Accom Thailand

April 30, 2009

คดีทุจริตคลองด่าน – ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ไม่รับอุทธรณ์ “วัฒนา”


ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ไม่รับอุทธรณ์ “วัฒนา” ทุจริตคลองด่าน!


นายวัฒนา อัศวเหม ภาพจากแฟ้ม

นายวัฒนา อัศวเหม ภาพจากแฟ้ม


ที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกา ไม่รับอุทธรณ์ คดี “วัฒนา อัศวเหม” อดีต รมช.มหาดไทย ทุจริต จูงใจ จนท. ที่ดิน สมุทรปราการ ออกโฉนด คลองด่าน ทับที่สาธารณะ ส่งผล คดีถึงที่สุด รอตามตัว ที่หลบหนี ไปต่างประเทศ กลับมา รับโทษจำคุก 10 ปี ภายใน อายุความ 15 ปี


วันนี้ (30 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา มีคำสั่ง ไม่รับอุทธรณ์ คดีที่ นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย เป็นจำเลย ซึ่ง ศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาให้ จำคุก นายวัฒนา เป็นเวลา 10 ปี ในความผิด ต่อ ตำแหน่ง หน้าที่ ราชการ ตาม ประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 148

ที่ใช้ อำนาจหน้าที่ โดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือ จูงใจ ให้เพื่อให้ บุคคลใด มอบให้ ซึ่งทรัพย์สิน ด้วย การบังคับซื้อ ที่ดิน ต.บางเหี้ย (คลองด่าน) อ.บางเหี้ย (บางบ่อ) จ.สมุทรปราการ จาก ราษฎร หลายราย และ ข่มขืนใจ หรือ จูงใจ ด้วย การบังคับขู่เข็ญ หรือ กระทำการ โดยวิธีการ อื่นใด ให้ ข้าราชการ สังกัดกรมที่ดิน และ กรมการปกครอง ปฏิบัติ หรือ ละเว้น ปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ หรือ โดยทุจริต ในการออกโฉนด ที่ดิน 5 แปลง

คดีนี้ หลังจากที่ ศาลฎีกา มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2551 แล้ว ทนายความ นายวัฒนา ได้ใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 กำหนดไว้ ในมาตรา 278 วรรคสาม ยื่นอุทธรณ์ ต่อ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2551 โดยฝ่ายจำเลย ระบุว่า มีพยานบุคคล รวม 17 ปาก เป็น หลักฐานใหม่

เมื่อจำเลย ยื่นอุทธรณ์แล้ว ที่ประชุมใหญ่ จึงแต่งตั้ง องค์คณะผู้พิพากษา รวม 5 คน พิจารณาอุทธรณ์ เพื่อทำบันทึกความเห็น สรุปสำนวน เสนอ ที่ประชุมใหญ่ ซึ่งองค์คณะ พิจารณา ตามบทบัญญัติ รธน.มาตรา 278 วรรคสาม ประกอบ กับ ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วย หลักเกณฑ์ การอุทธรณ์ คำพิพากษา ศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ของ ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ในกรณี มีพยานหลักฐานใหม่ ซึ่งอาจทำให้ ข้อเท็จจริง เปลี่ยนแปลงไป ในสาระสำคัญ พ.ศ.2551 ข้อ 3 และ 4 แล้วเห็นว่า

พยานหลักฐาน ที่จำเลย ยกขึ้นอ้าง ไม่ใช่ พยานหลักฐานใหม่ ที่อาจจะทำให้ ข้อเท็จจริงเปลี่ยน แปลงไป ในสาระสำคัญ และ ไม่ใช่พยานหลักฐาน ที่ จำเลยไม่รู้ หรือ มีเหตุอันควรรู้ว่า พยานหลักฐาน ดังกล่าว มีอยู่ ดังนั้น จึงไม่ควร ที่จะรับอุทธรณ์ของ จำเลย ไว้พิจารณา

ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา พิจารณาแล้ว ก็เห็นด้วยกับ ความเห็น สรุปสำนวน องค์คณะ ซึ่งพิจารณา 3 ประเด็น คือ


1. พยานหลักฐาน ประเด็นว่า การออกโฉนดที่ดิน ชอบด้วย ระเบียบ และ กฎหมายหรือไม่ ซึ่งจำเลยอ้าง

นายไพฑูรย์ สุนทรวิภาค อดีต ผู้ว่าฯ จ.สมุทรปราการ ปี 2533-2547, นายวีระ รอดเรือง อดีต ผู้ว่าฯ จ.สมุทรปราการ ปี 2537-2542, นายวิเชียร รัตนพีระพงศ์ อดีต อธิบดีกรมที่ดิน, พล.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ อดีตเลขาธิการ ครม., นายกำธร จันทรแสง อดีต รองเลขาธิการ ครม., นายประพันธ์ ชลวีระวงศ์ อดีต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ, นางอุบล เอื้อศรี อดีต ปลัดจังหวัด สมุทรปราการ, นายสมมาตร ดลมินทร์ อดีตเจ้าพนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ, นายคมชิต วิชญะเดชา อดีตเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี และ ม.ล.พีพล นพวงศ์ อดีตนายอำเภอบางบ่อ ปี 2535-2536 เป็นพยาน เพื่อเสนอข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2531 ครม. มีมติให้ออก หนังสือแสดงสิทธิ์ ในที่ดินให้กับ ราษฎร บริเวณ ที่ดิน พิพาท ดังกล่าว ซึ่ง จ.สมุทรปราการ ได้แจ้งให้ สำนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ ทราบ และ ปฏิบัติ ตามมติ ครม. อย่างเคร่งครัด และ มีการออกโฉนด ให้กับ รายอื่นหลายราย โดยไม่ปรากฏว่า มี ข้อขัดข้อง หรือ โต้แย้ง ของ ราษฎร ในพื้นที่แต่อย่างใด

นอกจากนี้ ยังได้รับการยืนยัน จาก คณะกรรมการป้องกัน และ หยุดยั้ง การบุกรุก ที่ดินป่าชายเลน ที่ทำการ ตรวจสอบที่ดิน แล้วว่า ไม่มีการบุกรุก และ ที่ดินไม่มีสภาพ เป็นทางสาธารณะ และ

2. พยานหลักฐาน ในประเด็นว่า จำเลย ข่มขืนใจ หรือ จูงใจ ให้ เจ้าพนักงาน ฝ่ายปกครอง และ เจ้าพนักงาน สำนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี ออกโฉนดที่ดิน โดยมิชอบด้วยระเบียบ หรือ กฎหมาย หรือไม่ จำเลยอ้าง

นายสุทัศน์ ธรรมรักคิด ซึ่งอ้างว่า เป็นผู้ติดต่อใกล้ชิด กับ เจ้าหน้าที่ สำนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี, นายจำเนียร ปานพุ่มชื่น นายอำเภอ บางบ่อ ในช่วงเกิดเหตุ, นายสมบัติ เลาประเสริฐ สารวัตรกำนัน ต.คลองด่าน ในช่วงเกิดเหตุ, นายวีระวงศ์ สุวรรณวานิช เจ้าหน้าที่ สำนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี ในช่วงเกิดเหตุ, นายบุญเชิด คิดเห็น สำนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี, นายวีระ รอดเรือง, ท่านเจ้าคุณ พิพิธธรรมสุนทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสุทัศน์ และ พล.ต.ชิณเสน ทองโกมล เป็นพยาน นำเสนอข้อเท็จจริง เพื่อยืนยันว่า จำเลย ไม่เคยข่มขู่ เจ้าหน้าที่ รวมทั้ง นายไพศาล กาญจนประพันธ์ และ นายสมชัย แตงน้อย แต่อย่างใด ในการรังวัด โฉนดที่ดิน และ ฝ่ายรังวัด ก็ไม่ได้แจ้งขัดข้อง ในการออกโฉนด ว่า ทับที่ สาธารณะ รวมทั้งประเด็น การมอบ พระเครื่องผงสุพรรณ เพื่อจูงใจ เจ้าพนักงาน ในการออกโฉนด

ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เห็นว่า พยานหลายปาก ไม่เคย มาเบิกความต่อศาล ขณะที่เรื่องมติ ครม. ไม่ใช่ พยานหลักฐาน ที่อาจทำให้ ข้อเท็จจริง เปลี่ยนแปลง และ ไม่ใช่ พยานหลักฐาน ที่ จำเลย ไม่รู้ถึง ความมีอยู่ ของ พยานหลักฐาน นั้น


3. พยานหลักฐาน ในประเด็นว่า การที่จำเลย ใช้อำนาจ ข่มขืนใจ หรือ จูงใจ ให้ เจ้าพนักงาน สำนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี และ เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ออกโฉนด ให้ โดยมิชอบ นั้น เป็นการใช้อำนาจ โดยตำแหน่ง อันเป็นความผิด ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 148 หรือไม่ จำเลยอ้าง

พล.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ อดีตเลขาธิการ ครม., นายกำธร จันทรแสง อดีตรองเลขาธิการ ครม. เป็น พยาน เพื่อเสนอข้อเท็จจริงว่า จำเลย ไม่มีอำนาจ ให้คุณ ให้โทษกับ กรมที่ดิน เพราะ จำเลย ไม่มีหน้าที่ ดูแล รับผิดชอบ กรมที่ดิน โดยตรง การแต่งตั้ง เสนอ ข้าราชการ ที่จะนำเข้าสู่ ครม. จะเป็นการพิจารณาแต่งตั้ง ระดับ 10 ขึ้นไป และ การแต่งตั้ง โยกย้าย เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด หรือ เจ้าหน้าที่ กรมที่ดิน เป็นอำนาจของ กรมที่ดิน โดยตรง

ที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกา พิจาณาแล้ว เห็นว่า พยานดังกล่าว ไม่ใช่หลักฐาน ที่อาจทำให้ ข้อเท็จจริง เปลี่ยนแปลงไป ซึ่ง ข้อเท็จจริง รับกันว่า ในช่วงเกิดเหตุ จำเลย ไม่ได้รับมอบหมาย ให้มีอำนาจ การสั่ง อนุญาต อนุมัติ การปฏิบัติ หน้าที่ราชการ เกี่ยวกับ กรมที่ดิน แต่ที่ ศาลวินิจฉัยว่า เป็นการใช้อำนาจ ในตำแหน่ง ของ จำเลย เนื่องจากเห็นว่า จำเลย มีอำนาจตาม พ.ร.บ. ระเบียบ บริหาร ราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534, พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2534 และ มีอำนาจ ในการบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 29 ก.ย.2515 มีสิทธิ์เข้าร่วม ประชุมครม. เพื่อมีข้อเสนอแนะ ให้ความเห็น และ มีมติในกิจการงานกรม หรือกระทรวงอื่น รวมทั้งมีสิทธิ์แสดงความเห็น และการมีมติ แต่งตั้ง ข้าราชการระดับ 10 และ 11 ซึ่งเป็นการวินิจฉัยประเด็น โดยอาศัยข้อกฎหมาย ดังนั้นข้ออ้าง ทางปฏิบัติของจำเลย จึงไม่ใช่พยานหลักฐาน ที่ทำให้ข้อเท็จจริง เปลี่ยนแปลงไป ในสาระสำคัญ

ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จึงมีมติว่า อุทธรณ์ของ จำเลย ทุกข้อ ไม่เข้าตามบทบัญญัติ รธน. มาตรา 278 วรรคสาม ประกอบกับ ระเบียบ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วย หลักเกณฑ์ การอุทธรณ์ คำพิพากษา ศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ของ ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ในกรณี มี พยาน หลักฐาน ใหม่ ซึ่งอาจทำให้ ข้อเท็จจริง เปลี่ยนแปลงไป ในสาระสำคัญ พ.ศ.2551 ข้อ 3 และ 4 จึงมีคำสั่ง ไม่รับอุทธรณ์ ของ จำเลย ไว้พิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ เมื่อ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา มีคำสั่ง ไม่รับอุทธรณ์ นายวัฒนา แล้ว ได้นำลงประกาศไว้ใน ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา สำหรับ นายวัฒนา ขณะนี้ อยู่ระหว่างการหลบหนคดี

โดยศาลฎีกา ได้ออกหมายจับ เพื่อให้ติดตามตัวมารับโทษแล้ว และ เมื่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ไม่รับอุทธรณ์ จึงทำให้ คดีถึงที่สุด ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมตัว นายวัฒนา ได้ ก็จะถูกนำตัวคุมขังที่ เรือนจำทันที ตามโทษที่ ศาลฎีกา พิพากษา ลงโทษจำคุก 10 ปี อย่างไรก็ดี สำหรับคดีดังกล่าว มีอายุความ 15 ปี ที่จะติดตามตัว นายวัฒนา มารับโทษ

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 30 เมษายน 2552 19:49 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000048711


พิมพ์ ข่าวนี้ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ไม่รับอุทธรณ์ “วัฒนา” ทุจริตคลองด่าน!


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

April 4, 2009

วันที่ 8 เมษายน หาใช่ “ยกสุดท้าย”

Filed under: การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ก่อความไม่สงบ,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,คดีที่ดินรัชดาฯ,คดียุบพรรค,คดีอาญา,คดีแพ่ง,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,จริยธรรม,ชุมนุมประท้วง,ทุจริต,ประวัติศาสตร์ไทย,พ.ร.ก.ฉุกเฉิน,ศาลปกครอง,ศาลรัฐธรรมนูญ,อาชญากรรม,เสื้อแดง — accomthailand @ 04:10
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

หยุด! เอาชาติเป็นเดิมพัน ทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟ

8 เมษายน 52 วันนัดหมายใหญ่ของ “คนเสื้อแดง” ที่ ทักษิณ ชินวัตร และ แกนนำคนเสื้อแดง หมายมั่นปั้นมือ จะให้เป็น วันแห่ง การเปลี่ยนแปลง การเมือง ครั้งใหญ่ บน เป้าหมาย “เปรม ลาออก อภิสิทธิ์ ยุบสภา” “ล้มล้าง อำมาตยาธิปไตย – ทำลาย ชนชั้นสูง”

ประธานองคมนตรี - รัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

ประธานองคมนตรี - รัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์


ไม่ต้องรอถึง วันนั้น ก็รู้ได้ว่า สิ่งที่ ทักษิณ – เสื้อแดง คิดก่อการ ไม่มีวัน สัมฤทธิ์ผล แน่ เพราะคนอย่าง ประธานองคมนตรี – รัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ผู้ผ่าน การรบ – การเมือง มาอย่างโชกโชน และ สมัยเป็น นายกฯ 8 ปี ก็สู้รบตบมือ กับ สารพัดแรงกดดัน ทั้งใน ทำเนียบฯ – นอก รัฐสภา มาหมดแล้ว แค่ ม็อบเสื้อแด – วีดีโอลิงก์ ทักษิณ แค่นี้ เชื่อได้ว่า ชายชาติทหาร อย่าง “ป๋าเปรมฯ” ไม่ถอดใจแน

ส่วน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็เช่นกัน แม้ อายุอานาม จะน้อย และ ถูกมองว่าเป็น ลูกคุณหนู – ลูกผู้ดี เจอแรงเสียดทานหนักๆ อภิสิทธิ์ จะอำลาตำแหน่ง ก็เป็นเรื่อง ที่คิดได้ แต่คงยาก จะได้เห็น

เมื่อประเมินการสู้รบ ของ เสื้อแดง – ทักษิณ ยามนี้ วันที่ 8 เมษายน หาใช่ “ยกสุดท้าย” แม้แกนนำ นปช. ที่เป็นพวก เศษสวะ-ลิ่วล้อ-มือปืนรับจ้าง นายใหญ่ ในนิยาม ของ กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ จะทำที ขึงขัง-ตาถลน เหมือนจะนำ กองทัพเสื้อแดง ทุบหม้อข้าว ทำศึกสงคราม กู้ชาติ ให้ใครบางคน ที่คิดร้าย ทำลาย แผ่นดินเกิด เพราะดูจาก สภาพการณ์ และ ยุทธศาสตร์ การวางแผนของ คนเสื้อแดง แล้ว แกนนำหลายคน ก็รู้ดีว่า ยากที่จะทำให้ทั้ง “เปรม-อภิสิทธิ์”ตอบรับ ทุกเงื่อนไข

เพียงแต่การระดมพล ทำศึก 8 เมษายน หวังให้ แดงทั้งแผ่นดิน แล้วเขย่าขวัญให้ รัฐบาล และ บ้านสี่เสาฯ ผวาเล่น แล้วโอบล้อม ที่มั่น เพื่อให้เกิด การเผชิญหน้า เท่านั้นเอง แต่ก็ เชื่อได้ว่า รัฐบาล – กองทัพ – ตำรวจ ก็ย่อมอ่านเกม นี้ออก และ ไม่ตกหลุมพราง แม้จะมีความพยายาม ยั่วยุ รวมถึงอาจจะมี “มือที่สาม” มาสร้างสถานการณ์ เพื่อให้ ปิดเกม เร็ว

การศึก 8 เมษายน มันจึงอยู่ใน ช่วงเริ่มต้น “ยกที่ 2” หลังจาก ยกแรก ผ่านพ้นไป ซึ่ง ยกแรก ที่ ทักษิณ-เพื่อไทย เน้น กลยุทธ์ “ทำลายความน่าเชื่อถือ” เพื่อให้เกิด สภาวะวิกฤตศรัทธา แก่ องค์กร-ตัวบุคคล ที่ถูกกล่าวถึง ทั้งใน วีดีโอลิงก์ และ บนเวที ข้างทำเนียบรัฐบาล เป็นหลัก

ไล่เรียงตั้งแต่ สถาบันองคมนตรี และ องคมนตรี ทักษิณ และ เสื้อแดง พยายามใส่ความว่า “ขาดความเป็นกลาง – ฝักใฝ่การเมือง หนุนพรรคประชาธิปัตย์” ที่ระบุชื่อ ทั้ง พลเอก เปรม, พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ และ ชาญชัย ลิขิตจิตถะ

แต่ผู้ถูกเอ่ยชื่อ ออกมาสวนกลับ และ ปฏิเสธ ข้อกล่าวหาทั้งหมด ให้สังคม ได้ข้อมูล 2 ด้าน ว่า ใครพูดจริง พูดเท็จ ฝ่ายไหนชั่ว และ ฝ่ายไหน ทำไปเพื่อ ปกป้องประเทศชาติ และ สถาบันหลัก

สำหรับ องค์กรศาล ก็พบว่า ทักษิณ พยายามโจมตีทำให้ องค์กรศาล ถูกมองว่า ไม่มีความยุติธรรม โดย ทักษิณ อ้างถึง การพิจารณาคด ของ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ของ ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ที่ตัดสิน จำคุก เขา 2 ปี เป็นกระบวนการ ไม่ยุติธรรม

ถึงกับระบุว่า ทั่วโลก ไม่ยอมรับระบบศาลเดียว แบบที่ ศาลฎีกาฯ ถูกออกแบบเอาไว้ และ ระบบไต่สวน ที่ให้ จำเลย แก้ข้อกล่าวหาของ โจทก์ ก็เป็นระบบที่ นานาประเทศ ไม่เห็นด้วย และ ยกเลิก กันไปหมดแล้ว

หรือ กรณี การตัดสิน ของ ศาลรัฐธรรมนูญ “คดีชิมไปบ่นไป” ของ สมัคร สุนทรเวช ที่ ทักษิณ บอกว่า ทำให้ ประเทศไทย กลายเป็น ไทยแลนด์ อิส อะ โจ๊ก เพราะ ตัดสินเอาผิด ตาม พจนานุกรม มากกว่า ยึดหลักกฎหมาย

รวมทั้งยัง ทิ่มแทงไปที่ ผู้นำศาล-ตุลาการ หลายครั้ง อันพุ่งไปที่ อักขราทร จุฬารัตน ประธาน ศาลปกครองสูงสุด ที่เป็น อดีต ตุลาการรัฐธรรมนูญ ใน “คดียุบพรรค ไทยรักไทย” และ จรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่มี บทบาทสำคัญใน “คดี ชิมไปบ่นไป” และ“คดียุบพรรค พลังประชาชน” ว่า

ทั้งสองคน มีส่วนร่วมวางแผน การทำปฏิวัติ 19 กันยายน 49 และ ใช้อำนาจตุลาการ ล้มล้าง รัฐบาลไทยรักไทย

สำหรับกองทัพ พบว่า ทักษิณ-เสื้อแดง มุ่งหมายเพื่อ การแก้แค้น อย่างเห็นได้ชัด ในประเด็นเรื่อง กองทัพ ทำตัวเป็น “เปลือกหอย” ให้ รัฐบาลอภิสิทธิ์ ทั้งการที่ ผู้นำเหล่าทัพ และ ตัว รมว.กลาโหม คือ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้รับบำเหน็จ จากการช่วยตั้งรัฐบาล

เช่นการที่ รัฐบาล ให้งบกับ กองทัพ อย่างง่ายดาย หลายครั้ง อาทิ งบ 1 พันล้านบาทให้ กอ.รมน. ไปทำการสลาย กลุ่มเสื้อแดง โดยไม่สามารถตรวจสอบ การใช้งบ ดังกล่าวได้

เมื่อ ยกที่ 1 ของ การตั้งกองกำลัง เสื้อแดง จนล้อมทำเนียบรัฐบาล ได้ 10 วัน 10 คืน สำเร็จ และ ใช้สงครามปาก ทำลายความเชื่อถือต่อ สถาบันสำคัญ ไปแล้ว ตอนนี้ให้ จับตา ยกที่ 2 เอาไว้ ซึ่งข่าวว่า จะเป็นสถานการณ์ที่ ดุเดือดเลือดพล่าน อาจต้องมี การเสียเลือดเนื้อกันอีกครั้ง

ก่อนจะประเมิน ศึกยืดเยื้อ นี้ว่า จะจบอย่างไร ขณะนี้ เริ่มมีข่าวแพร่สะพัดใน วงการการเมือง ว่า จะมี “คนกลาง” เข้ามา คลี่คลายสถานการณ์ ก่อนที่ จะยกระดับไปสู่ ความรุนแรง ในอีก ไม่กี่วันข้างหน้า

ชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ออกมาระบุว่า หลังสงกรานต์ จะมีข่าวดี เพราะผู้มีบุญบารมี จะมาไกล่เกลี่ยปัญหา และ เป็น “คนกลาง” ที่ทุกฝ่ายให้ ความเคารพ


ก่อนหน้านี้ ชัย ชิดชอบ เข้าออกบ้านสี่เสา อย่างถี่ยิบ ในช่วงก่อนให้ ลูกชาย เนวิน ชิดชอบ แปลงร่างเป็น งูเห่า เพื่อไทย ล้มการจัดตั้ง รัฐบาลเพื่อไทย เสมือนว่า ชัย ชิดชอบ รู้สัญญาณอะไรมา แน่นอนว่า การมาของ คนกลาง จะเป็น ฉากการเมือง ในตอนต่อไป แต่จะหมุนเปลี่ยน สถานการณ์ ออกไปจาก เหตุการณ์ปัจจุบัน ได้แค่ไหน หรือไม่ ก็ต้องจับตา ติดตามกันต่อไป

