Accom Thailand

April 27, 2009

“ศิริราช” ไม่ฟันธง ผล ชันสูตร “พลฯ อภินพ” ฐานกะโหลกร้าว โดยถูกซ้อม หรือ หกล้ม


ผลชันสูตร “พลฯ อภินพ” ฐานกะโหลกร้าว
“ศิริราช” ไม่ฟันธง ถูกซ้อม หรือ หกล้ม

ที่โรงพยาบาลศิริราช ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมด้วย รศ.นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์ หัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการชันสูตรพลิกศพและชันสูตรบาดแผล ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบศพฯ แถลงผลการตรวจชันสูตรศพพลทหาร อภินพ เครือสุข

ที่โรงพยาบาลศิริราช ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมด้วย รศ.นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์ หัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการชันสูตรพลิกศพและชันสูตรบาดแผล ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบศพฯ แถลงผลการตรวจชันสูตรศพพลทหาร อภินพ เครือสุข


หมอ ศิริราช ไม่ฟันธง “พลทหาร อภินพ” หกล้ม หรือ ถูกซ้อม
บอกเพียงว่า ศีรษะ กระแทกของแข็ง อย่างแรง ฐานกะโหลก แตกร้าว


ระบุ ตายเพราะ เลือดออก เหนือเยื่อหุ้มสมอง
ด้าน ส.ส. เพื่อไทย ยังปักใจเชื่อว่า มีคนทำให้ตาย


วันนี้ (27 เม.ย) เวลา 13.30 น.ที่โรงพยาบาล ศิริราช ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ร่วมด้วย รศ.นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์ หัวหน้าภาควิชา นิติเวชศาสตร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การชันสูตรพลิกศพ และชันสูตรบาดแผล ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบศพฯ

แถลงผลการตรวจชันสูตรศพ พลทหาร อภินพ เครือสุข อายุ 22 ปี ทหารรับใช้ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งเสียชีวิต ภายในบ้านพัก แม่ทัพภาคที่ 1 ตั้งอยู่ใน กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) เมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา

โดย นพ.วิสูตร กล่าวว่า ทาง รพ.ศิริราช ได้เริ่มทำการตรวจศพที่ ห้องตรวจศพ เมื่อเวลา 10.30 น. ทีตึกอดุลยเดชวิกรม ชั้นหนึ่ง คณะแพทย์ได้ทำการตรวจ อวัยวะภายนอก และ ภายใน ทำการเอกซเรย์อวัยวะ ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น กะโหลกศีรษะ คอ หน้าอก เชิงกราน แขน และ ขา ซึ่งมีการถ่ายภาพ เก็บเป็น หลักฐาน ไว้ทุกขั้นตอน

สำหรับผล การตรวจศพ ในเบื้องต้น พบว่า มีอาการช้ำ บริเวณ ต้นคอด้านหลัง ค่อนมาทางซ้าย ฐานกะโหลกศีรษะ ด้านซ้าย ส่วนหลัง มีรอยแตกร้าว ตำแหน่ง ที่ใกล้กับ ช่องไขสันหลัง มีรอยแตก ยุบเล็กน้อย เป็นแผลยาวต่อเนื่อง เป็นแผลที่ 2 และ 3 มีเลือดออก เหนือเยื่อหุ้ม ไขสันหลัง บริเวณคอ ส่งผลให้ เนื้อสมองกลีบซ้าย ส่วนหลัง มีรอยกดยุบจาก เลือดที่ออกเหนือ เยื่อหุ้มสมอง ชั้นหนา ที่คงค้างอยู่

“สรุปสาเหตุ การเสียชีวิต ไม่ได้เกิดจาก คอหัก แต่เกิดจาก กะโหลกศีรษะ ส่วนหลังแตก มีเลือดออก เหนือเยื่อหุ้มสมองชั้นหนา ที่กดเนื้อสมอง ซึ่งไม่ได้ทำให้ เสียชีวิต ในทันที อย่างไรก็ตาม การตายเร็ว หรือ ช้า ขึ้นอยู่กับ การไหลซึม ของเลือด แต่จากรอยแผล ที่ต่อเนื่องนั้น เชื่อว่า เป็นการกระแทก อย่างรุนแรง หนึ่งครั้ง แต่ แพทย์เจาะจงไม่ได้ว่า เกิดจากการซ้อม หรือ ลื่นหกล้มเอง บอกได้เพียงว่า เกิดจาก การกระแทก กับ ของแข็ง หรือ ถูกของแข็ง มากระแทก”

นพ.วิสูตร กล่าวต่อว่า คณะแพทย์ ได้ตรวจสอบ อวัยวะภายในแล้ว พบว่า ไม่มีส่วนใดผิดปกติ หรือ ฉีกขาด แต่บาดแผลภายนอก ที่พบเห็น ก็คือ มีรอยช้ำ บริเวณแขนขา เป็นจุดเล็กๆ ซึ่งแพทย์ได้ ตัดเนื้อเยื่อ บริเวณดังกล่าว ไปสุ่มตรวจ โดยการย้อมพิเศษ ซึ่งต้องรอผล อย่างน้อย 7 วัน และ จะรวบรวม ข้อมูล พร้อมแนบ สาเหตุการเสียชีวิต ให้กับ เจ้าพนักงานเจ้าของคดี ทั้งนี้ เนื่องจาก แพทย์ไม่สามารถ ระบุ พฤติการณ์แห่งเหตุได้ แต่เชื่อว่า เมื่อ พนักงานสอบสวน
ได้รับข้อมูลแล้ว จะสามารถ สรุปสำนวนได้

ด้าน นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ซึ่งเข้าร่วม สังเกตการณ์ ในการแถลงข่าว ในครั้งนี้ด้วย ให้สัมภาษณ์ว่า แม่ ของ พลทหาร อภินพ เชื่อใจ รพ.ศิริราช จึงขอย้าย ให้มา ชันสูตรศพ ที่นี่ และ จากที่ตน ได้ฟัง ผลการชันสูตรศพ

ตนเชื่อว่า บาดแผล ที่เกิดนั้นใหญ่ มีความเป็นไปได้สูงที่ พลทหาร อภินพ จะถูกของแข็ง กระแทกที่ศีรษะ หรือ ถูกซ้อม สูงกว่า การลื่นล้ม เอง อย่างไรก็ตาม ตนในฐานะ ส.ส. ได้หมดหน้าที่แล้ว ต่อจากนี้ ต้องเป็น หน้าที่ ของ เจ้าพนักงานสอบสวน


astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 27 เมษายน 2552 20:37 น.
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000047125


พิมพ์ ข่าวนี้ ผลชันสูตร “พลฯ อภินพ” ฐานกะโหลกร้าว
“ศิริราช” ไม่ฟันธง ถูกซ้อม หรือ หกล้ม



ยธ.สั่ง ดีเอสไอ แจงข้อเท็จจริง จุ้นศพ พลทหาร มทภ.1

รองปลัดยุติธรรม สั่ง “ดีเอสไอ” ทำบันทึก รายงานข้อเท็จจริง โดยด่วน
กรณี ส่งหนังสือ ขอความอนุเคราะห์ ผ่าศพ พลทหาร บ้านแม่ทัพภาคที่ 1
ไปยัง โรงพยาบาลศิริราช


วันนี้ (27 เม.ย.) ที่ กระทรวงยุติธรรม นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัด กระทรวงยุติธรรม ในฐานะกำกับดูแล กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึง กรณีที่ คณะแพทย์โรงพยาบาลศิริราช แถลงผล ผ่าชันสูตรพลิกศพ พลทหาร อภินพ เครือสุข ทหารรับใช้ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ที่เสียชีวิต ภายในบ้านพัก ของ แม่ทัพภาคที่ 1 ตั้งอยู่ใน กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (ร.1 รอ.)

โดยออกมาระบุว่า การผ่าชันสูตรครั้งนี้ เป็นไป ตามหนังสือ ขอความอนุเคราะห์ที่ ดีเอสไอ ส่งมา ตามหมายเลขหนังสือ ที่ ยธ.0800/พิเศษ
ว่า ตนได้รับเอกสารดังกล่าว จาก โรงพยาบาลศิริราชแล้ว ซึ่งในหนังสือระบุ

คำขอความอนุเคราะห์ ว่า นางศิริมล มาเพชร มารดา ของผู้ตาย ประสงค์ จะขอนำศพ ไปทำการ ชันสูตรพลิกศพ ที่ โรงพยาบาลศิริราช จึงขอ ส่งศพ มาตามความประสงค์ ของมารดาผู้ตาย

ทั้งนี้ ดีเอสไอได้ชี้แจงเบื้องต้น ว่า หนังสือดังกล่าว เป็นเพียง การประสานงาน กับ โรงพยาบาลศิริราช เท่านั้น เนื่องจาก นางศิริมาได้ร้องขอต่อ ดีเอสไอ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ดีเอสไอ ยังไม่ใช่ พนักงานสอบสวน ไม่มีอำนาจ เข้าไป สืบสวนคดีนี้ โดยตรง ทำได้ เพียงการสืบสวนข้อเท็จจริง เบื้องต้น เท่านั้น ตน จึงได้ สั่งการให้ ดีเอสไอ ทำบันทึกรายงาน อย่างละเอียด ส่งให้ตนพิจารณา โดยด่วนแล้ว


astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 27 เมษายน 2552 16:36 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000047154


พิมพ์ ข่าวนี้ ยธ.สั่ง ดีเอสไอ แจงข้อเท็จจริง จุ้นศพ พลทหาร มทภ.1


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

January 14, 2009

นายเขียว กัญฤทธิ์ โม้ได้อีก: “ฮุนเซน จะยอมอ่อนข้อ มาประชุมอาเซียน กู้หน้า ไทย”


เขมร โม้ได้อีก “ถ้าฮุนเซน ไม่มาไทย ผู้นำอาเซียน อีกหลายชาติ ก็ไม่มา”

ASTV ผู้จัดการออนไลน์ – โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ยังไม่เลิกให้สัมภาษณ์ แบบ เกทับ บลัฟแหลก รัฐบาลไทย ล่าสุด นายเขียว กัญฤทธิ์ รัฐมนตรีกระทรวงแถลงข่าว ในฐานะ โฆษกรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ ว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจ จะเดินทางมา ร่วมการประชุม ผู้นำอาเซียน ในประเทศไทย เพราะถ้าหากไม่ไป ผู้นำอาเซียน อีกหลายประเทศ ก็จะไม่ไปร่วมด้วย เช่นกัน


