Accom Thailand

May 20, 2009

ตร.จับ ม็อบเสื้อแดง ทุบรถนายกฯ คาสนามมวยลุมพินี เพิ่ม 1 คน


ตร.จับเพิ่ม ม็อบเสื้อแดง ทุบรถนายกฯ คาสนามมวย ลุมพินี
นายอรุณ ฉายาจันทร์ อายุ 41 ปี สวมเสื้อสีน้ำเงิน ผู้ต้องหา กลุ่มนปช. บุกรุก กระทรวงมหาดไทย และ ทุบรถนายกรัฐมนตรี ตามหมายจับ ลำดับที่ 19

นายอรุณ ฉายาจันทร์ อายุ 41 ปี สวมเสื้อสีน้ำเงิน ผู้ต้องหา กลุ่มนปช. บุกรุก กระทรวงมหาดไทย และ ทุบรถนายกรัฐมนตรี ตามหมายจับ ลำดับที่ 19


ตร.จับกุม นปช. ไล่ทุบรถนายกฯ เพิ่มอีก 1 ราย ขณะเข้าไปดูมวยที่ เวทีลุมพินี เบื้องต้น ผู้ต้องหา รับอยู่ในเหตุการณ์จริง แต่ไม่ได้ทุบรถนายกฯ ด้านพนักงานสอบสวน แจ้งข้อหา ชิงทรัพย์ บุกรุก กักขังหน่วงเหนี่ยว และ พกพาอาวุธปืน ก่อนส่งตัว ดำเนินคดี สน.สำราญราษฎร์


เมื่อวานนี้ (19 พ.ค.) เวลา 21.30 น. พ.ต.ท.ปิโยรส กัณหะศิริ สว.สส.สน.ลุมพีนี พร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน นำ หมายจับ ศาลแขวงดุสิต เลขที่ 1274/2552 ลงวันที่ 9 พ.ค. 2552 เข้าจับกุมตัว นาย อรุณ ฉายาจันทร์ อายุ 41 ปี ผู้ต้องหา กลุ่มม็อบเสื้อแดง ที่ก่อเหตุ บุกรุกกระทรวงมหาดไทย และ ทุบรถนายกฯ เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้ที่บริเวณหน้า สนามมวยลุมพินี ถนนพระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.


จากนั้นจึงควบคุมตัว มาสอบสวนที่ สน.ลุมพินี เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้ง 4 ข้อหา คือ
ตำรวจแสดงภาพ ผู้ต้องหา ตามหมายจับ พร้อมรางวัลนำจับ 5 หมื่นบาท

ตำรวจแสดงภาพ ผู้ต้องหา ตามหมายจับ พร้อมรางวัลนำจับ 5 หมื่นบาท


1. ข้อหาชิงทรัพย์
2. ข้อหา ร่วมกันบุกรุก สถานที่ราชการ
3. ข้อหา หน่วงเหนี่ยวกักขัง และ
4. ข้อหาร่วมกันมีและพกพาอาวุธปืน ก่อนนำตัวส่ง สน.สำราญราษฎร์ ท้องที่เกิดเหตุ


พ.ต.ท.ปิโยรส เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุมี พลเมืองดีแจ้งว่าพบ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ขณะกำลังเข้าไปดู การแข่งขันชกมวย ที่สนามมวยลุมพินี จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ ฝ่ายสืบสวนฯ ก่อนเชิญตัว มาสอบที่ ห้องสืบสวน และ แจ้งข้อหา ก่อนส่ง สน.ท้องที่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

ด้าน พ.ต.อ. สมประสงค์ เย็นท้วม ผกก.สน.ลุมพินี กล่าวว่า พลเมืองดีได้แจ้งว่า พบบุคคลตามหมายจับ คดีทุบรถนายกฯ ที่กระทรวงมหาดไทย ภายใน สนามมวยลุมพินี ตำรวจฝ่ายสืบสวน จึงรอ กระทั่ง มวยเลิก แล้วจับกุม และ ทำการสอบสวน

เบื้องต้น นายอรุณ ให้การ ภาคเสธ โดยรับว่า เป็นผู้ต้องหา ตามหมายจับ และ อยู่ในเหตุการณ์ วันดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้ร่วม ทุบรถยนต์ นายกฯ

ส่วนกรณี ที่เข้าแย่งอาวุธปืน จาก เจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของ นายกรัฐมนตรี เนื่องจาก เกรงว่า รปภ. คนดังกล่าว จะยิงปืน สำหรับพลเมืองดี ที่แจ้งเบาะแส จะได้รับรางวัลนำจับ จำนวน 50,000 บาท

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 20 พฤษภาคม 2552 03:07 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ ตร.ลากคอ! แดงนรก รุกมหาดไทย ยัดซังเต – แถไม่ได้ทุบรถใคร



อ่านข่าว และ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ จากที่นี่

ตร.ลากคอ! แดงนรก รุกมหาดไทย ยัดซังเต – แถไม่ได้ทุบรถใคร
ออกหมายจับ “สุภรณ์” แรมโบ้อีสาน – พวกทุบรถ “มาร์ค-นิพนธ์”
“วรพงษ์” ตั้ง 1 ล้าน ล่า! 20 เสื้อแดง รุมฆ่า นายกฯ


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

May 19, 2009

ผู้ต้องหา ทำลายทรัพย์ บุกรุก กระทรวงมหาดไทย ว่าไปร่วมอยู่กับ กลุ่มเสื้อแดง จริง แต่ไม่ได้เข้าไป ทุบทำลายรถ


ตร.ลากคอ! แดงนรก รุกมหาดไทย ยัดซังเต – แถไม่ได้ทุบรถใคร
นายสมศักดิ์ บัวคลี่ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหา ทำลายทรัพย์ บุกรุก กระทรวงมหาดไทย รับสารภาพว่า เป็นบุคคลในภาพ ตามหมายจับจริง และ ยอมรับว่า วันที่เกิดเหตุ ไปร่วมอยู่กับ กลุ่มเสื้อแดง จริง แต่ไม่ได้เข้าไป ทุบทำลายรถ เพียงแค่ ไปร่วมชุมนุม เท่านั้น

นายสมศักดิ์ บัวคลี่ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหา ทำลายทรัพย์ บุกรุก กระทรวงมหาดไทย รับสารภาพว่า เป็นบุคคลในภาพ ตามหมายจับจริง และ ยอมรับว่า วันที่เกิดเหตุ ไปร่วมอยู่กับ กลุ่มเสื้อแดง จริง แต่ไม่ได้เข้าไป ทุบทำลายรถ เพียงแค่ ไปร่วมชุมนุม เท่านั้น


รวบแดงถ่อย! บุกรุกทำลาย ทรัพย์สินราชการ ในกระทรวงมหาดไทย ตำรวจชุดสืบสวนสะกดรอยตาม ขณะกำลังจะไปตลาดคลองเตย จากการรับแจ้งพบผู้ต้องสงสัยมีหมายจับ เจ้าตัวสารภาพเป็นคนในภาพตามหมายจับจริง รับอยู่ร่วมสร้างความฉิบหายในวันเกิดเหตุ แต่ยังปากแข็งไม่ได้ร่วมทุบรถ


วันนี้ (19 พ.ค.) พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผกก.สส.น.6 พร้อมเจ้าหน้าที่ ชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัว นายสมศักดิ์ บัวคลี่ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 224/126 ม.5 ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหา ลำดับที่ 10 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ออกหมายจับ กรณีร่วมกันบุกรุก และ ทำลายทรัพย์สิน ทางราชการ ที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา ตามหมายจับ ที่ 1010/2552 ลงวันที่ 15 เม.ย.2552


พ.ต.อ.เอกรักษ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน ได้รับแจ้งว่า พบบุคคล ต้องสงสัย เป็นบุคคลเดียว กับที่มี การออกหมายจับ บริเวณท้องสนามหลวง เจ้าหน้าที่ จึงเข้าตรวจสอบ และพบว่า ผู้ต้องสงสัย รายดังกล่าว กำลังจะเดินทางไป ตลาดคลองเตย จึงติดตาม จนสามารถจับกุมได้ที่ บริเวณสะพานมอญ ถ.วังบูรพา แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม. เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหา ยอมรับว่า เป็นบุคคลในภาพจริง จึงควบคุมตัวมาส่ง พนักงานสอบสวน ที่ สน.สำราญราษฎร์ ดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันบุกรุก และ ทำให้เสียทรัพย์ โดยหากมีการยื่นขอประกันตัว ก็มีการตั้งวงเงินไว้ 300,000 บาท

