Accom Thailand

May 10, 2009

จับกุม นางเจริญศรี โสมานุสรณ์ สาวใหญ่ ตุ๋นแรงงานไปนอก – พระพยอม หลงเชื่อโดนด้วย


ปดส.รวบสาวใหญ่ ตุ๋นแรงงานไปนอก – พระพยอม โดนด้วย!

ปดส. ตามรวบ สาวใหญ่วัย 68 หลอกตุ๋นแรงงาน ไปทำงาน ประเทศสวีนเดน เรียกค่าหัวคิว คนละ 1.6 แสน เจ้าเล่ห์ อ้างวีซ่าไม่ผ่าน หลอกส่งตัว ฝึกอาชีพ ที่วัดสวนแก้ว ของ พระพยอม เพื่อขอใบรับรอง การผ่านงาน ก่อนไหวตัวทัน และ หลบหนี จนมาถูกจับกุม พบประวัติ มีหมายจับ คดีฉ้อโกงติดตัว ด้านผู้ต้องหา อ้างไม่มีส่วนรู้เห็น มีหน้าที่ดูแล เรื่องที่พัก และ อาหาร เท่านั้น


วันนี้ (10 พ.ค.) เมื่อเวลา 10.30 น. พ.ต.อ.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผกก.2 บก.ปดส. พร้อม นายอิทธิ คงวีระวัฒน์ นิติกรชำนาญการ กรมการจัดหางาน แถลงข่าว จับกุม นางเจริญศรี โสมานุสรณ์ อายุ 68 ปี อยู่ที่ 555 หมู่ 77 แขวงและเขตสายไหม กทม.
เจ้าหน้าที่คุมตัว นางเจริญศรี โสมานุสรณ์ อายุ 68 ปี มาแถลงข่าว

เจ้าหน้าที่คุมตัว นางเจริญศรี โสมานุสรณ์ อายุ 68 ปี มาแถลงข่าว


พร้อมของกลาง สำเนาเอกสาร 1 แฟ้ม 29 แผ่น สมุดบันทึก 3 เล่ม รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว และ 2 นิ้ว ของคนงาน
หลักฐาน การรับสมัครคนงาน 125 แผ่น และ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่ บ้านเลขที่ 100/378 หมู่ 6 หมู่บ้านชัยพฤกษ์ 1 ถนนคุ้มเกล้า แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กทม.

พ.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า เมื่อ วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พลเมืองดี แจ้งเบาะแสกับ บก.ปดส.ว่า มีบุคคล มีพฤติกรรมต้องสงสัยว่า จะหลอกลวง คนงานไปต่างประเทศ จึงทำการสืบสวน ทราบว่า

ผู้ต้องหา ร่วมกับ พวกที่หลบหนีอีก 4 คน หลอกลวง คนงานจำนวน 58 คน ว่า สามารถจัดหางานให้ทำ และส่งไปที่ ประเทศสวีเดน ได้ โดยเรียกเก็บ ค่าหัวคนละ 160,000 บาท เป็นค่าเสียหาย รวม 9,280,000 บาท

แต่ต่อมา อ้างว่าวีซ่าไม่ผ่าน และได้นำคนงานไปพักอาศัย และ ฝึกงานเกษตรกรรมที่ วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ของ พระพยอม เพื่อให้ ทางวัด ออกใบรับรอง การผ่านงานเกษตร เพื่อสามารถไปประกอบ การขอวีซ่า ได้

ทำให้ พระพยอม หลงเชื่อ และให้ฝึกงาน โดยทางวัด จะจ่ายค่าแรงฝึกงาน คนละ 150 บาท ต่อวัน แต่กลุ่มผู้ต้องหา ไม่รับ และ ขอรับใบรับรอง อย่างเดียว ต่อมา เมื่อไหวตัวว่า เจ้าหน้าที่ จะเข้าตรวจสอบ จึงแอบหนี ออกจากวัด

พ.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหา มีหมายจับ คดีฉ้อโกง และ จัดหางาน โดยไม่ได้รับอนุญาต ท้องที่ สภ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ เมื่อปี 2545 และ ได้มีการเจรจาตกลง จ่ายเงินคืนให้ ผู้เสียหาย รายหนึ่ง 4 หมื่นบาท เพื่อยอมความ

ซึ่งก่อนหน้านี้ ทำมาแล้วหลายครั้ง อ้างว่า จะพาไปทำงานต่างประเทศทั้ง ฟิลิปปินส์ นิวซีแลนด์ อิสราเอล เกาหลี แคนาดา และ ประเทศอื่นๆ แล้วแต่ จะเรียกค่าหัว ก่อนหลบหนี ซึ่งส่วนใหญ่ เป็น คนงานทางแถบอีสาน โดยในรายล่าสุดได้เงิน หัวละ 1 แสนบาท และ หลอกลวงจากพื้นที่ อ.ประทาย จ.นครราชสีมา

ด้าน นางเจริญศรี อ้างว่า ไม่รู้เรื่อง การหลอกลวง มีหน้าที่เพียง ดูแลเรื่อง ที่พักและอาหาร เท่านั้น โดยในรายนี้ได้ค่าจ้าง ค่าดูแล หัวละ 2 หมื่นบาท มีคนอื่นเป็น ผู้ดำเนินการ ตนไม่มีส่วนรู้เห็น ในเรื่องนี้

ด้าน นายอิทธิ กล่าวว่า ขอให้ ผู้ที่จะเดินทาง ไปทำงานต่างประเทศ ตรวจสอบ กับ กรมการจัดหางาน ได้ที่ หมายเลข 1694 เสียก่อน เพราะ บางประเทศ ไม่เปิดรับให้ บุคคลต่างด้าว เข้าไปทำงาน ในประเทศได้ ซึ่งที่ผ่านมา มีกลุ่มขบวนการ หลอกลวงประชาชน อ้างว่า ไปทำงานต่างประเทศได้ และ จับกุมได้ ปีละ กว่า 50 กลุ่ม มีผู้ถูกหลอกลวง กว่า 1,000 คน ต่อไป และ เสียหายนับ 100 ล้านบาท


เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกัน หลอกลวงผู้อื่น ว่า สามารถหางาน หรือ สามารถส่งไปฝึกงาน ในต่างประเทศได้ และ โดยการหลอกลวงดังว่านั้น ได้ไปซึ่งเงิน หรือ ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใด จากผู้ถูกหลอกลวง และ ร่วมกัน จัดหางาน ให้คนงาน เพื่อไปทำงาน ในต่างประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาต จากนายทะเบียน ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองการหางาน ม.91 และ ร่วมกัน ฉ้อโกงประชาชน ป.อาญา ม.343

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 พฤษภาคม 2552 16:11 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000051973


พิมพ์ ข่าวนี้ ปดส.รวบสาวใหญ่ ตุ๋นแรงงานไปนอก – พระพยอม โดนด้วย!


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

May 3, 2009

รัฐบาลเปิด 2 เว็บไซต์ เพื่อชี้แจงการทำงาน


รัฐบาลเปิด เว็บไซต์ www.factreport.go.th เพื่อชี้แจงการทำงาน ของเจ้าหน้าที่ ในช่วงการแก้ปัญหาการชุม ในช่วงสงกรานต์
พร้อมกันนี้ ยังเปิด www.chuaichart.com เว็บไซต์ช่วยชาติ ดอทคอม รายงาน การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ


เกี่ยวกับ เว็บประมวลเหตุการณ์
Anti-government protesters and supporters of exiled Prime Minister Thaksin Shinawatra display a gun to symbolize they will defend themselves during a rally outside the government house after the announcement of a state of emergency in Bangkok, Thailand, Sunday, April 12, 2009. Armored vehicles are moving in the streets of Thailand's capital following the announcement of a state of emergency aimed at stemming the tide of anti-government protest across the country. Army spokesman Col. Sansern Kaewkamnerd says the military's presence Sunday in Bangkok is not a sign of an imminent coup but a measure to restore order.(AP Photo/Vincent Yu)

Anti-government protesters and supporters of exiled Prime Minister Thaksin Shinawatra display a gun to symbolize they will defend themselves during a rally outside the government house after the announcement of a state of emergency in Bangkok, Thailand, Sunday, April 12, 2009. Armored vehicles are moving in the streets of Thailand's capital following the announcement of a state of emergency aimed at stemming the tide of anti-government protest across the country. Army spokesman Col. Sansern Kaewkamnerd says the military's presence Sunday in Bangkok is not a sign of an imminent coup but a measure to restore order.(AP Photo/Vincent Yu)


A crowd attacked the motorcade of Prime Minister Abhisit Vejjajiva 12 April outside a ministry building in Bangkok.

A crowd attacked the motorcade of Prime Minister Abhisit Vejjajiva 12 April outside a ministry building in Bangkok.


driver of Niphon Promphan, secretary of Prime Minister Abhisit Vejjajiva, is seen in a car after being attacked by anti-government protesters and supporters of ousted Prime Minister Thaksin Shinawatra at Interior Ministry in Bangkok, Thailand, Sunday, April 12, 2009. Thailand's embattled government, humiliated by demonstrators who shut down a 16-nation Asian summit, declared a state of emergency in the capital Sunday and ordered armored vehicles into the streets to stem a tide of protest across the country. Niphon and his driver were seriously injured in the attack and are in the hospital. (AP Photo)

driver of Niphon Promphan, secretary of Prime Minister Abhisit Vejjajiva, is seen in a car after being attacked by anti-government protesters and supporters of ousted Prime Minister Thaksin Shinawatra at Interior Ministry in Bangkok, Thailand, Sunday, April 12, 2009. Thailand's embattled government, humiliated by demonstrators who shut down a 16-nation Asian summit, declared a state of emergency in the capital Sunday and ordered armored vehicles into the streets to stem a tide of protest across the country. Niphon and his driver were seriously injured in the attack and are in the hospital. (AP Photo)


Red-shirted anti-government protesters and supporters of ousted Prime Minister Thaksin Shinawatra pull Niphon Promphan, secretary of Prime Minister Abhisit Vejjajiva, center, out of his car after attacking him at Interior Ministry in Bangkok, Thailand, Sunday, April 12, 2009. Thailand's embattled government, humiliated by demonstrators who shut down a 16-nation Asian summit, declared a state of emergency in the capital Sunday and ordered armored vehicles into the streets to stem a tide of protest across the country. Niphon and his driver were seriously injured in the attack and are in hospital.(AP Photo)

Red-shirted anti-government protesters and supporters of ousted Prime Minister Thaksin Shinawatra pull Niphon Promphan, secretary of Prime Minister Abhisit Vejjajiva, center, out of his car after attacking him at Interior Ministry in Bangkok, Thailand, Sunday, April 12, 2009. Thailand's embattled government, humiliated by demonstrators who shut down a 16-nation Asian summit, declared a state of emergency in the capital Sunday and ordered armored vehicles into the streets to stem a tide of protest across the country. Niphon and his driver were seriously injured in the attack and are in hospital.(AP Photo)


PATTAYA, THAILAND - APRIL 11: The motorcade of anti-government protesters gather near the venue of the ASEAN Summit and Related Summits on April 11, 2009 in Pattaya, Chonburi, Thailand. The protesters successfully cancelled the three day regional summit of Asian leaders, highlighting their campaign against the Thai government, and Thailand's Prime Minister Abhisit Vejjajiva. Thai Prime Minister Abhisit Vejjajiva declared a state of emergency in Pattaya, a beach resort about 150 kms (90 miles) south of the capital Bangkok. The Pro-Thaksin Shinawatra ( former prime minister) supporters are calling for new elections and for the current government to step down.(Photo by Athit Perawongmetha/Getty Images)

PATTAYA, THAILAND - APRIL 11: The motorcade of anti-government protesters gather near the venue of the ASEAN Summit and Related Summits on April 11, 2009 in Pattaya, Chonburi, Thailand. The protesters successfully cancelled the three day regional summit of Asian leaders, highlighting their campaign against the Thai government, and Thailand's Prime Minister Abhisit Vejjajiva. Thai Prime Minister Abhisit Vejjajiva declared a state of emergency in Pattaya, a beach resort about 150 kms (90 miles) south of the capital Bangkok. The Pro-Thaksin Shinawatra ( former prime minister) supporters are calling for new elections and for the current government to step down.(Photo by Athit Perawongmetha/Getty Images)


สืบเนื่องจาก เหตุการณ์ความไม่สงบ จากการชุมนุม ทางการเมือง ที่เกิดขึ้นในเขต กรุงเทพฯ ปริมณฑล และ ต่างจังหวัด
จนเป็นเหตุให้ เจ้าหน้าที่รัฐ และ ประชาชนได้รับบาดเจ็บ รวมถึงทรัพย์สิน ได้รับความเสียหาย

ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสาร ที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และ สร้างให้เกิดความเข้าใจ ต่อกรณีที่เกิดขึ้น

คณะรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรี จึงมีคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการรวบรวม และ ประมวลเหตุการณ์ความไม่สงบ จากการชุมนุมทางการเมือง เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2552 และ เหตุการณ์ ที่เกี่ยวเนื่องขึ้น (คบช.)

โดยมีเป้าหมาย เพื่อรับฟังความคิดเห็นจาก บุคคลที่อยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณา ดำเนินการ อันเป็นแนวทาง ให้ความช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ได้รับความเสียหาย ต่อไป

ทางคณะกรรมการเห็นสมควรว่า เพื่อสร้างความเข้าใจอันดี ในสังคมไทย จึงจัดสร้างเว็บไซต์ http://www.factreport.go.th เพื่อนำข้อมูลข่าวสาร ที่ได้รับจาก ทุกภาคส่วน รวมถึง ผลการประชุม จาก คณะอนุกรรมการ คปช.ทั้ง 5 ด้าน ที่ได้รับการแต่งตั้ง จากคณะกรรมการ มาเผยแพร่

เว็บไซต์ www.factreport.go.th คือเว็บไซต์ ที่นำเสนอ ประมวลเหตุการณ์ความไม่สงบ จากการชุมนุมทางการเมือง เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2552 จัดทำโดย
คณะกรรมการรวบรวม และ ประมวลเหตุการณ์ ความไม่สงบ จากการชุมนุมทางการเมือง เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2552 และเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่อง (คบช.)
ลิขสิทธิ์ของบทความ ภาพ และวิดีโอ เป็นของแหล่งข่าว.


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 1, 2009

ศาสตราจารย์ ดร. จำรัส ลิ้มตระกูล ศาสตรเมธาจารย์ สวทช. ประจำปี 2552


ศาสตราจารย์ ดร. จำรัส ลิ้มตระกูล ศาสตรเมธาจารย์ สวทช. ประจำปี 2552 คนแรกของ ประเทศไทย
มูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มอบทุนวิจัยโครงการ NSTDA Chair Professor จำนวน 20 ล้านบาท แก่ ศ.ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล นักวิจัยจากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นโครงการนำร่องในการสร้าง ศาสตราจารย์ที่เป็นผู้นำกลุ่ม เพื่อพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่และงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงใน ภาคอุตสาหกรรม

มูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มอบทุนวิจัยโครงการ NSTDA Chair Professor จำนวน 20 ล้านบาท แก่ ศ.ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล นักวิจัยจากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นโครงการนำร่องในการสร้าง ศาสตราจารย์ที่เป็นผู้นำกลุ่ม เพื่อพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่และงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงใน ภาคอุตสาหกรรม


ศาสตราจารย์ ดร. จำรัส ลิ้มตระกูล ได้รับการยกย่องเป็น ศาสตรเมธาจารย์ สวทช. ประจำปี 2552 คนแรกของ ประเทศไทย (2009 NSTDA Chair Professor)
จาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2552 ณ ห้องเทเวศน์ ชั้น 2 อาคารหอประชุม สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

โดย สวทช. ร่วมกับ มูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และ เครือซีเมนต์ไทย
มอบทุน NSTDA Chair Professor ระยะเวลาต่อเนื่อง 5 ปี รวมจำนวนเงิน 20 ล้าน บาท ให้กับ
ศาสตราจารย์ ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล เพื่อศึกษาวิจัยในโครงการ “การออกแบบ และการผลิตวัสดุนาโน ที่เป็นประโยชน์อย่างสูงต่อ อุตสาหกรรม”
เน้นการศึกษาการออกแบบวัสดุ ที่มีโครงสร้างระดับนาโนเมตร และ ปัจจัยต่างๆ ต่อสมบัติทางกายภาพ และทางเคมีในโครงสร้างนั้น

โดยศึกษาวัสดุนาโนในกลุ่ม
– ตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีโครงสร้างระดับนาโนเมตร
– คาร์บอนที่มีรูพรุนระดับนาโนเมตรและคาร์บอนนาโนทิวบ์
– วัสดุผสมที่มีโครงสร้างระดับนาโนเมตรชนิดใหม่
– การผลิตอนุภาคนาโนด้วยเทคโนโลยีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ของสารละลายเหนือวิกฤต (Rapid Expansion of Supercritical Solutions)

โครงการ NSTDA Chair Professor เป็นทุนเพื่อการวิจัย ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency) หรือ งานวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ (Material Science)
โดยเปิดโอกาสให้นักวิจัยที่มีประสบการณ์สูง มีผลงานวิจัย สิทธิบัตร หรือผลงานตีพิมพ์ ในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ทำหน้าที่
“ศาสตราจารย์ผู้นำการวิจัย” สร้างสรรค์ผลงานวิจัย ที่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ อุตสาหกรรมไทย ซึ่งจะก่อให้เกิด ผลงานวิจัยและพัฒนา
ที่เป็นรูปธรรม สามารถตอบสนอง ความต้องการของ อุตสาหกรรมและสังคม ได้อย่างแท้จริง

อีกทั้งยังเป็นการสร้างองค์ความรู้ ที่เชื่อมโยงด้านวิชาการกับ ภาคการผลิต อีกด้วย


ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล เคยได้รับรางวัล
นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2541 สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช
จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
เมธีวิจัยอาวุโส สกว. ปี 2545 สาขาเคมี จาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง


จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 31 มีนาคม 2552 10:52 น.
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9520000036008
http://www.ku.ac.th/kunews/news52/4/nstda.html
http://chem.sci.ku.ac.th/modules/news/article.php?storyid=138


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

February 9, 2009

Zurich hits rich foreigners, like Tina, in the pocket – “ซูริก” เลิกให้ อภิสิทธิ์ทาง ภาษีต่างๆ เศรษฐีต่างชาติ


Zurich hits rich foreigners, like Tina, in the pocket

Canton Zurich has closed its doors to wealthy foreigners who benefit from tax breaks after voters decided to end the “unequal” practice on Sunday.


The move may prompt rich individuals already living in Zurich, such as pop diva Tina Turner, Russian business tycoon Viktor Vekselberg and German milk baron Theo Müller, to take their homes and income elsewhere.
What's wealth got to do with it? Tina Turner, like other wealthy foreigners, lives in canton Zurich where she may soon pay more in taxes (Reuters)

What's wealth got to do with it? Tina Turner, like other wealthy foreigners, lives in canton Zurich where she may soon pay more in taxes (Reuters)


Some 52.9 per cent of the electorate – or 216,000 people – backed an initiative from the leftwing Alternative List political group to end “tax privileges for foreign millionaires”.

There are currently 137 rich people in the canton whose tax is not calculated on their income or wealth like other people, but who pay a lump sum usually based on five times the rental value of their Swiss property. This adds up to around SFr20 million ($17.3 million) a year, according to the authorities.

However, experts do not believe Zurich would suffer as much as other cantons, such as Geneva or Valais, that rely more heavily on such tax receipts to fund services.

A 2007 survey from consultancy group KPMG found that lump-sum taxes accounted for 0.3 per cent of total income in Zurich compared to 5.2 per cent in Valais.

“Shooting your own foot”

Im Kanton Zürich werden Pauschalsteuern für reiche Ausländer abgeschafft. (Keystone)

Im Kanton Zürich werden Pauschalsteuern für reiche Ausländer abgeschafft. (Keystone)


“If I was the treasurer of canton Zurich, this would not be my biggest headache at the moment,” Jörg Walker of KPMG Switzerland told swissinfo.

“I don’t think the canton will have to alter its budget or tax system as a result. Taxes may have to be raised in the near future, but this would have more to do with less people earning money and fewer contributions from the corporate sector.”

But Walker noted that the long-term impact would become more pronounced over the years because more and more wealthy foreigners have relocated to Zurich in recent years.

“If we assume that this trend would have continued then we also have to calculate potential future revenues on top of past contributions,” he added.

Francois Micheloud of relocation firm Micheloud & Co., still accused the canton’s voters of scoring a goal against themselves. “In these times of troubled public finances it is a bit stupid to shoot yourself in the foot like this,” he said.

Micheloud added that Zurich was always more likely to vote the way it did because residents have fewer well-liked celebrities than other cantons. “People in Zurich have the impression that they are all Russian oligarchs,” he said.

Rich “more unpopular”

The lump sum taxation of wealthy foreigners had met with increasing opposition both in Switzerland and abroad in recent years. Both French and Swiss politicians questioned the moral legitimacy of French rock star Johnny Hallyday relocating to Switzerland in 2006.

The number of tax exiles in Switzerland reached 4,175 in 2006. That is up from 2,394 in 2003, according to KPMG.

Christian Wanner, finance director of canton Schwyz, believes the vote was influenced by recent negative headlines against “greedy” bankers.

“The debate has changed course during the course of the financial crisis and the bonus debate. There is now considerable displeasure towards big earners,” he told the Tages Anzeiger newspaper.

Wanner also believes that other cantons are now more likely than before to emulate Zurich voters.

swissinfo_08-eng
swissinfo, Matthew Allen in Zurich February 9, 2009 – 9:03 PM
http://www.swissinfo.ch/eng/business/Zurich_hits_rich_foreigners_like_Tina_in_the_pocket.html?siteSect=161&sid=10309444&cKey=1234436826000&ty=st

print this Zurich hits rich foreigners, like Tina, in the pocket


click to see WHERE DO THEY LIVE?



“ซูริก”เลิกลดภาษีให้เศรษฐีต่างชาติ

เอเอฟพี – บรรดาผู้ออกเสียงใน เขตปกครองของ ซูริก อันเป็นเมือง ศูนย์กลางแห่ง กิจการ ธนาคารสวิส ช่วยกันสร้าง เซอร์ไพรซ์ เมื่อวันอาทิตย์ ( 8 ) ด้วยการ ลงประชามติให้ ยกเลิกมาตรการ ลดหย่อนภาษีแก่ พวกชาวต่างชาติ ผู้มั่งคั่ง ซึ่งพำนักอาศัย กันอยู่ที่นั่น ทั้งนี้โดยให้บังคับใช้ กับ พวกดารา ทั้งทาง ด้านธุรกิจบันเทิง และ ด้านกีฬา ด้วย


ในจำนวนผู้ออกเสียง กว่า 216,000 คน มีประมาณ 52.9% สนับสนุนข้อเสนอที่ ริเริ่มรณรงค์โดย กลุ่มฝ่ายซ้าย “อัลเทอเนทีฟ ลิสต์” ซึ่งให้ ยกเลิก “อภิสิทธิ์ทางภาษีต่างๆ ที่ให้แก่ พวกเศรษฐีเงินล้าน ชาวต่างชาติ” ในเขตกังตอง (เขตปกครอง) ซูริก

ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรก ที่กลุ่มดังกล่าว ชนะการลงคะแนนประชามติใน ซูริก ซึ่งเป็นที่ตั้งรกรากมา อย่างยาวนาน ของพวกกิจการธนาคาร และ การเงิน ของ สวิตเซอร์แลนด์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ในเรื่องการดำเนินงานแบบ ปิดลับ และ ค่อนข้างอนุรักษนิยม

ทั้งนี้ ผลประชามติ ที่ออกมาก็มีผลบังคับให้ พวกเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในกังตอง ต้องจัดแจงเปลี่ยนแปลง กฎระเบียบด้านภาษี ของ ท้องถิ่น ให้ สอดคล้อง กับเสียงของ ประชาชนส่วนใหญ่

มาตรการ ลดหย่อนภาษี คือสิ่งที่ช่วยดึงดูด ผู้มีชื่อเสียงจำนวนมาก ทั้งทาง ด้านกีฬาระหว่างประเทศ, วงการบันเทิง, และ นักธุรกิจ เข้าไปพำนักใน สวิตเซอร์แลนด์ เฉพาะที่ ซูริก ก็มีผู้ที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ด้วยการไปทำข้อตกลง กับพวกเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ เป็นจำนวน 137 คน ณ ปี 2006 ทั้งนี้ตามรายงานของ สำนักข่าว เอทีเอส ของ สวิส

ในกังตอง จำนวนมากของ สวิตเซอร์แลนด์ ชาวต่างชาติผู้มั่งคั่ง สามารถที่จะไปเจรจากับ พวกเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ ของ ท้องถิ่น เพื่อขอจ่ายภาษี จากเงินได้ของตน ในอัตราพิเศษ โดยที่ตัวเลข จะได้รับการเก็บงำไว้ เป็นความลับ อีกด้วย แทนที่ จะต้องจ่ายภาษีเงินได้ ตามอัตราปกติ ทั้งนี้ มีเงื่อนไข เพียงว่า พวกเขา จะต้องไม่ทำงาน ในสวิตเซอร์แลนด์

อย่างไรก็ดี การปฏิบัติเช่นนี้ ได้ทำให้เกิดความขัดแย้งกัน อย่างขนานใหญ่อยู่บ่อยครั้ง กับประเทศ ที่เป็นภูมิลำเนาของ ผู้มีชื่อเสียง บางราย โดย ประเทศภูมิลำเนา เหล่านี้โจมตี ว่า นี่เป็นการเอื้อให้เกิด การหนีภาษี

นอกจากนั้น ในระยะหลังๆ มานี้ พวกสตาร์ที่เป็น ชาวสวิส เอง ก็แสดงความไม่พอใจ เป็นอย่างยิ่งด้วย อาทิ ในกรณี ของ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ นักเทนนิส ชื่อก้อง เพราะ พวกเขาไม่มีสิทธิ์ ขอใช้ประโยชน์ จากการลดหย่อนภาษี เช่นนี้ได้

สำหรับคนดัง ชาวต่างชาติ ที่พำนักอาศัยอยู่ใน ซูริก มีอาทิ ทีนา เทอร์เนอร์ คุณป้าร็อกเกอร์ ชาวอเมริกัน และ วิกตอร์ เวคเซลเบิร์ก นักธุรกิจระดับ เจ้าพ่อ ชาวรัสเซีย

ส่วนชาวต่างประเทศ ผู้มีชื่อเสียง คนอื่นๆ ที่พำนักกันอยู่ใน สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปีที่แล้ว ปรากฏว่ามีพวก แชมเปี้ยนนักแข่งรถ หลายต่อหลายราย ไม่ว่าจะเป็น ลูอิส แฮมิลตัน, เฟอร์นานโด อลองโซ, คิมิ ไรโคเนน, มิชาเอล ชูมัคเกอร์, และ เซบาสเตียน โลบ

นอกจากนั้นยังมี นักร้องดัง อย่าง ชาเนีย ทเวน, และ เจมส์ บลันต์

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 9 กุมภาพันธ์ 2552 22:30 น.
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014918

พิมพ์ ข่าวนี้ “ซูริก” เลิกลดภาษีให้ เศรษฐีต่างชาติ



แจ้งเบาะแส การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ
มาได้ที่ ตู้ปณ. 999 หรือ คลิกที่นี่

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

February 8, 2009

เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ วันที่ 8 ก.พ. 52

hdprimetalknew700

คลิกที่นี่ เพื่อชม เทปออกอากาศ

คลิกที่นี่ เพื่อฟัง เสียงรายการ



เชื่อมั่นประเทศไทย
กับนายกฯ อภิสิทธิ์
ออกอากาศ 8 กุมภาพันธ์ 2552

รายการ “เชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายกฯ อภิสิทธิ์” วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ออกอากาศสด ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์

สวัสดีครับ พี่น้องประชาชน ที่เคารพครับ พบกันอีกครั้ง ทุกวันอาทิตย์ ผม อภิสิทธิ์ วันนี้ก็ได้กลับมาพบปะกับ พี่น้องนะครับ หลังจากที่ สัปดาห์ที่แล้ว อยู่ในช่วงของ การเดินทางกลับจาก สวิสเซอแลนด์

ที่จริงเช้าวันนี้ เกือบจะไม่ได้มีโอกาส มานั่งตรงนี้เหมือนกันครับ เพราะว่าเดินทางกลับจาก ประเทศญี่ปุ่น ต้องมี การเปลี่ยนเที่ยวบิน เพราะเที่ยวบิน ที่จะกลับมา ถูกยกเลิกไป แต่ว่าโชคดี ที่มีเที่ยวบิน ที่เปลี่ยนให้ ก็สามารถกลับมาถึง ประเทศไทย ด้วย ประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ นะครับ

สำหรับเช้าวันนี้ เช่นเดิม เราก็จะมาคุยกันของงานต่างๆ ที่รัฐบาลได้มีการ ดำเนินการไป เพื่อประโยชน์ของ พี่น้อง ประชาชน และ เพื่อประโยชน์ ของ ประเทศชาติ

ครับผมทราบดีว่า ผมกลับมา ผมเปิดหนังสือพิมพ์อ่าน เมื่อเช้านี้ มีข่าวคราว ในเรื่องของ การเมือง เรื่องของ การตอบโต้ อะไรกันมากมาย กระผมขอย้ำว่า รายการทุกเช้าวันอาทิตย์นี้ คงจะไม่เป็นเวที ที่จะตอบโต้อะไรกันนะครับ แต่เป็นหน้าที่ของผม ในฐานะรัฐบาล ที่จะมารายงานให้ พี่น้อง ประชาชน ทราบ ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ นะครับ ซึ่งจะเป็น ประโยชน์ กับ ประเทศชาติ และ ส่วนรวม มากกว่า

ครับ สัปดาห์ ที่ผ่านมา รัฐบาลก็ยังต้องเดินหน้า ในเรื่องของ การแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจ นะครับ หลังจากที่ สัปดาห์ก่อนเนี้ย ได้พูดคุยกันมา และ ได้ผลักดัน ในเรื่องของ การกระตุ้นเศรษฐกิจ รอบแรกไปแล้ว

ครับ ก็อยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า ในช่วง วันอังคาร และ วันพุธ ได้มี การประชุมคณะรัฐมนตรี ประชุมคณะรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ตามปกติ นะครับ ครับ ก็มีความคืบหน้าหลายเรื่อง ที่อยากจะรายงานให้ พี่น้อง ประชาชน ทราบนะครับ

ข้อแรกก็คือว่า มีความเป็นห่วงเป็นใยกัน หลังจากที่มี มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนี้ย ว่า สถานะทาง การเงิน การคลัง ของประเทศ มีปัญหาหรือไม่ นะครับ

เพื่อไม่ให้เกิด ความสับสน นะครับ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ ครับว่า
ข้อแรก เลย การทำ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ของรัฐบาล ได้คำนวนถึงความเป็นจริง เรื่องของ การจัดเก็บภาษี ในเรื่องของ งบประมาณ ต่างๆ ไว้ เรียบร้อยแล้วนะครับ

