Accom Thailand

May 22, 2009

มานโมหัน ซิงห์ สาบานตน เข้ารับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี อินเดีย สมัยที่ 2 – India’s prime minister sworn in 2nd term


มานโมหัน ซิงห์ สาบานตน เข้ารับตำแหน่ง นายกฯ อินเดีย สมัยที่ 2

มานโมหัน ซิงห์ สาบานตน เข้ารับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีอินเดีย สมัยที่ 2  ณ ทำเนียบประธานาธิบดี

มานโมหัน ซิงห์ สาบานตน เข้ารับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี อินเดีย สมัยที่ 2 ณ ทำเนียบประธานาธิบดี


เอเอฟพี – มานโมหัน ซิงห์ สาบานตน เข้ารับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี อินเดีย สมัยที่ 2 ณ พิธี ที่จัดขึ้น บริเวณ ทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงนิวเดลี เมื่อวันศุกร์(22) ที่ ผ่านมา

ซิงห์ วัย 76 ปี อ่านคำสัตย์สาบาน เข้ารับตำแหน่ง ต่อหน้า ประธานาธิบดีหญิง ประติภา ปาติล จากนั้น ก็เป็นขั้นตอน การสาบานตน ขอ คณะรัฐมนตรี 19 คน ของเขา

การเข้ารับตำแหน่งครั้งนี้ ทำให้ ซิงห์ กลายเป็น นายกรัฐมนตรีคนแรก ของประเทศ นับตั้งแต่ อดีตนายกรัฐมนตรี จาวาฮาร์ลัล เนรูห์ ก่อน อินเดีย ได้รับเอกราช ที่ได้รับเลือกตั้ง ให้กลับนั่งเก้าอี้ผู้นำ ต่อ อีกสมัย หลังจาก พ้นวาระ การดำรงตำแหน่ง 5 ปีเต็ม

พรรคคองเกรส และ พรรคพันธมิตร มี 262 เสียง จาก สมาชิกรัฐสภา ทั้งหมด 543 เสียง และ ต้องการเพียง 10 เสียง ก็ครองเสียงข้างมาก ในสภา ซึ่งไม่นาน ก็สามารถ รวบรวม เสียงสนับสนุน จาก พันธมิตร ได้ 322 ที่นั่ง มากพอ สำหรับจัดตั้ง รัฐบาลเสียงข้างมาก

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 23 พฤษภาคม 2552 00:40 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ มานโมหัน ซิงห์ สาบานตน เข้ารับตำแหน่งนายกฯอินเดีย สมัยที่ 2



Related links : เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง


India’s Election Congress hails India poll victory

bangkokpost
India’s PM sworn in for 2nd term

header_blocks

India’s new government sworn in


India’s prime minister sworn in :


Indian Prime Minister Manmohan Singh and 19 Cabinet ministers were sworn in Friday, officials said. Singh is serving a second consecutive term.
While he and the ministers officially took office, an ally of India’s Congress said it was leaving the governing coalition.

Singh’s office said the Council of Ministers would be expanded over the next few days to include more ministers from different states, the Press Trust of India reported.

Officials of the DMK party, based in Tamil Nadu, said they were breaking off with the governing coalition because of disagreements over ministerial appointments,
the BBC reported.

The DMK said its 18 members of Parliament would not serve in the government but still would support the coalition legislatively.

Analysts say the DMK decision likely wouldn’t deprive the Congress-led alliance of a majority in Parliament, the British broadcaster said.
Published: May 22, 2009 at 8:51 AM by © 2009 United Press International, Inc.
upi_logo (120 x 41)


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 21, 2009

กกต. มีมติไม่ให้ นายทะเบียน พรรคการเมือง รับจดแจ้ง การ จัดตั้ง พรรค พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย (พ.ป.ป.) หรือ P.A.D.


กกต. ไม่รับจด ตั้งพรรค “พ.ป.ป.” ชี้ข้อบังคับ ผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง เพียบ

เลขาฯ กกต. เผย นายทะเบียน พรรคการเมือง มีมติ ไม่รับจดแจ้งจัดตั้ง พรรคพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย หรือ ชื่อย่อ พ.ป.ป. ชี้ข้อบังคับหลายข้อ ผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง ทั้งชื่อ พรรคภาษาอังกฤษ ที่ซ้ำกับ พรรคประชาภิวัฒน์ ขณะ คนขอจดบางคนเป็น สมาชิก พรรคมหาชน


วันนี้ (21 พ.ค.) ที่ สำนักงาน คณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. แถลงว่า กกต. มีมติไม่ให้ นายทะเบียน พรรคการเมือง รับจดแจ้ง การจัดตั้ง พรรค พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย (พ.ป.ป.) หรือ P.A.D. ที่มี นางภานุมาศ พรมสูตร หัวหน้าพรรค ได้ยื่นขอ ต่อ กกต. ทั้งนี้

เนื่องจาก จากการตรวจสอบของ ฝ่ายวิจัย และ พัฒนา ระบบบริหาร ฐานข้อมูล พรรคการเมือง พบว่า นางรุ่งรัตน์ เป็นกระโทก สมาชิกพรรค ของผู้ร่วมขอจัดตั้ง พรรคฯ มีชื่อปรากฏเป็น สมาชิก พรรคมหาชน และ เมื่อพิจารณาชื่อพรรค ที่เป็นภาษาอังกฤษ และ ชื่อย่อภาษาอังกฤษ ก็คล้าย หรือ ซ้ำกับ พรรคประชาภิวัฒน์ ที่ถือว่า ขัดกับ

มาตรา 9 วรรคสอง พ.ร.บ.พรรคการเมือง 50 ที่ห้ามไม่ให้ชื่อ พรรคการเมือง ซ้ำ พ้อง หรือ มีลักษณะคล้ายคลึง กับ ชื่อ ชื่อย่อ หรือ ภาพเครื่องหมายของ ผู้จดแจ้ง การจัดตั้ง พรรคการเมือง อื่น หรือ ของ พรรคการเมือง ที่ได้จดแจ้งไว้ก่อน ตามมาตรา 12 หรือ ของ พรรคการเมือง ที่ถูกยุบ ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ นี้

นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบว่า ข้อบังคับ พรรคพันธมิตรฯ หลายข้อ ขัดต่อ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ประกอบด้วย

ข้อบังคับพรรค ที่ 28, 29 ที่กำหนดให้ การเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั่วไป ในแต่ละครั้ง คณะกรรมการ บริหารพรรค แต่งตั้ง คณะกรรมการ อำนวยการทั่วไป เพื่อทำหน้าที่ คัดเลือก สมาชิกพรรค ที่เหมาะสม และ มีคุณสมบัติ ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อส่งเข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน และ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

ขัดมาตรา 28 วรรคสอง (4) พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่บัญญัติ ว่า การดำเนินการเลือกตั้ง คณะกรรมการ คัดเลือก ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ของพรรคการเมือง คณะกรรมการ นโยบายของ พรรคการเมือง และ คณะกรรมการ ส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย ในพรรคการเมือง ให้กระทำ โดยที่ประชุมใหญ่ของ พรรคการเมือง

ข้อบังคับพรรค ข้อ 52 ที่กำหนดว่า ในการประชุม สาขาพรรคนั้น มีผู้เข้าร่วมประชุม ไม่น้อยกว่า30 คนขึ้นไป ยัง

ขัดต่อ มาตรา 37 วรรคสอง พ.ร.บ. พรรคการเมือง ที่ระบุว่า องค์ประชุมของ ที่ประชุมใหญ่ สาขาพรรคการเมือง ต้องประกอบด้วย กรรมการสาขาพรรคการเมือง อย่างน้อย กึ่งหนึ่ง และ สมาชิก สาขาพรรคการเมือง ซึ่งต้องมีจำนวน ไม่น้อยกว่า 50 คน และ

ข้อบังคับพรรค ข้อ 68 ที่กำหนดว่า เมื่อมีการพิจารณา สิ้นสุดลง หัวหน้าพรรค มีอำนาจ สั่งการ อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

1.ให้ระงับเรื่องกล่าวหา
2.ยกข้อกล่าวหา
3.ตำหนิสมาชิกผู้ถูกกล่าวหา
4.ภาคทัณฑ์สมาชิกพรรคผู้กล่าวหา

ส่วนในกรณีที่ หัวหน้าพรรค เห็นว่าควรได้รับการลงโทษ โดยการลบชื่อสมาชิก ผู้ถูกกล่าวหา ออกจาก ทะเบียน ให้ หัวหน้าพรรค เสนอต่อ คณะกรรมการบริหารพรรค ถือเป็นอันสิ้นสุดลง

ขัดกับ มาตรา 20 (4) พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่กำหนดว่า สมาชิกภาพของ สมาชิกสิ้นสุดลง เมื่อพรรคการเมือง มีมติให้ออก ตามข้อบังคับพรรคการเมือง เพราะกระทำผิดวินัย หรือ จรรยาบรรณ อย่างร้ายแรง หรือ มีเหตุร้ายแรงอื่น กล่าวคือ การลงโทษสมาชิก ผู้ถูกกล่าวหานั้น พรรคการเมือง จึงมีมติให้ออก ตามข้อบังคับ พรรคการเมือง เพราะกระทำผิดวินัย หรือ จรรยาบรรณ อย่างร้ายแรง ซึ่งทำให้ การเป็นสมาชิกภาพ ของสมาชิก สิ้นสุดลง ดังนั้น พรรคพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จึงไม่สามารถ ลบชื่อ สมาชิกผู้ถูกกล่าวหา ออกจาก ทะเบียน สมาชิกพรรคการเมือง ได้

“ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้ ที่ประชุม กกต. เห็นว่า การยื่นขอจดจัดตั้งดังกล่าว มีรายการไม่เป็นไป ตาม มาตรา 13 วรรค หนึ่ง (2) จึงเห็นชอบให้ นายทะเบียน พรรคการเมือง สั่งไม่รับจดแจ้ง การจัดตั้ง พรรคพันธมิตรฯ และ แจ้งเป็นหนังสือ พร้อมทั้งเหตุผลต่อ นางภานุมาศ ผู้ยื่น ได้ทราบภายใน 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนด วันที่ 23 พ.ค.นี้ แต่ เนื่องจาก เป็นวันหยุดราชการ จึงจะแจ้ง ให้ทราบ ในวันที่ 25 พ.ค. ที่เป็นวัน เปิดทำการ แต่หาก นางภานุมาศ ไม่เห็นด้วยกับ คำสั่งดังกล่าว ก็สามารถ ยื่นคำร้องคัดค้านต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน 30 วัน นับแต่ วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง” นายสุทธิพล กล่าว