พ.ต.อ.เอกรักษ์ กล่าวต่อว่า การจับกุม กลุ่มคนเสื้อแดง ที่ก่อเหตุนั้น เป็นไปด้วยความลำบาก เนื่องจากมีเพียง ภาพถ่าย ไม่มีชื่อนามสกุล หรือ แม้แต่ที่อยู่ เพราะฉะนั้น นอกเหนือจาก แนวทาง การสืบสวน แล้ว ต้องอาศัยความร่วมมือ จากประชาชน ช่วยแจ้งเบาะแสด้วย ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมกับ ทางผู้บัญชาการแล้วว่า อาจจะนำภาพถ่ายผู้ต้องหา ที่ถูกออกหมายจับ ไปทำเป็นโปสเตอร์ คล้ายๆกับ ปฏิทินโจร ของบช.น. แล้วนำไปติดไว้ตามสถานที่สำคัญๆ เพื่อให้ประชาชน ที่พบเห็น หรือรู้จักช่วยแจ้งเบาะแส

สภาพคนขับรถของ นายนิพนธ์ เลขาฯ นายก ที่ถูกกลุ่มเสื้อแดงรุมทุบทำร้าย

สภาพคนขับรถของ นายนิพนธ์ เลขาฯ นายก ที่ถูกกลุ่มเสื้อแดงรุมทุบทำร้าย


เบื้องต้น จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า เป็นบุคคล ในภาพตามหมายจับจริง และ ยอมรับว่า วันที่เกิดเหตุไปร่วมอยู่กับ กลุ่มเสื้อแดงจริง แต่ไม่ได ้เข้าไป ทุบทำลายรถ เพียงแค่ไป ร่วมชุมนุมเท่านั้น และ ขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่รู้จักกับ คนอื่นๆ ที่ปรากฏเป็น ข่าวแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.กล่าวว่า สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ออกหมายจับ กลุ่มผู้ชุมนุม ที่ก่อเหตุ พยายามฆ่านายกรัฐมนตรี ที่กระทรวงมหาดไทย จำนวน 20 ราย แต่ในสำนวน การสอบสวน ที่ขอหมายจับ ต่อศาลนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีเพียงภาพถ่าย ยังไม่ทราบชื่อ และ ที่อยู่ของผู้ต้องหา จึงขอความร่วมมือ จากประชาชน หากทราบหน้า ของผู้ต้องหา ในภาพถ่าย ชื่อที่อยู่ และ แจ้งเบาะแส จนเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ ก็จะมีรางวัลนำจับ ให้ประชาชน ที่แจ้งเบาะแส ผู้ต้องหารายละ 50,000 บาท ซึ่งผู้ต้องหา มีทั้งหมด 20 ราย เป็นเงินรางวัลนำจับรวม 1 ล้านบาท

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 18:33 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ ตร.ลากคอ! แดงนรก รุกมหาดไทย ยัดซังเต – แถไม่ได้ทุบรถใคร



อ่านข่าว และ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ จากที่นี่
ออกหมายจับ “สุภรณ์” แรมโบ้อีสาน – พวกทุบรถ “มาร์ค-นิพนธ์”
“วรพงษ์” ตั้ง 1 ล้าน ล่า! 20 เสื้อแดง รุมฆ่า นายกฯ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

4 นปช. รอดคุก! ปิดแยกดินแดง ป่วนเผาเมือง


“แก๊งทาสแม้ว” รอดคุก! ปิดแยกดินแดง ป่วนเผาเมือง

ฝีมือเสื้อแดง เผารถปรับอากาศ ก่อเหตุ ช่วงสงกรานต์

ฝีมือเสื้อแดง เผารถปรับอากาศ ก่อเหตุ ช่วงสงกรานต์


ศาลแขวงพระนครเหนือ พิพากษาคุก 6 เดือน ปรับ หมื่นบาท สี่ถ่อยแดง ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชุมนุมปิดถนน สามเหลี่ยมดินแดง ช่วงสงกรานต์ รับสารภาพ ศาลลดโทษ กึ่งหนึ่ง เหลือคุก คนละ 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท ไม่เคยต้องโทษอาญา มาก่อน ให้โอกาสกลับตัว เป็นคนดี สั่งรอ ลงอาญา คนละ 1 ปี


วันนี้ (19 พ.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณา 27 ศาลแขวง พระนครเหนือ ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษา คดีที่ ว.5333/2552 พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีศาลแขวง พระนครเหนือ นำตัว นายไพโรจน์ งามวิเศษ, นายทองสุข ดีสุย, นายโกสน ธีรธรรมพร และ นายจัน ควรมูล ผู้ร่วมชุมนุม กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย แห่งชาติ (นปช.) ผู้ต้องหาที่ 1-4 ในความผิด ฐานกระทำการฝ่าฝืน พระราชกำหนด บริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9 ที่ห้าม มิให้มีการชุมนุม หรือมั่วสุม กัน ณ ที่ใดๆ หรือ กระทำการใด อันเป็นการยุยง ให้เกิด ความไม่สงบเรียบร้อย และ ความผิดมั่วสุมกัน ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวาย เมื่อเจ้าหน้าที่ สั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 215 และ 216

คดีนี้ พนักงานอัยการฟ้องต่อ ศาลด้วยวาจา สรุปว่า เมื่อวันที่ 12 เม.ย.52 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉิ นร้ายแรง ในเขต กทม. และ ปริมณฑล โดยใช้อำนาจ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 ห้ามมิให้มั่วสุมกัน ตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป ร่วมชุมนุม และ ใช้กำลัง ประทุษร้าย

สภาพรถเมล์ ที่กลุ่มเสื้อแดงทำ เย้ยกฎหมาย ช่วงประกาศ พรก.ฉุกเฉิน

สภาพรถเมล์ ที่กลุ่มเสื้อแดงทำ เย้ยกฎหมาย ช่วงประกาศ พรก.ฉุกเฉิน


ต่อมาเมื่อวันที่ 13 เม.ย. เวลา 04.00 น. จำเลยกับ พวกเกินกว่า 10 คน ซึ่งยังหลับหนีอยู่ ได้ร่วมกัน ทำการชุมนุม และ ใช้กำลังประทุษร้าย โดยปิดถนน วิภาวดีรังสิต ขาเข้า และ ถนนดินแดง รวมทั้ง บริเวณแยก สามเหลี่ยมดินแดง แขวงดินแดง เขตพญาไท กทม. ซึ่งการชุมนุม มีวัตถุประสงค์ เพื่อก่อความวุ่นวายขึ้น ในบ้านเมือง และเพื่อ เปลี่ยนแปลงรัฐบาล โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ได้เข้าห้ามปราม สั่งให้เลิกแล้ว แต่จำเลย กับพวก ไม่ยอมเลิก จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลพิเคราะห์ คำฟ้อง ประกอบ คำแถลงรับสารภาพแล้ว เห็นว่า จำเลยทั้งสี่ กระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาให้ จำคุก จำเลย คนละ 6 เดือน และ ปรับคนละ 10,000 บาท แต่ จำเลย ให้การ รับสารภาพ มีเหตุ บรรเทาโทษ เห็นควร ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ให้จำคุกจำเลย คนละ 3 เดือน และ ปรับ 5,000 บาท ซึ่งจำเลยทั้งสี่ ไม่เคยได้รับโทษ จำคุก มาก่อน จึงเห็นสมควร ให้โอกาส กลับตัว เป็นคนดี โดยให้ รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 1 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก เหตุการณ์ ก่อความไม่สงบ ของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อช่วงสงกรานต์ ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน ได้ทำการสอบสวน สำนวนคดี ที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่ง คดีนี้เป็นหนึ่ง ในสำนวนคดี ที่พนักงานสอบสวน มีความเห็น สมควรสั่งฟ้อง

ขณะที่ คดีของ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ฉายา “แรมโบ้อีสาน” อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชาชน แกนนำ นปช. ในความผิดเดียวกัน อยู่ระหว่าง รอฟังคำสั่งคดีของ อัยการฝ่ายคดี ศาลแขวง 3 (ดุสิต) ซึ่ง นายสุภรณ์ ได้ยื่นหนังสือ ร้องขอความเป็นธรรม ต่ออัยการ โดยอัยการ นัดสั่งคดี 21 พ.ค.นี้


คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “รอบวันทันเหตุการณ์” (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “รอบวันทันเหตุการณ์” (256 K)
จาก manager multimedia

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 12:03 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ “แก๊งทาสแม้ว” รอดคุก! ปิดแยกดินแดงป่วนเผาเมือง
อ่านข่าว และ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ จากที่นี่ (ภาษาอังกฤษ)


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

คดีลอบสังหาร สนธิ คำตอบสุดท้าย จะมาเมื่อไหร่?


