Accom Thailand

April 24, 2009

เสื้อแดงก่อหวอดขับไล่ มท.1 ที่นำเสื้อน้ำเงินชลบุรี ประกาศปกป้องสถาบัน

มท.1 นำ เสื้อน้ำเงินชลบุรี ประกาศปกป้องสถาบัน
“หางแดง” 50 คน ก่อหวอดขับไล่
มท.1 นำ เสื้อน้ำเงินชลบุรี ประกาศปกป้องสถาบัน

มท.1 นำ เสื้อน้ำเงินชลบุรี ประกาศปกป้องสถาบัน


ศูนย์ข่าวศรีราชา – มท.1 นำชาวชลบุรีกว่า 12,000 คนสวมเสื้อน้ำเงิน ประกาศเจตนารมณ์ ปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ เสริมสร้างสมานฉันท์ พร้อมกับ แจกโฉนดที่ดิน เอกสารสิทธิทำกิน คาดเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน บ้านเมืองสงบ ถกในสภามา 2 วัน รู้แล้วอะไรผิดอะไรถูก ด้านแก๊งหางแดง แปลงร่างเป็น เสื้อหลากสี 50 คน รวมตัวขับไล่ ก่อนตำรวจขอร้องให้สลายตัว
ตำรวจขอร้องให้ เสื้อแดง ที่ก่อหวอดขับไล่ มท.1 สลายตัว

เสื้อแดงก่อหวอดขับไล่ มท.1

เวลา 18.00 น.วันนี้ (24 เม.ย.) ที่สนามหน้าศาลากลาง จ.ชลบุรี นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็น ประธาน ในพิธีประกาศเจตนารมณ์ สถาบันสำคัญของชาติ เพื่อเป็นการเสริมสร้าง และ สมานฉันท์ ร่วมกับประชาชน ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ใส่เสื้อสีน้ำเงิน มีข้อความ “ปกป้องสถาบัน” ที่หน้าอก จำนวนประมาณ 12,000 คน วัตถุประสงค์เพื่อ เทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ การสร้างความรัก ความเข้าใจ ลดการแตกแยก ทางความคิด และ สร้างความสมานฉันท์ของ พี่น้องชาว จ.ชลบุรี พร้อมกับกิจกรรมบำบัดทุกข์บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับ ประชาชน จัดทำบัตรประจำตัวประชาชน

นอกจากนี้ มท.1 ยังร่วมแจกโฉนดที่ดิน และ เอกสารสิทธิทำกิน ให้กับราษฎร ที่ไม่มีที่ทำกิน ให้เป็นที่ทำกิน ของตนเอง พร้อมกับ เดินชมนิทรรศการ และ กิจกรรมภายใน

ประชาชน ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ใส่เสื้อสีน้ำเงิน มีข้อความ ปกป้องสถาบัน ที่หน้าอก จำนวนประมาณ 12,000 คน

ประชาชน ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ใส่เสื้อสีน้ำเงิน มีข้อความ ปกป้องสถาบัน ที่หน้าอก จำนวนประมาณ 12,000 คน


นายชวรัตน์ กล่าวว่า หลังจากที่ ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้ว ตนคิดว่า ไม่น่าจะมี เหตุการณ์รุนแรง น่าจะเกิด ความสันติ สงบกัน ได้แล้ว เหนื่อยกันมา 2- 3 สัปดาห์ เปิดอก พูดคุยกัน ในที่ ประชุมสภา มา 2 วันเต็ม น่าจะรู้แล้วว่า อะไรถูก อะไรผิด ขอให้ บ้านเมือง สงบสุข หันหน้าหากัน แล้ว ทำมาหากิน กันได้แล้ว

ก่อนที่ มท.1 จะเดินทางมาถึง มีกลุ่ม นปช. ใส่เสื้อหลากสี ประมาณ 50 คน มารวมตัวกันที่ บริเวณด้านข้าง ร.ร.ชลกันยานุกูล ห่างบริเวณจัดงานเพียง 300 เมตร เพื่อมาทำการต่อต้าน การเดินทาง ของนายชวรัตน์ ในครั้งนี้ โดยอ้างว่าไม่พอใจ ที่คนเสื้อสีน้ำเงิน แอบลอบตี คนเสื้อแดง จนกระทั่งเกิด ความวุ่นวาย ลุกลาม จนเ้ป็นเหตุให้ งานประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน +3 +6 ที่ รร.รอยัลคลิฟ บีช ยุติกลางคัน