เพราะฉะนั้น การกำหนด วงเงินต่างๆ ในการทำ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ การจัดงบประมาณ เพิ่มเติม หรือว่า จะเป็น ในเรื่อง ของ การใช้มาตรการ ทางภาษี หักลดหย่อน หรือ ยกเว้นอะไรต่างๆ ก็จะมีการคำนวณว่า จะไม่ทำให้ การขาดดุล งบประมาณ นะครับ หรือ การที่จะต้อง กู้เงินภายในประเทศ หรือ ในเรื่องของ หนี้สาธารณะ เกินกว่าเกณฑ์ ที่มีการกำหนดเอาไว้ นะครับ ก็ขอ ยืนยันว่า ทุกอย่าง อยู่ในกรอบ นี้

แต่แน่นอนครับ ก็ขอถือโอกาส เรียนกับพี่น้อง ประชาชน นะครับว่า ในวันที่ ผมเข้ามานะครับ การจัดเก็บภาษี มันต่ำกว่าเป้าหมาย นะครับ ซึ่งเขาตั้งเอาไว้ ก่อนหน้านี้ ประมาณเกือบ 1 แสนล้านบาท


นอกจากนี้ การใช้ งบประมาณ หรือ ที่เราเรียกว่าเป็น งบกลาง งบสำรองฉุกเฉิน ต่างๆ ได้มีข้อผูดมัดไปใน 2 ใน 3 ของ งบประมาณ ที่ตั้งไว้ทั้งหมด เพราะฉะนั้น การใช้จ่ายต่างๆ จึงจะต้อง มีความระมัดระวัง นะครับ มีความละเอียด รอบคอบ นะครับ

แต่ว่านั่นคือ เหตุผลว่า ทำไมเราถึงได้ วางมาตรการ ในการกำหนด งบประมาณกลางปี ในลักษณะซึ่งให้เกิดความ มั่นใจว่า มีการใช้จ่ายเบิกจ่าย ได้เร็วนะครับ และ ก็มุ่งไปสู่ คนทุกกลุ่ม ที่เดือนร้อน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร คนว่างงาน ผู้ใช้แรงงาน ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ เด็กนักเรียน ผู้ปกครอง นะครับ และ ก็ทุกโครงการ ก็เรียนให้ทราบ ครับว่า ผมติดตาม อยู่ตลอดเวลา นะครับ ก็ยังเดินไป ตามเป้าหมาย นะครับ

พูดง่ายๆ ก็คือว่า ประมาณเดือน มีนาคม เมษายน เป็นต้นไป เริ่มต้น ได้แน่นอน นะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เป็น ความคืบหน้า ในแง่นั้น

ต่อไป ขอเรียนอย่างนี้ ครับว่า คณะรัฐมนตรี ได้มีมติ ให้ทาง กระทรวงการคลัง ไปเริ่มต้น ในการการกำหนด กรอบเจรจา ทาบทาม เรื่องของ เงินกู้ต่างประเทศ

มีพี่น้องประชาชน เป็นจำนวนมาก ก็เป็นห่วงว่า ที่ต้องไป กู้เงินต่างประเทศ เป็นเพราะว่า เราไม่มีเงิน หรือ เงินหมด หรือ อย่างไร นะครับ


ขอเรียนว่า ไม่ใช่ครับ เงินสำรอง ระหว่างประเทศ ของเรา มีเยอะมาก คิดเป็นสัดส่วน ของหนี้ต่างประเทศ ที่เรามี คิดเทียบกับสัดส่วน ที่เราต้องใช้ เงินตราต่างประเทศ ที่เราต้องซื้อ สินค้าต่างๆ เข้ามา อยู่ในเกณฑ์ ที่ถือว่า มั่นคงมาก ๆ เลยนะครับ

เพียงแต่ว่า ตามกฎหมาย ของเรา เงินสำรอง ระหว่างประเทศ ของเรา ต้องเก็บเอาไว้นะครับ ไม่ใช่ว่า พอเรามีเยอะ แล้วเอาออกมาใช้ได้ นะครับ

เพราะฉะนั้น การกู้เงิน ที่จะทำ ไม่ได้เกี่ยวกับว่า มาเสริม ในเรื่องของ เงินสำรองระหว่างประเทศ นะครับ แต่จะเป็น การกู้เงินมา เพื่อการพัฒนา และ ก็ การกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มเติม นะครับ ในช่วงที่ เราไม่สามารถ ที่จะหาเงิน ในส่วนอื่น มาได้


เพราะ อย่างที่ ผมได้บอกกับ พี่น้องประชาชนไป เมื่อสักครู่ นะครับว่า การกู้เงินในประเทศ ก็ดี อะไรก็ดี มันจะมี เพดานของมัน อยู่นะครับ ผมได้ย้ำ กับ กระทรวงการคลัง ครับ ว่า

กระบวนการ ที่จะไปเริ่มต้น ทำกรอบอะไรต่างๆนั้น นะครับ ก็ขอให้ไปทาบทาม ซึ่งปัจจุบัน ก็มีการพูดคุยกับ ธนาคารโลก ธนาคารพัฒนาแห่งเอเซีย องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศ ของ ประเทศญี่ปุ่น หรือ ไจก้านะครับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ครับ ที่ให้ไปเจรจา เหมือนจะเอาเงิน ใส่กระเป๋า ไว้ก่อน ยังไม่ได้กู้จริง นะครับ แต่ว่า เปิดช่องทางเอาไว้ เหตุผลที่ต้องทำ อย่างนี้ ก็คือว่า เราไม่ทราบจริงๆ ครับว่า

เศรษฐกิจในช่วง ไตรมาส 2 ครึ่งปีหลัง จะมีความผันผวน ไปในทางใด อีกนะครับ เพราะว่า ข่าวในต่างประเทศ หลายฝ่าย ก็ยังวิตกกังวลอยู่ ทีนี้หาก สถานการณ์ มันไม่ดีนะครับ และ มาตรการ ที่ รัฐบาล ได้ดำเนินการไปแล้ว มันไม่เพียงพอ เราถึงจะไปใช้ ช่องทาง หรือ วงเงิน ตรงนี้ แต่ ถ้าเรา ไม่มีความจำเป็น ก็จะไม่ใช้ครับ

เพราะว่า ผมเองไม่มีความต้องการ กู้หนี้ยืมสิน จากต่างประเทศ โดยไม่จำเป็น นะครับ อันนี้ ก็อยากถือโอกาส ทำความเข้าใจ

เช่นเดียวกันครับ มีการพูดถึงว่า เงินคงคลัง มีปัญหาหรือไม่ อยากจะเรียนอย่างนี้ ครับว่า ในระบบ ที่เราใช้ในปัจจุบัน หลักของ การบริหาร เงินคงคลัง ก็คือว่า

เรามีเงินเพียงพอ ที่จะใช้จ่าย นะครับ ตามความจำเป็น นะครับ คือ มีรายจ่าย ตามรายการต่างๆ ตามงบประมาณ ที่ใช้จ่ายออกไป ต้องมีเงิน อยู่นะครับ

แต่ว่า ขณะเดียวกัน เราก็จะไม่บริหาร ให้เกิด การสะสมเงินตรงนี้ มากเกิน ความจำเป็น ครับ เพราะว่า จะเป็นภาระ และ เป็น ต้นทุน กับ รัฐบาล เอง นะครับ ก็ขอยืนยัน ครับว่า ตรวจสอบ กับทาง กระทรวงการคลัง อยู่ตลอดเวลา

ในขณะนี้ ไม่ได้มีปัญหา นะครับ ในเรื่องของ การบริหารจัดการ เรื่องเงินคงคลัง เพราะว่า ตัวเลขในที่สุด อย่างที่เรียนแล้ว เราได้ดู อย่างรอบคอบ และ ก็คาดว่า ภายในอีก 2 สัปดาห์ นะครับ เราก็จะกำหนด ตัวเลข วงเงิน เรื่องของ งบประมาณ รายจ่าย ประจำปี งบประมาณปี 2553 ได้ นะครับ อันนี้ก็คือ ส่วนแรก ของเศรษฐกิจ นะครับ

ส่วนที่ 2
ก็คือว่า เราได้มี การทำงานครับ ในการที่จะดูปัญหา ที่ยังค้างอยู่ ในระบบของเรา 2 – 3 เรื่อง นะครับ ซึ่งขณะนี้ เนี้ย ก็จะให้มีการสรุป เข้ามา ในการประชุม คณะรัฐมนตรี วันอังคารนี้นะครับ

เรื่องแรก
ก็คือว่า ปัญหาทางด้าน การเงิน นโยบายการเงิน นั้น ก็คือว่า ยังมีธุรกิจ ยังมี พี่น้องประชาชน ที่บ่นมา ในเรื่อง ของ ปัญหาการได้สินเชื่อ การกู้ยืม จาก ระบบธนาคาร นะครับ แนวเนี้ย เราได้อนุมัติให้ กระทรวงการคลัง ไปดำเนินการแล้ว ก็คือว่า ปัญหาขณะนี้ ไม่ใช่ ไม่มีเงินในระบบ ปัญหา ไม่ใช่ ดอกเบี้ยแพง ปัญหา คือว่าไม่มีการปล่อยกู้ ซึ่งเกี่ยวกับ เรื่องของ ความเสี่ยง นะครับ

จะขอให้ กระทรวงการคลัง ได้รับรายงาน ไปทำเรื่อง ค้ำประกันสินเชื่อ มาโดยเร็วที่สุด และ ในช่วงกลางสัปดาห์ เช่นเดียวกัน นะครับ ได้มีโอกาส ได้พุดคุย กับ ท่านผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย นะครับ ก็ทาง ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็กำลังดำเนินมาตรการ ต่างๆ นะครับ ดูแลในเรื่อง การบริหารกฎระเบียบ ต่างๆ ให้เอื้อต่อ การปล่อยสินเชื่อ ให้มากที่สุด นะครับ

มีพี่น้องประชาชน บางส่วน เขียนบ่นเข้ามา เรื่องปัญหาการติด สิ่งที่เรียกว่า เครดิตบูโร นะครับ พูดง่ายๆ ติดบัญชีดำ นะครับ ว่าเคย ติดหนี้ เอาไว้ ก็เลยทำให้ ไม่สามารถกู้เงินอื่นมาได้ อันนี้ ก็ขอให้ สรุปรายงานมา เช่นเดียวกัน นะครับ ผมได้สั่งการไป เมื่อวันพุธ ที่ผ่านมา นะครับ นั้นก้เป้น เรื่องหนึ่ง

เรื่องที่ 2
ก็คือว่า ในส่วนของ การที่เราจะมองไปข้างหน้า เนี้ยนะครับ ผมทราบดี ครับ

มีเสียงถามว่า เอะ รัฐบาลนี้ มีความสนใจ เรื่องการส่งออก เรื่องการท่องเที่ยว เรื่องการหารายได้ เข้าประเทศ เรื่องการลงทุน มากน้อยแค่ไหน


สนใจมากครับ เพราะว่าอันนี้คือ ขั้นตอนต่อไป หลังจากที่เราใช้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รักษากำลังซื้อ ในประเทศ เอาไว้แล้วนะครับ

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราทำเนี้ย ก็คือว่า ในส่วนของ การส่งออก จะมีการให้ไปสรุป มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ของประเทศอื่น ครับ เพราะว่า ขณะนี้ อเมริกา ก็ดี ยุโรป ก็ดี ญี่ปุ่น ก็ดี จีน ก็ดี ล้วนแล้วแต่มี มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งสิ้นนะครับ เงินเหล่านี้ จะเป็นเงินใหม่ ที่เข้าสู่ ระบบ เศรษฐกิจโลก

ที่ให้ หน่วยงานต่างๆ ไปรวบรวมว่า รายละเอียด มาตรการ การกระตุ้นเศรษฐกิจ ของ แต่ละประเทศ เป็นอย่างไร ก็เพราะว่า จะทำให้เรา สามารถ เจาะได้ ตรงจุด นะครับ เช่น

สมมุติว่าใน อเมริกา เรารู้ว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจ เนี้ย มุ่งไปที่เรื่องของ ภาคส่วนไหน ภาคการผลิต ไหน หรือ กลุ่มประชาชน กลุ่มไหน เราจะได้ ดูว่า

โอกาส ที่เราจะไปขาย สินค้าของคนกลุ่มนั้น มีมากน้อยแค่ไหน อย่างไร นะครับ ก็จะเป็น การปรับยุทธศาสตร์ ในเรื่องของ การส่งออก การดึง การลงทุน หรือ การท่องเที่ยว ให้สอดคล้องกับ การกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเงินใหม่เข้าสู่ ระบบเศรษฐกิจโลก ของประเทศ ต่างๆนะครับ

เมื่อได้ทำตรงนี้แล้ว ก็เรียนให้ทราบ นะครับว่า เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ผ่านมา ผมได้เดินทางไป ประเทศญี่ปุ่น การเดินทาง ครั้งนี้ นอกจาก ในส่วน ของ ผม ของท่าน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ นะครับ หรือในส่วนของ สำนักนายก แล้วเนี้ย ยังเป็นการไปทำงานร่วมกัน ระหว่าง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นะครับ

ญี่ปุ่น เป็นคู่ค้า เป็นนักลงทุน อันดับหนึ่ง ของเรา นะครับ และ ก็ขณะเดียวกันเนี้ย ก็มี ชาวญี่ปุ่น เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย เนี้ย ปีหนึ่ง ไม่น้อย กว่า 1 ล้านคน นะครับ ความสัมพันธ์ เป็นไป ด้วยความราบรื่น มาตลอด แล้ว ก็หลังจากเรา มีข้อตกลง หุ้นส่วนกับญี่ปุ่น แม้ในช่วง ที่ปีที่ผ่านมา นะครับ ซึ่งมีปัญหาต่างๆ มากมาย ทั้ง ทางเศรษฐกิจ ทั้ง ทางการเมือง ก็ยังปรากฎว่า การค้าขายระหว่างกัน เพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 20 นะครับ

เพราะฉะนั้น ตรงนี้เป็นกลุ่ม หรือ เป็นมิตรประเทศ ที่มีความสำคัญ ทางยุทธศาสตร์ ทางเศรษฐกิจ ของเรา มาก ผมเดินทางไปครับ ก็อยู่ที่นั้น ทำงานได้ ประมาณวันครึ่ง หรือ เกือบสองวัน นะครับ มีกิจกรรมมากมาย น่ายินดีที่สุด

ก็คือว่า ในส่วนของ ญี่ปุ่น เองเนี้ย ให้ความสนใจกับเรามาก ครับ ประการแรกเลย ผมไปเริ่มต้น ด้วย การเปิดสัมมนา การลงทุน พุดถึง การเปลี่ยนแปลง ในช่วงเดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมา ว่า

ประเทศไทย ได้แก้ปัญหาต่างๆ ไปอย่างไร ต่อหน้า นักลงทุนชาวญี่ปุ่น นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น ซึ่งเดิม งานของเขา เปิดให้ลงทะเบียน ไว้ 600 – 700 คน นะครับ ปรากฎว่า ถึงเวลาจริงๆ มีคนมาร่วม เกือบ 1 พันคน นะครับ และก็ให้ ความสนใจมาก กับ โอกาสใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น

เพราะฉะนั้น สิ่งที่มีได้เสนอไป ก็คือว่า มันมีทั้งเรื่อง การค้าการลงทุน ในสองส่วน ที่เราอยากจะเดินหน้าอย่างมาก นะครับ

เรื่องแรก ก็คือว่า ญี่ปุ่น มีความต้องการ ในเรื่องของอาหาร ที่มีคุณภาพ นะครับ เขาจะต้องเป็น คนที่ซื้ออาหาร จากภายนอก และ เขามีความ เข้มงวด กวดขัน เรื่องของ คุณภาพอาหาร มาก ผมก็ยืนยันไปครับว่า จริงๆแล้ว ประเทศไทย เนี้ย เรามีความพร้อม อย่างมาก ในการผลิตอาหาร นะครับ

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราจะต้องทำ ก็คือว่า ทำอย่างไร อาหารของเรา จะสามารถ มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน อย่างที่เขาต้องการ ซึ่งตรงนี้ ต้องเรียนว่า มันมีตัวอย่าง มีเกษตรกร ที่ปลูกกล้วย อยู่ที่เพชรบุรี นะครับ ก็สามารถ ที่จะทำระบบให้ ญี่ปุ่นมีความมั่นใจ นะครับว่า กล้วยนี้มาจาก ที่ไหน อย่างไร ปลูกด้วย วิธีการอย่างไร ความปลอดภัย ได้มาตรฐาน อย่างไร ก็สามารถ ส่งออก ไปได้นะครับ

เพราะฉะนั้น กระทรวงพาณิชย์ ก็ไปทำตรงนี้ครับ ก็คือว่า จะไปดู จุดสินค้า ที่เป็นที่ต้องการของ ญี่ปุ่น นะครับ แล้วเราก็จะได้ปรับ แนวทาง การส่งออก ของเรา

ต้องเรียนว่า ที่ผ่านมา เราทำงาน เรานึกว่า เรามีสินค้าอะไร เราก็อยากไป บอกเขา ไปขายเขา นะคัรบ ซึ่งจะมี ปัญหามาก ซึ่งติดขัดในเรื่อง ของ กฎระเบียบ คุณภาพมาตรฐาน แต่ถ้าเราเอา ความต้องการเขา เป็นตัวตั้งนะครับ ผมมั่นใจว่า ขณะนี้ เราก็จะสามารถ ขยายโอกาส ต่างๆ โดยเฉพาะ ทางด้านการเกษตร ในเรื่องของอาหาร ได้

ส่วนที่ 2 ในแง่ของ การลงทุนครับ ญี่ปุ่นกับเรา มีนโยบายสอดคล้องกัน ก็คือว่า ต้องการ แก้ปัญหา พลังงาน นะครับ จะเป็น พลังงาน ที่สะอาด หรือ พลังงานทดแทน เป็นสิ่งที่ สองประเทศ ต้องการส่งเสริม

เราเป็นจุดสำคัญ ที่เป็นฐานของการผลิต เรื่องของ รถยนต์ เรื่องของ อุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะฉะนั้น แนวทาง ที่จะมีการขยายต่อไป ก็คือว่า จะให้ อุตสาหกรรมยานยนต์ ของญี่ปุ่น เนี้ยนะครับ มาดูลู่ทาง ความเป็นไปได้ ในการผลิต เพื่อตอบสนอง ในเรื่องของ รถยนต์ ที่ใช้ พลังงานทดแทน นะครับ จะเป็นพลังงาน ที่เราสนับสนุนอยู่ ทั้งเรื่อง แก๊สโซฮอล์ ทั้งเรื่อง ไบโอดีเซล นะครับ จะเป็นยกระบบ ที่ใช้ไฟฟ้า หรือใช้ พลังงานผสม ร่วมกัน ทั้งหลาย เนี้ย จะเป็นโอกาสสำคัญ นะครับ

ผมเรียนว่า การตอบรับดีครับ


ก่อนผม จะขึ้นเครื่องบิน เนี้ย ท่านเอกอัคราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ได้ บอกว่า จากการที่ ผมได้ไป กล่าวในเรื่องเหล่านี้ ขณะนี้ มีคณะธุรกิจ ของญี่ปุ่น ที่ขอติดต่อ ที่จะเข้ามาภายในประเทศไทย ภายใน 1 – 2 เดือน ข้างหน้า แล้ว อย่างน้อย 2 คณะ นะครับ ในเรื่องที่ผมได้กล่าวไป ดังนั้น ก็เป็นการตอบรับ ที่ดี


ในส่วนของ การท่องเที่ยว เองครับ ขณะนี้ ค่าเงินเยนแข็ง ปรากฎว่า ชาวญี่ปุ่น ก็สามารถไปเที่ยวใน ที่ต่างๆได้ ในราคาค่อนข้างถูก สำหรับเค้า นะครับ ซึ่งก็รวมถึง ประเทศไทย ด้วยนะครับ และก็ การท่องเที่ยว ก็ได้เพิ่มมากใน หลายตลาด สิ่งที่ ชาวญี่ปุ่นต้องการ ก็คือ ความมั่นใจว่า เหตุการณ์ต่างๆ ในบ้านเมืองเรา สงบลงแล้ว นะครับ

ซึ่งผมก็เล่าให้ฟังว่า ในเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา รัฐบาล มีนโยบาย สร้างความปองดอง สมานฉันท์ รัฐบาล กำลัง จะเป็น เจ้าภาพ ในการที่จะจัด ประชุมสุดยอดอาเซียน รัฐบาล ได้มีมาตรการเพิ่มเติม เรื่องของการดูแลความปลอดภัย ของสนามบิน อย่างไร นะครับ

เพราฉะนั้น ตรงนี้จะเป็นจุดที่ทำให้ ญี่ปุ่น มีความมั่นใจ มากขึ้น แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ผมก็ต้องขอ ความร่วมมือ จาก พี่น้องประชาชน ทุกกลุ่มครับ ว่าตรงนี้ ในเมื่อ คู่ค้ามิตรประเทศ ที่สำคัญของเรา เขาอยากจะกลับเข้ามา ก็อยากจะมา ขยาย หลายสิ่งหลายอย่าง อยู่แล้ว เรามาช่วยกัน รักษาบรรยากาศ ของบ้านเมือง นะครับ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับ คนไทยเอง

ในการที่จะ ต้อนรับ นักท่องเที่ยว อย่างนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น นะครับ ผมก็ได้ยืนยัน ไปครับว่า เวลาเขา จัดอันดับ ในขณะนี้ เขาบอกว่า แหล่งท่องเที่ยว ที่มีความคุ้มค่าที่สุด ก็คือ ประเทศไทย นะครับ

เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็คือ สิ่งที่ในส่วนของ ภาคเอกชน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ แล้ว กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไปดำเนินการกัน และ ก็ได้รับการตอบรับ อย่างดี

ในส่วนของการหารือกับ นายกรัฐมนตรี ของญี่ปุ่น ก็มีการตกลง ที่จะขยายความร่วมมือ ในหลายๆด้าน นะครับ ถ้าพูดถึง ระดับทวิภาคี ก็ได้พูดถึง ปัญหาอุปสรรค การค้าการขาย การลงทุน นะครับ

ซึ่งก็จะมีการคลี่คลายกัน ทั้งสองฝ่าย นะครับ คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเอง ก็เพิ่งกำหนดแนวทาง การแก้ปัญหาค้างคา ของนักลงทุน ผมก็ได้ไปเล่าให้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ฟังนะครับ

ขณะเดียวกันก็มี โครงการขนาดใหญ่ ซึ่งมีความสนใจ ที่จะมีการพัฒนา อยู่นะครับ และ ญี่ปุ่นเอง ก็มีการสนับสนุน เรื่องของเงินกู้ สำหรับ โครงสร้างพื้นฐาน

ระหว่าง ที่ไปเยือนนี้ ทางญี่ปุ่น ได้อนุมัติครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้บอกกับผมเองว่า ท่านอนุมัติ เรื่องของเงินกู้ สำหรับ การก่อสร้างรถไฟฟ้า สายสีแดง นะครับ คือ สายบางซื่อ – รังสิต นะครับ นอกเหนือจาก สายสีม่วง ที่ได้อนุมัติมา ก่อนหน้านี้แล้ว ก็อยู่ในช่วงของ การประมูล

เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็เป็น ข่าวดี ครับว่า รถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งก่อนหน้านี้ รอเรื่องของ เงินกู้ อยู่ บัดนี้ได้รับการอนุมัติจาก ทางญี่ปุ่น เรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะ เดินหน้าต่อไป มีความร่วมมือ อีกหลายด้าน เลยครับที่ ญี่ปุ่นให้ความสำคัญ ในด้านของ การเป็นหุ้นส่วนประเทศไทย นะครับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก็คือในเรื่องของ การพัฒนาในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง นะครับ ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของ โครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของ การพัฒนาคน ซึ่งญี่ปุ่น ได้ให้ความสำคัญ กับการทึ่ ไทย จะเข้าไปมีส่วนร่วม ค่อนข้างมาก นะครับ และ ก็จังหวะเวลา ที่มี วิกฤตทางการเงินทั่วโลก ท่านนายกฯ ญี่ปุ่น ก็ได้บอกกับทางผม นะครับว่า

เราต้องช่วงกันทำ เอเซีย มีบทบาทนำ ในการฟื้นเศรษฐกิจโลก ครั้งนี้นะครับ

ญี่ปุ่นเอง มีการประกาศ ที่จะให้ทั้ง เงินช่วยเหลือ ทั้งเงินกู้ ทั้งเงิน ที่ไปสมทบ กับ IMF หรือ เงินกองทุนระหว่างประเทศ ในการที่จะช่วย แก้ปัญหา วิกฤต นะครับ ซึ่งทั้งหมดนี้ นะครับ ก็อยากให้ ประเทศไทย มีบทบาท

เพราะฉะนั้น ญี่ปุ่น เองก็มองไปถึง การประชุมเรื่องของอาเซียน นะครับ อาเซียน +3 นะครับ หรือ การประชุมของ กลุ่มเศรษฐกิจ ใน เอเชียตะวันออก นะครับ และ ต้องการให้ ไทย เนี้ย มีบทบาทควบคู่กับ ญี่ปุ่น นะครับ ในการที่จะดูแล ในเรื่องของ สภาวะเศรษฐกิจของโลก ในขณะนี้ นะครับ นอกเหนือจาก การมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายในประเทศ ของแต่ละประเทศ แล้ว

เพราะฉะนั้น การเดินทางไป ในครั้งนี้ ก็จะเป็นแนวทาง การที่ ผมจะได้ทำนะครับ ต่อไป ประเทศที่จะไปทำ ในลักษณะนี้ ก็คือ ประเทศจีน นะครับ ซึ่งก็เป็น คู่ค้าสำคัญ ของเรา เช่นเดียวกัน นะครับ

นี่คือ รูปธรรม ครับ ของ การส่งออก การท่องเที่ยว ในเรื่องของ การลงทุน นะครับ ซึ่งก่อนหน้า ที่มี คนกังวลว่า เราไม่ได้จัด งบประมาณกลางปี ในลักษณะ ของ กระทรวง เหล่านี้ ผมเรียนนะครับว่า

วิธีที่เราดำเนินการใน ขณะนี้ จะเป็นวิธีการที่เข้าไปถึง ตัวปัญหาโดยตรง นะครับ โดยที่ไม่ได้เป็น โครงการ ที่ต้องใช้เงิน เป็นจำนวนมาก ในภาวะ ซึ่ง ทรัพยากร มีจำกัด เงินของเรา ขณะนี้ ต้องทุ่มไปที่ การเพิ่มกำลังซื้อ ให้กับ พี่น้องประชาชน นะครับ

ก่อนที่จะพัก ในช่วงนี้ มีเรื่องสุดท้าย ที่ผมจะถือโอกาสเรียน เพราะว่า กลับมาแล้ว ก็เห็นหัวข่าว ก็รู้สึกเป็นห่วงก็คือ เรื่องของ นักเรียน ที่กำลังสอบ ของ A-net

ที่จริงแล้ว ก่อนจัดรายการ นี้นะครับ เมื่อ สองสัปดาห์ที่แล้ว ที่ กรมประชาสัมพันธ์ ที่ สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 นี้ครับ มี ผู้ปกครองมาร้องเรียน ผม นะครับ และ ผมได้รับเรื่อง ในวันนั้น นะครับ และ ก็ส่งเรื่องให้กับ กระทรวงศึกษา ซึ่ง กระทรวงศึกษา ก็ได้รายงานผม มาเป็นระยะๆ นะครับว่า ปรากฎว่า

ทุกปีนะครับ จะมีปัญหา กับ เด็กที่ไม่สามารถ ที่จะเข้าไปสอบ A-net ได้ด้วย ผลของการ ไม่สามารถดำเนินการ ตามระเบียบ ขั้นตอน ต่างๆ นะครับ เรื่องการชำระเงิน หรือ เรื่องอะไร มีทุกปี นะครับ ที่จริง ปีนี้ ลดมาจาก ปีก่อนหน้านี้ ปีก่อนโน้น 5 หมื่น ปีที่แล้ว ประมาณ 2.7 หมื่น ปีนี้ ประมาณ 2 หมื่น นะครับ

หลักง่ายๆ เลยครับ ขณะนี้ ก็คือว่า เปิดโอกาสให้มี การเข้ามาร้องเรียน นะครับ เข้าใจว่า โรงเรียนประจำจังหวัดต่างๆ กำลัง จะเป็น ศูนย์รับ เรื่องร้องเรียน ทั้งหมด

เราจะมาแยกแยะครับ เพราะว่า ใน 2 หมื่นนี้ จะมีจำนวนมากที่ สละสิทธิ์ เพราะว่า ชื่อ ซ้ำซ้อน หรือว่า จะไปสอบตรง เข้าได้แล้ว ก็จะไม่ประสงค์ ก็จะลดไป จำนวนหนึ่ง อีกจำนวนหนึ่ง เราจะดูครับว่า

ถ้าปัญหาเกิดจากทางฝ่ายของ กระทรวงศึกษาธิการ เอง เช่น เว็บไซต์ ไม่ทำงาน หรือ เป็นความบกพร่อง ในการบริหารจัดการ อันนี้ ต้องคืนสิทธิ์ ให้กับ นักเรียน เหล่านี้แน่นอน นะครับ

ส่วนสุดท้าย ถ้าสมมุติว่า ไม่ได้เกิดจาก ความผิดของ กระทรวง ก็ได้มอบเป็น นโยบาย ไปแล้วว่า ช่วยดูว่า จะช่วงเหลือ ได้อย่างไรนะครับ แต่ว่า ผมอยากจะเรียน ว่า รัฐบาล หรือ ท่านรัฐมนตรี เอง จะไปสั่งทันทีว่า ต้องให้สิทธิ์ คืนสิทธิ์ คงจะไม่ได้นะครับ เพราะว่า ที่ผ่านมา ก็ต้องเรียน นะครับว่า ในส่วนของ ผู้บริหารของ มหาวิทยาลัย เอง ก็มีความเห็นว่า ต้องให้ทุกอย่าง เป็นไปตามระเบียบ นะครับ

นอกจากนั้น เราก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเด็ก อีกเกือบ 2 แสนคน ที่สามารถดำเนินการ ตามขั้นตอน ตามระเบียบ ได้ทุกอย่าง นะครับ ก็ขอเรียนว่า จุดยืน ของรัฐบาล ก็คือว่า ถ้าเป็นความผิด ของทางฝ่ายกระทรวง เราคืนสิทธิ์ให้ แน่นอนนะครับ

ถ้ามีปัญหาอื่น จะพยายามช่วยเหลือ อย่างเต็มที่ และให้ความเป็นธรรม กับ ทุกฝ่าย นะครับ อันนี้ ก็จะได้เกิด ความสบายใจ ในระดับหนึ่ง นะครับ และก็จะ เร่งรัด ให้เรื่องนี้มี ข้อยุติ เหมือนกับ เรื่องอื่นๆ ที่ ค้างอยู่ เป็นมติของ คณะรัฐมนตรี ไปแล้วนะครับ