1 เดือน คดีลอบสังหารสนธิ คำตอบสุดท้าย จะมาเมื่อไหร่? (ตอนจบ)

กรณีเหตุอุกอาจสะเทือนขวัญ คนร้ายใช้อาวุธสงคราม ยิงถล่ม นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้ง หนังสือพิมพ์ ASTV-ผู้จัดการ และ แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย พร้อมคนขับรถ และ ผู้ติดตาม มาถึงวันนี้กว่า 1 เดือน ผ่านมาแล้ว การคลี่คลายคดี มีลำดับความเป็นไป ทีละก้าว และ ตอนนี้จะเป็น ตอนต่อเนื่องจาก เมื่อวันก่อนหน้านี้


วันที่สิบ (26 เม.ย.)

พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.ให้สัมภาษณ์ว่า การสืบสวน มีความคืบหน้า ไปมากพอสมควร แต่ยังไม่สามารถ เปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจาก เกรงจะกระทบต่อรูปคดี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ ขอเวลาอีก 1 สัปดาห์ ในการสรุป วิถีกระสุน และ ทิศทางการยิง ของคนร้าย

ขณะที่ พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ ผบก.พฐ. ระบุว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ด้านวิถีกระสุน เข้าตรวจหาวิถีกระสุน ภายใน รถโดยสารประจำทาง ขสมก.สาย 53 ซึ่งขณะเกิดเหตุ วิ่งสวนกับ รถของ นายสนธิ เบื้องต้น พบรอยกระสุนปืนอาก้า บริเวณกระจกด้านหน้า และ กระจกข้างคนขับ รวม 2 จุด คาดว่า กระสุนมาจาก ด้านขวา เข้าทางกระจกข้าง ไปทะลุกระจกด้านหน้า ซึ่งจะนำ ข้อมูลที่ได้ ไปประมวลกับ ผลการตรวจสอบรถยนต์ ของ นายสนธิ และ รถโดยสารประจำทาง สาย 30 ที่ได้รับความเสียหายเช่นกัน คาดว่าประมาณ 1 สัปดาห์ จะสามารถ สรุปทิศทาง การยิงได้

ข้อสังเกต : หลัง พล.ต.อ.ธานี พุ่งประเด็นสาเหตุการยิงนายสนธิไปที่ปมประเด็นการเมือง ตำรวจต่างปิดปากเงียบ ไม่มีใครกล้าให้ข่าว โดยเฉพาะชุดสืบสวนชุดใหญ่ต่างลงพื้นที่ควานหาเบาะแสคนร้ายกันหมด ซึ่งเชื่อว่าตำรวจน่าจะได้เค้าลางอะไรบางอย่างบ้างแล้ว

วันที่สิบเอ็ด (27 เม.ย.)

มีรายงานในวันนี้ว่า มีพยานผู้หนึ่ง โทรศัพท์ไปแจ้ง ให้ชุดสืบสวน ว่า ก่อนจะเกิดเหตุ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาตามถนนสามเสน ก่อนถึงที่เกิดเหตุ ไม่มากนัก จากนั้น ถูกรถกระบะ 2 คัน ขับปาดหน้า ไปอย่างรวดเร็ว และ จำได้ว่า รถ 1 ใน 2 คัน เป็นรถกระบะโตโยต้า จำทะเบียน ได้เพียงว่า เป็นหมวด จังหวัดสระบุรี ในขณะที่ อีกคัน ไม่สามารถจดจำได้ ซึ่งขณะนี้ ชุดสืบสวน ได้ส่งข้อมูล ดังกล่าว ให้กับ ศูนย์สืบสวน ดำเนินการตรวจสอบ อย่างละเอียดแล้ว

ขณะที่ พล.ต.อ.ธานี กล่าวเพียงว่า ยังไม่ได้พบ กับ นายสนธิ ก่อนหน้านี้ ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่า อยู่ระหว่างดำเนินการ ดังนั้นจะไม่พูดแล้ว ถ้าพูดแล้ว ต้องได้เรื่อง ถ้าไม่ได้เรื่องไม่พูด แต่คาดว่า ภายในสัปดาห์นี้ จะได้ความชัดเจนเรื่องการสอบสวน
ข้อสังเกต : มีความชัดเจน ในเรื่อง รถของคนร้าย มากขึ้น แต่ตำรวจ ยังปิดเงียบ ถึงความคืบหน้าของคดี


วันที่สิบสอง (28 เม.ย.)

ช่วงเช้า มีข่าวตำรวจลพบุรี จับกุม พ่อค้ายาบ้าได้ พร้อมอาวุธปืนอาก้า และได้ส่งอาวุธปืน ที่ตรวจยึดได้ มายังกองพิสูจน์หลักฐาน ในทันที กระทั่ง เย็นวันเดียวกัน พล.ต.ต.สุรพล พินิชอบ ผบก.พฐ. จึงกล่าวยอมรับว่า เรื่องการส่งอาวุธปืน ที่ต้องสงสัย ในการนำมาใช้ก่อคดีนั้น พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. ได้ทำหนังสือเวียน ส่งไปยัง หน่วยงานของ ตำรวจ เพื่อขอความร่วมมือ ในการขอให้ หน่วยงานตำรวจ ที่ตรวจพบอาวุธ ต้องสงสัย ที่ใช้ก่อคดียิง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ส่งมาตรวจพิสูจน์ ยังกองพิสูจน์หลักฐาน แล้ว ตั้งแต่ 2-3 วัน ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ ทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ ได้ทยอยส่งมาตรวจแล้ว จำนวน 3 ราย

ส่วนการติดตาม พยานหลักฐาน เพื่อคลี่คลายคดี มีรายงานความคืบหน้า ว่า ชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี ได้ภาพจาก กล้องวงจรปิด หน้าร้านสะดวกซื้อ ย่านเทเวศร์ ที่บันทึกภาพ รถกระบะ มาสด้า ไฟเตอร์ สีน้ำเงิน พร้อมแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งมีคนร้าย นั่งอยู่กระบะหลัง ไว้ได้

ขณะนี้ชุดทำงาน อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แผ่นป้ายทะเบียนว่า ตรงกับคำให้การ ของพยาน ที่เห็นเหตุการณ์ หรือไม่

ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวน อีกชุดลงพื้นที่ ตรวจหา รถกระบะมาสด้า ไฟเตอร์ สีน้ำเงิน ในพื้นที่ รอบกรุงเทพมหานคร พบว่า มีทั้งหมด 19 คัน และ มีรถต้องสงสัย 1 คัน ซึ่งอยู่ใน ความครอบครอง ของ สิบเอก รายหนึ่ง ใน จ.ราชบุรี ซึ่งยังไม่สามารถ ชี้แจงรายละเอียดในการใช้รถ ในวันเกิดเหตุได้ ขณะนี้ อยู่ระหว่าง การประสานงาน กับ ทางทหาร เพื่อเข้าตรวจค้น บ้านพัก และ สอบปากคำ
ข้อสังเกต: เหตุการณ์ผ่านมาได้ 12 วัน ทั้งเรื่องอาวุธปืน และ พาหนะ ของคนร้าย เริ่มมีความชัดเจนขึ้น ในขณะที่ ตำรวจยังคงปิดปากเงียบ ไม่มีการแพร่งพราย ให้สื่อรู้ระแคะระคายว่า ลงพื้นที่ไหน ซึ่งต่างจาก คดีอื่น ที่มัก มีความคืบหน้าของ คดีชัดเจนมากขึ้น


วันที่สิบสาม (29 เม.ย.)
พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ ผบก.พฐ.กล่าวว่า ตำรวจทุกพื้นที่ ที่พบอาวุธปืน ต้องสงสัย ที่ใช้ในการก่อเหตุยิง นายสนธิ ได้ทยอย ส่งมาตรวจพิสูจน์ เปรียบเทียบ กับรอยกระสุน บนรถของ นายสนธิ ที่ถูกยิงแล้ว ตามคำสั่ง ของ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.

