื่องปรับโฉม บริษัท ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแม่แบบ ของอุตสาหกรรมอเมริกัน แห่งนี้ี้

คณะรัฐบาลโอบามา ขีดเส้นตายให้ จีเอ็ม ต้องดำเนินการ ปรับโครงสร้าง ให้เสร็จก่อน วันที่ 1 มิถุนายน โดยสิ่งที่ บริษัทรถยนต์ใหญ่ ที่สุดของ สหรัฐฯ แห่งนี้ จะต้องกระเสือกระสน ทำให้สำเร็จ มีทั้ง การเจรจา กับพวกเจ้าหนี้ เพื่อลดมูลหนี้ จากหุ้นกู้ ที่มีอยู่ ทั้งหมด 27,000 ล้านดอลลาร์ ,การเจรจาเกลี้ยกล่อม ให้ทาง สหภาพแรงงาน ยินยอมอ่อนข้อ ซึ่งจะเป็น การลดต้นทุน ค่าแรง และ สวัสดิการลงไป, รวมทั้ง การลดตัวแทนจำหน่าย ลง 1,600 แห่ง ทั่วสหรัฐฯ

แต่ด้วยเวลา ที่เหลือน้อยลงทุกที พวกผู้เชี่ยวชาญ จึงมองว่า ในที่สุดแล้ว จีเอ็ม ก็จะต้องเดินตามรอยของ ไครสเลอร์ ไปสู่ ศาลล้มละลาย อย่างแน่นอน

“ผมคิดว่า มันหลีกเลี่ยงไม่ได้” อีริค เมอร์เคิล นักวิเคราะห์ อุตสาหกรรมรถยนต์อิสระ ให้ความเห็น “ผมมองไม่เห็นทาง เลยว่า จีเอ็ม จะหลีกเลี่ยงได้ยังไง”

ปัญหาจำนวนมาก ที่ไหลบ่าทับถมเข้าใส่ จีเอ็ม จนอยู่ในอาการซวนเซ ในขณะนี้ มีทั้ง เรื่องยอดขาย ที่ดิ่งลงต่อเนื่อง, ราคาหุ้นตกต่ำ, ไปจนถึง รถยนต์รุ่นต่าง ๆ ที่ออกมา ในช่วง 10 ปี มานี้ ไม่ค่อย ได้รับ ความนิยม, ตลอดจน การตกเป็น ผู้ตาม พวกผู้นำด้านวิศวกรรม อย่างเช่น โตโยต้า มอเตอร์และ ฮอนดา มอเตอร์ ในเรื่อง เทคโนโลยี รถไฮบริด

แต่สำหรับสิ่งที่ทำให้ จีเอ็ม ต้องเผชิญกับวิกฤต ในเฉพาะหน้านี้ ก็คือ งบดุล ที่เต็มไปด้วย หนี้มหาศาล และเป็น เหตุผลเดียว ที่ทำให้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญ ด้านการปรับโครงสร้าง องค์กร,นักวิเคราะห์, และ ผู้บริหาร ในอุตสาหกรรมรถยนต์ คนอื่น ๆ มองไม่เห็นทางที่ จีเอ็ม จะหลีกเลี่ยง การล้มละลาย ที่ต้องเจ็บปวด ยุ่งยาก และ ซับซ้อน ได้เลย

GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ จะยุ่งกว่า ไครสเลอร์ ด้วย

GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ จะยุ่งกว่า ไครสเลอร์ ด้วย

“หนทางเดียว ที่เหลืออยู่ ที่จะทำให้ เลี่ยงการล้มละลายได้ ก็คือ รัฐบาล จะต้องยอมรับ จำนวน ผู้ถือหุ้นกู้ ของ จีเอ็ม ที่ยอมแลก หุ้นกู้ กับ หุ้นสามัญ ของ จีเอ็ม ซึ่งอาจจะเป็น 40, 50 หรือ 60% ก็ได้ทั้งนั้น” ปีเตอร์ คอฟแมน ประธาน และ หัวหน้าหน่วยงาน ด้านการปรับโครงสร้าง และ พัฒนาการ ควบรวมกิจการ ที่ประสบปัญหา ของ กอร์เดียน กรุ๊ป ในนิวยอร์ก กล่าว

ทาง จีเอ็ม นั้นพูดเรื่อยมาว่า พวกผู้ถือหุ้นกู้ ที่มีตัวเงินสูง ถึง 27,000 ล้านดอลลาร์ นั้น จะต้องมี สัดส่วน 90% ที่เข้าร่วม การแลกหุ้น บริษัท จึงจะอยู่รอดได้ ไม่เช่นนั้น ก็จะต้อง ยื่นขอ ล้มละลาย

ทั้งนี้สิ่งที่ จีเอ็ม เสนอ แลกเปลี่ยน กับ ผู้ถือหุ้นกู้ ก็คือ จะให้หุ้นของ บริษัท ที่ผ่าน การปรับโครงสร้าง แล้ว เป็นจำนวน 10%

ตัวแทน ของ ผู้ถือหุ้นกู้รายใหญ่ ของ จีเอ็ม เรียกข้อเสนอนี้ว่า ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับ สิ่งที่ จีเอ็ม เสนอให้กับ สหภาพแรงงาน

เรื่องที่ ชี้ให้เห็นชัดว่า ทั้งสองฝ่าย มีจุดยืนที่ แตกต่างกันมากขนาดไหน ก็คือ พวกผู้ถือหุ้นกู้ ได้เสนอกลับว่า ต้องการได้ถือหุ้น ส่วนข้างมากใน บริษัทจีเอ็ม ใหม่ โดยที่ ฐานะ การมีอำนาจควบคุม บริษัทใหม่ ได้เช่นนี้ คือสิ่งที่ จีเอ็ม เสนอไปแล้วว่า จะยกให้แก่ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ

หลังจากที่ กระทรวงการคลัง ได้ปล่อยเงินกู้อัดฉีดให้แก่ จีเอ็ม รวมเป็นเงิน 15,400 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ ต้นปีนี้มา ทางกระทรวง จึงจะเป็นเจ้าของ จีเอ็มใหม่ อย่างน้อยที่สุด 50% ทั้งนี้ ตามเงื่อนไข ที่บริษัท เสนอออกมา