เช่นเรื่องการปล่อย เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา แม้กระทั้ง มาตรการ ทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีมติ ไปแล้ว แต่ว่า หน่วยงานยังไม่ได้ สามารถ ดำเนินการ ได้ ผม ก็จะเร่งรัดใน วันอังคาร นี้นะครับ

ทั้งหมดเป็น ความก้าวหน้าของ การทำงานของ รัฐบาล นะครับ ซึ่งก็ยังมุ่งมั่นที่จะ เร่งแก้ปัญหาในทุกๆด้าน นะครับ ผมเรียนว่า สำหรับเวลา ที่เหลือ ของรายการนี้ ก็คงจะพิเศษ สักนิดหนึ่งครับ เพราะว่า พรุ่งนี้จะเป็น วันมาฆบูชา ซึ่งเป็น วันสำคัญ ทางพระพุทธศาสนา นะครับ และ ก็ที่สำคัญ ก็คือว่า

ในช่วงสัปดาห์ ที่ผ่านมานี้ ก็มีข่าวคราวตลอดเวลา ถึงปัญหาในเรื่องของ คุณธรรม จริยธรรม โดยเฉพาะในหมู่ของ เยาวชน นะครับ ในหมู่วัยรุ่น นะครับ และก็ ในสังคม ในภาพรวม

รัฐบาลเอง ก็มีนโยบาย ที่สำคัญครับ ในเรื่องที่จะสร้าง สังคมคุณธรรม วันนี้ ทางรายการ จึงได้นิมนต์ ท่าน ว.วชิรเมธี นะครับ ซึ่งเป็นพระ ที่ได้มี บทบาทสำคัญ ในการที่จะดึงให้ คนรุ่นใหม่ นะครับ และ ประชาชนทั่วไป เนี้ย ได้เข้าใจ ในเรื่องของ คุณธรรม จริยธรรม และ พุทธศาสนา นะครับ ก็จะเป็นโอกาสดี ที่จะได้มีการสนทนาโดยมี พิธีกรรับเชิญ คือ คุณ แทนคุณ จิตอิสระ มาพบกัน ครับ ในช่วงต่อไป ครับ

เชื่�มั่นประเทศไทย กับ นายกฯ �ภิสิทธิ์ วันที่ 8 ก.พ. 52

เชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายกฯ อภิสิทธิ์ วันที่ 8 ก.พ. 52


ช่วงที่ 2


พิธีกร (แทนคุณ) : สวัสดีครับ ท่านผู้ชมครับ ผม แทนคุณ จิตอิสระ ครับ นี่คือ รายการเชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายก ฯ อภิสิทธิ์ นะครับ เมื่อสักครู่นี้ ท่านนายก ฯ ได้ก้มลงกราบ ท่านพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี นะครับ หรือว่า ท่าน ว.วชิรเมธี นะครับ ผู้อำนวยการสถาบัน วิมุตติยาลัย นะครับ สถาบัน เพื่อการเผยแพร่ พระพุทธศาสนา เพื่อสันติภาพโลก นะครับ นมัสการครับ

ว.วชิรเมธี : เจริญพร

พิธีกร (แทนคุณ) : สวัสดีท่าน นายกฯ นะครับ ครับ ผู้ชมครับ ในสัปดาห์ ที่ผ่านมานั้นนะครับ รวมทั้งช่วงที่ผ่านมานั้น มีปัญหา ที่เกิดขึ้น ในกลุ่มของ เด็กเยาวชน เป็นปัญหา ที่ว่าด้วย เรื่องของ การขาดคุณธรรม จริยธรรม ทำให้สะท้อน ปัญหาสังคม ด้วยเช่นเดียวกัน ในช่วงนี้ ก็เป็น สัปดาห์ ส่งเสริม พระพุทธศาสนา วันมาฆบูชา นะครับ ก่อนอื่น อยากกราบเรียนถาม พระคุณเจ้า ว่า

ความสำคัญของ การนำธรรมมะ ในวันมาฆบูชา ซึ่งเปรียบเสมือน วันที่พระพุทธเจ้า มอบ หัวใจ ของ พระพุทธศาสนา ให้กับ มนุษยชาติ นั้นมี ความสำคัญ อย่างไร และ จะสามารถ ประยุกต์ หลักธรรมะ เหล่านั้นเนี่ย มาพัฒนา คุณธรรม จริยธรรม ความดีงาม ของเด็กเยาวชน ก็ดี ประชาชน ทั่วไป อย่างไรครับ

ว.วชิรเมธี : เจริญพร ท่านนายกฯ เจิรญพร คุณโยม แทนคุณ วันมาฆบูชา นี้เป็น วันสำคัญ มาก คือวันนี้ถือว่าเป็น วันที่ พระพุทธเจ้า หลังจาก เผยแพร่ พระพุทธศานา ไปได้ สัก 9 เดือน ทรงปฐมนิเทศ เป็นครั้งแรก ในการ ปฐมนิเทศ นี้ท่านได้พูดถึง สาระสำคัญ ของพุทธศาสนา ทั้งหมด เลยนะ

1. พูดถึงอุดมการณ์ พุทธศาสนา นี้เป้าหมายสูงสุด คือ พระนิพพาน แล้วก็หลักการ ที่จะไปถึง เป้าหมายสูงสุด คือ ไม่ทำความชั่วทั้งปวง ทำความดี ให้ถึงพร้อม ทำใจให้ผ่องใส หรือ ศีล สมาธิ ปัญญานั่นเอง แล้วก็ วิธีการ ในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา ท่านบอกให้ใช้ สันติวิธี นี่คือ สาระสำคัญ ของ วันมาฆบูชา

พิธีกร (แทนคุณ) : ครับ ท่านนายก ฯ ล่ะครับ สาเหตุหลักๆ ที่ท่านนายก ฯ วิเคราะห์ แล้วว่า พบว่า เหตุที่เป็นต้นเหตุ ทำให้เด็ก ๆ เยาวชน ของเรา หรือว่า คนในสังคม นั้นละเลย เรื่อง คุณธรรม จริยธรรม หรือว่าทำให้เรื่อง คุณธรรม จริยธรรม นั้นไม่มีบทบาทสำคัญ ในการพัฒนาชีวิตจิตใจ นั้น คืออะไร ครับ

นายกรัฐมนตรี : ผมคิดว่าเรา คงปฏิเสธไม่ได้นะครับว่า โลก และ ก็สังคม เนี่ย มันเปลี่ยนแปลง และก็ ช่วงหลังเนี่ย มันเปลี่ยนแปลง เร็วมาก นี้ สิ่งที่มันก็อยู่ ในตัวเราทุกคนเนี่ย เราก็อยากมีความสุข ในลักษณะ ของการ มีความสะดวกสบาย นะครับ โดยเฉพาะเวลา การพัฒนา เนี้ยมันก็เป็น การพัฒนา ในเรื่องของวัตถุ ในเรื่องของ สิ่งอำนวยความสะดวก ปัญหาก็มีอยู่ว่า

เอะแล้ว จิตใจ เราสามารถที่จะ พัฒนา รับกับ การเปลี่ยนแปลง เหล่านี้ ได้หรือไหม นะครับ เพราะฉะนั้น มันก็ไปเป็นเรื่องของ ค่านิยม นะครับ ค่านิยมเนี้ย บางช่วง บางยุค เนี้ย เราอาจจะมีความรู้สึก ว่า เอะ เราอยาก เราอยากได้ เราอยาก ประสบความสำเร็จ เร็วๆ และ เราก็เริ่มลืมไปว่า วิธีการ ที่จะได้ความสำเร็จเนี่ย มันควรจะเป็นอย่างไร นะครับ แล้วเราก็ลืมไปว่า การได้ความสำเร็จมา โดยการเบียดเบียนผู้อื่น เนี่ย

ในที่สุด ถ้าทุกคน เบียดเบียน กันเอง เนี่ย นะครับ ทุกคน ก็แย่ลง และนี่คือ ปัญหา ก็ผมคิดว่าพอใน ยุคนี้เนี่ย มันมีสิ่งใหม่ๆ เข้ามามากมาย เนี้ย บางครั้ง สิ่งที่มันเป็น เรื่องดีงาม สิ่งที่มันควรจะอยู่ในสังคม ของเราเนี่ย ก็ถูกมองข้าม นะครับ เพราะฉะนั้น เนี่ย รัฐบาล ก็มองว่า การจะแก้ปัญหา เรื่องนี้ เนี่ยอ่ะ มันคงจะต้องทำ หลายส่วน พร้อมกันไป แล้ว

ก็เป็นเรื่องของการทั้ง สร้างค่านิยม และ ก็สร้าง สภาวะแวดล้อม นะครับ ที่จะเอื้อ นะครับ อย่างที่รัฐบาล มีนโยบายบอกว่า คนไทย ต้องไม่โกง นะครับอันนี้ จะไปโฆษณา สปอต ประชาสัมพันธื บอกว่า อย่าโกงๆ

แต่ว่าถ้า รัฐบาล ไม่ทำตัวเป็นแบบอย่าง ก็ไม่มีประโยชน์ นะครับ หรือไม่รักษากฏหมาย ในเรื่องนี้ ก็ไม่มีประโยชน์ อย่างนี้เป็นต้น นะครับ แล้วก็ ในส่วน ของ เด็กและเยาวชน เอง นะครับ นโยบายสำคัญที่สุด คือ

เราบอกว่า สร้างพื้นที่ดี เอาน้ำดีไล่น้ำเสีย นะครับ การเอาน้ำดีไล่น้ำเสีย ก็หมายความว่า ที่เราบอกว่า มี hi5 นะ เอาไปใช้เรื่องอะไร บริการทางเพศ หรือ อะไรต่างๆ ไปติดเกมส์ แต่จริงๆแล้ว อินเทอร์เน็ต ก็เป็น

แหล่งเรียนรู้มหาศาล มีคุณประโยชน์ แต่ว่า มีแหล่งเรียนรู้อื่น พิพิธภัณฑ์ นะครับ สวนหย่อม การเอื้อให้ ครอบครัว อยู่ด้วยกันเนี่ย สิ่งเหล่านี้ ก็เป็นวิธีการ ที่เราจะพยายาม สร้างพื้นที่ ที่ดี นะครับ แต่ว่า

ในส่วนของ ศาสนาเอง ก็มีความสำคัญมาก นะครับ เพราะว่า ศาสนา พูดง่ายๆ ถ้าจะพูดว่า รัฐบาล กำลังสร้างเครื่องมือ เปิดพื้นที่ ต่างๆ เนี่ย แต่ตัวเนื้อหาสาระ นะครับ ถ้าพูดภาษา คนอังกฤษ เค้าบอก Content ที่จะใส่เข้า ไปเนี่ย ก็คือ เรื่องของหลักธรรม คำสอน หรือ ศาสนา ต่างๆ นะครับ

ที่ประชาชน เคารพนับถือ ซึ่งตรงนี้ ก็ต้องหาวิธีการ ที่จะสื่อสาร เข้าถึงกับ คนสมัยใหม่ ในยุคสมัยใหม่ได้ นะครับ ซึ่งอันนี้ ก็เป็นสิ่งที่ท้าทาย นะครับ ทั้งในเรื่อง ของการผลิตสื่อ หรือทั้ง ในเรื่องกระตุ้นให้เด็กอ่านหนังสือ และ สนใจ กว้างขวาง มากขึ้น ซึ่งความจริง ในระยะหลัง ก็มีแนวโน้ม ที่ดีขึ้น ผมก็รู้จัก คนรุ่นใหม่ จำนวนมาก ที่ได้สนใจ และก็ใส่ใจ ในเรื่องของ หลักธรรม คำสอน จริยธรรม คุณธรรม มากขึ้น

พิธีกร (แทนคุณ) : ครับ ท่านผู้ชม ท่านใด ที่มีข้องสงสัย อยากจะกราบเรียน ถาม ท่านนายกฯ หรือว่า ท่าน ว.วชิรเมธี นะครับ ก็หมายเลขโทรศัพท์ 02 – 275 4225 นะครับ นับตั้งแต่ ตอนนี้เป็นต้นไป ได้ครับ กลับถาม พระคุณเจ้า ครับว่า

ทุกวันนี้เนี่ย ในเรื่องการศึกษา เป็นเรื่องสำคัญครับ เราพบว่า การศึกษาเนี้ย มักจะเน้น การแข่งขัน ทำให้คนนั้น อึดอัด คับแคบ แล้วก็เป็น ทุกข์ มากขึ้น จะมีกระบวนการ ที่จะเปิดกว้าง ให้ ทางการศึกษา ที่จะเปลี่ยน องค์ความรู้ ความคิด และก็เป็น การพัฒนา สู่จิตใจที่ดีงาม ในทาง พุทธศาสนา นี่ สอนอย่างไรครับ

ว.วชิรเมธี : การศึกษาเนี่ย เป็นหัวใจ ของพุทธศาสนา ต้องไม่ลืมด้วยว่า พุทธศาสนาแปลว่า ศาสนาผู้รู้ คำถามก็คือ ถ้าจะเป็นผู้รู้ อะไร คือเครื่องมือ ก็ต้องศึกษา แล้วทีเนี้ย ถ้าศึกษา พุทธสาสนา อกกแบบการศึกษา ไว้ยังไง พุทธเจ้าท่านบอกว่า การศึกษาที่สมบูรณ์แบบ จะต้องครอบคลุม พัฒนาการ ของคนใน 4 เรื่อง

1. พัฒนาการทางกาย คนต้องมีสุขภาพดีนะ สุขภาพกาย ต้องแข็งแรง
2. พัฒนาการ ทางสังคม ต้องอยู่ ในสังคม อย่างมีสง่าราศรี นั่นหมายความว่า ต้องเป็นคนดีที่ อยู่ในสังคม โดยที่ไม่ต้องอายใคร เวลาเดินบนถนน โดยไม่ต้องอายใคร อย่างที่ ท่านนายก ฯ บอก ต้องมีเกียรติ อยู่ในสังคม
3. พัฒนาการทางจิต นั่นหมายความว่า ระบบความคิด ระบบความเชื่อ ค่านิยมของคน จะต้อง เป็นสัมมาทิฐฐิ และ
4. สำคัญมาก พัฒนาการทางปัญญา คุณจะต้อง มีความรู้ทางโลก สำหรับการทำมาหากิน อย่างสุจริต ความรู้ทางธรรม สำหรับ การบริหารจัดการ กิเลส ซึ่ง พระอาจาร์ย เรียกว่า เป็น กิเลส Management เพิ่งเปิดคอร์ส นี้ไป

เพราะฉะนั้น นี่แหละ คือ การศึกษา แนวพุทธเนี้ย จะต้องครอบคลุม 4 เรื่องนี้

1. กาย ต้องสุขภาพแข็งแรง ซึ่งจะโยงไปถึง เรื่องเศรษฐกิจ
2. สังคม ต้องร่มเย็นเป็นสุข คนอยู่ด้วยกัน อย่างมีศักดิ์ศรี เคารพกฎหมาย มีเกียรติ
3. ค่านิยม ของสังคม ต้องถูกต้อง ต้องเป็น สัมมาทิฐฐิ แล้วก็
4. ปัญญาของคน ต้องมีเพียงพอ ที่จะครองตน ครองคน ครองงาน ถ้าเป็น นักการเมือง ก็ต้องพอ ที่จะครองประเทศได

พิธีกร (แทนคุณ) : สาธุ ครับ ถาม ท่านนายกฯ บ้างนะครับว่า มิติของการศึกษา ปัจจุบันนี้ เราเริ่มเห็นพัฒนารการ เป็นการสร้างคุณภาพ ทั้งการ เรียนฟรี และก็ การส่งเสริม ให้มีคุณธรรม จริยธรรม เข้าไปมากขึ้นด้วย ตัวท่านเอง ก็ศึกษาจากต่างประเทศด้วย ท่านเห็น ความแตกต่าง แล้วก็ พร้อมที่จะพัฒนา ไปสู่การศึกษาไทย ในมิติของการยืน มีที่อยู่ ที่ยืนที่สง่างาม บนเวทีโลก ได้อย่างไรครับ

นายกรัฐมนตรี : ส่วนของ การศึกษา เนี้ย แน่นอน ตอนนี้ คนสนใจ ก็เรื่องนโยบาย เรียนฟรี นะครับ ซึ่งผมทราบดีว่า เป็นเพียงจุดเล็กๆ เท่านั้นเอง ในระบบการศึกษา แต่ว่า มีความหมายมาก สำหรับ ประชาชน ผู้ปกครอง พ่อแม่ ผู้ปกครอง คนที่ มีรายได้น้อย นะครับ

เราก็ต้องพยายาม ทำเรื่องนื้ ให้เรียบร้อย โดยเร็วที่สุด นะครับ แต่ไม่ลืม เรื่องของคุณภาพ นะครับ แล้วก็ นโยบาย เรื่องการศึกษา นี้เนี้ย ต้องมองกว้างกว่าโรงเรียน นะครับ

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราทำ ก็คือ
นโยบาย ทางด้านเยาวชน นะครับ
นโยบาย ทางด้านสังคม นะครับ

ที่เน้นเรื่องการเพิ่มพื้นที่ สร้างสรรค์เนี้ย จะเป็นหัวใจสำคัญ นะครับ จะเห็นว่า ทาง กระทรวงวัฒนธรรม โดยท่านรัฐมนตรี ธีระ ในปัจจุบัน ก็ให้ ความสำคัญ ในเรื่องนี้มาก ในการที่ จะเพิ่มพูนพื้นที่ ของการเรียนรู้ นะครับ ให้เป็นพื้นที่ ที่สร้างสรรค์ เออในส่วนของ ตัวหลักสูตร

ส่วนของการศึกษา ในโรงเรียนเองเนี้ย ก็กำลังมี หลายมาตรการ นะครับ โครงการ คืนครูให้นักเรียน นะครับ ที่ทำไง ให้ครูมีเวลา กับ นักเรียน มากขึ้น เนี้ย ก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่ว่า ปัญหาใหญ่มาก ที่ผมคิดว่า ก็คงต้องใช้เวลา นะครับ

จริงๆ เมื่อกี้ ก็คุยเรื่อง เอเน็ต ปัญหาใหญ่มาก ก็คือ ตอนนี้เนี้ย การศึกษาเรา ก็ยังมุ่งไปสู่ ตรงนี้ครับ ถ้าเราเริ่มไป จาก อนุบาล ทุกคน ก็มุ่งไปสู่ว่า ทำยังไง จะเข้า มหาวิทยาลัยได้ นะครับ แล้ว

การทดสอบ ในเรื่องของ ทักษะ ความคิด เนี้ย ปัจจุบัน เราเน้นในเรื่อง ของ เนื้อหาสาระ ความรู้มาก เพราะฉะนั้น ในที่สุด ในการแข่งขัน คือ การแข่งกันเรียน แข่งกันท่อง นะครับ ก็ใช้เวลา ไปกับเรื่องเหล่านี้ เกือบทั้งหมด นะครับ

เวลาที่ เราจะมาส่งเสริม ให้เด็กเยาวชน ได้ฉุกคิด นะครับ ในเรื่องของ ทักษะทางชีวิต นะครับ ในเรื่อง คุณธรรม จริยธรรมเนี้ย ก็น้อยลง นะครับ ตรงนี้ ก็เป็นการไปปรับ ตั้งแต่ ระบบการแข่งขัน ในทางการศึกษาทั้งหมด นะครับ

ผมเคยพูดไว้ ตั้งแต่ 2-3 ปี ที่แล้ว ว่าผมเองเนี้ย ผมใฝ่ฝัน จะเห็นว่า การศึกษา ระดับปฐม มัธยมเนี้ย นะครับ เด็กเนี้ย ได้ทำกิจกรรม อาทิตย์ หนึ่งเนี้ย อาจจะ มีเวลาครึ่งวัน สักสองวัน ด้วยซ้ำนะครับ ที่จะไปทำ กิจกรรม คือ การทำกิจกรรมเนี่ย จะเป็นกีฬา จะเป็นศิลปะ จะเป็นกิจกรรม เพื่อส่วนร่วม นะครับ หรือ อะไรก็ตาม เนี้ย มันจะฝึก ให้ เด็กเนี้ย ใช้ชีวิตร่วมกัน และ ก็เรียนรู้ว่า

การอยู่ร่วมกัน โดยการ มีคุณธรรม จริยธรรมเนี้ย มันดีอย่างไร นะครับ การที่ ไม่นึกถึง หลักเหล่านี้ แล้วเนี้ย มันทำให้ เกิดความทุกข์ ทุกข์กับตัวเอง ทุกข์กับเพื่อน ทุกข์ด้วยกัน ทั้งหมด อย่างไร ซึ่งถ้า เราส่งเสริม ให้เกิดตรงนี้ได้ จะเป็นประโยชน์มาก นะครับ แม้แต่ วันก่อน

ผมเป็นประธาน ประชุม เรื่องของ ผู้สูงอายุ นะครับ ก็มีข้าราชการ รายงานว่า ทำยังไง เด็กเรามีความใส่ใจ สนใจผู้สูงอายุ บ้าง ผมก็บอกว่า เอาง่ายๆ ว่าสมมุติ กิจกกรม ในโรงเรียน สักครึ่ง สักสองชั่วโมง ก็ได้ อาทิตย์หนึ่ง ให้เด็ก ไปเยี่ยมผู้สูงอายุ ในชุมชน ไม่มีอะไร เลย ไปนั่งคุย คุยกับ คุณตา คุณยาย สักคน ในชุมชน นะครับ แล้วเรา จะเห็นครับว่า

สิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือว่า ผู้สูงอายุเนี่ย จริงๆ ท่านก็เหงา อยู่แล้ว ท่านก็จะ พูดคุยกับ เด็ก ด้วยความเมตตา ด้วยความเอ็นดู เด็กก็จะเริ่ม เรียนรู้ว่า อ๋อ ผู้สูงอายุ แกเริ่มมีปัญหานะ อาจจะ ลุกไปไหน มาไหนไม่สะดวก ก็จะมีเกิด เกิดความช่วยเหลือ เกื้อกูล ซึ่งกันและกัน นะครับ แล้วก็ ทำให้ คนต่างวัย เนี่ย เข้าใจกัน ดีขึ้น

ผมก็เสนอว่า ของอย่างนี้ น่าทำ นะครับ แต่ว่า ถ้าเรายังไม่สามารถ ไปลดหลักสูตรได้เนี้ย ผมกลัวว่า เด็กนักเรียน ผู้ปกครอง โรงเรียน จะไม่อยากทำ ก็กลัวว่า เดี๋ยวลูกหลาน สอบเข้า มหาวิทยาลัย ไม่ได้ งั้นก็ต้องค่อยๆ ปรับ ปรับด้วยกัน แต่ว่า ผมคิดว่า เป้าหมายเนี้ย น่าจะเป็นอย่างงี้ แล้วก็พร้อมๆ กับ แนวนโยบาย ทางด้านอื่นๆ

พิธีกร (แทนคุณ) : หมายความว่า ในยุคสมัยของท่าน รัฐบาลของท่าน ภายใต้การนำของท่าน นายกอภิสิทธิ์ จะมีโอกาส ได้เห็นเด็กเยาวชน ของเราลักษณะนั้น พฤติกรรมลักษณะนั้นอยู

นายกรัฐมนตรี : ผมจะพยายาม ให้เร็วที่สุด จะพยายาม เดินไปสู่จุดนั้น ให้เร็วที่สุด แต่ก็เรียนตรงไป ตรงมา ว่ามันต้องใช้เวลาสักนิด เพราะขนาดเรา ขยับวิธีการ สอบคัดเลือกนิดเดียว ว่าจะใช้อะไร กี่เปอร์เซ็นต์เนี้ย ยังเป็นเรื่องที่ใหญ่ และใช้ เวลานาน ฉะนั้น ตัวนี่เลย เป็นเรื่องที่ต้อง ค่อยๆ จะเรียกว่า ปรับหรือก็ได้ ในการที่จะทำ

พิธีกร (แทนคุณ) : เริ่มฟังอย่างนี้แล้ว รู้สึกมีความ หวังนะครับ เพราะเรื่องของ คุณธรรม จริยธรรมนั้น เป็นเรื่องที่ ต้องปฏิบัติ ไม่ใช่เรียนรู้ จากหนังสือ หรือตำรา นะครับ ต้องลงไปปฏิบัติ ก็ถามพระคุณเจ้าว่า เราจะมีกระบวนการฝึกฝน หรือสร้างเสริม อุปนิสัย ให้เป็นคนที่มีน้ำใจ เสียสละ ซึ่งคนไทย มีอยู่แล้ว ให้ฟื้นกลับเข้ามา เป็นค่านิยม ที่ถูกต้อง และสร้างสรรค์ ได้อย่างไรครับ

ว.วชิรเมธี : พระอาจารย์ว่า ครึ่งหนึ่ง ของเรา การศึกษา มีอยู่แล้ว สิ่งที่เรา ต้องเติม ก็อย่างที่ ท่านนายก ฯ บอก เติมเนื้อหา เข้าไป อะไรคือ เนื้อหา พระจารย์ คิดว่า ทุกวันนี้เนี้ย การศึกษาไทย เราเน้น หัวสมอง มากไป เราน่าจะเชื่อมโยง หัวสมอง มาสู่หัวใจ

ถ้าเราเชื่อมโยง หัวสมองมาสู่หัวใจได้ เด็กของเรา ดื้อ ดื้อเรียน หลักของเรา ที่เรียกว่า วิชาการด้วย อันนี้ พระอาจารย์ เรียกว่า เป็นวิชาการ แต่เรา จะต้องเติม ไปอีก 2 วิชา

วิชาชีพ เค้าต้องมีวิชาชีพ สำหรับทำมาหากิน เป็นด้วยโดย สุจริต และ วิชาสำคัญที่สุด วิชาชีวิต ท่านนายก ก็คงได้ทราบว่า ช่วงนี้ เด็กของเราเนี้ย ใช้อินเทอร์เน็ต ไปในทาง เสียหาย ใช่ไหม ใช้เทคโนโลยี่ นี่มันขั้นสูง แต่คนนี่ คุณธรรม มันอยู่ขั้นต่ำ

ฉะนั้น เพราะใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เอามารองรับอะไร ในเรื่อง กามรมณ์ เห็นไหม เรื่องการ ทำมาค้าขาย ของที่ไม่ดีทั้งหลาย แล้วก็เกิด เป็นเรื่อง เป็นราว ขึ้นมา ฉะนั้น การศึกษาไทย จะต้องเติมใน 3 เรื่องนี้

1. วิชาการ เด็กๆ จะต้อง ได้เรียนอย่างดีที่สุด อยากเรียน ต้องได้เรียน อาตมาเชื่อมั่นอย่างนั้น ว่า ยุคสมัย ของการด้อยโอกาส ทางการศึกษา ในสมัยของสังคมไทย ควรจะจบสิ้นลงไป อยากเรียน ต้องได้เรียน วิชาการ ต้องแน่นเปรี้ย

2. วิชาชีพ เค้า ต้องมีศักยภาพ ในการทำมาหากินเป็น เพราะอะไร ถ้าเราไม่เตรียม วิชาชีพ ให้ เค้าคอรัปชั่น จะมา ช่องว่างของคอรัปชั่น คืออะไร คน เนี้ย ไม่สามารถ ทำมาหากิน โดยสุจริตได้ ทำไม ไม่สามารถ ทำมาหากิน โดยสุจริต เพราะว่า เราไม่ได้เตรียม ตรงนี้ เราเตรียม แต่ การสอบ แข่งขัน

3. วิชาชีวิต จะทำให้เค้ารู้ว่า อะไรถูก ควรทำ อะไรผิด ควรเว้น อะไรคือ สิ่งที่เรียกว่า จิตสำนึกสาธารณะ อะไรคือ สิ่งที่เรียกว่า การรู้ กาลเทศะ อะไรคือ ความควรไม่ควร อะไรคือ สิ่งที่เรียกว่า ตัวเองควรให้ แก่สังคม อะไรคือ สิ่งที่สังคม ควรให้แก่ตัวเอง วิชาเหล่านี้

3 วิชานี้ อาตมา จะต้องฝาก ท่านนายก ฯ วิชาการเด็กไทย จะต้องได้เรียน อย่างดีที่สุด วิชาชีพ เรื่องสัมมาอาชีวะ จะต้องเติมลงไป และก็ วิชาชีวิต นี่คุณธรรม จริยธรรม

ตรงนี้เอง อาตมา ขอเล่านิดนึ่งว่า เคยทำโรงเรียน เตรียมสามเณร ที่จังหวัดเชียงราย ได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จ สมเด็จ พระเทพรัตน ฯ ของเรา เสด็จไป ทรงเยี่ยม โครงการ พระองค์เยี่ยม โรงเรียนเตรียมสามเณร

ตอนแรก ยังไม่ได้ชื่อโรงเรียน เตรียมสามเณร นะ เป็นโรงเรียน สามเณรธรรมดา ก็มีรับสั่ง ว่า เอ้ เตรียมแพทย์ เราก็มี เตรียมทหาร เราก็มี เตรียมตำรวจ ก็มี ท่านนายก ฯ ก็เป็น เตรียมจุฬา ใช่ไหม ท่านก็รับสั่งว่า เอ๊ะ ทำไม ไม่มี เตรียมสามเณร ล่ะ พระอาจาร์ย น่าจะทำ โรงเรียน เตรียมสามเณร และ นั่น เป็นเหตุให้ อาตมภาพ ทำโรงเรียน เตรียมสามเณร แห่งแรก ในประเทศไทย ขึ้นมา ถ้าเรา ทำตรงนี้สำเร็จ ปัญหาเรื่อง พระที่มี ศีลาจารวัติ ไม่งาม อย่างที่เป็นข่าว จะหายไป

พิธีกร (แทนคุณ) : ครับ สาธุ การเพิ่มพื้นที่เนี้ยนะครับ เป็นสิ่งสำคัญมาก ซึ่งมีทั้งพื้นที่จริงๆ ที่เรา อาศัยอยู่กัน แล้วก็พื้นที่ ในแง่ของอากาศ คือ สื่อมวลชน พื้นที่ ในการทำกิจกรรม ท่านมีนโยบาย ในการผลักดัน สิ่งเหล่านี้อย่างไร ครับ และก็ โดยเฉพาะการสร้างความสัมพันธ์ ในความครัว ซึ่งถือว่า เป็นเหน่วยที่เล็กที่สุด ในสังคม แต่เป็น สถาบันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของโลกก็ว่าได

นายกรัฐมนตรี : จริงๆ โลกยุคนี้ พื้นที่อากาศ แพงกว่า เยอะเลย ใครอยู่ใน วงการสื่อสารมวลชน ทราบเลยว่า สปอตโฆษณา แค่ 30 วินาที ราคาเท่าไหร่ เพราะฉะนั้น ตรงนี้สำคัญนะครับ ก็จะไป สัมพันธ์ กับ