อนึ่ง พรรค พ.ป.ป. ดังกล่าว ไม่ใช่ พรรคการเมือง ของ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ที่มีบทบาท ในการขับไล ระบอบทักษิณ และ ต่อต้านคอร์รัปชัน ในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมาแต่อย่างใด โดยพันธมิตรฯ จะมีการประชุม เพื่อตัดสินใจ ตั้ง พรรคการเมือง หรือ ไม่ ในวันที่ 24-25 พ.ค.นี้

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 21 พฤษภาคม 2552 17:41 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ กกต.ไม่รับจด ตั้งพรรค “พ.ป.ป.” ชี้ข้อบังคับ ผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง เพียบ


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

February 3, 2009

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เตรียมฟัน อาญา “สุเทพ-บุญจง”

นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ด้านบริหารการเลื�กตั้ง

นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ด้านบริหารการเลือกตั้ง

“ประพันธ์” เซ็นฟันอาญา “สุเทพ-บุญจง” เปรยไม่รอพึ่งใบบุญอัยการ


“ประพันธ์” จรดปากกาเซ็น คำวินิจฉัยดำเนินคดีอาญา “บุญจง” ยัน ปรับ ครม. ไม่กระทบคดี ลั่นอายุความ 10 ปี ชี้อัยการสั่งไม่ฟ้อง กกต. เดินหน้า ต่อได้ทันที ส่วนคดี “สุเทพ” ต้องรอ คำวินิจฉัยศาลอุทธรณ์แจกใบเหลือง หรือไม่ ก่อน


วันนี้ (3 ก.พ.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ที่ประชุม กกต. ได้หารือ กรณีการจัดทำคำวินิจฉัย ในเรื่องที่ กกต. มีมติไปแล้วล่าช้า ของสำนักวินิจฉัยและคดี โดยทางสำนักงานวินิจฉัยฯ ได้รายงานความคืบหน้า ของการดำเนินการว่า จนถึงขณะนี้


มีคดี ที่เกี่ยวข้อง กับการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 50 รวม 10 เรื่อง ยื่นต่อศาลฎีกาแล้ว 9 เรื่อง อีก 1 เรื่องเป็น กรณี ส.ส.อุดรธานี เขต 3 ที่ กกต. มีมติเสนอให้มีการเลือกตั้งใหม่ เมื่อปลายปี ที่ผ่านมา อยู่ระหว่าง การยกร่างคำวินิจฉัย และ รอ กกต. ลงนาม คาดว่า จะส่งศาลได้ ภายในสัปดาห์นี้

ส่วนของ ส.ว. มี 4 เรื่อง ยื่นต่อศาลแล้ว 2 สำนวน เหลืออีก 2 สำนวน เป็นกรณีของ นายเรีองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ที่จะมีการยื่นต่อศาล ในสัปดาห์นี้ และ อีกกรณี เป็นการร้องคัดค้านคุณสมบัติของ นายสุรเดช จิระนิติเจริญ ส.ว.ปราจีนบุรี ที่ กกต. ได้มีการยื่นเรื่องให้ ประธานวุฒิสภา ไปเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับคดีสั่งเลือกใหม่ นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี ที่เกี่ยวข้องกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขณะนี้อยู่ระหว่าง การยกร่าง คำวินิจฉัย และ การลงนามของ กกต. คาดภายในสัปดาห์นี้ จะยื่นต่อ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้ เช่นเดียวกับ กรณีของ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ที่ กกต. มีมติ สั่งดำเนินคดีอาญา จากกรณีความผิด ในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 50 อยู่ในระหว่างรอ กกต.ลงนาม คาดว่า จะส่งศาลได้ใน วันพฤหัสบดีนี้

นายสุทธิพล ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหา ความล่าช้า ในการจัดทำคำวินิจฉัยนั้น กกต.ได้เห็นชอบกับ แผนระยะสั้น ที่ทาง สำนักงาน กกต. เสนอ ว่าให้มอบเรื่องที่ค้างให้ ทางสำนักกฎหมาย และ คดี ผู้ตรวจการฯ นักวิชาการ กกต.ไปช่วย ยกร่างคำวินิจฉัย

รวมทั้งต่อไปให้ พนักงานสอบสวน เจ้าของสำนวน ซึ่งจะต้องเป็น ผู้เสนอสำนวนต่อกกต. เป็นผู้ยกร่างคำวินิจฉัย มาพร้อม เพื่อที่เมื่อ กกต. มีมติ จะได้นำร่าง คำวินิจฉัยนั้น มาให้ สำนักวินิจฉัยและคดี ทำหน้าที่ เพียงการกรอง ตรวจร่างคำวินิจฉัย เท่านั้น ไม่ต้องมายกร่างคำวินิจฉัยใหม่ เหมือนแต่ก่อน เพราะจะเกิดความล่าช้า

ส่วนระยาว จะให้ทางสำนักวินิจฉัยและคดีไปอยู่ภายใต้ การดูแลของ สำนักสืบสวนสอบสวน โดย 2 ส่วนงาน ที่ทำอยู่ปัจจุบัน คือ งานยกร่าง คำวินิจฉัย ก็จะแปรสภาพไปเป็น กองตรวจร่างคำวินิจฉัย ส่วนงานด้านการดำเนินคดี ในชั้นศาล ก็ให้ สำนักวินิจฉัยและคดี ดำเนินการเช่นเดิม

“จะมีการนำข้อสังเกต ของ กกต.และการจัดภารกิจใหม่ ไปปรับปรุง ร่างระเบียบต่างๆให้สอดคล้องกัน” นายสุทธิพลกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ สำนักวินิจฉัยและคดี เพิ่งจะก่อตั้ง เมื่อวันที่ 1 ก.ย.51 ที่ผ่านมา มีภารกิจ ในการยกร่างคำวินิจฉัย ในคำร้องที่ กกต. มีมติไปแล้ว และ ดำเนินการในเรื่องที่ กกต. ต้องส่งศาล หรือแจ้งความดำเนินคดี แต่ปรากฏว่า ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมา ยังไม่สามารถ แก้ปัญหา ของการจัดทำ คำวินิจฉัยได้ และการนำคดีขึ้นสู่ศาลได้ จึงทำให้ กกต. ต้องมีการปรับปรุงภารกิจใหม่ อีกครั้ง


ด้าน นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าวว่า ได้เซ็นคำวินิจฉัยใน กรณี กกต. มีมติให้ ดำเนินคดีอาญา นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มท. แล้ว และ คาดว่า กกต.ทุกคน น่าจะเซ็นเสร็จแล้วเช่นกัน ก่อนที่จะส่งให้ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดนครราชสีมา ดำเนินคดีอาญา กับ นายบุญจง

“คดีของ นายบุญจง เป็นความผิดใน คดีอาญา ฐานใส่ร้ายไม่เกี่ยวกับ การหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะการหยุดปฏิบัติหน้าที่ ของ ส.ส. จะต้องเป็นกรณีที่ กกต. ยื่นศาลฎีกา ให้เพิกถอน สิทธิการเลือกตั้ง หรือให้ ใบแดง หรือการสั่งให มีการเลือกตั้งใหม่ หรือให้ ใบเหลือง เป็นคนละกรณีกัน กับคดีอาญา ที่พนักงานสืบสวน ต้องดำเนินการสอบสวน และ หากพบว่า มีมูลความผิด ก็ส่งเรื่องให้ อัยการส่งฟ้อง โดยหาก อัยการไม่ฟ้อง กกต. ก็ยังมีสิทธิ ที่จะฟ้องเองได้”

นายประพันธ์ ยังกล่าวด้วยว่า การดำเนินคดีอาญาต่อ นายบุญจง และการจะตั้ง คณะอนุกรรมการสอบ กรณี แจกเงินพร้อมนามบัตร ของ กกต. ไม่ เกี่ยวข้องกับ การปรับ ครม.

รัฐบาลไม่น่าจะต้องกังวล เนื่องจาก คดีอาญา มีอายุความ 10 ปี ซึ่งต้องดำเนินการไปตาม กระบวนการยุติธรรม ที่ผ่านมา กกต. ทำตามหน้าที่ และ ขั้นตอน ทุกอย่าง แต่ที่เรื่องเกิดความล่าช้า เพราะสำนวน ที่ร้องเรียนเข้ามา มีจำนวนมาก

ส่วนการดำเนินคดีอาญาต่อ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี นั้น นายประพันธ์ ก็ได้เซ็นคำวินิจฉัยไปแล้ว เช่นกัน แต่คงยังไม่สามารถ ไปแจ้งความได้ เนื่องจากต้องรอฟัง คำวินิจฉัยจาก ศาลอุทธรณ์ก่อนว่า จะให้ใบเหลืองกับ นายก อบจ.สุราษฎ์ธานี หรือไม่ หากศาล มีคำสั่งตามที่ กกต. เสนอ จึงจะมาดำเนินคดีอาญา ได้ทันที โดยไม่จำเป็น จะต้องมาขอความเห็น จาก กกต. อีก

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
3 กุมภาพันธ์ 2552 16:00 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000012590


พิมพ์ ข่าวนี้ “ประพันธ์” เซ็นฟันอาญา “สุเทพ-บุญจง” เปรยไม่รอพึ่งใบบุญอัยการ


448-4516


อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องได้จาก

  • สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

  • ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    January 13, 2009

    สำราญ-ประพันธ์-พิเชฐ ยัน เคลื่อนไหว ภาคปชช. อิสระ กับ พันธมิตรฯ โดยอิสสระ ไม่เกี่ยวกับ ปชป. ตอบแทน


