Accom Thailand

January 9, 2009

“พัชรวาท” ยังไม่เห็นเรื่อง ถอดยศ “นช.ทักษิณ”


“พัชรวาท” ปัด ยังไม่เห็นเรื่อง ถอดยศ “น.ช.แม้ว” ชี้ต้องดูรอบคอบ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร �ดีตนายกรัฐมนตรี

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี


ผบ.ตร. ระบุ ยังไม่เห็นรายละเอียด เรื่องให้ถอดยศ “ทักษิณ” ย้ำ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องพิจารณารอบคอบ มากที่สุด ส่วนการ รปภ. เลือกตั้งซ่อม ส.ส. โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ได้มอบให้ “วิเชียร” เป็นโต้โผ ดูแลความเรียบร้อย


วั้นนี้ (9 ม.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึง การถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ตนยังไม่เห็นเรื่องดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องให้เจ้าหน้าที่ไปพิจารณา ทุกแง่ ทุกมุม ให้เกิดความชัดเจน ต้องดู เจตนาของระเบียบ รวมถึงพิจารณาว่า รายละเอียดของระเบียบ ดังกล่าว เขียนไว้ว่าอย่างไร ซึ่งจะต้องให้เจ้าหน้าที่พิจารณา อย่างรอบคอบมากที่สุด


เมื่อถามถึงว่า กรณีนี้ถือเป็น การเลือกปฏิบัติ หรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาท เลี่ยง ที่จะตอบคำถามนี้ พร้อมได้เดินกลับเข้าไปใน สำนักงาน ผบ.ตร. ในทันที


นอกจากนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวถึง มาตรการ ดูแลความเรียบร้อย การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ซึ่งจะจัดขึ้นใน วันที่ 11 มกราคม 2552 ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่รับผิดชอบ ดูแลความปลอดภัย ในการเลือกตั้ง เป็นหลัก โดยได้มีการวางกำลังตำรวจ ไว้ประจำหน่วยเลือกตั้ง ทุกหน่วยๆ ละ 2 นาย

สำหรับการแข่งขัน ที่คาดกันว่าจะรุนแรง เนื่องจาก ฝ่ายค้าน กับ พรรคร่วมรัฐบาล มีจำนวน ส.ส. ใกล้เคียงกันนั้น เท่าที่ตรวจสอบ ทุกจังหวัด ไม่น่าจะ รุนแรงเท่าไหร่ เป็นการเลือกตั้งปกติ

พล.ต..พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.


อย่างไรก็ตาม ที่เป็นห่วงบ้าง คือ จังหวัดทางภาคอีสาน ซึ่งได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รอง ผบ.ตร.มก.1 ลงไปดูแล ขณะที่ ตนเองจะดูแล พื้นที่ภาคกลาง เป็นหลัก


ผู้สื่อข่าวถามถึง การป้องกัน เหตุก่อกวน การเลือกตั้ง เช่น การปาไข่ พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า เรื่องนี้ ผู้บังคับการ ตำรวจภูธร จังหวัด ในฐานะผู้รับผิดชอบ จะต้องไปพิจารณาว่า จะดำเนินการ กับฝ่ายไหน อย่างไร

ขณะที่ส่วน ของ จ.บุรีรัมย์ ที่เกิดความขัดแย้ง เข้าใจว่า คนเหล่านี้เคยเป็น พวกเดียวกันมาก่อน เมื่อเกิดความไม่พอใจ จึงได้มี การกระทบกระทั่งกันขึ้น ซึ่งตำรวจก็คงต้อง ดำเนินคดีไป ซึ่งตนได้กำชับ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ไปแล้ว ว่า ให้พยายามแยก ทั้ง 2 ฝ่าย ออกจากกัน ซึ่งตำรวจจะยึดแนวทาง การเจรจา เป็นหลัก แต่หากมีการกระทำผิดกฎหมาย ก็ต้องดำเนินคดี

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 9 มกราคม 2552 13:59 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000002197


พิมพ์ ข่าวนี้ “พัชรวาท” ปัด ยังไม่เห็นเรื่อง ถอดยศ “น.ช.แม้ว” ชี้ต้องดูรอบคอบ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below
Advertisements

January 8, 2009

กองวินัย สตช. เสนอถอดยศ “นช.ทักษิณ”

552000000181701


สตช.เสนอถอดยศ “นช.ทักษิณ”
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร


กองวินัยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอกองกำลังพล ทำการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คาด 1-2 วัน เสนอต่อ “พัชรวาท” พิจารณาชี้ขาดได้ ยันไม่ประวิงเวลา


วันนี้ (8 ม.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผู้บังคับการกองวินัย (ผบก.วน.) กล่าวถึง ความคืบหน้า การดำเนินการ ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลัง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง พิพากษาจำคุก 2 ปี ว่า ทางกองวินัย ในฐานะหน่วยงานต้นเรื่อง ได้ทำการตรวจสอบตามข้อมูล ที่ปรากฏ และ พบว่า


กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าเงื่อนไข องค์ประกอบ ตามระเบียบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2547 เนื่องจาก ถูกศาลพิพากษาจำคุก และ คดีถึงที่สุดแล้ว จึงได้ส่งเรื่องเสนอไปยัง กองกำลังพล เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2552


ซึ่งกระบวนการ ขั้นต่อไป ทางกองกำลังพล จะต้องประมวลเรื่อง เพื่อเสนอไปยัง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. เพื่อพิจารณาดำเนินการ ถอดยศ ต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ชนาภัทร เชยสมบัติ ผู้บังคับการกองกำลังพล กล่าวว่า ได้รับเรื่องจาก กองวินัย เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องนำมาพิจารณา ตามระเบียบฯ ซึ่งทางกองวินัย ได้ชี้มาแล้ว ในส่วนกองกำลังพล ก็จะต้องนำมาพิจารณาว่า กรณีดังกล่าว เข้าระเบียบ เกี่ยว กับ กำลังพล หรือไม่ ซึ่งจะต้องพิจารณา ตามข้อเท็จจริง ที่ปรากฏด้วย

“เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งกองกำลังพล ก็จะทำไปตามขั้นตอน ของกฎหมาย ยืนยันว่า จะไม่มีการยื้อ หรือประวิงเวลา ขอเวลา ประมวลเรื่อง 1-2 วัน จากนั้น จะเสนอให้ พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. พิจารณา ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป” พล.ต.ต.ชนาภัทร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามระเบียบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วย การถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2547 ซึ่งออกโดย อาศัยอำนาจมาตรา 11 (4), 28 และ 29 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ดังกล่าว จะเห็นว่า

พฤติกรรม ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าเหตุในการ “ถอดยศ” ถึง 2 ข้อ คือ
(2) ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด ให้ลงโทษจำคุก หรือ โทษที่หนักกว่าจำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือ ความผิดที่ได้กระทำ โดยประมาท
(6) ต้องหาในคดีอาญาแล้ว หลบหนีไป สำหรับ ผู้ที่มิได้อยู่ในราชการ หรือ หน่วยงานของรัฐ

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 มกราคม 2552 15:02 น.
http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9520000001717


พิมพ์ ข่าวนี้ สตช.เสนอถอดยศ “นช.ทักษิณ”

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

December 16, 2008

เบื้องลึกยึดพาสปอร์ต “แม้ว”


“ประสงค์” แฉ เบื้องลึก ยึดพาสปอร์ต “แม้ว”
จวก ยุค “หมัก-สมชาย” ขรก. โดนบีบหนัก

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ


“ประสงค์” เผย เบื้องหลัง ริบพาสปอร์ตแดง “แม้ว” ระบุ เป็นคนทำหนังสือแจ้ง ปลัด กต. เอง โดยย้ำถึง ระเบียบปฏิบัติ ผู้ถือพาสปอร์ต ต้องคดีอาญา ถึงที่สุด ต้องยกเลิกทันที ไม่เช่นนั้น โดนฟ้องแน่ พร้อมชี้ พาสปอร์ตธรรมดา ต้องยกเลิก ด้วยเช่นกัน แฉ ยุคนอมินี ครองเมือง ขรก. โดนบีบ หน้าเขียว “หมัก” ถึงขั้น ข่มขู่ ให้ กต. หุบปาก ตั้งท่า ย้ายกราวรูด ตั้งแต่ ปลัดกระทรวง – อธิบดี – ทูต หากแตะเรื่องนี้


น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ ผ่านรายการสภาท่าพระอาทิตย์ ทางเอเอสทีวี เมื่อเช้า วันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา กรณี กระทรวงการต่างประเทศ ได้เพิกถอน หนังสือเดินทาง นักการทูต หรือ พาสปอร์ตแดง ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ยังหลบหนี โทษจำคุก ในคดีที่ดินรัชดาฯ อยู่ในต่างประเทศ ว่า

ตนในฐานะ รับผิดชอบ กระทรวงการต่างประเทศ มาก่อน ย่อมทราบดีถึง กฎระเบียบข้อบังคับ และ การทำงาน ของ ข้าราชการ กระทรวง การต่างประเทศ เป็นอย่างดี นอกจากนี้ จากการที่ เคยทำงานข่าวกรอง มาก่อน ทำให้ทราบว่า กรณีนี้ คนที่จะเดือดร้อนที่สุด คือ ข้าราชการ กระทรวง การต่างประเทศ เพราะเป็น ผู้รับผิดชอบโดยตรง

“ผมทราบมาว่า มีความพยายาม ที่จะกดดัน กระทรวงการต่างประเทศ ไม่ให้ยกเลิกพาสปอร์ต ไม่ว่า พาสปอร์ตแดง หรือ พาสปอร์ต ประชาชนชน สีเลือดหมู หรือ สีน้ำตาล ก็แล้วแต่ มีความพยายาม กดดันมาก ตั้งแต่รัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช ผ่านมาถึง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ ทราบว่า นายสมัคร ถึงกับข่มขู่ กระทรวงการต่างประเทศ ให้หุบปาก ในเรื่องนี้ อย่าพูด อย่าทำอะไร ทั้งสิ้น ถึงขั้น จะย้ายปลัดกระทรวง ทูตบางคน หรือ อธิบดี บางกรม งานข่าวกรองผมเช็กแล้ว รู้สึกสงสาร ข้าราชการ กระทรวงต่างประเทศ ตั้งแต่ ปลัดกระทรวง ลงมา เขาเป็น ข้าราชการ ที่มีประสบการณ์ ในอาชีพ ของเขา แต่ถูกกลั่นแกล้ง ทางการเมือง อย่างนี้ ผมไม่เห็นด้วย”