ส่วนความคืบหน้า ในการคลี่คลายคดี ปรากฏรายงานว่า ตั้งแต่ เมื่อวันที่ 28-29 เม.ย.ไม่มีการประชุมใหญ่ ชุดคลี่คลายคดี อันเนื่องมาจาก ชุดทำงาน และ สายสืบส่วนใหญ่ ถูกส่งลงไปยัง พื้นที่ จ.กาญจนบุรี เกือบครบชุด มีเพียงชุดสืบสวน ชุดเดียว ที่อยู่ในเขตนครบาล เพื่อเร่งคลี่คลาย ภาพจาก กล้องวงจรปิด ซึ่งจับภาพ รถกระบะมาสด้า ไว้ได้

ซึ่งล่าสุด มีรายงานว่า ชุดสืบสวนชุดนี้ ได้ข้อสรุปแล้วว่า รถกระบะมาสด้า คันดังกล่าว ใครเป็นเจ้าของผู้ครอบครอง และอยู่ระหว่าง การสืบสวน ในเชิงลึก ต่อไปว่า เจ้าของ ผู้ครอบครองรถ กระบะมาสด้า คันดังกล่าว รู้จัก และ มีความสนิทชิดเชื้อ กับ ทหารคนใด หรือไม่

รายงานข่าว แจ้งอีกว่า ชุดคลี่คลายคดีชุดใหญ่ ที่ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี นั้น สามารถ รู้ตัวคนร้าย ทั้งคนรับงาน ทีมยิง ซึ่งส่วนใหญ่เป็น คนมีสีแล้ว โดยรายงานข่าว ระบุว่า แม้จะรู้ตัว ทีมยิง แล้วก็ตาม แต่เชื่อว่า ไม่น่าจะสามารถสาวถึง ผู้บงการตัวใหญ่ได้ เนื่องจาก การใช้ทีมงาน ให้ลงมือสังหาร นายสนธิ ในครั้งนี้ เป็นเพียงมือสมัครเล่น เพื่อจุดประสงค์ ไม่ให้ต้องการ สาวถึง ผู้บงการตัวจริง
ข้อสังเกต : จิ๊กซอว์แต่ละตัว เริ่มถูกนำมาเชื่อมต่อกัน โดยมีเค้าลาง ที่น่าเชื่อว่าเป็นไปได้ กระทั่ง มีข่าวการควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัย 3 คน และ ผู้อยู่เบื้องหลัง


วันที่สิบสี่ (30 เม.ย.)


เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. เดินทางเข้าสอบปากคำ นายสนธิ ที่บ้านพระอาทิตย์ โดย นายสนธิ กล่าวภายหลัง ให้ปากคำเสร็จว่า ในวันนี้ พล.ต.อ.ธานี ได้นำพนักงาน สอบสวน มาสอบปากคำ ซึ่งได้ให้การ ไปหมดแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามคำให้การ ที่ปรากฏ และ จะไม่ขอให้ปากคำใดๆ เพิ่มเติม เพราะมีความเชื่อมั่น และ ไว้ใจ คณะพนักงานสอบสวน ชุดนี้ ที่มี พล.ต.อ.ธานี เป็นหัวหน้าทีม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะดำเนินการ ทางคดีอย่างไร และ จะหาตัวผู้ต้องหา ได้เมื่อไหร่ ตนไว้ใจ 100 เปอร์เซ็นต์


ขณะที่ พล.ต.อ.ธานี กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้มีการควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัยคนใดไว้ ชุดสืบสวน ไม่ว่าทีมใด ก็ตาม ยังไม่มี การจับกุมตัวผู้ต้องหา ทั้งสิ้น โดยตอนนี้ มีแต่พยานหลักฐาน ที่เกี่ยวข้อง กับ คดีเท่านั้น

ส่วนเรื่อง ผู้บงการ หรือ ผู้ต้องสงสัย ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ยังไม่พบว่า มีคนมีสี เข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะนี้ได้ให้ คณะทำงานเร่งตรวจสอบ หลักฐานต่างๆ ตามจุดเกิดเหตุ และ กล้องวงจรปิดต่างๆ ส่วนเรื่องกระสุนปืน ที่พบในที่เกิดเหตุ ขณะนี้ได้ให้ ผบช.น.ทำหนังสือ ประสาน ไปยัง กองทัพบก แล้ว ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือ เป็นอย่างดี แต่จะต้องใช้เวลา สักระยะหนึ่ง จึงจะทราบผล

พล.ต.อ.ธานี กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกคนในคณะทำงาน ได้พยายาม เร่งคลี่คลายคดี กันอย่างเต็มที่ มีการส่งกำลัง กระจายไป ตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อหาข่าว แต่ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ กลุ่มใดเป็นพิเศษ

ข้อสังเกต : นายสนธิ แสดงความมั่นใจ ในตัว พล.ต.อ.ธานี หัวหน้าพนักงานสอบสวน คดีนี้ ในขณะที่ พล.ต.อ.ธานี เอง กล่าวยอมรับ ตามแนวทาง การสืบสวนสอบสวน ที่ปรากฏเป็น กระแสข่าว ต่างๆ มาโดยลำดับ ไม่ว่า เรื่องการตรวจสอบอาวุธปืนสงคราม หรือ การส่งทีมงาน ลงพื้นที่จังหวัดต่างๆ ที่เกี่ยวพัน ยกเว้น แต่ได้ปฏิเสธ เรื่องการควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัย เท่านั้น

วันที่สิบเจ็ด (3 พ.ค.)


นายสนธิ ลิ้มทองกุล ออกมาให้สัมภาษณ์ถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขา เป็นครั้งแรก โดยระบุว่า ประเด็นในการลอบสังหา รครั้งนี้ แยกได้เป็น 2 มิติ คือ
1. การลอบสังหาร ในฐานะที่เป็นสื่อมวลชน ถือเป็นการคุกคามสื่อ ที่ไม่เคยมีมาก่อน และ
2. คือ ในฐานะ แกนนำมวลชน ที่ต่อสู้เรียกร้อง เพราะการกระทำ ที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นการกระทำ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และ


ประเด็นการลอบสังหาร ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว และเปรียบเสมือน เป็นการส่งสัญญาณ บางอย่างว่า ใครที่มีอำนาจ มีอาวุธในมือ สามารถ ที่จะทำอะไรก็ได้


“คนร้ายที่ยิง ผมยืนยันชัด ด้วยสายตาว่า ถูกยิงจาก คนที่ถูกฝึก เพราะเป็น ท่านั่งประทับยิง เป็น ท่าที่ฝึก ทางการทหาร ใช้รถ จำนวน 4 คัน มีผู้ที่กระทำการ ประมาณ 10-16 คน เชื่อว่า การกระทำ ครั้งนี้ เป็นการร่วมมือกัน ของ ผู้ที่มีอำนาจ และ คนที่ลงมือ รู้เส้นทางเดินรถ มีรถจอดรอ เป็นจุด แต่การยิง ไม่ใช่มืออาชีพ แต่เป็น ขบวนการล่าสังหาร เชื่อว่า เป็นฝีมือ ของ ทหารบางคน ไม่ใช่ฝีมือ ของ กองทัพ เชื่อว่า กองทัพ ไม่ทำเรื่อง น่าอัปยศ เช่นนี้”


วันที่ ยี่สิบ ( 6พ.ค.)
หลังจากที่ นายสนธิ ออกมาให้สัมภาษณ์ เป็นครั้งแรก จากนั้นมา อีก 3 วัน พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. จึงออกมา กล่าวถึงรูปคดี ภายหลัง การประชุมพนักงานสอบสวน ในคดีดังกล่าว โดยได้ แสดงความมั่นใจว่า คดีนี้ จะต้องเสร็จ ก่อนที่ตัวเองจะเกษียณ ภายใน 4 เดือน ข้างหน้า พร้อมทั้งย้ำว่า คดีมีความคืบหน้า แต่ปฏิเสธ เรื่อง สตรีผู้สูงศักดิ์ และ ไม่รู้เรื่องที่ นายสนธิ แฉว่ามี จ.ส.อ. เป็นมือยิง เอ็ม 79 ถล่มใส่ ขณะที่ ยังไม่ได้รับคำยืนยันจาก กองทัพ ว่ากระสุนปืน rta มาจาก พล.ร.9 หรือไม่


วันที่ ยี่สิบเอ็ด (7 พ.ค.)
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ออกมาให ้สัมภาษณ์ ถึงคดีเพียงว่า ได้กำชับให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พยายามปิดคดี ให้ได้โดยเร็ว ซึ่งที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ระดมกำลัง ทั้ง ฝ่ายสืบสวน และ สอบสวน เข้าคลี่คลายคดี อย่างเต็มที่ ในทุกประเด็น แต่จะมีข่าวดี ในเร็วๆนี้ หรือ ไม่ ต้องไปสอบถาม พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. ที่ตนเอง มอบหมาย ให้เข้าไป ควบคุมการสืบสวนสอบสวน


วันที่ ยี่สิบหก (12 พ.ค.)
พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. หัวหน้าคณะ พนักงานสืบสวนสอบสวน เรียกประชุม คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ทุกนาย ซึ่งประกอบด้วย กก.สส.น.1-9 และ ศูนย์สืบสวน บช.น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบ ความคืบหน้า ในการสืบสวน 2 ประเด็นหลัก ที่ได้มอบให้ไป