อย่างไรก็ตาม หลายคนหวั่นใจว่า มันจะมีเหตุรุนแรง ก่อนสงกรานต์ เพราะอาจ เกิดเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งมีข่าวว่า ทักษิณ-เสื้อแดง ต้องการให้เกิด การเผชิญหน้า จนเกิดเหตุรุนแรง และ แตกหัก กันไปข้าง

ถ้าหาก ทักษิณ-เสื้อแดง ต้องการเช่นนั้นจริงๆ “บาปการเมือง” นี้ คงไม่มีใครให้อภัย หากคิดเอา ประชาชน มาเป็น “เครื่องมือแก้แค้น” ให้ฝ่ายตัวเอง

เราขอบอกไปยัง ทักษิณ – แกนนำคนเสื้อแดง – ส.ส.เพื่อไทย – อดีตกรรมการบริหารพรรค ไทยรักไทย และ พลังประชาชน – เจ้าหน้าที่รัฐ และ นักธุรกิจ ซึ่งหนุนหลัง การชุมนุม ครั้งนี้ว่า ทุกท่าน มีสิทธิ์ที่จะ เคลื่อนไหวทางการเมือง อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน จะ หน้าทำเนียบรัฐบาล หน้ารัฐสภา หรือ แม้แต่ หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ของ พลเอกเปรม หาก ทุกคนเคลื่อนไหว รวมตัวเรียกร้อง ภายใต้ หลักกฎหมาย ความเคารพ ในสิทธิ ของ ผู้อื่น ไม่เปิดเวทีปราศรัย แล้วใส่ร้ายป้ายสี ให้ความเท็จ ปลุกระดม ให้เกิดความเกลียดชัง และ เคียดแค้น จนนำไปสู่ ความแตกแยก และ ปลุกปั่น ให้เกิด ความรุนแรง ในรูปแบบต่างๆ


เท่าที่ ติดตาม การชุมนุมของ คนเสื้อแดง ก็เชื่อว่า เป็นฝ่ายต้องการ จะให้เกิด ความรุนแรง เพื่อบีบให้ รัฐบาล ต้องดำเนินการ อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การใช้ กฎหมายความมั่นคง หรือ ประกาศ สภาวะฉุกเฉิน ซึ่งทั้งหมด จะยิ่งทำให้ การชุมนุมของ คนเสื้อแดง มีความชอบธรรม มากขึ้น และ ทำให้รัฐบาล อยู่ใน สถานการณ์เพลี่ยงพล้ำ ทันที

ขณะที่ดูท่าที รัฐบาล ยังเชื่อว่า น่าจะอดทน จนถึงที่สุด และ ไม่ใช้ความรุนแรง กับ ประชาชน แม้จะมี ความพยายาม หวังสร้างสถานการณ์ เพื่อนำไปสู่เหตุวุ่นวาย จนอำนาจรัฐ ง่อยเปลี้ย ซึ่งเห็นแล้วว่า ตลอดช่วง การชุมนุมล้อมทำเนียบรัฐบาล

ซึ่งถึงวันนี้ เป็น วันที่ 10 แล้ว รัฐบาล-ตำรวจ-กองทัพ ก็ปล่อยให้ ใช้สิทธิเต็มที่ ไม่ได้มีการสั่งให้ สลายการชุมนุม หรือ ใช้ความรุนแรง ไม่มี การตัดสัญญาณ การโฟนอิน – วีดีโอลิงค์ – การถ่ายทอด เสียง ทั้งทีวี วิทยุ อินเตอร์เน็ต

จน รัฐบาล และ หน่วยงานความมั่นคง ถูกด่า เสียด้วยซ้ำ ว่า ไม่เด็ดขาด อ่อนหัด และ หน่อมแน้ม แต่อีกความเข้าใจหนึ่ง ก็อ่านใจได้ว่า หาก รัฐบาล คิดจะเล่นงาน หรือ สกัดการชุมนุมจริง ก็สามารถ ทำได้ แต่มันจะ “เข้าทาง” คนเสื้อแดง

เช่น การตัดสัญญาณ วีดีโอลิงก์ หรือ ไม่ให้มี การเผยแพร่เสียงภาพ ทางทีวี วิทยุ อินเตอร์เน็ต เพราะรู้ดีว่า จะถูกโจมตี ว่าเป็น เผด็จการ จนอาจนำมาเป็น เงื่อนไขปลุกระดม และ จะยิ่งทำให้ ประชาชน ยิ่งออกจากบ้าน มารวมตัวกัน หน้าทำเนียบรัฐบาล มากขึ้น

ขณะนี้ รัฐบาล ตั้งรับอย่างเดียว ยังไร้แนวทาง จะรุกกลับเมื่อไร แบบไหน มีแต่เปิดท่าที จะเจรจากับ คนทำลายชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ ขัดต่อหลักนิติรัฐ จนหลายฝ่ายรับไม่ได้

ทั้งหลายทั้งปวง แม้จะมั่นใจ ลึกๆ ว่า 8 เมษายน ไม่น่าจะ เกิดเหตุ “ไทยฆ่าไทย จนเลือดนองท่วมแผ่นดิน ” อย่างที่ หลายฝ่ายหวั่นเกรง แต่ก็ใช่ จะวางใจเสียทีเดียว สิ่งที่อยากเตือน ทักษิณ – แกนนำเสื้อแดง ก็คือ

เรารู้ดีว่า คนอย่าง ทักษิณ ไม่หยุดคิดทำร้ายประเทศไทย แน่นอน ทว่า ขอเพียงให้ การวางแผนสู้รบนั้น อย่าเอา ประเทศชาติ เป็นเดิมพัน ทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟ เพราะยามนี้ สิ่งสำคัญ ก็คือ ความสามัคคี ของ คนไทย ที่ต้องร่วมกันฟันฝ่า วิกฤตเศรษฐกิจ ไปให้พ้น

ดังนั้น ถ้าจะเคลื่อนไหวใดๆ ก็ทำไปเถิด ถ้าไม่ได้ทำให้ แผ่นดินไทยเสียหาย


ขณะเดียวกัน เราขอเรียกร้องให้ บรรดา ผู้มีอำนาจใน รัฐบาล กองทัพ และ แม้แต่ พลเอก สุรยุทธ์ ออกมาแสดงความรับผิด ในบทบาทหน้าที่ ที่ท่านมีอยู่ เพื่อแก้ปัญหา ให้เหตุการณ์ ความขัดแย้ง ครั้งนี้ยุติโดยเร็ว เพราะ เหตุปัญหา เริ่มมาจาก เรื่องส่วนตัว แต่ ประเทศชาติ และ ประชาชน ต้องรับผลกรรม

astv_mgr-200จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 4 เมษายน 2552 04:10 น.

พิมพ์ ข่าวนี้ หยุด! เอาชาติเป็นเดิมพัน ทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟ


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

February 7, 2009

“สนธิ” จวก “จงรัก” แฉ 3 เครือข่าย ขายวิญญาณให้ “ทักษิณ”

Filed under: การประชุมอาเซียน,การเงินของโลก,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ก่อความไม่สงบ,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คอร์รัปชั่น,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ตรวจสอบ,ทุจริต,ธรรมาภิบาล,ประวัติศาสตร์ไทย,พันธมิตรประชาชน,ภาคการเงินของโลก,วิกฤติ,หมายจับ,หมิ่นเบื้องสูง,อาชญากรรม,เสื้อแดง — accomthailand @ 06:51
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

“สนธิ” แฉ 3 เครือข่าย หนุน “นช.แม้ว” จวก “จงรัก” ขายวิญญาณให้ “ทักษิณ”
สนธิ แฉ 3 เครื�ข่าย หนุน นช.แม้ว

สนธิ แฉ 3 เครือข่าย หนุน นช.แม้ว


“สนธิ” ชำแหละเครือข่าย “ระบอบแม้ว” แฉ “พรรคร่วม” ตีสองหน้า แอบสบคบคิด “ทักษิณ” ขณะที่ “ตำรวจ” เอียงข้างปล่อย “ม็อบเสื้อแดง” บุกตี “พันธมิตรฯ” อัดยับ “จงรัก ซานติก้า” เก่งแต่ดำเนินการ กับ “สนธิ” แต่ไม่ดำเนินคดี หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กับ “ม็อบถ่อย” สุดช้ำ ตร.สั่งไม่ฟ้องคดี “เสื้อแดง” บุกทำลาย “บ้านป๋าเปรม”


รายการ “พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย” ออกอากาศทาง เอเอสทีวี-ทีวี ของประชาชน ช่วงเวลา 20.30-23.00 น. วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2552 พบกับ การปราศรัย ของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”

คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” (56 K)
คลิกที่นี่ เพื่อชม รายการ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” (256 K)
จาก manager multimedia


สนธิ – พี่น้องครับ วันนี้มีเรื่องพูด เยอะเหลือเกิน ผมเลยต้องพูด 2 ช่วง เรื่องที่จะพูดนั้นมีอยู่ประมาณ 3-4 เรื่อง ผมจะมาออกรายการทุกๆ วันศุกร์ กับพี่น้อง เป็นประจำนะครับ

ก่อนจะเข้าสู่เรื่อง ขออนุญาตนิดหนึ่ง พูดเรื่องข่าว ที่จะเรียกว่าประชาสัมพันธ์ก็ได้ หรือจะเป็นข่าว ที่จะขอร้องกันก็ได้ พี่น้องนอกจาก คอนเสิร์ตการเมือง ที่พี่น้องหลายท่าน จะไปกัน และหลายจังหวัด จัดกันแล้ว ยังมี คอนเสิร์ตอีก 2 ครั้ง เป็น คอนเสิร์ตดนตรี ที่ผมต้องขอร้อง พี่น้องกัน คอนเสิร์ตแรกคือ คอนเสิร์ตของ แฮมเมอร์ วันที่ 21 กุมภาพันธ์

ผมอยากจะเชิญชวนพี่น้อง ที่ฟังข่าวนี้ ฟังเรื่องฟังราวนี้ ไปกันให้หมด เพราะว่า แฮมเมอร์ วงดนตรีที่ไม่เคยหลบ แอบ ในเรื่องของจุดยืน ในการรัก พระมหากษัตริย์ นะครับ แฮมเมอร์อยู่กับเรามาตลอด

ตั้งแต่ รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่สวนลุมพินี เรื่อยมา จนกระทั่งฝ่าดงลูกปืน ระเบิด ฝ่าความชั่วร้าย ร่วมต่อสู้กับ พวกสัตว์นรกทั้งหลาย จนกระทั่ง วันนี้ 30 ปี ของ แฮมเมอร์ นั้น พวกเรา ถ้าต้องการแสดงน้ำจิตน้ำใจให้ แฮมเมอร์ เราไปกันให้เต็ม อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก


เรื่องที่ 2 คือ รายการเวที พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จากนี้ไป ในห้องส่ง จะไม่มีแล้ว จะมี เฉพาะวันศุกร์ที่นี่ วันศุกร์ เท่านั้นเอง

ส่วนรายการในห้องส่งนั้น ก็จะเปลี่ยนไป คุณแอน จินดารัตน์ จะมาในมาดใหม่ใน รายการ ที่เรียกว่า “แอน-จินดารัตน์” เป็นรายการคุณแอน จินดารัตน์ มีรายการ “คนในข่าว” “ค.คนคอข่าว” ซึ่งจะเป็น เรื่องเศรษฐกิจ ต่างประเทศ สังคม และ เตรียมพบกับ รายการคุณภาพ “ตัวโน้ตพันธมิตร” คนจัดทำคือ นักร้องพันธมิตรฯ ชื่อ มิเกล

และเตรียมพบกับ รายการออดิชั่น นักแสดง และ นักร้องหน้าใหม่ ของ เอเอสทีวี ที่ พี่ตั้วเป็นคนจัดนะครับ ผมอยากจะฝากผ่านเวทีนี้ไปยัง พ่อแม่พี่น้อง ชาวพันธมิตรฯ อเมริกา USA ที่ลอสแองเจลิส และทุกๆแห่ง

ASTV ได้จัดรายการ พันธมิตรฯ ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไปที่ สหรัฐอเมริกา เพื่อจะไปขอบคุณ คนไทยในอเมริกา ที่เป็นกำลังใจมาให้เรา ตลอดหลายปี และ ก็ร่วมส่งเงินส่งทอง และ จัดกิจกรรมร่วมกัน การไปครั้งนี้ เราจะไป 40 กว่าชีวิต และ

6 กุมภาพันธ์ 2552 พบกับ การปราศรัย ข�ง นายสนธิ ลิ้มท�งกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่�ประชาธิปไตย

6 กุมภาพันธ์ 2552 พบกับ การปราศรัย ของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย


จะเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ ที่แกนนำ ทั้ง 5 คน รุ่น 1 และรุ่น 2 ไปด้วย ยากที่สุด แต่สำเร็จแล้ว คือการเชิญ พี่จำลอง ศรีเมือง ไป

และในที่สุด พี่จำลอง ก็ยอมไป การไปครั้งนี้ พวกเรา จะขอความร่วมมือไปที่ พันธมิตรฯ USA ที่ แอลเอ นะครับ แล้วอีกหลายๆกลุ่ม ที่รักชาติ รักบ้านรักเมือง เหมือนกัน มาร่วมงานกัน และ ก็ขอให้มาช่วยงาน ที่พวกเราไปจัดกันครับ

เหตุผลที่เราไปจัดที่ แฟร์กราวน์ ที่ลอสแองเจลิส นั้น แทนที่จะไปจัดในที่เก่า ที่เราเคยจัด มีหลายท่านถามว่า ทำไมเราไม่ไปจัดที่ สนามม้าฮอลลีวูด ปาร์ก ผมก็กราบเรียนพ่อแม่พี่น้องว่า ที่ไม่ไปที่ตรงนั้น ก็เพราะว่า เป็น สถานการพนัน และ พี่ จำลอง ศรีเมือง คงไม่ไปแน่นอนนะครับ

การไปครั้งนี้จะไป คอนเสิร์ต วันที่ 14 ก็อยากจะเรียนพี่น้อง ที่อยู่หลายๆ เมืองว่า ตามที่มีข่าวว่า มีคนไปบอกว่า อย่าได้มาที่ แอลเอเลย วันที่ 14 เพราะ หลัง วันที่ 14 แล้ว จะมี คุณสำราญ รอดเพชร คุณประพันธ์ คูณมี และ คุณพิเชฐ พัฒนโชติ นั้นจะเดินสาย ไปตามเมืองต่างๆ นั้น ไม่มีแล้วนะครับ

เพราะว่าทั้ง คุณประพันธ์ คูณมี คุณสำราญ รอดเพชร และ คุณพิเชฐ พัฒนโชติ อยากให้ พี่น้องในอเมริกา มาชุมนุมกันที่ แอลเอ มากที่สุด เพราะฉะนั้นแล้ว ที่มีข่าวว่า จะไปพูดตามที่ เมืองโน้นเมืองนี้ ในข้อเท็จจริงแล้ว ไม่มีนะครับ อย่าไปเชื่อ ข่าวที่ไหน เป็นอันขาดนะครับ เพราะฉะนั้น ข่าวนี้ ผมก็เลยถือโอกาสแจ้งผ่าน เอเอสทีวี มายังที่ พ่อแม่พี่น้อง พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยใน ยูเอสเอ


และ ต้องขอขอบพระคุณ พันธมิตรฯ ยูเอสเอที่ แอลเอ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มไหนก็ตาม ขอให้ละทิ้ง ความมี อคติส่วนตัวกัน เอาส่วนรวม เป็นที่ตั้ง แล้วมาร่วมมือกัน ทำให้งาน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย มาเยือน usa นั้น เป็นงาน ที่ประสบความสำเร็จ และก็แสดงให้เห็นถึง พลังของคนไทย ในต่างแดนนั้น ไม่แตกแยกกันเด็ดขาด เมื่อมาถึง เรื่องของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ราชบังลังก์ ครับ


พี่น้องครับ มีอีกโครงการหนึ่ง ซึ่ง ASTV และพันธมิตรฯ จะร่วมกันทำ เพื่อพ่อแม่พี่น้อง คือ โครงการ ทวงภาษี และ ทรัพย์สิน ของ คนไทย กลับคืนมา นะครับ

ASTV และพันธมิตรฯ จะร่วมกันทำ เพื่�พ่�แม่พี่น้�ง คื� โครงการ ทวงภาษี และ ทรัพย์สิน ข�ง คนไทย กลับคืนมา

ASTV และพันธมิตรฯ จะร่วมกันทำ เพื่อพ่อแม่พี่น้อง คือ โครงการ ทวงภาษี และ ทรัพย์สิน ของ คนไทย กลับคืนมา


สืบเนื่องมาจาก ปี พ.ศ.2540 ที่มี คณะกรรมการปฏิรูปทางการเงิน คือ ปรส. เกิดขึ้น ได้มีการขาย ทรัพย์สินของ คนไทยในราคาถูก ให้ต่างชาติ อย่างไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย กองทุนเหล่านี้ จะประมูลหนี้ไป ในราคาต่ำ และ ไปเรียกคืนหนี้ กับลูกหนี้คนไทย เอารัดเอาเปรียบ จนคนไทย จำนวนมาก ต้องล้มละลาย สิ้นเนื้อประดาตัว และ มีอีกที่ต้องฆ่าตัวตาย

บัดนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ส่งฟ้องคดี อดีตผู้บริหาร ปรส.แล้ว ที่ทำผิดกฎหมาย ก็เลยทำให้ พวกกองทุน ที่ปล้นคนไทย ทั้งหลาย เร่งทวงหนี้ และ เร่งฟ้องล้มละลาย ลูกหนี้คนไทย เพื่อเร่งเอาทรัพย์สิน ขายทอดตลาด และ เตรียมขนเงิน ออกนอกประเทศ

กองทุนเหล่านี้ สมคบกับ ก.ล.ต. กรมสรรพากร หลีกเลี่ยงภาษีไป นับแสนล้านบาท โดยที่ ชาติไม่ได้อะไรเลย แท้ที่จริงแล้ว การรู้ไม่เท่ากัน กระบวนการฉ้อฉล ทำให้เจ้าหนี้ อีกเยอะ ต้องแพ้คดี แต่เจ้าหนี้ ที่รู้เท่าทันขบวนการนี้ ทุกคนสู้คดี และ ชนะหมด ศาลยกฟ้องหมด ชนะหมดเลย นะครับ

เพียงแต่น่าเสียดาย คนที่รู้ไม่เท่าทัน เพราะว่าเข้าไม่ถึง ข้อมูลข่าวสาร ถ้าพิสูจน์ความจริงได้ ก็สามารถ จะกลับลุกขึ้นยืนมาใหม่ได้ และ ยังได้รับ ทรัพย์สินของตัวเอง กลับคืนมา ด้วยความเป็นธรรม

น่าเสียดาย เวลามันผ่านมานานแล้ว จนกระทั่งมัน จะหมดอายุความ กลางปีนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ร่วมกับ ศูนย์ประสานงาน ลูกหนี้แห่งชาติ จะร่วมกันทำ โครงการทวงคืน ภาษี และ ทรัพย์สินของคนไทย กลับคืนมา

เราจะมีรายการนี้ทาง เอเอสทีวี ประมาณกลางเดือนนี้ เพื่อบอกให้ประชาชน รู้เท่าทันข้อมูล ในการต่อสู้ภารกิจศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ หมายความว่า เราจะสอนวิธีสู้ว่า พวกนี้ผิดกฎหมายอย่างไร ว่าพวกนี้ฉ้อฉล เราอย่างไร และ เราจะเปิดให้มีการลงทะเบียน เพื่อแต่งตั้ง ทนายความ ในการฟ้องกลับ กองทุน ที่มิชอบด้วยกฎหมาย ให้ถึงที่สุด และ ทวงทรัพย์สิน ของคนไทย กลับคืนมา ด้วยความเป็นธรรม และเราก็จะดำเนินคดี กับเจ้าหน้าที่ใน กรมสรรพากร ก.ล.ต. ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยอมเรียก กองทุนปล้นชาติ ที่ไม่ยอมจ่ายภาษีให้กับรัฐ นั่นคือสิ่ง ที่เราจะทำนะครับ

เพราะฉะนั้น ภารกิจหน้าที่ของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นี่คือภารกิจ ที่จะต้องรับผิดชอบ กับชีวิตความเป็นอยู่ ของ พ่อแม่พี่น้อง ที่ไม่ได้รับ ความเป็นธรรม ในทุกรูปทุกแบบ เราไม่ใช่เพียงเป็นแต่ ภาคประชาชน ที่มาต่อสู้ ในทางการเมือง เท่านั้น อันนี้คือ ความไม่เป็นธรรม ที่เกิดขึ้นจาก การเมือง ยกตัวอย่าง บริษัท ธนาคารเกียรตินาคิน เจริญเติบโต มาด้วยการไล่ซื้อหนี้ ของ ปรส. และ ลูกเขยของ เกียรตินาคิน ก็ชื่อ พงศ์เทพ เทพกาญจนา

 คนไทยถูกเหยียบย่ำมา ตั้งแต่ปี 2540 จากการ ลดค่าเงินบาท ซึ่งคนซึ่งลดค่าเงินบาทนั้น ชื่� ทนง พิทยะ และมีความเชื่� โดยที่ ศาลฎีกา ได้พิพากษา ยกฟ้�ง คุณสุเทพ เทื�กสุบรรณ ที่ คุณสุเทพ พูดบ�กว่า คุณทักษิณ รับรู้เรื่�งนี้จาก คุณโภคิน พลกุล ก็เลยทำให้ คุณทักษิณ ร่ำรวยจาก การลดค่าเงินบาท

คนไทยถูกเหยียบย่ำมา ตั้งแต่ปี 2540 จากการ ลดค่าเงินบาท ซึ่งคนซึ่งลดค่าเงินบาทนั้น ชื่อ ทนง พิทยะ และมีความเชื่อ โดยที่ ศาลฎีกา ได้พิพากษา ยกฟ้อง คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ คุณสุเทพ พูดบอกว่า คุณทักษิณ รับรู้เรื่องนี้จาก คุณโภคิน พลกุล ก็เลยทำให้ คุณทักษิณ ร่ำรวยจาก การลดค่าเงินบาท

ตอนที่ คุณพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ได้มีการดำเนินการให้ กรมบังคับคดี เปลี่ยนแปลง ระเบียบข้อบังคับ หลายอย่าง เพื่อเอื้อประโยชน์กับ เจ้าหนี้

