Accom Thailand

April 4, 2009

วันที่ 8 เมษายน หาใช่ “ยกสุดท้าย”

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ก่อความไม่สงบ,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,คดีที่ดินรัชดาฯ,คดียุบพรรค,คดีอาญา,คดีแพ่ง,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ทุจริต,ประวัติศาสตร์ไทย,พ.ร.ก.ฉุกเฉิน,ศาลปกครอง,ศาลรัฐธรรมนูญ,อาชญากรรม,เสื้อแดง — accomthailand @ 04:10
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

หยุด! เอาชาติเป็นเดิมพัน ทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟ

8 เมษายน 52 วันนัดหมายใหญ่ของ “คนเสื้อแดง” ที่ ทักษิณ ชินวัตร และ แกนนำคนเสื้อแดง หมายมั่นปั้นมือ จะให้เป็น วันแห่ง การเปลี่ยนแปลง การเมือง ครั้งใหญ่ บน เป้าหมาย “เปรม ลาออก อภิสิทธิ์ ยุบสภา” “ล้มล้าง อำมาตยาธิปไตย – ทำลาย ชนชั้นสูง”

ประธานองคมนตรี - รัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

ประธานองคมนตรี - รัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์


ไม่ต้องรอถึง วันนั้น ก็รู้ได้ว่า สิ่งที่ ทักษิณ – เสื้อแดง คิดก่อการ ไม่มีวัน สัมฤทธิ์ผล แน่ เพราะคนอย่าง ประธานองคมนตรี – รัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ผู้ผ่าน การรบ – การเมือง มาอย่างโชกโชน และ สมัยเป็น นายกฯ 8 ปี ก็สู้รบตบมือ กับ สารพัดแรงกดดัน ทั้งใน ทำเนียบฯ – นอก รัฐสภา มาหมดแล้ว แค่ ม็อบเสื้อแด – วีดีโอลิงก์ ทักษิณ แค่นี้ เชื่อได้ว่า ชายชาติทหาร อย่าง “ป๋าเปรมฯ” ไม่ถอดใจแน

ส่วน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็เช่นกัน แม้ อายุอานาม จะน้อย และ ถูกมองว่าเป็น ลูกคุณหนู – ลูกผู้ดี เจอแรงเสียดทานหนักๆ อภิสิทธิ์ จะอำลาตำแหน่ง ก็เป็นเรื่อง ที่คิดได้ แต่คงยาก จะได้เห็น

เมื่อประเมินการสู้รบ ของ เสื้อแดง – ทักษิณ ยามนี้ วันที่ 8 เมษายน หาใช่ “ยกสุดท้าย” แม้แกนนำ นปช. ที่เป็นพวก เศษสวะ-ลิ่วล้อ-มือปืนรับจ้าง นายใหญ่ ในนิยาม ของ กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ จะทำที ขึงขัง-ตาถลน เหมือนจะนำ กองทัพเสื้อแดง ทุบหม้อข้าว ทำศึกสงคราม กู้ชาติ ให้ใครบางคน ที่คิดร้าย ทำลาย แผ่นดินเกิด เพราะดูจาก สภาพการณ์ และ ยุทธศาสตร์ การวางแผนของ คนเสื้อแดง แล้ว แกนนำหลายคน ก็รู้ดีว่า ยากที่จะทำให้ทั้ง “เปรม-อภิสิทธิ์”ตอบรับ ทุกเงื่อนไข

เพียงแต่การระดมพล ทำศึก 8 เมษายน หวังให้ แดงทั้งแผ่นดิน แล้วเขย่าขวัญให้ รัฐบาล และ บ้านสี่เสาฯ ผวาเล่น แล้วโอบล้อม ที่มั่น เพื่อให้เกิด การเผชิญหน้า เท่านั้นเอง แต่ก็ เชื่อได้ว่า รัฐบาล – กองทัพ – ตำรวจ ก็ย่อมอ่านเกม นี้ออก และ ไม่ตกหลุมพราง แม้จะมีความพยายาม ยั่วยุ รวมถึงอาจจะมี “มือที่สาม” มาสร้างสถานการณ์ เพื่อให้ ปิดเกม เร็ว

การศึก 8 เมษายน มันจึงอยู่ใน ช่วงเริ่มต้น “ยกที่ 2” หลังจาก ยกแรก ผ่านพ้นไป ซึ่ง ยกแรก ที่ ทักษิณ-เพื่อไทย เน้น กลยุทธ์ “ทำลายความน่าเชื่อถือ” เพื่อให้เกิด สภาวะวิกฤตศรัทธา แก่ องค์กร-ตัวบุคคล ที่ถูกกล่าวถึง ทั้งใน วีดีโอลิงก์ และ บนเวที ข้างทำเนียบรัฐบาล เป็นหลัก

ไล่เรียงตั้งแต่ สถาบันองคมนตรี และ องคมนตรี ทักษิณ และ เสื้อแดง พยายามใส่ความว่า “ขาดความเป็นกลาง – ฝักใฝ่การเมือง หนุนพรรคประชาธิปัตย์” ที่ระบุชื่อ ทั้ง พลเอก เปรม, พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ และ ชาญชัย ลิขิตจิตถะ

แต่ผู้ถูกเอ่ยชื่อ ออกมาสวนกลับ และ ปฏิเสธ ข้อกล่าวหาทั้งหมด ให้สังคม ได้ข้อมูล 2 ด้าน ว่า ใครพูดจริง พูดเท็จ ฝ่ายไหนชั่ว และ ฝ่ายไหน ทำไปเพื่อ ปกป้องประเทศชาติ และ สถาบันหลัก

สำหรับ องค์กรศาล ก็พบว่า ทักษิณ พยายามโจมตีทำให้ องค์กรศาล ถูกมองว่า ไม่มีความยุติธรรม โดย ทักษิณ อ้างถึง การพิจารณาคด ของ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ของ ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ที่ตัดสิน จำคุก เขา 2 ปี เป็นกระบวนการ ไม่ยุติธรรม

ถึงกับระบุว่า ทั่วโลก ไม่ยอมรับระบบศาลเดียว แบบที่ ศาลฎีกาฯ ถูกออกแบบเอาไว้ และ ระบบไต่สวน ที่ให้ จำเลย แก้ข้อกล่าวหาของ โจทก์ ก็เป็นระบบที่ นานาประเทศ ไม่เห็นด้วย และ ยกเลิก กันไปหมดแล้ว

หรือ กรณี การตัดสิน ของ ศาลรัฐธรรมนูญ “คดีชิมไปบ่นไป” ของ สมัคร สุนทรเวช ที่ ทักษิณ บอกว่า ทำให้ ประเทศไทย กลายเป็น ไทยแลนด์ อิส อะ โจ๊ก เพราะ ตัดสินเอาผิด ตาม พจนานุกรม มากกว่า ยึดหลักกฎหมาย

รวมทั้งยัง ทิ่มแทงไปที่ ผู้นำศาล-ตุลาการ หลายครั้ง อันพุ่งไปที่ อักขราทร จุฬารัตน ประธาน ศาลปกครองสูงสุด ที่เป็น อดีต ตุลาการรัฐธรรมนูญ ใน “คดียุบพรรค ไทยรักไทย” และ จรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่มี บทบาทสำคัญใน “คดี ชิมไปบ่นไป” และ“คดียุบพรรค พลังประชาชน” ว่า

ทั้งสองคน มีส่วนร่วมวางแผน การทำปฏิวัติ 19 กันยายน 49 และ ใช้อำนาจตุลาการ ล้มล้าง รัฐบาลไทยรักไทย

สำหรับกองทัพ พบว่า ทักษิณ-เสื้อแดง มุ่งหมายเพื่อ การแก้แค้น อย่างเห็นได้ชัด ในประเด็นเรื่อง กองทัพ ทำตัวเป็น “เปลือกหอย” ให้ รัฐบาลอภิสิทธิ์ ทั้งการที่ ผู้นำเหล่าทัพ และ ตัว รมว.กลาโหม คือ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้รับบำเหน็จ จากการช่วยตั้งรัฐบาล

เช่นการที่ รัฐบาล ให้งบกับ กองทัพ อย่างง่ายดาย หลายครั้ง อาทิ งบ 1 พันล้านบาทให้ กอ.รมน. ไปทำการสลาย กลุ่มเสื้อแดง โดยไม่สามารถตรวจสอบ การใช้งบ ดังกล่าวได้

เมื่อ ยกที่ 1 ของ การตั้งกองกำลัง เสื้อแดง จนล้อมทำเนียบรัฐบาล ได้ 10 วัน 10 คืน สำเร็จ และ ใช้สงครามปาก ทำลายความเชื่อถือต่อ สถาบันสำคัญ ไปแล้ว ตอนนี้ให้ จับตา ยกที่ 2 เอาไว้ ซึ่งข่าวว่า จะเป็นสถานการณ์ที่ ดุเดือดเลือดพล่าน อาจต้องมี การเสียเลือดเนื้อกันอีกครั้ง

