Accom Thailand

May 7, 2008

ความคืบหน้าแผนการพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนใต้

รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุ การจัดทำคำของบประมาณพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด จะต้องสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและแผนบริหารราชการแผ่นดิน
นาย สุรพล กาญจนะจิตรา รองปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ตรวจติดตามการจัดทำแผนพัฒนาและงบประมาณจังหวัด/กลุ่มจังหวัด และการจัดตั้งสำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด นายสนธิ เตชานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัดของจังหวัด สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ สตูล รายงานการจัดทำแผนพัฒนาและงบประมาณจังหวัด/ กลุ่มจังหวัดประจำปี 2552 โดยทั้ง 5 จังหวัดได้จัดทำโครงการที่มุ่งเน้นพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สร้างความมั่นคง ความปลอดภัย ความสงบสุขให้เกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในส่วนของจังหวัดสงขลา ได้จัดทำแผนงาน/โครงการของบประมาณใน 5 ประเด็นยุทธศาสตร์ รวม 94 โครงการ งบประมาณ 431 ล้านบาทเศษ
นายสุรพล กาญจนะจิตรา รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในที่ประชุมว่า จากการประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ฉบับที่ 7 พ.ศ.2550 ตามมาตรา 52 กำหนดให้ จังหวัด/กลุ่มจังหวัดยื่นคำขอจัดตั้งงบประมาณ ได้ตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ในพระราชกฤษฎีกา โดยให้ถือว่าเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ดังนั้นในการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด ซึ่งประกอบด้วย 4 แผน ได้แก่ แผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ แผนชุมชน และแผนท้องถิ่น จะต้องมีความสอดคล้องกันให้ได้ ด้วยการสร้างกลไกให้มีเจ้าภาพรับผิดชอบ และการจัดทำโครงการจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน เป็นโครงการที่เอกชนไม่สามารถดำเนินการได้ สามารถดำเนินการแล้วเสร็จในปีงบประมาณนั้น และเป็นแผนที่มีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และแผนบริหารราชการแผ่นดิน
นอกจากนั้น รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงถึงกรอบและภารกิจของสำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด (OSM) ว่า มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในการจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มจังหวัด ทบทวนและจัดทำแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด จัดทำคำของบประมาณ รวมทั้งการติดตามและประเมินผล สำหรับในกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะจัดตั้งสำนักงานที่จังหวัดสงขลา

สำรวจความเสียหายของเสาไฟฟ้าในพื้นที่ จ.นราธิวาส หลังผู้ก่อความไม่สงบลักลอบถอดน็อต

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า สำรวจความเสียหายของเสาไฟฟ้าในพื้นที่ จ.นราธิวาส หลังผู้ก่อความไม่สงบลักลอบถอดน็อต คาดพรุ่งนี้ระบบการจ่ายไฟฟ้าจะเป็นปกติ
บ่ายวันนี้ (7 พ.ค.51) พันเอกอัคร ทิพโรจน์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการข่าวสาร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) นำสื่อมวลชนขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจความเสียหายของเสาไฟฟ้า จากเหตุผู้ก่อความไม่สงบลักลอบถอดน็อตยึดทำให้เสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย (กฟผ.) ล้มจำนวน 2 ต้น ที่บริเวณบ้านโต๊ะมียอ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดย พันเอกอัคร กล่าวว่า จากการก่อเหตุทำให้ไฟฟ้าในพื้นที่ปลายทางใช้การไม่ได้ รวม 15 อำเภอ เจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าได้แก้ไขจนใช้ได้แล้ว 10 อำเภอ ส่วนที่เหลือคือ อ.สุไหงโก-ลก อ.แว้ง อ.สุคิริน ซึ่งได้รับความเสียหายมาก ทาง กฟผ. เขต จ.สงขลา และ อ.หาดใหญ่ ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยแก้ไขอย่างเร่งด่วนแล้ว คาดว่าภายในวันพรุ่งนี้ (8 พ.ค.51) ไม่เกินเวลา 12.00 น. ระบบการจ่ายไฟฟ้าของ กฟผ. จะเป็นปกติ
สำหรับมาตรการให้ความปลอดภัยนั้น ขณะนี้ทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าดูแลความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่ของ กฟผ. แล้ว