    ประพันธ์-พิเชฐ ยัน พันธมิตรฯ ภาคปชช. เคลื่อนไหวอิสระ ปัด ปชป. ตอบแทน

    พิเชฐ พัฒนโชติ-ประพันธ์ คูณมี

    พิเชฐ พัฒนโชติ-ประพันธ์ คูณมี


    ประพันธ์-พิเชฐ-สำราญ แจง ปชป. ตั้งเป็น ที่ปรึกษารมต. ไม่เกี่ยวกับ การตอบแทน ที่ไปเคลื่อนไหวในนาม พันธมิตรฯ ภาคปชช. ย้ำต่อสู้ทุกอย่าง เป็นอิสระ ยันไม่เคยวิ่งเต้น ขอตำแหน่ง ขณะเดียวกัน ไล่ รบ. เก่า ชะโงกดูตัวเองบ้าง ตั้งพวกพ้อง รับตำแหน่ง หน้าสลอน


    วันนี้(13 ม.ค.) ประพันธ์ คูณมี อดีตสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวในรายการ สภาท่าพระอาทิตย์ ถึงกรณี มีการวิพากษ์วิจารณ์ การแต่งตั้ง ที่ปรึกษา เลขารัฐมนตรี เป็นการตอบแทน พันธมิตรฯ ว่า

    พันธมิตรฯ ไม่เคยนำเรื่อง การเคลื่อนไหวภาคประชาชน ไปปรึกษา หรือยุ่งเกี่ยวกับ พรรคประชาธิปัตย์ เลย ทั้งนี้ขอยืนยันว่า การเคลื่อนไหว ภาคประชาชน ของเรา เป็นไปอย่างอิสระ เราได้รับเกียรติ ร่วมต่อสู้ กับ ภาคประชาชน

    ทางพรรคประชาธิปัตย์ ให้เกียรติเรา เราก็เคารพ ซึ่งกันและกัน ส่วนการได้รับแต่งตั้ง พรรคอาจเห็นว่า เรามีประโยชน์ ในการทำงาน อย่าง คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี เป็นผู้ใหญ่ ที่ตนให้ความเคารพนับถือ ทำงาน ช่วยกันมา ร่วมกันมา กว่า 10 ปีแล้ว

    นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า พวกเราไม่เคยคิด เอาการเคลื่อนไหวของ พี่น้องพันธมิตรฯ เป็นเครื่องมือหาประโยชน์ เพื่อให้ได้ตำแหน่ง ไม่เคยคิด ที่จะ กอบโกย ผลประโยชน์ ของ ประเทศ และ ประชาชน ตนขอยืนยันไม่เคยไปวิ่งเต้น ขอตำแหน่งอะไร กับพรรค

    ดังนั้น อย่ามาบิดเบือน ข้อเท็จจริง ทีพวกรัฐบาลเก่า ตั้งคนของตัวเอง พวกพ้องตัวเอง ไปเป็นที่ปรึกษา เลขารัฐมนตรี ทำความเสียหายให้ ชาติ ทำไมไม่พูดบ้าง แต่พวกเราไม่เคยไปทำอะไรให้ประเทศ และ ประชาชน เสียหาย อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ ที่แยกแยะ ในเรื่องการเมือง กับ ภาคประชาชน

    ด้าน นายพิเชฐ พัฒนโชติ อดีตรองประธานวุฒิสภา กล่าว ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของ การตอบแทน แน่นอน เพราะ ตำแหน่ง ที่ปรึกษา ก็ไม่มีอะไรมาก เป็นการใช้ความรู้ความสามารถ ที่มีอยู่ ทำงาน และ ก็ไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่โตอะไร ซึ่งตนก็เคยเป็น รองประธานวุฒิสภา มาก่อน รวมถึง นายประพันธ์ และ นายสำราญ ก็เป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำงานให้ บ้านเมือง มาก่อน ดังนั้นอยากให้ ประชาชน ติดตามการทำงาน ของ พวกเรา ว่าจะมี พฤติกรรมเสื่อมเสีย หรือไม่ อย่างไร

    ขณะที่ นายสำราญ รอดเพชร อดีตแกนนำ พันธมิตรฯ รุ่น 2 และ พิธีกรผู้ดำเนินรายการ สภาท่าพระอาทิตย์ กล่าวเสริมว่า ทุกคน ที่เคลื่อนไหว กับ พันธมิตรฯ มีความเป็น เสรีชนอย่างอิสระ ไม่เกี่ยวกับพรรค หวังว่า พี่น้องประชาชน จะเข้าใจ

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
    13 มกราคม 2552 11:18 น.
    http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003540


    พิมพ์ ข่าวนี้ ประพันธ์-พิเชฐ ยัน พันธมิตรฯ ภาคปชช. เคลื่อนไหวอิสระ ปัด ปชป. ตอบแทน

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    “พล.อ.สนธิ” ปัดไม่มีแนวคิด ตั้งพรรคการเมือง


    “บิ๊กบัง” งง! ข่าวตั้งพรรคการเมือง ร่วมก๊วนเพื่อนเนวิน ยันไม่มีแนวคิด

    พล.�.สนธิ บุญยรัตกลิน �ดีคปธ.คมช.

    พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีคปธ.คมช.


    “พล.อ.สนธิ” ปัดไม่มีแนวคิด ตั้งพรรคการเมือง ดึง ส.ส. กลุ่มเพื่อนเนวินร่วม มึนไม่รู้กระแสข่าว มาจากไหน รับทราบ ผลการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาแล้ว แต่ไม่ขอวิจารณ์ ขณะที่แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ออกมาปฏิเสธข่าว ยันยังไม่มีโอกาสได้คุยกับ “บิ๊กบัง” ย้ำการเคลื่อนไหวกลุ่ม จะมีความชัดเจน หลังการประชุม 14 ม.ค.นี้


    วันนี้ (13 ม.ค.) พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คณะมนตรี ความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. ยอมรับว่า รู้สึกแปลกใจ ที่มีกระแสข่าวว่า ตนเอง จะตั้ง พรรคการเมือง โดยจะมีการดึง ส.ส. จากกลุ่มเพื่อนเนวิน มาสนับสนุน ซึ่งไม่ทราบว่า กระแสข่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร และ ตนไม่ได้มีแนวคิด จะตั้ง พรรคการเมือง เพราะขณะนี้ เดินทางอยู่ต่างประเทศ รวมทั้งได้ทราบข่าว การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นว่า พรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคร่วมรัฐบาล ได้เสียง สนับสนุนจำนวนมาก แต่ไม่ขอแสดงความเห็น

    ด้าน นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย แกนนำ ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน ปฏิเสธถึง กระแสข่าว ที่เกิดขึ้น โดยกล่าวว่า ยังไม่ได้มีโอกาส พูดคุย กับ พล.อ.สนธิ ส่วนความเคลื่อนไหว ของกลุ่ม จะมีความชัดเจน หลังจากมีการประชุมกัน ในวันที่ 14 มกราคม 2552

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
    13 มกราคม 2552 09:05 น.
    http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003477


    พิมพ์ ข่าวนี้ “บิ๊กบัง” งง! ข่าวตั้งพรรคการเมือง ร่วมก๊วนเพื่อนเนวิน ยันไม่มีแนวคิด

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    January 12, 2009

    พันธมิตรฯ นั่งกุนซือ ไม่ใช่เรื่องแปลก เหมือนที่ นปก. ได้ตำแหน่ง การเมือง ในรัฐบาลนอมินี ทักษิณ


    “สุริยะใส” ชี้แนวร่วมพันธมิตรฯ นั่งกุนซือ ไม่ใช่เรื่องแปลก

     นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน พันธมิตรประชาชน เพื่�ประชาธิปไตย กล่าวถึงการแต่งตั้ง ผู้ที่มาขึ้นเวทีปราศรัย ข�ง พันธมิตรฯ ไปดำรงตำแหน่ง ทางการเมื�ง

    นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงการแต่งตั้ง ผู้ที่มาขึ้นเวทีปราศรัย ของ พันธมิตรฯ ไปดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง


    ผู้ประสานงาน พันธมิตรฯ ชี้ แกนนำพันธมิตรฯ ไม่เคยวิ่งเต้น ขอตำแหน่ง ระบุ คนได้รับแต่งตั้ง ล้วนเป็น แนวร่วม และ เป็น อดีตสมาชิกพรรค ปชป. ทั้งสิ้น ลั่นเดินหน้า สร้างการเมืองใหม่ ย้อนถามแกนนำ นปช. นั่งหน้าสลอน ในรัฐบาล หอกหัก-ชายอำมหิต ไม่น่าเกลียดหรือ


    วันนี้ (13 ม.ค.) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงการแต่งตั้ง ผู้ที่มาขึ้นเวทีปราศรัย ของ พันธมิตรฯ ไปดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง บางตำแหน่งนั้น

    ถ้าพิจารณาบุคคล ที่ได้รับการแต่งตั้ง ไม่ว่าจะเป็น นายประพันธ์ คูณมี นายพิเชฐ พัฒนโชติ หรือ นายสำราญ รอดเพชร หรือ แม้แต่ นายกษิต ภิรมย์ ที่ไปเป็น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนหน้านี้ ถ้ามองผิวเผิน อาจเหมือนเป็น การต่างตอบแทน แต่ทั้ง 4 ท่าน ที่ได้รับแต่งตั้ง เป็น อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์

    เฉพาะ นายกษิต นั้นก็เป็น สมาชิกพรรค และ เป็นคณะทำงานของ พรรคประชาธิปัตย์ มาก่อนอยู่แล้ว ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องผิดปกติ หรือ เป็นเรื่องที่ ไม่เหมาะสม แต่อย่างใด

    นายสุริยะใส กล่าวว่า การขึ้นเวทีปราศรัย ของ พันธมิตรฯ ก็มาส่วนตัว ไม่ได้มาพูด หรือ มาเคลื่อนไหวในนาม พรรคประชาธิปัตย์ และ ไม่ได้เป็น แกนนำ พันธมิตรฯ เป็น แนวร่วม ต่อสู้เท่านั้น เพราะอำนาจตัดสินใจ การเคลื่อนไหว อยู่ที่ 5 แกนนำ