ก่อนจะประเมิน ศึกยืดเยื้อ นี้ว่า จะจบอย่างไร ขณะนี้ เริ่มมีข่าวแพร่สะพัดใน วงการการเมือง ว่า จะมี “คนกลาง” เข้ามา คลี่คลายสถานการณ์ ก่อนที่ จะยกระดับไปสู่ ความรุนแรง ในอีก ไม่กี่วันข้างหน้า

ชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ออกมาระบุว่า หลังสงกรานต์ จะมีข่าวดี เพราะผู้มีบุญบารมี จะมาไกล่เกลี่ยปัญหา และ เป็น “คนกลาง” ที่ทุกฝ่ายให้ ความเคารพ


ก่อนหน้านี้ ชัย ชิดชอบ เข้าออกบ้านสี่เสา อย่างถี่ยิบ ในช่วงก่อนให้ ลูกชาย เนวิน ชิดชอบ แปลงร่างเป็น งูเห่า เพื่อไทย ล้มการจัดตั้ง รัฐบาลเพื่อไทย เสมือนว่า ชัย ชิดชอบ รู้สัญญาณอะไรมา แน่นอนว่า การมาของ คนกลาง จะเป็น ฉากการเมือง ในตอนต่อไป แต่จะหมุนเปลี่ยน สถานการณ์ ออกไปจาก เหตุการณ์ปัจจุบัน ได้แค่ไหน หรือไม่ ก็ต้องจับตา ติดตามกันต่อไป

อย่างไรก็ตาม หลายคนหวั่นใจว่า มันจะมีเหตุรุนแรง ก่อนสงกรานต์ เพราะอาจ เกิดเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งมีข่าวว่า ทักษิณ-เสื้อแดง ต้องการให้เกิด การเผชิญหน้า จนเกิดเหตุรุนแรง และ แตกหัก กันไปข้าง

ถ้าหาก ทักษิณ-เสื้อแดง ต้องการเช่นนั้นจริงๆ “บาปการเมือง” นี้ คงไม่มีใครให้อภัย หากคิดเอา ประชาชน มาเป็น “เครื่องมือแก้แค้น” ให้ฝ่ายตัวเอง

เราขอบอกไปยัง ทักษิณ – แกนนำคนเสื้อแดง – ส.ส.เพื่อไทย – อดีตกรรมการบริหารพรรค ไทยรักไทย และ พลังประชาชน – เจ้าหน้าที่รัฐ และ นักธุรกิจ ซึ่งหนุนหลัง การชุมนุม ครั้งนี้ว่า ทุกท่าน มีสิทธิ์ที่จะ เคลื่อนไหวทางการเมือง อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน จะ หน้าทำเนียบรัฐบาล หน้ารัฐสภา หรือ แม้แต่ หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ของ พลเอกเปรม หาก ทุกคนเคลื่อนไหว รวมตัวเรียกร้อง ภายใต้ หลักกฎหมาย ความเคารพ ในสิทธิ ของ ผู้อื่น ไม่เปิดเวทีปราศรัย แล้วใส่ร้ายป้ายสี ให้ความเท็จ ปลุกระดม ให้เกิดความเกลียดชัง และ เคียดแค้น จนนำไปสู่ ความแตกแยก และ ปลุกปั่น ให้เกิด ความรุนแรง ในรูปแบบต่างๆ


เท่าที่ ติดตาม การชุมนุมของ คนเสื้อแดง ก็เชื่อว่า เป็นฝ่ายต้องการ จะให้เกิด ความรุนแรง เพื่อบีบให้ รัฐบาล ต้องดำเนินการ อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การใช้ กฎหมายความมั่นคง หรือ ประกาศ สภาวะฉุกเฉิน ซึ่งทั้งหมด จะยิ่งทำให้ การชุมนุมของ คนเสื้อแดง มีความชอบธรรม มากขึ้น และ ทำให้รัฐบาล อยู่ใน สถานการณ์เพลี่ยงพล้ำ ทันที

ขณะที่ดูท่าที รัฐบาล ยังเชื่อว่า น่าจะอดทน จนถึงที่สุด และ ไม่ใช้ความรุนแรง กับ ประชาชน แม้จะมี ความพยายาม หวังสร้างสถานการณ์ เพื่อนำไปสู่เหตุวุ่นวาย จนอำนาจรัฐ ง่อยเปลี้ย ซึ่งเห็นแล้วว่า ตลอดช่วง การชุมนุมล้อมทำเนียบรัฐบาล

ซึ่งถึงวันนี้ เป็น วันที่ 10 แล้ว รัฐบาล-ตำรวจ-กองทัพ ก็ปล่อยให้ ใช้สิทธิเต็มที่ ไม่ได้มีการสั่งให้ สลายการชุมนุม หรือ ใช้ความรุนแรง ไม่มี การตัดสัญญาณ การโฟนอิน – วีดีโอลิงค์ – การถ่ายทอด เสียง ทั้งทีวี วิทยุ อินเตอร์เน็ต

จน รัฐบาล และ หน่วยงานความมั่นคง ถูกด่า เสียด้วยซ้ำ ว่า ไม่เด็ดขาด อ่อนหัด และ หน่อมแน้ม แต่อีกความเข้าใจหนึ่ง ก็อ่านใจได้ว่า หาก รัฐบาล คิดจะเล่นงาน หรือ สกัดการชุมนุมจริง ก็สามารถ ทำได้ แต่มันจะ “เข้าทาง” คนเสื้อแดง

เช่น การตัดสัญญาณ วีดีโอลิงก์ หรือ ไม่ให้มี การเผยแพร่เสียงภาพ ทางทีวี วิทยุ อินเตอร์เน็ต เพราะรู้ดีว่า จะถูกโจมตี ว่าเป็น เผด็จการ จนอาจนำมาเป็น เงื่อนไขปลุกระดม และ จะยิ่งทำให้ ประชาชน ยิ่งออกจากบ้าน มารวมตัวกัน หน้าทำเนียบรัฐบาล มากขึ้น

ขณะนี้ รัฐบาล ตั้งรับอย่างเดียว ยังไร้แนวทาง จะรุกกลับเมื่อไร แบบไหน มีแต่เปิดท่าที จะเจรจากับ คนทำลายชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ ขัดต่อหลักนิติรัฐ จนหลายฝ่ายรับไม่ได้

ทั้งหลายทั้งปวง แม้จะมั่นใจ ลึกๆ ว่า 8 เมษายน ไม่น่าจะ เกิดเหตุ “ไทยฆ่าไทย จนเลือดนองท่วมแผ่นดิน ” อย่างที่ หลายฝ่ายหวั่นเกรง แต่ก็ใช่ จะวางใจเสียทีเดียว สิ่งที่อยากเตือน ทักษิณ – แกนนำเสื้อแดง ก็คือ

เรารู้ดีว่า คนอย่าง ทักษิณ ไม่หยุดคิดทำร้ายประเทศไทย แน่นอน ทว่า ขอเพียงให้ การวางแผนสู้รบนั้น อย่าเอา ประเทศชาติ เป็นเดิมพัน ทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟ เพราะยามนี้ สิ่งสำคัญ ก็คือ ความสามัคคี ของ คนไทย ที่ต้องร่วมกันฟันฝ่า วิกฤตเศรษฐกิจ ไปให้พ้น

ดังนั้น ถ้าจะเคลื่อนไหวใดๆ ก็ทำไปเถิด ถ้าไม่ได้ทำให้ แผ่นดินไทยเสียหาย


ขณะเดียวกัน เราขอเรียกร้องให้ บรรดา ผู้มีอำนาจใน รัฐบาล กองทัพ และ แม้แต่ พลเอก สุรยุทธ์ ออกมาแสดงความรับผิด ในบทบาทหน้าที่ ที่ท่านมีอยู่ เพื่อแก้ปัญหา ให้เหตุการณ์ ความขัดแย้ง ครั้งนี้ยุติโดยเร็ว เพราะ เหตุปัญหา เริ่มมาจาก เรื่องส่วนตัว แต่ ประเทศชาติ และ ประชาชน ต้องรับผลกรรม

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 4 เมษายน 2552 04:10 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ หยุด! เอาชาติเป็นเดิมพัน ทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟ


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

December 8, 2008

“เหลิม” หอบ ส.ส.แถลงโชว์ ยังเหนียวแน่น “เพื่อไทย” ฟุ้งมียอด ส.ส.ในมือ 220

ที่ทำการ พรรคเพื่ภ??ทย ร.ต.ฮเฉลิม ภ??ู่บำรุง สมาชิกพรรคเพื่ภ??ทย แถลง

ที่ทำการ พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สมาชิกพรรคเพื่อไทย แถลง


“เหลิม” โว “เพื่อนเนวิน” เหนียวแน่น “เพื่อแม้ว” ปิดปากทหาร หนุน ปชป.


“เหลิม” หอบ ส.ส.แถลงโชว์ ยังเหนียวแน่น “เพื่อไทย” ฟุ้งมียอด ส.ส.ในมือ 220 และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เผย กลุ่มเพื่อเนวิน ถูก ปชช.ในพื้นที่กดดันจริง เลยต้องหนีกลับ ขณะที่กองเชียร์ หวั่นอดตั้ง รบ.เสียงอ่อยให้รอดูวันโหวตเลือกนายกฯในสภา ยังเชื่อเป็นแกนนำตั้ง รบ.ขณะเดียวกัน แหยงไม่กล้าพูดทหารหนุน ปชป.จัดตั้ง รบ.