น.ต.ประสงค์ กล่าวต่อว่า จากข้อมูล ที่ตนทราบมานั้น ถึงขั้นที่ว่า ในกรณีที่ การเมืองเปลี่ยนแปลงไป ถ้าเขา (ฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ) กลับมาอีก เขาจะลงโทษเลย ทั้ง กระทรวงการต่างประเทศ เพราะฉะนั้น ด้วยความห่วงใย ผู้ใต้บังคับบัญชาเก่า จึงได้ทำหนังสือ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา ถึง ปลัดกระทรวง ต่างประเทศ และมอบหมายให้ เพื่อน ไปนำยื่นให้ที่ กระทรวง เนื้อหาสรุปง่ายๆ ว่า เป็นหน้าที่รับผิดชอบ โดยตรง ของ ปลัดกระทรวง การต่างประเทศ ในการที่ จะให้หนังสือเดินทาง ไม่ว่าประเภทไหน หรือยกเลิก หนังสือเดินทาง ไม่ว่าประเภทไหนกับ บุคคลที่รับไปแล้ว

ในระเบียบข้อบังคับ มันชัดเจนว่า ในการที่จะให้ หนังสือเดินทาง ประเภทใดประเภทหนึ่ง กับบุคคลหนึ่งบุคคลใด ถ้า บุคคลนั้น ต้องคดีอยู่ แม้ว่า ยังไม่ถึงที่สุด ก็จะออกหนังสือเดินทางให้ ไม่ได้ ไม่ว่าประเภทใดประเภทหนึ่ง อีกกรณีคือว่า ถ้าบุคคลผู้นั้น เป็นบุคคลต้องห้าม มีประวัติไม่ดี ทางอาชญากรรม หรือก่อการร้าย ก็จะไม่ออกให้ กรณีที่ออกให้ไปแล้ว ไม่ว่า พาสปอร์ตแดง หรือประเภทอื่น ถ้าหากคนที่ได้รับไปแล้ว ประพฤติตัวไม่ถูกต้อง ถูกศาลตัดสินจำคุก ไม่ว่าจะลงโทษแล้ว หรือยังไม่ลงโทษ แล้วหนีไป ก็เพิกถอนได้

กรณี พาสปอร์ตแดง มันเป็น หนังสือเดินทางพิเศษ ที่ออกให้ เฉพาะบุคคลบางคน เช่น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะให้ถือไป ตลอดชีวิต

ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆ ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือ ประธานวุฒิสภา ก็ให้ถือ พาสปอร์ตแดง ได้ แค่ชั่วคราว เมื่อหมดวาระแล้ว ก็ต้องเพิกถอน โดยปริยาย

เพราะฉะนั้น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ถือ พาสปอร์ตแดง ต้องประพฤติตนให้ดี สมกับที่ รัฐบาล ให้เกียรติ


“ในกรณีที่ไปทำผิดเข้าแล้ว ถูกตัดสินจำคุก ไม่ว่าจะ กี่วัน กี่ปี หรือ วันหนึ่ง แต่คดีถึงที่สุด โดยระเบียบปฏิบัติเลย ให้ กระทรวงการต่างประเทศ เรียก พาสปอร์ต คืนทันที หรือยกเลิก โดยแจ้งไป ตามสถานทูต สถานกงสุล ต่างๆ กรณีคุณทักษิณ คดีถึงที่สุดแล้ว ไม่มีการอุทธรณ์อีก มันเข้าระเบียบ ปฏิบัติ ตรงนี้ ที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ต้องปฏิบัติตาม”

น.ต.ประสงค์ กล่าวต่อว่า หนังสือที่ส่งไปถึงปลัดกระทรวงการต่างประเทศนั้น ได้เรียกร้องให้ต้องยกเลิกพาสปอร์ตแดงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทันที โดยอ้างถึงระเบียบปฏิบัติที่มีอยู่ มิฉะนั้นแล้วปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ต้องรับผิดชอบ และจะถูกฟ้องร้องฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 มีความผิดถึงขั้นติดคุกติดตาราง ซึ่งตนรู้ล่วงหน้าว่าจะมีคนมาฟ้องแน่ จึงได้ทำหนังสืออย่างนี้ขึ้นเพื่อช่วยเหลือ

“เมื่อปลัดกระทรวง ได้รับหนังสือของผม วันที่ 9 แล้ว วันที่ 11 ปลัด ก็โทร. จะขอนัดพบผม แต่ผม ก็ไม่ว่าง เขาก็เป็นผู้น้อย ไม่กล้าพูด ทางโทรศัพท์ แต่ผมก็บอกว่า มีอะไรให้พูด ทางโทรศัพท์มาได้เลย เขาก็เลยเล่าให้ฟังว่า ได้รับหนังสือ ของผมแล้ว และเล่าว่า ความจริง จะทำหลายครั้งแล้ว แต่ ทาง ฝ่ายการเมือง พยายามกดดันเขา อะไรต่างๆ เขา แต่ผมจะไม่พูดรายละเอียดว่า ใครกดดันเขาบ้าง รัฐมนตรีคนไหน เป็นยังไง นายกฯ คนไหน เขาทำยังไง ผมจะไม่พูด แต่ก็ได้บอก ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ว่า ท่านปลัด ต้องยกเลิกทันที ไม่เช่นนั้น คุณถูกฟ้องแน่เลย ผมสงสาร ยังไง ก็ต้องยกเลิก แต่ว่าก่อนยกเลิก โดยมารยาทนี่ คุณเป็นข้าราชการประจำ ให้ไปถาม คุณชวรัตน์ (ชาญวีรกูล) ที่รักษาการนายกฯ และ รักษาการ รัฐมนตรีต่างประเทศ ด้วยว่า เขาจะมีความเห็นยังไง คุณเอาจดหมายผม ไปให้เขาดูเลย

แล้วก็ วันที่ 11 ปลัดกระทรวง การต่างประเทศ ก็รับปาก แล้ว วันที่ 12 ก็โทร. มาหาผมอีก บอกว่า เอาหนังสือของผมไปให้ คุณชวรัตน์ ดูแล้ว คุณชวรัตน์ เห็นหนังสือผม ก็พูดไม่ออก และบอกปลัดว่า เป็นดุลยพินิจของ กระทรวงการต่างประเทศ

ก็เป็นคำตอบที่ถูก ก็ต้องน่าชมเชย คุณชวรัตน์ ไว้ด้วยว่า อย่างน้อย ก็รู้จักรักษาระเบียบการ ต่างๆ ที่ถูกต้องเอาไว้ เพราะฉะนั้น ถ้า คุณชวรัตน์ บอกว่าไม่ให้ยกเลิก ละก็ คุณชวรัตน์ โดนกฎหมายอาญา ฟ้องร้องทันที ทั้งๆ ที่ วันนี้มั้ง อาจจะหมดสภาพรักษาการ

“ทีนี้ ท่านปลัด ก็โทร. กลับมาบอกผมอีกว่า ส่งเรื่องไปให้ กรมกงสุลของ กระทรวงการต่างประเทศ ให้สั่งเพิกถอนแล้ว วันที่ 12 นี่ก็เป็น ความเป็นมา แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ใช่อะไรหรอก บ้านเมือง ถ้าหากว่า มันมีกฎหมายอยู่ มีกฎอยู่ มีระเบียบบอยู่แล้ว ก็ไม่ทำตาม กฎระเบียบ หรือกฎหมายเหล่านั้น บ้านเมือง มันจะอยู่กันได้อย่างไร เพียงเรื่องเล็กๆ อย่างนี้ ยังเห็นแก่ตัวกัน แล้วพาสปอร์ตแดงนี่ เป็นพาสปอร์ต นักการทูต ที่มีสิทธิพิเศษต่างๆ ที่ผู้ใช้ นำไปใช้ใน ต่างประเทศนี่ ในการตรวจตราต่างๆ เขาไม่ตรวจ”

ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวหาว่า เป็นการกลั่นแกล้ง ทำให้เขา เป็นหมาจนตรอกนั้น น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า เบื้องหลังเรื่องนี้ เป็นเพราะ ตนสงสาร เจ้าหน้าที่ แต่ไม่ทราบว่า ทำไม พ.ต.ท.ทักษิณ เรียกตัวเองเป็น หมา ปกติ คนเขาไม่จนตรอก หมาเท่านั้น ที่จนตรอก แล้วบอกว่า กำลังจะไล่ให้ จนตรอกนี่ ตนไม่คิดไล่คน ให้จนตรอกเลย

ในส่วนของ พาสปอร์ตธรรมดา ที่กระทรวงการต่างประเทศ จะให้กฤษฎีกาตีความ ว่า ควรจะยกเลิก ด้วยหรือไม่นั้น น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า ความจริงแล้ว ในระเบียบปฏิบัติของ กระทรวงการต่างประเทศนั้น ผู้ถือหนังสือเดินทาง ไม่ว่าประเภทไหน ถ้าถูกตัดสินจำคุก คดีถึงที่สุดแล้ว ต้องยกเลิกเลย ทุกประเภท


แต่ว่าการที่ กระทรวงการต่างประเทศ ยังให้กฤษฎีกาตีความ ก็อาจจะเป็น ความรอบคอบ เพราะว่า พลเมือง ย่อมมีสิทธิเสรีภาพ ในการเดินทาง ไปไหนมาไหน เพราะฉะนั้น ถ้ายกเลิกหนังสือเดินทาง จะขัดรัฐธรรมนูญ หรือหรือไม่


“ซึ่งถ้าเป็นผม ผมยกเลิก ทุกประเภทเลย เพราะระเบียบปฏิบัติ ให้ผมทำอย่างนี้ เป็นกฎเกณฑ์แล้วนะครับ แต่ว่า เราอย่าไปตำหนิอะไร เจ้าหน้าที่เลย เขาก็ต้องรอบคอบ ของเขา แต่ว่าในที่สุดแล้ว ไม่มีหรอกครับ ที่จะไม่ถอนพาสปอร์ต ขนาดพาสปอร์ตแดง เป็นพาสปอร์ตพิเศษ ยังถอนเลย พาสปอร์ตธรรมดา ทำไมจะถอนไม่ได้” น.ต.ประสงค์ กล่าว