    ถ้า 1 ใน 5 แกนนำ ได้รับแต่งตั้งไป ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง นั่น อาจเป็นเรื่องที่ ผิดปกติ หรือ สมควรถูก วิพากษ์วิจารณ์ ว่า เป็นการตอบแทนคุณ พันธมิตรฯ หรือแม้แต่ ที่มีข่าวว่า ผมถูกทาบทามไปเป็น บอร์ดองค์การโทรศัพท์ นั้น ก็ไม่เป็นความจริง และ แม้ถูกทาบทาม มา ไม่ว่าตำแหน่งใด ก็จะปฏิเสธ เช่นกัน

    “ถ้าพูดถึง ความน่ารังเกียจ คงเทียบกันไม่ได้ กับ การที่ แกนนำ นปก. ได้รับตำแหน่ง ทางการเมือง ใน รัฐบาล นายสมัคร อย่างพร้อมหน้า พร้อมตา แม้หลายคนจะโดนคดี และ ข้อหาร้ายแรง ด้วยซ้ำ ก็ยังได้ ตำแหน่งใหญ่โต”

    นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า วันนี้ จุดยืน ของ 5 แกนนำไม่มีวิ่งเต้น ขอตำแหน่ง แต่จะไปห้าม คนที่มา ขึ้นเวทีปราศรัย หรือ มาต่อสู้ กับ พันธมิตรฯ คงไม่ได้ เพราะมีคนจำนวนมาก ที่มาร่วมเคลื่อนไหว

    ทั้งนี้ 5 แกนนำฯ ยังมีความตั้งใจ จะสร้าง สมรรถนะ และ ประสิทธิภาพ ให้กับ การเคลื่อนไหว ของ พันธมิตรฯ ต่อไป เพื่อทำให้ การเมือง ภาคประชาชน เข้มแข็ง และ มีอำนาจต่อรอง ถ่วงดุล กับ การเมืองในสภา อย่างเป็นรูปธรรม

    โดยเฉพาะ การรณรงค์ เพื่อสร้างการเมืองใหม่นั้น เป็น แผนงาน ตลอดทั้งปี 52 ของพันธมิตรฯ ซึ่งเริ่มต้นสัมมนา และ เปิดเวที ในหลายๆ จังหวัด แล้ว และ จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการใน วันเสาร์ที่ 17 มกราคม ที่ จ.ชลบุรี

    ส่วนการเคลื่อนไหว ของ นปช. ที่กดดันให้รัฐบาลปลด นายกษิต ภิรมย์ และ ดำเนินคดี ต่อ พันธมิตรฯ นั้น เป็นข้อเรียกร้อง ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ เสนอยุบสภาแต่สังคมไม่ขานรับ ก็เลยหยิบเอาเรื่อง พันธมิตรฯ มาเป็น เงื่อนไข ทำลายเสถียรภาพของ รัฐบาล ซึ่งคงไม่มีผลอะไร เพราะเรื่อง คดีพันธมิตรฯ ก็ยังต้อง ขึ้นโรงขึ้นศาล ไปตามกระบวนการ และ

    ที่กระทรวงการต่างประเทศ ตกเป็นเป้าที่สุด ก็เพราะ การทำงาน ของ รมว. ต่างประเทศ อาจกระทบ ต่อความมั่นคงของ นายใหญ่ ทักษิณ ที่ลี้ภัย อยู่ต่างแดน

    ฉะนั้น ทั้งหมด ของ นปช. วันนี้ ย่อมชี้ชัดว่า เคลื่อนไหวเพื่อ นายทักษิณ คนเดียว เท่านั้น และ เชื่อว่าสุดท้าย จะเหี่ยวแห้งไปเอง เพราะ สังคม ต้องการไปให้พ้น จากความขัดแย้ง และ ไม่ควรติดหล่ม กับ ระบอบทักษิณ อีกต่อไป เพราะ ทำให้บ้านเมือง เสียเวลามาหลายปีแล้ว

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
    13 มกราคม 2552 15:26 น.
    http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003704


    พิมพ์ ข่าวนี้ “สุริยะใส” ชี้แนวร่วมพันธมิตรฯ นั่งกุนซือ ไม่ใช่เรื่องแปลก

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    January 11, 2009

    ผลคะแนนเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 11 มกราคม 2552 เบื้องต้น พรรคร่วม ได้ ส.ส. 20 ที่นั่ง

    552000000197201


    ผลเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เบื้องต้น – “เพื่อแม้ว” เสียเก้าอี้ “ลำพูน-สมุทรปราการ”


    ผลเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 26 เขต 29 ตำแหน่ง อย่างไม่เป็นทางการ 11 มกราคม 2552 หลังนับคะแนนครบ ทุกหน่วยเลือกตั้ง


    จังหวัดนครพนม เขตเลือกตั้งที่ 1
    อำเภอท่าอุเทน, อำเภอศรีสงคราม, อำเภอนาทม, อำเภอบ้านแพง, อำเภอเมืองนครพนม (ยกเว้นตำบลวังตามัว),
    อำเภอนาหว้า (ยกเว้นตำบลนาหว้าตำบลนางัว และเทศบาลตำบลนาหว้า), อำเภอธาตุพนม-เฉพาะตำบลนาถ่อน


    ลำดับที่ 1. นายสุริยา พรหมดี พรรคเพื่อไทย 48,559 คะแนน 35.85%


    ลำดับที่ 2. นางสาวสุมาลี พูลศิริกุล พรรคเพื่อแผ่นดิน 47,107 คะแนน 34.78%
    ลำดับที่ 3. นายชัยอภิสิทธิ์เป๊าะ คำกรฤาชา พรรคประชาราช 37,390 คะแนน 27.6%



    จังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 2
    อำเภอกุมภวาปี, อำเภอหนองหาน, อำเภอโนนสะอาด, อำเภอศรีธาตุ, อำเภอวังสามหมอ, อำเภอไชยวาน, อำเภอกู่แก้ว


    ลำดับที่ 1. นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย 83,477 คะแนน 53.92%


    ลำดับที่ 2.นางสาวณฐกมล นนทะโชติ พรรคเพื่อแผ่นดิน 68,282 คะแนน 44.1%
    ลำดับที่ 3.นายบุญจันทร์ โมระพัตร์ พรรคสาธารณชน 3,063 คะแนน 1.98%



    จังหวัดอุบลราชธานี เขตเลือกตั้งที่ 2
    อำเภอตระการพืชผล, อำเภอเขมราฐ, อำเภอศรีเมืองใหม่, อำเภอสิรินธร, อำเภอโพธิ์ไทร, อำเภอกุดข้าวปุ้น,
    อำเภอนาตาล, อำเภอโขงเจียม


    ลำดับที่ 1. นายอุดร ทองประเสริฐ พรรคเพื่อแผ่นดิน 86,690 คะแนน 50.63%


    ลำดับที่ 2.นายสุขุมรัฏฐ์ สารีบุตร พรรคเพื่อไทย 48,667 คะแนน 28.43%
    ลำดับที่ 3.นายพินิจ ชัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา 33,718 คะแนน 19.69%



    จังหวัดอุบลราชธานี เขตเลือกตั้งที่ 3
    อำเภอเดชอุดม, อำเภอบุณฑริก, อำเภอน้ำยืน, อำเภอนาจะหลวย, อำเภอสำโรง, อำเภอน้ำขุ่น, อำเภอทุ่งศรีอุดม


    ลำดับที่ 1.นางอุดร จินตะเวช พรรคชาติไทยพัฒนา 92,078 คะแนน 52.25%


    ลำดับที่ 2. นายกิตติพงษ์ เทียมสุวรรณ พรรคเพื่อไทย 74,062 คะแนน 42.03%
    ลำดับที่ 3. นายสุริยพันธ์ ภักดีล้น พรรคเสียงประชาชน 7,518 คะแนน 4.27%



    จังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ 2
    อำเภอสตึก, อำเภอกระสัง, อำเภอพลับพลาชัย, อำเภอประโคนชัย, อำเภอบ้านกรวด


    ลำดับที่ 1. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี พรรคประชาราช 84,673 คะแนน 61.81%


    ลำดับที่ 2.นายจำรัส เวียงสงค์ พรรคเพื่อไทย 41,903 คะแนน 30.59%
    ลำดับที่ 3.นายอธิวัฒน์ บุญชาติ พรรคประชาชาติไทย 10,414 คะแนน 7.6%



    จังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ 4
    อำเภอนาโพธิ์, อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์, อำเภอพุทไธสง, อำเภอลำปลายมาศ, อำเภอคูเมือง


    ลำดับที่ 1. นายพีระพงษ์ เฮงสวัสดิ์ พรรคเพื่อแผ่นดิน 66,180 คะแนน 52.31%


    ลำดับที่ 2. นางเจติยา เลี้ยงผ่องพันธุ์ พรรคชาติไทยพัฒนา 55,524 คะแนน 43.89%
    ลำดับที่ 3. นายสุทัศน์ชัย กลมไธสง พรรคประชาราช 4,805 คะแนน 3.8%



    จังหวัดมหาสารคาม เขตเลือกตั้งที่ 1
    อำเภอเมืองมหาสารคาม, อำเภอโกสุมพิสัย, อำเภอกุดรัง, อำเภอกันทรวิชัย, อำเภอเชียงยืน, อำเภอชื่นชม


    ลำดับที่ 1. นายขจิตร ชัยนิคม พรรคเพื่อไทย 74,059 คะแนน 39.47%


    ลำดับที่ 2. นางสาวกุสุมาลวดี ศิริโกมุท พรรคเพื่อแผ่นดิน 50,934 คะแนน 27.15%
    ลำดับที่ 3. นายอภิราช บรรณารักษ์ พรรคประชาราช 49,470 คะแนน 26.37%



    จังหวัดร้อยเอ็ด เขตเลือกตั้งที่ 2
    อำเภอสุวรรณภูมิ, อำเภอเกษตรวิสัย, อำเภอจตุรพักตรพิมาน, อำเภอพนมไพร, อำเภอปทุมรัตต์, อำเภอโพนทราย,
    อำเภอหนองฮี, อำเภอเมืองสรวง


    ลำดับที่ 1. นายปิยะรัช หมื่นแสน พรรคเพื่อไทย 109,601 คะแนน 58.72%


    ลำดับที่ 2. นางรัชนี พลซื่อ พรรคเพื่อแผ่นดิน 74,539 คะแนน 39.93%
    ลำดับที่ 3. น.ส.สุนิดษา เวฎสุวัณ พรรคความหวังใหม่ 2,521 คะแนน 1.35%



    จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 1
    อำเภอเมืองศรีสะเกษ, อำเภอกันทรารมย์, อำเภอราษีไศล, อำเภอโนนคูณ, อำเภอยางชุมน้อย, อำเภอพยุห์,
    อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ, อำเภอศิลาลาด, อำเภอบึงบูรพ์


    ลำดับที่ 1. นายสุตา พรมดวง พรรคประชาราช 66,402 คะแนน 47.02%


    ลำดับที่ 2. นางสกุลทิพย์ อังคสกุลเกียรติ พรรคชาติไทยพัฒนา 50,823 คะแนน 35.98%
    ลำดับที่ 3. นายไชยยงค์ รัตนวัน พรรคความหวังใหม่ 24,009 คะแนน 17%



    จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 2
    อำเภอขุขันธ์, อำเภออุทุมพรพิสัย, อำเภอปรางค์กู่, อำเภอภูสิงห์, อำเภอวังหิน, อำเภอห้วยทับทัน, อำเภอเมืองจันทร์


    ลำดับที่ 1. นางสาวจิรวดี จึงวรานนท์ พรรคประชาราช 88,612 คะแนน 52.55%


    ลำดับที่ 2.นางมาลินี อินฉัตร พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 80,003 คะแนน 47.45%



    จังหวัดลำปาง เขตเลือกตั้งที่ 1
    อำเภอเมืองลำปาง, อำเภองาว, อำเภอวังเหนือ, อำเภอแจ้ห่ม, อำเภอห้างฉัตร, อำเภอเมืองปาน


    ลำดับที่ 1. นายสมโภช สายเทพ พรรคเพื่อไทย 95,602 คะแนน 50.99%


    ลำดับที่ 2. นายมัธยม นิภาเกษม พรรคประชาธิปัตย์ 91,888 คะแนน 49.01%
    ลำดับที่ 3. นายสินธ์ ประสาทไทย (ถูกตัดสิทธิ์) พรรคสาธารณชน 0 คะแนน 0.00%



    จังหวัดลำพูน เขตเลือกตั้งที่ 1
    ทั้งจังหวัด


    ลำดับที่ 1. นายขยัน วิพรหมชัย พรรคประชาธิปัตย์ 85,828 คะแนน 43.53%


    ลำดับที่ 2. นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล พรรคเพื่อไทย 74,435 คะแนน 37.75%
    ลำดับที่ 3. นางสาวอาภาภรณ์ พุทธปวน พรรคเพื่อแผ่นดิน 19,984 คะแนน 10.14%



    กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 10
    เขตราษฎร์บูรณะ, เขตทุ่งครุ, เขตบางขุนเทียน, เขตบางบอน


    ลำดับที่ 1. นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ พรรคประชาธิปัตย์ 72,909 คะแนน 47.1%


    ลำดับที่ 2.นายจารุวงศ์ เรืองสุวรรณ พรรคเพื่อไทย 53,243 คะแนน 34.4%
    ลำดับที่ 3.นายถนอมศักดิ์ นวลเศรษฐ พรรคสาธารณชน 5,812 คะแนน 3.75%



    จังหวัดปทุมธานี เขตเลือกตั้งที่ 1
    อำเภอเมืองปทุมธานี, อำเภอลาดหลุมแก้ว, อำเภอสามโคก, อำเภอคลองหลวง


    ลำดับที่ 1. นางชนากานต์ ยืนยง พรรคประชาราช 86,078 คะแนน 54.52%


    ลำดับที่ 2. นายอภินันท์ ช่วยบำรุง พรรคประชาธิปัตย์ 71,804 คะแนน 45.48%



    จังหวัดฉะเชิงเทรา เขตเลือกตั้งที่ 1
    อำเภอบางน้ำเปรี้ยว, อำเภอคลองเขื่อน, อำเภอบางคล้า, อำเภอราชสาส์น, อำเภอพนมสารคาม, อำเภอสนามชัยเขต,
    อำเภอเมือง – เฉพาะ ตำบลบางแก้ว, ตำบลบางขวัญ, ตำบลท่าไข่, ตำบลบ้านใหม่ และ ตำบลคลองจุกกระเฌอ


    ลำดับที่ 1. นายณัชพล ตันเจริญ พรรคเพื่อแผ่นดิน 52,451 คะแนน 52.58%


    ลำดับที่ 2.นายสิครินทร์ จันทรศร พรรคเพื่อไทย 42,042 คะแนน 42.14%
    ลำดับที่ 3.นางสุธาทิพย์ ตันเจริญ พรรคประชาราช 5,267 คะแนน 5.28%



    จังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 1
    อำเภอเมืองนครปฐม, อำเภอกำแพงแสน, อำเภอนครชัยศรี


    ลำดับที่ 1. นายมารุต บุญมี พรรคประชาธิปัตย์ 104,490 คะแนน 61.48%


    ลำดับที่ 2. นายฐานุพงศ์ รังสิไตรพงศ์ พรรคประชาราช 63,048 คะแนน 37.09%
    ลำดับที่ 3. นายสาโรช เบญจาสินสวัสดิ์ พรรคเผ่าไท 2,426 คะแนน 1.43%



    จังหวัดสมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 1
    อำเภอ เมืองสมุทรปราการ


    ลำดับที่ 1. นางสาวสรชา วีรชาติวัฒนา พรรคประชาธิปัตย์ 70,138 คะแนน 55.16%


    ลำดับที่ 2. นางอรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์ พรรคเพื่อไทย 55,170 คะแนน 43.39%
    ลำดับที่ 3. นายโชคชัย ไทยพิชิตบูรพา พรรคสาธารณชน 1,848 คะแนน 1.45%



    จังหวัดสระบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2
    อำเภอหนองแค, อำเภอพระพุทธบาท, อำเภอบ้านหมอ, อำเภอวิหารแดง, อำเภอเสาไห้, อำเภอหนองแซง,
    อำเภอหนองโดน, อำเภอดอนพุด


    ลำดับที่ 1. นายองอาจ วงษ์ประยูร พรรคประชาธิปัตย์ 72,690 คะแนน 78.73%


    ลำดับที่ 2. นายตระกูล จันทร์แจ่มใจ พรรคเพื่อแผ่นดิน 19,636 คะแนน 21.27%



    จังหวัดสิงห์บุรี เขตเลือกตั้งที่ 1
    ทั้งจังหวัด


    ลำดับที่ 1. นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ 51,940 คะแนน 48.7%


    ลำดับที่ 2. นายพายัพ ปั้นเกตุ พรรคเพื่อไทย 46,909 คะแนน 43.98%



    จังหวัดราชบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1
    อำเภอบ้านโป่ง, อำเภอโพธาราม, อำเภอดำเนินสะดวก, อำเภอบางแพ, อำเภอจอมบึง


    ลำดับที่ 1. นายยศศักดิ์ ชีววิญญู พรรคประชาธิปัตย์ 144,199 คะแนน 72.69%


    ลำดับที่ 2. นายเดชา ตุลาธาร พรรคเพื่อไทย 37,190 คะแนน 18.75%



    จังหวัดลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1
    อำเภอเมืองลพบุรี, อำเภอบ้านหมี่, อำเภอพัฒนานิคม, อำเภอท่าวุ้ง


    ลำดับที่ 1. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช พรรคชาติไทยพัฒนา 104,968 คะแนน 69.73%


    ลำดับที่ 2. นายประสงค์ สอนมานะ พรรคเพื่อไทย 41,317 คะแนน 27.46%
    ลำดับที่ 3. นายไธพัตย์ ประจินเกียรติ พรรคสาธารณชน 4,210 คะแนน 2.8%



    จังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1
    อำเภอเมืองสุพรรณบุรี, อำเภอบางปลาม้า, อำเภอสองพี่น้อง, อำเภออู่ทอง


    ลำดับที่ 1. นายนพดล มาตรศรี พรรคชาติไทยพัฒนา 137,866 คะแนน 31.15%
    ลำดับที่ 2. นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ พรรคชาติไทยพัฒนา 132,760 คะแนน 30.00%
    ลำดับที่ 3. นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง พรรคชาติไทยพัฒนา 129,808 คะแนน 29.33%



    จังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2
    อำเภอศรีประจันต์, อำเภอดอนเจดีย์, อำเภอสามชุก, อำเภอหนองหญ้าไซ, อำเภอเดิมบางนางบวช, อำเภอด่านช้าง


    ลำดับที่ 1. นางพัชรี โพธสุธน พรรคชาติไทยพัฒนา 108,451 คะแนน 43.81%
    ลำดับที่ 2. นายเจรจา เที่ยงธรรม พรรคชาติไทยพัฒนา 103,746 คะแนน 41.91%


    ลำดับที่ 3. นายทวี พิมพขันธ์ พรรคความหวังใหม่ 11,397 คะแนน 4.6%



    จังหวัดอ่างทอง เขตเลือกตั้งที่ 1
    ทั้งจังหวัด


    ลำดับที่ 1. นายภคิน ปริศนานันทกุล พรรคชาติไทยพัฒนา 72,380 คะแนน 58.27%


    ลำดับที่ 2. นางสาวเพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ชัย พรรคเพื่อไทย 36,930 คะแนน 29.73%
    ลำดับที่ 3. นางสุวภัทร พลกลาง เครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย 2,923 คะแนน 2.35%



    จังหวัดอุทัยธานี เขตเลือกตั้งที่ 1
    ทั้งจังหวัด


    ลำดับที่ 1. นายอดุลย์ เหลืองบริบูรณ์ พรรคชาติไทยพัฒนา 81,422 คะแนน 64.51%


    ลำดับที่ 2.นายกลุเดช พัวพัฒนกุล พรรคประชาราช 30,757 คะแนน 24.37%



    จังหวัดนราธิวาส เขตเลือกตั้งที่ 2
    อำเภอระแงะ, อำเภอจะแนะ, อำเภอเจาะไอร้อง, อำเภอแว้ง, อำเภอสุไหงปาดี, อำเภอสุคิริน


    ลำดับที่ 1. นายนิอาริส เจตาภิวัฒน์ พรรคชาติไทยพัฒนา 47,931 คะแนน 54.4%


    ลำดับที่ 2. นายอับดุลอาซิ หามะ พรรคประชาราช 28,390 คะแนน 32.22%
    ลำดับที่ 3. นายมุคตาร์ กีละ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 11,784 คะแนน 13.37%



