Accom Thailand

February 8, 2009

กก. สิทธิฯ หนุน “มาร์ค” คลี่ คดีทนายสมชาย หวัง กู้ภาพละเมิดสิทธิ

Filed under: ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,คดีทนายสมชาย,คดีอาญา,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,ความรุนแรง,คำพิพากษา,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,ชายแดนภาคใต้,ตรวจสอบ,ตำรวจฆ่าประชาชน,ธรรมาภิบาล,รัฐสั่งฆ่าประชาชน,สิทธิมนุษยชน,องค์กรสิทธิมนุษยชน,อาชญากรรม — accomthailand @ 14:56
Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

กก. สิทธิฯ หนุน “มาร์ค” คลี่คดีทนายสมชาย หวังกู้ภาพละเมิดสิทธิ

คณะกก.รณรงค์ เพื่อสิทธิมนุษยชน หนุนรัฐบาล เร่งคลี่คลาย คดีอุ้มทนายสมชาย ชี้ จะช่วยกู้ภาพ ละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ตกต่ำ เชื่อ คดี เป็น พฤติการณ์ ระดับนโยบาย เกี่ยวพันหลายส่วน แนะโยกย้าย คนเตะถ่วงออก ทั้ง ดีเอสไอ – สตช. พร้อมจี้ แก้กฎหมาย เอาผิด คดีอุ้ม เทียบเท่า เจตนาฆ่า


วันนี้ (8 ก.พ.) นายเมธา มาสขาว เลขาธิการ คณะกรรมการรณรงค์ เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) กล่าวว่า ขอเป็นกำลังใจให้ นายกรัฐมนตรี เร่งคลี่คลาย คดีการอุ้ม ทนาย สมชาย นีละไพจิตร ให้โลกรับรู้ ก่อนครบรอบ 5 ปี ในเดือนมีนาคม นี้ ซึ่งจะสร้าง ความต่าง จาก รัฐบาล ในอดีต และ สามารถกู้ภาพลักษณ์ สิทธิมนุษยชน ที่ตกต่ำลง ในขณะนี้ได้

แต่คดีนี้มี เจ้าหน้าที่รัฐ ที่อาจเข้ามาเกี่ยวข้องหลายคน จนรัฐบาล จะทำคดีแบบปกติไม่ได้ ทั้งนี้ ที่ นายกรัฐมนตรี บอกว่า มีการเตะถ่วงคดี นั้น ขณะนี้ ก็ยังมีความพยายามอยู่

ไม่ใช่ เฉพาะจาก นักการเมืองในอดีต แต่ผู้เกี่ยวข้องบางส่วน ยังอยู่ในอำนาจ เพราะ การอุ้มทนายสมชาย เป็นการกระทำ ในระดับนโยบาย

นายสมชาย นีละไพจิตร �ดีตทนายความ นักสิทธิมนุษยชน ที่ถูก�ุ้มหายไป

นายสมชาย นีละไพจิตร อดีตทนายความ นักสิทธิมนุษยชน ที่ถูกอุ้มหายไป


นายเมธา กล่าวอีกว่า ตนอยากจะเตือนความจำให้ นายกรัฐมนตรี ว่า อดีตผู้ต้องหา 5 ราย เป็น ตำรวจต่างสังกัดกัน คือ


พ.ต.ต.เงิน ทองสุก,

พ.ต.ท.สินชัย นิ่มปุญญกำพงษ์,
จ.ส.ต.ชัยเวง พาด้วง,
ส.ต.อ.รันดร สิทธิเขต และ
พ.ต.ท.ชัดชัย เลี่ยมสงวน


แต่เมื่อ วันที่ 12 มกราคม 2549 ศาลตัดสินจำคุก
พ.ต.ต.เงิน ทองสุก คนเดียว ในข้อหาขืนใจ ทำให้สูญเสียอิสรภาพ แต่ผู้ต้องหา ที่เหลือ ยกฟ้อง เนื่องจาก ไม่มีหลักฐาน ที่เพียงพอ แต่ระบุใน สำนวนคดีว่า การอุ้ม เกิดจาก การกระทำร่วมกัน กับบุคคล 3-5 คน

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ ยังไม่สามารถ สอบสวนต่อได้ว่า ใครเกี่ยวข้องบ้าง ขณะที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เคยแถลงว่า มีหลักฐาน ที่จะจับกุมเพิ่ม ได้มาก กว่า 10 ราย แต่เรื่อง ก็เงียบหายไป และ อดีตผู้ต้องหา บางส่วน ยังได้รับความดีความชอบ ในราชการ ต่อไป จนที่ผ่านมา มีข้อครหาว่า มีการใช้ อำนาจ เข้าแทรกแซง สำนวนสอบสวน และ หลักฐานต่างๆ มากมาย เพื่อสู้คดี ในชั้นศาล

ดังนั้น เรื่องการอุ้ม ทนายสมชาย จึงเป็นการทำ ในระดับนโยบาย ของ ฝ่ายความมั่นคง ที่เกี่ยวข้อง กับ นโยบาย ในการแก้ไข ปัญหาความไม่สงบ ในภาคใต้ ของ รัฐบาลทักษิณ

นี่เป็นปัญหา ของการเตะถ่วงคดี ที่แท้จริง ที่รัฐบาล จะต้องทำ แบล็กลิสต์เจ้าหน้าที่ และ นักการเมือง ที่เป็นถุงมือดำ ให้ชัดเจน


เขายังระบุ อีกว่า รัฐบาล จะต้องโยกย้าย เจ้าหน้าที่รัฐ ในกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ สตช. ที่อาจจะเป็นปัญหา ของการเตะถ่วงคดี ออกด้วย และ เฝ้าระวัง การทำลาย หลักฐาน สำนวนสอบสวนสืบสวน ต่างๆ รวมถึง การดำเนินการ ปฏิรูปตำรวจ และ กระบวนการยุติธรรม ทั้งระบบ

คดีที่ ตำรวจ มีส่วนเกี่ยวข้อง ตำรวจ จะต้องไม่สืบสวน สอบสวนกันเอง จะต้องมี คณะสอบสวน ที่มาจาก ภายนอกด้วย โดยมี องค์ประกอบของ ทนายความ อัยการ และ ศาล และ จะต้องแก้กฎหมาย ให้เอาผิด คดีอาญา ในคดีอุ้มหาย เทียบเท่าการ คดีเจตนาฆ่า ได้เหมือนในหลายประเทศ เพราะจะเป็นช่องว่าง ให้เกิดการอุ้มหาย แล ะทำลายศพ โดยเอาผิด ผู้ต้องหาไม่ได้

เพราะ สามารถฟ้องเพียง ในฐาน ร่วมกันปล้นทรัพย์ และ ข่มขืนใจผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้าย แต่ไม่สามารถ ตั้งข้อหา ฆาตกรรม หรือ ข้อหาอื่น ที่หนักกว่าได้ เนื่องจาก ยังไม่พบศพ หรือ หลักฐาน ที่บ่งชี้ว่า ทนายสมชาย ตายแล้ว

ทั้งนี้ ครส. และ คณะทำงาน ยุติธรรมเพื่อสันติภาพ จะแถลงปัญหา คดี ดังกล่าว และ กรณีภาคใต้ ซึ่งสำนักงานของ คณะทำงานยุติธรรม เพื่อสันติภาพ ถูกทหาร กองทัพภาคที่ 4 บุกค้นที่ ปัตตานี ในวันพรุ่งนี้ และ จะเข้าพบ รัฐมนตรียุติธรรม เพื่อปรึกษาหารือ คดีต่างๆ ใน วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ นี้

astv_mgr-200ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 กุมภาพันธ์ 2552 19:25 น.
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000014552


พิมพ์ ข่าวนี้ ครส. หนุน “มาร์ค” คลี่คดี “ทนายสมชาย” แนะ ย้ายคนเตะถ่วง



อ่านเรื่อง ที่เกี่ยวข้องได้จาก

  • “อภิสิทธิ์” แฉ อดีต คดี “สมชาย” ไม่คืบ เพราะมีสัญญาณให้เตะถ่วง
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 8 กุมภาพันธ์ 2552 14:39 น.
  • อังคณา นีละไพจิตร ลงร่วม สังเกตการณ์ ตรวจพื้นที่ จ.ราชบุรี เกี่ยวโยงกับ คดีอุ้มฆ่า ทนายสมชาย สามี
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2552 16:40 น.
  • “อังคณา” จี้สอบ การหายตัวไปของ “พ.ต.ต.เงิน ทองสุก” หนึ่งในผู้ต้องหา ทีมอุ้มทนายสมชาย
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2551 17:51 น.
  • 4 ปี แห่งการหายตัวไป ของ “ทนายสมชาย” กับ อำนาจรัฐ!
    จาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 12 มีนาคม 2551 08:13 น.

  • ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    January 13, 2009

    “บิ๊กป๊อก” พบ “สุเทพ” หารือไฟใต้ เตรียมรับ นายกฯ ลงใต้ 17 ม.ค.นี้


    “บิ๊กป๊อก” พบ “สุเทพ” หารือไฟใต้ เตรียมรับ นายกฯ ลงใต้ 17 ม.ค.นี้
     พล.�.�นุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์

    พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์


    “ป๊อก” ดอดพบ “เทพเทือก” รับบัญชา ดับไฟใต้ เตรียมรับ นายกฯ ลงใต้ 17 ม.ค.นี้ เชียร์สุดลิ่ม ได้รัฐบาล ปชป. สถานการณ์ดีขึ้น เป็นปลื้ม การเมือง นิ่ง ไม่หวั่นฝ่ายค้าน เตรียมซักฟอก จัดซื้อจัดจ้าง ในกองทัพ มั่นใจ ชี้แจงได้


    วันนี้ (13 ม.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ ภายหลัง เดินทางเข้าพบ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึง สถานการณ์ความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า นายสุเทพ ได้แจ้งให้ทราบถึง การตั้ง คณะกรรมการ รัฐมนตรีพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ และ

    ได้สั่งการให้ตน เตรียมการบรรยายสรุป ให้ นายกรัฐมนตรี ในการเดินทาง ลงพื้นที่ภาคใต้ ในวันที่ 17 ม.ค. นี้ เพื่อให้รัฐบาล ได้เห็นแนวทางการทำงาน ที่ผ่านมา ก่อนที่จะปรับไป ตามกรอบใหม่ ของรัฐบาล สำหรับความปลอดภัย ในตัว นายกรัฐมนตรี และ ครม. นั้น ขอยืนยันว่า ปลอดภัยแน่นอน

    พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับความร่วมมือ ของมวลชน ในพื้นที่นั้น ให้ความร่วมมือกับ เจ้าหน้าที่อย่างดีมาก แต่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ยังจำเป็นอยู่ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ดีขึ้น ก็จะแจ้งให้ รัฐบาล ทราบอีกครั้งหนึ่ง เพื่อจะได้ไม่ต้อง ต่อการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก

    ผู้สื่อข่าว ถามว่า ประเมินสถานการณ์ภาคใต้ ตั้งแต่ มาเป็น ผบ.ทบ. เป็นอย่างไรบ้าง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า จาก ข้อมูลเชิงสถิติ ดีขึ้น แต่ทุกคน ต้องยอมรับว่า ปัญหานี้ต้องใช้เวลา ในการสร้างความเข้าใจ และ พัฒนาความเป็นอยู่ ให้ดีขึ้น เพื่อให้ทุกคนร่วมมือ กับ ภาครัฐ

    ต่อข้อถามว่า การเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยๆ จะเป็นอุปสรรค ต่อการแก้ปัญหา หรือไม่ ผบ.ทบ.กล่าวว่า ที่ผ่านมา กอ.รมน. สามารถดำเนินการ แก้ปัญหาได้ เป็นไป ตามแผนงาน ได้ดี และ ยังคงยืนยันว่า จะใช้นโยบายการเมือง นำการทหาร ต่อไป

    เพราะความสำเร็จ ในการแก้ปัญหาภาคใต้ อยู่ที่ การทำความเข้าใจ กับ ประชาชน ที่มีความคิดแตกต่างกัน และ การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรม ไม่ใช่ การใช้กำลัง

    เมื่อถามว่า การได้ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล จะทำให้ การแก้ไขภาคใต้ ดีขึ้นหรือไม่ พล.อ. อนุพงษ์ กล่าวว่า น่าจะมีแนวโน้ม ที่ดีขึ้น เมื่อถามต่อ ว่า การทำงานของ กองทัพ ร่วมกับ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นไปได้ อย่างดีหรือไม่ ผบ.ทบ. กล่าวว่า โดยหลักการ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร กองทัพ ก็ทำงาน ตาม บทบาทหน้าที่ ของตัวเอง ไม่สามารถบอกได้ว่า พรรคนั้น หรือ พรรคนี้ มาแล้ว จะทำให้ดี เพราะเราทำเต็มที่ ตามขีดความสามารถ

    ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่มี รัฐบาล ที่มีเสถียรภาพ จะทำให้ การแก้ปัญหาภาคใต้ ง่ายขึ้นหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า การเมือง เป็นตัวกำหนดทุกอย่าง ในการบริหารประเทศชาติ

    ถ้าการเมืองนิ่ง และ มีเสถียรภาพ ย่อมเป็นเรื่องดี ส่วนเรื่อง ความสามัคคี ของคนในชาติ เกี่ยวกับ เสื้อเหลือง เสื้อแดง นั้น ผบ.ทบ. กล่าวว่า ยังไม่มี การสั่งการ ตนยังไม่ได้รับนโยบาย เช่นเดียวกับ การประชุมอาเซียน ซัมมิท ยังไกลเกินไป ที่จะพูดถึง

    พล.อ.อนุพงษ์ ยังกล่าวถึง กรณีที่ ฝ่ายค้าน จะอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐบาล เกี่ยวกับความไม่โปร่งใส ในการจัดซื้อจัดจ้าง ในกองทัพว่า เป็นเรื่อง ที่ดี ต้องมี การตรวจสอบ ถ่วงดุล ฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ ถูกต้องแล้ว กองทัพ ยินดีชี้แจงทุกอย่าง

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
    13 มกราคม 2552 18:55 น.
    http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003861


    พิมพ์ ข่าวนี้ “บิ๊กป๊อก” พบ “สุเทพ” หารือไฟใต้ เตรียมรับ นายกฯ ลงใต้ 17 ม.ค.นี้

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    ครม. เห็นชอบ ตั้ง ครม.พิเศษ 5 จังหวัดใต้ ให้ นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ คุมนโยบาย-งบฯ พร้อมต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีก 3 เดือน


    ตั้ง ครม.พิเศษ 5 จว. ใต้ คุม นโยบาย-งบ ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

     นาย ภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้ง ประมวลเหตุการณ์ ในช่วงเวลา ต่จากนี้เป็นต้นไป หลังจากที่ มีการใช้พรก.

    นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประมวลเหตุการณ์ ในช่วงเวลา ต่อจากนี้เป็นต้นไป หลังจากที่ มีการใช้พรก.


    ครม. เห็นชอบ ตั้ง ครม.พิเศษ 5 จังหวัดใต้ ให้ นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ คุมนโยบาย-งบฯ พร้อมต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีก 3 เดือน เผย “มารค์” ให้ถาม ความรู้สึก ชาวบ้าน ก่อนต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ครั้งหน้า


    วันนี้ (13 ม.ค.) นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมของ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. รับทราบ และ เห็นชอบให้ ขยายระยะเวลา การประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกไปอีก 3 เดือน

    นับตั้งแต่ 20 มกราคม 52 ถึง 19 เมษายน 52 ตามที่ สำนักงาน สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอตาม มาตรา 5 ในพระราชกำหนด การบริหารราชการ ในสถานการฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ซึ่งได้ประกาศใช้ จนมาถึง ปัจจุบันนี้ รวมเป็นครั้งที่ 13

    นายศุภชัย กล่าวอีกว่า สมช. ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ ครม.ว่า กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ได้รายงาน ผลการปฏิบัติงาน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ว่า ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ได้ให้ความสำคัญ กับ การใช้อำนาจ ตาม พ.ร.ก. เพื่อจับกุม และ ควบคุม บุคคลผู้ต้องสงสัย ที่เชื่อว่า เป็นผู้กระทำความผิดได้

    เห็นว่า การใช้อำนาจ พ.ร.ก. ดังกล่าว มาตั้งแต่ 20 ตุลาคม 51 จนถึง 21 ธันวาคม 51 สามารถปฏิบัติหน้าที่ ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และ เป็นการ เพิ่มขีดความสามารถ ขยายผล สืบสวนสอบสวน และ รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อรวบรวม ผู้กระทำความผิด นำไปสู่ กระบวนการยุติธรรม ในชั้นศาล

    ทาง สภาความมั่นคง ยังเห็นว่า การประเมินสถานการณ์ข่าว พบว่า ผู้ก่อความไม่สงบ ยังคงมีแผนการณ์ ที่จะ ก่อความไม่สงบในพื้นที่ อย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นที่จะต้อง ขยายระยะเวลา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรง ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายใต้

    นายศุภชัย กล่าวต่อว่า นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประมวลเหตุการณ์ ในช่วงเวลา ต่อจากนี้เป็นต้นไป หลังจากที่ มีการใช้พรก. ดังกล่าว ว่าปฏิบัติงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ในทางใด ด้านใดบ้าง

    เนื่องจากใน 3 จังหวัดภาคใต้ มีการใช้กฎหมายหลายฉบับ เช่น พ.ร.ก. กฎอัยการศึก กฎหมายความมั่นคง เพราะฉะนั้น นายกฯ จึงต้องการให้ ทำข้อมูล รายละเอียดว่า มีวิธีการ เลือกใช้กฎหมาย ฉบับใด ในเงื่อนไขใด

    นอกจากนี้ นายกฯ ยังต้องการ รายละเอียด เรื่องผลของคดีต่างๆ ว่าใช้กฎหมาย ทางช่องทางใด ผลของคดี มีการ ยกฟ้อง หรือ ลงโทษ ด้วยเหตุผล อะไร ให้ทำสถิติถึง การดำเนินงาน ทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ว่า มีผลในการทำงาน ที่เป็นประโยชน์อย่างไร รวมถึงให้สำรวจ ความพึงพอใจ ของ ประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ ว่าการใช้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ มีความรู้สึกเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย อย่างไร ซึ่งได้กำชับ ให้มีการรายงานเข้ามา ก่อนการที่ จะขออนุมัติ ขอความเห็นชอบ ในคราวต่อไป

    รองโฆษกฯ แถลงอีกว่า นอกจากนี้ ครม. ยังอนุมัติ แต่งตั้ง คณะกรรมการ รัฐมนตรีพัฒนา พื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนใต้ ตามที่ คณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจ และ สังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เสนอ

    ซึ่ง องค์ประกอบ ของ คณะกรรมการพัฒนาฯ มี นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน สำหรับอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการชุดนี้ มีหน้าที่ กำหนด นโยบาย และ มาตรการ พิจารณาเห็นชอบแผนงาน โครงกา รและ การจัดตั้ง งบประมาณ

    เพื่อการสนับสนุน การพัฒนา ในพื้นที่เกษตร 5 จังหวัดชายแดนใต้ คือ จ.สตูล จ.สงขลา จ.ปัตตานี จ.นราธิวาส จ.ยะลา รวมทั้ง กำกับดูแล เร่งรัด ติดตาม แก้ไขกฎระเบียบ ขั้นตอน การปฏิบัติงานต่างๆ เพื่อให้ การพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นไปตามนโยบาย อย่างมีประสิทธิภาพ

    รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับ การเบิกจ่ายเบี้ยประชุม และ ค่าใช้จ่าย ในการดำเนินงานของ คณะกรรมการฯ ให้เบิกจ่ายจาก งบประมาณ ของ สภาพัฒน์

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์
    13 มกราคม 2552 18:32 น.
    http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000003853


    พิมพ์ ข่าวนี้ ตั้ง ครม.พิเศษ 5 จว. ใต้ คุม นโยบาย-งบ ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    September 22, 2008

    “สนธิ” แฉ ความอัปยศ ของ รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมัน ในเขตทับซ้อนไทย