552000000442401
ภาพจากเอเอฟพ วันที่ 24 ก.ค. ขณะความตึงเครียดชายแดน กำลังเขม็งเกลียว นายเขียว กัญฤทธิ์ รมว. กระทรวง แถลงข่าวกัมพูชา ออกแถลง รายวัน โจมตีไทย มาตลอด คราวนี้ออกโรง อีกครั้ง บนเว็บไซต์ สถานีวิทยุเสียงอเมริกา


คำให้สัมภาษณ์ล่าสุด ของ นายเขียว ปรากฏอยู่ บนเว็บไซต์ สถานีวิทยุเสียงอเมริกา ภาคภาษาเขมร วันอังคาร (13 ม.ค.) ที่ผ่านมา

นายเขียว กล่าวก่อนหน้านี้ ว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน ได้เรียกร้องให้ เจ้าหน้าที่ของไทย พิจารณาจัด กำหนดการประชุมใหม่ โดยให้เลื่อนการประชุม ผู้นำอาเซียน กับ ประเทศคู่เจรจา ทั้งกรอบ “อาเซียน+3” และ “อาเซียน+6” ออกไปเป็น ช่วงปลายปี แทนที่จะเป็น เดือนหน้า และ ข้ามไปเป็นเดือน เม.ย. อีกรอบหนึ่ง

นายเขียว กล่าวว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน อาจจะไม่สามารถ เดินทางไปประเทศไทย ปีละ 2-3 หนได้ และ ผู้นำชาติอาเซียนอื่นๆ ก็คงจะเหมือนกัน

“หลังจากนั้น ประเทศเพื่อนมิตร ของกัมพูชาได้ขอร้องให้ สมเด็จฯ ฮุนเซน ไปร่วมการประชุมด้วย โดยบอกว่า หากไม่ไป ประเทศอาเซียนอื่นๆ ก็อาจจะ ไม่ไปเช่นเดียวกัน” นายเขียว กล่าวกับ วีโอเอภาคภาษาเขมร

คำให้สัมภาษณ์ขอ งนายเขียวสอดคล้อง กับคำกล่าว ของ นายฟายสีฟาน (Phai Siphan) ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษก คณะรัฐมนตรี ที่บอกว่า การตัดสินใจ “ยอมอ่อนข้อ” ของ สมเด็จฯ ฮุนเซน นั้น เป็นการ “ช่วยกู้หน้า ประเทศไทย”

อย่างไรก็ตาม นายฮอร์นัมฮอง (hor nam hong) รองนายกฯ และ รัฐมนตรีต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ หลังการพบ หารือกับ รัฐมนตรี ต่างประเทศ ญี่ปุ่น นายนากาโซเน ฮิโรฟุมิ เมื่อวัน อาทิตย์ (11 ม.ค.) ยืนยันว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน จะไปร่วม การประชุมผู้นำอาเซียน ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่จะเริ่มใน วันที่ 27 ก.พ. อย่างแน่นอน

สัปดาห์ที่แล้ว นายเขียว ได้ให้สัมภาษณ์ว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน อาจจะไม่สามารถไปประชุมผู้นำ ที่รัฐบาลไทยได้เลื่อน กำหนดเวลา ออกไปเป็น ครั้งที่ 3 และ ยังเปลี่ยนสถานที่ ประชุมจาก กรุงเทพฯ ไปเป็น หัวหิน อีกด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 14 มกราคม 2552 15:02 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9520000004192


พิมพ์ ข่าวนี้ เขมรโม้ได้อีก: “ฮุนเซน ไม่มาไทย อีกหลายชาติ ก็ไม่มา”

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

January 13, 2009

สำราญ-ประพันธ์-พิเชฐ ยัน เคลื่อนไหว ภาคปชช. อิสระ กับ พันธมิตรฯ โดยอิสสระ ไม่เกี่ยวกับ ปชป. ตอบแทน


ประพันธ์-พิเชฐ ยัน พันธมิตรฯ ภาคปชช. เคลื่อนไหวอิสระ ปัด ปชป. ตอบแทน

พิเชฐ พัฒนโชติ-ประพันธ์ คูณมี

พิเชฐ พัฒนโชติ-ประพันธ์ คูณมี


ประพันธ์-พิเชฐ-สำราญ แจง ปชป. ตั้งเป็น ที่ปรึกษารมต. ไม่เกี่ยวกับ การตอบแทน ที่ไปเคลื่อนไหวในนาม พันธมิตรฯ ภาคปชช. ย้ำต่อสู้ทุกอย่าง เป็นอิสระ ยันไม่เคยวิ่งเต้น ขอตำแหน่ง ขณะเดียวกัน ไล่ รบ. เก่า ชะโงกดูตัวเองบ้าง ตั้งพวกพ้อง รับตำแหน่ง หน้าสลอน


วันนี้(13 ม.ค.) ประพันธ์ คูณมี อดีตสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวในรายการ สภาท่าพระอาทิตย์ ถึงกรณี มีการวิพากษ์วิจารณ์ การแต่งตั้ง ที่ปรึกษา เลขารัฐมนตรี เป็นการตอบแทน พันธมิตรฯ ว่า

พันธมิตรฯ ไม่เคยนำเรื่อง การเคลื่อนไหวภาคประชาชน ไปปรึกษา หรือยุ่งเกี่ยวกับ พรรคประชาธิปัตย์ เลย ทั้งนี้ขอยืนยันว่า การเคลื่อนไหว ภาคประชาชน ของเรา เป็นไปอย่างอิสระ เราได้รับเกียรติ ร่วมต่อสู้ กับ ภาคประชาชน

ทางพรรคประชาธิปัตย์ ให้เกียรติเรา เราก็เคารพ ซึ่งกันและกัน ส่วนการได้รับแต่งตั้ง พรรคอาจเห็นว่า เรามีประโยชน์ ในการทำงาน อย่าง คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี เป็นผู้ใหญ่ ที่ตนให้ความเคารพนับถือ ทำงาน ช่วยกันมา ร่วมกันมา กว่า 10 ปีแล้ว

นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า พวกเราไม่เคยคิด เอาการเคลื่อนไหวของ พี่น้องพันธมิตรฯ เป็นเครื่องมือหาประโยชน์ เพื่อให้ได้ตำแหน่ง ไม่เคยคิด ที่จะ กอบโกย ผลประโยชน์ ของ ประเทศ และ ประชาชน ตนขอยืนยันไม่เคยไปวิ่งเต้น ขอตำแหน่งอะไร กับพรรค

ดังนั้น อย่ามาบิดเบือน ข้อเท็จจริง ทีพวกรัฐบาลเก่า ตั้งคนของตัวเอง พวกพ้องตัวเอง ไปเป็นที่ปรึกษา เลขารัฐมนตรี ทำความเสียหายให้ ชาติ ทำไมไม่พูดบ้าง แต่พวกเราไม่เคยไปทำอะไรให้ประเทศ และ ประชาชน เสียหาย อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ ที่แยกแยะ ในเรื่องการเมือง กับ ภาคประชาชน

ด้าน นายพิเชฐ พัฒนโชติ อดีตรองประธานวุฒิสภา กล่าว ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของ การตอบแทน แน่นอน เพราะ ตำแหน่ง ที่ปรึกษา ก็ไม่มีอะไรมาก เป็นการใช้ความรู้ความสามารถ ที่มีอยู่ ทำงาน และ ก็ไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่โตอะไร ซึ่งตนก็เคยเป็น รองประธานวุฒิสภา มาก่อน รวมถึง นายประพันธ์ และ นายสำราญ ก็เป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำงานให้ บ้านเมือง มาก่อน ดังนั้นอยากให้ ประชาชน ติดตามการทำงาน ของ พวกเรา ว่าจะมี พฤติกรรมเสื่อมเสีย หรือไม่ อย่างไร

ขณะที่ นายสำราญ รอดเพชร อดีตแกนนำ พันธมิตรฯ รุ่น 2 และ พิธีกรผู้ดำเนินรายการ สภาท่าพระอาทิตย์ กล่าวเสริมว่า ทุกคน ที่เคลื่อนไหว กับ พันธมิตรฯ มีความเป็น เสรีชนอย่างอิสระ ไม่เกี่ยวกับพรรค หวังว่า พี่น้องประชาชน จะเข้าใจ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
13 มกราคม 2552 11:18 น.
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003540


พิมพ์ ข่าวนี้ ประพันธ์-พิเชฐ ยัน พันธมิตรฯ ภาคปชช. เคลื่อนไหวอิสระ ปัด ปชป. ตอบแทน

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“พล.อ.สนธิ” ปัดไม่มีแนวคิด ตั้งพรรคการเมือง


“บิ๊กบัง” งง! ข่าวตั้งพรรคการเมือง ร่วมก๊วนเพื่อนเนวิน ยันไม่มีแนวคิด

พล.�.สนธิ บุญยรัตกลิน �ดีคปธ.คมช.

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีคปธ.คมช.


“พล.อ.สนธิ” ปัดไม่มีแนวคิด ตั้งพรรคการเมือง ดึง ส.ส. กลุ่มเพื่อนเนวินร่วม มึนไม่รู้กระแสข่าว มาจากไหน รับทราบ ผลการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาแล้ว แต่ไม่ขอวิจารณ์ ขณะที่แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ออกมาปฏิเสธข่าว ยันยังไม่มีโอกาสได้คุยกับ “บิ๊กบัง” ย้ำการเคลื่อนไหวกลุ่ม จะมีความชัดเจน หลังการประชุม 14 ม.ค.นี้


วันนี้ (13 ม.ค.) พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คณะมนตรี ความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. ยอมรับว่า รู้สึกแปลกใจ ที่มีกระแสข่าวว่า ตนเอง จะตั้ง พรรคการเมือง โดยจะมีการดึง ส.ส. จากกลุ่มเพื่อนเนวิน มาสนับสนุน ซึ่งไม่ทราบว่า กระแสข่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร และ ตนไม่ได้มีแนวคิด จะตั้ง พรรคการเมือง เพราะขณะนี้ เดินทางอยู่ต่างประเทศ รวมทั้งได้ทราบข่าว การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นว่า พรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคร่วมรัฐบาล ได้เสียง สนับสนุนจำนวนมาก แต่ไม่ขอแสดงความเห็น

ด้าน นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย แกนนำ ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน ปฏิเสธถึง กระแสข่าว ที่เกิดขึ้น โดยกล่าวว่า ยังไม่ได้มีโอกาส พูดคุย กับ พล.อ.สนธิ ส่วนความเคลื่อนไหว ของกลุ่ม จะมีความชัดเจน หลังจากมีการประชุมกัน ในวันที่ 14 มกราคม 2552

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
13 มกราคม 2552 09:05 น.
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003477


พิมพ์ ข่าวนี้ “บิ๊กบัง” งง! ข่าวตั้งพรรคการเมือง ร่วมก๊วนเพื่อนเนวิน ยันไม่มีแนวคิด

