Accom Thailand

December 11, 2008

โปรดเกล้าฯ เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ 15 ธ.ค.นี้


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้เรียกประชุม สภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ แห่งรัฐสภา ในวันที่ 15 ธ.ค. นี้ เพื่อลงมติ เลือก นายกรัฐมนตรี ให้แล้วเสร็จ ภายใน 30 วัน หลัง สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ต้องพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจาก คดียุบพรรคพลังประชาชน

วันนี้ (11 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงาน จากรัฐสภา ว่า เมื่อเวลา 17.30 น. ได้มี สำเนาประกาศ เรียกประชุม สมัยวิสามัญ แห่งรัฐสภา พ.ศ.2551 ดังนี้



(พระปรมาภิไธย)
ภูมิพลอดุลยเดช ปร.
พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่ ประธานรัฐสภา ได้นำความกราบบังคมทูลฯ ว่า
เนื่องจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ได้ว่างลง
และสภาผู้แทนราษฎร จะต้องพิจารณา ให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้ง
เป็น นายกรัฐมนตรี ให้แล้วเสร็จ ภายในสามสิบวัน


ประกอบกับได้มี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนไม่น้อยกว่า
หนึ่งในสาม ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
เข้าชื่อ ร้องขอให้ ประกาศเรียกประชุมรัฐสภา เป็นการประชุมสมัยวิสามัญ
ตามความใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย


อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 128 และ มาตรา 129 ของ รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย
จึงมีพระบรมราชโองการให้ เรียกประชุม
สมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.2551


ประกาศ ณ วันที่ 11 ธ.ค.2551
เป็นปีที่ 63 ในรัชกาลปัจจุบัน


ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
นายชัย ชิดชอบ
ประธานรัฐสภา



เลขาสภาฯ เตรียม ขอ ตร.รับมือม็อบ


ด้านนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการ โปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกา เปิดประชุมสภา สมัยวิสามัญ ลงมาแล้ว ก็จะดำเนินการ ตามระเบียบข้อบังคับ คือต้องแจ้งให้สมาชิก รับทราบอย่างน้อย 3 วัน คือจะโหวตได้ใน วันที่ 15 ธ.ค.นี้ เวลา 09.30 น.

ทางรัฐสภา จึงได้เตรียมพร้อมรับมือ ต่อสถานการณ์ ที่อาจจะมีกลุ่มผู้ชุมนุม มาประท้วง พร้อมแล้ว โดยได้ประสานไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่ มาดูแลความปลอดภัย

แต่ทั้งนี้เชื่อว่า ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี คงไม่มีปัญหาอะไร


“ปูชัย”บรรจุวาระแล้ว


ด้าน นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ตนได้ออกระเบียบวาระ การประชุมสภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดให้เลือก นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 15 ธ.ค. เวลา 09.30 น.

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 11 ธันวาคม 2551 18:53 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000146085


พิมพ์ ข่าวนี้ โปรดเกล้าฯ เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ 15 ธ.ค.นี้

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

December 8, 2008

“เพื่อไทย” แพ้ยกแรก ล่าชื่อ ขอเปิดสภาฯ เก้อ เหตุ “ปู่ชัย”เดินทางไป ตจว.

ยื่นข เปิดประชุมสภา สมัยวิสามัญ เพื่เลืกนายกรัฐมนตรี ต่นายชัย ชิดชบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยื่นขอ เปิดประชุมสภา สมัยวิสามัญ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร


ขั้ว ปชป.เริ่มนิ่งตุน 242 เสียงกลุ่ม “เพื่อนเนวิน” ยันหนุนตั้งรัฐบาล


“เพื่อไทย” แพ้ยกแรก ล่าชื่อ ขอเปิดสภาฯ เก้อ เหตุ “ปู่ชัย”เดินทางไป ตจว.แถมโดน ปชป. ยื่นตัดหน้าก่อน อ้างมี 230 เสียงในมือ แต่ไม่ยอมให้ สื่อดู เชื่อมีแค่ 140 ยังโม้ “เพื่อนเนวิน” ทยอยกลับ ด้าน ส.ส. อำนาจเจริญ ยันกลุ่มเหนียวแน่น หนุน ปชป. พร้อมเผย “ป๋าเหนาะ” รับปากร่วมเรือ ลำเดียวกัน แล้ว


เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 8 ธ.ค. ที่สำนักงาน พรรคเพื่อไทย นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ ว่าที่ ร.ต.นายพงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย และ นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี ร่วมกันแถลงข่าว โดย ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รวบรวมรายชื่อ ส.ส. เพื่อจะไปยื่นขอ เปิดประชุมสภา สมัยวิสามัญ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขณะนี้เรามีรายชื่อ ส.ส. เกินกึ่งหนึ่ง พร้อมที่จะเลือกนายกรัฐมนตรี แต่เนื่องจาก ทราบว่าประธานสภาฯ ติดภารกิจ เดินทางไปต่างจังหวัด เมื่อประสานไปยัง รองประธาน สภาผู้แทนฯ ก็ได้รับแจ้งว่า ไม่สามารถรับแทนได้ และทราบว่า ฝ่ายค้านได้ยื่นขอ เปิดประชุมสภาแล้ว ดังนั้นทางพรรคเพื่อไทย ก็พร้อมที่จะ เข้าประชุม เพราะเรามีเสียง ส.ส. สนับสนุน เกือบ 230 เสียง


“มี ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่เข้ามาอยู่กับ พรรคเพื่อไทยแล้ว อาทิ
นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู
นายจตุพร เจริญเชื้อ ส.ส.ขอนแก่น
นายธนเทพ ทิมสุวรรณ และ
นางนันทนา ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย รวมทั้ง
นายวิเชียร อุดมศักดิ์ ส.ส.อำนาจเจริญ
ซึ่งตอนนี้ กลุ่มเพื่อนเนวิน เหลือเพียง 15-17 คน ที่ยังสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นเชื่อว่า เรายังมีเวลา เพราะ ส.ส. ไม่ใช่สินค้า ไม่ใช่ผักปลา ก็ต้องคำนึง ถึงบ้านเมืองเป็นหลัก”
ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ กล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ สื่อมวลชน พยายามที่จะขอดูและ อยากให้เปิดเผย รายชื่อส.ส. ที่ร่วมลงชื่อ ขอเปิดประชุมสภา สมัยวิสามัญฯ แต่ ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธุ์ ปฏิเสธ ที่จะแจกให้ เพียงเปิดให้ดูคร่าวๆ โดยไม่ยอมให้ดู ในรายละเอียด

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเท่าที่สังเกตนั้น พบว่า มีรายชื่อ ส.ส. ที่เซ็นชื่อไว้ทั้งสิ้น 14 แผ่น โดยมี ส.ส.ทั้งหมด ไม่น่าจะเกิน 140 คน

“เพื่อนเนวิน” โต้ ยังเหนียวแน่น เผย “ป๋าเหนาะ” รับปากแล้ว


ด้าน นายวิเชียร อุดมศักดิ์ ส.ส.อำนาจเจริญ กลุ่มเพื่อนเนวิน ซึ่ง ว่าที่ พงศ์พันธุ์ อ้างว่าได้กลับเข้าไปอยู่ พรรคเพื่อไทยแล้ว เปิดเผยว่า การที่ ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธุ์ ออกมาระบุว่า ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน กลับมาอยู่กับ พรรคเพื่อไทย จนเหลือเพียง 15 คน ที่ยังสนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ นั้น ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากตน พร้อมทั้ง ส.ส. ในกลุ่มฯ ยังคงเหนียวแน่น ในการสนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ ในการจัดตั้งรัฐบาล ไม่พลิกมาอยู่กับ พรรคเพื่อไทย แน่นอน ทั้งนี้ ตนก็อยากเห็นรายชื่อ ที่เซ็นชื่อ เหมือนกัน


นายวิเชียร เปิดเผยอีกว่า นอกจากนี้ ล่าสุดในช่วงเช้าของ วันที่ 8 ธ.ค.นั้น ได้บอกกับ ส.ส. ในกลุ่มว่า นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรค ประชาราช ก็จะมาอยู่กับเราด้วย


เผยยอด ส.ส. หนุน “มาร์ค” 242 เสียง


ขณะที่ นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม กลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวว่า ขณะนี้ จำนวน ส.ส. ในการจัดตั้งรัฐบาล นิ่งแล้ว โดยอยู่ที่ 242 เสียง แต่ก็ยังมี แนวโน้มว่า จะมี ส.ส. เข้ามาสนับสนุน เพิ่มเติมอีก ซึ่งหลายคน ยังขอเวลา รอให้ทุกอย่างชัดเจน กว่านี้ เพราะหากเปิดตัวตอนนี้ จะโดนบี้ โดยทุกคน เห็นด้วยกับ แนวทางที่ต้องการให้ บ้านเมืองสงบ และประเทศเดินหน้า ต่อไปได้


แกนนำ เพื่อไทย แห่พบ “ป๋าเหนาะ” กัน ชิ่งซบ ปชป.


ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 14.30 น. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี นายอัศนี เชิดชัย ส.ส.สัดส่วน นางลินดา เชิดชัย ส.ส.นครราชสีมา สมาชิกพรรคเพื่อไทย ออกเดินทาง โดยรถตู้เพื่อไปพบ นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่บ้านพัก เมืองย่านทองธานี

นายยงยุทธ ให้สัมภาษณ์ ก่อนออกเดินทางว่า วันนี้ ตนและ ส.ส.เพื่อไทย จะเดินทางไปเยี่ยม และร่วมทานข้าวกับ นายเสนาะ ซึ่งตนถือว่า นายเสนาะ เป็นหัวหน้า และผู้ใหญ่ ที่เคารพ

ส่วนการเดินทางไปครั้งนี้ จะเป็นการไปตรวจสอบ และขอคำมั่นให้ นายเสนาะ อยู่กับพรรคเพื่อไทย เพื่อป้องกันไม่ให้ พลิกขั้วการเมือง ใช่หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า คุยยุทธศาสตร์ภาพรวม ทั่วไป

ยกเก้าอี้ นายกฯ ผูกใจ “เสนาะ”


รายงานข่าวแจ้งว่า การไปพบ นายเสนาะ ครั้งนี้ เพื่อเป็นการยืนยัน เพราะมีกระแสข่าวว่า นายเสนาะ อาจจะเปลี่ยนใจ ไปจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกับ พรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้น กลุ่มนายยงยุทธ จึงต้องไปยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมให้ พรรคเล็ก เช่น พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคประชาราช เสนอชื่อ บุคคล ที่จะเป็นนายกฯ ได้


โดยพรรคเพื่อไทย จะไม่เสนอชื่อ คนในพรรค เป็นนายกฯ ซึ่งล่าสุดที่มีการคุยกันนั้น ยังมีชื่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองหัวหน้าพรรค เพื่อแผ่นดิน และ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรค รวมใจไทยชาติพัฒนา ด้วย แต่พรรคเพื่อไทย จะไปคุยเพื่อขอให้ นายเสนาะ เป็นนายกฯ

ด้านนายวิทยา กล่าวถึง กรณีที่มีกระแสข่าวว่า อาจจะมีการยุบสภาว่า โดยส่วนตัวเห็นว่า ควรยึดมั่นใน ระบอบประชาธิปไตย การแก้ปัญหา ด้วยการยุบสภา จะเป็นทางออกสุดท้าย ถ้าเห็นว่า การเมืองไปไม่ได้แล้ว ก็จะต้องนำมาใช้

ส่วนการเมือง ที่เดินไปไม่ได้ เป็นเพราะเสียงการตั้งรัฐบาล ก้ำกึ่ง ใช่หรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็น เอกสิทธิ์ของ ส.ส. ที่จะเลือก ต่อไปนี้ คงต้องติดตามดู

เตรียมแผน ยุบสภา ดัดหลัง ส.ส.ทรยศ


แหล่งข่าวจาก พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตอนนี้รอเพียง ความชัดเจนเรื่อง จำนวน ส.ส. และรายชื่อ ที่จะอยู่กับ พรรคเพื่อไทย ว่าจะมีเท่าไร ซึ่งสุดท้าย ก่อนที่จะมีการ เปิดประชุมสภา เพื่อเลือกนายกฯ นั้น จะมีความชัดเจนว่า หากพรรคเพื่อไทย มีเสียงไม่มากพอ ที่จะตั้งรัฐบาล ก็จะดำเนินการยุบสภา

ส่วนที่มีข้อสังเกตว่านายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รองนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่ แทนนายกฯ จะมีอำนาจหรือไม่ หรือจะไปเข้าข้าง ฝ่ายประชาธิปัตย์ หรือไม่นั้น แหล่งข่าวยืนยันว่า นายชวรัตน์ ยังอยู่ข้าง พรรคเพื่อไทย และเมื่อถึงเวลา ก็จะดำเนินการทันที

ส่วน ส.ส. อดีตพรรคพลังประชาชน ที่ไปเข้ากับ พรรคประชาธิปัตย์นั้น หากมีการยุบสภาแล้ว กลับเข้ามาอีกครั้ง พรรคเพื่อไทย ก็จะไม่รับ

สำหรับบรรยากาศ ความเคลื่อนไหวที่ พรรคเพื่อไทย ตลอดทั้งวันนั้น มี ส.ส. ทยอยเดินทางเข้ามา ยังที่ทำการพรรค อย่างต่อเนื่อง อาทิ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการ รมว.สาธารณสุข กลุ่มบ้านริมคลอง
นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รักษาการ รมช.มหาดไทย แกนนำ กลุ่มอีสานพัฒนา
นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา อดีตประธานวิปรัฐบาล
ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส. สัดส่วน
นายมามิตย์ จิตจันทร์กลับ ส.ส.สัดส่วน
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน
นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลพล ส.ส.อุบลราชธานี และ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตโฆษกรัฐบาล เป็นต้น

เพื่อหารือกับ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในการ จัดตั้งรัฐบาล

นอกจากนี้ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภริยา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายัง ที่ทำการ พรรคเพื่อไทย ด้วย

อัด ปชป. อยากเป็นรัฐบาล จนตัวสั่น


นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี สมาชิกพรรคเพี่อไทย กล่าวว่า วันนี้มี ผู้ใหญ่ในพรรค และ ส.ส. เดินทางมาที่ พรรคเพื่อไทย เพื่อ วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ โดยยังมั่นใจว่า พรรคยังมีเสียงข้างมาก และสามารถ จัดตั้งรัฐบาลได้

แต่น่าแปลกใจที่ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพูดมาตลอดว่า ยึดหลักการนั้น ตามหลักแล้ว พรรคที่มีเสียงข้างมาก จึงจะสามารถ จัดตั้งรัฐบาล ได้ก่อน หากจัดตั้งไม่ได้ จึงเป็นโอกาสของ พรรคอันดับสอง ไม่ใช่อยากเป็นรัฐบาลมาก จนมาแย่งชิง จัดตั้งรัฐบาล อยากถามว่า ยึดหลักการนั้น หมายความว่า อะไร อย่างไรก็ตาม จะเป็นไปได้หรือไม่นั้น ทุกอย่างยังมีเวลา ซึ่งอนาคต เราจะเป็นฝ่ายค้าน หรือรัฐบาล ก็พร้อม แต่ขอให้บ้านเมือง เดินไปได้

อ้าง “เพื่อนเนวิน” หลอกชาวบ้าน ว่ายังอยู่ เพื่อไทย


นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า หลังจากที่มีข่าวว่า ส.ส. อดีตพรรคพลังประชาชน ย้ายไปสนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อตั้งรัฐบาล และให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี นั้น มีกระแสความไม่พอใจของ ชาวบ้านในพื้นที่ เป็นอย่างมาก โดยรู้สึกรับไม่ได้ กับการตัดสินใจ ของ ส.ส. เหล่านั้น

เพราะตอนนี้ ส.ส.ส่วนหนึ่ง ที่หันไปสนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ ไปหลอกชาวบ้านว่า ไม่ย้ายไปไหน ยังอยู่ ถ้าชาวบ้าน รู้ความจริง เชื่อว่าจะลง พื้นที่ในเขตเลือกตั้ง ไม่ได้ ที่ผ่านมา ส.ส. บางคน ก็ถูกชาวบ้าน ไปล้อมบ้าน ปาอึ คงจะมีอีกหลายพื้นที่ ที่มีการเคลื่อนไหว เช่นนี้ และเชื่อว่า ในสัปดาห์หน้า จะวุ่นวายกว่านี้ จะมีประชาชนออกมา กดดัน หนักกว่านี้

ส.ส. หนองบัวลำภู คุย อยู่เพื่อไทย ไม่ต้องใช้เงิน ซื้อเสียง


นายไชยา พรหมมา ส.ส. หนองบัวลำภู อดีตสมาชิก กลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวว่า สาเหตุที่ ตนย้ายมาอยู่กับ พรรคเพื่อไทย นั้น ยืนยันว่า ตนเลือกที่ จะมาเอง ชาวบ้านเรียกร้อง ไม่มีใครไปเจรจา และไม่มีการต่อรอง โควตารัฐมนตรี 5 ต่อ1

เพราะวันนี้ พรรคต้องสร้าง การเมืองมิติใหม่ ต้องไม่ใช้โควตา ในการต่อรอง ไม่เช่นนั้น ก็จะเกิดการซื้อตัว ส.ส. ซึ่งตน ไม่ชอบอยู่แล้ว ตอนลงพื้นที่ ชาวบ้าน ต่างสอบถามว่า เมื่อไหร่จะไปสมัคร พรรคเพื่อไทย ซึ่งเหมือนเป็น การกดดันตัวเรา และ ตอนนี้ กระแสพรรคเพื่อไทย ก็มาแรงมาก คาดว่า หากมีการเลือกตั้ง เมื่อไหร่ ไม่ต้องใช้เงินเลย ใช้แค่เพียง ค่าป้ายโฆษณาหาเสียง ค่าน้ำมันรถหาเสียง เท่านั้น ไม่ต้องใช้ อย่างอื่นเลย และยังเชื่อว่า คนที่ย้ายไปพรรคอื่น จะสอบตก อย่างแน่นอน