บนเทือกเขาตะเว จ.นราธิวาส เป็นที่ซ่องสุมกำลังของผู้ก่อความไม่สงบมาตั้งแต่ปี 2547

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยัน หลักฐานและร่องรอยที่พบบนเทือกเขาตะเว จังหวัดนราธิวาส เป็นที่ซ่องสุมกำลังของผู้ก่อความไม่สงบมาตั้งแต่ปี 2547
พันเอกอัคร ทิพโรจน์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการข่าวสาร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) กล่าวว่า จากการเปิดยุทธการพิทักษ์นรา 06 ของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส จนสามารถกวาดล้างและขยายผลไปพบฐานที่มั่นในการปฏิบัติการฝึกอาวุธของกลุ่ม ผู้ก่อความไม่สงบบนเทือกเขาตะเว จังหวัดนราธิวาส เชื่อว่าเทือกเขาแห่งนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังขนาดใหญ่ของผู้ก่อความไม่สงบ เนื่องจากร่องรอยและหลักฐานที่พบจากรูปถ่ายบางรูประบุวันเวลาที่บันทึกไว้ ตั้งแต่ปี 2547 เพื่อใช้เป็นแหล่งหลบพักทั้งกำลังคน และอาวุธที่ปล้นมาได้ รวมทั้งการฝึกและพัฒนาคน เพื่อให้เกิดความพร้อม และนำมาร่วมก่อเหตุ จากหลักฐานที่ตรวจยึดได้ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ได้ตรวจสอบและยืนยันว่าผู้เกี่ยวข้องมาใช้ชีวิตอยู่ในท้องถิ่น ในหมู่บ้าน รวมทั้งพบเสื้อผ้าที่บ่งบอกถึงพรรคการเมืองระดับท้องถิ่น และจากการใช้เครื่องพิสูจน์ DNA ทำให้สามารถทราบถึงเบาะแส ที่จะขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ จนทำให้เชื่อได้ว่าเทือกเขาตะเวแห่งนี้ เป็นแหล่งที่ซ่องสุมกำลังของผู้ก่อความไม่สงบ ที่จะมาทำลายความสงบสุขของประชาชนผู้บริสุทธิ์
พันเอกอัคร กล่าวอีกว่า พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคน ทุกจังหวัดที่ปฏิบัติงานได้ถือภารกิจสำคัญ คือการปกป้องชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก ดังนั้นอะไรก็ตามที่จะทำให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับความเดือด ร้อน หรือถูกผู้ก่อความไม่สงบคุกคามความปลอดภัย หรือกระทำการให้ประชาชนเกิดความไม่สบายใจ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เพื่อนำพาความสงบสุขและสันติสุข กลับคืนสู่จังหวัดชายแดนใต้โดยเร็ว

April 30, 2008

เนปาลจะจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากสงครามกลางเมือง

เนปาลจะจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายให้แก่ครอบ ครัวของผู้เสียชีวิตจากสงครามกลางเมืองภายในประเทศที่เกิดขึ้นนานถึงสิบปี คนละ 1 แสนรูปี หรือกว่า 1,500 เหรียญสหรัฐ นายสยาม ซันดาร์ ชาร์มา โฆษกกระทรวงสันติภาพและการสร้างความปรองดองภายในชาติกล่าวว่า รัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายให้แก่ผู้ที่เสียชีวิตทั้งจากน้ำมือของทหาร ประมาณ 8,300 คน และจากน้ำมือของกลุ่มกบฏลัทธิเหมาประมาณ 5,000 คน โดยการตัดสินใจดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสันติภาพที่รัฐบาลทำกับกลุ่ม กบฏคอมมิวนิสต์ลัทธิเหมาและพรรคการเมืองที่สำคัญของประเทศ.