วันนี้ (8 ธ.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำการ พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สมาชิกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า วันนี้ผู้สื่อข่าวนั่งทำข่าว ที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งจะเป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาล ตนทราบว่า พี่น้องของตน มีความทุกข์ เพราะได้รับโทรศัพท์ จากประชาชน ในพื้นที่ เนื่องจาก ตอนนี้บางพรรค นำรายชื่อและ ตำแหน่ง ส.ส. พรรคพลังประชาชน ไปอ้างชื่อ ซึ่ง ส.ส.เหล่านั้นที่อ้างชื่อ ก็มาอยู่ที่นี่ เช่น


นางบุญรื่น ศรีธเรศ ส.ส.กาฬสินธุ์
นายนิพนธ์ ศรีธเรศ ส.ส.กาฬสินธุ์
นายพีรเพชร ศิริกุล ส.ส.กาฬสินธุ์
นายประเสริฐ บุญเรือง ส.ส.กาฬสินธุ์
นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ส.ส.กาฬสินธุ์
นายไชยา พรหมมา ส.ส.หนองบัวลำภู
นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู
นายวิชัย สามิตร ส.ส.หนองบัวลำภู
นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ส.ส.อุดรธานี และ พวกอีก 7 คน ที่ยังไม่ขอเปิดเผยชื่อ รวมทั้ง


พลเอก สมชาย พิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี ก็ย้ายมา ตามปกติหลัง พรรคพลังประชาชน โดนยุบด้วย ดังนั้น ทั้งหมดนี้ จึงขอมาคลายทุกข์ ว่า ไม่ไปไหน มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ต้น ขู่ ชาวบ้านกดดัน


“ทั้งหมดนี้ ยอมรับว่า เป็นเพื่อนของ กลุ่มเพื่อนเนวินจริง แต่วันนี้มาอยู่ พรรคเพื่อไทย และทราบว่า ประชาชนในอีสาน จะเคลื่อนไป บ้านของ ส.ส. เหล่านั้น แล้ว อีกไม่กี่วันไม่กี่ชั่วโมงนี้ จะมีของใหม่ คือ ส.ส.พรรคอื่น จะมาอยู่ที่นี่” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว


ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวต่อว่า พรรคของเราเมื่อรวมกัน จะแข็งแกร่ง เป็นปึกแผ่น ขอฝากไปถึง พรรคประชาธิปัตย์ ว่า อย่าประดิษฐ์คำพูดว่า พรรคเพื่อไทย ไปดูดไปดึง


ส.ส. คนพวกนี้เป็นพวก ของตนทั้งนั้น แต่พรรคประชาธิปัตย์ มาแซะเอาไป พรรคเพื่อไทย ก็เอาคืน และขอบคุณที่ พรรคประชาธิปัตย์ ไปยื่น เปิดประชุมรัฐสภา สมัยวิสามัญแล้ว พวกตนจะไม่ไป ยื่นขอเปิดประชุม เพราะจะซ้ำซ้อน ตอนนี้ พรรคเพื่อไทย มี ส.ส. 220 คน และยังคิดว่า พรรคพวก จะกลับมาที่นี่เรื่อยๆ แม้จะมาช้า แต่ก็ไม่ไปไหน เชื่อตั้งรัฐบาลได้แน่


ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ เดินสายล็อบบี้ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเดิม เพื่อเชิญให้ไปร่วม จัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทย อาจต้องเป็นฝ่ายค้าน ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของพวกเขา อย่าไปต่อว่า การเดินสายนั้น ไม่ได้เสียง และพรรคนี้ไม่จำเป็น ต้องเดินสาย ก็ได้เสียง ส่วนหาก พรรคมั่นใจ ว่ามีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ทำไมไม่เปิดเผย ให้สังคมรับรู้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า รอดูเวลาโหวต พูดไปก่อน จะเสียของ สุดท้ายแล้ว ตนมั่นใจว่า พรรคจะเป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาลได้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าวนั้น บรรดากองเชียร์ พรรคเพื่อไทย ที่เข้ามาฟัง การแถลงข่าวด้วยนั้น ได้มีการสอบถาม ร.ต.อ. เฉลิม เกี่ยวกับ การจัดตั้งรัฐบาล ด้วยว่ามั่นใจหรือไม่ โดย ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวว่า ต้องรอวันโหวต เลือกนายกฯ


ส่วนรายชื่อนายกฯ นั้น ก็ไม่ต้องมาจาก พรรคเพื่อไทย ก็ได้ พรรคร่วม สามารถเสนอชื่อได้เลย แต่เวลาโหวตนั้น ชนะหรือแพ้ ยังไม่ทราบ ส่วนข้อกังวลว่า พรรคเพื่อไทย อาจแพ้โหวต เพราะ ส.ส.ไม่พอนั้น เชื่อว่า สุดท้ายแล้ว กลุ่มเพื่อนแนวิน จะมาอยู่ที่นี่


นอกจากนี้ บรรดากองเชียร์ ยังสอบถามด้วยว่า ปัญหาการเมือง ตอนนี้มาจาก กองทัพ และ อดีต คมช. ล็อบบี้ พรรคร่วมรัฐบาล ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวว่า ทหารไม่เกี่ยวกับการเมือง อย่าไปพูดถึง ขณะเดียวกัน เชื่อว่า การกลับมาของ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ก็ไม่เกี่ยวข้อง กับการเมือง เช่นกัน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 ธันวาคม 2551 17:44 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000144699


พิมพ์ ข่าวนี้ “เหลิม” โว “เพื่อนเนวิน” เหนียวแน่น “เพื่อแม้ว” ปิดปากทหาร หนุน ปชป.

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

เรื่องเร่งด่วน ไม่ใช่เรื่อง จัดตั้งรัฐบาล แต่เป็นเรื่อง ผลทางกฎหมาย ของการยุบ 3 พรรค

นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ให้ความเห็นต่ภสถานการณ์ทางการเมืภ??

นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ให้ความเห็นต่อ สถานการณ์ทางการเมือง


“คำนูณ” เบรก 2 ขั้ว ชะลอตั้งรัฐบาล – รอเคลียร์ ข้อกฎหมาย ยุบ 3 พรรค ก่อน


“คำนูณ” เบรก 2 ขั้ว อย่าเพิ่ง เร่งจัดตั้งรัฐบาล ขณะผลทางกฎหมาย จากการยุบ 3 พรรค ยังไม่ชัดเจน จี้ ศาล รธน. เร่งวินิจฉัย คุณสมบัติ นายกฯ – ครม.รักษาการ

พร้อมเรียกร้อง กกต. ชี้ขาด ส.ส.สัดส่วน พรรคถูกยุบ สิ้นสภาพหรือไม่ ส่วน ส.ส.ที่ย้ายพรรค ยังไม่สมบูรณ์ มีสิทธิ ทำอะไรเพียงไร หวั่นตั้ง รัฐบาลบนปัญหาข้อกฎหมาย สร้างความเสียหายใหญ่หลวง

วันนี้ (8 ธ.ค.) นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ให้ความเห็นต่อ สถานการณ์ทางการเมือง ในขณะนี้ว่า เรื่องเร่งด่วน ในทางการเมือง ขณะนี้ ไม่ใช่เรื่อง ช่วงชิงกัน จัดตั้งรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น ขั้วเดิม หรือพลิกขั้ว แต่เป็นเรื่อง การเร่งหาข้อยุติ ผลทางกฎหมาย ของการยุบ 3 พรรคการเมือง ร่วมรัฐบาล เดิม ซึ่งมีประเด็นหลักๆ ที่ต้องวินิจฉัย 2-3 ประเด็น คือ


1. คณะรัฐมนตรี ชุดปัจจุบันยังรักษาการ อยู่ได้หรือไม่ และคุณสมบัติของ นายกรัฐมนตรีรักษาการ จำเป็นต้องมาจาก การเลือกตั้ง หรือไม่


2. สถานภาพของ ส.ส.สัดส่วน ของพรรคที่ถูกยุบ จะหมดไปพร้อมกับ พรรคที่ถูกยุบ หรือไม่ และ


3. ส.ส. ที่กำลังจะย้ายพรรค ทำอะไรได้แค่ไหน อย่างไร ต้องรอจนย้ายพรรคเสร็จก่อน จึงจะทำได้สมบูรณ์หรือไม่ และพรรคที่จะย้ายไปนั้น จำเป็น จะต้อง เป็นพรรค ที่เคยส่งผู้สมัคร ลงรับเลือกตั้ง มาแล้ว และมี ส.ส. อยู่ในสภา หรือจะเป็นพรรค ที่จัดตั้งใหม่ ก็ได้


ประเด็นเหล่านี้ ผมขอเรียกร้อง ให้ กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ เร่งวินิจฉัย ชี้ขาด โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง กกต. ซึ่งเป็นองค์กร ที่รัฐธรรมนูญ บัญญัติให้ มีหน้าที่รับรองสถานภาพ ของ ส.ส. จะต้องเร่งวินิจฉัย ใน ประเด็นที่ 2 และ ประเด็นที่ 3


