Accom Thailand

October 6, 2008

“สมชาย” ปลิ้นปล้อน ไม่เอื้อประโยชน์ ให้ใครทั้งสิ้น ลั่นให้จับ “พี่เมีย” มาขึ้นศาล

ติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดี นายสมชาย กล่าวว่า ได้พูดไปแล้ว เป็นไปตามกติกา

ติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดี นายสมชาย กล่าวว่า ได้พูดไปแล้ว เป็นไปตามกติกา


“สมชาย” ตีสองหน้าอีก! ลั่นให้จับ “พี่เมีย” มาขึ้นศาล


นายกฯ ปลิ้นปล้อน อ้างตัดสายสัมพันธ์ บ้วนน้ำลายทิ้ง ต้องจับ “พี่เมีย” มาขึ้น ศาลไทย ลบข้อครหา สองมาตรฐาน จับ “จำลอง” ตะแบง ถอดถอนพาสปอร์ตแดง อยู่ในชั้น เลขาธิการนายกฯ ผวาพลังมวลชน ส่งยิ้มสกัดกั้น คลื่นพันธมิตรฯ


วันนี้ (6 ต.ค.) ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ ภายหลังเป็น ประธานประชุม เตรียมการแก้ไขปัญหาราคาข้าว ว่า เรื่องนโยบาย การแก้ไขปัญหาราคาข้าว จะขับเคลื่อน นโยบาย ชัดเจน ต่อเมื่อมีการแถลง นโยบายต่อรัฐสภา เรียบร้อยแล้ว

วันนี้เป็นเพียง การหารือเบื้องต้น เพื่อเตรียม มาตรการต่างๆ และตั้ง คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ที่จะมี ตนเองเป็นประธาน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ขอลี้ภัยใน ประเทศอังกฤษ นายสมชาย กล่าวว่า การขอลี้ภัยในอังกฤษ แจ้งตนไม่ได้อยู่แล้ว

เมื่อถามว่า หลังการขอลี้ภัยแล้ว การดำเนินการ ขอตัวมาดำเนินคดี ในไทย จะกระทำได้ ยังดำเนินต่อหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ยังคง ดำเนินการ อยู่ ตนไม่มีอะไรไปขัดขวาง การเอื้อประโยชน์ ให้ใครทั้งสิ้น ถึงแม้จะเป็นคนรู้จักกันก็ตาม ต้องเป็นไป ตามกระบวนการ อันนี้เป็นที่ชัดเจน

เมื่อถามถึงเรื่อง การถอนพลาสปอร์ตแดง ที่ทาง กระทรวงการต่างประเทศ มอบให้นายกฯ เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ นายสมชาย กล่าวว่า เรื่องนี้ได้มอบให้ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ไปดูว่าขั้นตอนถึงตรงไหน จากนั้นค่อยมาบอกตนเอง

เมื่อถามว่า มีการกล่าวหาว่า รัฐบาลใช้สองมาตรฐาน ในเรื่องการจับตัว พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ และ การติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดี นายสมชาย กล่าวว่า ได้พูดไปแล้ว เป็นไปตามกติกา

เมื่อถามว่ารัฐบาล เป็นห่วงสถานการณ์การเมือง ที่อาจจะรุนแรงขึ้นหรือไม่ จะแก้ปัญหาอย่างไร นายสมชาย กล่าวว่า การเมืองรุนแรง ขึ้น เราต้องทำความเข้าใจกันให้ดี และต้องใช้เหตุผลว่า อะไรเป็นอะไร


เมื่อถามว่า นโยบาย การดึงแนวร่วม เข้ามาชุมนุม รัฐบาลจะมีแนวทางสกัดกั้น หรือขอความร่วมมือ อย่างไร นายสมชาย กล่าวว่า ก็ขอร้องอย่าให้รุนแรง กว่านี้เลย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
6 ตุลาคม 2551 13:40 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000118354