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

January 11, 2009

ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ตึงเครียด อีกครั้งหนึ่ง แต่ ฮุนเซน จะเดินทางมาร่วมประชุม ผู้นำอาเซียน ที่ หัวหิน

เรืภ??ูปิเตภ??์ครุยส์ที่เมืภ??ท่าสีหนุวิลล์สัปดาห์ที่แล้ว

เรือจูปิเตอร์ครุยส์ที่เมืองท่าสีหนุวิลล์สัปดาห์ที่แล้ว


เรือจูปิเตอร์ครุยส์ ที่เมืองท่าสีหนุวิลล์ สัปดาห์ที่แล้ว จดทะเบียนที่ ปานามา แต่ดำเนินการโดย บริษัทในสิงคโปร์ สูง 7 ชั้น ยาว 178 เมตร กว้าง 22 เมตร มีห้องพักราว 400 ห้อง ภัตตาคาร สปา ฟิตเน็สเซ็นเตอร์ ห้องบันเทิง ฯลฯ เพียบ บรรทุกผู้โดยเต็มๆ ลำ ได้ถึง 800 กับลูกเรือ อีก 400 คน ให้บริการท่องเที่ยว เชื่อมประเทศต่างๆ ในทะเลจีนใต้ อ่าวไทย และ มหาสมุทรอินเดีย แวะจอดเทียบท่า ปลายทางต่างๆ แห่งละ 6 ชั่วโมง


“ฮุนเซน” กลับลำโฆษกยันมาประชุมอาเซียนแน่

ภาพจากแฟ้มรภ??เตภ??์วันที่ 6 ส.ค.2551 สมเด็จฯ ฮุนเซน ระหว่างไปเยี่ยมเยืภ??ชาวนาที่ ฮสำโรงตึก จ.กัมปงสะปืภได้ให้สัมภาษณ์ว่าพวกหัวรุนแรงในประเทศไทย ได้โหมสะพืภ??วามขัดแย้งพรมแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา สัปดาห์ที่แล้วสมเด็จฯ ฮุนเซนกล่าวว่าภ??จจะไม่เดินทางมาร่วมประชุมผู้นำภ??เซียนที่ไทยเป็นเจ้าภาพ แต่เมื่ภ??ันภ??ทิตย์นี้ โฆษกได้แถลงกลับคำภ??กครั้งหนึ่ง

ภาพจากแฟ้มรอยเตอร์วันที่ 6 ส.ค.2551 สมเด็จฯ ฮุนเซน ระหว่างไปเยี่ยมเยือนชาวนาที่ อ.สำโรงตึก จ.กัมปงสะปือ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าพวกหัวรุนแรงในประเทศไทย ได้โหมสะพือความขัดแย้งพรมแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา สัปดาห์ที่แล้วสมเด็จฯ ฮุนเซนกล่าวว่าอาจจะไม่เดินทางมาร่วมประชุมผู้นำอาเซียนที่ไทยเป็นเจ้าภาพ แต่เมื่อวันอาทิตย์นี้ โฆษกได้แถลงกลับคำอีกครั้งหนึ่ง

ASTV ผู้จัดการรายวัน – นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมเด็จฯ ฮุนเซน จะเดินทางมาร่วมประชุม ผู้นำอาเซียน ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่ หัวหิน ในเดือนหน้า อย่างแน่นอน หลังจากโฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวก่อนหน้านี้ ว่า ผู้นำกัมพูชา อาจจะไม่มา เพราะมีความลำบาก และ ค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งได้สร้าง ความสับสน แก่ทุกฝ่าย

การแถลงดังกล่าว ยังมีขึ้นในช่วงที่ ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ตึงเครียด อีกครั้งหนึ่ง รัฐบาลกัมพูชา ได้ยื่นประท้วง หลังจาก เจ้าหน้าที่ ตรวจคนเข้าเมือง ของไทย ที่ อ.ศรีราชา ไม่อนุญาตให้ ผู้โดยสารชาวกัมพูชา บนเรือสำราญนำเที่ยวลำหนึ่งขึ้นจากเรือ ที่เข้าเทียบ ท่าแหลมฉบัง ปลายเดือนที่แล้ว

“ท่าน (ฮุนเซน) ไม่ได้พูดว่า จะไม่ไปร่วม แต่ท่านมีความยุ่งยากบางประการ หลังจากหารือกันแล้ว ท่านมั่นใจว่าจะไปได้” นายเขียว กัญฤทธิ์ รัฐมนตรี กระทรวงแถลงข่าว โฆษกคนเดียวกัน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์

แต่เดิมการประชุมสุดยอดของ กลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ และ การประชุมอาเซียน กับ ประเทศคู่เจรจา ที่เรียกว่า อาเซียน+3 กับ อาเซียน+6 จะจัดขึ้น ใน กรุงเทพฯ ในเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว แต่รัฐบาลของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ประกาศเลื่อนวันประชุม และ เปลี่ยนสถานที่ประชุม เป็น เมืองเชียงใหม่ เนื่องจาก สถานการณ์ประท้วงรัฐบาล ใน กรุงเทพฯ

นายกรัฐมนตรีขภ??ไทย ภ??ิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ก่ภ??หน้านี้ยืนยันว่า ผู้นำกัมพูชาจะมาร่วมประชุมด้วย และจะไม่มีการหยิบยกเรื่ภ??ชายแดนขึ้นเจรจาในกรภ??ขภ??ภ??เซียน

นายกรัฐมนตรีของไทย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ยืนยันว่า ผู้นำกัมพูชาจะมาร่วมประชุมด้วย และจะไม่มีการหยิบยกเรื่องชายแดนขึ้นเจรจาในกรอบของอาเซียน

ต่อมา รัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้เปลี่ยนสถานที่ประชุม เป็น อ.หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นไปตาม คำแนะนำ ของ ฝ่ายความมั่นคง

ไทยยังเลื่อน การประชุมอาเซียน+3 กับ อาเซียน+6 ออกไปเป็น เดือน เม.ย. อีกด้วย

นายเขียว กล่าวว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน อาจจะไม่สะดวก และ มีความลำบาก ในการไปร่วมประชุม ที่ อ.หัวหิน นอกจากนั้น ยังเห็นว่า การประชุมผู้นำ อาเซียน กับ ผู้นำจีน เกาหลี และญี่ปุ่น นั้น มีความสำคัญยิ่งกว่า สามประเทศนี้ กำลังจะให้เงินช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาขาดสภาพคล่องใน ภูมิภาค

ปัจจุบัน ไทย เป็นประเทศประธาน คณะกรรมการประจำกลุ่มอาเซียน ซึ่งสมาชิกประเทศ ผลัดเปลี่ยนกัน ทำหน้าที่ ปีละครั้ง

วันที่ 8 ม.ค. ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศคนหนึ่ง ของ กัมพูชา ได้เรียกเอกอัครราชทูตไทย เข้าพบ และ ยื่นประท้วง ระบุว่าเมื่อ วันที่ 25 ธ.ค. ไทย ไม่อนุญาตให้ ลูกเรือหลายร้อยคน บนเรื่อท่องเที่ยวเดินสมุทร “จูปิเตอร์” (Jupiter Cruise) จากเมืองท่า สีหนุวิลล์ ขึ้นบก ทั้งๆ ท เกือบทั้งหมด มีวีซ่า ที่ออกโดย สถานทูตไทย อย่างถูกต้อง

หนังสือพิมพ์แคมโบเดีย เดลี ได้อ้างคำพูด ของ นายโซ้ท สุพิน (Soth Sophin) ประธาน บริษัทลัมแอนด์บราเธอร์ส (Lam and Bothers) เป็นผู้จัด เดินทางท่องเที่ยว ไปกับ เรือจูปิเตอร์ ซึ่งระบุว่า เรือสำราญลำนี้ พร้อมผู้โดยสารกว่า 400 คนได้ไปแวะจอดเทียบท่า เพื่อเยือนเมืองพัทยา ก่อนจะ ไปแวะ ท่าเรือกรุงเทพฯ และ ภูเก็ต เป็นปลายทางสุดท้าย

นายสุพิน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไทยไม่อนุญาตให้ ผู้โดยสาร ที่เป็นชาวกัมพูชา ขึ้นฝั่ง แต่อนุญาตให้ นักท่องเที่ยว ชาวจีน กับ ชาวเวียดนาม เข้าประเทศ ได้ ทั้งๆ ที่ ชาวกัมพูชา ถือวีซ่า ที่ออกโดย สถานทูตไทย ในกรุงพนมเปญ

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ที่ไม่ประสงค์ให้ ระบุชื่อ กล่าวกับ “ASTV ผู้จัดการรายวัน” เมื่อวันศุกร์ (9 ม.ค.) ระบุว่า เรือจูปิเตอร์ ขอเข้าเทียบท่า อย่างกระชั้นชิด ผิดระเบียบ และ แจ้งจำนวนผู้โดยสาร เพียงประมาณ 200 คน แต่เอาเข้าจริงๆ จำนวนมี ถึง 700 คน นอกจากนั้น ยังแจ้งว่า จะขอ เพียงแวะเติมน้ำ แล้วจะออกเดินทางต่อไป

เจ้าหน้าที่ผู้นี้ไม่ได้กล่าวถึง การอนุญาตให้ ผู้โดยสารชาวจีน ขึ้นฝั่งได้ แต่อธิบายเกี่ยวกับ ผู้โดยสารชาวเวียดนาม (ที่ไม่ทราบจำนวน) ว่า ทุกคน มี เอกสารการเดินทาง ครบ มีความประสงค์ จะขอเดินทาง กลับประเทศ ทางเครื่องบิน จึงได้รับอนุญาต

นายเบนสัน สะไหม (Benson Samay) สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นทนายความ ให้กับ เรือจูปิเตอร์ กล่าวว่า ผู้โดยสาร พากันโกรธแค้น การเลือกปฏิบัติ ของ ทางการไทย ซึ่งเขากล่าวว่า ทำให้การเดินทางของ จูปิเตอร์ เป็น “ความหายนะ” ในทันที

นายสะไหม กล่าวด้วยว่า ผู้โดยสารชาวกัมพูชา หลายคน เป็น สมาชิกวุฒิสภา เป็นนายทหารระดับนายพล ผู้พิพากษา เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง ของ รัฐบาล หลายคน ถือหนังสือเดินทาง นักการทูต และเชื่อว่า การไม่ให้เข้าประเทศ เกี่ยวพัน กับ การพิพาทพรมแดน