เชื่อ “เพื่อนเนวิน” ไม่มี รีเทิร์น


นายไชยา กล่าวต่อว่า ในการหารือกับ กลุ่มเพื่อนเนวิน ก่อนหน้านี้ ตนได้สอบถามถึง แนวทาง ทางการเมืองว่า จะเดินต่อไปอย่างไร ซึ่ง นายเนวิน ชิดชอบ บอกว่า ให้รอไปก่อน ไม่ต้องรีบ ยังมีเวลาเหลือ ตั้ง 60 วัน ในการสังกัด พรรคการเมือง ซึ่งทำให้เรา กดดันทางการเมือง เพราะถูกตั้งคำถาม จากหลายฝ่าย ทั้งสื่อมวลชนและ ชาวบ้าน ถึงสาเหตุที่ ไม่มาอยู่กับ พรรคเพื่อไทย มีเรื่องผลประโยชน์ อะไรแอบแฝงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ส.ส. กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่ออกไปอยู่กับ พรรคการเมืองอื่นนั้น หากมีการเลือกตั้ง จะกลับเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ลำบาก อย่างแน่นอน เพราะ ประชาชนในพื้นที่ เขาอยากให้อยู่กับ พรรคเพื่อไทย เท่านั้น และเชื่อว่า คนที่ออกไปคงไม่กลับมาอยู่กับ พรรคเพื่อไทย อีกแล้ว

อ้างทหารบีบ เปลี่ยนขั้ว


“เท่าที่นั่งไล่รายชื่อ กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่อยู่กับพรรคการเมืองอื่นนั้น ขณะนี้เหลือ ไม่เกิน 12 คน อย่างแน่นอน ก็ยังแปลกใจกับ ตัวเลขก่อนหน้านี้ ที่บอกว่า ยังมีอยู่ตั้ง 30 คน เท่าที่สอบถาม ส.ส. ในกลุ่มเพื่อนเนวิน บางคน ก็บอกตรงๆ ว่า ที่ตัดสินใจทางการเมือง แบบนั้น เป็นเพราะ ทหาร เข้ามา มีส่วน แต่เป็นการ พัฒนารูปแบบ ไม่ใช่เหมือนเมื่อก่อน ที่เข้ามาแล้วทุบโต๊ะปั้ง จะเอา อย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งรูปแบบใหม่ เป็นการพูดจา หว่านล้อม ชี้ให้เห็นถึง ผลเสีย หากพรรคเพื่อไทย ได้จัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง ซึ่งเป็นการพัฒนารูปแบบ ในการแทรกแซง” นายไชยา กล่าว


มั่นใจไม่ยุบสภา


นายไชยา กล่าวด้วยว่า ไม่กลัวว่า จะมีการยุบสภา เพราะวันนี้ ทำความเข้าใจ กับประชาชน ในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนจะยุบสภา ในเร็ววันหรือไม่ ต้องดู การตีความ การเป็นสมาชิกพรรค ว่าจะนับอย่างไร


ระหว่างการนับต่อเนื่องจากพรรค ที่ถูกยุบ หรือเริ่มนับใหม่ ในการมาสังกัดพรรคใหม่ หากเริ่มนับใหม่ การยุบสภา ก็คงต้องชะลอออกไป แต่แนวโน้ม คิดว่าน่าจะเป็นการนับแบบต่อเนื่อง


นอกจากนี้ ส่วนตัวเชื่อว่า นายชวรัตน์ ยังคงอยู่กับพรรคเพื่อไทย เพราะเท่าที่ดู นายชวรัตน์ ก็วางตัวดี และเชื่อว่าคงไม่ฟัง ลูกชาย จนไม่คำนึงถึง ความถูกต้อง ส่วนอำนาจ ในการยุบสภานั้น คงต้องรอดูอีกครั้ง ในการตีความทางกฎหมาย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 ธันวาคม 2551 18:27 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000144735


พิมพ์ ข่าวนี้ ขั้ว ปชป. เริ่มนิ่งตุน 242 เสียงกลุ่ม “เพื่อนเนวิน” ยันหนุน ตั้งรัฐบาล

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

เรื่องเร่งด่วน ไม่ใช่เรื่อง จัดตั้งรัฐบาล แต่เป็นเรื่อง ผลทางกฎหมาย ของการยุบ 3 พรรค

นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ให้ความเห็นต่ภสถานการณ์ทางการเมืภ??

นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ให้ความเห็นต่อ สถานการณ์ทางการเมือง


“คำนูณ” เบรก 2 ขั้ว ชะลอตั้งรัฐบาล – รอเคลียร์ ข้อกฎหมาย ยุบ 3 พรรค ก่อน


“คำนูณ” เบรก 2 ขั้ว อย่าเพิ่ง เร่งจัดตั้งรัฐบาล ขณะผลทางกฎหมาย จากการยุบ 3 พรรค ยังไม่ชัดเจน จี้ ศาล รธน. เร่งวินิจฉัย คุณสมบัติ นายกฯ – ครม.รักษาการ

พร้อมเรียกร้อง กกต. ชี้ขาด ส.ส.สัดส่วน พรรคถูกยุบ สิ้นสภาพหรือไม่ ส่วน ส.ส.ที่ย้ายพรรค ยังไม่สมบูรณ์ มีสิทธิ ทำอะไรเพียงไร หวั่นตั้ง รัฐบาลบนปัญหาข้อกฎหมาย สร้างความเสียหายใหญ่หลวง

วันนี้ (8 ธ.ค.) นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ให้ความเห็นต่อ สถานการณ์ทางการเมือง ในขณะนี้ว่า เรื่องเร่งด่วน ในทางการเมือง ขณะนี้ ไม่ใช่เรื่อง ช่วงชิงกัน จัดตั้งรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น ขั้วเดิม หรือพลิกขั้ว แต่เป็นเรื่อง การเร่งหาข้อยุติ ผลทางกฎหมาย ของการยุบ 3 พรรคการเมือง ร่วมรัฐบาล เดิม ซึ่งมีประเด็นหลักๆ ที่ต้องวินิจฉัย 2-3 ประเด็น คือ


1. คณะรัฐมนตรี ชุดปัจจุบันยังรักษาการ อยู่ได้หรือไม่ และคุณสมบัติของ นายกรัฐมนตรีรักษาการ จำเป็นต้องมาจาก การเลือกตั้ง หรือไม่


2. สถานภาพของ ส.ส.สัดส่วน ของพรรคที่ถูกยุบ จะหมดไปพร้อมกับ พรรคที่ถูกยุบ หรือไม่ และ


3. ส.ส. ที่กำลังจะย้ายพรรค ทำอะไรได้แค่ไหน อย่างไร ต้องรอจนย้ายพรรคเสร็จก่อน จึงจะทำได้สมบูรณ์หรือไม่ และพรรคที่จะย้ายไปนั้น จำเป็น จะต้อง เป็นพรรค ที่เคยส่งผู้สมัคร ลงรับเลือกตั้ง มาแล้ว และมี ส.ส. อยู่ในสภา หรือจะเป็นพรรค ที่จัดตั้งใหม่ ก็ได้


ประเด็นเหล่านี้ ผมขอเรียกร้อง ให้ กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ เร่งวินิจฉัย ชี้ขาด โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง กกต. ซึ่งเป็นองค์กร ที่รัฐธรรมนูญ บัญญัติให้ มีหน้าที่รับรองสถานภาพ ของ ส.ส. จะต้องเร่งวินิจฉัย ใน ประเด็นที่ 2 และ ประเด็นที่ 3


เพราะขณะนี้ ไม่มี ส.ส. ขั้วรัฐบาลเดิม หรือขั้วฝ่ายค้านเดิม ใช้สิทธิยื่นเรื่อง ผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย เพราะ ต่างฝ่าย ต่างช่วงชิง จัดตั้งรัฐบาล ต่างพยายาม เปิดสภา ให้เร็วที่สุด


ส.ส. ขั้วรัฐบาลเดิม ก็ไม่อยากยื่นตีความ ให้กระทบสถานะของ ส.ส. พวกเดียวกันเอง ส่วน ส.ส. ขั้วฝ่ายค้าน ก็ไม่อยากยื่น เพราะขณะนี้ ดึง ส.ส. ขั้วรัฐบาล มาเป็นพวก เพื่อช่วงชิง จัดตั้งรัฐบาล ในขณะที่ ส.ว. ที่ยื่นเรื่องไปแล้ว 2-3 ประเด็น ก็มีปัญหาอยู่ว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จะรับพิจารณา ในประเด็นนี้ หรือไม่ เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ให้เป็นเรื่องของ สภาใครสภามัน


ประเด็นที่ 24 ส.ว. ยื่นเรื่องไปเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 4 ธ.ค. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ สามารถรับไว้วินิจฉัย ได้แน่นอนที่สุด ก็คือ