ในส่วน สหภาพแรงงาน ยูเอดับเบิลยู นั้น จีเอ็ม เสนอจะให้ หุ้น ร่วม 40% ของ บริษัทใหม่ แก่ ทรัสต์ของ สหภาพแรงงาน นี้ แลกกับ การที่ทางสหภาพแรงงาน ยินยอมให้จ่ายหนี้ที่ จีเอ็ม ค้างอยู่ 10,000 ล้านดอลลาร์ ในรูปของหุ้น แทนที่ จะเป็นเงินสด

“ความพยายาม ที่จะให้ ผู้ถือหุ้นกู้, สหภาพแรงงาน, ดีลเลอร์ และ เจ้าหนี้รายอื่น ๆ ให้เห็นด้วยกับ แผนปรับโครงสร้าง เป็นเรื่องยากมาก” บ๊อบ กอร์ดอน ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการปรับโครงสร้าง องค์กร ธุรกิจ แห่ง คลาร์ค ฮิลล์ กล่าว

กรณีของ ไครสเลอร์ ซึ่งกลายเป็น การล้มละลาย ที่ใหญ่เป็น อันดับหก ของ สหรัฐฯ ไปแล้ว ถูกมองจาก บรรดานักวิเคราะห์ และ เจ้าหน้าที่รัฐบาล ว่าจะเป็น แนวทางตัวอย่าง ของ จีเอ็ม

ไครสเลอร์ ได้ยื่นต่อศาล ขอเข้าสู่ภาวะล้มละลาย เมื่อวันที่ 30 เมษายน และ ศาลก็อนุญาตให้ บริษัท ขายสินทรัพย์ เกือบทั้งหมด ออกมา ให้แก่ บริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งจะมี เฟียต (Fiat) แห่งอิตาลี เป็นผู้นำ ในการบริหารงาน อันเป็นการเปิดทางให้ มีความเป็นไปได้ ที่จะ เดินหน้าเรื่องต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้น ภายในเวลา น้อยกว่า 60 วัน

จีเอ็ม กล่าวเมื่อ สัปดาห์ที่แล้วว่า อาจจะต้อง เดินตามรอย ของไครสเลอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขายสินทรัพย์ ที่ดีออกมาให้เร็วที่สุด แต่ นักวิเคราะห์ ก็มองกันว่า ขั้นตอน ของ จีเอ็ม น่าจะยากลำบากกว่า ไครสเลอร์ เพราะขนาดของ จีเอ็ม ใหญ่กว่า ไครสเลอร์ มาก รวมทั้ง สถานการณ์ ก็ซับซ้อนกว่ากันมากนัก

ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ (18) ก็มีข่าวออกมาว่า จีเอ็ม, ผู้ถือหุ้น และ สหภาพแรงงาน ก็ยังมีความเห็น ไม่ลงรอยกัน ในเรื่อง การปรับโครงสร้างบริษัท หลายอย่าง รวมทั้ง การปิดโรงงาน 16 แห่ง ในสหรัฐฯ ด้วย ซึ่งยิ่งทำให้เห็นชัดเจน ขึ้นว่า จีเอ็ม อาจไม่สามารถหลีกเลี่ยง การเข้าสู่ภาวะล้มละลายได้

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 20 พฤษภาคม 2552 00:27 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ GM หลบหนี ภาวะล้มละลาย ไม่พ้นแน่ ผู้เชี่ยวชาญ ชี้จะยุ่งกว่า “ไครสเลอร์” ด้วย



Related links : เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง
More trouble ahead ?
Dealers could be in for more trouble if General Motors files Chapter 11

GM dealers who thought they had months to wind down their businesses after being told the automaker plans to drop them could face much speedier shutdowns if GM files for Chapter 11. Full Story from flag (150 x 30)


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 19, 2009

ผู้ต้องหา ทำลายทรัพย์ บุกรุก กระทรวงมหาดไทย ว่าไปร่วมอยู่กับ กลุ่มเสื้อแดง จริง แต่ไม่ได้เข้าไป ทุบทำลายรถ


ตร.ลากคอ! แดงนรก รุกมหาดไทย ยัดซังเต – แถไม่ได้ทุบรถใคร
นายสมศักดิ์ บัวคลี่ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหา ทำลายทรัพย์ บุกรุก กระทรวงมหาดไทย รับสารภาพว่า เป็นบุคคลในภาพ ตามหมายจับจริง และ ยอมรับว่า วันที่เกิดเหตุ ไปร่วมอยู่กับ กลุ่มเสื้อแดง จริง แต่ไม่ได้เข้าไป ทุบทำลายรถ เพียงแค่ ไปร่วมชุมนุม เท่านั้น

นายสมศักดิ์ บัวคลี่ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหา ทำลายทรัพย์ บุกรุก กระทรวงมหาดไทย รับสารภาพว่า เป็นบุคคลในภาพ ตามหมายจับจริง และ ยอมรับว่า วันที่เกิดเหตุ ไปร่วมอยู่กับ กลุ่มเสื้อแดง จริง แต่ไม่ได้เข้าไป ทุบทำลายรถ เพียงแค่ ไปร่วมชุมนุม เท่านั้น


รวบแดงถ่อย! บุกรุกทำลาย ทรัพย์สินราชการ ในกระทรวงมหาดไทย ตำรวจชุดสืบสวนสะกดรอยตาม ขณะกำลังจะไปตลาดคลองเตย จากการรับแจ้งพบผู้ต้องสงสัยมีหมายจับ เจ้าตัวสารภาพเป็นคนในภาพตามหมายจับจริง รับอยู่ร่วมสร้างความฉิบหายในวันเกิดเหตุ แต่ยังปากแข็งไม่ได้ร่วมทุบรถ


วันนี้ (19 พ.ค.) พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผกก.สส.น.6 พร้อมเจ้าหน้าที่ ชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัว นายสมศักดิ์ บัวคลี่ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 224/126 ม.5 ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหา ลำดับที่ 10 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ออกหมายจับ กรณีร่วมกันบุกรุก และ ทำลายทรัพย์สิน ทางราชการ ที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา ตามหมายจับ ที่ 1010/2552 ลงวันที่ 15 เม.ย.2552