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
16 ธันวาคม 2551 18:31 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000147973


พิมพ์ ข่าวนี้ “ประสงค์” แฉเบื้องลึกยึดพาสปอร์ต “แม้ว”-จวกยุค “หมัก-สมชาย” ขรก.โดนบีบหนัก

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

December 15, 2008

ก.ต. ยกเลิกหนังสือเดินทางทูตของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา


การยกเลิกหนังสือเดินทางทูตของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี


ตามที่ได้มีผู้สื่อข่าว สอบถามข้อเท็จจริง เกี่ยวกับรายงานข่าว เรื่องกระทรวงการต่างประเทศ ยกเลิกหนังสือเดินทาง ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี


กระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้ข้อมูลว่า ได้ยกเลิกหนังสือเดินทางทูตของ อดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว


กระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งด้วยว่า ได้พิจารณาเรื่องนี้ ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เนื่องจากมี ประเด็นทางกฎหมาย และมีนัยทางการเมือง ที่สำคัญ และที่ผ่านมา ได้มีการทำความเห็นเสนอต่อ รัฐบาล ผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาแล้ว 3 รัฐบาล จนกระทั่งได้มี คำพิพากษา เกี่ยวกับ อดีตนายกรัฐมนตรี และคดีได้ถึงที่สุด เนื่องจากไม่มีการอุทธรณ์


ก่อนการตัดสินใจ ยกเลิกหนังสือเดินทางทูต ดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศ ได้ปรึกษาหารือ กับรัฐบาลอีกครั้ง จนเมื่อสัปดาห์ ที่ผ่านมา (12 ธันวาคม 2551) กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะผู้รักษาการ ตามระเบียบนี้ ได้ตัดสินใจ ยกเลิกหนังสือเดินทางทูต


กระทรวงการต่างประเทศ ได้ส่งหนังสือแจ้งเรื่องนี้ไปยัง ที่อยู่ของอดีตนายกรัฐมนตรี ในกรุงเทพมหานครแล้ว


สำหรับหนังสือเดินทางธรรมดา ที่อดีตนายกรัฐมนตรี ถืออยู่ อีกเล่มนั้น กระทรวงการต่างประเทศ ได้ส่งเรื่องให้ คณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตีความ ในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ในการเดินทาง ตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญปี 2550 เพื่อนำมา ประกอบการพิจารณาต่อไป

ปรับปรุงจาก ข่าวสารนิเทศ ของ กระทรวงการต่างประเทศ, ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ 10400
http://www.mfa.go.th/web/200.php?id=21383
15 ธันวาคม 2551 18:35:52


พิมพ์ ข่าวนี้การยกเลิกหนังสือเดินทางทูตของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี



การเมืองเปลี่ยน! กต. ยกเลิกพาสปอร์ตแดง “แม้ว”


กต. แจง ยกเลิกพาสปอร์ตแดง “ทักษิณ” แล้ว เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา ระบุสาเหตุ ต้องคำพิพากษาถึงที่สุด พร้อมให้ กฤษฎีกาตีความกฎหมาย ยกเลิกหนังสือเดินทางธรรมดาด้วย


เมื่อเวลา 18.35 น. วันที่ 15 ธันวาคม 2551 เว็บไซต์ กระทรวงการต่างประเทศ ได้นำเสนอข่าว กรณี การยกเลิกหนังสือเดินทางทูต ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า


ตามที่ได้มีผู้สื่อข่าว สอบถามข้อเท็จจริง เกี่ยวกับรายงานข่าว เรื่องกระทรวงการต่างประเทศ ยกเลิกหนังสือเดินทาง ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้ข้อมูลว่า ได้ยกเลิกหนังสือเดินทางทูตของ อดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว


กระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งด้วยว่า ได้พิจารณาเรื่องนี้ ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เนื่องจากมีประเด็นทางกฎหมาย และมีนัยทางการเมือง ที่สำคัญ และที่ผ่านมา ได้มีการทำความเห็นเสนอ ต่อรัฐบาล ผ่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ มาแล้ว 3 รัฐบาล จนกระทั่งได้มี คำพิพากษาเกี่ยวกับ อดีตนายกรัฐมนตรี และคดีได้ถึงที่สุด เนื่องจากไม่มีการอุทธรณ์


ก่อนการตัดสินใจ ยกเลิกหนังสือเดินทางทูตดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศ ได้ปรึกษาหารือ กับรัฐบาลอีกครั้ง จนเมื่อสัปดาห์ ที่ผ่านมา (12 ธ.ค.) กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะผู้รักษาการตามระเบียบนี้ ได้ตัดสินใจ ยกเลิกหนังสือเดินทางทูต


กระทรวงการต่างประเทศ ได้ส่งหนังสือแจ้งเรื่องนี้ไปยังที่อยู่ของ อดีตนายกรัฐมนตรี ในกรุงเทพมหานคร แล้ว


สำหรับหนังสือเดินทางธรรมดาที่ อดีตนายกรัฐมนตรี ถืออยู่อีกเล่มนั้น กระทรวงการต่างประเทศ ได้ส่งเรื่องให้ คณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตีความ ในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ในการเดินทาง ตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญปี 2550 เพื่อนำมาประกอบ การพิจารณาต่อไป

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 15 ธันวาคม 2551 20:43 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000147468


พิมพ์ ข่าวนี้ การเมืองเปลี่ยน! กต.ยกเลิกพาสปอร์ตแดง “แม้ว”



“บัวแก้ว”ยกเลิกพาสปอร์ตแดง”ทักษิณ”


(Update) บัวแก้ว ยกเลิกพาสปอร์ตแดง”ทักษิณ” เหตุถูกตัดสินที่ดินรัชดาและ ไม่มีการยื่นอุทธรณ์ หลังเสนอรัฐบาลพิจารณามาแล้วหลายครั้ง จนต้องตัดสินใจเอง


กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกแถลงการณ์แจ้งผ่านทาง http://www.mfa .go.th ว่า ได้ยกเลิกหนังสือเดินทางทูต (พาสปอร์ตแดง) ของอดีตนายกรัฐมนตรีแล้วโดยกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งด้วยว่า ได้พิจารณาเรื่องนี้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เนื่องจากมีประเด็นทางกฎหมาย และมีนัยทางการเมืองที่สำคัญ และที่ผ่านมา ได้มีการทำความเห็นเสนอ ต่อรัฐบาลผ่าน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศมาแล้ว 3 รัฐบาล จนกระทั่งได้มีคำพิพากษาเกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรี และคดีได้ถึงที่สุดเนื่องจากไม่มีการอุทธรณ์

ทั้งนี้ ได้มีการระบุอีกว่า ก่อนการตัดสินใจยกเลิกหนังสือเดินทางทูตดังกล่าว ทางกระทรวงการต่างประเทศ ได้ปรึกษาหารือกับรัฐบาลรักษาการอีกครั้ง จนเมื่อวันที่12 ธันวาคมที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะผู้รักษาการตามระเบียบนี้ได้ตัดสินใจยกเลิกหนังสือเดินทางทูต โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ส่งหนังสือแจ้งเรื่องนี้ไปยังที่อยู่ของอดีตนายกรัฐมนตรีในกรุงเทพมหานครแล้ว

สำหรับหนังสือเดินทางธรรมดาที่อดีตนายกรัฐมนตรีถืออยู่อีกเล่มนั้น กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตีความในเรื่องสิทธิเสรีภาพในการเดินทางตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปี 2550 เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาต่อไป

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว bangkokbiznews
15 ธันวาคม พ.ศ. 2551 18:52:00
http://www.bangkokbiznews.com/2008/12/15/news_320404.php


พิมพ์ ข่าวนี้ “บัวแก้ว”ยกเลิกพาสปอร์ตแดง”ทักษิณ”

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

December 8, 2008

“เพื่อไทย” แพ้ยกแรก ล่าชื่อ ขอเปิดสภาฯ เก้อ เหตุ “ปู่ชัย”เดินทางไป ตจว.

ยื่นข เปิดประชุมสภา สมัยวิสามัญ เพื่เลืกนายกรัฐมนตรี ต่นายชัย ชิดชบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยื่นขอ เปิดประชุมสภา สมัยวิสามัญ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร


ขั้ว ปชป.เริ่มนิ่งตุน 242 เสียงกลุ่ม “เพื่อนเนวิน” ยันหนุนตั้งรัฐบาล


“เพื่อไทย” แพ้ยกแรก ล่าชื่อ ขอเปิดสภาฯ เก้อ เหตุ “ปู่ชัย”เดินทางไป ตจว.แถมโดน ปชป. ยื่นตัดหน้าก่อน อ้างมี 230 เสียงในมือ แต่ไม่ยอมให้ สื่อดู เชื่อมีแค่ 140 ยังโม้ “เพื่อนเนวิน” ทยอยกลับ ด้าน ส.ส. อำนาจเจริญ ยันกลุ่มเหนียวแน่น หนุน ปชป. พร้อมเผย “ป๋าเหนาะ” รับปากร่วมเรือ ลำเดียวกัน แล้ว


เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 8 ธ.ค. ที่สำนักงาน พรรคเพื่อไทย นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ ว่าที่ ร.ต.นายพงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย และ นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี ร่วมกันแถลงข่าว โดย ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รวบรวมรายชื่อ ส.ส. เพื่อจะไปยื่นขอ เปิดประชุมสภา สมัยวิสามัญ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขณะนี้เรามีรายชื่อ ส.ส. เกินกึ่งหนึ่ง พร้อมที่จะเลือกนายกรัฐมนตรี แต่เนื่องจาก ทราบว่าประธานสภาฯ ติดภารกิจ เดินทางไปต่างจังหวัด เมื่อประสานไปยัง รองประธาน สภาผู้แทนฯ ก็ได้รับแจ้งว่า ไม่สามารถรับแทนได้ และทราบว่า ฝ่ายค้านได้ยื่นขอ เปิดประชุมสภาแล้ว ดังนั้นทางพรรคเพื่อไทย ก็พร้อมที่จะ เข้าประชุม เพราะเรามีเสียง ส.ส. สนับสนุน เกือบ 230 เสียง