ประเด็นที่ 1 เรื่องคณะรัฐมนตรีรักษาการเท่านั้น เพราะฉะนั้น ผมจึงขอให้ สำนักเลขาธิการวุฒิสภา เร่งทำเรื่อง และ ส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ โดยด่วน ที่สุด และขอความกรุณา ศาลรัฐธรรมนูญ ได้โปรดเร่งวินิจฉัย หรืออย่างน้อยประกาศ วันที่จะวินิจฉัย และให้ทุกฝ่าย รอจนถึงวันนั้น ก็น่าจะเป็น หลักประกัน ความถูกต้อง นายคำนูณ กล่าว


นายคำนูณ กล่าวต่อว่า การเร่งจัดตั้ง รัฐบาลนั้น แม้จะเป็นเรื่อง ที่ไม่ผิด แต่หากเร่งจัดตั้ง บนพื้นฐานของ ข้อกฎหมาย ที่ยังมีปัญหา อยู่หลายประการ ก็จะก่อให้ เกิดผลเสียหายใหญ่หลวง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 ธันวาคม 2551 15:29 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000144599


พิมพ์ ข่าวนี้ “คำนูณ” เบรก 2 ขั้ว ชะลอตั้งรัฐบาล – รอเคลียร์ ข้อกฎหมาย ยุบ 3 พรรค ก่อน

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

December 7, 2008

สุเทพ แสดงท่าทีมั่นใจว่า การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ไม่น่าจะมีการพลิกขั้วอีก


“มาร์ค” อารมณ์ดี ขอบคุณทุกก๊วน หนุนตั้ง รบ.
ลั่นเร่งสมานฉันท์-กู้ความเชื่อมั่น

551000015517903


ปชป.คึกคัก ดูด “ตระกูลม่วงศิริ” ้เข้าพรรคได้สำเร็จ “สุเทพ” ปัดข่าวซื้อตัว ยัน เจ้าตัวเดินมาเอง “อภิสิทธิ์” เผย ภารกิจแรก สร้างสมานฉันท์ กู้ความเชื่อมั่น กลับมาด่วน พร้อมยอมเปลืองตัว หากส่วนรวมได้กำไร ปัดข่าวชู “ชวน” ขึ้นทาบเก้าอี้นายกฯ ขณะเดียวกัน ขอบคุณ และเชิญชวนเพื่อน ส.ส. ทุกพรรค จับมือจัดตั้งรบ.


วันนี้ (7 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ พรรคประชาธิปัตย์ ตลอดทั้งวัน เป็นไปอย่างคึกคัก มีแกนนำระดับผู้ประสานงาน จัดตั้งรัฐบาล เข้าหารือ กันที่ร้านกาแฟของ พรรค นำทีมโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.สัดส่วน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง โดย นายสุเทพได้ติดต่อ พูดคุยทางทรศัพท์ตลอดเวลา

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทาง ตามเข้ามาสมทบ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วย ความชื่มมื่น แกนนำแต่ละคน ยิ้มแย้มแจ่มใส โดย นายสุเทพ แสดงท่าทีมั่นใจว่า การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ไม่น่าจะมีการพลิกขั้วอีก

กระทั่งเวลา 14.00 น. นายสากล ม่วงศิริ ส.ส.กทม. อดีตพรรคพลังประชาชน ได้นำน้องชาย ซึ่งเป็น ส.ก.และ ส.ข. เข้ามาสมัครเป็น สมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ โดยมี นายสุเทพ คอยให้การต้อนรับ พร้อมกับ สวมเสื้อแจ๊กเก็ตสีชมพู ของพรรคให้กับ นายสากล และ ลูกทีม โดย นายอภิสิทธิ์ ตามเข้ามาสมทบ พร้อมกับกล่าวต้อนรับ สมาชิกพรรคใหม่ ทั้ง 3 คน

ด้าน นายสุเทพ กล่าวว่า เห็นแล้วว่า ทั้ง 3 คน เดินทาง มาสมัครเป็น สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยตนเอง ไม่ได้มีการเรียกร้องอะไร จึงไม่ต้องไป ลือกันอีกว่า ถูกพรรคประชาธิปัตย์ ซื้อตัวมา สำหรับ นายสากล เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่มีเพื่อนอยู่ใน พรรคประชาธิปัตย์ หลายคน ซึ่งได้มีการ พูดคุยกันมาตลอด จึงขอต้อนรับ ด้วยความยินดี

ขณะที่ นายสากล ยืนยันว่า ที่มาสมัครเป็น สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งนี้ ไม่มีเรื่อง ผลประโยชน์เงินทองใดๆ มาเกี่ยวข้อง


ด้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังมี ส.ส.อีกหลายคน ที่มีการพูดคุยกัน แต่เราเข้าใจว่า การตัดสินใจย้ายพรรค เป็นเรื่องใหญ่ ต้องให้เวลา ตนอยากให้ เขามั่นใจว่า เมื่อมาอยู่ร่วมกันแล้ว จะได้ร่วมอุดมการณ์กัน ตลอดไป ขณะนี้ ส.ส. ที่ถูกยุบพรรค ที่ไม่มีสังกัด มีสิทธิ์ ที่จะตัดสินใจ

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ได้ยื่นเงื่อนไขว่า จะมาร่วมงานด้วย แต่ต้องให้ นายชวน หลีกภัย ประธาน สภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เคยได้ยิน เรื่องเงื่อนไขนี้มาก่อน เมื่อถามย้ำว่า หากเป็นเรื่องจริง พร้อมจะหลีกทางให้ นายชวน หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ยังคงกล่าวย้ำว่า ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้

เมื่อถามว่า มั่นใจว่า จะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณ เพื่อน ส.ส. พรรคการเมือง และกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่แสดง เจตนารมณ์สนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ กระบวนการต่อจากนี้ เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ ที่ต้องเสนอ เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อลงมติ เลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งทั้งตนและพรรคประชาธิปัตย์ มีความมุ่งมั่น จะแก้ปัญหาบ้านเมือง ให้ดีที่สุด

หากเพื่อน ส.ส. เห็นความตั้งใจของเรา ว่า สามารถทำงาน แก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ ก็ขอเชิญชวนให้ มาร่วมทำงานที่ใหญ่และหนัก เพื่อให้ประเทศ มีความสามัคคี และเรียกความเชื่อมั่น กลับคืนมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกกดดันกับ ความคาดหวัง ของประชาชนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า เรื่องนี้มองได้ 2 แง่ คือ ด้านหนึ่ง รู้สึกลำบากใจ เพราะรู้ดีว่า อยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติ แต่อีกแง่หนึ่ง จะเป็นพลังที่จะต้อง ทำงานอย่างจริงจัง ทำให้นักการเมืองและพรรคการเมือง ต้องฟังแรงกดดันจากสังคม ส่วนที่มองว่า จะเป็นเรื่องของ ทุกข์ลาภนั้น ตนไม่ได้มองถึงเรื่อง กำไรหรือขาดทุน

หาก ส.ส. ที่มาร่วมงานกับเรา เห็นว่าเหมาะสม ก็เป็นหน้าที่ของเรา ที่จะต้องทำอย่างเต็มที่ ถึงแม้ส่วนตัว เราจะขาดทุน แต่หากส่วนรวม ได้กำไร เราก็พร้อม หากตั้งรัฐบาลสำเร็จ จะเป็นงานที่หนักมาก หนักกว่า วิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 เป็นวิกฤตทั้ง ภายในและภายนอกประเทศ รวมถึง ปัญหาการเมือง ที่สับสนวุ่นวาย มาหลายปี

ต่อข้อถามว่า หากได้เป็นรัฐบาล จะเริ่มต้นทำอะไรเป็น อันดับแรก เพื่อการแก้ปัญหาประเทศ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ใครมาเป็นรัฐบาล สิ่งแรก ต้องเริ่มต้นแก้ไขในเรื่อง ความสามัคคีของคนในชาติ สร้างความเข้าใจให้กับสังคม รวมถึง แก้ไขภาพลักษณ์ของประเทศ เรียกความเชื่อมั่น จากต่างชาติ กลับคืนมา เพราะเรื่องการท่องเที่ยว ถือเป็นรายได้หลัก และเกียรติภูมิของประเทศ จะต้องกลับคืนมา เราต้องไม่ถูกตั้งคำถาม เรื่องการเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมอาเซียนซัมมิต อีก

“รัฐบาลจะอยู่ยาวหรือไม่ อยู่ที่การทำงาน หากเราสร้างความเชื่อมั่น ให้เกิดขึ้นได้ ประชาชน ก็จะให้โอกาส แต่ถ้าเราไม่สามารถ แก้ปัญหาได้ ก็จะเป็น ตัวกำหนดอายุของ รัฐบาลเอง”


ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย ยังคงประกาศสู้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องฟังจาก พรรคการเมืองและ กลุ่มการเมือง ที่จะร่วมรัฐบาล เมื่อถามว่า พร้อมจะเป็น นายกฯหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ไม่ได้ตอบคำถามนี้ แต่มีสีหน้ายิ้มแย้ม อารมณ์ดี

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 7 ธันวาคม 2551 18:01 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000144254


พิมพ์ ข่าวนี้ “มาร์ค” อารมณ์ดี ขอบคุณทุกก๊วน หนุนตั้ง รบ.ลั่นเร่งสมานฉันท์-กู้ความเชื่อมั่น