พิมพ์ ข่าวนี้ “สมชาย” ตีสองหน้าอีก! ลั่นให้จับ “พี่เมีย” มาขึ้นศาล


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Advertisements

September 22, 2008

คุณธรรม จริยธรรม ของ สมชาย วงศ์สวัสดิ์

Filed under: การแก้ไข รธน.,ข่าวการเมือง,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีซุกหุ้น,คดีที่ดินรัชดาฯ,คดีหวยบนดิน,คดีเอ็กซิมแบงก์,ความขัดแย้ง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,วิกฤติ,ศาลสถิตยุติธรรม,อังกฤษ,อาชญากรรม — accomthailand @ 16:59
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,


คุณธรรม จริยธรรม ของ สมชาย วงศ์สวัสดิ์

โดย ราวี เวียงพยัคฆ์
22 กันยายน 2551 16:59 น.


ก่อนจะพ้นจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี โดยคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีหุ่นหอกหัก สมัคร สุนทรเวช ตั้งคำถามว่า “ให้ผมออกไปแล้ว ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี?”


ข้อสงสัยของ นายสมัคร สุนทรเวช เกิดขึ้นเพราะ ทอดตาไปทั่วทั้ง พรรคพลังประชาชนแล้ว จะมีใครอีก ที่จะอยู่ในระนาบเดียว กับเขาได้ คือมี คุณสมบัติเลวพอ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายทุนใหญ่ของ พรรค จะยอมรับได้ รวมทั้ง ประชาชนคนไทย ที่รับรู้ ข้อมูลข่าวสาร ในทำนองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกกลั่นแกล้ง เป็นคนที่ร่ำรวย อยู่เดิมแล้ว ไม่มีทาง ที่จะคอร์รัปชัน หรือ โกงบ้านกินเมือง


ในที่สุดข้อสงสัยของ นายกรัฐมนตรีหุ่น หอกหัก สมัคร สุนทรเวช ก็มีคำตอบ ออกมาแล้ว คือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์


เป็นคำตอบที่เมื่อ นายสมัคร สุนทรเวช รับทราบแล้ว ก็ยังงงไม่หาย รับรู้แล้ว ก็แทบจะสิ้นสติสมประดี ทีเดียว เพราะคาดไม่ถึง


นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เลวพอ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะยอมรับได้ เช่นเดียวกับ นายสมัคร สุนทรเวช หรือไม่?


คุณสมบัติข้อนี้ต้องพิจารณากันมากสักหน่อย


นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นตุลาการเก่า ก่อนที่จะโยก มารับงานด้านธุรการ เป็น ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นตุลาการ ที่ได้ชื่อว่ามีเกียรติประวัติ มีผลงานดี คนหนึ่ง


แต่นั่นก็เป็น ช่วงเวลา ที่พี่เมียคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่เข้าสู่ สนามการเมือง


หากแต่เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาเป็นหัวหน้าพรรค ไทยรักไทย ชนะการเลือกตั้ง และได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ต้องเผชิญกับ ปัญหา ซุกหุ้นนั้นดอก ที่จะต้อง พิจารณาเป็นพิเศษ


มีข่าวชัดเจนว่า นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกหน้าช่วย พี่ชายด้วยการเข้าพบ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ ช่วย คดีพี่ชาย ให้หลุดพ้นจาก คดีซุกหุ้น


มีชื่อ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เข้าพบ มีข้อเสนอ ชัดเจนว่า ถ้าหาก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ท่านนั้น ให้การช่วยเหลือ จะได้รับ การตอบแทน อย่างไรบ้าง


ในที่สุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็พ้น คดีซุกหุ้น จริงๆ มาเป็น นายกรัฐมนตรี ครบเทอม และ สมัยที่สอง ก็ได้รับการเลือกตั้ง ด้วยชัยชนะ ถล่มทลาย ถ้าหากไม่มีกรณี ขายธุรกิจให้ เทมาเส็ก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ยังคง หลอกลวง ประชาชนคนไทย ได้อีกต่อไป