เพราะฉะนั้นแล้ว จะเห็นได้ชัดว่า คนไทยถูกเหยียบย่ำมา ตั้งแต่ปี 2540 จากการ ลดค่าเงินบาท ซึ่งคนซึ่งลดค่าเงินบาทนั้น ชื่อ ทนง พิทยะ และมีความเชื่อ โดยที่ ศาลฎีกา ได้พิพากษา ยกฟ้อง คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ คุณสุเทพ พูดบอกว่า คุณทักษิณ รับรู้เรื่องนี้จาก คุณโภคิน พลกุล ก็เลยทำให้ คุณทักษิณ ร่ำรวยจาก การลดค่าเงินบาท

ยังไม่พอ 4 ปีให้หลัง พอเขามีอำนาจ เขาก็ใช้อำนาจนี้ มาสร้างเครือข่าย เพื่อดึงเอาทรัพย์สินต่างๆ ของพ่อแม่พี่น้อง ที่พวกเขาไปประมูลซื้อมา ในราคาถูก แล้วก็มาบีบขาย ให้พ่อแม่พี่น้อง เหมือนกับว่า กองทุนบ้าน อสังหาริมทรัพย์ หรือ รถยนต์ มูลค่า 100 บาท เขาซื้อมาใน ราคา 30 บาท และ เขาบังคับให้ พ่อแม่พี่น้อง จ่ายเขาคืนใน มูลค่า 100 บาทเต็ม อย่างนี้ตลอดเวลา

หรือว่า การประมูลที่ดิน ของ กรมบังคับคดี เขาจะไม่ให้สิทธิ์ลูกหนี้ ในการค้าน เขาบอกค้านได้ 1 ครั้ง ครั้งที่ 2 ค้านไม่ได้ ครั้งที่ 2 ราคา 100 บาท ลดเหลือ 50 บาท ครั้งที่ 3 ราคา 50 บาท ลดเหลือ 25 บาท จะลดโดย อัตโนมัติ แล้วเขาก็ไปตั้ง บริษัทนอมินี เป็นสิบๆ ร้อยๆ บริษัท ไล่ซื้อ ทรัพย์สินนี้ คืนเข้ามาสู่มือเขา

พี่น้องรู้ไหมว่าบริษัทอะไร เป็นเจ้าของที่ดิน ที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย บริษัท เอสซี แอสเสท พ่อแม่พี่น้อง รู้หรือเปล่าว่า มีที่ดินอยู่ในบริษัท ในเครือเขา สิบๆบริษัท มีที่ดิน ที่เป็นที่นา เกือบ 500,000 ไร่ และ นั่นคือที่มาของ การขายที่นา ให้ แขกซาอุฯ จำได้หรือเปล่าพี่น้อง เห็นไหม นักศึกษามหาวิทยาลัยราชดำเนิน ต้องไม่โง่ พี่น้องครับ เดี๋ยวผม จะร้องเพลงหนึ่ง แต่อย่าตบมือตาม นะครับ ห้ามตบมือ ตามเด็ดขาด ขอร้อง อย่าตบมือตาม

“โปรดอย่าถาม ว่าฉันเป็นใครเมื่อในอดีต และ โปรดอย่าถามว่า อดีตฉันเคยรักใคร รู้ไว้อย่างเดียว เดี๋ยวนี้รักแม้ว รักแม้วตลอดไป รักมากเพียงไหน กำหนดไว้ได้ ด้วยเงินที่ให้ฉัน” พี่น้องครับ เพลงที่ชื่อว่า “จงรัก”

พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ ชื่อ เล่น ชื่อ ปุ๊ก เป็นลูกที่มี พี่น้อง 2 คน เรียนจบธรรมศาสตร์ รุ่นเดียวกับใครรู้ไหม วีระ มุสิกพงศ์ รุ่นเดียวกับ คนดังๆ ในสังคมทั้งนั้น ลอยเลื่อน บุนนาค รองปลัด ที่ฟ้องพันธมิตรฯ เรื่องยึดทำเนียบ รุ่นเดียวกับ ชูศักดิ์ ศิรินิล จำได้ หรือเปล่า รุ่นเดียวกัน จงรัก มีบ้านหลังมหึมา อยู่ที่ จ.ชลบุรี มหาศาล จงรัก เป็นคนที่แสดงออกถึง ความจงรักภักดี ต่อระบอบ ทักษิณ ในสมัยที่เป็น ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2

พี่น้องที่อยู่พัทยา ชลบุรี จำได้ใช่ไหม ว่าคนๆนี้ ขัดขวาง การชุมนุมของเรา ทุกวิถีทาง สั่งย้ายตำรวจ ที่เปิดโอกาสให้ ประชาชน เข้ามาร่วมชุมนุม นอกจาก สั่งย้ายแล้ว ยังหาเรื่องหาราว ดำเนินคดี จงรัก จุฑานนท์ เป็นคนที่เคยได้รับ พระมหากรุณาธิคุณ อย่างสูงสุด จาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ให้ พระองค์ท่านเป็นคนติดยศให้

แต่ต่อกรณีของ การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อย่างร้ายแรง และรุนแรง ของกลุ่มเสื้อแดง หลายๆคน คุณจงรัก ไม่เคยแสดงออก เหมือนกับ ที่มาแสดงออก กับ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย

ผมไม่เคยเห็น คุณจงรัก ลุกขึ้นมาแล้วบอก คุณวีระ มุสิกพงศ์ ว่าการพูดจาแบบนี้ เป็นการพูดจาซึ่ง หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ต้องดำเนินคดี อย่างเด็ดขาด

ผมไม่เคยเห็น คุณจงรัก ออกมาบอกว่า คุณจักรภพ เพ็ญแข ที่ไปพูดที่ สนามหลวง นั้น เป็น การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผมไม่เคยเห็น คุณจงรัก พูดถึง พวกเสื้อแดง อีกหลายต่อหลายคน

แต่พอ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เอาเรื่อง ดา ตอร์ปิโด หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาเล่าให้ประชาชนฟัง คุณจงรัก ออกอาการ เป็นงิ้วเลย ดำเนินคดี นายสนธิ ทันที

พี่น้องครับ พี่น้อง ยังคงไม่รู้ว่า คดีที่ พวก นปช. นปก. บุกบ้านป๋าเปรม ไปพูดจาหยาบคาย ขว้าง ทำลายบ้าน ป๋าเปรม พี่น้อง รู้หรือเปล่าว่า คดีไปถึงไหนแล้ว อยากรู้มั้ย ตำรวจเขาสั่งไม่ฟ้อง พี่น้อง

ผมอยากจะถาม คุณจงรัก ว่า คุณมีส่วนเกี่ยวข้อง ในการสั่งไม่ฟ้อง หรือเปล่า ที พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ไม่มีคดีไหน ที่เขาสั่งไม่ฟ้อง เขาสั่งให้เร่งฟ้อง ผมคงไม่พูดถึง คุณจงรัก โดยไม่มีหลักฐาน ไม่มีเหตุผล ผมอยากจะตั้งชื่อ คุณจงรัก วันนี้ว่า จงรัก ณ ซานติก้า

พี่น้องจำได้หรือเปล่าว่า คุณจงรัก เขาบอกว่า เขาจะเอา ปปง. ไปตรวจสอบ บริษัทห้างร้าน ที่มาสนับสนุน พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย และ พี่น้องรู้ไหมว่า คุณจงรัก ไม่ทราบ คุณรู้หรือ คุณแกล้งไม่รู้ว่า ซานติก้านั้น มีเงินสด 20 ล้านบาท เข้าบัญชี โดยไม่มีที่มาที่ไป เข้าข่าย ปปง. ต้องตรวจสอบ ทำไมคุณไม่ตรวจสอบบ้างล่ะ ทำไมคุณไม่พูดถึงเลย

ล�งคิด ในมุมกลับ ถ้า คุณพีระพันธ์ ไม่ได้เป็น รัฐมนตรียุติธรรม และ คุณพีระพันธ์ ไม่มีความกล้าหาญพ� จะมาส�บสวน เรื่�งนี้ สราวุธ ติดคุกหัวโตเลย

ลองคิด ในมุมกลับ ถ้า คุณพีระพันธ์ ไม่ได้เป็น รัฐมนตรียุติธรรม และ คุณพีระพันธ์ ไม่มีความกล้าหาญพอ จะมาสอบสวน เรื่องนี้ สราวุธ ติดคุกหัวโตเลย


วันที่ 1 มกราคม เขาบอกว่า เขาจะตรวจสอบเรื่อง ไฟไหม้ที่ผับ ซานติก้า เขาบอก 7 วันเสร็จ

วันที่ 2 มกราคม เขาพูดจา แบบเห็นใจเจ้าของ เขาบอกว่าจาก พยานหลักฐาน น่าจะเป็นจาก จุดที่มาจากเวที แต่ต้องหาหลักฐาน ส่วนทาง เจ้าของ กำลังรออยู่ ทราบว่า ได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน แล้วก็ พูดโกหกต่อ ที่เขาเปิดขณะนี้ ก็อาศัย อำนาจของศาลปกครอง ซึ่งไม่จริงนะครับ

วันที่ 4 มกราฯ หลังจากที่ เสี่ยข่าว หรือ นายวิสุข มาพบ เขาก็พูดบอกว่า จะพิจารณาดำเนินคดี และ ประมาทเป็นเหตุให้ ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ ปล่อยให้ เด็กอายุ 20 ปี เข้าใช้บริการ แล้วกล่าวต่อ

ส่วนการพิจารณาดำเนินคดี ข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ ผู้อื่นถึงแก่ความตายนั้น จะเร่งรวบรวมหลักฐาน ยังไม่มีการแจ้งความ ดำเนินคดีกับ นายวิสุข แต่อย่างไร แล้ว ก็ชี้ทางออกเรียบร้อยแล้ว แนวโน้ม น่าจะเกิดจาก เอฟเฟกต์บนเวที รู้ไปหมด รู้แม้กระทั่งว่า พันธมิตรฯ มีปืน มีระเบิด ส่งประดาน้ำ ไปดำ ในคลองแล้ว ก็เจอแท่งเหล็ก แป๊ปกับไม้

ระหว่างความรู้ที่ คุณจงรัก มีต่อ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยนั้น มันสะท้อนให้เห็นถึง การรับใช้ระบอบ ทักษิณ อย่างไม่ลืมหูลืมตา กับการซึ่งคุณ มาตรวจสอบคดี กรณีซานติก้า นี้ จะต้องเห็นชัด

คุณจงรักพูดต่อ วันที่ 12 มกราคม หลังจากนี้ พนักงานสอบสวน จะได้ทำการสอบสวนเพิ่มเติม ว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้อง ที่จะต้องรับผิดชอบ เพิ่มเติมบ้าง เช่น คนจุดพลุ หรือ คนทำเอฟเฟกต์ จะต้องร่วมรับผิดชอบ อย่างแน่นอน เอาล่ะสิ เห็นหรือยัง ปูพื้นฐาน ให้เรียบร้อยแล้ว เสี่ยขาว หุ้นส่วน โดน โดนหมด แต่ว่าผิด ที่คนจุดพลุ และคนทำเอฟเฟกต์ ใช่มั้ย เห็นมั้ย นี่คือ วิธีการสร้างรูปแบบ ให้มันชัดเจน เหมือนอย่าง ตอนที่สร้างรูปแบบ เพื่อดำเนินการ กับ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ว่าเป็น ผู้ก่อการร้าย

14 มกราคม 2 วันให้หลัง คุณจงรัก พูดอีก สำหรับสาเหตุของ เพลิงไหม้ มีความชัดเจน มากขึ้น ว่าน่าจะเกิดจาก การจุดดอกไม้ไฟ ไม่ใช่เอฟเฟกต์ เอาล่ะ เริ่มตั้งธงแล้วนะ เริ่มตั้งธง จะออกยังไง

วันที่ 27 มกราคม 2552 สองอาทิตย์ ที่ผ่านมา วันนี้ได้จับกุม นายสราวุธ ผู้ต้องหา ในคดีคนสุดท้าย ซึ่งเป็นคนที่ 6 และ เป็นคนสำคัญที่สุด ธงตั้งไว้แล้ว ว่ามึงต้องโดน แล้วคนอื่น ข้อหาเบาไป มึงโดนคนเดียว เนื่องจากมี พยานหลักฐาน

จำไว้นะพี่น้อง คำพูดนี้นะ เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน เนื่องจาก มีพยานหลักฐาน และ ระบุว่า นายสราวุธ เป็นคนใช้ ไฟแช็กจุดพล ุในคืนวันเกิดเหตุ ใช้เวลาประมาณ 30 วินาที ตั้งค่าตัว ไว้ 1 ล้าน ให้ประกันตัวไป นายสราวุธ ก็งง เพราะว่า นายสราวุธ มันก็บอกว่า มือซ้ายมันถือไมโครโฟน มือขวา มันล้วงกระเป๋า แล้ว มันจะจุดพลุได้อย่างไร นอกจากว่า มันไม่รูดซิปแล้ว มันเอาคิกคาปู้ มาจุด

มันงงน่ะ พี่น้อง มันงง เป็นไก่ตาแตก มันประกันตัว ออกไปแล้ว มันยังเดินไม่ถูกทางเลย มันก็กลับไปบ้าน มันทดลองดูแล้ว ก็มองดู แล้วมัน ก็บอกว่า มึงจุดได้ หรือเปล่าวะเนี่ย

พี่น้องครับ ที่ต้องพูดเรื่องนี้ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะเวลา เรามีเรื่องกัน คุณจงรัก มาหาเรื่องเราทุกเรื่อง คุณจงรัก จะเป็น คนแสนรู้มาก ว่าเรา ซ่อนอาวุธ ที่ตรงนั้น คนของเรา มีระเบิดอยู่ในมือ แล้วระเบิดในมือ ระเบิด ประเทศซิมบับเวซิ มันระเบิดแล้ว มือแค่ขาด อย่างเดียว ตัวไม่เป็นไร มันเป็น ระเบิดอัจฉริยะ ใช่ไหมพี่น้อง พูดก็ไม่ได้คิด

นอกจากนั้นแล้ว รู้หมดว่า เราเป็น ผู้ก่อการร้าย ต้องเอา ปปง. ตรวจสอบ รู้ไปหมดทุกอย่าง ไม่รู้อยู่อย่างเดียวว่า ไอ้ผับนี้ ตำรวจทองหล่อ รับเงิน รับทอง อยู่ทุกวัน

ไม่รู้อยู่อย่างเดียว ตำรวจ สน.ทองหล่อ รับเงิน จ่ายรายเดือน จ่ายให้เป็นแสน ผับซานติก้า โดนคดีไป 47 คดี ในอดีต แต่ ไม่มีคดีไหน ถึงที่สุดเลย สักคดี พี่น้อง พอเราไปเถียง คุณจงรัก ออกข่าว ประชาชนทั่วไป ที่ไม่รู้เรื่อง ก็บอกว่า ต้องเชื่อ คุณจงรัก เพราะว่า พันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย มันเป็นตัวป่วน ใช่ไหม ก็มามองเรา ในรูปแบบนี้ เราก็เลยตกอยู่ใน สถานภาพ ที่เสียเปรียบ มาโดยตลอด จนกระทั่ง มีคนที่ชื่อ พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม คุณพีระพันธ์ บอกว่า เดี๋ยวก่อน ที่คุณบอกมานี่ ที่ตำรวจกล่าวหา นายสราวุธ มาเนี่ย มันเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าใน วิดีโอ มันเห็นชัด ว่า สราวุธ มันอย่างนี้อยู่ ใช่หรือเปล่า แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น มันเป็นไปได้อย่างไร

นายพีระพันธ์ เขาสอบต่อจาก ดีเอสไอ เขาบอกว่า ไอ้ซานติก้า มันมีเงินสด เข้ามา 20 ล้าน ไม่มีที่มาที่ไป แล้วถ้า ดีเอสไอ เขาสอบได้ แล้วทำไม คุณจงรัก สอบไม่ได้ แสดงว่า มาตรฐานที่ คุณจงรัก ใช้ มันโลโซเหลือเกิน

ด้วยเหตุนี้ ก็เลยสรุปได้หรือเปล่าพี่น้อง สรุปได้หรือเปล่าว่า สิ่งที่ คุณจงรัก พูดถึง พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย นั้น โกหกทั้งเพ นี่คือ บทพิสูจน์

ปรากฏว่า คุณจงรัก หลัง 31 ธันวาคม 1 มกราคม มาเรื่อยๆ จนสิ้น มกราคม ต้องการเป็น พระเอก โชว์หน้าขาววอก ออกเวที ตลอด มีหลักฐาน อันโน้นอันน ี้เสร็จเรียบร้อย ให้สัมภาษณ์ ตลอด พูดด้วยตัวเอง

พอ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม สวนกลับมาแบบนี้ แล้วนายกรัฐมนตรี ให้ดึงคดีนี้ ออกจาก มือตำรวจ มาใส่ที่ ดีเอสไอ นักข่าวไปถาม คุณจงรัก บอก คุณมาถามอะไรผม คุณไปถาม ท้องที่ซิ แล้วเขาส่งเรื่อง มาถึงผม ก็คุณให้สัมภาษณ์ มาทุกวัน พอเขามาถามคุณ คุณก็เสือกบอก กลับไปถาม ท้องที่ซิ ผมไม่ได้พูด พี่น้อง เห็นหรือยัง

ผู้สื่อข่าว ได้สอบถาม พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. เพื่อสอบถาม เกี่ยวกับเรื่องคดีนี้ หลังจากที่ รัฐมนตรียุติธรรม ได้มาเปิดเผยว่า นักร้องวงเบิร์น สราวุธ ไม่ใช่เป็นผู้จุดเพลิง

พล.ต.อ.จงรัก พูดอย่างมีอารมณ์ว่า ผมเอง อยู่ต่างจังหวัด ยังไม่ทราบ รายละเอียด เกี่ยวกับ เรื่องนี้ ให้ไปสอบถาม ตำรวจพื้นที่ ที่เกิดเหตุ อย่าข้ามขั้นตอน มาถาม รอง ผบ.ตร. ทั้งที่เมื่อก่อน ให้สัมภาษณ์ด้วยตัวเอง ตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าว อ้างอิงคำพูด รัฐมนตรียุติธรรม ที่ว่า นักร้องนำวงเบิร์น เป็น แพะ แพะ แพะ พล.ต.อ.จงรัก กล่าวต่อว่า คุณพูดเองนะ พูดรุนแรง ไป หรือ เปล่า ผมจะไม่ตอบคำถามอะไรทั้งนั้น เพราะยังไม่รู้เรื่องรายละเอียด ตอนนี้เสือกไม่รู้เรื่องรายละเอียด แต่ก่อนหน้านั้นรู้ไปหมด รู้แม้กระทั่ง นายสราวุธ มันใช้ กิ๊กกะปู้ จุดพลุ พี่น้อง รู้ใช่ไหม กิ๊กกะปู้ อะไร

พี่น้องครับ พี่น้อง เฮฮาสนุกสนาน พี่น้องหยุดสนุก สักพักหนึ่ง พี่น้อง ลองมองย้อนหลัง กลับไปซิ ถ้าไม่มี ดีเอสไอ ภายใต้การดูแล รัฐมนตรี พีระพันธ์ สราวุธ มันตายห่าไปนานแล้ว

นี่ คุณจงรัก เข้าข่ายมาตรา 157 นะ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เข้าข่ายมาตรา 200 จงใจ กล่าวหาคนอื่น ให้ได้รับโทษรุนแรง โดยที่ไม่ผิด ผมไม่ได้หวังให้ คุณจงรัก มาขอโทษหรอก เพราะคนอย่าง คุณจงรัก ไม่มียางอายพอ จะมาขอโทษใคร

ผมจะบอกพี่น้องว่า นี่ไง ให้หยุดสนุกสนาน กับเรื่องที่ผม พูดจา สักพัก ลองคิด ในมุมกลับ ถ้า คุณพีระพันธ์ ไม่ได้เป็น รัฐมนตรียุติธรรม และ คุณพีระพันธ์ ไม่มีความกล้าหาญพอ จะมาสอบสวน เรื่องนี้ สราวุธ ติดคุกหัวโตเลย นี่เข้าข่าย ปั้นพยานนะ ปั้นพยาน ให้ร้าย สราวุธนะ แล้ว กรณีพันธมิตรฯ ละ พวกมึง ปั้นพยาน มากี่คนวะ

เห็นหรือยัง พี่น้อง นี่คือ ตำรวจไทย นี่คือ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ คนที่อยากเป็น ผบ.ตร. ใจแทบขาด คนที่รับใช้ สมัคร สุนทรเวช เต็มที่ เพื่อที่ จะมา สลาย พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย

พี่น้องที่ฟังรายการนี้ พูดกันต่อๆไป อย่าได้ลืมคนชื่อ จงรัก จุฑานนท์ ถ้าใครเอาคนนี้ ขึ้นเป็น ผบ.ตร. เรายอมไหม (ไม่ยอม) ถ้าต้องออกมา ท้องถนน ออกไหม (ออก)

พี่น้อง ถ้านายจงรัก ต้องขึ้นมาเป็น ผบ.ตร. พวกเราให้ สัตยาบันกัน เราจะออกมา นอกท้องถนน กลัวไหมกลัว (ไม่กลัว) ใครคิดจะเอา นายจงรัก เป็น ผบ.ตร. ต้องเจอ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย แล้วจากนี้ไป นายจงรัก พูดอะไร เหมือนกับ การผายลม

พี่น้อง ไม่ใช่เรื่องเล่น นะ พี่น้อง คุณพีระพันธุ์ เอาเรื่องนี้มาพูด กับ คุณจงรัก กล่าวหา นายสราวุธเนี่ย มันทำให้ผม อึ้งไปตั้งนานนะ ผมบอกมิน่าล่ะ สังคมไทย มันถึงตกต่ำขนาดนี้ เพราะเรามี ตำรวจแบบนี้ พี่น้อง แล้วระบอบทักษิณ ตั้งแต่ปี 2544 จนปัจจุบัน สร้างตำรวจแบบนี้ ขึ้นมามาก เหลือเกิน พี่น้อง น่ากลัวมาก

พี่น้อง ผมจะพูดถึงเรื่อง ผับซานติก้า ให้พี่น้องฟัง พี่น้องครับ ตามผมมา ผับซานติก้านั้น ดูให้ดีๆ คือ แบบจำลองย่อของ ประเทศไทยพี่น้อง เพราะมันเต็มไปด้วย ความชั่ว พี่น้อง