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ปราโมช ปทุมวงศ์ รอง ผบช.ภ.2 และรักษาการ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้ส่ง พ.ต.อ.นภดล วงษ์น้อม ผกก.สภ.เมืองชลบุรี ไปเจรจา ขอร้อง จนกระทั่งกลุ่ม นปช.เสื้อหลากสีได้สลายตัวไป

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 24 เมษายน 2552 21:31 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ มท.1 นำเสื้อน้ำเงินชลบุรีประกาศปกป้องสถาบัน-“หางแดง” 50 คน ก่อหวอดขับไล่


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

November 2, 2008

“พิภพ” จวก “แม้ว” โยนความผิดให้ศาล กลบเกลื่อน ความผิดตัวเอง


“พิภพ” จวกโฟนอิน “แม้ว” ให้ข้อมูลด้านเดียว –
ฉะตัวการทำลาย “รากหญ้า”

วันที่ 1 พ.ย. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่ภ??ระชาธิปไตย

วันที่ 1 พ.ย. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย


“พิภพ” จวกโฟนอิน “แม้ว”ให้ข้อมูลด้านเดียว โยนความผิดให้ศาล กลบเกลื่อน ความผิดตัวเอง ซ้ำดึงเบื้องสูง มาเกี่ยวข้อง กับ การเมือง ทั้งที่ตัวเอง ไม่ยอม มาสู้คดี ชำแหละ นโยบายเพื่อรากหญ้า แท้จริง แค่สร้างภาพโฆษณาชวนเชื่อ เนื้อใน คือความล้มเหลว และทุจริต เชื่อ อดีตนายกฯ พร้อมสู้ ยืดเยื้อ 5 ปี แต่หากสบช่องแตกหัก จะเปิด เกมรบ ทันที


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย


เมื่อเวลา ประมาณ 22.30 น. วันที่ 1 พ.ย. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัย โดยพูดถึง การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ปลุกระดมคนรากหญ้า ที่สนามรัชมังคลากีฬาสถาน ว่า เขาโดนยัดเยียดให้ติดคุก รวมทั้งภรรยา เลขา คนสนิท ก็ถูกจำคุกด้วย โดยไม่บอกเลยว่า ตัวเอง มีความผิดอะไรบ้าง เป็นการพูดข้อมูลด้านเดียว ปิดข้อมูลอีกด้าน ในเรื่องความผิด ของตัวเอง

นายพิภพกล่าวต่อว่า ทำไม พ.ต.ท.ทักษิณไม่บอกกับ รากหญ้า ที่สนามกีฬาว่า ที่ตัวเองไม่สู้คดี เพราะว่าข้อมูล ที่เข้าสู่ศาล มัดแน่น จนไม่มีทาง สู้คดีได้ แต่เขาไม่พูด ซ้ำยังกล่าวหาว่า กระบวนการยุติธรรมว่า ไม่เป็นธรรม ก็ถามหน่อยว่า ถ้ากล่าวหาแบบนี้แล้ว กระบวนการยุติรรม เปิดโอกาสให้ ทักษิณ ใช้ทนายสู้คดีได้ แต่ทำไม ทักษิณ ไม่ต่อสู้ กลับไปกล่าวหาว่า กระบวนการยุติธรรม ไม่เป็นธรรม ใครไม่เป็นธรรม กันแน่ แล้วเงิน 2 ล้าน ที่ เลขาฯ และคนถือกระเป๋าเงิน ที่ตัวเองเอาไปวางไว้ ที่ศาล ทักษิณก็ไม่อธิบายว่า ทำไมเอาไปวาง เพื่อแทรกแซงศาล หรือเปล่า

นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างว่า บ้านเมือง จะสมานสามัคคี ต้องมีความยุติธรรม จึงถามว่า ก่อนวันที่ 19 ก.ย. 49 ในหลวงทรง ออกมาชี้ว่า บ้านเมือง ถึงวิกฤติที่สุดในโลก และทรงแนะให้ ตุลาการภิวัฒน์ ออกมาแก้ปัญหา แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ จะมาว่า กระบวนการยุติธรรม ไม่ยุติธรรม ทำไม ซึ่งการที่นักวิชาการ เรียกว่า ตุลาการภิวัฒน์ นั้น แสดงว่าในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีความยุติธรรม ใช่หรือไม่

ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างว่าครอบครัวของตัวเอง ถูกตั้งข้อหานั้น ทำไมไม่บอกว่า พฤติกรรมของ ตัวเองและภรรยา เป็นอย่างไร จึงทำให้ถูกตัดสิน จำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ จะพูดด้านเดียว ในสิ่งที่ตนเองรับ แต่ไม่พูดอีกด้านในสิ่งที่ ตัวเองกระทำ การถูกยึดทรัพย์ 7.2 หมื่นล้าน เพราะได้ขายหุ้นให้ เทมาเส็ก โดยเลี่ยงภาษี โดยออก กฎระเบียบ ให้เลี่ยงภาษีได้ และ พล.ต. จำลอง เคยเสนอว่า ควรจะเสียภาษี 2 หมื่นล้าน หรือบริจาคการกุศล แต่ พ.ต.ท. ทักษิณ ก็ไม่นำพา เป็นการเอาทรัพยากรของชาติ คือคลื่นโทรศัพท์มือถือ และวงโคจรดาวเทียม ไปขายให้ สิงคโปร์ แล้วเลี่ยงภาษี ทำให้ พันธมิตรฯ สามารถจัดชุมนุมได้ อย่างมโหฬาร

นอกจากนี้ การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างว่า จะกลับหรือไม่กลับ ประเทศไทย อยู่ที่ พระบารมี และ พระเมตตา นั้น เป็นการดึงเอา พระมหากษัตริย์ มาเกี่ยวข้อง กับการเมือง และ กระบวน การยุติธรรม การกลับหรือไม่กลับ พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นคนตัดสินใจเอง เมื่อคดีขึ้นสู่ศาล แต่ พ.ต.ท. ทักษิณ ตัดสินใจ ที่จะไม่สู้คดี หนีไปอยู่ อังกฤษ แต่วันนี้ กลับบอก จะกลับหรือไม่กลับ อยู่ที่พระบารมี


นายพิภพ กล่าวว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ยังอ้างอีกว่า ตนจะได้กลับประเทศ ขึ้นกับ พลังประชาชน ในระดับรากหญ้า ด้วย ซึ่งเป็นการแอบอ้างว่า ตนเอง เป็นคน ของประชาชนรากหญ้า ทั้งที่ไม่ได้ทำ เพื่อคนยากคนจน อย่างแท้จริง พ.ต.ท. ทักษิณอ้างว่า การยึดอำนาจ วันที่ 19 ก.ย. 49 ทำให้นโยบาย เกี่ยวกับ ความยากจน ถูกทำลายลง แต่ไม่บอกว่า นโยบานั้น เป็นนโยบายหลอกลวง ทำให้รากหญ้า มีหนี้สิน ไม่ขจัด ความยากจน กองทุนหมู่บ้าน ก็กระตุ้นให้เกิด หนี้สินในชนบท ขณะที่ นายทุนที่ เป็นเจ้าของสินค้า โทรศัพท์มือถือ รถมอเตอร์ไซค์ รถปิ๊กอัพ ซึ่งอยู่ในเครือข่าย พ.ต.ท. ทักษิณ ได้ประโยชน์


ส่วนที่ พ.ต.ท. ทักษิณ อ้างว่า การปฏิวัติ วันที่ 19 ก.ย. 49 ทำเพื่อขจัด ตนเพียงคนเดียว และตามมาด้วยการใช้ กระบวนการ ที่ไม่ยุติธรรม นั้น นายพิภพ กล่าวว่า ถ้าเราย้อนทบทวนดู จะพบว่า พ.ต.ท. ทักษิณ จนแต้ม ตั้งแต่การขายหุ้น 7.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ ว่า โกงกิน ไม่เสียภาษี บอวกว่า จะให้เปิดอภิปราย เพื่อชี้แจง แต่กลับยุบสภา หนี ไม่กล้าเผชิญความเป็นจริง ในระบบรัฐสภา แล้ว พ.ต.ท. ทักษิณ จะอ้างอย่างไร ว่า รักประชาธิปไตย