April 28, 2008

วิ่งคบเพลิงโอลิมปิกใน เกาหลีเหนือเรียบร้อย

ขบวนวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกได้เริ่มออก วิ่งไปตามถนนในกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือในวันนี้ โดยผู้วิ่งคบเพลิงคนแรกคือ ปัก ดู อิก นักฟุตบอลทีมชาติที่เคยพาทีมผ่านถึงรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเมื่อปี 2509 ซึ่งรวมระยะทางการวิ่งคบเพลิงราว 20 กิโลเมตร และมีประชาชนประมาณ 1,000 คน ออกมาแสดงการสนับสนุนจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับเกาหลีเหนือ และเป็นครั้งแรกที่เกาหลีเหนือได้มีโอกาสต้อนรับคบเพลิงโอลิมปิก อย่างไรก็ตามในพิธีวิ่งคบเพลิง นายคิม จอง-อิล ผู้นำเกาหลีเหนือ ไม่ได้มาร่วมด้วย โดยมีนายคิม ยอง นัม ผู้นำอันดับสอง เป็นผู้ส่งมอบคบเพลิงให้แก่นักวิ่งคนแรก
ก่อนหน้านี้ทางการเกาหลี เหนือให้คำมั่นว่า จะดูแลการวิ่งคบเพลิงให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย และไม่ให้เกิดการประท้วงเหมือนเช่นในประเทศอื่นๆ ที่ผ่านมา
ชาวเกาหลีเหนือหลายพันคนได้โบกธงและดอกไม้ ตลอดจนเต้นรำต้อนรับคบเพลิงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกตามถนนสายต่างๆ ของกรุงเปียงยางอย่างสงบในวันนี้เป็นวันแรก อย่างไรก็ตาม นายปัก ฮัค ซัน ประธานคณะกรรมการกีฬาโอลิมปิกของเกาหลีเหนือ กล่าวว่า นายคิม จอง-อิล ผู้นำเกาหลีเหนือไม่ได้เข้าร่วมในการต้อนรับคบเพลิงดังกล่าว แต่กระนั้นก็ตามก็ได้ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่งต่อการสำเร็จในการวิ่งคบเพลิง ในครั้งนี้ โดยผู้ที่วิ่งคบเพลิงคนแรกของเกาหลีเหนือก็คือ นายปัก ดู อิก นักฟุตบอลทีมชาติที่เคยนำทีมของเขาเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเมื่อปี 2509 ได้วิ่งคบเพลิงเป็นระยะทางราว 20 กิโลเมตร และการวิ่งคบเพลิงครั้งนี้ดำเนินไปด้วยดีและไม่มีการประท้วงเหมือนประเทศ อื่น

April 27, 2008

Olympic torch in Seoul – วิ่งคบเพลิงโอลิมปิกที่เกาหลีใต้ จบลงแล้วอย่างทุลักทุเล

Read in English [2 Video Reports from BBC]


เกาหลีใต้ วิ่งคบเพลิงโอลิมปิกแล้วใน วันนี้ ท่ามกลาง การรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจให้การ อารักขาราว 1 พันนาย


การวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกในเมืองนางาโน่ของ ญี่ปุ่นได้เสร็จสิ้นลงแล้วในวันนี้ หลังใช้เวลา 4 ชั่วโมง ท่ามกลางการประท้วงอย่างกว้างขวาง ของกลุ่มที่สนับสนุนจีนและทิเบต รวมทั้งกลุ่ม ชาตินิยมชาวญี่ปุ่น ซึ่งมีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 4 ค นระหว่างเกิดเหตุชุลมุนขึ้น ขณะที่ ตำรวจทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ในการป้องกันไม่ให้ กลุ่มผู้ประท้วงก่อเหตุ รุนแรงขึ้น


ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนจีน จำนวนหนึ่งได้ออกมาประท้วงที่ “โอลิมปิก พาร์ค” ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงโซล ซึ่งเป็นที่เริ่มต้นการวิ่งคบเพลิง การวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกเริ่มในเวลา 02.20 น.ตามเวลาท้องถิ่น และ ได้สิ้นสุดลงที่ ศาลากลางจังหวัด ซึ่งอยู่ในใจกลางของ กรุงโซล


ในระหว่างทาง ก็มีการปะทะกัน ระหว่างกลุ่มต่อต้านจีน เกาหลีเหนือ และ กลุ่มสนับสนุน เกิดเหตุประท้วงระหว่างการวิ่งคบเพลิงที่ กรุงโซล โดยนายซอน จอง ฮุน วัย 45 ปี ชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ พยายามจุดไฟเผาตัวเองหลังจากการวิ่งคบเพลิงผ่านไป 1 ชั่วโมง เขาใช้น้ำมันเบนซินราดตัวเองและ พยายามจุดไฟเผา แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจระงับเหตุไว้ได้ทัน ก่อนหน้านี้นายซอน เคยพยายามรณรงค์ให้มีการช่วยเหลือ น้องชาย ของเขาให้รอดพ้น จากโทษประหารชีวิต ที่ทางการเกาหลีเหนือตั้งข้อหาว่าเป็นจารชน


นอกจากนี้ กลุ่มนักศึกษาที่สนับสนุนจีน และต่อต้านจีนได้ขว้างปาก้อนหินและขวดน้ำ เข้าใส่กัน ที่จุดเปลี่ยนผู้วิ่งคบเพลิง การวิ่งคบเพลิงในกรุงโซลต้องใช้กำลังตำรวจราว 8,000 นาย รักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทางการวิ่งคบเพลิง


ซึ่งการวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกครั้งต่อไป จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ที่ กรุงเปียงยาง เกาหลีเหนือ และ ในวันพุธที่ 30 เมษายน ที่นครโฮจิมินต์ เวียตนาม


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


The Olympic torch has been carried through Seoul

seoul_relay1

Scuffles broke out between pro-China supporters and pro-Tibet protestors as it went by. (John Sudworth reports)

Seoul Torch Relay

Scuffles at South Korea torch leg


Scuffles between pro-China and pro-Tibet protesters
Pro and anti-China demonstrators have clashed in South Korea’s capital, Seoul, during the latest leg of the Olympic torch’s journey to Beijing.
The torch will now travel to North Korea and Vietnam before arriving on Chinese soil.

Read inThai —– English


External Links Below Use Browser “Back Button” Back to Here..

28-30 เม.ย.นี้ ครบรอบ 4 ปี เหตุการณ์กรือเซะ แม่ทัพภาคที่ 4 แจ้งเตือนให้เฝ้าระวัง

Read in English [ Video Reports from Aljazeera] รำลึกเหตุการณ์กรือเซะ 2547 สมัยรัฐบาลทักษิณ

แม่ทัพภาคที่ 4 แจ้งเตือนให้ หน่วยงานความมั่นคงเฝ้าระวัง
แนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบ ก่อเหตุร้ายช่วงวันที่ 28-30 เมษายนนี้
เนื่องจากเป็นวันครบรอบ 4 ปี เหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ..


พันเอก อัคร ทิพย์โรจน์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการข่าวสาร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า พลโท วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ได้มีวิทยุด่วน แจ้งเตือนให้ กองกำลัง ผสม ทหาร ตำรวจ และปกครอง เฝ้าระวังป้องกันสถานที่ราชการ ชุมชน สถานบันเทิง และ จุดยุทธศาสตร์ต่างๆ ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ สงขลา โดยอ้างถึงรายงานข่าวจากหน่วยข่าวความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งแจ้งให้ทราบว่า


แนวร่วมขบวนการบีอาร์เอ็นโคออดิเนต กลุ่มอาร์เคเค ของ นายมะแซ อุเซ็ง มีเป้าหมายในการก่อความไม่สงบระหว่างวันที่ 28-30 เมษายนนี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบปีที่ 4 ของเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2547