    Filed under: กัมพูชา,การเมืองภาคประชาชน,การแก้ไข รธน.,ก่อความไม่สงบ,ข่าวการเมือง,ข่าวฉาว,ข่าวประชาสัมพันธ์,ข่าวสังคม,ข่าวเมืองไทย,ข่าวเศรษฐกิจ,ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา,ข้อมูลควรอ่าน - Recomendation,ความขัดแย้ง,ความมั่นคง,คอร์รัปชั่น,คำพิพากษา,คำสั่งศาล,คุณธรรม,คุณภาพชีวิต,จริยธรรม,จีน,ชายแดนภาคใต้,ชุมนุมประท้วง,ซาอุดิอาระเบีย,ญี่ปุ่น,ตรวจสอบ,ตะวันออกกลาง,ธรรมาภิบาล,พม่า,พลังงาน,สหรัฐอเมริกา,อังกฤษ,อัฟกานิสถาน,อินโดนีเซีย,อิหร่าน,เวียตนาม — accomthailand @ 01:36
    Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

    สนธิ ลิ้มทงกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่ประชาธิปไตย จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่ยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้น

    สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้อน


    “สนธิ” จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้อน


    “สนธิ” ย้ำ “การเมืองใหม่” ต้องให้ประชาชน มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และเปิดให้ถอดถอน นักการเมืองง่ายกว่าเดิม 100 เท่า พร้อมให้ ปชช. มีส่วนร่วม จัดการทรัพยากรของชาติ ให้ตกเป็นของคน 64 ล้านคน จวก รัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมร ให้สัมปทาน “เชฟรอน” เจาะน้ำมัน เขตทับซ้อน ระบุเบื้องหลัง ความวุ่นวายของโลก มี “น้ำมัน” อยู่เบื้องหลัง แฉต่างชาติจ้องฮุบ แหล่งก๊าซ-น้ำมันมหาศาล ในอ่าวไทย


    คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
    คลิกที่นี่ เพื่อชม (56 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย
    คลิกที่นี่ เพื่อชม (256 K) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ปราศรัย


    เมื่อเวลา 21.38 น. วันที่ 21 ก.ย. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่ ทำเนียบรัฐบาล ว่า ใน การประชุม เรื่องการเมืองใหม่วันนี้ ไม่ได้มาประชุมด้วย เพราะพิษไข้ แต่ได้บอกกับ แกนนำคนอื่นๆ แล้วว่า ความเห็นส่วนตัว เรื่องการเมืองใหม่ คือ


    1. การที่ภาคประชาชน ได้มีส่วนร่วม ทางการเมืองจริงๆ โดยมีกฎหมายรองรับ และ
    2. เราต้องมีกระบวนการ ถอดถอนนักการเมืองชั่ว ที่ง่ายกว่าเดิมสักร้อยเท่า คือสามารถถอดถอนได้ โดยตรง ไม่ต้องผ่าน อัยการสูงสุด ไม่ผ่าน ศาลรัฐธรรมนูญ นั่นคือ ประชาชน สามารถอดถอน ส.ส. ได้ การเมืองใหม่ จึงไม่ใช่ การเมืองของพวกที่ซื้อเสียง เข้าไป แต่ต้องเป็น การเมือง ของ ประชาชน ที่มีส่วนร่วม อย่างแท้จริง


    หลังจากนั้น นายสนธิได้กล่าวถึง ประเด็นสำคัญนั่นคือ เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดที่เกิด จากน้ำมัน โดยอธิบายว่า สาเหตุที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ขายหุ้นให้ เทมาเส็ก และไปร่วมเจรจากับ ประเทศต่างๆ เป็น เรื่องพลังงาน ทั้งสิ้น


    นายสนธิ กล่าวต่อว่า ในโลกนี้ ไม่มีอะไรมีความหมาย ทางเศรษฐกิจ เท่ากับ น้ำมัน โดยเฉพาะ ในประเทศตะวันตก ที่ใช้น้ำมัน ในการพัฒนา อุตสาหกรรม ความกินดีอยู่ดี ของคนตะวันตก จึงขึ้นกับการพึ่งพา แหล่งน้ำมัน ซึ่งอยู่ใน ตะวันออกกลาง ทำให้ ประเทศตะวันตก เข้าไปเกี่ยวข้อง กับ ปัญหาทางการเมือง ในตะวันออกกลาง โดยในปี พ.ศ. 2499


    นายก โมซาเด็ก ของอิหร่าน ที่รักชาติได้ยึดบ่อน้ำมัน ของบริษัทต่างชาติ มาเป็น ของ อิหร่าน แล้วจ่ายค่าชดเชยให้ ทาง สหรัฐอเมริกา และ อังกฤษ จึงหาทาง ล้มรัฐบาลนายโมซาเด็ก แล้วให้ ซีไอเอ และ สายลับ เอ็มไอ 6 โค่นล้ม นายโมซาเด็ก ลงแล้วให้ พระเจ้าชาห์ ขึ้นมาปกครอง ประเทศ และ คืนบ่อน้ำมัน ให้บริษัทต่างชาติ ตามเดิม


    ส่วนที่ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็น แหล่งน้ำมัน ร้อยละ 50 ของ ตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมัน ร้อยละ 70 ของทั้งโลก สหรัฐอเมริกา ได้จับมือ เซ็นสัญญา ซื้อน้ำมันระยะยาว และรับประกัน ราคานำมัน ให้ โดยสัญญาสิ้นสุด ในปี พ.ศ. 2539 โดยก่อนที่จะสิ้นสุดสัญญานั้น บริษัทน้ำมัน อาทิ เชฟรอน เอสโซ่ เชลล์ ได้สำรวจแหล่งน้ำมันทั่วโลก ซึ่งทำให้รู้ว่า มีที่ไหนบ้าง แต่ยังไม่ขุด เพราะยังสามารถซื้อ น้ำมันราคาถูก จากซาอุฯ ได้ จึงเก็บ เป็นความลับ เอาไว้


    นายสนธิ กล่าวต่อว่า บริษัทน้ำมันของ ต่างชาติ ได้ใช้ดาวเทียมสำรวจน้ำมัน ซึ่งเคยถ่ายภาพ บริเวณ อ่าวไทย และ พบว่า เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยน้ำมัน ที่ไม่น้อยกว่า ซาอุดีอาระเบีย แต่เก็บเป็นความลับเอาไว้ เพราะเขาลงทุน เป็นพันเป็นหมื่นล้าน ในการสำรวจ ประกอบกับ ราคาน้ำมัน ขณะนั้น ยังไม่ขึ้น จนกระทั่งช่วง 18 เดือน ที่ผ่านมา ที่น้ำมันขึ้นราคาจาก บาร์เรลละ 40 เหรียญ เป็น 100 กว่าเหรียญ แล้วตกไป 90 กว่า และ จะ ไม่มีวันต่ำกว่า 80 เหรียญ หลังจากนี้ เพราะ อาหรับ หันไปใช้ ราคาทองคำเป็นตัวกำหนดราคา เป็นราคาที่ ชาวอาหรับ พอใจ ขณะที่ บริษัทน้ำมัน ก็ไม่สนใจว่า ผู้ใช้จะเดือดร้อน หรือไม่ รวมถึง ปตท. ของไทย ที่ขายให้เอกชน ไปแล้ว


    นายสนธิ กล่าวต่อว่า บริษัทน้ำมัน มีอิทธิพลสูงมาก จนสามารถ ล้มรัฐบาลชาติไหนก็ได้ ที่ไม่ตอบสนอง เรื่องพลังงานให้เขา เรื่องนี้ มีบทพิสูจน์ นายจอร์จ ดับเลิลยู. บุช ขึ้นมาเป็น ประธานาธิบดีได้เพราะ อิทธิพลบริษัทน้ำมัน เมื่อขึ้นมา ก็ส่งเสริม บริษัทน้ำมัน บินมาเอเชีย ก็เพื่อเจรจา เรื่องน้ำมัน


    หลังปี พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา สหรัฐฯ เริ่มเปิดลิ้นชัก ผลสำรวจแหล่งน้ำมัน ที่เก็บเป็นความลับ ซึ่งในแผนที่ลับ จะชี้ว่า ที่ใดมีน้ำมันบ้าง เป็นที่ทราบ มานาน สำหรับคนที่เรียน วิศวปิโตรเลียม ว่า พื้นที่ใดที่มีแม่นำไหลลง ทะเล ปากแม่น้ำ จะมี น้ำมันมหาศาล ซึ่ง ไทย กัมพูชา และ เวียดนาม มี แม่น้ำโขง ไหลลงมา พื้นที่ อ่าวไทย ทั้งหมด จึงคือ ขุมทรัพย์มหาศาล ของ น้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งฝรั่งรู้มานานแล้ว แต่เก็บเป็น ความลับ เอาไว้ จนราคาน้ำมัน ขึ้นมา


    ขณะที่ พ.ต.ท. ทักษิณ เริ่มสนใจน้ำมัน ปี 2547-2548 เพราะเป็นช่วงที่ ราคาน้ำมันกระโดด จาก 20 เป็น 30 เหรียญ นาย โมฮัมเหม็ด อัลฟาเยด เจ้าของห้างแฮร์รอดส์ ได้บินมาไทย เพราะมีข้อมูลน้ำมัน ในอ่าวไทย แต่เป็นที่ทับซ้อน ไทย-กัมพูชา เมื่อมาเจรจา ขอสัมปทาน แต่จะต้องคุยทั้ง ไทย และ กัมพูชา ก่อน จึงถอยฉากออกไป พร้อมกับทิ้งข้อมูล ไว้ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยเหตุนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงคิดที่จะขาย ชินคอร์ป เพื่อเอาเงิน เทมาเส็ก มา โดยส่วนหนึ่ง จะเอามาลงหุ้น กฟผ. ที่จะแปรรูป ส่วนหนึ่ง จะตั้ง บริษัท ขุดเจาะน้ำมัน ในอ่าวไทย


    ทั้งนี้ แหล่งน้ำมัน ในอ่าวไทย นั้น พื้นที่ที่อยู่ใกล้ฝั่งนั้น เป็นของแต่ละประเทศ อย่างชัดเจน แต่พื้นที่ตรงกลาง ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ จึงถือเป็น พื้นที่ทับซ้อน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ เขมร นั้น เชฟรอน ได้เข้ามาขุดสำรวจ 4 หลุม พบว้ามี น้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ 3 หลุม แสดงว่า ในอ่าวไทย เต็มไปด้วย น้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ โดย เชฟรอน อ้างในรายงานว่า ในหลุม ที่ขุดพบ มีน้ำมัน ประมาณ 1 ล้าน-ล้าน บาร์เรล