พล.ต.อ.ธานี กล่าว ภายหลังการประชุม ว่า ได้เรียกประชุม เพื่อติดตามงาน ที่สั่งการไป ซึ่งต้องรายงาน ภายใน 5 วัน และ ได้ครบกำหนดวันนี้ โดยงานที่มอบไป ก็ทำได้เยอะมาก ในกรอบเวลา ที่กำหนด ทั้งที่เป็น วันหยุด โดยสั่งให้ ไปดูพยานหลักฐาน ในที่เกิดเหตุ

ซึ่งขณะนี้เท่าที่มี ยังไม่สามารถ โยงถึงใครได้ กำลังรวบรวมอยู่ ต้องรอให้ พยานหลักฐาน ที่สั่งการไป ครบถ้วนสมบูรณ์ เสียก่อน ตอนนี้ยังขาด อีกหลายอย่าง ยังไม่ครบ ตามที่สั่งการไป ต้องใช้เวลา

“ขณะนี้ ยังไม่มีการ พาผู้ต้องสงสัย มาสอบ เพราะ คณะพนักงานสอบสวน ชุดนี้ ทำตามขั้นตอน กระบวนการกฎหมาย ทุกอย่าง ไม่มีการทำ นอกลู่นอกทาง ถ้าได้พยานหลักฐาน ชี้ชัดได้ ก็จะมีข่าวดี ตอนนี้ พยานหลักฐาน ที่เกี่ยวกับคดี ยังไม่ครบถ้วน หลายอย่าง ยังไม่ได้ รวมถึง ภาพแท็กซี่ต้องสงสัย ที่ปรากฏ ในกล้องวงจรปิด ก็ยังไม่ได้เลย ส่วนจะ เกี่ยวข้อง อย่างไร ต้องเอามาดู เพราะว่า ใกล้เคียง ในตอนเกิดเหตุ” พล.ต.อ.ธานี กล่าว และ ว่า

แม้พยานหลักฐาน ยังได้ไม่ครบ แต่การสืบสวนสอบสวน ก็น่าพอใจ เพราะเดินมาได้เยอะแล้ว ขณะนี้ถือว่า คืบหน้า ไม่ตัน ส่วนชุดสืบสวน ของ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. นั้น ก็คุยกันตลอด คืบหน้า ไปพอสมควร โดยชุดสืบสวน ทุกชุด แบ่งงานกันไปทำ เพื่อให้ได้ข้อมูลรวดเร็ว ยืนยันว่า ไม่มีการควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัย

ข้อสังเกต : วันที่ 17 พ.ค.นี้ ถือเป็น วันครบรอบ 1 เดือน พอดิบพอดี สำหรับ คดีลอบสังหาร นายสนธิ ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุ ถือเป็นคดี ที่โด่งดังที่สุด ทั้ง ในประเทศ และ ต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ในด้าน การสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี ในช่วงสัปดาห์แรก สื่อทุกสื่อ ยังคงเกาะติดสถานการณ์ การคลี่คลายคดี ของตำรวจ

แต่ทว่า เมื่อกาลเวลา ผ่านไป กลับกลายเป็นว่า คดีลอบสังหาร นายสนธิ ถือเป็นคดี ที่เงียบที่สุด เงียบ ชนิดที่ไม่มีความคืบหน้า ไม่ปรากฏ แม้เพียงเป็น ข่าวสั้น ของสื่อต่างๆ ซึ่งผิดกับ คดีอาชญากรรม ในลักษณะเดียวกัน ที่คนถูกลอบสังหาร ไม่ได้ชื่อ “สนธิ ลิ้มทองกุล”

จะอย่างไรก็ตาม เรายังคงเชื่อมั่น ในตัว หัวหน้าพนักงานสอบสวน ที่ชื่อ “พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์” แม้เหลือเวลา อีกเพียงไม่กี่เดือน พล.ต.อ.ธานี ก็จะเปิดหมวก อำลาชีวิตราชการ แล้ว แต่เชื่อว่า สุดท้าย ตำรวจ จะสามารถ ลากคอ อาชญากร และ ผู้ร่วมขบวนการลอบสังหาร ทั้งหมดได้ ไม่ว่าจะต้องใช้ เวลานานเท่าไหร่ก็ตาม

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 05:01 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ 1 เดือน คดีลอบสังหารสนธิ คำตอบสุดท้าย จะมาเมื่อไหร่?(ตอนจบ)
อ่านข่าว และ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ จากที่นี่ ตอนที่1


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 11, 2009

“ม.ล.ปนัดดา” ยัน ตนอยู่ในเหตุการณ์ ดังกล่าว ว่า ทั้ง นายกฯ และ รองนายกฯ อยู่ในรถคันที่ถูกทุบ จริง


“ม.ล.ปนัดดา” ยัน อยู่ในเหตุการณ์ “อภิสิทธิ์-สุเทพ” ถูกทุบรถจริง ปัดไม่มีจัดฉาก
ม.ล.ปนัดดา ดิสกุล

ม.ล.ปนัดดา ดิสกุล


โฆษก กระทรวงมหาดไทย การันตี อยู่ในเหตุการณ์ ม็อบถ่อยแดง บุกทำร้าย รถประจำตำแหน่ง นายกฯ ยัน “อภิสิทธิ์-สุเทพ” อยู่ในรถจริง

ชี้แค่ต้องการชี้แจง ข้อเท็จจริง ไม่ได้หวัง ชนฝ่ายใด ซัด กระทรวง ไม่ใช่สถานที่ จัดฉากสร้างละคร เล็งเพิ่มกำลัง รักษาความปลอดภัย

วันนี้ (11 พ.ค.) ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ที่ปรึกษา ด้านความมั่นคง และ โฆษกฝ่าย ข้าราชการ กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง กรณีที่ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ (นปช.) ออกมา ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้อยู่ ในรถ คันที่ถูกทุบ ในวันเกิดเหตุวุ่นวาย ที่ กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ว่า


มีสื่อหลายฉบับ ถามว่า ทำไมเรื่องนี้ ทาง กระทรวงมหาดไทย ถึงเงียบ


จึงขอเรียนว่า เมื่อวันที่เกิดเหตุ ความไม่สงบ ตนอยู่ในเหตุการณ์ ดังกล่าว และ ยืนยันว่า ทั้ง นายกฯ และ รองนายกฯ ต้องเดินทางออกจาก กระทรวงมหาดไทย ด้วยรถ ที่ถูกทุบจริง ทั้งนี้ ในส่วนของ ค่าเสียหาย ที่เกิดกับ กระทรวง ก็กำลังประเมินกันอยู่ และ

ต่อไป การรักษาความปลอดภัย ต้องเข้มงวดมากขึ้น เพราะ กระทรวงมหาดไทย เป็นสถานที่ราชการ ที่ไม่เคยปรากฏเหตุการณ์ เช่นนี้มาก่อน ซึ่งการที่ออกมา ยืนยันนั้น ไม่ได้ต้องการ ชนกับฝ่ายไหน เพียงแค่ต้องการ ชี้แจงข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่า มองอย่างไร ที่แกนนำกลุ่มเสื้อแดง หยิบยกเรื่องนี้มาใช้ เป็นประเด็น ในการชุมนุมใหญ่ ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้ เคยเคลื่อนไหว โดยใช้ประเด็น ทหารทำร้ายประชาชน

ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ไม่มีความเห็น เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่กระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่สถานที่จัดฉาก หรือ ละคร อะไร

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 11 พฤษภาคม 2552 17:11 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000052459


พิมพ์ ข่าวนี้ “ม.ล.ปนัดดา” ยัน อยู่ในเหตุการณ์ “อภิสิทธิ์-สุเทพ” ถูกทุบรถจริง ปัดไม่มีจัดฉาก


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 10, 2009

ภาพจริง ให้ปรากฏว่า กลุ่มคนเสื้อแดง ถูกใส่ร้ายจริงหรือ


Red Anti-government protesters in central Bangkok and demonstrators with firebombs and rocks, propelling Thailand deeper into political crisis.