แคมโบเดียเดลี่ ได้อ้างคำกล่าวของ นายธฤต จรุงวัฒน์ โฆษก กระทรวงการต่างประเทศ ของไทย ที่ตอบคำถาม ทางอีเมล์ ระบุว่า กระทรวง ไม่เคยทราบ เกี่ยวกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2551 กับการเลือกปฏิบัติ ของ ทางการไทย ต่อ พลเมืองกัมพูชา และ เชื่อว่า ไม่ได้เกิด เหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

โฆษก ของไทย กล่าวว่า ตามหลักการนั้น ทางการตรวจคนเข้าเมือง ของ ไทย จะต้องอำนวยความสะดวกให้แก่ การเดินทางเข้าประเทศ โดย ปราศจาก การเลือกปฏิบัติ ทางเชื้อชาติ ถ้าหาก (นักท่องเที่ยว) มีวีซ่าเข้าเมือง อย่างถูกต้อง

ประเทศไทย ถือว่า กัมพูชา เป็นเพื่อนบ้านประเทศหนึ่ง ในบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน อื่นๆ ดังนั้น ในสภาวะปกติ จึงไม่มีเหตุผล สำหรับเรา ที่จะห้าม นักท่องเที่ยวเดินทาง เข้าประเทศ แต่ไทยจะสอบสวนเรื่องนี้ ถ้าหากมีการประท้วง ทางการทูต จริงๆ

ในการแถลงข่าว วันที่ 8 ม.ค. นายลอง วิสาโล (Long Visalo) ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ คนหนึ่ง กล่าวว่า ทางการ ไม่ทราบเรื่องนี้ มาก่อน จนกระทั่ง วันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา

นายอึงเซียน (Ung Sean) ผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่เรียกทูตไทย เข้าพบ และ ยื่นประท้วง กล่าวว่า กัมพูชา ไม่มีความสุข เสียใจ และ ไม่สามารถยอมรับได้ ต่อกรณี นี้ และ เรียกร้องให้ ฝ่ายไทย ต้องสอบสวน อย่างถึงที่สุด หลังจาก เอกอัครราชทูตไทย ไม่สามารถตอบคำถามใดๆ ได้

“ASTV ผู้จัดการรายวัน” ไม่สามารถติดต่อ ขอสัมภาษณ์ เพื่อขอรายละเอียดจาก เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญได้ใน วันอาทิตย์ (11 ม.ค.) นี้

แต่ นายวิสาโล กล่าวว่า ไทย ได้ห้ามผู้โดยสาร ชาวกัมพูชา จำนวน 257 คน เข้าประเทศ ด้วยเหตุผล ที่ว่า คนเหล่านั้น จะเป็นอันตราย ต่อ ความมั่นคง ของไทย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 11 มกราคม 2552 21:08 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000002893


พิมพ์ ข่าวนี้ “ฮุนเซน” กลับลำโฆษกยันมาประชุมอาเซียนแน่

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

December 8, 2008

“เพื่อไทย” แพ้ยกแรก ล่าชื่อ ขอเปิดสภาฯ เก้อ เหตุ “ปู่ชัย”เดินทางไป ตจว.

ยื่นข เปิดประชุมสภา สมัยวิสามัญ เพื่เลืกนายกรัฐมนตรี ต่นายชัย ชิดชบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยื่นขอ เปิดประชุมสภา สมัยวิสามัญ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร


ขั้ว ปชป.เริ่มนิ่งตุน 242 เสียงกลุ่ม “เพื่อนเนวิน” ยันหนุนตั้งรัฐบาล


“เพื่อไทย” แพ้ยกแรก ล่าชื่อ ขอเปิดสภาฯ เก้อ เหตุ “ปู่ชัย”เดินทางไป ตจว.แถมโดน ปชป. ยื่นตัดหน้าก่อน อ้างมี 230 เสียงในมือ แต่ไม่ยอมให้ สื่อดู เชื่อมีแค่ 140 ยังโม้ “เพื่อนเนวิน” ทยอยกลับ ด้าน ส.ส. อำนาจเจริญ ยันกลุ่มเหนียวแน่น หนุน ปชป. พร้อมเผย “ป๋าเหนาะ” รับปากร่วมเรือ ลำเดียวกัน แล้ว


เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 8 ธ.ค. ที่สำนักงาน พรรคเพื่อไทย นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ ว่าที่ ร.ต.นายพงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย และ นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี ร่วมกันแถลงข่าว โดย ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รวบรวมรายชื่อ ส.ส. เพื่อจะไปยื่นขอ เปิดประชุมสภา สมัยวิสามัญ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขณะนี้เรามีรายชื่อ ส.ส. เกินกึ่งหนึ่ง พร้อมที่จะเลือกนายกรัฐมนตรี แต่เนื่องจาก ทราบว่าประธานสภาฯ ติดภารกิจ เดินทางไปต่างจังหวัด เมื่อประสานไปยัง รองประธาน สภาผู้แทนฯ ก็ได้รับแจ้งว่า ไม่สามารถรับแทนได้ และทราบว่า ฝ่ายค้านได้ยื่นขอ เปิดประชุมสภาแล้ว ดังนั้นทางพรรคเพื่อไทย ก็พร้อมที่จะ เข้าประชุม เพราะเรามีเสียง ส.ส. สนับสนุน เกือบ 230 เสียง


“มี ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่เข้ามาอยู่กับ พรรคเพื่อไทยแล้ว อาทิ
นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู
นายจตุพร เจริญเชื้อ ส.ส.ขอนแก่น
นายธนเทพ ทิมสุวรรณ และ
นางนันทนา ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย รวมทั้ง
นายวิเชียร อุดมศักดิ์ ส.ส.อำนาจเจริญ
ซึ่งตอนนี้ กลุ่มเพื่อนเนวิน เหลือเพียง 15-17 คน ที่ยังสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นเชื่อว่า เรายังมีเวลา เพราะ ส.ส. ไม่ใช่สินค้า ไม่ใช่ผักปลา ก็ต้องคำนึง ถึงบ้านเมืองเป็นหลัก”
ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ กล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ สื่อมวลชน พยายามที่จะขอดูและ อยากให้เปิดเผย รายชื่อส.ส. ที่ร่วมลงชื่อ ขอเปิดประชุมสภา สมัยวิสามัญฯ แต่ ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธุ์ ปฏิเสธ ที่จะแจกให้ เพียงเปิดให้ดูคร่าวๆ โดยไม่ยอมให้ดู ในรายละเอียด

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเท่าที่สังเกตนั้น พบว่า มีรายชื่อ ส.ส. ที่เซ็นชื่อไว้ทั้งสิ้น 14 แผ่น โดยมี ส.ส.ทั้งหมด ไม่น่าจะเกิน 140 คน

“เพื่อนเนวิน” โต้ ยังเหนียวแน่น เผย “ป๋าเหนาะ” รับปากแล้ว


ด้าน นายวิเชียร อุดมศักดิ์ ส.ส.อำนาจเจริญ กลุ่มเพื่อนเนวิน ซึ่ง ว่าที่ พงศ์พันธุ์ อ้างว่าได้กลับเข้าไปอยู่ พรรคเพื่อไทยแล้ว เปิดเผยว่า การที่ ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธุ์ ออกมาระบุว่า ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน กลับมาอยู่กับ พรรคเพื่อไทย จนเหลือเพียง 15 คน ที่ยังสนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ นั้น ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากตน พร้อมทั้ง ส.ส. ในกลุ่มฯ ยังคงเหนียวแน่น ในการสนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ ในการจัดตั้งรัฐบาล ไม่พลิกมาอยู่กับ พรรคเพื่อไทย แน่นอน ทั้งนี้ ตนก็อยากเห็นรายชื่อ ที่เซ็นชื่อ เหมือนกัน


นายวิเชียร เปิดเผยอีกว่า นอกจากนี้ ล่าสุดในช่วงเช้าของ วันที่ 8 ธ.ค.นั้น ได้บอกกับ ส.ส. ในกลุ่มว่า นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรค ประชาราช ก็จะมาอยู่กับเราด้วย


เผยยอด ส.ส. หนุน “มาร์ค” 242 เสียง


ขณะที่ นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม กลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวว่า ขณะนี้ จำนวน ส.ส. ในการจัดตั้งรัฐบาล นิ่งแล้ว โดยอยู่ที่ 242 เสียง แต่ก็ยังมี แนวโน้มว่า จะมี ส.ส. เข้ามาสนับสนุน เพิ่มเติมอีก ซึ่งหลายคน ยังขอเวลา รอให้ทุกอย่างชัดเจน กว่านี้ เพราะหากเปิดตัวตอนนี้ จะโดนบี้ โดยทุกคน เห็นด้วยกับ แนวทางที่ต้องการให้ บ้านเมืองสงบ และประเทศเดินหน้า ต่อไปได้


แกนนำ เพื่อไทย แห่พบ “ป๋าเหนาะ” กัน ชิ่งซบ ปชป.


ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 14.30 น. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี นายอัศนี เชิดชัย ส.ส.สัดส่วน นางลินดา เชิดชัย ส.ส.นครราชสีมา สมาชิกพรรคเพื่อไทย ออกเดินทาง โดยรถตู้เพื่อไปพบ นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่บ้านพัก เมืองย่านทองธานี

นายยงยุทธ ให้สัมภาษณ์ ก่อนออกเดินทางว่า วันนี้ ตนและ ส.ส.เพื่อไทย จะเดินทางไปเยี่ยม และร่วมทานข้าวกับ นายเสนาะ ซึ่งตนถือว่า นายเสนาะ เป็นหัวหน้า และผู้ใหญ่ ที่เคารพ

ส่วนการเดินทางไปครั้งนี้ จะเป็นการไปตรวจสอบ และขอคำมั่นให้ นายเสนาะ อยู่กับพรรคเพื่อไทย เพื่อป้องกันไม่ให้ พลิกขั้วการเมือง ใช่หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า คุยยุทธศาสตร์ภาพรวม ทั่วไป

ยกเก้าอี้ นายกฯ ผูกใจ “เสนาะ”


รายงานข่าวแจ้งว่า การไปพบ นายเสนาะ ครั้งนี้ เพื่อเป็นการยืนยัน เพราะมีกระแสข่าวว่า นายเสนาะ อาจจะเปลี่ยนใจ ไปจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกับ พรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้น กลุ่มนายยงยุทธ จึงต้องไปยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมให้ พรรคเล็ก เช่น พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคประชาราช เสนอชื่อ บุคคล ที่จะเป็นนายกฯ ได้


โดยพรรคเพื่อไทย จะไม่เสนอชื่อ คนในพรรค เป็นนายกฯ ซึ่งล่าสุดที่มีการคุยกันนั้น ยังมีชื่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองหัวหน้าพรรค เพื่อแผ่นดิน และ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรค รวมใจไทยชาติพัฒนา ด้วย แต่พรรคเพื่อไทย จะไปคุยเพื่อขอให้ นายเสนาะ เป็นนายกฯ