ไอ้ผับระยำเนี่ยนะ ก่อสร้างผิดกฎหมาย ใบอนุญาต ถูกปลอมลายเซ็นโดย วิศวกร ภาษีอากร ไม่เคยเสีย เป็นศูนย์กลาง ค้ายาเสพติด ของลูกอดีต ผู้ยิ่งใหญ่ในประเทศไทย ที่ไม่อยู่ตอนนี้

ตำรวจให้การคุ้มครองสถานที่ ที่กฎหมายระบุว่า จุได้ไม่เกิน 500-600 คน จุเข้าไป 2,000 กว่าคน พอมีการตาย 66 ศพ วิ่งเต้นเอาเงิน ยัดตำรวจ เพื่อให้ตำรวจเป่าคดี ไปทางอื่น นี่คือรูปแบบย่อของ ประเทศไทย พี่น้องครับ

เพราะฉะนั้นแล้ว เราสู้มานี่ผิดมั้ย ถูกต้องทุกอย่างพี่น้อง ทุกวัน จะมีเรื่องมีราวที่พิสูจน์ ให้เห็นชัด ว่าสิ่งที่เราสู้มานั้นไม่เคยผิดเลย ใช่ ไม่ใช่ พี่น้อง คุณจงรัก วันนี้ต้องเปลี่ยนนามสกุลแล้ว เป็น จงรัก ซานติก้า

พี่น้องครับ ผมมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะเบรก เบรกแรก คือเรื่องคำพูดของ นายทักษิณ ชินวัตร ที่พูดเรื่องคำว่า “เด็กสองคน” จะทำให้ เศรษฐกิจตกต่ำ

พี่น้องครับ พี่น้องรู้หรือเปล่าว่าในโลกนี้ ผู้นำยุคใหม่ อายุ 40 กว่า ทั้งนั้นเลย

บารัก โอบามา
ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน อังกฤษ อายุน้อยกว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นรุ่นน้อง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ ออกซ์ฟอร์ด
คุณกรณ์ จาติกวณิช 45


มีแต่ ไอ้เฒ่า เพราะกินข้าว แก่เพราะอยู่นาน ที่ไม่มีประโยชน์ แล้วมา ขากถุย ในสภา ถ้าจะแก่จะเฒ่า ทำประโยชน์อย่าง ไอ้แก่ คนนี้สิ อย่าไป ขากถุย ในเรื่องที่ตัวเองไม่รู้

พี่น้องฟังให้ดีๆ ระบอบทักษิณ นี่น่ากลัวมากพี่น้อง เขาดูถูก คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ คุณกรณ์ จาติกวณิช เพราะมันมีเหตุ ปัจจัย 3 ด้าน เขาเห็นว่า

ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก ตกหมด เพราะฉะนั้นแล้ว ประชาธิปัตย์ ก็จะมีคะแนนนิยมลดลง เขาปั่นป่วน ทางการเมืองด้วย เสื้อแดง เพื่อ ลดความ น่าเชื่อถือ และ ความเชื่อมั่น ในทางเศรษฐกิจ ในทางสากล และ กดดันให้ รัฐบาลไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ในฐานอำนาจของ ระบอบทักษิณ ที่สำคัญ คือ เขามีการวางเครือข่าย ระบอบทักษิณ ในอำนาจรัฐ

วันนี้ผมขอพูดถึง เครือข่ายเขา นิดหนึ่ง เครือข่ายเขา มีอยู่ 3 อำนาจ

อำนาจแรก คือ อำนาจพรรคร่วมรัฐบาล ที่ยังแอบตีสองหน้า กับ รัฐบาลชุดนี้ และ ก็ทักษิณ พี่น้อง สมัยหนึ่ง นายพินิจ จารุสมบัติ ยุคหนึ่ง ที่อ้างว่า ตัวเองนั้น ไม่เอา ทักษิณ ตอนหลัง การยึดอำนาจ 19 กันยาฯ พูดกับทุกคนว่า ไม่เอาทักษิณ แต่พี่น้องรู้มั้ย แอบไปหา ทักษิณ และ ไปรายงาน ทักษิณ ว่าฝ่ายนี้ คิดยังไงๆๆ ลักษณะอย่าง พินิจ จารุสมบัติ มีเยอะมาก พี่น้อง มีมาก

ทักษิณ นี่ได้วางยาเอาไว้กับ กลุ่มคุณเนวิน เขาวางยาเอาไว้ยังไง พี่น้อง เขาพูดยังไง เขาบอก เนวิน นั้น อย่าไปโกรธ เนวิน ผมเอง เป็นคนส่ง เนวิน เข้าไป เขาพูดอย่างนี้ เขาพูดอย่างนี้เพื่ออะไร พี่น้องรู้เปล่า ไม่ใช่ระแวง พี่น้อง เปิดประตูใบหนึ่ง แล้วส่งสัญญาณ บอก เนวิน เฮ้ย มึงจะกลับเมื่อไร ก็ได้นะ เข้าใจหรือยัง พี่น้อง เห็นหรือยัง คือเปิดประตูไว้ บานหนึ่ง เหมือนกับพูดกับ ทุกคนว่า เฮ้ยอย่าไปโกรธ เนวิน มัน จะสังเกตดูให้ดีๆ เพราะฉะนั้น แล้ว วันนี้ กลุ่มเนวิน ก็เลยขี่ประชาธิปัตย์ เห็นหรือยังพี่น้อง

อำนาจที่ 2 คือ อำนาจราชการของ ระบอบทักษิณ ที่ยังมี เครือข่ายวางยา อำนาจรัฐบาล อยู่ ตำรวจ ไงล่ะเป็นตัวอย่าง ที่เห็นชัด ใช่ ไม่ใช่ พี่น้อง อดพูดถึง คุณจงรัก ซานติก้า ไม่ได้

พี่น้องจำได้หรือเปล่า ตอนที่ พวกเสื้อแดง เดินจากสนามหลวงมา แล้วมาตีเราครั้งแรก แล้วตำรวจอ้างว่า ที่กันไม่ได้ เพราะอะไร เขาบอกว่า เสื้อแดง มาเป็นหมื่นๆ ตำรวจเขา มีไม่กี่ร้อยคน เขาห้ามไม่ได้ คุณจงรัก นี่เป็นคนแปลก เป็นถึง พลตำรวจเอก แต่สอบตกเลข เวลามองเสื้อแดง บอกหมื่นๆ ทั้งๆ ที่มีแค่พัน สองพัน แต่พอมอง พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย บอกว่า มีไม่กี่ร้อยกี่พันคน เอง แปลกจริงๆ เพราะฉะนั้น แล้วจะเห็นได้ชัด

อำนาจที่ 3 คือ อำนาจของ บอร์ดรัฐวิสาหกิจ ซึ่งยังมี เครือข่ายของ ระบอบทักษิณ อยู่ทั่วไป วันนี้ผมจะยกตัวอย่าง เรื่องเงินคงคลัง พี่น้อง

เงินคงคลัง คือเงินที่อยู่ใน กระเป๋าเรา เงินคงคลัง หมายความว่านี่ล่ะคือ เงินที่เหลือเอาไว้ใช้ เงินคงคลัง นั้นมีความไม่แน่นอน สุดแล้วแต่ว่า วันนี้ วันที่ 6 เมื่อ ปลายเดือน 31 เงินคงคลัง ในกระเป๋านี้ อาจจะมีสัก 20 ใบ แต่ใช้ไปเรื่อยๆ เงินคงคลัง ก็ลด

สักพักหนึ่ง แม่ยกพันธมิตรฯ สงสาร ใส่ซอง มาให้ เงินคงคลัง ก็เพิ่ม พอเพิ่ม ก็เอาไปจ่าย เอาไปจ่าย ค่านมลูกของ แอน จินดารัตน์ ยกตัวอย่าง ให้ฟัง ง่ายๆ นะ หรือว่า เอาไปจ่ายค่าไปหาหมอของ แอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์ เพื่อเช็กว่า ท้องหรือเปล่า

เพราะฉะนั้นแล้ว เงินคงคลัง ก็เลยไม่อยู่ แล้วแต่ใช้ เงินคงคลัง ของประเทศ ได้มาจากไหนล่ะ รายได้จาก ภาษีอากร ประเทศไทย มี รายได้ อย่างเดียว ที่เข้า กระทรวงการคลัง ก็คือจาก ภาษีอากร ภาษีสรรพสามิต

เอาล่ะ ข่าวมาบอกว่ารัฐบาลถังแตก เพราะมีเงินคงคลัง เหลือแค่ 5 หมื่นกว่าล้าน เดี๋ยวผม จะเล่าให้ฟังว่า เงินคงคลัง เป็นยังไง พี่น้อง

สมัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ตั้งแต่ ธันวาคม ปี 39 ถึง พฤศจิกาฯ ปี 40 มีเงินคงคลัง สูงสุด 313,828 ล้าน แปลว่าอะไร ในช่วงเวลาๆ หนึ่ง จะมี เงินสด อยู่ในมือรัฐบาล ถึง 3 แสนล้าน และ ในขณะเดียวกัน ในช่วงเวลาๆ หนึ่ง มีเงินคงคลังต่ำสุด เมื่อพ้นจากตำแหน่ง ก็คือ 247,847 ล้าน

เอาละ มา รัฐบาล คุณชวน หลีกภัย ชุดที่ 2 ธันวาคม 40 – พฤศจิกายน 43 มีเงินคงคลัง สูงสุด 252,000 ล้าน และ ต่ำสุด 37,200 ล้าน ไม่เป็นไรต่อไป พอมาถึง

ชุดทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลทักษิณ 1 ทักษิณ 2 กุมภาพันธ์ 44 – กันยายน 49 มีเงินคงคลัง สูงสุด 147,200 ล้าน และ มีเงินคงคลังต่ำสุด 12,200 ล้าน ใช่ไหม เพราะฉะนั้นแล้ว

มาชุดของ สมัคร สุนทรเวช เงินคงคลัง สูงสุด 188,900 ล้าน ต่ำสุด 54,500 ล้าน

รัฐบาลชุด นายสมชาย เงินคงคลังสูงสุด 229,000 ล้าน ต่ำสุด 91,000 ล้าน

แปลว่าอะไร แปลว่า การที่จะมีเงินคงคลัง ต่ำถึง 40,000 – 50,000 ล้าน เรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เรามาดู เหตุผลของ การโจมตี ครั้งนี้ โจมตีบน พื้นฐานของ ความไม่รู้ของคน ก็เข้าใจว่า รัฐบาลประชาธิปัตย์ บริหารชาติ จนเจ๊ง จนไม่มีเงินเหลือ เหลือแค่ 50,000 กว่าล้าน

ถ้าไม่ใช่ นักศึกษา มหาวิทยาลัยราชดำเนิน ก็จะเชื่อคำพูดนี้ แต่ถ้าเป็น นักศึกษาราชดำเนิน นักศึกษา ต้องถามตัวเอง

ประการแรก อภิสิทธิ์ เพิ่งเข้ามาได้ 2 อาทิตย์ ไอ้เงินคงคลัง ที่มันเหลือมาจาก ยุค นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เงินคงคลัง ที่ปรากฏอยู่ ออกมาเป็น ข่าวนั้น เป็นผลจาก การคำนวณ เงินคงคลังของ เดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม


พี่น้องเอ๊ยย นายอภิสิทธิ์ เพิ่งได้เข้ามา บริหารจริงๆ ก็คือ ต้นเดือนมกราคม เลยเดือน มกราคมไปกลางเดือน นอกนั้นเป็นของ นายสมชาย วงส์สวัสดิ์ แล้วไอ้ที่เหลืออยู่ 50,000 ล้าน มันเหลือจาก อะไรละ

เก็บภาษีไม่เข้าเป้า ภาษีอะไร ที่ไม่เข้าเป้าเยอะที่สุด ภาษีน้ำมัน ไงเล่า มันลดไง จำได้หรือเปล่า มันลด เพื่อที่จะเอาใจ พ่อแม่พี่น้อง แล้วมันก็มา สะท้อนคืน ในเงินคงคลัง ที่เหลือ เข้าใจหรือยัง

เหมือนกับพี่น้อง เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว แล้ววันนึง พี่น้องอยากเชียร์ คนข้างๆร้าน ให้รักพี่น้อง พี่น้อง ก็บอกว่า 10 วันนี้ แหลกฟรี แหลกฟรี ก็แหลก ไป 10 วัน วันนึงอากง กลับมาจาก ซัวเถา ก็บอกว่า เงินมึง หายไปไหน 12,000 บาท ผมไปให้เขาแหลกฟรี แหลกฟรี มา 10 วัน ฉันใดฉันนั้น

เหมือนมีอยู่ พรรคนึง จำได้หรือเปล่าพี่น้อง ไอ้ประเภท ลดราคา เพื่อเอาใจประชาชน รัฐบาลชุดไหน ก็ไม่เก่งเท่า รัฐบาลชุด ทักษิณ ชินวัตร แต่ว่าเป็น การลดราคา เพื่อหวังผล พี่น้องจำได้ไหม มันเคยมีสวนสนุก ที่แถวรัชดา จำได้หรือเปล่า แล้วพี่น้องจำได้ไหมว่า ไอ้รถไฟฟ้าใต้ดิน มันให้นั่งฟรี จำได้ไหม มันนั่งฟรี ช่วงไหน ช่วงที่ สวนสนุกมีอยู่ และ สวนสนุกนั้น ใครเป็นเจ้าของ โอ๊ค พานทองแท้ เห็นหรือยัง คือของแบบนี้ มึงหลอกใครหลอกได้ แต่อย่ามาหลอก พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย

อีกตัวหนึ่ง คือ ปลัดกระทรวงการคลัง คนนี้ มันเสือกขยันเกินเหตุ ขยันยังไงพี่น้อง ผลประกอบการของ รัฐบาล เก็บภาษีไม่เข้าเป้า เหมือนกับว่า อาตี๋ขายก๋วยเตี๋ยว เคยได้ เดือนละ 30,000 เดือนนี้ได้ 15,000 ไม่เข้าเป้า พอไม่เข้าเป้าแล้ว ปรากฏว่า มีหนี้ ที่จะต้องจ่าย อาตี๋แทนที่จะบอกหนี้ รอไว้หน่อย ไปคืนเดือนหน้า อาตี๋ไม่ อาตี๋บอกว่า มึงรีบมาเลย ทั้งๆที่ เขาไม่ได้เดือดร้อน หรือ เขาเดือดร้อน แต่ว่าไม่ใช่วิสัยทัศน์ ของคนที่ค้าขาย จะต้องไปคืน

แปลว่าอะไร แปลว่า กรมสรรพากร คืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ เกือบ 20,000 ล้าน ทั้งๆที่รายได้ เก็บไม่เข้าเป้า คิดเป็นอัตราส่วน เปรียบเทียบกัน การคืนภาษีอากร ของกรมสรรพากร ปีนี้ เดือนนี้ กับ ปีที่แล้ว เดือนนี้ 12 เดือนที่แล้ว ปีนี้คืนเพิ่มให้ ตั้งเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ ทั้งๆ ที่ รายได้ ไม่เข้าเป้า แล้วพี่น้องทุกคน มีปัญหาสรรพากร ทั้งนั้น สรรพากร มันคืนเงินให้ พี่น้อง ง่ายหรือเปล่า ไม่มี

เพราะฉะนั้น มันมีข้อสงสัยว่า มันเป็นการคืนให้กับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่เป็นลม ประเภท ยอดการส่งออก ที่เป็นลม เข้าใจไหม ส่งตู้คอนเทนเนอร์ ไปเมืองนอก แต่ในตู้ มีแต่ลม แล้วอ้างว่า ส่งไปมูลค่าเท่านี้ ขอเรียกคืนภาษี ไม่มีการตรวจสอบ นี่คือฝีมือของ นายศุภรัตน์ จำได้หรือเปล่า พี่น้อง

ผมเคยพูดถึง นายศุภรัตน์ ว่าอย่างไร นี่คือ ปลัดกระทรวงการคลัง ในระบอบทักษิณ เห็นไหม มาถล่มทำลาย เด็ก 2 คน คนหนึ่งคือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนหนึ่ง คือ กรณ์ จาติกวณิช

มันไม่ใช่ผู้ใหญ่เลว ผู้ใหญ่ลิ้นสองแฉก พี่น้องครับ แล้วพี่น้องสังเกตไหม ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ รัฐวิสาหกิจทุกแห่ง ขอเงินรัฐบาล หมดเลย ขอกู้มา 500,000 ล้านบาท ร้อยปีพันปี ในสมัย สมัคร สมชาย มันเคยขอไหม เสือกมาขอกัน ตอนนี้ เพราะอะไร ทำให้เหมือนกับว่า วิกฤตเศรษฐกิจ มันจะทำให้ รัฐบาล ต้องเจ๊งแน่นอนแล้ว

รัฐวิสาหกิจ ก็ต้องการเงิน เงินคงคลัง ก็ต่ำ ทั้งๆที่ผิดประเด็น ก็เลยมาเป็นที่มา ของ เด็ก 2 คน จะทำให้ วิกฤตตกต่ำ เสร็จแล้ว นายโอฬาร ไชยประวัติ เสือกออกมาบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบ 4 เปอร์เซ็นต์ มันบ้าไปแล้ว พี่น้อง อำนาจ วาสนา ผลประโยชน์ มันทำให้ คนมันตาบอดได้ คนที่เคยเป็น รองผู้ว่าแบงก์ชาติ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยพาณิชย์ เสียผู้เสียคน เมื่อมาเป็น ประธานสภา มหาวิทยาลัย ชินวัตร ชินวัตรยูนิเวอร์ซิตี แล้วได้รับแต่งตั้งเป็น รองนายกรัฐมนตรี ก็เลยออกมา ปกป้อง แล้ว ก็ทำลาย ฝ่ายตรงกันข้าม โดยที่ละทิ้ง จิตวิญญาณ ของ นักวิชาการ ที่แท้จริง


เพราะฉะนั้นแล้ว ทุกๆวันที่เกิดขึ้น พี่น้องต้องเข้าใจนะว่า มันเป็นเรื่องของ มายาภาพ เป็นเรื่องของ เล่ห์กล เป็นเรื่องของ การวางหมาก กันทั้งสิ้น พี่น้องเห็นอะไร อย่าพึ่งเชื่อ ได้ยินอะไร อย่าพึ่งเห็นด้วย นอกจากฟัง สนธิ ลิ้มทองกุล พูดก่อน คุณชมพู บอก กูนึกแล้วเชียว ต้องพูดคำนี้ ทีกูซื้อหวยไม่ถูก พี่น้องครับ ขอพักสักครู่ได้ไหม ให้น้องแอน มาโชว์ความอ้วน พร้อมกับ น้องแอร์ 2 คน ขัดตาทัพไปก่อน


ช่วงที่ 2


พี่น้องครับ เดี๋ยวผมพูดจบแล้ว สัญญากับผม หน่อย อย่าเพิ่งรีบกลับกันเยอะนัก คุณมาลีรัตน์ กำลังรอพูดอยู่ เพราะว่า ข้อมูลหลายๆ คน ก็ดีพอๆ กัน

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2552 การชุมนุมของ คนเสื้อแดง ที่สนามหลวง เขามีการ จัดกิจกรรม ที่หมิ่นเหม่ และ จาบจ้วง บุคคลชั้นสูง ของบ้านเรา เขามีรูปอยู่ 7 รูป พี่น้อง เขาติดรูปไว้ 7 รูปเลยนะ

สิ่งหนึ่ง 193 วัน ที่เราทำมานั้น ไม่มีใครทำได้ เสื้�แดง ก็ทำไม่ได้พี่น้�ง ในขณะที่ กินเนส เวิลด์��ฟเรคค�ร์ด ลงประวัติเราว่า เป็น การประท้วง ที่ยาวที่สุดในโลก นานที่สุดในโลก เขาก็ลงประวัติ เสื้�แดง ว่าเป็นการประท้วง ที่สั้นที่สุดในโลก

สิ่งหนึ่ง 193 วัน ที่เราทำมานั้น ไม่มีใครทำได้ เสื้อแดง ก็ทำไม่ได้พี่น้อง ในขณะที่ กินเนส เวิลด์ออฟเรคคอร์ด ลงประวัติเราว่า เป็น การประท้วง ที่ยาวที่สุดในโลก นานที่สุดในโลก เขาก็ลงประวัติ เสื้อแดง ว่าเป็นการประท้วง ที่สั้นที่สุดในโลก


รูปหนึ่งคือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ติดเอาไว้เพื่อเอาไข่ขว้าง
รูปที่ 2 คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
รูปที่ 3 คือนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ
รูปที่ 4 คือนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
รูปที่ 5 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี
รูปที่ 6 รูปที่ 7 เป็นภาพเขียน รูปผี เขียนว่า “แม่นาก และ ผัวแม่นาก” พี่น้องคงเดาออกว่า นัยของไอ้คนชั่ว คนหนักแผ่นดินพวกนี้ มันหมายถึงใคร


พี่น้องครับ นอกจากนั้นแล้ว ยังมี การจัดเต็นท์ ให้ลงชื่อ ถวายฎีกา ยกเลิก กฎหมาย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112 คนที่เป็น ตัวตั้งตัวตี ชื่อ นายใจ อึ๊งภากรณ์

พี่น้อง พวกนี้ใช้พื้นฐานของ สิทธิเสรีภาพ โดยซ่อนนัยออกมา การยกเลิก มาตรา 112 แท้ที่จริงคือ กระบวนการเริ่มต้น การล้มล้าง สถาบันกษัตริย์ ครับ

พี่น้องเห็น ภาพยนตร์ตลก นายบีน ใช่มั้ย ที่มันล้อเลียน สมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธ เราอยากให ้สังคมไทย เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า นี่คือแม่ของเรา สมเด็จพระนางเจ้าฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คือพ่อของเรา การที่มาอ้างว่า การที่มี มาตรา 112 นั้น ถ้าไม่ยกเลิก กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นั้น เป็นการ จำกัด สิทธิเสรีภาพทางความคิด ของ นักวิชาการ ผมอยากจะให้ส้นตีนพวกมัน

ความคิดสร้างสรรค์ ทางวิชาการ มันเกี่ยวอะไรกับ การที่เปิดโอกาสให้ พวกมึง มาจาบจ้วง และ พูดถึง ในหลวง และ ราชินี ได้ทุกแง่ทุกมุม โดย ไม่ผิดกฎหมาย ถ้าเขาด่าพ่อแม่มึง มึงพอใจมั้ย นายใจ อาจจะพอใจก็ได้ ใช่มั้ยพี่น้อง

เพราะฉะนั้นแล้ว แนวรุกของพวกนี้ เป็นแนวรุก ที่เสริมประสานกับ เสื้อแดง และ เสริมประสานกับ พรรคเพื่อไทย และ เสริมประสานกับ ทักษิณ ชินวัตร จริงๆ เป็นแนวร่วมแนวเดียวกันหมดเลย เข้าไปสู่เป้าหมาย จุดมุ่งหมาย เดียวกัน พี่น้อง