    แต่เว็บไซต์ของ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมัน บอกว่า ตามธรรมดาแล้ว บริษัทน้ำมัน ที่ไปรับสัมปทาน ในประเทศโลกที่ 3 จะโกหก โดยข้อเท็จริง จะมีมากกว่าที่บอก ประมาณ 50-100 เท่า เพราะเขาไม่ต้องการให้รู้ว่า มีประมาณมากขนาดนั้น


    วิธีการของมันที่ทำ คือ ส่วนที่ขุดออกมา มันก็ส่งออก และ จ่ายค่าสัมปทาน แต่ อีกส่วนหนึ่ง มันก็ทำ แบบที่ ปตท. ก็ทำอยู่ คือ เอา เรือบรรทุกน้ำมัน ลักลอบ มารับ จากท่อขุดเจาะ โดยตรง แล้วเอาไปขาย


    อีกจุดที่มีน้ำมันเยอะ ถ้าลากเส้นจาก จังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี ตรงดิ่งเข้าไปในทะเล ประมาณ 120 กิโลเมตร เป็นแหล่งนำมัน มหาศาล ที่ยังไม่มีใครรู้ นี่ไง 3 จังหวัดภาคใต้จึงยังไม่สงบ


    เหมือน ติมอร์ ที่แยกไปจาก อินโดนีเซีย เพราะมันมี น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ แร่ดีบุก ทองคำ และ แพลททินัม ประเทศที่สนับสุนให้ ติมอร์ แยกตัวออกไปคือ ออสเตรเลีย แล้วบริษัทที่ ขุดเจาะน้ำมันใน ติมอร์ และผูกขาดทำเหมือง ก็จาก ออสเตรเลีย ทั้งหมด เหมือนกับ ที่ อาเจะห์ แหล่งน้ำมันใหญ่ อีกแห่ง


    การทำให้ 3 จังหวัดภาคใต้ วุ่นวายตลอด เป็นความพยายามให้ 3 จังหวัด ประกาศตนเป็นอิสระ โดยมี บริษัทน้ำมัน สนับสนุน เพื่อพวกมันจะได้ เข้าไป ฮุบผลประโยชน์ ที่ 3 จังหวัด มีสิทธิ ตามระยะเข็มไมล์ ตามกฎหมายทางทะเล นายสนธิ กล่าว


    นายสนธิ กล่าวต่อว่า ที่เราทะเลาะกับ เขมร ตอนนี้มีตัวเล่นเพิ่ม คือ จีน ที่พัฒนาตัวเอง ในรอบ 15 ปีมานี้ จนร่ำรวย และ เติบโตมหาศาล แต่เริ่มเดิน ไม่ออก เพราะเริ่มขาดแคลน น้ำมัน จากเดิม ที่มีบ่ำน้ำมันที่ ต้าชิง และ ส่งออก ตอนนี้ต้องนำเข้า ต้องค้าขายกับ อิหร่าน เพิ่ม และ ออกไป ลงทุน ทำบ่อน้ำมันใน อาฟกานิสถาน ไปสนับสนุน รัฐบาลพม่า เพราะมี แหล่งก๊าซฯ


    ส่วนที่ต้องมาเกี่ยวกับ เขาพระวิหาร เพราะถ้าลากเส้นไป ก็จะกินพื้นที่เข้าไป ในเขตทับซ้อน มีการสร้างถนน จาก สีหนุวิลล์ วิ่งไปทางเขาวิหาร และ ทะลุไป คุนหมิง ซึ่งไม่ใช่แค่เส้นทางรถวิ่ง แต่เป็นแนวท่อส่งน้ำมันไปให้ จีน


    สหรัฐฯ จึงเข้ามาขวางเพราะกลัว จีน จะแผ่อิทธิพล ถึงขนาดลงไว้ใน ยุทธศาสตร์ความมั่น ของ สหรัฐฯ ว่า ศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขาคือ จีน


    ในที่สุด เขมร ก็จะเป็นประเทศ ที่มี ก๊าซธรรมชาติ มีแหล่งพลังงาน เยอะ และกำลังให้ บริษัทฝรั่งมาตรวจสอบ แหล่งก๊าซฯ และ น้ำมัน ที่มีอยู่ใน ทะเลสาบ (Tonle Sap) ที่ เขมรจับปลามาทำ ปลากรอบ ที่นั่นคือ แหล่งก๊าซ และ น้ำมัน แต่ไม่ต้องห่วง เขมร จะมี น้ำมัน มากแค่ไหน ก็จะเหมือน ไนจีเรีย ซึ่งในรอบ 30 ปี ที่ผ่านมา เจอน้ำมันแต่ให้ ต่างชาติรับประโยชน์ไป 600,000 ล้านเหรียญ ในขณะที่ ประชาชน กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ของ ไนจีเรีย ยังยากจน ถึงขั้นไม่มีข้าวกิน


    “เขมร ก็จะเป็นแบบนั้น เพราะมันมี รัฐบาล และ นายกฯ ที่ชาติชั่ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว เขมร มันเป็น ประเทศที่ถูกสาป ไม่ถูกสาปได้ไง ขนาด พระสังฆราช ยังเล่นของ แล้วจะเจริญได้อย่างไร เราไม่ต้องไปกลัว แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า การเมืองระหว่างประเทศ กำลังมีบทบาท ใน ไทย เรื่องน้ำมัน เมื่อ สหรัฐฯ จีน เข้ามา ฝรั่งเศส ก็เข้ามา ญี่ปุ่น ก็เข้ามา กรรมการ ที่จะมาดูแลพื้นที่ เขาพระวิหาร ที่เป็นมรดกโลก ก็คือ 6 ประเทศ ที่อยากได้ นำมัน” นายสนธิ กล่าว


    นายสนธิ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ เขมร ได้อนุญาตให้ เชฟรอน ตั้งแท่นขุดเจาะ บนพื้นที่ทับซ้อน กับ ไทย แล้ว โดยที่ เราไม่ได้คัดค้านเลย ต่างจาก จีน ที่มีพื้นที่ทับซ้อนกับ เวียดนาม แล้วจู่ๆ เวียดนาม ก็ให้ เชฟรอนรับสัมปทาน จีน จึงแจ้งไปว่า พื้นที่นี้เป็นของ จีน ถ้า เชฟรอน ตั้งแท่นเมื่อไหร่ จะส่งเรือไปถล่มทันที เชฟรอน รีบถอยเลย


    “ถ้าเรามีรัฐบาล ที่รักชาติ มีทหาร ที่ไม่ห่วง แค่ยศ แค่ตำแหน่ง กับ งบประมาณซื้ออาวุธ ถ้า มันห่วงทรัพยากรธรรมชาติ ในอ่าวไทย มันต้องขยับแล้ว ต้องแจ้ง เชฟรอน ว่า ตรงที่แท่นคุณไปตั้ง มันของผม ถึง เขมร บอกเป็นของเขา ก็ตาม เมื่อไหร่ที่คุณลงเสา ผมเอาปืนยิงเลย แต่มันทำไมมันไม่ทำ เพราะมันเป็น รัฐบาลขายชาติ นี่ไง เรามาสู้เพื่ออะไร เข้าใจหรือยัง ทรัพยากร นี่คือ สินทรัพย์ของแผ่นดิน ที่เราต้องมา บริหารจัดการเพื่อ คนไทย 64 ล้านคน ไม่ใช่เพื่อ โคตรใครบางคน ที่อยู่ ลอนดอน และไม่ใช่เพื่อ โคตรของ คนตาเหล่”


    นายสนธิ กล่าวต่อว่า การเมืองใหม่ มีความหมาย หลายๆ อย่าง มากมายมหาศาล ถ้าเรา เอาเรือปืนเราไปไล่ เชฟรอน ทั้ง อเมริกา จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ก็ต้องถอย เพราะคิดว่า ไทย เอาจริง และมาคุยกับ ไทย ดีกว่า เมื่อมาคุยกับ ไทย เราก็ต้องมีเงื่อนไขว่า ฮุนเซน จะไปซี้ซั้ว ให้ใครไมได้ ให้เมื่อไหร่ ยิงเมื่อนั้น ฮุนเซน ก็ต้องถามเราว่า จะเอายังไงบอกมา เราก็บอกให้เขียน แผนที่ กันใหม่ ถ้าไม่ยอม เราก็ไม่ยอม เพราะ คนไทย ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว อยู่แล้ว เราทำมาหากิน เรารวยกว่า เขมร มาก


    แต่ก่อนที่ จะทำเช่นนั้นได้ เราต้องเอา บริษัทขายชาติ กลับมาเป็นของเรา นั่นคือ ปตท. ที่มันขายชาติ มันมี แผนที่ข้อมูลหมด ว่าที่ไหน มีน้ำมัน แต่เก็บไว้เอง แล้วทำมาหารับประทาน กับ บริษัทน้ำมัน และ ก๊าซฯ ของ ฝรั่งต่างชาติ จนผู้บริหารร่ำรวย ซึ่งถ้าตนมีอำนาจ จะยึคทรัพย์ ผู้บริหาร ปตท. ทั้งหมด


    “นายประเสริฐ บุญสมพันธ์ พูดอย่างภาคภูมิใจว่า ปตท. ร่ำรวย ยอดขาย เท่านั้นเท่านี้ เป็นบริษัทอันดับหนึ่ง ของ ไทย แต่ทุกอย่าง ที่เอาไป แปรรูป นั้น ล้วนแต่เป็นของ ชาติบ้านเมือง ไม่ใช่ ของคุณ ทุกอย่างเป็น ของชาติ แม้แต่ ท่อส่งก๊าซ ศาลปกครอง ก็สั่งให้เป็น ของรัฐ แล้วคุณ ก็ไปบีบ เพื่อให้ ได้เช่าท่อก๊าซ ในราคาถูก ซึ่งถ้ามี การเมืองใหม่ เราไม่ยอมเด็ดขาด”