พ.ต.อ.เอกรักษ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน ได้รับแจ้งว่า พบบุคคล ต้องสงสัย เป็นบุคคลเดียว กับที่มี การออกหมายจับ บริเวณท้องสนามหลวง เจ้าหน้าที่ จึงเข้าตรวจสอบ และพบว่า ผู้ต้องสงสัย รายดังกล่าว กำลังจะเดินทางไป ตลาดคลองเตย จึงติดตาม จนสามารถจับกุมได้ที่ บริเวณสะพานมอญ ถ.วังบูรพา แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม. เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหา ยอมรับว่า เป็นบุคคลในภาพจริง จึงควบคุมตัวมาส่ง พนักงานสอบสวน ที่ สน.สำราญราษฎร์ ดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันบุกรุก และ ทำให้เสียทรัพย์ โดยหากมีการยื่นขอประกันตัว ก็มีการตั้งวงเงินไว้ 300,000 บาท

พ.ต.อ.เอกรักษ์ กล่าวต่อว่า การจับกุม กลุ่มคนเสื้อแดง ที่ก่อเหตุนั้น เป็นไปด้วยความลำบาก เนื่องจากมีเพียง ภาพถ่าย ไม่มีชื่อนามสกุล หรือ แม้แต่ที่อยู่ เพราะฉะนั้น นอกเหนือจาก แนวทาง การสืบสวน แล้ว ต้องอาศัยความร่วมมือ จากประชาชน ช่วยแจ้งเบาะแสด้วย ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมกับ ทางผู้บัญชาการแล้วว่า อาจจะนำภาพถ่ายผู้ต้องหา ที่ถูกออกหมายจับ ไปทำเป็นโปสเตอร์ คล้ายๆกับ ปฏิทินโจร ของบช.น. แล้วนำไปติดไว้ตามสถานที่สำคัญๆ เพื่อให้ประชาชน ที่พบเห็น หรือรู้จักช่วยแจ้งเบาะแส

สภาพคนขับรถของ นายนิพนธ์ เลขาฯ นายก ที่ถูกกลุ่มเสื้อแดงรุมทุบทำร้าย

สภาพคนขับรถของ นายนิพนธ์ เลขาฯ นายก ที่ถูกกลุ่มเสื้อแดงรุมทุบทำร้าย


เบื้องต้น จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า เป็นบุคคล ในภาพตามหมายจับจริง และ ยอมรับว่า วันที่เกิดเหตุไปร่วมอยู่กับ กลุ่มเสื้อแดงจริง แต่ไม่ได ้เข้าไป ทุบทำลายรถ เพียงแค่ไป ร่วมชุมนุมเท่านั้น และ ขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่รู้จักกับ คนอื่นๆ ที่ปรากฏเป็น ข่าวแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.กล่าวว่า สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ออกหมายจับ กลุ่มผู้ชุมนุม ที่ก่อเหตุ พยายามฆ่านายกรัฐมนตรี ที่กระทรวงมหาดไทย จำนวน 20 ราย แต่ในสำนวน การสอบสวน ที่ขอหมายจับ ต่อศาลนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีเพียงภาพถ่าย ยังไม่ทราบชื่อ และ ที่อยู่ของผู้ต้องหา จึงขอความร่วมมือ จากประชาชน หากทราบหน้า ของผู้ต้องหา ในภาพถ่าย ชื่อที่อยู่ และ แจ้งเบาะแส จนเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ ก็จะมีรางวัลนำจับ ให้ประชาชน ที่แจ้งเบาะแส ผู้ต้องหารายละ 50,000 บาท ซึ่งผู้ต้องหา มีทั้งหมด 20 ราย เป็นเงินรางวัลนำจับรวม 1 ล้านบาท

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 18:33 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ ตร.ลากคอ! แดงนรก รุกมหาดไทย ยัดซังเต – แถไม่ได้ทุบรถใคร



อ่านข่าว และ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ จากที่นี่
ออกหมายจับ “สุภรณ์” แรมโบ้อีสาน – พวกทุบรถ “มาร์ค-นิพนธ์”
“วรพงษ์” ตั้ง 1 ล้าน ล่า! 20 เสื้อแดง รุมฆ่า นายกฯ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ลองชิม สุนัขย่าง ดูหรือยัง? ฮานอย ปิดร้าน หมาย่าง 2 สัปดาห์ หลังอหิวาต์ระบาด


ฮานอย ปิดร้านหมาย่าง 2 สัปดาห์ หลังอหิวาต์ระบาด
พ่อค้าเนื้อสุนัข กำลังชั่ง ให้ลูกค้า ภาพถ่ายวันที่ 18 พ.ค.2552 แม้ทางการ จะสั่งปิด โรงชำแหละ ในเมืองหลวงไปแล้ว นับสิบแห่ง ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูใน กรุงฮานอย หยุดให้บริการ เป็นเวลา 15 วัน แต่ก็ยังมี เนื้อจำหน่าย ตามปกติ คนจำนวนมาก ไม่เชื่อว่า เนื้อสุนัข เป็นแหล่งแพร่ เชื้อบักเตเรีย ที่ทำให้ เกิดอหิวาตกโรค

พ่อค้าเนื้อสุนัข กำลังชั่ง ให้ลูกค้า ภาพถ่ายวันที่ 18 พ.ค.2552 แม้ทางการ จะสั่งปิด โรงชำแหละ ในเมืองหลวงไปแล้ว นับสิบแห่ง ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูใน กรุงฮานอย หยุดให้บริการ เป็นเวลา 15 วัน แต่ก็ยังมี เนื้อจำหน่าย ตามปกติ คนจำนวนมาก ไม่เชื่อว่า เนื้อสุนัข เป็นแหล่งแพร่ เชื้อบักเตเรีย ที่ทำให้ เกิดอหิวาตกโรค


ASTVผู้จัดการออนไลน์ – ลองชิม สุนัขย่าง ดูหรือยัง? แต่อย่าเพิ่งไป ในช่วงนี้ เพราะร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูจาก สุนัขทุกแห่งในเมืองหลวง ถูกปิดตาย อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลังจากเกิด อหิวาตกโรคระบาด และ พบผู้ป่วย ที่มีอาการท้องร่วง อย่างรุนแรง นับสิบราย