เพราะขณะนี้ ไม่มี ส.ส. ขั้วรัฐบาลเดิม หรือขั้วฝ่ายค้านเดิม ใช้สิทธิยื่นเรื่อง ผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย เพราะ ต่างฝ่าย ต่างช่วงชิง จัดตั้งรัฐบาล ต่างพยายาม เปิดสภา ให้เร็วที่สุด


ส.ส. ขั้วรัฐบาลเดิม ก็ไม่อยากยื่นตีความ ให้กระทบสถานะของ ส.ส. พวกเดียวกันเอง ส่วน ส.ส. ขั้วฝ่ายค้าน ก็ไม่อยากยื่น เพราะขณะนี้ ดึง ส.ส. ขั้วรัฐบาล มาเป็นพวก เพื่อช่วงชิง จัดตั้งรัฐบาล ในขณะที่ ส.ว. ที่ยื่นเรื่องไปแล้ว 2-3 ประเด็น ก็มีปัญหาอยู่ว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จะรับพิจารณา ในประเด็นนี้ หรือไม่ เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ให้เป็นเรื่องของ สภาใครสภามัน


ประเด็นที่ 24 ส.ว. ยื่นเรื่องไปเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 4 ธ.ค. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ สามารถรับไว้วินิจฉัย ได้แน่นอนที่สุด ก็คือ


ประเด็นที่ 1 เรื่องคณะรัฐมนตรีรักษาการเท่านั้น เพราะฉะนั้น ผมจึงขอให้ สำนักเลขาธิการวุฒิสภา เร่งทำเรื่อง และ ส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ โดยด่วน ที่สุด และขอความกรุณา ศาลรัฐธรรมนูญ ได้โปรดเร่งวินิจฉัย หรืออย่างน้อยประกาศ วันที่จะวินิจฉัย และให้ทุกฝ่าย รอจนถึงวันนั้น ก็น่าจะเป็น หลักประกัน ความถูกต้อง นายคำนูณ กล่าว


นายคำนูณ กล่าวต่อว่า การเร่งจัดตั้ง รัฐบาลนั้น แม้จะเป็นเรื่อง ที่ไม่ผิด แต่หากเร่งจัดตั้ง บนพื้นฐานของ ข้อกฎหมาย ที่ยังมีปัญหา อยู่หลายประการ ก็จะก่อให้ เกิดผลเสียหายใหญ่หลวง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 ธันวาคม 2551 15:29 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000144599


พิมพ์ ข่าวนี้ “คำนูณ” เบรก 2 ขั้ว ชะลอตั้งรัฐบาล – รอเคลียร์ ข้อกฎหมาย ยุบ 3 พรรค ก่อน

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สุเทพ” แจงที่ประชุม ส.ส.พรรค เชื่อ “เพื่อนเนวิน” ไม่หักหลัง กลับเข้า “เพื่อไทย”

นายสุเทพ เทืภ??สุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์


“สุเทพ” เชื่อ “เพื่อนเนวิน” เห็นแก่ชาติ – ไม่กลับซบ “เพื่อแม้ว”


“สุเทพ” แจงที่ประชุม ส.ส.พรรค เชื่อ “เพื่อนเนวิน” ไม่หักหลัง กลับเข้า “เพื่อไทย” หลังมีข้อเสนอ เงินสด – ตำแหน่งรัฐมนตรี มาล่อ เผย เจ้าพ่อ คิงเพาเวอร์ เป็นตัวประสาน คุย “ยี้ห้อย” ลงตัวแล้ว มั่นใจ เห็นแก่ประเทศมากกว่า ประโยชน์ส่วนตัว ปัดข่าว พรรคร่วมฯ เสนอ “ชวน” นั่งนายกฯ


เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. รายงานข่าวจาก พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการสอบถาม ถึงความมั่นใจ ว่า ส.ส. กลุ่ม เพื่อนเนวิน จะมาสนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ ในการจัดตั้งรัฐบาล จริงหรือไม่ เพราะตอนนี้ มีกระแสข่าวลือ สะพัดว่า


พรรคเพื่อไทย พยายาม ทุกวิถีทาง ที่จะดึง ส.ส. กลุ่ม ดังกล่าวให้กลับไป สนับสนุน พรรคเพื่อไทย โดยมีการเสนอ ผลตอบแทน คือ ถ้า ส.ส. คนใด ในกลุ่มนี้ ลงชื่อสมัครสมาชิก พรรคเพื่อไทย จะได้รับเงินสด ทันที 5 ล้านบาท และถ้า ส.ส. คนใด สามารถดึงเพื่อน ส.ส. มาอีก 5 คน จะได้รับโควตา รัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง


นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า นายวิชัย รักศรีอักษร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด ได้เป็นตัวกลาง ในการนัดหมายเจรจาระหว่าง นายสุเทพ กับกลุ่มเพื่อนเนวิน และ เชื่อมั่นว่า ส.ส. กลุ่มนี้ มีความตั้งใจ ที่จะมาร่วม การแก้ปัญหาของประเทศ และแม้ พรรคเพื่อไทย จะมีการเสนอผลประโยชน์ให้ ส.ส. กลุ่ม ดังกล่าว แต่ตัว นายสุเทพ ยังติดตาม ความเคลื่อนไหว ดังกล่าว และแสดงความมั่นใจว่า ทุกอย่างยังลงตัวอยู่


นอกจากนี้ ยังมี ส.ส. กลุ่มวาดะห์ ที่นำโดย นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ อดีต ส.ส. สัดส่วน พรรคพลังประชาชน และกลุ่มของ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ก็จะมาร่วม สนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ จัดตั้งรัฐบาลด้วย


มีรายงานเพิ่มเติมว่า ที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า จะให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกฯ นอกจากนี้ นายสุเทพ ได้กล่าวแสดงความสงสัยว่า ข่าวลือที่ว่า พรรคร่วมรัฐบาล เสนอที่จะให้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกฯ นั้นมาจากที่ไหน เพราะในการเจรจา กับกลุ่มการเมืองต่างๆ ไม่มีการพูดถึง ข้อเสนอดังกล่าวเลย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 ธันวาคม 2551 00:55 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000144368


พิมพ์ ข่าวนี้ “สุเทพ”เชื่อ“เพื่อนเนวิน”เห็นแก่ชาติ-ไม่กลับซบ“เพื่อแม้ว”

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

December 3, 2008

“อภิชาต” ชี้ ส.ส.สัดส่วน ส่อมีปัญหา เตือนหากร่วมโหวตนายกฯ อาจเป็นโมฆะ แนะ ตีความก่อน

นายภ??ิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการ การเลืภ??ตั้ง (กกต.)

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.)


“อภิชาต” ชี้ ส.ส.สัดส่วน ย้ายพรรคส่อวุ่น –
แนะตีความ ก่อนโหวต นายกฯ


กกต.เร่งทำความชัดเจน จำนวน กก.บห.พรรค ที่ถูกตัดสิทธิ์ เน้นยึด ตามวันที่กระทำผิด “อภิชาต” ชี้ ส.ส.สัดส่วน ส่อมีปัญหา หากย้ายไปพรรค ที่ตั้งขึ้นใหม่ เหตุไม่เคยส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง มาก่อน เตือนหากร่วมโหวตนายกฯ อาจเป็นโมฆะ แนะ ตีความก่อน


นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยภาย หลังการประชุม กกต. วันนี้ (3 ธ.ค.) ว่า ที่ประชุมได้พูดถึง ปัญหา รายชื่อผู้ที่เป็น กรรมการบริหารพรรคการเมือง 3 พรรค ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์

เนื่องจาก คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ระบุชื่อ เป็นรายบุคคล ที่ขณะนี้ยังมีปัญหาไม่ชัดอยู่ ประมาณ 10 คน ดังนั้น กกต. จะต้องพิจารณา ให้ชัดเจน โดยจะประสานกับ ทางอัยการสูงสุด และสภาผู้แทนราษฎร ถึงจำนวน และ รายชื่อ โดยกรรมการบริหารพรรค ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์ จะต้องเป็น กรรมการพรรค ในวันที่กระทำผิด ซึ่ง กกต. เสนอไปจำนวน 40 คน

เข้าใจว่า อัยการจะเสนอไปอีกฉบับ ที่ไม่ตรงกัน อย่างไรก็ตาม จะยึดในวันที่ กรรมการบริหารพรรค กระทำผิด ทั้งนี้ คาดว่า จะได้ความชัดเจน ในวันที่ 4 ธันวาคมนี้ และจะเสนอให้ ครม. พิจารณา ร่างพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ในวันที่ 8 หรือ 9 ธันวาคมนี้