พันเอก อัคร กล่าวอีกว่า การแจ้งเตือนในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นการแจ้งเตือนให้หน่วยงานด้านความมั่นคง ในพื้นที่ มีการตื่นตัวเฝ้าระหวังการสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด โดยทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังมอบหมายให้ เจ้าหน้าที่เข้าไปประชาสัมพันธ์ และแจ้งข่าวให้ประชาชนรับทราบ ทั้งนี้เพื่อช่วยกันดูแลพื้นที่ของตนเอง ซึ่งหากพบเห็นกลุ่มบุคคลแปลกหน้า หรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ที่หมายเลข 1881 หรือ 1341

ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


The scars of Krue Se – Report from 27 Sep 07

Krue Se Violence

The Krue Se Mosque in Pattani is not Thailand’s biggest or most beautiful mosque, but it is its oldest and most famous.

And what happened here three years ago continues to resonate through the region. The mosque’s walls have been repaired, but the scars are still painful.

In 2004, after an eight-hour standoff with Malay Muslim separatists and exchanges of gunfire, the Thai army attacked the mosque, killing 32 fighters. [David Hawkins reports from Pattani for Aljazeera in 2007]

Read inThai —– English


External Links Below Use Browser “Back Button” Back to Here..

April 21, 2008

Olympic torch relay in Kuala Lumpur completed – การวิ่งคบเพลิงโอลิมปิก ที่มาเลเซีย ผ่านไปท่ามกลางสายฝน


KUALA LUMPUR – The Olympic torch relay went through Kuala Lumpur, the capital of Malaysia, amid cheers, screams and also rain, wrapping up its 13th leg of global journey on Monday.


The relay completed running of 60 torchbearers fine and had to carry the last 20 in rain just after a short break in KL Tower, where a parachuting performance was put on.


Spectators wait for the torch in rain in Kuala Lumpur, Malaysia, April 21, 2008. Kuala Lumpur is the 13th stop of the 2008 Beijing Olympic Games torch relay.(Xinhua Photo)



The Olympic flame is leaving Kuala Lumpur for its 14th stop in global journey in Jakarta on Tuesday.


Read about the 13th Olympic Relay from China Daily

http://www.chinadaily.com.cn/olympics/torch/2008-04/21/content_6633224.htm



การวิ่งคบเพลิงโอลิมปิก ที่มาเลเซียดำเนินไปอย่างราบรื่นท่ามกลางสายฝน จากการวางแผนรับมือการวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกอย่างรัดกุม



โดยเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่า 1,000 นาย พร้อมหน่วยรักษาความปลอดภัยอื่นๆ เพื่อดูแลความเรียบร้อยในการวิ่งคบเพลิงที่มีระยะทางทั้งสิ้น 16.5 กิโลเมตร ซึ่งก็ไปสิ้นสุดที่ “เปโตรนัส ทวิน ทาวเวอร์ส” อาคารแฝดที่สูงที่สุดในโลก ท่ามกลางสายฝน

.


Erfolgreicher Fackellauf in Malaysia


Kuala Lumpur

Der olympische Fackellauf hat am Montag in der malaysischen Hauptstadt Kuala Lumpur erfolgreich stattgefunden.

Die 13. Etappe des Fackellaufes der Beijinger Olympischen Sommerspiele außerhalb des chinesischen Festlandes in Kuala Lumpur hat vier Stunden gedauert. 80 Fackelträger trugen das olympische Feuer 16 Kilometer durch Kuala Lumpur. Es ist das zweite Mal nach den Olympischen Spielen in Tokio 1996, dass das olympische Feuer in Malaysia eintrifft.



Das olympische Feuer soll am Dienstag die indonesische Hauptstadt Jakarta erreichen.


