Accom Thailand

October 30, 2008

“สนธิ” ตอก พวกอ้าง “ของจริง” วิชามารรูปแบบใหม่ ที่แท้ ก็ของปลอม ลั่น “กูไม่กลัวมึง”

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คอร์รัปชั่น,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,วิกฤติ — accomthailand @ 23:00
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ พวกเราทุกคน ที่เต็มเปี่ยมด้วย “ใจไทยใสสะอาด”
ขอเชิญ พระราชกระแสรับสั่ง ของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานไว้ว่า
“… ผู้ที่มีความสุจริต และ บริสุทธิ์ใจ แม้จะมี ความรู้น้อย
ก็ย่อม ทำประโยชน์ ให้แก่ส่วนรวม ได้มากกว่า
ผู้ที่มีความรู้มาก แต่ไม่มี ความสุจริต ไม่มี ความบริสุทธิ์ใจ …”


“สนธิ” ตอก พวกอ้าง “ของจริง” รับเงิน ระบอบทักษิณ ขู่แฉ สิ้นไส้

สนธิ ต�ก พวก�้าง ข�งจริง รับเงิน ระบ�บทักษิณ ขู่แฉ สิ้นไส้

สนธิ ตอก พวกอ้าง ของจริง รับเงิน ระบอบทักษิณ ขู่แฉ สิ้นไส้


“สนธิ” ย้ำ ความศรัทธา – เชื่อมั่น เดินต่อไป ไม่สนใจ วิชามารรูปแบบใหม่ มาบั่นทอน โต้พวกที่บอกว่า “ของจริง” ที่แท้ ก็ของปลอม ทำตัวเป็นสปาย ชี้บางคน รับเงินระบอบทักษิณ เดือนละ 5 แสน มานาน หลายปีแล้ว ลั่น “กูไม่กลัวมึง” เตือนหากยังไม่หยุด จะกระชากหน้ากาก ให้หมด อัด นักวิชาการ – สื่อมติชน กลางกลวง เดือดร้อนเพราะ ยอดขายตก


วันนี้ (30 ต.ค.) เมื่อเวลา 21.15 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวบนเวที ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเรื่อง ใกล้จบ ฝ่ายตรงข้าม ก็จะทำทุกอย่าง ที่ไม่เคารพกฎหมาย เล่นนอกกติกา รัฐที่ต้องมีหน้าที่ รักษากฎหมาย กลับเป็นโจร เสียเอง สนับสนุน สร้าง กองกำลังโจร แต่ขณะเดียวกัน ทำให้เรามี กำลังใจสู้ เพราะพิสูจน์ว่า เดินมาไม่ผิดทาง


นายสนธิ กล่าวต่อว่า เวลานี้มีการ ออกข่าว ทางสื่อมวลชน บอกว่าให้สมานฉันท์ แต่เมื่อเช้า มีการขว้างระเบิด ใส่เรา ไอ้นักวิชาการ บางคน ที่ชื่อ โคช้ำ โคหลับ อะไรนั่น ทำไม ไม่ออกมาพูด บ้าง


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย (256 K)
จาก manager multimedia




คลิกที่นี่ เพื่อชม
นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย (56 K) หรือ
ดาวน์โหลด 20,595 KB จาก 4 shared



คลิกที่นี่ เพื่อชม
นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย (256 K) หรือ
ดาวน์โหลด 85,997 KB จาก 4 shared


“ผมอยากจะเตือน นักวิชาการ พวกนี้ รัฐบาลและทหาร รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง ถ้าพวกเรา ถูกรังแก จนทนไม่ไหว แล้วติดอาวุธมั่ง พวกคุณ จะเหนื่อย และ เวลานั้นใกล้จะมาถึงแล้ว หากยังถูกรังแก แบบนี้ อย่าคิดว่า อหิงสาแล้วสู้ไม่เป็น และเราจะลุกฮือขึ้น ทั่วประเทศ” นายสนธิ กล่าว


แกนนำพันธมิตรฯ ผู้นี้ กล่าวอีกว่า การต่อสู้มา 159 วัน มันพิสูจน์ว่า ไม่ได้ผิดเลยว่า เราสู้เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จริงๆ เพราะ การเมืองทุนสามานย์ สัตว์นรก มันทำลายชาติ เราสู้ ไม่ให้ฉ้อราษฎร์บังหลวง ให้กฎหมาย เป็นกฎหมาย ไม่เหมือน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อถูกจำคุก แล้วมาด่าศาล


นายสนธิ กล่าวว่า มีขบวนการ ทำร้ายราชบัลลังก์ แต่เพราะการชุมนุม ของพวกเรา แบบปักหลัก ทำให้ผู้มีอำนาจ ต้องออกมาพูด ให้มีการจัดการ กับผู้ที่จาบจัวง สถาบันพระมหากษัตริย์


“เวลานี้มี วิชามารบอกว่า ผมของจริงของแท้ อ้างว่า ถ้ารักในหลวง ให้อยู่ที่บ้าน เราอยู่ที่บ้าน ไม่ได้หรอก เพราะชาติ กำลังถูกกลืน ผมไม่อยาก พูดว่า บางคนที่รับใช้ เบื้องพระยุคลบาท ที่รับเงิน ของระบอบทักษิณ เดือนละ 5 แสนบาท มานานหลายปี แล้ว เพื่อเป็นสปาย อย่าให้ เอ่ยชื่อ ว่าใคร แต่ถ้าติดตามมาตลอด จะรู้ว่าเป็นใคร บางคนเวลาขึ้นเครื่องบิน ก็ไปเบ่งกับ การบินไทย ขอเอาไวน์ ที่กินเหลือ เพื่อจะเอากลับบ้าน อย่าให้ผม เปิดโปง มากกว่านี้ ทำแอ็กว่า เป็นของจริง ตัวผมเองไม่มี เครื่องราชฯ เป็นแค่ ลูกเจ๊กธรรมดา แต่กูไม่กลัวมึงหรอก” นายสนธิ ระบุ และ ว่า บางคนบอกว่า รักพ่อ อย่าทะเลาะกัน หรือรักพ่อ ให้สามัคคี สามัคคีไม่ได้หรอก เพราะมัน จะฆ่าพ่อ ดังนั้นจึงสามัคคี กับลูกทรพี ไม่ได้หรอก


นายสนธิ กล่าวว่า เมื่อรู้ว่า เป็นอย่างนี้ มีวิชามาร อย่างนี้ ก็อย่าไปท้อ เพราะกว่า 5 เดือน ที่เราออกมาสู้ ได้สร้างคุณูปการ ให้กับบ้านเมือง ไม่เช่นนั้น ก็จะไม่เปลี่ยนแปลง อย่างนี้ และย้ำว่า พันธมิตรฯ เทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่ เทิดทูนแต่ปาก น้องโบว์ และ สารวัตรจ๊าบ ที่เสียชีวิตไป ก็เทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พิสูจน์ว่า พันธมิตรฯ ไม่ใช่ ของแท้หรอกหรือ แต่คนที่มาพูดแบบนี้ นั่นแหละ คือ ของปลอม และถ้ายังไม่หยุด ตนก็จะเปิดโปงเบื้องหลัง ให้ได้รับทราบกัน


เตือนความทรงจำ คนมติชน นายสนธิ ได้กล่าวถึง นายบุญเลิศ ช้างใหญ่ คอลัมนิสต์ หนังสือพิมพ์มติชน ที่เขียนบทความ โจมตีตน โดยใช้ ชื่อเรื่อง ว่า คุกคามสื่อ – สื่อคุกคาม โดยกล่าวว่า ตนอยากจะถาม พี่น้องที่มีปัญญา อยู่ที่นี่ว่า แม้ว่าตนจะขอร้อง อย่างไร ถ้าเขาไม่เห็นด้วย เขาก็ไม่ทำตาม แต่ขณะเดียวกัน ก็กล่าวว่า “ให้ย้อนกลับไปดู หนังสือพิมพ์ข่าวสด ที่ลงข่าวบิดเบือน กรณีภาพ ศิลปินอิสระ ชื่อ ตี๋ ที่ถูกทำร้ายมือขาด พวกคุณ ก็บอกว่า อีกมือกำระเบิด แต่ต่อมา แพทย์ ยืนยันว่า เป็นพวงกุญแจ พวกคุณ ก็ไม่แก้ข่าวให้ ต้องถามว่า พวกคุณเที่ยงตรงหรือไม่”


“สื่อพวกนี้ เดือดร้อน เพราะยอดขายตก ดังนั้น พี่น้องต้องอย่าซื้อ หนังสือพิมพ์ ทั้งสี่ฉบับ คือ ข่าวสด มติชนรายวัน มติชนรายสัปดาห์ และ ประชาชาติธุรกิจ แม้รู้ว่า พวกคุณบางคน ก็เขียน เชียร์พันธมิตรฯ แต่ปัญหาอยู่ที่ เจ้าของ คือ ขรรค์ชัย บุญปาน พวกคุณยอมรับ หรือไม่ว่า บก.มติชนรายวัน เป็นคนของ จาตุรนต์ ฉายแสง หรือ บก.มติชนสุดสัปดาห์ มีลูกทำงานอยู่ใน เครือชินวัตร” นายสนธิ เปิดโปง พร้อมตั้ง คำถาม อีกว่า ทำไม ขรรค์ชัย ต้องเอาช่อดอกไม้ ไปมอบให้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ ฆาตกรมือเปื้อนเลือด และย้อนอดีต สมัยการปฏิวัติ รสช. นายขรรค์ชัย คนเดียวกันนี่แหละ เขียนบทความ เชียร์ พล.อ.สุจินดา คราประยูร และ ห้ามคอลัมนิสต์ ที่เขียนตอบโต้ รสช. ไม่ให้เขียนลง มติชน