    นายสนธิ ย้ำว่า ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับ น้ำมัน เราต้องมี การเมืองใหม่ ที่เจรจาเป็น ไม่ใช่ การเมือง ของ นายกฯ เลขานายก ประธาน ปตท. หรือ คนที่อยู่ ลอนดอน แต่เป็นของ คนไทย 64 ล้านคน เมื่อเป็นเช่นนั้น การเจรจาก็จะไม่ยาก ก็เพราะทุกอย่าง เมื่อเจรจาเสร็จ ผลประโยชน์ เข้ากระเป๋า 64 ล้านใบ แต่ถ้าเป็น การเมือง ของพวกเขาเอง ก็จะแบ่งผลประโยชน์ ระหว่างพวกเขา ไม่กี่คน กับ บริษัทฝรั่ง เหลือเศษเนื้อติดกระดูก ให้ คนไทย


    “สำหรับผม การเมืองใหม่ ที่ต้องมีคือ จะต้องรักษา สินทรัพย์ ที่ผมเล่ามา ให้ตกเป็นของคนไทย ทั้งประเทศ” นายสนธิย้ำ


    นายสนธิ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ ตนได้พูด เรื่องวิกฤติการเงินในสหรัฐฯ กรณี เลห์แมน บราเธอร์ส และ เอไอจี แล้ว มีโทรศัพท์มามาก จาก ตัวแทนเอไอเอ ที่เป็นพันธมิตร เข้ามามาก ให้ช่วยชี้แจงว่า เอไอเอ ที่เมืองไทย มีเอไอจี ถือหุ้นเพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ครึ่ง เอไอเอ เมืองไทย จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่อย่างไร ก็ตาม บริษัทประกัน ที่มีน้ำใจ ที่หนักแน่นให้แก พันธมิตร คือ “วิริยะประกันภัย” ที่ยอมขาย กรมธรรม์ ในการประกันตัว นักรบศรีวิชัย

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
    22 กันยายน 2551 01:36 น.
    http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000112028


    พิมพ์ ข่าวนี้ “สนธิ” จวกรัฐบาลขายชาติ ปล่อยเขมรให้สัมปทานฝรั่ง ขุดน้ำมันเขตทับซ้อน


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    September 20, 2008

    อินโดนีเซีย จัดการหารือ ระหว่างรัฐบาลไทย และ ตัวแทนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อแก้ปัญหา ความขัดแย้ง รุนแรง


    อินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพ จัดเจรจา แก้ปัญหาไฟใต้ไทย

    �ินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพ จัดเจรจา แก้ปัญหาไฟใต้ไทย

    อินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพ จัดเจรจา แก้ปัญหาไฟใต้ไทย


    เอเอฟพี – อินโดนีเซีย รับเป็นเจ้าภาพ จัดการเจรจาหารือ ระหว่างรัฐบาลไทย และ ตัวแทนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อแก้ปัญหา ความขัดแย้ง รุนแรง


    สำนักข่าว อันตาราของ อินโดนีเซีย รายงานว่า การประชุมปิดครั้งนี้ จัดขึ้นที่ พระราชวังโบกอร์ ชานเมือง จาการ์ตา มี รองประธานาธิบดี ยูซุฟ กัลลา เป็นคนกลาง และจะร่วมหารือกัน จนถึงวันอาทิตย์ (21) ขณะที่ เจ้าหน้าที่ ด้านสื่อของ การประชุมคนหนึ่ง เผยว่า ขั้นตอน ในการ ประชุม ครั้งนี้ จะไม่ได้รับการถ่ายทอด รายงานออกมา


    ทั้งนี้ สำนักข่าวทางการของ อินโดนีเซีย ระบุว่า ความตึงเครียด ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของไทย เริ่มคุกรุ่น นับตั้งแต่ การผนวกดินแดน ซึ่ง ประชากร ส่วนใหญ่ มีเชื้อชาติมาเลย์ ในปี 1902 เข้ากับ ประเทศไทย

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์
    20 กันยายน 2551 18:03 น.
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000111743


    พิมพ์ ข่าวนี้ อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพจัดเจรจาแก้ปัญหาไฟใต้ไทย


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    August 22, 2008

    two bombs went off in the southern province of Narathiwat late Thursday – นักข่าวไทยรัฐ ดับ – นักข่าว “ช่อง 9” สาหัส เจ็บรวม 20 เหตุระเบิด 2 จุด หน้า สภ.สุไหงโก-ลก


    บึ้ม! 2 จุด หน้า สภ.สุไหงโก-ลก
    นักข่าวไทยรัฐ ดับ –
    นักข่าว “ช่อง 9” สาหัส
    เจ็บรวม 20


    นราธิวาส-เกิดเหตุระเบิด 2 จุด หน้า สภ.สุไหงโก-ลก นักข่าวไทยรัฐสังเวย 1 ศพ เจ็บ 20 ราย รวม ผกก. นักข่าวช่อง 9 สาหัส ไฟฟ้าดับ ทั่วเมือง สัญญาณ มือถือถูกตัด เผยเป็น จยย.บอมบ์ และ คาร์บอมบ์


    เมื่อเวลาประมาณ 21.38 น. วันที่ 21ส.ค. เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณร้านอาหารสีส้ม ถนนหน้า สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และอยู่ฝั่งตรงข้าม สภ.สุไหงโก-ลก โดยพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 5 ก.ก. ที่ซุกซ่อนไว้ ใน รถจักรยานยนต์ ที่จอดอยู่ ภายหลัง เกิดระเบิด ปรากฏว่า ไม่มีผู้ใด ได้รับบาดเจ็บ


    ต่อมา เวลาห่างกัน ประมาณ 20 นาที ขณะที่ พ.ต.อ.ปราบพาล มีมงคล ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก พร้อมเจ้าหน้าที่ และ สื่อมวลชน แขนงต่างๆ ได้รุดเข้าไปยัง จุดเกิดเหตุ ก็ได้เกิดระเบิดขึ้น ในรถยนต์ที่จอดอยู่ บนถนนเส้นเดียวกัน ห่างออกมา จากจุดแรก ประมาณ 50 เมตร โดยคนร้าย ได้นำระเบิดชนิด แสวงเครื่อง น้ำหนัก ประมาณ 15 ก.ก. บรรจุไว้ใน รถยนต์กะบะ และ นำมาจอดทิ้งไว้ ใกล้ๆ กัน


    แรงระเบิด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายชาลี บุญสวัสดิ์ เป็นผู้สื่อข่าว นสพ.ไทยรัฐประจำ จ.นราธิวาส และ มีผู้บาดเจ็บ อีกประมาณ 20 คน ในจำนวนนี้มี ผู้สื่อข่าวโมเดิร์นไนน์ทีวี คือ นายผดุง วรรณลัษณ์ และ พ.ต.อ.ปราบพาล มีมงคล ผกก. สภ. สุไหงโกลก และ ปลัดอำเภอฯ ที่ยังไม่ทราบชื่อ รวมอยู่ด้วย โดยเป็น ชาย เกือบทั้งหมด มีผู้หญิง เพียง 1 คน


    จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก ไฟฟ้าดับ ทั้งเมือง เนื่องจาก เสาไฟฟ้าถูกแรงระเบิด จนได้รับ ความเสียหาย และ สัญญาณ โทรศัพท์ ถูกตัดหมด ทุกระบบ และ เจ้าหน้าที่ ได้ปิดเมือง ห้ามคนเข้า-ออกแล้ว เพื่อสะดวก ต่อการทำงานของ เจ้าหน้าที่ และ เพื่อป้องกัน คนร้าย ใช้ก่อเหตุระเบิดซ้ำ


    ด้านแกนนำพันธมิตรฯ อ.สุไหงโก-ลก เปิดเผยว่า เดิมทีในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค.) พันธมิตร อ.สุไหงโก-ลก มีกำหนด จะจัด เวทีการเมือง ภาคประชาชน และ เพื่อเตรียมกำลังประชาชน รับเสียงนกหวีดจาก แกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีกำหนด จะแจ้งวันเป่า ในวันเสาร์ที่ 23 ส.ค.นั้น ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ ได้มีการหารือเป็นการด่วน และ ขอประกาศ ยกเลิกการจัดเวที ดังกล่าวแล้ว


    ทั้งนี้ เวทีของพันธมิตร อ.สุไหงโก-ลก ที่เพิ่งถูกยกเลิกไป ดังกล่าวได้เชิญ คีย์แมนพันธมิตร จาก ส่วนกลางไป ขึ้นเวที ประกอบด้วย นายวีระ สมความคิด นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายการุณ ใสงาม ส่วนศิลปินประกอบด้วย หรั่ง ร็อคเคสตร้า ไก่ แมลงสาบ และ แสง ธรรมดา เป็นต้น แต่ตอนนี้ เป็นอันว่า จะไม่มีการจัดขึ้นอย่างแน่นอน


    คืบหน้าบึ้ม!! สุไหงโก-ลก ตายเพิ่มอีก 1 ราย
    22 สิงหาคม 2551 09:00 น.


    ความคืบหน้าล่าสุดเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นหน้าสถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเป็น 40 คน โดย นายชาคริต ฉลาดธนกิจ เจ้าหน้าที่ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิธารน้ำใจ ซึ่งอาการสาหัส จากการที่ถูกไฟคลอกทั้งตัว ได้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย


    ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย สามารถกลับไป รักษาตัวที่บ้านได้ 15 คน รวมถึง พ.ต.อ.ปราบพาล มีมงคล ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธร สุไหงโก-ลก ที่ได้รับบาดเจ็บ ถูกสะเก็ดระเบิด บริเวณหัวเข่า อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว


    ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งมี นายธิติกานต์ แสนไทย ปลัดป้องกัน อำเภอ สุไหงโก-ลก นายผดุง วรรณรัตน์ ผู้สื่อข่าวโมเดิร์นไนน์ทีวี เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย รวม 6 ราย ได้ส่งตัวไปยัง โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อตรวจสอบ และรักษาอาการ อย่างใกล้ชิด และ อีก 1 รายอาการสาหัส ต้องส่งตัวไป โรงพยาบาลสงขลานครินทร์


    ส่วนไฟที่ดับครึ่งเมือง ตลอดคืนที่ผ่านมา ขณะนี้ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค สุไหงโก-ลก ได้ดำเนินการ ซ่อมแซมไปแล้ว กว่า ร้อยละ 70 คาดว่า จะแล้วเสร็จทั้งหมด ภายในวันนี้ (22 ส.ค.)