ด้านนายวิทยา กล่าวถึง กรณีที่มีกระแสข่าวว่า อาจจะมีการยุบสภาว่า โดยส่วนตัวเห็นว่า ควรยึดมั่นใน ระบอบประชาธิปไตย การแก้ปัญหา ด้วยการยุบสภา จะเป็นทางออกสุดท้าย ถ้าเห็นว่า การเมืองไปไม่ได้แล้ว ก็จะต้องนำมาใช้

ส่วนการเมือง ที่เดินไปไม่ได้ เป็นเพราะเสียงการตั้งรัฐบาล ก้ำกึ่ง ใช่หรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็น เอกสิทธิ์ของ ส.ส. ที่จะเลือก ต่อไปนี้ คงต้องติดตามดู

เตรียมแผน ยุบสภา ดัดหลัง ส.ส.ทรยศ


แหล่งข่าวจาก พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตอนนี้รอเพียง ความชัดเจนเรื่อง จำนวน ส.ส. และรายชื่อ ที่จะอยู่กับ พรรคเพื่อไทย ว่าจะมีเท่าไร ซึ่งสุดท้าย ก่อนที่จะมีการ เปิดประชุมสภา เพื่อเลือกนายกฯ นั้น จะมีความชัดเจนว่า หากพรรคเพื่อไทย มีเสียงไม่มากพอ ที่จะตั้งรัฐบาล ก็จะดำเนินการยุบสภา

ส่วนที่มีข้อสังเกตว่านายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รองนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่ แทนนายกฯ จะมีอำนาจหรือไม่ หรือจะไปเข้าข้าง ฝ่ายประชาธิปัตย์ หรือไม่นั้น แหล่งข่าวยืนยันว่า นายชวรัตน์ ยังอยู่ข้าง พรรคเพื่อไทย และเมื่อถึงเวลา ก็จะดำเนินการทันที

ส่วน ส.ส. อดีตพรรคพลังประชาชน ที่ไปเข้ากับ พรรคประชาธิปัตย์นั้น หากมีการยุบสภาแล้ว กลับเข้ามาอีกครั้ง พรรคเพื่อไทย ก็จะไม่รับ

สำหรับบรรยากาศ ความเคลื่อนไหวที่ พรรคเพื่อไทย ตลอดทั้งวันนั้น มี ส.ส. ทยอยเดินทางเข้ามา ยังที่ทำการพรรค อย่างต่อเนื่อง อาทิ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการ รมว.สาธารณสุข กลุ่มบ้านริมคลอง
นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รักษาการ รมช.มหาดไทย แกนนำ กลุ่มอีสานพัฒนา
นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา อดีตประธานวิปรัฐบาล
ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส. สัดส่วน
นายมามิตย์ จิตจันทร์กลับ ส.ส.สัดส่วน
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน
นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลพล ส.ส.อุบลราชธานี และ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตโฆษกรัฐบาล เป็นต้น

เพื่อหารือกับ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในการ จัดตั้งรัฐบาล

นอกจากนี้ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภริยา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายัง ที่ทำการ พรรคเพื่อไทย ด้วย

อัด ปชป. อยากเป็นรัฐบาล จนตัวสั่น


นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี สมาชิกพรรคเพี่อไทย กล่าวว่า วันนี้มี ผู้ใหญ่ในพรรค และ ส.ส. เดินทางมาที่ พรรคเพื่อไทย เพื่อ วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ โดยยังมั่นใจว่า พรรคยังมีเสียงข้างมาก และสามารถ จัดตั้งรัฐบาลได้

แต่น่าแปลกใจที่ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพูดมาตลอดว่า ยึดหลักการนั้น ตามหลักแล้ว พรรคที่มีเสียงข้างมาก จึงจะสามารถ จัดตั้งรัฐบาล ได้ก่อน หากจัดตั้งไม่ได้ จึงเป็นโอกาสของ พรรคอันดับสอง ไม่ใช่อยากเป็นรัฐบาลมาก จนมาแย่งชิง จัดตั้งรัฐบาล อยากถามว่า ยึดหลักการนั้น หมายความว่า อะไร อย่างไรก็ตาม จะเป็นไปได้หรือไม่นั้น ทุกอย่างยังมีเวลา ซึ่งอนาคต เราจะเป็นฝ่ายค้าน หรือรัฐบาล ก็พร้อม แต่ขอให้บ้านเมือง เดินไปได้

อ้าง “เพื่อนเนวิน” หลอกชาวบ้าน ว่ายังอยู่ เพื่อไทย


นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า หลังจากที่มีข่าวว่า ส.ส. อดีตพรรคพลังประชาชน ย้ายไปสนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อตั้งรัฐบาล และให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี นั้น มีกระแสความไม่พอใจของ ชาวบ้านในพื้นที่ เป็นอย่างมาก โดยรู้สึกรับไม่ได้ กับการตัดสินใจ ของ ส.ส. เหล่านั้น

เพราะตอนนี้ ส.ส.ส่วนหนึ่ง ที่หันไปสนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ ไปหลอกชาวบ้านว่า ไม่ย้ายไปไหน ยังอยู่ ถ้าชาวบ้าน รู้ความจริง เชื่อว่าจะลง พื้นที่ในเขตเลือกตั้ง ไม่ได้ ที่ผ่านมา ส.ส. บางคน ก็ถูกชาวบ้าน ไปล้อมบ้าน ปาอึ คงจะมีอีกหลายพื้นที่ ที่มีการเคลื่อนไหว เช่นนี้ และเชื่อว่า ในสัปดาห์หน้า จะวุ่นวายกว่านี้ จะมีประชาชนออกมา กดดัน หนักกว่านี้

ส.ส. หนองบัวลำภู คุย อยู่เพื่อไทย ไม่ต้องใช้เงิน ซื้อเสียง


นายไชยา พรหมมา ส.ส. หนองบัวลำภู อดีตสมาชิก กลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวว่า สาเหตุที่ ตนย้ายมาอยู่กับ พรรคเพื่อไทย นั้น ยืนยันว่า ตนเลือกที่ จะมาเอง ชาวบ้านเรียกร้อง ไม่มีใครไปเจรจา และไม่มีการต่อรอง โควตารัฐมนตรี 5 ต่อ1

เพราะวันนี้ พรรคต้องสร้าง การเมืองมิติใหม่ ต้องไม่ใช้โควตา ในการต่อรอง ไม่เช่นนั้น ก็จะเกิดการซื้อตัว ส.ส. ซึ่งตน ไม่ชอบอยู่แล้ว ตอนลงพื้นที่ ชาวบ้าน ต่างสอบถามว่า เมื่อไหร่จะไปสมัคร พรรคเพื่อไทย ซึ่งเหมือนเป็น การกดดันตัวเรา และ ตอนนี้ กระแสพรรคเพื่อไทย ก็มาแรงมาก คาดว่า หากมีการเลือกตั้ง เมื่อไหร่ ไม่ต้องใช้เงินเลย ใช้แค่เพียง ค่าป้ายโฆษณาหาเสียง ค่าน้ำมันรถหาเสียง เท่านั้น ไม่ต้องใช้ อย่างอื่นเลย และยังเชื่อว่า คนที่ย้ายไปพรรคอื่น จะสอบตก อย่างแน่นอน

เชื่อ “เพื่อนเนวิน” ไม่มี รีเทิร์น


นายไชยา กล่าวต่อว่า ในการหารือกับ กลุ่มเพื่อนเนวิน ก่อนหน้านี้ ตนได้สอบถามถึง แนวทาง ทางการเมืองว่า จะเดินต่อไปอย่างไร ซึ่ง นายเนวิน ชิดชอบ บอกว่า ให้รอไปก่อน ไม่ต้องรีบ ยังมีเวลาเหลือ ตั้ง 60 วัน ในการสังกัด พรรคการเมือง ซึ่งทำให้เรา กดดันทางการเมือง เพราะถูกตั้งคำถาม จากหลายฝ่าย ทั้งสื่อมวลชนและ ชาวบ้าน ถึงสาเหตุที่ ไม่มาอยู่กับ พรรคเพื่อไทย มีเรื่องผลประโยชน์ อะไรแอบแฝงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ส.ส. กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่ออกไปอยู่กับ พรรคการเมืองอื่นนั้น หากมีการเลือกตั้ง จะกลับเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ลำบาก อย่างแน่นอน เพราะ ประชาชนในพื้นที่ เขาอยากให้อยู่กับ พรรคเพื่อไทย เท่านั้น และเชื่อว่า คนที่ออกไปคงไม่กลับมาอยู่กับ พรรคเพื่อไทย อีกแล้ว

อ้างทหารบีบ เปลี่ยนขั้ว


“เท่าที่นั่งไล่รายชื่อ กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่อยู่กับพรรคการเมืองอื่นนั้น ขณะนี้เหลือ ไม่เกิน 12 คน อย่างแน่นอน ก็ยังแปลกใจกับ ตัวเลขก่อนหน้านี้ ที่บอกว่า ยังมีอยู่ตั้ง 30 คน เท่าที่สอบถาม ส.ส. ในกลุ่มเพื่อนเนวิน บางคน ก็บอกตรงๆ ว่า ที่ตัดสินใจทางการเมือง แบบนั้น เป็นเพราะ ทหาร เข้ามา มีส่วน แต่เป็นการ พัฒนารูปแบบ ไม่ใช่เหมือนเมื่อก่อน ที่เข้ามาแล้วทุบโต๊ะปั้ง จะเอา อย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งรูปแบบใหม่ เป็นการพูดจา หว่านล้อม ชี้ให้เห็นถึง ผลเสีย หากพรรคเพื่อไทย ได้จัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง ซึ่งเป็นการพัฒนารูปแบบ ในการแทรกแซง” นายไชยา กล่าว


มั่นใจไม่ยุบสภา


นายไชยา กล่าวด้วยว่า ไม่กลัวว่า จะมีการยุบสภา เพราะวันนี้ ทำความเข้าใจ กับประชาชน ในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนจะยุบสภา ในเร็ววันหรือไม่ ต้องดู การตีความ การเป็นสมาชิกพรรค ว่าจะนับอย่างไร


ระหว่างการนับต่อเนื่องจากพรรค ที่ถูกยุบ หรือเริ่มนับใหม่ ในการมาสังกัดพรรคใหม่ หากเริ่มนับใหม่ การยุบสภา ก็คงต้องชะลอออกไป แต่แนวโน้ม คิดว่าน่าจะเป็นการนับแบบต่อเนื่อง


นอกจากนี้ ส่วนตัวเชื่อว่า นายชวรัตน์ ยังคงอยู่กับพรรคเพื่อไทย เพราะเท่าที่ดู นายชวรัตน์ ก็วางตัวดี และเชื่อว่าคงไม่ฟัง ลูกชาย จนไม่คำนึงถึง ความถูกต้อง ส่วนอำนาจ ในการยุบสภานั้น คงต้องรอดูอีกครั้ง ในการตีความทางกฎหมาย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 ธันวาคม 2551 18:27 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000144735


พิมพ์ ข่าวนี้ ขั้ว ปชป. เริ่มนิ่งตุน 242 เสียงกลุ่ม “เพื่อนเนวิน” ยันหนุน ตั้งรัฐบาล

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“เหลิม” หอบ ส.ส.แถลงโชว์ ยังเหนียวแน่น “เพื่อไทย” ฟุ้งมียอด ส.ส.ในมือ 220

ที่ทำการ พรรคเพื่ภ??ทย ร.ต.ฮเฉลิม ภ??ู่บำรุง สมาชิกพรรคเพื่ภ??ทย แถลง

ที่ทำการ พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สมาชิกพรรคเพื่อไทย แถลง


“เหลิม” โว “เพื่อนเนวิน” เหนียวแน่น “เพื่อแม้ว” ปิดปากทหาร หนุน ปชป.