“แล้วคุณรู้ไหมว่า คอลัมนิสต์สองคน ที่เปลี่ยนมาเขียน บทความลง หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ แล้วเราก็ยินดีรับ คนหนึ่งชื่อ นิธิ เอียวศรีวงศ์ อีกคนชื่อ เกษียร เตชะพีระ คุณบุญเลิศ พวกคุณลืม ประวัติศาสตร์ช่วงนี้ ไปแล้วหรือ” นายสนธิ กล่าว


นายสนธิ ยังกล่าวอีกว่า ในยุคที่ แกรมมี่จะมาฮุบ ด้วยการซื้อหุ้น เครือมติชน ก็มี “หมา” อย่างสื่อเครือผู้จัดการ นี่แหละ ที่สู้ให้ชาวมติชน ทั้งๆ ที่ตอนนั้น ตนมองว่า เจ้าของมติชน คิดจะขายหุ้น ให้อยู่แล้ว แต่ข่าว ดันปูดออกมา เสียก่อน ทว่าตอนนี้ ก็ถูกแกรมมี่ซื้อหุ้น ไปแล้วในที่สุด

นายสนธิ กล่าวด้วยว่า การต่อสู้ 159 วัน ได้ถลกหนัง นักวิชาการจอมปลอม ที่ชอบบอกว่า ไม่นิยมความรุนแรง ซึ่งไม่มีใครชอบ ความรุนแรง อยู่แล้ว แต่อยู่ที่ ใครเริ่มก่อน มีคนเตือนว่า อย่าไปทำลายแนวร่วม ถ้าแนวร่วม เป็นแบบนี้ ก็ให้ไปร่วมกับ พวกชินวัตร เลยดีกว่า


เพราะแค่นี้ ยังแยกไม่ออกว่า ผิดถูกอย่างไร ก็อย่ามีหน้า มาเสนอทางออก พวกเรา ถูกกระทืบ ถูกฆ่า คนพวกนี้กลับอมสาก ดังนั้น เมื่อเรามี ศรัทธา ยึดมั่น ในสิ่งที่เดินมา ก็เดินต่อไป ทำการเมืองใหม่ ให้สำเร็จ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 30 ตุลาคม 2551 23:00 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000129152


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” ตอกพวก อ้าง “ของจริง” รับเงิน ระบอบทักษิณ ขู่แฉ สิ้นไส้


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below


Advertisements

ฮังการี บรรลุ ข้อตกลง แผนการ กอบกู้เศรษฐกิจ มูลค่า 25,100 ล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ กับ IMF – EU – เวิลด์แบงก์


IMF – EU- เวิลด์แบงก์ ลงขัน ช่วย “ฮังการี” ให้กู้ก้อนโต $ 25,100 ล.

นักลงทุนฮังการีติดตามราคาหุ้น�ย่างใกล้ชิด

นักลงทุนฮังการีติดตามราคาหุ้นอย่างใกล้ชิด


เอเจนซี – กองทุนการเงิน ระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ), สหภาพยุโรป (อียู) และ ธนาคารโลก ร่วมกัน อนุมัติ แผนการ กอบกู้เศรษฐกิจ มูลค่า 25,100 ล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ แก่ ฮังการี เพื่อฟื้นฟู ความเชื่อมั่น ในเศรษฐกิจ ของประเทศ ให้กลับคืนมา หลังถูกกระทบ ด้วยวิกฤต การเงินโลก อย่างรุนแรง


ไอเอ็มเอฟ กล่าวในแถลงการณ์ว่า กองทุนสามารถบรรลุ ข้อตกลงกับ ฮังการี และจะให้เม็ดเงิน 15,700 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะทยอย เบิกจ่ายกัน ภายใน 17 เดือนข้างหน้า ในขณะที่ สหภาพยุโรป จะอัดฉีดเพิ่มเติม อีก 8,100 ล้านดอลลาร์ และธนาคารโลก ก็จะให้อีก 1,300 ล้านดอลลาร์


ครั้งนี้ นับเป็น ความช่วยเหลือ ครั้งใหญ่ที่สุด ที่ให้แก่ประเทศ เศรษฐกิจเฟื่องฟูใหม่ นับตั้งแต่ วิกฤตการเงิน คราวนี้เริ่มต้นขึ้น และ ฮังการี ยังกลายเป็น สมาชิกของอียู รายแรก ที่ต้องการความช่วยเหลือ และได้รับเงินไป


เมื่อสัปดาห์ ที่แล้ว ไอเอ็มเอฟ ก็เพิ่งอนุมัติ ความช่วยเหลือ มูลค่า 2,000 ล้าน ดอลลาร์ สหรัฐฯ แก่ ไอซ์แลนด์ และ 16,500 ล้าน ดอลลาร์ สหรัฐฯ แก่ ยูเครน


ไอเอ็มเอฟ แจ้งว่า คณะกรรมการบริหาร ของทางการทุน น่าจะสามารถ อนุมัติ ความช่วยเหลือ ที่ให้แก่ ฮังการี นี้ได้ ในช่วง ต้นเดือน พฤศจิกายน ภายใต้กระบวนวิธ ีตอบโต้ วิกฤตฉุกเฉิน อย่างรวดเร็ว ที่ถูกนำกลับ มาใช้ใหม่ อีกครั้ง ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนนี้ หลังจาก วิกฤตการเงิน ลุกลาม จาก สหรัฐฯ มายัง ภาคพื้นยุโรป


“ทางการฮังการี ได้จัดทำแผน กอบกู้เศรษฐกิจ ขึ้นมา ซึ่งมีเป้าหมาย จะทำให้เกิดเสถียรภาพ ขึ้นในไม่ช้า และทำให้ศักยภาพ ใน การเติบโตทาง เศรษฐกิจ ระยะยาวมีเพิ่มขึ้น” โดมินิก เสตราส์-คาห์น กรรมการผู้จัดการ ไอเอ็มเอฟ กล่าวในคำแถลงการณ์


“ในขณะเดียวกัน แผนการนี้ ก็ได้รับการออกแบบ ให้พลิกฟื้นความเชื่อมั่น ของนักลงทุน และเพิ่มสภาพคล่อง ให้กับ ตลาดการเงิน ที่อยู่ใน สภาพ ตึงตัวมา สองสามสัปดาห์ แล้ว” เขาเพิ่มเติม


การอัดฉีดเงินเข้าสู่ฮังการีครั้งนี้ เป็นมูลค่าสูงกว่า โควตาใน ไอเอ็มเอฟของ ฮังการีถึง 10 เท่า และมากกว่า โควตา ที่กำหนดให้ ประเทศอื่นๆ กู้ยืมได้ถึง 3 เท่า ประเทศสมาชิกของ ไอเอ็มเอฟ นั้นได้รับโควต้าใน ไอเอ็มเอฟ ตามขนาด ของเศรษฐกิจ ของประเทศ เมื่อคิดเป็นสัดส่วน กับ เศรษฐกิจโลก โดยรวม โควตานี้ จะกำหนดภาระผูกพัน ทางการเงิน ระหว่างประเทศ กับไอเอ็มเอฟ รวมทั้งสิทธิ ในการออกเสียง และกำหนดว่า ประเทศจะสามารถ กู้ยืมจากไอเอ็มเอฟ ได้เท่าไรอีกด้วย


ที่เศรษฐกิจของ ฮังการียับเยิน จากวิกฤตการเงินครั้งนี้ ก็เนื่องมาจาก ระบบธนาคารของประเทศ มีพึ่งพาเม็ดเงิน จากต่างประเทศ อย่างมหาศาล ครั้นเมื่อเกิดปัญหา อันใหญ่โตมโหฬาร ขึ้นมา นักลงทุน ก็ดึงเอาเม็ดเงิน ของตนเอง ออกมาจาก ประเทศที่กำลังพัฒนา ทั้งหลาย เพื่อนำมาอุดรูรั่ว ในบ้านเกิดเมืองนอน ของตนเอง


สเตราส์-คาห์น กล่าวว่า โครงการนี้จะช่วยให้ ดุลการคลังของ ฮังการีดีขึ้น และก็เป็น ปราการป้องกัน ภาคการเงิน


“แผนช่วยเหลือนี้ จะรวมถึงมาตรการ ที่จะคงไว้ซึ่ง สภาพคล่อง ทั้งใน สกุลเงินท้องถิ่น และเงินตราต่างประเทศ รวมทั้งเพิ่มระดับ ของเงินทุนให้ มากขึ้น ซึ่งจะไปพยุงภาค การธนาคาร ให้ฟื้นคืนมาได้” เขากล่าว “มาตรการที่สำคัญ ในด้านการเงิน จะช่วยลดความต้องการ เม็ดเงินของ รัฐบาลลง และประกัน เสถียรภาพ ของหนี้ระยะยาว อีกด้วย”


ตลาดการเงินของ ฮังการี เมื่อวันอังคาร (28) ก็อยู่ในความสงบ ด้วยหวังว่า จะได้ข่าวดีจาก ไอเอ็มเอฟ แต่ นายกรัฐมนตรี เฟเรง กีอูร์ซานี ก็เตือนว่า ในปีหน้า ฮังการี อาจจะเข้าสู่ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อย่างรุนแรง ก็ได้


ในขณะเดียวกัน ธนาคารโลก ก็กล่าวว่า กำลังคุยกับ ฮังการี เพื่อออกมาตรการ แก้ไขปัญหา เชิงโครงสร้าง ในระบบเศรษฐกิจ ของประเทศ ซึ่งจะ ออกมา ในรูปแบบ ของการพัฒนา ในระยะยาว


“ความช่วยเหลือ ที่ธนาคารโลก จะให้นี้ จะหนุน การออกแบบ เพื่อการปฏิรูป ในหลายภาคที่สำคัญ ของประเทศ อย่างเช่น ภาคการเงิน, การบริหาร การคลัง รวมทั้ง การปฏิรูป ภาคสังคมด้วย” ออร์ซาเลีย คาลานโซปูลอส ผู้อำนวยของ ธนาคารโลก ในเขตยุโรปกลาง และ บอลติก กล่าว “ซึ่งจะช่วยให้ ประเทศมีเสถียรภาพ ในระยะยาว รวมทั้งปรับโครงสร้าง เศรษฐกิจ ด้วย”

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 30 ตุลาคม 2551 00:15 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000128699


พิมพ์ ข่าวนี้ IMF – EU – เวิลด์แบงก์ ลงขัน ช่วย “ฮังการี” ให้กู้ก้อนโต $ 25,100 ล.