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

December 4, 2008

แก้วสรร แถลงนโยบาย พร้อมคณะทำงาน

การเมืภ??ระดับชาติภ??ู่ในช่วงที่กำลังเสื่ภ??ถภ??ภ??่างหนัก จึงไม่ภ??ากพูดถึงกรณีขภ??พันธมิตรฯ แต่ภ??ากให้คนไทยกลับมาปรภ??ดภ??สามัคคีกัน ไม่ใช่แบ่งพรรคแบ่งพวก และรู้สึกเป็นห่วงที่เกิดการกระทบกระทั่งกันภ??่างที่เห็น สำหรับตนยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด

การเมืองระดับชาติอยู่ในช่วงที่กำลังเสื่อมถอยอย่างหนัก จึงไม่อยากพูดถึงกรณีของพันธมิตรฯ แต่อยากให้คนไทยกลับมาปรองดองสามัคคีกัน ไม่ใช่แบ่งพรรคแบ่งพวก และรู้สึกเป็นห่วงที่เกิดการกระทบกระทั่งกันอย่างที่เห็น สำหรับตนยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด


“แอ๊ด-คาราบาว” ย้ำไม่ได้เข้าข้าง “ทักษิณ” หรือ เกลียด “พันธมิตรฯ”


“แอ๊ด-คาราบาว” ยันช่วย “แก้วสรร” เพราะศรัทธา ย้ำไม่ได้เข้าข้าง “ทักษิณ ตรงข้าม พันธมิตรฯ” ขณะที่ “แก้วสรร” เปิดบัญชีระดมทุนหาเสียง


วันนี้ (4 ธ.ค.) ที่ศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง นายแก้วสรร อติโพธิ ถนนราชดำเนิน นายแก้วสรร ร่วมแถลงนโยบาย ในวันนี้ พร้อมคณะทำงานเพียง 3 คน คือ นายขวัญสรวง นายยืนยง และ นายอภิชาติ แถลงข่าว เปิดตัวกลุ่มกรุงเทพใหม่ พร้อมคณะทำงาน 6 คน ในงานสำคัญ 6 ด้าน ประกอบด้วย

1. นายขวัญสรวง อติโพธิ อดีต ส.ว.กทม. และ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดูแลงานด้านวิศวกรรมและผังเมือง

2. นายภราเดช พยัฆวิเชียร อดีตผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดูแลงานด้าน ส่งเสริมการท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรม

3. นายยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาว นักร้อง ศิลปินชาวบ้าน ดูแลงานด้าน ศิลปวัฒนธรรม

โดยเหตุที่เลือกเพราะเห็นว่าเป็นคนที่มีความสามารถ และสื่อสารกับชาวบ้านได้ดี แม้จะมีเสียงบางคนบอกว่า นายยืนยง อยู่ตรงข้ามพันธมิตรฯ เดี๋ยวคนไม่มาเลือก ก็ไม่ได้สนใจตรงนั้น อยากให้มองที่ นโยบาย มากกว่า


4. นพ.พิษณุ มณีโชติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ศูนย์สุราษฎร์ธานี ดูแลงานด้านสาธารณสุข

5. นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ผู้ก่อตั้งและพัฒนาเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ขึ้นทั่วประเทศ ดูแลงาน ด้านการพัฒนาส่งเสริม การเกษตรและ ระบบอาหาร ชีวะภาพ และ

6.นายอภิชาติ ทองอยู่ นักพัฒนาเอกชน และอดีตโฆษกพรรคมหาชน ดูแลงานด้านสาธารณะสัมพันธ์และการเมือง ทั้งนี้ ในคณะทำงานในด้านอื่นๆ เช่น งานปฏิรูปการศึกษา งานดูแลส่งเสริมผู้ด้อยโอกาสและสวัสดิการ และงานบริหารและการเงินการคลังอยู่ระหว่างการทาบทาม และให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง คัดเลือกและเสนอบุคคลให้ร่วมทีม

นายแก้วสรร กล่าวอีกว่า นโยบายหลัก 3 ด้าน ได้แก่

1. ยกระดับสถาบันการศึกษาในโรงเรียนสังกัด กทม.

2. แก้ปัญหาการจราจร และวางผังเมืองให้กับ กทม. ให้สอดรับกับ ระบบขนส่งที่สร้างขึ้น และ

3.พัฒนาคุณภาพชีวิต ของคนกรุงเทพฯ ในทุกด้าน

ด้าน นายยืนยง กล่าวว่า ตนศรัทธาในตัว นายแก้วสรร และเชื่อว่า นายแก้วสรร ก็ศรัทธาในตัวเขาเช่นกัน เมื่อได้รับการติดต่อมา จึงตัดสินใจร่วมทีม รู้สึกว่า กทม. เหมือนบ้าน จึงอยากมีส่วนร่วม ในการพัฒนาบ้านของเราให้ดีขึ้น โดยครั้งนี้ จะได้ช่วยปลูกจิตสำนึกให้คน กทม. รักศิลปวัฒนธรรมไทย ตนคิดว่า การบริหารงาน กทม. ยากกว่า การบริหารงานประเทศทั้งประเทศ ด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นปัญหา ที่หมักหมมมานาน เหมือนถังขยะ

ส่วนการสังกัดพรรค อาจทำให้มีแขนขากว้าง แต่ก็มีข้อจำกัด ที่ไม่สามารถทำอะไรตามความตั้งใจได้ อย่าง นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ต้องลาออก ก็เพราะปัญหาจาก การสังกัดพรรค และเป็นที่รู้กันว่า

การเมืองระดับชาติ อยู่ในช่วงที่กำลังเสื่อมถอยอย่างหนัก จึงไม่อยากพูดถึง กรณีของพันธมิตรฯ แต่อยากให้คนไทยกลับมา ปรองดองสามัคคีกัน ไม่ใช่แบ่งพรรคแบ่งพวก และรู้สึกเป็นห่วง ที่เกิดการกระทบกระทั่งกัน อย่างที่เห็น สำหรับตนยืนยันว่า ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด

นายขวัญสรวง กล่าวว่า ทีมงาน จะร่วมกันสร้างกรุงเทพฯ ใหม่ ให้เป็นเมืองแห่งความสุข เมืองสะดวก และเมืองแห่งโอกาสทำมาหากิน แต่ชาว กทม. ทุกคน จะต้องประสานให้ความร่วมมือ ค้นหาและพัฒนาไปพร้อมๆ กัน แต่จะใช้เวลานานขนาดไหน ขึ้นอยู่กับ การทำความเข้าใจ ระหว่างกัน

ส่วนการหาเสียง จะไม่เน้นการลงพื้นที่ เนื่องจากมีเวลาจำกัด และคิดว่ามีวิธีหาเสียง ที่ดีกว่ายกมือไหว้ แต่จะใช้รถเปิดเพลงหาเสียง ประกาศนโยบาย เข้าไปตามชุมชน การจัดอีเวนต์ จัดเวทีให้ประชาชน ได้แสดงความคิดเห็น และมีส่วนในการเสนอ แนวทางแก้ปัญหาต่างๆ โดยสถานที่จัดอาจเป็น สวนสาธารณะใหญ่ๆ เช่น สวนลุมพินี และในชุมชนต่างๆ

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดรับเครือข่ายอาสาสมัคร ที่จะมาช่วยประชาสัมพันธ์ สำหรับเงินทุน ที่จะใช้ในการหาเสียงนั้น ขณะนี้งบประมาณ ที่แน่นอนแล้ว คือ 5 ล้านบาท ซึ่งได้รับจาก ผู้สนับสนุนต่างๆ แต่ยังไม่พร้อมเปิดเผยว่า เป็นใครบ้าง

ทั้งนี้ยังมีการให้ ประชาชนที่สนับสนุน ให้ นายแก้วสรร เป็นผู้ว่าฯ กทม. ร่วมกันบริจาคเงิน ผ่านทางบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี กลุ่มกรุงเทพฯ ใหม่

ธนาคารไทยพาณิชย์ หมายเลขบัญชี 160 243 588 5,
ธนาคารกรุงเทพ หมายเลขบัญชี 234 4 202 55 7,
ธนาคารกสิกรไทย หมายเลขบัญชี 732 207 673 4
และธนาคารทหารไทย หมายเลขบัญชี 144 209 735 6

ทั้งนี้สามารถเข้าไปดู รายละเอียด เพิ่มเติมเกี่ยวกับ แนวนโยบายต่างๆ ได้ทาง แนวนโยบาย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 4 ธันวาคม 2551 16:48 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000143553


พิมพ์ ข่าวนี้ “แอ๊ด-คาราบาว” ย้ำไม่ได้เข้าข้าง “ทักษิณ” หรือ เกลียด “พันธมิตรฯ”

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

December 3, 2008

“อภิชาต” ชี้ ส.ส.สัดส่วน ส่อมีปัญหา เตือนหากร่วมโหวตนายกฯ อาจเป็นโมฆะ แนะ ตีความก่อน

นายภ??ิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการ การเลืภ??ตั้ง (กกต.)

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.)