แต่ก็นั่นแหละ วันนี้ ก็ยังสามารถ ทำเอาพวกบัวใต้ตุ่ม งมงายได้อยู่อีก


นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตผู้พิพากษา อดีตตุลาการ รู้เห็นอย่างไร หรือไม่ กับบทบาทของ ภริยาใน การวิ่งเต้นช่วยเหลือพี่ชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำให้ วงการตุลาการ (ศาลรัฐธรรมนูญขณะนั้น) มัวหมอง


และ ในวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว ต้องระเห็จไปอยู่ อังกฤษ หนีหมายจับของ ศาลสถิตยุติธรรม หลายคดี โดยที่ ก่อนหน้านั้น คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ผู้เป็นภริยา ถูกศาลชั้นต้น ตัดสินจำคุก 3 ปี


คำพิพากษามีความตอนหนึ่งว่า


จำเลยที่ 2 (คุณหญิงพจมาน ชินวัตร) เป็นภริยา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระดับผู้บริหารประเทศ นอกจากมีหน้าที่ ต้องปฏิบัติตน เยี่ยง พลเมืองดี ทั่วๆ ไปแล้ว ยังควรดำรงตน ให้เป็นตัวอย่างที่ดี สมฐานะ ทางเศรษฐกิจ และ สังคมด้วย


จำนวนภาษีอากรที่ จำเลยที่ 1 จะต้องชำระ ตามกฎหมาย และ จำเลยที่ 2 จะเป็นผู้ชำระแทน ในที่สุดนั้น เทียบไม่ได้กับ จำนวนทรัพย์สินที่ จำเลยที่ 2 และ ครอบครัวมีอยู่ในขณะนั้น


การที่จำเลยที่ 1 จะชำระภาษีอากรไป ตามกฎหมายเช่น พลเมืองดีทุกคน จึงมิได้มีผลกระทบต่อ ฐานะของจำเลยที่ 2 แต่อย่างใด


พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งนั่งลุ้นฟัง คำพิพากษาอยู่ด้วย ในวันนั้น แทนที่จะมีความสำนึก รู้ผิด รู้ถูก รู้ดี รู้ชั่ว แม้จะไม่รู้ หรือ คิดได้ ในวันนั้น มาถึงวันนี้ ซึ่งผ่านมา นานพอสมควร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็หาได้มีสำนึกไม่


คดีความของผมเป็นเรื่องการเมือง ต้องแก้ด้วยการเมือง


คำให้สัมภาษณ์ ดังกล่าว นอกจากสะท้อน ให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้มีสำนึก รู้ถูกรู้ผิด รู้ดี รู้ชั่วแล้ว ยังบอกให้ สังคมรู้ว่า เขามีแต่ ความอาฆาตแค้น และ ปัญหาของเขา จะต้องแก้ด้วย การเมือง นั่นก็คือ ยึดกุมอำนาจรัฐให้ได้ แล้วแก้ปัญหา ของเขา และ ครอบครัว เพราะในความรู้สึก ของเขา ก็คือ


เขาถูกฝ่ายตรงข้าม รุมกินโต๊ะ ยึดอำนาจ ไปจากเขา เมื่อ 19 กันยายน 2549 แต่งตั้ง คณะกรรมการ ขึ้นมาตรวจสอบ แล้วก็ฟ้องร้อง


รวมทั้งที่ ศาลตัดสิน ให้เขาผิด ก็เป็นการ ร่วมมือเล่นงาน เขาด้วย


การซุกหุ้น ไว้กับคนใช้ คนขับรถ ยามรักษาความปลอดภัย หรือกรณีที่ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาของเขา เลี่ยงภาษี โดยที่ ศาลชั้นต้น ตัดสินจำคุก ไปแล้ว 3 ปี ถ้าหากจะเป็น ความผิด ก็เป็นเพียง การบกพร่องโดยสุจริต หรือเป็นเพียงความผิดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง


ต้องแก้ไขด้วยการเมือง นั่นก็คือ แก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือจะต้องมี บทบัญญัติ เกิดใหม่ ให้บรรดาคดีความทั้งหลาย ที่มีชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ภริยา และ ลูกของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลย หรือ ผู้ถูกกล่าวหา ให้จำหน่ายออกจาก สารบบของ ศาล ไม่ว่าคดีนั้น จะอยู่ในการ พิจารณา ของศาลระดับใด หรือศาลใด ก็ตาม ในประเทศไทย


นี่คือภาระหนักของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ และบรรดา ผู้ที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างมั่นคง เหนียวแน่น อย่าง อดีตผู้พิพากษา ที่หันมาเอาดีทางการเมือง อย่าง นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา หรือ ดุษฎีบัณฑิตทางกฎหมาย อย่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง


ที่มิพักต้องพูดถึง หอกหัก สมัคร สุนทรเวช ซึ่งกลายเป็น วัตถุชำรุดหมดคุณค่าไปแล้ว ในสายตาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร


นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี แฟมิลี่ และบรรดาลิ่วล้อ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะต้องแบกรับ ต่อไปก็คือ การทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ ครอบครัว เป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง ขึ้นมาให้ได้ ทั้งที่ทางคดี ศาลชั้นต้น ตัดสินจำคุกไปแล้ว


เผลอๆ อาจจะต้องแบกรับภาระ ช่วยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมา มีอำนาจเป็น ผู้นำของประเทศไทย อีกต่อไป


แต่ก่อนที่ จะไปแบกรับภาระ อันหนักอึ้ง เพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในอนาคต อันไกลโพ้น ปัญหา เฉพาะหน้าที่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี แฟมิลี่ จะต้องทำ ก็คือ เสียงเรียกร้องของ ประชาชน ที่เรียกร้องให้ รัฐบาลจะต้อง นำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ ภริยา มาต่อสู้คดี ในศาล


รัฐบาล จะต้องถอน หนังสือเดินทางสีแดง ซึ่งเป็นหนังสือเดินทาง สำหรับผู้บริหารประเทศ นักการทูต ฯลฯ เพราะวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อยู่ในสภาพของ คนร้าย ที่หนี หมายจับของศาล นี่เป็นเรื่อง ที่ต้องพิสูจน์ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์


คุณธรรม จริยธรรม ของบุคคล ที่เคยเป็นตุลาการของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ หายไปไหนเสีย หายไปตั้งแต่เมื่อไร?

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
22 กันยายน 2551 16:59 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000112325


พิมพ์ ข่าวนี้ คุณธรรม จริยธรรมของสมชาย วงศ์สวัสดิ์


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 17, 2008

โฆษก ตร. แจง ยังไม่ได้รับหมายจับ จากศาล คดีปล่อยกู้ “เอ็กซิมแบงก์”


ตร.รอหมายจากศาล ก่อนประกาศจับ “ทักษิณ” คดีเอ็กซิมแบงก์!!


โฆษก ตร.แจง ยังไม่ได้รับหมายจับ จากศาล เพื่อประกาศจับ “แม้ว” คดีปล่อยกู้ “เอ็กซิมแบงก์” ให้พม่า 4 พันล้าน ระบุ ถ้าหมาย ถึงมือ จะประกาศ สืบจับ ไปยังสถานี ตร.ทั่วประเทศ เพื่อติดตาม จับกุม ตามคำสั่งศาล
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร �ดีตนายกรัฐมนตรี

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี



วันนี้ (17 ก.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ก. ในฐานะรองโฆษก ตร. กล่าวถึง กรณีที่ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังเจตนา หลบหนี คดีปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ ของ ธนาคารเพื่อการส่งออก และนำเข้า แห่งประเทศไทย หรือ เอ็กซิมแบงก์ ให้แก่ รัฐบาลพม่า วงเงิน 4 พันล้านบาท เพื่อ เอื้อประโยชน์ บริษัทใน เครือตระกูลชินวัตร ว่า