พี่น้อง ที่ผมเสียใจที่สุด คือเรามีคนที่อ้างตัวเป็น นักวิชาการ แล้วมาร่วมเซ็นชื่อ คนอย่าง นายนิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ ไอ้คนที่ ทิ้งเมียตัวเอง แล้วไปมีชู้ สุชาดา จักรพิสุทธิ์ ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ที่เขาเรียก ไอ้ยิ้ม อาจารย์ประจำ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ คนๆ นี้ คือ คนไปประกันตัว ยัยดา ตอร์ปิโด ไง เห็นมั้ย รศ.สมเกียรติ ตั้งมะโน มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ก็มันชื่อ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน มันถึงไม่เคยเห็น แสงตะวันไง พี่น้อง มันถึงโง่เหมือนความมืด ของมันไง

นายธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อาจารย์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สุรัสวดี หุ่นพยนต์ ผศ.ภัสทิญา สิริบวรพิพัฒน์ รศ.ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วไอ้เสื้อแดง ที่เป็นเหตุ ให้พวกคุณ มีความคิด ทางวิชาการเยอะ แล้วเดินไปตบหน้า อาจารย์ที่ม หาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ คณะเศรษฐศาสตร์ มช. มีความเห็นว่า อย่างไร ผศ.อัจฉริยา เนตรเชย มหาวิทยาลัยนเรศวร ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี มหาวิทยาลัยมหิดล อนันต์ กาญจนพันธ์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชัยยันต์ รัชชกูล สอนอะไร รู้มั้ย Institute of Religion Culture and Peace สถาบันศาสนาวัฒนธรรม และสันติภาพ พายัพ ถ้าคุณสอน เรื่องศาสนา สอน เรื่องวัฒนธรรม คุณยังเสือก ไม่เข้าใจ ความสำคัญของ สถาบันกษัตริย์ แล้ว คุณมาเสือกสอน คณะนี้ได้ยังไง

ชัยยันต์ รัชชกูล มหาวิทยาลัยพายัพ น่าเสียใจมาก นายธนพัฒน์ มั่นศิลป์ ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา รศ.สุชาย ตรีรัตน์ อาจารย์ประจำ ภาควิชา การปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พวงทอง ภวคพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ชลิตา บัณฑุวงศ์ นี่มาไกลเลย เป็น นักศึกษา ปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยฮาวาย ที่เกาะมานัว อนุสรณ์ อุณโณ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน คณะโบราณคดี นายจอน อึ๊งภากรณ์ พี่ชาย นายใจ อึ๊งภากรณ์ ซึ่งเป็น กรรมการของ โทรทัศน์ทีพีบีเอส กรรมการบริหาร

เอกศักดิ์ ยุกตนันท์ ภาควิชา ปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น คนเรียน ทางศาสนาปรัชญายังเสือก ไม่เข้าใจ ความสำคัญ ของสถาบัน เห็นหรือยังพี่น้อง มีหมอหลง เข้ามา 2 คน แพทย์หญิงวรรณา วิภาสวัชรโยธิน นายแพทย์วิบูลย์ วิภาสวัชรโยธิน ผัวเมียคู่นี้ ที่เสียใจมากอะไรรู้มั้ย พล.อ.เจอ โพธิ์ศรีนาค พ.ต.อ.อำพล ค้ำชู พล.ต.ต.ณรงค์ วิทยารักษ์ ผมไม่เข้าใจ ทหารที่เป็นถึง พลเอก ได้รับพระราชทานยศ จาก องค์พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พล.ต.กฤษฎี เสนาพลสิทธิ์ นายเชษฐา พวงหัตถ์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ ศิลปากร

พี่น้อง วันนี้เราต้องมาพูด เรื่องนี้กัน ความจริงแล้ว นายใจ ทำเรื่องที่ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เยอะเหลือเกิน นายใจ เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่มีการ ยึดอำนาจ เขาออกมา ชูอะไรรู้มั้ย No Coup ไม่เอาปฏิวัติ No Thaksin ไม่เอาทักษิณ

แต่วันที่ 31 มกราคม นายใจ ขึ้นเวที เชิดชู ทักษิณ เป็นพ่อ นายใจ กับ นายเหวง ไม่ได้ต่างอะไรกันเลยใช่ไหมพี่น้อง คนอิ๊บอ๋ายแบบนี้ พี่น้องดู มันไปสอนเด็กมันได้ยังไง พี่น้อง ผมอยากจะถามคำพูดนี้ ถามไปที่ทุกๆ คนที่อยู่ในแผ่นดินนี้

เรายอมรับไหมว่า สถาบันกษัตริย์ เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของ สังคมไทย เป็นศูนย์กลาง ที่จะดึงดูด ความสามัคคีความเมตตา ทศพิธราชธรรม ของ พระองค์ท่าน ทำมา ตั้ง 50-60 ปีแล้ว ท่านปกครองแผ่นดิน โดยธรรม ท่านปกครอง ตั้งแต่ท่านยังเด็ก จนกระทั่งท่าน อายุ 80 กว่า แล้ว

คุณจะให้ท่านไปเดินตาม ท้องทุ่งท้องนา ต่อไปได้อย่างไร แต่ท่านเป็น ศูนย์รวมจิตวิญญาณ และ ก็ ราชอาณาจักรไทย คือ ราชอาณาจักร ของ คนไทย และ สังคมไทย ที่มีสถาบันกษัตริย์ เป็นสถาบันที่สูงสุด

รัฐธรรมนูญ ก็ยังระบุชัด มิน่า มันถึงต้องการแก้ แม้กระทั่ง รัฐธรรมนูญ ที่จะยกเลิก หมวดกษัตริย์ ยกเลิก หมวดองคมนตรี เห็นหรือยังพี่น้อง ผมก็เลย อยากจะถาม แล้วผมถามมานานแล้ว ตั้งแต่ผมสู้มา และ พี่น้องร่วมสู้กับผม ว่า

สรุปแล้ว ใครเอา พระเจ้าอยู่หัวยืนข้างนี้ ใครไม่เอาพระเจ้าอยู่หัว มึงออกไปเลย ไม่เคยเปลี่ยนจุดยืนนี้ ไม่เคยเปลี่ยน ผมถามถึง ผู้บริหาร มหาวิทยาลัย ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จุฬาฯ

จุฬาฯ นี่เป็น มหาวิทยาลัย เหมือนมหาวิทยาลัย ของเจ้าเลย รัชกาลที่ 5 ตั้ง พระราชทาน ที่ให้อยู่กัน เงินทองเยอะแยะไ ปหมดมาพัฒนา มีสยามสแควร์ ทั้งอัน ยกให้ เอาไปทำมาหากิน มีรายได้มาก ก็เอาเงินนี้มาสนับสนุน จุฬาฯ สนับสนุนให้ จุฬาฯ เจริญ ให้จุฬาฯ มี ตึกรามบ้านช่อง ให้จุฬาฯ มีเงินมีทอง มาลงทุน ในการวิจัย มาลงทุน ในอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ มีทุกอย่าง พระองค์ท่าน ทำหมดทุกอย่าง เพื่อให้ พวกคุณ บางคน มาจาบจ้วง แล ะล้มกษัตริย์

นายใจ อึ๊งภากรณ์ หรือใครก็ตาม ที่คิดจะล้ม มาตรา 112 แท้ที่จริงแล้ว ต่อไป ก็คือ การล้ม สถาบันกษัตริย์ นั่นเอง คุณไม่ควรที่อยู่ใน สถาบันการศึกษา มาสอนหนังสือ คุณแยกไปซิ คุณไปที่โน่น ไปที่ นายคุณ ที่คุณเทิดทูน ไปที่เกาะกงไป ไปตั้งให้ ทักษิณ ตั้งยูนิเวอร์ซิตี ออฟ เกาะกง แล้วก็ไปสอนเลย ว่าระบบกษัตริย์ไม่ดีอย่างไร คุณไปสอนที่นั่น คุณอย่ามาอยู่ใน เมืองไทย ให้หนักแผ่นดิน พี่น้อง นายใจ ยังเขียนอะไร อีกเยอะแยะนะ ที่หมิ่น พระเจ้าอยู่หัว อย่างหนักหนาสาหัส แล้วมันขึ้นบนเวทีเสื้อแดง เมื่อวันที่ 31 เทิดทูน ทักษิณ เทิดทูน คนเสื้อแดง คุณจะ เคียดแค้น อะไรกันนักกันหนา

บอกผมหน่อยซิ พ่อคุณ ดร.ป๋วย สร้างชื่อให้กับ สังคมไทย มามากมาย แต่คุณกำลังทำลาย ชื่อเสียงพ่อคุณ ให้พังพินาศไป พี่น้องเห็นหรือยัง นี่คืออันหนึ่ง

สำหรับ นายจักรภพ เพ็ญเเข ผมอยากจะถาม ก็ทนไม่ได้ ต้องถามกลับ จงรัก จุฑานนท์ ว่าทีคดีหมิ่นของ สนธิ ที่เอา ดา ตอร์ปิโด มาเล่าให้ฟัง ว่า หมิ่นอย่างไร คุณสั่งฟ้องไปแล้ว คุณมอบตัวผมให้ อัยการแล้ว คุณเรียบร้อยแล้ว คดีวีระอยู่ไหน คดีจักรภพ อยู่ไหน คดีอีกหลายคดีอยู่ไหน นี่คือจงรัก ณ ซานติก้า

พี่น้องครับ จำได้หรือเปล่า ผมไปพูดที่ สระบุรี ผมบอกว่า สงครามประชาชน เริ่มแล้ว ผมจะพูดก่อน ที่จะมีเรื่องเกิดขึ้น ทุกครั้ง และ ผมจะบอก พ่อแม่พี่น้อง อย่างหนึ่ง ผมจะฝากไปถึง พ่อแม่พี่น้อง ที่ เพชรบุรี ปราณบุรี สมุทรสาคร แม่กลอง ให้เตรียมตัวไว้

ผมขอร้อง ถ้าเมื่อใด พวกเสื้อแดง เดินขบวน เพื่อที่จะเข้าไปสู่ หัวหิน เพื่อไปป่วน การประชุมซัมมิท งานต้องเข้า เพชรบุรี ปราณบุรี แม่กลอง สมุทรสาคร ประจวบฯ ต้องอย่าให้ พวกเสื้อแดง เข้าไปใน หัวหิน เพื่อระคายเคือง เบื้องพระยุคลบาท เป็นอันขาด และ ต้องไปอย่างไรเป็นกันพี่น้อง พี่น้อง เพชรบุรี ปราณบุรี ประจวบ ราชบุรี แม่กลอง มหาชัย เตรียมตัว ประสานงานกันไว้ เมื่อไหร่ ก็ตาม ไอ้สามเกลอหัวขวด พาพลพรรคเสื้อแดง เดินไปเมื่อไหร่ พี่น้อง ระดมคนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ราชบังลังก์ ไปบล็อกมัน ทันที ไม่ต้องกลัวมัน อะไรจะเกิด ก็ให้มันเกิด พี่น้อง

พี่น้อง วันนี้เป็นวันที่ อีแอบทั้งหลาย โผล่มาหมดแล้ว การประชุมสัมมนา ของพรรคเพื่อไทย ที่เขาใหญ่ เห็นหน้าตากันหมด พี่น้อง คนอย่าง ทนง พิทยะ กำลังถูกเสนอให้เป็น หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทุกคนพูดถึง การต่อสู้ระยะยาว ทุกคนพูดถึง โอกาสที่จะกลับมา มีอำนาจ ทุกคนพูดถึง การต่อสู้ ที่ในที่สุดแล้ว จะต้องได้รับชัยชนะ ทุกคนพูดถึง คำพูดของ นายทักษิณ ชินวัตร ที่พูดถึง การที่จะกลับมาสู้ ไม่ยอมแพ้ และ ขอกลับมาเป็น นายกฯ

พี่น้อง เด๊ยวเจ๊ๆ ถ้าจะปล่อย สัตว์เลื้อยคลาน หันไปข้างหลังโน่น มันกระโดด ใส่ตัวผม พี่น้อง คนเราผิดสัญญาได้ เพราะว่าสัญญา นั้น เปลี่ยนแปลง ไป ตามเงื่อนไข ที่เปลี่ยนแปลง แต่ผิดสัจจะ ไม่ได้ใช่ไหม พี่น้อง

3 พฤศจิกายน 49 นายนพดล ปัทมะ สัมภาษณ์ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็อาจจะยุติ บทบาททางการเมือง เนื่องจาก ครอบครัวอยากให้ หยุดเล่นการเมือง อยู่แล้ว

15 มกราคม 50 นายทักษิณ สัมภาษณ์ CNN จากนี้ไป จะขอกลับมาเป็น ชาวบ้านธรรมดา ทำงานเพื่อสังคม ไม่คิด กลับมาเล่นการเมืองอีก

22 มกราคม 50 ไม่ต้องการ จะกลับมาเล่นการเมือง ในอนาคต เพราะประกาศวางมือ ชัดเจนแล้ว

25 มกราคม 50 ผมเลิกเล่นการเมืองแล้ว ไม่ต้องวิตก

12 กุมภาพันธ์ 50 ผมไม่สนใจ ที่จะกลับไปทำธุรกิจ หรือ เล่นการเมือง

2 มีนาคม 50 ผมไม่มีความทะเยอทะยาน ที่จะหวนคืน สู่การเมืองอีก การรับใช้ประเทศชาติ มา 6 ปี นับว่าเพียงพอแล้ว สำหรับผม

14 มีนาคม 50 ขอยืนยันอีกครั้งว่า คุณทักษิณ วางมือทางการเมืองแน่นอน จากปาก ของ นายนพดล ปัทมะ จึงไม่มีความจำเป็น ต้องมาเล่นการเมืองอีก ถึงแม้ผมจะถอย จากการเมืองแล้ว แต่ในฐานะ ที่เคยได้รับไว้วางใจ ก็จะฝากพี่น้องอดทน ช่วยกัน ส่งเสียลูกหลาน ให้เรียนหนังสือ มีความรู้ สอนให้เป็น คนดี (อย่าเป็นอย่างผม)

16 พฤษภาคม 50 ที่ผ่านมา เท่าที่คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกอบกับ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ ก็ชัดเจนว่า จะวางมือทางการเมือง

17 พฤษภาคม 50 ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอส ผมยืนยันว่า วางมือทางการเมือง แน่นอน และ พร้อมจะให้ความร่วมมือ ทุกอย่าง

31 พฤษภาคม 50 ถึงแม้ว่า ผมจะประกาศวางมือ ทางการเมือง ก่อนหน้านี้ ผมอยากจะ เรียกร้อง ให้สมาชิกทั้งหลาย ได้รวมตัว ดำเนินกิจกรรม ทางการเมือง เพื่อประโยชน์ของประชาชน และ ประเทศชาติต่อไป

7 มิถุนายน 50 จากนั้น ผมจะกลับไปช่วยเหลือประเทศ ในฐานะ ประชาชนธรรมดา หลังจาก ผมเกษียณทางการเมือง

15 มิถุนายน 50 ผมประกาศ เลิกเล่นทางการเมือง ไปแล้ว

5 กรกฎาคม 50 จะไม่หวน กลับไปเล่นการเมือง

29 กรกฎาคม 50 ไม่มีแผน จะไปเล่นการเมือง ในประเทศไทยอีก

28 ตุลาคม 50 การให้คำปรึกษาให้ได้ แต่ว่าการเมืองผมไม่เล่น

7 ธันวาคม 50 สัมภาษณ์ สำนักข่าวรอยเตอร์ ผมไม่ต้องการ จะกลับมาเป็นนายกฯ อีก มันมากไปแล้ว ภรรยาผม จะหย่า ถ้าผมกลับไป เล่นการเมืองอีก

25 ธันวาคม 50 การเดินทางกลับ ดังกล่าว ไม่ใช่เป็นการกลับไป เพื่อเล่นการเมืองอีก ต้องการกลับมาใช้ชีวิต อย่างพลเรือนสามัญ

2 มกราคม 51 จะวางมือ ทางการเมือง 100 เปอร์เซ็นต์ จะคอย ให้คำปรึกษา

25 กุมภาพันธ์ 51 นายนพดล พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศวางมือ ทางการเมืองไปแล้ว การจะกลับมา ก็เพื่อต่อสู้คดีเท่านั้น

27 กุมภาพันธ์ 51 เลิกแล้วจ๊ะ ถอยดีกว่า อยู้บ้านกอดเมีย โดยยืนยันว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับ การเมืองเด็ดขาด

4 มีนาคม 51 ให้สัมภาษณ์นิตยสาร ไฟแนนเชียลไทมส์ จะไม่กลับมา เล่นการเมือง

17 มีนาคม 51 ให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนต่างประเทศ 10 สำนักข่าว ไม่ต้องการกลับเข้ามา เล่นการเมืองอีก เพราะ ภรรยา และครอบครัว ขอร้อง


ถุย นี่ไง ไอ้คนที่มันพยายาม ยุพวกไทยรักไทยให้สู้ ผมจะกลับมาเป็น นายกฯ อีกครั้งหนึ่ง มันลืมแม้กระทั่ง น้ำลาย ที่มันถุยลงพื้นดิน ว่ามันถุย อะไรไว้มั่ง ไอ้คนอย่างนี้ เจ๊เงียบๆ ใจเย็นๆ ถ้าเจ๊ดังอย่างนี้ ผมไม่พูดต่อนะ ไอ้คนประเภทนี้ ยังมีหน้า มาบอกให้ พลพรรคมัน ว่า ถ้าเป็น เสือหิว ต้องทนหิว อย่าว่าแต่หิวเลย พวกมึงธรรมดา แดก ก็ยังไม่พอจะแดก อยู่แล้ว โทษนะ พูดหยาบหน่อยนะ แดกไม่รู้จักอิ่ม กินเท่าไหร่ ก็ไม่รู้จักพอ พี่น้องเห็นหรือยัง


ด้วยเหตุนี้ กระบวนการเสื้อแดง กระบวนการ จักรภพ เพ็ญแข ขบวนการ ในสภา โยงไปจนถึง ขบวนการพรรคเพื่อไทย ไอ้พวก อีแอบ ทั้งหลาย ออกมาหมดแล้ว

ตอนนี้ นายใจ อึ๊งภากรณ์ ใครจะไปคิดถึง ลูกชาย ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ขึ้นเวทีเชียร์ทักษิณ ท่ามกลางเสื้อแดง บอกผมเมื่อ 3 ปี ที่แล้ว ตีให้ตาย ผมยังไม่เชื่อเลย อาจารย์มหาวิทยาลัย นายพลเอก นายพันเอก ร่วมเซ็นชื่อ ยกเลิกมาตรา 112 ซ้ายอกหัก ซ้ายคอมมิวนิสต์ ที่ต้องการ ล้มล้าง สถาบัน ผสมผสาน อยู่ที่สัมมนา ที่เขาใหญ่ หมดเลยทุกคน ทุกคนโผล่หน้ามา

เห็นตัวตนที่แท้จริง เป็นการชุมนุม พวกสัตว์เลื้อยสัตว์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แล้วพี่น้องคิดว่า บ้านเมืองเรา จะสงบเหรอ ไม่สงบ พี่น้อง มันจะสงบ ได้ยังไง แต่อย่างน้อย พี่น้องต้องรู้ ว่า

ขณะนี้ ถ้าเราถอย แม้แต่ก้าวเดียว ถ้าเราท้อ แม้แต่อึดใจเดียว เราแพ้ ต้องไม่ถอยและไม่ท้อ นอกจาก ไม่ถอย ไม่ท้อแล้ว ยังต้องฮึกเหิม พร้อมที่จะ ออก ทุกเมื่อ มีการเป่านกหวีด และ ออกมาทั่วประเทศไทย นี่ไม่ได้ยุให้ออกนะ แต่ให้ เตรียมความพร้อมไว้ ใครที่อ้วน ไปลดความอ้วน ซะ ออกสู่ ถนน งวดนี้ ผู้หญิงพันธมิตรฯ ต้องทรวดทรงสเลนเดอร์ ทุกคน รวมทั้ง พิธีกร ด้วย พี่น้อง

พี่น้องครับ มีเรื่องที่จะต้องพูด อีกมากมาย อีกเยอะแยะไปหมด ผมคิดว่า ผมจะทำหน้าที่ ในการเล่าเรื่องราวต่างๆ เพื่อให้พี่น้อง ได้รับทราบ พี่น้อง อย่าทอดทิ้ง ซึ่งกันและกัน ผมพูดมานานแล้ว เราเป็นครอบครัวเดียวกัน เราเป็น ครอบครัวพันธมิตรฯ

สิ่งหนึ่ง ที่เขากลัวเรา ที่ระบอบทักษิณกลัวเรา ที่ทุกๆ คนกลัวเรา ก็เพราะว่า เราเป็นครอบครัวเดียวกัน พี่น้อง อย่าแตกแยกกัน พี่น้อง ที่อยู่ ต่างจังหวัด พี่น้อง ที่อยู่ อเมริกา ถ้าพูดถึง เรื่องส่วนรวม ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ราชบัลลังก์แล้ว ต้องมีเป้าเดียวกันหมด ทิ้งความเป็น อคติ ไม่ชอบเป็นส่วนตัว ไว้ข้างๆ ตัว แล้วจับมือกัน เพื่อเดินหน้ากันต่อไป

เชื่อผมพี่น้อง เรื่องพวกนี้ ไม่ใช่ทำกันง่ายๆ แต่เราทำสำเร็จแล้ว 193 วัน หลอมพวกเรา เข้ามาหาสู่กัน พี่น้อง อย่าเพิ่งแตกกระจายกัน เป็นชิ้นเป็นอัน ขอให้เป็น เหล็กสแตนเลส ที่แข็งแกร่ง

ถ้าเป็นเหล็กแท่ง ก็เป็น เหล็กแท่งเดียวกัน ไม่มีตำหนิ ถ้าเป็นเหล็กกลม ก็เป็นเหล็กกลม ที่กลม ไม่มีรอยเบี้ยว พี่น้องต้องจำเอาไว้ สิ่งหนึ่ง 193 วัน ที่เราทำมานั้น ไม่มีใครทำได้ เสื้อแดง ก็ทำไม่ได้พี่น้อง ในขณะที่ กินเนส เวิลด์ออฟเรคคอร์ด ลงประวัติเราว่า เป็น การประท้วง ที่ยาวที่สุดในโลก นานที่สุดในโลก เขาก็ลงประวัติ เสื้อแดง ว่าเป็นการประท้วง ที่สั้นที่สุดในโลก

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2552 06:51 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000014255


พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” แฉ 3 เครือข่ายหนุน “นช.แม้ว” จวก “จงรัก” ขายวิญญาณให้ “ทักษิณ”


ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

January 14, 2009

แค่ ถอดยศ “นช.ทักษิณ” จะเป็น จะตาย กันเชียวหรือ?