“อภิชาต” ชี้ ส.ส.สัดส่วน ย้ายพรรคส่อวุ่น –
แนะตีความ ก่อนโหวต นายกฯ


กกต.เร่งทำความชัดเจน จำนวน กก.บห.พรรค ที่ถูกตัดสิทธิ์ เน้นยึด ตามวันที่กระทำผิด “อภิชาต” ชี้ ส.ส.สัดส่วน ส่อมีปัญหา หากย้ายไปพรรค ที่ตั้งขึ้นใหม่ เหตุไม่เคยส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง มาก่อน เตือนหากร่วมโหวตนายกฯ อาจเป็นโมฆะ แนะ ตีความก่อน


นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยภาย หลังการประชุม กกต. วันนี้ (3 ธ.ค.) ว่า ที่ประชุมได้พูดถึง ปัญหา รายชื่อผู้ที่เป็น กรรมการบริหารพรรคการเมือง 3 พรรค ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์

เนื่องจาก คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ระบุชื่อ เป็นรายบุคคล ที่ขณะนี้ยังมีปัญหาไม่ชัดอยู่ ประมาณ 10 คน ดังนั้น กกต. จะต้องพิจารณา ให้ชัดเจน โดยจะประสานกับ ทางอัยการสูงสุด และสภาผู้แทนราษฎร ถึงจำนวน และ รายชื่อ โดยกรรมการบริหารพรรค ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์ จะต้องเป็น กรรมการพรรค ในวันที่กระทำผิด ซึ่ง กกต. เสนอไปจำนวน 40 คน

เข้าใจว่า อัยการจะเสนอไปอีกฉบับ ที่ไม่ตรงกัน อย่างไรก็ตาม จะยึดในวันที่ กรรมการบริหารพรรค กระทำผิด ทั้งนี้ คาดว่า จะได้ความชัดเจน ในวันที่ 4 ธันวาคมนี้ และจะเสนอให้ ครม. พิจารณา ร่างพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ในวันที่ 8 หรือ 9 ธันวาคมนี้

นายอภิชาต กล่าวถึง การเลื่อนลำดับ ส.ส.สัดส่วน แทน ส.ส.ที่ลาออกไป ก่อนหน้านี้ ว่า ในส่วนของ ผู้ที่ได้ลาออก และมีการดำเนินการไปแล้ว ก่อนที่ ศาลจะมีคำสั่งยุบพรรค ก็ถือว่ามีสิทธิ์เป็น ส.ส.สัดส่วน อยู่ แต่ถ้ายังไม่ได้เลื่อนลำดับ หรือลาออก ในขณะที่ มีคำวินิจฉัย ออกมา ก็ถือว่า หมดสภาพ การเป็น ส.ส. สัดส่วน และไม่สามารถเลื่อนลำดับขึ้นมา แทนกันได้ ซึ่งในจำนวนนี้มี 4 คน เป็น ส.ส. สัดส่วนพรรคชาติไทย 1 คน และ พลังประชาชน 3 คน


ประธาน กกต.ยอมรับว่า ยังมีปัญหาที่เกิดจาก ความไม่ชัดเจน อีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะกรณี ส.ส.สัดส่วน ของอดีต พรรคพลังประชาชน จะย้ายไป สังกัดพรรคเพื่อไทย ที่อาจจะ ไม่สามารถย้ายไปได้ เนื่องจาก ในการเลือกตั้ง ครั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย ไม่ได้ส่ง ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน การย้าย ต้องย้ายไปพรรคที่ส่ง ส.ส.สัดส่วน เท่านั้น


เมื่อถามว่า ในระหว่างนี้ที่ ส.ส.ยังไม่สามารถหา พรรคสังกัดได้ จะสามารถร่วมประชุมสภา เพื่อโหวต เลือกนายกรัฐมนตรี ได้หรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว เป็นหน้าที่ของสภา ที่จะพิจารณา เพราะเป็นปัญหา ในเรื่องข้อกฎหมาย

แต่หากกลัว ส.ส. ที่ยังไม่มีสังกัด เข้าประชุม เลือกนายกฯ จะเป็นโมฆะ ก็ให้เสนอ เรื่องดังกล่าวให้ ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณา ซึ่งเรื่องนี้เป็น ปัญหา จากช่องโหว่ ของกฎหมาย ที่ผู้ร่าง ไม่ได้คำนึงถึงว่า จะเกิดขึ้น

นายอภิชาต ยังกล่าวว่า ในการเลือกตั้งซ่อม จะมีจำนวน ส.ส. 29 คน 26 เขต ใน 22 จังหวัด โดยจะเป็น กทม.1 เขต ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหา หาก กกต. จะกำหนดให้ วันเลือกตั้งซ่อม เป็นวันที่ 11 มกราคม ที่จะตรงกับ วันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

“สมชัย” ชี้ ส.ส.สัดส่วน พรรคถูกยุบ คงสภาพอยู่


อย่างไรก็ตาม นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการสืบสวนสอบสวน และวินิจฉัย กล่าวว่า กรณี ที่มีการบอกว่า การเลือกตั้ง ส.ส. สัดส่วน คือการเลือกพรรคแล้ว เมื่อพรรคถูกยุบ ก็สิ้นสภาพไปตามพรรค ด้วยนั้น ตนเห็นว่า ในการเลือกตั้ง ส.ส.สัดส่วน ก็คือ การเลือกตั้ง ทั้งคนและพรรค ด้วยเหมือนกับ กรณีการเลือกตั้ง ส.ส.เขต ก็เลือกคนและพรรค แม้จะมีการถกเถียงกันมาก การแปลความกฎหมาย ต้องแปลให้ มันใช้ได้

ทั้งนี้ กกต.ไม่ได้เป็นเจ้าภาพ ในการแก้ปัญหาดังกล่าว เพราะเป็นหน้าที่ ของสภา ส่วนจะ ย้ายพรรคได้หรือไม่นั้น ตนเห็นว่า เมื่อได้รับการเลือกตั้ง เป็น ส.ส. เรื่องก็จบแล้ว เป็นผู้แทนปวงชนแล้ว ไม่ใช่เป็น ส.ส. ของคนใดคนหนึ่ง เพราะกฎหมายเขียนว่า ส.ส. เป็นผู้แทนปวงชน

ดังนั้น เลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว มีกฎหมายตรงไหน เขียนบอกว่า สถานภาพของ ส.ส.สัดส่วนหมดไป เพราะประชาชน ได้เลือกเขาไปแล้ว ซึ่งก็ควรจะ ย้ายพรรค ได้ ในกรณีของ ส.ส.สัดส่วน สำหรับพรรคการเมือง ที่ถูกยุบ

เมื่อถามว่า กรณีส.ส.สัดส่วน ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค และไม่ได้ลาออก ก่อนศาลมีคำสั่ง ให้ยุบพรรค จะทำให้สิ้นสภาพ การเป็นส.ส.หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า น่าจะสิ้นสภาพ ไปด้วย เพราะความเป็น ส.ส.สัดส่วน ของกรรมการบริหารพรรค ต้องสิ้นไป ตามพรรคที่ถูกยุบ อีกทั้ง ส.ส. สัดส่วน ที่เป็นกรรมการบริหาร ในกรณีนี้ ก็ไม่ได้ลาออก ก่อนศาลมีคำสั่ง ให้ยุบพรรคด้วย

ดังนั้น ต้องให้คงเหลือส.ส.เท่าที่มีอยู่ โดยไม่ต้องมีการเลื่อนลำดับขึ้นมา แทน ส.ส. สัดส่วน ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค แล้วไม่ได้ลาออก โดยจะ ทำให้ ส.ส.ไม่ครบ จำนวน 480 คน ในสภา

เมื่อถามว่า หาก ส.ส.สัดส่วน ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค ลาออกก่อนหน้านี้แล้ว ทางสภายังไม่ได้รับรอง เป็นทางการ จะมีผลกระทบ หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า น่าจะไม่มีปัญหา หากมีการลงประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา แล้ว

ส่วนจะมีปัญหาหรือไม่ หากรับรองไม่ทันนั้น รู้สึกว่าไม่น่าจะมี เพราะว่า พรรคพลังประชาชน ส.ส.สัดส่วน ลำดับสุดท้าย ที่ลาออกก็คือ นายสมัคร สุนทรเวช โดยพรรคพลังประชาชน ได้เตรียมการรองรับไว้แล้ว จึงลาออกก่อนล่วงหน้า ก็ถือว่า ส.ส.สัดส่วน ที่เหลืออยู่ ก็ยังคงสถานภาพ

เมื่อถามว่า จะต้องมีการตีความ ในปัญหาของ ส.ส.สัดส่วน สำหรับพรรค ถูกยุบหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ก็แล้วแต่ อยากจะตีความก็ตีไป เพราะท้าย ที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นผู้ตีความ

แต่ตนคิดว่า ทำไมจะต้อง ทำเรื่องไม่เป็นเรื่องด้วย ทั้งที่ไม่ควรสร้างปัญหาขึ้นมา ส่วนกรณี การลงมติเลือก นายกฯ นั้น ส.ส. ที่ไม่ยังไม่มีพรรคสังกัด ก็ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ การเป็นส.ส. ในสภาต่อไปได้ แต่จะต้องหาพรรค ให้ได้ภายใน 60 วัน และกฎหมาย ก็ไม่ได้บัญญัติห้าม ในกรณีนี้ด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 3 ธันวาคม 2551 20:09 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000143161


พิมพ์ ข่าวนี้ “อภิชาต” ชี้ ส.ส.สัดส่วนย้ายพรรคส่อวุ่น-แนะตีความก่อนโหวตนายกฯ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 10, 2008

อัยการสูงสุด ยื่น ศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้มี คำสั่ง ยุบพรรค พลังประชาชน


อัยการขอ ศาลรธน. ยุบพรรคพลังแม้ว – เพิกถอนสิทธิ กก.บริหาร!