เรื่อง นโยบาย การปฏิรูปสื่อ นะครับ ซึ่งรัฐบาล ก็กำลัง มีการดำเนินการ นะครับ ท่านรัฐมนตรี สาธิต วงศ์หนองเตย กำลังเร่งรัด ในเรื่องของ การที่เรา จะต้อง มีองค์กร ที่จะมา กำกับดูแล จัดสรร คลื่นความถี่ ซึ่งไม่ต้อง เป็นเรื่องว่า จะจัดให้ใคร แต่ว่า จัดเพื่ออะไร นะครับ

เพราะฉะนั้น ในเรื่องของเวลา ของ สถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ ที่คุณจะต้องมี ในเรื่องที่เป็น ประโยชน์กับสังคม นะครับ ก็จะเป็น นโยบายสำคัญ ที่จะต้อง ผลักดันกัน ต่อไป อันนี้ ก็เป็นในแง่ของ การสร้างพื้นที่ี

ว.วชิรเมธี : ตรงนี้ ประมาณตน นิดนึง ได้มั้ยว่า ทางรัฐบาล มีแนวคิด ทำพื้นที่ ให้สื่อสีขาว อย่าง รายการ ธรรมะดีๆ รายการ เด็กดีๆ

นายกรัฐมนตรี : ผมคิดว่า เรากำลัง ที่จะกำหนด เรื่องของช่วงเวลานะ ครับ ในแง่ ของรายการ สำหรับเด็ก และเยาวชน ที่เป็นรายการ ที่เป็นประโยชน์ ซึ่งก็ผสมผสานกันนะครับ ทั้งเรื่องของความรู้ ทั้งเรื่องของพื้นที่สีขาว แต่ว่า สิ่งที่ท้าทายมากนะครับ ก็คือ จริงๆ แล้วเนี่ย บางทีเราบอกว่า เราผลิตรายการ ดีนะครับ ก็คือ คนผลิตเนี่ย ผลิตออก มาตั้งใจบอก เป็นรายการดี แต่ปรากฎ ไม่ค่อยมีคนด ูเดี๋ยวนี้ เนี่ย มันมีช่องว่าง ระหว่าง สิ่งที่เรา อยากจะบอก กับ สิ่งที่คนอยากจะฟัง

พิธีกร (แทนคุณ) : เค้าบอก ข่าวร้าย ลงฟรี ข่าวดี เสียตังค์ นะครับ

นายกรัฐมนตรี : ที่มันท้าทายกันตรงนี้ ว่าทำอย่างไร เวลาที่ เรามีพื้นที่ ตรงนี้แล้วเนื่ย เราสามารถ ทำรายการ ที่สามารถเจาะเข้าไปได้ จริงๆ นะครับ ตรงนี้ ก็จึงเป็นเหตุผล ว่า รูปแบบของสื่อ ที่จะออกไป ก็อาจจะต้อง ปรับให้มีความ ทันสมัย มากขึ้นนะครับ อันนี้ ก็สำคัญ ส่วนในแง่ ของ ครอบครัว นะครับ ผมคิดว่า ก็เป็นเรื่อง ของ ค่านิยม ผมก็ เห็นใจจริงๆ เพราะว่า

ความบีบรัดทางเศรษฐกิจ คือปัจจัยสำคัญ ผมเชื่อจริงๆ พ่อแม่ทุกคนรักลูก แต่ว่า ความที่จะต้องดิ้นรน ในการหารายได้ นะครับ อยู่ในเมือง ก็ออกไปทำงานกัน ทั้งสองคน กว่าจะกลับมา ก็ดึกดื่น อยู่ชนบท ก็เข้ามาอยู่ในเมือง ฝากลูกไว้ กับ คุณตาคุณยาย มันก็ยังเป็นปัญหาใหญ่ แต่ว่า เราก็พยายาม ที่จะส่งเสริม นะครับ ที่ผ่านมา ก็เดี๋ยวนี้ เราก็กลายเป็น ประเพณีแล้ว ใช่มั้ยครับ

สงกรานต์ ปีใหม่ ก็กลับไปหาครอบครัว แต่ว่า เราจะทำอย่างไร ที่จะทำให้คนเนี่ย รักษาความใกล้ชิด ความอบอุ่น กับลูกหลาน ตัวเองด้วย


พิธีกร (แทนคุณ) : ก็มีคำถาม ถึงท่านนายกโดยตรง เลยนะครับ ท่านเลี้ยงลูกอย่างไร ให้ปลอดจากอบายมุข ซึ่งท่านเอง ก็เป็นคนท ี่เสียสละนะครับ ทุ่มเทเรื่องการบ้านการเมือง มาตลอดชีวิต ของท่านที่ผ่านมาก็ว่าได้ แล้วก็ ยังมีลูก อยู่ในวัยรุ่นด้วย

นายกฯ : ผมคิดว่า ที่สำคัญก็คือ ความใกล้ชิด กับความเอาใจใส่ นะครับ ผมก็จะสังเกตดู นะครับ ลูกผมตอนนี้ ก็โตแล้วนะครับ 18 คนนึง 15 คนนึง ก็ถือว่า เป็นวัยรุ่นแล้ว แต่ว่า

สิ่งที่สำคัญ ก็เรา ก็ดูว่า เค้าชอบอะไร เค้าทำอะไร นะครับ ผมก็เห็นเค้าอยู่ หน้าคอมพิวเตอร์ วันนึงอาจจะ มากหน่อย เราก็บอก ขอสัก 2 ชั่วโมง ได้มั้ย แล้วก็คอย ถามๆ คุยๆ กับเค้าบ้าง ว่าเค้าทำอะไร เค้าดูอะไร เผื่อที่ว่า เราจะได้ แนะนำ เค้าว่าทำไม ไม่ใช้อันนี้ ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งก็ต้อง หาความพอดี ความพอดี ก็คือว่า ไม่ใช่ปล่อยเค้าไปเลย ไม่รู้เลยว่า เค้าทำอะไร มันก็ มีช่องว่าง ขณะเดียวกัน ไปยุ่งกับ เค้ามาก เค้าไม่ชอบ หรอก เพราะเค้าโตแล้ว

พิธีกร (แทนคุณ) : เป็นประชาธิปไตย ในครอบครัวนะครับ

นายกรัฐมนตรี : ก็ต้องอาศัยความพอดีตรงนี้ครับ

พิธีกร (แทนคุณ) : พระคุณเจ้า ล่ะครับ เมื่อสักครู่ ท่านพูดถึงเรื่อง การอ่าน การอ่าน มีผลอย่างไร ต่อการพัฒนาความคิด ทั้งเรื่องกาย เรื่องสังคม เรื่องจิต และเรื่องปัญญาครับ

ว.วชิรเมธี : ตรงนี้ พระอาจารย์ ขอเล่านิดนึง เมื่อคืนนี้ พระอาจารย์กลับมาจากใต้หวัน ก่อนท่านนายก สักชั่วโมงนึงได้ ก็ไปร่วมงาน สัปดาห์ หนังสือโลก ที่ประเทศ ใต้หวัน แล้วที่น่า ชื่นชมมาก ก็คือ งานสัปดาห์หนังสือ ของเค้าเนี่ย เป็นงานที่ ต้องซื้อบัตร เข้าไปชม แต่เชื่อมั้ยว่า คนเนี่ย ต่อคิวกัน ยาวเหยียด

พิธีกร (แทนคุณ) : ผมทราบว่า เป็นหมื่นเลยใช่มั้ยครับ

ว.วชิรเมธี : เป็หมื่น เป็นแสน คนเยอะมาก แล้วที่ น่าทึ่งมากที่สุด คืออะไร ท่านประธานาธิบดี ของเค้าเนี่ย เป็นหนอนหนังสือ ท่านมาเปิดงาน ไม่พอ ท่านไปเยี่ยมชม ที่บูทไทย แล้วซื้อหนังสือไทย หลายเล่ม พระอาจารย์ ก็ได้มอบ งานเขียนให้ท่านเล่มหนึ่ง ซึ่งเป็นหนังสือธรรมะ ภาคภาษาจีน ของ พระอาจารย์ แต่ที่ ทึ่งยิ่งกว่านั้น ก็คือ

เท่าที่ได้คุยกันท่าน เล่าว่า ที่ใต้หวัน ท่านมี ร้านหนังสือ 24 ชั่วโมง พระอาจารย์ ก็ไปพิสูจน์ ตอน 3 ทุ่มนะ ท่านนายก อาตมา อยากรู้ว่า ราคาคุย รึเปล่า ก็ไปดูปรากฎว่า 3 ทุ่ม ที่อาตมาไป คนประมาณ 200-300 คน อยู่เต็ม ร้านหนังสือ และ เป็นอย่างนี้ตลอด

ร้านหนังสือ 24 ชั่วโมง ที่นี่ มี 43 สาขา ทั่วประเทศ สิ่งที่อาตมา ตั้งข้อสังเกต ก็คือว่า ถ้าคนเค้า มีพลัง การอ่านน้อยเนี่ย ร้าน 24 ชั่วโมง เกิดขึ้น ไม่ได้ อันนี้ เป็นสิ่งที่ อาตมา อยากเห็น เกิดขึ้น ในเมืองไทย ก็คือ

จะทำอย่างไร ให้ สังคมไทย เป็นสังคมที่ รักการอ่าน รัการเขียน รักการเรียนรู้


รักการอ่านเนี่ย เราจะสามารถคิดได้ ในระดับ ที่ใกล้เคียงกัน

รักการเขียน เราจะกลายเป็น นักจดบันทึก ฐานข้อมูล ต่างๆ จะถูกเก็บไว้ อย่างเป็น ระบบ ระเบียบ คนรุ่นหลัง มาศึกษา หาความรู้เนี่ย ตามหารากเหง้า ของตัวอง ได้เจอทั้งหมด แล้วก็

รักการเรียนรู้ ถ้าสังคมไทย เป็นสังคม ฐานความรู้ ได้เมื่อไหร่นะ เครื่องลางของขลัง จะลดลง ใช่มั้ย เพราะฉะนั้น เราจะต้อง เปลี่ยนสังคม ฐานความเชื่อ ไปเป็นสังคม ฐานความรู้ เนี่ย อาตมา อยากเห็น ท่านนายก เข้ามาช่วย ในเรื่องการ ส่งเสริม การรักการอ่าน

พิธีกร (แทนคุณ) : โดยเฉพาะ ตั้งแต่เด็กแรกเกิดเลย ตั้งแต่เด็กปฐมวัย

ว.วชิรเมธี : อาตมาคิดว่า ทุกวันนี้ พ่อแม่ อยากให้ ลูกเรียน ภาษาอังกฤษ ตั้งแต่เด็กๆ ใช่มั้ย ตั้งแต่ อนุบาล อาตมา่อยากให้ พ่อแม่ ของเราเนี่ย เอาธรรมะ ก็ดี การรักการอ่าน ก็ด ีเข้าไปสู่ ลูกหลาน ตั้งแต่ ยังอยู่อนุบาล

พิธีกร (แทนคุณ) : ขออนุญาต ถามท่านนายก นะครับว่า มีนโยบาย จะลดความเป็น วัตถุนิยม รวมทั้ง ข้อคิด ที่เป็น ธรรมะ ง่ายๆ ให้กับ เด็กปัจจุบัน หรือ มั้ยเค้าฟุ้งเฟ้อ จนหาเงิน โดยไม่ถูกวิธี

นายกรัฐมนตรี : ที่จริงแล้วเนี่ย คนไทย ก็โชคดีนะครับ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน แนวพระราชดำริ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แล้วก็ สิ่งที่ท่าน รับสั่ง ไว้เนี่ย ผมคิดว่า ต้องช่วยกัน ทำความเข้าใจ

บางคนบอกว่า เศรษฐกิจพอเพียง แปลว่า เหมือนกับ ปฏิเสธ อะไรทุกสิ่ง ทุกอย่าง พระองค์ท่าน ไม่ได้รับสั่งอย่างนั้น


มีพระราชดำรัส ด้วยซ้ำว่า บางเรื่องแม้ว่า เป็นความหรูหรา หรืออะไรก็ได้ แต่ว่า ต้องรู้ ต้องประมาณตน ว่ากำลังเรา มีแค่ไหน ถ้าเราสามารถ หามาได้ ก็ไม่เป็นไร แต่การหา มาเนี่ย เป็นการหามา ที่ทำให้เรา ต้องไปเป็นหนี้ เป็นสิน แล้วก็ ไม่มี ปัญญา ที่จะไปใช้ ถ้าการหามา เป็นการ ไปเบียดเบียน ของคนอื่น เค้ามาเนี่ย อย่างนี้ ก็ไม่ถูกต้อง


พิธีกร (แทนคุณ) : โลภมาก ก็เบียดเบียน คนอื่นมาก

นายก : เพราะฉะนั้น ผมว่า ต้องอยู่บน ความพอดี แล้วก็ ย้ำอีกทีว่า บางทีเรา พยายามที่จะ ปลูกฝัง บางสิ่งบางอย่าง เนี่ย เราทำหลายอย่าง มันเกินจริง คือจะไป ห้าม เสียทุกสิ่งทุกอย่าง เลย แล้ว มันขัดกับ ธรรมชาติมนุษย์ เนี่ย

ในที่สุด มันทำไม่ได้ แต่ว่า ถ้าเราเดิน ในทางที่มัน เป็นทางสายกลาง ที่เป็น ความพอประมาณ เนี่ย ผมคิด ว่าจะมี ความเป็นไปได้ มากกว่า เพราะฉะนั้น ก็อย่าไปสุดโต่ง อย่าไปต่อต้าน อย่าไปบอก โอ้ ของใหม่ เป็นไปไม่ได้ หรอกครับ ผมไม่เห็นเลย ใครๆ ที่พยายาม จะต่อต้าน เทคโนโลยี สิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ เนี่ย อาจจะ รณรงค์กัน อยู่ได้สักพักนึง แต่สุดท้าย ก็ต้องยอม รับโดยดี เห็นมั้ยครับ

ดู 10 กว่าปี ที่ผ่านมา ดู โทรศัพท์มือถือ เนี่ย เมื่อก่อน เราบอก จะต้องใช้ รึเปล่า แต่ เดี๋ยวนี้ ผมเห็น คนพก เป็น 2 เครื่อง 3 เครื่อง 4 เครื่อง นะครับใช้ คุ้มค่าบ้าง ไม่คุ้มค่าบ้าง แต่เราต้านไม่ได้ อยู่ที่เรา จะทำยังไง ให้คน มีความพอดี

พิธีกร (แทนคุณ) : ถามพระอาจารย์ น่าจะเป็นคำถามใกล้ จะสุดท้าย แล้วนะครับ

เรื่องความสามัคคี ของ คนในชาติ
วัตถุนิยม มีส่วนเดิม ทีเราเป็น ทุนนิยม ตอนหลัง เราเป็น ธรรมะนิยม ตอนนี้ ก็เป็นทุนนิยม

ก็คือ คนเห็นแก่ตัว เห็นแก่ผลประโยชน์มาก ขึ้น ธรรมะเนี่ย บางคนบอก เป็นเรื่อง อุดมคติเกินไป เวลาปฏิบัติ เรื่องเห็นแก่ตัว ผลประโยชน์ มันใช้ไม่ได้ แต่ว่า ปรากฎว่า ผลของ การไม่ใช้ธรรมะ มันก็เกิด ความเสียหาย แก่ ประเทศชาติ พระอาจารย์ มีข้อคิด ที่จะเตือน คนที่ประพฤติ ไม่ชอบ หรือว่า ทุจริตคอรัปชั่น อย่างไรครับ

ว.วชิรเมธี : ตรงนี้เนี่ย พระอาจารย์ อยากเล่า นิทานปรัชญา สั้นๆ คือ

ที่อินเดียเนี่ย มีครอบครัวหนึ่ง พ่อเค้าสอนลูก ให้พูดความจริง ลูกเดินออกจากบ้าน
ไปที่โรงเรียน ไปถามเพื่อนว่า เคยโกหกมั้ย เพื่อนบอกเคย
ถามครู ครูเคยโกหกมั้ย ครูบอกเคย
เดินกลับบ้าน ถามแม่เค้า เคยโกหกมั้ย เคย
ก่อนกลับบ้าน ถามหลวงพ่อ เคยโกหกมั้ย หลวงพ่อบอก เคย
กลับบ้านมา เข้าไปกราบพ่อ บอก พ่อครับ โลกนี้ คนไม่เคยโกหก เห็นจะมีแต่ พ่อล่ะครับ แม่ลุกขึ้นยืนเลย บอกว่า กฤษณะ พ่อแก นี่ตัวดี


นี่คือ สิ่งที่พระอาจารย์ อยากจะบอกว่า การถ่ายทอด คุณธรรม จริยธรรม ทำไม่สำเร็จ ด้วยการเทศน์ เพียงอย่างเดียว ฉะนั้น ที่นายกฯ เริ่มไว้ ตอนแรก ว่า ทุกภาคส่วน ทุกองคาพยพ ของสังคม เราจะต้อง เคลื่อนไหวไปด้วยกัน

สิ่งสำคัญที่สุด ในเมืองไทยตอนนี้ คือ

1. คุณภาพคน ทำไมเรา เข้าสู่วิกฤตบ่อยครั้ง ในรอบ 2 ทศวรรษ ที่ผ่านมา ใช่ไหม ปี 2535 เราก็ พฤษภาทมิฬ
ปี 2540 วิกฤตต้มยำกุ้ง
ปี 2548, 2549 ,2550 ไม่ต้องพูดถึง วิกฤตกัน จนกลายเป็น คนป่วยของเอเชีย อันนี้คือ คุณภาพคน

เรื่องที่ 2. ก็คือ การคอรัปชั่น ทำไมคอรัปชั่น กลายเป็น วัฒนธรรม กระแสหลัก ของประเทศ อันนี้ จะต้องช่วยกันถอด รู้ให้ได้ ว่า เด็ก แม้แต่ ทุกช่วงวัย เดี๋ยวนี้ เห็นแล้ว เรื่องของ การคอรัปชั่น เป็นเรื่องธรรมดา พูดถึง เรื่องคอรัปชั่น เค้าจะใช้ คำๆ หนึ่งว่า ใครๆเค้าก็ทำกัน

ทำอย่างไร เราจะทำให้ เด็กพูดว่า คอรัปชั่นเหรอ โอ้โห นี่มัน อาชญากรรม นะเนี่ย ใครทำเป็น เรื่องใหญ่โตมโหฬาร น่ารังเกียจสุดๆ นี่คือ เรื่อง คอรัปชั่น เนี่ย จะต้อง ถอดถอน แล้วก็ สานค่านิยม

สังคมไทยนี้ เป็นสังคม ที่มี เอกภาพ มาแต่เดิม อาตมา ไม่อยากเห็นว่า มีไทยเหลือง ไทยแดง หรือ ไทยเหนือ ไทยอะไร เมื่อพูดถึง คำว่าไทย อาตมา อยากให้เรา นึกถึง คำว่า ไทยแลนด์ ไทยหนึ่งเดียว เหมือนที่ บารัค โอบามา บอกว่า เมื่อพูกถึง อเมริกา ขอได้มั้ย อย่ามี อเมริกา-เดรโมเครต อย่ามี อเมริกา-รีพลับบลิค ขอว่าเป็น อเมริกา ที่เป็นหนึ่งเดียว

อันนี้ อาตมา ขอฝาก ท่านนายกว่า ถ้าทำได ้เมืองไทย ก็จะเจริญแน่นอน

พิธีกร (แทนคุณ) : เรื่องความสามัคคี ก็เป็นคุณธรรม นะครับ อยากจะเชื่อมโยง ให้เห็นว่า คุณธรรม นอกจาก จะเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล แล้ว ท้ายที่จริงแล้ว ก็ยังเป็น นโยบาย ที่สามารถ ที่จะพลิกฟื้น คืนความน่าเชื่อถือ ให้กับประเทศชาติด้วย ต้องม ีความซื่อสัตย์ ความเสียสละ ท่านนายก มีความคิด ที่จะสร้างความสามัคคี อย่างไรครับ

นายกรัฐมนตรี : เรื่องความสามัคคีเนี่ย ก็ต้องสร้าง ด้วยการให้ความ เป็นธรรม ให้ทุกคน มีความรู้สึกว่า อยู่ในสังคมนี้เนี่ย เราอยู่ด้วย ความเท่าเทียม ให้เกียรติ ซึ่งกัน และกันนะครับ เพราะฉะนั้น ผมก็ใช้ แนวนี้ในการปฏิบัติ กับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่า จะมีความคิดเห็น ในทางการเมืองอย่างไร นะครับ ก็หมายถึง การบังคับใช้กฎหมาย โดยความเสมอภาค คดีความต่างๆ ว่าตรงไปตรงมานะครับ เชิญชวนทุกฝ่าย ให้เข้ามา มีส่วนร่วม ในการช่วยคิด ช่วยทำ สร้างสรรค์บ้านเมือง ต่อไป

ก็เลยขออนุญาต เพราะว่า รู้สึกว่า เวลาใกล้จะหมดแล้วนะครับ อยากจะเรียนอย่างนี้ นะครับว่า ในส่วนของการ ทำพื้นที่สร้างสรรค์ ผมกำลังให้ดูอีก โครงการหนึ่ง ยังไม่ได้ตั้งชื่อ นะครับ แต่เอาคร่าว ๆ ว่า “ลานบุญ ลานปัญญา” เพราะเรา มีความคิดว่า ต่อไป การกระตุ้นเศรษฐกิจ คือ

การไปทำโครงการ ขนาดเล็ก ๆ ในชุมชนต่าง ๆ ก็คิดว่า สถาบันศาสนา เอาล่ะ ถ้าพุทธศาสนา ก็คือ วัด ถ้าศาสนาอื่น ก็จะมีสถานที่สำคัญ เราไป ปรับปรุง สถานที่เหล่านั้น ให้กลับมา เป็นศูนย์กลาง ในการระดมชุมชน

ทำไม เราจะต้องไป ทุกอย่าง ก็ไป ห้องประชุม หอประชุม เรากลับมา ที่วัดได้ไหม จะปรับปรุง เป็นลานสำหรับใช้ เวลาใน เสาร์-อาทิตย์ พ่อแม่ ลูกหลาน พระคุณเจ้า หรือ ผู้นำทางศาสนา มาใช้ จะทำกิจกรรม และ ก็ ไม่จำเป็น จะต้อง เป็นกิจกรรม ในเรื่องของศาสนา อย่างเดียว เราก็ แทรกเรื่องอื่น ๆ เข้าไป ซึ่งทำให ้ประชาชน หันกลับเข้ามา ตรงนี้มากขึ้น

อันนี้ เป็นตัวอย่าง สิ่งที่จะทำต่อไป ได้ให้ท่านรองนายก กอร์ปศักดิ์ ซึ่งดูแล ในเรื่องของ การกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ไปใช้อันนี้ เพราะเราคิดว่า ปรับปรุงโรงเรียน สถานีอนามัย สถานที่สำคัญทางศาสนา ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่ง ของมาตรการทางเศรษฐกิจด้วย

พิธีกร (แทนคุณ) : สุดท้ายครับ พร้อมกับฝาก ทิ้งท้ายด้วย เรื่องของการ พัฒนาการศึกษา การพัฒนาครู หัวใจสำคัญ ของความเป็นครูนั้น อยู่ที่ไหนครับ

ว.วชิรเมธี : อาตมาว่า อยู่ที่ การเอายอดคน มาเป็นยอดครู เพราะอะไร ครูคือ วิศวกรของสังคม ถ้าเราปล่อยให้ ใครก็ได้มาเป็นครู คำถาม ก็คือ แล้วคนรุ่นใหม่ ของเรา อยู่กับใคร

ฉะนั้น จะต้องเอายอดคน มาเป็นยอดครู เราไปดูคนอย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เห็นไหม นิวตัน ก็ดี ระพินทร์ นาถฐากูร ก็ดี แม้แต่ คนดัง ๆ ทั้งหลาย ที่มีชื่ออยู่ใน ประวัติศาสตร์โลก เขาเลือกอาชีพครู

แต่ในเมืองไทย ของเรา ถ้าเรา ยังให้ความสำคัญ กับ ครู น้อยอยู่ เด็กของเรา จะมีชะตากรรม ที่ไม่น่าชื่นชมเท่าไร เพราะฉะนั้น สาระสำคัญที่สุด ไปเชิญ ยอดคน มาเป็น ยอดครู ก่อน แล้วหลังจากนั้น คนเก่ง ๆ ทั้งหลาย จะอยากเป็น ครู และเด็ก ๆ ก็ได้เรียน กับ ยอดคน ทั้งนั้น พอได้เรียน กับ ยอดคน เราก็ไม่ห่วงแล้ว ว่าคนรุ่นใหม่ ของเรา จะมีคุณภาพ มากน้อยแค่ไหน อันนี้ เป็นเรื่องที่ อาตมา ห่วงมาก

พิธีกร (แทนคุณ) : ทิ้งท้าย ให้ท่านนายกฯ ได้ฝากให้ เชิญชวนให้คน มาสนใจปฏิบัติธรรม และทำความดีครับ

นายกรัฐมนตรี : อย่างที่เรียนนะครับ พรุ่งนี้ก็เป็น วันสำคัญ ทางพระพุทธศาสนา และมี การจัดกิจกรรม มากมาย อยากเชิญชวน พุทธศาสนิกชน ทุกท่าน และ สิ่งที่อยู่ ในการสนทนา ในวันนี้ ทั้งหมด ก็เป็นแนวทาง ซึ่งรัฐบาล จะได้ยึดถือ และ ไปพิจารณา ในการที่จะ ขยายผล ต่าง ๆ ได้อย่างไร สำหรับเวลาของรายการในวันนี้ คงใกล้จะหมดแล้ว ก็อยากจะเรียนว่า

ผมเองได้พูดตั้งแต่ต้นว่า รายการ ที่จะจัด ทุกวันอาทิตย์ เป็นรายการ ที่ผมมุ่งเน้น ที่จะรายงาน ผลการทำงาน แล้วก็ได้พูดถึง แนวคิดของ การที่ จะนำพา บ้านเมือง ผมพูดมาตั้งแต่ต้นว่า ในสถานการณ์ บ้านเมืองในปัจจุบัน

ลำพังผม หรือรัฐบาล ทำงานเท่าไร ประสบความสำเร็จ ยาก ผมต้องระดม ทุกภาคส่วน เข้ามา เพราะฉะนั้น ในโอกาสข้างหน้า จะมีการเชิญ ผู้นำ ทางความคิด หรือ ผู้นำทางด้าน อื่น ๆ มาร่วม อยู่เป็นระยะ ๆ ตามสถานการณ์ ที่เหมาะสม แต่ว่า สำหรับสัปดาห์นี้ เวลาคงหมดเพียงเท่านี้ วันอาทิตย์หน้า พบกับใหม่ครับ สวัสดีครับ
พิธีกร (แทนคุณ) : สวัสดีครับ
ว.วชิรเมธี : เจริญพร

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th วันที่ข่าว 08 กุมภาพันธ์ 2552 เลขที่ข่าว 255202080064
ผู้สื่อข่าว : เสาวนีย์ นิ่มปานพยุงวงศ์ Rewriter : พรภัสสร ปิ่นสกุล


พิมพ์ ข่าวนี้ เชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯ อภิสิทธิ์ วันที่ 8 ก.พ. 52



อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้องได้จาก

  • เชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายกฯ อภิสิทธิ์ ออกอากาศ 18 มกราคม 2552
  • เชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายกฯ อภิสิทธิ์ ออกอากาศ 25 มกราคม 2552
  • เชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายกฯ อภิสิทธิ์ ออกอากาศ 1 กุมภาพันธ์ 2552
  • จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    February 7, 2009

    “สนธิ” จวก “จงรัก” แฉ 3 เครือข่าย ขายวิญญาณให้ “ทักษิณ”

    Filed under: การประชุมอาเซียน,การเงินของโลก,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ก่อความไม่สงบ,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คอร์รัปชั่น,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,พันธมิตรประชาชน,ภาคการเงินของโลก,วิกฤติ,หมายจับ,หมิ่นเบื้องสูง,อาชญากรรม,เสื้อแดง — accomthailand @ 06:51
    Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

    “สนธิ” แฉ 3 เครือข่าย หนุน “นช.แม้ว” จวก “จงรัก” ขายวิญญาณให้ “ทักษิณ”
    สนธิ แฉ 3 เครื�ข่าย หนุน นช.แม้ว

    สนธิ แฉ 3 เครือข่าย หนุน นช.แม้ว


    “สนธิ” ชำแหละเครือข่าย “ระบอบแม้ว” แฉ “พรรคร่วม” ตีสองหน้า แอบสบคบคิด “ทักษิณ” ขณะที่ “ตำรวจ” เอียงข้างปล่อย “ม็อบเสื้อแดง” บุกตี “พันธมิตรฯ” อัดยับ “จงรัก ซานติก้า” เก่งแต่ดำเนินการ กับ “สนธิ” แต่ไม่ดำเนินคดี หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กับ “ม็อบถ่อย” สุดช้ำ ตร.สั่งไม่ฟ้องคดี “เสื้อแดง” บุกทำลาย “บ้านป๋าเปรม”


    รายการ “พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย” ออกอากาศทาง เอเอสทีวี-ทีวี ของประชาชน ช่วงเวลา 20.30-23.00 น. วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2552 พบกับ การปราศรัย ของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย


    คลิกที่นี่ เพื่อฟัง รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”

    คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” (56 K)
    คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” (256 K)
    จาก manager multimedia


    สนธิ – พี่น้องครับ วันนี้มีเรื่องพูด เยอะเหลือเกิน ผมเลยต้องพูด 2 ช่วง เรื่องที่จะพูดนั้นมีอยู่ประมาณ 3-4 เรื่อง ผมจะมาออกรายการทุกๆ วันศุกร์ กับพี่น้อง เป็นประจำนะครับ

    ก่อนจะเข้าสู่เรื่อง ขออนุญาตนิดหนึ่ง พูดเรื่องข่าว ที่จะเรียกว่าประชาสัมพันธ์ก็ได้ หรือจะเป็นข่าว ที่จะขอร้องกันก็ได้ พี่น้องนอกจาก คอนเสิร์ตการเมือง ที่พี่น้องหลายท่าน จะไปกัน และหลายจังหวัด จัดกันแล้ว ยังมี คอนเสิร์ตอีก 2 ครั้ง เป็น คอนเสิร์ตดนตรี ที่ผมต้องขอร้อง พี่น้องกัน คอนเสิร์ตแรกคือ คอนเสิร์ตของ แฮมเมอร์ วันที่ 21 กุมภาพันธ์

    ผมอยากจะเชิญชวนพี่น้อง ที่ฟังข่าวนี้ ฟังเรื่องฟังราวนี้ ไปกันให้หมด เพราะว่า แฮมเมอร์ วงดนตรีที่ไม่เคยหลบ แอบ ในเรื่องของจุดยืน ในการรัก พระมหากษัตริย์ นะครับ แฮมเมอร์อยู่กับเรามาตลอด