    สำหรับ การติดตามตัว คนร้าย ที่ก่อเหตุ ในวันนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง จะนำข้อมูล จากกล้องวงจรปิด มาขยายผลเพิ่มเติม เพื่อ ติดตาม ตัวคนร้าย มาดำเนินคดี


    ส่วนบรรยากาศ ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ ยังคงตรึงกำลังเข้มงวด ร้านค้าในตลาด เปิดร้านกันประปราย ประชาชนเดินทางออก จับจ่าย ซื้อของ อย่างบางตา ทำให้บรรยากาศเงียบเหงา เป็นอย่างมาก โดยทุกคน ยังคงตื่นตระหนก และ เสียใจ กับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น เพราะถือเป็น การ ก่อเหตุความไม่สงบ ครั้งใหญ่ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก


    “อดุลย์” ตรวจสอบที่เกิดเหตุคาร์บอมบ์สุไหงโก-ลก
    22 สิงหาคม 2551 11:12 น.


    พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส เพื่อตรวจสอบ จุดเกิดเหตุ คนร้าย ลอบวางระเบิด แบบคาร์บอมบ์ และ ติดตามความคืบหน้าคดี


    ขณะเดียวกัน เมื่อช่วงเช้า เจ้าหน้าที่กองวิทยาการ เข้าตรวจสอบ จุดเกิดเหตุ เพื่อเก็บพยานหลักฐาน อย่างละเอียดอีกครั้ง


    Bombs rock South


    A reporter and a rescue unit officer were killed, and more than 30 others, including a police superintendent, were injured when two bombs went off at a restaurant in the southern province of Narathiwat late Thursday.


    The explosion killed Chalee Boonsawat, a reporter for the Thai Rath daily newspaper. The second victim, identified as Chakrit Chalad-ungkrit died on Friday morning.


    The injured included Phadung Wannaluck, a reporter for Modern Nine television station, a police officer and a senior district officer. The policeman was believed to be Pol Col Prapun Meemongkol, superintendent of the district police station.


    According to local media, the first bomb went off at Si Som restaurant, which is located near Sungai Kolok police station, at around 10.40pm. It damaged motorcycles parking near by.


    Police and reporters rushed to the scene, which turned into a trap as a second bomb exploded soon after their arrival.


    The second bomb reportedly went off about 50 metres away from the first scene.


    The Fourth Army has agreed to temporarily lift the night curfew in two districts of Yala during the Muslim fasting period of Ramadan to allow people to perform their religious activities.


    Fourth Army commander Lt-Gen Viroj Buachamroon, who is chief of the Region 4 Internal Security Operations Command, had confirmed that the 9pm to 4am curfew, imposed in Yaha and Bannang Sata districts since April last year, would be lifted from Sept 1-30, army spokesman Col Akara Thiprote said.


    The Fourth Army would consider permanently lifting the curfew if the situation in the two districts improves.


    The districts were in the past a centre of insurgent activity.

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ from BangkokPost.com
    http://www.bangkokpost.com/topstories/topstories.php?id=129836

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 21 สิงหาคม 2551 23:59 น. 22 สิงหาคม 2551 09:00 น. 22 สิงหาคม 2551 11:12 น.
    http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000099146
    http://manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000099197
    http://manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000099259


    พิมพ์ ข่าวนี้ บึ้ม! 2 จุดหน้า สภ.สุไหงโก-ลก นักข่าวไทยรัฐดับ 1-“ช่อง 9″สาหัส เจ็บรวม 20
    พิมพ์ ข่าวนี้ คืบหน้าบึ้ม!! สุไหงโก-ลก ตายเพิ่มอีก 1 ราย
    พิมพ์ ข่าวนี้ “อดุลย์” ตรวจสอบที่เกิดเหตุคาร์บอมบ์สุไหงโก-ลก


    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    August 13, 2008

    ปัตตานี เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ประชาชน ถูกสะเก็ดระเบิด ได้รับบาดเจ็บ 18 ราย

    ยิงช่างซ่อม จยย.โคกโพธิ์ดับ
    วางมอเตอร์ไซค์บอมบ์ซ้ำ เจ็บ 18 ราย
    ขณะที่ จะแนะ โจรใต้ซุ่มยิงถล่มโรงเรียน ตร. ชุดคุ้มครอง ครู-นร.
    โชคดีที่ ไม่มีผู้บาดเจ็บ


    ปัตตานี – คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ ที่ อ.โคกโพธิ์ เสียชีวิต เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ขณะกำลังกั้นที่เกิดเหตุ จยย.ที่คนร้ายทิ้งไว้เกิดระเบิดขึ้น เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 18 ราย


    วันนี้ (13 ส.ค.) ร.ต.ท.เลิศรัช ดีทองอ่อน สารวัตรเวร สภ.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี รับแจ้งมีเหตุ ชาวบ้านถูกยิง ที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ เลขที่ 52/3 ม.6 ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี


    หลังรับแจ้ง จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชา พ.ต.ท.สุรนันท์ ชอบงาม พงส.(สบ2) สภ.นาประดู่ พ.ต.ท.นุกูล ธานีรัตน์ สว.สภ.นาประดู่


    เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นหน้าร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ พบว่ามี ผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายอรุณ ลิมปิษะเฐียร อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 ม.7 ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์


    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารเข้ามาตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ และ กำลังกั้น สถานที่เกิดเหตุ ขณะนั้นเวลาประมาณ 14.00 น. ได้เกิดระเบิดขึ้น ที่รถจักรยานยนต์ ที่คนร้ายทิ้งไว้


    แรงระเบิดทำให้ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ประชาชน ถูกสะเก็ดระเบิด ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 18 ราย เป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาประดู่ 5 นาย เจ้าหน้าที่ทหาร 4 นาย และ ชาวบ้าน 9 ราย ทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลโคกโพธิ์ โรงพยาบาลปัตตานี และ โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ประกอบ ด้วย


    1.พ.ต.ท.สุรนันท์ ชอบงาม อายุ 40 ปี พงส.(สบ 2) สภ.นาประดู่
    2.ร.ต.ต.อนุวัติ ดอเลาะเซาะ อายุ 49 ปี รอง สวป.สภ.โคกโพธิ์ช่วยราชการ สภ.นาประดู่
    3.ด.ต.พิธาน หนูชูแก้ว อายุ 50 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.นาประดู่
    4.ด.ต.นนทพันธ์ เที่ยงผดุง อายุ 38 ปี ช่วยราชการ สภ.นาประดู่
    5.จ.ส.ต.ไพรัตน์ จันทร์แสง อายุ 35 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.นาประดู่

    6.ร.ท.ผล แก้วสุโข อายุ 48 ปี ร้อย ร.15334 ฉก.ปัตตานี 24
    7.ส.ท.สุเมธไต รอบรู้สวัสดิกุล อายุ 23 ปีร้อย ร.15334 ฉก.ปัตตานี 24
    8.พลฯเจิมศักดิ์ จองเดิม อายุ 21 ปี
    9.พลฯจักรกฤษณ์ เพ็งสกุล อายุ 22 ปี
    10.นายโมหมัด กอแต อายุ 49 ปี

    11.นายไซบูลฮับลี ดาลี อายุ 36 ปี
    12.นายสาแม ตะปอ อายุ 49 ปี
    13.นายมะแอ สามะ อายุ 59 ปี
    14.นายธีรชัย มะโนมะยา อายุ 39 ปี
    15.นางเพียงฤทัย พงศ์กราบ อายุ 39 ปี

    16.นายอับฮา สะอิ อายุ 19 ปี
    17.น.ส.ฟาตีเมาะ สามะ อายุ 25 ปี
    18.นายดอสาลี มะเด็ง อายุ 50 ปี ทั้งหมดเป็นชาวบ้าน ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์


    จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ นายอรุณ ลิมปิษะเฐียร กำลังซ่อมรถจักรยานยนต์ อยู่ภายในร้านที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้าย 2 คนใช้รถ จักรยานยนต์ 2 คัน เป็นพาหนะ มาจอดไว้ ที่บริเวณหน้าร้าน


    จากนั้น 1 ใน 2 คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาด ยิงใส่ นายอรุณ 3 นัด เป็นเหตุให้ ได้รับบาดเจ็บสาหัส พลเมืองดี ได้ช่วยนำส่ง โรงพนาบาลศูนย์ยะลา และ เสียชีวิตในเวลาต่อมา


    จากนั้นคนร้ายได้ใช้ รถจักรยานยนต์ เพียง 1 คัน หลบหนี และได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ อีกคัน ไว้ที่เกิดเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ทหาร เข้ามาตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ รถจักรยานยนต์ ที่คนร้ายทิ้งไว้ ซึ่งได้ซุกระเบิดไว้ ได้ระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ประชาชน ถูกสะเก็ดระเบิด หลายราย


    จาก การตรวจสอบ รถจักรยานยนต์คันที่ คนร้ายก่อเหตุระเบิด เป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ ทะเบียน คตล 286 สงขลา ซึ่งได้แจ้งหาย ที่ สภ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เมื่อเดือน มีนาคม 2550

    โจรใต้ซุ่มยิง ตร. ชุดคุ้มครองครู-นร.ที่ จะแนะ โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ


    นราธิวาส – คนร้ายลอบเข้าด้านหลังโรงเรียนพิทักษ์วิทยากูมุง ปะทะตำรวจชุดรักษาความปลอดภัยครู-นักเรียนนานกว่า 10 นาที ครู-นักเรียน ต่างหลบกระสุนหนีตายกันชุลมุน ก่อนคนร้ายล่าถอยไป โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ


    วันนี้ (13 ส.ค.) เกืดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ลอบเข้ามา ทางด้านหลัง โรงเรียนพิทักษ์วิทยากูมุง บ้านกูมุง หมู่ 2 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นป่าละเมาะ และใช้กอไผ่ ที่ขึ้นอย่างหนาแน่นเป็นแนวกำบัง แล้วใช้ปืนสงคราม กราดยิง ชุดกำลังตำรวจ สภ.จะแนะ ที่เป็นชุด เฝ้าดูแลความปลอดภัยอยู่ภายในโรงเรียน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อยู่ 4 นาย