โฆษกอัยการ แจง ส่งสำนวน ยุบพรรคพลังแม้ว และให้เพิกถอน สิทธิการเลือกตั้ง กรรมการบริหารพรรค ทั้งหมด เป็นเวลา 5 ปี


วันนี้ (10 ต.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม 100 ปี สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการ ฝ่ายคดี เศรษฐกิจและทรัพยากร โฆษกสำนักงาน อัยการสสูงสุด แถลงถึงกรณี อัยการ ได้ส่งสำนวน ยุบพรรคพลังประชาชน ไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญ ว่า


ในวันนี้ นายชัยเกษม นิติศิริ อัยการสูงสุด ได้ลงนาม ในคำร้องยื่นต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้มีคำสั่ง ยุบพรรคพลังประชาชน ตาม รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 237 พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาตรา 94 และ 95 พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย ส.ส. และ การได้มา ซี่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 111


โดยในคำร้องที่ขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย 2 ข้อ คือ

1. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ ยุบพรรคพลังประชาชน
2. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งเพิกถอน สิทธิเลือกตั้ง ของ หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และ กรรมการบริหาร พรรคพลังประชาชน รวม 37 คน มีกำหนดเวลา 5 ปี นับแต่วันที่มี คำสั่งให้ยุบพรรค พลังประชาชน โดยจะเพิกถอน สิทธิการเลือกตั้ง ของ หัวหน้าพรรค พลังประชาชน และ กรรมการบริหาร พรรคพลังประชาชน ตามบัญชีรายชื่อเอกสาร ท้ายคำฟ้องทั้งหมด


สำหรับรายชื่อกรรมการบริหาร พรรคพลังประชาชน ประกอบด้วย


หัวหน้าพรรค

นายสมัคร สุนทรเวช

รองหัวหน้าพรรค

พันตำรวจโทกานต์ เทียนแก้ว
นายไชยา สะสมทรัพย์
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์
พลเอกเรืองโรจน์ มหาศรานนท์
นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์
นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์
นางสาวสุภาพร เทียนแก้ว
นายสุวัฒน์ วรรณศิริกุล


เลขาธิการพรรค

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี

รองเลขาธิการพรรค

นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ
นายนพดล ปัทมะ
รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล
นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ


เหรัญญิกพรรค

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์

โฆษกพรรค

ร้อยโทกุเทพ ใสกระจ่าง

กรรมการบริหารพรรค

นายศรีเมือง เจริญศิริ
นายมงคล กิมสูนจันทร์
พันตำรวจโทไวพจน์ อาภรณ์รัตน์
นายทรงศักดิ์ ทองศรี
นายสมาน เลิศวงศ์รัฐ
นายนิสิต สินธุไพร
นายธีระชัย แสนแก้ว
นายสุทิน คลังแสง
นายอิทธิ ศิริลัทธยากร
นางมาลินี ภูตาสืบ
นางสาวปิยะรัตน์ เทียนแก้ว
นางสาวศรัญญา แสงวิมา
นางสาวมนัสปรียา ภูตาสืบ
นางสาวกาญจน์ณิชา แต้มดี
นายกิตติกร โล่ห์สุนทร
นายบุญลือ ประเสริฐโสภา

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
10 ตุลาคม 2551 15:00 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000120603


พิมพ์ ข่าวนี้ อัยการขอ ศาลรธน. ยุบพรรคพลังแม้ว – เพิกถอนสิทธิ กก.บริหาร!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 5, 2008

ผลคะแนน เลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. อย่างไม่เป็นทางการ “อภิรักษ์” คะแนนท่วมเฉียดล้าน ชนะทั้ง 50 เขต


กทม. แถลงสรุปคะแนน คนเทใจ
หนุน”อภิรักษ์” เฉียดล้าน
นั่งผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัย

นาย�ภิรักษ์ โกษะโยธิน

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน


กทม. แถลง สรุปผลคะแนน 100% เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อย่างไม่เป็นทางการ “อภิรักษ์” คะแนนท่วม เฉียดล้าน “ประภัสร์”ตามห่าง 5 แสนกว่า เข้าอันดับ 2 “เฮียชู” ไปไม่ถึงดวงดาว เข้าป้ายที่ 3 ส่วน “ดร.แดน” ทำไม่ได้มาแค่ที่ 4 เขตวัฒนา แชมป์ ลงคะแนนเสียง มากสุด คลองเตย เมินใช้สิทธิ์ มาลงคะแนนต่ำสุด กกต. รับรองผลภายใน 7 วัน


เมื่อเวลา 23.30 น.นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะ ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพฯ แถลงผลการนับคะแนน อย่างไม่เป็นทางการ ผู้ว่าฯ กทม.ปี 2551 ทั้ง 100 % ดังนี้


มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 2,214 ,230 คน จาก จำนวนผู้มาสิทธิ์ 4,087,329 คน


คิดเป็นร้อยละ 54.18 % ของจำนวนผู้มีสิทธิ์ โดยแยกเป็น
บัตรดี 2,157,599 ใบคิดเป็น 97.44 %
บัตรเสีย 19,376 คิดเป็น 0.88 %
บัตรไม่ลงคะแนน 37,345 ใบ คิดเป็น 1.69 %


สำหรับผล การนับคะแนน มีดังนี้


คะแนนนำ อันดับ 1 ได้แก่ หมายเลข 5 นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน 991,018 คะแนน คิดเป็น 45.93%


อันดับ 2 หมายเลข 10 นายประภัสร์ จงสงวน 543,488 คะแนน คิดเป็น 25.19%
อันดับ 3 หมายเลข 8 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ 340,616 คะแนน คิดเป็น 15.79%
อันดับ 4 หมายเลข 2 นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ 260,051 คะแนน คิดเป็น 12.05%


อันดับ 5 หมายเลข 7 นางลีนา จังจรรจา 6,267 คะแนน คิดเป็น 0.29%
อันดับ 6 หมายเลข 9 นายวิทยา จังกอบพัฒนา 3,759 คะแนน คิดเป็น 0.17%
อันดับ 7 หมายเลข 4 นายวราวุธ ฐานังกรณ์ 2,771 คะแนน คิดเป็น 0.13%
อันดับ 8 หมายเลข 3 ร.อ.เมตตา เต็มชำนาญ 2,105 คะแนน คิดเป็น 0.10%
อันดับ 9 หมายเลข 1 นายกิตติศักดิ์ ถิรวิศิษฏ์ 2,102 คะแนน คิดเป็น 0.10%
อันดับ 10 หมายเลข 14 น.ส.วชิราภรณ์ อายุยืน 1,140 คะแนน คิดเป็น 0.05%
อันดับ 11 หมายเลข 6 นายสุเมธ ตันธนาศิริกุล 1,078 คะแนน คิดเป็น 0.05%


อันดับ 12 หมายเลข 12 นางธรณี ฤทธีธรรมรงค์ 852 คะแนน คิดเป็น 0.04%
อันดับ 13 หมายเลข 11 นายภพศักดิ์ ปานสีทอง 811 คะแนน คิดเป็น 0.04%
อันดับ 14 หมายเลข 13 นายอุดม วิบูลเทพาชาติ 617 คะแนน คิดเป็น 0.03%
อันดับ 15 หมายเลข 15 นายสมชาย ไพบูลย์ 503 คะแนน คิดเป็น 0.02%
อันดับ 16 หมายเลข 16 ว่าที่ พ.ต.นิพนธ์ ซิ้มประยูร 421 คะแนน คิดเป็น 0.02%


สำหรับเขตที่มี ผู้มาใช้สิทธิมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
อันดับ 1.เขตทวีวัฒนา จำนวนผู้มีสิทธิ์ 52,139 มาใช้สิทธิ์ 32,076 คน คิดเป็น 61.52%
อันดับ 2.เขตพญาไท จำนวนผู้มีสิทธิ์ 54,766 มาใช้สิทธิ์ 32,371 คน คิดเป็น 59.11%
อันดับ 3.เขตสัมพันธวงศ์ จำนวนผู้มีสิทธิ์ 22,385 มาใช้สิทธิ์ 13,158 คน คิดเป็น 58.78%
อันดับ 4.เขตลาดพร้าว จำนวนผู้มีสิทธิ์ 89,644มาใช้สิทธิ์ 52,609 คน คิดเป็น 58.69%
อันดับ 5.เขตสะพานสูง จำนวนผู้มีสิทธิ์ 61,556มาใช้สิทธิ์ 35,973 คน คิดเป็น 58.44%