“เหลิม” หอบ ส.ส.แถลงโชว์ ยังเหนียวแน่น “เพื่อไทย” ฟุ้งมียอด ส.ส.ในมือ 220 และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เผย กลุ่มเพื่อเนวิน ถูก ปชช.ในพื้นที่กดดันจริง เลยต้องหนีกลับ ขณะที่กองเชียร์ หวั่นอดตั้ง รบ.เสียงอ่อยให้รอดูวันโหวตเลือกนายกฯในสภา ยังเชื่อเป็นแกนนำตั้ง รบ.ขณะเดียวกัน แหยงไม่กล้าพูดทหารหนุน ปชป.จัดตั้ง รบ.


วันนี้ (8 ธ.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำการ พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สมาชิกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า วันนี้ผู้สื่อข่าวนั่งทำข่าว ที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งจะเป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาล ตนทราบว่า พี่น้องของตน มีความทุกข์ เพราะได้รับโทรศัพท์ จากประชาชน ในพื้นที่ เนื่องจาก ตอนนี้บางพรรค นำรายชื่อและ ตำแหน่ง ส.ส. พรรคพลังประชาชน ไปอ้างชื่อ ซึ่ง ส.ส.เหล่านั้นที่อ้างชื่อ ก็มาอยู่ที่นี่ เช่น


นางบุญรื่น ศรีธเรศ ส.ส.กาฬสินธุ์
นายนิพนธ์ ศรีธเรศ ส.ส.กาฬสินธุ์
นายพีรเพชร ศิริกุล ส.ส.กาฬสินธุ์
นายประเสริฐ บุญเรือง ส.ส.กาฬสินธุ์
นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ส.ส.กาฬสินธุ์
นายไชยา พรหมมา ส.ส.หนองบัวลำภู
นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู
นายวิชัย สามิตร ส.ส.หนองบัวลำภู
นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ส.ส.อุดรธานี และ พวกอีก 7 คน ที่ยังไม่ขอเปิดเผยชื่อ รวมทั้ง


พลเอก สมชาย พิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี ก็ย้ายมา ตามปกติหลัง พรรคพลังประชาชน โดนยุบด้วย ดังนั้น ทั้งหมดนี้ จึงขอมาคลายทุกข์ ว่า ไม่ไปไหน มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ต้น ขู่ ชาวบ้านกดดัน


“ทั้งหมดนี้ ยอมรับว่า เป็นเพื่อนของ กลุ่มเพื่อนเนวินจริง แต่วันนี้มาอยู่ พรรคเพื่อไทย และทราบว่า ประชาชนในอีสาน จะเคลื่อนไป บ้านของ ส.ส. เหล่านั้น แล้ว อีกไม่กี่วันไม่กี่ชั่วโมงนี้ จะมีของใหม่ คือ ส.ส.พรรคอื่น จะมาอยู่ที่นี่” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว


ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวต่อว่า พรรคของเราเมื่อรวมกัน จะแข็งแกร่ง เป็นปึกแผ่น ขอฝากไปถึง พรรคประชาธิปัตย์ ว่า อย่าประดิษฐ์คำพูดว่า พรรคเพื่อไทย ไปดูดไปดึง


ส.ส. คนพวกนี้เป็นพวก ของตนทั้งนั้น แต่พรรคประชาธิปัตย์ มาแซะเอาไป พรรคเพื่อไทย ก็เอาคืน และขอบคุณที่ พรรคประชาธิปัตย์ ไปยื่น เปิดประชุมรัฐสภา สมัยวิสามัญแล้ว พวกตนจะไม่ไป ยื่นขอเปิดประชุม เพราะจะซ้ำซ้อน ตอนนี้ พรรคเพื่อไทย มี ส.ส. 220 คน และยังคิดว่า พรรคพวก จะกลับมาที่นี่เรื่อยๆ แม้จะมาช้า แต่ก็ไม่ไปไหน เชื่อตั้งรัฐบาลได้แน่


ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ เดินสายล็อบบี้ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเดิม เพื่อเชิญให้ไปร่วม จัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทย อาจต้องเป็นฝ่ายค้าน ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของพวกเขา อย่าไปต่อว่า การเดินสายนั้น ไม่ได้เสียง และพรรคนี้ไม่จำเป็น ต้องเดินสาย ก็ได้เสียง ส่วนหาก พรรคมั่นใจ ว่ามีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ทำไมไม่เปิดเผย ให้สังคมรับรู้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า รอดูเวลาโหวต พูดไปก่อน จะเสียของ สุดท้ายแล้ว ตนมั่นใจว่า พรรคจะเป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาลได้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าวนั้น บรรดากองเชียร์ พรรคเพื่อไทย ที่เข้ามาฟัง การแถลงข่าวด้วยนั้น ได้มีการสอบถาม ร.ต.อ. เฉลิม เกี่ยวกับ การจัดตั้งรัฐบาล ด้วยว่ามั่นใจหรือไม่ โดย ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวว่า ต้องรอวันโหวต เลือกนายกฯ


ส่วนรายชื่อนายกฯ นั้น ก็ไม่ต้องมาจาก พรรคเพื่อไทย ก็ได้ พรรคร่วม สามารถเสนอชื่อได้เลย แต่เวลาโหวตนั้น ชนะหรือแพ้ ยังไม่ทราบ ส่วนข้อกังวลว่า พรรคเพื่อไทย อาจแพ้โหวต เพราะ ส.ส.ไม่พอนั้น เชื่อว่า สุดท้ายแล้ว กลุ่มเพื่อนแนวิน จะมาอยู่ที่นี่


นอกจากนี้ บรรดากองเชียร์ ยังสอบถามด้วยว่า ปัญหาการเมือง ตอนนี้มาจาก กองทัพ และ อดีต คมช. ล็อบบี้ พรรคร่วมรัฐบาล ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวว่า ทหารไม่เกี่ยวกับการเมือง อย่าไปพูดถึง ขณะเดียวกัน เชื่อว่า การกลับมาของ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ก็ไม่เกี่ยวข้อง กับการเมือง เช่นกัน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 ธันวาคม 2551 17:44 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000144699


พิมพ์ ข่าวนี้ “เหลิม” โว “เพื่อนเนวิน” เหนียวแน่น “เพื่อแม้ว” ปิดปากทหาร หนุน ปชป.

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

December 7, 2008

สุเทพ แสดงท่าทีมั่นใจว่า การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ไม่น่าจะมีการพลิกขั้วอีก


“มาร์ค” อารมณ์ดี ขอบคุณทุกก๊วน หนุนตั้ง รบ.
ลั่นเร่งสมานฉันท์-กู้ความเชื่อมั่น

551000015517903


ปชป.คึกคัก ดูด “ตระกูลม่วงศิริ” ้เข้าพรรคได้สำเร็จ “สุเทพ” ปัดข่าวซื้อตัว ยัน เจ้าตัวเดินมาเอง “อภิสิทธิ์” เผย ภารกิจแรก สร้างสมานฉันท์ กู้ความเชื่อมั่น กลับมาด่วน พร้อมยอมเปลืองตัว หากส่วนรวมได้กำไร ปัดข่าวชู “ชวน” ขึ้นทาบเก้าอี้นายกฯ ขณะเดียวกัน ขอบคุณ และเชิญชวนเพื่อน ส.ส. ทุกพรรค จับมือจัดตั้งรบ.


วันนี้ (7 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ พรรคประชาธิปัตย์ ตลอดทั้งวัน เป็นไปอย่างคึกคัก มีแกนนำระดับผู้ประสานงาน จัดตั้งรัฐบาล เข้าหารือ กันที่ร้านกาแฟของ พรรค นำทีมโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.สัดส่วน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง โดย นายสุเทพได้ติดต่อ พูดคุยทางทรศัพท์ตลอดเวลา

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทาง ตามเข้ามาสมทบ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วย ความชื่มมื่น แกนนำแต่ละคน ยิ้มแย้มแจ่มใส โดย นายสุเทพ แสดงท่าทีมั่นใจว่า การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ไม่น่าจะมีการพลิกขั้วอีก

กระทั่งเวลา 14.00 น. นายสากล ม่วงศิริ ส.ส.กทม. อดีตพรรคพลังประชาชน ได้นำน้องชาย ซึ่งเป็น ส.ก.และ ส.ข. เข้ามาสมัครเป็น สมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ โดยมี นายสุเทพ คอยให้การต้อนรับ พร้อมกับ สวมเสื้อแจ๊กเก็ตสีชมพู ของพรรคให้กับ นายสากล และ ลูกทีม โดย นายอภิสิทธิ์ ตามเข้ามาสมทบ พร้อมกับกล่าวต้อนรับ สมาชิกพรรคใหม่ ทั้ง 3 คน

ด้าน นายสุเทพ กล่าวว่า เห็นแล้วว่า ทั้ง 3 คน เดินทาง มาสมัครเป็น สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยตนเอง ไม่ได้มีการเรียกร้องอะไร จึงไม่ต้องไป ลือกันอีกว่า ถูกพรรคประชาธิปัตย์ ซื้อตัวมา สำหรับ นายสากล เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่มีเพื่อนอยู่ใน พรรคประชาธิปัตย์ หลายคน ซึ่งได้มีการ พูดคุยกันมาตลอด จึงขอต้อนรับ ด้วยความยินดี