    ตั้งแต่ รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่สวนลุมพินี เรื่อยมา จนกระทั่งฝ่าดงลูกปืน ระเบิด ฝ่าความชั่วร้าย ร่วมต่อสู้กับ พวกสัตว์นรกทั้งหลาย จนกระทั่ง วันนี้ 30 ปี ของ แฮมเมอร์ นั้น พวกเรา ถ้าต้องการแสดงน้ำจิตน้ำใจให้ แฮมเมอร์ เราไปกันให้เต็ม อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก


    เรื่องที่ 2 คือ รายการเวที พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จากนี้ไป ในห้องส่ง จะไม่มีแล้ว จะมี เฉพาะวันศุกร์ที่นี่ วันศุกร์ เท่านั้นเอง

    ส่วนรายการในห้องส่งนั้น ก็จะเปลี่ยนไป คุณแอน จินดารัตน์ จะมาในมาดใหม่ใน รายการ ที่เรียกว่า “แอน-จินดารัตน์” เป็นรายการคุณแอน จินดารัตน์ มีรายการ “คนในข่าว” “ค.คนคอข่าว” ซึ่งจะเป็น เรื่องเศรษฐกิจ ต่างประเทศ สังคม และ เตรียมพบกับ รายการคุณภาพ “ตัวโน้ตพันธมิตร” คนจัดทำคือ นักร้องพันธมิตรฯ ชื่อ มิเกล

    และเตรียมพบกับ รายการออดิชั่น นักแสดง และ นักร้องหน้าใหม่ ของ เอเอสทีวี ที่ พี่ตั้วเป็นคนจัดนะครับ ผมอยากจะฝากผ่านเวทีนี้ไปยัง พ่อแม่พี่น้อง ชาวพันธมิตรฯ อเมริกา USA ที่ลอสแองเจลิส และทุกๆแห่ง

    ASTV ได้จัดรายการ พันธมิตรฯ ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไปที่ สหรัฐอเมริกา เพื่อจะไปขอบคุณ คนไทยในอเมริกา ที่เป็นกำลังใจมาให้เรา ตลอดหลายปี และ ก็ร่วมส่งเงินส่งทอง และ จัดกิจกรรมร่วมกัน การไปครั้งนี้ เราจะไป 40 กว่าชีวิต และ

    6 กุมภาพันธ์ 2552 พบกับ การปราศรัย ข�ง นายสนธิ ลิ้มท�งกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่�ประชาธิปไตย

    6 กุมภาพันธ์ 2552 พบกับ การปราศรัย ของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย


    จะเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ ที่แกนนำ ทั้ง 5 คน รุ่น 1 และรุ่น 2 ไปด้วย ยากที่สุด แต่สำเร็จแล้ว คือการเชิญ พี่จำลอง ศรีเมือง ไป

    และในที่สุด พี่จำลอง ก็ยอมไป การไปครั้งนี้ พวกเรา จะขอความร่วมมือไปที่ พันธมิตรฯ USA ที่ แอลเอ นะครับ แล้วอีกหลายๆกลุ่ม ที่รักชาติ รักบ้านรักเมือง เหมือนกัน มาร่วมงานกัน และ ก็ขอให้มาช่วยงาน ที่พวกเราไปจัดกันครับ

    เหตุผลที่เราไปจัดที่ แฟร์กราวน์ ที่ลอสแองเจลิส นั้น แทนที่จะไปจัดในที่เก่า ที่เราเคยจัด มีหลายท่านถามว่า ทำไมเราไม่ไปจัดที่ สนามม้าฮอลลีวูด ปาร์ก ผมก็กราบเรียนพ่อแม่พี่น้องว่า ที่ไม่ไปที่ตรงนั้น ก็เพราะว่า เป็น สถานการพนัน และ พี่ จำลอง ศรีเมือง คงไม่ไปแน่นอนนะครับ

    การไปครั้งนี้จะไป คอนเสิร์ต วันที่ 14 ก็อยากจะเรียนพี่น้อง ที่อยู่หลายๆ เมืองว่า ตามที่มีข่าวว่า มีคนไปบอกว่า อย่าได้มาที่ แอลเอเลย วันที่ 14 เพราะ หลัง วันที่ 14 แล้ว จะมี คุณสำราญ รอดเพชร คุณประพันธ์ คูณมี และ คุณพิเชฐ พัฒนโชติ นั้นจะเดินสาย ไปตามเมืองต่างๆ นั้น ไม่มีแล้วนะครับ

    เพราะว่าทั้ง คุณประพันธ์ คูณมี คุณสำราญ รอดเพชร และ คุณพิเชฐ พัฒนโชติ อยากให้ พี่น้องในอเมริกา มาชุมนุมกันที่ แอลเอ มากที่สุด เพราะฉะนั้นแล้ว ที่มีข่าวว่า จะไปพูดตามที่ เมืองโน้นเมืองนี้ ในข้อเท็จจริงแล้ว ไม่มีนะครับ อย่าไปเชื่อ ข่าวที่ไหน เป็นอันขาดนะครับ เพราะฉะนั้น ข่าวนี้ ผมก็เลยถือโอกาสแจ้งผ่าน เอเอสทีวี มายังที่ พ่อแม่พี่น้อง พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยใน ยูเอสเอ


    และ ต้องขอขอบพระคุณ พันธมิตรฯ ยูเอสเอที่ แอลเอ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มไหนก็ตาม ขอให้ละทิ้ง ความมี อคติส่วนตัวกัน เอาส่วนรวม เป็นที่ตั้ง แล้วมาร่วมมือกัน ทำให้งาน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย มาเยือน usa นั้น เป็นงาน ที่ประสบความสำเร็จ และก็แสดงให้เห็นถึง พลังของคนไทย ในต่างแดนนั้น ไม่แตกแยกกันเด็ดขาด เมื่อมาถึง เรื่องของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ราชบังลังก์ ครับ


    พี่น้องครับ มีอีกโครงการหนึ่ง ซึ่ง ASTV และพันธมิตรฯ จะร่วมกันทำ เพื่อพ่อแม่พี่น้อง คือ โครงการ ทวงภาษี และ ทรัพย์สิน ของ คนไทย กลับคืนมา นะครับ

    ASTV และพันธมิตรฯ จะร่วมกันทำ เพื่�พ่�แม่พี่น้�ง คื� โครงการ ทวงภาษี และ ทรัพย์สิน ข�ง คนไทย กลับคืนมา

    ASTV และพันธมิตรฯ จะร่วมกันทำ เพื่อพ่อแม่พี่น้อง คือ โครงการ ทวงภาษี และ ทรัพย์สิน ของ คนไทย กลับคืนมา


    สืบเนื่องมาจาก ปี พ.ศ.2540 ที่มี คณะกรรมการปฏิรูปทางการเงิน คือ ปรส. เกิดขึ้น ได้มีการขาย ทรัพย์สินของ คนไทยในราคาถูก ให้ต่างชาติ อย่างไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย กองทุนเหล่านี้ จะประมูลหนี้ไป ในราคาต่ำ และ ไปเรียกคืนหนี้ กับลูกหนี้คนไทย เอารัดเอาเปรียบ จนคนไทย จำนวนมาก ต้องล้มละลาย สิ้นเนื้อประดาตัว และ มีอีกที่ต้องฆ่าตัวตาย

    บัดนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ส่งฟ้องคดี อดีตผู้บริหาร ปรส.แล้ว ที่ทำผิดกฎหมาย ก็เลยทำให้ พวกกองทุน ที่ปล้นคนไทย ทั้งหลาย เร่งทวงหนี้ และ เร่งฟ้องล้มละลาย ลูกหนี้คนไทย เพื่อเร่งเอาทรัพย์สิน ขายทอดตลาด และ เตรียมขนเงิน ออกนอกประเทศ

    กองทุนเหล่านี้ สมคบกับ ก.ล.ต. กรมสรรพากร หลีกเลี่ยงภาษีไป นับแสนล้านบาท โดยที่ ชาติไม่ได้อะไรเลย แท้ที่จริงแล้ว การรู้ไม่เท่ากัน กระบวนการฉ้อฉล ทำให้เจ้าหนี้ อีกเยอะ ต้องแพ้คดี แต่เจ้าหนี้ ที่รู้เท่าทันขบวนการนี้ ทุกคนสู้คดี และ ชนะหมด ศาลยกฟ้องหมด ชนะหมดเลย นะครับ

    เพียงแต่น่าเสียดาย คนที่รู้ไม่เท่าทัน เพราะว่าเข้าไม่ถึง ข้อมูลข่าวสาร ถ้าพิสูจน์ความจริงได้ ก็สามารถ จะกลับลุกขึ้นยืนมาใหม่ได้ และ ยังได้รับ ทรัพย์สินของตัวเอง กลับคืนมา ด้วยความเป็นธรรม

    น่าเสียดาย เวลามันผ่านมานานแล้ว จนกระทั่งมัน จะหมดอายุความ กลางปีนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ร่วมกับ ศูนย์ประสานงาน ลูกหนี้แห่งชาติ จะร่วมกันทำ โครงการทวงคืน ภาษี และ ทรัพย์สินของคนไทย กลับคืนมา

    เราจะมีรายการนี้ทาง เอเอสทีวี ประมาณกลางเดือนนี้ เพื่อบอกให้ประชาชน รู้เท่าทันข้อมูล ในการต่อสู้ภารกิจศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ หมายความว่า เราจะสอนวิธีสู้ว่า พวกนี้ผิดกฎหมายอย่างไร ว่าพวกนี้ฉ้อฉล เราอย่างไร และ เราจะเปิดให้มีการลงทะเบียน เพื่อแต่งตั้ง ทนายความ ในการฟ้องกลับ กองทุน ที่มิชอบด้วยกฎหมาย ให้ถึงที่สุด และ ทวงทรัพย์สิน ของคนไทย กลับคืนมา ด้วยความเป็นธรรม และเราก็จะดำเนินคดี กับเจ้าหน้าที่ใน กรมสรรพากร ก.ล.ต. ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยอมเรียก กองทุนปล้นชาติ ที่ไม่ยอมจ่ายภาษีให้กับรัฐ นั่นคือสิ่ง ที่เราจะทำนะครับ

    เพราะฉะนั้น ภารกิจหน้าที่ของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นี่คือภารกิจ ที่จะต้องรับผิดชอบ กับชีวิตความเป็นอยู่ ของ พ่อแม่พี่น้อง ที่ไม่ได้รับ ความเป็นธรรม ในทุกรูปทุกแบบ เราไม่ใช่เพียงเป็นแต่ ภาคประชาชน ที่มาต่อสู้ ในทางการเมือง เท่านั้น อันนี้คือ ความไม่เป็นธรรม ที่เกิดขึ้นจาก การเมือง ยกตัวอย่าง บริษัท ธนาคารเกียรตินาคิน เจริญเติบโต มาด้วยการไล่ซื้อหนี้ ของ ปรส. และ ลูกเขยของ เกียรตินาคิน ก็ชื่อ พงศ์เทพ เทพกาญจนา

     คนไทยถูกเหยียบย่ำมา ตั้งแต่ปี 2540 จากการ ลดค่าเงินบาท ซึ่งคนซึ่งลดค่าเงินบาทนั้น ชื่� ทนง พิทยะ และมีความเชื่� โดยที่ ศาลฎีกา ได้พิพากษา ยกฟ้�ง คุณสุเทพ เทื�กสุบรรณ ที่ คุณสุเทพ พูดบ�กว่า คุณทักษิณ รับรู้เรื่�งนี้จาก คุณโภคิน พลกุล ก็เลยทำให้ คุณทักษิณ ร่ำรวยจาก การลดค่าเงินบาท

    คนไทยถูกเหยียบย่ำมา ตั้งแต่ปี 2540 จากการ ลดค่าเงินบาท ซึ่งคนซึ่งลดค่าเงินบาทนั้น ชื่อ ทนง พิทยะ และมีความเชื่อ โดยที่ ศาลฎีกา ได้พิพากษา ยกฟ้อง คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ คุณสุเทพ พูดบอกว่า คุณทักษิณ รับรู้เรื่องนี้จาก คุณโภคิน พลกุล ก็เลยทำให้ คุณทักษิณ ร่ำรวยจาก การลดค่าเงินบาท

    ตอนที่ คุณพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ได้มีการดำเนินการให้ กรมบังคับคดี เปลี่ยนแปลง ระเบียบข้อบังคับ หลายอย่าง เพื่อเอื้อประโยชน์กับ เจ้าหนี้

    เพราะฉะนั้นแล้ว จะเห็นได้ชัดว่า คนไทยถูกเหยียบย่ำมา ตั้งแต่ปี 2540 จากการ ลดค่าเงินบาท ซึ่งคนซึ่งลดค่าเงินบาทนั้น ชื่อ ทนง พิทยะ และมีความเชื่อ โดยที่ ศาลฎีกา ได้พิพากษา ยกฟ้อง คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ คุณสุเทพ พูดบอกว่า คุณทักษิณ รับรู้เรื่องนี้จาก คุณโภคิน พลกุล ก็เลยทำให้ คุณทักษิณ ร่ำรวยจาก การลดค่าเงินบาท

    ยังไม่พอ 4 ปีให้หลัง พอเขามีอำนาจ เขาก็ใช้อำนาจนี้ มาสร้างเครือข่าย เพื่อดึงเอาทรัพย์สินต่างๆ ของพ่อแม่พี่น้อง ที่พวกเขาไปประมูลซื้อมา ในราคาถูก แล้วก็มาบีบขาย ให้พ่อแม่พี่น้อง เหมือนกับว่า กองทุนบ้าน อสังหาริมทรัพย์ หรือ รถยนต์ มูลค่า 100 บาท เขาซื้อมาใน ราคา 30 บาท และ เขาบังคับให้ พ่อแม่พี่น้อง จ่ายเขาคืนใน มูลค่า 100 บาทเต็ม อย่างนี้ตลอดเวลา

    หรือว่า การประมูลที่ดิน ของ กรมบังคับคดี เขาจะไม่ให้สิทธิ์ลูกหนี้ ในการค้าน เขาบอกค้านได้ 1 ครั้ง ครั้งที่ 2 ค้านไม่ได้ ครั้งที่ 2 ราคา 100 บาท ลดเหลือ 50 บาท ครั้งที่ 3 ราคา 50 บาท ลดเหลือ 25 บาท จะลดโดย อัตโนมัติ แล้วเขาก็ไปตั้ง บริษัทนอมินี เป็นสิบๆ ร้อยๆ บริษัท ไล่ซื้อ ทรัพย์สินนี้ คืนเข้ามาสู่มือเขา

    พี่น้องรู้ไหมว่าบริษัทอะไร เป็นเจ้าของที่ดิน ที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย บริษัท เอสซี แอสเสท พ่อแม่พี่น้อง รู้หรือเปล่าว่า มีที่ดินอยู่ในบริษัท ในเครือเขา สิบๆบริษัท มีที่ดิน ที่เป็นที่นา เกือบ 500,000 ไร่ และ นั่นคือที่มาของ การขายที่นา ให้ แขกซาอุฯ จำได้หรือเปล่าพี่น้อง เห็นไหม นักศึกษามหาวิทยาลัยราชดำเนิน ต้องไม่โง่ พี่น้องครับ เดี๋ยวผม จะร้องเพลงหนึ่ง แต่อย่าตบมือตาม นะครับ ห้ามตบมือ ตามเด็ดขาด ขอร้อง อย่าตบมือตาม

    “โปรดอย่าถาม ว่าฉันเป็นใครเมื่อในอดีต และ โปรดอย่าถามว่า อดีตฉันเคยรักใคร รู้ไว้อย่างเดียว เดี๋ยวนี้รักแม้ว รักแม้วตลอดไป รักมากเพียงไหน กำหนดไว้ได้ ด้วยเงินที่ให้ฉัน” พี่น้องครับ เพลงที่ชื่อว่า “จงรัก”

    พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ ชื่อ เล่น ชื่อ ปุ๊ก เป็นลูกที่มี พี่น้อง 2 คน เรียนจบธรรมศาสตร์ รุ่นเดียวกับใครรู้ไหม วีระ มุสิกพงศ์ รุ่นเดียวกับ คนดังๆ ในสังคมทั้งนั้น ลอยเลื่อน บุนนาค รองปลัด ที่ฟ้องพันธมิตรฯ เรื่องยึดทำเนียบ รุ่นเดียวกับ ชูศักดิ์ ศิรินิล จำได้ หรือเปล่า รุ่นเดียวกัน จงรัก มีบ้านหลังมหึมา อยู่ที่ จ.ชลบุรี มหาศาล จงรัก เป็นคนที่แสดงออกถึง ความจงรักภักดี ต่อระบอบ ทักษิณ ในสมัยที่เป็น ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2

    พี่น้องที่อยู่พัทยา ชลบุรี จำได้ใช่ไหม ว่าคนๆนี้ ขัดขวาง การชุมนุมของเรา ทุกวิถีทาง สั่งย้ายตำรวจ ที่เปิดโอกาสให้ ประชาชน เข้ามาร่วมชุมนุม นอกจาก สั่งย้ายแล้ว ยังหาเรื่องหาราว ดำเนินคดี จงรัก จุฑานนท์ เป็นคนที่เคยได้รับ พระมหากรุณาธิคุณ อย่างสูงสุด จาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ให้ พระองค์ท่านเป็นคนติดยศให้

    แต่ต่อกรณีของ การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อย่างร้ายแรง และรุนแรง ของกลุ่มเสื้อแดง หลายๆคน คุณจงรัก ไม่เคยแสดงออก เหมือนกับ ที่มาแสดงออก กับ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย

    ผมไม่เคยเห็น คุณจงรัก ลุกขึ้นมาแล้วบอก คุณวีระ มุสิกพงศ์ ว่าการพูดจาแบบนี้ เป็นการพูดจาซึ่ง หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ต้องดำเนินคดี อย่างเด็ดขาด

    ผมไม่เคยเห็น คุณจงรัก ออกมาบอกว่า คุณจักรภพ เพ็ญแข ที่ไปพูดที่ สนามหลวง นั้น เป็น การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผมไม่เคยเห็น คุณจงรัก พูดถึง พวกเสื้อแดง อีกหลายต่อหลายคน

    แต่พอ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เอาเรื่อง ดา ตอร์ปิโด หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาเล่าให้ประชาชนฟัง คุณจงรัก ออกอาการ เป็นงิ้วเลย ดำเนินคดี นายสนธิ ทันที

    พี่น้องครับ พี่น้อง ยังคงไม่รู้ว่า คดีที่ พวก นปช. นปก. บุกบ้านป๋าเปรม ไปพูดจาหยาบคาย ขว้าง ทำลายบ้าน ป๋าเปรม พี่น้อง รู้หรือเปล่าว่า คดีไปถึงไหนแล้ว อยากรู้มั้ย ตำรวจเขาสั่งไม่ฟ้อง พี่น้อง

    ผมอยากจะถาม คุณจงรัก ว่า คุณมีส่วนเกี่ยวข้อง ในการสั่งไม่ฟ้อง หรือเปล่า ที พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ไม่มีคดีไหน ที่เขาสั่งไม่ฟ้อง เขาสั่งให้เร่งฟ้อง ผมคงไม่พูดถึง คุณจงรัก โดยไม่มีหลักฐาน ไม่มีเหตุผล ผมอยากจะตั้งชื่อ คุณจงรัก วันนี้ว่า จงรัก ณ ซานติก้า

    พี่น้องจำได้หรือเปล่าว่า คุณจงรัก เขาบอกว่า เขาจะเอา ปปง. ไปตรวจสอบ บริษัทห้างร้าน ที่มาสนับสนุน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย และ พี่น้องรู้ไหมว่า คุณจงรัก ไม่ทราบ คุณรู้หรือ คุณแกล้งไม่รู้ว่า ซานติก้านั้น มีเงินสด 20 ล้านบาท เข้าบัญชี โดยไม่มีที่มาที่ไป เข้าข่าย ปปง. ต้องตรวจสอบ ทำไมคุณไม่ตรวจสอบบ้างล่ะ ทำไมคุณไม่พูดถึงเลย

    ล�งคิด ในมุมกลับ ถ้า คุณพีระพันธ์ ไม่ได้เป็น รัฐมนตรียุติธรรม และ คุณพีระพันธ์ ไม่มีความกล้าหาญพ� จะมาส�บสวน เรื่�งนี้ สราวุธ ติดคุกหัวโตเลย

    ลองคิด ในมุมกลับ ถ้า คุณพีระพันธ์ ไม่ได้เป็น รัฐมนตรียุติธรรม และ คุณพีระพันธ์ ไม่มีความกล้าหาญพอ จะมาสอบสวน เรื่องนี้ สราวุธ ติดคุกหัวโตเลย


    วันที่ 1 มกราคม เขาบอกว่า เขาจะตรวจสอบเรื่อง ไฟไหม้ที่ผับ ซานติก้า เขาบอก 7 วันเสร็จ

    วันที่ 2 มกราคม เขาพูดจา แบบเห็นใจเจ้าของ เขาบอกว่าจาก พยานหลักฐาน น่าจะเป็นจาก จุดที่มาจากเวที แต่ต้องหาหลักฐาน ส่วนทาง เจ้าของ กำลังรออยู่ ทราบว่า ได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน แล้วก็ พูดโกหกต่อ ที่เขาเปิดขณะนี้ ก็อาศัย อำนาจของศาลปกครอง ซึ่งไม่จริงนะครับ

    วันที่ 4 มกราฯ หลังจากที่ เสี่ยข่าว หรือ นายวิสุข มาพบ เขาก็พูดบอกว่า จะพิจารณาดำเนินคดี และ ประมาทเป็นเหตุให้ ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ ปล่อยให้ เด็กอายุ 20 ปี เข้าใช้บริการ แล้วกล่าวต่อ

    ส่วนการพิจารณาดำเนินคดี ข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ ผู้อื่นถึงแก่ความตายนั้น จะเร่งรวบรวมหลักฐาน ยังไม่มีการแจ้งความ ดำเนินคดีกับ นายวิสุข แต่อย่างไร แล้ว ก็ชี้ทางออกเรียบร้อยแล้ว แนวโน้ม น่าจะเกิดจาก เอฟเฟกต์บนเวที รู้ไปหมด รู้แม้กระทั่งว่า พันธมิตรฯ มีปืน มีระเบิด ส่งประดาน้ำ ไปดำ ในคลองแล้ว ก็เจอแท่งเหล็ก แป๊ปกับไม้

    ระหว่างความรู้ที่ คุณจงรัก มีต่อ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยนั้น มันสะท้อนให้เห็นถึง การรับใช้ระบอบ ทักษิณ อย่างไม่ลืมหูลืมตา กับการซึ่งคุณ มาตรวจสอบคดี กรณีซานติก้า นี้ จะต้องเห็นชัด

    คุณจงรักพูดต่อ วันที่ 12 มกราคม หลังจากนี้ พนักงานสอบสวน จะได้ทำการสอบสวนเพิ่มเติม ว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้อง ที่จะต้องรับผิดชอบ เพิ่มเติมบ้าง เช่น คนจุดพลุ หรือ คนทำเอฟเฟกต์ จะต้องร่วมรับผิดชอบ อย่างแน่นอน เอาล่ะสิ เห็นหรือยัง ปูพื้นฐาน ให้เรียบร้อยแล้ว เสี่ยขาว หุ้นส่วน โดน โดนหมด แต่ว่าผิด ที่คนจุดพลุ และคนทำเอฟเฟกต์ ใช่มั้ย เห็นมั้ย นี่คือ วิธีการสร้างรูปแบบ ให้มันชัดเจน เหมือนอย่าง ตอนที่สร้างรูปแบบ เพื่อดำเนินการ กับ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ว่าเป็น ผู้ก่อการร้าย

    14 มกราคม 2 วันให้หลัง คุณจงรัก พูดอีก สำหรับสาเหตุของ เพลิงไหม้ มีความชัดเจน มากขึ้น ว่าน่าจะเกิดจาก การจุดดอกไม้ไฟ ไม่ใช่เอฟเฟกต์ เอาล่ะ เริ่มตั้งธงแล้วนะ เริ่มตั้งธง จะออกยังไง

    วันที่ 27 มกราคม 2552 สองอาทิตย์ ที่ผ่านมา วันนี้ได้จับกุม นายสราวุธ ผู้ต้องหา ในคดีคนสุดท้าย ซึ่งเป็นคนที่ 6 และ เป็นคนสำคัญที่สุด ธงตั้งไว้แล้ว ว่ามึงต้องโดน แล้วคนอื่น ข้อหาเบาไป มึงโดนคนเดียว เนื่องจากมี พยานหลักฐาน

    จำไว้นะพี่น้อง คำพูดนี้นะ เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน และ ระบุว่า นายสราวุธ เป็นคนใช้ ไฟแช็กจุดพล ุในคืนวันเกิดเหตุ ใช้เวลาประมาณ 30 วินาที ตั้งค่าตัว ไว้ 1 ล้าน ให้ประกันตัวไป นายสราวุธ ก็งง เพราะว่า นายสราวุธ มันก็บอกว่า มือซ้ายมันถือไมโครโฟน มือขวา มันล้วงกระเป๋า แล้ว มันจะจุดพลุได้อย่างไร นอกจากว่า มันไม่รูดซิปแล้ว มันเอาคิกคาปู้ มาจุด

    มันงงน่ะ พี่น้อง มันงง เป็นไก่ตาแตก มันประกันตัว ออกไปแล้ว มันยังเดินไม่ถูกทางเลย มันก็กลับไปบ้าน มันทดลองดูแล้ว ก็มองดู แล้วมัน ก็บอกว่า มึงจุดได้ หรือเปล่าวะเนี่ย

    พี่น้องครับ ที่ต้องพูดเรื่องนี้ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะเวลา เรามีเรื่องกัน คุณจงรัก มาหาเรื่องเราทุกเรื่อง คุณจงรัก จะเป็น คนแสนรู้มาก ว่าเรา ซ่อนอาวุธ ที่ตรงนั้น คนของเรา มีระเบิดอยู่ในมือ แล้วระเบิดในมือ ระเบิด ประเทศซิมบับเวซิ มันระเบิดแล้ว มือแค่ขาด อย่างเดียว ตัวไม่เป็นไร มันเป็น ระเบิดอัจฉริยะ ใช่ไหมพี่น้อง พูดก็ไม่ได้คิด

    นอกจากนั้นแล้ว รู้หมดว่า เราเป็น ผู้ก่อการร้าย ต้องเอา ปปง. ตรวจสอบ รู้ไปหมดทุกอย่าง ไม่รู้อยู่อย่างเดียวว่า ไอ้ผับนี้ ตำรวจทองหล่อ รับเงิน รับทอง อยู่ทุกวัน

    ไม่รู้อยู่อย่างเดียว ตำรวจ สน.ทองหล่อ รับเงิน จ่ายรายเดือน จ่ายให้เป็นแสน ผับซานติก้า โดนคดีไป 47 คดี ในอดีต แต่ ไม่มีคดีไหน ถึงที่สุดเลย สักคดี พี่น้อง พอเราไปเถียง คุณจงรัก ออกข่าว ประชาชนทั่วไป ที่ไม่รู้เรื่อง ก็บอกว่า ต้องเชื่อ คุณจงรัก เพราะว่า พันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย มันเป็นตัวป่วน ใช่ไหม ก็มามองเรา ในรูปแบบนี้ เราก็เลยตกอยู่ใน สถานภาพ ที่เสียเปรียบ มาโดยตลอด จนกระทั่ง มีคนที่ชื่อ พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม คุณพีระพันธ์ บอกว่า เดี๋ยวก่อน ที่คุณบอกมานี่ ที่ตำรวจกล่าวหา นายสราวุธ มาเนี่ย มันเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าใน วิดีโอ มันเห็นชัด ว่า สราวุธ มันอย่างนี้อยู่ ใช่หรือเปล่า แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น มันเป็นไปได้อย่างไร

    นายพีระพันธ์ เขาสอบต่อจาก ดีเอสไอ เขาบอกว่า ไอ้ซานติก้า มันมีเงินสด เข้ามา 20 ล้าน ไม่มีที่มาที่ไป แล้วถ้า ดีเอสไอ เขาสอบได้ แล้วทำไม คุณจงรัก สอบไม่ได้ แสดงว่า มาตรฐานที่ คุณจงรัก ใช้ มันโลโซเหลือเกิน

    ด้วยเหตุนี้ ก็เลยสรุปได้หรือเปล่าพี่น้อง สรุปได้หรือเปล่าว่า สิ่งที่ คุณจงรัก พูดถึง พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย นั้น โกหกทั้งเพ นี่คือ บทพิสูจน์

    ปรากฏว่า คุณจงรัก หลัง 31 ธันวาคม 1 มกราคม มาเรื่อยๆ จนสิ้น มกราคม ต้องการเป็น พระเอก โชว์หน้าขาววอก ออกเวที ตลอด มีหลักฐาน อันโน้นอันน ี้เสร็จเรียบร้อย ให้สัมภาษณ์ ตลอด พูดด้วยตัวเอง

    พอ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม สวนกลับมาแบบนี้ แล้วนายกรัฐมนตรี ให้ดึงคดีนี้ ออกจาก มือตำรวจ มาใส่ที่ ดีเอสไอ นักข่าวไปถาม คุณจงรัก บอก คุณมาถามอะไรผม คุณไปถาม ท้องที่ซิ แล้วเขาส่งเรื่อง มาถึงผม ก็คุณให้สัมภาษณ์ มาทุกวัน พอเขามาถามคุณ คุณก็เสือกบอก กลับไปถาม ท้องที่ซิ ผมไม่ได้พูด พี่น้อง เห็นหรือยัง

    ผู้สื่อข่าว ได้สอบถาม พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. เพื่อสอบถาม เกี่ยวกับเรื่องคดีนี้ หลังจากที่ รัฐมนตรียุติธรรม ได้มาเปิดเผยว่า นักร้องวงเบิร์น สราวุธ ไม่ใช่เป็นผู้จุดเพลิง

    พล.ต.อ.จงรัก พูดอย่างมีอารมณ์ว่า ผมเอง อยู่ต่างจังหวัด ยังไม่ทราบ รายละเอียด เกี่ยวกับ เรื่องนี้ ให้ไปสอบถาม ตำรวจพื้นที่ ที่เกิดเหตุ อย่าข้ามขั้นตอน มาถาม รอง ผบ.ตร. ทั้งที่เมื่อก่อน ให้สัมภาษณ์ด้วยตัวเอง ตลอดเวลา

    ผู้สื่อข่าว อ้างอิงคำพูด รัฐมนตรียุติธรรม ที่ว่า นักร้องนำวงเบิร์น เป็น แพะ แพะ แพะ พล.ต.อ.จงรัก กล่าวต่อว่า คุณพูดเองนะ พูดรุนแรง ไป หรือ เปล่า ผมจะไม่ตอบคำถามอะไรทั้งนั้น เพราะยังไม่รู้เรื่องรายละเอียด ตอนนี้เสือกไม่รู้เรื่องรายละเอียด แต่ก่อนหน้านั้นรู้ไปหมด รู้แม้กระทั่ง นายสราวุธ มันใช้ กิ๊กกะปู้ จุดพลุ พี่น้อง รู้ใช่ไหม กิ๊กกะปู้ อะไร