ในนครโฮจิมินห์ ร้านอาหารที่ เสิร์ฟเมนูสุนัข ยังคงเปิดให้บริการ และ ลูกค้ายังคับคั่ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงแม้ทางการ จะประกาศว่า พบเชื้อบักเตเรีย ชนิดที่เป็นสาเหตุ ทำให้เกิด อหิวาตกโรค ใน เนื้อสุนัข และใน ผัก เช่นเดียวกัน

ส่วนในเมืองหลวง กรุงฮานอย ทางการ ได้สั่งเจ้าหน้าที่อนามัย ลงตรวจสอบ ร้านชำแหละ สุนัขทุกแห่ง ในเขต อ.ห่าดง (Ha Dong) หลังจาก ตรวจพบ เชื้ออหิวาต์ ในเนื้อ ที่จำหน่ายทั่วไป รวมทั้ง ให้ปิด ร้านอาหารทุกแห่ง ทั่วอาณาบริเวณนิคม เพื่อฉีดพ่น สารคลอรามินบี (Cloramin B) กำจัดทำลายเชื้อ ทั้งนี้ เป็นการเปิดเผยของ นายด่าววันบี่ง (Dao Van Binh) รองประธาน คณะกรรมการ ประชาชน ฮานอย

ตามรายงาน ที่ตีพิมพ์บน เว็บไซต์ของ พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เมื่อวันจันทร์ (18 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ สถาบันอนามัย และ การแพร่ระบาดแห่งชาติ (National Institute of Hygiene and Epidemiology) กับ ศูนย์ป้องกัน เวชศาสตร์ กรุงฮานอย ได้ลงตรวจตัวอย่าง เนื้อของสุนัข ในตลาดย่านเดืองโนย (Duong Noi) ระหว่าง วันที่ 7-8 พ.ค. และได้พบ การติดเชื้ออหิวา ดังกล่าว

โรงชำแหละสุนัข ในย่านเดืองโนย ส่งเนื้อไปจำหน่าย ในย่านต่างๆ ทั่ว กรุงฮานอย รวมทั้ง ร้านอาหารต่างๆ ในย่าน ถนนฮั่งเทิน (Hang Than) หว่างมาย (Hoang Mai) เญิตเติ่น (Nhat Tan) ซวนดี่ง (Xuan Dinh) และ เกอเญ้ (Co Nhue)

พ่อค้า ยืนอยู่หลังโต๊ะ ที่แขวนสุนัขย่าง 2 ตัว รอลูกค้า ภาพถ่าย วันที่ 18 พ.ค.2552 ซึ่งทางการ กรุงฮานอย ประกาศปิด โรงชำแหละนับสิบแห่ง แต่สื่อของทางการ กล่าวว่า ตามร้าน และ ตามแผง ในหลายย่าน ยังมีเนื้อสุนัข จำหน่ายตามปกติ

พ่อค้า ยืนอยู่หลังโต๊ะ ที่แขวนสุนัขย่าง 2 ตัว รอลูกค้า ภาพถ่าย วันที่ 18 พ.ค.2552 ซึ่งทางการ กรุงฮานอย ประกาศปิด โรงชำแหละนับสิบแห่ง แต่สื่อของทางการ กล่าวว่า ตามร้าน และ ตามแผง ในหลายย่าน ยังมีเนื้อสุนัข จำหน่ายตามปกติ

แม้ว่าโรงชำแหละ จะปิดลงชั่วคราวแล้ว ก็ยังมีผู้ค้าเนื้อสุนัข ค้าขายอยู่ต่อไป แต่สำนักข่าวเวียดนามเน็ต รายงานขณะเดียวกัน ร้านอาหาร ที่มีชื่อเสียง หลายแห่ง ที่เสิร์ฟเมนูเนื้อสุนัข ในย่านถนนเญิตเติ่น ได้ปิดลง โดยปริยาย เนื่องจากไม่มีลูกค้า

ภัตตาคารยอดนิยมในย่านอื่น เช่น เติ่นหมึก (Tran Muc) และ ห่าแบ๋ว (Ha Beo) แม้จะยังเสิร์ฟ เมนูอื่นๆ ต่อไป แต่ก็ดูเงียบงัน

จนถึงวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา โรงพยาบาล ต่างๆ ใน 11 จังหวัด กับ นครในภาคเหนือ รับผู้ป่วยท้องร่วงอย่างรุนแรง เข้ารับการรักษาแล้ว จำนวน 540 คน ในนั้่น มี 53 ราย ตรวจพบ เชื้ออหิวาตกโรค รวมทั้งใน นครหายฟ่อง (Hai Phong) นามดี่ง (Nam Dinh) บั๊กนีง (Bac Ninh) กว๋างนีง (Quang Ninh) และ จ.แทงฮว้า (Thanh Hoa) ในภาคกลาง ตอนบน แต่หลายคน ก็ยังไม่เชื่อว่า เนื้อสุนัข เป็นบ่อเกิดแห่ง การแพร่ระบาดของ อหิวาตกโรค

“ชาวฮานอย นับพันๆ คน รับประทาน เนื้อสุนัข ถ้าเนื้อ มีเชื้อบักเตเรีย ทำไมจึงมี ผู้ป่วยเพียงไม่กี่คน?” นายเกือง เจ้าของ โรงชำแหละเนื้อสุนัข เตี๋ยนเกือง (Tien Cuong) ตั้งคำถาม ที่นี่ ซื้อสุนัข ไปจาก จ.หายซเวือง (Hai Duong) และ จังหวัดอื่นๆ รอบๆ กรุงฮานอย


เวียดนามเน็ต กล่าวว่า สถานการณ์ใน นครโฮจิมินห์ ต่างไปจากใน ฮานอย ร้านอาหารเมนูสุนัข นครใหญ่ทางภาคใต้ ยังคลาคล่ำ ด้วยลูกค้าตามปกติ แม้จะมีการตรวจพบ บักเตเรีย ทั้งใน เนื้อ และ ใน ผัก ที่รับประทานร่วมกับ เนื้อสุนัข ก็ตาม

แต่ละวัน ตั้งแต่เช้าตรู่ จนถึง 4 ทุ่ม ร้านจำหน่ายเนื้อสุนัข ที่ถนนฝั่มวันหาย (Pham Van Hai) ในท้องที่ อ.เติ่นบี่ง (Tan Binh) จำหน่ายได้วันละ นับร้อยกิโลกรัม ร้านอาหาร ที่เสิร์ฟเมนูสุนัข ที่ถนนแก๊กมางถั่งเติม (Cach Mang Thang Tam) และ ที่ถนนกงกวีง (Cong Quynh) ยังมีลูกค้าหนาแน่น ตามปกติ ลูกค้าประจำ ที่นั่นยังคงเป็น กลุ่มนักศึกษา และเยาวชน ทั่วไป