นายอภิชาต กล่าวถึง การเลื่อนลำดับ ส.ส.สัดส่วน แทน ส.ส.ที่ลาออกไป ก่อนหน้านี้ ว่า ในส่วนของ ผู้ที่ได้ลาออก และมีการดำเนินการไปแล้ว ก่อนที่ ศาลจะมีคำสั่งยุบพรรค ก็ถือว่ามีสิทธิ์เป็น ส.ส.สัดส่วน อยู่ แต่ถ้ายังไม่ได้เลื่อนลำดับ หรือลาออก ในขณะที่ มีคำวินิจฉัย ออกมา ก็ถือว่า หมดสภาพ การเป็น ส.ส. สัดส่วน และไม่สามารถเลื่อนลำดับขึ้นมา แทนกันได้ ซึ่งในจำนวนนี้มี 4 คน เป็น ส.ส. สัดส่วนพรรคชาติไทย 1 คน และ พลังประชาชน 3 คน


ประธาน กกต.ยอมรับว่า ยังมีปัญหาที่เกิดจาก ความไม่ชัดเจน อีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะกรณี ส.ส.สัดส่วน ของอดีต พรรคพลังประชาชน จะย้ายไป สังกัดพรรคเพื่อไทย ที่อาจจะ ไม่สามารถย้ายไปได้ เนื่องจาก ในการเลือกตั้ง ครั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย ไม่ได้ส่ง ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน การย้าย ต้องย้ายไปพรรคที่ส่ง ส.ส.สัดส่วน เท่านั้น


เมื่อถามว่า ในระหว่างนี้ที่ ส.ส.ยังไม่สามารถหา พรรคสังกัดได้ จะสามารถร่วมประชุมสภา เพื่อโหวต เลือกนายกรัฐมนตรี ได้หรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว เป็นหน้าที่ของสภา ที่จะพิจารณา เพราะเป็นปัญหา ในเรื่องข้อกฎหมาย

แต่หากกลัว ส.ส. ที่ยังไม่มีสังกัด เข้าประชุม เลือกนายกฯ จะเป็นโมฆะ ก็ให้เสนอ เรื่องดังกล่าวให้ ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณา ซึ่งเรื่องนี้เป็น ปัญหา จากช่องโหว่ ของกฎหมาย ที่ผู้ร่าง ไม่ได้คำนึงถึงว่า จะเกิดขึ้น

นายอภิชาต ยังกล่าวว่า ในการเลือกตั้งซ่อม จะมีจำนวน ส.ส. 29 คน 26 เขต ใน 22 จังหวัด โดยจะเป็น กทม.1 เขต ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหา หาก กกต. จะกำหนดให้ วันเลือกตั้งซ่อม เป็นวันที่ 11 มกราคม ที่จะตรงกับ วันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

“สมชัย” ชี้ ส.ส.สัดส่วน พรรคถูกยุบ คงสภาพอยู่


อย่างไรก็ตาม นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการสืบสวนสอบสวน และวินิจฉัย กล่าวว่า กรณี ที่มีการบอกว่า การเลือกตั้ง ส.ส. สัดส่วน คือการเลือกพรรคแล้ว เมื่อพรรคถูกยุบ ก็สิ้นสภาพไปตามพรรค ด้วยนั้น ตนเห็นว่า ในการเลือกตั้ง ส.ส.สัดส่วน ก็คือ การเลือกตั้ง ทั้งคนและพรรค ด้วยเหมือนกับ กรณีการเลือกตั้ง ส.ส.เขต ก็เลือกคนและพรรค แม้จะมีการถกเถียงกันมาก การแปลความกฎหมาย ต้องแปลให้ มันใช้ได้

ทั้งนี้ กกต.ไม่ได้เป็นเจ้าภาพ ในการแก้ปัญหาดังกล่าว เพราะเป็นหน้าที่ ของสภา ส่วนจะ ย้ายพรรคได้หรือไม่นั้น ตนเห็นว่า เมื่อได้รับการเลือกตั้ง เป็น ส.ส. เรื่องก็จบแล้ว เป็นผู้แทนปวงชนแล้ว ไม่ใช่เป็น ส.ส. ของคนใดคนหนึ่ง เพราะกฎหมายเขียนว่า ส.ส. เป็นผู้แทนปวงชน

ดังนั้น เลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว มีกฎหมายตรงไหน เขียนบอกว่า สถานภาพของ ส.ส.สัดส่วนหมดไป เพราะประชาชน ได้เลือกเขาไปแล้ว ซึ่งก็ควรจะ ย้ายพรรค ได้ ในกรณีของ ส.ส.สัดส่วน สำหรับพรรคการเมือง ที่ถูกยุบ

เมื่อถามว่า กรณีส.ส.สัดส่วน ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค และไม่ได้ลาออก ก่อนศาลมีคำสั่ง ให้ยุบพรรค จะทำให้สิ้นสภาพ การเป็นส.ส.หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า น่าจะสิ้นสภาพ ไปด้วย เพราะความเป็น ส.ส.สัดส่วน ของกรรมการบริหารพรรค ต้องสิ้นไป ตามพรรคที่ถูกยุบ อีกทั้ง ส.ส. สัดส่วน ที่เป็นกรรมการบริหาร ในกรณีนี้ ก็ไม่ได้ลาออก ก่อนศาลมีคำสั่ง ให้ยุบพรรคด้วย

ดังนั้น ต้องให้คงเหลือส.ส.เท่าที่มีอยู่ โดยไม่ต้องมีการเลื่อนลำดับขึ้นมา แทน ส.ส. สัดส่วน ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค แล้วไม่ได้ลาออก โดยจะ ทำให้ ส.ส.ไม่ครบ จำนวน 480 คน ในสภา

เมื่อถามว่า หาก ส.ส.สัดส่วน ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค ลาออกก่อนหน้านี้แล้ว ทางสภายังไม่ได้รับรอง เป็นทางการ จะมีผลกระทบ หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า น่าจะไม่มีปัญหา หากมีการลงประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา แล้ว

ส่วนจะมีปัญหาหรือไม่ หากรับรองไม่ทันนั้น รู้สึกว่าไม่น่าจะมี เพราะว่า พรรคพลังประชาชน ส.ส.สัดส่วน ลำดับสุดท้าย ที่ลาออกก็คือ นายสมัคร สุนทรเวช โดยพรรคพลังประชาชน ได้เตรียมการรองรับไว้แล้ว จึงลาออกก่อนล่วงหน้า ก็ถือว่า ส.ส.สัดส่วน ที่เหลืออยู่ ก็ยังคงสถานภาพ

เมื่อถามว่า จะต้องมีการตีความ ในปัญหาของ ส.ส.สัดส่วน สำหรับพรรค ถูกยุบหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ก็แล้วแต่ อยากจะตีความก็ตีไป เพราะท้าย ที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นผู้ตีความ

แต่ตนคิดว่า ทำไมจะต้อง ทำเรื่องไม่เป็นเรื่องด้วย ทั้งที่ไม่ควรสร้างปัญหาขึ้นมา ส่วนกรณี การลงมติเลือก นายกฯ นั้น ส.ส. ที่ไม่ยังไม่มีพรรคสังกัด ก็ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ การเป็นส.ส. ในสภาต่อไปได้ แต่จะต้องหาพรรค ให้ได้ภายใน 60 วัน และกฎหมาย ก็ไม่ได้บัญญัติห้าม ในกรณีนี้ด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 3 ธันวาคม 2551 20:09 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000143161


พิมพ์ ข่าวนี้ “อภิชาต” ชี้ ส.ส.สัดส่วนย้ายพรรคส่อวุ่น-แนะตีความก่อนโหวตนายกฯ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 10, 2008

อัยการสูงสุด ยื่น ศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้มี คำสั่ง ยุบพรรค พลังประชาชน


อัยการขอ ศาลรธน. ยุบพรรคพลังแม้ว – เพิกถอนสิทธิ กก.บริหาร!


โฆษกอัยการ แจง ส่งสำนวน ยุบพรรคพลังแม้ว และให้เพิกถอน สิทธิการเลือกตั้ง กรรมการบริหารพรรค ทั้งหมด เป็นเวลา 5 ปี


วันนี้ (10 ต.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม 100 ปี สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการ ฝ่ายคดี เศรษฐกิจและทรัพยากร โฆษกสำนักงาน อัยการสสูงสุด แถลงถึงกรณี อัยการ ได้ส่งสำนวน ยุบพรรคพลังประชาชน ไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญ ว่า


ในวันนี้ นายชัยเกษม นิติศิริ อัยการสูงสุด ได้ลงนาม ในคำร้องยื่นต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้มีคำสั่ง ยุบพรรคพลังประชาชน ตาม รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 237 พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาตรา 94 และ 95 พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย ส.ส. และ การได้มา ซี่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 111


โดยในคำร้องที่ขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย 2 ข้อ คือ

1. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ ยุบพรรคพลังประชาชน
2. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งเพิกถอน สิทธิเลือกตั้ง ของ หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และ กรรมการบริหาร พรรคพลังประชาชน รวม 37 คน มีกำหนดเวลา 5 ปี นับแต่วันที่มี คำสั่งให้ยุบพรรค พลังประชาชน โดยจะเพิกถอน สิทธิการเลือกตั้ง ของ หัวหน้าพรรค พลังประชาชน และ กรรมการบริหาร พรรคพลังประชาชน ตามบัญชีรายชื่อเอกสาร ท้ายคำฟ้องทั้งหมด