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below


October 27, 2008

“สนธิ” เหลืออด! เฉ่ง “สุเมธ ตันติเวชกุล” ไม่เคยรู้ร้อนรู้หนาว หยุดสร้างภาพตีกิน


“สนธิ” จวก “ดร.สุเมธ” หยุดสร้างภาพตีกิน
แฉ! “กบข.” เดินตามก้นฝรั่งจนเจ๊ง

สนธิ ลิ้มทภ??กุล

สนธิ ลิ้มทองกุล


“สนธิ” เหลืออด! เฉ่ง “สุเมธ ตันติเวชกุล” ไม่เคยรู้ร้อนรู้หนาว กับพวกที่ออกมา จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ขายอธิปไตย ชอบใช้สถานะตำแหน่ง โครงการหลวง มาตีกิน เล่นบทพระเอก โดยไม่ดู ตาม้าตาเรือ ขณะเดียวกัน เปิดโปงสถานะ กบข. เริ่มมีปัญหา หลังจากถูกนำเงินไป ลงทุน ตราสารหนี้ฝรั่ง แล้วขาดทุนกว่า 10 เปอร์เซ็นต์


วันนี้ (27 ต.ค.) เมื่อเวลา ประมาณ 21.15 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวปราศรัยบนเวที ที่ทำเนียบ รัฐบาล โดยย้อนอดีต สมัยที่เริ่มเปิดโปง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เข้าไปทำพิธี ที่วัดพระแก้ว เมื่อปี 2548 ว่าเป็นการตีเสมอเจ้า และถูกกล่าวหาว่า ดึงฟ้าต่ำ แต่มาวันนี้ใน ปี 2551 ผู้บัญชาการทหารบก และปลัดกระทรวงมหาดไทย เพิ่งสั่งจัดการ ต่อผู้ที่หมิ่น พระบรมเดชานุภาพ เว็บไซต์ที่จาบจ้าง สถาบันพระมหากษัตริย์ แสดงว่าสิ่งที่ตนพูดไว้นั้นไม่ผิด เพียงแต่มีบางคน ที่ไม่ยอมเชื่อ จนกระทั่งเวลาผ่านไป และความจริงปรากฏ


จากนั้น นายสนธิ ได้กล่าวถึง นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา ที่กล่าวเรียกร้องให้ ทุกฝ่ายเจรจา ใช้สันติวิธี เพื่อคลี่คลาย ปัญหาบ้านเมือง ว่า นายสุเมธ ชอบทำตัว เป็นนักสันติวิธี โดยที่ไม่เคยรับรู้เรื่องราว หรือเคยรู้ร้อนรู้หนาวใดๆ เลย ไม่เคยรู้เรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มี พฤติกรรม ดูหมิ่นสถาบัน นายจักรภพ เพ็ญแข นางดา ตอร์ปิโด ที่พูดจาจาบจ้วง พระเจ้าอยู่หัว นายสุชาติ นาคบาคไทร ที่ถูกออกหมายจับ ข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ พวก นปก. กลุ่มคนรักเชียงใหม่ ที่บอกว่าจะ เคารพกราบไหว้เฉพาะ กษัตริย์ล้านนา เท่านั้น


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย (256 K)
จาก manager multimedia




คลิกที่นี่ เพื่อชม
นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย (56 K) หรือ
ดาวน์โหลด 15,309 KB จาก 4 shared



คลิกที่นี่ เพื่อชม
นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย (256 K) หรือ
ดาวน์โหลด 64,352 KB จาก 4 shared


“นายสุเมธ ไปนอนหลับ ที่ไหนมา ถึงไม่รู้เรื่อง แล้วชอบออกมา ตีกินอยู่เรื่อย นายสุเมธ ต้องเลิกพฤติกรรมแบบนี้ เพราะคนไทยรู้ทัน บอกให้สามัคคี ทำไมไม่ไปบอกตำรวจ ให้หยุดฆ่าประชาชน คุณไม่รู้ร้อนรู้หนาว ที่มีคนตาย – คนเจ็บไปกว่า 400 กว่าคน ดังนั้น ทางทีดี ให้หุบปาก แล้วอย่าทะลึ่ง ออกมา ให้ความเห็นแบบนี้อีก” นายสนธิ ระบุ และว่า ประเทศไทยไม่ไปไหน เพราะมีคนอย่าง นายสเมธ แบบนี้แหละ และ น่าเสียดาย ที่เป็นคนทำงานใกล้ชิด เบื้องพระยุคลบาท มาพูดแบบนี้ แทนที่จะห้าม ไม่ให้ใคร ก็ตาม มาจาบจ้วง พระเจ้าอยู่หัว


นายสนธิ ย้ำว่า พวกเราไม่ได้ไปทะเลาะ กับใคร ถ้าพวกมัน (ระบอบทักษิณ และลิ่วล้อ) ทำดี ไม่ขายบ้านเมือง ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์ 19 ก.ย. แล้วมา ถึงยุค นายสมัคร สุนทรเวช ก็ยังปล่อยให้ มีการจายจ้วง ขายอธิปไตย ถึงยุค นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็เหมือนกัน บอกว่า อย่าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อ ตัวเอง ก็ยังแก้


“เราสู้ไม่ให้ ฉ้อราษฎร์บังหลวง เราผิดด้วยหรือ หรือให้เคารพกฎหมาย ให้หยุดจาบจ้วง พระเจ้าอยู่หัว เราผิดด้วยหรือ แล้วจะให้เรา สมานฉันท์ กับพวกมัน จะบ้าหรือเปล่า นายสุเมธ ชอบใช้สถานภาพ ที่เป็นคนทำโครงการหลวง แล้วมาตีกิน คนพวกนี้ชอบโผล่ ในบางช่วงเพื่อเป็น พระเอก มันน่าเจ็บใจ ที่ยังมีคนแบบนี้” นายสนธิ กล่าว พร้อมทั้งเตือน นายสุเมธให้หยุด พูดแบบนี้อีก แล้วไม่ต้องออกมาสวน เพราะไม่เช่นนั้น จะโดนสวนกลับ ไปอีก 20 หมัด รวมทั้งจะแฉ เรื่องในอดีต ให้คนได้รู้


นายสนธิ กล่าวว่า เวลานี้ในสังคม มีสองอย่าง คือ ถูก หรือผิด เท่านั้น ไม่มี ถูกมั่ง ผิดมั่ง การสมานฉันท์ จะเกิดขึ้นได้ เมื่อยอมรับว่า สิ่งไหนถูก หรือ ผิด


จากนั้น นายสนธิได้กล่าวเตือน เรื่องเศรษฐกิจ เนื่องจากเวลานี้ เศรษฐกิจโลก กำลังล่มสลาย วันนี้ตลาดหลักทรัพย์ ของไทย ตกลงมาต่ำกว่า 400 จุดแล้ว และตลาดหุ้นทั่วโลก ก็ตกต่ำลง อย่างน่าใจหาย ดังนั้น ทางรอดมีทางเดียว คือ ต้องไล่รัฐบาลนี้ ออกไปให้ได้ และต้องยกเลิก การเป็นหนี้ โดยยกเลิก โครงการใหญ่บางโครงการ ที่ไม่มีประโยชน์ และสร้างหนี้ให้คนไทย เช่นต้องยกเลิก การเช่ารถเมล์ 4 พันคัน เลิกการจ่ายเงินปันผล ของ ปตท. แล้วลดราคาน้ำมัน ช่วยเหลือค่าครองชีพ ของประชาชน กระจายไปถึงชุมชน โดยเร่งรัดการพึ่งพาตัวเอง แบบเศรษฐกิจพอเพียง และส่งเสริม การออม เท่านั้น


นายสนธิ กล่าวว่า เวลานี้ มี 3 ประเทศ ที่เข้าโครงการของ ไอเอ็มเอฟแล้ว คือ โปแลนด์ ยูเครน และ ฮังการี และจะ ตามมา อีกหลายประเทศ


ในตอนท้าย นายสนธิ ได้กล่าวเตือน ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ (กบข.) ว่าที่ผ่านมา มีความพยามเลียนแบบ การลงทุน แบบฝรั่ง ที่ทำให้ประเทศในตะวันตก เจ๊งอยู่ในขณะนี้ นั่นคือการนำเงินจาก กองทุนดังกล่าว ไปลงทุนใน ตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศ ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ และเจ๊งไปแล้ว ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์


“ตอนนี้ กำลังปิดข่าวกันเงียบ เพราะไปลงทุนในตลาด ตราสารทั่วโลก แล้วเจ๊งตามกันไป ผมท้าให้ออกมาโต้ จะได้รู้ความจริงว่า ใครโกหก” นายสนธิ กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 27 ตุลาคม 2551 23:35 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000127637