    พี่น้องครับ พี่น้อง เฮฮาสนุกสนาน พี่น้องหยุดสนุก สักพักหนึ่ง พี่น้อง ลองมองย้อนหลัง กลับไปซิ ถ้าไม่มี ดีเอสไอ ภายใต้การดูแล รัฐมนตรี พีระพันธ์ สราวุธ มันตายห่าไปนานแล้ว

    นี่ คุณจงรัก เข้าข่ายมาตรา 157 นะ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เข้าข่ายมาตรา 200 จงใจ กล่าวหาคนอื่น ให้ได้รับโทษรุนแรง โดยที่ไม่ผิด ผมไม่ได้หวังให้ คุณจงรัก มาขอโทษหรอก เพราะคนอย่าง คุณจงรัก ไม่มียางอายพอ จะมาขอโทษใคร

    ผมจะบอกพี่น้องว่า นี่ไง ให้หยุดสนุกสนาน กับเรื่องที่ผม พูดจา สักพัก ลองคิด ในมุมกลับ ถ้า คุณพีระพันธ์ ไม่ได้เป็น รัฐมนตรียุติธรรม และ คุณพีระพันธ์ ไม่มีความกล้าหาญพอ จะมาสอบสวน เรื่องนี้ สราวุธ ติดคุกหัวโตเลย นี่เข้าข่าย ปั้นพยานนะ ปั้นพยาน ให้ร้าย สราวุธนะ แล้ว กรณีพันธมิตรฯ ละ พวกมึง ปั้นพยาน มากี่คนวะ

    เห็นหรือยัง พี่น้อง นี่คือ ตำรวจไทย นี่คือ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ คนที่อยากเป็น ผบ.ตร. ใจแทบขาด คนที่รับใช้ สมัคร สุนทรเวช เต็มที่ เพื่อที่ จะมา สลาย พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย

    พี่น้องที่ฟังรายการนี้ พูดกันต่อๆไป อย่าได้ลืมคนชื่อ จงรัก จุฑานนท์ ถ้าใครเอาคนนี้ ขึ้นเป็น ผบ.ตร. เรายอมไหม (ไม่ยอม) ถ้าต้องออกมา ท้องถนน ออกไหม (ออก)

    พี่น้อง ถ้านายจงรัก ต้องขึ้นมาเป็น ผบ.ตร. พวกเราให้ สัตยาบันกัน เราจะออกมา นอกท้องถนน กลัวไหมกลัว (ไม่กลัว) ใครคิดจะเอา นายจงรัก เป็น ผบ.ตร. ต้องเจอ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย แล้วจากนี้ไป นายจงรัก พูดอะไร เหมือนกับ การผายลม

    พี่น้อง ไม่ใช่เรื่องเล่น นะ พี่น้อง คุณพีระพันธุ์ เอาเรื่องนี้มาพูด กับ คุณจงรัก กล่าวหา นายสราวุธเนี่ย มันทำให้ผม อึ้งไปตั้งนานนะ ผมบอกมิน่าล่ะ สังคมไทย มันถึงตกต่ำขนาดนี้ เพราะเรามี ตำรวจแบบนี้ พี่น้อง แล้วระบอบทักษิณ ตั้งแต่ปี 2544 จนปัจจุบัน สร้างตำรวจแบบนี้ ขึ้นมามาก เหลือเกิน พี่น้อง น่ากลัวมาก

    พี่น้อง ผมจะพูดถึงเรื่อง ผับซานติก้า ให้พี่น้องฟัง พี่น้องครับ ตามผมมา ผับซานติก้านั้น ดูให้ดีๆ คือ แบบจำลองย่อของ ประเทศไทยพี่น้อง เพราะมันเต็มไปด้วย ความชั่ว พี่น้อง

    ไอ้ผับระยำเนี่ยนะ ก่อสร้างผิดกฎหมาย ใบอนุญาต ถูกปลอมลายเซ็นโดย วิศวกร ภาษีอากร ไม่เคยเสีย เป็นศูนย์กลาง ค้ายาเสพติด ของลูกอดีต ผู้ยิ่งใหญ่ในประเทศไทย ที่ไม่อยู่ตอนนี้

    ตำรวจให้การคุ้มครองสถานที่ ที่กฎหมายระบุว่า จุได้ไม่เกิน 500-600 คน จุเข้าไป 2,000 กว่าคน พอมีการตาย 66 ศพ วิ่งเต้นเอาเงิน ยัดตำรวจ เพื่อให้ตำรวจเป่าคดี ไปทางอื่น นี่คือรูปแบบย่อของ ประเทศไทย พี่น้องครับ

    เพราะฉะนั้นแล้ว เราสู้มานี่ผิดมั้ย ถูกต้องทุกอย่างพี่น้อง ทุกวัน จะมีเรื่องมีราวที่พิสูจน์ ให้เห็นชัด ว่าสิ่งที่เราสู้มานั้นไม่เคยผิดเลย ใช่ ไม่ใช่ พี่น้อง คุณจงรัก วันนี้ต้องเปลี่ยนนามสกุลแล้ว เป็น จงรัก ซานติก้า

    พี่น้องครับ ผมมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะเบรก เบรกแรก คือเรื่องคำพูดของ นายทักษิณ ชินวัตร ที่พูดเรื่องคำว่า “เด็กสองคน” จะทำให้ เศรษฐกิจตกต่ำ

    พี่น้องครับ พี่น้องรู้หรือเปล่าว่าในโลกนี้ ผู้นำยุคใหม่ อายุ 40 กว่า ทั้งนั้นเลย

    บารัก โอบามา
    ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน อังกฤษ อายุน้อยกว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นรุ่นน้อง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ ออกซ์ฟอร์ด
    คุณกรณ์ จาติกวณิช 45


    มีแต่ ไอ้เฒ่า เพราะกินข้าว แก่เพราะอยู่นาน ที่ไม่มีประโยชน์ แล้วมา ขากถุย ในสภา ถ้าจะแก่จะเฒ่า ทำประโยชน์อย่าง ไอ้แก่ คนนี้สิ อย่าไป ขากถุย ในเรื่องที่ตัวเองไม่รู้

    พี่น้องฟังให้ดีๆ ระบอบทักษิณ นี่น่ากลัวมากพี่น้อง เขาดูถูก คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ คุณกรณ์ จาติกวณิช เพราะมันมีเหตุ ปัจจัย 3 ด้าน เขาเห็นว่า

    ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก ตกหมด เพราะฉะนั้นแล้ว ประชาธิปัตย์ ก็จะมีคะแนนนิยมลดลง เขาปั่นป่วน ทางการเมืองด้วย เสื้อแดง เพื่อ ลดความ น่าเชื่อถือ และ ความเชื่อมั่น ในทางเศรษฐกิจ ในทางสากล และ กดดันให้ รัฐบาลไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ในฐานอำนาจของ ระบอบทักษิณ ที่สำคัญ คือ เขามีการวางเครือข่าย ระบอบทักษิณ ในอำนาจรัฐ

    วันนี้ผมขอพูดถึง เครือข่ายเขา นิดหนึ่ง เครือข่ายเขา มีอยู่ 3 อำนาจ

    อำนาจแรก คือ อำนาจพรรคร่วมรัฐบาล ที่ยังแอบตีสองหน้า กับ รัฐบาลชุดนี้ และ ก็ทักษิณ พี่น้อง สมัยหนึ่ง นายพินิจ จารุสมบัติ ยุคหนึ่ง ที่อ้างว่า ตัวเองนั้น ไม่เอา ทักษิณ ตอนหลัง การยึดอำนาจ 19 กันยาฯ พูดกับทุกคนว่า ไม่เอาทักษิณ แต่พี่น้องรู้มั้ย แอบไปหา ทักษิณ และ ไปรายงาน ทักษิณ ว่าฝ่ายนี้ คิดยังไงๆๆ ลักษณะอย่าง พินิจ จารุสมบัติ มีเยอะมาก พี่น้อง มีมาก

    ทักษิณ นี่ได้วางยาเอาไว้กับ กลุ่มคุณเนวิน เขาวางยาเอาไว้ยังไง พี่น้อง เขาพูดยังไง เขาบอก เนวิน นั้น อย่าไปโกรธ เนวิน ผมเอง เป็นคนส่ง เนวิน เข้าไป เขาพูดอย่างนี้ เขาพูดอย่างนี้เพื่ออะไร พี่น้องรู้เปล่า ไม่ใช่ระแวง พี่น้อง เปิดประตูใบหนึ่ง แล้วส่งสัญญาณ บอก เนวิน เฮ้ย มึงจะกลับเมื่อไร ก็ได้นะ เข้าใจหรือยัง พี่น้อง เห็นหรือยัง คือเปิดประตูไว้ บานหนึ่ง เหมือนกับพูดกับ ทุกคนว่า เฮ้ยอย่าไปโกรธ เนวิน มัน จะสังเกตดูให้ดีๆ เพราะฉะนั้น แล้ว วันนี้ กลุ่มเนวิน ก็เลยขี่ประชาธิปัตย์ เห็นหรือยังพี่น้อง

    อำนาจที่ 2 คือ อำนาจราชการของ ระบอบทักษิณ ที่ยังมี เครือข่ายวางยา อำนาจรัฐบาล อยู่ ตำรวจ ไงล่ะเป็นตัวอย่าง ที่เห็นชัด ใช่ ไม่ใช่ พี่น้อง อดพูดถึง คุณจงรัก ซานติก้า ไม่ได้

    พี่น้องจำได้หรือเปล่า ตอนที่ พวกเสื้อแดง เดินจากสนามหลวงมา แล้วมาตีเราครั้งแรก แล้วตำรวจอ้างว่า ที่กันไม่ได้ เพราะอะไร เขาบอกว่า เสื้อแดง มาเป็นหมื่นๆ ตำรวจเขา มีไม่กี่ร้อยคน เขาห้ามไม่ได้ คุณจงรัก นี่เป็นคนแปลก เป็นถึง พลตำรวจเอก แต่สอบตกเลข เวลามองเสื้อแดง บอกหมื่นๆ ทั้งๆ ที่มีแค่พัน สองพัน แต่พอมอง พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย บอกว่า มีไม่กี่ร้อยกี่พันคน เอง แปลกจริงๆ เพราะฉะนั้น แล้วจะเห็นได้ชัด

    อำนาจที่ 3 คือ อำนาจของ บอร์ดรัฐวิสาหกิจ ซึ่งยังมี เครือข่ายของ ระบอบทักษิณ อยู่ทั่วไป วันนี้ผมจะยกตัวอย่าง เรื่องเงินคงคลัง พี่น้อง

    เงินคงคลัง คือเงินที่อยู่ใน กระเป๋าเรา เงินคงคลัง หมายความว่านี่ล่ะคือ เงินที่เหลือเอาไว้ใช้ เงินคงคลัง นั้นมีความไม่แน่นอน สุดแล้วแต่ว่า วันนี้ วันที่ 6 เมื่อ ปลายเดือน 31 เงินคงคลัง ในกระเป๋านี้ อาจจะมีสัก 20 ใบ แต่ใช้ไปเรื่อยๆ เงินคงคลัง ก็ลด

    สักพักหนึ่ง แม่ยกพันธมิตรฯ สงสาร ใส่ซอง มาให้ เงินคงคลัง ก็เพิ่ม พอเพิ่ม ก็เอาไปจ่าย เอาไปจ่าย ค่านมลูกของ แอน จินดารัตน์ ยกตัวอย่าง ให้ฟัง ง่ายๆ นะ หรือว่า เอาไปจ่ายค่าไปหาหมอของ แอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์ เพื่อเช็กว่า ท้องหรือเปล่า

    เพราะฉะนั้นแล้ว เงินคงคลัง ก็เลยไม่อยู่ แล้วแต่ใช้ เงินคงคลัง ของประเทศ ได้มาจากไหนล่ะ รายได้จาก ภาษีอากร ประเทศไทย มี รายได้ อย่างเดียว ที่เข้า กระทรวงการคลัง ก็คือจาก ภาษีอากร ภาษีสรรพสามิต

    เอาล่ะ ข่าวมาบอกว่ารัฐบาลถังแตก เพราะมีเงินคงคลัง เหลือแค่ 5 หมื่นกว่าล้าน เดี๋ยวผม จะเล่าให้ฟังว่า เงินคงคลัง เป็นยังไง พี่น้อง

    สมัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ตั้งแต่ ธันวาคม ปี 39 ถึง พฤศจิกาฯ ปี 40 มีเงินคงคลัง สูงสุด 313,828 ล้าน แปลว่าอะไร ในช่วงเวลาๆ หนึ่ง จะมี เงินสด อยู่ในมือรัฐบาล ถึง 3 แสนล้าน และ ในขณะเดียวกัน ในช่วงเวลาๆ หนึ่ง มีเงินคงคลังต่ำสุด เมื่อพ้นจากตำแหน่ง ก็คือ 247,847 ล้าน

    เอาละ มา รัฐบาล คุณชวน หลีกภัย ชุดที่ 2 ธันวาคม 40 – พฤศจิกายน 43 มีเงินคงคลัง สูงสุด 252,000 ล้าน และ ต่ำสุด 37,200 ล้าน ไม่เป็นไรต่อไป พอมาถึง

    ชุดทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลทักษิณ 1 ทักษิณ 2 กุมภาพันธ์ 44 – กันยายน 49 มีเงินคงคลัง สูงสุด 147,200 ล้าน และ มีเงินคงคลังต่ำสุด 12,200 ล้าน ใช่ไหม เพราะฉะนั้นแล้ว

    มาชุดของ สมัคร สุนทรเวช เงินคงคลัง สูงสุด 188,900 ล้าน ต่ำสุด 54,500 ล้าน

    รัฐบาลชุด นายสมชาย เงินคงคลังสูงสุด 229,000 ล้าน ต่ำสุด 91,000 ล้าน

    แปลว่าอะไร แปลว่า การที่จะมีเงินคงคลัง ต่ำถึง 40,000 – 50,000 ล้าน เรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เรามาดู เหตุผลของ การโจมตี ครั้งนี้ โจมตีบน พื้นฐานของ ความไม่รู้ของคน ก็เข้าใจว่า รัฐบาลประชาธิปัตย์ บริหารชาติ จนเจ๊ง จนไม่มีเงินเหลือ เหลือแค่ 50,000 กว่าล้าน

    ถ้าไม่ใช่ นักศึกษา มหาวิทยาลัยราชดำเนิน ก็จะเชื่อคำพูดนี้ แต่ถ้าเป็น นักศึกษาราชดำเนิน นักศึกษา ต้องถามตัวเอง

    ประการแรก อภิสิทธิ์ เพิ่งเข้ามาได้ 2 อาทิตย์ ไอ้เงินคงคลัง ที่มันเหลือมาจาก ยุค นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เงินคงคลัง ที่ปรากฏอยู่ ออกมาเป็น ข่าวนั้น เป็นผลจาก การคำนวณ เงินคงคลังของ เดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม


    พี่น้องเอ๊ยย นายอภิสิทธิ์ เพิ่งได้เข้ามา บริหารจริงๆ ก็คือ ต้นเดือนมกราคม เลยเดือน มกราคมไปกลางเดือน นอกนั้นเป็นของ นายสมชาย วงส์สวัสดิ์ แล้วไอ้ที่เหลืออยู่ 50,000 ล้าน มันเหลือจาก อะไรละ

    เก็บภาษีไม่เข้าเป้า ภาษีอะไร ที่ไม่เข้าเป้าเยอะที่สุด ภาษีน้ำมัน ไงเล่า มันลดไง จำได้หรือเปล่า มันลด เพื่อที่จะเอาใจ พ่อแม่พี่น้อง แล้วมันก็มา สะท้อนคืน ในเงินคงคลัง ที่เหลือ เข้าใจหรือยัง

    เหมือนกับพี่น้อง เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว แล้ววันนึง พี่น้องอยากเชียร์ คนข้างๆร้าน ให้รักพี่น้อง พี่น้อง ก็บอกว่า 10 วันนี้ แหลกฟรี แหลกฟรี ก็แหลก ไป 10 วัน วันนึงอากง กลับมาจาก ซัวเถา ก็บอกว่า เงินมึง หายไปไหน 12,000 บาท ผมไปให้เขาแหลกฟรี แหลกฟรี มา 10 วัน ฉันใดฉันนั้น

    เหมือนมีอยู่ พรรคนึง จำได้หรือเปล่าพี่น้อง ไอ้ประเภท ลดราคา เพื่อเอาใจประชาชน รัฐบาลชุดไหน ก็ไม่เก่งเท่า รัฐบาลชุด ทักษิณ ชินวัตร แต่ว่าเป็น การลดราคา เพื่อหวังผล พี่น้องจำได้ไหม มันเคยมีสวนสนุก ที่แถวรัชดา จำได้หรือเปล่า แล้วพี่น้องจำได้ไหมว่า ไอ้รถไฟฟ้าใต้ดิน มันให้นั่งฟรี จำได้ไหม มันนั่งฟรี ช่วงไหน ช่วงที่ สวนสนุกมีอยู่ และ สวนสนุกนั้น ใครเป็นเจ้าของ โอ๊ค พานทองแท้ เห็นหรือยัง คือของแบบนี้ มึงหลอกใครหลอกได้ แต่อย่ามาหลอก พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย

    อีกตัวหนึ่ง คือ ปลัดกระทรวงการคลัง คนนี้ มันเสือกขยันเกินเหตุ ขยันยังไงพี่น้อง ผลประกอบการของ รัฐบาล เก็บภาษีไม่เข้าเป้า เหมือนกับว่า อาตี๋ขายก๋วยเตี๋ยว เคยได้ เดือนละ 30,000 เดือนนี้ได้ 15,000 ไม่เข้าเป้า พอไม่เข้าเป้าแล้ว ปรากฏว่า มีหนี้ ที่จะต้องจ่าย อาตี๋แทนที่จะบอกหนี้ รอไว้หน่อย ไปคืนเดือนหน้า อาตี๋ไม่ อาตี๋บอกว่า มึงรีบมาเลย ทั้งๆที่ เขาไม่ได้เดือดร้อน หรือ เขาเดือดร้อน แต่ว่าไม่ใช่วิสัยทัศน์ ของคนที่ค้าขาย จะต้องไปคืน

    แปลว่าอะไร แปลว่า กรมสรรพากร คืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ เกือบ 20,000 ล้าน ทั้งๆที่รายได้ เก็บไม่เข้าเป้า คิดเป็นอัตราส่วน เปรียบเทียบกัน การคืนภาษีอากร ของกรมสรรพากร ปีนี้ เดือนนี้ กับ ปีที่แล้ว เดือนนี้ 12 เดือนที่แล้ว ปีนี้คืนเพิ่มให้ ตั้งเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ ทั้งๆ ที่ รายได้ ไม่เข้าเป้า แล้วพี่น้องทุกคน มีปัญหาสรรพากร ทั้งนั้น สรรพากร มันคืนเงินให้ พี่น้อง ง่ายหรือเปล่า ไม่มี

    เพราะฉะนั้น มันมีข้อสงสัยว่า มันเป็นการคืนให้กับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่เป็นลม ประเภท ยอดการส่งออก ที่เป็นลม เข้าใจไหม ส่งตู้คอนเทนเนอร์ ไปเมืองนอก แต่ในตู้ มีแต่ลม แล้วอ้างว่า ส่งไปมูลค่าเท่านี้ ขอเรียกคืนภาษี ไม่มีการตรวจสอบ นี่คือฝีมือของ นายศุภรัตน์ จำได้หรือเปล่า พี่น้อง

    ผมเคยพูดถึง นายศุภรัตน์ ว่าอย่างไร นี่คือ ปลัดกระทรวงการคลัง ในระบอบทักษิณ เห็นไหม มาถล่มทำลาย เด็ก 2 คน คนหนึ่งคือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนหนึ่ง คือ กรณ์ จาติกวณิช

    มันไม่ใช่ผู้ใหญ่เลว ผู้ใหญ่ลิ้นสองแฉก พี่น้องครับ แล้วพี่น้องสังเกตไหม ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ รัฐวิสาหกิจทุกแห่ง ขอเงินรัฐบาล หมดเลย ขอกู้มา 500,000 ล้านบาท ร้อยปีพันปี ในสมัย สมัคร สมชาย มันเคยขอไหม เสือกมาขอกัน ตอนนี้ เพราะอะไร ทำให้เหมือนกับว่า วิกฤตเศรษฐกิจ มันจะทำให้ รัฐบาล ต้องเจ๊งแน่นอนแล้ว

    รัฐวิสาหกิจ ก็ต้องการเงิน เงินคงคลัง ก็ต่ำ ทั้งๆที่ผิดประเด็น ก็เลยมาเป็นที่มา ของ เด็ก 2 คน จะทำให้ วิกฤตตกต่ำ เสร็จแล้ว นายโอฬาร ไชยประวัติ เสือกออกมาบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบ 4 เปอร์เซ็นต์ มันบ้าไปแล้ว พี่น้อง อำนาจ วาสนา ผลประโยชน์ มันทำให้ คนมันตาบอดได้ คนที่เคยเป็น รองผู้ว่าแบงก์ชาติ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยพาณิชย์ เสียผู้เสียคน เมื่อมาเป็น ประธานสภา มหาวิทยาลัย ชินวัตร ชินวัตรยูนิเวอร์ซิตี แล้วได้รับแต่งตั้งเป็น รองนายกรัฐมนตรี ก็เลยออกมา ปกป้อง แล้ว ก็ทำลาย ฝ่ายตรงกันข้าม โดยที่ละทิ้ง จิตวิญญาณ ของ นักวิชาการ ที่แท้จริง


    เพราะฉะนั้นแล้ว ทุกๆวันที่เกิดขึ้น พี่น้องต้องเข้าใจนะว่า มันเป็นเรื่องของ มายาภาพ เป็นเรื่องของ เล่ห์กล เป็นเรื่องของ การวางหมาก กันทั้งสิ้น พี่น้องเห็นอะไร อย่าพึ่งเชื่อ ได้ยินอะไร อย่าพึ่งเห็นด้วย นอกจากฟัง สนธิ ลิ้มทองกุล พูดก่อน คุณชมพู บอก กูนึกแล้วเชียว ต้องพูดคำนี้ ทีกูซื้อหวยไม่ถูก พี่น้องครับ ขอพักสักครู่ได้ไหม ให้น้องแอน มาโชว์ความอ้วน พร้อมกับ น้องแอร์ 2 คน ขัดตาทัพไปก่อน


    ช่วงที่ 2


    พี่น้องครับ เดี๋ยวผมพูดจบแล้ว สัญญากับผม หน่อย อย่าเพิ่งรีบกลับกันเยอะนัก คุณมาลีรัตน์ กำลังรอพูดอยู่ เพราะว่า ข้อมูลหลายๆ คน ก็ดีพอๆ กัน

    เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2552 การชุมนุมของ คนเสื้อแดง ที่สนามหลวง เขามีการ จัดกิจกรรม ที่หมิ่นเหม่ และ จาบจ้วง บุคคลชั้นสูง ของบ้านเรา เขามีรูปอยู่ 7 รูป พี่น้อง เขาติดรูปไว้ 7 รูปเลยนะ

    สิ่งหนึ่ง 193 วัน ที่เราทำมานั้น ไม่มีใครทำได้ เสื้�แดง ก็ทำไม่ได้พี่น้�ง ในขณะที่ กินเนส เวิลด์��ฟเรคค�ร์ด ลงประวัติเราว่า เป็น การประท้วง ที่ยาวที่สุดในโลก นานที่สุดในโลก เขาก็ลงประวัติ เสื้�แดง ว่าเป็นการประท้วง ที่สั้นที่สุดในโลก

    สิ่งหนึ่ง 193 วัน ที่เราทำมานั้น ไม่มีใครทำได้ เสื้อแดง ก็ทำไม่ได้พี่น้อง ในขณะที่ กินเนส เวิลด์ออฟเรคคอร์ด ลงประวัติเราว่า เป็น การประท้วง ที่ยาวที่สุดในโลก นานที่สุดในโลก เขาก็ลงประวัติ เสื้อแดง ว่าเป็นการประท้วง ที่สั้นที่สุดในโลก


    รูปหนึ่งคือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ติดเอาไว้เพื่อเอาไข่ขว้าง
    รูปที่ 2 คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
    รูปที่ 3 คือนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ
    รูปที่ 4 คือนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
    รูปที่ 5 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี
    รูปที่ 6 รูปที่ 7 เป็นภาพเขียน รูปผี เขียนว่า “แม่นาก และ ผัวแม่นาก” พี่น้องคงเดาออกว่า นัยของไอ้คนชั่ว คนหนักแผ่นดินพวกนี้ มันหมายถึงใคร


    พี่น้องครับ นอกจากนั้นแล้ว ยังมี การจัดเต็นท์ ให้ลงชื่อ ถวายฎีกา ยกเลิก กฎหมาย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112 คนที่เป็น ตัวตั้งตัวตี ชื่อ นายใจ อึ๊งภากรณ์

    พี่น้อง พวกนี้ใช้พื้นฐานของ สิทธิเสรีภาพ โดยซ่อนนัยออกมา การยกเลิก มาตรา 112 แท้ที่จริงคือ กระบวนการเริ่มต้น การล้มล้าง สถาบันกษัตริย์ ครับ

    พี่น้องเห็น ภาพยนตร์ตลก นายบีน ใช่มั้ย ที่มันล้อเลียน สมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธ เราอยากให ้สังคมไทย เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า นี่คือแม่ของเรา สมเด็จพระนางเจ้าฯ

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คือพ่อของเรา การที่มาอ้างว่า การที่มี มาตรา 112 นั้น ถ้าไม่ยกเลิก กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นั้น เป็นการ จำกัด สิทธิเสรีภาพทางความคิด ของ นักวิชาการ ผมอยากจะให้ส้นตีนพวกมัน

    ความคิดสร้างสรรค์ ทางวิชาการ มันเกี่ยวอะไรกับ การที่เปิดโอกาสให้ พวกมึง มาจาบจ้วง และ พูดถึง ในหลวง และ ราชินี ได้ทุกแง่ทุกมุม โดย ไม่ผิดกฎหมาย ถ้าเขาด่าพ่อแม่มึง มึงพอใจมั้ย นายใจ อาจจะพอใจก็ได้ ใช่มั้ยพี่น้อง

    เพราะฉะนั้นแล้ว แนวรุกของพวกนี้ เป็นแนวรุก ที่เสริมประสานกับ เสื้อแดง และ เสริมประสานกับ พรรคเพื่อไทย และ เสริมประสานกับ ทักษิณ ชินวัตร จริงๆ เป็นแนวร่วมแนวเดียวกันหมดเลย เข้าไปสู่เป้าหมาย จุดมุ่งหมาย เดียวกัน พี่น้อง

    พี่น้อง ที่ผมเสียใจที่สุด คือเรามีคนที่อ้างตัวเป็น นักวิชาการ แล้วมาร่วมเซ็นชื่อ คนอย่าง นายนิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ ไอ้คนที่ ทิ้งเมียตัวเอง แล้วไปมีชู้ สุชาดา จักรพิสุทธิ์ ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ที่เขาเรียก ไอ้ยิ้ม อาจารย์ประจำ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ คนๆ นี้ คือ คนไปประกันตัว ยัยดา ตอร์ปิโด ไง เห็นมั้ย รศ.สมเกียรติ ตั้งมะโน มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ก็มันชื่อ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน มันถึงไม่เคยเห็น แสงตะวันไง พี่น้อง มันถึงโง่เหมือนความมืด ของมันไง

    นายธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อาจารย์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สุรัสวดี หุ่นพยนต์ ผศ.ภัสทิญา สิริบวรพิพัฒน์ รศ.ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วไอ้เสื้อแดง ที่เป็นเหตุ ให้พวกคุณ มีความคิด ทางวิชาการเยอะ แล้วเดินไปตบหน้า อาจารย์ที่ม หาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ คณะเศรษฐศาสตร์ มช. มีความเห็นว่า อย่างไร ผศ.อัจฉริยา เนตรเชย มหาวิทยาลัยนเรศวร ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี มหาวิทยาลัยมหิดล อนันต์ กาญจนพันธ์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชัยยันต์ รัชชกูล สอนอะไร รู้มั้ย Institute of Religion Culture and Peace สถาบันศาสนาวัฒนธรรม และสันติภาพ พายัพ ถ้าคุณสอน เรื่องศาสนา สอน เรื่องวัฒนธรรม คุณยังเสือก ไม่เข้าใจ ความสำคัญของ สถาบันกษัตริย์ แล้ว คุณมาเสือกสอน คณะนี้ได้ยังไง

    ชัยยันต์ รัชชกูล มหาวิทยาลัยพายัพ น่าเสียใจมาก นายธนพัฒน์ มั่นศิลป์ ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา รศ.สุชาย ตรีรัตน์ อาจารย์ประจำ ภาควิชา การปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พวงทอง ภวคพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ชลิตา บัณฑุวงศ์ นี่มาไกลเลย เป็น นักศึกษา ปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยฮาวาย ที่เกาะมานัว อนุสรณ์ อุณโณ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน คณะโบราณคดี นายจอน อึ๊งภากรณ์ พี่ชาย นายใจ อึ๊งภากรณ์ ซึ่งเป็น กรรมการของ โทรทัศน์ทีพีบีเอส กรรมการบริหาร

    เอกศักดิ์ ยุกตนันท์ ภาควิชา ปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น คนเรียน ทางศาสนาปรัชญายังเสือก ไม่เข้าใจ ความสำคัญ ของสถาบัน เห็นหรือยังพี่น้อง มีหมอหลง เข้ามา 2 คน แพทย์หญิงวรรณา วิภาสวัชรโยธิน นายแพทย์วิบูลย์ วิภาสวัชรโยธิน ผัวเมียคู่นี้ ที่เสียใจมากอะไรรู้มั้ย พล.อ.เจอ โพธิ์ศรีนาค พ.ต.อ.อำพล ค้ำชู พล.ต.ต.ณรงค์ วิทยารักษ์ ผมไม่เข้าใจ ทหารที่เป็นถึง พลเอก ได้รับพระราชทานยศ จาก องค์พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พล.ต.กฤษฎี เสนาพลสิทธิ์ นายเชษฐา พวงหัตถ์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ ศิลปากร

    พี่น้อง วันนี้เราต้องมาพูด เรื่องนี้กัน ความจริงแล้ว นายใจ ทำเรื่องที่ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เยอะเหลือเกิน นายใจ เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่มีการ ยึดอำนาจ เขาออกมา ชูอะไรรู้มั้ย No Coup ไม่เอาปฏิวัติ No Thaksin ไม่เอาทักษิณ