“ปากบอกว่า เชิดชูระบบรัฐสภา แต่ตัวเอง กลับไม่ใช้สภา ในการตรวจสอบ มีการปิดกั้น การอภิปราย แล้วสุดท้ายสั่ง ยุบสภา แล้วไม่พอ ยังให้มีการ เลือกตั้ง โดยเร็ว เพื่อเอาเปรียบ พรรคฝ่ายค้าน จนเป็นเหตุให้ พรรคฝ่ายค้าน ถอนตัว พรรคไทยรักไทย จึงไปจ้างพรรคเล็ก ให้ส่ง คนสมัคร เป็นเหตุ ให้ ถูกยุบพรรค เพราะ ผิดกฎหมายเลือกตั้ง นี่คือ การดำเนินงาน ทางการเมืองของ ทักษิณ พอผิดพลาด ก็โทษคนอื่น และ โทษรัฐประหาร ทั้งๆที่ การรัฐประหาร นั้น เกิดเพราะทักษิณ ต้องการยึดกองทัพ เอาคนของตัว เป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ จึงเกิด การยึดอำนาจ ก่อน

หลังจากนั้น นายพิภพ ได้กล่าวถึง การแก้ไขปัญหารากหญ้า ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ว่า โดยภาพภายนอก ดูเหมือนว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ให้ความสำคัญ กับการแก้ไขปัญหา ของรากหญ้า เป็นอย่างมาก แต่เมื่อดูจาก สิ่งที่เขาทำกับรากหญ้านั้น ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่าง การแก้ไขปัญหา เขื่อนปากมูล ให้กับชาวบ้านสมัชชาคนจน ที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ลงมากินข้าวเหนียว กับชาวบ้าน ที่หน้าทำเนียบ แล้วเชิญชาวบ้าน ไปคุย ในห้องประชุม มีการถ่ายทอดสด และนำชาวบ้าน ขึ้น ฮ. ไปดูพื้นที่ แต่พอกลับมา ก็หักหลังชาวบ้าน ด้วยการให้ ปิดประตูเขื่อนต่อไป

กรณี เหมืองแร่โปแตซ ที่อุดรธานี ซึ่งทำให้ มีความเสี่ยง ต่อปัญหาดินยุบ ดินเค็ม พ.ต.ท. ทักษิณ ก็แก้ปัญหาให้ ชาวบ้านไม่ได้ ก็ใช้วิธี ให้ ทุนต่างชาติ ถอนตัว และ เอา ทุนการเมือง เข้าไปทำแทน เห็นได้ชัดว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ไม่ให้ความสำคัญ กับ การรักษาทรัพยากร การที่ โรงงานอุตสาหกรรม เข้าไปรุกล้ำ ชุมชน จึงไม้แปลกใจที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ไม่เห็นด้วยกับ มาตรา 190 ที่กำหนดให้ การทำสัญญา กับ ต่างประเทศ ต้องผ่านสภา เขาถึงอยากแก้ เพราะไม่สนใจ ผลกระทบ ที่จะเกิดกับประชาชน และสภาพสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังปล่อยให้ มีการขุดแร่ตะกั่ว ของนักการเมือง ที่เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ ทำให้ชุมชนเป็น โรคเอ๋อ กันหมด ชาวบ้านไป ร้องเรียน รัฐบาล ทักษิณ แต่ไม่ได้สนใจ ยังคงมีการปล่อยกากแร่ ลงน้ำแควใหญ่ เหนือเขื่อนศรีนรินทร์

ที่ ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.ท. ทักษิณ ก็ไม่สนใจกรณี โครงการ โรงงานถลุงเหล็ก ของ สหวิริยา จะปล่อยน้ำเสีย และน้ำร้อน ลงอ่าว ซึ่งเป็นแหล่งวางไข่ ของ ปลาทู ทำลายทรัพยากร ในอ่าวไทย