    สรุป ผลเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 26 เขต 29 ตำแหน่ง อย่างไม่เป็นทางการ 11 มกราคม 2552


    พรรคประชาธิปัตย์ 7 คน


    โดยได้รับเลือก จังหวัด ละ 1 คน จาก
    ลำพูน เขตเลือกตั้งที่ 1
    กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 10
    นครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 1
    สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 1
    สระบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2
    สิงห์บุรี เขตเลือกตั้งที่ 1
    ราชบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1


    พรรคชาติไทยพัฒนา 10 คน


    โดยได้รับเลือก จังหวัด ละ 1 คน จาก
    อุบลราชธานี เขตเลือกตั้งที่ 3
    นราธิวาส เขตเลือกตั้งที่ 2
    อุทัยธานี เขตเลือกตั้งที่ 1
    อ่างทอง เขตเลือกตั้งที่ 1
    ลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1
    และ อีก 5 คน จาก สุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1,2


    พรรคเพื่อไทย ได้รับเลือก 5 คน


    โดยได้รับเลือก จังหวัด ละ 1 คน จาก
    นครพนม เขตเลือกตั้งที่ 1
    อุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 2
    มหาสารคาม เขตเลือกตั้งที่ 1
    ร้อยเอ็ด เขตเลือกตั้งที่ 2
    ลำปาง เขตเลือกตั้งที่ 1


    พรรคประชาราช ได้รับเลือก 4 คน


    โดยได้รับเลือก จังหวัด ละ 1 คน จาก
    บุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ 2
    ปทุมธานี เขตเลือกตั้งที่ 1
    และ อีก 2 คน จาก ศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 1,2


    พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้รับเลือก 3 คน


    โดยได้รับเลือก จังหวัด ละ 1 คน จาก
    อุบลราชธานี เขตเลือกตั้งที่ 2
    บุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ 4
    ฉะเชิงเทรา เขตเลือกตั้งที่ 1

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 11 มกราคม 2552 20:52 น.
    http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000002876


    พิมพ์ ข่าวนี้ ผลเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เบื้องต้น – “เพื่อแม้ว” เสียเก้าอี้ “ลำพูน-สมุทรปราการ”

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    January 9, 2009

    “พัชรวาท” ยังไม่เห็นเรื่อง ถอดยศ “นช.ทักษิณ”


    “พัชรวาท” ปัด ยังไม่เห็นเรื่อง ถอดยศ “น.ช.แม้ว” ชี้ต้องดูรอบคอบ
    พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร �ดีตนายกรัฐมนตรี

    พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี


    ผบ.ตร. ระบุ ยังไม่เห็นรายละเอียด เรื่องให้ถอดยศ “ทักษิณ” ย้ำ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องพิจารณารอบคอบ มากที่สุด ส่วนการ รปภ. เลือกตั้งซ่อม ส.ส. โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ได้มอบให้ “วิเชียร” เป็นโต้โผ ดูแลความเรียบร้อย


    วั้นนี้ (9 ม.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึง การถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ตนยังไม่เห็นเรื่องดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องให้เจ้าหน้าที่ไปพิจารณา ทุกแง่ ทุกมุม ให้เกิดความชัดเจน ต้องดู เจตนาของระเบียบ รวมถึงพิจารณาว่า รายละเอียดของระเบียบ ดังกล่าว เขียนไว้ว่าอย่างไร ซึ่งจะต้องให้เจ้าหน้าที่พิจารณา อย่างรอบคอบมากที่สุด


    เมื่อถามถึงว่า กรณีนี้ถือเป็น การเลือกปฏิบัติ หรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาท เลี่ยง ที่จะตอบคำถามนี้ พร้อมได้เดินกลับเข้าไปใน สำนักงาน ผบ.ตร. ในทันที


    นอกจากนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวถึง มาตรการ ดูแลความเรียบร้อย การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ซึ่งจะจัดขึ้นใน วันที่ 11 มกราคม 2552 ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่รับผิดชอบ ดูแลความปลอดภัย ในการเลือกตั้ง เป็นหลัก โดยได้มีการวางกำลังตำรวจ ไว้ประจำหน่วยเลือกตั้ง ทุกหน่วยๆ ละ 2 นาย

    สำหรับการแข่งขัน ที่คาดกันว่าจะรุนแรง เนื่องจาก ฝ่ายค้าน กับ พรรคร่วมรัฐบาล มีจำนวน ส.ส. ใกล้เคียงกันนั้น เท่าที่ตรวจสอบ ทุกจังหวัด ไม่น่าจะ รุนแรงเท่าไหร่ เป็นการเลือกตั้งปกติ

    พล.ต..พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.

    พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.


    อย่างไรก็ตาม ที่เป็นห่วงบ้าง คือ จังหวัดทางภาคอีสาน ซึ่งได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รอง ผบ.ตร.มก.1 ลงไปดูแล ขณะที่ ตนเองจะดูแล พื้นที่ภาคกลาง เป็นหลัก


    ผู้สื่อข่าวถามถึง การป้องกัน เหตุก่อกวน การเลือกตั้ง เช่น การปาไข่ พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า เรื่องนี้ ผู้บังคับการ ตำรวจภูธร จังหวัด ในฐานะผู้รับผิดชอบ จะต้องไปพิจารณาว่า จะดำเนินการ กับฝ่ายไหน อย่างไร

    ขณะที่ส่วน ของ จ.บุรีรัมย์ ที่เกิดความขัดแย้ง เข้าใจว่า คนเหล่านี้เคยเป็น พวกเดียวกันมาก่อน เมื่อเกิดความไม่พอใจ จึงได้มี การกระทบกระทั่งกันขึ้น ซึ่งตำรวจก็คงต้อง ดำเนินคดีไป ซึ่งตนได้กำชับ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ไปแล้ว ว่า ให้พยายามแยก ทั้ง 2 ฝ่าย ออกจากกัน ซึ่งตำรวจจะยึดแนวทาง การเจรจา เป็นหลัก แต่หากมีการกระทำผิดกฎหมาย ก็ต้องดำเนินคดี

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 9 มกราคม 2552 13:59 น.
    http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000002197


    พิมพ์ ข่าวนี้ “พัชรวาท” ปัด ยังไม่เห็นเรื่อง ถอดยศ “น.ช.แม้ว” ชี้ต้องดูรอบคอบ

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    December 16, 2008

    รายชื่อ สส. ในการโหวตเลือก นายกฯ คนที่ 27


    เช็คชื่อ ส.ส. “สองขั้ว” โหวตเลือก นายกฯ คนที่ 27


    ผลการออกเสียงลงมติ เลือกนายกรัฐมนตรีที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2551 ปรากฏว่า

    มี ส.ส. 235 คน ยกมือสนับสนุนให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
    หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี

    มี ส.ส. 198 คน ยกมือสนับสนุนให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก
    ว่าที่หัวหน้าพรรค เพื่อแผ่นดิน ดำรงตำแหน่ง นายกฯ


    มีผู้ไม่มาประชุม 1 คน ได้แก่

    นพ.ไกร ดาบธรรม พรรค รวมใจไทยชาติพัฒนา ส.ส.เชียงใหม่

    มีผู้งดออกเสียง 3 คน ได้แก่

    นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน (เดิม)
    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.สัดส่วน
    นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ส.ส.นครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา

    235 เสียง ที่สนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
    ส.ส.สัดส่วน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์


    1. พรรคประชาธิปัตย์ 164 คน


    2. พรรคพลังประชาชน (เดิม) 33 คน จำแนกเป็น


    2.1) กลุ่มเพื่อนเนวิน 22 เสียง ได้แก่


    1. นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ส.ส.อุดรธานี
    2. นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ส.ส.สกลนคร
    3. นายธนเทพ ทิมสุวรรณ ส.ส.สัดส่วน
    4. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา
    5. นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ส.ส.ขอนแก่น
    6. นายเพิ่มพูน ทองศรี ส.ส.สัดส่วน
    7. นายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ส.ส.บุรีรัมย์
    8. นายปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.ขอนแก่น
    9. นายพัฒนา สังขทรัพย์ ส.ส.เลย
    10. นายภิรมย์ พลวิเศษ ส.ส.นครราชสีมา

    11. นายมนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ ส.ส.บุรีรัมย์
    12. นายยรรยง ร่วมพัฒนา ส.ส.สุรินทร์
    13. นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.บุรีรัมย์
    14. นายเลิศศักดิ์ ทัศนเศรษฐ ส.ส.สุรินทร์
    15. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ส.ส.นนทบุรี
    16. นายวิเชียร อุดมศักดิ์ ส.ส.อำนาจเจริญ
    17. นายวีระ รักความสุข ส.ส.สัดส่วน
    18. นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม
    19. นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์
    20. นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ส.ส.สุรินทร์

    21. นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ส.ส.มหาสารคาม
    22. นายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์


    2.2) กลุ่ม ส.ส. ที่คาดว่าจะย้ายไปอยู่ พรรคกิจสังคม 4 คน ประกอบด้วย


    1. นายชยุต ภุมมะกาญจนา ส.ส.ปราจีนบุรี
    2. นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ส.ส.สัดส่วน
    3. นายวารุจ ศิริวัฒน์ ส.ส.อุตรดิตถ์
    4. นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาตย์ ส.ส.พิษณุโลก


    2.3) กลุ่ม ส.ส. ภาคกลางและ อีสาน ซึ่งคาดว่าจะย้ายไปสังกัด พรรคเพื่อแผ่นดิน 7 คน ได้แก่


    1. นายสันทัด จีนาภักดิ์ ส.ส.กาญจนบุรี
    2. นายเฉลิมชาติ การุณ ส.ส.สกลนคร
    3. นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ ส.ส.สุรินทร์
    4. นายสาทิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ส.ส.สุรินทร์
    5. นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา ส.ส.สุรินทร์
    6. นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจจ ส.ส.สุรินทร์
    7. นายคงกฤช หงษ์วิไล ส.ส.ปราจีนบุรี