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” จวก “ดร.สุเมธ” หยุดสร้างภาพตีกิน แฉ! “กบข.” เดินตามก้นฝรั่งจนเจ๊ง


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below


October 23, 2008

UN ออกรายงาน กระตุ้นจีน ไข่ผง ขนมปังกรอบ ที่มาจากจีน ปนเปื้อนเมลามีน


UN ออกรายงาน กระตุ้นจีน ปฏิรูป กฎหมาย ความปลอดภัยในอาหาร

สหประชาชาติ ต้ภ??การให้ ผู้ผลิตภ??หารจีน มีความรับผิดชภ??มากขึ้น

สหประชาชาติ ต้องการให้ ผู้ผลิตอาหารจีน มีความรับผิดชอบมากขึ้น

เอเจนซี่ – องค์การสหประชาชาติ ได้ออกรายงาน ชิ้นล่าสุดวันนี้ เกี่ยวกับ ความปลอดภัย ของอาหารในจีน โดยเตือนให้ รัฐบาลจีน เร่งออกกฎหมาย ที่ทันสมัย ที่ระบุชัดเจน เกี่ยวกับอำนาจ ความรับผิดชอบ และบทลงโทษ เรื่องความปลอดภัยในอาหาร เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ ในวงการการค้าโลก

“กฎหมายเรื่อง อาหารของจีน ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ มีหลายฉบับ และหลักปรัชญา ที่ว่ารัฐบาลจะรับผิดชอบ ในทุกๆเรื่องนั้น ล้าสมัยไปแล้ว เพราะต้องให้ ผู้ผลิตอาหาร รับผิดชอบด้วย” นายจอร์เกน ซูทท์ ผู้อำนวยการแผนกความปลอดภัยอาหาร ประจำองค์การสหประชาชาติแถลง


รายงานของ สหประชาชาติ ครั้งนี้ ออกมาในช่วงที่ กระแสเรื่อง นมปนเปื้อนเมลาลีน จากจีนยังไม่จางหายไป เพราะ ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุข ของ เกาหลีใต้ เพิ่งประกาศ ในวันเดียวกันว่า ไข่ผง ที่มาจากจีน ปนเปื้อนเมลามีน และ ฟิลิปปินส์ ก็ตรวจพบว่า ขนมปังกรอบ “lotte b+w koala” และ “lotte chocolate snack koala” ปนเปื้อนเมลามีน รวมทั้ง องค์การอาหารและยา ของไทย ก็เพิ่งสั่งเก็บ ขนมปังกรอบ ยี่ห้อ “จูลี่” ที่ผลิตจาก มาเลเซีย


ในรายงานของ องค์การสหประชาชาติ ฉบับนี้ ยังระบุว่า ระบบการควบคุม ความปลอดภัย ในอาหารของจีน เกี่ยวข้องกับ หลายกระทรวง และ หน่วยงาน ทำให้ การสื่อสารล่าช้า และหากมี การระบาดของ สารพิษขึ้น ก็จะรับมือได้ช้า เช่นกัน โดย สหประชาชาติ แนะนำว่า จีน ต้องทำระบบ ที่ประกัน ความปลอดภัยของ อาหารจากแหล่งเพาะปลูก ถึงโต๊ะอาหาร และที่สำคัญ คือต้องให้ ผู้ผลิตอาหาร รับผิดชอบด้วย


“ทางการจีน ต้องให้การศึกษา กับบริษัทผู้ผลิตอาหาร เกี่ยวกับ บทบาทในการสร้างความมั่นใจ ให้กับตลาด ทั้งในและต่างประเทศ” รายงาน ความปลอดภัย ของอาหาร ที่ออกโดย องค์การสหประชาชาติ ระบุ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 23 ตุลาคม 2551 18:21 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000125583


พิมพ์ ข่าวนี้ UN ออกรายงาน กระตุ้นจีน ปฏิรูป กฎหมาย ความปลอดภัยในอาหาร


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 19, 2008

“พิภพ” จี้ “เขยแม้ว” รับผิดชอบเหตุ “7 ตุลาเลือด” ผู้บาดเจ็บ แผลเรื้อรัง จากอาวุธร้ายแรง

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีที่ดินรัชดาฯ,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คุณภาพชีวิต,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,วัฒนธรรมขอมโบราณ,วิกฤติ,ศาลสถิตยุติธรรม,อาชญากรรม — accomthailand @ 03:51
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“พิภพ” จี้ “เขยแม้ว” หยุดหาแพะ-
รีบลาออก ชดเชยหนี้เลือด

นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่�ประชาธิปไตย

นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


“เขยแม้ว” ต้องรับผิดชอบเหตุ “7 ตุลาเลือด” ด้วยการลาออก สถานเดียว หยุดปัดความรับผิดชอบให้ รองนายกฯ ระบุผ่านกลิ่น แก๊ส-ควันปืน เข้าสภา เป็นไปไม่ได้ ที่จะไม่ได้รับรายงาน ยันฟ้องแน่ ทั้งแพ่ง-อาญา ไม่ว่าผลการสอบสวนของ คณะกรรมการ ที่นายกฯ ตั้งเอง จะออกมาอย่างไร เผยยังต้องดูแล ผู้บาดเจ็บ อีกหลายเดือน เหตุแผลเรื้อรัง จากอาวุธร้ายแรง


เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 18 ต.ค. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัยที่ ทำเนียบรัฐบาล โดยได้กล่าว ถึง การช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์ ตำรวจใช้ความรุนแรงสลาย การชุมนุมของ พันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่า จากที่คุยกับ หมอที่รักษา ผู้บาดเจ็บ ทราบว่า คงต้องดูแลผู้บาดเจ็บ ต่ออีกหลายเดือน


เนื่องจาก ลักษณะบาดแผล ที่เรื้อรัง ซึ่งตอนนี้ยังไม่อยากสรุปว่า บาดแผลทั้งหมด เกิดจากแก๊สน้ำน้ำตา หรือไม่ เพราะคนที่โดนแก๊สน้ำตา จริงๆ แผลจะเป็นจุดๆ ส่วนคนที่ ขาขาด มือขาด นั้น น่าจะเป็นอาวุธอย่างอื่น หรือไม่ นี่แสดงให้เห็นถึง การใช้อาวุธที่ร้ายแรง ในการสลายการชุมนุม


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย (256 K)


นายพิภพ เปิดเผยอีกว่า มีผู้บาดเจ็บจาก การถูก นปก.ทำร้าย ตั้งแต่ พันธมิตรฯ เริ่มชุมนุม ในวันที่ 25 พ.ค. 51 มาจนถึงการเข้าสลาย การชุมนุม โดยตำรวจ หลายครั้ง มาขอให้ช่วยดูแลด้วย ซึ่งแกนนำได้หารือกันแล้ว มีมติว่า จะดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.51 เป็นต้นมา โดยใช้ กองทุนผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. ดังนั้น ผู้บาดเจ็บแม้จะ รักษาหายไปแล้ว ให้มาลงบัญชีว่า เสียค่าใช้จ่ายในการรักษา ไปเท่าไหร่ เราจะ ดูแลให้


นายพิภพกล่าวต่อว่า เหตุการณ์ใช้ความรุนแรง สลายการชุมนุม ในวันที่ 7 ต.ค. นั้น ถึง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี จะบอกว่า ตัวเอง ไม่ได้สั่งการ แต่เป็นการสั่งไป ตามหน่วยงานนั้น ขอบอกว่า เมื่อมีการยิง ตั้งแต่เวลา 6.15 น. และ นายกฯ เข้าสภาเวลา 9.00 น. เป็นไปไม่ได้ ที่ นายกฯ จะไม่ได้รับรายงาน เพราะเมื่อผ่าน จะต้องเห็นเหตุการณ์ หรือได้กลิ่นแก๊สน้ำตา กลิ่นควันปืน จุดเกิดเหตุ ก็อยู่ใกล้ๆ เป็นไปไม่ได้ที่ เจ้าหน้าที่ จะ รายงานช้า ปัญหาก็คือ เมื่อนายกฯ ได้รับรายงานแล้ว ได้สั่งการ ให้หยุดหรือไม่ เมื่อไม่มีการสั่งการให้หยุด นายสมชาย จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะ รับผิดชอบ


“อย่าปฏิเสธ อย่าหาแพะ ว่าเป็นรองนายกฯ คนนั้น รองนายกฯ คนนี้ เป็นคนสั่ง ท่านต้องรับผิดชอบ ทางการเมือง คือต้องลาออก สถานเดียว นายกฯ จะหลีกเลี่ยง ความรับผิดชอบ ต่อการตายของประชาชน ไม่ได้ ส่วนทาง กฎหมายนั้น เราจะฟ้องท่าน ไม่ว่า ผลสอบสวนของ กรรมการ ที่ท่านตั้งขึ้นมา จะบอกว่าท่านผิดหรือถูก แต่เราจะฟ้อง ท่านแน่ ทั้ง ทางแพ่ง และ อาญา ตั้งแต่ นายกฯ ลงมา”


“กรุณาอ่านเหมือนกรณี ยุบพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 เพราะการอ่านคำพิพากษา ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจทุกช่อง ถือเป็นการให้การศึกษา แก่ประชาชนอย่างดียิ่ง” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวพร้อมขอเสียง สนับสนุนจากผู้ชุมนุม ซึ่งก็ได้รับ เสียงตอบรับอย่าง หนาแน่น


นายพิภพ กล่าวถึงการช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต เพิ่มเติมว่า ล่าสุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ได้แจ้งมาว่า พร้อมที่จะให้ ทุนการศึกษา โดยไม่จำกัดจำนวน