สำหรับรายชื่อกรรมการบริหาร พรรคพลังประชาชน ประกอบด้วย


หัวหน้าพรรค

นายสมัคร สุนทรเวช

รองหัวหน้าพรรค

พันตำรวจโทกานต์ เทียนแก้ว
นายไชยา สะสมทรัพย์
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์
พลเอกเรืองโรจน์ มหาศรานนท์
นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์
นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์
นางสาวสุภาพร เทียนแก้ว
นายสุวัฒน์ วรรณศิริกุล


เลขาธิการพรรค

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี

รองเลขาธิการพรรค

นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ
นายนพดล ปัทมะ
รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล
นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ


เหรัญญิกพรรค

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์

โฆษกพรรค

ร้อยโทกุเทพ ใสกระจ่าง

กรรมการบริหารพรรค

นายศรีเมือง เจริญศิริ
นายมงคล กิมสูนจันทร์
พันตำรวจโทไวพจน์ อาภรณ์รัตน์
นายทรงศักดิ์ ทองศรี
นายสมาน เลิศวงศ์รัฐ
นายนิสิต สินธุไพร
นายธีระชัย แสนแก้ว
นายสุทิน คลังแสง
นายอิทธิ ศิริลัทธยากร
นางมาลินี ภูตาสืบ
นางสาวปิยะรัตน์ เทียนแก้ว
นางสาวศรัญญา แสงวิมา
นางสาวมนัสปรียา ภูตาสืบ
นางสาวกาญจน์ณิชา แต้มดี
นายกิตติกร โล่ห์สุนทร
นายบุญลือ ประเสริฐโสภา

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
10 ตุลาคม 2551 15:00 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000120603


พิมพ์ ข่าวนี้ อัยการขอ ศาลรธน. ยุบพรรคพลังแม้ว – เพิกถอนสิทธิ กก.บริหาร!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

October 2, 2008

“สุนัย” ชี้ “กุเทพ” จุดไฟ เผาพรรค แค่ อาฟเตอร์ช็อก หลังจัดตั้ง ครม.ใหม่ แต่เชื่อยังคุยกันได้


ควันหลงศึกไข่แม้ว “สุนัย” ชี้ “กุเทพ” โวยแค่อาฟเตอร์ช็อก!


“สุนัย” ชี้ “กุเทพ” จุดไฟ เผาพรรค แค่ อาฟเตอร์ช็อก หลังจัดตั้ง ครม.ใหม่ แต่เชื่อยังคุยกันได้ และยังผนึกกันเหนียวแน่น แม้พรรคใกล้ถูกยุบ ขณะกลุ่ม “เพื่อนเนวิน” หมดอำนาจในพรรคแล้ว เผยไต๋อ่าน ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ก่อนยุบพรรค เหตุรังใหม่ “เพื่อไทย” ยังไม่พร้อม


วันนี้ (2ต.ค.) นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน กล่าวถึง กรณี ร.ท. กุเทพ ใสกระจ่าง รักษาการโฆษกพรรคพลังประชาชน ออกมาพูดทิ้งทวน ปัญหาในพรรค ว่า คงเป็นแค่ อาฟเตอร์ช็อก ที่เกิดขึ้นภายหลัง การจัดตั้ง ครม.ใหม่ แต่สุดท้าย เชื่อว่าน่าจะเคลียร์กันได้ และ หากเกิดอะไรขึ้น อย่างเช่น การยุบพรรค ก็ยังผนึกกันเหนียวแน่น กันอยู่ เพราะหากแยกกันอยู่ ก็คงจะไปไม่รอด แต่ยอมรับว่า ที่ ร.ท. กุเทพ บอกว่า พรรคเหมือนกำลังเป็น มะเร็งขั้นสุดท้าย นั้น เป็นความจริง เพราะจากแนวโน้ม คำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ ในคดียุบพรรค เป็นไปได้สูงว่า พรรคพลังประชาชน มีโอกาสถูกยุบ อย่างแน่นอน


เมื่อถามว่า เป็นไปได้ หรือ ไม่ ว่า ทางกลุ่มเพื่อนเนวิน ออกมาเคลื่อนไหว สร้างปัญหาในรัฐบาล จนส่งผลให้มี การยุบสภา ก่อนมี การวินิจฉัย ยุบพรรค นายสุนัย ตอบว่า คงไม่มีผลอะไร เพราะกลุ่มของ ร.ท. กุเทพ หรือ กลุ่มเพื่อนเนวิน ไม่มีอำนาจอะไร ในพรรค และ เชื่อว่า ส.ส. ส่วนใหญ่ ของพรรค ยังเห็นด้วย กับการยุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่ เว้นแต่จะ เกิดอุบัติเหตุ ทางการเมือง อีกทั้ง พรรคเพื่อไทย ก็ยังไม่พร้อม อยู่ในขั้นเตรียมการ รองรับปัญหา ในอนาคต ถ้าฝนยังไม่ตก น้ำก็ยังไม่เต็มกะละมัง


นาย สุนัย ได้ชี้แจงว่า ที่มีข่าวรายงานว่า ตนเป็นคนพูดด่า รัฐมนตรี ในกลุ่มเพื่อนเนวิน ในการประชุมพรรค นั้น ขอยืนยันว่า ไม่ใช่ตนเป็นคนพูด แต่เป็น ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน เป็นคนพูด ในทำนองเหน็บแนม นายโสภณ ซารัมย์ รมช.คมนาคม รัฐมนตรี ในกลุ่มเพื่อนเนวิน ว่า “ช่วงที่วิ่งเต้นเป็นรัฐมนตรี ก็วิ่งขาขวิด แต่พอประชุมพรรค กลับมานั่งอยู่ด้านหลัง อย่างนี้ ต้องโดนถีบออกไป หน้าเวที”

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
2 ตุลาคม 2551 23:11 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117134


พิมพ์ ข่าวนี้ ควันหลงศึกไข่แม้ว “สุนัย”ชี้ “กุเทพ”โวยแค่อาฟเตอร์ช็อก!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

รองอัยการสูงสุด มอบหมาย “เศกสรรค์” ตรวจสอบ กรณีพรรค พชป. ร้องขอความเป็นธรรม คาด สัปดาห์หน้า อัยการ มีความเห็นได้

นาย จุลสิงห์ วสันตสิงห์ ร�ง�ัยการสูงสุด

นาย จุลสิงห์ วสันตสิงห์ รองอัยการสูงสุด


อสส. ตรวจสำนวน ยุบ พปช. ซ้ำ
คาด 12 ต.ค. รู้เค้า!


รองอัยการสูงสุด ตรวจสำนวน ยุบพรรค พปช. ครั้งที่สอง พร้อมมอบหมาย “เศกสรรค์” ตรวจสอบ กรณีพรรค พชป. ร้องขอความเป็นธรรม ให้เสร็จ ก่อนเร่งสรุปประเด็น เสนอที่ประชุมใหญ่ 7 ต.ค.นี้ บ่ายสอง คาด สัปดาห์หน้า อัยการ มีความเห็นได้


วันนี้ (2 ต.ค.) ที่ สำนักงานอัยการสูงสุด สนามหลวง เวลา 13.00 น. นาย จุลสิงห์ วสันตสิงห์ รองอัยการสูงสุด ประธานคณะทำงาน อัยการ คดียุบพรรค ได้ประชุมคณะทำงาน เพื่อพิจารณา สำนวนคดียุบพรรค พลังประชาชน (พปช.) ที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งสำนวน มาให้ สำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา


ภายหลัง ใช้เวลาประชุม นานกว่า 2 ชั่วโมง นาย ธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการ ฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร คณะทำงาน และ โฆษก อัยการสูงสุด เปิดเผยว่า เนื่องจาก เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา พรรคพลังประชาชน ได้ยื่นคำร้อง ขอความเป็นธรรม ต่อคณะทำงาน ดังนั้น ที่ประชุม จึงมอบหมายให้ นาย เศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการ ฝ่ายคดีพิเศษ ซึ่งเป็น คณะทำงาน ฯ ตรวจสอบรายละเอียด ว่า ประเด็นที่ พรรคพลังประชาชน ร้องขอความเป็นธรรม นั้น เป็นประเด็นซ้ำ กับที่ กกต. ได้เคยสอบสวนไปแล้ว หรือ ไม่ รวมทั้งให้ตรวจ ด้วยว่า ข้อร้องเรียน ดังกล่าว เป็นสาระเพียงพอ ที่จะตั้ง คณะกรรมการเพื่อหาข้อเท็จจริง และ ทำให้ เอกสาร สมบูรณ์ หรือ ไม่


“เนื่องจาก เขาร้องมา หลายประเด็น เราจึงจำเป็นต้องตรวจสอบ ให้ครบทุกประเด็น ซึ่งคงใช้เวลาไม่นาน จากนั้น จะนำผลการตรวจสอบ เข้า ที่ประชุม อีกครั้ง ในวันที่ 7 ต.ค.นี้” นาย ธนพิชญ์ โฆษกอัยการ กล่าว