    3. พรรค รวมใจไทยชาติพัฒนา 5 คน ได้แก่


    1. นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล ส.ส.นครราชสีมา
    2. นายวัชพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมา
    3. นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ส.ส.พิจิตร
    4. นายประเสริฐ บุญชัยสุข ส.ส.นครราชสีมา
    5. นางวรศุลี สุวรรณปรุสิทธิ์ ส.ส.มุกดาหาร


    4. พรรคมัชฌิมาธิปไตย (เดิม) 8 คน ได้แก่


    1. นางพรทิวา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท
    2. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์
    3. นายมานิต นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี
    4. นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี
    5. นายณัฐวุฒิ สุขเกษม ส.ส.บุรีรัมย์
    6. นายมาโนช เฮงยศมาก ส.ส.บุรีรัมย์
    7. นายสมนึก เฮงวาณิชย์ ส.ส.บุรีรัมย์
    8. นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ


    5. พรรคเพื่อแผ่นดิน 12 คน ได้แก่


    1. นายไชยยศ จิรเมาธากร ส.ส.อุดรธานี
    2. นายนรพล ตันติมนตรี ส.ส.เชียงใหม่
    3. นายประนอม โพธิ์คำ ส.ส.นครราชสีมา
    4. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ส.ส.นครราชสีมา
    5. นายพิกิฏ ศรีชนะ ส.ส.ยโสธร
    6. นายพิเชษฐ์ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา
    7. นายรณฤทธิชัย คานเขต ส.ส.ยโสธร
    8. ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ส.ส.นครราชสีมา
    9. นายวิทยา บุตรดีวงค์ ส.ส.มุกดาหาร
    10. นายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์ ส.ส.อุบลราชธานี
    11. นายอนุวัฒน์ วิเศษจิดาวัฒน์ ส.ส.นครราชสีมา
    12. นพ.อลงกต มณีกาศ ส.ส.นครพนม


    6. พรรคชาติไทย (เดิม) 14 คน ได้แก่


    1. นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงศ์ ส.ส.ชัยภูมิ
    2. นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์
    3. นายพีรเดช สิริวันสาณฑ์ ส.ส.นครสวรรค์
    4. นายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส
    5. นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา
    6. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร
    7. พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร
    8. นายวิจิตร พรพฤฒิพันธุ์ ส.ส.เพชรบูรณ์
    9. นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง
    10. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี

    11. นายตุ่น จินตะเวช ส.ส.อุบลราชธานี
    12. นายอัศวิน วิภูศิริ ส.ส.สัดส่วน
    13. นางปารีณา ปาจรียางกูล ส.ส.ราชบุรี (คาดว่า จะย้ายไปพรรคกิจสังคม)
    14. นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ส.ส.สุโขทัย (คาดว่า จะย้ายไปพรรคกิจสังคม)


    198 เสียงที่ สนับสนุน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก
    ส.ส.สัดส่วน ว่าที่ หัวหน้าพรรค เพื่อแผ่นดิน


    1. พรรคพลังประชาชน (เดิม) จำนวน 178 คน ได้แก่


    1. นายกนก ลิ้มตระกูล ส.ส.อุตรดิตถ์
    2. น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ ส.ส.สัดส่วน
    3. นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี ส.ส.เชียงใหม่
    4. นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร ส.ส.นครปฐม
    5. นายนิคม เชาว์กิติโสภณ ส.ส.สัดส่วน
    6. นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.
    7. นายกิตติ สมทรัพย์ ส.ส.ร้อยเอ็ด
    8. นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.สัดส่วน
    9. นายเกษม อุประ ส.ส.สกลนคร
    10. นายคมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส.กาฬสินธุ์

    11. นายจตุพร เจริญเชื้อ ส.ส.ขอนแก่น
    12. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน
    13. นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ ส.ส.ลำปาง
    14. นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี
    15. นายจักรัตน์ พั้วช่วย ส.ส.เพชรบูรณ์
    16. นายจักริน พัฒน์ดำรงจิตร ส.ส.ขอนแก่น
    17. นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ ส.ส.มหาสารคาม
    18. นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร
    19. นายเจริญ จรรย์โกมล ส.ส.ชัยภูมิ
    20. นายฉลาด ขามช่วง ส.ส.ร้อยเอ็ด

    21. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน
    22. นางชมพู จันทาทอง ส.ส.หนองคาย
    23. นายชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน
    24. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน
    25. ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ส.ส.ชัยนาท
    26. น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.เชียงใหม่
    27. นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ ส.ส.ปทุมธานี
    28. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี
    29. นายสุรชัย เบ้าจรรยา ส.ส.สัดส่วน
    30. ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน

    31. นายเชิดพงษ์ ราชป้องขันธ์ ส.ส.หนองคาย
    32. นายชัยวัฒน์ ติณรัตน์ ส.ส.มหาสาคาม
    34. นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู
    35. นายเรวัติ สิรินุกุล ส.ส.สัดส่วน
    36. นายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา
    37. นางฐิติมา ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา
    38. นายณรงค์กร ชวาลสันตติ ส.ส.เพชรบูรณ์
    39. นายดนุพร ปุณณกันต์ ส.ส.กทม.
    40. นางดวงแข อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น

    41. นายต่อพงษ์ ไชยสาสน์ ส.ส.อุดรธานี
    42. นายไตรรงค์ ติธรรม ส.ส.หนองคาย
    43. นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ส.ส.อุตรดิตถ์
    44. นายทองดี มานิสสาร ส.ส.อุดรธานี
    45. นายธนเทพ ทิมสุวรรณ ส.ส.สัดส่วน
    46. นายธนาธร โล่ห์สุนทร ส.ส.ลำปาง
    47. นายธเนศ เครือรัตน์ ส.ส.ศรีสะเกษ
    48. นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ
    49. นายนพคุณ รัฐผไท ส.ส.เชียงใหม่
    50. นางนฤมล ธารดำรง ส.ส.สมุทรปราการ

    51. นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น
    52. นายนัจมุดดีน อูมา ส.ส.นราธิวาส
    53. นางนันทนา ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย
    54. นายนิทัศน์ ศรีนนท์ ส.ส.นนทบุรี
    55. นายนิพนธ์ ศรีธเรศ ส.ส.กาฬสินธุ์
    56. นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก
    57. นายนิยม วรปัญญา ส.ส.ลพบุรี
    58. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ส.ส.แพร่
    59. นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร
    60. นายนิรมิต สุจารี ส.ส.ร้อยเอ็ด

    61. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ส.ส.เชียงใหม่
    62. นางบุญรื่น ศรีธเรศ ส.ส.กาฬสินธุ์
    63. นายบุญเลิศ ครุฑขุนทด ส.ส.นครราชสีมา
    64. ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี
    65. นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ
    66. นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ
    67. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา
    68. นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ส.ส.สมุทรปราการ
    69. นายประเสริฐ บุญเรือง ส.ส.กาฬสินธุ์
    70. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ส.ส.กำแพงเพชร

    71. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย
    72. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ส.ส.ขอนแก่น
    73. นายประวีณ แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ
    74. นางปานหทัย เสรีรักษ์ ส.ส.แพร่
    75. น.ส.ปาริชาติ ชาลีเครือ ส.ส.ชัยภูมิ
    76. นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย
    77. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม
    78. ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย
    79. นายพงษ์ศักดิ์ บุญศล ส.ส.สกลนคร
    80. น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี

    81. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ส.ส.ศรีสะเกษ
    82. นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ ส.ส.สัดส่วน
    83. นายพ้อง ชีวานันท์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา
    84. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย
    85. นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู
    86. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร
    87. นายพีระเพชร ศิริกุล ส.ส.กาฬสินธุ์
    88. นายเพิ่มพูน ทองศรี ส.ส.สัดส่วน
    89. นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม
    90. นายไพโรจน์ ตันบรรจง ส.ส.พะเยา

    91. นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส.กทม.
    92. นางฟาริดา สุไลมาน ส.ส.สุรินทร์
    93. นายภูมิ สาระผล ส.ส.ขอนแก่น
    94. นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ ส.ส.สมุทรสาคร
    95. พล.ท.มะ โพธิ์งาม ส.ส.กาญจนบุรี
    96. นายมานะ โลหะวณิชย์ ส.ส.ชัยภูมิ
    97.นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน
    98. นายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์ ส.ส.สัดส่วน
    99. นายยุทธพงษ์ แสงศรี ส.ส.หนองคาย
    100. นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย

    101. นายรัฐกร เจนกิจณรงค์ ส.ส.นครปฐม
    102. นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย ส.ส.ขอนแก่น
    103. น.ส.ละออง ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย
    104. นางลินดา เชิดชัย ส.ส.นครราชสีมา
    105. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่
    106. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ส.ส.อุบลราชธานี
    107. นายวราวงษ์ พันธุ์ศิลา ส.ส.ร้อยเอ็ด
    108. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ส.ส.เพชรบูรณ์
    109. นายวัลลภ สุปริยศิลป์ ส.ส.น่าน
    110. นายวาสิต พยัคฆบุตร ส.ส.ลำปาง

    111. นายวิชัย สามิตร ส.ส.หนองบัวลำภู
    112. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม.
    113. นายวิทยา ทรงคำ ส.ส.เชียงใหม่
    114. นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา
    115. นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน
    116. พล.ต.อ.วิรุฬห์ พื้นแสน ส.ส.สัดส่วน
    117. นายวิวัฒชัย โหตระไวศยะ ส.ส.ศรีสะเกษ
    118. น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย
    119. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา

    120. นายวีระพล จิตสัมฤทธิ ส.ส.ศรีสะเกษ
    121. นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ส.ส.กาฬสินธุ์
    122. นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก
    123. นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา
    124. พล.ต.ศรชัย มนตริวัต ส.ส.สัดส่วน
    125. นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด
    126. นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ส.ส.ร้อยเอ็ด
    127. นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน
    128. นายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน
    129. นายสมคิด บาลไธสง ส.ส.หนองคาย
    130. พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา

    131. พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี
    132.นายสมพล เกยุราพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน
    133. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส.ขอนแก่น
    134. นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ส.ส.สัดส่วน
    135. นายสรรพภัญญู ศิริไปล์ ส.ส.มหาสารคาม
    136. นายสฤษฏ์ อึ้งอภินันท์ ส.ส.เชียงราย
    137. นายสัญชัย วงษ์สุนทร ส.ส.นครสวรรค์
    138. นายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.สัดส่วน
    139. นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.สัดส่วน