นายเหวียนวันมีง (Nguyen Van Minh) สมาชิกสภาประชาชนโฮจิมินห์ กล่าวว่า ที่นั่น ไม่เคยอนุญาต ให้เปิดโรงชำแหละสุนัข แต่ก็มีเนื้อจำหน่าย เป็นปกติ และยังไม่สามารถ ควบคุมได้ ผู้บริโภค ต้องระวัง ในการซื้อหา ไปประกอบอาหาร

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 15:48 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ ฮานอย ปิดร้านหมาย่าง 2 สัปดาห์ หลังอหิวาต์ระบาด



อ่านข่าว และ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ จากที่นี่

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 18, 2009

คณะอนุกรรมการ ข้าราชการพลเรือนมีมติให้ ไล่ นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ออกจาก ตำแหน่ง ปลัดกระทรวง การคลัง


“ศุภรัตน์” ชะตาขาด! อ.ก.พ.มีมติไล่ออกพ้นปลัดคลัง
คณะอนุกรรมการ ข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ว่าได้มีมติให้ไล่ นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ออกจาก ตำแหน่ง ปลัดกระทรวงการคลัง

คณะอนุกรรมการ ข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ว่าได้มีมติให้ไล่ นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ออกจาก ตำแหน่ง ปลัดกระทรวงการคลัง


ที่ประชุมอนุกรรมการ ข้าราชการพลเรือน มีมติ ให้ไล่ออก ปลัดกระทรวงการคลัง ตามที่ ป.ป.ช.ชี้มูล ความผิดวินัยร้ายแรง กรณีแต่งตั้ง รองอธิบดี กรมสรรพากร เตรียมเสนอ ที่ประชุม ครม.ภายใน 15 วัน


วันนี้ (18 พ.ค.) ผู้สื่อข่าว รายงานจาก ที่ประชุมคณะอนุกรรมการ ข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ว่าได้มีมติให้ไล่ นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ออกจาก ตำแหน่ง ปลัดกระทรวงการคลัง หลังจากที่ คณะกรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยืนยันความผิดของ นายศุภรัตน์ ว่า มีความผิด ทางวินัย อย่างร้ายแรง จากการแต่งตั้ง ตำแหน่ง รองอธิบดี กรมสรรพากร ทั้ง 4 คน

ทั้งนี้ เตรียมเสนอ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ภายใน 15 วัน และได้แต่งตั้ง นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รองปลัด กระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจ ด้านรายจ่าย และ หนี้สิน ให้ รักษาการ ปลัดกระทรวงการคลัง ไปก่อน

อย่างไรก็ตาม นายศุภรัตน์ สามารถยื่นเรื่อง ขอให้มีการลดโทษจาก ไล่ออก เป็น ให้ออก และ ขอรับเงินบำนาญ ต่อไปได้
โดยก่อนหน้านี้ คณะกรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) สั่งการให้ อนุกรรมการ ข้าราชการพลเรือน กระทรวงการคลัง และ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง พิจารณาลงโทษ นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง

กรณี ความผิดวินัยร้ายแรง เกี่ยวกับ การตั้ง รองอธิบดี กรมสรรพากร 4 คน ในช่วงปี 2549 โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าว มีขั้นตอน ดำเนินการ ทั้งพิจารณา ปลดออก ให้ออก ไล่ออก


คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “รอบวันทันเหตุการณ์” (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “รอบวันทันเหตุการณ์” (256 K)
จาก manager multimedia

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 18 พฤษภาคม 2552 12:22 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ “ศุภรัตน์” ชะตาขาด! อ.ก.พ. มีมติ ไล่ออก พ้นปลัดคลัง


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 11, 2009

“ม.ล.ปนัดดา” ยัน ตนอยู่ในเหตุการณ์ ดังกล่าว ว่า ทั้ง นายกฯ และ รองนายกฯ อยู่ในรถคันที่ถูกทุบ จริง


“ม.ล.ปนัดดา” ยัน อยู่ในเหตุการณ์ “อภิสิทธิ์-สุเทพ” ถูกทุบรถจริง ปัดไม่มีจัดฉาก
ม.ล.ปนัดดา ดิสกุล

ม.ล.ปนัดดา ดิสกุล


โฆษก กระทรวงมหาดไทย การันตี อยู่ในเหตุการณ์ ม็อบถ่อยแดง บุกทำร้าย รถประจำตำแหน่ง นายกฯ ยัน “อภิสิทธิ์-สุเทพ” อยู่ในรถจริง

ชี้แค่ต้องการชี้แจง ข้อเท็จจริง ไม่ได้หวัง ชนฝ่ายใด ซัด กระทรวง ไม่ใช่สถานที่ จัดฉากสร้างละคร เล็งเพิ่มกำลัง รักษาความปลอดภัย

วันนี้ (11 พ.ค.) ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ที่ปรึกษา ด้านความมั่นคง และ โฆษกฝ่าย ข้าราชการ กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง กรณีที่ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ (นปช.) ออกมา ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้อยู่ ในรถ คันที่ถูกทุบ ในวันเกิดเหตุวุ่นวาย ที่ กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ว่า


มีสื่อหลายฉบับ ถามว่า ทำไมเรื่องนี้ ทาง กระทรวงมหาดไทย ถึงเงียบ


จึงขอเรียนว่า เมื่อวันที่เกิดเหตุ ความไม่สงบ ตนอยู่ในเหตุการณ์ ดังกล่าว และ ยืนยันว่า ทั้ง นายกฯ และ รองนายกฯ ต้องเดินทางออกจาก กระทรวงมหาดไทย ด้วยรถ ที่ถูกทุบจริง ทั้งนี้ ในส่วนของ ค่าเสียหาย ที่เกิดกับ กระทรวง ก็กำลังประเมินกันอยู่ และ