“มี ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่เข้ามาอยู่กับ พรรคเพื่อไทยแล้ว อาทิ
นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู
นายจตุพร เจริญเชื้อ ส.ส.ขอนแก่น
นายธนเทพ ทิมสุวรรณ และ
นางนันทนา ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย รวมทั้ง
นายวิเชียร อุดมศักดิ์ ส.ส.อำนาจเจริญ
ซึ่งตอนนี้ กลุ่มเพื่อนเนวิน เหลือเพียง 15-17 คน ที่ยังสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นเชื่อว่า เรายังมีเวลา เพราะ ส.ส. ไม่ใช่สินค้า ไม่ใช่ผักปลา ก็ต้องคำนึง ถึงบ้านเมืองเป็นหลัก”
ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ กล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ สื่อมวลชน พยายามที่จะขอดูและ อยากให้เปิดเผย รายชื่อส.ส. ที่ร่วมลงชื่อ ขอเปิดประชุมสภา สมัยวิสามัญฯ แต่ ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธุ์ ปฏิเสธ ที่จะแจกให้ เพียงเปิดให้ดูคร่าวๆ โดยไม่ยอมให้ดู ในรายละเอียด

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเท่าที่สังเกตนั้น พบว่า มีรายชื่อ ส.ส. ที่เซ็นชื่อไว้ทั้งสิ้น 14 แผ่น โดยมี ส.ส.ทั้งหมด ไม่น่าจะเกิน 140 คน

“เพื่อนเนวิน” โต้ ยังเหนียวแน่น เผย “ป๋าเหนาะ” รับปากแล้ว


ด้าน นายวิเชียร อุดมศักดิ์ ส.ส.อำนาจเจริญ กลุ่มเพื่อนเนวิน ซึ่ง ว่าที่ พงศ์พันธุ์ อ้างว่าได้กลับเข้าไปอยู่ พรรคเพื่อไทยแล้ว เปิดเผยว่า การที่ ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธุ์ ออกมาระบุว่า ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน กลับมาอยู่กับ พรรคเพื่อไทย จนเหลือเพียง 15 คน ที่ยังสนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ นั้น ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากตน พร้อมทั้ง ส.ส. ในกลุ่มฯ ยังคงเหนียวแน่น ในการสนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ ในการจัดตั้งรัฐบาล ไม่พลิกมาอยู่กับ พรรคเพื่อไทย แน่นอน ทั้งนี้ ตนก็อยากเห็นรายชื่อ ที่เซ็นชื่อ เหมือนกัน


นายวิเชียร เปิดเผยอีกว่า นอกจากนี้ ล่าสุดในช่วงเช้าของ วันที่ 8 ธ.ค.นั้น ได้บอกกับ ส.ส. ในกลุ่มว่า นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรค ประชาราช ก็จะมาอยู่กับเราด้วย


เผยยอด ส.ส. หนุน “มาร์ค” 242 เสียง


ขณะที่ นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม กลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวว่า ขณะนี้ จำนวน ส.ส. ในการจัดตั้งรัฐบาล นิ่งแล้ว โดยอยู่ที่ 242 เสียง แต่ก็ยังมี แนวโน้มว่า จะมี ส.ส. เข้ามาสนับสนุน เพิ่มเติมอีก ซึ่งหลายคน ยังขอเวลา รอให้ทุกอย่างชัดเจน กว่านี้ เพราะหากเปิดตัวตอนนี้ จะโดนบี้ โดยทุกคน เห็นด้วยกับ แนวทางที่ต้องการให้ บ้านเมืองสงบ และประเทศเดินหน้า ต่อไปได้


แกนนำ เพื่อไทย แห่พบ “ป๋าเหนาะ” กัน ชิ่งซบ ปชป.


ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 14.30 น. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี นายอัศนี เชิดชัย ส.ส.สัดส่วน นางลินดา เชิดชัย ส.ส.นครราชสีมา สมาชิกพรรคเพื่อไทย ออกเดินทาง โดยรถตู้เพื่อไปพบ นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่บ้านพัก เมืองย่านทองธานี

นายยงยุทธ ให้สัมภาษณ์ ก่อนออกเดินทางว่า วันนี้ ตนและ ส.ส.เพื่อไทย จะเดินทางไปเยี่ยม และร่วมทานข้าวกับ นายเสนาะ ซึ่งตนถือว่า นายเสนาะ เป็นหัวหน้า และผู้ใหญ่ ที่เคารพ

ส่วนการเดินทางไปครั้งนี้ จะเป็นการไปตรวจสอบ และขอคำมั่นให้ นายเสนาะ อยู่กับพรรคเพื่อไทย เพื่อป้องกันไม่ให้ พลิกขั้วการเมือง ใช่หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า คุยยุทธศาสตร์ภาพรวม ทั่วไป

ยกเก้าอี้ นายกฯ ผูกใจ “เสนาะ”


รายงานข่าวแจ้งว่า การไปพบ นายเสนาะ ครั้งนี้ เพื่อเป็นการยืนยัน เพราะมีกระแสข่าวว่า นายเสนาะ อาจจะเปลี่ยนใจ ไปจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกับ พรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้น กลุ่มนายยงยุทธ จึงต้องไปยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมให้ พรรคเล็ก เช่น พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคประชาราช เสนอชื่อ บุคคล ที่จะเป็นนายกฯ ได้


โดยพรรคเพื่อไทย จะไม่เสนอชื่อ คนในพรรค เป็นนายกฯ ซึ่งล่าสุดที่มีการคุยกันนั้น ยังมีชื่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองหัวหน้าพรรค เพื่อแผ่นดิน และ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรค รวมใจไทยชาติพัฒนา ด้วย แต่พรรคเพื่อไทย จะไปคุยเพื่อขอให้ นายเสนาะ เป็นนายกฯ

ด้านนายวิทยา กล่าวถึง กรณีที่มีกระแสข่าวว่า อาจจะมีการยุบสภาว่า โดยส่วนตัวเห็นว่า ควรยึดมั่นใน ระบอบประชาธิปไตย การแก้ปัญหา ด้วยการยุบสภา จะเป็นทางออกสุดท้าย ถ้าเห็นว่า การเมืองไปไม่ได้แล้ว ก็จะต้องนำมาใช้

ส่วนการเมือง ที่เดินไปไม่ได้ เป็นเพราะเสียงการตั้งรัฐบาล ก้ำกึ่ง ใช่หรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็น เอกสิทธิ์ของ ส.ส. ที่จะเลือก ต่อไปนี้ คงต้องติดตามดู

เตรียมแผน ยุบสภา ดัดหลัง ส.ส.ทรยศ


แหล่งข่าวจาก พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตอนนี้รอเพียง ความชัดเจนเรื่อง จำนวน ส.ส. และรายชื่อ ที่จะอยู่กับ พรรคเพื่อไทย ว่าจะมีเท่าไร ซึ่งสุดท้าย ก่อนที่จะมีการ เปิดประชุมสภา เพื่อเลือกนายกฯ นั้น จะมีความชัดเจนว่า หากพรรคเพื่อไทย มีเสียงไม่มากพอ ที่จะตั้งรัฐบาล ก็จะดำเนินการยุบสภา

ส่วนที่มีข้อสังเกตว่านายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รองนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่ แทนนายกฯ จะมีอำนาจหรือไม่ หรือจะไปเข้าข้าง ฝ่ายประชาธิปัตย์ หรือไม่นั้น แหล่งข่าวยืนยันว่า นายชวรัตน์ ยังอยู่ข้าง พรรคเพื่อไทย และเมื่อถึงเวลา ก็จะดำเนินการทันที

ส่วน ส.ส. อดีตพรรคพลังประชาชน ที่ไปเข้ากับ พรรคประชาธิปัตย์นั้น หากมีการยุบสภาแล้ว กลับเข้ามาอีกครั้ง พรรคเพื่อไทย ก็จะไม่รับ

สำหรับบรรยากาศ ความเคลื่อนไหวที่ พรรคเพื่อไทย ตลอดทั้งวันนั้น มี ส.ส. ทยอยเดินทางเข้ามา ยังที่ทำการพรรค อย่างต่อเนื่อง อาทิ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการ รมว.สาธารณสุข กลุ่มบ้านริมคลอง
นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รักษาการ รมช.มหาดไทย แกนนำ กลุ่มอีสานพัฒนา
นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา อดีตประธานวิปรัฐบาล
ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส. สัดส่วน
นายมามิตย์ จิตจันทร์กลับ ส.ส.สัดส่วน
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน
นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลพล ส.ส.อุบลราชธานี และ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตโฆษกรัฐบาล เป็นต้น

เพื่อหารือกับ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในการ จัดตั้งรัฐบาล

นอกจากนี้ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภริยา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายัง ที่ทำการ พรรคเพื่อไทย ด้วย

อัด ปชป. อยากเป็นรัฐบาล จนตัวสั่น


นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี สมาชิกพรรคเพี่อไทย กล่าวว่า วันนี้มี ผู้ใหญ่ในพรรค และ ส.ส. เดินทางมาที่ พรรคเพื่อไทย เพื่อ วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ โดยยังมั่นใจว่า พรรคยังมีเสียงข้างมาก และสามารถ จัดตั้งรัฐบาลได้

แต่น่าแปลกใจที่ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพูดมาตลอดว่า ยึดหลักการนั้น ตามหลักแล้ว พรรคที่มีเสียงข้างมาก จึงจะสามารถ จัดตั้งรัฐบาล ได้ก่อน หากจัดตั้งไม่ได้ จึงเป็นโอกาสของ พรรคอันดับสอง ไม่ใช่อยากเป็นรัฐบาลมาก จนมาแย่งชิง จัดตั้งรัฐบาล อยากถามว่า ยึดหลักการนั้น หมายความว่า อะไร อย่างไรก็ตาม จะเป็นไปได้หรือไม่นั้น ทุกอย่างยังมีเวลา ซึ่งอนาคต เราจะเป็นฝ่ายค้าน หรือรัฐบาล ก็พร้อม แต่ขอให้บ้านเมือง เดินไปได้

อ้าง “เพื่อนเนวิน” หลอกชาวบ้าน ว่ายังอยู่ เพื่อไทย


นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า หลังจากที่มีข่าวว่า ส.ส. อดีตพรรคพลังประชาชน ย้ายไปสนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อตั้งรัฐบาล และให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี นั้น มีกระแสความไม่พอใจของ ชาวบ้านในพื้นที่ เป็นอย่างมาก โดยรู้สึกรับไม่ได้ กับการตัดสินใจ ของ ส.ส. เหล่านั้น