    140. นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย

    141. นางสิรินทร รามสูต ส.ส.น่าน
    142. นายสุชน ชามพูนท ส.ส.สัดส่วน
    143. นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี
    144. นายสุชาย ศรีสุรพล ส.ส.ขอนแก่น
    145. นายสุทธิชัย จรูญเนตร ส.ส.อุบลราชธานี
    146. นายสุทิน นพขำ ส.ส.ปทุมธานี
    147. น.ส.สุนทรี ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ
    148. นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน
    149. นายสุพล ฟองงาม ส.ส.อุบลฯ
    150. ว่าที่ ร.ต.สุเมธ ฤทธาคนี ส.ส.ปทุมธานี

    151. นายสุรจิตร ยนต์ตระกูล ส.ส.มหาสารคาม
    152. นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ส.ส.พระนครศรีอยุธยา
    153. พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ส.ส.อุดรธานี
    154. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่
    155. นายประเกียรติ นาสิมา ส.ส.สัดส่วน
    156. นายสุรพล เกียรติไชยากร ส.ส.เชียงใหม่
    157. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ
    158. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ส.ส.พระนครศรีอยุธยา
    159. นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ส.ส.เพชรบูรณ์
    160. นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ส.ส.เชียงราย

    161. นายเสรี สาระนันท์ ส.ส.สกลนคร
    162. นายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ส.ส.สัดส่วน
    163. นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.แม่ฮ่องสอน
    164. นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร
    165. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ส.ส.อุดรธานี
    166. นายอนุชา สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม
    167. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.
    168. นายอนุสรณ์ ปั้นทอง ส.ส.กทม.
    169. นางอนุสรา ยังตรง ส.ส.สมุทรปราการ
    170. พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี

    171. น.ส.อรุณี ชำนาญยา ส.ส.พะเยา
    172. นายอัสนี เชิดชัย ส.ส.สัดส่วน
    173. นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ส.ส.สัดส่วน

    174. นายอำนวย คลังผา ส.ส.ลพบุรี
    175. นายอิทธิเดช แก้วหลวง ส.ส.เชียงราย
    176. นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ส.ส.ลำปาง
    177. นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี
    178. นายเอี่ยม ทองใจสด ส.ส.เพชรบูรณ์


    2. พรรครวมใจไทยฯ 2 คน ได้แก่


    1. พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรค ส.ส.สัดส่วน ลาออกจากการเป็น สส. แล้ว
    2. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา


    3. พรรคมัชฌิมาธิปไตย (เดิม) 3 เสียง ได้แก่


    1. นางกรรณิการ์ เจริญพันธ์ ส.ส.สุรินทร์ โดยมีกระแสข่าวว่า จะย้ายไปสังกัด พรรคประชาราช
    2. พ.ต.ท.นุกูล แสงศิริ ส.ส.นครสวรรค์ โดยมีกระแสข่าวว่า จะย้ายไปสังกัด พรรคประชาราช
    3. นายอารยะ ชุมดวง ส.ส.สุโขทัย โดยมีกระแสข่าวว่า จะย้ายไปสังกัด พรรคประชาราช


    4. พรรคประชาราช 5 คน ได้แก่


    1. นายเสนาะ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว
    2. นายสรวงศ์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว
    3. นายฐานิสร์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว
    4. นางตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว
    5. นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ส.ส.นครสวรรค์


    5. พรรคชาติไทย (เดิม) 1 คน ได้แก่


    นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ส.ส.ปทุมธานี


    6. พรรคเพื่อแผ่นดิน 9 คน ได้แก่


    1. ม.ร.ว.กิติวัฒนา ไชยันต์ ส.ส.สัดส่วน
    2. นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.นครราชสีมา
    3. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ว่าที่หัวหน้าพรรค ส.ส.สัดส่วน
    4. นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา ส.ส.สัดส่วน
    5. นายมานพ ปัตนวงศ์ ส.ส.สัดส่วน
    6. นพ.วัลลภ ไทยเหนือ ส.ส.สัดส่วน
    7. นายแวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาส
    8. นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ส.ส.สัดส่วน
    9. นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ ส.ส.สัดส่วน

    mtc1ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หน้า 2 มติชนรายวัน
    วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11238
    http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01p0102161251&sectionid=0101&selday=2008-12-16


    พิมพ์ ข่าวนี้ เช็คชื่อ ส.ส. “สองขั้ว” โหวตเลือก นายกฯ คนที่ 27

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    December 15, 2008

    อภิสิทธิ์ ชนะขาด แม้จะไม่ลงคะแนนให้ตนเอง 235-198-3

    นาย�ภิสิทธิ์มีคะแนนเสียงสนับสนุน 235 เสียง

    นายอภิสิทธิ์มีคะแนนเสียงสนับสนุน 235 เสียง


    “อภิสิทธิ์” ชนะโหวต 235 เสียง เป็น ว่าที่นายกฯ คนที่ 27


    ส.ส. หวั่น ม็อบถ่อยแดงปิดล้อม แห่เข้าสภา เตรียมโหวตเลือกนายกฯ คนที่ 27 ตั้งแต่เช้าตรู่ ขณะที่ “แกนนำ ปชป.” ยังมั่นใจ ในชัยชนะ แม้ เสียงโหวต หาย 1 คะแนน เนื่องจาก ส.ส.นนทบุรี ของพรรคเสียชีวิต เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา ด้าน “อภิวันท์” เชื่อ พรรคเพื่อไทย มีสิทธิ์ชนะ ถึง 10 เสียง

    คลิกที่นี่เพื่อฟัง การประชุมสภา สมัยวิสามัญ เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คนที่ 27


    วันนี้ (15 ธ.ค.) ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ก่อนการประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คนที่ 27 มี ส.ส. เริ่มทยอย มาร่วมประชุม อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เช้ามืด เนื่องจากเกรงว่า ม็อบเสื้อแดง จะเข้าปิดล้อม ทำให้เข้าประชุมสภาไม่ได้ โดย ส.ส. ที่มาเป็นคนแรก คือ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย


    ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และตัวเต็ง นายกรัฐมนตรี เดินทางถึง รัฐสภา ในเวลาประมาณ 09.00 น. ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยปฏิเสธ ที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ


    ขณะที่ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 กล่าวแสดงความมั่นใจว่า พรรคเพื่อไทย จะชนะพรรคประชาธิปัตย์ ประมาณ 10 คะแนน ซึ่งได้มาจาก พรรคร่วมรัฐบาลเดิม

    อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคะแนน พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ ถูกลดลง 1 เสียง เนื่องจาก นายสมบัติ สิทธิกรวงศ์ ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ที่เข้า ผ่าตัดลิ้นหัวใจรั่ว ที่โรงพยาบาลธัญบุรี เกิดอาการช็อกกะทันหัน และเสียชีวิตลง เมื่อเวลา 04.00 น. ที่ผ่านมา

    แกนนำ พรรคประชาธิปัตย์ ต่างรู้สึกเสียใจ ที่ต้องเสียเพื่อนร่วมงาน แต่ก็ไม่เสียกำลังใจ แต่อย่างใด ยังคงมั่นใจว่า นายอภิสิทธิ์ จะได้รับเลือกเป็น นายกรัฐมนตรี แต่หากพลิกผัน ไม่เป็นไป ตามที่คาดการณ์ไว้ พรรคประชาธิปัตย์ ก็จะขอเป็นฝ่ายค้าน ไม่ขอร่วมเป็น รัฐบาลเพื่อชาติ ตามคำเชิญ ของ นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช

    ส่วนบรรยากาศ การรักษาความปลอดภัย โดยทั่วรัฐสภา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรึงกำลังอย่างเข้มงวด ทั้งด้านในและนอก บริเวณรัฐสภา ซึ่งขณะนี้ บรรดา ส.ส. เริ่มทยอยเดินทาง เข้าสู่บริเวณรัฐสภาแล้ว

    ทั้งนี้ ในวันนี้ สภาฯ จะลงมติเลือกบุคคล ที่เหมาะสมดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีแคนดิเดต สำคัญ 2 คน คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน จากการสนับสนุน ของพรรคเพื่อไทย

    เมื่อเวลา 09.30 น. นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นนั่งบัลลังก์ เปิดการประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อโหวตเลือก นายกรัฐมนตรี คนที่ 27 แล้ว โดยให้เจ้าหน้าที่รัฐสภา อ่านพระบรมราชโองการ เปิดประชุมสภาฯ

    อย่างไรก็ตาม ในจำนวน ส.ส. ทั้งหมดมี 437 คน ลงชื่อเข้าประชุม แล้ว 435 คน

    เมื่อเวลา 09.50 น. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการ สภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ยกมือประท้วง ประธานสภาฯ อย่างต่อเนื่อง

    ต่อมา นายเสนาะ เทียนทอง ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาราช เสนอชื่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็น นายกฯ

    ส.ส.ต่างเข้าแสดงความยินดีกับ นาย�ภิสิทธิ์ หลังทราบโหวตสนับสนุนให้ นาย�ภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ

    ส.ส.ต่างเข้าแสดงความยินดีกับ นายอภิสิทธิ์ หลังทราบโหวตสนับสนุนให้ นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ


    เมื่อเวลา 10.55 น. เจ้าหน้าที่รัฐสภา ขานชื่อ เพื่อโหวดเลือก นายกฯ เสร็จสิ้น

    โดย นายอภิสิทธิ์ มีคะแนนเสียงสนับสนุน 235 เสียง

    ขณะที่ พล.ต.อ.ประชา มีเสียงสนับสนุน 198 เสียง

    โดย นายชัย นายอภิสิทธิ์ และ นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ส.ส.นครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา งดออกเสียง

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 15 ธันวาคม 2551 13:14 น.
    http://manager.co.th/politics/viewnews.aspx?newsid=9510000147091


    พิมพ์ ข่าวนี้ “อภิสิทธิ์” ชนะโหวต 235 เสียง เป็นว่าที่นายกฯ คนที่ 27

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    Next Page »

    Create a free website or blog at WordPress.com.