ส่วนโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค เป็นความคิดของ นายแพทย์กลุ่มหนึ่ง ที่เป็นลูกศิษย์ ของ นพ.ประเวศ วะสี ซึ่งเตรียมจะทำโดย กระทรวง สาธารณสุข อยู่แล้ว ไม่ว่าพรรคการเมืองไหน จะมาเป็นรัฐบาล เพราะต้องการให้ การรักษา มีคุณภาพ และราคาถูกลง แต่ พ.ต.ท. ทักษิณ ฉวยโอกาส เอามาทำ อย่างปูพรม ซึ่งทำให้ราคาถูกจริง แต่ขาดคุณภาพ หมอพยาบาล ต้องต่อสู้ ด้วยตัวเอง โดยเอา เงินกองทุนสะสม ของ โรงพยาบาล ออกมาใช้จ่าย ให้มีคุณภาพดีขึ้น โดย พ.ต.ท. ทักษิณ ไม่จัดงบประมาณ เพิ่มเติม

นายพิภพ กล่าวต่อว่า สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด ชี้ให้เห็นว่า การฉกฉวยทางการเมือง เพื่อโฆษณาชวนเชื่อ ของ พ.ต.ท. ทักษิณ นั้น อยู่ในระดับ ปรมาจารย์ เรื่องการ ปฏิรูปการศึกษา ก็เช่นกัน มีการรับปาก นพ.เกษม วัฒนชัย ว่าจะให้เป็น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อทำการปฏิรูป การศึกษา แต่พอเข้ามาแล้ว กลับปล่อยให้ นักการเมืองในสังกัด ของตัวเอง เข้ามาทำเรื่อง การจัดซื้อจัดจ้าง และไม่พูดเรื่อง การพัฒนาคุณภาพ การศึกษา เลย จน นพ.เกษม ลาออกไป เพราะไม่ต้องการเกี่ยวข้อง กับการทุจริต ต่อมา พ.ต.ท.ทักษิณ ก็หลอก เรื่องตั้ง โรงเรียน ในฝัน แล้ว ไม่ส่ง งบประมาณ ไปให้จน ครูใหญ่ โรงเรียนแห่งหนึ่ง ต้องผูกคอตาย


พ.ต.ท. ทักษิณ ชอบสร้าง นโยบายหรูๆ แล้วลอยแพ นโยบาย นั้นจนล้มเหลว แต่ก็ยังเอามา โฆษณาชวนเชื่อ จนกระทั่ง ความล้มเหลว และ การ ทุจิต ในโครงการ เหล่านั้น ถูกปูดออกมา เรื่อยๆ ดังนั้น ที่ พ.ต.ท. ทักษิณ อ้างว่าตนเองทำให้ รากหญ้ามีชีวิตดีขึ้นนั้น ไม่จริง สลัมใน กรุงเทพ ฯ ยังไม่ลด คนยังอพยพ เข้ามาในเมือง สินค้าเกษตร ยังถูกกดราคา ค่าแรง ก็ไม่ขึ้น แต่กลุ่มทุน ของทักษิณ กลับรวยเอาๆ กลายเป็น กลุ่มทุนผูกขาด มากขึ้น


นายพิภพ กล่าวใน ตอนท้ายว่า การประกาศ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่สนามรัชมังคลาฯ ที่ว่าต้องขาย ทีมฟุตบอล เพราะไม่มีเงิน เลี้ยงครอบครัว และ กล่าวหา ศาล ว่า ยุติให้ความเป็นธรรม นั้น ทำให้เชื่อได้ว่า พ.ต.ท. ทักษิณ จะต่อสู้ อีกยาวนาน อย่างน้อย 5 ปี


ใน 5 ปีนี้ ถ้า สามารถ รบเอาชนะได้ ก็จะ รบแตกหัก ทันที แต่ถ้าจำเป็น ต้องยืดเยื้อ ก็จะยืดเยื้อ เพื่อต่อต้าน สถาบันทุกสถาบัน ให้อ่อนแอลง และ จะกลับมา ครองอำนาจ โดยจะยึดครอง อำนาจรัฐ ให้นานที่สุด ให้ พรรคพลังประชาชน อยู่ในอำนาจ นานที่สุด


แม้มีปัญหา ฆ่าประชาชน 7 ตุลาคม แม้ มี คลิปหน้าเหมือน นายกฯ ก็ให้ หน้าด้านอยู่ไป เพื่อให ้ทุจริตเงินงบประมาณ สะสมทุน เพื่อการเลือกตั้ง ครั้งต่อไป และ จะเข้ามา แก้ไข รัฐธรรมนูญ ถอดมาตรา 309 ออกไป เพื่อให้ ออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ให้กับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ได้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 3 พฤศจิกายน 2551 01:54 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000130100