Thai troops take position as they try to clear a main road blocked by supporters of ousted Thai prime minister Thaksin Shinawatra in Bangkok. Photograph by: Sukree Sukplang , Reuters

Supporters of former Prime Minister Thaksin Shinawatra stand on a bus in the early morning outside the Government House in Bangkok. Photograph by: Athit Perawongmetha, Getty Images

A supporter of exiled ex-premier Thaksin Shinawatra holds a national flag as she runs past a burning bus during clashes with soldiers near the Government House in Bangkok on April 13, 2009. Photograph by: Pornchai Kittiwongsakul, AFP/Getty Images

A protester walks past a burning tire during a protest near Victory Monument in Bangkok. Photograph by: Athit Perawongmetha, Getty Images

Soldiers take position outside a bus torched by supporters of ousted Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra during a protest in Bangkok. Photograph by: Sukree Sukplang, Reuters

Armed troops look up as they clear a road blocked by supporters of ousted Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra in Bangkok. Photograph by: Sukree Sukplang, Reuters

Supporters of former Prime Minister Thaksin Shinawatra prepare fire bombs during a protest near Victory Monument in Bangkok. Photograph by: Athit Perawongmetha, Getty Images

A protester uses a sling shot during a protest near Victory Monument in Bangkok. Photograph by: Athit Perawongmetha, Getty Images

A supporter of ousted Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra brandishes a weapon during a protest in Bangkok. Photograph by: Vivek Prakash , Reuters

Thai army soldiers take position in front of Ananta Samakon palace to face supporters of exiled ex-premier Thaksin Shinawatra in Bangkok on April 13, 2009.
Photograph by: Nicolas Asfouri, AFP/Getty Images


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“ชวน” เตือนสติ อย่าไป เข้าใจผิดว่า ถ้าไม่แก้ รัฐธรรมนูญแล้ว บ้านเมือง จะแตกแยก มันไม่ใช่ประเด็น


“ชวน” เตือนสติ อย่าโยนบาป รธน. ทำบ้านเมือง แตกแยก ชี้ ไม่ใช่ประเด็น
ประธานสภาที่ปรึกษา ปชป. ยัน ไม่เห็นข้อเสีย จากรัฐธรรมนูญ 2550

ประธานสภาที่ปรึกษา ปชป. ยัน ไม่เห็นข้อเสีย จากรัฐธรรมนูญ 2550


ประธานสภาที่ปรึกษา ปชป. ยัน ไม่เห็นข้อเสีย จากรัฐธรรมนูญ 2550 เตือน อย่ามองว่า รัฐธรรมนูญ เป็นต้นเหตุ ทำบ้านเมืองแตกแยก ชี้ ไม่ใช่ประเด็น ระบุ หากเสียงข้างมาก เห็นควรแก้ไข เพื่อให้ดีขึ้น ก็ต้องทำ ย้ำ เมื่อถึงเวลา จะแสดงความเห็นเอง


วันนี้ (10 พ.ค.) ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติ สิริกิติ์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึง การเรียกร้อง ให้มี การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ส่วนตัว ตนเป็นเพียง ผู้ใช้รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ผู้แก้ไข แต่ขอเอาไว้ให้ ถึงเวลาก่อน

ตอนนี้ ขอให้เป็นเรื่อง ของ พรรคประชาธิปัตย์ ที่จะพิจารณา ซึ่งเมื่อ พรรคมีการประชุม เพื่อขอความเห็น ตนก็จะได้ให้ความเห็น ในที่ประชุมพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ ถูกตั้งข้อสังเกต ว่า ไม่จริงใจ หรือ แทงกั๊ก ในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ นายชวน กล่าวแบบติดตลก ว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เล่นการพนัน อะไรเลย ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้พูดประกาศจุดยืน มาตั้งแต่ต้น

ซึ่งในที่ประชุมพรรค ก็มีความเห็นตาม หัวหน้าพรรค อย่างไรก็ตาม อย่าไปเข้าใจผิดว่า วิกฤตตอนนี้ ที่มีปัญหาความขัดแย้ง แตกความสามัคคีนั้น มาจากตัว รัฐธรรมนูญ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน และ ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ส่วนใหญ่ มองว่า จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงจะ แก้วิกฤตการเมือง ได้ ประธานสภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนในฐานะ ที่เป็น ผู้ใช้รัฐธรรมนูญ บอกได้ว่า ปัญหาความแตกแยก ขณะนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับ มาตราใด มาตราหนึ่ง ของ รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ

แต่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ทำได้ ถ้าเห็นว่า เป็นการแก้ไข ให้ดีขึ้น ส่วนจะ แก้ไข มาตรา ใด นั้น ขอให้ คณะกรรมการ ที่ถูกตั้งขึ้นมา เป็นผู้พิจารณา ทั้งนี้ ไม่ต้องห่วง พรรคประชาธิปัตย์ เพราะ เราเคารพเสียงข้างมาก

เมื่อถามว่า เป็นห่วงประเด็นการนิรโทษกรรม หรือ ไม่ นายชวน กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดกันถึง เรื่องนี้


“การเสนอแก้ไข ก็มี บางมาตรา ที่ในหมู่ ส.ส. มีความเห็นร่วมกัน เช่น บทบาท ของ ส.ส. ในบางเรื่อง อาทิ ไม่สามารถเป็น เลขานุการ รัฐมนตรี เป็นต้น ซึ่งตรงนี้ ก็มีเหตุผล ส่วนมาตรา 190 ก็เป็นที่รู้กันว่า จะหาทาง ทำให้มัน เหมาะสมกว่านี้ ได้อย่างไร แต่อย่าไป เข้าใจผิดว่า ถ้าไม่แก้ รัฐธรรมนูญ แล้ว บ้านเมือง จะแตกแยก เพราะวันนี้ มันไม่ใช่ประเด็น นั้น” นายชวน กล่าว

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 พฤษภาคม 2552 16:07 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000051973


พิมพ์ ข่าวนี้ “ชวน” เตือนสติ อย่าโยนบาป รธน. ทำบ้านเมืองแตกแยก ชี้ ไม่ใช่ประเด็น


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

May 3, 2009

รัฐบาลเปิด 2 เว็บไซต์ เพื่อชี้แจงการทำงาน


รัฐบาลเปิด เว็บไซต์ www.factreport.go.th เพื่อชี้แจงการทำงาน ของเจ้าหน้าที่ ในช่วงการแก้ปัญหาการชุม ในช่วงสงกรานต์
พร้อมกันนี้ ยังเปิด www.chuaichart.com เว็บไซต์ช่วยชาติ ดอทคอม รายงาน การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ


เกี่ยวกับ เว็บประมวลเหตุการณ์
Anti-government protesters and supporters of exiled Prime Minister Thaksin Shinawatra display a gun to symbolize they will defend themselves during a rally outside the government house after the announcement of a state of emergency in Bangkok, Thailand, Sunday, April 12, 2009. Armored vehicles are moving in the streets of Thailand's capital following the announcement of a state of emergency aimed at stemming the tide of anti-government protest across the country. Army spokesman Col. Sansern Kaewkamnerd says the military's presence Sunday in Bangkok is not a sign of an imminent coup but a measure to restore order.(AP Photo/Vincent Yu)

Anti-government protesters and supporters of exiled Prime Minister Thaksin Shinawatra display a gun to symbolize they will defend themselves during a rally outside the government house after the announcement of a state of emergency in Bangkok, Thailand, Sunday, April 12, 2009. Armored vehicles are moving in the streets of Thailand's capital following the announcement of a state of emergency aimed at stemming the tide of anti-government protest across the country. Army spokesman Col. Sansern Kaewkamnerd says the military's presence Sunday in Bangkok is not a sign of an imminent coup but a measure to restore order.(AP Photo/Vincent Yu)


A crowd attacked the motorcade of Prime Minister Abhisit Vejjajiva 12 April outside a ministry building in Bangkok.