ส่วนเขตที่มี ผู้มาใช้สิทธิต่ำที่สุด 5 อันดับ ได้แก่
อันดับ 1.เขตคลองเตย จำนวนผู้มีสิทธิ์ 79,992 มาใช้สิทธิ์ 39,055 คน คิดเป็น 48.82%
อันดับ 2 เขตดุสิต จำนวนผู้มีสิทธิ์ 84,359 มาใช้สิทธิ์ 41,374 คน คิดเป็น 49.05%
อันดับ 3.เขตราชเทวี จำนวนผู้มีสิทธิ์ 53,568. มาใช้สิทธิ์ 26,495 คน คิดเป็น 49.46%
อันดับ 4. เขตดอนเมือง จำนวนผู้มีสิทธิ์ 117,423 มาใช้สิทธิ์ 59,703คน คิดเป็น 50.84 2%
อันดับ 5.เขตวัฒนา จำนวนผู้มีสิทธิ์ 54,557 มาใช้สิทธิ์ 27,974 คน คิดเป็น 51.27%


ทั้งนี้ กกต.ท้องถิ่น กทม.จะรายงาน ผลการนับคะแนนไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ กทม. (กกต.กทม.) ในคืนนี้ (5 ต.ค.) ซึ่ง กกต.กทม.จะตรวจสอบ ความถูกต้องทั้งหมดอีกครั้ง และรายงานต่อไป ยัง กกต.กลาง วันพรุ่งนี้ (6 ต.ค.)


หากไม่มีการร้องคัดค้าน กกต. ก็จะประกาศ ผลรับรอง ภายใน 7 วัน หากมีการร้องคัดค้าน กกต. จะพิจารณา สอบสวน คำร้องคัดค้าน และ ดำเนินให้แล้วเสร็จใน 30 วัน และ ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ต่อไป

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 6 ตุลาคม 2551 00:18 น.
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9510000118142


พิมพ์ ข่าวนี้ กทม.แถลงสรุปคะแนน คนเทใจหนุน”อภิรักษ์”เฉียดล้านนั่งผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 3, 2008

กกต. เลื่อนพิจารณาทุจริตเลือกตั้ง วิฑูรย์ นามบุตร พรรคประชาธิปัตย์ ออกไป 21 ต.ค. ลงมติ

นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ด้านบริหารการเลื�กตั้ง

นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ด้านบริหารการเลือกตั้ง


กกต.เปล่ายื้อ ชี้ชะตา “วิฑูรย์”
คาด 21 ต.ค.นัดลงมติ


“ประพันธ์” แจง กกต. ไม่ได้ยื้อ ลงมติสำนวน “วิฑูรย์” ทุจริต ชี้ คดีอยู่ในความสนใจ ของประชาชน ต้องขอมติ คณะกรรมการ เต็มคณะ คาดไม่เกิน สิ้นเดือนนี้ ทุกอย่างชัดเจน


วันนี้ (3 ต.ค.) นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณี กกต. เลื่อนการพิจารณา ลงมติ สำนวนทุจริต เลือกตั้ง ของ นายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.สัดส่วน และ อดีตรองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ ออกไป ว่า


เนื่องจาก นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ติดภารกิจไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ แม้ กกต. ที่เหลือ 4 คน จะถือว่า ครบองค์ประชุม สามารถลงมติได้ แต่เรื่องนี้ อยู่ในความสนใจ ของประชาชน ประกอบกับ ที่ผ่านมา กกต. มีมติให้ อนุกรรมการ สอบสวนพยานเพิ่มเติม ก็เป็นมติ จากที่ ประชุม กกต.5 คน


“ขอยืนยันว่า กกต.ไม่ได้ยื้อ เรื่องให้ล่าช้า และไม่ได้มี ความขัดแย้ง ภายใน กกต. 5 คน และ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เรารอให้ กกต. อยู่ครบทั้งหมด ก่อนลงมติ คาดว่า จะวินิจฉัยได้ ภายในเดือน ต.ค. นี้ อีกทั้ง นางสดศรี ก็ไปแค่ 2 อาทิตย์ เท่านั้น ไม่ได้เสียหายอะไร กลับมาจาก สหรัฐอเมริกา ก็คงจะวินิจฉัยได้เลย ไม่มีปัญหา เพราะเรื่องดังกล่าว อยู่ในวาระแล้ว โดยที่ประชุม จะพิจารณาว่า จะยุติการสอบพยานหรือไม่ หลังจากให้ สอบพยาน เพิ่ม 7 ปาก แต่มาให้การจริง เพียง 3 ปาก จากนั้น ค่อยพิจารณาว่า สำนวนที่มีอยู่ เพียงพอ ต่อการวินิจหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมา ที่ไม่ได้ พิจารณาเรื่องนี้ เนื่องจากว่า ในแต่ละวัน จะมีการบรรจุวาระ ในเรื่องต่างๆ ไว้แล้ว เช่น การพิจารณา ผลการเลือกตั้งท้องถิ่น สำนวนร้องเรียน และ ร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว.”


ทั้งนี้ นางสดศรี มีกำหนดเดินทางไปดูงาน การเลือกตั้ง ที่สหรัฐอเมริกา ในช่วงวันที่ 5-16 ต.ค. เมื่อเดินทางกลับมา คาดว่า เรื่องดังกล่าว น่าจะนำเข้า สู่การพิจารณา ของที่ประชุม กกต. ในสัปดาห์ถัดไป คือประมาณวันที่ 21 ต.ค.

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
3 ตุลาคม 2551 14:53 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117352


พิมพ์ ข่าวนี้ กกต.เปล่ายื้อชี้ชะตา “วิฑูรย์” คาด 21 ต.ค.นัดลงมติ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 2, 2008

สมาคมนักข่าวฯ ออกแถลงการณ์ ประณาม “ชูวิทย์” ฐานชก “วิศาล” ในห้องส่ง ระบุไม่เหมาะกับ การเป็นบุคคลสาธารณะ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร


สมาคมนักข่าวฯ ประณาม “ชูวิทย์” ชก “วิศาล” พฤติกรรมไม่เหมาะ


สมาคม นักข่าววิทยุ และ โทรทัศน์ และ สมาคมนักข่าวนัก หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ ประณาม “ชูวิทย์” ฐานชก “วิศาล” ในห้องส่ง ระบุไม่เหมาะกับ การเป็นบุคคลสาธารณะ ชี้ หากไม่พอใจคำถาม ก็ไม่ต้องตอบ แต่ไม่มีสิทธิ ทำร้ายร่างกายสื่อมวลชน ที่กำลังทำหน้าที่ แนะ คน กทม. ใช้วิจารณญาณ เลือกคนเป็น ผู้ว่าฯ


วันนี้ (2 ต.ค.) สมาคมนักข่าววิทยุ และ โทรทัศน์ไทย และ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ร่วม กรณี นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทำร้ายร่างกาย นายวิศาล ดิลกวณิช พิธีกร สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ดังนี้
นายวิศาล ดิลกวณิช ผู้ดำเนินรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางสถานีโทรทัศน์ ช่�ง 3 เมื่�วันที่ 2 ตุลาคม 2551

นายวิศาล ดิลกวณิช ผู้ดำเนินรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2551



จากกรณีที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ใช้กำลัง ทำร้ายร่างกาย นายวิศาล ดิลกวณิช ผู้ดำเนินรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2551 หลังจากรายการ เสร็จสิ้นลง


สมาคมนักข่าว วิทยุและโทรทัศน์ไทย และ สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เห็นว่า พฤติกรรมของ นายชูวิทย์ ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง สำหรับบุคคลสาธารณะ ที่เสนอตัว เข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุ นายวิศาล ได้ทำหน้าที่ของ ผู้ดำเนินรายการ สัมภาษณ์ นายชูวิทย์ ตามปกติ แม้จะมี คำถาม ที่อาจทำให้ นายชูวิทย์ ไม่พอใจ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ของ สื่อมวลชน ในการตั้ง คำถาม กับผู้เสนอตัวให้ ประชาชนเลือก เช่นเดียวกับ อาณาอารยประเทศ ทั้งหลาย ซึ่ง นายชูวิทย์ ก็มีสิทธิ์ ที่จะไม่ตอบคำถามได้ แต่ ไม่มีสิทธิ์ ทำร้ายร่างกายผู้อื่น โดยเฉพาะ สื่อมวลชน ซึ่งกำลังทำหน้าที่


สมาคมนักข่าว วิทยุและโทรทัศน์ไทย และ สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ขอประณามพฤติกรรม ของ นายชูวิทย์ และ ขอเรียกร้อง ให้ ประชาชนชาว กรุงเทพมหานคร โปรดใช้วิจารณญาณ ในการเลือก ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ที่จะมาทำหน้าที่ บริหารราชการ กรุงเทพมหานคร ให้เจริญก้าวหน้า ด้วยความผาสุก ในฐานะเมืองหลวง ของประเทศ ต่อไป

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
2 ตุลาคม 2551 18:30 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117056


พิมพ์ ข่าวนี้ สมาคมนักข่าวฯ ประณาม “ชูวิทย์” ชก “วิศาล” พฤติกรรมไม่เหมาะ


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

« Previous PageNext Page »

Blog at WordPress.com.