ส่วนการรับบริจาค เพื่อช่วย ผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตนั้น ขอหยุดไว้ก่อน เนื่องจาก มียอดรับบริจาค ถึง 26 ล้านกว่าบาท แล้ว และจ่ายให้ ผู้บาดเจ็บ แล้ว 2 ล้าน 7 หมื่นกว่าบาท และ มีเงินเข้าบัญชี วันนี้ อีก 1 ล้าน 8 หมื่นบาท


อย่างไรก็ตาม สำหรับ การรับบริจาค เพื่อสนับสนุน เอเอสทีวี และเป้นค่าใช้จ่าย ในการชุมนุมของ พันธมิตรฯ ยังเปิดรับไม่หยุด เพราะต้องมี ค่าใช้จ่าย ทุกวัน


นายพิภพ กล่าวต่อว่า ผลจากการสลาย การชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ทำให้พันธมิตรฯ ยังมีเรื่อง ที่ต้องทำต่อ ทั้งการดูแลผู้บาดเจ็บ และเรื่องคดี ที่ฝ่ายเราฟ้องรัฐบาล และ รัฐบาลที่ฟ้องแกนนำ ซึ่งจากประสบการณ์ของ นายบรรจง นะแส ที่เคยฟ้องคดี ตำรวจสลายการชุมนุม ที่สงขลา ต้องใช้เวลา ถึง 4 ปี จึงมีคำพิพากษา ออกมาว่า รัฐบาลผิด ต้องจ่ายเงินชดเชย ให้ผู้ชุมนุม คนละ 1 หมื่นบาท ดังนั้นถ้าจำเป็น ต้องมีการระดมทุน สู้คดี ก็อาจจะขอบริจาคอีก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กองทุนสู้คดี มีอยู่แล้วประมาณ 2 ล้าน จึงยังไม่ขอบริจาคเพิ่ม ในขณะนี้


นายพิภพ ได้กล่าวถึง การประชุม เรื่องการเมืองใหม่ ในช่วงบ่ายวันที่ 18 ต.ค.ว่า ในส่วน ของการศึกษา นั้น ตนได้เสนอให้มี การจัด การศึกษา ทางโทรทัศน์ ด้วย ซึ่งในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง การสอนให้ทำ โจทย์คณิตศาสตร์ ทางโทรทัศน์ แต่เป็นการ ทำให้โทรทัศน์ เป็น ทีวีสาธารณะ ของ ประชาชน ที่ไม่เสนอ ข้อมูลด้านเดียว และสร้าง องค์ความรู้ ที่รอบทุกด้าน ไม่ใช่มีแต่ ข่าวอย่างเดียว เนื่องจากคนไทย อยู่กับทีวี มากกว่าอย่างอื่น แม้แต่ ละครก็ปรับปรุง ให้สะท้อนชีวิตจริง ให้เป็นบทเรียน ในการดำรงชีวิต ที่ดี ไม่ใช่มีแต่ ละครน้ำเน่า


ส่วนการศึกษาในระบบ ต้องส่งเสริมศักยภาพ ของเด็กอย่างเต็มที่ ตามความถนัด และพรสวรรค์ ของแต่ละคน นอกจากนั้น การเลี้ยงดู ก็ต้อง สอดคล้อง กับการจัดการศึกษาด้วย เพราะถ้าเลี้ยงดูผิด ก็มีผล ต่อการจัดการศึกษา ที่ผิดด้วย ดังนั้น การจัดการศึกษา ต้องเชื่อมโยง กับการเลี้ยงดู ด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 19 ตุลาคม 2551 03:51 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000123985


พิมพ์ ข่าวนี้ “พิภพ” จี้ “เขยแม้ว” หยุดหาแพะ – รีบลาออก ชดเชยหนี้เลือด


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สมศักดิ์” ดีเดย์ จันทร์นี้ 10 โมง ดาวกระจาย แจกซีดี หน้าเซ็นทรัลเวิลด์

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวลือ,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีที่ดินรัชดาฯ,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คุณภาพชีวิต,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,วิกฤติ,ศาลสถิตยุติธรรม,อาชญากรรม — accomthailand @ 00:50
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“สมศักดิ์” นัด 10 โมง วันจันทร์ หน้าเซ็นทรัลเวิลด์
แพร่ซีดี ประจาน ตร.โหด

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่�ประชาธิปไตย

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


“สมศักดิ์” ดีเดย์ จันทร์นี้ 10 โมง ดาวกระจาย แจกซีดี หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ หวังปลุกกระแสประชาชน เผด็จศึกรัฐบาล ด้วยการตีแผ่ความจริง พร้อมแฉ “สมชาย” ทาส “แม้ว” เดินเกม ปลุกกระแสช่วย พี่เขย และ รักษาอำนาจ ของตนเอง


ระบุการเมืองใหม่ จะเกิดขึ้นได้ ต้องกำจัดการเมืองเก่า ให้สิ้นซากก่อน โดยเมื่อมี การเมืองใหม่ เกิดขึ้นแล้ว เกษตรกร จะต้องมีรายได้อย่างเท่าเทียม และ การศึกษา จะต้องฟรี ในทุกระดับชั้น


เผย ดาวกระจาย การบินไทย สัปดาห์หน้า ปกป้อง “กัปตันจักรี” ที่อาจถูกถอด ใบอนุญาตบิน แย้มรายละเอียด การศึกษา-รัฐวิสาหกิจ ในการเมืองใหม่ ร้องศาล อนุญาติ ถ่ายทอดโทรทัศน์ การพิพากษา คดีที่ดินรัชดา


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัย (256 K)


วานนี้ (18 ต.ค.51) เวลา 22.30 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นปราศรัย บนเวที ในทำเนียบรัฐบาล ว่า การแจกซีดี และ หนังสือที่เกี่ยวข้อง กับเหตุการณ์ วันที่ 7 ตุลาคม นั้นได้รับการตอบรับ จากประชาชน เป็นอย่างมาก โดยได้มีการประชุมกันว่า จะ ให้มี กิจกรรมนี้อีกใน วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม นี้


“มีการตอบรับ ดีมาก และ เราจะนัดรวมตัวกัน ที่หน้า เซ็นทรัลเวิลด์ อีกในวันจันทร์นี้ เวลา 10 โมง เพื่อไปแจกซีดี ที่ถนนวิทยุ เพื่อให้ประชาชน รู้ความจริง ที่เกิดขึ้น เพื่อเขาจะได้มา ร่วมต่อสู้เผด็จศึก รัฐบาล ให้เร็วที่สุด” นายสมศักดิ์ กล่าว


ทั้งนี้ ต้องอย่าลืมว่า เราต้องอยู่ป้องกัน การโจมตีของรัฐบาล ที่ทำเนียบ และ สะพานมัฆวานด้วย โดยเวลาของรัฐบาล มีไม่มากแล้ว แต่เขาต้อง สร้างเรื่อง ให้เขาอยู่ต่อ ซึ่งเรามีหน้าที่ ชี้แจงให้ประชาชนทราบ และ ลุกขึ้นมาต่อสู้กับเรา ให้มากขึ้น


นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนนี้ ต้องบอกกับ พี่น้องชาวใต้ ให้อย่าสับสน และให้ขึ้นรถไฟ มากรุงเทพ ในวันที่ 20 โดยไม่ต้องไปฟังใคร และ ให้มา โดยด่วน ที่สุด เพราะว่าตอนนี้ งานเข้าเยอะมาก


โดยการต่อต้านทุนสามานย์ ได้มี การกระจายไปทั่วโลกแล้ว ซึ่งวันนี้ที่ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ไปขึ้นสนามบินหาดใหญ่ ก็ถูกไล่ นอกจากนี้ นายประดิษฐ์ เองยังต้องหนีเข้าไป ในบ้านของ ส.ส. ประชาธิปัตย์ เลย ซึ่งที่ว่า นั้นกระจายไป ทั่วโลก เพราะขนาด ทักษิณ ที่ลอนดอน ยังโดน


ซึ่งรถราคาแพง ของทักษิณ ยังถูกเกลียด และโดนทำลาย ซึ่งขณะนี้ คนอังกฤษ ก็เกลียดทักษิณ อยู่ไม่น้อย เหมือนกัน เพราะคนโกง เห็นแก่ตัว ประเทศไหน ก็ไม่ให้การตอนรับ


นายสมศํกดิ์ กล่าวอีกว่า ที่วันนี้ไม่ค่อยได้พูดถึง การเมืองใหม่ เพราะย้ำตลอดว่า การเมืองใหม่ จะเกิดขึ้นได้ ต้องขับไล่ รัฐบาลเน่า ในการเมืองเก่า ออกไปก่อน ไม่เช่นนั้น จะเกิดไม่ได้ ตอนนี้โอกาสของรัฐบาล แม้จะดื้อด้านอย่างไร โดยการปฏิบัติหน้าที่ ของ สมชาย ในการยืนหยัดต่อสู้ เพื่อ ทักษิณ อย่างเหนียวแน่น และไม่สนใจอะไร ทั้งสิ้น ขนาด 4 เหล่าทัพ มาพูดว่า ก็ยังไม่สนใจ


ทั้งนี้ เมื่อช่วงกลางวัน ที่ผ่านมา มีการประชุม เกี่ยวกับการเมืองใหม่ จึงอยากเอามาบอกกับพี่น้อง เพราะการเมืองเก่า เหลือเวลา อีกไม่กี่ชั่วโมง แล้ว และ การยืดเวลา ของนายสมชาย ในการตั้ง คณะกรรมการสอบนั้น ใครก็รู้ดีว่า คนผิดเป็นใคร แล้วจะมาสอบกันอีก ทำไม