แค่ถอดยศ “ทักษิณ”…จะเป็นจะตายกันเชียวหรือ?

ไม่น่าเชื่อว่า แค่เห็น “กองวินัย” ชง เรื่องถอดยศ “พ.ต.ท.”ของ “ทักษิณ” เหล่าคนรอบข้าง ทั้งอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย ทั้งแกนนำพรรคเพื่อไทย ทั้งทีมกฎหมาย ของ “นายใหญ่” ต่างพากันโวยวาย


รับไม่ได้ที่ “นาย” จะเหลือคำนำหน้า แค่ “นาย” ทั้งที่รู้ว่า พฤติกรรม และ ความผิดของ “นาย” เข้าข่าย ต้องถูก ถอดยศ อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็ยังพาล หาเหตุมาอ้าง และ ปกป้อง “นาย” อย่างไม่ลืมหูลืมตา ลองมาดูกันว่า เหตุผลที่ คนเหล่านี้ ยกขึ้นมาอ้าง มีอะไรบ้าง และ ฝ่ายต่างๆ ในสังคม มองเรื่อง การถอดยศ ทักษิณ และ การยึด เครื่องราชอิสริยาภรณ์ คืน จาก นักโทษหนีคดี ผู้นี้ อย่างไร


คลิกที่นี่ เพื่อฟัง รายงานพิเศษ
จาก manager multimedia


คงยังจำกันได้ถึง วันประวัติศาสตร์ ที่เปลี่ยนสถานะของ อดีตนายกฯ อย่าง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร จาก “จำเลย” ในคดี ซื้อที่ดินย่านรัชดาฯ มาเป็น “นักโทษ” ที่หนีคำพิพากษาจำคุก 2 ปี

วันนั้น 21 ต.ค. 2551 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษา ชี้ความผิด ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่รู้เห็นเป็นใจ และ ใช้ตำแหน่ง นายกฯ เอื้อให้ คุณหญิงพจมาน ภริยา (จำเลยในคดีนี้เช่นกัน) ซื้อที่ดิน ย่านรัชดาฯ จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และ พัฒนา ระบบสถาบัน การเงิน ในราคาต่ำ

ม็บรักทักษิณ ถืป้ายเหน็บแนมศาล ที่หน้าศาลฎีกาฯ วันพิพากษา คดีซื้ที่รัชดาฯ (21 ต.ค.51)

ม็อบรักทักษิณ ถือป้ายเหน็บแนมศาล ที่หน้าศาลฎีกาฯ วันพิพากษา คดีซื้อที่รัชดาฯ (21 ต.ค.51)


โดยศาลฎีกาฯ ระบุว่า “ขณะนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ เป็น นายกฯ มีอำนาจบารมี เหนือ รัฐมนตรี และ มีอำนาจทาง การเมือง สูง อีกทั้งฐานะ การเงิน มั่งคั่ง ซึ่งตามหลักธรรมาธิบาล แล้ว นายกฯ ภริยา หรือ บุตร ไม่สมควรเข้าไป ประมูลซื้อที่ดิน ดังกล่าว เพราะการซื้อได้ราคาต่ำ ส่งผลให้ กองทุนฯ มีรายได้ น้อยลง

ขณะที่ คุณหญิงพจมาน (จำเลยที่ 2) ก็มี ผู้รู้จัก จำนวนมาก ประกอบกับ ข้าราชการ มีค่านิยม จำนนต่อผู้มีบารมีสูง นอกจากนั้น ยังอยู่ในฐานะที่อาจ ให้คุณให้โทษ ทางราชการได้ และ เมื่อปรากฏว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้บัตรประจำตำแหน่งนายกฯ ลงนามยินยอมให้ คุณหญิง พจมาน ทำสัญญา ซื้อขายที่ดิน ย่อมถือได้ว่าเป็นการเข้าทำสัญญา ด้วยตัวเอง ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา 100(1) วรรคสาม

ส่วนที่ พ.ต.ท. ทักษิณ อ้างว่า การลงชื่อยินยอม เป็นเพียงการทำ ตามระเบียบราชการ แต่ พ.ต.ท. ทักษิณ ก็ไม่มีหลักฐานมาแสดง ให้เห็นว่า ไม่มีส่วน รู้เห็น ต่อการซื้อขายแต่อย่างใด องค์คณะ จึงมีมติ 5 ต่อ 4 เห็นว่า พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วย ป.ป.ช.มาตรา 100(1) วรรคสาม และ ต้องรับโทษตามมาตรา 122”

ศาลฎีกาฯ ยังระบุถึงเหตุผล ที่ไม่รอ การลงโทษจำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยว่า “ขณะเกิดเหตุ จำเลย เป็น นายกฯ ได้รับมอบหมายให้ บริหารราชการ แผ่นดิน เพื่อประโยชน์สูงสุด แก่ ทางราชการ และ ประชาชน แต่ จำเลย กลับฝ่าฝืนกฎหมาย ทั้งที่เป็น หัวหน้ารัฐบาล ต้องกระทำตัว ให้เป็น แบบอย่าง ที่ดี ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์ ประพฤติตนในสิ่งที่ดีงาม ตามจริยธรรม ของ นักการเมือง ให้เหมาะสม กับที่ ได้รับความไว้วางใจใน ตำแหน่งหน้าที่ อันสำคญยิ่ง จึงไม่สมควร รอการลงโทษ พิพากษาให้ จำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี”

ปกติแล้ว เมื่อ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาว่าอย่างไร จะถือเป็นที่สุด จำเลย ไม่มีสิทธิ์ อุทธรณ์ใดใดอีก แต่เพราะ รัฐธรรมนูญ ปี 2550 (มาตรา 238 วรรค 3) เปิดช่องให้ จำเลย อุทธรณ์ได้ หากมี “พยานหลักฐานใหม่ ที่อาจทำให้ ข้อเท็จจริง เปลี่ยนแปลงไป ในสาระสำคัญ”

พ.ต.ท.ทักษิณ จึงมีเวลา อุทธรณ์ 30 วัน แต่เมื่อครบกำหนด 19 พ.ย. เขาก็ไม่ใช้สิทธิอุทธรณ์นั้น อาจเพราะจำนนด้วย หลักฐาน และ ไม่มี พยานหลักฐานใหม่ ที่จะมา อุทธรณ์ นั่นเอง!

การที่ พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นถึง อดีตนายกฯ แต่กลับใช้ตำแหน่งนั้น ในทางมิชอบ ด้วยการเอื้อประโยชน์ให้ บุคคลในครอบครัว กระทั่งถูก ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก ส่งผลให้ พ.ต.ท. ทักษิณ ไม่เหลือเครดิตอีกต่อไป

ขนาด ประเทศอังกฤษ ยังประกาศ ถอนวีซ่าของ พ.ต.ท. ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ไม่ให้เดินทางเข้าประเทศอีก ขณะที่ในไทยเอง ก็เริ่ม มีเสียงเรียกร้อง ว่า เมื่อ พ.ต.ท. ทักษิณ ทำให้เสื่อมเสียเกียรติภูมิ ของตำแหน่งนายกฯ แล้ว เขายังสมควร จะได้ครอง “เครื่องราชอิสริยาภรณ์” ที่ได้รับพระราชทานในฐานะ นายกฯ อยู่อีกหรือ ถึงเวลาที่จะต้อง ยึดคืนเครื่องราชฯ เหล่านั้นหรือยัง และ การที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ครองยศ ตำรวจ อยู่ด้วย แต่กลับประพฤติตน ไม่เหมาะสมแก่ เกียรติศักดิ์ ของ ตำรวจ กระทำการมิชอบจนถูก ศาลพิพากษา จำคุก เท่ากับนำความเสื่อมเสียมาสู่ วงการตำรวจนั้น ยังสมควรจะ ครองยศ “พ.ต.ท.” อยู่อีกหรือไม่?

ซึ่งสื่อหลายสำนักได้ค้น ระเบียบ-กฎหมาย เกี่ยวกับการยึดคืนเครื่องราชฯ และ การถอดยศตำรวจ มาตีแผ่ให้สังคม ได้ทราบว่า กรณีของ พ.ต.ท. ทักษิณ เข้าเงื่อนไขดังกล่าว หรือไม่ ซึ่งปรากฏว่า เข้าทั้ง 2 กรณี

โดยกรณีของ การยึดคืนเครื่องราชฯ นั้น มีระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วย การขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาต เรียกคืน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548 ซึ่ง พ.ต.ท. ทักษิณ ในฐานะนายกฯ ขณะนั้น เป็นผู้ลงนามเอง เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2548 ( ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 18 ส.ค. 2548 )

ซึ่งระเบียบดังกล่าวได้กำหนด เงื่อนไขไว้ 8 ข้อ ที่เข้าข่ายต้องเรียกคืน เครื่องราชฯ ประกอบด้วย

(1) เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ ประหารชีวิต
(2) เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ จำคุก เว้นแต่ในความผิด อันได้กระทำ โดยประมาท หรือ ความผิดลหุโทษ
(3) เป็นผู้ต้องคำพิพากษาหรือ คำสั่งของศาล ให้ทรัพย์สิน ตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือมี ทรัพย์สิน เพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือเพราะ กระทำความผิด ตามกฎหมายว่าด้วย การป้องกัน และ ปราบปราม การฟอกเงิน
(4) เป็นผู้ถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือ ให้ออก เพราะกระทำผิดวินัย ตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการพลเรือน หรือ ตามกฎหมาย อื่น โดยคำสั่ง อันถึงที่สุด
(5) เป็นผู้ถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือ ให้ออก เพราะกระทำผิดวินัย จาก รัฐวิสาหกิจ หรือ หน่วยงานอื่น ของรัฐ โดยคำสั่งอันถึงที่สุด
(6) เป็นผู้ถูกถอดถอน ออกจากตำแหน่ง ที่ดำรงอยู่ เพราะมี พฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำความผิดต่อ ตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่า กระทำความผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ ในการยุติธรรม หรือ จงใจ ใช้อำนาจหน้าที่ ขัดต่อ รัฐธรรมนูญ หรือ กฎหมาย
(7) เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุด ให้เป็น บุคคลล้มละลาย ทุจริต ตามกฎหมาย ว่าด้วยล้มละลาย
(8 ) เป็นผู้ประพฤติตน ไม่สมเกียรติ หรือนำเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ไปใช้ ในกรณีไม่สมควร

ซึ่งชัดเจนว่า กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าข่าย ข้อ 2 อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ จำคุก และ ดีไม่ดี อีกหน่อย อาจจะเข้าข่าย ข้อ 3 ด้วย ถ้า ศาลฎีกาฯ พิพากษาให ้ยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ฐานร่ำรวยผิดปกติ

เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้จะมีเสียงเรียกร้องให้ ผู้เกี่ยวข้อง ดำเนินการถอดยศ และ ยึดคืนเครื่องราชฯ จาก พ.ต.ท. ทักษิณ แต่เรื่องก็เงียบในสมัย รัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขย พ.ต.ท. ทักษิณ กระทั่ง เปลี่ยนรัฐบาลมาเป็น รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงเริ่มมีความคืบหน้าบ้างแล้ว ในส่วนของ การถอดยศ

พล.ต.�.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ชี้ การถ�ดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเรื่�งละเ�ียด�่�น ต้�งพิจารณา�ย่างร�บค�บ

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ชี้ การถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

โดยเมื่อ วันที่ 8 ม.ค. พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผู้บังคับการ กองวินัย เผยว่า กองวินัย ได้ตรวจสอบแล้ว พบว่า กรณีของ พ.ต.ท. ทักษิณ เข้าเงื่อนไข องค์ประกอบ ตามระเบียบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วย การถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2547 เนื่องจาก ถูกศาลพิพากษาจำคุก และ คดีถึงที่สุดแล้ว จึงได้ส่งเรื่องไปยัง กองกำลังพล เมื่อวันที่ 5 ม.ค. และว่า ขั้นตอนต่อไป ทาง กองกำลังพล จะต้องประมวลเรื่อง เพื่อเสนอไปยัง พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาดำเนินการ ถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ ต่อไป

ด้าน พล.ต.ต. ชนาภัทร เชยสมบัติ ผู้บังคับการ กองกำลังพล บอกว่า ได้รับเรื่องจาก กองวินัย แล้วเมื่อ วันที่ 7 ม.ค. และ ว่า กองกำลังพล ต้องนำมา พิจารณาประมวลว่า กรณีดังกล่าว เข้าระเบียบเกี่ยวกับ กำลังพล หรือไม่

โดย กองกำลังพล จะทำไปตามขั้นตอน พร้อมยืนยันว่า จะไม่มีการยื้อ หรือ ประวิงเวลา แต่ขอเวลา ประมวลเรื่อง 1-2 วัน จากนั้น จะเสนอ พล.ต.อ. พัชรวาท เพื่อพิจารณา ดำเนินการ ตามขั้นตอนต่อไป

ขณะที่ พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดูเหมือนจะหนักใจ กับเรื่อง การถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ โดยบอกว่า ยังไม่เห็น เรื่องนี้ เสนอขึ้นมา และ ว่า เรื่องนี้เป็น เรื่องละเอียดอ่อน ต้องให้ เจ้าหน้าที่ ไปพิจารณา ทุกแง่ทุกมุม ให้เกิดความชัดเจน ต้องดูเจตนาของ ระเบียบ และ รายละเอียดของระเบียบว่า เขียนไว้อย่างไร ซึ่งเจ้าหน้าที่ ต้องพิจารณา อย่างรอบคอบที่สุด

วิชิต ปลั่งศรีสกุล ทนายความข�ง พ.ต.ท.ทักษิณ �้าง การถ�ดยศทักษิณ เป็นการจ�งเวรไม่เลิก

วิชิต ปลั่งศรีสกุล ทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ อ้าง การถอดยศทักษิณ เป็นการจองเวรไม่เลิก


ทั้งนี้ หลังมีข่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมพิจารณาเรื่อง ถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ ปรากฏว่า ทีมทนาย และ โฆษกส่วนตัว ของ พ.ต.ท. ทักษิณ รวมทั้ง ส.ส. พรรคเพื่อไทย ต่างอยู่ไม่เป็นสุข และ พร้อมใจกัน ออกมาโวยวาย แทน พ.ต.ท. ทักษิณ โดย

นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตแกนนำ พรรคไทยรักไทย ปัจจุบันเป็น ทนายความ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ รีบออกมาบอกว่า การจะถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ เหมือนเป็นการ จองเวร พ.ต.ท. ทักษิณ ไม่เลิก พร้อมอ้างว่า เรื่องนี้ ฝ่ายกฎหมาย ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ได้ตรวจสอบ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และ ระเบียบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้ว พบว่า เจตนารมณ์ของกฎหมาย เรื่องการถอดยศนายตำรวจ นั้น เพื่อใช้ดำเนินการกับ ตำรวจ ที่ได้สร้าง ความเสียหาย เสื่อมเสียแก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยสร้างความเสียหายให้ สตช. ซ้ำยังสร้าง ความดีงามให้ สตช. มากมาย

นายวิชิต ยังชี้ ด้วยว่า คดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกศาลสั่งจำคุก ไม่ใช่ คดีอาญา ปกติ แต่เป็น คดีการเมือง ซึ่งที่ผ่านมา ไม่ปรากฏว่า มีใครถูก ถอดยศ จาก คดีการเมือง นายวิชิต ยังตั้งข้อสังเกต การเดินหน้า เรื่องถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ ด้วยว่า เพราะตำรวจ ที่ดำเนินการเรื่องนี้ (พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผบก.กองวินัย) นามสกุลเดียวกับ นักการเมืองใหญ่ใน พรรคประชาธิปัตย์ ใช่หรือไม่

นพดล ปัทมะ �ดีตที่ปรึกษากฎหมายข�ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชี้ การถ�ดยศ เท่ากับต้�งการไล่บดขยี้ให้ พ.ต.ท.ทักษิณหมดหนทางต่�สู้

นพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชี้ การถอดยศ เท่ากับต้องการไล่บดขยี้ให้ พ.ต.ท.ทักษิณหมดหนทางต่อสู้


ด้าน นายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่า พล.ต.ต.ปัญญา เป็นญาติกับตนจริง แต่ที่ผ่านมาไม่เคยสั่ง หรือ ขอร้องให้ ดำเนินการเรื่องนี้ พร้อมยืนยัน พล.ต.ต.ปัญญา ไม่เคยมาปรึกษา ดังนั้น จึงไม่ใช่ การกลั่นแกล้ง ทางการเมือง แน่นอน

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ก็ยืนยันว่า การพิจารณา ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเรื่องของฝ่าย ที่ต้องดำเนินการ ตามระเบียบ ไม่ได้มี การส่งสัญญาณใดใด ทั้งสิ้น และ ไม่ทราบว่า เรื่องนี้จะได้ข้อยุติอย่างไร ส่วนความเป็นไปได้ ในการขอคืน เครื่องราชฯ จาก พ.ต.ท. ทักษิณ นั้น นายอภิสิทธิ์ บอกว่า ยังไม่เห็นเรื่อง แต่ทุกอย่าง ต้องเป็นไปตามระเบียบ ระเบียบว่าอย่างไร ก็เอาตามนั้น ไม่มีการละเว้น และ กลั่นแกล้ง

ด้าน นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ออกมาปกป้องนาย โดยข้องใจว่า ระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรื่องการถอดยศ มีการบังคับใช้อย่างเสมอภาคหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา ไม่เห็นเคยมีข่าวการถอดยศตำรวจ ทั้งที่บางคนกระทำผิดร้ายแรงกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อีก

ขณะที่ นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมาย ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ก็รีบออกมาชี้เช่นกันว่า การที่ ตำรวจ จะพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ เห็นชัดเจนว่า ต้องการไล่บดขยี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้หมดหนทางต่อสู้ ซึ่งถือว่า ไม่เหมาะสม เพราะ พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นถึง อดีตนายกฯ เคยทำ คุณประโยชน์มากมาย ให้บ้านเมือง นายนพดล ยังฝากถึง ตำรวจ และ ผู้มีอิทธิพลทางการเมือง ในขณะนี้ ด้วยว่า “คนล้มอย่าข้าม”

ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่�ไทย เตรียมถาม รัฐบาล จะแก้ปัญหา�ย่างไร ถ้าคนรักทักษิณ ไม่พ�ใจ การถ�ดยศ

ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เตรียมถาม รัฐบาล จะแก้ปัญหาอย่างไร ถ้าคนรักทักษิณ ไม่พอใจ การถอดยศ


ด้าน ร.ต.ท. เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ก็ได้เตรียม ยื่นกระทู้ถาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ในการประชุมสภา สมัยสามัญ ที่จะมีขึ้น ในวันที่ 21 ม.ค. นี้ โดย 1 ใน 3 ประเด็น ที่ ร.ต.ท.เชาวริน จะถาม ก็คือ รัฐบาล จะแก้ปัญหาอย่างไร หากการถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ ส่งผลให้ ประชาชนที่ยัง รักและศรัทธา ต่อผลงานของ อดีตนายกฯ ทักษิณ ออกมาประท้วง หรือ แสดงความไม่เห็นด้วย กับ การดำเนินการ ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ขณะที่ ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส. สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ก็พูดถึง การเสนอถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ ว่า แม้ในระเบียบ สามารถกระทำได้ แต่ที่ผ่านมา ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งนี้ ร.ต.อ. เฉลิม อ้างว่า การถอดยศ จะทำได้กับ ตำรวจ ที่ยังรับราชการอยู่ เท่านั้น โดยประพฤติชั่วร้าย หรือ เป็นเรื่องทุจริต ต้องจำคุก แต่กรณี ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ได้ออกจากราชการ มานานกว่า 30 ปีแล้ว และที่สำคัญ ร.ต.อ. เฉลิม ย้ำว่า คำสั่งของ ศาลฎีกาฯ ในคดีทุจริต ซื้อขายที่ดินรัชดาฯ ไม่เข้าข่าย ที่จะนำมากล่าวอ้างว่า มีการกระทำทุจริต

ร.ต.อ. เฉลิม ยังชี้ด้วยว่า หากรัฐบาล ดำเนินการ เรื่องถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ จะถือเป็นการเลือกปฏิบัติ ใช้อารมณ์กลั่นแกล้ง และ จะยิ่งสร้าง ความแตกแยก ให้บ้านเมืองมากขึ้น เพราะเมื่อเทียบกับ กรณีของ พล.ต.ท. ชลอ เกิดเทศ (ผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่า แม่ลูก ตระกูลศรีธนะขันฑ์ ที่ศาลอุทธรณ์ ตัดสินประหารชีวิต) และ นายตำรวจคนอื่นๆ ที่ถูกจำคุก นานถึง 14 ปี กลับไม่มีการถอดยศ

ร.ต.�.เฉลิม �ยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่�ไทย บิดเบื�นข้�เท็จจริง ด้วยการ�้างว่า การถ�ดยศ จะทำเฉพาะกับ ตร.ในราชการ เท่านั้น

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย บิดเบือนข้อเท็จจริง ด้วยการอ้างว่า การถอดยศ จะทำเฉพาะกับ ตร.ในราชการ เท่านั้น


ทั้งนี้ หากพิจารณาคำอ้างของ ร.ต.อ. เฉลิม ที่ว่า “การถอดยศตำรวจ จะทำกับตำรวจ ที่ยังรับราชการอยู่เท่านั้น” จะพบว่า เป็นการอ้างเท็จ เพราะระเบียบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วย การถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2547 ที่ออกตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 สมัย พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ เป็น ผบ.ตร. ระบุไว้ชัดว่า การเสนอถอดยศสามารถ ดำเนินการได้ ทั้งกับ ผู้ที่อยู่ในราชการตำรวจ และ ที่พ้นจาก ราชการตำรวจ ไปแล้ว โดยกำหนดเงื่อนไข การกระทำ ที่เข้าข่ายถูกเสนอถอดยศไว้ 7 ข้อ ประกอบด้วย

(1) ต้องคำพิพากษาของศาล ถึงที่สุด ว่าทุจริตต่อหน้าที่ราชการ แม้ศาลจะ พิพากษารอการกำหนดโทษ หรือ กำหนดโทษ แต่รอการลงโทษไว้ ก็ตาม
(2) ต้องคำพิพากษาของศาล ถึงที่สุด ให้ลงโทษจำคุก หรือ โทษที่หนักกว่า จำคุก เว้นแต่ ความผิดลหุโทษ หรือ ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
(3) ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด ให้เป็นบุคคลล้มละลาย เพราะก่อให้เกิดหนี้สินขึ้น โดยทุจริต
(4) กระทำผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และ มีคำสั่งลงโทษไล่ออก จากราชการ
(5) ประพฤติชั่วร้ายแรง สำหรับผู้ที่มิได้อยู่ในราชการ หรือ หน่วยงานของรัฐ
(6) ต้องหาในคดีอาญา แล้วหลบหนีไป สำหรับผู้ที่มิได้อยู่ในราชการ หรือ หน่วยงานของรัฐ
(7) ถูกสั่งให้ออกจากราชการ เพราะขาดคุณสมบัติ มาตั้งแต่ก่อนได้รับการบรรจุเป็น ข้าราชการตำรวจ

ซึ่งชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าข่ายถูกถอดยศ ทั้งตามข้อ 2 และข้อ 6 คือ ต้องคำพิพากษาของศาล ถึงที่สุดให้ ลงโทษจำคุก และ ต้องหาใน คดีอาญา แล้วหลบหนีไป

การกล่าวอ้างของ ร.ต.อ.เฉลิม จึงเข้าข่ายเจตนา บิดเบือนข้อเท็จจริง ต่อสาธารณชน เพียงเพื่อปกป้อง หรือ ช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ เท่านั้น


เห็นปฏิกิริยาของ บรรดาแกนนำ พรรคเพื่อไทย และ คนรอบข้าง พ.ต.ท. ทักษิณ แล้ว ลองมาฟังมุมมองของ ฝ่ายอื่นๆ ในสังคมกันบ้างว่า จะรู้สึกอย่างไรกับ การถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ รวมถึง การยึดคืน เครื่องราชฯ ด้วย

พล.ต.ท. สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ให้สัมภาษณ์ วิทยุผู้จัดการ โดยยืนยันว่า พ.ต.ท. ทักษิณ สมควรถูกถอดยศ เพราะเข้าหลักเกณฑ์ ระเบียบของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชัดเจน ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ และ หากผู้เกี่ยวข้อง ไม่ดำเนินการ ก็จะถูกดำเนินคดี ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ หาก ผบ.ตร. ไม่ดำเนินการ ผบ.ตร. ก็อาจจะต้องติดคุกแทน

เมื่อเข้าหลักเกณฑ์แล้ว เจ้าหน้าที่เขาไม่ทำเนี่ย เขาก็มีความผิด และ เขาก็ต้อง ถูกออกจากราชการ และ เขาก็ต้องถูก ดำเนินคดี ละเว้นการปฏิบัติ ตามหน้าที่

(ถาม – แต่ดูเหมือนสุ้มเสียง ของ พล.ต.อ. พัชรวาท จะค่อนข้างหนักใจ บอกว่า เรื่องนี้ละเอียดอ่อน ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ?)