A crowd attacked the motorcade of Prime Minister Abhisit Vejjajiva 12 April outside a ministry building in Bangkok.


driver of Niphon Promphan, secretary of Prime Minister Abhisit Vejjajiva, is seen in a car after being attacked by anti-government protesters and supporters of ousted Prime Minister Thaksin Shinawatra at Interior Ministry in Bangkok, Thailand, Sunday, April 12, 2009. Thailand's embattled government, humiliated by demonstrators who shut down a 16-nation Asian summit, declared a state of emergency in the capital Sunday and ordered armored vehicles into the streets to stem a tide of protest across the country. Niphon and his driver were seriously injured in the attack and are in the hospital. (AP Photo)

driver of Niphon Promphan, secretary of Prime Minister Abhisit Vejjajiva, is seen in a car after being attacked by anti-government protesters and supporters of ousted Prime Minister Thaksin Shinawatra at Interior Ministry in Bangkok, Thailand, Sunday, April 12, 2009. Thailand's embattled government, humiliated by demonstrators who shut down a 16-nation Asian summit, declared a state of emergency in the capital Sunday and ordered armored vehicles into the streets to stem a tide of protest across the country. Niphon and his driver were seriously injured in the attack and are in the hospital. (AP Photo)


Red-shirted anti-government protesters and supporters of ousted Prime Minister Thaksin Shinawatra pull Niphon Promphan, secretary of Prime Minister Abhisit Vejjajiva, center, out of his car after attacking him at Interior Ministry in Bangkok, Thailand, Sunday, April 12, 2009. Thailand's embattled government, humiliated by demonstrators who shut down a 16-nation Asian summit, declared a state of emergency in the capital Sunday and ordered armored vehicles into the streets to stem a tide of protest across the country. Niphon and his driver were seriously injured in the attack and are in hospital.(AP Photo)

Red-shirted anti-government protesters and supporters of ousted Prime Minister Thaksin Shinawatra pull Niphon Promphan, secretary of Prime Minister Abhisit Vejjajiva, center, out of his car after attacking him at Interior Ministry in Bangkok, Thailand, Sunday, April 12, 2009. Thailand's embattled government, humiliated by demonstrators who shut down a 16-nation Asian summit, declared a state of emergency in the capital Sunday and ordered armored vehicles into the streets to stem a tide of protest across the country. Niphon and his driver were seriously injured in the attack and are in hospital.(AP Photo)


PATTAYA, THAILAND - APRIL 11: The motorcade of anti-government protesters gather near the venue of the ASEAN Summit and Related Summits on April 11, 2009 in Pattaya, Chonburi, Thailand. The protesters successfully cancelled the three day regional summit of Asian leaders, highlighting their campaign against the Thai government, and Thailand's Prime Minister Abhisit Vejjajiva. Thai Prime Minister Abhisit Vejjajiva declared a state of emergency in Pattaya, a beach resort about 150 kms (90 miles) south of the capital Bangkok. The Pro-Thaksin Shinawatra ( former prime minister) supporters are calling for new elections and for the current government to step down.(Photo by Athit Perawongmetha/Getty Images)

PATTAYA, THAILAND - APRIL 11: The motorcade of anti-government protesters gather near the venue of the ASEAN Summit and Related Summits on April 11, 2009 in Pattaya, Chonburi, Thailand. The protesters successfully cancelled the three day regional summit of Asian leaders, highlighting their campaign against the Thai government, and Thailand's Prime Minister Abhisit Vejjajiva. Thai Prime Minister Abhisit Vejjajiva declared a state of emergency in Pattaya, a beach resort about 150 kms (90 miles) south of the capital Bangkok. The Pro-Thaksin Shinawatra ( former prime minister) supporters are calling for new elections and for the current government to step down.(Photo by Athit Perawongmetha/Getty Images)


สืบเนื่องจาก เหตุการณ์ความไม่สงบ จากการชุมนุม ทางการเมือง ที่เกิดขึ้นในเขต กรุงเทพฯ ปริมณฑล และ ต่างจังหวัด
จนเป็นเหตุให้ เจ้าหน้าที่รัฐ และ ประชาชนได้รับบาดเจ็บ รวมถึงทรัพย์สิน ได้รับความเสียหาย

ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสาร ที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และ สร้างให้เกิดความเข้าใจ ต่อกรณีที่เกิดขึ้น

คณะรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรี จึงมีคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการรวบรวม และ ประมวลเหตุการณ์ความไม่สงบ จากการชุมนุมทางการเมือง เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2552 และ เหตุการณ์ ที่เกี่ยวเนื่องขึ้น (คบช.)

โดยมีเป้าหมาย เพื่อรับฟังความคิดเห็นจาก บุคคลที่อยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณา ดำเนินการ อันเป็นแนวทาง ให้ความช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ได้รับความเสียหาย ต่อไป

ทางคณะกรรมการเห็นสมควรว่า เพื่อสร้างความเข้าใจอันดี ในสังคมไทย จึงจัดสร้างเว็บไซต์ http://www.factreport.go.th เพื่อนำข้อมูลข่าวสาร ที่ได้รับจาก ทุกภาคส่วน รวมถึง ผลการประชุม จาก คณะอนุกรรมการ คปช.ทั้ง 5 ด้าน ที่ได้รับการแต่งตั้ง จากคณะกรรมการ มาเผยแพร่

เว็บไซต์ www.factreport.go.th คือเว็บไซต์ ที่นำเสนอ ประมวลเหตุการณ์ความไม่สงบ จากการชุมนุมทางการเมือง เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2552 จัดทำโดย
คณะกรรมการรวบรวม และ ประมวลเหตุการณ์ ความไม่สงบ จากการชุมนุมทางการเมือง เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2552 และเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่อง (คบช.)
ลิขสิทธิ์ของบทความ ภาพ และวิดีโอ เป็นของแหล่งข่าว.


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 27, 2009

“ศิริราช” ไม่ฟันธง ผล ชันสูตร “พลฯ อภินพ” ฐานกะโหลกร้าว โดยถูกซ้อม หรือ หกล้ม


ผลชันสูตร “พลฯ อภินพ” ฐานกะโหลกร้าว
“ศิริราช” ไม่ฟันธง ถูกซ้อม หรือ หกล้ม

ที่โรงพยาบาลศิริราช ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมด้วย รศ.นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์ หัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการชันสูตรพลิกศพและชันสูตรบาดแผล ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบศพฯ แถลงผลการตรวจชันสูตรศพพลทหาร อภินพ เครือสุข

ที่โรงพยาบาลศิริราช ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมด้วย รศ.นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์ หัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการชันสูตรพลิกศพและชันสูตรบาดแผล ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบศพฯ แถลงผลการตรวจชันสูตรศพพลทหาร อภินพ เครือสุข


หมอ ศิริราช ไม่ฟันธง “พลทหาร อภินพ” หกล้ม หรือ ถูกซ้อม
บอกเพียงว่า ศีรษะ กระแทกของแข็ง อย่างแรง ฐานกะโหลก แตกร้าว


ระบุ ตายเพราะ เลือดออก เหนือเยื่อหุ้มสมอง
ด้าน ส.ส. เพื่อไทย ยังปักใจเชื่อว่า มีคนทำให้ตาย


วันนี้ (27 เม.ย) เวลา 13.30 น.ที่โรงพยาบาล ศิริราช ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ร่วมด้วย รศ.นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์ หัวหน้าภาควิชา นิติเวชศาสตร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การชันสูตรพลิกศพ และชันสูตรบาดแผล ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบศพฯ

แถลงผลการตรวจชันสูตรศพ พลทหาร อภินพ เครือสุข อายุ 22 ปี ทหารรับใช้ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งเสียชีวิต ภายในบ้านพัก แม่ทัพภาคที่ 1 ตั้งอยู่ใน กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) เมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา

โดย นพ.วิสูตร กล่าวว่า ทาง รพ.ศิริราช ได้เริ่มทำการตรวจศพที่ ห้องตรวจศพ เมื่อเวลา 10.30 น. ทีตึกอดุลยเดชวิกรม ชั้นหนึ่ง คณะแพทย์ได้ทำการตรวจ อวัยวะภายนอก และ ภายใน ทำการเอกซเรย์อวัยวะ ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น กะโหลกศีรษะ คอ หน้าอก เชิงกราน แขน และ ขา ซึ่งมีการถ่ายภาพ เก็บเป็น หลักฐาน ไว้ทุกขั้นตอน

สำหรับผล การตรวจศพ ในเบื้องต้น พบว่า มีอาการช้ำ บริเวณ ต้นคอด้านหลัง ค่อนมาทางซ้าย ฐานกะโหลกศีรษะ ด้านซ้าย ส่วนหลัง มีรอยแตกร้าว ตำแหน่ง ที่ใกล้กับ ช่องไขสันหลัง มีรอยแตก ยุบเล็กน้อย เป็นแผลยาวต่อเนื่อง เป็นแผลที่ 2 และ 3 มีเลือดออก เหนือเยื่อหุ้ม ไขสันหลัง บริเวณคอ ส่งผลให้ เนื้อสมองกลีบซ้าย ส่วนหลัง มีรอยกดยุบจาก เลือดที่ออกเหนือ เยื่อหุ้มสมอง ชั้นหนา ที่คงค้างอยู่

“สรุปสาเหตุ การเสียชีวิต ไม่ได้เกิดจาก คอหัก แต่เกิดจาก กะโหลกศีรษะ ส่วนหลังแตก มีเลือดออก เหนือเยื่อหุ้มสมองชั้นหนา ที่กดเนื้อสมอง ซึ่งไม่ได้ทำให้ เสียชีวิต ในทันที อย่างไรก็ตาม การตายเร็ว หรือ ช้า ขึ้นอยู่กับ การไหลซึม ของเลือด แต่จากรอยแผล ที่ต่อเนื่องนั้น เชื่อว่า เป็นการกระแทก อย่างรุนแรง หนึ่งครั้ง แต่ แพทย์เจาะจงไม่ได้ว่า เกิดจากการซ้อม หรือ ลื่นหกล้มเอง บอกได้เพียงว่า เกิดจาก การกระแทก กับ ของแข็ง หรือ ถูกของแข็ง มากระแทก”