ต่อไป การรักษาความปลอดภัย ต้องเข้มงวดมากขึ้น เพราะ กระทรวงมหาดไทย เป็นสถานที่ราชการ ที่ไม่เคยปรากฏเหตุการณ์ เช่นนี้มาก่อน ซึ่งการที่ออกมา ยืนยันนั้น ไม่ได้ต้องการ ชนกับฝ่ายไหน เพียงแค่ต้องการ ชี้แจงข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่า มองอย่างไร ที่แกนนำกลุ่มเสื้อแดง หยิบยกเรื่องนี้มาใช้ เป็นประเด็น ในการชุมนุมใหญ่ ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้ เคยเคลื่อนไหว โดยใช้ประเด็น ทหารทำร้ายประชาชน

ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ไม่มีความเห็น เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่กระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่สถานที่จัดฉาก หรือ ละคร อะไร

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 11 พฤษภาคม 2552 17:11 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000052459


พิมพ์ ข่าวนี้ “ม.ล.ปนัดดา” ยัน อยู่ในเหตุการณ์ “อภิสิทธิ์-สุเทพ” ถูกทุบรถจริง ปัดไม่มีจัดฉาก


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

ผลเสี่ยงทายใน พิธีแรกนาขวัญ 2552 น้ำมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์

พระยาแรกนา เสี่ยงทายผ้านุ่ง ได้ผ้านุ่ง ความยาว 5 คืบ
ไปประกอบพิธีจรด พระนังคัลแรกนาขวัญ
ปี 2552 นี้ พยากรณ์ว่า

ปชช. แห่เก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน หลังเสร็จสิ้นพิธีพืชมงคล     เกษตรกรไทย แห่เดินทางมาที่ท้องสนามหลวงตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเฝ้ารอชมพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และเก็บเมล็ดข้าวพระราชทาน เพื่อนำไปบูชาเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว

ปชช. แห่เก็บ เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน หลังเสร็จสิ้นพิธี พืชมงคล เกษตรกรไทย แห่เดินทางมาที่ ท้องสนามหลวง ตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเฝ้ารอชม พระราชพิธี พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และ เก็บเมล็ดข้าวพระราชทาน เพื่อนำไปบูชาเป็นสิริมงคล ให้แก่ตนเองและครอบครัว - ภาพ จาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์


น้ำจะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนา จะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ส่วนการเสี่ยงทาย พระโคกินเลี้ยงปีนี้ พระโคกินงา และกินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร พร้อมด้วยธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี

เมื่อเวลา 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน แทนพระองค์ พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติภา และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ได้เสด็จพระราชดำเนิน โดยรถยนต์ถึง ยัง พลับพลา ที่ประทับ บริเวณมณฑลพิธี ท้องสนามหลวง เพื่อเป็น องค์ประธานในงานพระราชพิธี จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ฤกษ์พิธีไถหว่าน ระหว่างเวลา 08.09 – 08.49 น.


นายจรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่ พระยาแรกนา ได้ยาตราพร้อมเทพี ออกจาก โรงพิธีพราหมณ์ มีราชบัณฑิต และ พราหมณ์ นำผ่าน พลับพลา หน้าพระที่นั่ง

พระยาแรกนา เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายบังคม แล้วไปยังลานแรกนา เจ้าพนักงาน จูงพระโคเทียมเอก พระยาแรกนา เจิมพระโค และไถ แล้วไถดะ โดยรี 3 รอบ เพื่อพลิกดิน ให้เป็นก้อน โดยขวาง 3 รอบ เพื่อย่อยดิน ให้ละเอียด พร้อมหว่านเมล็ดธัญญพืช

พนักงานประโคม ฆ้องชัย เครื่องดุริยางค์ แล้วไถกลบอีก 3 รอบ เพื่อกลบเมล็ดธัญพืช ลงในดิน เสร็จแล้ว พนักงานปลดพระโค ออกจากแอก พระยาแรกนา และ เทพี กลับไปยังโรงพิธีพราหมณ์ พราหมณ์เสี่ยงทาย ของกิน 7 สิ่ง ตั้งเลี้ยงพระโค


นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กราบบังคมทูล ผลการเสี่ยงทายของ นายจรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็น พระยาแรกนาขวัญ เนื่องใน พระราชพิธิพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พ.ศ. 2552


ในการที่ พระยาแรกนา เสี่ยงทายผ้านุ่ง ไปประกอบพิธี จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โหรหลวง ได้ให้คำพยากรณ์ ว่าปีนี้ น้ำจะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และ ผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี ส่วนการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยงปีนี้


พระโค ปีนี้กินงา พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จจะอุดมสมบูรณ์ดี และ พระโค กินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร พร้อมธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี


หลังจากนั้น ได้เบิก เกษตรกร ดีเด่นแห่งชาติ ตัวแทน สถาบันเกษตรกร ดีเด่นแห่งชาติ และ ตัวแทนสหกรณ์ ดีเด่นแห่งชาติ สาขาต่างๆ เข้ารับพระราชทาน โล่ห์เกียรติคุณ

ส่วนเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก ที่ใช้ใน พระราชพิธี พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประกอบด้วย ข้าวนาสวน จำนวน 7 พันธุ์ และ ข้าวนาไร่ 2 พันธุ์ โดยรวมน้ำหนัก เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก 1,920 ก.ก.

ส่วนหนึ่ง ใช้หว่านในพิธี และจัดเป็น พันธุ์ข้าว ทรงปลูก พระราชทาน บรรจุใส่ซอง ขนาดเล็ก จัดส่งไปยัง จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ แจกจ่าย ให้กับ เกษตรกร จำนวน 340,000 ซอง เพื่อความเป็น สิริมงคล

อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 10, 2009

ภาพจริง ให้ปรากฏว่า กลุ่มคนเสื้อแดง ถูกใส่ร้ายจริงหรือ


Red Anti-government protesters in central Bangkok and demonstrators with firebombs and rocks, propelling Thailand deeper into political crisis.