พิมพ์ ข่าวนี้ “พิภพ”จวกโฟนอิน“แม้ว”ให้ข้อมูลด้านเดียว-ฉะตัวการทำลาย“รากหญ้า”


ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


ปราสาทตาควาย แม้ถูกทิ้งร้างมาหลายศตวรรษ แต่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

June 4, 2008

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบทุนการศึกษาเด็กยากจน

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบทุนการศึกษาช่วยเหลือ เด็กหญิงจิตรลดา ฟักแสง

นางดวงสมร ศรีพัฒนาวัฒน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก เป็นตัวแทนสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบเงินจำนวน 10,000 บาท ให้แก่เด็กหญิงจิตรลดา ฟักแสง อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/2 หมู่ 1 ตำบลเนินกุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเนินกุ่มวิทยา ที่มีฐานะยากจน

เนื่องจากบิดามีอาชีพรับจ้างและป่วยเป็นโรคเส้นสมองตีบ และมารดาพิการ โดยมี พี่ชายทำงานเลี้ยงดูครอบครัวทั้งหมด ซึ่งรายได้ไม่เพียงพอใช้จ่ายในครอบ ครัว โดยตนเองมีความต้องการศึกษาต่อ ถึงระดับปริญญาตรีแต่ฐานะครอบครัวไม่สามารถ ส่งเรียนได้ จึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ขอความช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ครอบครัว เพื่อสบทบเป็นค่าใช้จ่ายในด้านการศึกษา

พร้อมกันนี้ คณะเหล่ากาชาด ได้เยี่ยมเยียนผู้สูงอายุที่อายุเกิน 100 ปี ในอำเภอวังทอง และอำเภอบางระกำ จำนวน 5 ราย โดยมอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือรายละ 1,000 บาท พร้อมกับ ชุดยาสามัญประจำบ้านเพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ แก่ผู้สูงอายุ

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 24, 2008

นร.และผู้ปกครอง โทรเข้าขอคำแนะนำจากศูนย์เฉพาะกิจเพื่อช่วยนักศึกษาใหม่ที่ยากจน

นักเรียนและผู้ปกครอง โทรเข้าขอคำแนะนำจากศูนย์เฉพาะกิจเพื่อช่วยนักศึกษาใหม่ที่ยากจน ปีการศึกษา 2551 แล้วประมาณ 600 คน และได้รับการช่วยเหลือครบแล้วทุกคน ขณะที่มีผู้ใจบุญ แสดงความจำนงอุปการะนักศึกษาที่เดือดร้อน
นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เปิดเผยว่า ตั้งแต่เปิด “ศูนย์เฉพาะกิจเพื่อช่วยนักศึกษาใหม่ที่ยากจน ปีการศึกษา 2551” อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ รวม 5 วัน มีนักศึกษาและผู้ปกครองโทรเข้ามาสอบถามข้อมูลและขอความช่วยเหลือทางโทรศัพท์ หมายเลข 0-2610-5416-7, 0-2576-5555 และ 0-2576-5777 แล้วประมาณ 600 คน ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับบริการของกองทุนให้กู้ยืมของรัฐบาลทั้งกองทุน เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) บางส่วนสอบถามเรื่องทั่วไป เกี่ยวกับการศึกษา และค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ตนเองแอดมิสชั่นได้ มีเพียงส่วนน้อยที่มีปัญหาระบุว่าไม่ได้รับการผ่อนผันค่าเล่าเรียนจาก มหาวิทยาลัย ซึ่งศูนย์ฯ ได้ประสานให้ และมหาวิทยาลัยก็ผ่อนผันให้แล้วทั้งหมด จึงขอให้นักศึกษาสบายใจ หากมีปัญหาให้ติดต่อที่มหาวิทยาลัย หรือติดต่อมาที่ศูนย์ฯ
เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ มีผู้ใจบุญ แสดงความจำนงว่าพร้อมจะอุปการะนิสิตนักศึกษา และอยากโอนเงินให้ สกอ. เพื่อนำไปช่วยเหลือเด็ก ซึ่ง สกอ. ได้รับชื่อไว้ หากมีนักศึกษาเดือดร้อน ก็จะให้ติดต่อไปยังผู้ใจบุญอีกที