    แต่วันที่ 31 มกราคม นายใจ ขึ้นเวที เชิดชู ทักษิณ เป็นพ่อ นายใจ กับ นายเหวง ไม่ได้ต่างอะไรกันเลยใช่ไหมพี่น้อง คนอิ๊บอ๋ายแบบนี้ พี่น้องดู มันไปสอนเด็กมันได้ยังไง พี่น้อง ผมอยากจะถามคำพูดนี้ ถามไปที่ทุกๆ คนที่อยู่ในแผ่นดินนี้

    เรายอมรับไหมว่า สถาบันกษัตริย์ เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของ สังคมไทย เป็นศูนย์กลาง ที่จะดึงดูด ความสามัคคีความเมตตา ทศพิธราชธรรม ของ พระองค์ท่าน ทำมา ตั้ง 50-60 ปีแล้ว ท่านปกครองแผ่นดิน โดยธรรม ท่านปกครอง ตั้งแต่ท่านยังเด็ก จนกระทั่งท่าน อายุ 80 กว่า แล้ว

    คุณจะให้ท่านไปเดินตาม ท้องทุ่งท้องนา ต่อไปได้อย่างไร แต่ท่านเป็น ศูนย์รวมจิตวิญญาณ และ ก็ ราชอาณาจักรไทย คือ ราชอาณาจักร ของ คนไทย และ สังคมไทย ที่มีสถาบันกษัตริย์ เป็นสถาบันที่สูงสุด

    รัฐธรรมนูญ ก็ยังระบุชัด มิน่า มันถึงต้องการแก้ แม้กระทั่ง รัฐธรรมนูญ ที่จะยกเลิก หมวดกษัตริย์ ยกเลิก หมวดองคมนตรี เห็นหรือยังพี่น้อง ผมก็เลย อยากจะถาม แล้วผมถามมานานแล้ว ตั้งแต่ผมสู้มา และ พี่น้องร่วมสู้กับผม ว่า

    สรุปแล้ว ใครเอา พระเจ้าอยู่หัวยืนข้างนี้ ใครไม่เอาพระเจ้าอยู่หัว มึงออกไปเลย ไม่เคยเปลี่ยนจุดยืนนี้ ไม่เคยเปลี่ยน ผมถามถึง ผู้บริหาร มหาวิทยาลัย ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จุฬาฯ

    จุฬาฯ นี่เป็น มหาวิทยาลัย เหมือนมหาวิทยาลัย ของเจ้าเลย รัชกาลที่ 5 ตั้ง พระราชทาน ที่ให้อยู่กัน เงินทองเยอะแยะไ ปหมดมาพัฒนา มีสยามสแควร์ ทั้งอัน ยกให้ เอาไปทำมาหากิน มีรายได้มาก ก็เอาเงินนี้มาสนับสนุน จุฬาฯ สนับสนุนให้ จุฬาฯ เจริญ ให้จุฬาฯ มี ตึกรามบ้านช่อง ให้จุฬาฯ มีเงินมีทอง มาลงทุน ในการวิจัย มาลงทุน ในอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ มีทุกอย่าง พระองค์ท่าน ทำหมดทุกอย่าง เพื่อให้ พวกคุณ บางคน มาจาบจ้วง แล ะล้มกษัตริย์

    นายใจ อึ๊งภากรณ์ หรือใครก็ตาม ที่คิดจะล้ม มาตรา 112 แท้ที่จริงแล้ว ต่อไป ก็คือ การล้ม สถาบันกษัตริย์ นั่นเอง คุณไม่ควรที่อยู่ใน สถาบันการศึกษา มาสอนหนังสือ คุณแยกไปซิ คุณไปที่โน่น ไปที่ นายคุณ ที่คุณเทิดทูน ไปที่เกาะกงไป ไปตั้งให้ ทักษิณ ตั้งยูนิเวอร์ซิตี ออฟ เกาะกง แล้วก็ไปสอนเลย ว่าระบบกษัตริย์ไม่ดีอย่างไร คุณไปสอนที่นั่น คุณอย่ามาอยู่ใน เมืองไทย ให้หนักแผ่นดิน พี่น้อง นายใจ ยังเขียนอะไร อีกเยอะแยะนะ ที่หมิ่น พระเจ้าอยู่หัว อย่างหนักหนาสาหัส แล้วมันขึ้นบนเวทีเสื้อแดง เมื่อวันที่ 31 เทิดทูน ทักษิณ เทิดทูน คนเสื้อแดง คุณจะ เคียดแค้น อะไรกันนักกันหนา

    บอกผมหน่อยซิ พ่อคุณ ดร.ป๋วย สร้างชื่อให้กับ สังคมไทย มามากมาย แต่คุณกำลังทำลาย ชื่อเสียงพ่อคุณ ให้พังพินาศไป พี่น้องเห็นหรือยัง นี่คืออันหนึ่ง

    สำหรับ นายจักรภพ เพ็ญเเข ผมอยากจะถาม ก็ทนไม่ได้ ต้องถามกลับ จงรัก จุฑานนท์ ว่าทีคดีหมิ่นของ สนธิ ที่เอา ดา ตอร์ปิโด มาเล่าให้ฟัง ว่า หมิ่นอย่างไร คุณสั่งฟ้องไปแล้ว คุณมอบตัวผมให้ อัยการแล้ว คุณเรียบร้อยแล้ว คดีวีระอยู่ไหน คดีจักรภพ อยู่ไหน คดีอีกหลายคดีอยู่ไหน นี่คือจงรัก ณ ซานติก้า

    พี่น้องครับ จำได้หรือเปล่า ผมไปพูดที่ สระบุรี ผมบอกว่า สงครามประชาชน เริ่มแล้ว ผมจะพูดก่อน ที่จะมีเรื่องเกิดขึ้น ทุกครั้ง และ ผมจะบอก พ่อแม่พี่น้อง อย่างหนึ่ง ผมจะฝากไปถึง พ่อแม่พี่น้อง ที่ เพชรบุรี ปราณบุรี สมุทรสาคร แม่กลอง ให้เตรียมตัวไว้

    ผมขอร้อง ถ้าเมื่อใด พวกเสื้อแดง เดินขบวน เพื่อที่จะเข้าไปสู่ หัวหิน เพื่อไปป่วน การประชุมซัมมิท งานต้องเข้า เพชรบุรี ปราณบุรี แม่กลอง สมุทรสาคร ประจวบฯ ต้องอย่าให้ พวกเสื้อแดง เข้าไปใน หัวหิน เพื่อระคายเคือง เบื้องพระยุคลบาท เป็นอันขาด และ ต้องไปอย่างไรเป็นกันพี่น้อง พี่น้อง เพชรบุรี ปราณบุรี ประจวบ ราชบุรี แม่กลอง มหาชัย เตรียมตัว ประสานงานกันไว้ เมื่อไหร่ ก็ตาม ไอ้สามเกลอหัวขวด พาพลพรรคเสื้อแดง เดินไปเมื่อไหร่ พี่น้อง ระดมคนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ราชบังลังก์ ไปบล็อกมัน ทันที ไม่ต้องกลัวมัน อะไรจะเกิด ก็ให้มันเกิด พี่น้อง

    พี่น้อง วันนี้เป็นวันที่ อีแอบทั้งหลาย โผล่มาหมดแล้ว การประชุมสัมมนา ของพรรคเพื่อไทย ที่เขาใหญ่ เห็นหน้าตากันหมด พี่น้อง คนอย่าง ทนง พิทยะ กำลังถูกเสนอให้เป็น หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทุกคนพูดถึง การต่อสู้ระยะยาว ทุกคนพูดถึง โอกาสที่จะกลับมา มีอำนาจ ทุกคนพูดถึง การต่อสู้ ที่ในที่สุดแล้ว จะต้องได้รับชัยชนะ ทุกคนพูดถึง คำพูดของ นายทักษิณ ชินวัตร ที่พูดถึง การที่จะกลับมาสู้ ไม่ยอมแพ้ และ ขอกลับมาเป็น นายกฯ

    พี่น้อง เด๊ยวเจ๊ๆ ถ้าจะปล่อย สัตว์เลื้อยคลาน หันไปข้างหลังโน่น มันกระโดด ใส่ตัวผม พี่น้อง คนเราผิดสัญญาได้ เพราะว่าสัญญา นั้น เปลี่ยนแปลง ไป ตามเงื่อนไข ที่เปลี่ยนแปลง แต่ผิดสัจจะ ไม่ได้ใช่ไหม พี่น้อง

    3 พฤศจิกายน 49 นายนพดล ปัทมะ สัมภาษณ์ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็อาจจะยุติ บทบาททางการเมือง เนื่องจาก ครอบครัวอยากให้ หยุดเล่นการเมือง อยู่แล้ว

    15 มกราคม 50 นายทักษิณ สัมภาษณ์ CNN จากนี้ไป จะขอกลับมาเป็น ชาวบ้านธรรมดา ทำงานเพื่อสังคม ไม่คิด กลับมาเล่นการเมืองอีก

    22 มกราคม 50 ไม่ต้องการ จะกลับมาเล่นการเมือง ในอนาคต เพราะประกาศวางมือ ชัดเจนแล้ว

    25 มกราคม 50 ผมเลิกเล่นการเมืองแล้ว ไม่ต้องวิตก

    12 กุมภาพันธ์ 50 ผมไม่สนใจ ที่จะกลับไปทำธุรกิจ หรือ เล่นการเมือง

    2 มีนาคม 50 ผมไม่มีความทะเยอทะยาน ที่จะหวนคืน สู่การเมืองอีก การรับใช้ประเทศชาติ มา 6 ปี นับว่าเพียงพอแล้ว สำหรับผม

    14 มีนาคม 50 ขอยืนยันอีกครั้งว่า คุณทักษิณ วางมือทางการเมืองแน่นอน จากปาก ของ นายนพดล ปัทมะ จึงไม่มีความจำเป็น ต้องมาเล่นการเมืองอีก ถึงแม้ผมจะถอย จากการเมืองแล้ว แต่ในฐานะ ที่เคยได้รับไว้วางใจ ก็จะฝากพี่น้องอดทน ช่วยกัน ส่งเสียลูกหลาน ให้เรียนหนังสือ มีความรู้ สอนให้เป็น คนดี (อย่าเป็นอย่างผม)

    16 พฤษภาคม 50 ที่ผ่านมา เท่าที่คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกอบกับ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ ก็ชัดเจนว่า จะวางมือทางการเมือง

    17 พฤษภาคม 50 ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอส ผมยืนยันว่า วางมือทางการเมือง แน่นอน และ พร้อมจะให้ความร่วมมือ ทุกอย่าง

    31 พฤษภาคม 50 ถึงแม้ว่า ผมจะประกาศวางมือ ทางการเมือง ก่อนหน้านี้ ผมอยากจะ เรียกร้อง ให้สมาชิกทั้งหลาย ได้รวมตัว ดำเนินกิจกรรม ทางการเมือง เพื่อประโยชน์ของประชาชน และ ประเทศชาติต่อไป

    7 มิถุนายน 50 จากนั้น ผมจะกลับไปช่วยเหลือประเทศ ในฐานะ ประชาชนธรรมดา หลังจาก ผมเกษียณทางการเมือง

    15 มิถุนายน 50 ผมประกาศ เลิกเล่นทางการเมือง ไปแล้ว

    5 กรกฎาคม 50 จะไม่หวน กลับไปเล่นการเมือง

    29 กรกฎาคม 50 ไม่มีแผน จะไปเล่นการเมือง ในประเทศไทยอีก

    28 ตุลาคม 50 การให้คำปรึกษาให้ได้ แต่ว่าการเมืองผมไม่เล่น

    7 ธันวาคม 50 สัมภาษณ์ สำนักข่าวรอยเตอร์ ผมไม่ต้องการ จะกลับมาเป็นนายกฯ อีก มันมากไปแล้ว ภรรยาผม จะหย่า ถ้าผมกลับไป เล่นการเมืองอีก

    25 ธันวาคม 50 การเดินทางกลับ ดังกล่าว ไม่ใช่เป็นการกลับไป เพื่อเล่นการเมืองอีก ต้องการกลับมาใช้ชีวิต อย่างพลเรือนสามัญ

    2 มกราคม 51 จะวางมือ ทางการเมือง 100 เปอร์เซ็นต์ จะคอย ให้คำปรึกษา

    25 กุมภาพันธ์ 51 นายนพดล พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศวางมือ ทางการเมืองไปแล้ว การจะกลับมา ก็เพื่อต่อสู้คดีเท่านั้น

    27 กุมภาพันธ์ 51 เลิกแล้วจ๊ะ ถอยดีกว่า อยู้บ้านกอดเมีย โดยยืนยันว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับ การเมืองเด็ดขาด

    4 มีนาคม 51 ให้สัมภาษณ์นิตยสาร ไฟแนนเชียลไทมส์ จะไม่กลับมา เล่นการเมือง

    17 มีนาคม 51 ให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนต่างประเทศ 10 สำนักข่าว ไม่ต้องการกลับเข้ามา เล่นการเมืองอีก เพราะ ภรรยา และครอบครัว ขอร้อง


    ถุย นี่ไง ไอ้คนที่มันพยายาม ยุพวกไทยรักไทยให้สู้ ผมจะกลับมาเป็น นายกฯ อีกครั้งหนึ่ง มันลืมแม้กระทั่ง น้ำลาย ที่มันถุยลงพื้นดิน ว่ามันถุย อะไรไว้มั่ง ไอ้คนอย่างนี้ เจ๊เงียบๆ ใจเย็นๆ ถ้าเจ๊ดังอย่างนี้ ผมไม่พูดต่อนะ ไอ้คนประเภทนี้ ยังมีหน้า มาบอกให้ พลพรรคมัน ว่า ถ้าเป็น เสือหิว ต้องทนหิว อย่าว่าแต่หิวเลย พวกมึงธรรมดา แดก ก็ยังไม่พอจะแดก อยู่แล้ว โทษนะ พูดหยาบหน่อยนะ แดกไม่รู้จักอิ่ม กินเท่าไหร่ ก็ไม่รู้จักพอ พี่น้องเห็นหรือยัง


    ด้วยเหตุนี้ กระบวนการเสื้อแดง กระบวนการ จักรภพ เพ็ญแข ขบวนการ ในสภา โยงไปจนถึง ขบวนการพรรคเพื่อไทย ไอ้พวก อีแอบ ทั้งหลาย ออกมาหมดแล้ว

    ตอนนี้ นายใจ อึ๊งภากรณ์ ใครจะไปคิดถึง ลูกชาย ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ขึ้นเวทีเชียร์ทักษิณ ท่ามกลางเสื้อแดง บอกผมเมื่อ 3 ปี ที่แล้ว ตีให้ตาย ผมยังไม่เชื่อเลย อาจารย์มหาวิทยาลัย นายพลเอก นายพันเอก ร่วมเซ็นชื่อ ยกเลิกมาตรา 112 ซ้ายอกหัก ซ้ายคอมมิวนิสต์ ที่ต้องการ ล้มล้าง สถาบัน ผสมผสาน อยู่ที่สัมมนา ที่เขาใหญ่ หมดเลยทุกคน ทุกคนโผล่หน้ามา

    เห็นตัวตนที่แท้จริง เป็นการชุมนุม พวกสัตว์เลื้อยสัตว์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แล้วพี่น้องคิดว่า บ้านเมืองเรา จะสงบเหรอ ไม่สงบ พี่น้อง มันจะสงบ ได้ยังไง แต่อย่างน้อย พี่น้องต้องรู้ ว่า

    ขณะนี้ ถ้าเราถอย แม้แต่ก้าวเดียว ถ้าเราท้อ แม้แต่อึดใจเดียว เราแพ้ ต้องไม่ถอยและไม่ท้อ นอกจาก ไม่ถอย ไม่ท้อแล้ว ยังต้องฮึกเหิม พร้อมที่จะ ออก ทุกเมื่อ มีการเป่านกหวีด และ ออกมาทั่วประเทศไทย นี่ไม่ได้ยุให้ออกนะ แต่ให้ เตรียมความพร้อมไว้ ใครที่อ้วน ไปลดความอ้วน ซะ ออกสู่ ถนน งวดนี้ ผู้หญิงพันธมิตรฯ ต้องทรวดทรงสเลนเดอร์ ทุกคน รวมทั้ง พิธีกร ด้วย พี่น้อง

    พี่น้องครับ มีเรื่องที่จะต้องพูด อีกมากมาย อีกเยอะแยะไปหมด ผมคิดว่า ผมจะทำหน้าที่ ในการเล่าเรื่องราวต่างๆ เพื่อให้พี่น้อง ได้รับทราบ พี่น้อง อย่าทอดทิ้ง ซึ่งกันและกัน ผมพูดมานานแล้ว เราเป็นครอบครัวเดียวกัน เราเป็น ครอบครัวพันธมิตรฯ

    สิ่งหนึ่ง ที่เขากลัวเรา ที่ระบอบทักษิณกลัวเรา ที่ทุกๆ คนกลัวเรา ก็เพราะว่า เราเป็นครอบครัวเดียวกัน พี่น้อง อย่าแตกแยกกัน พี่น้อง ที่อยู่ ต่างจังหวัด พี่น้อง ที่อยู่ อเมริกา ถ้าพูดถึง เรื่องส่วนรวม ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ราชบัลลังก์แล้ว ต้องมีเป้าเดียวกันหมด ทิ้งความเป็น อคติ ไม่ชอบเป็นส่วนตัว ไว้ข้างๆ ตัว แล้วจับมือกัน เพื่อเดินหน้ากันต่อไป

    เชื่อผมพี่น้อง เรื่องพวกนี้ ไม่ใช่ทำกันง่ายๆ แต่เราทำสำเร็จแล้ว 193 วัน หลอมพวกเรา เข้ามาหาสู่กัน พี่น้อง อย่าเพิ่งแตกกระจายกัน เป็นชิ้นเป็นอัน ขอให้เป็น เหล็กสแตนเลส ที่แข็งแกร่ง

    ถ้าเป็นเหล็กแท่ง ก็เป็น เหล็กแท่งเดียวกัน ไม่มีตำหนิ ถ้าเป็นเหล็กกลม ก็เป็นเหล็กกลม ที่กลม ไม่มีรอยเบี้ยว พี่น้องต้องจำเอาไว้ สิ่งหนึ่ง 193 วัน ที่เราทำมานั้น ไม่มีใครทำได้ เสื้อแดง ก็ทำไม่ได้พี่น้อง ในขณะที่ กินเนส เวิลด์ออฟเรคคอร์ด ลงประวัติเราว่า เป็น การประท้วง ที่ยาวที่สุดในโลก นานที่สุดในโลก เขาก็ลงประวัติ เสื้อแดง ว่าเป็นการประท้วง ที่สั้นที่สุดในโลก

    astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2552 06:51 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000014255


    พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” แฉ 3 เครือข่ายหนุน “นช.แม้ว” จวก “จงรัก” ขายวิญญาณให้ “ทักษิณ”


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    January 14, 2009

    สมเด็จฯ ฮุนเซน เยือน คูเวต และ ตะวันออกกลาง สานแผน “เงินกู้แลกนาข้าว”


    “ฮุนเซน” ไปคูเวต สานแผน “เงินกู้แลกนาข้าว”
    Middle East map

    Middle East map


    ASTV ผู้จัดการรายวัน – นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมเด็จฯ ฮุนเซน ออกเดินทาง มุ่งสู่ตะวันออกกลาง เมื่อวันอังคาร (13 ม.ค.) นี้ ซึ่งเป็นการเยือน ภูมิภาคนี้ เป็นครั้งแรก เพื่อสานต่อสัมพันธ์ธุรกิจ และ การค้า กับประเทศแถบนี้ หลังจากผู้นำระดับสูงจาก คูเวต การ์ตา กับ บาห์เรน เยือนกัมพูชาปีที่แล้ว


    552000000417301
    ภาพจาก รอยเตอร์ เดือน ส.ค. ปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรีคูเวต ชี้คนัสเซอร์ โมฮัมเหม็ด อัล-อาห์เหม็ด อัล-ซาบาห์ (Sheikh Nasser Mohammed al-Ahmed al-Sabah) เดินทางเยือนกัมพูชา ซึ่งมีการลงนามความตกลง ด้านการค้า กับ ฝ่ายกัมพูชา และ ฝ่ายหลัง ตกลงที่จะให้เช่าที่ดินปลูกข้าว


    ตามรายงานของ สำนักข่าวเอเอฟพี คณะของ สมเด็จฯ ฮุนเซน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ รัฐบาล และ ตัวแทนภาคเอกชน จำนวนมาก สำหรับ การเยือนคูเวต เป็นเวลา 3 วัน ด้วยเครื่องบิน ที่เอื้อเฟื้ออำนวยความสะดวกให้โดย รัฐบาลคูเวต

    “การเยือนครั้งนี้ จะนำไปสู่ การพัฒนาในอนาคต ระหว่าง กัมพูชากับคูเวต และระหว่าง กัมพูชา กับ ประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง” นายฮอร์นัมฮอง (Hor Nam Hong) รองนายกฯ ซึ่งเป็น รัฐมนตรีต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทาง

    ระหว่างการเยือนในสัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่ของสองฝ่าย จะร่วมกันลงนาม ในความตกลง ความช่วยเหลือ จาก คูเวต ในการก่อสร้าง เขื่อนกั้นน้ำ ผลิตไฟฟ้า แห่งหนึ่ง กับ การก่อสร้าง ระบบชลประทาน และ ถนน รัฐมนตรีกัมพูชากล่าว

    เจ้าหน้าที่ของ สองประเทศกล่าว ก่อนหน้านี้ว่า จะมีการทำความตกลง เปิดเที่ยวบินตรง ระหว่างสองประเทศอีกด้วย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว นายฮอง เปิดเผยด้วยว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน กำลังจะหารือกับ ฝ่ายคูเวต เรื่องเกี่ยวกับข้าว การค้า และ การลงทุน ด้วย

    เดือน ส.ค.ปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรีคูเวต ชี้คนาสเซอร์ โมฮัมเหม็ด อัล-อาห์เหม็ด อัล-ซาบาห์ (Sheikh Nasser Mohammed al-Ahmed al-Sabah) เดินทางเยือนสันถวะไมตรีกัมพูชา กับ ประเทศอื่นๆ ในแถบนี้ ซึ่งมีการลงนามความตกลง ด้านการค้ากับฝ่ายกัมพูชา และ ฝ่ายหลังตกลงที่จะให้เช่า ที่ดินปลูกข้าว

    ในเดือนเดียวกัน ชาติ เศรษฐกิจน้ำมัน จากตะวันออกกลาง ได้ประกาศ ให้เงินกู้แก่กัมพูชา จำนวน 546 ล้านดอลลาร์ สำหรับก่อสร้าง ระบบชลประทาน สร้างถนน เข้าสู่หมู่บ้านต่างๆ ในเขตนาข้าว รวมทั้ง สร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้า กั้นลำน้ำสะตึงแสน (Stung Sen) ใน จ.กัมปงธม (Kampong Thom) และ สร้างถนนใน จ.พระตะบอง ซึ่งเป็นอู่ข้าวใหญ่ อีกแห่งหนึ่ง ของประเทศ

    กัมพูชา มีความหวังว่า คูเวต ซึ่งเป็น ประเทศสมาชิก กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ โอเปก จะช่วยเหลือ อุตสาหกรรมน้ำมัน ของ กัมพูชา ที่กำลังได้รับความสนใจ จากประเทศต่างๆ อย่างกว้างขวาง นับตั้งแต่ กลุ่มเชฟรอน (Chevron Corp) พบน้ำมันดิบ ที่แปลงสัมปทานใน อ่าวไทย

    ยังไม่มีการเปิดเผย รายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับความตกลง “เงินจากน้ำมันแลกข้าว” แต่ที่ผ่านมา สื่อต่างๆ ในกัมพูชา ได้รายงานว่า รัฐบาลกำลังจะให้ ทางการ คูเวต เช่าที่นานับล้านไร่ เพื่อปลูกข้าว รวมทั้งให้ ชาวนาผลิตข้าว และ ฝ่ายคูเวต รับซื้อผลผลิต

    ยังไม่มีคำอธิบายจาก ฝ่ายใด เพราะเหตุใดคูเวต ซึ่งเป็นประเทศร่ำรวย และ มีประชากร เพียงหยิบมือเดียว จึงให้ความสนใจ ในด้านการเกษตร ในประเทศเล็กๆ ที่ยากจนแห่งนี้ แต่ความเคลื่อนไหวต่างๆ เหล่านี้ เกิดขึ้นในปีที่ ข้าวยากหมากแพง

    ก่อน นายกรัฐมนตรีคูเวต ไปเยือน เจ้าหน้าที่ระดับสูงจาก การ์ตา ซึ่งเป็นเศรษฐีน้ำมัน อีกประเทศหนึ่งจาก ตะวันออกกลาง ได้ไปเยือนกัมพูชา และ แสดงความปรารถนา ที่จะเข้าไปผลิตข้าวใน จังหวัดภาคตะวันออก ของประเทศ

    ฝ่ายการ์ตา ได้รับปากจะให้ความช่วยเหลือ กัมพูชา ก่อสร้าง ระบบชลประทาน ตัดถนนหนทางสายใหม่ๆ เข้าสู่เขตชนบท แต่ก็ยังไม่มี การเปิดเผย รายละเอียดอื่นๆ อีก

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 14 มกราคม 2552 00:02 น.
    http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003948


    พิมพ์ ข่าวนี้ “ฮุนเซน” ไปคูเวตสานแผน “เงินกู้แลกนาข้าว”

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    January 12, 2009

    “ดีเอสไอ” ทลายแก๊ง หลอกตุ๋นไฮโซร่วมลงทุนแชร์น้ำมัน


    “ดีเอสไอ” ทลายแก๊ง หลอกตุ๋นไฮโซ ร่วมลงทุนแชร์น้ำมัน

    “ดีเอสไอ” ทลายบริษัทแชร์น้ำมัน หลอกตุ๋นไฮโซร่วมลงทุนเก็งกำไรน้ำมันตลาดโลกคาออฟฟิศหรูกลางเมือง พร้อมกระจายกำลังจับบริษัทสาขาที่ภูเก็ต พบร่วมทุนไม่ถึงปีสูญเงินกว่า 50 ล้านบาท


    วันนี้ (12 ม.ค.) ที่อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้นำหมายค้นจากศาลอาญาเข้าตรวจค้น บริษัท แฟคซิลิตี้ เอวิเอชั่น ซัพพอร์ท (แห่งประเทศไทย) จำกัด บริษัท ซี เอ็น อี รีสอร์ท เลขที่ 170-171 อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ ชั้น 11 ซึ่งหลักฐานจากการสืบสวน พบว่า เป็นบริษัทที่เปิดขึ้นเพื่อหลอกลวงให้ประชาชนนำเงินมาเก็งกำไรซื้อขายน้ำมันในตลาดดาวโจนส์ ไนเม็กซ์ ฮั่งเส็ง แต่จากการตรวจสอบฐานข้อมูลและธุรกรรมการเงิน ไม่พบว่า บริษัทดังกล่าวเคยโอนเงินเพื่อซื้อขายหรือเก็งกำไรหุ้นใดๆตลาดหุ้นในต่างประเทศแม้แต่ครั้งเดียว

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ ก่อนการตรวจค้นได้มีการโต้เถียงกันถึงหมายค้น เนื่องจากบริษัทดังกล่าวได้ทำประตูลับเชื่อมถึงกันระหว่างห้อง 170 และ ห้อง 171 โดยภายหลังการเจรจาทำความเข้าใจกัน เจ้าหน้าที่ของทางบริษัทจึงยินยอมนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น และเป็นที่น่าสังเกตว่า มีจอคอมพิวเตอร์จำนวนมาก แต่มีฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์อยู่เพียงไม่กี่เครื่อง รวมทั้งเอกาสารที่เป็นข้อมูลสมาชิกที่พบเหลือเพียงแฟ้มเปล่าเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงอายัดไว้ตรวจสอบต่อไป

    ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการตรวจค้นห้องของ นายปฐม ศิริสิน กรรมการบริษัท พบเอกสารการโอนเงินของธนาคารกสิกรไทย สาขาธนบุรี จำนวน 200,000 บาท และจากการตรวจค้นลิ้นชักโต๊ะทำงานยังพบหมายเรียกคดีฉ้อโกงประชาชนของ สน.ทองหล่อ โทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ด 1 เครื่อง เอกสารข่าวการจับกุมบริษัท และตารางเวลาการติดต่อลูกค้า ไพ่ 2 สำรับ ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไปยังห้องเก็บของ ซึ่งอยู่ติดกับห้องของนายปฐม พบว่าเป็นห้องควบคุมระบบคอมพิวเตอร์ พบว่า สายโทรศัพท์ถูกตัดทิ้งกว่า 20 เส้น ส่วนตู้เซฟยังไม่สามารถเปิดได้ เนื่องจากไม่มีรหัสและกุญแจ ดีเอสไอจึงอายัดมาตรวจสอบ นอกจากนี้ ดีเอสไอได้ส่งผู้เชี่ยวชาญระบบไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์เข้าตรวจสอบสายไฟและสายโทรศัพท์ภายในบริษัทดังกล่าว ว่า เชื่อมโยงไปยังจุดใดในอาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์อีกบ้าง

    พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ก.ล.ต.ได้เข้าตรวจสอบบริษัทดังกล่าวมาแล้ว 2-3 ครั้ง เนี่องจากพบว่ามีการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้จดทะเบียนกับ ก.ล.ต.และยังเชิญชวนประชาชนมาร่วมลงทุนเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนและการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนแต่ ก.ล.ต.ไม่สามารถดำเนินดคีกับผู้ต้องหาได้จึงส่งข้อมูลมาให้ดีเอสไอ เมื่อกลางปี 2550 จากการสืบสวนพบว่าบริษัทดังกล่าวเปิดดำเนินการเพียง 1 ปี แต่ได้หลอกลวงให้ประชาชนนำเงินมาลงทุนเป็นจำนวนมากโดยผู้เสียหายที่เข้าร้องเรียนกับดีเอสไอ 10 รายต้องสูญเงินลงทุนไปกว่า 50 ล้านบาท บางรายลงทุนไปแล้ว 27 ล้านบาท แต่ผู้ลงทุนทุกรายจะได้เงินปันผลเพียง 30% ของเงินลงทุน หน่วยละ 300,000 บาท โดยจะได้รับปันผลเพียงครั้งเดียวจากนั้นจะขาดทุนตลอด

    พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาจะเลือกลูกค้ากลุ่มผู้มีฐานะทางการเงินสูง โดยจะคัดเลือกข้อมูลจากบัตรเครดิตจากนั้นจะชักชวนให้เข้ามาร่วมลงทุน โดยในการจับกุมครั้งนี้ ดีเอสไอได้กระจายกำลังเข้าจับกุม 2 จุด คือ ที่อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ ซึ่งเป็นสำนักงานในกรุงเทพฯ และบริษัท ซีเอ็นอี รีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต และสามารถจับกุม นายณรงค์ฤทธิ์ เขียวหวาน อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ นอกจากนี้ ยังออกหมายจับผู้ต้องหารวม 7 ราย จำนวนนี้ มี นางกันยา ยุชมพู อายุ 37 ปี กรรมการผู้จดทะเบียนบริษัทและเป็นผู้มีอำนาจลงนาม และ นายปฐม ศิริสิน อายุ 38 ปี กรรมการบริหาร และจากการตรวจสอบพบว่าบริษัททั้ง 2 แห่ง ใช้เจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันดำเนินงาน แต่ไม่พบว่ามีชาวต่างชาติร่วมกระทำผิด ส่วน นายณรงค์ฤทธิ์ เจ้าหน้าที่จะนำตัวฝากขังที่ศาลอาญาทันที ทั้งนี้ สำนวนคดีนี้มีการสอบสวนทั้งพยานบุคคลและเอกสารไว้เกือบเสร็จสมบูรณ์แล้วเชื่อว่าจะสามารถส่งสำนวนให้อัยการส่งฟ้องได้ในเร็วๆ นี้

    สำหรับเอกสารเชิญชวนให้ร่วมลงทุน ระบุว่า ผู้ลงทุนต้องเปิดบัญชีขั้นต่ำ 300,000 บาท หากน้ำมันในตลาดโลกปรับราคาสูงขึ้น 1 เหรียญสหรัฐฯต่อ 1 บาร์เรล จะได้กำไร 120,000 บาท หักค่าคอมมิชชันให้บริษัทแล้วคงเหลือกำไร 110,400 บาท แต่ถ้าการเก็งกำไรขาดทุน 1 เหรียญสหรัฐฯต่อ 1 บาร์เรล จะขาดทุนสุทธิ 129,600 บาท ทั้งนี้ การซื้อขายน้ำมันล่วงหน้ามีข้อดี หรือผู้ลงทุนสามารถขายก่อนซื้อหรือซื้อก่อนขายก็ได้ ทำให้มีโอกาสทำกำไรทั้งขณะที่น้ำมันราคาขึ้นหรือราคาลง

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
    12 มกราคม 2552 17:58 น.
    http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003307


    พิมพ์ ข่าวนี้ “ดีเอสไอ” ทลายแก๊งหลอกตุ๋นไฮโซร่วมลงทุนแชร์น้ำมัน

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    December 24, 2008

    อันตราย “เจ้าสัวธนินท์” หนุน “อภิสิทธิ์” ใช้ 2 สูง แก้วิกฤติเศรษฐกิจ

    Suthichaiyoon.com

    Suthichaiyoon.com


    หากจะดูถูกว่า นายอภิสิทธิ์ ไม่มีประสบการณ์ นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว แต่สิ่งที่น่ากลัว คือ การเป็นคนที่ ไม่ยอมรับฟัง ความคิดเห็น ของคนอื่น ซึ่งเป็น เรื่องอันตราย หาก นายกฯ รู้ตัวว่าชั่วโมงบินไม่พอ ก็ให้ฟังมากๆ” เจ้าสัวธนินท์ กล่าวเตือน


    “เจ้าสัวธนินท์” เตือน “อภิสิทธิ์” ต้องมีทีม ที่ปรึกษาเก่งๆ รับฟังความเห็นคนอื่น หากไม่ยอมรับฟัง เป็นเรื่องน่ากลัวและอันตราย หนุนรัฐ อัดงบ 2 แสนล้าน บาท แก้ปัญหารากหญ้า แนะรัฐใช้หนี้แทน เกษตรกร เพื่อตั้งต้น ทำธุรกิจใหม่ มั่นใจ นโยบาย 2 สูง สามารถแก้วิกฤติเศรษฐกิจได้


    นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานเครือ เจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เปิดเผยถึง รัฐบาลชุดใหม่ที่มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี บอกว่า โดยนิสัยตัวเอง จะมองในแง่ดี เอาไว้ก่อน เพราะยังไม่เห็น ฝีมือการทำงาน หากทำไม่ดี สามารถนำมาพูด ทีหลังได้ ขณะนี้ ต้องให้กำลังใจ ในการทำงาน ต้องรอดู ฝีมือรัฐบาล ให้เขาทำงานก่อน


    หากจะดูถูกว่า นายอภิสิทธิ์ ไม่มีประสบการณ์ นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว แต่สิ่งที่น่ากลัว คือ “การเป็นคนที่ไม่ยอมรับฟัง ความคิดเห็น ของคนอื่น ซึ่งเป็น เรื่องอันตราย หาก นายกฯ รู้ตัวว่า ชั่วโมงบินไม่พอ ก็ให้ฟังมากๆ ในโลกมีคนเก่งอยู่มาก ทั้งในเมืองไทย และต่างประเทศ ขอให้ นายกฯ ฟังหลายๆ ฝ่าย ก่อนตัดสินใจ เมื่อนั้น นายกฯ จะเป็นคนเก่งที่สุด”


    นายธนินท์ ได้ยกตัวอย่าง ให้เห็นว่า สมัยรัชกาลที่ 4-5 ยังมีการใช้ นักวิชาการ จากต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์ อาทิเช่น จ้างมาจาก ประเทศอังกฤษ มาสร้างระบบราชการ ดังนั้น การทำงานของรัฐบาล ต้องเชิญคนเก่ง มาเป็นที่ปรึกษา แล้วตัดสินใจ ต้องมองทีมงาน ทีมที่ปรึกษา การรับฟัง ความคิดเห็น ของหลายฝ่าย ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน เพื่อมาปรับปรุงการทำงาน หากทำได้ หรือรับฟังคนเก่งๆ มากๆ แม้นายกฯ จะมีอายุน้อย ก็จะเป็น นายกฯ ที่เก่งได้

    นายธนินท์ กล่าวย้ำว่า ส่วนตัว ไม่กลัวคนไม่เก่ง แต่กลัว คนที่ไม่รับฟังคนอื่น อาทิเช่น กระทรวงอุตสาหกรรม จากนี้ ต้องเชิญ นักธุรกิจใหญ่ นักธุรกิจเล็ก เข้ามาหารือ เพื่อรับฟังปัญหา ว่า ภาคเอกชน ต้องการให้ รัฐบาลช่วยเหลืออะไร เพื่อป้องกัน การตกงานของ ภาคอุตสาหกรรม

    หนุนอัดฉีด งบ2แสนล้าน ช่วยรากหญ้า


    สำหรับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ของรากหญ้า ในความเห็นส่วนตัว รัฐบาลควรจะอัดฉีดเงิน โดยตรง ไปที่หญ้า คาดว่าจะใช้เงิน จำนวน 2 แสนล้าน น่าจะได้ผล อาทิเช่น การอัดฉีด ผ่านกองทุนหมู่บ้าน ใครที่เป็นหนี้อยู่ ให้เอาเงินตรงนี้ ไปคืน แล้วตั้งต้นทำธุรกิจใหม่ จะทำให้เขา มีกำลังใจ และ เป็นการ สร้างงานด้วย ส่วนนโยบายประชานิยม ของรัฐบาล ชุดที่ผ่านมา หากอันไหนดี ก็ควรจะสานต่อ

    นอกจากนี้ นโยบายด้านการเกษตร จะต้องพัฒนาความรู้ เพื่อพัฒนาให้การเกษตร เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม จึงจะอยู่รอด จากปัจจุบัน เกษตรกร ขาด 3 อย่าง คือ


    1. เงินทุน
    2. เทคโนโลยี และ
    3. ตลาด


    ต้องมีคนให้ ในเรื่องนี้ เขาถึงจะเดินหน้าต่อไปได้ หากตน มีอำนาจ จะใช้วิธีการปลดหนี้ แทนการพักชำระหนี้ ส่วนการแทรกแซง ราคาสินค้าเกษตร แม้จะไม่เห็นด้วย ในภาพรวม แต่ในภาวะเศรษฐกิจ ที่เป็นอยู่ขณะนี้ มีความจำเป็น เพื่อให้ราคาสอดคล้อง กับราคาในตลาดโลก


    นายธนินท์ กล่าวอีกว่า นโยบายอันไหนในยุคของ รัฐบาลทักษิณ ที่ดีก็ให้คงไว้ โดยเฉพาะ นโยบายประชานิยม ควรจะทำ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่ม รายได้ ให้กับ ผู้มีรายได้น้อย เห็นด้วยกับ การอัดงบ 2 แสนล้านบาท ให้กับ กลุ่มเกษตรกร กระจายงบ ลงสู่หมู่บ้าน เพื่อให้เกษตร แก้ปัญหาหนี้ และไม่ต้องกลัว คำครหา เพราะเป็น การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ “นโยบาย ของฝ่ายตรงข้าม ถ้าดีก็คงไว้ ไม่ดีก็ตัดไป โดยความเห็นส่วนตัว ถ้าผมเป็น รัฐบาล จะปลดหนี้ ให้หมดเลย”


    ย้ำควรมองวิกฤติ เป็นโอกาส


    สำหรับ สถานการณ์เศรษฐกิจ ที่หลายฝ่าย มองว่าในปี 2552 ทุกธุรกิจ จะได้รับผลกระทบ อย่างหนัก ส่วนตัวแล้ว อาจจะมองผลกระทบ ที่ไม่เหมือน ใคร เพราะจากประสบการณ์ ที่ผ่านมา ของอะไรก็ตาม ที่ขึ้นเร็ว จะลดลงเร็ว ขณะที่ ของอะไรก็ตาม ที่ลดลงเร็ว ก็จะเพิ่มขึ้น ในเวลา อันรวดเร็ว เช่นกัน ดังนั้น แนวโน้ม ราคาน้ำมัน ที่ปรับตัวลดลง ขณะนี้ คาดว่าภายในกลางปี 2552 น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น อยู่ที่ระดับ ประมาณ 60-80 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล และสูงสุดน่าจะอยู่ที่ ประมาณ 80 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล ซึ่งในเวลานั้น ราคาสินค้าเกษตร จะปรับสูงขึ้นอีกครั้ง

    แม้ว่าผลจาก ราคาน้ำมันบางส่วน จะทำให้ทั่วโลก ได้รับความเดือดร้อน จากต้นทุนการผลิต ที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน รัฐบาล ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น จากการเก็บภาษี เช่นเดียวกัน รายได้จาก ภาษี สามารถนำมาใช้ประโยชน์ ทางด้านการลงทุน ช่วยให้ภาวะเศรษฐกิจ ในประเทศ ดีขึ้น จะเป็น สถานการณ์ ที่ต่างจากภาวะเศรษฐกิจ ในปัจจุบัน ที่เป็นช่วงที่ ราคาน้ำมัน ปรับตัวลดลง ราคาสินค้าทุกชนิด ปรับลดลงตาม การส่งออก ในรูปของ ปริมาณ และมูลค่า ลดลง ภาษีของรัฐบาล จะหายไป การขาดดุลการค้า จะเกิดขึ้น ดังนั้น รัฐบาลต้องถือเป็นเรื่องใหญ่ สังคมก็เดือดร้อน การจับจ่าย น้อยลง กำลังซื้อน้อยลง คนตกงาน จำนวนมากขึ้น

    หนุนใช้ 2สูง แก้วิกฤติเศรษฐกิจ


    นายธนินท์ ย้ำว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้ ยังยืนยันว่า ทฤษฎี 2 สูง


    1.สินค้าเกษตรต้องสูง และ
    2. ค่าแรงสูง


    จากที่ไทย มีข้อได้เปรียบ ทางด้านลักษณะ ภูมิศาสตร์ ที่สามารถปลูกได้ทั้ง พืชอาหารและ น้ำมัน จะทำให้เกษตรกร อยู่ได้ในภาวะที่ สินค้า อุปโภค บริโภค มีราคาแพง โดยจาก ความต้องการ ยางพารา ทั้งใน อุตสาหกรรม ยานยนต์ เก่า และ ผลิตใหม่ คาดว่าจะทำให ้ราคายาง ในอนาคต อยู่ที่ กิโลกรัมละ 80 บาท จากปัจจุบัน อยู่ที่กิโลกรัมละ 40 บาท


    ส่วนข้าวไทย ยังมีโอกาสทำให้ ราคาเท่ากับทองคำ เพราะทั่วโลก ยังมีความต้องการข้าวมาก ขณะที่ ผลผลิตข้าวของ 5 ประเทศหลัก มีการส่งออก เพียง 57 ล้านตัน จากความต้องการ ของโลก 451 ล้านตัน

    ดังนั้น เพื่อพยุงราคา ให้สูงขึ้น จึงขอแนะนำให้ รัฐบาลเก็บข้าว ไว้ในสต็อกก่อน 1 ใน 3 ของผลผลิต หรือประมาณ 6-7 ล้านตัน เวียดนาม เก็บไว้ 7-8 ล้านตัน รับรอง ราคาข้าวเพิ่มขึ้นแน่ นอกจากนี้ รัฐบาลควรใช้ค้ำประกัน การพิมพ์พันธบัตร แทนทองคำ เพื่อปรับโครงสร้าง ราคาและ การเงิน

    “ที่ผ่านมา เกาหลี จนกว่า เกษตรกรไทย แต่ปัจจุบันนี้ เกษตรกรเขา รวยกว่าไทย ไปเที่ยวทั่วโลก เพราะรัฐบาล ไม่เข้าใจ คนจน เอาคนจน มาช่วยเหลือ คนจนในเมือง และ คนรวยในเมือง สื่อมวลชน มีส่วนจะช่วยเรื่องนี้ ได้มาก เขียนแล้ว ราคาสินค้าจะสูงขึ้น ทำอย่างไรก็ได้ ให้มี การประกันรายได้ ให้เกษตรกร ให้เท่ากับ เสมียน หากคนส่วนใหญ่ของชาติ มีรายได้ดี” นายธนินท์กล่าว

    นายธนินท์ กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของ ซีพี ในระยะต่อไป จะทำ ในเชิงรุก ไม่ใช่เชิงรับ ยืนยัน ไม่เอาคนออก เพราะต้อง ส่งเสริมการขาย สินค้าซีพี ยังมีโอกาสโต อีกมาก เชื่อมั่นว่า นักธุรกิจไทย จะมีศักยภาพ ในการแข่งขันสูง เพราะที่ผ่านมา สามารถโตได้ โดยที่รัฐบาล ไม่ให้การสนับสนุน

    แม้จะมี สำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุน หรือมี บีโอไอ แต่ก็สนับสนุน เพียงการลงทุน ต่างจากประเทศอื่น ที่จะมี หน่วยงานสนับสนุน นักธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะ วันนี้มืดสุด ต้องคิดว่า หากฟ้าสว่าง จะทำอย่างไร ต้องอย่าห่วง การนำเข้า แรงงานพม่า อย่ากีดขวาง การนำเข้า แรงงานพม่า เพื่อทดแทนแรงงาน ที่ไทยไม่ทำ

    “มนตรี” จี้ รัฐบาล เร่งแก้ ราคาสินค้าเกษตร ตกต่ำ


    นายมนตรี คงตระกูลเทียน ประธานคณะผู้บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วม กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า ในปี 2551 ถือเป็นปีที่ ราคาสินค้าเกษตร ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากความผันผวนของ ภาวะเศรษฐกิจโลก และราคาน้ำมันดิบ และจะมีผล ต่อเนื่องจนถึงปี 2552 ที่คาดว่า ราคาสินค้าเกษตร หลายชนิด มีแนวโน้ม ปรับตัวลดลงอีก ในช่วง 6 เดือนแรก ของปีหน้า

    ดังนั้น จึงเป็นเรื่องด่วนที่ รัฐบาลจะต้องเร่ง ดำเนินการในการแก้ไขปัญหา และยกระดับ ราคา สินค้าเกษตร ให้สูงขึ้น เพื่อบรรเทา ความเดือดร้อน ของ เกษตรกรไทย ขณะเดียวกัน ควรเร่งพัฒนา ระบบชลประทาน ให้ครอบคลุมพื้นที่ การเกษตร เพราะนอกจาก น้ำ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้อง โดยตรงต่อ คุณภาพและ ปริมาณผลผลิต ที่เพิ่มขึ้นแล้ว การขยายพื้นที่ชลประทาน ยังเป็นการสร้างงาน ให้กับชุมชนในพื้นที่ อีกทางหนึ่งด้วย

    บริษัทเชื่อมั่นว่า สินค้าเกษตรไทย หลายชนิด ยังมีความได้เปรียบ และมีศักยภาพ ในการขยาย การส่งออก ได้ หากได้รับการพัฒนา นำ นวัตกรรม ใหม่ที่เหมาะสม มาใช้ อาทิเช่น การเลือกใช้ เมล็ดพันธุ์ ที่ดี การให้ปุ๋ย ที่สอดคล้อง กับความต้องการ ของพืชแต่ละชนิด เครื่องเก็บเกี่ยว ฯ

    นอกจาก จะช่วยเพิ่มคุณภาพ และปริมาณผลผลิตต่อไร่ ที่สูงขึ้นแล้ว ยังช่วยลดต้นทุน การผลิต และเปอร์เซ็นต์ การสูญเสีย ที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย

    มั่นใจ ราคายางกระเตื้อง ระดับ 60-80 บาท


    ส่วนสถานการณ์ ราคายางพารา ที่ปรับตัวลดลง ในขณะนี้ เกิดจากความผกผันของ ราคาน้ำมันดิบ ที่ปรับลดลง อย่างต่อเนื่อง ทำให้ อุตสาหกรรม รถยนต์ บางส่วน หันไปใช ้ยางสังเคราะห์แทน

    แต่เชื่อว่า ในครึ่งปีหลังของ ปี 2552 ราคาน้ำมันดิบ ในตลาดโลก จะปรับตัวเพิ่มขึ้น อีกทั้งเมื่อ ภาวะเศรษฐกิจโลก ฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติ ความต้องการ ใช้รถยนต์ ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ ความต้องการใช้ ยางธรรมชาติ เพิ่มขึ้น และมีผลทำให้ ราคายางพาราธรรมชาติ ในตลาดโลก ปรับตัวสูงขึ้น โดยคาดว่า จะอยู่ในระดับราคา ประมาณ กก. ละ 60-80 บาท

    “ระหว่างนี้ ฝากถึง เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ควรพลิกวิกฤติ ที่เกิดขึ้นเป็นโอกาส โดยการลงทุน ปลูกยางเพิ่มขึ้น เนื่องจาก ปัจจุบันราคาปัจจัย การผลิต ทั้งค่าปุ๋ยเคมี ค่าเตรียมดิน ลดลงกว่า ช่วงต้นปี กว่า 50% นับเป็นช่วงเวลา ที่เหมาะต่อการลงทุน กว่าที่เกษตรกร จะกรีดน้ำยาง ในอีก 6 ปี ข้างหน้า คาดว่าราคายาง ในตลาด ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้ว ระหว่างรอ ผลผลิตก็มี รายได้เสริม จากการปลูกข้าวโพด หรือมันสำปะหลัง ที่ปลูกแซม ในสวนยาง” นายมนตรีกล่าว

    ทั้งนี้ เพื่อเตรียมรับ สถานการณ์ผลผลิต ยางพารา 1 ล้านไร่ จำนวน 25,000 ตัน ที่จะออกสู่ตลาด ในปี 2553 บริษัทได้พัฒนา เครื่องกรีดยาง ซึ่งจะ ช่วยทำให้เกษตรกร สามารถกรีดยาง ได้เร็วขึ้น และมีปริมาณน้ำยาง เพิ่มมากขึ้น

    นายธนินท์ กล่าวด้วยว่า นโยบายอันไหนในยุคของ รัฐบาลทักษิณ ที่ดีก็ให้คงไว้ โดยเฉพาะ นโยบายประชานิยม ควรจะทำ อย่างต่อเนื่อง เพื่อ เพิ่มรายได้ ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย เห็นด้วย กับการอัดงบ 2 แสนล้านบาท ให้แก่กลุ่มเกษตรกร กระจายงบ ลงสู่หมู่บ้าน เพื่อให้เกษตรกร แก้ปัญหาหนี้ และไม่ต้องกลัว คำครหา เพราะเป็น การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

    “นโยบายของฝ่ายตรงข้าม ถ้าดีก็คงไว้ ไม่ดีก็ตัดไป โดยความเห็นส่วนตัว ถ้าผมเป็นรัฐบาลจะปลดหนี้ให้หมดเลย” นายธนินท์ กล่าวในที่สุด


    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ Suthichaiyoon.com
    24 ธันวาคม พ.ศ. 2551 10:31:00
    http://www.suthichaiyoon.com/WS01_A001_news.php?newsid=7280


    ข่าวนี้ “เจ้าสัวธนินท์” เตือน “อภิสิทธิ์” ต้องมีทีม ที่ปรึกษาเก่งๆ

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    November 2, 2008

    “สนธิ” เตือน การเปลี่ยนแปลง ทางเศรษฐกิจ และ การเมือง ของ สหรัฐฯ จะกระเพื่อม มายัง ไทย


    “สนธิ” แฉ สัตว์นรกแฝงจีน ป่วนสัญญาณ ASTV –
    เชื่อ “โอบามา” ชนะส่งผลถึง การเมืองใหม่

    วันนี้ (2 พ.ย.) เวลา 21.10 น. นายสนธิ ลิ้มทงกุล แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่ประชาธิปไตย ได้กล่าวบนเวที ที่ทำเนียบ

    วันนี้ (2 พ.ย.) เวลา 21.10 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้กล่าวบนเวที ที่ทำเนียบ

    “สนธิ” แฉ สัตว์นรกใช้ จีนเป็นฐานป่วน ASTV เช่าดาวเทียม ยิงสัญญาณ 3-6 เดือน พุ่งเป้าขัดขวาง ถ่ายทอดสด ชุมนุมพันธมิตรฯ ชี้รูปแบบ การก่อการร้าย ส่อเกิดปัญหา ระหว่างประเทศ พร้อมแนะ จับตาผลชิงตำแหน่ง ปธน. สหรัฐฯ เปลี่ยนแปลง การมืองโลก หาก “โอบามา” ได้ตำแหน่ง เปิดมิติการเมืองใหม่ ในสหรัฐฯ เลิกเล่น เกมส์สกปรก แบบ “บุช-แม้ว”


    คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
    คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย (56 K)
    คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย (256 K)
    จาก manager multimedia


    [blip.tv ?posts_id=1431807&dest=-1]



    วันนี้ (2 พ.ย.) เวลา 21.10 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้กล่าวบนเวที ที่ทำเนียบ กล่าวถึงกรณี ที่ สัญญาณ เอเสทีวี โดนรบกวน อย่างหนัก ในช่วงนี้ ทั้งใน ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และ เนเธอร์แลนด์ ซึ่งผลการ ตรวจสอบแล้ว พบว่า ได้มี สัตว์นรก ตัวหนึ่ง ไปเช่าช่องยิงสัญญาณ ที่จีน 3-6 เดือน เพื่อยิงสัญญาณ โจมตี คลื่นสัญญาณของ เอเอสทีวี


    นายสนธิ ตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร หลุดจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ดูเหมือนว่า จีนจะขมีขมันดูแล พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นพิเศษ แม้แต่ นายชูชีพ ชีวศิลป์ ที่หลบหนี คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไปจีน ก็ได้รับการดูแลอย่างดี จาก นายเหยียนปิน คนสนิทของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร


    นายสนธิ กล่าวว่า ตนเองอยากฝากให้ คนไทย ที่อยู่ในประเทศจีน หรือคนจีน ที่พูดภาษาไทยได้ ช่วยถาม รัฐบาลจีน ว่า คิดดีแล้วหรือ ที่ทำธุรกิจ โดยให้ใช้ดาวเทียม เพื่อยิงสัญญาณรบกวน เอเอสทีวี ที่ทำงาน เพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน


    นายสนธิ ระบุว่า เรื่องดังกล่าว อาจเป็นปัญหา ระหว่างประเทศ เพราะเป็นเรื่องของ การก่อการร้ายข้ามชาติ ซึ่งวันนี้ หากสัญญาณ โดนรบกวนอีก ก็จะนำเทปมาถ่ายทอด อีกครั้ง หลังจาก ตั้ว ศรัญญู ขึ้นเวทีแล้ว และจะมี การถ่ายทอด อีกครั้ง ในวันพรุ่งนี้


    นายสนธิ กล่าวว่า ในวันนี้ จะขอพูดเรื่อง ที่ไกลตัวหน่อย คือ การเลือกตั้ง ในสหรัฐฯ ระหว่าง นายบารัก โอบามา จาก พรรคเดโมแครต และ นายจอนห์ แมคเคน จาก พรรคริพับลิกัน ซึ่ง ก็คือ พรรคของนายทุน นายแบงก์ และ ธุรกิจขนาดใหญ่ มีนโยบาย การลดภาษี เพื่อส่งเสริมการลงทุน ขณะที่ พรรคเดโมแครต เป็นพรรคของ ชนชั้นแรงงาน สหภาพฯ และ คนผิวสี ซึ่ง นายโอบามา นับเป็น คนผิวสีคนแรก ที่เข้าชิงตำแหน่ง ประธานาธิบดี โดยมีพ่อเป็น คนผิวดำ มาจาก เคนย่า และ แม่เป็นอเมริกัน นายโอบามา จึงมีผิวสี ช็อกโกแลต มาจาก รัฐอิลลินอยส์ จบฮาวาร์ด เมีย เป็น ทนายความ ทำงานใน รัฐสภา


    ส่วนนาย แมคเคน เคยเป็น นักบินกองทัพเรือสหรัฐฯ และโดนยิงตกใน สงครามเวียดนาม ถือเป็น วีรบุรุษของ คนอเมริกัน เป็นสายเหยี่ยว ที่เน้น การใช้ อำนาจเด็ดขาด เช่นเดียวกับ ประธานาธิบดีบุช ที่ใช้ความรุนแรง ในการปราบปรามการก่อการร้าย ในต่างประเทศ


    นายสนธิ กล่าวว่า นายโอบามา มีเป้าหมาย ต้องการเปลี่ยนแปลง การเมืองใหม่ ในสหรัฐฯ เลิกเอาใจคนรวย การบริจาคให้นักการเมือง วุฒิสภา การเจรจาใต้โต๊ะ บริษัทล็อบบี้ยิส นักการเมือง ใครบริจาค ก็จะได้รับสิทธิพิเศษ ซึ่งถ้า โอบามา ขึ้นมา ทุกคน ก็จะมีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่มีใครได้ สิทธิพิเศษ ในด้าน การต่างประเทศ จะเลิกการเล่น เกมส์ สกปรก แบบประธานาธิบดีบุช ซึ่งเป็นแนวทาง ที่เข้ากันได้ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร


    นายสนธิ ตั้งข้อสังเกตว่า การเมืองไทย มีรูปแบบ ที่ใกล้เคียงสหรัฐฯ โดยระบุว่า ประธานาธิบดีบุช ขึ้นดำรงตำแหน่ง ก่อน พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงหนึ่งปี ซึ่งหากเรา จะมองอะไร ก็คงต้องมอง ทั้งโลก อะไรที่เกิดขึ้น ในสหรัฐฯ ก็จะส่งผลกระทบ มีอิทธิพล ต่อการเปลี่ยนแปลง ของโลก ถ้า นายโอบามา ชนะเลิดตั้ง เชื่อว่าจะส่งผล ต่อการเคลื่อนไหว เรื่องการเมืองใหม่ ของพวกเรา อย่างแน่นอน


    นายสนธิ ยังกล่าวถึง การเปลี่ยนแปลง การปกครอง ในปี พ.ศ. 2475 หรือปี ค.ศ. 1932 โดยระบุว่า ก่อนการเปลี่ยนแปลง ในไทย 3 ปี เศรษฐกิจ ของ สหรัฐฯ ได้ล่มสลายครั้งใหญ่ มีคนกระโดดตึกตายที่ วอลล์สตรีท คนรวยเกิดจน กระทันหัน ต้องหันไปขายแอปเปิ้ล ขายดินสอเลี้ยงชีพ ผลกระทบ ดังกล่าว ได้แผ่กระจายไปทั่วโลก และ ได้กระทบ พระคลังข้างที่ ในปี พ.ศ.2475


    นายสนธิ กล่าวเสริมว่า ในสมัย ร.5 มีการส่งคน ไปเรียน เมืองนอกเยอะ และต่อมา ยุค ร.6 ก็มีการลงทุน จำนวนมาก เพื่อการสร้างงาน ทำให้เงิน พระคลังฯ ร่อยหรอ ลง จนสิ้นยุค ร.6 เศรษฐกิจ ตกต่ำมาถึง ช่วงปี 2475 มีการปลดขุนนาง และ ข้าราชการ จำนวนมาก ทำให้เกิด ความไม่พอใจ และมี การเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้น ในปี 2475 นั่นเอง


    นายสนธิ กล่าวถึงยุค เศรษฐกิจตกต่ำ ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2540 หรือปี ค.ศ.1997 พิษเงินบาท หรือ ต้มยำกุ้ง เงินบาท อ่อนค่ารุนแรง เพราะถูก เก็งกำไร ตอนนั้นมี สัตว์นรก แอบเอาข้อมูล ในที่ประชุมรัฐบาล ไปเก็งกำไร จนร่ำรวย และเอาเงินนั้น เข้าสู่การเมือง ในเวลาต่อมา ตอนนั้น วิกฤติ ลามไปทั่ว เอเชีย และไปยัง เม็กซิโก อาร์เจนติน่า และ อเมริกาใต้ จนเกือบล่มสลาย แต่ผู้ที่ได้ประโยชน์ คือ สหรัฐฯ และ ตะวันตก ซึ่งได้ส่งคนมา คุมธุรกิจ ในเวลาต่อมา


    นายสนธิ ตั้งข้อสังเกตว่า ในปี พ.ศ. 2475 วิกฤต สหรัฐฯ ใช้เวลา 3 ปี เดินทางมาถึง ไทย และ ในปี พ.ศ. 2540 ใช้เวลา 6 เดือน ลามไปทั่วโลก การเปลี่ยนแปลง ของมหาอำนาจ จะกระเพื่อม มายัง ไทย และ จะแพร่ไปทั่วโลก ทุกครั้ง


    นายสนธิ ยังกล่าวเตือน ผู้ที่จะเข้าไปเก็งกำไรบ้าน คอนโดมิเนียม โดยแสดง ความเป็นห่วงว่า อาจตกเป็นเหยื่อ นักปั่นราคา เพราะราคา ในขณะนี้ ดาวน์ 5-7 ล้าน ดอกเบี้ย 5-7% อาจติด ราคาสูง พร้อมทำนายว่า อีกไม่เกิน 12-18 เดือน ราคาที่ดิน คอนโดฯ จะร่วงลง อย่างมหาศาล เช่นเดียว กับใน สหรัฐฯ

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 2 พฤศจิกายน 2551 23:46 น.
    http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000130061


    พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” แฉ สัตว์นรกแฝงจีน ป่วนสัญญาณ ASTV – เชื่อ “โอบามา” ชนะส่งผลถึง การเมืองใหม่


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    Next Page »

    Blog at WordPress.com.