Thai troops take position as they try to clear a main road blocked by supporters of ousted Thai prime minister Thaksin Shinawatra in Bangkok. Photograph by: Sukree Sukplang , Reuters

Supporters of former Prime Minister Thaksin Shinawatra stand on a bus in the early morning outside the Government House in Bangkok. Photograph by: Athit Perawongmetha, Getty Images

A supporter of exiled ex-premier Thaksin Shinawatra holds a national flag as she runs past a burning bus during clashes with soldiers near the Government House in Bangkok on April 13, 2009. Photograph by: Pornchai Kittiwongsakul, AFP/Getty Images

A protester walks past a burning tire during a protest near Victory Monument in Bangkok. Photograph by: Athit Perawongmetha, Getty Images

Soldiers take position outside a bus torched by supporters of ousted Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra during a protest in Bangkok. Photograph by: Sukree Sukplang, Reuters

Armed troops look up as they clear a road blocked by supporters of ousted Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra in Bangkok. Photograph by: Sukree Sukplang, Reuters

Supporters of former Prime Minister Thaksin Shinawatra prepare fire bombs during a protest near Victory Monument in Bangkok. Photograph by: Athit Perawongmetha, Getty Images

A protester uses a sling shot during a protest near Victory Monument in Bangkok. Photograph by: Athit Perawongmetha, Getty Images

A supporter of ousted Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra brandishes a weapon during a protest in Bangkok. Photograph by: Vivek Prakash , Reuters

Thai army soldiers take position in front of Ananta Samakon palace to face supporters of exiled ex-premier Thaksin Shinawatra in Bangkok on April 13, 2009.
Photograph by: Nicolas Asfouri, AFP/Getty Images


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

จับกุม นางเจริญศรี โสมานุสรณ์ สาวใหญ่ ตุ๋นแรงงานไปนอก – พระพยอม หลงเชื่อโดนด้วย


ปดส.รวบสาวใหญ่ ตุ๋นแรงงานไปนอก – พระพยอม โดนด้วย!

ปดส. ตามรวบ สาวใหญ่วัย 68 หลอกตุ๋นแรงงาน ไปทำงาน ประเทศสวีนเดน เรียกค่าหัวคิว คนละ 1.6 แสน เจ้าเล่ห์ อ้างวีซ่าไม่ผ่าน หลอกส่งตัว ฝึกอาชีพ ที่วัดสวนแก้ว ของ พระพยอม เพื่อขอใบรับรอง การผ่านงาน ก่อนไหวตัวทัน และ หลบหนี จนมาถูกจับกุม พบประวัติ มีหมายจับ คดีฉ้อโกงติดตัว ด้านผู้ต้องหา อ้างไม่มีส่วนรู้เห็น มีหน้าที่ดูแล เรื่องที่พัก และ อาหาร เท่านั้น


วันนี้ (10 พ.ค.) เมื่อเวลา 10.30 น. พ.ต.อ.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผกก.2 บก.ปดส. พร้อม นายอิทธิ คงวีระวัฒน์ นิติกรชำนาญการ กรมการจัดหางาน แถลงข่าว จับกุม นางเจริญศรี โสมานุสรณ์ อายุ 68 ปี อยู่ที่ 555 หมู่ 77 แขวงและเขตสายไหม กทม.
เจ้าหน้าที่คุมตัว นางเจริญศรี โสมานุสรณ์ อายุ 68 ปี มาแถลงข่าว

เจ้าหน้าที่คุมตัว นางเจริญศรี โสมานุสรณ์ อายุ 68 ปี มาแถลงข่าว


พร้อมของกลาง สำเนาเอกสาร 1 แฟ้ม 29 แผ่น สมุดบันทึก 3 เล่ม รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว และ 2 นิ้ว ของคนงาน
หลักฐาน การรับสมัครคนงาน 125 แผ่น และ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่ บ้านเลขที่ 100/378 หมู่ 6 หมู่บ้านชัยพฤกษ์ 1 ถนนคุ้มเกล้า แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กทม.

พ.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า เมื่อ วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พลเมืองดี แจ้งเบาะแสกับ บก.ปดส.ว่า มีบุคคล มีพฤติกรรมต้องสงสัยว่า จะหลอกลวง คนงานไปต่างประเทศ จึงทำการสืบสวน ทราบว่า

ผู้ต้องหา ร่วมกับ พวกที่หลบหนีอีก 4 คน หลอกลวง คนงานจำนวน 58 คน ว่า สามารถจัดหางานให้ทำ และส่งไปที่ ประเทศสวีเดน ได้ โดยเรียกเก็บ ค่าหัวคนละ 160,000 บาท เป็นค่าเสียหาย รวม 9,280,000 บาท

แต่ต่อมา อ้างว่าวีซ่าไม่ผ่าน และได้นำคนงานไปพักอาศัย และ ฝึกงานเกษตรกรรมที่ วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ของ พระพยอม เพื่อให้ ทางวัด ออกใบรับรอง การผ่านงานเกษตร เพื่อสามารถไปประกอบ การขอวีซ่า ได้

ทำให้ พระพยอม หลงเชื่อ และให้ฝึกงาน โดยทางวัด จะจ่ายค่าแรงฝึกงาน คนละ 150 บาท ต่อวัน แต่กลุ่มผู้ต้องหา ไม่รับ และ ขอรับใบรับรอง อย่างเดียว ต่อมา เมื่อไหวตัวว่า เจ้าหน้าที่ จะเข้าตรวจสอบ จึงแอบหนี ออกจากวัด

พ.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหา มีหมายจับ คดีฉ้อโกง และ จัดหางาน โดยไม่ได้รับอนุญาต ท้องที่ สภ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ เมื่อปี 2545 และ ได้มีการเจรจาตกลง จ่ายเงินคืนให้ ผู้เสียหาย รายหนึ่ง 4 หมื่นบาท เพื่อยอมความ

ซึ่งก่อนหน้านี้ ทำมาแล้วหลายครั้ง อ้างว่า จะพาไปทำงานต่างประเทศทั้ง ฟิลิปปินส์ นิวซีแลนด์ อิสราเอล เกาหลี แคนาดา และ ประเทศอื่นๆ แล้วแต่ จะเรียกค่าหัว ก่อนหลบหนี ซึ่งส่วนใหญ่ เป็น คนงานทางแถบอีสาน โดยในรายล่าสุดได้เงิน หัวละ 1 แสนบาท และ หลอกลวงจากพื้นที่ อ.ประทาย จ.นครราชสีมา