May 19, 2008

ส่งตัวชาวพม่าที่รอดจากรถห้องเย็นบรรทุกปลา จำนวน 56 คน กลับจังหวัดเกาะสอง

จังหวัดระนองส่งตัวชาวพม่าที่รอดจากรถ ห้องเย็นบรรทุกปลา จำนวน 56 คน กลับจังหวัดเกาะสองแล้ว ส่วนอีก 10 คน ถูกกันไว้เป็นพยานในชั้นศาล
นางกาญจนาภา กี่หมัน ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ได้นำตัวชาวพม่าที่รอดชีวิตจากรถห้องเย็นบรรทุกปลาทั้งชายและหญิง จำนวน 56 คน จาก 66 คน หลังจากถูกควบคุมตัวไว้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองระนองประมาณ 1 เดือน ไปลงเรือที่ท่าเทียบเรือบริษัทอันดามันคลับจำกัด เพื่อส่งตัวไปยังจังหวัดเกาะสองประเทศพม่า ซึ่งก่อนเดินทางจังหวัดระนองและมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยได้มอบสิ่งของ เครื่องใช้ส่วนตัวให้คนละ 2 ชุด ซึ่งแต่ละคนมีสีหน้าและแววตาที่สดชื่น แจ่มใส และดีใจที่ได้กลับสู่มาตุภูมิของตัวเอง หลังจากที่เกิดเหตุรถบรรทุกปลาห้องเย็นที่ทำให้ชาวพม่าเสียชีวิตไปถึง 54 ศพ ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา
โดยชาวพม่าคนหนึ่งบอกว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้กลับประเทศ ตนเดินทางมาจากเมืองเมาะละแหม่ง หลังจากนี้ไปจะไม่ลักลอบเดินทางมาหางานทำโดยผิดกฎหมายอีกเป็นอันขาด และเมื่อเดินทางถึงบ้านเกิดจากบอกญาติพี่น้องไม่ให้เดินทางมาอย่างผิดกฎหมาย ขอให้ยอมลำบากอยู่ที่บ้านเกิดดีกว่า
เมื่อเดินทางไปถึงจังหวัดเกาะสอง พ.อ.เมี้ยน โทน ผู้บัญชาการยุทธศาสตร์ทหารบก จังหวัดเกาะสอง และเจ้าหน้าที่ของทางการเกาะสองให้การต้อนรับ ซึ่งพม่าทั้ง 56 คน จะถูกเจ้าหน้าที่นำตัวไปพักฟื้นที่บ้านพักคนชราเกาะสองซึ่งเป้นโรงพยาบาล เก่า และสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดที่อยู่ในประเทศพม่ามาลงโทษต่อไป
นอกจากนี้ยังมีชาวพม่าที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว จำนวน 10 คน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรอำเภอสุขสำราญ จ.ระนอง ขอควบคุมตัวไว้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองระนองต่อไป เพื่อกันตัวไว้เป็นพยานในชั้นศาล มีทั้งเยาวชนและผู้ใหญ่ แต่เมื่อทราบว่าตัวเองยังไม่ได้กลับพม่าต่างก็ร้องให้ด้วยความเสียใจ บางคนถึงกับเป็นลม จนนางกาญจนาภา กี่หมัน ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองเข้าปลอบ พร้อมทั้งบอกว่า ไม่ต้องกังวลเมื่อสืบพยานล่วงหน้าในชั้นศาลเสร็จแล้ว จะส่งตัวกลับพม่าทันที คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน จึงจำให้คลายความวิตกกังวลลงได้

ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจน และพัฒนาชนบท ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงภาคประชาชน

ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจน และพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงภาคประชาชน ยังเดินหน้าภารกิจ จนกว่าพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายใน ฉบับใหม่จะมีผลบังคับ
นายสังคม เจริญทรัพย์ ประธานกรรมการร่วมศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบทตาม ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงภาคประชาชน หรือ ศจพ.ปชช. เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้เห็นชอบและสั่งการให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ดำเนินงานตามโครงสร้างปัจจุบัน จนกว่า พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 จะผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี และมีผลบังคับใช้ ดังนั้น ศจพ. ปชช. ซึ่งเป็นหน่วยงานในโครงสร้างของ กอ.รมน. จึงสามารถเคลื่อนภารกิจการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบท ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้ต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาได้ขับเคลื่อนงาน ในประเด็นต่างๆ อาทิ แผนแม่บทชุมชนพึ่งตนเอง 700 หมู่บ้าน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและเกษตรกรรมยั่งยืน ใน 68 จังหวัด การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล 750 ตำบล และการบูรณาการแก้ปัญหาที่ดินระดับอำเภอ 247 อำเภอ 69 จังหวัด

May 4, 2008

วิกฤติการณ์อาหารแพง จะส่งผลกระทบ การลดความยากจนของเอเชีย

ธนาคารพัฒนาเอเชียหรือเอดีบี. เตือนว่า
วิกฤติการณ์อาหารราคาแพงจะส่งผลกระทบ
ต่อความคืบหน้าในการลดปัญหาความยากจนในทวีปเอเชีย


นาย ฮารูฮิโกะ คูโรดะ ประธานธนาคารเอดีบี. เตือนระหว่างการประชุมประจำปีที่กรุงมาดริด ของสเปน เมื่อวานนี้ว่า ยุคสมัยของอาหารราคาถูกอาจจะหมดลงแล้ว และมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ความช่วยเหลือ ทางการเงิน เพื่อใช้ในโครงการพัฒนา พื้นที่ชนบทห่างไกลของ หลายประเทศในเอเชีย


นายคูโรดะยังกล่าวว่า ความคืบหน้าของโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ยากจนหลายพันคนพ้นจากความยากจนอาจจะได้รับผลกระทบ จากวิกฤติการณ์อาหารราคาแพง ซึ่งราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นนี้จะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรงขึ้น และธนาคารเอดีบี.คาดว่า


ในปีนี้ภาวะเงินเฟ้อของประเทศในเอเชียจะสูงขึ้นกว่าร้อยละ 5 สูงที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการณ์เงินเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา


ประธาน พัฒนาเอเชีย เตือนดังกล่าว หลังจากที่ นายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ประกาศตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติอาหารโลกเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งนายบันยังได้เตือนถึงความเป็นไปได้ ว่าราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นจะทำให้ เกิดปัญหาความวุ่นวาย การขาดแคลนอาหาร และความอดอยาก อย่างรุนแรง อย่างที่ไม่มีผู้ใดคาดการณ์ได้ด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 9, 2008

พม.เตรียมเปิดศูนย์คนไร้บ้านแห่งแรก พรุ่งนี้

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เตรียมเปิดศูนย์คนไร้บ้านแห่งแรก ในวันพรุ่งนี้


นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวถึงสภาพปัญหาคนไร้บ้าน หรือคนเร่ร่อนว่า ปัจจุบันยังมีคนไร้บ้านจำนวนมากกระจายตัวตามสถานที่ต่างๆ โดยจะอาศัยอยู่ตามสนามหลวง สถานีขนส่ง และสถานที่สำคัญๆ ซึ่งที่ผ่านมามีการจัดหาที่พักและอบรมอาชีพ แต่ปัญหานั้น ยังคงไม่หมดไป


ทั้งนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงได้จัดตั้งศูนย์คนไร้บ้าน ที่ให้คนไร้บ้านสามารถวางแผนจัดการการอยู่ร่วมกันได้เอง เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงและดึงดูดกลุ่มคนไร้บ้านด้วยกัน


โดยจะมีการเปิดศูนย์ไร้บ้านแห่งแรก ที่สามารถรองรับ คนไร้บ้านได้ถึง 60 คน ที่ตลิ่งชัน ในวันพรุ่งนี้ (10 เม.ย.) สำหรับศูนย์คนไร้บ้านแห่งที่ 2 และ 3 ขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้


อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวถึงแผนงานขั้นต่อไปว่า จะมีการหากองทุนและสร้างสวัสดิการที่ดีให้กับคนไร้บ้าน สร้างโอกาสในการพัฒนาตนเองไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพื่อแก้ปัญหาคนไร้บ้านในระยะยาว


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

Blog at WordPress.com.