    ชุดกำลังตำรวจ ได้ยิงปืนตอบโต้ และยิงปะทะกับ คนร้ายนานกว่า 10 นาที จนคนร้ายล่าถอยไป โดยไม่มี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ


    พล.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ นาควิจิตร ผบก.ภ.จ.นราธิวาส, พ.ต.อ.จิรวุฒิ ทิศเสถียร ผกก.สภ.จะแนะ รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง เข้าตรวจที่เกิดเหตุ พบร่องรอย คนร้าย มีไม่ต่ำกว่า 3 คน และ ได้หลบหนีขึ้นไปบนภูเขา หลังหมู่บ้านกูมุงแล้ว


    ส่วนโรงเรียนพิทักษ์วิทยากูมุง เป็นโรงเรียน ขยายโอกาส เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 – ชั้นมัธยมปีที่ 3 มีนักเรียนประมาณ 250 คน


    ซึ่งระหว่างกำลังตำรวจยิงปะทะ กับคนร้ายอยู่นั้น ทั้งครู และ นักเรียนบางส่วน ได้หมอบลงกับพื้น บางส่วนวิ่งหาที่กำบังกันชุลมุน และ หลังเสียงปืนสงบลง คณะครูและนักเรียน ต่างหวาดกลัวอันตราย จึงต้องทำให้ต้องหยุดการเรียนการสอน

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ สำนักข่าว ผู้จัดการออนไลน์ 13 สิงหาคม 2551 20:32 น. 21:07 น.
    http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000095725
    http://manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000095707


    พิมพ์ ข่าวนี้ โจรใต้ซุ่มยิง ตร. ชุดคุ้มครองครู-นร.ที่ จะแนะ ไร้ผู้บาดเจ็บ


    พิมพ์ ข่าวนี้ ยิงช่างซ่อม จยย.โคกโพธิ์ดับ วางมอเตอร์ไซค์บอมบ์ซ้ำเจ็บ 18 ราย

    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
    คลิกอ่าน ข้อมูล ข่าวและบทความเกี่ยวกับกรณีพิพาทปราสาทพระวิหาร


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    July 19, 2008

    พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรอง ผอ.กอ.รมน. กล่าวต้องชื่นชม พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร แต่การแถลงครั้งนี้ไม่น่าช่วยได้ ข้อมูลอาจคลาดเคลื่อน

    “พัลลภ” แฉบิ๊กสีเขียวไอ้โม่ง
    จัดฉากหางแถวปูดข่าวหยุดยิง
    SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”


    อดีตรองผอ.กอ.รมน. แฉ มีนายทหารระดับบิ๊ก หวังผลการเมือง อยู่เบื้องหลัง จัดฉาก แถลงข่าวหยุดยิง เผยแพร่ มั่นใจ เป็นไปไม่ได้ สงบศึก โดยไม่มีเงื่อนไข ชี้ตัว ผู้แถลง ไม่ใช่ของจริง แค่แนวร่วมหางแถว
    พล.ฮพัลลภ ปิ่นมณี

    พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี



    วันนี้ (19 ก.ค.) พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีที่ กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ ของประเทศไทย ออกแถลง ยุติการหยุดยิง ว่าเท่าที่ดู ไม่น่าเป็นไปได้ ที่การหยุดยิง จะไม่มีเงื่อนไข ตนมองว่าเป็น การสร้างค่าให้ตัวเอง เพราะจากการตรวจสอบ กลุ่มดังกล่าว ทั้งชื่อบุคคล และชื่อกลุ่ม ไม่มีใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้


    “นายอารีเฟน คาน เช็กจากฐานข่าวพบว่า เป็น 1 ใน 132 คนไทยที่อพยพไปอยู่ที่มาเลเซีย ก่อนหน้านี้ และยอมรับว่ารู้สึกงงอยู่ ถ้าขบวนการนี้บริสุทธิ์ใจจริง ต้องเปิดเผยชื่อและฐานะ แต่กลับปิดบังหมด ผมตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาภาคใต้เกิดมาเกือบ 100 ปี แต่อยู่ ๆ ประกาศยุติโดยไม่มีเงื่อนไขเป็นไปไม่ได้ แน่ๆ “ พล.อ.พัลลภ กล่าว และว่า กลุ่มคนพวกนี้ไม่มีบทบาทอะไร เป็นเพียงแนวร่วมเล็ก ๆ ถ้าอยากยุติบทบาทจริง ต้องมีระดับแกนนำ เช่น ดร.วัน ฟาเดย์ ที่เป็นอาจารย์สอนในประเทศเพื่อนบ้าน หรือตัวแทน ออกมาร่วมแถลงด้วย


    อดีตรอง ผอ.กอ.รมน. กล่าวว่า ต้องชื่นชม พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ที่ต้องการแก้ปัญหาใต้ แต่การแถลงครั้งนี้ไม่น่าช่วยได้ ข้อมูลอาจคลาดเคลื่อน เพราะวันนี้ ทั้งพูโล บีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนท ออกมามาปฏิเสธชัดแล้วว่า ไม่ใช่กลุ่มเดียวกัน และไม่ยอมรับแถลงการณ์ดังกล่าว


    ต่อข้อถามว่า การแถลงของกลุ่มดังกล่าว เกี่ยวกับ เรื่องการเมือง การปรับ คณะรัฐมนตรี หรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ตนไม่อยาก ก้าวล่วง เรื่องการเมือง แต่ทราบว่า มีนายทหารระดับบิ๊ก คนหนึ่ง อยู่เบื้องหลัง นายทหารคนนี้ หวังผล ทางการเมือง

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ ผู้จัดการออนไลน์ 19 กรกฎาคม 2551 14:53 น.
    http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9510000084943
    พิมพ์ ข่าวนี้
    ข้อแถลง “ประสาทพระวิหาร” จากคณะวิจัย สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    SPECIAL REPORT รายงาน…นับเวลาลมหายใจรัฐบาล”สมัคร”
    อ่านช่าวและเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    July 18, 2008

    กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้มาจากไหน? แนวโน้มเรื่องนี้จะเป็นเรื่องโจ๊ก

    Suthichaiyoon.com

    Suthichaiyoon.com

    โฉมหน้าบุรุษปริศนา… กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้

    หัวหน้ากลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ ข�งประเทศไทย

    หัวหน้ากลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ ของประเทศไทย


    ฮือฮากันทั้งประเทศเมื่อสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) เป็นแม่ข่ายออกอากาศเทปบันทึกภาพ คำแถลงของบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็น “หัวหน้ากลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ ของประเทศไทย” ประกาศเจตนารมณ์หยุดยิง และ หยุดปฏิบัติการก่อความไม่สงบทุกชนิด ในพื้นที่สามจังหวัด ชายแดนภาคใต้ เมื่อเที่ยงวันเมื่อวานนี้ (17 ก.ค.)


    รายละเอียดของเทปบันทึกภาพดังกล่าวมีบุคคลอยู่ 3 คน คือ ชายสูงวัยสวมเสื้อกั๊กสีเขียวทหาร ถูกระบุว่าเป็น หัวหน้ากลุ่ม ใต้ดินรวมภาคใต้ ของประเทศไทย ทำหน้าที่ แถลงเป็นภาษามาเลย์กลาง


    จากนั้นผู้ที่อ้างตัวว่าเป็น โฆษกของกลุ่มซึ่งเป็น ชายสูงวัยอีกคนหนึ่ง สวมเสื้อกั๊กสีเขียวทหาร เช่นกัน ได้อ่านคำแถลงเป็นภาษาไทย
    โฆษกข�งกลุ่ม�่านคำแถลงเป็นภาษาไทย

    โฆษกของกลุ่มอ่านคำแถลงเป็นภาษาไทย

    โดยมีชายวัยกลางคน สวมแว่นตาดำ และเสื้อกั๊ก ลายพรางทหาร เป็นผู้ถือไมโครโฟน ฉากหลัง ของทั้งสามคน เป็นธงสีเขียว และ แดง สลับกัน


    คำถามที่ค้างคาใจคนไทยทั้งประเทศก็คือ บุคคลทั้งสามเป็นใคร? และ กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้มาจากไหน? เหตุใดจึงหาญกล้าแอ่นอก ออกมารับผิดชอบ เหตุการณ์ความไม่สงบ ที่เกิดขึ้นมาตลอด หลายปี ใน สามจังหวัดชายแดน แถมยังสั่งทุกกลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ต้อง “หยุดยิง” เสียด้วย


    แต่คำถามดังกล่าวไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจาก พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และ หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ในฐานะผู้ประสานงาน ให้เกิดการแถลงหยุดยิงในครั้งนี้ จึงเป็นความรับผิดชอบของ “สื่อมวลชน” ที่ต้องไขความจริงกันต่อไป


    ข้อมูลที่ประมวลได้จากผู้รับผิดชอบในฝ่ายความมั่นคง และผู้ทรงคุณวุฒิที่ติดตามสถานการณ์มาตลอด มีดังนี้


    พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวช่วงเย็นของไทยทีวีสีช่อง 3 โดยระบุตอนหนึ่งว่า ชายสูงวัยที่อ้างตัวว่าเป็น หัวหน้ากลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทยนั้น แท้ที่จริงคือ นายมะรีเป็ง คาน หัวหน้ากลุ่มติดอาวุธ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่เคยเคลื่อนไหวในอดีต แต่ได้หยุดการเคลื่อนไหวอย่างเด็ดขาดมาตั้งแต่ปี 2530 หรือ เมื่อ 21 ปีที่แล้ว!