ด้าน นางเจริญศรี อ้างว่า ไม่รู้เรื่อง การหลอกลวง มีหน้าที่เพียง ดูแลเรื่อง ที่พักและอาหาร เท่านั้น โดยในรายนี้ได้ค่าจ้าง ค่าดูแล หัวละ 2 หมื่นบาท มีคนอื่นเป็น ผู้ดำเนินการ ตนไม่มีส่วนรู้เห็น ในเรื่องนี้

ด้าน นายอิทธิ กล่าวว่า ขอให้ ผู้ที่จะเดินทาง ไปทำงานต่างประเทศ ตรวจสอบ กับ กรมการจัดหางาน ได้ที่ หมายเลข 1694 เสียก่อน เพราะ บางประเทศ ไม่เปิดรับให้ บุคคลต่างด้าว เข้าไปทำงาน ในประเทศได้ ซึ่งที่ผ่านมา มีกลุ่มขบวนการ หลอกลวงประชาชน อ้างว่า ไปทำงานต่างประเทศได้ และ จับกุมได้ ปีละ กว่า 50 กลุ่ม มีผู้ถูกหลอกลวง กว่า 1,000 คน ต่อไป และ เสียหายนับ 100 ล้านบาท


เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกัน หลอกลวงผู้อื่น ว่า สามารถหางาน หรือ สามารถส่งไปฝึกงาน ในต่างประเทศได้ และ โดยการหลอกลวงดังว่านั้น ได้ไปซึ่งเงิน หรือ ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใด จากผู้ถูกหลอกลวง และ ร่วมกัน จัดหางาน ให้คนงาน เพื่อไปทำงาน ในต่างประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาต จากนายทะเบียน ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองการหางาน ม.91 และ ร่วมกัน ฉ้อโกงประชาชน ป.อาญา ม.343

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 พฤษภาคม 2552 16:11 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000051973


พิมพ์ ข่าวนี้ ปดส.รวบสาวใหญ่ ตุ๋นแรงงานไปนอก – พระพยอม โดนด้วย!


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“ชวน” เตือนสติ อย่าไป เข้าใจผิดว่า ถ้าไม่แก้ รัฐธรรมนูญแล้ว บ้านเมือง จะแตกแยก มันไม่ใช่ประเด็น


“ชวน” เตือนสติ อย่าโยนบาป รธน. ทำบ้านเมือง แตกแยก ชี้ ไม่ใช่ประเด็น
ประธานสภาที่ปรึกษา ปชป. ยัน ไม่เห็นข้อเสีย จากรัฐธรรมนูญ 2550

ประธานสภาที่ปรึกษา ปชป. ยัน ไม่เห็นข้อเสีย จากรัฐธรรมนูญ 2550


ประธานสภาที่ปรึกษา ปชป. ยัน ไม่เห็นข้อเสีย จากรัฐธรรมนูญ 2550 เตือน อย่ามองว่า รัฐธรรมนูญ เป็นต้นเหตุ ทำบ้านเมืองแตกแยก ชี้ ไม่ใช่ประเด็น ระบุ หากเสียงข้างมาก เห็นควรแก้ไข เพื่อให้ดีขึ้น ก็ต้องทำ ย้ำ เมื่อถึงเวลา จะแสดงความเห็นเอง


วันนี้ (10 พ.ค.) ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติ สิริกิติ์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึง การเรียกร้อง ให้มี การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ส่วนตัว ตนเป็นเพียง ผู้ใช้รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ผู้แก้ไข แต่ขอเอาไว้ให้ ถึงเวลาก่อน

ตอนนี้ ขอให้เป็นเรื่อง ของ พรรคประชาธิปัตย์ ที่จะพิจารณา ซึ่งเมื่อ พรรคมีการประชุม เพื่อขอความเห็น ตนก็จะได้ให้ความเห็น ในที่ประชุมพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ ถูกตั้งข้อสังเกต ว่า ไม่จริงใจ หรือ แทงกั๊ก ในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ นายชวน กล่าวแบบติดตลก ว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เล่นการพนัน อะไรเลย ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้พูดประกาศจุดยืน มาตั้งแต่ต้น

ซึ่งในที่ประชุมพรรค ก็มีความเห็นตาม หัวหน้าพรรค อย่างไรก็ตาม อย่าไปเข้าใจผิดว่า วิกฤตตอนนี้ ที่มีปัญหาความขัดแย้ง แตกความสามัคคีนั้น มาจากตัว รัฐธรรมนูญ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน และ ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ส่วนใหญ่ มองว่า จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงจะ แก้วิกฤตการเมือง ได้ ประธานสภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนในฐานะ ที่เป็น ผู้ใช้รัฐธรรมนูญ บอกได้ว่า ปัญหาความแตกแยก ขณะนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับ มาตราใด มาตราหนึ่ง ของ รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ

แต่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ทำได้ ถ้าเห็นว่า เป็นการแก้ไข ให้ดีขึ้น ส่วนจะ แก้ไข มาตรา ใด นั้น ขอให้ คณะกรรมการ ที่ถูกตั้งขึ้นมา เป็นผู้พิจารณา ทั้งนี้ ไม่ต้องห่วง พรรคประชาธิปัตย์ เพราะ เราเคารพเสียงข้างมาก

เมื่อถามว่า เป็นห่วงประเด็นการนิรโทษกรรม หรือ ไม่ นายชวน กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดกันถึง เรื่องนี้


“การเสนอแก้ไข ก็มี บางมาตรา ที่ในหมู่ ส.ส. มีความเห็นร่วมกัน เช่น บทบาท ของ ส.ส. ในบางเรื่อง อาทิ ไม่สามารถเป็น เลขานุการ รัฐมนตรี เป็นต้น ซึ่งตรงนี้ ก็มีเหตุผล ส่วนมาตรา 190 ก็เป็นที่รู้กันว่า จะหาทาง ทำให้มัน เหมาะสมกว่านี้ ได้อย่างไร แต่อย่าไป เข้าใจผิดว่า ถ้าไม่แก้ รัฐธรรมนูญ แล้ว บ้านเมือง จะแตกแยก เพราะวันนี้ มันไม่ใช่ประเด็น นั้น” นายชวน กล่าว

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 พฤษภาคม 2552 16:07 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000051973


พิมพ์ ข่าวนี้ “ชวน” เตือนสติ อย่าโยนบาป รธน. ทำบ้านเมืองแตกแยก ชี้ ไม่ใช่ประเด็น


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
« Previous PageNext Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.