นพ.วิสูตร กล่าวต่อว่า คณะแพทย์ ได้ตรวจสอบ อวัยวะภายในแล้ว พบว่า ไม่มีส่วนใดผิดปกติ หรือ ฉีกขาด แต่บาดแผลภายนอก ที่พบเห็น ก็คือ มีรอยช้ำ บริเวณแขนขา เป็นจุดเล็กๆ ซึ่งแพทย์ได้ ตัดเนื้อเยื่อ บริเวณดังกล่าว ไปสุ่มตรวจ โดยการย้อมพิเศษ ซึ่งต้องรอผล อย่างน้อย 7 วัน และ จะรวบรวม ข้อมูล พร้อมแนบ สาเหตุการเสียชีวิต ให้กับ เจ้าพนักงานเจ้าของคดี ทั้งนี้ เนื่องจาก แพทย์ไม่สามารถ ระบุ พฤติการณ์แห่งเหตุได้ แต่เชื่อว่า เมื่อ พนักงานสอบสวน
ได้รับข้อมูลแล้ว จะสามารถ สรุปสำนวนได้

ด้าน นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ซึ่งเข้าร่วม สังเกตการณ์ ในการแถลงข่าว ในครั้งนี้ด้วย ให้สัมภาษณ์ว่า แม่ ของ พลทหาร อภินพ เชื่อใจ รพ.ศิริราช จึงขอย้าย ให้มา ชันสูตรศพ ที่นี่ และ จากที่ตน ได้ฟัง ผลการชันสูตรศพ

ตนเชื่อว่า บาดแผล ที่เกิดนั้นใหญ่ มีความเป็นไปได้สูงที่ พลทหาร อภินพ จะถูกของแข็ง กระแทกที่ศีรษะ หรือ ถูกซ้อม สูงกว่า การลื่นล้ม เอง อย่างไรก็ตาม ตนในฐานะ ส.ส. ได้หมดหน้าที่แล้ว ต่อจากนี้ ต้องเป็น หน้าที่ ของ เจ้าพนักงานสอบสวน


astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 27 เมษายน 2552 20:37 น.
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000047125


พิมพ์ ข่าวนี้ ผลชันสูตร “พลฯ อภินพ” ฐานกะโหลกร้าว
“ศิริราช” ไม่ฟันธง ถูกซ้อม หรือ หกล้ม



ยธ.สั่ง ดีเอสไอ แจงข้อเท็จจริง จุ้นศพ พลทหาร มทภ.1

รองปลัดยุติธรรม สั่ง “ดีเอสไอ” ทำบันทึก รายงานข้อเท็จจริง โดยด่วน
กรณี ส่งหนังสือ ขอความอนุเคราะห์ ผ่าศพ พลทหาร บ้านแม่ทัพภาคที่ 1
ไปยัง โรงพยาบาลศิริราช


วันนี้ (27 เม.ย.) ที่ กระทรวงยุติธรรม นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัด กระทรวงยุติธรรม ในฐานะกำกับดูแล กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึง กรณีที่ คณะแพทย์โรงพยาบาลศิริราช แถลงผล ผ่าชันสูตรพลิกศพ พลทหาร อภินพ เครือสุข ทหารรับใช้ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ที่เสียชีวิต ภายในบ้านพัก ของ แม่ทัพภาคที่ 1 ตั้งอยู่ใน กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (ร.1 รอ.)

โดยออกมาระบุว่า การผ่าชันสูตรครั้งนี้ เป็นไป ตามหนังสือ ขอความอนุเคราะห์ที่ ดีเอสไอ ส่งมา ตามหมายเลขหนังสือ ที่ ยธ.0800/พิเศษ
ว่า ตนได้รับเอกสารดังกล่าว จาก โรงพยาบาลศิริราชแล้ว ซึ่งในหนังสือระบุ

คำขอความอนุเคราะห์ ว่า นางศิริมล มาเพชร มารดา ของผู้ตาย ประสงค์ จะขอนำศพ ไปทำการ ชันสูตรพลิกศพ ที่ โรงพยาบาลศิริราช จึงขอ ส่งศพ มาตามความประสงค์ ของมารดาผู้ตาย

ทั้งนี้ ดีเอสไอได้ชี้แจงเบื้องต้น ว่า หนังสือดังกล่าว เป็นเพียง การประสานงาน กับ โรงพยาบาลศิริราช เท่านั้น เนื่องจาก นางศิริมาได้ร้องขอต่อ ดีเอสไอ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ดีเอสไอ ยังไม่ใช่ พนักงานสอบสวน ไม่มีอำนาจ เข้าไป สืบสวนคดีนี้ โดยตรง ทำได้ เพียงการสืบสวนข้อเท็จจริง เบื้องต้น เท่านั้น ตน จึงได้ สั่งการให้ ดีเอสไอ ทำบันทึกรายงาน อย่างละเอียด ส่งให้ตนพิจารณา โดยด่วนแล้ว


astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 27 เมษายน 2552 16:36 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000047154


พิมพ์ ข่าวนี้ ยธ.สั่ง ดีเอสไอ แจงข้อเท็จจริง จุ้นศพ พลทหาร มทภ.1


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

เสธ.แดง ยัน ไม่มี เสื้อแดง ตาย ในช่วงสลายชุมนุม


เสธ.แดง ยันเสื้อแดง ไม่มีใครตาย ในช่วงสลายชุมนุม
พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล


พล.ต.ขัตติยะ พูดจารื่นหู ยืนยัน ไม่มีใครเสียชีวิตจาก เหตุสลายชุมนุม ไม่เชื่อ พลทหารเสียชีวิต เพราะถูก ผู้บังคับบัญชาทำร้าย จากเหตุส่ง sms ถึงแม่ พร้อมตำหนิ “อนุพงษ์” ใช้ 2 มาตรฐาน สลายการชุมนุม ระหว่าง พันธมิตรฯ และ โจรหางแดง


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ให้สัมภาษณ์


วันนี้ (27 เม.ย.) พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิ กองทัพบก กล่าวว่า ไม่เชื่อว่า พลทหาร อภินพ เครือสุข จะถูกสั่งทำโทษ จนเสียชีวิต ที่บ้านพัก แม่ทัพภาคที่ 1 เพราะส่ง SMS ไปบอกมารดา ว่า นายกรัฐมนตรี อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว

เพราะจาก ประสบการณ์ ในการรับราชการทหาร ไม่เคยเห็น ผู้บังคับบัญชา ทำลูกน้องรุนแรง ถึงขั้น สั่งใช้กระบอกปืนฟาด จนเสียชีวิต ส่วนใหญ่ มักลงโทษ แค่สถานเบา เช่น การสั่งวิดพื้น หรือ วิ่งรอบสนาม 50 รอบ

แต่มูลเหตุการเสียชีวิต จะเกิดจากสาเหตุใด ตนไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าว ที่กลายเป็น ประเด็นทางการเมือง มองว่า เพราะที่ผ่านมา ไม่เคยมี นายทหารระดับแม่ทัพคนใด ที่นำ นักการเมือง เข้ามาอยู่ในค่ายทหาร จึงขอฝากถึง ทหารรุ่นน้อง ทุกนายว่า ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ การเมือง

พล.ต.ขัตติยะ ยังกล่าวตำหนิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ที่ใช้ 2 มาตรฐาน ในการดูแล กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง โดยสมัย รัฐบาลของ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีการ ประกาศใช้ พ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉิน พล.อ. อนุพงษ์ ได้ส่ง ส.ห.ไปดูแลความปลอดภัย ให้ กลุ่มผู้ชุมนุม พันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ในรัฐบาล ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พล.อ.อนุพงษ์ กลับสั่งทหาร ให้ออกไป ปราบปราม ผู้ชุมนุมเสื้อแดง

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า จากการตรวจสอบของตน ไม่มีกลุ่มคนเสื้อแดง เสียชีวิตจาก การสลายการชุมนุม อย่างแน่นอน


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ให้สัมภาษณ์
จาก manager multimedia

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 27 เมษายน 2552 17:02 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000047108


พิมพ์ ข่าวนี้ เสธ.แดง ยัน เสื้อแดงไม่มีใครตาย ในช่วงสลายชุมนุม


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Next Page »

Blog at WordPress.com.