    อย่างไรก็ดี พล.อ.อนุพงษ์ ไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน นายมะรีเป็ง อาศัยอยู่แห่งหนตำบลใด พำนักอยู่ในประเทศไทย หรือไม่ แต่ยืนยันว่า ไม่ได้ มีส่วนกับเหตุการณ์ความรุนแรง ในปัจจุบันแล้ว ส่วนชายในภาพอีก 2 คน พล.อ.อนุพงษ์ บอกว่ายังตรวจสอบไม่ได้ว่าเป็นใคร


    พล.ต.ต.จำรูญ เด่นอุดม อดีตรองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 4 ปัจจุบันเป็นประธานมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้ ฟันธงว่า ผู้ประกาศถ้อยแถลงยุติความรุนแรง ในโทรทัศน์คือ หะยีสะมะแอ มะรือโบ หัวหน้ากองกำลังติดอาวุธกลุ่มพูโล


    พล.ต.ต.จำรูญ แสดงทัศนะว่า การแสดงจุดยืนของกล่มพูโลในครั้งนี้ อาจยังไม่ใช่หนทางที่จะทำให้ดีกรีความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้สงบลง อย่างเฉียบพลัน เพราะยังไม่มีคำยืนยันของกลุ่มหัวแข็งที่สุดในพื้นที่อย่าง “บีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต” ว่าจะเอาด้วยหรือไม่อย่างไรกับ “กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย”


    ที่สำคัญวันนี้ กลุ่มบีอาร์เอ็น ได้แตกตัวขยายเครือข่ายชุดปฏิบัติการ กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ในสามจังหวัด ชายแดนภาคใต้ เป็นกลุ่มปฏิบัติการทางทหาร ในระดับหมู่บ้าน และกลุ่มนักรบหลัก หรือคอมมานโด ที่ดูแล ระดับอำเภอ โดย “นักรบรุ่นใหม่” เหล่านี้ เลือกใช้วิธีรุนแรง และ เดินสวนทางแนวคิดกลุ่มเก่า อย่างสิ้นเชิง


    “ที่น่าเป็นห่วงก็คือ คำประกาศในนามกลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย จะสามารถควบคุมขบวนการที่แตกหน่อแตกกอมากมาย ในปัจจุบัน ได้หรือไม่ ซึ่งเวลา และ สถานการณ์ เท่านั้นจะเป็นเครื่องตัดสิน” เป็นคำถามจาก พล.ต.ต.จำรูญ


    ขณะที่ ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย แสดงความเห็นไว้ในเวบไซต์ของโต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศราว่า คนที่ออกมาแถลงข่าว น่าจะเป็น นายลุกมาน อิสกานดา ซึ่งเป็นโฆษกขบวนการพูโลเก่า โดยกลุ่มนี้ที่ผ่านมา เคยเป็นกลุ่มที่อยู่เบื้องหลัง การจัดทำเวบไซต์ของขบวน การพูโล และพยายามสร้างบทบาททางการเมืองผ่านโลกไซเบอร์เพื่อหวังผลในการเจรจาต่อรอง กับรัฐบาลไทย เป็นเหมือนพวกนายหน้าค้าสงคราม


    ไชยยงค์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า การก่อเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ตลอดมา ฝ่ายความมั่นคงของรัฐพุ่งเป้าว่ากลุ่มที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่ “กลุ่มพูโล” หรือ “เบอร์ซาตู” แต่เป็นกลุ่ม “บีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต” และการก่อเหตุร้ายที่ผ่านมากลุ่มบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต ก็ไม่เคยประกาศ หรือ แสดงออกมาว่าต้องการเรียกร้องหรือมีเงื่อนไข หรือต้องการต่อรองอะไรกับทางรัฐบาลไทยแต่อย่างใด


    ส่วนกลุ่มของนายลุกมาน และกลุ่มขบวนการเก่าๆ นั้น ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตั้งแต่สมัยรัฐบาลก่อนๆ ก็เคยไปเจรจามาหลายครั้ง รวมทั้ง การจัดทำ ข้อตกลงสันติภาพ ที่เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ก็เป็นกลุ่มเดียวกันนี้ด้วย


    “หน่วยงานความมั่นคงของรัฐจะให้น้ำหนักผู้ก่อเหตุรุนแรงในช่วงที่ผ่านมาไป ที่กลุ่มของ นายสะแปอิง บาซอ และ นายมะแซ อุเซ็ง มากกว่า ซึ่งหากได้กลุ่มคนเหล่านั้นออกมาพูด น่าจะมีน้ำหนักมากกว่ากลุ่มของนายลุกมาน


    ที่สำคัญคือคำถามที่ว่า ทำไมนายกรัฐมนตรี ในฐานะรมว.กลาโหม หรือ ผบ.ทบ. ไม่เป็นคนออกมาแถลง หรือให้ข้อมูล ในเรื่องนี้เอง ทั้งที่ เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรง แต่กลับเป็นการเปิดเผยจาก พล.อ.เชษฐา ซึ่งปัจจุบันไม่ได้มีตำแหน่งและไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับปัญหาภาคใต้เลย” เป็นคำถาม และ ข้อสังเกตจากนักหนังสือพิมพ์ชื่อดังในพื้นที่


    น่าสนใจว่า แม้ข้อมูลทั้ง 3 ชุดจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่จุดร่วมของข้อสันนิษฐานทั้งสามข้อก็คือ แนวโน้มเรื่องนี้จะเป็นเรื่องโจ๊ก และ ไม่น่าส่งผลใดๆ กับสถานการณ์ในภาคใต้ แม้แต่น้อย!

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ Suthichaiyoon.com 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 02:02:00
    http://www.suthichaiyoon.com/WS01_A001_news.php?newsid=3841
    อ่านข่าวนี้ จาก Suthichaiyoon.com

    Suthichaiyoon.com

    Suthichaiyoon.com


    จับโกหก’หุ่นเชิด’ขายชาติ กรณี ”เขาพระวิหาร”


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    ปมพิรุธ “คำแถลงหยุดยิง”กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ ของประเทศไทย

    Suthichaiyoon.com

    Suthichaiyoon.com

    10 ปมพิรุธ”คำแถลงหยุดยิง”


    กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ ของประเทศไทย เปิดตัวออกอากาศทางโทรทัศน์ พร้อมกันทุกช่อง เมื่อช่วงเที่ยงวานนี้ (17 ก.ค.) พร้อมด้วยปมประเด็นต่างๆ ที่หลายคนสงสัยคำแถลงหยุดยิง และหยุดปฏิบัติก่อการร้าย ใน 3 จังหวัดภาคใต้ คือ
    กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ข�งประเทศไทย เปิดตัว��ก�ากาศทางโทรทัศน์

    กลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของประเทศไทย เปิดตัวออกอากาศทางโทรทัศน์



    1.เหตุใดกลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ฯ จึงไม่มีข้อเรียกร้องใดๆ กับรัฐบาลไทย ทั้งๆ ที่การเจรจาต่อรอง ย่อมจะต้องมีเงื่อนไข และข้อเรียกร้องของฝ่ายตน


    2.ทำไมกระบวนการเจรจาที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จถึงขั้นหยุดยิง จึงไม่มีหน่วยงานความมั่นคงของไทยรับรู้เลยแม้แต่น้อย


    3.บุคคลที่ปรากฏในเทปบันทึกภาพ แทบไม่มีใครชี้ชัดได้ว่าเป็นใคร โดยเฉพาะหากเป็นจริงตามที่ประกาศว่า เคลื่อนไหวมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 100 ปี ก็น่าจะมีคนรู้จักบุคคลที่อยู่ในระดับแกนนำบ้าง


    4.ชื่อกลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ฯ ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน


    5.ชื่อกลุ่มเป็นภาษาไทย ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้สำหรับกลุ่มขบวนการที่มีอุดมการณ์ต่อต้านรัฐไทย สังเกตจากกลุ่มเคลื่อนไหวอื่นๆ อาทิเช่น พูโล หรือบีอาร์เอ็น ก็ล้วนมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษ และภาษามาเลย์ทั้งสิ้น


    6.ธงของกลุ่มที่ติดอยู่เบื้องหลังเป็นฉากของการแถลงข่าว ไม่มีหน่วยงานใดเคยเห็นมาก่อนว่าเป็นธงสัญลักษณ์ของกลุ่มใด และแถบสีบนธงก็คล้ายกับนำเอาแถบสีของธงกลุ่มเคลื่อนไหวอื่นๆ ในภาคใต้มารวมกันไว้


    7.ข้อความที่เขียนบนธงเป็นภาษาอาหรับ ซึ่งไม่สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวเพื่อแบ่งแยกดินแดนหรือขยายฐานมวลชน ซึ่งส่วนใหญ่พูดภาษามลายู


    8.ห้องที่ใช้แถลง คล้ายเป็นห้องที่ตกแต่งขึ้นให้มีลักษณะเหมือนเป็นฐานบัญชาการ แต่ไม่ใช่ฐานบัญชาการจริงๆ


    9.ผู้แถลงทั้งที่เป็นภาษามาเลย์และภาษาไทย ใช้วิธีอ่านข้อความที่อยู่หลังกล้อง


    10.คำแถลงสั่งการให้ทุกกลุ่มหยุดยิง ระบุเวลาเที่ยงวันของวันที่ 14 กรกฎาคม 2551 คือ


    เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าวันอังคารที่ 15 ก.ค. และวันพุธที่ 16 กรกฎาคม ยังคงเกิดเหตุรุนแรง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างต่อเนื่อง


    โดยเฉพาะวันที่ 16 ก.ค. ที่เกิดเหตุระเบิดหน่วยราชการถึง 3 แห่งในอำเภอเมือง จ.ยะลา และ


    เหตุการณ์ร้ายซุ่มดักยิงทหารไทย ที่ยะลา ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง เมื่อเวลา 15.00 น.ของวันที่ 17 ก.ค. เพียง 3 ชั่วโมง หลังจาก อ่านคำแถลงออกอากาศทาง ช่อง 5

    ปรับปรุงจาก ข่าว และ ภาพ ของ Suthichaiyoon.com 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 02:01:00
    http://www.suthichaiyoon.com/WS01_A001_news.php?newsid=3840
    อ่านข่าวนี้ จาก Suthichaiyoon.com

    Suthichaiyoon.com

    Suthichaiyoon.com


    จับโกหก’หุ่นเชิด’ขายชาติ กรณี ”เขาพระวิหาร”


    ใช้ [ปุ่มถอยหลัง] ของเว็บบราวเซอร์ เพื่อกลับมาที่นี่ จากข้อมูลเชื่อมโยงด้านล่าง
    Use Browser [Back] Button Return to Here from URL Below

    Next Page »

    Blog at WordPress.com.