ภายหลัง ศาล มีคำสั่ง ออกหมายจับ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ต้องรอ ศาลส่งหมายจับ นั้นมา ก่อนเข้าสู่กระบวนการ ออกประกาศสืบจับ โดยกองทะเบียน ประวัติอาชญากร แล้ว กระทำการ กระจายประกาศสืบจับ ไปยังสถานีตำรวจ และ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทั่วประเทศ เพื่อติดตาม จับกุมตัว ตามคำสั่งศาล ก่อนทำการ รายงานผลติดตามการจับกุม ไปยังอัยการ ต่อไป ซึ่งขณะนี้ ยืนยันว่า ยังไม่ได้รับหมายจับ จากศาลแต่อย่างใด


ส่วนเรื่อง การดำเนินการประสาน ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน นั้น พล.ต.ต.สุรพล กล่าวว่า ขณะนี้ศาลฎีกา ได้ออกหมายจับ ใหม่มา ก็ต้องพิจารณา ดูว่า จะมีผลต่อ หมายจับเก่า ที่เคยออกมาใน คดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาฯ อย่างไร


อัยการ ต้องพิจารณาว่า จะเลือกใช้ หมายไหน ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองคดี ก็จะพิจารณา ดูว่าหมายจับเก่า สิ้นสุด หรือไม่ ด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
17 กันยายน 2551 20:02 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000110611


พิมพ์ ข่าวนี้ ตร.รอหมายจากศาล ก่อนประกาศจับ “ทักษิณ” คดีเอ็กซิมแบงก์!!


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

September 16, 2008

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา สั่งออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คดีเอ็กซิมแบงก์ ปล่อยกู้พม่า เอื้อชินฯ


คดี ปล่อยกู้พม่าสะดุด! ศาลออกหมายจับ “แม้ว” – จำหน่ายคดี

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเลย ครั้งเดินทางเยื�นพม่า

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเลย ครั้งเดินทางเยือนพม่า


ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง พิจารณาคดี นัดแรก “แม้ว” ปล่อยกู้พม่า เอื้อชินฯ ศาลระบุ จำเลย มีเจตนา หลบหนีคดี สั่งจำหน่ายคดี ออกจากสารบบความ และให้ออก หมายจับ ขณะที่ คดีทุจริตซื้อที่ดินย่านรัชดาฯ ศาลนัดฟัง คำพิพากษา พรุ่งนี้


วันนี้ (16 ก.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง นายปัญญา สุทธิบดี รองประธานศาลฎีกา ผู้พิพากษา เจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะ 9 คน ออกนั่งบัลลังก์ พิจารณาคดีครั้งแรก ในคดี หมายเลขดำที่ อม.3/2551 ที่ คณะกรรมการป้องกัน และ ปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ เป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็น จำเลย ในความผิด ฐานใช้อำนาจหน้าที่ กระทำผิด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการ หรือ ดูแล เข้ามีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์ สำหรับ ตัวเอง หรือ ผู้อื่น ด้วยกิจการนั้น และ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152, 157


ในกรณีที่ จำเลยอนุมัติ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ของ ธนาคาร เพื่อการส่งออก และ นำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ เอ็กซิมแบงก์ ให้แก่ รัฐบาลพม่า ในวงเงิน 4,000 ล้านบาท ในโครงการ ปรับปรุงระบบ โทรคมนาคม ของประเทศพม่า เพื่อเอื้อประโยชน์ ในธุรกิจดาวเทียม ที่มีการสั่งซื้อ อุปกรณ์จาก บริษัท ชิน แซทเทลไลท์ และ บริษัทในเครือ ตระกูลชินวัตร


การนำพิจารณาคดี วันนี้ ทาง นายสิทธิโชค ศรีเจริญ ทนายโจทก์ และ คณะ และ นายวัชระ สุคนธ์ กับคณะ ทนายจำเลย มาศาล ส่วน จำเลย ไม่มาศาล


ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลย ได้รับหมายเรียก ทราบนัดโดยชอบแล้ว ไม่มาโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง พฤติการณ์เชื่อว่า มีเจตนา จะหลบหนี จึงให้ จำหน่ายคดี ออกจากสารบบความ ชั่วคราว และให้ ออกหมายจับ จำเลย มาเพื่อพิจารณาคดีต่อไป โดยเมื่อได้ตัว จำเลยมา จึงจะนำคดี ขึ้นมา พิจารณาอีกครั้ง


ส่วนที่ผู้รับมอบอำนาจ จาก จำเลย ยื่นคำร้อง เมื่อวันที่ 15 ก.ย.51 ขอถอน นายวัชระ สุคนธ์ และ คณะ รวม 3 คน ออกจากการเป็น ทนายความ จำเลย องค์คณะ พิจารณาแล้ว อนุญาต ส่วนที่ จำเลย ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 31 ก.ค.51 โต้แย้งข้อกฎหมาย ที่ใช้บังคับคดีนี้ว่า ขัด หรือ แย้งต่อ รัฐธรรมนูญ หรือไม่ ศาลเห็นควร มีคำสั่งประเด็นดังกล่าวไว้ใน คำพิพากษา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นับว่าเป็น หมายจับ ครั้งที่ 3 แล้ว โดยหมายจับ สองครั้งแรก องค์คณะ คดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาฯ เป็นผู้สั่ง ซึ่งศาล ได้สั่งปรับนายประกันแล้ว เป็นเงินจำนวน 8 ล้านบาท


ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าว รายงานว่า สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน นั้น ในวันพรุ่งนี้ (17 ก.ย.) เวลา 10.00 น. ศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดฟังคำพิพากษา คดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาฯ มูลค่า 772 ล้านบาทเศษ ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ทั้งสอง เป็นจำเลย ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วย การป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และ ประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 152 และ 157 ซึ่ง อัยการ ขอให้ยึดที่ดินและ เงินจำนวน 772 ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นทรัพย์ ที่กระทำผิด


อย่างไรก็ดี เมื่อขณะนี้ เป็นที่ยังไม่แน่ชัดว่า จำเลยทั้งสอง จะไม่มาฟังคำพิพากษา ในวันพรุ่งนี้ องค์คณะผู้พิพากษา จะได้ใช้ ดุลยพินิจ พิจารณา ออก หมายจับ จำเลยทั้งสอง มาศาลภายใน 30 วัน หากยังไม่ได้ตัว จำเลยมา ศาล จะอ่านคำพิพากษาลับหลัง จำเลยต่อไป ตามขั้นตอน ของ กฎหมาย


ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เช้าวันเดียวกัน นาย เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะ กรรมการ บริหาร สำนักงาน สลากกินแบ่ง รัฐบาล และ นายชัยวัฒน์ พสกภักดี อดีตผู้อำนวยการ สำนักงานสลากกินแบ่ง รัฐบาล ที่เป็น 2 ใน 47 จำเลย ในคดี ออกสลาก เลขท้ายพิเศษ 2 ตัว และ 3 ตัว (หวยบนดิน) เดินทางมา ยื่นคำร้อง และ หลักทรัพย์ เพื่อขอประกันตัว โดยใช้เงินสด และ บัญชีเงินฝาก ประกันตัว ออกไป โดยศาลตีราคา ประกัน คนละ 500,000 บาท ซึ่ง คดีหวยบนดิน องค์คณะฯ นัดพิจารณาคดี ครั้งแรกในวันที่ 26 ก.ย.นี้ เวลา 10.00 น.

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
16 กันยายน 2551 09:30 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000109630


พิมพ์ ข่าวนี้ คดีปล่อยกู้พม่าสะดุด! ศาลออกหมายจับ “แม้ว” – จำหน่ายคดี


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Create a free website or blog at WordPress.com.