เพราะตอนนี้ ส.ส.ส่วนหนึ่ง ที่หันไปสนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ ไปหลอกชาวบ้านว่า ไม่ย้ายไปไหน ยังอยู่ ถ้าชาวบ้าน รู้ความจริง เชื่อว่าจะลง พื้นที่ในเขตเลือกตั้ง ไม่ได้ ที่ผ่านมา ส.ส. บางคน ก็ถูกชาวบ้าน ไปล้อมบ้าน ปาอึ คงจะมีอีกหลายพื้นที่ ที่มีการเคลื่อนไหว เช่นนี้ และเชื่อว่า ในสัปดาห์หน้า จะวุ่นวายกว่านี้ จะมีประชาชนออกมา กดดัน หนักกว่านี้

ส.ส. หนองบัวลำภู คุย อยู่เพื่อไทย ไม่ต้องใช้เงิน ซื้อเสียง


นายไชยา พรหมมา ส.ส. หนองบัวลำภู อดีตสมาชิก กลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวว่า สาเหตุที่ ตนย้ายมาอยู่กับ พรรคเพื่อไทย นั้น ยืนยันว่า ตนเลือกที่ จะมาเอง ชาวบ้านเรียกร้อง ไม่มีใครไปเจรจา และไม่มีการต่อรอง โควตารัฐมนตรี 5 ต่อ1

เพราะวันนี้ พรรคต้องสร้าง การเมืองมิติใหม่ ต้องไม่ใช้โควตา ในการต่อรอง ไม่เช่นนั้น ก็จะเกิดการซื้อตัว ส.ส. ซึ่งตน ไม่ชอบอยู่แล้ว ตอนลงพื้นที่ ชาวบ้าน ต่างสอบถามว่า เมื่อไหร่จะไปสมัคร พรรคเพื่อไทย ซึ่งเหมือนเป็น การกดดันตัวเรา และ ตอนนี้ กระแสพรรคเพื่อไทย ก็มาแรงมาก คาดว่า หากมีการเลือกตั้ง เมื่อไหร่ ไม่ต้องใช้เงินเลย ใช้แค่เพียง ค่าป้ายโฆษณาหาเสียง ค่าน้ำมันรถหาเสียง เท่านั้น ไม่ต้องใช้ อย่างอื่นเลย และยังเชื่อว่า คนที่ย้ายไปพรรคอื่น จะสอบตก อย่างแน่นอน

เชื่อ “เพื่อนเนวิน” ไม่มี รีเทิร์น


นายไชยา กล่าวต่อว่า ในการหารือกับ กลุ่มเพื่อนเนวิน ก่อนหน้านี้ ตนได้สอบถามถึง แนวทาง ทางการเมืองว่า จะเดินต่อไปอย่างไร ซึ่ง นายเนวิน ชิดชอบ บอกว่า ให้รอไปก่อน ไม่ต้องรีบ ยังมีเวลาเหลือ ตั้ง 60 วัน ในการสังกัด พรรคการเมือง ซึ่งทำให้เรา กดดันทางการเมือง เพราะถูกตั้งคำถาม จากหลายฝ่าย ทั้งสื่อมวลชนและ ชาวบ้าน ถึงสาเหตุที่ ไม่มาอยู่กับ พรรคเพื่อไทย มีเรื่องผลประโยชน์ อะไรแอบแฝงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ส.ส. กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่ออกไปอยู่กับ พรรคการเมืองอื่นนั้น หากมีการเลือกตั้ง จะกลับเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ลำบาก อย่างแน่นอน เพราะ ประชาชนในพื้นที่ เขาอยากให้อยู่กับ พรรคเพื่อไทย เท่านั้น และเชื่อว่า คนที่ออกไปคงไม่กลับมาอยู่กับ พรรคเพื่อไทย อีกแล้ว

อ้างทหารบีบ เปลี่ยนขั้ว


“เท่าที่นั่งไล่รายชื่อ กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่อยู่กับพรรคการเมืองอื่นนั้น ขณะนี้เหลือ ไม่เกิน 12 คน อย่างแน่นอน ก็ยังแปลกใจกับ ตัวเลขก่อนหน้านี้ ที่บอกว่า ยังมีอยู่ตั้ง 30 คน เท่าที่สอบถาม ส.ส. ในกลุ่มเพื่อนเนวิน บางคน ก็บอกตรงๆ ว่า ที่ตัดสินใจทางการเมือง แบบนั้น เป็นเพราะ ทหาร เข้ามา มีส่วน แต่เป็นการ พัฒนารูปแบบ ไม่ใช่เหมือนเมื่อก่อน ที่เข้ามาแล้วทุบโต๊ะปั้ง จะเอา อย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งรูปแบบใหม่ เป็นการพูดจา หว่านล้อม ชี้ให้เห็นถึง ผลเสีย หากพรรคเพื่อไทย ได้จัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง ซึ่งเป็นการพัฒนารูปแบบ ในการแทรกแซง” นายไชยา กล่าว


มั่นใจไม่ยุบสภา


นายไชยา กล่าวด้วยว่า ไม่กลัวว่า จะมีการยุบสภา เพราะวันนี้ ทำความเข้าใจ กับประชาชน ในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนจะยุบสภา ในเร็ววันหรือไม่ ต้องดู การตีความ การเป็นสมาชิกพรรค ว่าจะนับอย่างไร


ระหว่างการนับต่อเนื่องจากพรรค ที่ถูกยุบ หรือเริ่มนับใหม่ ในการมาสังกัดพรรคใหม่ หากเริ่มนับใหม่ การยุบสภา ก็คงต้องชะลอออกไป แต่แนวโน้ม คิดว่าน่าจะเป็นการนับแบบต่อเนื่อง


นอกจากนี้ ส่วนตัวเชื่อว่า นายชวรัตน์ ยังคงอยู่กับพรรคเพื่อไทย เพราะเท่าที่ดู นายชวรัตน์ ก็วางตัวดี และเชื่อว่าคงไม่ฟัง ลูกชาย จนไม่คำนึงถึง ความถูกต้อง ส่วนอำนาจ ในการยุบสภานั้น คงต้องรอดูอีกครั้ง ในการตีความทางกฎหมาย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 ธันวาคม 2551 18:27 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000144735


พิมพ์ ข่าวนี้ ขั้ว ปชป. เริ่มนิ่งตุน 242 เสียงกลุ่ม “เพื่อนเนวิน” ยันหนุน ตั้งรัฐบาล

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“เหลิม” หอบ ส.ส.แถลงโชว์ ยังเหนียวแน่น “เพื่อไทย” ฟุ้งมียอด ส.ส.ในมือ 220

ที่ทำการ พรรคเพื่ภ??ทย ร.ต.ฮเฉลิม ภ??ู่บำรุง สมาชิกพรรคเพื่ภ??ทย แถลง

ที่ทำการ พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สมาชิกพรรคเพื่อไทย แถลง


“เหลิม” โว “เพื่อนเนวิน” เหนียวแน่น “เพื่อแม้ว” ปิดปากทหาร หนุน ปชป.


“เหลิม” หอบ ส.ส.แถลงโชว์ ยังเหนียวแน่น “เพื่อไทย” ฟุ้งมียอด ส.ส.ในมือ 220 และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เผย กลุ่มเพื่อเนวิน ถูก ปชช.ในพื้นที่กดดันจริง เลยต้องหนีกลับ ขณะที่กองเชียร์ หวั่นอดตั้ง รบ.เสียงอ่อยให้รอดูวันโหวตเลือกนายกฯในสภา ยังเชื่อเป็นแกนนำตั้ง รบ.ขณะเดียวกัน แหยงไม่กล้าพูดทหารหนุน ปชป.จัดตั้ง รบ.


วันนี้ (8 ธ.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำการ พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สมาชิกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า วันนี้ผู้สื่อข่าวนั่งทำข่าว ที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งจะเป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาล ตนทราบว่า พี่น้องของตน มีความทุกข์ เพราะได้รับโทรศัพท์ จากประชาชน ในพื้นที่ เนื่องจาก ตอนนี้บางพรรค นำรายชื่อและ ตำแหน่ง ส.ส. พรรคพลังประชาชน ไปอ้างชื่อ ซึ่ง ส.ส.เหล่านั้นที่อ้างชื่อ ก็มาอยู่ที่นี่ เช่น


นางบุญรื่น ศรีธเรศ ส.ส.กาฬสินธุ์
นายนิพนธ์ ศรีธเรศ ส.ส.กาฬสินธุ์
นายพีรเพชร ศิริกุล ส.ส.กาฬสินธุ์
นายประเสริฐ บุญเรือง ส.ส.กาฬสินธุ์
นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ส.ส.กาฬสินธุ์
นายไชยา พรหมมา ส.ส.หนองบัวลำภู
นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู
นายวิชัย สามิตร ส.ส.หนองบัวลำภู
นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ส.ส.อุดรธานี และ พวกอีก 7 คน ที่ยังไม่ขอเปิดเผยชื่อ รวมทั้ง


พลเอก สมชาย พิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี ก็ย้ายมา ตามปกติหลัง พรรคพลังประชาชน โดนยุบด้วย ดังนั้น ทั้งหมดนี้ จึงขอมาคลายทุกข์ ว่า ไม่ไปไหน มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ต้น ขู่ ชาวบ้านกดดัน


“ทั้งหมดนี้ ยอมรับว่า เป็นเพื่อนของ กลุ่มเพื่อนเนวินจริง แต่วันนี้มาอยู่ พรรคเพื่อไทย และทราบว่า ประชาชนในอีสาน จะเคลื่อนไป บ้านของ ส.ส. เหล่านั้น แล้ว อีกไม่กี่วันไม่กี่ชั่วโมงนี้ จะมีของใหม่ คือ ส.ส.พรรคอื่น จะมาอยู่ที่นี่” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว


ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวต่อว่า พรรคของเราเมื่อรวมกัน จะแข็งแกร่ง เป็นปึกแผ่น ขอฝากไปถึง พรรคประชาธิปัตย์ ว่า อย่าประดิษฐ์คำพูดว่า พรรคเพื่อไทย ไปดูดไปดึง