แต่ในกรณีที่ เล่นงาน กัปตันจักรี ทำไมไม่ให้มี การตั้ง กรรมการตรวจสอบ ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่อความผิด นายสมชาย นั้น ทำไมไม่ตัดสินบ้าง


“ตอนนี้ นายสมชาย พยายามสร้าง สถานการณ์ปั่นป่วน เพื่อกลบข่าว การตัดสินคดีความของ ทักษิณ แต่เขาก็ยังทำไม่สำเร็จ ตอนนี้มันคิดชั่ว ปลุกระดมคน เพื่อมาให้ตีกัน เขาบอกว่า ประเทศไทยจะเป็นเหมือน เกาหลีเหนือ กับใต้ นั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับ นโยบายสมานฉันท์ ที่จะทำ นี่เป็นการแสดง ให้เห็นว่าเขาต้องทำทุกอย่าง เพื่อให้อยู่ในอำนาจ ต่อไป” นายสมศักดิ์กล่าว


นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า อีกด้านเหนึ่ง ขณะนี้รัฐบาล ต้องการจะรุกคืบ เพื่อเอาทำเนียบคืน ในวันที่ 21 นี้ ซึ่ง พี่น้อง จะต้องสับเปลี่ยน กันมา ทำหน้าที่ อย่างเข้มแข็ง เพื่อไม่ให้เขาทำได้ เราได้เรียนรู้ประสบการณ์ จาการเมืองเก่าว่า ชั่วร้ายอย่างไร มันทำลายทุกอย่าง ทั้งสถาบัน และ ประชาชน โดยเราจะให้ เป็นอีกต่อไปไม่ได้


นอกจากนี้ การเมืองเก่า ยังทำลายเศรษฐกิจ เพราะรัฐบาลทรราช เป็นผู้สร้างมาทั้งนั้น จากการประกาศภาวะฉุกเฉิน และ การทำร้ายประชาชน ในวันที่ 7 ก็เช่นกัน ซึ่งต่างชาติ เขาให้ค่า ความเผด็จการของ รัฐบาลชุดนี้ เท่ากับ พม่า ไปแล้ว


นายสมศักดิ์ กล่าวถึงการเมืองใหม่ อีกว่า ปัญหาใน การกระจายรายได้ อย่างไม่เป็นธรรม นั้น และ ความแตกต่าง ระหว่างเมือง กับชนบทนั้น เป็นสิ่งสำคัญ โดยประชาธิปไตย จะต้องมีปัจจัยสี่ ในเบื้องต้นด้วย โดยการประชุมกันนั้น หนี้สินของเกษตรกร ที่เกิดจากคำแนะนำของรัฐ นั้น จะต้องมีการยกเลิก แบบไม่มีเงื่อนไข หลังจากการเมืองใหม่เกิดขึ้น


นอกจากนั้นการเมืองใหม่ จะต้องส่งเสริมให้มีการร่วมตัวกัน เป็นสหกรณ์ หรือสหภาพ เพื่อให้มี การตรวจสอบ การเมือง ได้ และจะได้รวมตัวกัน ได้ง่ายขึ้น เมื่อพบว่า มีคนทุจริต และต้องเปลี่ยน ความคิดใหม่ว่า ประชาชนคือเจ้าของประเทศ ไม่ไช่ นักการเมือง และข้าราชการ โดยจะต้อง ไม่คิดเหมือน ทักษิณ ว่า ผู้บริหาร เป็นซีอีโอ เป็นเจ้านาย แล้วประชาชน เป็นลูกจ้าง


นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การเมืองใหม่ จะต้องมีการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้ว เน้นผลิต สายวิชาชีพ มากที่สุด เพื่อให้จบมาแล้ว มีงานทำ ซึ่งไม่ใช่เหมือน ในปัจจุบัน อันนี้ไม่ถูกต้อง อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการศึกษา ที่แพงเกินไป ถึงแม้จะทำงาน เป็น 20 ปี ก็ไม่หลุดพ้น ต้นทุน การศึกษา ที่มี โดยการศึกษาต่อไป ทุกคนต้องเรียนฟรี ตลอด


“การศึกษา ต้องเน้น การปฏิบัติ และ เรียนภาคทฤษฎี แค่ 30% ก็น่าจะเพียงพอ และ การศึกษาแนวใหม่ ต้องให้ชุมชน มีส่วนร่วม และต้องควบคู่ กับคุณธรรม”


ส่วนเกษตรกร จะต้องมีการร่วมกลุ่ม และแปรรูป นอกจากนี้ เกษตรกรจะต้อง ไม่เข้ามาทำงาน ในกรุงเทพฯ ซึ่งเราต้องแก้ปัญหา เหล่านี้ให้ได้ ส่วน รัฐวิสาหกิจ นั้น ต้องกำจัด การแปรรูป เพื่อไม่ให้เงิน ของรัฐ และ ประโยชน์ของ ประชาชน หายไป ซึ่งการเมืองใหม่ จะต้องยึด ปตท. กลับมาเป็น ของประชาชน


เพื่อไม่ให้มี การเอาเปรียบกัน เกิดขึ้น ซึ่งจะต้องมี กระทรวงรัฐวิสาหกิจ เกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชน และประเทศชาติ ได้ประโยชน์ เพื่อเริ่มต้น เศรษฐกิจพอเพียง โดยแน่นอนว่า การเมืองใหม่ ถ้ามีการโกง คดีความที่เกิดขึ้น กับนักการเมือง จะไม่มีอายุความ และ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับ การเมือง ทั้งชีวิต ถ้ามีความผิด ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องแรก ที่จะต้องมีการเมืองใหม่ ซึ่งเราจะต้องทำ ให้เกิดขึ้น ในอนาคต


“ในสังคมใด หนึ่งจะต้องมีสิ่งยึดเหนี่ยว อย่าบ้าบอไปกับชาติอื่น เราต้องสำนึกถึงบุญคุณ ของบรรพชน ในแบบของเรา และการเมืองใหม่ ต้องเดินหน้าทันที และเราต้องกล้าสู้ เพื่อให้ศัตรูหน้าไหน มาทำร้ายเราไม่ได้ และเราต้องอย่าท้อ” นายสมศักดิ์ กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 19 ตุลาคม 2551 00:50 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000123975


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมศักดิ์” นัด 10 โมง วันจันทร์ หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ แพร่ซีดี ประจาน ตร.โหด


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 18, 2008

“สมเกียรติ” ฟันธง เหลือ ศาล และ พันธมิตรฯ เท่านั้น ที่ต้าน “ระบอบทักษิณ” อยู่

Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวลือ,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีที่ดินรัชดาฯ,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ประวัติศาสตร์ไทย,ปราสาท ตาควาย,ปราสาท ตาเมือนธม,ปราสาทพระวิหาร,พลังงาน,วิกฤติ,ศาลสถิตยุติธรรม,สหประชาชาติ,อารยะขัดขืน — accomthailand @ 19:39
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


“สมเกียรติ” ฟันธง เมื่อทหารไม่ขยับ
ชาติเหลือแค่ “ตุลาการภิวัฒน์-ประชาภิวัฒน์” ค้ำจุน

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ


ผู้จัดการออนไลน์ – “สมเกียรติ” วิเคราะห์ “ระบอบทักษิณ” ป่วน และ ยึดครองแนวรบ ด้านชนบท- สภา – อำนาจรัฐ แล้วเบ็ดเสร็จ ชี้กองทัพก็ที่มัว มะงุมมะงาหรา ก็กำลังจะถูกครอบ ชาติ จึงเหลือ แนวรบด้าน ศาล และ พันธมิตรฯ เท่านั้น ที่ต้านอยู่


เผย ดาวกระจาย การบินไทย สัปดาห์หน้า ปกป้อง “กัปตันจักรี” ที่อาจถูกถอด ใบอนุญาตบิน แย้มรายละเอียด การศึกษา-รัฐวิสาหกิจ ในการเมืองใหม่ ร้องศาล อนุญาติ ถ่ายทอดโทรทัศน์ การพิพากษา คดีที่ดินรัชดา


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ปราศรัย (256 K)


วันนี้ (18 ต.ค.) เมื่อเวลา ประมาณ 18.30 น. ที่เวทีพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ทำเนียบรัฐบาล นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำ พันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นปราศรัย โดยเป็นการปราศรัย ก่อนเวลาปกติ เนื่องจาก นายสมเกียรติ มีธุระต้องเดินทาง ไปต่างจังหวัด


ในช่วงต้น นายสมเกียรติ เปิดเผยว่า เสนาธิการทหารของ ฝ่ายระบอบทักษิณ เตรียมแผนการ ที่จะป่วนเมืองใน วันจันทร์ที่ 20 ต.ค.นี้ เพื่อไม่ให้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีโอกาส อ่านคำพิพากษาคดีที่ดินรัชดา ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ในวันรุ่งขึ้น ดังนั้น ประชาชนจึงต้องลุกฮือ ขึ้นมามากขึ้น เพื่อไม่ให้ฝ่ายของ ทักษิณสามารถกระทำการ ดังกล่าวได้


ต่อมา นายสมเกียรติ จึงขอร้องให้ ในการตัดสินคดี การจัดซื้อที่ดินรัชดาฯ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ที่กำลังจะอ่าน คำพิพากษา ในวันอังคารที่ 21 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ ให้ ศาลฎีกาได้อนุญาตให้มีการ ถ่ายทอดการอ่านคำพิพากษา ผ่านทางโทรทัศน์ ทุกช่อง


“กรุณาอ่านเหมือนกรณี ยุบพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 เพราะการอ่านคำพิพากษา ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจทุกช่อง ถือเป็นการให้การศึกษา แก่ประชาชนอย่างดียิ่ง” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวพร้อมขอเสียง สนับสนุนจากผู้ชุมนุม ซึ่งก็ได้รับ เสียงตอบรับอย่าง หนาแน่น