ขณะที่ นายสากล ยืนยันว่า ที่มาสมัครเป็น สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งนี้ ไม่มีเรื่อง ผลประโยชน์เงินทองใดๆ มาเกี่ยวข้อง


ด้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังมี ส.ส.อีกหลายคน ที่มีการพูดคุยกัน แต่เราเข้าใจว่า การตัดสินใจย้ายพรรค เป็นเรื่องใหญ่ ต้องให้เวลา ตนอยากให้ เขามั่นใจว่า เมื่อมาอยู่ร่วมกันแล้ว จะได้ร่วมอุดมการณ์กัน ตลอดไป ขณะนี้ ส.ส. ที่ถูกยุบพรรค ที่ไม่มีสังกัด มีสิทธิ์ ที่จะตัดสินใจ

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ได้ยื่นเงื่อนไขว่า จะมาร่วมงานด้วย แต่ต้องให้ นายชวน หลีกภัย ประธาน สภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เคยได้ยิน เรื่องเงื่อนไขนี้มาก่อน เมื่อถามย้ำว่า หากเป็นเรื่องจริง พร้อมจะหลีกทางให้ นายชวน หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ยังคงกล่าวย้ำว่า ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้

เมื่อถามว่า มั่นใจว่า จะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณ เพื่อน ส.ส. พรรคการเมือง และกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่แสดง เจตนารมณ์สนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ กระบวนการต่อจากนี้ เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ ที่ต้องเสนอ เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อลงมติ เลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งทั้งตนและพรรคประชาธิปัตย์ มีความมุ่งมั่น จะแก้ปัญหาบ้านเมือง ให้ดีที่สุด

หากเพื่อน ส.ส. เห็นความตั้งใจของเรา ว่า สามารถทำงาน แก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ ก็ขอเชิญชวนให้ มาร่วมทำงานที่ใหญ่และหนัก เพื่อให้ประเทศ มีความสามัคคี และเรียกความเชื่อมั่น กลับคืนมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกกดดันกับ ความคาดหวัง ของประชาชนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า เรื่องนี้มองได้ 2 แง่ คือ ด้านหนึ่ง รู้สึกลำบากใจ เพราะรู้ดีว่า อยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติ แต่อีกแง่หนึ่ง จะเป็นพลังที่จะต้อง ทำงานอย่างจริงจัง ทำให้นักการเมืองและพรรคการเมือง ต้องฟังแรงกดดันจากสังคม ส่วนที่มองว่า จะเป็นเรื่องของ ทุกข์ลาภนั้น ตนไม่ได้มองถึงเรื่อง กำไรหรือขาดทุน

หาก ส.ส. ที่มาร่วมงานกับเรา เห็นว่าเหมาะสม ก็เป็นหน้าที่ของเรา ที่จะต้องทำอย่างเต็มที่ ถึงแม้ส่วนตัว เราจะขาดทุน แต่หากส่วนรวม ได้กำไร เราก็พร้อม หากตั้งรัฐบาลสำเร็จ จะเป็นงานที่หนักมาก หนักกว่า วิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 เป็นวิกฤตทั้ง ภายในและภายนอกประเทศ รวมถึง ปัญหาการเมือง ที่สับสนวุ่นวาย มาหลายปี

ต่อข้อถามว่า หากได้เป็นรัฐบาล จะเริ่มต้นทำอะไรเป็น อันดับแรก เพื่อการแก้ปัญหาประเทศ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ใครมาเป็นรัฐบาล สิ่งแรก ต้องเริ่มต้นแก้ไขในเรื่อง ความสามัคคีของคนในชาติ สร้างความเข้าใจให้กับสังคม รวมถึง แก้ไขภาพลักษณ์ของประเทศ เรียกความเชื่อมั่น จากต่างชาติ กลับคืนมา เพราะเรื่องการท่องเที่ยว ถือเป็นรายได้หลัก และเกียรติภูมิของประเทศ จะต้องกลับคืนมา เราต้องไม่ถูกตั้งคำถาม เรื่องการเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมอาเซียนซัมมิต อีก

“รัฐบาลจะอยู่ยาวหรือไม่ อยู่ที่การทำงาน หากเราสร้างความเชื่อมั่น ให้เกิดขึ้นได้ ประชาชน ก็จะให้โอกาส แต่ถ้าเราไม่สามารถ แก้ปัญหาได้ ก็จะเป็น ตัวกำหนดอายุของ รัฐบาลเอง”


ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย ยังคงประกาศสู้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องฟังจาก พรรคการเมืองและ กลุ่มการเมือง ที่จะร่วมรัฐบาล เมื่อถามว่า พร้อมจะเป็น นายกฯหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ไม่ได้ตอบคำถามนี้ แต่มีสีหน้ายิ้มแย้ม อารมณ์ดี

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 7 ธันวาคม 2551 18:01 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000144254


พิมพ์ ข่าวนี้ “มาร์ค” อารมณ์ดี ขอบคุณทุกก๊วน หนุนตั้ง รบ.ลั่นเร่งสมานฉันท์-กู้ความเชื่อมั่น

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

November 2, 2008

“สนธิ” เตือน การเปลี่ยนแปลง ทางเศรษฐกิจ และ การเมือง ของ สหรัฐฯ จะกระเพื่อม มายัง ไทย


“สนธิ” แฉ สัตว์นรกแฝงจีน ป่วนสัญญาณ ASTV –
เชื่อ “โอบามา” ชนะส่งผลถึง การเมืองใหม่

วันนี้ (2 พ.ย.) เวลา 21.10 น. นายสนธิ ลิ้มทงกุล แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่ประชาธิปไตย ได้กล่าวบนเวที ที่ทำเนียบ

วันนี้ (2 พ.ย.) เวลา 21.10 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้กล่าวบนเวที ที่ทำเนียบ

“สนธิ” แฉ สัตว์นรกใช้ จีนเป็นฐานป่วน ASTV เช่าดาวเทียม ยิงสัญญาณ 3-6 เดือน พุ่งเป้าขัดขวาง ถ่ายทอดสด ชุมนุมพันธมิตรฯ ชี้รูปแบบ การก่อการร้าย ส่อเกิดปัญหา ระหว่างประเทศ พร้อมแนะ จับตาผลชิงตำแหน่ง ปธน. สหรัฐฯ เปลี่ยนแปลง การมืองโลก หาก “โอบามา” ได้ตำแหน่ง เปิดมิติการเมืองใหม่ ในสหรัฐฯ เลิกเล่น เกมส์สกปรก แบบ “บุช-แม้ว”


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย (256 K)
จาก manager multimedia


[blip.tv ?posts_id=1431807&dest=-1]



วันนี้ (2 พ.ย.) เวลา 21.10 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้กล่าวบนเวที ที่ทำเนียบ กล่าวถึงกรณี ที่ สัญญาณ เอเสทีวี โดนรบกวน อย่างหนัก ในช่วงนี้ ทั้งใน ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และ เนเธอร์แลนด์ ซึ่งผลการ ตรวจสอบแล้ว พบว่า ได้มี สัตว์นรก ตัวหนึ่ง ไปเช่าช่องยิงสัญญาณ ที่จีน 3-6 เดือน เพื่อยิงสัญญาณ โจมตี คลื่นสัญญาณของ เอเอสทีวี


นายสนธิ ตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร หลุดจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ดูเหมือนว่า จีนจะขมีขมันดูแล พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นพิเศษ แม้แต่ นายชูชีพ ชีวศิลป์ ที่หลบหนี คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไปจีน ก็ได้รับการดูแลอย่างดี จาก นายเหยียนปิน คนสนิทของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร


นายสนธิ กล่าวว่า ตนเองอยากฝากให้ คนไทย ที่อยู่ในประเทศจีน หรือคนจีน ที่พูดภาษาไทยได้ ช่วยถาม รัฐบาลจีน ว่า คิดดีแล้วหรือ ที่ทำธุรกิจ โดยให้ใช้ดาวเทียม เพื่อยิงสัญญาณรบกวน เอเอสทีวี ที่ทำงาน เพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน


นายสนธิ ระบุว่า เรื่องดังกล่าว อาจเป็นปัญหา ระหว่างประเทศ เพราะเป็นเรื่องของ การก่อการร้ายข้ามชาติ ซึ่งวันนี้ หากสัญญาณ โดนรบกวนอีก ก็จะนำเทปมาถ่ายทอด อีกครั้ง หลังจาก ตั้ว ศรัญญู ขึ้นเวทีแล้ว และจะมี การถ่ายทอด อีกครั้ง ในวันพรุ่งนี้


นายสนธิ กล่าวว่า ในวันนี้ จะขอพูดเรื่อง ที่ไกลตัวหน่อย คือ การเลือกตั้ง ในสหรัฐฯ ระหว่าง นายบารัก โอบามา จาก พรรคเดโมแครต และ นายจอนห์ แมคเคน จาก พรรคริพับลิกัน ซึ่ง ก็คือ พรรคของนายทุน นายแบงก์ และ ธุรกิจขนาดใหญ่ มีนโยบาย การลดภาษี เพื่อส่งเสริมการลงทุน ขณะที่ พรรคเดโมแครต เป็นพรรคของ ชนชั้นแรงงาน สหภาพฯ และ คนผิวสี ซึ่ง นายโอบามา นับเป็น คนผิวสีคนแรก ที่เข้าชิงตำแหน่ง ประธานาธิบดี โดยมีพ่อเป็น คนผิวดำ มาจาก เคนย่า และ แม่เป็นอเมริกัน นายโอบามา จึงมีผิวสี ช็อกโกแลต มาจาก รัฐอิลลินอยส์ จบฮาวาร์ด เมีย เป็น ทนายความ ทำงานใน รัฐสภา


ส่วนนาย แมคเคน เคยเป็น นักบินกองทัพเรือสหรัฐฯ และโดนยิงตกใน สงครามเวียดนาม ถือเป็น วีรบุรุษของ คนอเมริกัน เป็นสายเหยี่ยว ที่เน้น การใช้ อำนาจเด็ดขาด เช่นเดียวกับ ประธานาธิบดีบุช ที่ใช้ความรุนแรง ในการปราบปรามการก่อการร้าย ในต่างประเทศ


นายสนธิ กล่าวว่า นายโอบามา มีเป้าหมาย ต้องการเปลี่ยนแปลง การเมืองใหม่ ในสหรัฐฯ เลิกเอาใจคนรวย การบริจาคให้นักการเมือง วุฒิสภา การเจรจาใต้โต๊ะ บริษัทล็อบบี้ยิส นักการเมือง ใครบริจาค ก็จะได้รับสิทธิพิเศษ ซึ่งถ้า โอบามา ขึ้นมา ทุกคน ก็จะมีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่มีใครได้ สิทธิพิเศษ ในด้าน การต่างประเทศ จะเลิกการเล่น เกมส์ สกปรก แบบประธานาธิบดีบุช ซึ่งเป็นแนวทาง ที่เข้ากันได้ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร


นายสนธิ ตั้งข้อสังเกตว่า การเมืองไทย มีรูปแบบ ที่ใกล้เคียงสหรัฐฯ โดยระบุว่า ประธานาธิบดีบุช ขึ้นดำรงตำแหน่ง ก่อน พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงหนึ่งปี ซึ่งหากเรา จะมองอะไร ก็คงต้องมอง ทั้งโลก อะไรที่เกิดขึ้น ในสหรัฐฯ ก็จะส่งผลกระทบ มีอิทธิพล ต่อการเปลี่ยนแปลง ของโลก ถ้า นายโอบามา ชนะเลิดตั้ง เชื่อว่าจะส่งผล ต่อการเคลื่อนไหว เรื่องการเมืองใหม่ ของพวกเรา อย่างแน่นอน


นายสนธิ ยังกล่าวถึง การเปลี่ยนแปลง การปกครอง ในปี พ.ศ. 2475 หรือปี ค.ศ. 1932 โดยระบุว่า ก่อนการเปลี่ยนแปลง ในไทย 3 ปี เศรษฐกิจ ของ สหรัฐฯ ได้ล่มสลายครั้งใหญ่ มีคนกระโดดตึกตายที่ วอลล์สตรีท คนรวยเกิดจน กระทันหัน ต้องหันไปขายแอปเปิ้ล ขายดินสอเลี้ยงชีพ ผลกระทบ ดังกล่าว ได้แผ่กระจายไปทั่วโลก และ ได้กระทบ พระคลังข้างที่ ในปี พ.ศ.2475


นายสนธิ กล่าวเสริมว่า ในสมัย ร.5 มีการส่งคน ไปเรียน เมืองนอกเยอะ และต่อมา ยุค ร.6 ก็มีการลงทุน จำนวนมาก เพื่อการสร้างงาน ทำให้เงิน พระคลังฯ ร่อยหรอ ลง จนสิ้นยุค ร.6 เศรษฐกิจ ตกต่ำมาถึง ช่วงปี 2475 มีการปลดขุนนาง และ ข้าราชการ จำนวนมาก ทำให้เกิด ความไม่พอใจ และมี การเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้น ในปี 2475 นั่นเอง


นายสนธิ กล่าวถึงยุค เศรษฐกิจตกต่ำ ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2540 หรือปี ค.ศ.1997 พิษเงินบาท หรือ ต้มยำกุ้ง เงินบาท อ่อนค่ารุนแรง เพราะถูก เก็งกำไร ตอนนั้นมี สัตว์นรก แอบเอาข้อมูล ในที่ประชุมรัฐบาล ไปเก็งกำไร จนร่ำรวย และเอาเงินนั้น เข้าสู่การเมือง ในเวลาต่อมา ตอนนั้น วิกฤติ ลามไปทั่ว เอเชีย และไปยัง เม็กซิโก อาร์เจนติน่า และ อเมริกาใต้ จนเกือบล่มสลาย แต่ผู้ที่ได้ประโยชน์ คือ สหรัฐฯ และ ตะวันตก ซึ่งได้ส่งคนมา คุมธุรกิจ ในเวลาต่อมา


นายสนธิ ตั้งข้อสังเกตว่า ในปี พ.ศ. 2475 วิกฤต สหรัฐฯ ใช้เวลา 3 ปี เดินทางมาถึง ไทย และ ในปี พ.ศ. 2540 ใช้เวลา 6 เดือน ลามไปทั่วโลก การเปลี่ยนแปลง ของมหาอำนาจ จะกระเพื่อม มายัง ไทย และ จะแพร่ไปทั่วโลก ทุกครั้ง


นายสนธิ ยังกล่าวเตือน ผู้ที่จะเข้าไปเก็งกำไรบ้าน คอนโดมิเนียม โดยแสดง ความเป็นห่วงว่า อาจตกเป็นเหยื่อ นักปั่นราคา เพราะราคา ในขณะนี้ ดาวน์ 5-7 ล้าน ดอกเบี้ย 5-7% อาจติด ราคาสูง พร้อมทำนายว่า อีกไม่เกิน 12-18 เดือน ราคาที่ดิน คอนโดฯ จะร่วงลง อย่างมหาศาล เช่นเดียว กับใน สหรัฐฯ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 2 พฤศจิกายน 2551 23:46 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000130061


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” แฉ สัตว์นรกแฝงจีน ป่วนสัญญาณ ASTV – เชื่อ “โอบามา” ชนะส่งผลถึง การเมืองใหม่


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 25, 2008

“สนธิ” เปิดโปง “แม้ว” ดิ้นรนสู้ ใช้ยุทธศาสตร์ ทั้งใน และต่างประเทศ ทุ่มเงินโฆษณาชวนเชื่อ และ ระดมมวลชน

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวลือ,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,วิกฤติ,อาชญากรรม — accomthailand @ 22:46
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“สนธิ” แฉ “แม้ว” ดิ้นยื้ออายุ รัฐบาลน้องเขย – งัดวิชามาร ปิด เอเอสทีวี อีก

การศึก ที่พวกเรามานั่งชุมนุมครั้งนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังมี�ีก หลายแนวรบ ที่ต้�งต่�สู้ และว่าใน วัน�ังคาร ที่จะถึงนี้ ได้ข่าวมาว่า รัฐบาล จะนำเ�า เรื่�งเ�เ�สทีวี เข้าคณะรัฐมนตรี เพื่���กเป็น มติคณะรัฐมนตรี ห้ามเ�เ�สทีวี ถ่ายท�ดสด

การศึก ที่พวกเรามานั่งชุมนุมครั้งนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังมีอีก หลายแนวรบ ที่ต้องต่อสู้ และว่าใน วันอังคาร ที่จะถึงนี้ ได้ข่าวมาว่า รัฐบาล จะนำเอา เรื่องเอเอสทีวี เข้าคณะรัฐมนตรี เพื่อออกเป็น มติคณะรัฐมนตรี ห้ามเอเอสทีวี ถ่ายทอดสด


“สนธิ” เปิดโปง “แม้ว” ดิ้นรนสู้ ใช้ยุทธศาสตร์ ทั้งใน และต่างประเทศ ทุ่มเงินโฆษณาชวนเชื่อ และ ระดมมวลชน หวังยื้ออายุ รัฐบาลสัตว์นรก ชุดนี้ให้นานที่สุด เผยกำลังโหม แนวรบ ด้านสื่อสากล อย่างหนัก ขณะเดียวกัน ไม่เลิกวิชามาร เตรียมออก มติครม. อังคารนี้ ห้าม เอเอสทีวี ถ่ายทอด การชุมนุม พันธมิตรฯ เพื่อหวัง ปิดหูปิดตา


วันนี้ ( 25 ต.ค.) เมื่อเวลา 21.15 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้กล่าวบนเวทีปราศรัย ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า การศึก ที่พวกเรามานั่งชุมนุมครั้งนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังมีอีก หลายแนวรบ ที่ต้องต่อสู้ และว่าใน วันอังคาร ที่จะถึงนี้ ได้ข่าวมาว่า รัฐบาล จะนำเอา เรื่องเอเอสทีวี เข้าคณะรัฐมนตรี เพื่อออกเป็น มติคณะรัฐมนตรี ห้ามเอเอสทีวี ถ่ายทอดสด การชุมนุม แม้รู้ว่า ทำไม่ได้ แต่เขาก็ พยายาม


นายสนธิ กล่าวว่า เวลานี้ได้ผลิต ซีดี และ หนังสือ ตำรวจฆ่าประชาชน ออกมาเพิ่มจำนวน กว่าล้านแผ่น แล้ว เพื่อเผยแพร่ให้ ประชาชนได้รับรู้ ซึ่งตอนนี้ ได้แจก ในพื้นที่ภาคอีสาน มากขึ้น


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
จาก manager multimedia



นายสนธิ ได้กล่าวถึง ยุทธศาสตร์ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่กำลังต่อสู้คือ


1. พยายามต่ออายุ รัฐบาล ของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขย ของตัวเอง ให้นานที่สุด แม้จะต้องซื้อ ศาล เพื่อให้คดีที่อยู่ ในศาล ต้องยื้อออกไป ให้นานที่สุด ก็ต้องทำ


2. ใช้ยุทธศาสตร์มวลชน โดยเปลี่ยนหน้า ผู้ก่อการไปเรื่อยๆ คนแล้วคนเล่า เมื่อคนนี้ทำไม่สำเร็จ ก็เปลี่ยนไป ใช้คนใหม่ โดยใช้เงินจ้าง และ คนพวก นี้ ก็หิวเงิน หิวตำแหน่ง พร้อมที่จะทำทุกอย่าง ไล่ไป ตั้งแต่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เสธ.แดง จนมาถึง พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค เปลี่ยนหน้า มาเรื่อย


ยุทธศาสตร์ที่ 3 คือใช้สื่อ ภายในประเทศ ทั้ง สื่อโทรทัศน์ เช่น เอ็นบีที วิทยุ หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ ที่จาบจ้วงสถาบัน และ คอยตอบโต้ และ ปลุกระดมมวลชน และ


ยุทธศาสตร์ที่ 4 คือใช้ สื่อสากล มีการว่าจ้าง บริษัททำโฆษณาประชาสัมพันธ์ จ้างสื่อต่างประเทศ เพื่อขายไอเดีย ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเวลานี้ เขาเริ่มรุก ทางยุทธศาสตร์ นี้มากโดยให้ นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ที่เคยเป็น ที่ปรึกษา เป็นคนดำเนินการให้


“คุณทักษิณ ก็มี คนหิวเงินมารับใช้ ตลอดเวลา แต่โชคดี ที่เรามีสื่อ เป็นของตัวเอง ไม่เช่นนั้นเราก็ฉิบหาย ไปนานแล้ว” นายสนธิ ระบุ และ ว่า ในขณะเดียวกัน ในส่วนตัว ก็ต้องป้องกัน ทุกทาง เวลานี้ยังมีคดีในศาล 58 คดี อย่างไรก็ดี ทุกแนวรบจะรบไม่ได้ ถ้าไม่มีพี่น้อง ที่นั่งอยู่ที่นี่ และอยู่ ทางบ้าน ทั่วประเทศ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 25 ตุลาคม 2551 22:46 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000126738


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” แฉ “แม้ว” ดิ้นยื้ออาย ุรัฐบาลน้องเขย – งัดวิชามาร ปิด เอเอสทีวี อีก


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Next Page »

Blog at WordPress.com.