ส.ส. คนพวกนี้เป็นพวก ของตนทั้งนั้น แต่พรรคประชาธิปัตย์ มาแซะเอาไป พรรคเพื่อไทย ก็เอาคืน และขอบคุณที่ พรรคประชาธิปัตย์ ไปยื่น เปิดประชุมรัฐสภา สมัยวิสามัญแล้ว พวกตนจะไม่ไป ยื่นขอเปิดประชุม เพราะจะซ้ำซ้อน ตอนนี้ พรรคเพื่อไทย มี ส.ส. 220 คน และยังคิดว่า พรรคพวก จะกลับมาที่นี่เรื่อยๆ แม้จะมาช้า แต่ก็ไม่ไปไหน เชื่อตั้งรัฐบาลได้แน่


ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ เดินสายล็อบบี้ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเดิม เพื่อเชิญให้ไปร่วม จัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทย อาจต้องเป็นฝ่ายค้าน ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของพวกเขา อย่าไปต่อว่า การเดินสายนั้น ไม่ได้เสียง และพรรคนี้ไม่จำเป็น ต้องเดินสาย ก็ได้เสียง ส่วนหาก พรรคมั่นใจ ว่ามีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ทำไมไม่เปิดเผย ให้สังคมรับรู้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า รอดูเวลาโหวต พูดไปก่อน จะเสียของ สุดท้ายแล้ว ตนมั่นใจว่า พรรคจะเป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาลได้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าวนั้น บรรดากองเชียร์ พรรคเพื่อไทย ที่เข้ามาฟัง การแถลงข่าวด้วยนั้น ได้มีการสอบถาม ร.ต.อ. เฉลิม เกี่ยวกับ การจัดตั้งรัฐบาล ด้วยว่ามั่นใจหรือไม่ โดย ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวว่า ต้องรอวันโหวต เลือกนายกฯ


ส่วนรายชื่อนายกฯ นั้น ก็ไม่ต้องมาจาก พรรคเพื่อไทย ก็ได้ พรรคร่วม สามารถเสนอชื่อได้เลย แต่เวลาโหวตนั้น ชนะหรือแพ้ ยังไม่ทราบ ส่วนข้อกังวลว่า พรรคเพื่อไทย อาจแพ้โหวต เพราะ ส.ส.ไม่พอนั้น เชื่อว่า สุดท้ายแล้ว กลุ่มเพื่อนแนวิน จะมาอยู่ที่นี่


นอกจากนี้ บรรดากองเชียร์ ยังสอบถามด้วยว่า ปัญหาการเมือง ตอนนี้มาจาก กองทัพ และ อดีต คมช. ล็อบบี้ พรรคร่วมรัฐบาล ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวว่า ทหารไม่เกี่ยวกับการเมือง อย่าไปพูดถึง ขณะเดียวกัน เชื่อว่า การกลับมาของ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ก็ไม่เกี่ยวข้อง กับการเมือง เช่นกัน

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 ธันวาคม 2551 17:44 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000144699


พิมพ์ ข่าวนี้ “เหลิม” โว “เพื่อนเนวิน” เหนียวแน่น “เพื่อแม้ว” ปิดปากทหาร หนุน ปชป.

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

เรื่องเร่งด่วน ไม่ใช่เรื่อง จัดตั้งรัฐบาล แต่เป็นเรื่อง ผลทางกฎหมาย ของการยุบ 3 พรรค

นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ให้ความเห็นต่ภสถานการณ์ทางการเมืภ??

นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ให้ความเห็นต่อ สถานการณ์ทางการเมือง


“คำนูณ” เบรก 2 ขั้ว ชะลอตั้งรัฐบาล – รอเคลียร์ ข้อกฎหมาย ยุบ 3 พรรค ก่อน


“คำนูณ” เบรก 2 ขั้ว อย่าเพิ่ง เร่งจัดตั้งรัฐบาล ขณะผลทางกฎหมาย จากการยุบ 3 พรรค ยังไม่ชัดเจน จี้ ศาล รธน. เร่งวินิจฉัย คุณสมบัติ นายกฯ – ครม.รักษาการ

พร้อมเรียกร้อง กกต. ชี้ขาด ส.ส.สัดส่วน พรรคถูกยุบ สิ้นสภาพหรือไม่ ส่วน ส.ส.ที่ย้ายพรรค ยังไม่สมบูรณ์ มีสิทธิ ทำอะไรเพียงไร หวั่นตั้ง รัฐบาลบนปัญหาข้อกฎหมาย สร้างความเสียหายใหญ่หลวง

วันนี้ (8 ธ.ค.) นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ให้ความเห็นต่อ สถานการณ์ทางการเมือง ในขณะนี้ว่า เรื่องเร่งด่วน ในทางการเมือง ขณะนี้ ไม่ใช่เรื่อง ช่วงชิงกัน จัดตั้งรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น ขั้วเดิม หรือพลิกขั้ว แต่เป็นเรื่อง การเร่งหาข้อยุติ ผลทางกฎหมาย ของการยุบ 3 พรรคการเมือง ร่วมรัฐบาล เดิม ซึ่งมีประเด็นหลักๆ ที่ต้องวินิจฉัย 2-3 ประเด็น คือ


1. คณะรัฐมนตรี ชุดปัจจุบันยังรักษาการ อยู่ได้หรือไม่ และคุณสมบัติของ นายกรัฐมนตรีรักษาการ จำเป็นต้องมาจาก การเลือกตั้ง หรือไม่


2. สถานภาพของ ส.ส.สัดส่วน ของพรรคที่ถูกยุบ จะหมดไปพร้อมกับ พรรคที่ถูกยุบ หรือไม่ และ


3. ส.ส. ที่กำลังจะย้ายพรรค ทำอะไรได้แค่ไหน อย่างไร ต้องรอจนย้ายพรรคเสร็จก่อน จึงจะทำได้สมบูรณ์หรือไม่ และพรรคที่จะย้ายไปนั้น จำเป็น จะต้อง เป็นพรรค ที่เคยส่งผู้สมัคร ลงรับเลือกตั้ง มาแล้ว และมี ส.ส. อยู่ในสภา หรือจะเป็นพรรค ที่จัดตั้งใหม่ ก็ได้


ประเด็นเหล่านี้ ผมขอเรียกร้อง ให้ กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ เร่งวินิจฉัย ชี้ขาด โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง กกต. ซึ่งเป็นองค์กร ที่รัฐธรรมนูญ บัญญัติให้ มีหน้าที่รับรองสถานภาพ ของ ส.ส. จะต้องเร่งวินิจฉัย ใน ประเด็นที่ 2 และ ประเด็นที่ 3


เพราะขณะนี้ ไม่มี ส.ส. ขั้วรัฐบาลเดิม หรือขั้วฝ่ายค้านเดิม ใช้สิทธิยื่นเรื่อง ผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย เพราะ ต่างฝ่าย ต่างช่วงชิง จัดตั้งรัฐบาล ต่างพยายาม เปิดสภา ให้เร็วที่สุด


ส.ส. ขั้วรัฐบาลเดิม ก็ไม่อยากยื่นตีความ ให้กระทบสถานะของ ส.ส. พวกเดียวกันเอง ส่วน ส.ส. ขั้วฝ่ายค้าน ก็ไม่อยากยื่น เพราะขณะนี้ ดึง ส.ส. ขั้วรัฐบาล มาเป็นพวก เพื่อช่วงชิง จัดตั้งรัฐบาล ในขณะที่ ส.ว. ที่ยื่นเรื่องไปแล้ว 2-3 ประเด็น ก็มีปัญหาอยู่ว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จะรับพิจารณา ในประเด็นนี้ หรือไม่ เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ให้เป็นเรื่องของ สภาใครสภามัน


ประเด็นที่ 24 ส.ว. ยื่นเรื่องไปเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 4 ธ.ค. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ สามารถรับไว้วินิจฉัย ได้แน่นอนที่สุด ก็คือ


ประเด็นที่ 1 เรื่องคณะรัฐมนตรีรักษาการเท่านั้น เพราะฉะนั้น ผมจึงขอให้ สำนักเลขาธิการวุฒิสภา เร่งทำเรื่อง และ ส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ โดยด่วน ที่สุด และขอความกรุณา ศาลรัฐธรรมนูญ ได้โปรดเร่งวินิจฉัย หรืออย่างน้อยประกาศ วันที่จะวินิจฉัย และให้ทุกฝ่าย รอจนถึงวันนั้น ก็น่าจะเป็น หลักประกัน ความถูกต้อง นายคำนูณ กล่าว


นายคำนูณ กล่าวต่อว่า การเร่งจัดตั้ง รัฐบาลนั้น แม้จะเป็นเรื่อง ที่ไม่ผิด แต่หากเร่งจัดตั้ง บนพื้นฐานของ ข้อกฎหมาย ที่ยังมีปัญหา อยู่หลายประการ ก็จะก่อให้ เกิดผลเสียหายใหญ่หลวง

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 ธันวาคม 2551 15:29 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000144599


พิมพ์ ข่าวนี้ “คำนูณ” เบรก 2 ขั้ว ชะลอตั้งรัฐบาล – รอเคลียร์ ข้อกฎหมาย ยุบ 3 พรรค ก่อน

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

“สุเทพ” แจงที่ประชุม ส.ส.พรรค เชื่อ “เพื่อนเนวิน” ไม่หักหลัง กลับเข้า “เพื่อไทย”

นายสุเทพ เทืภ??สุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์


“สุเทพ” เชื่อ “เพื่อนเนวิน” เห็นแก่ชาติ – ไม่กลับซบ “เพื่อแม้ว”


“สุเทพ” แจงที่ประชุม ส.ส.พรรค เชื่อ “เพื่อนเนวิน” ไม่หักหลัง กลับเข้า “เพื่อไทย” หลังมีข้อเสนอ เงินสด – ตำแหน่งรัฐมนตรี มาล่อ เผย เจ้าพ่อ คิงเพาเวอร์ เป็นตัวประสาน คุย “ยี้ห้อย” ลงตัวแล้ว มั่นใจ เห็นแก่ประเทศมากกว่า ประโยชน์ส่วนตัว ปัดข่าว พรรคร่วมฯ เสนอ “ชวน” นั่งนายกฯ


เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. รายงานข่าวจาก พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการสอบถาม ถึงความมั่นใจ ว่า ส.ส. กลุ่ม เพื่อนเนวิน จะมาสนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ ในการจัดตั้งรัฐบาล จริงหรือไม่ เพราะตอนนี้ มีกระแสข่าวลือ สะพัดว่า


พรรคเพื่อไทย พยายาม ทุกวิถีทาง ที่จะดึง ส.ส. กลุ่ม ดังกล่าวให้กลับไป สนับสนุน พรรคเพื่อไทย โดยมีการเสนอ ผลตอบแทน คือ ถ้า ส.ส. คนใด ในกลุ่มนี้ ลงชื่อสมัครสมาชิก พรรคเพื่อไทย จะได้รับเงินสด ทันที 5 ล้านบาท และถ้า ส.ส. คนใด สามารถดึงเพื่อน ส.ส. มาอีก 5 คน จะได้รับโควตา รัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง


นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า นายวิชัย รักศรีอักษร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด ได้เป็นตัวกลาง ในการนัดหมายเจรจาระหว่าง นายสุเทพ กับกลุ่มเพื่อนเนวิน และ เชื่อมั่นว่า ส.ส. กลุ่มนี้ มีความตั้งใจ ที่จะมาร่วม การแก้ปัญหาของประเทศ และแม้ พรรคเพื่อไทย จะมีการเสนอผลประโยชน์ให้ ส.ส. กลุ่ม ดังกล่าว แต่ตัว นายสุเทพ ยังติดตาม ความเคลื่อนไหว ดังกล่าว และแสดงความมั่นใจว่า ทุกอย่างยังลงตัวอยู่


นอกจากนี้ ยังมี ส.ส. กลุ่มวาดะห์ ที่นำโดย นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ อดีต ส.ส. สัดส่วน พรรคพลังประชาชน และกลุ่มของ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ก็จะมาร่วม สนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ จัดตั้งรัฐบาลด้วย


มีรายงานเพิ่มเติมว่า ที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า จะให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกฯ นอกจากนี้ นายสุเทพ ได้กล่าวแสดงความสงสัยว่า ข่าวลือที่ว่า พรรคร่วมรัฐบาล เสนอที่จะให้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกฯ นั้นมาจากที่ไหน เพราะในการเจรจา กับกลุ่มการเมืองต่างๆ ไม่มีการพูดถึง ข้อเสนอดังกล่าวเลย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 ธันวาคม 2551 00:55 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000144368


พิมพ์ ข่าวนี้ “สุเทพ”เชื่อ“เพื่อนเนวิน”เห็นแก่ชาติ-ไม่กลับซบ“เพื่อแม้ว”

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

December 7, 2008

สุเทพ แสดงท่าทีมั่นใจว่า การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ไม่น่าจะมีการพลิกขั้วอีก


“มาร์ค” อารมณ์ดี ขอบคุณทุกก๊วน หนุนตั้ง รบ.
ลั่นเร่งสมานฉันท์-กู้ความเชื่อมั่น

551000015517903


ปชป.คึกคัก ดูด “ตระกูลม่วงศิริ” ้เข้าพรรคได้สำเร็จ “สุเทพ” ปัดข่าวซื้อตัว ยัน เจ้าตัวเดินมาเอง “อภิสิทธิ์” เผย ภารกิจแรก สร้างสมานฉันท์ กู้ความเชื่อมั่น กลับมาด่วน พร้อมยอมเปลืองตัว หากส่วนรวมได้กำไร ปัดข่าวชู “ชวน” ขึ้นทาบเก้าอี้นายกฯ ขณะเดียวกัน ขอบคุณ และเชิญชวนเพื่อน ส.ส. ทุกพรรค จับมือจัดตั้งรบ.


วันนี้ (7 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ พรรคประชาธิปัตย์ ตลอดทั้งวัน เป็นไปอย่างคึกคัก มีแกนนำระดับผู้ประสานงาน จัดตั้งรัฐบาล เข้าหารือ กันที่ร้านกาแฟของ พรรค นำทีมโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.สัดส่วน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง โดย นายสุเทพได้ติดต่อ พูดคุยทางทรศัพท์ตลอดเวลา

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทาง ตามเข้ามาสมทบ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วย ความชื่มมื่น แกนนำแต่ละคน ยิ้มแย้มแจ่มใส โดย นายสุเทพ แสดงท่าทีมั่นใจว่า การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ไม่น่าจะมีการพลิกขั้วอีก

กระทั่งเวลา 14.00 น. นายสากล ม่วงศิริ ส.ส.กทม. อดีตพรรคพลังประชาชน ได้นำน้องชาย ซึ่งเป็น ส.ก.และ ส.ข. เข้ามาสมัครเป็น สมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ โดยมี นายสุเทพ คอยให้การต้อนรับ พร้อมกับ สวมเสื้อแจ๊กเก็ตสีชมพู ของพรรคให้กับ นายสากล และ ลูกทีม โดย นายอภิสิทธิ์ ตามเข้ามาสมทบ พร้อมกับกล่าวต้อนรับ สมาชิกพรรคใหม่ ทั้ง 3 คน

ด้าน นายสุเทพ กล่าวว่า เห็นแล้วว่า ทั้ง 3 คน เดินทาง มาสมัครเป็น สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยตนเอง ไม่ได้มีการเรียกร้องอะไร จึงไม่ต้องไป ลือกันอีกว่า ถูกพรรคประชาธิปัตย์ ซื้อตัวมา สำหรับ นายสากล เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่มีเพื่อนอยู่ใน พรรคประชาธิปัตย์ หลายคน ซึ่งได้มีการ พูดคุยกันมาตลอด จึงขอต้อนรับ ด้วยความยินดี

ขณะที่ นายสากล ยืนยันว่า ที่มาสมัครเป็น สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งนี้ ไม่มีเรื่อง ผลประโยชน์เงินทองใดๆ มาเกี่ยวข้อง


ด้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังมี ส.ส.อีกหลายคน ที่มีการพูดคุยกัน แต่เราเข้าใจว่า การตัดสินใจย้ายพรรค เป็นเรื่องใหญ่ ต้องให้เวลา ตนอยากให้ เขามั่นใจว่า เมื่อมาอยู่ร่วมกันแล้ว จะได้ร่วมอุดมการณ์กัน ตลอดไป ขณะนี้ ส.ส. ที่ถูกยุบพรรค ที่ไม่มีสังกัด มีสิทธิ์ ที่จะตัดสินใจ

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ได้ยื่นเงื่อนไขว่า จะมาร่วมงานด้วย แต่ต้องให้ นายชวน หลีกภัย ประธาน สภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เคยได้ยิน เรื่องเงื่อนไขนี้มาก่อน เมื่อถามย้ำว่า หากเป็นเรื่องจริง พร้อมจะหลีกทางให้ นายชวน หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ยังคงกล่าวย้ำว่า ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้

เมื่อถามว่า มั่นใจว่า จะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณ เพื่อน ส.ส. พรรคการเมือง และกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่แสดง เจตนารมณ์สนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ กระบวนการต่อจากนี้ เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ ที่ต้องเสนอ เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อลงมติ เลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งทั้งตนและพรรคประชาธิปัตย์ มีความมุ่งมั่น จะแก้ปัญหาบ้านเมือง ให้ดีที่สุด

หากเพื่อน ส.ส. เห็นความตั้งใจของเรา ว่า สามารถทำงาน แก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ ก็ขอเชิญชวนให้ มาร่วมทำงานที่ใหญ่และหนัก เพื่อให้ประเทศ มีความสามัคคี และเรียกความเชื่อมั่น กลับคืนมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกกดดันกับ ความคาดหวัง ของประชาชนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า เรื่องนี้มองได้ 2 แง่ คือ ด้านหนึ่ง รู้สึกลำบากใจ เพราะรู้ดีว่า อยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติ แต่อีกแง่หนึ่ง จะเป็นพลังที่จะต้อง ทำงานอย่างจริงจัง ทำให้นักการเมืองและพรรคการเมือง ต้องฟังแรงกดดันจากสังคม ส่วนที่มองว่า จะเป็นเรื่องของ ทุกข์ลาภนั้น ตนไม่ได้มองถึงเรื่อง กำไรหรือขาดทุน

หาก ส.ส. ที่มาร่วมงานกับเรา เห็นว่าเหมาะสม ก็เป็นหน้าที่ของเรา ที่จะต้องทำอย่างเต็มที่ ถึงแม้ส่วนตัว เราจะขาดทุน แต่หากส่วนรวม ได้กำไร เราก็พร้อม หากตั้งรัฐบาลสำเร็จ จะเป็นงานที่หนักมาก หนักกว่า วิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 เป็นวิกฤตทั้ง ภายในและภายนอกประเทศ รวมถึง ปัญหาการเมือง ที่สับสนวุ่นวาย มาหลายปี

ต่อข้อถามว่า หากได้เป็นรัฐบาล จะเริ่มต้นทำอะไรเป็น อันดับแรก เพื่อการแก้ปัญหาประเทศ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ใครมาเป็นรัฐบาล สิ่งแรก ต้องเริ่มต้นแก้ไขในเรื่อง ความสามัคคีของคนในชาติ สร้างความเข้าใจให้กับสังคม รวมถึง แก้ไขภาพลักษณ์ของประเทศ เรียกความเชื่อมั่น จากต่างชาติ กลับคืนมา เพราะเรื่องการท่องเที่ยว ถือเป็นรายได้หลัก และเกียรติภูมิของประเทศ จะต้องกลับคืนมา เราต้องไม่ถูกตั้งคำถาม เรื่องการเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมอาเซียนซัมมิต อีก

“รัฐบาลจะอยู่ยาวหรือไม่ อยู่ที่การทำงาน หากเราสร้างความเชื่อมั่น ให้เกิดขึ้นได้ ประชาชน ก็จะให้โอกาส แต่ถ้าเราไม่สามารถ แก้ปัญหาได้ ก็จะเป็น ตัวกำหนดอายุของ รัฐบาลเอง”


ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย ยังคงประกาศสู้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องฟังจาก พรรคการเมืองและ กลุ่มการเมือง ที่จะร่วมรัฐบาล เมื่อถามว่า พร้อมจะเป็น นายกฯหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ไม่ได้ตอบคำถามนี้ แต่มีสีหน้ายิ้มแย้ม อารมณ์ดี

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 7 ธันวาคม 2551 18:01 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000144254


พิมพ์ ข่าวนี้ “มาร์ค” อารมณ์ดี ขอบคุณทุกก๊วน หนุนตั้ง รบ.ลั่นเร่งสมานฉันท์-กู้ความเชื่อมั่น

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

December 3, 2008

“อภิชาต” ชี้ ส.ส.สัดส่วน ส่อมีปัญหา เตือนหากร่วมโหวตนายกฯ อาจเป็นโมฆะ แนะ ตีความก่อน

นายภ??ิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการ การเลืภ??ตั้ง (กกต.)