Am Montag betonte der vietnamesischen Ministerpräsident Nguyen Tan Dung, auch sein Land werde mit allen Kräften ein sicheres Tragen des Feuers gewährleisten. Beim Fackellauf solle die Liebe des vietnamesischen Volkes für Sport und Frieden sowie die Freundschaft zwischen Vietnam und China gezeigt werden, so Nguyen Tan Dung weiter.


Am 29. April wird das olympische Feuer in Ho-Chi-Minh-City eintreffen.


Original Nachricht CRI (http://german.cri.cn/221/2008/04/21/1@92227.htm)

ญี่ปุ่นเปลี่ยนจุดเริ่มต้นการวิ่งคบเพลิงโอลิมปิก เมืองนางาโน


เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองนางาโน ของญี่ปุ่นตัดสินใจในวันนี้ว่า จะใช้ลานจอดรถ แห่งหนึ่งในเมืองนางาโน เป็นจุดเริ่มต้นการวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกในวันที่ 26 เมษายนนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะมีการประท้วงต่อต้านจีน


หลังจาก วัดเซนโคจิ ซึ่งเป็นวัดชื่อดังได้ขอถอนตัว เป็นเจ้าภาพ จัดพิธีเริ่มต้นการวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องด้วยเหตุผล ด้านความปลอดภัยและ ไม่เห็นด้วยที่ จีนใช้กำลังปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงในทิเบต โดยทางวัดกล่าวว่า ได้รับโทรศัพท์เกือบ 100 สาย ส่วนใหญ่สนับสนุนการตัดสินใจถอนตัวดังกล่าว


ทั้งนี้การวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกในญี่ปุ่นจะวิ่งเป็นระยะทาง 18.5 กิโลเมตร และใช้ผู้ถือคบเพลิง 80 คน รวมทั้งโคซูเกะ คิตาจิมา นักว่ายน้ำเจ้าของเหรียญทองและยาโอริ โยชิดะ นักมวยปล้ำของญี่ปุ่น.


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

April 20, 2008

Torch Relay from Bangkok to Kuala Lumpur – คบเพลิงโอลิมปิกถึงประเทศมาเลเซียแล้ว

.

ไฟคบเพลิงโอลิมปิกได้ถูกส่งต่อไปยัง
กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เรียบร้อยแล้วเช้าตรู่วันนี้


กัวลาลัมเปอร์ (ออกเสียงตามภาษามลายูว่า กัวลาลุมปูร์; อักษรยาวี:كوالا لومڤور) เป็นเมืองหลวง ของประเทศมาเลเซีย และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศด้วย ภายในมาเลเซียเอง กัวลาลัมเปอร์มักจะเรียกย่อ ๆ ว่า KL
ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของ เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของ มาเลเซีย เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความวุ่นวาย และเหตุรุนแรง ระหว่างการวิ่งคบเพลิง โอลิมปิกในวันพรุ่งนี้ ที่ประเทศมาเลเซีย


หลังจากเมื่อวานนี้ การวิ่งคบเพลิงในประเทศไทยเป็นไปอย่างราบรื่น โดยมีผู้มีชื่อเสียงระดับประเทศ 80 คนได้เข้าร่วมพิธี วิ่งคบเพลิง อันทรงเกียรติ การวิ่งคบเพลิงในประเทศไทยรวมระยะทางการวิ่ง 10.6 กิโลเมตรใช้เวลา 2 ชั่วโมง 45 นาที


ปรับปรุงจาก ข่าวของ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


Olympic torch relay in Kuala Lumpur


Jiang Xiaoyu, executive vice president of the Beijing Organizing Committee for the 2008 Olympic Games (BOCOG), walks out of the cabin with the lantern which holds the Olympic flame at the airport in Kuala Lumpur, capital of Malaysia, April 20, 2008. The flame of the 2008 Beijing Olympic Games on early Sunday arrived in the Malaysia capital of Kuala Lumpur, the 13th leg of its global torch relay.


Photo & News from Xinhua

Next Page »

Blog at WordPress.com.