ด้าน นาย เศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ กล่าวว่า หลังจากที่ประชุม มอบหมายให้ ตน ตรวจสอบประเด็น ร้องขอ ความเป็นธรรม แล้ว วันเดียว กันนี้ ตนได้ แต่งตั้ง คณะทำงานย่อย 6 คน ซึ่งมาจาก อัยการ ฝ่ายคดีพิเศษ 4 คน และ อัยการ ฝ่ายคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) 2 คน ขึ้นมา รับผิดชอบ โดย นายจุลสิงห์ ประธานคณะทำงาน กำชับให้ดำเนินการ โดยรวดเร็ว ซึ่งตน สั่งการ คณะทำงานย่อย ดำเนินการ ตรวจสอบ ประเด็นร้องขอ ความเป็นธรรม ให้เสร็จ ภายใน วันที่ 6 ต.ค. เพื่อจะนำข้อสรุป ของ คณะทำงานย่อย มาพิจารณา ในการประชุมคณะทำงาน อีกครั้ง วันที่ 7 ต.ค. นี้ เวลา 14.00 น. สำหรับประเด็นที่ พรรค พปช. ร้องขอความเป็นธรรม นั้น มีทั้ง ข้อเท็จจริง และ ข้อกฎหมาย ซึ่ง รายละเอียด เป็นอย่างไร ต้องรอ คณะทำงานย่อย สรุปมาอีกครั้ง


ทั้งนี้ หากพบว่า ประเด็นร้องขอ ความเป็นธรรม ซ้ำซ้อนกับสิ่งที่ กกต. ได้ดำเนินการ สอบสวน มาแล้ว ก็ไม่จำเป็น ต้องดำเนินการสอบสวน ตาม หนังสือ ร้องขอ ความเป็นธรรมอีก อย่างไรก็ดี ในการประชุม คณะทำงาน ครั้งที่ 3 ใน วันที่ 7 ต.ค.นี้ เชื่อว่า น่าจะมีความชัดเจน ว่า อัยการ จะ ดำเนินการ อย่างไร จะเสนอความเห็นให้ นาย ชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด หรือสมควร จะต้องตั้ง คณะทำงาน ร่วมกับ กกต. โดยการพิจารณา สำนวนคดี ยุบพรรค พปช. จะ ครบกำหนด เวลา 30 วัน ตามกฎหมาย ในวันที่ 12 ต.ค.นี้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
2 ตุลาคม 2551 17:50 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000117023


พิมพ์ ข่าวนี้ อสส. ตรวจสำนวน ยุบ พปช. ซ้ำ คาด 12 ต.ค. รู้เค้า!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 25, 2008

“ประพันธ์” มอบ “วีระ สมความคิด”แจ้งจับ “สมชาย” ฐานวิ่งเต้น ตุลาการ ช่วย “แม้ว”

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีซุกหุ้น,คดีอาญา,คดีแพ่ง,ความขัดแย้ง,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,วิกฤติ,อาชญากรรม — accomthailand @ 23:10
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
นายประพันธ์ คูณมี ดีตสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวที พันธมิตร

นายประพันธ์ คูณมี อดีตสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวที พันธมิตร


“ประพันธ์”มอบ “วีระ”แจ้งจับ “สมชาย” วิ่งตุลาการช่วย “แม้ว”


“ประพันธ์”เตือน “3เกลอ” ระวังเข้าคุก ฐานหมิ่นประมาท ตามรอยลูกพี่ ปรามอัยการสูงสุด ไม่ควรรับรอง “หมัก” ยื่นฎีกา พร้อมทวงถาม คดียุบ ไทยรักไทย กกต. สั่งดำเนินคดี “เสธ.ไอซ์-ธรรมรักษ์-พงษ์ศักดิ์” จ่ายเงิน จ้างพรรคเล็ก ไปถึงไหนแล้ว พร้อมเผยมอบ “วีระ สมความคิด” แจ้งจับ “สมชาย” ฐานวิ่งเต้น ตุลาการช่วย “แม้ว” คาดเป็น นายกฯ คนที่ 3 ที่จะเดินเข้าคุก


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายประพันธ์ คูณมี ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายประพันธ์ คูณมี ปราศรัย
คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายประพันธ์ คูณมี ปราศรัย


วันนี้ (25 ก.ย.) เมื่อเวลา ประมาณ 20.00 น. นายประพันธ์ คูณมี อดีตสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวที พันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ใน ทำเนียบรัฐบาล ว่า ใครก็ตาม ที่คิดใส่ร้าย หรือเป็นศัตรูกับ พันธมิตรฯ นั้น ตอนนี้ก็ได้เห็นแล้วว่า ครอบครัว ที่ว่า รวยระดับโลก ยังไม่มีแผ่นดินอยู่ ซึ่งเมื่อตนไปที่ไหน เจอใคร เขาก็พูดถึง พันธมิตรฯ ด้วยความทึ่ง และ มหัศจรรย์ อย่างเหลือเชื่อ ว่านึกไม่ถึงที่ ประชาชนทั่วประเทศ จะมารวมพลังเป็น พันธมิตรฯ ได้


“ที่พูดมานี้ เป็นข้อเท็จจริง สิ่งที่ เป็นปรากฏการณ์ ให้เห็นอยู่ทุกวันนี้ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ ของ ประเทศไทย ที่ ประวัติศาสตร์การเมืองไทย ต้องจารึก ว่า การมารวมตัวของ ประชาชนนั้น เป็นการแสดง ความยิ่งใหญ่ที่สุด อย่างน้อย นายกฯ คนที่หนึ่ง ไม่แผ่นดินอยู่ แล้ว นายกฯ คนที่สอง กำลังจะ ติดคุก เห็นหรือยังว่า พลังอันยิงใหญ่ของ พันธมิตร นั้นยิ่ง่ใหญ่จริงๆ” นายประพันธ์ กล่าว


นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ พวกเราไม่เคยเห็น ก็ได้เห็น วันนี้ ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาของ ศาลอุทธรณ์ ซึ่งให้จำคุก นายสมัคร สุนทรเวช เป็นเวลา 2 ปี ไปแล้ว แต่อีกคดีหนึ่ง ที่จำเป็นต้องฟัง ซึ่งศาลได้มีคำสั่ง ให้เลื่อนออกไปก่อน นั่นคือ


คดีที่ดินรัชดา ซึ่งอาจจะมี บางคนไม่เข้าใจว่า ทำไมศาล ถึงต้องเลื่อนไป และ ทำไมต้องออกหมายจับ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่า ทักษิณ กับ พจมาน ได้หนี ไป ทำไม ศาล ไม่อ่านคำพิพากษา ไปเลย ซึ่งจริงๆ ทำไม่ได้ เพราะเป็นไป ตามขั้นตอนของ กฎหมาย แม้จำเลย จะหนีไป ศาล ก็ต้องออกหมายจับ และ ให้เวลามาฟัง คำพิพากษา ภายใน 30 วัน ถ้าไม่มา ถึงสามารถ อ่านคำพิพากษา ลับหลังจำเลย ฉะนั้น ไม่เกินเดือนหน้า จะได้รู้ว่า สองคน ที่ หนีนั้น จะติดคุกหรือไม่


นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า คดีของ นายสมัคร กับ นายดุสิต ศิริวรรณ นั้น เป็นอุทาหรณ์ และเป็นเครื่องเตือนใจ ไปถึง “3 เกลอหัวขวด” ที่สถานี โทรทัศน์ เอ็นบีที ให้ระวังจะ ติดคุกตาม ลูกพี่ ซึ่งเรื่องคดีของ นายสมัคร กับ นายดุสิต นั้นเป็นไปตามกรรม โดยแท้ เนื่องจาก สมัยอดีตได้ไป โจมตี การชุมนุม ของ นิสิต-นักศึกษา ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยใช้ วิทยุยานเกราะ ใส่ร้ายนักศึกษา โดยหาว่า นักศึกษา เป็น คอมมิวนิสต์ มีการ สะสมอาวุธ สร้างอุโมงค์ใต้ดินที่ ธรรมศาสตร์ นอกจากนี้ ยังได้ปลุกระดมให้ ประชาชน ที่ไม่รู้ข้อเท็จจริง เกลียด นักศึกษา แล้วนำมาเป็นเหตุ รัฐประหาร ใช้กำลังอันธพาล เข่นฆ่านักศึกษา


“จากวันนั้น ถึงวันนี้ เป็นเหตุการณ์ ที่อัปยศที่สุด และ วันนี้ กรรมได้ตามทัน ศาลได้ตัดสิน จำคุกไม่รอลงอาญา 2 ปี ซึ่งอย่าได้ไป สงสารคนๆ นี้ เนื่องจาก ก่อกรรม ไว้มาก รวมทั้งเชื่อว่า คดีนี้ ไม่สามารถฎีกา ทั้งข้อเท็จจริง และ ข้อกฎหมายได้ ไม่ว่าจะไปขอให้ ศาลรับรอง ก็ตาม และ ยังเชื่อด้วยว่า ผู้พิพากษา ที่ตัดสินคดีนี้ ไม่น่าจะมีใคร ให้การรับรอง ยื่นฎีกา ในข้อเท็จจริง ได้” นายประพันธ์กล่าว


นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้นมีอยู่ทางเดียวคือ ต้องอุทธรณ์ ข้อกฎหมาย หรือไม่ ก็ต้องวิ่งเต้นไปหา อัยการสูงสุด และ วันนี้ ตนขอเตือน อัยการสูงสุด ว่า คดียุบพรรค ยังเคลียร์ไม่จบ อย่าไปฎีกา ข้อเท็จจริง และ ข้อกฎหมาย เพราะ อัยการไม่รู้เรื่อง ที่ฟ้องกัน อยู่ๆ จะไปรับรองได้ อย่างไร แม้กฎหมาย จะเขียนให้ อัยการ รับรองได้ ท่านก็ไม่ควร ไปรับรอง ปล่อยให้คนแบบนี้ ติดคุก ไปเลย


ถ้าหากไปรับรอง ตนจะตามไปทวงถามเรื่อง คดียุบไทยรักไทย, เสธ.ไอซ์, พลเอกธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ซึ่งเป็นคนจ่ายเงิน จ้างพรรคเล็ก ที่กระทรวงกลาโหม ก.ก.ต.สั่งให้ฟ้อง ดำเนินคดีทางอาญาแล้ว อัยการสูงสุด ดำเนินการ แล้วหรือยัง


“เรื่องนี้ คงมีคนอธิบาย ให้ฟังหลายคนแล้ว เกี่ยวกับ ช่องทาง ที่เขาจะอุทธรณ์ได้นั้น ต้องไปขอ อัยการสูงสุด รับรอง แต่ตอนนี้ ต้องดักคอ อัยการสูงสุด ไว้ก่อน หากไปรับรอง เมื่อไร พวกเราสัญญาว่า จะไปบุกถึง อัยการ ส่วนเรื่องข้อกฎหมาย คดีหมิ่นประมาท ไม่มีเรื่อง ข้อกฎหมาย ที่จะอุทธรณ์ได้ อยู่แล้ว” นายประพันธ์กล่าว


นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ มาบอกข่าวดี ซึ่งพวกเราได้นำ นายกฯ เข้าคุกไปแล้ว 2 คน มาวันนี้ จะนำ นายกฯ เข้าคุกอีก 1 คน เป็นคนที่ 3 คือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ คนพวกนี้ ไม่ต้องเอาไว้ รกบ้าน ซึ่งตนได้ให้ ข้อมูลกับ นายวีระ สมความคิด ประธานกรรมการ อำนวยการ เครือข่าย ประชาชน ต่อต้าน คอร์รัปชั่น ไปแจ้งความ กล่าวหา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ว่าเป็นคนวิ่งเต้น ติดสินบน ตุลาการ ให้ช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ฉะนั้น นายสมชาย จะต้อง เดินตามรอย พี่เมีย และ เมีย พร้อม ลูกสาว ก็จะติดคุก เนื่องจาก ร่ำรวยผิดปกติ และ ไม่แจ้ง บัญชีทรัพย์สิน


“สิ่งเหล่านี้คือ พลังของพี่น้อง พันธมิตรฯ ที่จะ เปลี่ยนแปลง บ้านเมือง และจะทำให้ กระบวนการยุติธรรม เข้มแข็ง ส่วน องค์ประกอบ ของ รัฐบาล ไม่ต้องพูดซ้ำ กันแล้ว เพราะเป็น รัฐบาลแห่งความอัปยศ ที่สุด ฉะนั้น ขอให้ พี่น้อง ทั่วประเทศ จงยืนหยัดต่อสู้ ไม่ต้องหวั่นไหว บ้านเมืองนี้ ประเทศนี้ จะต้องมี สิ่งที่ ดีๆใหม่ๆ เพื่อพวกเราทุกคน อย่างแน่นอน” นายประพันธ์ กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
25 กันยายน 2551 23:10 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000114079


พิมพ์ ข่าวนี้ “ประพันธ์”มอบ “วีระ”แจ้งจับ “สมชาย” วิ่งตุลาการช่วย “แม้ว”


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“รองอัยการสูงสุด” ตรวจสำนวน ยุบพรรค พปช. ชี้สำนวน ไม่ซับซ้อน


อัยการถกสำนวนยุบ “พลังแม้ว” ชี้ ไม่ซับซ้อน
ยึดคำตัดสินเชือด “ยงยุทธ”


“รองอัยการสูงสุด” ประชุม คณะทำงานตรวจสำนวน ยุบพรรค พปช. นัดแรก ระบุ ขอเวลาตรวจ ข้อกฎหมายอีก 7 วัน นัดประชุม อีกรอบ 2 ต.ค.นี้ ชี้สำนวน ไม่ซับซ้อน ข้อเท็จจริงชัด ตามคำพิพากษา ศาลฎีกาเลือกตั้ง แจกใบแดง “ยุทธ ตู้เย็น” มั่นใจเสนอความเห็นให้ อสส. ได้ ภายใน กรอบเวลา 30 วัน


วันนี้ (25 ก.ย.) เวลา 13.00 น. ที่สำนักงาน อัยการสูงสุด สนามหลวง นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ รองอัยการสูงสุด ในฐานะ ประธาน คณะทำงาน รับผิดชอบ คดียุบพรรคการเมือง เรียกประชุม คณะทำงาน 11 คน เพื่อพิจารณา สำนวน คดียุบพรรคพลังประชาชน

 ใบแดง นายยงยุทธ ติยะไพรัช �ดีต ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 และ ร�งหัวหน้าพรรค พลังประชาชน

ใบแดง นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีต ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 และ รองหัวหน้าพรรค พลังประชาชน


กรณีที่ คณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) ให้ ใบแดง นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีต ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 และ รองหัวหน้าพรรค พลังประชาชน เนื่องจาก กระทำผิด พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 มาตรา 53 กรณีแจกเงินให้ กลุ่มกำนัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย ช่วยเหลือ ให้มีการลงคะแนน เลือกผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย พรรคพลังประชาชน โดยคดีนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ได้มีคำพิพากษา ตามคำวินิจฉัย ของ กกต. ให้ใบแดง นายยงยุทธ และ เพิกถอน สิทธิทางการเมือง 5 ปี


ภายหลัง นายจุลสิงห์ กล่าวว่า เป็นการประชุมครั้งแรก ของคณะทำงานฯ เพื่อร่วมกัน พิจารณา ข้อเท็จจริง และ ข้อกฎหมาย ที่ฝ่าย เลขานุการ คณะทำงาน สรุปมาจาก สำนวนพยานหลักฐาน ของ กกต. ซึ่งเบื้องต้น ที่ประชุม เห็นว่า ต้องพิจารณา ข้อกฎหมาย อย่างละเอียด อีกครั้ง โดยจะให้ เวลา 7 วัน ในการตรวจสอบ ในเรื่องนี้ ก่อนที่จะ นัดประชุมคณะทำงาน อีกครั้ง 2 ต.ค. นี้


ด้านแหล่งข่าว คณะทำงานอัยการ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงในสำนวน คดียุบพรรค พลังประชาชน ที่เป็นมูลเหตุ แห่งการกระทำ ผิดกฎมายเลือกตั้ง มีความชัดเจน อยู่แล้ว ตามสำนวนฟ้อง และ คำพิพากษาของ ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ซึ่ง กกต. ได้ส่งเอกสาร ทั้งหมด ประกอบ เข้ามา ใน สำนวนคดียุบพรรค ที่มอบให้ สำนักงานอัยการสูงสุด ตั้งแต่ วันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมาแล้ว


แต่แม้ คำพิพากษาของ ศาลฎีกา วินิจฉัย ทั้งประเด็นข้อเท็จจริง และ ข้อกฎหมาย ไว้ โดยบรรยายถึง พฤติการณ์ กระทำผิดของ นายยงยุทธ เชื่อมโยง ในฐานะ กรรมการบริหาร ด้วย แต่ก็ยังมี ประเด็นปลีกย่อย เกี่ยวกับ ข้อกฎหมาย ที่จะต้อง พิจารณา เพิ่มเติม ให้มีความชัดเจน ครบถ้วน หากจะมีการยื่นคำร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ให้ยุบ พรรคการเมือง


แหล่งข่าวคนเดิม กล่าวอีกว่า คดีนี้ ไม่มีความซับซ้อนยุ่งยาก เพราะพยานหลักฐานใน สำนวน กกต. และ ข้อเท็จจริง ตาม คำพิพากษา ศาลฎีกา มีความชัดเจน ทำให้เชื่อมั่นว่าคณะทำงานอัยการ จะสามารถ มีความเห็นเสนอ


นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด ได้ภายใน 30 วัน ตามกฎหมาย ซึ่งจะครบกำหนด วันที่ 10 ต.ค.นี้ และ เชื่อว่า ไม่จำเป็น ต้องให้ ตั้งคณะทำงาน ร่วม กกต. – อัยการ เหมือนคดียุบ พรรคชาติไทย และ มัชฌิมาธิปไตย แต่อย่างใด

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
25 กันยายน 2551 17:46 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000113982


พิมพ์ ข่าวนี้ อัยการถกสำนวนยุบ “พลังแม้ว” ชี้ ไม่ซับซ้อนยึดคำตัดสินเชือด “ยงยุทธ”


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Blog at WordPress.com.