ไม่มีคำว่า ละเอียดอ่อน หรอกครับ มียศแบบนี้ แล้วผิดระเบียบอย่างนี้ มันไม่ใช่เรื่องละเอียดอ่อน ถ้า ท่านพัชรวาท ไม่ดำเนินการ พัชรวาท ก็เข้าคุกแทน ถูกมั้ย ชัดเจนอยู่แล้ว ผมไม่ได้มองคำว่า ละเอียดอ่อน เลย

พงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ข้�งใจ มีการเลื�กปฏิบัติกับ พ.ต.ท.ทักษิณหรื�ไม่ในการถ�ดยศ

พงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ข้องใจ มีการเลือกปฏิบัติกับ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ในการถอดยศ


(ถาม – คุณพงศ์เทพ โฆษกส่วนตัว คุณทักษิณ บอกว่า ที่ผ่านมา เห็นตำรวจ ทำผิดร้ายแรงกว่า คุณทักษิณ ไม่เห็นถูกถอดยศเลย?)


ต้องคดีสิ้นสุดนะ อย่างคุณทักษิณ คดีเรื่องนี้เนี่ย มันสิ้นสุดไปแล้ว


(ถาม – มีคนยกตัวอย่างว่า ทำไม พล.ต.ท ชลอ เกิดเทศ ถึงไม่ถูกถอด?)


อันนี้คดียังไม่สิ้นสุดฮะ อันนี้ ไม่ต้องมาเปรียบเทียบเลย เรื่องนี้ยังไม่สิ้นสุด


(ถาม – บางคนบอกว่า เพราะคุณทักษิณถูกจับตา อยู่ในความสนใจ ก็เลยต้องถอดยศใช่มั้ย?)


ผมว่า ข้อที่ 1 มันเป็นระเบียบ ข้อที่ 2 การเป็นนายกฯ ก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีด้วย ถ้าหากว่าคนดังๆ ไม่ทำเป็นตัวอย่าง ก็ทำให้คนอื่นๆ ที่เป็น ข้าราชการ เนี่ย ก็ งั้นก็ไม่เป็นไร! มันก็เป็นมาตรการหนึ่ง ที่จะลงโทษ คนที่เป็นข้าราชการ อยู่ใน พ.ร.บ. ตำรวจ ได้เห็นว่า ถ้าเราทำผิดติดคุกไป เราก็ถูกถอดยศ อย่างนี้แหละ


ส่วนทางด้าน สภาทนายความ ซึ่งเคยออกแถลงการณ์ ก่อนหน้านี้ ว่า หากคดีซื้อที่รัชดาฯ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกพิพากษาจำคุก 2 ปี ถึงที่สุดแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องดำเนินการ ปลด และ ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้ง สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก็ต้องเรียกคืน เครื่องราชฯ ทั้งหมดที่ พ.ต.ท. ทักษิณได้รับ กลับคืนโดยเร็วนั้น


ล่าสุด แหล่งข่าวจาก สภาทนายความ ก็ยืนยันว่า การถอดยศ และ การยึดคืน เครื่องราชฯ จาก พ.ต.ท. ทักษิณ ถือเป็น การดำเนินการ ตามกฎหมาย ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ ตามที่บางฝ่ายกล่าวอ้าง ดังนั้น ผู้เกี่ยวข้อง ที่ต้องดำเนินการ ไม่ควรยื้อเวลา พิจารณาเรื่องนี้ หาไม่แล้ว จะโดนกฎหมาย เล่นงาน เสียเองได้


“คำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เป็นหน้าที่ กฎหมายบังคับให้ปฏิบัติ คงไม่ใช่เลือกปฏิบัติ เพราะข้อเท็จจริง มันประจักษ์ชัด นี่ไม่ใช่เฉพาะ ตำรวจ สำนักเลขาธิการ ครม. ก็ต้องถอด เครื่องราชอิสริยาภรณ์

(ถาม-กังวลมั้ย เพราะสุ้มเสียงของท่าน พัชรวาท บอกว่า เรื่องนี้เป็น เรื่องละเอียดอ่อน เราต้องพิจารณา อย่างรอบคอบ?)

มันเป็นข้อพิจารณา ของผู้มีหน้าที่ดำเนินการ ตามกฎหมาย จะใช้เวลาเท่าไหร่ ใช้เวลานานเกินไป มันก็ทำให้ มีข้อพิรุธ แต่ถ้าเป็นเรื่องของ การพิจารณาโดยหลักการ และ เหตุผล ก็ว่ากันไป ดูว่ามีอะไร ถ้ายังไม่ตัดสินใจ จะตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมา กลั่นกรอง ก็ว่ากันไป

(ถาม-ทางอดีต แกนนำไทยรักไทย บอกว่า เพราะ ผู้บังคับการ กองวินัย นามสกุล “เอ่งฉ้วน”ใช่มั้ย?)

ถ้าเขาไม่ทำ (ไม่ถอดยศ)สิ เขาจะผิด ไปอ่านกฎหมายดูให้ดี จะ ทักษิณ ชินวัตร หรือใคร ถ้าในอดีต เขาไม่เคยทำ (ผิด) เขาเคยปลดมั้ย จะ “เอ่งฉ้วน” หรือ อะไร ผมคิดว่า ก็เลี่ยงไม่ได้ เพราะถ้าไม่ทำ เขาจะโดน กฎหมายเล่นงาน”

แหล่งข่าวจาก สภาทนายความ ยังเชื่อด้วยว่า การถอดยศ และ การยึดคืน เครื่องราชฯ จาก พ.ต.ท. ทักษิณ จะไม่เป็นเงื่อนไข ที่นำไปสู่ความรุนแรง จากกลุ่ม นปช. หรือ คนเสื้อแดง เพราะถึงแม้จะมี กระแสที่รัก พ.ต.ท. ทักษิณ มากจนไม่ดูว่า อะไรผิดอะไรถูก แต่ก็ควรจะรู้ว่า กรณีนี้ไม่ใช่ กรณีที่ ใครผิดใครถูก เพราะ พ.ต.ท. ทักษิณ ผิดจริงๆ และ ศาลฎีกาฯ ก็ตัดสินแล้ว

ด้าน พล.ต.ท. สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ อดีตผู้บัญชาการ ตำรวจสันติบาล ก็ฝากถึง บรรดา ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ออกมาพูด โจมตี การเสนอถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ ว่า แทนที่ นักการเมืองเหล่านี้ จะมาพูดเฉไฉ เพื่อช่วยเหลือ พ.ต.ท. ทักษิณ ควรจะทำตัวเป็น นักการเมืองที่ดี ด้วยการพูดให้ เด็กรุ่นหลัง ได้เห็นว่า

คนที่เป็น นายกฯ ต้องเป็น ตัวอย่างที่ดี ต่อไป ใครมาปกครองบ้านเมือง หรือ เป็นข้าราชการ มียศมีตำแหน่ง ก็ต้องทำตัวให้ดี ไม่เดินตามแบบ อดีตนายกฯ บางคน ที่เดินทางผิดแบบนี้!!

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ อมรรัตน์ ล้อถิรธร…รายงาน 14 มกราคม 2552 16:27 น.
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000004254


พิมพ์ ข่าวนี้ รายงานพิเศษ : แค่ถอดยศ “ทักษิณ”…จะเป็นจะตายกันเชียวหรือ?

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

กระบวนการ ถอดยศ “นช.ทักษิณ” กลั่นแกล้ง หรือ กฏหมายกำหนด


ถอดยศ “พ.ต.ท.ทักษิณ” ถูกกลั่นแกล้ง หรือ กฏหมายกำหนด
552000000384901
การดำเนินการ ถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้อื้อฉาว กลายเป็นประเด็นร้อน ที่ถูกหยิบยกขึ้นมา วิพากษ์วิจารณ์ กันอย่างครึกโครม ตั้งแต่เริ่มศักราชใหม่

เมื่อ กองวินัยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ หน่วยงานต้นเรื่อง ได้รวบรวมข้อมูล เสนอไปยัง กองกำลังพล เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา พร้อมชี้ชัดว่า กรณีของ พ.ต.ท. ทักษิณ เข้าเงื่อนไข องค์ประกอบ ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการถอดยศ พ.ศ. 2547 ถือเป็น การเริ่มกระบวนการถอดยศ อย่างเป็นทางการ

สำหรับปฐมบทของเรื่องนี้ เริ่มจาก พ.ต.ท. ทักษิณ ซึ่งถูก ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษา จำคุก 2 ปี ในคดี ทุจริต จัดซื้อที่ดิน จากกองทุน เพื่อการฟื้น และ พัฒนาระบบสถาบันการเงิน ถนนรัชดาภิเษก มูลค่า 772 ล้านบาท ซึ่งเป็น ความผิด ตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย การป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 100 และ 122 ขณะเดียวกัน ยังเป็นนักโทษ หลบหนีคดีอาญา

กรณีดังกล่าว จึงเป็นเหตุสำคัญ ที่จะทำให้ พ.ต.ท. ทักษิณ ถูกเรียก เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้น ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ท.จ.ว.) หรือ เทียบเท่า ชั้น “เจ้าพระยา” ที่ได้รับพระราชทานคืน ตามระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วย การขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาต เรียกคืน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548

นอกจากนี้ ยังเป็นเหตุสำคัญ ที่จะทำให้ ถูกถอดยศ “พ.ต.ท.” ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และ ระเบียบ สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วย การถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2547 โดยระเบียบดังกล่าว ระบุเหตุผลว่า “เนื่องจากผู้ที่ดำรงอยู่ใน ยศตำรวจ สมควรจะประพฤติ หรือ วางตนให้เหมาะสมแก่ เกียรติศักดิ์ มิฉะนั้น ย่อมเป็นทางนำ ความเสื่อมเสีย มาสู่หมู่คณะ โดยเหตุผลดังกล่าว หากผู้ใดประพฤติ หรือ วางตนให้ เหมาะสมแก่ เกียรติศักดิ์ ไม่ได้ ก็ไม่สมควร จะดำรงอยู่ใน ยศตำรวจต่อไป”

จากระเบียบดังกล่าว จะเห็นว่า พฤติกรรม ของ พ.ต.ท. ทักษิณ เข้าเงื่อนไข ในการ “ถอดยศ” ถึง 2 ข้อ ด้วยกัน คือ


หนึ่ง ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด ให้ลงโทษจำคุก หรือ โทษที่หนักกว่าจำคุก เว้นแต่ ความผิดลหุโทษ หรือ ความผิด ที่ได้กระทำโดยประมาท

สอง ต้องหาในคดีอาญา แล้วหลบหนีไป สำหรับ ผู้ที่มิได้อยู่ในราชการ หรือ หน่วยงานของรัฐ

เมื่อกฎหมายระบุ ชัดไว้เช่นนี้แล้ว การไม่ดำเนินการ กับ พ.ต.ท. ทักษิณ ผู้มีหน้าที่ รับผิดชอบตามกฎหมาย อันได้แก่ กองวินัย และ กองกำลังพล จะเรียกว่า ละเว้น การปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ คงไม่ต้องตอบ ขณะเดียวกัน ยังเป็นการคลายข้อกังขาที่ว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ถูกกลั่นแกล้ง มีสองมาตรฐาน หรือ เลือกปฏิบัติ เพราะกฎหมายบัญญัติไว้ อย่างชัดแจ้งอยู่แล้ว ชนิดที่ ไม่ต้องตีความ อะไรกันอีก


อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้า กรณี พ.ต.ท. ทักษิณ มีข้าราชการตำรวจนอกแถว จำนวนไม่น้อย ที่ถูกถอดยศ จากการสืบค้น จากประกาศ ราชกิจจานุเบกษา พบว่า นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร นายแรก ที่ถูกถอดยศ คือ

พ.ต.ต. หลวงพิศนุแสน(สุด ประทีปจิต) ซึ่งถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ จำคุก 11 ปี 4 เดือน ในความผิด ฐานยักยอกเงิน ของ กรมตำรวจนครบาล ถูกถอดยศ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2472

หลังจากนั้น ก็มี ตำรวจถูกถอดยศ กว่า 100 นาย ในจำนวนนี้มี ตำรวจ ยศ พล.ต.จ. (พลตำรวจจัตวา เทียบเท่า พ.ต.อ.พิเศษ ปัจจุบันไม่มีแล้ว) 2 นาย คือ

พล.ต.จ. ทม จิตรวิมล และ พล.ต.จ. ผาด ตุงคะสมิต ประจำกรมตำรวจ ก่อเหตุฆ่า 4 รัฐมนตรี ศัตรูทางการเมืองของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งถูก ศาลฎีกาพิพากษาให้ จำคุกตลอดชีวิต จึงมี พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ ถอดยศ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2505

หลังมีการประกาศใช้ ระเบียบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วย การถอดยศ พ.ศ.2547 เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2547 ซึ่งระเบียบ ดังกล่าว ลงนามโดย พล.ต.อ. สันต์ ศรุตานนท์ ผบ.ตร. ในสมัยนั้น ตรงกับ สมัยรัฐบาล ทักษิณ 2 มีข้าราชการตำรวจ ชั้นสัญญาบัตร ถูกถอดยศไปแล้ว ทั้งสิ้น 62 นาย เฉลี่ยปีละ กว่า 10 นาย แยกเป็น นายตำรวจระดับ
พ.ต.ท. 16 นาย
พ.ต.ต. 12 นาย
ร.ต.อ. 24 นาย
ร.ต.ท.9 นาย และ
ร.ต.ต. 1 นาย


เหตุที่ทำให้ นายตำรวจ เหล่านี้ถูก ถอดยศ มีด้วยกัน 2 ประการ คือ

ประการแรก ทำผิดคดีอาญา ซึ่งศาลพิพากษา จำคุกถึงที่สุด เช่น
มียาเสพติดไว้เพื่อจำหน่าย
ทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ฆ่าผู้อื่น เป็นต้น

ประการที่สอง คือ ทำผิดวินัยร้ายแรง ถูกปลด หรือ
ไล่ออกจากราชการ
ละทิ้งหน้าที่ราชการ ติดต่อกันเกินกว่า 15 วัน
ยักยอกทรัพย์สิน ทางราชการ เป็นต้น


กรณีของ พ.ต.ท. ทักษิณ ซึ่งเป็น อดีตข้าราชการตำรวจ แม้จะเคยเป็น นายกรัฐมนตรี แต่เมื่อทำผิดกฎหมาย และ ถูกศาลพิพากษา ลงโทษจำคุก การถูกถอดยศ จึงเป็นชะตากรรม ที่ต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เฉกเช่นเดียวกับ เพื่อนข้าราชการตำรวจนอกแถว ที่ถูกถอดยศ ไปก่อนหน้านี้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 14 มกราคม 2552 10:50 น.
http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000004029


พิมพ์ ข่าวนี้ ถอดยศ “พ.ต.ท.ทักษิณ” ถูกกลั่นแกล้ง หรือ กฏหมายกำหนด

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

January 10, 2009

“อภิสิทธิ์” ไม่เชื่อ เหตุ ถอดยศ “แม้ว” จะเป็นชนวน ขัดแย้งใหม่ ชี้ ระเบียบสตช. ระบุชัด

นายภ??ิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี


“มาร์ค” ปัด เลือกปฏิบัติ
ย้ำระเบียบสตช. ชี้ชัด
ต้องถอดยศ “แม้ว”ิ


“อภิสิทธิ์” ไม่เชื่อ เหตุ ถอดยศ “แม้ว” จะเป็นชนวน ขัดแย้งใหม่ ชี้ ระเบียบสตช. ระบุชัด ไม่ใช่การเลือกปฏิบัต อย่างที่ถูกกล่าวหา โต้ “เพื่อไทย” ไม่เคยสั่งดอง กรณียึดสุวรรณภูมิ ชี้ จะช้าจะเร็ว ทั้งหมดขึ้นอยู่กับ การทำงานของตำรวจ


วันนี้(10 ม.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เตรียมถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตามระเบียบสตช. ซึ่งล่าสุด พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร. ออกมาระบุว่า ยังไม่ได้รับเรื่อง ว่า อยู่ที่ขั้นตอน ถ้ามีความช้าเร็ว ผิดปกติ ก็ต้อง เข้าไปดู ขณะนี้ ก็ดำเนินการตามปกติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะกลายเป็น 2 มาตรฐาน หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ถามกลับว่า มาตรฐานอะไร

เมื่อผู้สื่อข่าวชี้แจงว่า แต่ก่อน หลายคน ไม่โดนถอดยศ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวชี้แจงว่า ที่ฟังมา มีการทำตลอดเวลา จำนวนเยอะมาก

อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์เชื่อว่า กรณีนี้จะไม่เป็น ปมสร้างความขัดแย้งใหม่ โดยเชื่อว่า คนไทยเข้าใจ เนื่องจากมี กฎระเบียบอยู่ จะให้ทำอย่างไร

ส่วนกรณี ที่พรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตว่า แทนที่จะรีบดำเนินการ เรื่องปิดสนามบินสุวรรณภูมิ กลับมา เร่งดำเนินการเรื่องนี้นั้น

นายอภิสิทธิ์ แย้งว่า ทราบได้อย่างไรว่าไม่รีบดำเนินการ เพราะจริงๆแล้ว ตนเองเรียกประชุม ด้านความมั่นคง ย้ำไปแล้วว่า ต้องรีบดำเนินการ กรณีสนามบิน และ กรณีต่างๆ จะเห็นได้ว่า ทางเจ้าหน้าที่ ก็รีบดำเนินการ แจ้งเรื่องทรัพย์สิน ซึ่งการดำเนินการ ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร

“ผมไม่คิดว่าล่าช้า เพราะได้สั่งการ ผบ.ตร. ไปแล้ว ต้องเดินหน้า ไม่ต้องคำนึงว่า เป็นใคร” นายอภิสิทธิ์ กล่าว และ ว่า ทั้งนี้ เงื่อนไขเวลา ดำเนินการ นั้น ก็ขึ้นอยู่กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะบางเรื่อง ตนก็ได้สอบถามไป บางเรื่อง ไม่น่าซับซ้อน แต่ก็ได้รับคำชี้แจงว่า บางทีมี กรรมการ มีเรื่อง ของผู้ที่ถูกกล่าวหา มีวิธีการทางกฎหมาย ขั้นตอนเพิ่มเติม

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 มกราคม 2552 16:55 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000002593


พิมพ์ ข่าวนี้ “มาร์ค” ปัด เลือกปฏิบัติ ย้ำระเบียบสตช. ชี้ชัด ต้องถอดยศ “แม้ว”

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

January 9, 2009

“นพดล” ขวาง สตช. ถอดยศ “นช.ทักษิณ”


“นพเหล่” ขวาง สตช. ถอดยศนาย ขู่ คนล้มอย่าข้าม
นายนพดล ปัทมะ

นายนพดล ปัทมะ


“นพดล” ค้าน สตช. ถอดยศ “แม้ว” เหน็บวาระเร่งด่วน หรือ ต้องรีบดำเนินการ ลั่นอย่าบี้ให้หมดทางสู้ ยังด้านร้องหา ความยุติธรรม ค้านเสียงแข็ง ไม่ได้อยู่เบื้องหลังตั้ง ดีทีวี อ้างแฟนคลับ ความจริงวันนี้ ผลักดันให้เกิด


วันนี้ (9 ม.ค.) นายนพดล ปัทมะ ทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เสนอ ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า อยากถามไปยัง พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. และ สตช.ว่า การเสนอ เรื่องถอดยศ เป็นเรื่องเร่งด่วน หรือไม่

เพราะขณะนี้ บ้านเมือง และ ประชาชน มีเรื่องเดือดร้อน มากมาย แต่ทางตำรวจ กลับมีข้อเสนอเช่นนี้ ออกมา เห็นได้ชัดเจนว่า ต้องการไล่บดขยี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้หมดหนทางต่อสู้