สองประเด็น เรื่องการเมืองใหม่


นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า วันนี้ กลุ่มพันธมิตรฯ ได้จัดประชุม ระดมความคิด เรื่องการเมืองใหม่ ขึ้นเป็น ครั้งที่ห้า แล้ว โดยการประชุม ในวันนี้ ได้ข้อสรุป หลายเรื่อง แต่ตนขอเปิดเผย เนื้อหาคร่าวๆ ใน 2 ประเด็น ดังนี้ คือ เรื่องการศึกษา และ เรื่องรัฐวิสาหกิจ


การศึกษา


1. การศึกษาต้องไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ของประชาชน โดยเป็น รัฐสวัสดิการ
2. บุคคลที่เกิดมาได้รับ สัญชาติไทย ให้เรียนตามความสามารถตนเอง สามารถเรียนสูงได้แค่ไหน รัฐก็จะอุดหนุน ให้เต็มที่
3. ลดการบรรจุ ครูลง แต่บรรจุ ชาวบ้านที่มีความรู้ ร่วมเป็นครูสอนในโรงเรียน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้าง ความรู้เกี่ยวกับ ภูมิปัญญาท้องถิ่น


รัฐวิสาหกิจ


ในประเด็นนี้ นายสมเกียรติ ระบุว่า จะมีผู้เชี่ยวชาญ และ แกนนำของสหภาพรัฐวิสาหกิจ ขึ้นมากล่าว อย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ในขั้นแรก ที่เปิดเผยได้ ต่างเห็นพ้องว่า ถ้าประชาชนได้รับชัยชนะ จะต้องเอา บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กลับคืนมา เป็นของชาติให้ได้


“เรื่อง ปตท. อยู่ในหัวใจเราเสมอ ยังจำวันที่เราไปล้อม ปตท. ได้ไหมครับ มีรายงานข่าว จาก ปตท. ระบุว่า ขณะนี้ รัฐไทยมี สัมปทานเรื่อง บ่อก๊าซธรรมชาติ และ บ่อน้ำมัน 35 สัมปทาน โดยขณะนี้ ขุดพบบ่อก๊าซและ บ่อน้ำมันแล้ว กว่า 800 บ่อ ซึ่งถ้ากลับมาอยู่ ในมือของรัฐ เพียงพอที่ จะสร้างความมั่งคั่ง ให้ชาติไทย”

เรื��ากาศโท�ภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้�ำนวยการใหญ่บริษัท การบินไทย สัปดาห์หน้าเตรียมรับกระแสกดดันหนักเพราะพันธมิตรฯ เตรียมประกาศดาวกระจายเพื่�ไปกดดันกรณีลงโทษกัปตันจักรี เกินกว่าเหตุ

เรืออากาศโท อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย สัปดาห์หน้า เตรียมรับกระแสกดดันหนักเพราะ พันธมิตรฯ เตรียมประกาศดาวกระจาย เพื่อไปกดดัน กรณีลงโทษ กัปตันจักรี เกินกว่าเหตุ


ดาวกระจาย “การบินไทย” ปกป้อง “กัปตันจักรี”


พร้อมกันนั้น ได้เปิดเผยด้วยว่า ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้นั้น ทาง บริษัทการบินไทย กำลังจะพิจารณา เรื่องถอนใบอนุญาตนักบิน ของ น.ต.จักรี จงศิริ กัปตันการบินไทย ผู้อารยะขัดขืน ไม่ยอมให้ ส.ส. พรรคพลังประชาชน 3 คน ขึ้นเครื่องบิน ในวันที่ 8 ต.ค.2551 หลังจากเกิด เหตุการณ์ รัฐบาลสั่งให้ ตำรวจฆ่าประชาชน ดังนั้น พันธมิตรฯ จึงต้องตัดสินใจ เคลื่อนไหวปกป้อง ผู้ที่ออกมาต่อสู้เพื่อ ชาติและราชบัลลังก์ ภายในสัปดาห์ ที่จะถึงนี้


“ถ้าพันธมิตรฯ ไม่ปกป้องคนดีเช่น กัปตันจักรี แล้วจะมีใครเล่า มาปกป้องคนดี ที่ต่อสู้ เพื่อชาติ และราชบัลลังก์ ดังนั้น พี่สมศักดิ์ (โกศัยสุข) จึงนำเรื่องเข้า ที่ประชุมแกนนำ ซึ่งจะส่งคนไปช่วย กัปตันจักรี 1 หมื่นคน ขอความร่วมมือ สหภาพฯ การบินไทย ให้ช่วยกัน พร้อมทั้งกล่าวเตือน ไปยัง บอร์ดการบินไทย ที่รับใช้นักการเมืองทรราช ว่า สัปดาห์หน้าเจอกัน” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว


วิเคราะห์แนวรบพันธมิตรฯ


จากนั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า ตนจะปราศรัยเรื่อง “ภัยต่อชาติ” ต่อเนื่อง เป็นจำนวน 3 ตอน เริ่มต้นตั้งแต่ วันนี้เป็นต้นไป โดยกล่าววิเคราะห์ว่า ระบอบทักษิณ กำลังสร้างกระแสความปั่นป่วน ให้ประเทศชาติ ในหลายด้านด้วยกัน


ประการแรก คือ การป่วนในชนบท โดยปัจจุบัน ส.ส.พปช. กับ นปก. คุมสถานการณ์ เอาไว้หมด ขณะที่ พันธมิตรฯ ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ทำให้ ราคาสินค้าเกษตร เช่น ราคามัน ราคาข้าวโพด และ ราคายางตกต่ำลง


“เรียนพี่น้องตรงๆ ว่าการทำงานใน ภาคชนบท ยากมาก แนวรบชนบท เราสูญเสียความนิยมไปมาก แต่แนวรบที่ อำเภอ และตำบล ที่เจริญแล้ว ประมาณ 900 อำเภอ และ ประมาณ 1,000 ตำบล จากจำนวนตำบล ทั้งหมด 7,000 ตำบล ชาวบ้านเป็น พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย เกือบหมด” แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว


อย่างไรก็ตาม ในแนวรบที่ 2 คือ แนวรบในเมืองนั้น พันธมิตรฯ ได้เปรียบมากที่สุด ส่วน แนวรบ ที่ 3 และ 4 คือแนวรบใน รัฐสภา และ ทางการบริหาร รัฐบาลระบอบทักษิณ ได้ยึดครองไว้หมดแล้ว
ใน แนวรบทางศาลนั้น นายสมเกียรติระบุว่า เป็นแนวรบที่ทรงไว้ซึ่ง ความยุติธรรมเสมอ
ส่วนแนวรบทางเศรษฐกิจ นายสมเกียรติเชื่อว่า พันธมิตรฯ ได้เปรียบเต็มร้อย เพราะ พันธมิตรฯ มีฐานผู้ชุมนุม เป็นชนชั้นกลาง ผิดกับกลุ่ม นปช. เสื้อแดง ที่ต้องการ น้ำเลี้ยงและค่าจ้าง


อย่างไรก็ตาม นายสมเกียรติ ได้ตั้งข้อสงสัยว่า มี นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ ด้านพลังงาน ได้ให้ข้อมูลตนมาว่า มีผู้บงการ ปตท. ให้สำรองน้ำมัน ที่ใช้ในประเทศ ให้น้อยกว่าปกติ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน ทางเศรษฐกิจ กับประเทศ ซึ่งตนยังไม่ปักใจเชื่อ กับข้อมูลดังกล่าว ดังนั้น จึงอยากให้ ปตท. เปิดตัวเลขสำรองน้ำมัน ของประเทศ ให้สาธารณชนได้รับรู้


แนวรบต่อมา คือ แนวรบด้าน ชายแดนนั้น ตนเชื่อมั่นว่า มีผู้อยู่เบื้องหลัง ที่พยายามปั่นป่วน ให้เกิดปัญหา ตามแนวชายแดนระหว่าง ไทย-กัมพูชา


“เรารู้แล้วใช่ไหมว่า ใครไปปั่นเรื่องราวที่ชายแดน แล้วรู้ไหมว่า ทำไมเราไม่ยัน ทหารกัมพูชา 900 คน ออกไปจากดินแดน ก็เพราะว่า เขมรจะได้นำ เรื่องนี้ไป สหประชาชาติ รอบ 2 ยังไงครับ ระบอบชั่วร้ายจาก การวางแผน ของทุนนิยมสามานย์ กำลังวางแผน ให้เอาเรื่องราว ของประเทศไทย ไปสู่เวทีสากล และถ้าก่อเหตุนี้ได้ แนวรบชายแดน เราจะสูญเสียกำลังไป เพราะเราเคยแพ้ กรณีเขาพระวิหาร มาแล้วในปี 2505”


ชี้ “ทักษิณ” กำลังยึดกุมกองทัพ


ส่วนแนวรบสุดท้ายนั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า คือ “แนวรบกองทัพ” ซึ่งตนเชื่อว่า ผบ.เหล่าทัพ โดยเฉพาะ ผบ.ทบ. นั้นกำลังถ่วงเวลา ทำเป็น ทองไม่รู้ร้อน ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เปรียบ โดยเฉพาะ จากท่าทีของกองทัพ ที่ออกโทรทัศน์ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 16 ต.ค. นั้น ตนวิเคราะห์ ว่า เป็นท่าที ที่เอื้อต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ


“ท่าน พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านผู้บัญชาการทหารบก และ ผู้อำนวยการ กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ท่านคง ทราบ ความคิดเห็น ของพันธมิตรฯ แล้ว เมื่อขาด ความเชื่อมั่น ในกองทัพ และ ปัจจุบัน แนวรบ ด้านชนบท รัฐสภา รัฐบาล ก็สูญเสียไปแล้ว”


ดังนั้น ชาติจึงเหลืออยู่แค่ “พันธมิตรฯ กับ ศาลเท่านั้น” นายสมเกียรติกล่าว พร้อมระบุว่า การวิเคราะห์เช่นนี้ ผ่านการคิดมา อย่างละเอียด ด้วยเหตุนี้ ณ ปัจจุบัน สิ่งที่ค้ำจุน ประเทศอยู่ จึงเหลือแค่ “ตุลาการภิวัฒน์ และ ประชาภิวัฒน์ เท่านั้น”

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 18 ตุลาคม 2551 19:39 น.
http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000122897


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมเกียรติ” ฟันธง เมื่อทหารไม่ขยับ ชาติเหลือแค่ “ตุลาการภิวัฒน์-ประชาภิวัฒน์” ค้ำจุน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

หุ้นเซ็ง “สมชาย” จ่อแตะ ต่ำสุด 413 จุด


เศรษฐกิจ
18 ตุลาคม 2551
กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

หุ้นเซ็ง”สมชาย”จ่อแตะต่ำสุด 413 จุด


ชาวหุ้นเซ็ง “สมชาย” กอดเก้าอี้แน่น ดัชนีปรับจากบวกมาปิดลบกว่า 6 จุด ต่างชาติขายต่อ รวมแล้ว 1.34 แสนล้านบาท สมาคมโบรกเกอร์ฯ ดัชนีสิ้นปีเหลือแค่ 611 แต่อาจได้เห็นต่ำสุดที่ 413 จุด


หุ้นไทย วันที่ 17 ต.ค. ปิดช่วงเช้า บวก 9 จุด แต่ช่วงบ่าย เคลื่อนไหว ในแดนลบ โดย
ปิดที่ 471.31 จุด ลดลง 6.42 จุด
มูลค่าซื้อขาย 15,847.41 ล้านบาท
ต่างชาติขาย 537.71 ล้านบาท
สถาบันขาย 435.13 ล้านบาท
รายย่อยซื้อ 972.84 ล้านบาท
โดยตั้งแต่ต้นปี ต่างชาติขายสุทธิ 133,970.80 ล้านบาท


นายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไซรัส กล่าวว่า ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน เนื่องจาก เป็นผลสะท้อน ของความกังวล เกี่ยวกับ วิกฤติเศรษฐกิจ ของสถาบันการเงินสหรัฐ แต่การที่ช่วงบ่าย ดัชนีมาอยู่ในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ ยังรอฟังคำแถลงของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม การที่นายกฯ ยืนยัน ที่จะอยู่ทำงานต่อไป ได้สร้างบรรยากาศลงทุน เชิงลบ เช่นกัน


ส่วนแนวโน้ม วันจันทร์ ที่ 20 ต.ค. คาดว่าดัชนีจะเคลื่อนไหว ในลักษณะผันผวน โดยต้องติดตาม ตลาดหุ้นต่างประเทศว่า จะปรับตัวอยู่ใน ทิศทางใด รวมทั้ง ปัจจัยการเมืองในประเทศ


นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวถึง ผลสำรวจความคิดเห็นของ สมาชิกสมาคมฯ เกี่ยวกับ วิกฤติการเงินโลก และ สถานการณ์การเมือง ในประเทศ ว่า จาก การตอบ แบบสอบถาม ของสมาชิก 21 แห่ง พบ 12 แห่ง ที่ปรับตัวเลข ดัชนีปลายปี 2551 แล้ว โดยคาดว่า ดัชนี จะอยู่ที่ 611 จุด และ ดัชนีต่ำสุดของปี จะอยู่ที่ 413 จุด ซึ่งมีบางสำนัก วิเคราะห์ว่า ดัชนีต่ำสุดของปี อาจปรับลดลงถึง 374 จุด จากการสำรวจ ครั้งก่อน เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่คาดว่า ดัชนีสิ้นปี จะอยู่ที่ 828 จุด และต่ำสุดที่ 628 จุด


“ความคิดเห็นส่วนตัว มองว่าหากมีการเลือกตั้งใหม่ หรือนายกรัฐมนตรี ลาออก จะเป็น เรื่องที่ดีมาก แต่ถ้า นายกฯ ลาออก ก็ต้องมา ติดตาม ดูอีกว่า ใครจะมาเป็น นายกรัฐมนตรี คนต่อไป จะเป็นเหมือน ตอนที่คุณสมัครออก แล้วคุณสมชายเข้ามา หรือเปล่า ซึ่งตรงนี้ก็เท่ากับว่า ต้องกลับไป จุดเดิม การเลือกตั้งใหม่ ก็น่าจะเป็นอีกทางออก ที่ดี ให้ทุกฝ่ายเข้ามา พิสูจน์ตัวเอง และ ให้ประชาชน เป็นผู้ตัดสินใจ” นายสมบัติ กล่าว


สำหรับ ปัจจัยลบ ที่ส่งผลกระทบต่อ ตลาดหุ้นมากที่สุด คือ ปัจจัยทางการเมือง ที่ยังคงไม่มีความแน่นอน มีความขัดแย้ง ส่อแววที่จะยืดเยื้อมาก ซึ่งมีผู้ตอบถึง 90% ปัญหาเศรษฐกิจโลก ที่ชะลอตัว โดยเฉพาะ ปัญหาการเงิน ในสหรัฐและยุโรป 86% และ ภาวะเศรษฐกิจ ในประเทศ ที่ชะลอตัว อัตราการบริโภค ที่ลดลง 38%

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 18 ตุลาคม 2551
http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&iDate=18/Oct/2551&news_id=165448&cat_id=600


พิมพ์ ข่าวนี้ บทความนี้ หุ้นเซ็ง”สมชาย”จ่อแตะต่ำสุด 413จุด


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 16, 2008

น้ำมัน ดิ่งอีก กว่า$4 ปิด(16 Oct 08) ที่ 69.85 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล ต่ำที่สุด นับตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2007


น้ำมัน ดิ่งอีก กว่า$4 หลังสหรัฐฯ เผยตัวเลข น้ำมันสำรอง เพิ่มขึ้น


น้ำมันดิ่ง ต่ำกว่า 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปีก่อน หลังจากข้อมูล รัฐบาลสหรัฐฯ เผยว่า ปริมาณ น้ำมันดิบ และ เบนซินสำรอง เพิ่มขึ้นมากกว่า ที่คาดไว้มาก และ อุปสงค์อ่อนแอ


สัญญาล่วงหน้า น้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูด ของสหรัฐฯ ร่วงลง 4.69 ดอลลาร์ ปิดที่ 69.85 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล ต่ำที่สุด นับตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2007 หลังจากช่วงหนึ่ง ของการซื้อขาย ดิ่งลงต่ำสุดถึง 68.57 ดอลลาร์


ส่วนน้ำมันดิบ เบรนท์ลอนดอน งวดส่งมอบ เดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะหมดอายุสัญญาใน วันพฤหัสบดี ดิ่งลง 4.48 ดอลลาร์ ปิดที่ 66.32 ดอลลาร์ ต่อ บาร์เรล หลังจากช่วงหนึ่งของ การซื้อขาย ทรุดลงไปมากกว่า 5 ดอลลาร์ อยู่ที่ 65.70 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นราคาต่ำที่สุด นับตั้งแต่ เดือน พฤษภาคม 2550

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 17 ตุลาคม 2551 05:01 น.
http://manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000123392


พิมพ์ ข่าวนี้ น้ำมัน ดิ่งอีก กว่า$4 หลังสหรัฐฯ เผยตัวเลข น้ำมันสำรอง เพิ่มขึ้น


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

น้ำมัน ดิ่งต่อเนื่อง ในวันพุธ(15) ร่วงลงต่ำสุด ในรอบ 13 เดือน


ราคาน้ำมันดิ่งลง แตะระดับต่ำที่สุด ในรอบ 13 เดือน


ราคาน้ำมันดิ่งต่อเนื่อง ในวันพุธ(15) ร่วงลงต่ำสุด ในรอบ 13 เดือน แตะระดับ 74 ดอลลาร์ สืบเนื่องจาก ความหมายว่า เศรษฐกิจโลก ที่กำลังเฉื่อยชา อย่างหนัก จะส่งผลกระทบทำให้ อุปสงค์อ่อนลงเรื่อยๆ


สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบ ชนิดไลต์สวีตครูดของ สหรัฐฯ ร่วงลง 4.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปิดที่ 74.54 ดอลลาร์ หลังจากในช่วงหนึ่ง ของ ซื้อขาย ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดิ่งลงไปถึง 74.22 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นราคา ต่ำที่สุดตั้งแต่เดือน กันยายนปี 2007 และลดล งเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่ ก้าวขึ้นไปทำสถิติสูงสุด เหนือ 147 ดอลลาร์ ในเดือน กรกฎาคม 2551


ส่วนน้ำมันดิบ เบรนท์ลอนดอน ได้ร่วงไปถึง 69.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงหนึ่งของ การซื้อขาย ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถือเป็น ราคาต่ำที่สุด นับตั้งแต่ เดือนมิถุนายน 2007 ก่อนขยับ ขึ้นมาปิดที่ 70.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 3.73 ดอลลาร์

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 16 ตุลาคม 2551 05:30 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000122911


พิมพ์ ข่าวนี้ ราคาน้ำมันดิ่งลง แตะระดับต่ำที่สุด ในรอบ 13 เดือน


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

« Previous PageNext Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.