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.)


“อภิชาต” ชี้ ส.ส.สัดส่วน ย้ายพรรคส่อวุ่น –
แนะตีความ ก่อนโหวต นายกฯ


กกต.เร่งทำความชัดเจน จำนวน กก.บห.พรรค ที่ถูกตัดสิทธิ์ เน้นยึด ตามวันที่กระทำผิด “อภิชาต” ชี้ ส.ส.สัดส่วน ส่อมีปัญหา หากย้ายไปพรรค ที่ตั้งขึ้นใหม่ เหตุไม่เคยส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง มาก่อน เตือนหากร่วมโหวตนายกฯ อาจเป็นโมฆะ แนะ ตีความก่อน


นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยภาย หลังการประชุม กกต. วันนี้ (3 ธ.ค.) ว่า ที่ประชุมได้พูดถึง ปัญหา รายชื่อผู้ที่เป็น กรรมการบริหารพรรคการเมือง 3 พรรค ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์

เนื่องจาก คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ระบุชื่อ เป็นรายบุคคล ที่ขณะนี้ยังมีปัญหาไม่ชัดอยู่ ประมาณ 10 คน ดังนั้น กกต. จะต้องพิจารณา ให้ชัดเจน โดยจะประสานกับ ทางอัยการสูงสุด และสภาผู้แทนราษฎร ถึงจำนวน และ รายชื่อ โดยกรรมการบริหารพรรค ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์ จะต้องเป็น กรรมการพรรค ในวันที่กระทำผิด ซึ่ง กกต. เสนอไปจำนวน 40 คน

เข้าใจว่า อัยการจะเสนอไปอีกฉบับ ที่ไม่ตรงกัน อย่างไรก็ตาม จะยึดในวันที่ กรรมการบริหารพรรค กระทำผิด ทั้งนี้ คาดว่า จะได้ความชัดเจน ในวันที่ 4 ธันวาคมนี้ และจะเสนอให้ ครม. พิจารณา ร่างพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ในวันที่ 8 หรือ 9 ธันวาคมนี้

นายอภิชาต กล่าวถึง การเลื่อนลำดับ ส.ส.สัดส่วน แทน ส.ส.ที่ลาออกไป ก่อนหน้านี้ ว่า ในส่วนของ ผู้ที่ได้ลาออก และมีการดำเนินการไปแล้ว ก่อนที่ ศาลจะมีคำสั่งยุบพรรค ก็ถือว่ามีสิทธิ์เป็น ส.ส.สัดส่วน อยู่ แต่ถ้ายังไม่ได้เลื่อนลำดับ หรือลาออก ในขณะที่ มีคำวินิจฉัย ออกมา ก็ถือว่า หมดสภาพ การเป็น ส.ส. สัดส่วน และไม่สามารถเลื่อนลำดับขึ้นมา แทนกันได้ ซึ่งในจำนวนนี้มี 4 คน เป็น ส.ส. สัดส่วนพรรคชาติไทย 1 คน และ พลังประชาชน 3 คน


ประธาน กกต.ยอมรับว่า ยังมีปัญหาที่เกิดจาก ความไม่ชัดเจน อีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะกรณี ส.ส.สัดส่วน ของอดีต พรรคพลังประชาชน จะย้ายไป สังกัดพรรคเพื่อไทย ที่อาจจะ ไม่สามารถย้ายไปได้ เนื่องจาก ในการเลือกตั้ง ครั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย ไม่ได้ส่ง ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน การย้าย ต้องย้ายไปพรรคที่ส่ง ส.ส.สัดส่วน เท่านั้น


เมื่อถามว่า ในระหว่างนี้ที่ ส.ส.ยังไม่สามารถหา พรรคสังกัดได้ จะสามารถร่วมประชุมสภา เพื่อโหวต เลือกนายกรัฐมนตรี ได้หรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว เป็นหน้าที่ของสภา ที่จะพิจารณา เพราะเป็นปัญหา ในเรื่องข้อกฎหมาย

แต่หากกลัว ส.ส. ที่ยังไม่มีสังกัด เข้าประชุม เลือกนายกฯ จะเป็นโมฆะ ก็ให้เสนอ เรื่องดังกล่าวให้ ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณา ซึ่งเรื่องนี้เป็น ปัญหา จากช่องโหว่ ของกฎหมาย ที่ผู้ร่าง ไม่ได้คำนึงถึงว่า จะเกิดขึ้น

นายอภิชาต ยังกล่าวว่า ในการเลือกตั้งซ่อม จะมีจำนวน ส.ส. 29 คน 26 เขต ใน 22 จังหวัด โดยจะเป็น กทม.1 เขต ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหา หาก กกต. จะกำหนดให้ วันเลือกตั้งซ่อม เป็นวันที่ 11 มกราคม ที่จะตรงกับ วันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

“สมชัย” ชี้ ส.ส.สัดส่วน พรรคถูกยุบ คงสภาพอยู่


อย่างไรก็ตาม นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการสืบสวนสอบสวน และวินิจฉัย กล่าวว่า กรณี ที่มีการบอกว่า การเลือกตั้ง ส.ส. สัดส่วน คือการเลือกพรรคแล้ว เมื่อพรรคถูกยุบ ก็สิ้นสภาพไปตามพรรค ด้วยนั้น ตนเห็นว่า ในการเลือกตั้ง ส.ส.สัดส่วน ก็คือ การเลือกตั้ง ทั้งคนและพรรค ด้วยเหมือนกับ กรณีการเลือกตั้ง ส.ส.เขต ก็เลือกคนและพรรค แม้จะมีการถกเถียงกันมาก การแปลความกฎหมาย ต้องแปลให้ มันใช้ได้

ทั้งนี้ กกต.ไม่ได้เป็นเจ้าภาพ ในการแก้ปัญหาดังกล่าว เพราะเป็นหน้าที่ ของสภา ส่วนจะ ย้ายพรรคได้หรือไม่นั้น ตนเห็นว่า เมื่อได้รับการเลือกตั้ง เป็น ส.ส. เรื่องก็จบแล้ว เป็นผู้แทนปวงชนแล้ว ไม่ใช่เป็น ส.ส. ของคนใดคนหนึ่ง เพราะกฎหมายเขียนว่า ส.ส. เป็นผู้แทนปวงชน

ดังนั้น เลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว มีกฎหมายตรงไหน เขียนบอกว่า สถานภาพของ ส.ส.สัดส่วนหมดไป เพราะประชาชน ได้เลือกเขาไปแล้ว ซึ่งก็ควรจะ ย้ายพรรค ได้ ในกรณีของ ส.ส.สัดส่วน สำหรับพรรคการเมือง ที่ถูกยุบ

เมื่อถามว่า กรณีส.ส.สัดส่วน ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค และไม่ได้ลาออก ก่อนศาลมีคำสั่ง ให้ยุบพรรค จะทำให้สิ้นสภาพ การเป็นส.ส.หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า น่าจะสิ้นสภาพ ไปด้วย เพราะความเป็น ส.ส.สัดส่วน ของกรรมการบริหารพรรค ต้องสิ้นไป ตามพรรคที่ถูกยุบ อีกทั้ง ส.ส. สัดส่วน ที่เป็นกรรมการบริหาร ในกรณีนี้ ก็ไม่ได้ลาออก ก่อนศาลมีคำสั่ง ให้ยุบพรรคด้วย

ดังนั้น ต้องให้คงเหลือส.ส.เท่าที่มีอยู่ โดยไม่ต้องมีการเลื่อนลำดับขึ้นมา แทน ส.ส. สัดส่วน ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค แล้วไม่ได้ลาออก โดยจะ ทำให้ ส.ส.ไม่ครบ จำนวน 480 คน ในสภา

เมื่อถามว่า หาก ส.ส.สัดส่วน ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค ลาออกก่อนหน้านี้แล้ว ทางสภายังไม่ได้รับรอง เป็นทางการ จะมีผลกระทบ หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า น่าจะไม่มีปัญหา หากมีการลงประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา แล้ว

ส่วนจะมีปัญหาหรือไม่ หากรับรองไม่ทันนั้น รู้สึกว่าไม่น่าจะมี เพราะว่า พรรคพลังประชาชน ส.ส.สัดส่วน ลำดับสุดท้าย ที่ลาออกก็คือ นายสมัคร สุนทรเวช โดยพรรคพลังประชาชน ได้เตรียมการรองรับไว้แล้ว จึงลาออกก่อนล่วงหน้า ก็ถือว่า ส.ส.สัดส่วน ที่เหลืออยู่ ก็ยังคงสถานภาพ

เมื่อถามว่า จะต้องมีการตีความ ในปัญหาของ ส.ส.สัดส่วน สำหรับพรรค ถูกยุบหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ก็แล้วแต่ อยากจะตีความก็ตีไป เพราะท้าย ที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นผู้ตีความ

แต่ตนคิดว่า ทำไมจะต้อง ทำเรื่องไม่เป็นเรื่องด้วย ทั้งที่ไม่ควรสร้างปัญหาขึ้นมา ส่วนกรณี การลงมติเลือก นายกฯ นั้น ส.ส. ที่ไม่ยังไม่มีพรรคสังกัด ก็ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ การเป็นส.ส. ในสภาต่อไปได้ แต่จะต้องหาพรรค ให้ได้ภายใน 60 วัน และกฎหมาย ก็ไม่ได้บัญญัติห้าม ในกรณีนี้ด้วย

ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 3 ธันวาคม 2551 20:09 น.
http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000143161


พิมพ์ ข่าวนี้ “อภิชาต” ชี้ ส.ส.สัดส่วนย้ายพรรคส่อวุ่น-แนะตีความก่อนโหวตนายกฯ

ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

« Previous PageNext Page »

Create a free website or blog at WordPress.com.