ทั้งนี้ ในเชิงกฎหมายที่เป็น กฎระเบียบ ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั้น ตนไม่ทราบว่า เป็นอย่างไร แต่เรื่องนี้ตนถือว่า ไม่เหมาะสม เพราะ พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นถึง อดีตนายกรัฐมนตรี ทำคุณประโยชน์มากมายให้กับบ้านเมือง

นอกจากนี้ นายนพดล ยังระบุว่า การกระทำของ ตำรวจ และ ผู้มีอิทธิพลทางการเมือง ในขณะนี้ ตนขอฝากคำโบราณ ที่ว่าไว้ว่า คนล้มอย่าข้าม เพราะ การถอดยศตำรวจ ของ พ.ต.ท. ทักษิณ นั้น มีความยุติธรรม หรือไม่ และ ต้องพิจารณา ว่า ตำรวจที่ได้กระทำความผิด และ อาจจะต้องติดคุก ในขณะนี้ จะมี การดำเนินการถอดยศ เช่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ด้วย

ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าว ถามถึงกระแสข่าว ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทุ่มเงิน 50 ล้านบาท เพื่อจัดตั้ง สถานีโทรทัศน์ ผ่านดาวเทียมดีทีวี นายนพดล กล่าวว่า ขณะนี้ มีความพยายาม ทำให้ พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นผู้ร้าย ยืนยันว่า ไม่เคยได้ยิน หรือทราบว่า มีการทุ่มเงินเพื่อก่อตั้ง สถานีดาวเทียม ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่า การก่อตั้ง ทีวีดาวเทียม ดังกล่าว น่าจะมีผู้สนับสนุน จำนวนมาก ที่เคยเป็น ผู้สนับสนุนรายการ ความจริงวันนี้ เมื่อถูก รัฐบาลชุดนี้ กีดกันไม่ให้ออกอากาศ ประชาชน จึงผลักดันให้ ทีวีช่องนี้ เกิดขึ้นก็เป็นได้

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 9 มกราคม 2552 15:39 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000002276


พิมพ์ ข่าวนี้ “นพเหล่” ขวาง สตช.ถอดยศนาย ขู่คนล้มอย่าข้าม

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“พัชรวาท” ยังไม่เห็นเรื่อง ถอดยศ “นช.ทักษิณ”


“พัชรวาท” ปัด ยังไม่เห็นเรื่อง ถอดยศ “น.ช.แม้ว” ชี้ต้องดูรอบคอบ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร �ดีตนายกรัฐมนตรี

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี


ผบ.ตร. ระบุ ยังไม่เห็นรายละเอียด เรื่องให้ถอดยศ “ทักษิณ” ย้ำ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องพิจารณารอบคอบ มากที่สุด ส่วนการ รปภ. เลือกตั้งซ่อม ส.ส. โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ได้มอบให้ “วิเชียร” เป็นโต้โผ ดูแลความเรียบร้อย


วั้นนี้ (9 ม.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึง การถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ตนยังไม่เห็นเรื่องดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องให้เจ้าหน้าที่ไปพิจารณา ทุกแง่ ทุกมุม ให้เกิดความชัดเจน ต้องดู เจตนาของระเบียบ รวมถึงพิจารณาว่า รายละเอียดของระเบียบ ดังกล่าว เขียนไว้ว่าอย่างไร ซึ่งจะต้องให้เจ้าหน้าที่พิจารณา อย่างรอบคอบมากที่สุด


เมื่อถามถึงว่า กรณีนี้ถือเป็น การเลือกปฏิบัติ หรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาท เลี่ยง ที่จะตอบคำถามนี้ พร้อมได้เดินกลับเข้าไปใน สำนักงาน ผบ.ตร. ในทันที


นอกจากนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวถึง มาตรการ ดูแลความเรียบร้อย การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ซึ่งจะจัดขึ้นใน วันที่ 11 มกราคม 2552 ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่รับผิดชอบ ดูแลความปลอดภัย ในการเลือกตั้ง เป็นหลัก โดยได้มีการวางกำลังตำรวจ ไว้ประจำหน่วยเลือกตั้ง ทุกหน่วยๆ ละ 2 นาย

สำหรับการแข่งขัน ที่คาดกันว่าจะรุนแรง เนื่องจาก ฝ่ายค้าน กับ พรรคร่วมรัฐบาล มีจำนวน ส.ส. ใกล้เคียงกันนั้น เท่าที่ตรวจสอบ ทุกจังหวัด ไม่น่าจะ รุนแรงเท่าไหร่ เป็นการเลือกตั้งปกติ

พล.ต..พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.


อย่างไรก็ตาม ที่เป็นห่วงบ้าง คือ จังหวัดทางภาคอีสาน ซึ่งได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รอง ผบ.ตร.มก.1 ลงไปดูแล ขณะที่ ตนเองจะดูแล พื้นที่ภาคกลาง เป็นหลัก


ผู้สื่อข่าวถามถึง การป้องกัน เหตุก่อกวน การเลือกตั้ง เช่น การปาไข่ พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า เรื่องนี้ ผู้บังคับการ ตำรวจภูธร จังหวัด ในฐานะผู้รับผิดชอบ จะต้องไปพิจารณาว่า จะดำเนินการ กับฝ่ายไหน อย่างไร

ขณะที่ส่วน ของ จ.บุรีรัมย์ ที่เกิดความขัดแย้ง เข้าใจว่า คนเหล่านี้เคยเป็น พวกเดียวกันมาก่อน เมื่อเกิดความไม่พอใจ จึงได้มี การกระทบกระทั่งกันขึ้น ซึ่งตำรวจก็คงต้อง ดำเนินคดีไป ซึ่งตนได้กำชับ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ไปแล้ว ว่า ให้พยายามแยก ทั้ง 2 ฝ่าย ออกจากกัน ซึ่งตำรวจจะยึดแนวทาง การเจรจา เป็นหลัก แต่หากมีการกระทำผิดกฎหมาย ก็ต้องดำเนินคดี

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 9 มกราคม 2552 13:59 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000002197


พิมพ์ ข่าวนี้ “พัชรวาท” ปัด ยังไม่เห็นเรื่อง ถอดยศ “น.ช.แม้ว” ชี้ต้องดูรอบคอบ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

January 8, 2009

กองวินัย สตช. เสนอถอดยศ “นช.ทักษิณ”

552000000181701


สตช.เสนอถอดยศ “นช.ทักษิณ”
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร


กองวินัยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอกองกำลังพล ทำการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คาด 1-2 วัน เสนอต่อ “พัชรวาท” พิจารณาชี้ขาดได้ ยันไม่ประวิงเวลา


วันนี้ (8 ม.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผู้บังคับการกองวินัย (ผบก.วน.) กล่าวถึง ความคืบหน้า การดำเนินการ ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลัง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง พิพากษาจำคุก 2 ปี ว่า ทางกองวินัย ในฐานะหน่วยงานต้นเรื่อง ได้ทำการตรวจสอบตามข้อมูล ที่ปรากฏ และ พบว่า


กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าเงื่อนไข องค์ประกอบ ตามระเบียบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2547 เนื่องจาก ถูกศาลพิพากษาจำคุก และ คดีถึงที่สุดแล้ว จึงได้ส่งเรื่องเสนอไปยัง กองกำลังพล เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2552


ซึ่งกระบวนการ ขั้นต่อไป ทางกองกำลังพล จะต้องประมวลเรื่อง เพื่อเสนอไปยัง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. เพื่อพิจารณาดำเนินการ ถอดยศ ต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ชนาภัทร เชยสมบัติ ผู้บังคับการกองกำลังพล กล่าวว่า ได้รับเรื่องจาก กองวินัย เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องนำมาพิจารณา ตามระเบียบฯ ซึ่งทางกองวินัย ได้ชี้มาแล้ว ในส่วนกองกำลังพล ก็จะต้องนำมาพิจารณาว่า กรณีดังกล่าว เข้าระเบียบ เกี่ยว กับ กำลังพล หรือไม่ ซึ่งจะต้องพิจารณา ตามข้อเท็จจริง ที่ปรากฏด้วย

“เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งกองกำลังพล ก็จะทำไปตามขั้นตอน ของกฎหมาย ยืนยันว่า จะไม่มีการยื้อ หรือประวิงเวลา ขอเวลา ประมวลเรื่อง 1-2 วัน จากนั้น จะเสนอให้ พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. พิจารณา ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป” พล.ต.ต.ชนาภัทร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามระเบียบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วย การถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2547 ซึ่งออกโดย อาศัยอำนาจมาตรา 11 (4), 28 และ 29 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ดังกล่าว จะเห็นว่า

พฤติกรรม ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าเหตุในการ “ถอดยศ” ถึง 2 ข้อ คือ
(2) ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด ให้ลงโทษจำคุก หรือ โทษที่หนักกว่าจำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือ ความผิดที่ได้กระทำ โดยประมาท
(6) ต้องหาในคดีอาญาแล้ว หลบหนีไป สำหรับ ผู้ที่มิได้อยู่ในราชการ หรือ หน่วยงานของรัฐ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 มกราคม 2552 15:02 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000001717


พิมพ์ ข่าวนี้ สตช.เสนอถอดยศ “นช.ทักษิณ”

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

December 16, 2008

เบื้องลึกยึดพาสปอร์ต “แม้ว”


“ประสงค์” แฉ เบื้องลึก ยึดพาสปอร์ต “แม้ว”
จวก ยุค “หมัก-สมชาย” ขรก. โดนบีบหนัก

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ


“ประสงค์” เผย เบื้องหลัง ริบพาสปอร์ตแดง “แม้ว” ระบุ เป็นคนทำหนังสือแจ้ง ปลัด กต. เอง โดยย้ำถึง ระเบียบปฏิบัติ ผู้ถือพาสปอร์ต ต้องคดีอาญา ถึงที่สุด ต้องยกเลิกทันที ไม่เช่นนั้น โดนฟ้องแน่ พร้อมชี้ พาสปอร์ตธรรมดา ต้องยกเลิก ด้วยเช่นกัน แฉ ยุคนอมินี ครองเมือง ขรก. โดนบีบ หน้าเขียว “หมัก” ถึงขั้น ข่มขู่ ให้ กต. หุบปาก ตั้งท่า ย้ายกราวรูด ตั้งแต่ ปลัดกระทรวง – อธิบดี – ทูต หากแตะเรื่องนี้


น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ ผ่านรายการสภาท่าพระอาทิตย์ ทางเอเอสทีวี เมื่อเช้า วันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา กรณี กระทรวงการต่างประเทศ ได้เพิกถอน หนังสือเดินทาง นักการทูต หรือ พาสปอร์ตแดง ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ยังหลบหนี โทษจำคุก ในคดีที่ดินรัชดาฯ อยู่ในต่างประเทศ ว่า

ตนในฐานะ รับผิดชอบ กระทรวงการต่างประเทศ มาก่อน ย่อมทราบดีถึง กฎระเบียบข้อบังคับ และ การทำงาน ของ ข้าราชการ กระทรวง การต่างประเทศ เป็นอย่างดี นอกจากนี้ จากการที่ เคยทำงานข่าวกรอง มาก่อน ทำให้ทราบว่า กรณีนี้ คนที่จะเดือดร้อนที่สุด คือ ข้าราชการ กระทรวง การต่างประเทศ เพราะเป็น ผู้รับผิดชอบโดยตรง

“ผมทราบมาว่า มีความพยายาม ที่จะกดดัน กระทรวงการต่างประเทศ ไม่ให้ยกเลิกพาสปอร์ต ไม่ว่า พาสปอร์ตแดง หรือ พาสปอร์ต ประชาชนชน สีเลือดหมู หรือ สีน้ำตาล ก็แล้วแต่ มีความพยายาม กดดันมาก ตั้งแต่รัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช ผ่านมาถึง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ ทราบว่า นายสมัคร ถึงกับข่มขู่ กระทรวงการต่างประเทศ ให้หุบปาก ในเรื่องนี้ อย่าพูด อย่าทำอะไร ทั้งสิ้น ถึงขั้น จะย้ายปลัดกระทรวง ทูตบางคน หรือ อธิบดี บางกรม งานข่าวกรองผมเช็กแล้ว รู้สึกสงสาร ข้าราชการ กระทรวงต่างประเทศ ตั้งแต่ ปลัดกระทรวง ลงมา เขาเป็น ข้าราชการ ที่มีประสบการณ์ ในอาชีพ ของเขา แต่ถูกกลั่นแกล้ง ทางการเมือง อย่างนี้ ผมไม่เห็นด้วย”

น.ต.ประสงค์ กล่าวต่อว่า จากข้อมูล ที่ตนทราบมานั้น ถึงขั้นที่ว่า ในกรณีที่ การเมืองเปลี่ยนแปลงไป ถ้าเขา (ฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ) กลับมาอีก เขาจะลงโทษเลย ทั้ง กระทรวงการต่างประเทศ เพราะฉะนั้น ด้วยความห่วงใย ผู้ใต้บังคับบัญชาเก่า จึงได้ทำหนังสือ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา ถึง ปลัดกระทรวง ต่างประเทศ และมอบหมายให้ เพื่อน ไปนำยื่นให้ที่ กระทรวง เนื้อหาสรุปง่ายๆ ว่า เป็นหน้าที่รับผิดชอบ โดยตรง ของ ปลัดกระทรวง การต่างประเทศ ในการที่ จะให้หนังสือเดินทาง ไม่ว่าประเภทไหน หรือยกเลิก หนังสือเดินทาง ไม่ว่าประเภทไหนกับ บุคคลที่รับไปแล้ว

ในระเบียบข้อบังคับ มันชัดเจนว่า ในการที่จะให้ หนังสือเดินทาง ประเภทใดประเภทหนึ่ง กับบุคคลหนึ่งบุคคลใด ถ้า บุคคลนั้น ต้องคดีอยู่ แม้ว่า ยังไม่ถึงที่สุด ก็จะออกหนังสือเดินทางให้ ไม่ได้ ไม่ว่าประเภทใดประเภทหนึ่ง อีกกรณีคือว่า ถ้าบุคคลผู้นั้น เป็นบุคคลต้องห้าม มีประวัติไม่ดี ทางอาชญากรรม หรือก่อการร้าย ก็จะไม่ออกให้ กรณีที่ออกให้ไปแล้ว ไม่ว่า พาสปอร์ตแดง หรือประเภทอื่น ถ้าหากคนที่ได้รับไปแล้ว ประพฤติตัวไม่ถูกต้อง ถูกศาลตัดสินจำคุก ไม่ว่าจะลงโทษแล้ว หรือยังไม่ลงโทษ แล้วหนีไป ก็เพิกถอนได้

กรณี พาสปอร์ตแดง มันเป็น หนังสือเดินทางพิเศษ ที่ออกให้ เฉพาะบุคคลบางคน เช่น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะให้ถือไป ตลอดชีวิต

ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆ ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือ ประธานวุฒิสภา ก็ให้ถือ พาสปอร์ตแดง ได้ แค่ชั่วคราว เมื่อหมดวาระแล้ว ก็ต้องเพิกถอน โดยปริยาย

เพราะฉะนั้น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ถือ พาสปอร์ตแดง ต้องประพฤติตนให้ดี สมกับที่ รัฐบาล ให้เกียรติ


“ในกรณีที่ไปทำผิดเข้าแล้ว ถูกตัดสินจำคุก ไม่ว่าจะ กี่วัน กี่ปี หรือ วันหนึ่ง แต่คดีถึงที่สุด โดยระเบียบปฏิบัติเลย ให้ กระทรวงการต่างประเทศ เรียก พาสปอร์ต คืนทันที หรือยกเลิก โดยแจ้งไป ตามสถานทูต สถานกงสุล ต่างๆ กรณีคุณทักษิณ คดีถึงที่สุดแล้ว ไม่มีการอุทธรณ์อีก มันเข้าระเบียบ ปฏิบัติ ตรงนี้ ที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ต้องปฏิบัติตาม”

น.ต.ประสงค์ กล่าวต่อว่า หนังสือที่ส่งไปถึงปลัดกระทรวงการต่างประเทศนั้น ได้เรียกร้องให้ต้องยกเลิกพาสปอร์ตแดงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทันที โดยอ้างถึงระเบียบปฏิบัติที่มีอยู่ มิฉะนั้นแล้วปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ต้องรับผิดชอบ และจะถูกฟ้องร้องฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 มีความผิดถึงขั้นติดคุกติดตาราง ซึ่งตนรู้ล่วงหน้าว่าจะมีคนมาฟ้องแน่ จึงได้ทำหนังสืออย่างนี้ขึ้นเพื่อช่วยเหลือ

“เมื่อปลัดกระทรวง ได้รับหนังสือของผม วันที่ 9 แล้ว วันที่ 11 ปลัด ก็โทร. จะขอนัดพบผม แต่ผม ก็ไม่ว่าง เขาก็เป็นผู้น้อย ไม่กล้าพูด ทางโทรศัพท์ แต่ผมก็บอกว่า มีอะไรให้พูด ทางโทรศัพท์มาได้เลย เขาก็เลยเล่าให้ฟังว่า ได้รับหนังสือ ของผมแล้ว และเล่าว่า ความจริง จะทำหลายครั้งแล้ว แต่ ทาง ฝ่ายการเมือง พยายามกดดันเขา อะไรต่างๆ เขา แต่ผมจะไม่พูดรายละเอียดว่า ใครกดดันเขาบ้าง รัฐมนตรีคนไหน เป็นยังไง นายกฯ คนไหน เขาทำยังไง ผมจะไม่พูด แต่ก็ได้บอก ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ว่า ท่านปลัด ต้องยกเลิกทันที ไม่เช่นนั้น คุณถูกฟ้องแน่เลย ผมสงสาร ยังไง ก็ต้องยกเลิก แต่ว่าก่อนยกเลิก โดยมารยาทนี่ คุณเป็นข้าราชการประจำ ให้ไปถาม คุณชวรัตน์ (ชาญวีรกูล) ที่รักษาการนายกฯ และ รักษาการ รัฐมนตรีต่างประเทศ ด้วยว่า เขาจะมีความเห็นยังไง คุณเอาจดหมายผม ไปให้เขาดูเลย

แล้วก็ วันที่ 11 ปลัดกระทรวง การต่างประเทศ ก็รับปาก แล้ว วันที่ 12 ก็โทร. มาหาผมอีก บอกว่า เอาหนังสือของผมไปให้ คุณชวรัตน์ ดูแล้ว คุณชวรัตน์ เห็นหนังสือผม ก็พูดไม่ออก และบอกปลัดว่า เป็นดุลยพินิจของ กระทรวงการต่างประเทศ

ก็เป็นคำตอบที่ถูก ก็ต้องน่าชมเชย คุณชวรัตน์ ไว้ด้วยว่า อย่างน้อย ก็รู้จักรักษาระเบียบการ ต่างๆ ที่ถูกต้องเอาไว้ เพราะฉะนั้น ถ้า คุณชวรัตน์ บอกว่าไม่ให้ยกเลิก ละก็ คุณชวรัตน์ โดนกฎหมายอาญา ฟ้องร้องทันที ทั้งๆ ที่ วันนี้มั้ง อาจจะหมดสภาพรักษาการ

“ทีนี้ ท่านปลัด ก็โทร. กลับมาบอกผมอีกว่า ส่งเรื่องไปให้ กรมกงสุลของ กระทรวงการต่างประเทศ ให้สั่งเพิกถอนแล้ว วันที่ 12 นี่ก็เป็น ความเป็นมา แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ใช่อะไรหรอก บ้านเมือง ถ้าหากว่า มันมีกฎหมายอยู่ มีกฎอยู่ มีระเบียบบอยู่แล้ว ก็ไม่ทำตาม กฎระเบียบ หรือกฎหมายเหล่านั้น บ้านเมือง มันจะอยู่กันได้อย่างไร เพียงเรื่องเล็กๆ อย่างนี้ ยังเห็นแก่ตัวกัน แล้วพาสปอร์ตแดงนี่ เป็นพาสปอร์ต นักการทูต ที่มีสิทธิพิเศษต่างๆ ที่ผู้ใช้ นำไปใช้ใน ต่างประเทศนี่ ในการตรวจตราต่างๆ เขาไม่ตรวจ”

ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวหาว่า เป็นการกลั่นแกล้ง ทำให้เขา เป็นหมาจนตรอกนั้น น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า เบื้องหลังเรื่องนี้ เป็นเพราะ ตนสงสาร เจ้าหน้าที่ แต่ไม่ทราบว่า ทำไม พ.ต.ท.ทักษิณ เรียกตัวเองเป็น หมา ปกติ คนเขาไม่จนตรอก หมาเท่านั้น ที่จนตรอก แล้วบอกว่า กำลังจะไล่ให้ จนตรอกนี่ ตนไม่คิดไล่คน ให้จนตรอกเลย

ในส่วนของ พาสปอร์ตธรรมดา ที่กระทรวงการต่างประเทศ จะให้กฤษฎีกาตีความ ว่า ควรจะยกเลิก ด้วยหรือไม่นั้น น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า ความจริงแล้ว ในระเบียบปฏิบัติของ กระทรวงการต่างประเทศนั้น ผู้ถือหนังสือเดินทาง ไม่ว่าประเภทไหน ถ้าถูกตัดสินจำคุก คดีถึงที่สุดแล้ว ต้องยกเลิกเลย ทุกประเภท


แต่ว่าการที่ กระทรวงการต่างประเทศ ยังให้กฤษฎีกาตีความ ก็อาจจะเป็น ความรอบคอบ เพราะว่า พลเมือง ย่อมมีสิทธิเสรีภาพ ในการเดินทาง ไปไหนมาไหน เพราะฉะนั้น ถ้ายกเลิกหนังสือเดินทาง จะขัดรัฐธรรมนูญ หรือหรือไม่


“ซึ่งถ้าเป็นผม ผมยกเลิก ทุกประเภทเลย เพราะระเบียบปฏิบัติ ให้ผมทำอย่างนี้ เป็นกฎเกณฑ์แล้วนะครับ แต่ว่า เราอย่าไปตำหนิอะไร เจ้าหน้าที่เลย เขาก็ต้องรอบคอบ ของเขา แต่ว่าในที่สุดแล้ว ไม่มีหรอกครับ ที่จะไม่ถอนพาสปอร์ต ขนาดพาสปอร์ตแดง เป็นพาสปอร์ตพิเศษ ยังถอนเลย พาสปอร์ตธรรมดา ทำไมจะถอนไม่ได้” น.ต.ประสงค์ กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
16 ธันวาคม 2551 18:31 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000147973


พิมพ์ ข่าวนี้ “ประสงค์” แฉเบื้องลึกยึดพาสปอร์ต “แม้ว”-จวกยุค “หมัก-สมชาย” ขรก.โดนบีบหนัก

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

Next Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.